More Related Content
More from SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
งานกลางภาค นางสาวอภิชญา บุญโกมุด PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
สอบกลางภาคIs ธิรดา-น้อยเสนา PDF
พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาร PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
นางสาวนภาพร คำภักดี เลขที่19 รัฐสุลต่านโอมาน PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ปวีณ์ธิดา สีหวาด
- 1.
- 2.
- 3.
ประวัติประเทศ ปากีสถาน
ปากีสถาน (อังกฤษ:Pakistan; อูรดู: پاکستان
)หรือชื่อทางการคือ
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน (อังกฤษ: Islamic Republic of
Pakistan; อูรดู: پاکستان جمہوریہ اسالمی
)เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใน
เอเชียใต้มีพรมแดนติดกับประเทศอินเดีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน และจีน และ
มีชายฝั่งติดกับทะเลอาหรับ มีประชากรกว่า 150 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6
ของโลก และเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามใหญ่เป็นอันดับ 2 (รองจาก
อินโดนีเซีย) และเป็นสมาชิกที่สาคัญขององค์การความร่วมมืออิสลาม และ
เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง
คาว่า "ปากีสถาน" มีความหมายว่า "ดินแดนของชนบริสุทธิ์" ในภาษาอูรดู
และภาษาเปอร์เซีย ในขณะเดียวกันก็มาจากการนาอักษรแรกของชื่อดินแดน
ต่าง ๆ มี่ประกอบกันเป็นประเทศปากีสถานขึ้นมา คือ ปัญจาบ (Punjab)
อัฟกาเนีย (Afghania) แคชเมียร์หรือกัศมีร์ (Kashmir) อิสลามาบาด
(Islamabad) สินธ์ (Sindh) และบาลูจิสถาน (BaluchisTAN)
Allama Iqbal เป็นกวีประจาชาติของปากีสถาน นอกจากบ้านเกิดของ
เขาแล้วเขายังมีชื่อเสียงในอิหร่านเขตเคอร์ดิสถานและอิรักซึ่งเป็นที่รู้จักกันใน
ชื่อ Iqbāl-e Lāhorī
- 4.
ลักษระประเทศ จากแผนที่
ที่ตั้ง ทิศตะวันตกติดกับอิหร่านและอัฟกานิสถานทิศเหนือติดกับจีน ทิศ
ตะวันออกติดกับอินเดีย และทิศใต้ติดกับทะเลอาหรับ
พื้นที่ 796,096 ตารางกิโลเมตร (ไทยมีพื้นที่ราวร้อยละ 75 ของปากีสถาน)
เมืองหลวง กรุงอิสลามาบัด (Islamabad)
เมืองสาคัญ เมืองการาจี (Karachi) เป็นเมืองท่าและศูนย์กลางเศรษฐกิจ
ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ และเป็นเมืองหลวงเก่า เมืองละฮอร์(Lahore) เป็น
เมืองศูนย์กลางของธุรกิจอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของประเทศ อยู่ใกล้
ชายแดนปากีสถาน - อินเดีย
ภูมิอากาศ บริเวณส่วนใหญ่ของประเทศมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง ยกเว้นภาค
ตะวันตกเฉียงเหนือที่อากาศอบอุ่น และภาคเหนือมีอากาศเย็น
ประชากร 180 ล้านคน ประกอบด้วยเชื้อชาติปัญจาบร้อยละ 59 ปาทานร้อยละ
14 ซินด์ร้อยละ 12 บาลูชีร้อยละ 4 และมูฮาเจียร์ (ชาวมุสลิมที่อพยพมาจาก
อินเดีย) ร้อยละ 8 และอื่นๆ ร้อยละ 3
ภาษา ภาษาอูรดูเป็นภาษาประจาชาติ ส่วนภาษาอังกฤษใช้ในรัฐบาลกลางและ
ภาคธุรกิจ และมีการใช้ภาษาท้องถิ่นอื่นๆ อาทิ ปัญจาบี ซินดิ ปาทาน และบาลูชี
ศาสนา ประชากรร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม (ร้อยละ 77 เป็นนิกายสุหนี่
และร้อยละ 21 เป็นนิกายชีอะห์) นอกจากนั้น มีศาสนาคริสต์ฮินดู และอื่นๆ รวม
ร้อยละ 3
วันชาติ วันที่ 23 มีนาคม (Pakistan Day)
ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตย
- 5.
ความเป็นมา ต่างๆ
ประเทศปากีสถานมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ซึ่งตั่งอยู่ทางเอเชียใต้
ด้านทิศตะวันตกมีพรมแดนติดกับประเทศอัฟกานิสถานและ ประเทศอิหร่าน ทางทิศ
ตะวันออกติดกับประเทศอินเดีย และด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศจีน
ประเทศปากีสถานเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับหกของโลก และเป็นประเทศ
อันดับสองของประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลกรองจากประเทศอินโดนีเซีย
ดินแดนส่วนนี้หลังจากได้รับเอกราชจากการเป็นอาณานิคมอังกฤษในนามของประเทศอินเดีย
ในวันที่ 29 ธันวาคม 1930 อิกบาลได้เรียกร้องให้เกิดรัฐอิสระในทางตะวันตกเฉียงเหนือของ
อินเดียให้กับชาวมุสลิมอินเดีย โดยที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย (ดูเพิ่มเติมใน Sir
Muhammad Iqbal’s 1930 Presidential Address) และเขาได้รับการขนาน
นามว่า the Thinker of Pakistan
ต่อมามูฮัมมัด อาลี ญินนะฮ ผู้นาคนแรกของปากีสถานได้นาทฤษฎีTwo Nation
Theory มาใช้และนาไปสู่การรับข้อมติลาฮอปี 1940(Lahore Resolution) ซึ่งจาก
ข้อมตินี้(มักจะรู้จักกันในนาม Pakistan Resolution) ได้นาไปสู่การสร้างรัฐ
ปากีสถานอิสระขึ้น
ปากีสถานได้สถาปณาตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 14 สิงหา 1947 จากสองภูมิภาคที่มีประชากรมุสลิม
เป็นชนกลุ่มหลักทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งได้แยกตัว
ออกจากประเทศอินเดียส่วนที่เหลือที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู
- 6.
ต่อมาในปี 1999 ได้มีความขตึงเครียดด้านการทหารในความขัดแย้งการ์
จินกับอินเดียนาพล Pervez Musharraf ได้ทาการยึดอานาจ
ของประเทศไว้และเข้าบริหารประเทศเสียเอง หลังจากนั้นในปี 2001 เข้า
ได้แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีหลังจากการบังคับให้นาย Rafiq
Tarar ลาออกจากตาแหน่ง หลังจากการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2002 เขา
ได้โอนอานาจบริหารประเทศให้กับนาย Zafarullah Khan
Jamali ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 และต่อมาในปี 2004 นาย
Chaudhry Shujaat Hussain ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็น
นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 แต่เขาอยู่ในตาแน่งเพียงไม่นาน (30 มิถุนายน ถึง
20 สิงหาคม 2004) นาย Shaukat Aziz ก็ไดรับการเลือกตั้งเป็น
นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของปากีสถานต่อมาจนหมดวาระ เมื่อ 15
พฤศจิกายน 2007 และในขณะนี้ได้มีรัฐบาลที่รักษาการโดยนาย ซึ่ง
จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 มกราคม 2008
การเสียชีวิตของนางบุตโต จึงเป็นการขยายความวุ่นวายให้กับประเทศที่
กาลังพยายามหาการยุติความขัดแย้งโดยการเลือกตั้งแบบเสรี
ประชาธิปไตย
สนต้นที่เก้า
- 7.
ความเป็นมาของธงชาชิ
ธงชาติปากีสถาน มีลักษณะเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง2 ส่วน
ยาว 3 ส่วน ภายในแบ่งเป็น 2 ส่วนตามแนวตั้ง ตอนต้นพื้นสีขาว
กว้างเป็น 1 ใน 4 ส่วนของความยาวธง ส่วนที่เหลือเป็นพื้นสีเขียว
ภายในมีรูปพระจันทร์เสี้ยวและดาวห้าแฉกสีขาว ธงนี้ออกแบบโดย
ไซเอ็ด อาเมียร์อุดดิน เก็ดวาอี (Syed Amir uddin
Kedwaii) โดยอาศัยต้นแบบจากธงสันนิบาตมุสลิม (Muslim
League) สภาแห่งชาติปากีสถานได้ประกาศให้ใช้ธงนี้เป็นธงชาติ
[1] เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2490 ก่อนหน้าการประกาศเอกราช
จากบริติชราชในวันถัดมา[2][3][4] ในเพลงชาติปากีสถาน ได้
กล่าวถึงธงชาติไว้ในชื่อ "ธงเดือนเสี้ยวและดาว" (ภาษาอูรดู:
Parcham-e-Sitāra-o-Hilāl)
- 8.
- 9.
ชุดประจาชาติ
หลังจากเป็นอิสระของปากีสถานที่ก่อตั้งประเทศปากีสถาน , โมฮัมหมัด
อาลีจินสวมบ่อยSherwani เขากล่าวกับสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ
วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2490 โดยสวมเสื้อเชวานี Sherwani ยังเป็น
ชุดประจาชาติของปากีสถาน ต่อไปนี้จินคนส่วนใหญ่และเจ้าหน้าที่ของ
รัฐในประเทศปากีสถานเช่นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีเริ่มต้นที่จะ
สวมใส่ Sherwani สีดาอย่างเป็นทางการในช่วงkameezกับ
shalwar เป็นเสื้อผ้าที่ต่ากว่าในโอกาสรัฐและวันหยุดนักขัตฤกษ์ นาย
พลมูฮัมหมัดเซียอุล - ฮัคได้บังคับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมเสื้อเชวานีใน
โอกาสของรัฐและวันหยุดประจาชาติ Sherwani เป็นชุดประจาชาติ
ของปากีสถานจนถึงปี 1973 เมื่อ shalwar kameez ได้รับการ
ประกาศให้เป็นชุดประจาชาติ ชุดนี้สวมใส่ในงานแต่งงานของชาว
ปากีสถานโดยผู้ชาย
- 10.
อาหารที่นิยม
Biryani (ข้าวกับเนื้อแกะหรือไก่)
Biryaniเป็นที่นิยมไปทั่วชมพูทวีปเช่นเดียวกับหมู่พลัดถิ่น มันจะถูกจัดเตรียม
ในภูมิภาคอื่นๆ เช่นชิ้นส่วนของอัฟกานิสถาน , อิหร่านและอิรัก [5Biryaniเป็น
คาภาษาอินโด-อารยันที่ได้มาจากภาษาเปอร์เซียซึ่งถูกใช้เป็นภาษาราชการใน
ส่วนต่างๆ ของอินเดียยุคกลางโดยราชวงศ์อิสลามต่างๆ [6] [7]ทฤษฎีหนึ่งกล่าว
ว่ามันมาจากคาว่าbirinj ( เปอร์เซีย : برنج
)ซึ่งเป็นคาภาษาเปอร์เซียสาหรับ
ข้าว [8] [9]อีกทฤษฎีหนึ่งระบุว่ามันมาจากbiryanหรือberiyan (
Persian : بریان
)ซึ่งหมายถึง "ทอด" หรือ "ย่าง"
ที่มาที่แน่นอนของจานนั้นไม่แน่นอน ในภาคเหนือของอินเดียพันธุ์ที่แตกต่างกัน
ของBiryaniพัฒนาในศูนย์มุสลิมนิวเดลี ( อาหาร Mughlai ) Rampur
, ลัคเนา ( อาหาร Awadhi ) และอาณาเขตขนาดเล็กอื่น ๆ ในภาคใต้ของ
อินเดียที่ข้าวถูกนามาใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นเป็นอาหารหลักหลายสาย
พันธุ์ที่แตกต่างของBiryaniโผล่ออกมาจากไฮเดอราข่าน (ที่บางคนเชื่อว่าจาน
มา[12] ) เช่นเดียวกับรัฐทมิฬนาฑู ( Ambur , Thanjavur ,
Chettinad , ซาเลม , Dindigal ), Kerala ( Malabar ),
TelanganaและKarnataka ( Bhatkal ) ที่มีชุมชนมุสลิมอยู่ ตาม
ประวัติศาสตร์ลิซซี่ Collingham ทันสมัยBiryaniการพัฒนาในห้องครัว
หลวงของจักรวรรดิโมกุล (1526-1857) และเป็นส่วนผสมของอาหารรสเผ็ดข้าว
พื้นเมืองของอินเดียและเปอร์เซียpilafภัตตาคารชาวอินเดียกริช ดิลลอน เชื่อว่า
จานนี้มีต้นกาเนิดในเปอร์เซีย และถูกนาไปยังอินเดียโดยชาวมุกัล
- 11.
- 12.
อันดับ:2เมืองชีลาส(Chilas) อันดับ:2หุบเขาฮุนซ่า(Hunza valley)
มืองนี้ท่านจะได้ชมโขดหินจารึกภาพเขียนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ของเมืองชีลาสซึ่งโขดหินจารึกเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นเป็นระยะตลอด
เส้นทางสายไหม เส้นทางที่เคยมีพ่อค้าวาณิชมากมายผ่านไปมา โดยที่
เมืองชีลาสนี้ถือเป็นจุดศูนย์รวมโขดหินจารึกภาพโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
มีการค้นพบหลักฐานมากกว่า 20,000 ชิ้นเกี่ยวกับศิลปะโบราณและ
ภาพเขียน
นหุบเขาในเมืองกิลกิต (Gilgit) ซึ่งอยู่ในเขตปกครองพิเศษกิลกิต-บาลิ
สถาน (Gilgit- Baltistan) ดินแดนใต้การปกครองของรัฐบาล
ปากีสถาน หุบเขาฮุนซ่าตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้าฮุนซ่าอยู่ในระดับ
2,500 เมตรเหนือระดับน้าทะเล โดยมีเมืองคาริมาบัดเป็นเมืองใหญ่ที่
เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับจากความงดงามของทัศนียภาพที่โอบล้อม
ด้วยภูเขาที่สูงตระหง่าน อย่างเช่น อูลท่า ซ่าร์(Ultar Sar), ราคาโพชิ
(Rakaposhi),โบจาฮาเกอร์เดอร์นาเซอร์ (Bojahagur
Duanasir II), ฮุนซ่าพีค (Hunza Peak), ดิรันพีค(Diran
Peak),และบับลิมาติ้ง (Bublimating),(เลดี้ฟิงเกอร์–
Ladyfinger Peak) ซึ่งภูเขาต่างๆเหล่านี้มีความสูงมากกว่า 6,000
เมตร เหนือระดับทะเล
- 13.
เทศกาลสาคัญในประเทศปากีสถาน
ชาวฮินดูในเมืองท่าการาจีของปากีสถานราว 400 คนรวมตัวกันที่วัดสวามีนารา
เพื่อร่วมฉลองเทศกาลโฮลี หรือเทศกาลสีของชาวฮินดู ด้วยการสาดผงสีเข้าใส่กัน
นายปาร์ทีป กุมาร แพทย์ชาวฮินดู เล่าว่าเทศกาลสีเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
ชาวฮินดู จัดขึ้นเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ โดย ผู้คนจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน และ
มอบขนมหวานให้จากนั้นในช่วงเย็นจะร่วมกันสวดมนต์ที่สถานที่แห่งหนึ่งแล้วป้าย
ผงสีใส่ใบหน้าของอีกฝ่าย จุดประสงค์คือทาให้ทั้งชุมชนเป็นสีเดียวกัน ยุติความ
แตกต่าง
ส่วนที่อินเดีย ชาวฮินดูร่วมเฉลิมฉลองพิธีโฮลีเช่นเดียวกัน โดยวันนี้เป็นวันสุดท้าย
แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือที่หมู่บ้านวรินทาวันทางภาคเหนือของประเทศ บรรดาหญิง
หม้ายน้อยใหญ่ต้องฉลองพิธีนี้ล่วงหน้าเมื่อหลายวันก่อน เนื่องจากตามธรรมเนียม
หญิงหม้ายจะต้องสวมชุดขาวและห้ามเข้าร่วมเฉลิมฉลองในพิธีการใด ๆ ด้วยถือว่า
เป็นลางไม่ดี แต่องค์กรไม่หวังผลกาไร ‚สุลาภ อินเตอร์เนชันแนล‛ ได้จัดงานโฮลีให้
เหล่าหญิงหม้ายได้ร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน
ที่เนปาล ชาวฮินดูพื้นที่แถบเทือกเขาเฉลิมฉลองงานโฮลีไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ ขณะที่
ชาวภาคใต้จัดงานโฮลีในวันนี้
- 14.
ชาวบ้านในหมู่บ้านปินด์ ซุลทานี ห่างจากกรุงอิสลามาบัดราว80
กิโลเมตร ร่วมชมเหล่าชายผู้กล้าทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นหนุ่มลงแข่งวิ่งวัว
กระทิงกลางลานดินที่เป็นประเพณีท้องถิ่นมาหลายศตวรรษ โดยผู้เข้า
แข่งขันซึ่งได้รับค่าจ้างลงแข่งจากเจ้าของวัวกระทิง จะต้องทรงตัวบนลาก
เลื่อนไม้ที่ผูกกับวัวกระทิงสองตัวและเข้าเส้นชัยด้วยเวลาเร็วที่สุด เพื่อชิง
รางวัลเป็นเครื่องซักผ้าหรือชุดโทรทัศน์ ซึ่งสมัยก่อนเคยมีรางวัลเป็นที่ดิน
หรือวัว
อย่างไรก็ดี ชาวบ้านบอกว่า บ่อยครั้งที่วัวกระทิงวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัย
เนื่องจากผู้ร่วมแข่งขันเสียการทรงตัวล้มขะมาไปก่อน และทาให้วัว
กระทิงวิ่งเข้าใส่ฝูงชนแทน แต่ก็ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้กับ
ผู้ชมที่มาจากทั้งในหมู่บ้านดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง
เทศกาลบูชาจระเข้ในปากีสถาน
ชาวชีดีซึ่งเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายซูฟี จัดงานเทศกาลบูชาจระเข้
ขึ้นที่ศาสนสถานนักบุญปีร์มันโก ในย่านมันโกปีร์ ของเมืองการาจี ซึ่ง
เป็นชุมชนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในปากีสถาน
เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อบูชาจระเข้ ซึ่งชาวชีดีเชื่อว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวแทน
ของนักบุญปีร์มันโก ซึ่งเป็นนักบุญผู้ปกป้องคุ้มครองชุมชนชาวชีดีที่นี่ ใน
งานชาวชีดีจะนาพวงมาลัยและสีฝุ่นมาประดับประดาตามตัวจระเข้
รวมทั้งมีการนาอาหารมาเซ่นสังเวยแก่พวกมัน
- 15.
พหุสังคมอิสลามในปากีสถาน
เป็นเรื่องง่ายที่ประเทศไหนจะประกาศตนว่าเป็นประเทศซึ่งเคารพความ
หลากหลายของวัฒนธรรม เคารพความแตกต่างของวิถีชีวิต ส่งเสริม
สภาวะพหุสังคมอันเป็นกระแสโลกตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา
ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่กาลังเริ่มแนวทางการบริหารประเทศที่
ให้ความสาคัญต่อการเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม
อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ มีข้อถกเถียงมากมายว่า ภาวะพหุสังคมที่มัก
กล่าวถึงกันนั้น ให้ความสาคัญกับความเสมอภาคและสิทธิในการเข้าถึง
ทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกันด้วยหรือไม่ หรือเป็นเพียงข้ออ้างที่บดบัง
ความเหลื่อมล้าไว้ ด้วยการแสดงออกว่าใส่ใจความแตกต่างแต่เพียงใน
ระดับให้ต้องเคารพ ต้องเข้าใจกัน แต่ไม่ได้นาไปสู่การให้สิทธิทาง
วัฒนธรรมและการเมือง ตลอดจนลดความเหลื่อมล้าระหว่างกลุ่มชน
อย่างแท้จริง ข้อสงสัยนี้เห็นได้ชัดจากกรณีของประเทศไทย ที่ยังไม่มี
ความชัดเจนต่อนโยบายพหุวัฒนธรรม
ปากีสถานเป็นประเทศหนึ่งซึ่งแม้จะเรียกตนเองว่า Islamic
Republic of Pakistan หรือชื่อไทยทางการว่า สาธารณรัฐ
อิสลามปากีสถาน แต่ปากีสถานก็เป็นประเทศมุสลิมที่มีความเป็น ‘สากล
นาคร’ คาแปลของ ‘cosmopolitanism’ ที่ผมดัดแปลงจากที่
อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี นักวิชาการรุ่นใหม่แห่งมหาวิทยาลัยนครพนม
คิดผูกคาขึ้นมา นั่นทาให้ผมยังขออ้อยอิ่งอยู่กับการไปเยือนปากีสถาน
ของผมอีกสักครั้งหนึ่ง เพื่อชวนให้คิดถึงอุษาคเนย์บางส่วนที่พยายามจะ
อวดอ้างการเคารพความหลากหลาย หรืออีกบางส่วนที่พยายามลดทอน
ความหลากหลายในนามของความถูกต้องตามหลักการที่สูงส่ง
ปากีสถานแยกตัวออกจากประเทศอินเดียเมื่อ 14 สิงหาคม ค.ศ.1947
ด้วยเหตุผลทางศาสนา แต่นั่นเป็นเพียงความเข้าใจหนึ่งในบรรดาความ
ซับซ้อนอื่นๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของปากีสถาน เพราะแท้จริงแล้วการ
แยกตัวของปากีสถานยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชนต่างๆ อีกหลาย
กลุ่มชาติพันธ์ุุ ที่มีศาสนาอิสลามเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตพื้นเมืองของ
พวกเขา มากกว่าที่จะเป็นหลักใหญ่ใจความของแนวทางการดาเนินชีวิต
ของพวกเขา
- 16.