กฎหมายลักษณะหนี้
ค
หนี้ หมายถึง นิติสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบุคคลสองฝ่ายอันเป็นบุคคล
สิทธิอย่างหนึ่ง ซึ่งฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “ลูกหนี้” อีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า
“เจ้าหนี้”
ส่งมอบ
ทรัพย์สิน
งดเว้นกระทา
การ
กระทาการ
หน้าที่ที่ลูกหนี้จะต้องปฏิบัติเพื่อชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเรียกว่า “วัตถุแห่งหนี้”
มี 3 ประการ
บ่อเกิดแห่งหนี้ หนี้มีที่มา 5 ประการได้แก่
1.สัญญา หมายถึง นิติกรรมสองฝ่ายที่เกิดจากการแสดงเจตนาเสนอและ
สนองต้องตรงกันของบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไปโดยมุ่งก่อให้เกิดหนี้ขึ้น
ตามกฎหมาย
2.ละเมิด หมายถึง การที่บุคคลใดได้กระทาให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ผู้
นั้นต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย เช่น แดงขับรถชนดาโดย
ประมาททาให้ดาขาหัก กรณีแดงเป็นผู้ละเมิด ต้องชาระค่าสินไหมทน
แทนให้แก่ดา
3.จัดการงานนอกสั่ง หมายถึง การที่บุคคล
หนึ่งเข้าทากิจการแทนผู้อื่นโดยเจ้าของ
กิจการนั้นไม่ได้ว่าขานวานใช้ให้ทา หาก
บุคคลนั้นได้จัดการไปในทางสม
ประโยชน์แก่เจ้าของกิจการ บุคคลนั้น
ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่ตนได้
เสียไปจากเจ้าของกิจการนั้นคืน
4.ลาภมิควรได้ หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งได้
ทรัพย์สินจาการที่ผู้อื่นชาระหนี้หรือได้มาด้วย
ประการใดๆ อันปราศจากมูลจะอ้างกฎหมาย
ได้บุคคลที่ได้รับทรัพย์สินมาต้องคืน
ทรัพย์สินนั้นแก่บุคคลที่นาทรัพย์สินมาให้ตน
5.บทบัญญัติแห่งกฎหมาย หมายถึง หนี้ที่
กฎหมายกาหนดให้บุคคลมีหน้าที่กระทา
การหรืองดเว้นกระทาการอย่าใดอย่า
หนึ่ง
หนี้ที่ไม่อาจฟ้องคดีต่อศาลให้บังคับลูกหนี้ได้ซึ่งได้แก่..
1.หนี้ขาดอายุความ
2.หนี้ที่ขาดหลักฐานในการฟ้องร้อง
3.หนี้ตามหน้าที่ศีลธรรมหรือตามสมควรแก่อัธยาศัยใน
สมาคม
4.หนี้ที่ตกเป็นโมฆะ
1. หนี้ขาดอายุความ หมายถึง หนี้ที่
เจ้าหนี้ไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลบังคับ
ให้ลูกหนี้ชาระหนี้ภายในระยะเวลา
ที่กฎหมายกาหนด ทาให้ลูกหนี้มี
สิทธิที่จะปฏิเสธชาระหนี้ได้แต่หนี้
ขาดอายุความนั้นเจ้าหนี้และลูกหนี้
ยังมีหนี้ต่อกันอยู่เพราะการขาดอายุ
ความไม่ได้ทาให้หนี้ระงับลง
2.หนี้ที่ขาดหลักฐานในการฟ้ องร้อง
กรณีกฎหมายกาหนดให้หนี้บาง
ประเภทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
หากขาดหลักฐานเป็นหนังสือจะทา
ให้ฟ้องร้องบังคับคดีกันไม่ได้
3.หนี้ตามหน้าที่ศีลธรรมหรือตามสมควรแก่อัธยาศัยในสมาคม เช่น ยายให้
ค่าขนมหลานวันละ 100 บาท ต่อมายายได้ประสบปัญหาทางการเงิน
จึงไม่ได้ให้ค่าขนมหลานอีกเลย หลานจะฟ้องบังคับให้ยายให้ค่าขนมแก่
ตนไม่ได้เพราะยายไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเลี้ยงดูหลาน
4.หนี้ที่ตกเป็นโมฆะ เช่น หนี้ที่ไม่ได้ทาตามแบบที่กฎหมายกาหนดหนี้ที่
เกิดจากข้อตกลงที่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน
ลูกหนี้ผิดนัดชาระหนี้หมายถึง การที่ลูกหนี้ละเลยไม่ชาระหนี้ภายในเวลาที่
กาหนดโดยปกติเจ้าหนี้ต้องเตือนให้ลูกหนี้ชาระหนี้ก่อนจึงจะถือว่า
ลูกหนี้ผิดนัด แต่ในบางกรณีลูกหนี้อาจผิดนัดโดยที่เจ้าหนี้ไม่ต้องเตือน
ก่อน
การชาระหนี้พ้นวิสัย เช่น แดงทาสัญญาซื้อนาฬิกาข้อมือจากดา ก่อนส่ง
มอบนาฬิกา 1 วัน ดาได้ทานาฬิกาตกน้า กรณีนี้ทาให้หนี้การชาระส่ง
มอบนาฬิกากลายเป็นพ้นวิสัย เพราะดาไม่สามารถส่งมอบนาฬิกาให้แก่
แดงอีกต่อไปซึ่งการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยสามารถแบ่งออกเป็น 2
กรณี
1.การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
หมายถึง การที่ลูกหนี้มีสิทธิ
เรียกร้องต่อบุคคลภายนอกอยู่แต่
ไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าว
เจ้าหนี้จึงใช้สิทธิเรียกร้องแทน
ลูกหนี้ในการเรียกให้
บุคคลภายนอกชาระหนี้แก่ลูกหนี้
ทาให้กองทรัพย์สินของลูกหนี้มี
มากขึ้น เจ้าหนี้จะใช้สิทธิได้ก็
ต่อเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ครบ 3
ประการ คือ...
2.การเพิกถอนการฉ้อฉล เจ้าหนี้จะใช้สิทธิ
เพิกถอนได้ก็ต่อเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ครบ 4
ประการ คือ...
1.ลูกหนี้ได้ทานิติกรรมอันมีวัตถุเป็นสิทธิใน
ทรัพย์สิน
2.นิติกรรมที่ลูกหนี้ทาเป็นเหตุให้เจ้าหนี้
เสียเปรียบ
3.ลูกหนี้ทานิติกรรมโดยรู้ว่าทาให้เจ้าหนี้
เสียเปรียบ
4.หากนิติกรรมที่ลูกหนี้ทาไม่ใช่การให้โดย
เสน่หา บุคคลภายนอกซึ่งทานิติกรรมกับ
ลูกหนี้ต้องรู้ถึงการฉ้อฉลนั้นด้วย
สิทธิยึดหน่วง เช่น แดงนารถยนต์ของตนไป
ให้ดาซ่อม ระหว่างที่แดงยังไม่ชาระค่า
ซ่อมค่าซ่อมรถคันดังกล่าว ดาย่อมมสิทธิ
ยึดหน่วงรถคันนั้นไว้จนกว่าแดงจะชาระ
ค่าซ่อมรถทั้งหมด เป็นต้น
เจ้าหนี้จะใช้สิทธิยึดหน่วงได้ก็ต่อเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ครบ4 ประการ
ดังต่อไปนี้
เหตุที่ทาให้ระงับหนี้มี 5 ประการ ได้แก่
การชาระหนี้ หมายถึง การที่ลูกหนี้ได้ปฏิบัติการ
ชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้ได้รับชาระหนี้
ไว้โดยถูกต้อง หากลูกหนี้ชาระหนี้เพียงบางส่วน
หนี้ก็ระงับลงเฉพาะส่วนที่ลูกหนี้ชาระแล้ว
การปลดหนี้ เช่น น้าเป็นหนี้เงินกู้แนนจานวน
10,000 บาท ต่อมาแนนได้แสดงเจตนาทา
หนังสือปลดหนี้ไปยังน้า ดังนั้นหนี้เงินกู้ระหว่าง
แนนกับน้าย่อมระงับลง
การหักกลบลบหนี้ หมายถึง การที่บุคคลสองคน
ต่างมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน โดย
มีฐานะสลับกันในหนี้สองราย ซึ่งหนี้ทั้งสอง
รายต้องมีวัตถุแห่งหนี้เหมือนกันและถึง
กาหนดชาระแล้ว บุคคลทั้งสองสามารถนาหนี้
ที่ตนมีสิทธิเรียกร้องมาหักลบกันได้หนี้ที่ถูก
หักไปย่อมระงับ
การแปลงหนี้ใหม่ หมายถึง การที่เจ้าหนี้และ
ลูกหนี้ตกลงกันเปลี่ยนแปลงสาระสาคัญแห่ง
หนี้...
การเกลื่อนกลืนหนี้ หมายถึง การที่สิทธิและ
หน้าที่ของหนี้รายหนึ่งตกแก่บุคคลคนเดียว
กล่าวคือ บุคคลนั้นมีฐานะเป็นทั้งเจ้าหนี้และ
ลูกหนี้ในหนี้รายเดียวกัน
สัญญา หมายถึง นิติกรรมสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายที่เกิดจากการแสดง
เจตนาเสนอและสนองต้องตรงกันของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปที่มุ่งจะ
ก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับ นิติสัมพันธ์
1.แบ่งตามการตอบแทนในทางทรัพย์สิน
2.แบ่งตามค่าตอบแทน
3.แบ่งตามความสมบูรณ์ในตัวเอง
1.แบ่งตามการตอบแทนในทางทรัพย์สิน
1.แบ่งตามค่าตอบแทน หมายถึง สัญญา
ที่ทาให้คู่สัญญาต่างเป็นเจ้าหนี้และ
ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน หรือมีหนี้ที่จะต้อง
ชาระตอบแทนแก่กัน
2.สัญญาไม่ต่างตอบแทน หมายถึง
สัญญาที่ก่อให้เกิดหนี้แก่คู่สัญญาเพียง
ฝ่ายเดียวโดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็น
เจ้าหนี้ ส่วนคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็น
ลูกหนี้
2.แบ่งตามค่าตอบแทน
1.สัญญามีค่าตอบแทน หมายถึง
สัญญาที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องเสีย
ค่าตอบแทนเพื่อนแลกเปลี่ยนกับ
ประโยชน์ที่ตนจะได้รับในการทา
สัญญา
2.สัญญาไม่มีค่าตอบแทน สัญญาที่
คู่สัญญาเพียงฝ่ายเดียวได้รับประโยชน์
ในทางทรัพย์สินโดยไม่ต้องเสีย
ค่าตอบแทนใดๆ เลย
3.แบ่งตามความสมบูรณ์ในตัวเอง
สัญญาประธาน หมายถึง สัญญาที่
สมบูรณ์โดยลาพังตัวเอง เช่น สัญญา
ซื้อขาย สัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจ้างทา
ของ สัญญาเช่าทรัพย์เป็นต้น
สัญญาอุปกรณ์ หมายถึง สัญญาที่ไม่
สมบูรณ์โดยลาพังตัวเอง เช่น สัญญาค้า
ประกัน สัญญาจานอง สัญญาจานา
สัญญาที่กาหนดข้อตกลงเกี่ยวกับมัดจา
หรือเบี้ยปรับ
สัญญาเพื่อบุคคลภายนอก หมายถึง สัญญาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลง
กันให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชาระหนี้ที่เกิดจากสัญญานั้นให้แก่
บุคคลภายนอก โดยบุคคลภายนอกมีสิทธิที่จะเรียกชาระหนี้จากคู่สัญญา
ฝ่ายที่เป็นลูกหนี้ได้โดยตรง
มัดจา เช่น แดงทาสัญญาจ้างดาถ่ายรูปให้ตน
โดยนัดแดงให้มารับรูปอีก 2 วันถัดไป ดา
จึงให้แดงวางเงินไว้100 บาท เพื่อเป็น
หลักประกันว่าแดงจะมารับรูปและชาระ
ค่าจ้างตามสัญญา
เบี้ยปรับ เช่น ดาจ้างแดงให้สร้างบ้านให้ตน และได้มีข้อตกลงว่าแดงต้อง
สร้างบ้านให้เสร็จภายใน 5 เดือน หากสร้างไม่เสร็จภายในวันที่กาหนด
ดาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แดง
การเลิกสัญญาสามารถกระทาได้3 วิธี ดังนี้
1.การเลิกสัญญาโดยคู่สัญญาตกลงกัน
2.การเลิกสัญญาโดยข้อสัญญา
3.การเลิกสัญญาโดยข้อกฎหมาย
ละเมิดเป็นนิติเหตุอย่างหนึ่งที่เกิดจากการกระทาของบุคคลที่ไม่ได้
ประสงค์จะให้เกิดผลทางกฎหมาย แต่การกระทานั้นมีผลก่อให้เกิดหนี้
โดยผลของกฎหมาย ดังนั้น ละเมิดจะเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้
เมื่อบุคคลใดได้กระทาการอันเป็น
ละเมิดต่อบุคคลอื่น บุคคลนั้นก็
จะต้องรับผิดเพื่อละเมิดที่ตนได้
ก่อขึ้นอันได้แก่การชดใช้ค่า
สินไหมทนแทนให้แก่ผู้เสียหาย
โดยความผิดเพื่อละเมิดสามารถ
แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด
หมายถึง การชดใช้ความเสียหาย
อันเกิดจากการกระทาละเมิด
ให้แก่ผู้เสียหาย โดยการคืน
ทรัพย์สินที่ผู้เสียหายต้องเสียหาย
ไปหรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น
รวมทั้งค่าเสียหายอย่างหนึ่งอย่าง
ใดเพื่อให้ผู้เสียหายกลับคืนสู่
ฐานะเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะ
สามารถกระทาได้
นิรโทษกรรม หมายถึง การกระทาที่เป็นละเมิดเพราะครบองค์ประกอบของ
การกระทาที่เป็นละเมิดตามที่กฎหมายกาหนดไว้แล้ว แต่กฎหมาย
กาหนดให้ผู้กระทาละเมิดไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทนแทนหรือ
รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมแทนโดยจากัด เพราะกฎหมายเห็นว่าผู้นั้นไม่
สมควรต้องรับผิดสาหรับการกระทานั้น
วันที่ 28 พ.ย. ที่กองบัญชาการตารวจนครบาล
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น.
พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง
ผกก.สน.บางนา แถลงข่าวการจับกุมตัว นาย
อภิสิทธิ์ โชคบุญทวี อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดี
วิ่งราวทรัพย์พร้อมของกลางสร้อยคอทองคา
5 เส้น น้าหนักรวม 17 บาท รวมมูลค่า
346,950 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณ
หน้าร้านเพชรทองทวีชัย ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัล
บางนา แขวงและเขตบางนา กทม.
ข่าว
1.ข้อใดไม่ใช่วัตถุแห่งหนี้?
2.การกระทาใดที่เข้าข่ายการละเมิด
3.นิติกรรมใดที่เจ้าหนี้สามารถเพิกถอนได้
4.ค่าสินไหมทดแทนใดเป็นค่าสินไหมเพื่อความ
เสียหายแก่ร่างกายและอนามัย
5.หนี้ใดที่เจ้าหนี้ไม่ได้ฟ้ องคดีต่อศาลบังคับให้
ลูกหนี้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกาหนด
กฎหมายหนี้
กฎหมายหนี้

กฎหมายหนี้