แบบประเมินผลก่อนและหลังเรียน แพ่ง 2
1.ข้อใดเป็นความหมายของคาว่าหนี้
ตอบ เป็นบุคคลสิทธิ หรือสิทธิเรียกร้องอันเป็นความเกี่ยวพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย คือ เจ้าหนี้และลูกหนี้
2.ข้อใดเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้
ตอบ มี 2 ประการ คือ นิติกรรม และ นิติเหตุ
3.วัตถุแห่งหนี้คืออะไร
ตอบ สิ่งที่จะเรียกร้องให้ชาระกันในมูลหนี้นั้น
4.วัตถุแห่งหนี้มีกี่ประการ
ตอบ มี 3 ประการ คือ การกระทาการ งดเว้นกระทาการ และ การส่งมอบทรัพย์สิน
5.เมื่อเกิดหนี้แล้ว หนี้ประเภทใดที่เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้
ตอบ หนี้ที่ขาดอายุความ
6.ข้อใดเป็นความหมายของทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้
ตอบ ทรัพย์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับวัตถุแห่งหนี้ซึ่งอาจเรียกได้ว่าทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการชาระหนี้
7.บุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิเลือกในกรณีที่วัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง
ตอบ ลูกหนี้
8.การเลือกวัตถุแห่งหนี้ต้องทาอย่างไร
ตอบ โดยการแสดงเจตนา
9.กรณีจะเป็นเช่นไรหากวัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่างแต่บางอย่างตกเป็นพ้นวิสัย
ตอบ ผู้มีสิทธิเลือกอาจต้องเลือกสิ่งที่ยังเป็นวิสัย
10.หนี้ใดเป็นหนี้ประธาน
ตอบ หนี้ที่เกิดจากละเมิด
11.ในกรณีที่เกิดหนี้ขึ้นแล้ว เจ้าหนี้และลูกหนี้มิได้กาหนดเวลาชาระหนี้ไว้ เจ้าหนี้มีสิทธิอย่างไร
ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้ทันที
12.แดงกู้เงินขาวไป 10000 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 กาหนดใช้คืนเงินกู้ภายใน 1 ปี ขาวจะเรียกให้แดงชาระเงิน
คืนได้เมื่อใด และแดงต้องชาระเงินคืนขาวเมื่อใด
ตอบ แดงจะชาระเงินคืนให้ขาวได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 แต่ขาวจะเรียกให้แดงชาระเงินคืนก่อนวันที่ 1 มกราคม
2555 ไม่ได้
13.นางไก่ ขอยืมสร้อยคอมุกจากนางเป็ด เพื่อใส่ไปงานเลี้ยงส่งผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่ 10 กรกฎาคม เมื่อพ้น
กาหนดวันเลี้ยงส่งแล้ว นางไก่ยังไม่ส่งสร้อยคอมุกคืนนางเป็ด นางเป็ดทวงสร้อยคอมุกโดยให้นางไก่คืนสร้อยไข่มุกแก่
นางเป็ดภายในวันที่ 20 กรกฎาคม เมื่อครบกาหนดแล้วนางไก่ก็ยังไม่คืนสร้อยไข่มุกให้นางเป็ด ดังนี้ถือว่านางไก่ผิดนัด
ไม่ชาระหนี้เมื่อใด
ตอบ วันที่ 20 กรกฎาคม
14.ข้อใดเป็นผลของการผิดนัดชาระหนี้
ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ชาระหนี้และเรียกค่าสินไหมทดแทน
15.ข้อใดคือหนี้ที่เจ้าหนี้ไม่ต้องเตือนให้ลูกหนี้ชาระหนี้
ตอบ หนี้ละเมิด
16.พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ คือข้อใด
ตอบ เหตุเกิดจากบุคคลภายนอก
17.นางสาวมุกดาจะแต่งงานในวันที่ 8 มิถุนายน จึงตกลงว่าจ้างให้นางสร้อยทอง ช่างตัดเสื้อตัดชุดเจ้าสาวให้มีกาหนด
ส่งในวันที่นางสาวมุกดาแต่งงาน โดยตกลงว่าจ้างในวันที่ 8 เมษายน พอถึงวันงานนางสร้อยทองยังตัดชุดให้ไม่เสร็จ จึง
โทรศัพท์แจ้งให้นางสาวมุกดาทราบ แต่ในขณะนั้นนางสาวมุกดาได้เช่าชุดเจ้าสาวมาจากร้านของนายทองคาแล้วโดย
ค่าเช่าชุดในราคาที่แพงกว่าที่ว่าจ้างให้นางสร้อยตัดชุดถึง 3 เท่า จากกรณีนี้นางสร้อยทองตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้วหรือ
ยัง ถ้าหากเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้ว จะมีผลประการใดบ้าง
ตอบ นางสร้อยทองตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้ว เพราะกาหนดเวลาชาระหนี้เป็นสาระสาคัญ และนางสร้อยทองต้องรับผิด
ในการที่นางสาวมุกดาต้องเสียเงินค่าเช่าชุดแต่งงาน
18.พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ยังคงต้องรับผิดชอบ ได้แก่
ตอบ ความประมาทของลูกหนี้อุบัติเหตุซึ่งอาจป
้ องกันได้ พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ความเจ็บป่วย
ที่ไม่ร้ายแรง เป็นต้น
19.ดาขับรถยนต์ แดงโดยประมาทเป็นเหตุให้แดงได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2554 แดงจะฟ
้ องเรียกค่าสินไหม
ทดแทนจากดาได้ตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ แดงฟ
้ องได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2554 วันที่ ดาได้ทาละเมิดต่อแดง
20.นายสุขยืมชามสังคโลกจากนายเสาร์ เพื่อไปตั้งโชว์ในวานแสดงสินค้ากาหนดส่งคืนในวันที่ 11 ธันวาคม 2554 เมื่อ
ถึงกาหนดคืนนายสุขผิดนัดไม่ส่งคืน ต่อมาอีก 10 วัน นายสุขทาชามสังคโลกแตกด้วยความประมาท ดังนี้นายสุขต้อง
เสียดอกเบี้ยในอัตราใด และนับตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2554
21.ถ้าการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้แล้วผลจะเป็นอย่างไร
ตอบ หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยโดยไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากการชาระหนี้แต่หากการ
ชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยในระหว่างผิดนัด แม้ไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ แต่ลูกหนี้ก็ไม่หลุดพ้นจากการชาระหนี้
22.กรณีใด คือเป็นการบังคับชาระหนี้โดยเฉพาะเจาะจง
ตอบ แดงขายที่ดินให้ดา แดงผิดสัญญา ดาฟ
้ องขอให้ศาลบังคับให้แดงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ดา
23.แดงทาสัญญาขายที่ดินให้ขาว แดงผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ดินให้ขาวจะฟ
้ องขอให้ศาลบังคับอย่างไรจึงจะได้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อ
ตอบ ฟ
้ องให้ศาลบังคับให้แดงโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ขาวหากแดงไม่ยอมไปโอนกรรมสิทธิ์ ขอให้ถือเอาคาพิพากษา
แทนการแสดงเจตนาของแดง
24.ก ตกลงเช่าอาคารจาก ข ค่าเช่าเดือนละ 10000 บาท เมื่อครบกาหนดสัญญาเช่า ข ไม่ต้องการให้ ก เช่าต่อและได้
บอกให้ ก ออกจากอาคารที่เช่า โดยได้บอกว่าได้ตกลงให้ ค ทาสัญญาเช่าในอาคารดังกล่าวเดือนละ 20000 บาท
ต่อมาเมื่อครบสัญญาเช่า ก ไม่ยอมออกจากอาคารดังกล่าว ทาให้ ข ไม่อาจส่งมอบอาคารให้ ค เช่าได้ และทาให้ ข ไม่
อาจเรียกเงินกินเปล่าจาก ค ได้อีกจานวน 100000 บาท ข จะเรียกค่าเสียหายอย่างไรจาก ก ได้บ้าง
ตอบ เรียกค่าเช่าเดือนละ 20000 บาท ได้เพราะเป็นค่าเสียหายธรรมดาที่เกิดจากการไม่ชาระหนี้ส่วนเงินกินเปล่า
100000 บาท เป็นค่าเสียหายที่เกิดจากพฤติการณ์พิเศษซึ่ง ก ไม่ทราบล่วงหน้าจึงเรียกไม่ได้
25.ก ทาสัญญาซื้อที่ดินของ ข เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยมีข้อตกลงให้ ก ใช้ถนนส่วนบุคคลชอง ข ผ่านออกสู่ถนใหญ่
ต่อมา ก กับ ข มีเรื่องไม่ถูกกัน ข จึงทาประตูปิดกั้นถนนไม่ให้ ก ใช้ทางออกสู่ถนนใหญ่ ดังนี้ก จะต้องดาเนินการ
อย่างไร เพื่อที่จะสามารถใช้ถนนออกสู่ถนนใหญ่ได้
ตอบ ก ต้องฟ
้ องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลภายนอกจัดการรื้อถอนประตูโดยให้ ข เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน
26.ก ตกลงซื้อไม้สักทองจาก ข โดยตกลงให้ ข ส่งไม้ให้ ก เมื่อถึงกาหนด ข ได้ให้ ค ลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกไม้ไปส่งให้
ก ระหว่างทาง ค ขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทไปชนกับรถของคนอื่นเป็นเหตุให้ไฟไหม้รถยนต์คันที่บรรทุกไม้
และไม้ที่บรรทุกในรถเสียหายทั้งหมด ดังนี้ข จะต้องรับผิดต่อ ก หรือไม่
ตอบ ข ต้องรับผิดต่อ ก เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดของ ค ซึ่งเป็นบุคคลที่ ข ใช้ให้นาไม้ไปส่งให้ ก
27.ดาตกลงทาสัญญาจะซื้อขายที่ดินให้แดง แต่ก่อนที่จะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ดานาที่ดินไปขาย
ให้เชียว และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้เขียวแล้ว ดังนี้แดงจะมีสิทธิอย่างไร
ตอบ แดงมีสิทธิเพียงเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย แต่เรียกให้โอนที่ดินไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง
28.การที่มาตรา 214 บัญญัติว่าเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้ชาระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิง หมายความว่า
อย่างไร
ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เพียงเท่าที่พอจะชาระหนี้แก่ตนเท่านั้น จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่า
ที่จาเป็นจะต้องชาระให้แก่ตนไม่ได้
29.ในกรณีหนี้เงินนั้นกฎหมายกาหนดเกี่ยวกับดอกเบี้ยไว้อย่างไร
ตอบ คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แม้คู่กรณีมิได้ตกลงกัน
30.หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย ลูกหนี้จะต้องรับผิดขอบอย่างไร
ตอบ ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชาระหนี้หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยนั้นเกิดแต่พฤติการณ์ที่ลูกหนี้มิต้องรับผิดชอบ
31.ดาทาสัญญาซื้อน้ามันเบนซินจากขาว จานวน 5000 ลิตร ถึงกาหนดส่งมอบขาวจ้างเขียวขนส่งน้ามันไปให้ดาโดย
ทางรถยนต์ แต่เขียวกลับเอาน้ามันดังกล่าวไปขายนาเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเสีย ดังนี้ขาวต้องรับผิดใช้ต่อดาหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิดราคาน้ามันแก่ดา เพราะดาใช้ให้เขียวนาน้ามันไปส่งให้ดา เมื่อเขียวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ดา ขาวก็
ต้องรับรับผิดเสมือนขาวได้ก่อให้เกิดความเสียหายเอง
32.ข้อใดเป็นความหมายของสิทธิยึดหน่วง
ตอบ สิทธิของเจ้าหนี้ที่จะครอบครองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยที่ทรัพย์สินนั้นเป็นมูลฐานให้เกิดหนี้วันที่ตนเป็นเจ้าหนี้โดย
มีสิทธิครอบครองทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้รับชาระหนี้เสร็จสิ้น
33.ก นาปากกาและนาฬิกามาให้ ข ซ่อม กาหนดว่าจะชาระเงินค่าซ่อมปากกาและนาฬิกาในวันเดียวกัน แต่ ก มารับ
ปากกาไปก่อน พอถึงวันนัดชาระเงินค่าซ่อมปากกาและนาฬิกา ก ชาระเพียงค่าซ่อมนาฬิกา เช่นนี้ข มีสิทธิอย่างไร
ตอบ ข ไม่มีสิทธิยึดหน่วงนาฬิกาไว้ เพราะ ก จ่ายค่าซ่อมนาฬิกาแล้ว
34.สิทธิยึดหน่วงระงับลงเมื่อใด
ตอบ หนี้เดิมระงับไป . ลูกหนี้หาประกันให้แทนการยึดหน่วงทรัพย์สินจานวนที่สมควร . เจ้าหนี้มิได้ครอบครอง
ทรัพย์สิน และ เจ้าหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการดูแลทรัพย์สินที่ยึดหน่วง
35.สิทธิยึดหน่วงมีผลต่ออายุความอย่างไร
ตอบ ไม่สะดุดหยุดลง แต่แม้หนี้จะขาดอายุความผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงก็ยังบังคับชาระหนี้ได้ แต่ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ค้างเกิน
5 ปี
36.สิทธิยึดหน่วงแตกต่างจากสิทธิจานอง จานา อย่างไร
ตอบ สิทธิยึดหน่วงนั้นต้องมีหนี้ที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่ครองนั้น แต่ทรัพย์ที่นามาจานอง จานานั้น อาจไม่เกี่ยวกับหนี้เลยก็ได้
37.เมื่อเกิดสิทธิยึดหน่วงแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิอย่างไร
ตอบ มีสิทธิได้ดอกผลแห่งทรัพย์สินที่ยึดหน่วง
38.เจ้าหนี้ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงมีหน้าที่อย่างไร
ตอบ ดูแลทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้ตามสมควร
39.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วง
ตอบ สิทธิยึดหน่วงไม่มีอายุความ
40.หลักเกณฑ์ของการเกิดสิทธิยึดหน่วง
ตอบ เจ้าหนี้ต้องครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น มีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่ตนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ครอง ต้องครองทรัพย์
นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย หนี้นั้นถึงกาหนดชาระแล้ว
41.ข้อใดเป็นข้อยกเว้นที่ทาให้ไม่เกิดสิทธิยึดหน่วง
ตอบ ไม่สมกับลักษณะที่เจ้าหนี้ต้องรับภาระในมูลหนี้
42.กรณีใดซึ่งเจ้าหนี้สามารถใช้วิธีการเพิกถอนการฉ้อฉล
ตอบ นิติกรรมซึ่งลูกหนี้ทาขึ้นเพื่อปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ของตน
43.เจ้าหนี้จะขอเพิกถอนการฉ้อฉลได้ภายในอายุความข้อใด
ตอบ ห้ามมิให้ฟ
้ องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือพ้นสิบปี นับแต่ได้ทานิติ
กรรมนั้น
44.ข้อใดเป็นผลของการเพิกถอนการฉ้อฉล
ตอบ เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้หมดทุกคน
45.การเพิกถอนการฉ้อฉลย่อมไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกในข้อใด
ตอบ บุคคลภายนอกผู้สุจริตอันได้สิทธิก่อนเริ่มฟ
้ องคดีเพิกถอน
46.หลักเกณฑ์ของการเพิกถอนการฉ้อฉล
ตอบ ลูกหนี้ทานิติกรรมทั้งที่รู้ว่าทาให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ต้องเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์ ผู้ได้รับลาภงอกได้รู้
ว่าการทานิติกรรมนั้นทาให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ และ ผู้ได้รับลาภงอกโดยการให้โดยเสน่หาอาจถูกเพิกถอนได้เสมอแม้จะรู้
หรือไม่รู้ก็ตาม
47.ข้อใดเป็นวิธีการที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องขอลูกหนี้
ตอบ เจ้าหนี้สามารถฟ
้ องในนามตนเอง และใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้เรียกเต็มจานวนที่ค้างชาระแก่ลูกหนี้โดยไม่
คานึงถึงจานวนที่ค้างชาระแก่ตนก็ได้ และจะต้องขอหมายเรียกลูกหนี้มาในคดีนั้นด้วย
48.ข้อใดที่เจ้าหนี้สามารถเข้าใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้
ตอบ ลูกหนี้เพิกเฉยไม่เรียกให้ผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ตกลงทาสัญญาซื้อขายไว้ และอายุความใกล้จะขาดแล้วทั้ง ๆ ที่
ไม่มีทรัพย์พอที่จะชาระหนี้ให้เจ้าหนี้
49.ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์ของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
ตอบ การที่ลูกหนี้ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องทาให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์
50.ข้อใดเป็นลักษณะของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
ตอบ เป็นการควบคุมกองทรัพย์สินของลูกหนี้
51.ข้อใดเป็นผลของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
ตอบ เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหนี้ทุกคน
52.บุริมสิทธิแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ บุริมสิทธิสามัญ และ บุริมสิทธิพิเศษ
53.ข้อใดเป็นความหมายของบุริมสิทธิ
ตอบ สิทธิที่จะบังคับชาระหนี้จากทรัพย์ที่อยู่ภายใต้บุริมสิทธิก่อนเจ้าหนี้อื่น
54.ลักษณะของบุริมสิทธิ
ตอบ เกิดจากบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นสิทธิที่ทั้งแบ่งแยกได้ และ แบ่งแยกไม่ได้ เป็นอุปกรณ์สิทธิ
55.บุริมสิทธิสามัญ ได้แก่
ตอบ ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกัน ค่าปลงศพ ค่าภาษีอากร และเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทา
ให้แก่ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้าง และ ค่าอุปโภคบริโภคอันจาเป็นประจาวัน
56.บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
ตอบ เช่าอสังหาริมทรัพย์ พักอาศัยในโรงแรม รับขนคนโดยสารหรือของ รักษาสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายสังหาริมทรัพย์
ค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ
๋ ย ค่าแรงงานกสิกรรม หรือ อุตสาหกรรม
57.บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
ตอบ รักษาอสังหาริมทรัพย์ จ้างทาของเป็นการงานทาขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
58.ในกรณีที่มีบุริมสิทธิสามัญหลายรายแย้งกัน บุริมสิทธิรายใดจะมีสิทธิดีกว่า
ตอบ เรียงลาดับที่กฎหมายกาหนดไว้ คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ค่าปลงศพ ศพ ค่าภาษีอากร และเงินที่ลูกจ้าง
มีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทาให้แก่ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้าง และ ค่าอุปโภคบริโภคอันจาเป็นประจาวัน
59.ในกรณีที่บุริมสิทธิสามัญแย้งบุริมสิทธิพิเศษ ผลจะเป็นประการใด
ตอบ ให้บุริมสิทธิพิเศษมาเป็นลาดับก่อน เว้นแต่ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันอันเป็นบุริมสิทธิสามัญได้รับยกเว้น
ได้มาก่อนบุริมสิทธิพิเศษ
60.ข้อใดเป็นผลของบุริมสิทธิสามัญ
ตอบ เจ้าหนี้ผู้ทรงสิทธิสามารถบังคับเอาจากสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ก่อนหากไม่พอจึงจะบังคับเอาจาก
อสังหาริมทรัพย์
61.ในกรณีที่บุคคลผู้ทรงสิทธิบุริมสิทธิในมูลหนี้ค่าเช่าที่ดินนั้นทรัพย์ใดที่อยู่บังคับแห่งบุริมทรัพย์
ตอบ เฉพาะสังหาริมทรัพย์ที่นาเข้ามาในที่ดิน
62.ในกรณีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์หลายรายแย้งกัน ให้ถือว่าหนี้รายใดอยู่ในลาดับก่อน
ตอบ ผู้รักษาอสังหาริมทรัพย์
63. ก ข ค เป็นลุกหนี้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 3000 บาท ต่อมา ก ล้มละลายไม่มีทรัพย์สินอะไรที่จะชาระหนี้ให้ ง ส่วน ข ได้
ชาระเงิน 3000 บาท ให้ ง ไปแล้ว ดังนั้น ข จะเรียกเงินจาก ก และ ค ได้หรือไม่เพียงใด
ตอบ ข เรียกจาก ก ไม่ได้ แต่เรียกจาก ค ได้ 1500 บาท
64.หนี้ใดเป็นหนี้ที่แบ่งชาระไม่ได้
ตอบ หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู
65.ก ข ค เป็นเจ้าหนี้ร่วมของ ง เป็นเงิน 15000 บาท ต่อมา ก ปลดหนี้ให้ ง จานวน 5000 บาท ดังนี้ก ข ค มีสิทธิที่จะ
เรียกร้องให้ ง ชาระหนี้ได้เพียงใด
ตอบ ข ค คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกให้ ง ชาระหนี้ได้ 10000 บาท แต่ ก ไม่มีสิทธิเรียกให้ ง ชาระหนี้ให้แก่ตนได้
66.นายเขียว นายเหลือง ร่วมกันกู้เงินนายขาวไป 5000 บาท โดยมีข้อตกลงระหว่างนายเขียว นายเหลืองว่า นายเขียว
จะรับผิดชอบ 2000 บาท ส่วนนายเหลืองต้องรับผิดชอบ 3000 บาท ต่อมาหนี้ถึงกาหนดชาระนายเขียว นายเหลือง ไม่
ชาระหนี้นายขาวจะเรียกร้องให้ใครชาระหนี้ให้แก่ตนได้ หรือไม่เพียงใด
ตอบ นายขาวเรียกให้นายเขียวหรือนายเหลือง ชาระหนี้ให้ตนได้ 5000 บาท
67.ก ข ค ได้ว่าจ้างให้ ง ไปฆ่า จ ในราคา 12000 บาท โดยทาเป็นสัญญากู้ว่า ก ข ค ได้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 12000 บาท
เมื่อ ง ฆ่า จ แล้ว ก ข ค ไม่ยอมชาระเงินค่าจ้าง ง จึงได้นาสัญญากู้ดังกล่าวมาฟ
้ องศาลเรียกเงินตามสัญญากู้ ดังนี้ก ข
ค จะต้องรับผิดตามสัญญากู้หรือไม่ เพียงใด
ตอบ ก ข ค ไม่ต้องรับผิดขาระตามสัญญากู้ เพราะวัตถุประสงค์ตามสัญญากู้เป็นการขัดต่อกฎหมายโดยแจ้งชัด
สัญญากู้เป็นโมฆะ หนี้ตามสัญญาไม่เกิดลูกหนี้ทุกคนได้รับประโยชน์เหมือนกันหมด คือ ไม่ต้องชาระหนี้ตามสัญญา
ให้แก่ ง
68.ก ข ค ร่วมกันให้ ง กู้เงินไป 15000 บาท โดยลักษณะที่ให้ ง ชาระหนี้ทั้งหมดแก่ผู้ใดก็ได้ เมื่อหนี้ถึงกาหนดขาระ ง
นาเงิน 15000 บาท ไปชาระหนี้ให้แก่ ก คนเดียว โดย ข ก็รู้ แต่ ค ไม่รู้ ก ไม่ยอมรับชาระหนี้โดยไม่มีมูลที่จะอ้าง
กฎหมายได้ เช่นนี้ผู้ใดตกเป็นผู้ผิดนัด เพราะเหตุใด
ตอบ ก ข ค ตกเป็นผู้ผิดนัดทุกคน เพราะ การผิดนัดของเจ้าหนี้ร่วมคนหนึ่ง ย่อมเป็นโทษแก่เจ้าหนี้ร่วมคนอื่นด้วย
69.ก ข ค เป็นลุกหนี้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 6000 บาท มีข้อตกลงระหว่าง ก ข ค ว่าให้ ก รับผิด 1000 บาท ข รับผิด 2000
บาท ค รับผิด 3000 บาท ดังนี้ง จะเรียกให้ ก ข หรือ ค ชาระหนี้ให้แก่ตนได้เพียงใด ตอบ ง เรียกให้ ก ข ค
ร่วมกันหรือเรียกให้คนใดคนหนึ่งชาระหนี้ให้ตนทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
70.นายขาว นายเขียว และนายขม ทาสัญญากู้เงินนายขาม 90000 บาท ต่อมาปรากฏว่านายขาวเป็นผู้เยาว์ และนาย
ขาวได้บอกล้างสัญญากู้แล้ว เช่นนี้นายขาว นายเขียวและนายขม จะต้องรับผิดชาระหนี้ตามสัญญากู้หรือไม่เพียงใด
ตอบ นายขาว ไม่ต้องรับผิด แต่นายเชียวและนายชมต้องรับผิดคนละ 30000 บาท
71.ก ข ค เป็นเจ้าหนี้ร่วมกันให้ ง กู้เงินไป 9000 บาท โดยไม่มีกาหนดเวลาชาระ ต่อมา ง นาเงิน 9000 บาทไปชาระ
ให้แก่ ก แต่ ก ไม่ยอมรับชาระ อ้างว่ากาลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด ไม่ต้องการนาเงินจานวนมากติดตัวไปเช่นนี้ก ข ค
จะตกเป็นผู้ผิดนัดหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ ก ข ค ยังไม่ถือเป็นเจ้าหนี้ผิดนัด เพราะ การที่ ก ไม่รับชาระหนี้ในหนี้ไม่มีกาหนดเวลานั้นยังไม่ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ผิด
นัด เจ้าหนี้มีสิทธิไม่รับชาระหนี้ได้
72.ก ข ค ซื้อม้า 1 ตัว จาก ง ถึงกาหนดส่งมอบ ง ไม่ยอมส่งมอบม้าให้ ดังนี้ก ข ค จะมีสิทธิเรียกให้ ง ส่งมอบม้าให้ได้
หรือไม่เพราะเหตุใด
ตอบ ก ข ค คนใดคนหนึ่งหรือทุกคนเรียกให้ ง ส่งมอบม้าให้ได้หากทุกคนยินยอม
73. การรับช่วงสิทธิเกิดจากกรณีใด
ตอบ โดยบทบัญญัติของกฎหมาย
74.ผลของการรับช่วงสิทธิ
ตอบ สิทธิทั้งหลายที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ในมูลหนี้ตกมาเป็นของผู้รับข่วงสิทธิ โดยอานาจของกฎหมาย
75.การโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้อันพึงชาระตามเขาสั่งต้องทาอย่างไร
ตอบ โดยสลักหลังไว้ในตราสารและส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับโอน
76.ก กู้เงิน ข ไป 5000 บาท และตกลงกันว่า ข จะไม่โอนสิทธิเรียกร้องไปยังผู้อื่น ต่อมา ข โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้รายนี้
ให้ ค ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลง ดังนี้ก จะปฏิเสธไม่ยอมชาระหนี้ให้แก่ ค ได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะ ค เป็นบุคคลภายนอกซึ่งสุจริต และ ต้องเสียหายจากข้อตกลงดังกล่าว
77.ช่วงทรัพย์ คืออะไร
ตอบ การเอาทรัพย์สินอันหนึ่งเข้าแทนทรัพย์สินอีกอันเหนึ่งในฐานะและนิตินัยอันเดียวกันกับทรัพย์สินอันก่อน
78.ช่วงทรัพย์เกิดขึ้นได้ในกรณีใด
ตอบ โดยบทบัญญัติของกฎหมาย
79.สิทธิเรียกร้องใดต่อไปนี้โอนกันได้
ตอบ สิทธิในหนี้เงินกู้
80.สิทธิเรียกร้องต่อไปนี้โอนกันไม่ได้
ตอบ สิทธิในเบี้ยเลี้ยงยังชีพที่กฎหมายกาหนดไว้ สิทธิในเงินเดือน สิทธิในบานาญ สิทธิในการได้รับเบี้ยหวัดของ
ราชการ
81.การโอนสิทธิเรียกร้อง คืออะไร
ตอบ นิติกรรมระหว่างเจ้าหนี้กับบุคคลภายนอก อันทาให้สิทธิเปลี่ยนจากเจ้าหนี้ผู้โอนไปยังบุคคลภายนอกผู้รับโอน โดย
หนี้เดิมยังคงอยู่
82.ขาวเป็นหนี้เงินกู้เขียวอยู่ 200 บาท หนี้รายนี้อาจระงับหรือสิ้นสุดลงได้ในกรณีใด
ตอบ ขาวจะต้องขอปฏิบัติการชาระหนี้ต่อเขียวเป็นอย่างนั้นโดยตรง
83.บุคคลใดเป็นผู้มีอานาจชาระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้จะไม่ยินยอมด้วย
ตอบ ผู้ค้าประกันของลูกหนี้
84.บุคคลใดมีอานาจรับชาระหนี้โดยชอบ
ตอบ ผู้จัดการมรดกของเจ้าหนี้
85.กรณีใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการชาระหนี้
ตอบ ในกรณีที่มิได้มีการตกลงกันไว้ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการชาระหนี้ตามปกติลูกหนี้เป็นผู้ต้องออกค่าใช้จ่ายนั้น
86.กรณีเรื่องหนี้เงินกู้
ตอบ ถ้าเจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อการชาระต้นเงินแล้วให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้ได้รับดอกเบี้ยแล้ว
87.เมื่อไม่มีการตกลงกันหรือแสดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องชาระหนี้กัน ณ สถานที่ใด
ตอบ หากจะต้องส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ต้องส่งมอบกัน ณ สถานที่ซึ่งทรัพย์นั้นได้อยู่ในเวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ส่วน
การชาระหนี้โดยประการอื่น ต้องชาระ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลาเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้
88.ดาเป็นหนี้แดงในมูลหนี้2 ราย คือ เป็นหนี้เงินกู้ 800 บาท โดยไม่มีกาหนดชาระ และเป็นหนี้ค่าเช่าบ้านอีก 800 บาท
ถึงกาหนดชาระในวันที่ 31 มกราคม 2526 ในวันที่ 5 เมษายน 2526 ดานาเงิน 800 บาท มาชาระให้แก่แดงโดยไม่ได้
บอกว่าจะชาระหนี้รายใดก่อน เช่นนี้จะต้องจัดสรรเงินจานวน 800 บาท นี้ชาระเงินให้แก่แดงในหนี้รายใดอย่างไรจึงจะ
เป็นการชอบด้วยกฎหมาย
ตอบ ต้องชาระเงิน 800 บาท นั้นให้แก่แดง สาหรับหนี้รายค่าเช่าบ้านก่อน เพราะเป็นหนี้ที่มีกาหนดชาระ ซึ่งได้เลย
กาหนดแล้ว
89.กรณีใด เป็นการขอปฏิบัติการชาระหนี้โดยชอบ ซึ่งจะมีผลทาให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะ
เกิดขึ้นเพราะเหตุที่ไม่มีการชาระหนี้
ตอบ นัดไปทาสัญญาซื้อขายที่ดินที่กรมที่ดิน เมื่อถึงวันที่กาหนดผู้ขายไปตามนัดหมาย แต่ผู้ซื้อไม่ไปตามนัด
90.กรณีใดที่ลูกหนี้จะวางทรัพย์ไว้ ณ สานักงานวางทรัพย์เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้ซึ่งจะมีผลให้ตนหลุดพ้นจากหนี้ได้
ตอบ เจ้าหนี้เกิดตายลงในเวลาที่ลูกหนี้มาชาระหนี้ตามกาหนด และมีบุคคลหลายคนอ้างว่ามีสิทธิชาระหนี้ดีกว่าคนอื่น
91.กรณีดังต่อไปนี้ถือเป็นการปลดหนี้ คือ
ตอบ กรณีที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทาเป็น
หนังสือด้วย ตัวอย่าง เช่น นายมั่งมีซึ่งเป็นเจ้าหนี้พูดกับนางสาวโสภายกหนี้สินที่นางสาวโสภามีอยู่ต่อตนให้เพราะ
เกิดความรักใคร่ในตัวนางสาวโสภาในภายหลัง แต่นางสาวโสภาไม่ยินยอมรับ ยืนยันจะชาระหนี้ให้ดังเดิม (กรณีนี้
ลูกหนี้จะยินยอมหรือไม่ก็ถือว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้แล้ว)
อีกตัวอย่างหนึ่ง นายมั่งมีพูดกับนางสาวโสภาว่ายกหนี้ให้เพราะเกิดความเบื่อหน่ายราคาญในการติดตามทวงให้
นางสาวโสภาชาระหนี้ให้แก่ตน
92.ผลของการปลดหนี้ คือ
ตอบ การปลดหนี้มีผลทาให้หนี้ระงับลงเท่าส่วนที่เจ้าหนี้ได้ปลดให้ ส่วนที่ไม่ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้ยังคงต้องผูกพันอยู่
ดังนั้นจึงมีการปลดหนี้แต่เพียงบางส่วนได้
93.ขาวเป็นหนี้ค่าซื้อของจากเขียว 200 บาท และยังไม่ได้ชาระ ต่อมาเขียวมาขอกู้เงินจากขาวไป 300 บาท เมื่อถึง
กาหนดชาระขาวได้ทวงให้เขียวชาระเงินกู้จานวน 300 บาทนี้เขียวจึงขอให้เอาหนี้ค่าซื้อของหักกลบลบหนี้เงินกู้ของตน
ในจานวน 200 บาท และขอชาระที่เหลืออีกเพียง 100 บาท จะกระทาได้หรือไม่ถ้าขาวไม่ยินยอมด้วย
ตอบ กระทาได้
94.การหักกลบลบหนี้จะกระทาไม่ได้ในกรณีดังนี้
ตอบ คู่กรณีตกลงกันไว้ไม่ให้มีการหักกลบลบหนี้และ โดยสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้ได้
95.การหักกลบลบหนี้มีผลตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ มีผลตั้งแต่เวลาที่หนี้ทั้งสองฝ่ายจะหักกลบลบหนี้กันได้เป็นครั้งแรก
96.การแปลงหนี้ใหม่เป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้เพื่อเลิกหรือระงับหนี้เดิม
แล้วก่อหนี้ใหม่ขึ้นมาแทน
ตอบ ในการแปลงหนี้ใหม่นี้ถ้าทาหนี้มีเงื่อนไขให้กลายเป็นหนี้ปราศจากเงือนไขก็ดี เพิ่มเติมเงื่อนไขเข้าในหนี้อัน
ปราศจากเงื่อนไขก็ดี เปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ถือว่าเป็นอันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้นั้น เช่น การเปลี่ยนหนี้เงินกู้
เป็นขายฝากที่ดิน (ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้ในการแปลงหนี้ใหม่ คือ มีการเปลี่ยนนิติกรรม
สัญญา) แต่ถ้าการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้นี้ให้ใช้บทบัญญัติว่าด้วยการ โอนสิทธิเรียกร้อง
97.การแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้กระทาได้อย่างไร
ตอบ เจ้าหนี้ทาสัญญากับลูกหนี้คนใหม่ได้เลย โดยลูกหนี้คนเดิมไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในการทาสัญญาด้วย แต่จะทา
โดยขืนใจลูกหนี้เดิมไม่ได้
98.กรณีใดที่เป็นหนี้เกลื่อนกลืนกัน
ตอบ ดาเป็นหนี้แดง แดงตาย ดาได้รับมรดกจากแดงแต่เพียงผู้เดียว ดาจึงกลับมาเป็นเจ้าหนี้ตนเองในฐานะทายาทผู้มี
สิทธิรับชาระหนี้ของแดง
99.การที่หนี้เกลื่อนกลืนกันมีผลอย่างไร
ตอบ หนี้นั้นระงับสิ้นไปโดยสิ้นเชิง ทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์
100.กรณีใดที่บุคคลจะยกข้ออ้างว่าหนี้เกลื่อนกลืนกันไม่ได้
ตอบ เมื่อหนี้นั้นตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของบุคคลภายนอก
101.ก ใช้ไม้ตี ข โดยไม่ต้องการให้ ข ถึงตาย แต่ ข บาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ดังนี้ก กระทาต่อ ข โดย
จงใจหรือไม่
ตอบ เป็นการกระทาโดยจงใจ เพราะรู้สานึกในผลเสียหาย
102.ก บุกรุกเข้าไปในตึกแถวที่ ข เช่าจาก ค แต่ไม่มีสิ่งของอื่นใดของ ข เสียหาย ดังนี้ข ได้รับความเสียหายหรือไม่
ตอบ ถือว่า ข ได้รับความเสียหายแล้ว แม้ไม่ใช่เจ้าของตึกแถว
103.ก ขุดหลุดในถนนสาธารณะซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของ ข ข จึงเอารถเข้าบ้านไม่ได้ ดังนี้ข ได้รับความเสียหายหรือไม่
ตอบ ได้รับความเสียหายแล้ว เพราะ ข เอารถเข้าบ้านไม่ได้
104.ส ขับรถขน น แล้ว ส หนีไป ส่วน น บาดเจ็บและสลบอยู่ริมถนน คนร้ายฉวยโอกาสขโมยนาฬิกาข้อมือของ น ไป
ดังนี้ส ต้องรับผิดต่อ น ในการที่นาฬิกาถูกคนร้ายลักไปหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผลมาจากการกระทาของ ส
105.จ ยืมรถของ ส ไปใช้ แล้วถูก บ ลักไป ดังนี้จ ได้รับความเสียหายหรือไม่
ตอบ ได้รับความเสียหายแล้ว เพราะ จ มีสิทธิที่จะใช้รถ
106.ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสียหายที่คานวณเป็นตัวเงินไม่ได้
ตอบ ค่าเสียแขนทุพพลภาพพิการตลอดชีวิต
107.ความเสียหายที่คานวณเป็นตัวเงินได้ ได้แก่
ตอบ ค่าขาดผลประโยชน์ทามาหาได้ เพราะไม่สามารถประกอบการงานได้ ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมรถที่ถูกชน
ค่าขาดไร้อุปการะ เป็นต้น
108.ต กับ ส เจ้าพนักงานที่ดินสนทนากันต่อหน้า อ ต ถาม ส ว่า “นายรับสินบนจากผู้ขายเท่าไหร่แล้ว” ซึ่ง ส ไม่เคยรับ
สินบนจากผู้ขาย และ ต ก็รู้ ดังนี้ถือว่า ต กล่าวหมิ่นประมาท ส หรือไม่
ตอบ เป็นหมิ่นประมาท แม้เป็นคาถามของ ค
109.ในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง ศาลพิพากษายกฟ
้ องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจาเลยมิได้มีเจตนาเอารถยนต์ของโจทก์ไป โจทก์
จะฟ
้ องทางแพ่งเรียกรถคืนจากจาเลยได้หรือไม่
ตอบ ฟ
้ องได้ เพราะเป็นการฟ
้ องทางแพ่งให้คืนรถ
110.จ กับ อ เกิดทะเบาะวิวาทกัน จ ใช้มีดแทง อ บาดเจ็บล้มลง ต เห็นเข้าก็ใช้ปืนยิง อ อ ถึงแก่ความตาย ดังนี้จ กับ ต
ร่วมกันกระทาละเมิดต่อ อ หรือไม่
ตอบ ไม่เป็นการร่วมกันทาละเมิด เพราะมิได้มีเจตนาและการกระทาร่วมกัน
111.ข้อใดที่ถือว่าเป็นการรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น
ตอบ ผู้ต้องรับผิดต้องมิได้กระทาละเมิด แต่บุคคลอื่นต้องกระทาละเมิด
112.นายแสงส่งปืนให้ลูกจ้างยิงคนร้ายที่เข้ามาขโมยสินค้าในโกดังของนายแสง ดังนี้เป็นความรับผิดของนายแสง
นายจ้างหรือเป็นการรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น
ตอบ ไม่เป็นความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น แต่เป็นความรับผิดในการกระทาของตนเอง
113.ส เป็นลูกจ้างของ จ มีหน้าที่ซ่อมรถที่ลูกค้ามาจ้าง จ ซ่อมโดยประมาทเลินเล่อ ขณะที่ทาการซ่อมตามหน้าที่ ส ทา
ให้รถลูกค้าเสียหาย ดังนี้จ ต้องรับผิดต่อลูกค้าด้วยหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง
114.ม ลูกจ้างของ ว มีหน้าที่เติมน้ามันใส่รถให้ลูกค้าที่ปั๊ม ว ออกระเบียบเป็นคาสั่งไว้ว่า ห้ามมิให้ลูกจ้างสูบบุหรี่ขณะ
ทางาน โดยประมาทเลินเล่อ ม สูบบุหรี่ทาให้เกิดไฟลุกไหม้รถลูกค้าเสียหาย ดังนี้ว ต้องรับผิดต่อลูกค้าด้วยหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเหตุละเมิดเกิดขึ้นในทางการที่จ้าง
115.ความรับผิดของผู้ว่าจ้างทาของเป็นความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่นหรือไม่
ตอบ มิใช่ความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น
116.ส จ้าง น ทาถนนเข้าบ้านของ ส ปรากฏว่า น ทาถนนรุกล้าเข้าไปในที่ดินของ ถ โดยประมาทเลินเล่อ ซึ่ง ส ไม่ทราบ
ว่าเป็นที่ดินของ ก ดังนี้ส ต้องรับผิดในการกระทาของ น หรือไม่
ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้มีส่วนผิดในงานที่สั่งให้ทา
117.เด็กไร้เดียงสาต้องรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อขึ้นหรือไม่
ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะไม่อาจมีการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
118.ม ส่งระเบิดขวดให้ อ บุตรชายผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลของตนโดยรู้ว่า อ อาจนาไปก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น
ได้ อ นาระเบิดไปขว้างปาบ้านของ ส เสียหาย ดังนี้ม ต้องรับผิดต่อ ส หรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นความรับผิดในการกระทาของตน
119.เกี่ยวกับความรับผิดในการกระทาของตนเอง ผู้เยาว์หรือบุคคลวิกลจริตกระทาละเมิด จะต้องมีการกระทาโยจงใจ
หรือประมาทเลินเล่อหรือไม่
ตอบ ต้องมีการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
120.น เป็นบุตรผู้เยาว์ของ ส และ ม ส และ ม แยกกันอยู่ โดย ส รับราชการอยู่ที่เชียงใหม่ ม อยู่ที่กรุงเทพฯ ระหว่างที่อยู่
ในความดูแลของ ม น ทาร้าย ค โดยละเมิด ดังนี้ส จะต้องรับผิดด้วยหรือไม่
ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะขณะเกิดเหตุละเมิด ส ไม่มีหน้าที่ดูแล น
121.จ คุ้นเคยกับสุนัขของ ข เป็นอย่างดีได้สอนให้สุนัขขโมยปลาสดของแม่ค้าในตลาด ดังนี้ใครต้องรับผิดต่อแม่ค้าปลา
ในตลาด
ตอบ จ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ใช้สุนัขเป็นเครื่องมือในการทาละเมิดของตนเอง
122.ว ยืมลิงมาจาก ด เพื่อใช้ในการขึ้นมะพร้าว ระหว่างที่อยู่ในการดูแลของ ว ซึ่งพักผ่อนนอนหลับอยู่ ลิงเข้าไปขโมย
กล้วยจากสวนของ ม ที่อยู่ติดกันดังนี้ว ต้องรับผิด ม หรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้รับเลี้ยงรักษาไว้แทน ด เจ้าของลิง
123.ด.ช.นิด ซึ่งเป็นเด็กซุกซน เอาก้อนหินขว้างหยอกสุนัขของนายดีเล่นด้วยความสนุกสนาน สุนัขวิ่งหนีเข้าไปในสวน
ดอกไม้ของนายมา เสียหาย โดยที่ ด.ช.นิดไม่รู้ว่าสุนัขจะวิ่งเข้าไปในสวนดอกไม้นั้นและไม่ประมาทเลินเล่อดังนี้นานดี
ต้องรับผิดต่อนายมาหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของสุนัข แล้วไปใช้สิทธิไล่เบี้ยจาก ด.ช.นิดได้
124.กระเบื้องหลังคาบ้านของ ส แผ่นหนึ่งเผยออกมาจะหลุดตกลงมาอยู่แล้ว จ มาเยี่ยม ส ที่บ้านเห็น ม ทอดกล้วยแขก
อยู่ข้างล่างริมซอยข้างบ้าน จึงใช้ไม้เขี่ยกระเบื้องให้หลุดลงมาถูก ม บาดเจ็บ ดังนี้จ ต้องรับผิดต่อ ม หรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะกระทาละเมิดโดยจงใจต่อ ม
125.ป
้ ายโฆษณา ตั้งอยู่บนดาดฟ
้ าตึกอย่าสงไม่แน่นหนา ถูกพายุที่มีได้ตามธรรมชาติพัดพังถูกบุคคลข้างล่าง เสียหาย
ดังนี้ผู้ครองป
้ ายต้องรับผิดหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครองป
้ ายอันเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น
126.ล มาเยี่ยม อ ที่บ้านพัก ซึ่ง อ เป็นเจ้าของและอยู่อาศัย เมื่อ ล กินกล้วยแล้วได้ขว้างเปลือกกล้วยออกไปทาง
หน้าต่าง บังเอิญเปลือกกล้วยไปถูก ป ขณะนั่งเล่นอยู่ที่สนามข้างบ้านโดยที่ ล ไม่ทันเห็นมาก่อน อ ต้องรับผิดต่อ ป
หรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้อยู่ในโรงเรือน
127.ศ เช่ารถยนต์นั่งมาจากบุคคลอื่นแล้วให้ ม ลูกจ้างขับไปธุระโดย ศ นั่งมาด้วย ขณะที่ ม ขับรถลุยน้ามาอย่างข้าง ๆ
ด้วยความระมัดระวัง น้ากระเซ็นไปถูก ท ที่ยืนรอรถประจาทางอยู่ริมถนนเปียกโชก โดยที่ ม คนขับ และ ศ เองก็มองไม่
เห็น ดังนี้ศ ต้องรับผิดต่อ ท หรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครองยานพาหนะที่เดินด้วยกาลังเครื่องจักร
128.ท ทะเลาะวิวาทกับ ม จึงคว้าระเบิดขวดที่อยู่ในความครอบครองของ ช ขว้างไปที่ ม ได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ท หรือ ช
ต้องรับผิดต่อ ม
ตอบ ท กระทาละเมิดโดยใช้ระเบิดขวดที่อยู่ในความครอบครองของ ช เป็นเครื่องมือจึงต้องรับผิดต่อ ม
129. นางสายเป็นเจ้าของบ้าน และครอบครองแก๊สซึ่งบรรจุอยู่ในถัง และใช้ในการหุงต้มในครัว ขณะที่นางสายนอน
หลับ ถังแก๊สระเบิดไฟไหม้บ้านลุกลามไปยังบ้านนางสุด ซึ่งอยู่ติดกันเสียหาย ดังนี้นางสายต้องรับผิดต่อนางสุดหรือไม่
ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครองแก๊สอันเป็นทรัพย์อันตรายโดยสภาพ
130.นายดาเป็นเจ้าของสุนัข นาสุนัขไปให้นายแดง สัตว์แพทย์รักษา โดยนายแดงได้รับสุนัขของนายดาไว้ดูอาการที่
คลินิกของนายแดง ในวันต่อมาขณะที่นายแดงตรวจดูอาการสุนัข สุนัขได้กัดนายแดงเป็นแผลลึก ดังนี้นายแดงจะเรียก
ค่าเสียหายจากนายดาได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะขณะนั้นนายแดงเป็นผู้รับเรื่องรักษาไว้แทนนายดา สุนัขจึงอยู่ในความดูแลของนายแดง
131.ส บุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในตึกแถวของ อ ดังนี้อ จะมีสิทธิอย่างไรบ้าง
ตอบ ฟ
้ องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งให้ ส ออกจากตึกแถวดังกล่าว
132.จาเลยขับรถยนต์นั่งชนรถบรรทุกของโจทก์ที่จอดอยู่เสียหายโดยละเมิด โจทก์จึงเอารถบรรทุกออกให้เช่าไม่ได้ ดังนี้
โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการทีโจทก์ขาดรายได้ที่เป็นค่าเช่าจากจาเลยได้หรือไม่
ตอบ เรียกได้ เพราะเป็นค่าเสียหายในความเสียหายจากกการกระทาละเมิด
133.โจทก์ด่าจาเลยด้วยถ้อยคาหยาบคายและพาดพิงไปถึงบิดามารดาของจาเลย จาเลยจึงชกต่อยโจทก์บาดเจ็บ ดังนี้
ศาลจะลดค่าเสียหายลงได้หรือไม่
ตอบ ลดได้ เพราะความเสียหายเกิดเพราะความผิดของโจทก์ที่ด่าว่าจาเลย
134.ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายของบิดา จะมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพราะขาดไร้อุปการะตามกฎหายจากผู้ทา
ละเมิดให้บิดาตายได้หรือไม่
ตอบ ไม่มีสิทธิ เพราะมิใช่การขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย
135.ส เป็นข้าราชการของ มสธ ถูก ป ขับรถชนโดยละเมิดได้รับบาดเจ็บ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส ได้
เบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการไปแล้วตามสิทธิ ดังนี้ส จะมีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลจาก ป ได้หรืไม่
ตอบ มีสิทธิเรียกจาก ป ได้ตามหลักกฎหมายทั่วไป
136.โจทก์ถูกจาเลยขับเรือยนต์ชนโดยประมาทเลินเล่อทาให้ต้องตัดขาไปข้างหนึ่งต้องทุพพลภาพพิการตลอดชีวิต
ได้รับค่ารักษาพยาบาลไปจากจาเลยแล้ว ดังนี้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการี่ต้องเสียขาไปได้หรือไม่
ตอบ เรียกได้ เพราะเป็นค่าเสียหายในความเสียหายอย่างอื่นมิใช่ตัวเงิน คนละส่วนกับค่ารักษาพยาบาล
137.จาเลยลักรถยนต์ของโจทก์ไป โจทก์จึงฟ
้ องเรียกรถคืน ดังนี้คดีของโจทก์
ตอบ ไม่มีกาหนดอายุความ เพราะใช้สิทธิติดตามเอาคืน
138.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 รถของ ช ถูก ส ขับรถชนโดยประมาทเลินเล่อ และ ช ก็รู้ว่าถูกชนและรู้ตัวผู้กระทาละเมิด
คือ ส ในวันนั้น พอวันที่ 5 ตุลาคม 2546 ช ก็เอารถไปจ้างซ่อม พอซ่อมเสร็จวันที่ 10 ตุลาคม 2546 ก ก็จ่ายค่าซ่อมไปใน
วันที่ 10 นั้น ดังนี้ช ต้องฟ
้ องเรยกค่าเสียหายในค่าซ่อมภายในวันที่เท่าไหร่จึงจะไม่ขาดอายุความ
ตอบ ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2547
139.ร้อยตารวจเอกกิจไม่ถูกกับนายนิติ จึงสั่งให้สิบตารวจตรีโกยผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาไปจับกุมนายนิติในข้อหาว่านาย
นิติมีของผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง ซึ่งไม่เป็นความจริง สิบตารวจตรีโกยก็ไม่ทราบว่าร้อยตารวจเอกกิจสั่งโดยมิ
ชอบ จึงไปจับกุมตามคาสั่ง ดังนี้สิบตารวจตรีโกยต้องรับผิดต่อนายนิติหรือไม่
ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้กระทาโดยจงใจหรือไม่ประมาทเลินเล่อ
140.แมวของนางจูเข้ามาขโมยกินลูกไก่ของนายดีในบริเวณบ้านหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายนายดีเห็นเข้า จึงจับแมวไว้ได้
นางจูมาขอแมวคืนนายดีไม่ยอมคืนให้ ดังนี้นายดีกระทาละเมิดต่อนางจูหรือไม่
ตอบ ไม่เป็นการละเมิด เพราะนายดีมีสิทธิยึดแมวไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทน
141.บุคคลที่ริบทรัพย์ไว้โดยสุจริต ถ้าการคืนทรัพย์ตกเป็นพ้นวิสัย การคืนลาภมิควรได้จะต้องทาอย่างไร
ตอบ ต้องคืนเพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะที่เรียกคืน
142.ก ทาสัญญาให้ ข เช่าบ้านมีกาหนด 3 ปี โดยกาหนดให้ชาระค่าเช่าในวันที่ 1 ของแต่ละเดือน ต่อมาวันที่ 25 ข นา
เงินค่าเช่าบ้านของเดือนต่อไปมาชาระให้แก่ ก ต่อมาในวันที่ 27 ของเดือนเดียวกัน ข ต้องการใช้เงินจึงมาขอเงินค่าเช่า
บ้านที่ชาระไปแล้วคืน โดยอ้างว่ายังไม่ถึงกาหนดชาระค่าเช่าเช่นนี้จะทาได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะถือว่าลูกหนี้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา และกฎหมายห้ามเรียกคืน
143.บุคคลดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิจะได้รับคืนทรัพย์ที่ตนได้ชาระไปคืน คือ
1. บุคคลผู้ชาระหนี้อันมีเงื่อนเวลาบังคับเมื่อก่อนถึงกาหนดเวลานั้น 2. บุคคลผู้ชาระหนี้ซึ่งขาดอายุความแล้ว
3. บุคคลผู้ชาระหนี้ตามหน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสมาคม
144.ผู้รับทรัพย์ไว้โดยสุจริตในกรณีของลาภมิควรได้ มีสิทธิอย่างไรในดอกผลที่เกิดขึ้นจากทรัพย์นั้น
ตอบ มีสิทธิได้ดอกผลนั้นตลอดเวลาที่ยังคงสุจริต
145.การฟ
้ องคดีในเรื่องลาภมิควรได้ ต้องฟ
้ องภายในอายุความใด
ตอบ ภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ผ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้น
146.ข้อใดที่สามารถเรียกคืนทรัพย์ฐานลาภมิควรได้
ตอบ การชาระหนี้ซึ่งเกิดจากนิติกรรมที่เป็นโมฆกรรม
147.การที่บุคคลใดได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใดของบุคคลอื่น โดยไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และการได้ทรัพย์นั้นมาทาให้
บุคคลอื่นเสียเปรียบเรียกว่าอะไร
148.ในกรณีที่ผู้จัดการ จัดการงานนอกสั่งโดยไม่สมประโยชน์ของตัวการ แต่ถ้าตัวการเห็นชอบด้วยกับกิจการนั้นตัวการ
สามารถดาเนินการตามข้อใด
ตอบ สามารถให้สัตยาบันได้
149.ข้อใดเป็นผลของการจัดการไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของผู้จัดการงานนอกสั่ง
ตอบ ใช้ค่าสินไหมทดแทน
150.ข้อใดเป็นการที่บุคคลใดเข้าทากิจกรรมแทนผู้อื่นโดยเขามิได้ว่าขานวานใช้ให้กระทา
ตอบ จัดการงานนอกสั่ง
151.ข้อใดเป็นหน้าที่ของผู้จัดการงานนอกสั่ง
ตอบ จะต้องจัดการงานไปในทางที่สมประโยชน์ของตัวการ และ ความประสงค์อันแท้จริงของตัวการ
แบบประเมินผลตนเองก่อนสอบ
เป็นคาถามปรนัยชนิดเลือกตอบ จานวน 60 ข้อ
1. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในเรื่องหนี้
1. ก. กู้เงิน ข.
2. ก. เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน
3. ก. ให้หนังสือ ข.
4. ก. ขายหนังสือให้ ข.
5. ก. จ้าง ข. ตัดต้นไม้
2. ข้อใดต่อไปนี้ยังไม่ก่อให้เกิดหนี้
1. ละเมิด
2. จัดการงานนอกสั่ง
3. ลาภมิควรได้
4. คามั่นจะให้รางวัล
5. สัญญาจะซื้อจะขาย
3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. หนี้เป็นบุคคลสิทธิ
2. หนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสิทธิเรียกร้อง
3. หนี้เป็นสิทธิเรียกร้องใช้บังคับระหว่างคู่กรณีเท่านั้น
4. หนี้เป็นบุคคลสิทธิซึ่งจากัดอยู่ในวัตถุแห่งหนี้เท่านั้น
5. วัตถุแห่งหนี้ คือ การกระทา งดเว้นกระทาการ ส่งมอบทรัพย์สิน และตัวทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการชาระหนี้
4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. หนี้ขาดอายุความด้วยกฎหมายห้ามฟ้องร้อง
2. การงดเว้นกระทาการเป็นวัตถุแห่งหนี้อย่างหนึ่ง
3. วัตถุที่ประสงค์แห่งนิติกรรมนั้นมีอยู่ 3 ประการ
4. การเลือกวัตถุแห่งหนี้กระทาด้วยการแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง
5. การเลือกวัตถุแห่งหนี้ต้องเลือกภายในระยะเวลาอันมีกาหนด
5. ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้มิพักต้องเดือนก่อน ในกรณีใดดังต่อไปนี้
1. ถ้าได้กาหนดเวลาชาระหนี้ใส่ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชาระหนี้ตามกาหนด
2. ในกรณีหนี้อันเกิดแก่มูลละเมิด ลูกหนี้ผิดนัดมาแก่เวลาที่ทาละเมิด
3. ถ้าจะต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้ากันก่อนการชาระหนี้ ถ้าคาบอกกล่าวได้กาหนดเวลาลงอาจคานวณนับได้โดย
ปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว
4. กรณีทั้ง 1, 2 และ 3
5. กรณีตาม 1 และ 2 เท่านั้น
6. พฤติการณ์ใดดังต่อไปนี้ ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้
1. เป็นเพราะความผิดของเจ้าหนี้
2. เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุ
3. เพราะพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอื่นๆ
4. เป็นเพราะพฤติการณ์ตามข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง
5. ถูกหมดทุกข้อ
7. เจ้าหนี้จะบอกนัดไม่รับชาระหนี้ได้ในกรณีใดดังต่อไปนี้
1. ก. เช่าห้อง ข. ที่ริมแม่น้าเจ้าพระยาเพื่อดูขบวนแห่เรือทางชลมารค แต่ ข. ผิดนัดไม่ส่งมอบห้องให้ตามกาหนดเวลาใน
สัญญา
2. ก. จ้าง ข. ตัดเสื้อราตรี เพื่อไปงานราตรีสโมสรในวันที่ 5 ธันวาคม แต่ ข. ผิดนัดส่งมอบเสื้อให้ในวันที่ 10 ธันวาคม
3. ก. จ้าง ข. ตัดเสื้อราตรี เพื่อไปงานราตรีสโมสรในวันที่ 5 ธันวาคม โดยตกลงว่าถ้าหากไม่ส่งมอบตามนัดข. จะต้อง
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
4. ก. เช่าห้อง ข. ที่ริมแม่น้าเจ้าพระยาเพื่อดูขบวนแห่เรือทางชลมารค โดยมีเงื่อนไขว่า หาก ข. ผิดนัด ส่งมอบห้อง
ล่าช้า ก. จะบอกปัดไม่รับมอบห้องไม่ได้
5. ผิดหมดทุกข้อ
8. วิชัยกู้เงินจากวิชิต เป็นเงิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี โดยมีวิชาเป็นผู้ค้าประกัน ยอมรับหนี้อย่าง
ลูกหนี้ร่วม หนี้ถึงกาหนดชาระในวันที่ 1 ตุลาคม 2530 เมื่อหนี้ถึงกาหนดชาระ วิชัยไม่มีเงินชาระหนี้ วิชาจึงนาเงิน
ทั้งหมดที่วิชัยจะต้องรับผิดไปชาระหนี้ให้แก่วิชิตแต่วิชิตไม่ยอมรับ อ้างว่าจะต้องรีบเดินทางไปต่างประเทศ ไม่มีเวลาที่
จะรับเงินรักษาไว้ได้เมื่อวิชิตกลับจากต่างประเททศแล้ววิชิตจะฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชัยและวิชาได้หรือไม่
1. ฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชาไม่ได้เลย
2. ฟ้องเรียกเงินต้นจากวิชาได้ และดอกเบี้ยจะต้องฟ้องเรียกจากวิชัย
3. ฟ้องเรียกให้วิชัยและวิชาร่วมกันชาระเงินต้นได้แต่เรียกดอกเบี้ยไม่ได้
4. ฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชัยได้แต่เรียกจากวิชาไม่ได้
5. ฟ้องเรียกเงินต้นจากวิชัยได้ แต่ดอกเบี้ยจะฟ้องร้องเรียกจากวิชา
9. เอทาสัญญาส่งผลไม้ให้แก่บี ในสัญญามีข้อตกลงว่าเอจะไม่ขอรับผิดในความสูญหาย แม้จะเกิดจากความประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ตาม ต่อมา เอว่าจ้างรถยนต์บรรทุกของซีขนส่งผลไม่ไปให้บี ระหว่างทางคนขับ
รถยนต์ของซีขับรถโดยประมาทชนเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้รถยนต์คว่า ผลไม้ที่บรรทุกในรถเสียหายทั้งหมด ดังนี้เอจะต้อง
รับผิดต่อบีหรือไม่ เพราะเหตุใด
10. หลักทั่วไปในการบังคับชาระหนี้ โดยเฉพาะเจาะจงคือ
1. สภาพแห่งหนี้จะต้องเปิดช่องให้บังคับกันได้
2. สภาพแห่งหนี้จะต้องอยู่ในวิสัยที่ลูกหนี้ยังชาระหนี้ได้
3. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชาระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์ อันแท้จริงแห่งมูลหนี้
4. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มตามหนี้
5. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมากที่สุดเท่าที่จะทาได้แต่ไม่ได้เต็มตามหนี้
11. เจ้าหนี้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่พฤติการณ์พิเศษหมายความว่า
1. เรียกเอาค่าเสียหายธรรมดาที่เกิดจากการไม่ชาระหนี้
2. เรียกเอาค่าเสียหายจากเหตุอื่นก็ได้แม้จะเป็นค่าเสียหายที่ไกลต่อเหตุอันเนื่องมาจากการไม่ชาระหนี้
3. เรียกเอาค่าเสียหายพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ค่าเสียหายธรรมดาอันเกิดจากการไม่ชาระหนี้ แต่ลูกหนี้ต้องรู้ว่าจะเกิดความเสียหาย
พิเศษนั้น
4. ค่าเสียหายพิเศษที่จะเลือกเอาได้จากการที่ไม่ชาระหนี้นั้น จะคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นเท่านั้นไม่พอจะต้องรู้ว่า
หากไม่ชาระหนี้จะต้องเกิดความเสียหายพิเศษขึ้นอย่างแน่นอน
5. ค่าเสียหายพิเศษที่จะเลือกเอาได้จากการชาระหนี้ของลูกหนี้นั้น ลูกหนี้จะต้องรู้จากเจ้าหนี้ด้วยตนเองโดยตรง หากรู้จัก
บุคคลภายนอกลูกหนี้ก็ไม่ต้องรับผิดต่อความเยหายพิเศษดังกล่าว
12. นายชอบกับนางชิตเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทามาหากินด้วยกันจนมีที่ดิน 1 แปลง ต่อมานาย
ชอบได้กู้เงินนายชัย นาเงินไปเที่ยวเตร่จนหมด และผิดนัดไม่ชาระหนี้ นายชัยจึงฟ้องศาลและยึดที่ดินแปลงดังกล่าวมา
ขายทอดตลาด ได้เงินมาพอชาระหนีพอดี นางชิตร้องต่อศาลขอเงินที่ขายที่ดินได้กึ่งหนึ่ง อ้างว่ามีส่วนเป็นเจ้าของที่ดิน
ครึ่งหนึ่งเมื่อขายได้แล้วนายชัยมีสิทธิเอาไปชาระหนี้ได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เช่นนี้นางชิตมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าขาย
ที่ดินกึ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะเหตุใด
1. ไม่มีสิทธิที่จะได้เพราะนายชอบนางชิตเป็นสามีภรรยากัน
2. ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นหนี้ที่นายชอบก่อขึ้นระหว่างนายชอบกับนางชิดยังเป็นสามีภรรยากันอยู่
3. ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นหนี้ร่วมกัน เนื่องจากเป็นสามีภรรยากัน
4. มีสิทธิที่จะได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งเนื่องจากนายชัยฟ้องนายชอบคนเดียวแต่ไม่ได้ฟ้องนางชิตด้วย
5. มีสิทธิที่จะได้สาวนแบ่งครึ่งหนึ่ง เพราะเป็นหนี้ส่วนตัวของนายชอบ ซึ่งนางชิตไม่ต้องรับผิดร่วมด้วย และนายชอบกับ
นางชิตก็ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย
13. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. การรับช่วงสิทธิเกิดโดยนิติกรรมและนิติเหตุ
2. การรับช่วงทรัพย์มีได้โดยบัญญัติของกฎหมายเท่านั้น
3. การรับมรดกโดยเจ้าหนี้ตายแตกต่างกับรับช่วงสิทธิ
4. การรับช่วงสิทธิเรียกว่าได้ว่าช่วงบุคคล
5. การรับช่วงบุคคลคือมีคนที่มิใช่เจ้าหนี้เข้าแทนที่เจ้าหนี้เดิม
14. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. ลูกหนี้ขัดขืนหรือเพิกเฉยไม่ได้สิทธิเรียกร้องของตนเจ้าหนี้ใช้สิทธินั้นได้
2. เจ้าหนี้เสียประโยชน์เพราะการที่ลูกหนี้ไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง เจ้าหนี้จึงใช้สิทธิเรียกร้องนั้นได้
3. เจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องของลุกหนี้นั้นจะต้องขอหมายเรียกลูกหนี้มาในคดีนั้นด้วย
4. สิทธิเรียกร้องของลุกหนี้ที่ลูกหนี้ไม่ใช้และที่เจ้าหนี้จะเข้ามาใช้แทนได้นั้นต้องไม่ใช่สิทธิเป็นการส่วนตัวของลูกหนี้
โดยแท้
5. การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้นั้นเจ้าหนี้ต้องทาเป็นหนังสือกับลูกหนี้ก่อน
15. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องในเรื่องการเพิกถอนการฉ้อฉล
1. การเพิกถอนนั้นได้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคน
2. บุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล คือ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และลูกหนี้คนใหม่
3. การเพิกถอน การฉ้อฉลไม่อาจกระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอก อันได้มาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอเพิก
ถอน
4. การเพิกถอนการฉ้อฉลห้ามฟ้องร้อง เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้รู้ถึงเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือพ้นสิบปีนับ
แต่ได้ทานิติกรรมนั้น
5. การร้องขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลคือต้องฟ้องเป็นคดีขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอน
16. ก. เป็นลูกหนี้ ข. และ ก. เป็นคนหนี้สินล้นพ้นตัว วันหนึ่ง ค. ขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อชนรั้วบ้าน
ของ ก. เสียหาย และ ก. ก็ไม่ใช่สิทธิใดๆ ที่มีอยู่คงเพิกเฉยเสีย ดังนี้ ข. มีสิทธิอย่างไร
1. รับช่วงสิทธิจากลูกหนี้ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด
2. รับช่วงทรัพย์จากลูกหนี้ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด
3. ใช้สิทธิเรียกร้องของ ก. ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด
4. ใช้สิทธิเพิกถอนการฉ้อฉลระหว่างก. และ ค.
5. ใช้สิทธิยึดหน่วงแทน ก.
17. ดานาเรือไปให้ขาวซ่อม ดาไม่ชาระหนี้ค่าซ่อมเรือแก่ขาวขาวมีสิทธิอย่างไร
1. สิทธิพิเศษเหนือเรือที่ดานามาซ่อม
2. สิทธิยึดหน่วงเรือที่ดานามาซ่อมในหนี้ค่าซ่อมเรือ
3. สิทธิเหนือทรัพย์สินของดาในการชาระหนี้ค่าซ่อมเรือ
4. สิทธินาเรือดาไปขายเพื่อชาระหนี้ค่าซ่อมที่ดาค้างอยู่
5. สิทธิยึดเรือของดาเป็นของขาวทันที
18. กรณีใดต่อไปนี้ไม่ทาให้สิทธิยึดหน่วงระงับ
1. เจ้าหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการดูแลรักษาทรัพย์ที่ยึดหน่วงไว้
2. ลูกหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการรักษาทรัพย์ที่ถูกยึดหน่วงไว้
3. เจ้าหนี้มิได้ครอบครองทรัพย์
4. หนี้เดิมระงับ
5. ลูกหนี้หาประกันให้แทนการยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ในอานาจที่สมควร
19. บุริมสิทธิเป็นสิทธิประเภทใด
1. ทรัพยสิทธิ
2. บุคคลสิทธิ
3. สิทธิยึดหน่วง
4. สิทธิเหนือทรัพย์ที่เป็นประกัน
5. สิทธิเหนือทรัพย์ของบุคคลอื่น
20. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่บุริมสิทธิสามัญ
1. ค่าปลงศพ
2. ค่าภาษีอากร
3. ค่าจ้างคนงาน
4. ค่าเครื่องอุปโภคอันจาเป็นประจาวัน
5. ค่าล่วงเวลาของเสมียน
21. ประเภทของบุริมสิทธิพิเศษได้แก่อะไรบ้าง
1. บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์
2. บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์
3. บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์และเหนืออสังหาริมทรัพย์
4. บุริมสิทธิพิเศษเหนือทรัพย์ที่จานา จานอง
5. บุริมสิทธิพิเศษเหนือทรัพย์ที่จานา จานอง ยึดหน่วง
22. กรณีใดต่อไปนี้เป็นบุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์
1. เช่าอสังหาริมทรัพย์
2. พักอาศัยในโรงแรม
3. ค่าแรงงานกสิกรรม
4. ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
5. รับขนของ
23. บุริมสิทธิในมูลพักอาศัยในโรงแรมไม่ครอบคลุมถึงข้อใดต่อไปนี้
1. เงินที่เจ้าของโรงแรมได้ออกแทนแขกของผู้เดินทาง
2. เงินค่าเช่ารถของโรงแรมที่ผู้เดินทางได้ว่าจ้าง
3. เงินค่าโทรศัพท์ที่ผู้เดินทางได้ใช้ในโรงแรม
4. เงินที่เจ้าของโรงแรมได้ออกแทนผู้เดินทาง
5. เงินค่าวงดนตรีที่โรงแรมจ้างมาเล่นให้ผู้เดินทางฟัง
24. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด
1. บุริมสิทธิในมูลเช่าแห่งอสังหาริมทรัพย์มีเหนือสิทธิจานอง
2. บุริมสิทธิในมูลจ้างทาของเป็นการงานเหนืออสังหาริมทรัพย์มีสิทธิเหนือสิทธิจานอง
3. บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิเหนือสิทธิจานอง
4. บุริมสิทธิใดก็ตามหากไปจดลงทะเบียนไว้แล้วมีสิทธิเหนือสิทธิจานอง
5. บุริมสิทธิพิเศษมีสิทธิเหนือบุริมสิทธิสามัญทุกกรณี
25. จรัญ จรูญ และเจรียน ได้ร่วมกันลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินจากจรวยเป็นเงิน 30,000 บาท สัญญาไม่ได้ระบุว่าผู้ใด
จะต้องรับผิดเท่าใดเมื่อถึงกาหนดชาระเงิน จรวยแจ้งแก่จรัญคนเดียวว่าจรวยปลดหนี้ให้แก่จรัญแต่จรูญและเจรียนยังต้อง
รับผิดเงิน 30,000 บาทแก่ตนอยู่เมื่อหนี้ถึงกาหนดชาระ จรูญนาเงิน 20,000 บาทไปชาระให้แก่จรวย เช่นนี้จรูญจะไล่เบี้ย
เอาจากใครได้บ้าง และคนละเท่าไร
1. ไล่เบี้ยเอาจากจรัญได้10,000 บาท
2. ไล่เบี้ยเอาจากเจรียนได้10,000 บาท
3. ไล่เบี้ยเอาจากจรัญได้5,000 บาท
4. ไล่เบี้ยเอาจากเจรียนได้50,000 บาท
5. ไล่เบี้ยเอาจากใครไม่ได้เลย
26. หนี้อันจะแบ่งกันชาระมิได้คือ
1. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์
2. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
3. หนี้อันจะแบ่งแยกไม่ได้โดยเจตนาของคู่กรณี
4. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์และบทบัญญัติของกฎหมาย
5. หนี้อันจะแบ่งแยกไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์โดยบทบัญญัติของกฎหมายและโดยเจตนาของคู่กรณี
27. ก. ข. และ ค. ได้ร่วมกันกู้เงิน ง. ไป 9,000 บาท ต่อมาเมื่อหนี้เงินกู้ดังกล่าวขาดอายุความแล้วก. ได้นาเงินไปชาระ
ให้แก่ ง. 3,000 บาทข. และ ค. ไม่ชาระ ดังนี้ ง. จะฟ้องเรียกเงินที่เหลือได้จากใครบ้าง และได้คนละเท่าไร
1. ฟ้องเรียกเอาจากใครไม่ได้เลย
2. ฟ้องเรียกเอาจาก ข. และ ค. ได้คนละ 3,000 บาท
3. ฟ้องเรียกเอาจาก ก. ข. และ ค. ได้คนละ 2,000 บาท
4. ฟ้องเรียกเอาจาก ก. ได้6,000 บาท แต่เรียกเอาจาก ข. และ ค. ไม่ได้
5. ฟ้องเรียงเอาจาก ข. หรือ ค. คนใดคนหนึ่งได้ทั้งหมด
28. ลักษณะสาคัญของเจ้าหนี้ร่วมคือ
1. เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้โดยสิ้นเชิงได้ แต่ลูกหนี้จะเลือกชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคน
หนึ่งไม่ได้
2. เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้โดยสิ้นเชิงได้ แต่ลูกหนี้จะเลือกชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคน
หนึ่งโดยสิ้นเชิงได้
3. ลูกหนี้จะชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้โดยสิ้นเชิงตามแต่จะเลือก เว้นแต่เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นฟ้องให้ลูกหนี้ชาระ
หนี้แล้ว
4. ในหนี้ระยะเดียวกันมีเจ้าหนี้หลายคน เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้โดยสิ้นเชิง เว้นแต่
เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องลูกหนี้ให้ชาระแล้ว
5. ในหนี้รายเดียวกันมีเจ้าหนี้หลายคน ลูกหนี้จะชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งโดยสิ้นเชิงก็ต่อเมื่อลุกหนี้ได้ถูก
เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งฟ้องให้ชาระหนี้แล้ว
29. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. สิทธิเรียกร้องซึ่งสภาพแห่งหนี้ไม่ปิดซอง โอนกันไม่ได้
2. สิทธิเรียกร้องซึ่งคู่กรณีแสดงเจตนาห้ามโอน โอนกันไม่ได้
3. สิทธิเรียกร้องที่ศาลยึดไม่ได้โอนกันไม่ได้
4. การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทาหลักฐานเป็นหนังสือ
5. การโอนสิทธิเรียกร้องเกิดจากนิติกรรม
30. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่สามารถโอนกันได้
1. หนี้เกิดจากจัดการงานนอกสั่ง
2. สิทธิในค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภรรยา
3. เงินเดือน
4. ค่าจ้าง
5. บานาญ
31. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. ถ้าพิพาทอ้างสิทธิในการโอนต่างรายโอนรายใดได้บอกกล่าวหรือตกลงก่อนโอนรายนั้นมีสิทะดีกว่าโอนรายอื่นๆ
2. เมื่อโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ผู้รับโอนกลายมาเป็นเจ้าหนี้ใหม่ ลูกหนี้ต้องชาระหนี้แก่ผู้รับโอนโดยตรง
3. สิทธิเรียกร้องย่อมตกได้แก่ผู้รับโอนทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์
4. ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจะใช้บุริมสิทธิใดๆ ที่ตนมีอยู่เกี่ยวด้วยสิทธิเรียกร้องในกรณีบังคับยึดทรัพย์หรือล้มละลายนั้นก็
ได้
5. การโอนสิทธิเรียกร้องนั้น หนี้เดิมระงับ
32. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
1. การโอนสิทธิเรียกร้องเกิดจากนิติกรรม
2. การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทาหลักฐานเป็นหนังสือ
3. เงินสงเคราะห์เป็นสิทธิที่โอนกันไม่ได้
4. การบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังลูกหนี้นั้นไม่จาเป็นต้องให้ลูกหนี้ยินยอมด้วย
5. แม้จะมีการโอนสิทธิเรียกร้องกันแล้ว แต่ลูกหนี้ยังไม่ได้รับคาบอกกล่าวผู้รับโอนจะอ้างต่อลูกหนี้ว่ามีการโอนกันแล้ว
ไม่ได้
33. บุคคลใดต่อไปนี้มีอานาจรับชาระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
1. บิดามารดาของเจ้าหนี้
2. คู่สมรสของเจ้าหนี้
3. บุตรของเจ้าหนี้ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว
4. ผู้จัดการมรดกของเจ้าหนี้
5. ทนายความของเจ้าหนี้
34. ข้อใดถูกในข้อความต่อไปนี้
1. ทุกกรณีที่มีการชาระหนี้ ผู้รับชาระหนี้ต้องออกใบเสร็จให้ผู้รับชาระหนี้เสมอ จึงจะรับฟังเป็นหลักฐานว่ามีการชาระ
หนี้ได้
2. การปลดหนี้ทุกกรณีกระทาโดยเจ้าหนี้ แสดงเจตนาฝ่ายเดียวโดยทางวาจาต่อลูกหนี้ก็เพียงพอแล้ว
3. ทาสัญญาซื้อขายลูกสุนัขกันถ้ามิได้ตกลงกันให้ส่งมอบลูกสุนัขณ ที่ใด ผู้ขายต้องส่งมอบลูกสุนัขให้ที่ภูมิลาเนาของผู้
ซื้อ
4. การที่เจ้าหนี้เงินกู้ไม่เรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้จนเวลาล่วงเลยไปเกิน 10 ปี แล้ว ย่อมมีผลให้หนี้ระงับลงได้
5. การเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ กระทาได้เฉพาะกรณีชาระหนี้โดยสิ้นเชิงเท่านั้น
35. ดากู้เงินแดง 1,000 บาท โดยไม่มีกาหนดชาระ แล้วยังเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อจากแดงอีก 500 บาท กาหนดชาระใน
วันที่ 3 สิงหาคม2530 รวมทั้งยังค้างค่าเช่าบ้านแดงอยู่อีก 800 บาท โดยดาจานานาฬิกาข้อมือราคา 1,000 บาท ไว้เป็น
ประกัน หนี้ค่าเช่าบ้านถึงกาหนดชาระวันที่ 3 สิงหาคม 2530 เช่นกัน ครั้งวันที่ 4 สิงหาคม 2530 ดานาเงิน 900 บาท มา
ชาระให้แก่แดงโดยไม่ระบุว่าชาระหนี้รายใดก่อนเช่นนี้ต้องจัดสรรชาระหนี้ให้แก่แดงอย่างไร จึงจะชองด้วยกฎหมาย
1. ชาระเงินกู้ก่อน
2. ชาระเงินค่าซื้อของเชื่อก่อน ที่เหลือจึงชาระเป็นค่าเช่าบ้าน
3. ชาระค่าเช่าบ้านก่อน ที่เหลือจึงชาระเป็นค่าซื้อของเชื่อ
4. แบ่งชาระหนี้ทั้ง 3 ราย ไปรายละ 300บาทเท่าๆ กัน
5. รับชาระรายใดก่อนหลังกันก็ได้เพราะเป็นเจ้าหนี้คนเดียวกัน
36. ข้อใดเป็นการปลดหนี้
1. เจ้าหนี้แสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้โดยยอมรับลูกสุนัขที่ลูกหนี้นามาไว้ให้แทน
2. เจ้าหนี้เพิกเฉยไม่ติตามทวงถามให้ลูกหนี้ชาระหนี้จนล่วงเลยอายุความ
3. เจ้าหนี้แสดงเจตนาแสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้เพราะเบื่อหน่ายที่จะทวงถามให้ชาระ
4. เจ้าหนี้แสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้โดยขอให้ลูกหนี้สมรสกับตนแทน
5. เจ้าหนี้กล่สาวกับมารดาของลูกหนี้ว่ายกหนี้ให้แก่ลูกหนี้เพราะสงสารที่ลูกหนี้เป็นคนดีมีความกตัญญู
37. การหักกลบลบหนี้จะกระทาไม่ได้ในกรณีใด
1. คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม
2. สถานที่ชาระหนี้ทั้งสองรายที่จะหักกลบลบกันไม่ใช่สถานที่เดียวกัน
3. จานวนหนี้ทั้งสองรายไม่เท่ากัน
4. หนี้ทั้งสองรายถึงกาหนดชาระไม่พร้อมกัน
5. หนี้ทั้งสองรายมีวัตถุในการชาระหนี้ต่างกัน
38. การหักกลบลบหนี้มีผลในเวลาใด
1. เวลาที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้
2. เวลาที่การแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้ไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง
3. เวลาที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งรับทราบการแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้
4. เวลาที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งสนองรับการแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้
5. เวลาที่หนี้ทั้งสองรายจะหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก
39. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้ในการเปลี่ยนแปลงหนี้ใหม่
1. เปลี่ยนตัวผู้ค้าประกันในหนี้
2. เปลี่ยนหนี้ของฝากเป็นหนี้เงินกู้
3. ลดดอกเบี้ยให้
4. ผ่อนเวลาชาระหนี้ออกไป
5. เพิ่มเติมหลักประกันในหนี้
40. การที่หนี้เกลื่อนกลืนกัน มีผลอย่างไร
1. หนี้ระงับไปโดยสิ้นเชิงทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์
2. หนี้ประธานระงับ แต่หนี้อุปกรณ์ยังมีผลบังคับอยู่
3. หนี้อุปกรณ์ระงับ แต่หนี้ประธานยังมีผลบังคับอยู่
4. ถือว่าไม่มีหนี้เกิดขึ้นเลยมาตั้งแต่ต้น
5. หนี้เดิมระงับโดยเกิดหนี้ใหม่ขึ้นมาแทนโดยประการแห่งหนี้ เดิมระงับด้วยเว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น
41. ความเคลื่อนไหวของเด็กไร้เดียงสาถือว่าเป็นการกระทาหรือไม่
1. ถือว่าเป็นการกระทาแล้ว
2. ถ้าหากมารดาค่อยดูแลอยู่ก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทา
3. ถ้าเด็กมีเสียงร้องก็ถือว่าเป็นการกระทา
4. ไม่ถือว่าเป็นการกระทา
5. ถ้าเกิดความเสียหายก็เป็นการกระทา
42. กระทาโดยจงใจหมายถึง
1. การตั้งใจกระทา
2. รู้สานึกในผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทาของตน
3. รู้สานึกในความเคลื่อนไหวของตน
4. รู้สานึกในการกระทาของตน
5. กระทาโดยไม่เผอเรอ
43. ครูบาอาจารย์ที่ทาโทษศิษย์ตามสมควรเป็นการกระทาผิดกฎหมายหรือไม่
1. เป็นผิดกฎหมาย เพราะครูไม่มีอานาจทาโทษศิษย์
2. ไม่เป็นผิดกฎหมายถ้าหากเป็นการทาโทษเด็กนักเรียนเล็กๆ
3. เป็นผิดกฎหมายถ้าเป็นการเฆี่ยนตีศิษย์
4. ไม่เป็นผิดกฎหมาย
5. เป็นผิดกฎหมาย ถ้าบิดามารดาไม่ยินยอม
44. นายสุดชกต่อยนายสา นายสาล้มลงขณะนั้นบังเอิญนายชูซึ่งไม่ถูกกับนายสามาก่อนผ่านมาพอดี จึงเตะนายสา
ทันที ดังนี้ นายสุด นายชูต้องร่วมกันรับผิดต่อนายสาหรือไม่
1. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะชกต่อยและเตะขณะเดียวกัน แม้บังเอิญมาพบเข้าพอดี
2. ไม่ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะมิได้มีเจตนาและกระทาร่วมกัน
3. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะนายชูเตะนายสาหลังจากนายสุดชกต่อยนายสาล้มลง
4. ไม่ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะนายชูบังเอิญมาพบโดยไม่ได้ตั้งใจ
5. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องทาร้ายร่างกายด้วยกัน
45. ข. กาลังรีดผ้าให้ก. นายจ้างตามหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อทาให้เพลิงไหม้บ้านของ ค. ที่ ก. เช่าอยู่
เสียหาย ดังนี้ ก. นายจ้างต้องรับผิดต่อ ค. หรือไม่
1. ต้องรีบผิด เพราะ ข. ทาให้เกิดเพลิงไหม้บ้านของ ค.
2. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. มิได้ประมาทเลินเล่อ
3. ต้องรับผิด เพราะ ข. เป็นผู้จ้างของ ก.
4. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเรื่องลูกจ้างประมาทเลินเล่อ
5. ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง
46. ผู้ว่าจ้างทาของต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างก่อให้เกิดแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทาการงานที่ว่าจ้าง
หรือไม่
1. ต้องรับผิด
2. ไม่ต้องรับผิด
3. ต้องรับผิด ถ้าจัดหาเครื่องมือให้
4. ไม่ต้องรับผิด ถ้ามีข้อตกลงกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
5. ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้เยาว์ ก็ต้องรับผิด
47. ผู้รับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถจะต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการกระทาละเมิดซึ่งได้กระทาลงใน
ระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตนหรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะไม่ใช่บิดามารดา
2. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเพียงผู้ดูแล
3. ต้องรับผิด ถ้ามิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร
4. ไม่ต้องรับผิด ถ้ามีข้อตกลงกับบิดามารดา
5. ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ดูแล
48. นายชูเป็นบิดาของเด็กชายน้อย ซึ่งเป็นเด็กซุกซนและอยู่ในความดูแลของนายชู ขณะที่นายชูนอนหลับอยู่ เด็กชาย
น้อยเกิดทะเลาะวิวาทกับเด็กชายนิด และใช้ไม้ไล่ตีเด็กชายนิดนายชูต้องรับผิดต่อเด็กชายนิดหรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะขณะเกิดเหตุนายชูนอนหลับและมิได้รู้เห็นด้วย
2. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้เป็นผู้ตีเด็กชายนิด
3. ต้องรับผิด เพราะมิได้คอยห้ามปรามเด็กทั้งสองมิให้ทะเลาะวิวาทกัน
4. ต้องรับผิด เพราะเด็กชายน้อยผู้เยาว์เป็นบุตรอยู่ในความดูแล
5. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเรื่องเด็กทะเลาะวิวาทกัน
49. ก. นอนหลับอยู่ สุนัขของ ก. ออกไปกัด ข. นอกบริเวณบ้าน ข. บาดเจ็บ ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะสุนัขกัดนอกบริเวณบ้านของ ก.
2. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. นอนหลับ
3. ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของสุนัข
4. ต้องรับผิด เพราะประมาทเลินเล่อ
5. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้ยุให้สุนัขกัด
50. ขณะที่ ก. ใช้กระบือตัวหนึ่งไถนาอยู่ กระบือของ ก. อีกตัวหนึ่งเข้าไปกินเข้าในนาของ ข. ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิใช่กระทาโดยจงใจ
2. ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของกระบือ
3. ไม่ต้องรับผิด เพราะมอใช่กระทาโดยประมาทเลินเล่อ
4. ต้องรับผิด เพราะ ก. ประมาทเลินเล่อ
5. ต้องรับผิด เพราะมิได้ดูแลกระบือให้ดี
51. บุคคลผู้ครอบครองยานพาหนะอันเดินด้วยกาลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่ยานพาหนะนั้น
หรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเพียงผู้ครอบครองยานพาหนะ
2. ต้องรับผิด ถ้าหากกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
3. ต้องรับผิด ถ้าหากเป็นเจ้าของรถ
4. ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครอง
5. ถ้าหากใช้ความระมัดระวังดูแลอย่างดี ก็ไม่ต้องรับผิด
52. ก. ขับรถส่วนตัวอย่างระมัดระวังไปตามถนนที่เป็นหลุมบ่อ โดยมี ข. นั่งไปด้วย คราวหนึ่งรถกระดอน
ขึ้น ศีรษะ ข. กระแทกกับรถบาดเจ็บ ดังนี้ ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่
1. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. ขับรถอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว
2. ต้องรับผิด เพราะ ก. เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถ
3. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ข. ควรจะใช้ความระมัดระวังเอง
4. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย
5. ต้องรับผิด เพราะขับรถในถนนที่เป็นหลุมบ่อ
53. ก. เอารถเข้าไปขุดและขนดินในที่ดินของ ข. โดยละเมิด ดังนี้ ข. จะเรียกให้ก. จัดการถมดินเหมือนสภาพเดิมได้
หรือไม่
1. ได้เพราะเป็นการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างหนึ่ง
2. ไม่ได้ได้แต่เรียกเป็นค่าเสียหาย
3. ไม่ได้เว้นแต่ ก. กระทาโดยจงใจ
4. ได้ถ้าหาก ก. จ้างคนถมได้
5. ไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้
54. นายจ้างผู้ต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในกรณีละเมิดจะต้องเสียดอกเบี้ยในค่าสินไหมทดแทนนับแต่เวลาใด
1. นับแต่เวลาที่ลูกจ้างใช้ค่าสินไหมทดแทน
2. นับแต่เวลาที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาล
3. นับแต่เวลาที่ผู้เสียหายเรียกร้อง
4. นับแต่เวลาที่ทาละเมิด
5. นับแต่เวลาที่คดีถึงที่สุด
55. กรณีที่สามีถูกกระทาละเมิดถึงแก่ความตายภริยาจะเรียกค่าสินไหมทดแทนในการที่ต้องขาดไร้อุปการะจากผู้กระทา
ละเมิดได้หรือไม่
1. เรียกไม่ได้
2. เรียกได้
3. ถ้าสามีเลี้ยงดูอยู่ก็เรียกได้
4. ถ้าภริยาเลี้ยงตัวได้ก็เรียกไม่ได้
5. ถ้าภริยามีทรัพย์สินส่วนตัวพอเลี้ยงตัวเองได้ก็เรียกไม่ได้
56. ก. เช่ารถยนต์ของ ข. มาใช้ถึงกาหนดไม่ส่งคืน ขณะที่ ก. จะขับรถออกไป ข. ก็ใช้กาลังฉุดกระชากก. ออกจากรถเพื่อ
จะเอารถคืน ก.ได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ ข. จะอ้างว่ากระทาของตนเป็นนิรโทษกรรม ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. ได้หรือไม่
1. ข. ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ก. ใช้รถโดยไม่มีสิทธิเป็นนิรโทษกรรม
2. ข. ไม่ต้องรับต่อ ก. ฐานละเมิด ไม่เป็นนิรโทษกรรม
3. ข. ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ก. บาดเจ็บไม่เป็นนิรโทษกรรม
4. ข. ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ข. ใช้กาลังฉุดกระชากไม่เป็นนิรโทษกรรม
5. ข. ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะเป็นรถของ ข. เป็นนิรโทษกรรม
57. กรณีใดเป็นการจัดการงานนอกสั่ง
1. ระหว่างที่ดาไม่อยู่บ้าน ฝนตกหนัก น้ากาลังจะท่วมสวนทุเรียนของดา แดงเพื่อนบ้านจึงเข้าทาทานบกั้นสวนทุเรียน
ของดาไม่ให้ถูกน้าท่วม
2. สมรเป็นลูกหนี้สายพิณ เมื่อหนี้ถึงกาหนดสมรนาเงินมาชาระให้แก่ยุพิน ซึ่งเป็นน้องฝาแฝดของสายพิน โดยสมรเข้าใจ
ว่ายุพินคือสายพิน
3. ขาวและเขียวมีที่ดินติดต่อกัน เขียวกั้นรั้วที่ดินเลยเข้าไปในเขตที่ดินของขาวโดยเข้าใจว่าเป็นเขตที่ดินของตนเอง
4. ดอกซื้อที่ดินจากดวง โดยทาหนังสือกันเอง ดอกชาระราคาที่ดินแล้วก็เข้าครอบครองที่ดินตลอดมาเป็นเวลา 5 ปี
5. สมใจเข้าครอบครองทรัพย์มรดกที่บิดาทาพินัยกรรมยกให้โดยไม่ทราบว่าบิดาได้ทาพินัยกรรมฉบับใหม่ยกทรัพย์
มรดกนั้นถวายวัดไปแล้ว
58. ผลของการจัดการงานนอกสั่ง ซึ่งไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของผู้จัดการ ทาให้ผู้จัดการต้องมีความรับผิดต่อตัวการอย่างไร
1. ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตัวการเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
2. ถูกลดบาเหน็จลงตามส่วนแห่งความเสียหายที่ได้เข้าทากิจการนั้น
3. ถูกริบมัดจาที่ได้ให้ไว้
4. ต้องหาหลักประกันความเสียหายให้เป็นที่พอใจตัวการ
5. ถูกริบเบี้ยประกัน
59. กรณีใดต่อไปนี้ที่บุคลสามารถเรียกคืนทรัพย์ในฐานลาภมิควรได้
1. การชาระหนี้ที่ขาดอายุความแล้ว
2. การชาระหนี้ก่อนครบกาหนด
3. การชาระหนี้ตามอัธยาศัยในทางสมาคม
4. การชาระหนี้ผิดตัวเจ้าหนี้โดยสาคัญผิด
5. การชาระหนี้ตามสัญญาซึ่งมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการพ้นวิสัย
60. ข้อใดถูกในข้อความต่อไปนี้
1. บุคคลซึ่งรับลาภมิควนได้เป็นเงินไว้ต้องคืนเต็มจานวนนั้น แม้ถือว่าตนจะรับไว้โดยสุจริตก็ตาม
2. หากลาภมิควรได้นั้นไม่ใช่จานวนเงิน ผู้รับไว้ต้องคืนตามสภาพที่เป็นอยู่ในขณะเรียกคืนโดยไม่ต้องรับผิดชอบในการ
ที่ทรัพย์นั้นสูญหายหากเป็นการรับไว้โดยสุจริต
3. การรับทรัพย์สินอื่นนอกจากเงินไว้เป็นลาภมิควรได้โดยทุจริต ผู้รับไว้ต้องรับผิดชอบในการสูญหายของทรัพย์นั้น เว้น
แต่จะเป็นเหตุสุดวิสัย
4. ถ้าการคืนลาภมิควรได้ตกเป็นพ้นวิสัย ต้องมีการชดใช้ราคาทรัพย์เต็มจานวนโดยไม่ต้องคานึงว่ารับไว้โดยสุจริต
หรือไม่
5. ผู้รับลาภมิควรได้ไว้โดยสุจริตย่อมมีสิทธิได้ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์อันเป็นลาภมิควรได้นั้นตลอดเวลา
เฉลย
แบบประเมินผลตนเองก่อนเรียนและหลังเรียน
ชุดวิชา 41212 กฎหมายแพ่ง2 : หนี้ ละเมิด
1. (2) 2. (4) 3. (5) 4. (3) 5. (4) 6. (5) 7. (1) 8. (3) 9. (3) 10. (3)
11. (3) 12. (5) 13. (1) 14. (5) 15. (2) 16. (3) 17. (2) 18. (2) 19. (1) 20. (5)
21. (3) 22. (4) 23. (5) 24. (4) 25. (2) 26. (5) 27. (1) 28. (2) 29. (4) 30. (1)
31. (5) 32. (2) 33. (4) 34. (5) 35. (2) 36. (3) 37. (5) 38. (5) 39. (2) 40. (1)
41. (4) 42. (2) 43. (4) 44. (2) 45. (5) 46. (2) 47. (3) 48. (4) 49. (3) 50. (2)
51. (4) 52. (2) 53. (1) 54. (4) 55. (2) 56. (2) 57. (1) 58. (1) 59. (4) 60. (2)

0แนว ปรนัย แพ่ง2.pdf

  • 1.
    แบบประเมินผลก่อนและหลังเรียน แพ่ง 2 1.ข้อใดเป็นความหมายของคาว่าหนี้ ตอบเป็นบุคคลสิทธิ หรือสิทธิเรียกร้องอันเป็นความเกี่ยวพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย คือ เจ้าหนี้และลูกหนี้ 2.ข้อใดเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ ตอบ มี 2 ประการ คือ นิติกรรม และ นิติเหตุ 3.วัตถุแห่งหนี้คืออะไร ตอบ สิ่งที่จะเรียกร้องให้ชาระกันในมูลหนี้นั้น 4.วัตถุแห่งหนี้มีกี่ประการ ตอบ มี 3 ประการ คือ การกระทาการ งดเว้นกระทาการ และ การส่งมอบทรัพย์สิน 5.เมื่อเกิดหนี้แล้ว หนี้ประเภทใดที่เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้ ตอบ หนี้ที่ขาดอายุความ 6.ข้อใดเป็นความหมายของทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ ตอบ ทรัพย์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับวัตถุแห่งหนี้ซึ่งอาจเรียกได้ว่าทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการชาระหนี้ 7.บุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิเลือกในกรณีที่วัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่าง ตอบ ลูกหนี้ 8.การเลือกวัตถุแห่งหนี้ต้องทาอย่างไร ตอบ โดยการแสดงเจตนา 9.กรณีจะเป็นเช่นไรหากวัตถุแห่งหนี้มีหลายอย่างแต่บางอย่างตกเป็นพ้นวิสัย ตอบ ผู้มีสิทธิเลือกอาจต้องเลือกสิ่งที่ยังเป็นวิสัย
  • 2.
    10.หนี้ใดเป็นหนี้ประธาน ตอบ หนี้ที่เกิดจากละเมิด 11.ในกรณีที่เกิดหนี้ขึ้นแล้ว เจ้าหนี้และลูกหนี้มิได้กาหนดเวลาชาระหนี้ไว้เจ้าหนี้มีสิทธิอย่างไร ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้ทันที 12.แดงกู้เงินขาวไป 10000 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 กาหนดใช้คืนเงินกู้ภายใน 1 ปี ขาวจะเรียกให้แดงชาระเงิน คืนได้เมื่อใด และแดงต้องชาระเงินคืนขาวเมื่อใด ตอบ แดงจะชาระเงินคืนให้ขาวได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 แต่ขาวจะเรียกให้แดงชาระเงินคืนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 ไม่ได้ 13.นางไก่ ขอยืมสร้อยคอมุกจากนางเป็ด เพื่อใส่ไปงานเลี้ยงส่งผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่ 10 กรกฎาคม เมื่อพ้น กาหนดวันเลี้ยงส่งแล้ว นางไก่ยังไม่ส่งสร้อยคอมุกคืนนางเป็ด นางเป็ดทวงสร้อยคอมุกโดยให้นางไก่คืนสร้อยไข่มุกแก่ นางเป็ดภายในวันที่ 20 กรกฎาคม เมื่อครบกาหนดแล้วนางไก่ก็ยังไม่คืนสร้อยไข่มุกให้นางเป็ด ดังนี้ถือว่านางไก่ผิดนัด ไม่ชาระหนี้เมื่อใด ตอบ วันที่ 20 กรกฎาคม 14.ข้อใดเป็นผลของการผิดนัดชาระหนี้ ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ชาระหนี้และเรียกค่าสินไหมทดแทน 15.ข้อใดคือหนี้ที่เจ้าหนี้ไม่ต้องเตือนให้ลูกหนี้ชาระหนี้ ตอบ หนี้ละเมิด 16.พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ คือข้อใด ตอบ เหตุเกิดจากบุคคลภายนอก
  • 3.
    17.นางสาวมุกดาจะแต่งงานในวันที่ 8 มิถุนายนจึงตกลงว่าจ้างให้นางสร้อยทอง ช่างตัดเสื้อตัดชุดเจ้าสาวให้มีกาหนด ส่งในวันที่นางสาวมุกดาแต่งงาน โดยตกลงว่าจ้างในวันที่ 8 เมษายน พอถึงวันงานนางสร้อยทองยังตัดชุดให้ไม่เสร็จ จึง โทรศัพท์แจ้งให้นางสาวมุกดาทราบ แต่ในขณะนั้นนางสาวมุกดาได้เช่าชุดเจ้าสาวมาจากร้านของนายทองคาแล้วโดย ค่าเช่าชุดในราคาที่แพงกว่าที่ว่าจ้างให้นางสร้อยตัดชุดถึง 3 เท่า จากกรณีนี้นางสร้อยทองตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้วหรือ ยัง ถ้าหากเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้ว จะมีผลประการใดบ้าง ตอบ นางสร้อยทองตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดแล้ว เพราะกาหนดเวลาชาระหนี้เป็นสาระสาคัญ และนางสร้อยทองต้องรับผิด ในการที่นางสาวมุกดาต้องเสียเงินค่าเช่าชุดแต่งงาน 18.พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ยังคงต้องรับผิดชอบ ได้แก่ ตอบ ความประมาทของลูกหนี้อุบัติเหตุซึ่งอาจป ้ องกันได้ พฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ความเจ็บป่วย ที่ไม่ร้ายแรง เป็นต้น 19.ดาขับรถยนต์ แดงโดยประมาทเป็นเหตุให้แดงได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2554 แดงจะฟ ้ องเรียกค่าสินไหม ทดแทนจากดาได้ตั้งแต่เมื่อใด ตอบ แดงฟ ้ องได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2554 วันที่ ดาได้ทาละเมิดต่อแดง 20.นายสุขยืมชามสังคโลกจากนายเสาร์ เพื่อไปตั้งโชว์ในวานแสดงสินค้ากาหนดส่งคืนในวันที่ 11 ธันวาคม 2554 เมื่อ ถึงกาหนดคืนนายสุขผิดนัดไม่ส่งคืน ต่อมาอีก 10 วัน นายสุขทาชามสังคโลกแตกด้วยความประมาท ดังนี้นายสุขต้อง เสียดอกเบี้ยในอัตราใด และนับตั้งแต่เมื่อใด ตอบ ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2554 21.ถ้าการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้แล้วผลจะเป็นอย่างไร ตอบ หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยโดยไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากการชาระหนี้แต่หากการ ชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยในระหว่างผิดนัด แม้ไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ แต่ลูกหนี้ก็ไม่หลุดพ้นจากการชาระหนี้ 22.กรณีใด คือเป็นการบังคับชาระหนี้โดยเฉพาะเจาะจง ตอบ แดงขายที่ดินให้ดา แดงผิดสัญญา ดาฟ ้ องขอให้ศาลบังคับให้แดงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ดา
  • 4.
    23.แดงทาสัญญาขายที่ดินให้ขาว แดงผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ดินให้ขาวจะฟ ้ องขอให้ศาลบังคับอย่างไรจึงจะได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อ ตอบฟ ้ องให้ศาลบังคับให้แดงโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ขาวหากแดงไม่ยอมไปโอนกรรมสิทธิ์ ขอให้ถือเอาคาพิพากษา แทนการแสดงเจตนาของแดง 24.ก ตกลงเช่าอาคารจาก ข ค่าเช่าเดือนละ 10000 บาท เมื่อครบกาหนดสัญญาเช่า ข ไม่ต้องการให้ ก เช่าต่อและได้ บอกให้ ก ออกจากอาคารที่เช่า โดยได้บอกว่าได้ตกลงให้ ค ทาสัญญาเช่าในอาคารดังกล่าวเดือนละ 20000 บาท ต่อมาเมื่อครบสัญญาเช่า ก ไม่ยอมออกจากอาคารดังกล่าว ทาให้ ข ไม่อาจส่งมอบอาคารให้ ค เช่าได้ และทาให้ ข ไม่ อาจเรียกเงินกินเปล่าจาก ค ได้อีกจานวน 100000 บาท ข จะเรียกค่าเสียหายอย่างไรจาก ก ได้บ้าง ตอบ เรียกค่าเช่าเดือนละ 20000 บาท ได้เพราะเป็นค่าเสียหายธรรมดาที่เกิดจากการไม่ชาระหนี้ส่วนเงินกินเปล่า 100000 บาท เป็นค่าเสียหายที่เกิดจากพฤติการณ์พิเศษซึ่ง ก ไม่ทราบล่วงหน้าจึงเรียกไม่ได้ 25.ก ทาสัญญาซื้อที่ดินของ ข เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยมีข้อตกลงให้ ก ใช้ถนนส่วนบุคคลชอง ข ผ่านออกสู่ถนใหญ่ ต่อมา ก กับ ข มีเรื่องไม่ถูกกัน ข จึงทาประตูปิดกั้นถนนไม่ให้ ก ใช้ทางออกสู่ถนนใหญ่ ดังนี้ก จะต้องดาเนินการ อย่างไร เพื่อที่จะสามารถใช้ถนนออกสู่ถนนใหญ่ได้ ตอบ ก ต้องฟ ้ องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลภายนอกจัดการรื้อถอนประตูโดยให้ ข เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน 26.ก ตกลงซื้อไม้สักทองจาก ข โดยตกลงให้ ข ส่งไม้ให้ ก เมื่อถึงกาหนด ข ได้ให้ ค ลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกไม้ไปส่งให้ ก ระหว่างทาง ค ขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทไปชนกับรถของคนอื่นเป็นเหตุให้ไฟไหม้รถยนต์คันที่บรรทุกไม้ และไม้ที่บรรทุกในรถเสียหายทั้งหมด ดังนี้ข จะต้องรับผิดต่อ ก หรือไม่ ตอบ ข ต้องรับผิดต่อ ก เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดของ ค ซึ่งเป็นบุคคลที่ ข ใช้ให้นาไม้ไปส่งให้ ก 27.ดาตกลงทาสัญญาจะซื้อขายที่ดินให้แดง แต่ก่อนที่จะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ดานาที่ดินไปขาย ให้เชียว และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้เขียวแล้ว ดังนี้แดงจะมีสิทธิอย่างไร ตอบ แดงมีสิทธิเพียงเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย แต่เรียกให้โอนที่ดินไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง
  • 5.
    28.การที่มาตรา 214 บัญญัติว่าเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้ชาระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิงหมายความว่า อย่างไร ตอบ เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เพียงเท่าที่พอจะชาระหนี้แก่ตนเท่านั้น จะยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่า ที่จาเป็นจะต้องชาระให้แก่ตนไม่ได้ 29.ในกรณีหนี้เงินนั้นกฎหมายกาหนดเกี่ยวกับดอกเบี้ยไว้อย่างไร ตอบ คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แม้คู่กรณีมิได้ตกลงกัน 30.หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย ลูกหนี้จะต้องรับผิดขอบอย่างไร ตอบ ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชาระหนี้หากการชาระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยนั้นเกิดแต่พฤติการณ์ที่ลูกหนี้มิต้องรับผิดชอบ 31.ดาทาสัญญาซื้อน้ามันเบนซินจากขาว จานวน 5000 ลิตร ถึงกาหนดส่งมอบขาวจ้างเขียวขนส่งน้ามันไปให้ดาโดย ทางรถยนต์ แต่เขียวกลับเอาน้ามันดังกล่าวไปขายนาเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเสีย ดังนี้ขาวต้องรับผิดใช้ต่อดาหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิดราคาน้ามันแก่ดา เพราะดาใช้ให้เขียวนาน้ามันไปส่งให้ดา เมื่อเขียวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ดา ขาวก็ ต้องรับรับผิดเสมือนขาวได้ก่อให้เกิดความเสียหายเอง 32.ข้อใดเป็นความหมายของสิทธิยึดหน่วง ตอบ สิทธิของเจ้าหนี้ที่จะครอบครองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยที่ทรัพย์สินนั้นเป็นมูลฐานให้เกิดหนี้วันที่ตนเป็นเจ้าหนี้โดย มีสิทธิครอบครองทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะได้รับชาระหนี้เสร็จสิ้น 33.ก นาปากกาและนาฬิกามาให้ ข ซ่อม กาหนดว่าจะชาระเงินค่าซ่อมปากกาและนาฬิกาในวันเดียวกัน แต่ ก มารับ ปากกาไปก่อน พอถึงวันนัดชาระเงินค่าซ่อมปากกาและนาฬิกา ก ชาระเพียงค่าซ่อมนาฬิกา เช่นนี้ข มีสิทธิอย่างไร ตอบ ข ไม่มีสิทธิยึดหน่วงนาฬิกาไว้ เพราะ ก จ่ายค่าซ่อมนาฬิกาแล้ว 34.สิทธิยึดหน่วงระงับลงเมื่อใด ตอบ หนี้เดิมระงับไป . ลูกหนี้หาประกันให้แทนการยึดหน่วงทรัพย์สินจานวนที่สมควร . เจ้าหนี้มิได้ครอบครอง ทรัพย์สิน และ เจ้าหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการดูแลทรัพย์สินที่ยึดหน่วง
  • 6.
    35.สิทธิยึดหน่วงมีผลต่ออายุความอย่างไร ตอบ ไม่สะดุดหยุดลง แต่แม้หนี้จะขาดอายุความผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงก็ยังบังคับชาระหนี้ได้แต่ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ค้างเกิน 5 ปี 36.สิทธิยึดหน่วงแตกต่างจากสิทธิจานอง จานา อย่างไร ตอบ สิทธิยึดหน่วงนั้นต้องมีหนี้ที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่ครองนั้น แต่ทรัพย์ที่นามาจานอง จานานั้น อาจไม่เกี่ยวกับหนี้เลยก็ได้ 37.เมื่อเกิดสิทธิยึดหน่วงแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิอย่างไร ตอบ มีสิทธิได้ดอกผลแห่งทรัพย์สินที่ยึดหน่วง 38.เจ้าหนี้ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงมีหน้าที่อย่างไร ตอบ ดูแลทรัพย์สินที่ยึดหน่วงไว้ตามสมควร 39.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วง ตอบ สิทธิยึดหน่วงไม่มีอายุความ 40.หลักเกณฑ์ของการเกิดสิทธิยึดหน่วง ตอบ เจ้าหนี้ต้องครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น มีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่ตนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ครอง ต้องครองทรัพย์ นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย หนี้นั้นถึงกาหนดชาระแล้ว 41.ข้อใดเป็นข้อยกเว้นที่ทาให้ไม่เกิดสิทธิยึดหน่วง ตอบ ไม่สมกับลักษณะที่เจ้าหนี้ต้องรับภาระในมูลหนี้ 42.กรณีใดซึ่งเจ้าหนี้สามารถใช้วิธีการเพิกถอนการฉ้อฉล ตอบ นิติกรรมซึ่งลูกหนี้ทาขึ้นเพื่อปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ของตน 43.เจ้าหนี้จะขอเพิกถอนการฉ้อฉลได้ภายในอายุความข้อใด ตอบ ห้ามมิให้ฟ ้ องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือพ้นสิบปี นับแต่ได้ทานิติ กรรมนั้น
  • 7.
    44.ข้อใดเป็นผลของการเพิกถอนการฉ้อฉล ตอบ เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้หมดทุกคน 45.การเพิกถอนการฉ้อฉลย่อมไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกในข้อใด ตอบ บุคคลภายนอกผู้สุจริตอันได้สิทธิก่อนเริ่มฟ ้องคดีเพิกถอน 46.หลักเกณฑ์ของการเพิกถอนการฉ้อฉล ตอบ ลูกหนี้ทานิติกรรมทั้งที่รู้ว่าทาให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ต้องเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์ ผู้ได้รับลาภงอกได้รู้ ว่าการทานิติกรรมนั้นทาให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ และ ผู้ได้รับลาภงอกโดยการให้โดยเสน่หาอาจถูกเพิกถอนได้เสมอแม้จะรู้ หรือไม่รู้ก็ตาม 47.ข้อใดเป็นวิธีการที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องขอลูกหนี้ ตอบ เจ้าหนี้สามารถฟ ้ องในนามตนเอง และใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้เรียกเต็มจานวนที่ค้างชาระแก่ลูกหนี้โดยไม่ คานึงถึงจานวนที่ค้างชาระแก่ตนก็ได้ และจะต้องขอหมายเรียกลูกหนี้มาในคดีนั้นด้วย 48.ข้อใดที่เจ้าหนี้สามารถเข้าใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ ตอบ ลูกหนี้เพิกเฉยไม่เรียกให้ผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ตกลงทาสัญญาซื้อขายไว้ และอายุความใกล้จะขาดแล้วทั้ง ๆ ที่ ไม่มีทรัพย์พอที่จะชาระหนี้ให้เจ้าหนี้ 49.ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์ของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ตอบ การที่ลูกหนี้ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องทาให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์ 50.ข้อใดเป็นลักษณะของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ตอบ เป็นการควบคุมกองทรัพย์สินของลูกหนี้ 51.ข้อใดเป็นผลของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ตอบ เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหนี้ทุกคน
  • 8.
    52.บุริมสิทธิแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง ตอบ แบ่งได้2 ประเภท คือ บุริมสิทธิสามัญ และ บุริมสิทธิพิเศษ 53.ข้อใดเป็นความหมายของบุริมสิทธิ ตอบ สิทธิที่จะบังคับชาระหนี้จากทรัพย์ที่อยู่ภายใต้บุริมสิทธิก่อนเจ้าหนี้อื่น 54.ลักษณะของบุริมสิทธิ ตอบ เกิดจากบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นสิทธิที่ทั้งแบ่งแยกได้ และ แบ่งแยกไม่ได้ เป็นอุปกรณ์สิทธิ 55.บุริมสิทธิสามัญ ได้แก่ ตอบ ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกัน ค่าปลงศพ ค่าภาษีอากร และเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทา ให้แก่ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้าง และ ค่าอุปโภคบริโภคอันจาเป็นประจาวัน 56.บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ตอบ เช่าอสังหาริมทรัพย์ พักอาศัยในโรงแรม รับขนคนโดยสารหรือของ รักษาสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ค่าเมล็ดพันธุ์ ไม้พันธุ์ หรือปุ ๋ ย ค่าแรงงานกสิกรรม หรือ อุตสาหกรรม 57.บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ตอบ รักษาอสังหาริมทรัพย์ จ้างทาของเป็นการงานทาขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 58.ในกรณีที่มีบุริมสิทธิสามัญหลายรายแย้งกัน บุริมสิทธิรายใดจะมีสิทธิดีกว่า ตอบ เรียงลาดับที่กฎหมายกาหนดไว้ คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ค่าปลงศพ ศพ ค่าภาษีอากร และเงินที่ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทาให้แก่ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้าง และ ค่าอุปโภคบริโภคอันจาเป็นประจาวัน 59.ในกรณีที่บุริมสิทธิสามัญแย้งบุริมสิทธิพิเศษ ผลจะเป็นประการใด ตอบ ให้บุริมสิทธิพิเศษมาเป็นลาดับก่อน เว้นแต่ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันอันเป็นบุริมสิทธิสามัญได้รับยกเว้น ได้มาก่อนบุริมสิทธิพิเศษ
  • 9.
    60.ข้อใดเป็นผลของบุริมสิทธิสามัญ ตอบ เจ้าหนี้ผู้ทรงสิทธิสามารถบังคับเอาจากสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ก่อนหากไม่พอจึงจะบังคับเอาจาก อสังหาริมทรัพย์ 61.ในกรณีที่บุคคลผู้ทรงสิทธิบุริมสิทธิในมูลหนี้ค่าเช่าที่ดินนั้นทรัพย์ใดที่อยู่บังคับแห่งบุริมทรัพย์ ตอบ เฉพาะสังหาริมทรัพย์ที่นาเข้ามาในที่ดิน 62.ในกรณีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์หลายรายแย้งกันให้ถือว่าหนี้รายใดอยู่ในลาดับก่อน ตอบ ผู้รักษาอสังหาริมทรัพย์ 63. ก ข ค เป็นลุกหนี้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 3000 บาท ต่อมา ก ล้มละลายไม่มีทรัพย์สินอะไรที่จะชาระหนี้ให้ ง ส่วน ข ได้ ชาระเงิน 3000 บาท ให้ ง ไปแล้ว ดังนั้น ข จะเรียกเงินจาก ก และ ค ได้หรือไม่เพียงใด ตอบ ข เรียกจาก ก ไม่ได้ แต่เรียกจาก ค ได้ 1500 บาท 64.หนี้ใดเป็นหนี้ที่แบ่งชาระไม่ได้ ตอบ หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู 65.ก ข ค เป็นเจ้าหนี้ร่วมของ ง เป็นเงิน 15000 บาท ต่อมา ก ปลดหนี้ให้ ง จานวน 5000 บาท ดังนี้ก ข ค มีสิทธิที่จะ เรียกร้องให้ ง ชาระหนี้ได้เพียงใด ตอบ ข ค คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกให้ ง ชาระหนี้ได้ 10000 บาท แต่ ก ไม่มีสิทธิเรียกให้ ง ชาระหนี้ให้แก่ตนได้ 66.นายเขียว นายเหลือง ร่วมกันกู้เงินนายขาวไป 5000 บาท โดยมีข้อตกลงระหว่างนายเขียว นายเหลืองว่า นายเขียว จะรับผิดชอบ 2000 บาท ส่วนนายเหลืองต้องรับผิดชอบ 3000 บาท ต่อมาหนี้ถึงกาหนดชาระนายเขียว นายเหลือง ไม่ ชาระหนี้นายขาวจะเรียกร้องให้ใครชาระหนี้ให้แก่ตนได้ หรือไม่เพียงใด ตอบ นายขาวเรียกให้นายเขียวหรือนายเหลือง ชาระหนี้ให้ตนได้ 5000 บาท
  • 10.
    67.ก ข คได้ว่าจ้างให้ ง ไปฆ่า จ ในราคา 12000 บาท โดยทาเป็นสัญญากู้ว่า ก ข ค ได้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 12000 บาท เมื่อ ง ฆ่า จ แล้ว ก ข ค ไม่ยอมชาระเงินค่าจ้าง ง จึงได้นาสัญญากู้ดังกล่าวมาฟ ้ องศาลเรียกเงินตามสัญญากู้ ดังนี้ก ข ค จะต้องรับผิดตามสัญญากู้หรือไม่ เพียงใด ตอบ ก ข ค ไม่ต้องรับผิดขาระตามสัญญากู้ เพราะวัตถุประสงค์ตามสัญญากู้เป็นการขัดต่อกฎหมายโดยแจ้งชัด สัญญากู้เป็นโมฆะ หนี้ตามสัญญาไม่เกิดลูกหนี้ทุกคนได้รับประโยชน์เหมือนกันหมด คือ ไม่ต้องชาระหนี้ตามสัญญา ให้แก่ ง 68.ก ข ค ร่วมกันให้ ง กู้เงินไป 15000 บาท โดยลักษณะที่ให้ ง ชาระหนี้ทั้งหมดแก่ผู้ใดก็ได้ เมื่อหนี้ถึงกาหนดขาระ ง นาเงิน 15000 บาท ไปชาระหนี้ให้แก่ ก คนเดียว โดย ข ก็รู้ แต่ ค ไม่รู้ ก ไม่ยอมรับชาระหนี้โดยไม่มีมูลที่จะอ้าง กฎหมายได้ เช่นนี้ผู้ใดตกเป็นผู้ผิดนัด เพราะเหตุใด ตอบ ก ข ค ตกเป็นผู้ผิดนัดทุกคน เพราะ การผิดนัดของเจ้าหนี้ร่วมคนหนึ่ง ย่อมเป็นโทษแก่เจ้าหนี้ร่วมคนอื่นด้วย 69.ก ข ค เป็นลุกหนี้ร่วมกันกู้เงิน ง ไป 6000 บาท มีข้อตกลงระหว่าง ก ข ค ว่าให้ ก รับผิด 1000 บาท ข รับผิด 2000 บาท ค รับผิด 3000 บาท ดังนี้ง จะเรียกให้ ก ข หรือ ค ชาระหนี้ให้แก่ตนได้เพียงใด ตอบ ง เรียกให้ ก ข ค ร่วมกันหรือเรียกให้คนใดคนหนึ่งชาระหนี้ให้ตนทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ 70.นายขาว นายเขียว และนายขม ทาสัญญากู้เงินนายขาม 90000 บาท ต่อมาปรากฏว่านายขาวเป็นผู้เยาว์ และนาย ขาวได้บอกล้างสัญญากู้แล้ว เช่นนี้นายขาว นายเขียวและนายขม จะต้องรับผิดชาระหนี้ตามสัญญากู้หรือไม่เพียงใด ตอบ นายขาว ไม่ต้องรับผิด แต่นายเชียวและนายชมต้องรับผิดคนละ 30000 บาท 71.ก ข ค เป็นเจ้าหนี้ร่วมกันให้ ง กู้เงินไป 9000 บาท โดยไม่มีกาหนดเวลาชาระ ต่อมา ง นาเงิน 9000 บาทไปชาระ ให้แก่ ก แต่ ก ไม่ยอมรับชาระ อ้างว่ากาลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด ไม่ต้องการนาเงินจานวนมากติดตัวไปเช่นนี้ก ข ค จะตกเป็นผู้ผิดนัดหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ก ข ค ยังไม่ถือเป็นเจ้าหนี้ผิดนัด เพราะ การที่ ก ไม่รับชาระหนี้ในหนี้ไม่มีกาหนดเวลานั้นยังไม่ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ผิด นัด เจ้าหนี้มีสิทธิไม่รับชาระหนี้ได้ 72.ก ข ค ซื้อม้า 1 ตัว จาก ง ถึงกาหนดส่งมอบ ง ไม่ยอมส่งมอบม้าให้ ดังนี้ก ข ค จะมีสิทธิเรียกให้ ง ส่งมอบม้าให้ได้ หรือไม่เพราะเหตุใด ตอบ ก ข ค คนใดคนหนึ่งหรือทุกคนเรียกให้ ง ส่งมอบม้าให้ได้หากทุกคนยินยอม
  • 11.
    73. การรับช่วงสิทธิเกิดจากกรณีใด ตอบ โดยบทบัญญัติของกฎหมาย 74.ผลของการรับช่วงสิทธิ ตอบสิทธิทั้งหลายที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ในมูลหนี้ตกมาเป็นของผู้รับข่วงสิทธิ โดยอานาจของกฎหมาย 75.การโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้อันพึงชาระตามเขาสั่งต้องทาอย่างไร ตอบ โดยสลักหลังไว้ในตราสารและส่งมอบตราสารให้แก่ผู้รับโอน 76.ก กู้เงิน ข ไป 5000 บาท และตกลงกันว่า ข จะไม่โอนสิทธิเรียกร้องไปยังผู้อื่น ต่อมา ข โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้รายนี้ ให้ ค ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลง ดังนี้ก จะปฏิเสธไม่ยอมชาระหนี้ให้แก่ ค ได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เพราะ ค เป็นบุคคลภายนอกซึ่งสุจริต และ ต้องเสียหายจากข้อตกลงดังกล่าว 77.ช่วงทรัพย์ คืออะไร ตอบ การเอาทรัพย์สินอันหนึ่งเข้าแทนทรัพย์สินอีกอันเหนึ่งในฐานะและนิตินัยอันเดียวกันกับทรัพย์สินอันก่อน 78.ช่วงทรัพย์เกิดขึ้นได้ในกรณีใด ตอบ โดยบทบัญญัติของกฎหมาย 79.สิทธิเรียกร้องใดต่อไปนี้โอนกันได้ ตอบ สิทธิในหนี้เงินกู้ 80.สิทธิเรียกร้องต่อไปนี้โอนกันไม่ได้ ตอบ สิทธิในเบี้ยเลี้ยงยังชีพที่กฎหมายกาหนดไว้ สิทธิในเงินเดือน สิทธิในบานาญ สิทธิในการได้รับเบี้ยหวัดของ ราชการ 81.การโอนสิทธิเรียกร้อง คืออะไร ตอบ นิติกรรมระหว่างเจ้าหนี้กับบุคคลภายนอก อันทาให้สิทธิเปลี่ยนจากเจ้าหนี้ผู้โอนไปยังบุคคลภายนอกผู้รับโอน โดย หนี้เดิมยังคงอยู่
  • 12.
    82.ขาวเป็นหนี้เงินกู้เขียวอยู่ 200 บาทหนี้รายนี้อาจระงับหรือสิ้นสุดลงได้ในกรณีใด ตอบ ขาวจะต้องขอปฏิบัติการชาระหนี้ต่อเขียวเป็นอย่างนั้นโดยตรง 83.บุคคลใดเป็นผู้มีอานาจชาระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้จะไม่ยินยอมด้วย ตอบ ผู้ค้าประกันของลูกหนี้ 84.บุคคลใดมีอานาจรับชาระหนี้โดยชอบ ตอบ ผู้จัดการมรดกของเจ้าหนี้ 85.กรณีใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการชาระหนี้ ตอบ ในกรณีที่มิได้มีการตกลงกันไว้ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการชาระหนี้ตามปกติลูกหนี้เป็นผู้ต้องออกค่าใช้จ่ายนั้น 86.กรณีเรื่องหนี้เงินกู้ ตอบ ถ้าเจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อการชาระต้นเงินแล้วให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้ได้รับดอกเบี้ยแล้ว 87.เมื่อไม่มีการตกลงกันหรือแสดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องชาระหนี้กัน ณ สถานที่ใด ตอบ หากจะต้องส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ต้องส่งมอบกัน ณ สถานที่ซึ่งทรัพย์นั้นได้อยู่ในเวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ส่วน การชาระหนี้โดยประการอื่น ต้องชาระ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลาเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ 88.ดาเป็นหนี้แดงในมูลหนี้2 ราย คือ เป็นหนี้เงินกู้ 800 บาท โดยไม่มีกาหนดชาระ และเป็นหนี้ค่าเช่าบ้านอีก 800 บาท ถึงกาหนดชาระในวันที่ 31 มกราคม 2526 ในวันที่ 5 เมษายน 2526 ดานาเงิน 800 บาท มาชาระให้แก่แดงโดยไม่ได้ บอกว่าจะชาระหนี้รายใดก่อน เช่นนี้จะต้องจัดสรรเงินจานวน 800 บาท นี้ชาระเงินให้แก่แดงในหนี้รายใดอย่างไรจึงจะ เป็นการชอบด้วยกฎหมาย ตอบ ต้องชาระเงิน 800 บาท นั้นให้แก่แดง สาหรับหนี้รายค่าเช่าบ้านก่อน เพราะเป็นหนี้ที่มีกาหนดชาระ ซึ่งได้เลย กาหนดแล้ว 89.กรณีใด เป็นการขอปฏิบัติการชาระหนี้โดยชอบ ซึ่งจะมีผลทาให้ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะ เกิดขึ้นเพราะเหตุที่ไม่มีการชาระหนี้ ตอบ นัดไปทาสัญญาซื้อขายที่ดินที่กรมที่ดิน เมื่อถึงวันที่กาหนดผู้ขายไปตามนัดหมาย แต่ผู้ซื้อไม่ไปตามนัด
  • 13.
    90.กรณีใดที่ลูกหนี้จะวางทรัพย์ไว้ ณ สานักงานวางทรัพย์เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้ซึ่งจะมีผลให้ตนหลุดพ้นจากหนี้ได้ ตอบเจ้าหนี้เกิดตายลงในเวลาที่ลูกหนี้มาชาระหนี้ตามกาหนด และมีบุคคลหลายคนอ้างว่ามีสิทธิชาระหนี้ดีกว่าคนอื่น 91.กรณีดังต่อไปนี้ถือเป็นการปลดหนี้ คือ ตอบ กรณีที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทาเป็น หนังสือด้วย ตัวอย่าง เช่น นายมั่งมีซึ่งเป็นเจ้าหนี้พูดกับนางสาวโสภายกหนี้สินที่นางสาวโสภามีอยู่ต่อตนให้เพราะ เกิดความรักใคร่ในตัวนางสาวโสภาในภายหลัง แต่นางสาวโสภาไม่ยินยอมรับ ยืนยันจะชาระหนี้ให้ดังเดิม (กรณีนี้ ลูกหนี้จะยินยอมหรือไม่ก็ถือว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้แล้ว) อีกตัวอย่างหนึ่ง นายมั่งมีพูดกับนางสาวโสภาว่ายกหนี้ให้เพราะเกิดความเบื่อหน่ายราคาญในการติดตามทวงให้ นางสาวโสภาชาระหนี้ให้แก่ตน 92.ผลของการปลดหนี้ คือ ตอบ การปลดหนี้มีผลทาให้หนี้ระงับลงเท่าส่วนที่เจ้าหนี้ได้ปลดให้ ส่วนที่ไม่ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้ยังคงต้องผูกพันอยู่ ดังนั้นจึงมีการปลดหนี้แต่เพียงบางส่วนได้ 93.ขาวเป็นหนี้ค่าซื้อของจากเขียว 200 บาท และยังไม่ได้ชาระ ต่อมาเขียวมาขอกู้เงินจากขาวไป 300 บาท เมื่อถึง กาหนดชาระขาวได้ทวงให้เขียวชาระเงินกู้จานวน 300 บาทนี้เขียวจึงขอให้เอาหนี้ค่าซื้อของหักกลบลบหนี้เงินกู้ของตน ในจานวน 200 บาท และขอชาระที่เหลืออีกเพียง 100 บาท จะกระทาได้หรือไม่ถ้าขาวไม่ยินยอมด้วย ตอบ กระทาได้ 94.การหักกลบลบหนี้จะกระทาไม่ได้ในกรณีดังนี้ ตอบ คู่กรณีตกลงกันไว้ไม่ให้มีการหักกลบลบหนี้และ โดยสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้ได้ 95.การหักกลบลบหนี้มีผลตั้งแต่เมื่อใด ตอบ มีผลตั้งแต่เวลาที่หนี้ทั้งสองฝ่ายจะหักกลบลบหนี้กันได้เป็นครั้งแรก
  • 14.
    96.การแปลงหนี้ใหม่เป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้เพื่อเลิกหรือระงับหนี้เดิม แล้วก่อหนี้ใหม่ขึ้นมาแทน ตอบ ในการแปลงหนี้ใหม่นี้ถ้าทาหนี้มีเงื่อนไขให้กลายเป็นหนี้ปราศจากเงือนไขก็ดี เพิ่มเติมเงื่อนไขเข้าในหนี้อัน ปราศจากเงื่อนไขก็ดีเปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ถือว่าเป็นอันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้นั้น เช่น การเปลี่ยนหนี้เงินกู้ เป็นขายฝากที่ดิน (ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้ในการแปลงหนี้ใหม่ คือ มีการเปลี่ยนนิติกรรม สัญญา) แต่ถ้าการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้นี้ให้ใช้บทบัญญัติว่าด้วยการ โอนสิทธิเรียกร้อง 97.การแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้กระทาได้อย่างไร ตอบ เจ้าหนี้ทาสัญญากับลูกหนี้คนใหม่ได้เลย โดยลูกหนี้คนเดิมไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในการทาสัญญาด้วย แต่จะทา โดยขืนใจลูกหนี้เดิมไม่ได้ 98.กรณีใดที่เป็นหนี้เกลื่อนกลืนกัน ตอบ ดาเป็นหนี้แดง แดงตาย ดาได้รับมรดกจากแดงแต่เพียงผู้เดียว ดาจึงกลับมาเป็นเจ้าหนี้ตนเองในฐานะทายาทผู้มี สิทธิรับชาระหนี้ของแดง 99.การที่หนี้เกลื่อนกลืนกันมีผลอย่างไร ตอบ หนี้นั้นระงับสิ้นไปโดยสิ้นเชิง ทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์ 100.กรณีใดที่บุคคลจะยกข้ออ้างว่าหนี้เกลื่อนกลืนกันไม่ได้ ตอบ เมื่อหนี้นั้นตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของบุคคลภายนอก 101.ก ใช้ไม้ตี ข โดยไม่ต้องการให้ ข ถึงตาย แต่ ข บาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ดังนี้ก กระทาต่อ ข โดย จงใจหรือไม่ ตอบ เป็นการกระทาโดยจงใจ เพราะรู้สานึกในผลเสียหาย 102.ก บุกรุกเข้าไปในตึกแถวที่ ข เช่าจาก ค แต่ไม่มีสิ่งของอื่นใดของ ข เสียหาย ดังนี้ข ได้รับความเสียหายหรือไม่ ตอบ ถือว่า ข ได้รับความเสียหายแล้ว แม้ไม่ใช่เจ้าของตึกแถว
  • 15.
    103.ก ขุดหลุดในถนนสาธารณะซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของ ขข จึงเอารถเข้าบ้านไม่ได้ ดังนี้ข ได้รับความเสียหายหรือไม่ ตอบ ได้รับความเสียหายแล้ว เพราะ ข เอารถเข้าบ้านไม่ได้ 104.ส ขับรถขน น แล้ว ส หนีไป ส่วน น บาดเจ็บและสลบอยู่ริมถนน คนร้ายฉวยโอกาสขโมยนาฬิกาข้อมือของ น ไป ดังนี้ส ต้องรับผิดต่อ น ในการที่นาฬิกาถูกคนร้ายลักไปหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผลมาจากการกระทาของ ส 105.จ ยืมรถของ ส ไปใช้ แล้วถูก บ ลักไป ดังนี้จ ได้รับความเสียหายหรือไม่ ตอบ ได้รับความเสียหายแล้ว เพราะ จ มีสิทธิที่จะใช้รถ 106.ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเสียหายที่คานวณเป็นตัวเงินไม่ได้ ตอบ ค่าเสียแขนทุพพลภาพพิการตลอดชีวิต 107.ความเสียหายที่คานวณเป็นตัวเงินได้ ได้แก่ ตอบ ค่าขาดผลประโยชน์ทามาหาได้ เพราะไม่สามารถประกอบการงานได้ ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมรถที่ถูกชน ค่าขาดไร้อุปการะ เป็นต้น 108.ต กับ ส เจ้าพนักงานที่ดินสนทนากันต่อหน้า อ ต ถาม ส ว่า “นายรับสินบนจากผู้ขายเท่าไหร่แล้ว” ซึ่ง ส ไม่เคยรับ สินบนจากผู้ขาย และ ต ก็รู้ ดังนี้ถือว่า ต กล่าวหมิ่นประมาท ส หรือไม่ ตอบ เป็นหมิ่นประมาท แม้เป็นคาถามของ ค 109.ในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง ศาลพิพากษายกฟ ้ องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจาเลยมิได้มีเจตนาเอารถยนต์ของโจทก์ไป โจทก์ จะฟ ้ องทางแพ่งเรียกรถคืนจากจาเลยได้หรือไม่ ตอบ ฟ ้ องได้ เพราะเป็นการฟ ้ องทางแพ่งให้คืนรถ 110.จ กับ อ เกิดทะเบาะวิวาทกัน จ ใช้มีดแทง อ บาดเจ็บล้มลง ต เห็นเข้าก็ใช้ปืนยิง อ อ ถึงแก่ความตาย ดังนี้จ กับ ต ร่วมกันกระทาละเมิดต่อ อ หรือไม่ ตอบ ไม่เป็นการร่วมกันทาละเมิด เพราะมิได้มีเจตนาและการกระทาร่วมกัน 111.ข้อใดที่ถือว่าเป็นการรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น
  • 16.
    ตอบ ผู้ต้องรับผิดต้องมิได้กระทาละเมิด แต่บุคคลอื่นต้องกระทาละเมิด 112.นายแสงส่งปืนให้ลูกจ้างยิงคนร้ายที่เข้ามาขโมยสินค้าในโกดังของนายแสงดังนี้เป็นความรับผิดของนายแสง นายจ้างหรือเป็นการรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น ตอบ ไม่เป็นความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น แต่เป็นความรับผิดในการกระทาของตนเอง 113.ส เป็นลูกจ้างของ จ มีหน้าที่ซ่อมรถที่ลูกค้ามาจ้าง จ ซ่อมโดยประมาทเลินเล่อ ขณะที่ทาการซ่อมตามหน้าที่ ส ทา ให้รถลูกค้าเสียหาย ดังนี้จ ต้องรับผิดต่อลูกค้าด้วยหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง 114.ม ลูกจ้างของ ว มีหน้าที่เติมน้ามันใส่รถให้ลูกค้าที่ปั๊ม ว ออกระเบียบเป็นคาสั่งไว้ว่า ห้ามมิให้ลูกจ้างสูบบุหรี่ขณะ ทางาน โดยประมาทเลินเล่อ ม สูบบุหรี่ทาให้เกิดไฟลุกไหม้รถลูกค้าเสียหาย ดังนี้ว ต้องรับผิดต่อลูกค้าด้วยหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเหตุละเมิดเกิดขึ้นในทางการที่จ้าง 115.ความรับผิดของผู้ว่าจ้างทาของเป็นความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่นหรือไม่ ตอบ มิใช่ความรับผิดในการกระทาของบุคคลอื่น 116.ส จ้าง น ทาถนนเข้าบ้านของ ส ปรากฏว่า น ทาถนนรุกล้าเข้าไปในที่ดินของ ถ โดยประมาทเลินเล่อ ซึ่ง ส ไม่ทราบ ว่าเป็นที่ดินของ ก ดังนี้ส ต้องรับผิดในการกระทาของ น หรือไม่ ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้มีส่วนผิดในงานที่สั่งให้ทา 117.เด็กไร้เดียงสาต้องรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อขึ้นหรือไม่ ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะไม่อาจมีการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ 118.ม ส่งระเบิดขวดให้ อ บุตรชายผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลของตนโดยรู้ว่า อ อาจนาไปก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น ได้ อ นาระเบิดไปขว้างปาบ้านของ ส เสียหาย ดังนี้ม ต้องรับผิดต่อ ส หรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นความรับผิดในการกระทาของตน
  • 17.
    119.เกี่ยวกับความรับผิดในการกระทาของตนเอง ผู้เยาว์หรือบุคคลวิกลจริตกระทาละเมิด จะต้องมีการกระทาโยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ ตอบต้องมีการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ 120.น เป็นบุตรผู้เยาว์ของ ส และ ม ส และ ม แยกกันอยู่ โดย ส รับราชการอยู่ที่เชียงใหม่ ม อยู่ที่กรุงเทพฯ ระหว่างที่อยู่ ในความดูแลของ ม น ทาร้าย ค โดยละเมิด ดังนี้ส จะต้องรับผิดด้วยหรือไม่ ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะขณะเกิดเหตุละเมิด ส ไม่มีหน้าที่ดูแล น 121.จ คุ้นเคยกับสุนัขของ ข เป็นอย่างดีได้สอนให้สุนัขขโมยปลาสดของแม่ค้าในตลาด ดังนี้ใครต้องรับผิดต่อแม่ค้าปลา ในตลาด ตอบ จ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ใช้สุนัขเป็นเครื่องมือในการทาละเมิดของตนเอง 122.ว ยืมลิงมาจาก ด เพื่อใช้ในการขึ้นมะพร้าว ระหว่างที่อยู่ในการดูแลของ ว ซึ่งพักผ่อนนอนหลับอยู่ ลิงเข้าไปขโมย กล้วยจากสวนของ ม ที่อยู่ติดกันดังนี้ว ต้องรับผิด ม หรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้รับเลี้ยงรักษาไว้แทน ด เจ้าของลิง 123.ด.ช.นิด ซึ่งเป็นเด็กซุกซน เอาก้อนหินขว้างหยอกสุนัขของนายดีเล่นด้วยความสนุกสนาน สุนัขวิ่งหนีเข้าไปในสวน ดอกไม้ของนายมา เสียหาย โดยที่ ด.ช.นิดไม่รู้ว่าสุนัขจะวิ่งเข้าไปในสวนดอกไม้นั้นและไม่ประมาทเลินเล่อดังนี้นานดี ต้องรับผิดต่อนายมาหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของสุนัข แล้วไปใช้สิทธิไล่เบี้ยจาก ด.ช.นิดได้ 124.กระเบื้องหลังคาบ้านของ ส แผ่นหนึ่งเผยออกมาจะหลุดตกลงมาอยู่แล้ว จ มาเยี่ยม ส ที่บ้านเห็น ม ทอดกล้วยแขก อยู่ข้างล่างริมซอยข้างบ้าน จึงใช้ไม้เขี่ยกระเบื้องให้หลุดลงมาถูก ม บาดเจ็บ ดังนี้จ ต้องรับผิดต่อ ม หรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะกระทาละเมิดโดยจงใจต่อ ม 125.ป ้ ายโฆษณา ตั้งอยู่บนดาดฟ ้ าตึกอย่าสงไม่แน่นหนา ถูกพายุที่มีได้ตามธรรมชาติพัดพังถูกบุคคลข้างล่าง เสียหาย ดังนี้ผู้ครองป ้ ายต้องรับผิดหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครองป ้ ายอันเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น
  • 18.
    126.ล มาเยี่ยม อที่บ้านพัก ซึ่ง อ เป็นเจ้าของและอยู่อาศัย เมื่อ ล กินกล้วยแล้วได้ขว้างเปลือกกล้วยออกไปทาง หน้าต่าง บังเอิญเปลือกกล้วยไปถูก ป ขณะนั่งเล่นอยู่ที่สนามข้างบ้านโดยที่ ล ไม่ทันเห็นมาก่อน อ ต้องรับผิดต่อ ป หรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้อยู่ในโรงเรือน 127.ศ เช่ารถยนต์นั่งมาจากบุคคลอื่นแล้วให้ ม ลูกจ้างขับไปธุระโดย ศ นั่งมาด้วย ขณะที่ ม ขับรถลุยน้ามาอย่างข้าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง น้ากระเซ็นไปถูก ท ที่ยืนรอรถประจาทางอยู่ริมถนนเปียกโชก โดยที่ ม คนขับ และ ศ เองก็มองไม่ เห็น ดังนี้ศ ต้องรับผิดต่อ ท หรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครองยานพาหนะที่เดินด้วยกาลังเครื่องจักร 128.ท ทะเลาะวิวาทกับ ม จึงคว้าระเบิดขวดที่อยู่ในความครอบครองของ ช ขว้างไปที่ ม ได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ท หรือ ช ต้องรับผิดต่อ ม ตอบ ท กระทาละเมิดโดยใช้ระเบิดขวดที่อยู่ในความครอบครองของ ช เป็นเครื่องมือจึงต้องรับผิดต่อ ม 129. นางสายเป็นเจ้าของบ้าน และครอบครองแก๊สซึ่งบรรจุอยู่ในถัง และใช้ในการหุงต้มในครัว ขณะที่นางสายนอน หลับ ถังแก๊สระเบิดไฟไหม้บ้านลุกลามไปยังบ้านนางสุด ซึ่งอยู่ติดกันเสียหาย ดังนี้นางสายต้องรับผิดต่อนางสุดหรือไม่ ตอบ ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครองแก๊สอันเป็นทรัพย์อันตรายโดยสภาพ 130.นายดาเป็นเจ้าของสุนัข นาสุนัขไปให้นายแดง สัตว์แพทย์รักษา โดยนายแดงได้รับสุนัขของนายดาไว้ดูอาการที่ คลินิกของนายแดง ในวันต่อมาขณะที่นายแดงตรวจดูอาการสุนัข สุนัขได้กัดนายแดงเป็นแผลลึก ดังนี้นายแดงจะเรียก ค่าเสียหายจากนายดาได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เพราะขณะนั้นนายแดงเป็นผู้รับเรื่องรักษาไว้แทนนายดา สุนัขจึงอยู่ในความดูแลของนายแดง 131.ส บุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในตึกแถวของ อ ดังนี้อ จะมีสิทธิอย่างไรบ้าง ตอบ ฟ ้ องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งให้ ส ออกจากตึกแถวดังกล่าว 132.จาเลยขับรถยนต์นั่งชนรถบรรทุกของโจทก์ที่จอดอยู่เสียหายโดยละเมิด โจทก์จึงเอารถบรรทุกออกให้เช่าไม่ได้ ดังนี้ โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการทีโจทก์ขาดรายได้ที่เป็นค่าเช่าจากจาเลยได้หรือไม่ ตอบ เรียกได้ เพราะเป็นค่าเสียหายในความเสียหายจากกการกระทาละเมิด
  • 19.
    133.โจทก์ด่าจาเลยด้วยถ้อยคาหยาบคายและพาดพิงไปถึงบิดามารดาของจาเลย จาเลยจึงชกต่อยโจทก์บาดเจ็บ ดังนี้ ศาลจะลดค่าเสียหายลงได้หรือไม่ ตอบลดได้ เพราะความเสียหายเกิดเพราะความผิดของโจทก์ที่ด่าว่าจาเลย 134.ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายของบิดา จะมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพราะขาดไร้อุปการะตามกฎหายจากผู้ทา ละเมิดให้บิดาตายได้หรือไม่ ตอบ ไม่มีสิทธิ เพราะมิใช่การขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย 135.ส เป็นข้าราชการของ มสธ ถูก ป ขับรถชนโดยละเมิดได้รับบาดเจ็บ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส ได้ เบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการไปแล้วตามสิทธิ ดังนี้ส จะมีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลจาก ป ได้หรืไม่ ตอบ มีสิทธิเรียกจาก ป ได้ตามหลักกฎหมายทั่วไป 136.โจทก์ถูกจาเลยขับเรือยนต์ชนโดยประมาทเลินเล่อทาให้ต้องตัดขาไปข้างหนึ่งต้องทุพพลภาพพิการตลอดชีวิต ได้รับค่ารักษาพยาบาลไปจากจาเลยแล้ว ดังนี้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายในการี่ต้องเสียขาไปได้หรือไม่ ตอบ เรียกได้ เพราะเป็นค่าเสียหายในความเสียหายอย่างอื่นมิใช่ตัวเงิน คนละส่วนกับค่ารักษาพยาบาล 137.จาเลยลักรถยนต์ของโจทก์ไป โจทก์จึงฟ ้ องเรียกรถคืน ดังนี้คดีของโจทก์ ตอบ ไม่มีกาหนดอายุความ เพราะใช้สิทธิติดตามเอาคืน 138.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 รถของ ช ถูก ส ขับรถชนโดยประมาทเลินเล่อ และ ช ก็รู้ว่าถูกชนและรู้ตัวผู้กระทาละเมิด คือ ส ในวันนั้น พอวันที่ 5 ตุลาคม 2546 ช ก็เอารถไปจ้างซ่อม พอซ่อมเสร็จวันที่ 10 ตุลาคม 2546 ก ก็จ่ายค่าซ่อมไปใน วันที่ 10 นั้น ดังนี้ช ต้องฟ ้ องเรยกค่าเสียหายในค่าซ่อมภายในวันที่เท่าไหร่จึงจะไม่ขาดอายุความ ตอบ ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2547 139.ร้อยตารวจเอกกิจไม่ถูกกับนายนิติ จึงสั่งให้สิบตารวจตรีโกยผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาไปจับกุมนายนิติในข้อหาว่านาย นิติมีของผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง ซึ่งไม่เป็นความจริง สิบตารวจตรีโกยก็ไม่ทราบว่าร้อยตารวจเอกกิจสั่งโดยมิ ชอบ จึงไปจับกุมตามคาสั่ง ดังนี้สิบตารวจตรีโกยต้องรับผิดต่อนายนิติหรือไม่ ตอบ ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้กระทาโดยจงใจหรือไม่ประมาทเลินเล่อ
  • 20.
    140.แมวของนางจูเข้ามาขโมยกินลูกไก่ของนายดีในบริเวณบ้านหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายนายดีเห็นเข้า จึงจับแมวไว้ได้ นางจูมาขอแมวคืนนายดีไม่ยอมคืนให้ดังนี้นายดีกระทาละเมิดต่อนางจูหรือไม่ ตอบ ไม่เป็นการละเมิด เพราะนายดีมีสิทธิยึดแมวไว้เป็นประกันค่าสินไหมทดแทน 141.บุคคลที่ริบทรัพย์ไว้โดยสุจริต ถ้าการคืนทรัพย์ตกเป็นพ้นวิสัย การคืนลาภมิควรได้จะต้องทาอย่างไร ตอบ ต้องคืนเพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะที่เรียกคืน 142.ก ทาสัญญาให้ ข เช่าบ้านมีกาหนด 3 ปี โดยกาหนดให้ชาระค่าเช่าในวันที่ 1 ของแต่ละเดือน ต่อมาวันที่ 25 ข นา เงินค่าเช่าบ้านของเดือนต่อไปมาชาระให้แก่ ก ต่อมาในวันที่ 27 ของเดือนเดียวกัน ข ต้องการใช้เงินจึงมาขอเงินค่าเช่า บ้านที่ชาระไปแล้วคืน โดยอ้างว่ายังไม่ถึงกาหนดชาระค่าเช่าเช่นนี้จะทาได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เพราะถือว่าลูกหนี้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา และกฎหมายห้ามเรียกคืน 143.บุคคลดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิจะได้รับคืนทรัพย์ที่ตนได้ชาระไปคืน คือ 1. บุคคลผู้ชาระหนี้อันมีเงื่อนเวลาบังคับเมื่อก่อนถึงกาหนดเวลานั้น 2. บุคคลผู้ชาระหนี้ซึ่งขาดอายุความแล้ว 3. บุคคลผู้ชาระหนี้ตามหน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสมาคม 144.ผู้รับทรัพย์ไว้โดยสุจริตในกรณีของลาภมิควรได้ มีสิทธิอย่างไรในดอกผลที่เกิดขึ้นจากทรัพย์นั้น ตอบ มีสิทธิได้ดอกผลนั้นตลอดเวลาที่ยังคงสุจริต 145.การฟ ้ องคดีในเรื่องลาภมิควรได้ ต้องฟ ้ องภายในอายุความใด ตอบ ภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ผ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้น 146.ข้อใดที่สามารถเรียกคืนทรัพย์ฐานลาภมิควรได้ ตอบ การชาระหนี้ซึ่งเกิดจากนิติกรรมที่เป็นโมฆกรรม 147.การที่บุคคลใดได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใดของบุคคลอื่น โดยไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และการได้ทรัพย์นั้นมาทาให้ บุคคลอื่นเสียเปรียบเรียกว่าอะไร
  • 21.
    148.ในกรณีที่ผู้จัดการ จัดการงานนอกสั่งโดยไม่สมประโยชน์ของตัวการ แต่ถ้าตัวการเห็นชอบด้วยกับกิจการนั้นตัวการ สามารถดาเนินการตามข้อใด ตอบสามารถให้สัตยาบันได้ 149.ข้อใดเป็นผลของการจัดการไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของผู้จัดการงานนอกสั่ง ตอบ ใช้ค่าสินไหมทดแทน 150.ข้อใดเป็นการที่บุคคลใดเข้าทากิจกรรมแทนผู้อื่นโดยเขามิได้ว่าขานวานใช้ให้กระทา ตอบ จัดการงานนอกสั่ง 151.ข้อใดเป็นหน้าที่ของผู้จัดการงานนอกสั่ง ตอบ จะต้องจัดการงานไปในทางที่สมประโยชน์ของตัวการ และ ความประสงค์อันแท้จริงของตัวการ
  • 22.
    แบบประเมินผลตนเองก่อนสอบ เป็นคาถามปรนัยชนิดเลือกตอบ จานวน 60ข้อ 1. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในเรื่องหนี้ 1. ก. กู้เงิน ข. 2. ก. เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน 3. ก. ให้หนังสือ ข. 4. ก. ขายหนังสือให้ ข. 5. ก. จ้าง ข. ตัดต้นไม้ 2. ข้อใดต่อไปนี้ยังไม่ก่อให้เกิดหนี้ 1. ละเมิด 2. จัดการงานนอกสั่ง 3. ลาภมิควรได้ 4. คามั่นจะให้รางวัล 5. สัญญาจะซื้อจะขาย 3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. หนี้เป็นบุคคลสิทธิ 2. หนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสิทธิเรียกร้อง 3. หนี้เป็นสิทธิเรียกร้องใช้บังคับระหว่างคู่กรณีเท่านั้น 4. หนี้เป็นบุคคลสิทธิซึ่งจากัดอยู่ในวัตถุแห่งหนี้เท่านั้น 5. วัตถุแห่งหนี้ คือ การกระทา งดเว้นกระทาการ ส่งมอบทรัพย์สิน และตัวทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการชาระหนี้ 4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. หนี้ขาดอายุความด้วยกฎหมายห้ามฟ้องร้อง 2. การงดเว้นกระทาการเป็นวัตถุแห่งหนี้อย่างหนึ่ง 3. วัตถุที่ประสงค์แห่งนิติกรรมนั้นมีอยู่ 3 ประการ 4. การเลือกวัตถุแห่งหนี้กระทาด้วยการแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง 5. การเลือกวัตถุแห่งหนี้ต้องเลือกภายในระยะเวลาอันมีกาหนด
  • 23.
    5. ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้มิพักต้องเดือนก่อน ในกรณีใดดังต่อไปนี้ 1.ถ้าได้กาหนดเวลาชาระหนี้ใส่ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชาระหนี้ตามกาหนด 2. ในกรณีหนี้อันเกิดแก่มูลละเมิด ลูกหนี้ผิดนัดมาแก่เวลาที่ทาละเมิด 3. ถ้าจะต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้ากันก่อนการชาระหนี้ ถ้าคาบอกกล่าวได้กาหนดเวลาลงอาจคานวณนับได้โดย ปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว 4. กรณีทั้ง 1, 2 และ 3 5. กรณีตาม 1 และ 2 เท่านั้น 6. พฤติการณ์ใดดังต่อไปนี้ ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ 1. เป็นเพราะความผิดของเจ้าหนี้ 2. เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุ 3. เพราะพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอื่นๆ 4. เป็นเพราะพฤติการณ์ตามข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง 5. ถูกหมดทุกข้อ 7. เจ้าหนี้จะบอกนัดไม่รับชาระหนี้ได้ในกรณีใดดังต่อไปนี้ 1. ก. เช่าห้อง ข. ที่ริมแม่น้าเจ้าพระยาเพื่อดูขบวนแห่เรือทางชลมารค แต่ ข. ผิดนัดไม่ส่งมอบห้องให้ตามกาหนดเวลาใน สัญญา 2. ก. จ้าง ข. ตัดเสื้อราตรี เพื่อไปงานราตรีสโมสรในวันที่ 5 ธันวาคม แต่ ข. ผิดนัดส่งมอบเสื้อให้ในวันที่ 10 ธันวาคม 3. ก. จ้าง ข. ตัดเสื้อราตรี เพื่อไปงานราตรีสโมสรในวันที่ 5 ธันวาคม โดยตกลงว่าถ้าหากไม่ส่งมอบตามนัดข. จะต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 4. ก. เช่าห้อง ข. ที่ริมแม่น้าเจ้าพระยาเพื่อดูขบวนแห่เรือทางชลมารค โดยมีเงื่อนไขว่า หาก ข. ผิดนัด ส่งมอบห้อง ล่าช้า ก. จะบอกปัดไม่รับมอบห้องไม่ได้ 5. ผิดหมดทุกข้อ
  • 24.
    8. วิชัยกู้เงินจากวิชิต เป็นเงิน100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี โดยมีวิชาเป็นผู้ค้าประกัน ยอมรับหนี้อย่าง ลูกหนี้ร่วม หนี้ถึงกาหนดชาระในวันที่ 1 ตุลาคม 2530 เมื่อหนี้ถึงกาหนดชาระ วิชัยไม่มีเงินชาระหนี้ วิชาจึงนาเงิน ทั้งหมดที่วิชัยจะต้องรับผิดไปชาระหนี้ให้แก่วิชิตแต่วิชิตไม่ยอมรับ อ้างว่าจะต้องรีบเดินทางไปต่างประเทศ ไม่มีเวลาที่ จะรับเงินรักษาไว้ได้เมื่อวิชิตกลับจากต่างประเททศแล้ววิชิตจะฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชัยและวิชาได้หรือไม่ 1. ฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชาไม่ได้เลย 2. ฟ้องเรียกเงินต้นจากวิชาได้ และดอกเบี้ยจะต้องฟ้องเรียกจากวิชัย 3. ฟ้องเรียกให้วิชัยและวิชาร่วมกันชาระเงินต้นได้แต่เรียกดอกเบี้ยไม่ได้ 4. ฟ้องเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยจากวิชัยได้แต่เรียกจากวิชาไม่ได้ 5. ฟ้องเรียกเงินต้นจากวิชัยได้ แต่ดอกเบี้ยจะฟ้องร้องเรียกจากวิชา 9. เอทาสัญญาส่งผลไม้ให้แก่บี ในสัญญามีข้อตกลงว่าเอจะไม่ขอรับผิดในความสูญหาย แม้จะเกิดจากความประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ตาม ต่อมา เอว่าจ้างรถยนต์บรรทุกของซีขนส่งผลไม่ไปให้บี ระหว่างทางคนขับ รถยนต์ของซีขับรถโดยประมาทชนเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้รถยนต์คว่า ผลไม้ที่บรรทุกในรถเสียหายทั้งหมด ดังนี้เอจะต้อง รับผิดต่อบีหรือไม่ เพราะเหตุใด 10. หลักทั่วไปในการบังคับชาระหนี้ โดยเฉพาะเจาะจงคือ 1. สภาพแห่งหนี้จะต้องเปิดช่องให้บังคับกันได้ 2. สภาพแห่งหนี้จะต้องอยู่ในวิสัยที่ลูกหนี้ยังชาระหนี้ได้ 3. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชาระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์ อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ 4. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มตามหนี้ 5. การให้เจ้าหนี้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมากที่สุดเท่าที่จะทาได้แต่ไม่ได้เต็มตามหนี้ 11. เจ้าหนี้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่พฤติการณ์พิเศษหมายความว่า 1. เรียกเอาค่าเสียหายธรรมดาที่เกิดจากการไม่ชาระหนี้ 2. เรียกเอาค่าเสียหายจากเหตุอื่นก็ได้แม้จะเป็นค่าเสียหายที่ไกลต่อเหตุอันเนื่องมาจากการไม่ชาระหนี้ 3. เรียกเอาค่าเสียหายพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ค่าเสียหายธรรมดาอันเกิดจากการไม่ชาระหนี้ แต่ลูกหนี้ต้องรู้ว่าจะเกิดความเสียหาย พิเศษนั้น 4. ค่าเสียหายพิเศษที่จะเลือกเอาได้จากการที่ไม่ชาระหนี้นั้น จะคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นเท่านั้นไม่พอจะต้องรู้ว่า หากไม่ชาระหนี้จะต้องเกิดความเสียหายพิเศษขึ้นอย่างแน่นอน 5. ค่าเสียหายพิเศษที่จะเลือกเอาได้จากการชาระหนี้ของลูกหนี้นั้น ลูกหนี้จะต้องรู้จากเจ้าหนี้ด้วยตนเองโดยตรง หากรู้จัก บุคคลภายนอกลูกหนี้ก็ไม่ต้องรับผิดต่อความเยหายพิเศษดังกล่าว
  • 25.
    12. นายชอบกับนางชิตเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทามาหากินด้วยกันจนมีที่ดิน1 แปลง ต่อมานาย ชอบได้กู้เงินนายชัย นาเงินไปเที่ยวเตร่จนหมด และผิดนัดไม่ชาระหนี้ นายชัยจึงฟ้องศาลและยึดที่ดินแปลงดังกล่าวมา ขายทอดตลาด ได้เงินมาพอชาระหนีพอดี นางชิตร้องต่อศาลขอเงินที่ขายที่ดินได้กึ่งหนึ่ง อ้างว่ามีส่วนเป็นเจ้าของที่ดิน ครึ่งหนึ่งเมื่อขายได้แล้วนายชัยมีสิทธิเอาไปชาระหนี้ได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เช่นนี้นางชิตมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าขาย ที่ดินกึ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะเหตุใด 1. ไม่มีสิทธิที่จะได้เพราะนายชอบนางชิตเป็นสามีภรรยากัน 2. ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นหนี้ที่นายชอบก่อขึ้นระหว่างนายชอบกับนางชิดยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ 3. ไม่มีสิทธิ เพราะเป็นหนี้ร่วมกัน เนื่องจากเป็นสามีภรรยากัน 4. มีสิทธิที่จะได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งเนื่องจากนายชัยฟ้องนายชอบคนเดียวแต่ไม่ได้ฟ้องนางชิตด้วย 5. มีสิทธิที่จะได้สาวนแบ่งครึ่งหนึ่ง เพราะเป็นหนี้ส่วนตัวของนายชอบ ซึ่งนางชิตไม่ต้องรับผิดร่วมด้วย และนายชอบกับ นางชิตก็ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย 13. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. การรับช่วงสิทธิเกิดโดยนิติกรรมและนิติเหตุ 2. การรับช่วงทรัพย์มีได้โดยบัญญัติของกฎหมายเท่านั้น 3. การรับมรดกโดยเจ้าหนี้ตายแตกต่างกับรับช่วงสิทธิ 4. การรับช่วงสิทธิเรียกว่าได้ว่าช่วงบุคคล 5. การรับช่วงบุคคลคือมีคนที่มิใช่เจ้าหนี้เข้าแทนที่เจ้าหนี้เดิม 14. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. ลูกหนี้ขัดขืนหรือเพิกเฉยไม่ได้สิทธิเรียกร้องของตนเจ้าหนี้ใช้สิทธินั้นได้ 2. เจ้าหนี้เสียประโยชน์เพราะการที่ลูกหนี้ไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง เจ้าหนี้จึงใช้สิทธิเรียกร้องนั้นได้ 3. เจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องของลุกหนี้นั้นจะต้องขอหมายเรียกลูกหนี้มาในคดีนั้นด้วย 4. สิทธิเรียกร้องของลุกหนี้ที่ลูกหนี้ไม่ใช้และที่เจ้าหนี้จะเข้ามาใช้แทนได้นั้นต้องไม่ใช่สิทธิเป็นการส่วนตัวของลูกหนี้ โดยแท้ 5. การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้นั้นเจ้าหนี้ต้องทาเป็นหนังสือกับลูกหนี้ก่อน
  • 26.
    15. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องในเรื่องการเพิกถอนการฉ้อฉล 1. การเพิกถอนนั้นได้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคน 2.บุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล คือ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และลูกหนี้คนใหม่ 3. การเพิกถอน การฉ้อฉลไม่อาจกระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอก อันได้มาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอเพิก ถอน 4. การเพิกถอนการฉ้อฉลห้ามฟ้องร้อง เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่เจ้าหนี้รู้ถึงเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือพ้นสิบปีนับ แต่ได้ทานิติกรรมนั้น 5. การร้องขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลคือต้องฟ้องเป็นคดีขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอน 16. ก. เป็นลูกหนี้ ข. และ ก. เป็นคนหนี้สินล้นพ้นตัว วันหนึ่ง ค. ขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อชนรั้วบ้าน ของ ก. เสียหาย และ ก. ก็ไม่ใช่สิทธิใดๆ ที่มีอยู่คงเพิกเฉยเสีย ดังนี้ ข. มีสิทธิอย่างไร 1. รับช่วงสิทธิจากลูกหนี้ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด 2. รับช่วงทรัพย์จากลูกหนี้ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด 3. ใช้สิทธิเรียกร้องของ ก. ฟ้อง ค. ผู้ทาละเมิด 4. ใช้สิทธิเพิกถอนการฉ้อฉลระหว่างก. และ ค. 5. ใช้สิทธิยึดหน่วงแทน ก. 17. ดานาเรือไปให้ขาวซ่อม ดาไม่ชาระหนี้ค่าซ่อมเรือแก่ขาวขาวมีสิทธิอย่างไร 1. สิทธิพิเศษเหนือเรือที่ดานามาซ่อม 2. สิทธิยึดหน่วงเรือที่ดานามาซ่อมในหนี้ค่าซ่อมเรือ 3. สิทธิเหนือทรัพย์สินของดาในการชาระหนี้ค่าซ่อมเรือ 4. สิทธินาเรือดาไปขายเพื่อชาระหนี้ค่าซ่อมที่ดาค้างอยู่ 5. สิทธิยึดเรือของดาเป็นของขาวทันที 18. กรณีใดต่อไปนี้ไม่ทาให้สิทธิยึดหน่วงระงับ 1. เจ้าหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการดูแลรักษาทรัพย์ที่ยึดหน่วงไว้ 2. ลูกหนี้ทาผิดหน้าที่ของตนในการรักษาทรัพย์ที่ถูกยึดหน่วงไว้ 3. เจ้าหนี้มิได้ครอบครองทรัพย์ 4. หนี้เดิมระงับ 5. ลูกหนี้หาประกันให้แทนการยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ในอานาจที่สมควร 19. บุริมสิทธิเป็นสิทธิประเภทใด 1. ทรัพยสิทธิ 2. บุคคลสิทธิ
  • 27.
    3. สิทธิยึดหน่วง 4. สิทธิเหนือทรัพย์ที่เป็นประกัน 5.สิทธิเหนือทรัพย์ของบุคคลอื่น 20. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่บุริมสิทธิสามัญ 1. ค่าปลงศพ 2. ค่าภาษีอากร 3. ค่าจ้างคนงาน 4. ค่าเครื่องอุปโภคอันจาเป็นประจาวัน 5. ค่าล่วงเวลาของเสมียน 21. ประเภทของบุริมสิทธิพิเศษได้แก่อะไรบ้าง 1. บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ 2. บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์ 3. บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์และเหนืออสังหาริมทรัพย์ 4. บุริมสิทธิพิเศษเหนือทรัพย์ที่จานา จานอง 5. บุริมสิทธิพิเศษเหนือทรัพย์ที่จานา จานอง ยึดหน่วง 22. กรณีใดต่อไปนี้เป็นบุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์ 1. เช่าอสังหาริมทรัพย์ 2. พักอาศัยในโรงแรม 3. ค่าแรงงานกสิกรรม 4. ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 5. รับขนของ 23. บุริมสิทธิในมูลพักอาศัยในโรงแรมไม่ครอบคลุมถึงข้อใดต่อไปนี้ 1. เงินที่เจ้าของโรงแรมได้ออกแทนแขกของผู้เดินทาง 2. เงินค่าเช่ารถของโรงแรมที่ผู้เดินทางได้ว่าจ้าง 3. เงินค่าโทรศัพท์ที่ผู้เดินทางได้ใช้ในโรงแรม 4. เงินที่เจ้าของโรงแรมได้ออกแทนผู้เดินทาง 5. เงินค่าวงดนตรีที่โรงแรมจ้างมาเล่นให้ผู้เดินทางฟัง 24. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด 1. บุริมสิทธิในมูลเช่าแห่งอสังหาริมทรัพย์มีเหนือสิทธิจานอง
  • 28.
    2. บุริมสิทธิในมูลจ้างทาของเป็นการงานเหนืออสังหาริมทรัพย์มีสิทธิเหนือสิทธิจานอง 3. บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิเหนือสิทธิจานอง 4.บุริมสิทธิใดก็ตามหากไปจดลงทะเบียนไว้แล้วมีสิทธิเหนือสิทธิจานอง 5. บุริมสิทธิพิเศษมีสิทธิเหนือบุริมสิทธิสามัญทุกกรณี 25. จรัญ จรูญ และเจรียน ได้ร่วมกันลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินจากจรวยเป็นเงิน 30,000 บาท สัญญาไม่ได้ระบุว่าผู้ใด จะต้องรับผิดเท่าใดเมื่อถึงกาหนดชาระเงิน จรวยแจ้งแก่จรัญคนเดียวว่าจรวยปลดหนี้ให้แก่จรัญแต่จรูญและเจรียนยังต้อง รับผิดเงิน 30,000 บาทแก่ตนอยู่เมื่อหนี้ถึงกาหนดชาระ จรูญนาเงิน 20,000 บาทไปชาระให้แก่จรวย เช่นนี้จรูญจะไล่เบี้ย เอาจากใครได้บ้าง และคนละเท่าไร 1. ไล่เบี้ยเอาจากจรัญได้10,000 บาท 2. ไล่เบี้ยเอาจากเจรียนได้10,000 บาท 3. ไล่เบี้ยเอาจากจรัญได้5,000 บาท 4. ไล่เบี้ยเอาจากเจรียนได้50,000 บาท 5. ไล่เบี้ยเอาจากใครไม่ได้เลย 26. หนี้อันจะแบ่งกันชาระมิได้คือ 1. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์ 2. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย 3. หนี้อันจะแบ่งแยกไม่ได้โดยเจตนาของคู่กรณี 4. หนี้อันจะแบ่งกันชาระไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์และบทบัญญัติของกฎหมาย 5. หนี้อันจะแบ่งแยกไม่ได้โดยสภาพแห่งทรัพย์โดยบทบัญญัติของกฎหมายและโดยเจตนาของคู่กรณี 27. ก. ข. และ ค. ได้ร่วมกันกู้เงิน ง. ไป 9,000 บาท ต่อมาเมื่อหนี้เงินกู้ดังกล่าวขาดอายุความแล้วก. ได้นาเงินไปชาระ ให้แก่ ง. 3,000 บาทข. และ ค. ไม่ชาระ ดังนี้ ง. จะฟ้องเรียกเงินที่เหลือได้จากใครบ้าง และได้คนละเท่าไร 1. ฟ้องเรียกเอาจากใครไม่ได้เลย 2. ฟ้องเรียกเอาจาก ข. และ ค. ได้คนละ 3,000 บาท 3. ฟ้องเรียกเอาจาก ก. ข. และ ค. ได้คนละ 2,000 บาท 4. ฟ้องเรียกเอาจาก ก. ได้6,000 บาท แต่เรียกเอาจาก ข. และ ค. ไม่ได้ 5. ฟ้องเรียงเอาจาก ข. หรือ ค. คนใดคนหนึ่งได้ทั้งหมด
  • 29.
    28. ลักษณะสาคัญของเจ้าหนี้ร่วมคือ 1. เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้โดยสิ้นเชิงได้แต่ลูกหนี้จะเลือกชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคน หนึ่งไม่ได้ 2. เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้โดยสิ้นเชิงได้ แต่ลูกหนี้จะเลือกชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคน หนึ่งโดยสิ้นเชิงได้ 3. ลูกหนี้จะชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้โดยสิ้นเชิงตามแต่จะเลือก เว้นแต่เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นฟ้องให้ลูกหนี้ชาระ หนี้แล้ว 4. ในหนี้ระยะเดียวกันมีเจ้าหนี้หลายคน เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้ได้โดยสิ้นเชิง เว้นแต่ เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องลูกหนี้ให้ชาระแล้ว 5. ในหนี้รายเดียวกันมีเจ้าหนี้หลายคน ลูกหนี้จะชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งโดยสิ้นเชิงก็ต่อเมื่อลุกหนี้ได้ถูก เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งฟ้องให้ชาระหนี้แล้ว 29. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. สิทธิเรียกร้องซึ่งสภาพแห่งหนี้ไม่ปิดซอง โอนกันไม่ได้ 2. สิทธิเรียกร้องซึ่งคู่กรณีแสดงเจตนาห้ามโอน โอนกันไม่ได้ 3. สิทธิเรียกร้องที่ศาลยึดไม่ได้โอนกันไม่ได้ 4. การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทาหลักฐานเป็นหนังสือ 5. การโอนสิทธิเรียกร้องเกิดจากนิติกรรม 30. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่สามารถโอนกันได้ 1. หนี้เกิดจากจัดการงานนอกสั่ง 2. สิทธิในค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภรรยา 3. เงินเดือน 4. ค่าจ้าง 5. บานาญ 31. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. ถ้าพิพาทอ้างสิทธิในการโอนต่างรายโอนรายใดได้บอกกล่าวหรือตกลงก่อนโอนรายนั้นมีสิทะดีกว่าโอนรายอื่นๆ 2. เมื่อโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ผู้รับโอนกลายมาเป็นเจ้าหนี้ใหม่ ลูกหนี้ต้องชาระหนี้แก่ผู้รับโอนโดยตรง 3. สิทธิเรียกร้องย่อมตกได้แก่ผู้รับโอนทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์ 4. ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจะใช้บุริมสิทธิใดๆ ที่ตนมีอยู่เกี่ยวด้วยสิทธิเรียกร้องในกรณีบังคับยึดทรัพย์หรือล้มละลายนั้นก็ ได้ 5. การโอนสิทธิเรียกร้องนั้น หนี้เดิมระงับ
  • 30.
    32. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง 1. การโอนสิทธิเรียกร้องเกิดจากนิติกรรม 2.การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทาหลักฐานเป็นหนังสือ 3. เงินสงเคราะห์เป็นสิทธิที่โอนกันไม่ได้ 4. การบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังลูกหนี้นั้นไม่จาเป็นต้องให้ลูกหนี้ยินยอมด้วย 5. แม้จะมีการโอนสิทธิเรียกร้องกันแล้ว แต่ลูกหนี้ยังไม่ได้รับคาบอกกล่าวผู้รับโอนจะอ้างต่อลูกหนี้ว่ามีการโอนกันแล้ว ไม่ได้ 33. บุคคลใดต่อไปนี้มีอานาจรับชาระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย 1. บิดามารดาของเจ้าหนี้ 2. คู่สมรสของเจ้าหนี้ 3. บุตรของเจ้าหนี้ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว 4. ผู้จัดการมรดกของเจ้าหนี้ 5. ทนายความของเจ้าหนี้ 34. ข้อใดถูกในข้อความต่อไปนี้ 1. ทุกกรณีที่มีการชาระหนี้ ผู้รับชาระหนี้ต้องออกใบเสร็จให้ผู้รับชาระหนี้เสมอ จึงจะรับฟังเป็นหลักฐานว่ามีการชาระ หนี้ได้ 2. การปลดหนี้ทุกกรณีกระทาโดยเจ้าหนี้ แสดงเจตนาฝ่ายเดียวโดยทางวาจาต่อลูกหนี้ก็เพียงพอแล้ว 3. ทาสัญญาซื้อขายลูกสุนัขกันถ้ามิได้ตกลงกันให้ส่งมอบลูกสุนัขณ ที่ใด ผู้ขายต้องส่งมอบลูกสุนัขให้ที่ภูมิลาเนาของผู้ ซื้อ 4. การที่เจ้าหนี้เงินกู้ไม่เรียกร้องให้ลูกหนี้ชาระหนี้จนเวลาล่วงเลยไปเกิน 10 ปี แล้ว ย่อมมีผลให้หนี้ระงับลงได้ 5. การเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ กระทาได้เฉพาะกรณีชาระหนี้โดยสิ้นเชิงเท่านั้น 35. ดากู้เงินแดง 1,000 บาท โดยไม่มีกาหนดชาระ แล้วยังเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อจากแดงอีก 500 บาท กาหนดชาระใน วันที่ 3 สิงหาคม2530 รวมทั้งยังค้างค่าเช่าบ้านแดงอยู่อีก 800 บาท โดยดาจานานาฬิกาข้อมือราคา 1,000 บาท ไว้เป็น ประกัน หนี้ค่าเช่าบ้านถึงกาหนดชาระวันที่ 3 สิงหาคม 2530 เช่นกัน ครั้งวันที่ 4 สิงหาคม 2530 ดานาเงิน 900 บาท มา ชาระให้แก่แดงโดยไม่ระบุว่าชาระหนี้รายใดก่อนเช่นนี้ต้องจัดสรรชาระหนี้ให้แก่แดงอย่างไร จึงจะชองด้วยกฎหมาย 1. ชาระเงินกู้ก่อน 2. ชาระเงินค่าซื้อของเชื่อก่อน ที่เหลือจึงชาระเป็นค่าเช่าบ้าน 3. ชาระค่าเช่าบ้านก่อน ที่เหลือจึงชาระเป็นค่าซื้อของเชื่อ 4. แบ่งชาระหนี้ทั้ง 3 ราย ไปรายละ 300บาทเท่าๆ กัน 5. รับชาระรายใดก่อนหลังกันก็ได้เพราะเป็นเจ้าหนี้คนเดียวกัน
  • 31.
    36. ข้อใดเป็นการปลดหนี้ 1. เจ้าหนี้แสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้โดยยอมรับลูกสุนัขที่ลูกหนี้นามาไว้ให้แทน 2.เจ้าหนี้เพิกเฉยไม่ติตามทวงถามให้ลูกหนี้ชาระหนี้จนล่วงเลยอายุความ 3. เจ้าหนี้แสดงเจตนาแสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้เพราะเบื่อหน่ายที่จะทวงถามให้ชาระ 4. เจ้าหนี้แสดงเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้โดยขอให้ลูกหนี้สมรสกับตนแทน 5. เจ้าหนี้กล่สาวกับมารดาของลูกหนี้ว่ายกหนี้ให้แก่ลูกหนี้เพราะสงสารที่ลูกหนี้เป็นคนดีมีความกตัญญู 37. การหักกลบลบหนี้จะกระทาไม่ได้ในกรณีใด 1. คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม 2. สถานที่ชาระหนี้ทั้งสองรายที่จะหักกลบลบกันไม่ใช่สถานที่เดียวกัน 3. จานวนหนี้ทั้งสองรายไม่เท่ากัน 4. หนี้ทั้งสองรายถึงกาหนดชาระไม่พร้อมกัน 5. หนี้ทั้งสองรายมีวัตถุในการชาระหนี้ต่างกัน 38. การหักกลบลบหนี้มีผลในเวลาใด 1. เวลาที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้ 2. เวลาที่การแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้ไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง 3. เวลาที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งรับทราบการแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้ 4. เวลาที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งสนองรับการแสดงเจตนาของหักกลบลบหนี้ 5. เวลาที่หนี้ทั้งสองรายจะหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก 39. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นสาระสาคัญแห่งหนี้ในการเปลี่ยนแปลงหนี้ใหม่ 1. เปลี่ยนตัวผู้ค้าประกันในหนี้ 2. เปลี่ยนหนี้ของฝากเป็นหนี้เงินกู้ 3. ลดดอกเบี้ยให้ 4. ผ่อนเวลาชาระหนี้ออกไป 5. เพิ่มเติมหลักประกันในหนี้ 40. การที่หนี้เกลื่อนกลืนกัน มีผลอย่างไร 1. หนี้ระงับไปโดยสิ้นเชิงทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์ 2. หนี้ประธานระงับ แต่หนี้อุปกรณ์ยังมีผลบังคับอยู่ 3. หนี้อุปกรณ์ระงับ แต่หนี้ประธานยังมีผลบังคับอยู่ 4. ถือว่าไม่มีหนี้เกิดขึ้นเลยมาตั้งแต่ต้น 5. หนี้เดิมระงับโดยเกิดหนี้ใหม่ขึ้นมาแทนโดยประการแห่งหนี้ เดิมระงับด้วยเว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น
  • 32.
    41. ความเคลื่อนไหวของเด็กไร้เดียงสาถือว่าเป็นการกระทาหรือไม่ 1. ถือว่าเป็นการกระทาแล้ว 2.ถ้าหากมารดาค่อยดูแลอยู่ก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทา 3. ถ้าเด็กมีเสียงร้องก็ถือว่าเป็นการกระทา 4. ไม่ถือว่าเป็นการกระทา 5. ถ้าเกิดความเสียหายก็เป็นการกระทา 42. กระทาโดยจงใจหมายถึง 1. การตั้งใจกระทา 2. รู้สานึกในผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทาของตน 3. รู้สานึกในความเคลื่อนไหวของตน 4. รู้สานึกในการกระทาของตน 5. กระทาโดยไม่เผอเรอ 43. ครูบาอาจารย์ที่ทาโทษศิษย์ตามสมควรเป็นการกระทาผิดกฎหมายหรือไม่ 1. เป็นผิดกฎหมาย เพราะครูไม่มีอานาจทาโทษศิษย์ 2. ไม่เป็นผิดกฎหมายถ้าหากเป็นการทาโทษเด็กนักเรียนเล็กๆ 3. เป็นผิดกฎหมายถ้าเป็นการเฆี่ยนตีศิษย์ 4. ไม่เป็นผิดกฎหมาย 5. เป็นผิดกฎหมาย ถ้าบิดามารดาไม่ยินยอม 44. นายสุดชกต่อยนายสา นายสาล้มลงขณะนั้นบังเอิญนายชูซึ่งไม่ถูกกับนายสามาก่อนผ่านมาพอดี จึงเตะนายสา ทันที ดังนี้ นายสุด นายชูต้องร่วมกันรับผิดต่อนายสาหรือไม่ 1. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะชกต่อยและเตะขณะเดียวกัน แม้บังเอิญมาพบเข้าพอดี 2. ไม่ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะมิได้มีเจตนาและกระทาร่วมกัน 3. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะนายชูเตะนายสาหลังจากนายสุดชกต่อยนายสาล้มลง 4. ไม่ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะนายชูบังเอิญมาพบโดยไม่ได้ตั้งใจ 5. ต้องรับผิดร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องทาร้ายร่างกายด้วยกัน
  • 33.
    45. ข. กาลังรีดผ้าให้ก.นายจ้างตามหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อทาให้เพลิงไหม้บ้านของ ค. ที่ ก. เช่าอยู่ เสียหาย ดังนี้ ก. นายจ้างต้องรับผิดต่อ ค. หรือไม่ 1. ต้องรีบผิด เพราะ ข. ทาให้เกิดเพลิงไหม้บ้านของ ค. 2. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. มิได้ประมาทเลินเล่อ 3. ต้องรับผิด เพราะ ข. เป็นผู้จ้างของ ก. 4. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเรื่องลูกจ้างประมาทเลินเล่อ 5. ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง 46. ผู้ว่าจ้างทาของต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างก่อให้เกิดแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทาการงานที่ว่าจ้าง หรือไม่ 1. ต้องรับผิด 2. ไม่ต้องรับผิด 3. ต้องรับผิด ถ้าจัดหาเครื่องมือให้ 4. ไม่ต้องรับผิด ถ้ามีข้อตกลงกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง 5. ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้เยาว์ ก็ต้องรับผิด 47. ผู้รับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถจะต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการกระทาละเมิดซึ่งได้กระทาลงใน ระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตนหรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะไม่ใช่บิดามารดา 2. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเพียงผู้ดูแล 3. ต้องรับผิด ถ้ามิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร 4. ไม่ต้องรับผิด ถ้ามีข้อตกลงกับบิดามารดา 5. ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ดูแล 48. นายชูเป็นบิดาของเด็กชายน้อย ซึ่งเป็นเด็กซุกซนและอยู่ในความดูแลของนายชู ขณะที่นายชูนอนหลับอยู่ เด็กชาย น้อยเกิดทะเลาะวิวาทกับเด็กชายนิด และใช้ไม้ไล่ตีเด็กชายนิดนายชูต้องรับผิดต่อเด็กชายนิดหรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะขณะเกิดเหตุนายชูนอนหลับและมิได้รู้เห็นด้วย 2. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้เป็นผู้ตีเด็กชายนิด 3. ต้องรับผิด เพราะมิได้คอยห้ามปรามเด็กทั้งสองมิให้ทะเลาะวิวาทกัน 4. ต้องรับผิด เพราะเด็กชายน้อยผู้เยาว์เป็นบุตรอยู่ในความดูแล 5. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเรื่องเด็กทะเลาะวิวาทกัน
  • 34.
    49. ก. นอนหลับอยู่สุนัขของ ก. ออกไปกัด ข. นอกบริเวณบ้าน ข. บาดเจ็บ ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะสุนัขกัดนอกบริเวณบ้านของ ก. 2. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. นอนหลับ 3. ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของสุนัข 4. ต้องรับผิด เพราะประมาทเลินเล่อ 5. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้ยุให้สุนัขกัด 50. ขณะที่ ก. ใช้กระบือตัวหนึ่งไถนาอยู่ กระบือของ ก. อีกตัวหนึ่งเข้าไปกินเข้าในนาของ ข. ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะมิใช่กระทาโดยจงใจ 2. ต้องรับผิด เพราะเป็นเจ้าของกระบือ 3. ไม่ต้องรับผิด เพราะมอใช่กระทาโดยประมาทเลินเล่อ 4. ต้องรับผิด เพราะ ก. ประมาทเลินเล่อ 5. ต้องรับผิด เพราะมิได้ดูแลกระบือให้ดี 51. บุคคลผู้ครอบครองยานพาหนะอันเดินด้วยกาลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่ยานพาหนะนั้น หรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเพียงผู้ครอบครองยานพาหนะ 2. ต้องรับผิด ถ้าหากกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ 3. ต้องรับผิด ถ้าหากเป็นเจ้าของรถ 4. ต้องรับผิด เพราะเป็นผู้ครอบครอง 5. ถ้าหากใช้ความระมัดระวังดูแลอย่างดี ก็ไม่ต้องรับผิด 52. ก. ขับรถส่วนตัวอย่างระมัดระวังไปตามถนนที่เป็นหลุมบ่อ โดยมี ข. นั่งไปด้วย คราวหนึ่งรถกระดอน ขึ้น ศีรษะ ข. กระแทกกับรถบาดเจ็บ ดังนี้ ก. ต้องรับผิดต่อ ข. หรือไม่ 1. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ก. ขับรถอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว 2. ต้องรับผิด เพราะ ก. เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถ 3. ไม่ต้องรับผิด เพราะ ข. ควรจะใช้ความระมัดระวังเอง 4. ไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย 5. ต้องรับผิด เพราะขับรถในถนนที่เป็นหลุมบ่อ
  • 35.
    53. ก. เอารถเข้าไปขุดและขนดินในที่ดินของข. โดยละเมิด ดังนี้ ข. จะเรียกให้ก. จัดการถมดินเหมือนสภาพเดิมได้ หรือไม่ 1. ได้เพราะเป็นการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างหนึ่ง 2. ไม่ได้ได้แต่เรียกเป็นค่าเสียหาย 3. ไม่ได้เว้นแต่ ก. กระทาโดยจงใจ 4. ได้ถ้าหาก ก. จ้างคนถมได้ 5. ไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ 54. นายจ้างผู้ต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในกรณีละเมิดจะต้องเสียดอกเบี้ยในค่าสินไหมทดแทนนับแต่เวลาใด 1. นับแต่เวลาที่ลูกจ้างใช้ค่าสินไหมทดแทน 2. นับแต่เวลาที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาล 3. นับแต่เวลาที่ผู้เสียหายเรียกร้อง 4. นับแต่เวลาที่ทาละเมิด 5. นับแต่เวลาที่คดีถึงที่สุด 55. กรณีที่สามีถูกกระทาละเมิดถึงแก่ความตายภริยาจะเรียกค่าสินไหมทดแทนในการที่ต้องขาดไร้อุปการะจากผู้กระทา ละเมิดได้หรือไม่ 1. เรียกไม่ได้ 2. เรียกได้ 3. ถ้าสามีเลี้ยงดูอยู่ก็เรียกได้ 4. ถ้าภริยาเลี้ยงตัวได้ก็เรียกไม่ได้ 5. ถ้าภริยามีทรัพย์สินส่วนตัวพอเลี้ยงตัวเองได้ก็เรียกไม่ได้ 56. ก. เช่ารถยนต์ของ ข. มาใช้ถึงกาหนดไม่ส่งคืน ขณะที่ ก. จะขับรถออกไป ข. ก็ใช้กาลังฉุดกระชากก. ออกจากรถเพื่อ จะเอารถคืน ก.ได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ ข. จะอ้างว่ากระทาของตนเป็นนิรโทษกรรม ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. ได้หรือไม่ 1. ข. ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ก. ใช้รถโดยไม่มีสิทธิเป็นนิรโทษกรรม 2. ข. ไม่ต้องรับต่อ ก. ฐานละเมิด ไม่เป็นนิรโทษกรรม 3. ข. ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ก. บาดเจ็บไม่เป็นนิรโทษกรรม 4. ข. ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะ ข. ใช้กาลังฉุดกระชากไม่เป็นนิรโทษกรรม 5. ข. ไม่ต้องรับผิดต่อ ก. เพราะเป็นรถของ ข. เป็นนิรโทษกรรม
  • 36.
    57. กรณีใดเป็นการจัดการงานนอกสั่ง 1. ระหว่างที่ดาไม่อยู่บ้านฝนตกหนัก น้ากาลังจะท่วมสวนทุเรียนของดา แดงเพื่อนบ้านจึงเข้าทาทานบกั้นสวนทุเรียน ของดาไม่ให้ถูกน้าท่วม 2. สมรเป็นลูกหนี้สายพิณ เมื่อหนี้ถึงกาหนดสมรนาเงินมาชาระให้แก่ยุพิน ซึ่งเป็นน้องฝาแฝดของสายพิน โดยสมรเข้าใจ ว่ายุพินคือสายพิน 3. ขาวและเขียวมีที่ดินติดต่อกัน เขียวกั้นรั้วที่ดินเลยเข้าไปในเขตที่ดินของขาวโดยเข้าใจว่าเป็นเขตที่ดินของตนเอง 4. ดอกซื้อที่ดินจากดวง โดยทาหนังสือกันเอง ดอกชาระราคาที่ดินแล้วก็เข้าครอบครองที่ดินตลอดมาเป็นเวลา 5 ปี 5. สมใจเข้าครอบครองทรัพย์มรดกที่บิดาทาพินัยกรรมยกให้โดยไม่ทราบว่าบิดาได้ทาพินัยกรรมฉบับใหม่ยกทรัพย์ มรดกนั้นถวายวัดไปแล้ว 58. ผลของการจัดการงานนอกสั่ง ซึ่งไม่ถูกต้องตามหน้าที่ของผู้จัดการ ทาให้ผู้จัดการต้องมีความรับผิดต่อตัวการอย่างไร 1. ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตัวการเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 2. ถูกลดบาเหน็จลงตามส่วนแห่งความเสียหายที่ได้เข้าทากิจการนั้น 3. ถูกริบมัดจาที่ได้ให้ไว้ 4. ต้องหาหลักประกันความเสียหายให้เป็นที่พอใจตัวการ 5. ถูกริบเบี้ยประกัน 59. กรณีใดต่อไปนี้ที่บุคลสามารถเรียกคืนทรัพย์ในฐานลาภมิควรได้ 1. การชาระหนี้ที่ขาดอายุความแล้ว 2. การชาระหนี้ก่อนครบกาหนด 3. การชาระหนี้ตามอัธยาศัยในทางสมาคม 4. การชาระหนี้ผิดตัวเจ้าหนี้โดยสาคัญผิด 5. การชาระหนี้ตามสัญญาซึ่งมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการพ้นวิสัย
  • 37.
    60. ข้อใดถูกในข้อความต่อไปนี้ 1. บุคคลซึ่งรับลาภมิควนได้เป็นเงินไว้ต้องคืนเต็มจานวนนั้นแม้ถือว่าตนจะรับไว้โดยสุจริตก็ตาม 2. หากลาภมิควรได้นั้นไม่ใช่จานวนเงิน ผู้รับไว้ต้องคืนตามสภาพที่เป็นอยู่ในขณะเรียกคืนโดยไม่ต้องรับผิดชอบในการ ที่ทรัพย์นั้นสูญหายหากเป็นการรับไว้โดยสุจริต 3. การรับทรัพย์สินอื่นนอกจากเงินไว้เป็นลาภมิควรได้โดยทุจริต ผู้รับไว้ต้องรับผิดชอบในการสูญหายของทรัพย์นั้น เว้น แต่จะเป็นเหตุสุดวิสัย 4. ถ้าการคืนลาภมิควรได้ตกเป็นพ้นวิสัย ต้องมีการชดใช้ราคาทรัพย์เต็มจานวนโดยไม่ต้องคานึงว่ารับไว้โดยสุจริต หรือไม่ 5. ผู้รับลาภมิควรได้ไว้โดยสุจริตย่อมมีสิทธิได้ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์อันเป็นลาภมิควรได้นั้นตลอดเวลา
  • 38.
    เฉลย แบบประเมินผลตนเองก่อนเรียนและหลังเรียน ชุดวิชา 41212 กฎหมายแพ่ง2: หนี้ ละเมิด 1. (2) 2. (4) 3. (5) 4. (3) 5. (4) 6. (5) 7. (1) 8. (3) 9. (3) 10. (3) 11. (3) 12. (5) 13. (1) 14. (5) 15. (2) 16. (3) 17. (2) 18. (2) 19. (1) 20. (5) 21. (3) 22. (4) 23. (5) 24. (4) 25. (2) 26. (5) 27. (1) 28. (2) 29. (4) 30. (1) 31. (5) 32. (2) 33. (4) 34. (5) 35. (2) 36. (3) 37. (5) 38. (5) 39. (2) 40. (1) 41. (4) 42. (2) 43. (4) 44. (2) 45. (5) 46. (2) 47. (3) 48. (4) 49. (3) 50. (2) 51. (4) 52. (2) 53. (1) 54. (4) 55. (2) 56. (2) 57. (1) 58. (1) 59. (4) 60. (2)