นางสาว ขวัญสุดา เจริญศรี
5521400193
อาเซียนมีจุดเริ่มต้นจากสมาคมอาสาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2504 โดยไทย มาเลเซีย
และฟิลิปปินส์กัมพูชาในปี 2505 แต่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไทยเสียดินแดนปราสาทเขาพระวิหาร
ให้ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ได้มีการลงนามใน ปฏิญญากรุงเทพ
อาเซียนได้ถือกาเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ
ประกอบด้วย
● นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย
● ตุล อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย
● นายราซิโซ รามอส รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์
● นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์
● พันเอก(พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศไทย
ต่อมาก็มีอีก5ประเทศเข้าร่วมตามลาดับดังนี้
● บรูไนดารุสซาลาม (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527 )
● สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่28 กรกฎาคม2538 )
● สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่23กรกฎาคม2540 )
● สหภาพพม่า (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540 )
● ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542 ) ตามลาดับ
การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนของประเทศสมาชิกใหม่เหล่านี้ทาให้อาเซียนมี
สมาชิกครบ 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดคล้องกับปฏิญญา
อาเซียน ซึ่งระบุว่า อาเซียนพร้อมรับทุกประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ ที่พร้อมที่จะรับเป้ าหมาย หลักการ และวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นสมาชิก
ต่อมา ผู้นาประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียน
(ASEAN Community) ได้ประกาศ“ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียนฉบับที่2
ซึ่งกาหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก
กาหนดการภายในปี2558 ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง
ประชาสังคมและวัฒนธรรม ประชาคมเศรษฐกิจ
 วัตถุประสงค์เริ่มแรก
─ ด้านการเมืองและความมั่นคง เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
─ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
─ ความเจริญก้าวหน้าทางสังคม และวัฒนธรรม
● วัตถุประสงค์หลักที่กาหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน มี 7 ประการ ดังนี้
─ ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม
─ ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
─ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์
และด้านการบริหาร
─ ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย
─ ส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การาสื่อสาร
และปรับปรุงมาตรฐานการดารงชีวิต
─ ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
─ ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ
การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพ
และความมีเสถียรภาพทางการเมืองของภูมิภาค ถือเป็นพื้นฐานสาคัญของการพัฒนา
ด้านต่างๆ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างค่านิยมและแนวปฏิบัติร่วมกันของอาเซียน
ในด้าน ต่างๆ เสริมสร้างขีดความสามารถของอาเซียนในการเผชิญกับภัยคุกคาม
ความมั่นคงทั้งในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ บนพื้นฐานของหลักการว่าด้วยความ
มั่นคงของมนุษย์
บทบาทของไทยในด้านการเมืองและความมั่นคง เช่น
 เร่งให้กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน (ธันวาคม 2551)
 ส่งเสริมให้คณะมนตรีของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนมีผลงานเป็น
รูปธรรม เช่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านการรักษาสันติภาพในภูมิภาค
 ส่งเสริมให้อาเซียนเป็นเขตปลอดอาวุธที่มีอานาจทาลายล้างสูง
● ได้ลงนามจัดตั้งเขตการค้าอาเซียน ในปี 2535
- เพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกัน
- เพื่อช่วยส่งเสริมการค้าภายในอาเซียนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น
- ลดต้นทุนการผลิตสินค้า
- ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
● ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ
● จัดตั้งเขตลงทุนอาเซียน
ในปี 2550 อาเซียนได้จัดทาพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วย
แผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดาเนินมาตรการต่าง ๆ
จนบรรลุเป้ าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกัน
ล่วงหน้า ภายในปี 2558 จัดแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้าย
สินค้าบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรี
ปี 2552 ผู้นาประเทศสมาชิกอาเซียนให้การรับรองแผนงานจัดตั้ง
ประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งกาหนดกรอบและกิจกรรมที่จะทาให้อาเซียน
บรรลุเป้ าหมายการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนซึ่งมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ซึ่งประกอบด้วย6 ด้าน ได้แก่
1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น ให้ความสาคัญกับการศึกษา, การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์ , ส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม
2.การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม เช่น รับประกันอาเซียนที่ปลอดยาเสพติด, การเพิ่มศักยภาพในการ
ควบคุมโรคติดต่อ
3.สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม เช่น การคุ้มครองและส่งเสริมแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน, ส่งเสริม
ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ
4.ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก, การจัดการและการป้ องกัน
ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมข้ามแดน
5.การสร้างอัตลักษณ์อาเซียนเช่น การส่งเสริมและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน,
ส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม
6.การลดช่องว่างทางการพัฒนา
1. สานักเลขาธิการอาเซียน หรือ ASEAN Secretariat
ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างประเทศสมาชิก
โดยมีเลขาธิการอาเซียนเป็นหัวหน้าสานักงาน ผู้ดารงตาแหน่งคนปัจจุบันคนไทย
คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งมีวาระดารงตาแหน่ง 5 ปี (ค.ศ. 2008-2012)
2. สานักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือ ASEAN National Secretariat
เป็นหน่วยงานระดับกรมในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน
มีหน้าที่ประสานกิจการอาเซียนในประเทศนั้นและติดตามผลการดาเนินงาน
สาหรับประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
จะมีกรอบความร่วมมือของอาเซียน+3 และอาเซียน+6
อาเซียน+3
คือมีประเทศเพิ่มมา 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และรวม 10ประเทศ
ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทเป็นแรงขับเคลื่อนสาคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้า
ต่อไปในอนาคต
อาเซียน+6
คือมีจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งทั้ง 6 ประเทศที่
กล่าวมาไม่ได้อยู่ในกลุ่มสมาชิกของอาเซียน สาหรับญี่ปุ่น อาเซียนกาลังสร้าง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นรวมทั้งการสร้างเขตการค้าเสรี
ในบางส่วนที่จะดาเนินการให้สาเร็จในทันทีที่เป็นไปได้และภายในสิบปี ที่สาคัญกว่านั้น
คือ อาเซียนอาจทาให้การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (ซึ่งคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และ
จีน) กลายเป็นการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) และสร้างเขต
การค้าเสรีเอเชียตะวันออกซึ่งมีผู้บริโภค 2 พันล้านคน อย่างช้า ๆ
เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน
ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน
ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23%
นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุทธ 13%, คริสต์ 10%
ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
จุดแข็ง
- การเมืองค่อนข้างมั่นคง
- รายได้เฉลี่ยต่อคนเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อันดับ 26 ของโลก
- ผู้ส่งออกและมีปริมาณสารองน้ามันอันดับ 4 ในอาเซียน
ข้อควรรู้
- ประชาชนของประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถทาวีซ่าที่ ตม.ที่ประเทศบรูไนฯ สามารถ
อยู่ได้นาน 2 สัปดาห์
- ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์
การปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ภายใต้รัฐธรรมนูญ - เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
พระมหากษัตริย์ : พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
นายกรัฐมนตรี : สมเด็จฮุนเซน - ภาษาราชการ : ภาษาเขมร
 จุดแข็ง
- ค่าจ้างแรงงานต่าที่สุดในอาเซียน
- มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและสมบูรณ์
 ข้อควรรู้
- ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทาธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน
ควรฉีดยาป้ องกันโรคไทฟอยด์ และไวรัส เอและบี
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ประธานาธิบดี : ดร.ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน
เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta)
ภาษาราชการภาษาอินโดนีเซีย และภาษามากกว่า 583 ภาษา
จุดแข็ง
- มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- มีจานวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อควรรู้
- ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ
- นิยมใช้มือกินข้าว
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People's Democratic Republic)
ระบอบการปกครอง : ระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
(ทางการลาวใช้คาว่าระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยพรรคการเมืองเดียวเป็นองค์กร
ชี้นาประเทศ คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว มีอานาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบ
สังคมนิยม ประธานาธิบดี : พลโท จูมมะลี ไชยะสอน
หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี : นายบัวสอน บุบผาวัน -ภาษา : ภาษาลาวเป็นภาษาราชการ
สกุลเงิน : กีบ (Kip) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท : 276 กีบ
จุดแข็ง
- ค่าจ้างแรงงานต่าอันดับ 2 ในอาเซียน
- การเมืองมีเสถียรภาพ
ชื่อทางการ : มาเลเซีย (Malaysia)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา(Parliamentary Democracy)
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน มีซาน ไซนัล อาบิดีน
นายกรัฐมนตรี : ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ บิน ฮาจิ อาหมัด บาดาวี
ภาษาราชการ : มาเลย์ (Bahasa Malaysia )
สกุลเงิน : ริงกิตมาเลเซีย (Malaysian Ringgit : MYR)
จุดแข็ง
- มีปริมาณสารองน้ามันมากเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิค
- มีปริาณก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค
ชื่อทางการ : สหภาพพม่า (Union of Myanmar)
ระบอบการปกครอง :เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภา
สันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ
ประมุขประเทศ : พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย
นายกรัฐมนตรี (หัวหน้ารัฐบาล) คือ พล.อ.เทียน เส่ง
เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw) ภาษา : ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ
จุดแข็ง
- มีพรมแดนเชื่อมต่อกับจีน และอินเดีย
- ค่าจ้างแรงงานต่าเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน
- มีปริมาณก๊าซธรรมชาติเป็นจานวนมาก
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ประธานาธิบดี : นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา (MANILA) ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ
 จุดแข็ง
- แรงงานทั่วไป ก็มีความรู้สื่อสารภาษาอังกฤษได้
 ข้อควรรู้
- การเข้าไปประกอบธุรกิจในฟิลิปปินส์ในลักษณะต่างๆ เช่น การลงทุนร่วมกับฝ่าย
ฟิลิปปินส์จาเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย การจด
ทะเบียนภาษี และปัญหาทางด้านแรงงาน เป็นต้น
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of SINGAPORE)
ระบอบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)
โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ประธานาธิบดี คือ นายเอส อาร์ นาธาน -นายกรัฐมนตรี คือ นายลี เซียน ลุง
เมืองหลวง : สิงคโปร์ -สกุลเงิน : ดอลลาร์สิงคโปร์
ภาษา : ภาษาทางราชการ คือ ภาษามาเลย์ (ภาษาประจาชาติ) จีนกลาง (แมนดาริน)
ทมิฬ และอังกฤษ สิงคโปร์ส่งเสริมให้ประชาชนพูด 2 ภาษา โดยเฉพาะจีนกลาง ในขณะที่
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่องานและในชีวิตประจาวัน
จุดแข็ง
- รายได้เฉลี่ยต่อคน เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 15 ของโลก
- แรงงานมีทักษะสูง
ชื่อทางการ : ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)
ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช
บรมนาถบพิตร เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
ภาษา : ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ สกุลเงิน : บาท (Baht : THB)
จุดแข็ง
- เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน
- มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง
ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
ระบอบการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรค
การเมืองเดียว
ประมุข-ประธานาธิบดี คือ นายเหงียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet)
หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี คือ นายเหงียน ถัน ดุง (Nguyen Tan Dung)
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ คือ นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh)
เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi)
สกุลเงิน : ด่อง (Dong : VND) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 461 ด่อง/ 1 บาท
จุดแข็ง
- มีปริมาณสารองน้ามันดิบมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิก
 หนังสือ อาเซียนศึกษา (ASEAN Studies)
 http://www.nwvoc.ac.th/asean/Asean+6.html
 http://www.mfa.go.th/asean/th/other/2361
 http://www.thai-aec.com/418
 http://hilight.kapook.com/view/67028

งานนำเสนอ.pdf

  • 1.
  • 2.
    อาเซียนมีจุดเริ่มต้นจากสมาคมอาสาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2504 โดยไทยมาเลเซีย และฟิลิปปินส์กัมพูชาในปี 2505 แต่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไทยเสียดินแดนปราสาทเขาพระวิหาร ให้ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ได้มีการลงนามใน ปฏิญญากรุงเทพ อาเซียนได้ถือกาเนิดขึ้นโดยมีรัฐสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ ประกอบด้วย ● นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ● ตุล อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย ● นายราซิโซ รามอส รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ● นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ● พันเอก(พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศไทย
  • 3.
    ต่อมาก็มีอีก5ประเทศเข้าร่วมตามลาดับดังนี้ ● บรูไนดารุสซาลาม (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่8 มกราคม 2527 ) ● สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่28 กรกฎาคม2538 ) ● สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่23กรกฎาคม2540 ) ● สหภาพพม่า (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540 ) ● ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542 ) ตามลาดับ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนของประเทศสมาชิกใหม่เหล่านี้ทาให้อาเซียนมี สมาชิกครบ 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดคล้องกับปฏิญญา อาเซียน ซึ่งระบุว่า อาเซียนพร้อมรับทุกประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ที่พร้อมที่จะรับเป้ าหมาย หลักการ และวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นสมาชิก
  • 4.
    ต่อมา ผู้นาประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)ได้ประกาศ“ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียนฉบับที่2 ซึ่งกาหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก กาหนดการภายในปี2558 ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาสังคมและวัฒนธรรม ประชาคมเศรษฐกิจ
  • 6.
     วัตถุประสงค์เริ่มแรก ─ ด้านการเมืองและความมั่นคงเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ─ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ─ ความเจริญก้าวหน้าทางสังคม และวัฒนธรรม ● วัตถุประสงค์หลักที่กาหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน มี 7 ประการ ดังนี้ ─ ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม ─ ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ─ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการบริหาร ─ ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย ─ ส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การาสื่อสาร และปรับปรุงมาตรฐานการดารงชีวิต ─ ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ─ ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ
  • 7.
    การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพ และความมีเสถียรภาพทางการเมืองของภูมิภาค ถือเป็นพื้นฐานสาคัญของการพัฒนา ด้านต่างๆมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างค่านิยมและแนวปฏิบัติร่วมกันของอาเซียน ในด้าน ต่างๆ เสริมสร้างขีดความสามารถของอาเซียนในการเผชิญกับภัยคุกคาม ความมั่นคงทั้งในรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ บนพื้นฐานของหลักการว่าด้วยความ มั่นคงของมนุษย์ บทบาทของไทยในด้านการเมืองและความมั่นคง เช่น  เร่งให้กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน (ธันวาคม 2551)  ส่งเสริมให้คณะมนตรีของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนมีผลงานเป็น รูปธรรม เช่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านการรักษาสันติภาพในภูมิภาค  ส่งเสริมให้อาเซียนเป็นเขตปลอดอาวุธที่มีอานาจทาลายล้างสูง
  • 8.
    ● ได้ลงนามจัดตั้งเขตการค้าอาเซียน ในปี2535 - เพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกัน - เพื่อช่วยส่งเสริมการค้าภายในอาเซียนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น - ลดต้นทุนการผลิตสินค้า - ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ● ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ ● จัดตั้งเขตลงทุนอาเซียน ในปี 2550 อาเซียนได้จัดทาพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วย แผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดาเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้ าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกัน ล่วงหน้า ภายในปี 2558 จัดแผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้าย สินค้าบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรี
  • 9.
    ปี 2552 ผู้นาประเทศสมาชิกอาเซียนให้การรับรองแผนงานจัดตั้ง ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งกาหนดกรอบและกิจกรรมที่จะทาให้อาเซียน บรรลุเป้ าหมายการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนซึ่งมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งประกอบด้วย6 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น ให้ความสาคัญกับการศึกษา, การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ , ส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม 2.การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม เช่น รับประกันอาเซียนที่ปลอดยาเสพติด, การเพิ่มศักยภาพในการ ควบคุมโรคติดต่อ 3.สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม เช่น การคุ้มครองและส่งเสริมแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน, ส่งเสริม ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ 4.ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก, การจัดการและการป้ องกัน ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมข้ามแดน 5.การสร้างอัตลักษณ์อาเซียนเช่น การส่งเสริมและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน, ส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม 6.การลดช่องว่างทางการพัฒนา
  • 12.
    1. สานักเลขาธิการอาเซียน หรือASEAN Secretariat ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างประเทศสมาชิก โดยมีเลขาธิการอาเซียนเป็นหัวหน้าสานักงาน ผู้ดารงตาแหน่งคนปัจจุบันคนไทย คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งมีวาระดารงตาแหน่ง 5 ปี (ค.ศ. 2008-2012) 2. สานักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือ ASEAN National Secretariat เป็นหน่วยงานระดับกรมในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน มีหน้าที่ประสานกิจการอาเซียนในประเทศนั้นและติดตามผลการดาเนินงาน สาหรับประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
  • 13.
    จะมีกรอบความร่วมมือของอาเซียน+3 และอาเซียน+6 อาเซียน+3 คือมีประเทศเพิ่มมา 3ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และรวม 10ประเทศ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทเป็นแรงขับเคลื่อนสาคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้า ต่อไปในอนาคต อาเซียน+6 คือมีจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งทั้ง 6 ประเทศที่ กล่าวมาไม่ได้อยู่ในกลุ่มสมาชิกของอาเซียน สาหรับญี่ปุ่น อาเซียนกาลังสร้าง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นรวมทั้งการสร้างเขตการค้าเสรี ในบางส่วนที่จะดาเนินการให้สาเร็จในทันทีที่เป็นไปได้และภายในสิบปี ที่สาคัญกว่านั้น คือ อาเซียนอาจทาให้การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (ซึ่งคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และ จีน) กลายเป็นการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) และสร้างเขต การค้าเสรีเอเชียตะวันออกซึ่งมีผู้บริโภค 2 พันล้านคน อย่างช้า ๆ
  • 15.
    เมืองหลวง : บันดาร์เสรี เบกาวัน ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23% นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุทธ 13%, คริสต์ 10% ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จุดแข็ง - การเมืองค่อนข้างมั่นคง - รายได้เฉลี่ยต่อคนเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อันดับ 26 ของโลก - ผู้ส่งออกและมีปริมาณสารองน้ามันอันดับ 4 ในอาเซียน ข้อควรรู้ - ประชาชนของประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถทาวีซ่าที่ ตม.ที่ประเทศบรูไนฯ สามารถ อยู่ได้นาน 2 สัปดาห์ - ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์
  • 16.
    การปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญ - เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) พระมหากษัตริย์ : พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี นายกรัฐมนตรี : สมเด็จฮุนเซน - ภาษาราชการ : ภาษาเขมร  จุดแข็ง - ค่าจ้างแรงงานต่าที่สุดในอาเซียน - มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและสมบูรณ์  ข้อควรรู้ - ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทาธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้ องกันโรคไทฟอยด์ และไวรัส เอและบี
  • 17.
    ชื่อทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย(Republic of Indonesia) ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดี : ดร.ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta) ภาษาราชการภาษาอินโดนีเซีย และภาษามากกว่า 583 ภาษา จุดแข็ง - มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - มีจานวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อควรรู้ - ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ - นิยมใช้มือกินข้าว
  • 18.
    ชื่อทางการ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(The Lao People's Democratic Republic) ระบอบการปกครอง : ระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คาว่าระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยพรรคการเมืองเดียวเป็นองค์กร ชี้นาประเทศ คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว มีอานาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบ สังคมนิยม ประธานาธิบดี : พลโท จูมมะลี ไชยะสอน หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี : นายบัวสอน บุบผาวัน -ภาษา : ภาษาลาวเป็นภาษาราชการ สกุลเงิน : กีบ (Kip) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท : 276 กีบ จุดแข็ง - ค่าจ้างแรงงานต่าอันดับ 2 ในอาเซียน - การเมืองมีเสถียรภาพ
  • 19.
    ชื่อทางการ : มาเลเซีย(Malaysia) ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา(Parliamentary Democracy) ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน มีซาน ไซนัล อาบิดีน นายกรัฐมนตรี : ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ บิน ฮาจิ อาหมัด บาดาวี ภาษาราชการ : มาเลย์ (Bahasa Malaysia ) สกุลเงิน : ริงกิตมาเลเซีย (Malaysian Ringgit : MYR) จุดแข็ง - มีปริมาณสารองน้ามันมากเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิค - มีปริาณก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค
  • 20.
    ชื่อทางการ : สหภาพพม่า(Union of Myanmar) ระบอบการปกครอง :เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภา สันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ประมุขประเทศ : พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย นายกรัฐมนตรี (หัวหน้ารัฐบาล) คือ พล.อ.เทียน เส่ง เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw) ภาษา : ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ จุดแข็ง - มีพรมแดนเชื่อมต่อกับจีน และอินเดีย - ค่าจ้างแรงงานต่าเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน - มีปริมาณก๊าซธรรมชาติเป็นจานวนมาก
  • 21.
    ชื่อทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์(Republic of the Philippines) ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดี : นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย เมืองหลวง : กรุงมะนิลา (MANILA) ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ  จุดแข็ง - แรงงานทั่วไป ก็มีความรู้สื่อสารภาษาอังกฤษได้  ข้อควรรู้ - การเข้าไปประกอบธุรกิจในฟิลิปปินส์ในลักษณะต่างๆ เช่น การลงทุนร่วมกับฝ่าย ฟิลิปปินส์จาเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย การจด ทะเบียนภาษี และปัญหาทางด้านแรงงาน เป็นต้น
  • 22.
    ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร์(Republic of SINGAPORE) ระบอบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดี คือ นายเอส อาร์ นาธาน -นายกรัฐมนตรี คือ นายลี เซียน ลุง เมืองหลวง : สิงคโปร์ -สกุลเงิน : ดอลลาร์สิงคโปร์ ภาษา : ภาษาทางราชการ คือ ภาษามาเลย์ (ภาษาประจาชาติ) จีนกลาง (แมนดาริน) ทมิฬ และอังกฤษ สิงคโปร์ส่งเสริมให้ประชาชนพูด 2 ภาษา โดยเฉพาะจีนกลาง ในขณะที่ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่องานและในชีวิตประจาวัน จุดแข็ง - รายได้เฉลี่ยต่อคน เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 15 ของโลก - แรงงานมีทักษะสูง
  • 23.
    ชื่อทางการ : ราชอาณาจักรไทย(Kingdom of Thailand) ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร (Bangkok) ภาษา : ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ สกุลเงิน : บาท (Baht : THB) จุดแข็ง - เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน - มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง
  • 24.
    ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม(Socialist Republic of Vietnam) ระบอบการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรค การเมืองเดียว ประมุข-ประธานาธิบดี คือ นายเหงียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี คือ นายเหงียน ถัน ดุง (Nguyen Tan Dung) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ คือ นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh) เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi) สกุลเงิน : ด่อง (Dong : VND) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 461 ด่อง/ 1 บาท จุดแข็ง - มีปริมาณสารองน้ามันดิบมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิก
  • 25.
     หนังสือ อาเซียนศึกษา(ASEAN Studies)  http://www.nwvoc.ac.th/asean/Asean+6.html  http://www.mfa.go.th/asean/th/other/2361  http://www.thai-aec.com/418  http://hilight.kapook.com/view/67028