จัดทาโดย
นาย ธนาวุฒิ อุปกา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3
เสนอ
คุณครู สฤษศักดิ์ ชิ้นเขมจารี
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) (5 กรกฎาคม พ.ศ. 2365-16
ตุลาคม พ.ศ. 2434) เป็นชาวฉะเชิงเทรา ท่านได้รับสมญาว่าเป็นศาลฎีกา
ภาษาไทย เป็นผู้แต่งตาราเรียนชุดแรกของไทย เรียกว่า "แบบเรียนหลวง" ใช้สอนใน
โรงเรียนพระตาหนักสวนกุหลาบ และหนังสือกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าอีกหลายเรื่อง งานชิ้น
สาคัญชิ้นหนึ่ง คือท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็น แม่กองตรวจโคลงบรรยายประกอบรูปภาพ
เรื่อง "รามเกียรติ์" รอบระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อครั้งกรุง
รัตนโกสินทร์ครบรอบ 100 ปี และตัวท่านเองก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้แต่งด้วยท่านหนึ่ง
พระยาศรีสุนทรโวหาร น้อย อาจารยางกูร เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2365ตรง
กับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เมื่ออายุได้ประมาณ 6-7 ปี เรียนหนังสือไทยกับหลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร์ กรมการ
เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพี่ชายใหญ่ของท่าน ในขณะที่หลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร
อุปสมบทเป็นภิกษุอยู่ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่ออายุ 13 ปี ท่านได้เข้าไปศึกษาต่อ
ในพระนคร อยู่กับสามเณรน้าชาย ชื่อทัด ณ วัดสระเกศวรวิหาร อายุ 14 ปี บรรพชา
เป็นสามเณรเรียนหนังสือไทยกับพระกรรมวาจาจารย์ (จัน) เรียนหนังสือขอมกับพระ
ครุวิหารกิจจานุการ (กรรมวาจาจีน) ศึกษาพระธรรมวินัยจากสานักต่าง ๆ เช่น
 เรียนคัมภีร์สารสงเคราะห์ สานักสมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)
 เรียนคัมภีร์มงคลทีปนีในสานักพระอุปทยาจารย์ (ศุข)
 เรียนคัมภีร์มูลกัจจายนในสานักสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)
 เรียนคัมภีร์กังขาวิตะระณี ในสานักอาจารย์เกิด
 เรียนคัมภีร์มหาวงศ์ในสานักพระครูด้วง
 เรียนคัมภีร์อื่น ๆ ในสานักพระครูปาน พระใบฎีกาแก้ว พระอาจารย์คง อาจารย์ที่
เป็นคฤหัสถ์ด้วย
ด้วยระยะเวลานั้น วัดสระเกศวรวิหารขาดพระมหาเปรียญเป็นเวลานับสิบ
ปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโสมนัสยินดี ทรงเฉลิมพระราชศรัทธา
โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดใหม่ รื้อกุฏิเก่าฝาไม้ไผ่ออกสร้างกุฏิตึกเป็น
เสนาสนะงดงาม ตลอดทั้งก่อสร้างสถาปนาภูเขาทองด้วยนับเป็นเกียรติยศอย่างสูง
ด้วยความอุตสาหะพากเพียรใฝ่รู้ของท่าน จึงได้ขอศึกษาพระปริยัติธรรมในสานักของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพรรษาที่ 6 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในที่
ประชุมพระราชาคณะ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สอบได้เปรียญ 7 ประโยค
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระราชาคณะที่
“พระประสิทธิสุตคุณ”
 พ.ศ. 2396 ท่านลาสิกขาบท เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ดารงค์ (หรือเจ้าหมื่นสรรพ
เพชรภักดีในขณะนั้น) ได้นาท่านเข้าถวายตัวรับราชการอยู่ในกรมมหาดเล็กเวรศักดิ์
รัชกาลที่ 4 ทรงใช้สอยในเรื่องหนังสือไทย หนังสือขอมคล่องแคล่ว ตอมที่พระองค์
ต้องการ
 พ.ศ. 2414 ท่านได้คิดแบบสอนอ่านหนังสือไทย รวม 6 เล่ม ได้แก่ มูลบทบรรพ
กิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน พิศาลการันต์ ไวพจน์พิจารณ์
 พ.ศ. 2415 ท่านได้เป็นครูสอนหนังสือไทย ในกรมมหาดเล็ก
 พ.ศ. 2416 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นอาจารย์สอนพระราชวงศ์ที่ยังพระเยาว์ และบุตร
หลานข้าราชการได้รับพระราชทานเงินเดือน เดือนละ 60 บาท
 พ.ศ. 2418 ในปีนั้นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ถึงแก่กรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ ตั้งพระสารประเสริฐขึ้นเป็น “พระศรีสุนทรโวหาร” เจ้ากรมอาลักษณ์ ถือศักดิ
นา 3,000 ไร่
 พ.ศ. 2422 เมื่อมีการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามท่านได้มีส่วนในการแต่ง
โคลงรามเกียรติ์เพื่อจารึกที่ระเบียงรอบพระอุโบสถ และเป็นท่านยังเป็นแม่กอง
ตรวจโคลงรามเกียรติ์
 พ.ศ. 2425 ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้เป็นองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และทาหน้าที่
เป็นเลขานุการสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และองคมนตรีสภาอีกด้วย
 พ.ศ. 2432 ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า และ
ได้รับพระราชทานพานหมากคนโททอง กระโถนทอง เป็นเครื่องยศ
พ.ศ. 2434 ท่านได้ป่วยด้วยโรคชรา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมอ
หลวงรักษา และให้พาหมอเชลยศักดิ์มารักษาด้วย แต่อาการไม่ดีขึ้น ดังนั้นในวันที่ 16
ตุลาคม พ.ศ. 2434 ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรวมอายุได้ 69 ปี
 มูลบทบรรพกิจ
 วาหนิติ์นิกร
 อักษรประโยค
 สังโยคภิธาน
 ไวพจน์พิจารณ์
 พิศาลการันต์
 อนันตวิภาค
 เขมรากษรมาลา (เป็นแบบหนังสือขอม)
 นิติสารสาธก
 ปกีรณาพจนาตถ์ (คากลอน)
 ไวพจน์ประพันธ์
 อุไภยพจน์
 สังโยคภิธานแปล
 วิธีสอนหนังสือไทย
 มหาสุปัสสีชาดก
 วรรณพฤติคาฉันท์
 ฉันท์กล่อมช้าง
 ฉันทวิภาค
 ร่ายนาโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
 โคลงภาพพระราชพงศาวดาร รูปที่ ๖๕ และ ๘๕
 คานมัสการคุณานุคุณ
 สยามสาธก วรรณสาทิศ
 พรรณพฤกษา
 พหุบาทสัตวาภิธาน
 ฯลฯ
อนุสาวรีย์ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ตั้งอยู่บนถนนศรีโสธรตัด
ใหม่ ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ในคาขวัญประจาจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีการ
กล่าวถึงพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ไว้ในวรรคที่ 3 ว่า "...พระยาศรี
สุนทรปราชญ์ภาษาไทย..."
จบการนาเสนอครับ ^^’

พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาร

  • 2.
    จัดทาโดย นาย ธนาวุฒิ อุปกา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/3 เสนอ คุณครู สฤษศักดิ์ ชิ้นเขมจารี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
  • 3.
    พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)(5 กรกฎาคม พ.ศ. 2365-16 ตุลาคม พ.ศ. 2434) เป็นชาวฉะเชิงเทรา ท่านได้รับสมญาว่าเป็นศาลฎีกา ภาษาไทย เป็นผู้แต่งตาราเรียนชุดแรกของไทย เรียกว่า "แบบเรียนหลวง" ใช้สอนใน โรงเรียนพระตาหนักสวนกุหลาบ และหนังสือกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าอีกหลายเรื่อง งานชิ้น สาคัญชิ้นหนึ่ง คือท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็น แม่กองตรวจโคลงบรรยายประกอบรูปภาพ เรื่อง "รามเกียรติ์" รอบระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อครั้งกรุง รัตนโกสินทร์ครบรอบ 100 ปี และตัวท่านเองก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้แต่งด้วยท่านหนึ่ง
  • 4.
    พระยาศรีสุนทรโวหาร น้อย อาจารยางกูรเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2365ตรง กับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
  • 5.
    เมื่ออายุได้ประมาณ 6-7 ปีเรียนหนังสือไทยกับหลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร์ กรมการ เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพี่ชายใหญ่ของท่าน ในขณะที่หลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร อุปสมบทเป็นภิกษุอยู่ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่ออายุ 13 ปี ท่านได้เข้าไปศึกษาต่อ ในพระนคร อยู่กับสามเณรน้าชาย ชื่อทัด ณ วัดสระเกศวรวิหาร อายุ 14 ปี บรรพชา เป็นสามเณรเรียนหนังสือไทยกับพระกรรมวาจาจารย์ (จัน) เรียนหนังสือขอมกับพระ ครุวิหารกิจจานุการ (กรรมวาจาจีน) ศึกษาพระธรรมวินัยจากสานักต่าง ๆ เช่น
  • 6.
     เรียนคัมภีร์สารสงเคราะห์ สานักสมเด็จพระสังฆราช(ด่อน)  เรียนคัมภีร์มงคลทีปนีในสานักพระอุปทยาจารย์ (ศุข)  เรียนคัมภีร์มูลกัจจายนในสานักสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)  เรียนคัมภีร์กังขาวิตะระณี ในสานักอาจารย์เกิด  เรียนคัมภีร์มหาวงศ์ในสานักพระครูด้วง  เรียนคัมภีร์อื่น ๆ ในสานักพระครูปาน พระใบฎีกาแก้ว พระอาจารย์คง อาจารย์ที่ เป็นคฤหัสถ์ด้วย
  • 7.
    ด้วยระยะเวลานั้น วัดสระเกศวรวิหารขาดพระมหาเปรียญเป็นเวลานับสิบ ปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโสมนัสยินดีทรงเฉลิมพระราชศรัทธา โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดใหม่ รื้อกุฏิเก่าฝาไม้ไผ่ออกสร้างกุฏิตึกเป็น เสนาสนะงดงาม ตลอดทั้งก่อสร้างสถาปนาภูเขาทองด้วยนับเป็นเกียรติยศอย่างสูง ด้วยความอุตสาหะพากเพียรใฝ่รู้ของท่าน จึงได้ขอศึกษาพระปริยัติธรรมในสานักของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพรรษาที่ 6 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในที่ ประชุมพระราชาคณะ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สอบได้เปรียญ 7 ประโยค พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระราชาคณะที่ “พระประสิทธิสุตคุณ”
  • 8.
     พ.ศ. 2396ท่านลาสิกขาบท เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ดารงค์ (หรือเจ้าหมื่นสรรพ เพชรภักดีในขณะนั้น) ได้นาท่านเข้าถวายตัวรับราชการอยู่ในกรมมหาดเล็กเวรศักดิ์ รัชกาลที่ 4 ทรงใช้สอยในเรื่องหนังสือไทย หนังสือขอมคล่องแคล่ว ตอมที่พระองค์ ต้องการ  พ.ศ. 2414 ท่านได้คิดแบบสอนอ่านหนังสือไทย รวม 6 เล่ม ได้แก่ มูลบทบรรพ กิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน พิศาลการันต์ ไวพจน์พิจารณ์  พ.ศ. 2415 ท่านได้เป็นครูสอนหนังสือไทย ในกรมมหาดเล็ก  พ.ศ. 2416 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นอาจารย์สอนพระราชวงศ์ที่ยังพระเยาว์ และบุตร หลานข้าราชการได้รับพระราชทานเงินเดือน เดือนละ 60 บาท  พ.ศ. 2418 ในปีนั้นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ถึงแก่กรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งพระสารประเสริฐขึ้นเป็น “พระศรีสุนทรโวหาร” เจ้ากรมอาลักษณ์ ถือศักดิ นา 3,000 ไร่
  • 9.
     พ.ศ. 2422เมื่อมีการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามท่านได้มีส่วนในการแต่ง โคลงรามเกียรติ์เพื่อจารึกที่ระเบียงรอบพระอุโบสถ และเป็นท่านยังเป็นแม่กอง ตรวจโคลงรามเกียรติ์  พ.ศ. 2425 ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้เป็นองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และทาหน้าที่ เป็นเลขานุการสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และองคมนตรีสภาอีกด้วย  พ.ศ. 2432 ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า และ ได้รับพระราชทานพานหมากคนโททอง กระโถนทอง เป็นเครื่องยศ
  • 10.
    พ.ศ. 2434 ท่านได้ป่วยด้วยโรคชราทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมอ หลวงรักษา และให้พาหมอเชลยศักดิ์มารักษาด้วย แต่อาการไม่ดีขึ้น ดังนั้นในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2434 ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรวมอายุได้ 69 ปี
  • 11.
     มูลบทบรรพกิจ  วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค  สังโยคภิธาน  ไวพจน์พิจารณ์  พิศาลการันต์  อนันตวิภาค
  • 12.
     เขมรากษรมาลา (เป็นแบบหนังสือขอม) นิติสารสาธก  ปกีรณาพจนาตถ์ (คากลอน)  ไวพจน์ประพันธ์  อุไภยพจน์  สังโยคภิธานแปล  วิธีสอนหนังสือไทย  มหาสุปัสสีชาดก
  • 13.
     วรรณพฤติคาฉันท์  ฉันท์กล่อมช้าง ฉันทวิภาค  ร่ายนาโคลงภาพพระราชพงศาวดาร  โคลงภาพพระราชพงศาวดาร รูปที่ ๖๕ และ ๘๕  คานมัสการคุณานุคุณ  สยามสาธก วรรณสาทิศ  พรรณพฤกษา  พหุบาทสัตวาภิธาน  ฯลฯ
  • 14.
    อนุสาวรีย์ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)ตั้งอยู่บนถนนศรีโสธรตัด ใหม่ ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ในคาขวัญประจาจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีการ กล่าวถึงพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ไว้ในวรรคที่ 3 ว่า "...พระยาศรี สุนทรปราชญ์ภาษาไทย..."
  • 15.