โดย
นางสาวเยาวลักษณ ชาวบานโพธิ์ รหัสประจําตัว 5719860013
รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของกระบวนวิชาประชาธิปไตยในเอเชียอาคเนย (POL9220)
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการเมือง รุนที่ 7
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2557
มหาวิทยาลัยรามคําแหง
ภูมิภาคนิยมในอินโดนีเซีย
เสนอ
รองศาสตราจารย ดร.ธนาสฤษฎิ์ สตะเวทิน
Topic
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
ภูมิภาคนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใตและอาเซียน
บริบทของอินโดนีเซีย
ความเปนภูมิภาคนิยมของอินโดนีเซีย
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
 ความหมาย
1. ภูมิภาค (Region)
ประเทศจํานวนหนึ่งที่มีอาณาเขตเชื่อมติดตอกันและมีการพึ่งพา
อาศัยกัน
2. ภูมิภาคนิยม (Regionalism)
การรวมกลุมระหวางประเทศภายในภูมิภาคเดียวกัน โดยผาน
กระบวนการจัดตั้งองคการความรวมมือระดับภูมิภาคอยางเปนทางการ
หรือสถาบันที่สามารถจัดระเบียบความสัมพันธระหวางประเทศในมิติ
ตาง ๆ ไดอยางชัดเจน
3. ภูมิภาคาภิวัตน (Regionalization)
กระบวนการเชื่อมโยงทางสังคมของภูมิภาคหนึ่งที่อาศัยการติดตอ
ทางเศรษฐกิจระหวางสังคม
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
 แนวคิดและทฤษฎี
1. Neo-realism
แนวคิดที่ใหความสําคัญกับการถวงดุลอํานาจเพื่อรักษาผลประโยชนของตนเปนหลัก
2. Constructivism
แนวคิดที่ใหความสําคัญกับโครงสราง
3. Neo-liberalism
คือ แนวคิดที่ใหความสําคัญกับการเกื้อหนุนกัน
2. Functionalism
แนวคิดที่ใหความสําคัญกับการแกปญหาเฉพาะหนาที่เกิดจากการอยูรวมกัน
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
 พัฒนาการ
พัฒนาการของภูมิภาคนิยม สามารถแบงออกเปน 2 ชวง คือ ภูมิภาคนิยมเกา และภูมิภาคนิยมใหม
1. ภูมิภาคนิยมเกา (Regionalism)
ทศวรรษที่ 1950 และ 1960 (พ.ศ. 2493-2512) เปนการรวมกลุมระหวางประเทศในบริบทของ
สงครามเย็นอันมีลักษณะตามแนวคิดภูมิภาคนิยมเกา (Old Regionalism) อาเซียนจึงมีจุดมุงหมายทาง
การเมืองเปนหลัก
2. ภูมิภาคนิยมใหม (New Regionalism)
ทศวรรษที่ 1970 (พ.ศ. 2513-2522) เปนการรวมกลุมระหวางประเทศที่ริเริ่มโดยประเทศภายใน
ภูมิภาคนั้นๆ โดยไมไดมีการรวมตัวกันตามลัทธิทางการเมืองเเละมหาอํานาจภายนอกภูมิภาคไมไดเขา
มามีบทบาทในการขับเคลื่อนการรวมกลุม อยางที่เคยปรากฏในยุคสงครามเย็น
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
 ความรวมมือระดับภูมิภาคในเชิงทฤษฎี
1. เสรีนิยมใหม (Neo-Liberalism)
แนวคิดเสรีนิยมใหมพัฒนามาจากแนวคิดของสํานักเสรีนิยมที่เชื่อในกลไกการทํางานของตลาด
และเนนการดําเนินธุรกิจแบบเสรีแทนการผูกขาดโดยรัฐบาลเขาไปเกี่ยวของนอยที่สุด
2. หนาที่นิยมใหม/ภารกิจนิยมใหม (Neo-functionalism)
เนนการดําเนินความรวมมือระหวางประเทศในภารกิจใดภารกิจหนึ่งเชน การคาการเงิน และการ
คมนาคมขนสงฯลฯ และใหความสําคัญกับการแกปญหาเฉพาะหนาที่อันเกิดจากการอยูรวมกัน โดย
ไมใหปญหามาเปนอุปสรรคขัดขวางการบรรลุเปาหมายรวมกัน
3. สถาบันเสรีนิยมใหม (Neo-liberal Institution)
พัฒนามาจากแนวคิดการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน อธิบายพฤติกรรมการเมืองระหวางประเทศ
ประเทศตาง ๆ มีการพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้น
พัฒนาการการรวมตัวของกลุมประเทศแบบภูมิภาคนิยม
 ปจจัยขับเคลื่อน และอุปสรรค/โอกาส
1. ปจจัยขับเคลื่อนภูมิภาคนิยม มี 2 ปจจัยหลัก คือ
1.1 ปจจัยดานการเมืองหรือความมั่นคง ประกอบดวย เอกลักษณ ภัยคุกคาม กลุมการเมือง และ
ผูนํา
1.2 ปจจัยดานเศรษฐกิจ เกิดมาจากการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคที่เพิ่มมาก
ขึ้น การขยายตัวทางการคาและการลงทุนระหวางกัน การตอรองของประเทศสมาชิกกับ
ประเทศคูเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชนของตน และการดึงดูดการลงทุนจากตางประเทศ
1. ปจจัยขับเคลื่อนภูมิภาคนิยม มี 2 ปจจัยหลัก คือ
2.1 อุปสรรค สิ่งที่อาจเปนอุปสรรคขัดขวางการเกิดขึ้นของภูมิภาคนิยมมี 2 อยาง คือ ชาตินิยม
(nationalism) และโลกนิยมหรือสากลนิยม (internationalism / globalism)
2.2 โอกาส (1) ความมั่นคงและความมั่งคั่งเปนเปาหมายที่จะบรรลุรวมกันของภูมิภาคนิยมทั่วโลก
และ (2) อํานาจการตอรองจะเกิดขึ้นกับกลุมที่มีการรวมตัวกันอยางเหนียวแนนทันที
ภูมิภาคนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใตและอาเซียน
1. องคการระดับภูมิภาคในอดีต
1.1 องคการสนธิสัญญารวมปองกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต (The Southeast Asian Treaty
Organisation--SEATO)
1.2 สมาคมอาสา (The Association of Southeast Asia: ASA)
1.3 กลุมมาฟลินโด (Malaya-Philippines-Indonesia: MAPHILINDO)
2. ภูมิหลังอาเซียน
2.1 ความเปนมาของอาเซียน
2.2 หลักการพื้นฐานของอาเซียน
3. พัฒนาการความรวมมือของอาเซียนในอดีต
บริบทของอินโดนีเซีย
 ลักษณะทางภูมิศาสตร
บริบทของอินโดนีเซีย
 ประวัติศาสตรความเปนมาของประเทศอินโดนีเซีย
1. อินโดนีเซียเริ่มสัมผัสกับอิทธิพลของมหาอํานาจตะวันตกในชวงตนของศตวรรษ
ที่ 16 โดยในป ค.ศ. 1513 โปรตุเกสไดเขามาตั้งสถานีการคาขึ้นบนเกาะชวา
2. ฮอลันดาปกครองอินโดนีเซียมาอยางตอเนื่องจนถึงชวงสงครามโลกครั้งที่ 2
3. ปญหาของอินโดนีเซียในยุคที่เปนเอกราช
4. การครองอํานาจของซูการโน
5. การลงจากตําแหนงของซูการโน
บริบทของอินโดนีเซีย
 สภาพเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของอินโดนีเซียเปนเศรษฐกิจที่พึ่งพาการสงออกน้ํามันและกาซธรรมชาติ อุตสาหกรรม
น้ํามันเปนแหลงสําคัญที่สุดในการทํารายไดใหอินโดนีเซีย นับแตยุคหลังไดรับเอกราชตลอดมา ซึ่ง
รัฐบาลอินโดนีเซียไดนํารายไดมาพัฒนาโครงสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดานการขนสง
และการคมนาคมสรางฐานอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูง มุงหวังสรางความแข็งแกรงใหกับการ
อุตสาหกรรมของประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตน้ํามันในตลาดโลกในชวงระหวางป พ.ศ. 2523 –
2527 ซึ่งราคาน้ํามันในตลาดโลกลดลงอยางรวดเร็ว สงผลกระทบตอเศรษฐกิจโดยรวมของ
อินโดนีเซีย รัฐบาลจึงหันมาสงเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตเพื่อลดการพึ่งพา รายไดจาก
น้ํามันและกาซธรรมชาติ เชน อุตสาหกรรมสิ่งทอ แรโลหะที่มีคา สินคาอุตสาหกรรม ตาง ๆ รวมทั้ง
พัฒนาภาคเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต ทําใหอินโดนีเซียมีขาวเพียงพอสําหรับเลี้ยงตนเองไดโดยไม
ตองนําเขาอีกตอไป ยกเวนบางปที่ผลผลิตขาวไมดี ขณะเดียวกันรายไดจากการ สงออกสินคาอื่น ๆ ที่
ไมใชน้ํามันและกาซธรรมชาติก็เพิ่มมากขึ้นเปนลําดับ โดยเฉพาะสินคา อุตสาหกรรมไดกลายเปน
สินคาออกที่สําคัญในปจจุบัน โดยคิดเปนรอยละ 75 ของสินคาออก ทั้งหมด
บริบทของอินโดนีเซีย
 สภาพสังคม
 อาชีพ – เกษตรกรรม เชน การเพาะปลูก การทําปาไม การประมง การเลี้ยงสัตว
รวมถึงอาชีพดานการทําเหมืองแร และการอุตสาหกรรม เปนตน
 การอพยพยายถิ่นฐาน
 ศาสนาและระบบความเชื่อ/ความคิด
 ขนบธรรมเนียมประเพณี
 ภาษา - บาฮาซา อินโดนีเซีย เปนภาษาราชการ(แปลงมาจากมาษามลายู),
ภาษาอังกฤษ, ดัทช, ภาษาทองถิ่น ภาษาที่ใชกันอยางแพรหลายคือภาษาชวา
บริบทของอินโดนีเซีย
 สภาพการเมืองการปกครองของอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียเปนประเทศสาธารณรัฐ มีการจัดรูปการปกครองในแบบรัฐเดี่ยว
(unitary state) ปจจุบันมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเปนทั้ง
ประมุขของประเทศและประมุขของฝายบริหาร โดยประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง
โดยตรงของประชาชน ดํารงตําแหนงวาระละ 5 ป ในแงของระบบพรรคการเมือง
อินโดนีเซียมีพรรคการเมืองที่มีบทบาทโดดเดนหลายพรรค จึงเรียกไดวาการเมือง
อินโดนีเซียเปนการเมืองแบบหลายพรรค (multi-party system)
ปจจุบันประเทศอินโดนีเซียแบงเขตการปกครองออกเปน 31 จังหวัด (propinsi-
propinsi), 2 เขตปกครองพิเศษ* (daerah-daerah istimewa) และ 1 เขตนครหลวง
พิเศษ** (daerah khusus ibukota) โดยมีเมืองหลวงหรือเมืองหลักของแตละจังหวัด
 โครงสรางสถาบันทางการเมือง
1. สภาที่ปรึกษาประชาชน (People’s Consultative Assembly-MPR)
2. สภาผูแทนราษฎร (House of People’s Representatives-DPR )
3. สภาผูแทนระดับภูมิภาค (Regional Representatives Council : DPD)
4. สภาประชาชนระดับทองถิ่น (Regional People’s House of Representative : DPRD)
5. ประธานาธิบดี
6. ศาลยุติธรรม
7. คณะกรรมการตรวจเงินแผนดินสูงสุด (Supreme Audit Board : BPK)
บริบทของอินโดนีเซีย
ความเปนภูมิภาคนิยมของอินโดนีเซีย
 ภูมิภาคนิยม (Regionalism) คือการรวมกลุมระหวางประเทศภายในภูมิภาคเดียวกัน
โดยผานกระบวนการจัดตั้งองคการความรวมมือระดับภูมิภาคที่สามารถจัดระเบียบ
ความสัมพันธระหวางประเทศในมิติตาง ๆ ที่แตละประเทศสมัครใจและยินยอมเขา
เปนสวนหนึ่ง โดยการจัดทําขอตกลงอยางเปนทางการ หรือโดยการเจรจาหารือรวมกัน
อยางไมเปนทางการอันมีจุดมุงหมายเพื่อสรางขอผูกพันในเชิงพฤติกรรมและนโยบาย
ตลอดจนบูรณาการความรวมมือระหวางกัน ทั้งนี้องคการระดับภูมิภาคไมไดมีรูปแบบ
ที่แนนอน และไมจําเปนวาทุกองคการตองยึดหลักดําเนินการแบบเดียวกัน บาง
องคการอาจมีลักษณะความรวมมือระหวางรัฐบนพื้นฐานของหลักเคารพอํานาจ
อธิปไตยของประเทศสมาชิกคือมีลักษณะเปนเพียงความรวมมือระหวางรัฐบาล (Inter-
governmental Organisation) หรือบางองคการไดยกระดับใหมีลักษณะเหนือรัฐ
(Supranational Organisation)
ตัวอยาง
 การรวมกลุมมาฟลินโด
(Malaya-Philippines-
Indonesia:
MAPHILINDO)
ประกอบดวยประเทศที่
ใชภาษามาเลยคือ
มาเลเซีย ฟลิปปนส
และอินโดนีเซีย
ตัวอยาง
 ความรวมมือเขต
เศรษฐกิจสามฝาย
อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-
ไทย (Indonesia-
Malaysia-Thailand
Growth Triangle: IMT-
GT) ประกอบดวย ไทย
อินโดนีเซีย และ
มาเลเซีย
ตัวอยาง

ภูมิภาคนิยมในอินโดนีเซีย