ปาณัท ทองพ่วง
ผู้ช่วยนักวิจัย
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
บทบาทของจีนในเอเชียกลาง
บทบาทของจีนในเอเชียกลาง
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rsu-brain.com
ผู้เขียน : ปาณัท ทองพ่วง
ภาพปก : https://cdn5.img.sputniknews.com/images/105446/96/1054469691.jpg
เผยแพร่ : สิงหาคม 2560
ที่อยู่
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร
กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826 โทรสาร 02-938-8864
บทสรุปผู้บริหาร
ในปี 2017 นี้เป็นวาระครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศสถานทั้ง 5 แห่งเอเชีย
กลาง อันได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน โดยในช่วง
20 ปีนับตั้งแต่ปี 1992-2012 การค้าระหว่างจีนกับภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า ความสัมพันธ์ที่กลับมา
ใกล้ชิด “อีกครั้ง” ระหว่างจีนกับเอเชียกลางนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้นภายหลังจากจีนทามหายุทธศาสตร์สาย
ไหมใหม่ OBOR ช่วงราวสิบปีมานี้ ความคืบหน้าหรือล่าช้าของโครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม ท่อส่ง
น้ามันและก๊าซ ถนน ทางรถไฟ ฯลฯ และการเดินทางเยือนของผู้นาจีนกับเอเชียกลางซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
มาก ตกเป็นหัวข้อข่าวและหัวข้องานวิชาการในโลกตะวันตกอยู่เสมอ นี่จึงทาให้เกิดความสนใจที่จะ
ศึกษาภาพรวมของบทบาทของจีนในเอเชียกลางในปัจจุบันนี้ นามาสู่รายงานวิจัยชิ้นนี้
เอเชียกลางเป็นภูมิภาคที่มีความสาคัญมากทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกมาช้านาน เพราะอยู่
ระหว่างเอเชียและยุโรปในแกนนอน และระหว่างรัสเซียกับตะวันออกกลางในแกนตั้ง ภูมิภาคจึงมีอีกชื่อ
ว่า “ยูเรเซีย (Eurasia)” ที่มาจากคาว่ายุโรปบวกเอเชีย เอเชียกลางเป็นดินแดนที่ไม่มีทางออกทะเล
(landlock) แต่มีสถานะเป็น “สะพานเชื่อม” ทางบกระหว่างอารยธรรม จักรวรรดิ และมหาอานาจสาคัญ
ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยประเทศ “สถาน” ทั้งห้า ดังกล่าวไป เอเชียกลางเป็นเพื่อน
บ้านของจีนทางตะวันตก มีขนาดใหญ่ราวเกือบครึ่งหนึ่งของจีน (ประมาณ 8 เท่าของไทย) เป็นดินแดน
กว้างใหญ่ แต่แห้งแล้ง และมีประชากรน้อยเพียง 68 ล้านคน
จีนเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดต่อกับเอเชียกลางในยุคที่เส้นทางสายไหมโบราณรุ่งเรืองเมื่อ
2,000 ปีมาแล้ว แต่ซบเซาลงไปพร้อมกับความเสื่อมของเส้นทางสายนั้น และฟื้นกลับมาคึกคักแน่น
แฟ้นอีกครั้งนับแต่สถาปนาความสัมพันธ์ในทศวรรษ 1990 ในภาพรวม บทบาทของจีนในเอเชียกลางใน
ยุคร่วมสมัยจาแนกได้เป็นเรื่องสาคัญ 3 เรื่องคือ ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน และด้าน
ความมั่นคง บทบาททั้งสามเรื่องเชื่อมโยงและส่งเสริมกัน
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เอเชียกลางก็กลับมามีความสาคัญด้วยเหตุผลเดียวกับเมื่อในอดีต คือ เมื่อ
จีนจะสร้างเส้นทางสายไหม (ใหม่) ไปทางตะวันตก เอเชียกลางเป็นหน้าด่านแรกที่สาคัญที่สุดที่จีนจะ
เชื่อมต่อไปยังรัสเซีย ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และยุโรปได้ ในด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ด้วย
เศรษฐกิจจีนที่อิ่มตัว มีศักยภาพล้นเกิน และชะลอตัวลงทาให้จีนต้องแผ่ขยายเคลื่อนย้ายไปลงทุนค้าขาย
ในเอเชียกลางที่อยู่ติดกันและยังมีช่องว่างในการเติบโตและพัฒนาอยู่มาก อีกทั้งเอเชียกลางยังอุดมไป
ด้วยพลังงาน ทั้งน้ามันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแร่ธาตุสาคัญ จีนในฐานะประเทศผู้บริโภคพลังงานมาก
ที่สุดของโลก จึงต้องการดึงเอาพลังงานของเอเชียกลางมาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศของตน การใช้
พลังงานจากเอเชียกลางยังมีข้อดีตรงที่ช่วยลดการพึ่งพิงการขนส่งพลังงานทางทะเล ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่จีน
ตระหนักหากถูก “ปิดล้อม” จากตะวันตก และประการที่สาม เสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงใน
เอเชียกลาง ซึ่งมีความอ่อนไหวในประเด็นนี้ มีความสาคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนในเอเชีย
กลาง เส้นทางสายไหมใหม่ และความมั่นคงของจีนเอง โดยเฉพาะในมณฑลซินเจียง ที่มีปัญหาความไม่
สงบจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนมุสลิมอุยกูร์ ที่กระจายตัวในเอเชียกลางเช่นกัน
ทั้งสามประเด็นหลักนี้ผลักดันให้จีนเข้าไปมีบทบาทอย่างมากทั้งทางการทูต ความมั่นคง และ
โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ในเอเชียกลาง เป็นที่มาของมูลค่าการค้า เครือข่ายโครงสร้างการคมนาคม ถนน
ราง และเครือข่ายท่อส่งพลังงานเอเชียกลางสู่จีน อันโยงใยไปทั่วทั้งภูมิภาค กาลังก่อสร้างอยู่ และจะเพิ่ม
มากขึ้นอีกในอนาคต จีนเข้าไปวางท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสารองในคาซัคสถานและ
เติร์กเมนิสถานตามลาดับ ผ่านทุกประเทศที่เหลือในเอเชียกลาง เข้าสู่จีนทางมณฑลซินเจียง จีนเข้าไป
สร้างทางรถไฟสายจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน และเข้าไปสร้างความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้าย
และร่วมซ้อมรบชายแดนกับอุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน สินค้าที่ผลิตจากจีนครองตลาด
ในประเทศต่างๆ ของเอเชียกลาง จีนเป็นคู่ค้าสาคัญอันดับหนึ่งหรือสองของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ไม่
ทางส่งออกก็นาเข้าหรือทั้งคู่ จีนเข้าไปลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเหล่านี้ ให้ความ
ช่วยเหลือทางการเงิน และเผยแพร่วัฒนธรรมจีน ซึ่งบทบาทในด้านต่างๆ ของจีนนี้แม้จะมีมาก่อน แต่
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศต่างๆ แล้ว ก็ครอบคลุมอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของมหา
ยุทธศาสตร์ OBOR ซึ่งชูความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นธงนา กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้
(Shanghai Cooperation Organization: SCO) ซึ่งชูธงความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงเป็นธง
นา ทั้งสองกรอบพหุภาคีนี้เป็นเครื่องมือหลักของจีนในการดาเนินความร่วมมือกับเอเชียกลาง
บทบาทในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างสูงของจีนในเอเชียกลางนั้น ใช่ว่าจะไม่เผชิญกับความ
หวาดระแวงหรือความไม่พอใจจากประชาชนในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ดี ในภาพรวม กล่าวได้ว่ามีความ
ต่อต้านน้อยและความร่วมมือแน่นแฟ้นมาก เพราะจีนใช้เศรษฐกิจเป็นธงนาหลัก ไม่ตั้งเงื่อนไขทาง
การเมือง รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนระบอบการเมืองในประเทศเหล่านี้ การเข้ามาของจีนในภูมิภาคนี้จึง
ถูกมองไปในทางที่เป็น “โอกาส” และเป็น “อนาคต” ในการพัฒนาประเทศที่สาคัญอย่างยิ่งยวดสาหรับทั้ง
จีนและประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง
สารบัญ
หน้า
บทนา
บทที่ 1 ข้อมูลเบื้องต้น 1
บทที่ 2 ความสาคัญของเอเชียกลาง 6
ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน 11
บทที่ 3 บทบาทจีนในเอเชียกลาง 12
บทบาทด้านพลังงาน 18
บทบาทด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน 28
บทบาทด้านความมั่นคง 34
บทบาทด้าน Soft Power 35
บทที่ 4 บทสรุป 36
บรรณานุกรม 38
บทนา
จีนพัฒนาประเทศมาเป็นลาดับขั้น จากการตั้งประเทศในยุคเหมา มาสู่การปฏิรูปและเปิด
ประเทศในยุคเติ้ง มาในวันนี้ ในยุคสีจิ้นผิง จีนกาลังก้าวออกสู่โลก การก้าวออกสู่โลกเป็นยุทธศาสตร์
ใหญ่ในระดับที่เป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาประเทศจีน ในยุคนี้ จีนออกไปทุกภูมิภาคทั่วทั้งโลก มาก
น้อยต่างกัน ภูมิภาคเอเชียกลางเป็นหนึ่งในนั้น ที่จีนให้ความสาคัญมากในฐานะเพื่อนบ้าน (ที่มีอาณา
เขตติดกัน 3 จาก 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน) ในฐานะทาเลยุทธศาสตร์
ที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่น ตามยุทธศาสตร์ One Belt One Road และที่สาคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ
เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สาคัญใกล้บ้านเพื่อป้อนเศรษฐกิจจีน
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาโลกเห็นว่าบทบาทของจีนในภูมิภาคเอเชียกลางเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างเห็น
ได้ชัด ในทุกด้านไม่ว่าเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง การทูต โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและพลังงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจีนประกาศมหายุทธศาสตร์ One Belt One Road ในปี 2013 (ซึ่งการประกาศ
แผนเส้นทางสายไหมทางบกนั้นก็ทาที่คาซัคสถาน ประเทศใหญ่สุดในเอเชียกลางนี่เอง) ในช่วง 20 ปีนับ
จากประเทศเอเชียกลางทั้ง 5 คือ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิ
สถานได้รับเอกราชและสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับจีนในปี 1992 จนถึงปี 2012 การค้า
ระหว่างจีนกับภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า1
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความคืบหน้าหรือชะงักงันของการ
ก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ท่อส่งน้ามันและก๊าซ ถนน อุโมงค์ ด่านทางบก ฯลฯ หรือการเยี่ยมเยือนที่เกิดขึ้น
ถี่อย่างมากระหว่างผู้นาประเทศเอเชียกลางกับผู้นาจีน ถูกรายงานในข่าวและนามาวิเคราะห์เสมอในโลก
วิชาการ แสดงให้เห็นว่าโลกจับจ้องความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นขึ้นในเวลาอันสั้นของจีนและเอเชีย
กลางมากทีเดียว
อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์ของสื่อและวงวิชาการตะวันตกต่อบทบาทจีนในเอเชียกลางมักบิดเบี้ยว
ด้วยอคติที่มีต่อจีนอยู่เสมอ ผู้ติดตามศึกษาเรื่องนี้จากงานตะวันตกจะพบเสมอว่างานส่วนใหญ่ถูกเสนอ
ผ่านกรอบคิดที่ว่าจีนมีวาระซ่อนเร้นบางอย่างอยู่เสมอในการเข้าไปในเอเชียกลาง พวกเขามักเชื่อว่าจีน
ใช้เรื่องเศรษฐกิจบังหน้า และ “เหตุผลหลัก” คือต้องการเพิ่มอิทธิพลด้านภูมิรัฐศาสตร์ การทหาร และ
ความมั่นคงในภูมิภาคนี้มากกว่า จานวนมากมักชี้ต่อไปว่าที่จีนต้องการสร้างเสถียรภาพและสถาปนา
1
Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์
file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf.
อานาจของตนให้เข้มแข็งในภูมิภาคนี้ เพื่อกระชับอานาจของตนในซินเจียง เนื่องจากข้อเท็จจริงมีอยู่ว่ามี
สายสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งทางเชื้อชาติ ศาสนา และความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐระหว่างชาวอุยกูร์ที่กระจาย
ตัวอยู่ในเอเชียกลาง และที่อยู่ในฝั่งซินเจียง
หลังจากทาการศึกษามาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เขียนงานชิ้นนี้ขึ้นด้วยมุมมองที่ว่าใน
ความเป็นจริง สาหรับจีนเองนั้นยากที่จะบอกว่าอะไรเป็นเหตุผลที่สาคัญกว่ากันระหว่างเศรษฐกิจ
พลังงาน การเมือง หรือความมั่นคงในการที่จีนเข้าไปในเอเชียกลางในปัจจุบัน เพราะเหตุผลเหล่านี้
แท้จริงแล้วเกี่ยวเนื่องและส่งเสริมซึ่งกันและกันอยู่เสมอ และที่จริงจีนก็คงจะไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นหรือ
แผนการใหญ่แอบแฝงอะไรมากมายดังที่นักวิเคราะห์ตะวันตกมักตีความไปต่างๆ นานา ข้าพเจ้าเห็นว่า
กรอบคิดที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรามองบทบาทของจีนในเอเชียกลางได้อย่างตรงไปตรงมา ก็คือการยึดตาม
หลักเหตุผลพื้นฐานและความเป็นจริง
หากให้กล่าวว่าอะไรคือเหตุผลที่จีนเข้าไปในเอเชียกลางมากมายขนาดนี้ ข้าพเจ้าจะตอบในที่นี้
ว่าเหตุผลหลักๆ ที่มักถูกพูดถึงกันประมาณสามเรื่อง คือ หนึ่ง เพื่อเข้าไปหาตลาด หาพลังงาน และแร่
ธาตุมาป้อนเศรษฐกิจจีน สอง เพื่อใช้เอเชียกลางเป็นสะพานเชื่อมไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียใต้
และสามเพื่อสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคแห่งนั้นและกระชับความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย
เพื่อประกันความมั่นคงในซินเจียง ทั้งสามเรื่องนั้นล้วนมีน้าหนักและส่งเสริมกัน
หากใช้หลักเหตุผลพื้นฐานจะเห็นว่าการที่จีนหันไปหาเอเชียกลางในช่วงที่ผ่านมานั้น
“สมเหตุสมผล” อยู่แล้วในหลายๆ ทาง เพราะเมื่อจีนในฐานะผู้บริโภคพลังงานอันดับหนึ่งของโลก ไม่มี
พลังงานสารองเพียงพอก็จาเป็นต้องหาแหล่งพลังงานภายนอก ซึ่งเมื่อเพื่อนบ้านทางตะวันตกที่อยู่
ติดกันอย่างเอเชียกลางอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ามัน ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแร่ธาตุสาคัญ ก็ไม่แปลกที่จีนจะ
พยายามเชื่อมท่อทางบกเพื่อนาพลังงานจากเอเชียกลางมาใช้ในประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าสะดวกและ
ปลอดภัยสาหรับจีนมากกว่าการขนส่งทางทะเลที่ควบคุมโดยสหรัฐอเมริกาตลอดทางจากตะวันออก
กลางมาถึงจีนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าเศรษฐกิจจีนเข้าสู่สภาวะ New Normal
มีความอิ่มตัวและล้นเกินของศักยภาพในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง ที่ทาให้การเติบโต
ของเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง จีงไม่แปลกที่จีนจะขยายฐานการค้า การลงทุน การก่อสร้างโครงสร้าง
พื้นฐาน ออกไปยังที่ที่มียังมีช่องว่างในการเติบโตหรือกล่าวง่ายๆ คือยังด้อยพัฒนาอยู่ในทางเศรษฐกิจ
ซึ่งเอเชียกลางก็เป็นเช่นนั้น ประการที่สอง ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ชัดเจนว่าหากจีนจะฟื้นเส้นทางสาย
ไหมทางบก เชื่อมโยงเข้ากับรัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ย่อมไม่พ้นที่จะต้องวางโครงการคมนาคม
ผ่านเอเชียกลาง และประการที่สาม นับแต่แตกตัวจากสหภาพโซเวียต ทราบกันดีว่าเอเชียกลางเป็น
ภูมิภาคที่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคง ทั้งจากความขัดแย้งของชาติพันธุ์ต่างๆ
ในภูมิภาคเอง กลุ่มต่อต้านรัฐบาลในประเทศต่างๆ ขบวนการธุรกิจผิดกฎหมายทั้งค้าอาวุธและยาเสพ
ติด กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงทั้งที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์และไม่เกี่ยว และแรงกระเพื่อมจาก
ความไม่สงบในอัฟกานิสถานที่อยู่ติดทางตอนใต้ของภูมิภาค เหตุจลาจลเมื่อปี 2010 และเหตุระเบิด
สถานทูตจีนในเคอร์กีซสถานเมื่อปี 2016 ย่อมเป็นตัวอย่างที่กระตุ้นให้ทางการจีนตระหนักถึงผลกระทบ
ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่เอเชียกลางขาดเสถียรภาพ โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและ
พลังงานของจีนในเอเชียกลาง และเสถียรภาพในมณฑลซินเจียงที่อยู่ติดกัน จีนจึงต้องหันมาสร้างเสริม
เสถียรภาพทั้งทางการเมืองและความมั่นคงในเอเชียกลาง ด้วยการกระตุ้นความกินดีอยู่ดีของคนเอเชีย
กลางผ่านความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะภายใต้ยุทธศาสตร์ OBOR ซึ่งย่อมเป็นวิธีสาคัญที่จะช่วย
สร้างเสถียรภาพทางการเมืองในเอเชียกลางได้ ร่วมกับการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและ
การทหาร เช่น การซ้อมรบร่วมบริเวณชายแดนระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียกลาง เป็นต้น
โดยสรุป จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายประการที่ผลักดันให้จีนหันไปสู่เอเชียกลางโดยมิจาเป็นต้องมี
แผนการอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม การกล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่าจีนจะเข้าหาเอเชีย
กลางอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับเอเชียกลางที่ชัดเจนที่สุดของจีนก็คือ OBOR ร่วมกับ
SCO สองร่มใหญ่ของความร่วมมือนี้ย่อมเป็นกรอบหรือเวทีใหญ่ที่รองรับการขมวดเอาความเชื่อมโยง
ด้านเศรษฐกิจ พลังงาน คมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การค้าการลงทุน การเมือง การทูต ความมั่นคง
การทหาร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ที่จีนทากับเอเชียกลางทั้งก่อนและหลังที่จะมี OBOR และ SCO เข้าไว้อย่าง
ครอบคลุม
บทบาทของจีนในเอเชียกลางในภาพใหญ่นั้นต้องถือว่าสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเอเชียกลาง
ได้โอกาสใหญ่อย่างน้อยในรอบ 2,000 ปีนับแต่กาเนิดของเส้นทางสายไหมโบราณที่จะยกระดับตัวเอง
ทางเศรษฐกิจ การทูต ส่วนจีนนั้น การเข้าไปดาเนินกิจกรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจในเอเชีย
กลางย่อมเป็นโอกาส เพราะเมื่อกล่าวถึงเรื่องการหันสู่ตะวันตกหรือยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมสู่
ตะวันตกของจีนนั้น มักจะพบว่ามีแต่เรื่องของโอกาสและพื้นที่ในการทาสิ่งใหม่ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
พัฒนาสิ่งใหม่ๆ สร้างความร่วมมือใหม่ๆ เทียบกับแนวการต่างประเทศดั้งเดิมของจีนซึ่งเทน้าหนักไปที่
ฝั่งตะวันออก ซึ่งในเวลานี้ก็อิ่มตัวแล้วในประเทศ ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ระหว่างประเทศทางฝั่ง
ตะวันออกนี้ก็ติดขัด ตึงเครียด และคุกรุ่นขึ้นเป็นระยะ จากหลายประเด็นในความสัมพันธ์จีน เกาหลี
เหนือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อาเซียน สหรัฐอเมริกา และทะเลจีนใต้ บรรยากาศความอึดอัดใน
สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศทางตะวันออก น่าจะทาให้ต่อจากนี้นั้น สาหรับจีน โอกาส ความร่วมมือ
การพัฒนา และการเติบโตน่าจะมีอยู่ทางฝั่งตะวันตก ทั้งในเอเชียกลาง และไกลออกไป มากกว่าฝั่ง
ตะวันออกของประเทศ
บทความนี้จะกล่าวถึงบทบาทของจีนในเอเชียกลางในด้านต่างๆ ที่สาคัญ ประวัติความเป็นมา
และพัฒนาการในปัจจุบัน น่าจะเป็นประโยชน์สาหรับประเทศไทยทั้งในส่วนของประเทศเราเองลาพัง
และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นอีกภูมิภาคที่จีนออกมาหาเช่นกัน
แม้จะในรูปแบบที่ต่างออกไป
กรอบคิดและขอบเขตของการศึกษา
ในส่วนของกรอบคิด งานวิจัยชิ้นนี้ทาการศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลบนหลักเหตุผลพื้นฐาน
และความเป็นจริง โดยมิได้ยืนอยู่บนกรอบการวิเคราะห์ที่สันนิษฐานว่าจีนมีวาระซ่อนเร้นบางอย่างที่
มากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจในการเข้าไปมีบทบาทในเอเชียกลาง อันเป็นกรอบการวิเคราะห์ที่พบได้ใน
งานศึกษาส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ของตะวันตก
สาหรับของเขตของการศึกษา งานชิ้นนี้ศึกษาบทบาทของจีนในเอเชียกลางที่เกิดขึ้นในช่วง 25
ปีนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ในเอเชียกลางกับจีนในปี 1992-2017 โดย
วิเคราะห์บทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ด้านการเมือง การทูต ความมั่นคง การทหาร และโดยเฉพาะทาง
เศรษฐกิจเป็นหลัก แบ่งประเด็นการศึกษาออกเป็น ภูมิหลังและข้อมูลทั่วไปของภูมิภาคเอเชียกลาง
ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน ภาพรวมบทบาทของจีนในเอเชียกลาง และบทบาทของจีนในแต่ละ
ประเทศในเอเชียกลาง
1
บทที่ 1
ข้อมูลเบื้องต้น
ภาพที่ 1 ภูมิภาค ‘เอเชียกลาง’
ที่มาภาพ global.britannica.com
2
เอเชียกลาง (Central Asia-บางแห่งยังคงเรียกว่า Middle Asia) เป็นชื่อเรียกภูมิภาคหนึ่งของ
โลก ซึ่งมีอาณาเขตดังภาพที่ 1 คือ ทิศตะวันตกตั้งแต่ทะเลแคสเปียนจรดจีนทางทิศตะวันออก และจาก
รัสเซียทางทิศเหนือจรดอิหร่านและอัฟกานิสถานทางทิศใต้ การเรียกว่า ‘เอเชียกลาง’ นี้ ความจริงเป็น
การเรียกแบบตะวันตก ในขณะที่จีนเรียกดินแดนแถบนี้ว่า ดินแดนตะวันตก (Western Region) มาแต่
โบราณ เอเชียกลางในปัจจุบันมีอาณาเขตประมาณ 4 ล้านตารางกิโลเมตร (ประเทศไทยมีเนื้อที่ราว 5
แสนตารางกิโลเมตร เอเชียกลางจึงมีขนาดประมาณ 8 เท่าของประเทศไทย ขณะที่ประเทศจีนมีเนื้อที่
ราว 9 ล้าน 6 แสน ตารางกิโลเมตร เอเชียกลางจึงใหญ่ประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของจีน) ประกอบด้วยทุก
ประเทศ “สถาน” รวม 5 ประเทศ ยกเว้นอัฟกานิสถานและปากีสถาน ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน
เคอร์กิซสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน โดยคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และทาจิ
กิสถานมีขนาดเล็กที่สุด
ดินแดนและผู้คน
ภาพที่ 2 “เอเชียกลาง” ในแผนที่โลก
ที่มาภาพ https://en.wikipedia.org/wiki/Central_Asia#/media/File:Central_Asia_(orthographic_projection).svg
เอเชียกลางเป็นดินแดนกว้างใหญ่ที่มีประชากรเบาบาง ดังที่กล่าวไปว่า มีขนาดเกือบครึ่งหนึ่ง
ของจีน ประมาณแปดเท่าของประเทศไทย แต่มีประชากรพอๆ กับประเทศไทย คือ ราว 68 ล้านคน ชน
ชาติหลักที่อาศัยในดินแดนนี้ 5 กลุ่ม เรียงจากมากไปน้อย คือ อุซเบก คาซัค ทาจิก เติร์กเมน และ เคอร์
3
กิซ โดยอุซเบกิสถานมีประชากรจานวนมากที่สุด ราว 32 ล้านคน รองลงมาคือคาซัคสถานราว 18 ล้าน
คน ทาจิกิสถาน 8 ล้านคน และเติร์กเมนิสถานกับเคอร์กีซสถานราวประเทศละ 6 ล้านคน2
เอเชียกลางตั้งอยู่ใจกลางของแผ่นดิน “ยูเรเซีย” ห่างจากทะเลมาก จึงจึงมีภูมิอากาศที่แห้งแล้ง
ดินแดนส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์ (steppe) คือ ทุ่งหญ้าต้นสั้นๆ และทะเลทรายอันกว้างใหญ่
โดยรวม ครึ่งบนของเอเชียกลางบริเวณประเทศคาซัคสถานเป็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์ ส่วนครึ่งล่างจะเป็น
ทะเลทราย ที่สาคัญ คือ ทะเลทราย Karakum และ Kyzylkum กับดินแดนขรุขระและเทือกเขาสูงด้าน
ตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศเคอร์กีซสถานและทาจิกิสถาน ขอบเขตด้านตะวันออกและด้านใต้ของ
เอเชียกลางถูกกั้นด้วยเทือกเขาสาคัญหลายแห่ง เช่น เทือกเขาอัลไต (Altai) เทือกเขาเทียน ชาน (Tian
Shan) และเทือกเขา Pamirs ซึ่งต่อเนื่องกับตะวันตกของจีน ตอนเหนือของอัฟกานิสถาน และอิหร่าน3
ภูมิภาคนี้เป็นดินแดนที่มีน้าน้อย แหล่งน้าหลักของเอเชียกลางอยู่ที่แม่น้าสองสายสาคัญ คือ
แม่น้า Syr Darya และ Amu Darya ซึ่งไหลจากตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่ตะวันตกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลอารัล
(Aral sea) ทะเลสาบน้าเค็ม ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้าสาคัญมากอีกแห่งของภูมิภาค ร่วมกับทะเลสาบใหญ่อีก
แห่ง คือ ทะเลสาบบัลคาช (Lake Balkhash) ซึ่งได้น้าสาคัญมาจากแม่น้าอิลี (Ili) ซึ่งไหลมาจากมณฑล
ซินเจียงของจีน (โปรดดูภาพที่ 3 และ 4)
ภาพที่ 3 แผนที่ภูมิประเทศเอเชียกลาง
2
Starr, S. F. (2013). Lost Enlightenment : Central Asia's Golden Age from the Arab Conquest to Tamerlane.
Princeton University Press.
3
The Editors of Encyclopædia Britannica. Central Asia. ออนไลน์ https://www.britannica.com/place/Central-
Asia.
4
ที่มาภาพ http://www.freeworldmaps.net/asia/central/centralasia-geography-map.jpg
ภาพที่ 4 แผนที่ภูมิประเทศเอเชียกลาง
ที่มาภาพ http://www.freeworldmaps.net/asia/central/centralasia-physical-map.jpg
เหตุที่กล่าวถึงทะเลอารัลว่า “เคย” เป็นแหล่งน้าสาคัญนั้น เพราะในอดีต อย่างช้าจนถึงช่วงท้าย
ของศตวรรษที่แล้ว ทะเลอารัลยังคงถือเป็นทะเลสาบใหญ่อันดับสี่ของโลก แต่นโยบายของโซเวียตใน
ทศวรรษ 1960 ในการผันน้าจากแม่น้า Amu Darya และ Syr Darya สองแหล่งน้าหลักที่ไหลลงสู่ทะเล
อารัล ไปทาการเกษตร โดยเฉพาะปลูกฝ้ายขนานใหญ่4
ทาให้น้าในทะเลอารัลลดลงเรื่อยๆ จนเกือบแห้ง
ในปัจจุบัน
4
The Aral Sea Crisis. ออนไลน์ http://www.columbia.edu/~tmt2120/introduction.htm
5
ภาพที่ 5 ภาพถ่ายดาวเทียมของทะเลอารัลในปี 1989 และปี 2014
ที่มาภาพ https://en.wikipedia.org/wiki/Aral_Sea#/media/File:AralSea1989_2014.jpg
6
บทที่ 2
ความสาคัญของเอเชียกลาง
เอเชียกลาง (Central/Middle Asia) เป็นภูมิภาคที่คนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบันลืมเลือนไป
น้อยคนนักจะนึกออกว่าอยู่ส่วนใหญ่ของโลก แม้เอเชียกลางจะเป็นภูมิภาคที่ไม่ติดทะเล (landlock) แต่
เอเชียกลางคือสะพานเชื่อมทางบก (land bridge) ที่เมื่อหลายพันปีก่อน อารยธรรมต่างๆ ต้องตัดผ่าน
เพื่อเดินทางติดต่อค้าขายหรือทาสงครามระหว่างกันมาแต่โบราณอย่างไรก็ตาม เอเชียกลางคือ
ศูนย์กลางของความเจริญรุ่งเรืองของโลก ในสมัยที่ผู้คนยังเดินทางติดต่อค้าขายหรือแม้แต่ทาสงคราม
ขยายอาณาเขตกันทางบก เอเชียกลางเป็นจุดกึ่งกลางที่เชื่อมจีนกับกรีก โรมัน ยุโรป เปอร์เซีย อาหรับ
อินเดีย เป็นจุดที่ “เส้นทางสายไหม” โบราณ ซึ่งมีมาตั้งแต่สองพันกว่าปีที่แล้ว พาดผ่านไปยังดินแดน
ต่างๆ ก่อให้เกิดชุมทางการค้าสาคัญตลอดเส้นทาง ซึ่งหลายแห่งเติบโตกลายเป็นเมืองหรือแม้แต่เมือง
หลวงของประเทศในปัจจุบัน เช่น เมืองฉางอาน (Chang’an) ตุนหวง (Dunhuang) เทอรพาน (Turpan)
คัชการ์ (Kashgar) เฟอร์กานา (Ferghana) ซาร์มาคานท์ (Samarkand) บูคาร่า (Bukhara)5
แบกแดด
(Baghdad) ดามัสกัส (Damascus) และคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople)6
เอเชียกลางไม่เป็นแต่
เพียงชุมทางการค้าของเส้นทางสายไหม แต่ยังเฟื่องฟูและเป็นศูนย์กลางของ ความรู้ ศิลปวิทยาการ นัก
คิดและนักปรัชญาแห่งยุคสมัย ความเชื่อ ศาสนา รวมทั้งความคิดทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งยังปรากฏ
หลักฐานให้เห็นอยู่ในอาคารสาคัญหลายแห่งในเมืองเรืองนามแห่งเอเชียกลางทุกวันนี้ ไม่ว่า ซาร์มา
คานท์ บูคาร่า อัลมาตี เป็นต้น นักคิดและนักปรัชญาแห่งเอเชียกลางที่มีชื่อเสียง เช่น Al-Farabi
(Alpharabius) เกิดที่คาซัคสถานหรืออัฟกานิสถานในปัจจุบัน Ibn Sina (Avicenna) ชาวเมืองบูคาร่า ซึ่ง
อยู่ในประเทศอุซเบกิสถานปัจจุบัน ผู้แต่งหนังสือเรื่อง Canon of Medicine และ Al-Biruni ชาวแคว้น
Khwarezm ซึ่งปัจจุบันคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างอุซเบกิสถานและเติร์กเมนิสถาน ท่านเหล่านี้มีชีวิตอยู่เมื่อ
ราวพันปีมาแล้ว เป็นนักคิดและผู้รอบรู้หลายศาสตร์ (polymath) ตั้งแต่ ปรัชญา การเมือง ดนตรี ไป
จนถึง การแพทย์และคณิตศาสตร์ เช่นเดียวกับผู้ทรงภูมิในสมัยโบราณหลายท่านทั่วโลก และเป็นที่รู้จัก
ดีทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก
5
เฟอร์กานา ซาร์มาคานท์ และบูคาร่า อยู่ในเอเชียกลางในปัจจุบัน
6
CCTV. One Belt One Road Documentary Episode One: Common Fate (Improved Video version).
https://www.youtube.com/watch?v=twqpsJhqPKY เผยแพร่เมื่อ 23 ก.พ. 2017
7
ภาพที่ 6 Al-Farabi
ที่มาภาพ http://www.muslimheritage.com/uploads/Al-Farabi1.jpg
ภาพที่ 7 Ibn Sina (Avicenna)
ที่มาภาพ
http://static.wixstatic.com/media/98845c_cbb0bd8bd2224a92999391680788b014.jpg/v1/fill/w_619,h_839/9884
5c_cbb0bd8bd2224a92999391680788b014.jpg
8
ภาพที่ 8 Al-Biruni
ที่มาภาพ http://poygam.com/wp-content/uploads/2017/05/d1bab6a72db08a0825ded35f945c7f2a.jpg
ศาสตราจารย์ หวัง กางอู่ นักประวัติศาสตร์ชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน แห่งมหาวิทยาลัย
แห่งชาติสิงคโปร์ ได้สร้างทฤษฎีในการอธิบายประวัติศาสตร์โลกว่า ก่อนยุคที่มหาอานาจทางทะเลจะ
ขึ้นมาเป็นใหญ่นับจากยุคอาณานิคมเป็นต้นมา เอเชียกลางคือ “แกน” ของประวัติศาสตร์โลกเสมอมา7
เนื่องจากทาเลที่ตั้งที่คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างอารยธรรมสาคัญบนพื้นทวีปของโลก ไม่ว่าอารยธรรมจีน
ทางตะวันออก อารยธรรมเปอร์เซียและอิสลามทางใต้และตะวันตก อารยธรรมเติร์ก กรีกและยุโรป ทาง
ตะวันตก และ อารยธรรมสลาฟ (รัสเซีย) ทางเหนือ อารยธรรมต่างๆ ที่สูงส่งกว่าคนเร่ร่อนแห่งเอเชีย
กลางเหล่านี้ เมื่อจะติดต่อค้าขายกับอารยธรรมอีกฟากหนึ่งก็ต้องสร้างสันติกับชาวเผ่าเร่รอนแห่งเอเชีย
กลางก่อนจึงจะเดินทางผ่านไปได้ นอกจากนี้ ชาวเผ่าเร่ร่อนไม่ว่ามองโกล เติร์ก ฮัน แมนจู จากทุ่งหญ้า
แห่งเอเชียกลางก็มักจะบุกเข้าไปในอาณาจักรที่มีอารยธรรมสูงส่งกว่าตนที่อยู่รายรอบเป็นระยะ และ
มักจะชนะ ได้ปกครอง พร้อมกับรับเอาวัฒนธรรมที่เจริญกว่ามาใช้ด้วย
หลังเส้นทางสายไหมโบราณที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สองร้อยปีก่อนคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ฮั่น เสื่อม
โทรมลงไป เพราะการเดินทางค้าขายและคมนาคมขนส่งย้ายจากทางบกไปทางทะเล เอเชียกลางที่เป็น
ศูนย์กลาง ชุมทาง เศรษฐกิจ ความคิด ความรู้ ระดับโลก มีความเป็นดินแดนนานาชาติ ก็ค่อยๆ สูญ
7
Ooi Kee Beng. The Eurasian Core and its edges: Dialogues with Wang Gungwu on the History of the World.
Singapore: ISEAS publishing.2015.
9
หายไป โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิรัสเซียและสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา อดีตดินแดน
cosmopolitan แห่งนี้ก็กลายเป็นเพียง “เขตอิทธิพล” “หลังบ้าน” ของโซเวียตรัสเซีย
เอเชียกลางเริ่มกลับมาสู่ความสนใจของโลกอีกครั้ง หลังโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 1991 และเกิด
ประเทศเอกราชใหม่บนดินแดนเก่าแก่แห่งนี้ขึ้นมา 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิ
สถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เป็นการ “เปิด” ดินแดนแห่งนี้ออกสู่โลก อีกครั้ง เป็นโอกาสและ
ความท้าทายใหม่ของมหาอานาจอื่นๆ
สาหรับมหาอานาจอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และ จีน การที่
เอเชียกลางหลุดออกมาจากรัสเซียก็เป็นโอกาสให้เข้าไปแสวงหาประโยชน์ในดินแดนนี้ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานที่มีอุดมสมบูรณ์ในดินแดนแห่งทั้งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม
สาหรับจีน ในช่วงต้นของการได้เอกราชของเอเชียกลาง ก็นามาซึ่งความประเด็นการจัดการปัญหาการ
ปักปันชายแดนใหม่ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งทศวรรษ ก็จัดการกันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นมาก็เป็นเรื่อง
ของโอกาส
เอเชียกลางกลับคืนความสาคัญในระดับโลกอีกครั้ง ด้วยเหตุสาคัญสองประการคือ เหตุผลด้าน
ภูมิรัฐศาสตร์และการกลับคืนมาของเส้นทางสายไหม กับความอุดมสมบูรณ์ของพลังงานในภูมิภาค
การพูดถึงการฟื้นคืนของเส้นทางสายไหมเฟื่องฟูขึ้นในโลกตะวันตกและตะวันออกมาระยะหนึ่ง
แล้ว สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปพูดถึงมันในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะดึงให้เอเชียกลางพ้นจากการ
ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลรัสเซียในมุมมองของพวกเขา ขณะที่จีน ตุรกี อิหร่าน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และ
ปากีสถาน ต่างอ้างถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับดินแดนแห่งนี้ แน่นอนว่า ย้อนกลับไปไกล
ก่อนที่ “ม่านเหล็ก” แห่งสหภาพโซเวียตจะปกคลุมลงมาที่ดินแดนแห่งนี้8
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพูดถึงการกลับมาของเส้นทางสายไหม แม้แต่วาทกรรมว่าด้วยการ
สร้างเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) ขึ้นจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาเองก็ตาม แต่
ประเทศที่ในปัจจุบันเห็นชัดแล้วว่าฟื้นเส้นทางสายไหมใหม่กลับขึ้นมาจริงๆ ก็คือ ประเทศจีน ด้วยมหา
ยุทธศาสตร์ One Belt One Road และนั่นก็ทาให้เอเชียกลางกลับมามีความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างยิ่งยวด เพราะในภาพรวม เส้นทาง OBOR คือ เส้นทางคมนาคมขนส่งที่เชื่อมจีน เข้ากับยุโรป ผ่าน
ยูเรเซีย หรือ เอเชียกลาง เป็นสาคัญนั่นเอง เอเชียกลางจึงเป็นตัวต่อสาคัญที่ขาดเสียมิได้ในแผนการ
OBOR ของจีน ในวาระหนึ่ง จีนได้เคยกล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของความริเริ่ม One Belt One Road
คือการฟื้นความรุ่งโรจน์ในอดีตของภูมิภาคยูเรเซีย”9
8
Marlene Laruelle, Jean-Francois Huchet, Sebastien Peyrouse and Bayram Balci eds. China and India in
Central Asia: A New Great Game? New York: Palgrave Macmillan. 2010
9
เพิ่งอ้าง
10
ควบคู่ไปกับความสาคัญด้านทาเลที่ตั้ง เอเชียกลางกลับมาสู่ความสาคัญระดับโลกในปัจจุบันใน
ฐานะดินแดนที่ร่ารวยพลังงาน ไม่ว่าน้ามันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ ในยุคที่ประเทศต่างๆ ล้วนพยายาม
กระจายความเสี่ยงด้วยการลดการพึ่งพาการนาเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก จากความ
ปั่นปวนในภูมิภาคนั้นซึ่งน่าจะทอดยาวไปอีกนาน เอเชียกลางจึงเป็นอีกแหล่งพลังงานทางเลือกของ
ประเทศต่างๆ ในโลก ท่อส่งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในเอเชียกลาง และบริเวณใกล้เคียง (ที่
สาคัญคือบริเวณทะเลสาบแคสเปียน) เช่น เขตคอเคซัส และอิหร่าน นั้นโยงใยไปทั่วทุกทิศ ไม่ว่าเหนือ
ใต้ ออก ตก ไม่ว่าไปสู่รัสเซีย จีน สู่ตะวันออกกลาง สู่คอเคซัส และตุรกี ต่อไปยังยุโรป ดังนั้น
มหาอานาจทั้งหน้าเก่า เช่น รัสเซีย และหน้าใหม่ อย่างจีน สหรัฐ สหภาพยุโรป รวมไปถึง ญี่ปุ่น อินเดีย
เกาหลีใต้ ฯลฯ จึงต่างเข้ามาหาโอกาสในภูมิภาคนี้ ในโลกวันนี้ เอเชียกลางจึงเป็นอีกภูมิภาคหนึ่งที่ “เนื้อ
หอม” ด้วยทาเลที่ตั้งและด้วยแหล่งพลังงานที่สะสมเอาไว้ใต้ผืนดิน
ภาพที่ 9 โครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติบริเวณ “ยูเรเซีย” ไปยังดินแดนรอบข้าง (เส้นสีแดงคือท่อที่มีอยู่แล้ว สีเขียวคือ
โครงการที่กาลังอยู่ระหว่างดาเนินการ)
ที่มาภาพ http://www.marcon.com/library/country_briefs/uzbekistan/7.gif
11
ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน
ดินแดนที่เป็นเอเชียกลางในปัจจุบันไม่เป็นที่รู้จักของจีนอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทางไป
สารวจดินแดนตะวันตกของ Zhang Qian ตัวแทนของจักรพรรดิหวูแห่งราชวงศ์ฮั่น (Hun Wudi) เมื่อราว
200 ปีก่อนคริสตกาล Zhang Qian ออกเดินทางจากนครฉางอาน (Chang’an) เมืองหลวงของราชวงศ์
ฮั่น (บริเวณเมืองซีอาน) ในปัจจุบัน ไปทางตะวันตก เขาใช้เวลาเดินทางกว่า 10 ปี และกลับมารายงาน
จักรพรรดิแห่งต้าฮั่น ทุกวันนี้จีนถือว่า Zhang Qian เป็นผู้บุกเบิกตะวันตกของจีน รวมทั้งเส้นทางสาย
ไหมด้วย
ความสาคัญของเอเชียกลางในอดีตสาหรับจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่น ถัง ซ่ง ลงมาถึงหยวน ซึ่ง
เป็นยุคที่เส้นทางสายไหมทางบกเฟื่องฟู จีนเข้าไปในเอเชียกลางด้วยเหตุผลหลักคือเพื่อค้าขาย
แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความรู้ บนเส้นทางสายไหม และเพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังเอเชียใต้
ตะวันออกกลาง และยุโรป นาเอาสินค้าจากจีน ที่สาคัญคือ ผ้าไหม ซึ่งตะวันตกไม่สามารถผลิตได้และ
เป็นที่นิยมมีราคาดั่งทอง รวมทั้งสินค้าอื่น เช่น เครื่องกระเบื้อง และวิทยาการเทคโนโลยี เช่น การทาดิน
ปืน กระดาษ และเข็มทิศ ออกไปเผยแพร่ และนาสินค้าจากยุโรปกลับมา
ในปัจจุบัน นอกจากเอเชียกลางจะเป็นทางผ่านสาคัญของจีนออกไปทางตะวันตกในมหา
ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ซึ่งถือเป็นความสาคัญทางเศรษฐกิจการค้าเป็นสาคัญแล้ว เอเชีย
กลางยังสาคัญต่อจีนทางด้านความมั่นคงและเสถียรภาพในประเทศจีนอีกด้วย เพราะเสถียรภาพใน
เอเชียกลางมีผลอย่างมากต่อสถานการณ์ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในมณฑลซินเจียงของจีนที่
อยู่ติดกัน นอกจากนั้น เอเชียกลางยังมีความสาคัญในฐานะแหล่งพลังงานทางเลือกของจีน เพื่อเสริม
ความมั่นคงทางพลังงานให้กับจีน เป็นตัวเลือกนอกจากการนาเข้าน้ามันและก๊าซธรรมชาติผ่านการ
ขนส่งทางทะเล ซึ่งต้องผ่านน่านน้าซึ่งสหรัฐมีอิทธิพลเหนืออยู่ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะที่จุดเสี่ยงบริเวณ
ช่องแคบมะละกา10
10
ชวลิตา อุ๋ยจ๋าย. บทคัดย่อ ใน ภาคนิพนธ์ เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐอเมริกา รัสเซีย
และจีน ในภูมิภาคเอเชียกลาง ค.ศ. 2000-2010. แผนกวิชารัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
2554. ออนไลน์ http://www.russianstudies-tu.com/library/research2554-1/research2554_057.pdf.
12
บทที่ 3
บทบาทจีนในเอเชียกลาง
จีนกับเอเชียกลางเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ติดต่อกันมาช้านาน โดยเฉพาะในช่วงที่
เส้นทางสายไหมโบราณยังรุ่งเรือง เมื่อเส้นทางดังกล่าวซบเซาลงไป ความสัมพันธ์ของจีนกับเอเชียกลาง
ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ในช่วงต่อจากนั้น เอเชียกลางก็ได้ตกไปอยู่ใต้อิทธิพลของอานาจอื่น โดยเฉพาะ
จักรวรรดิรัสเซีย และสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา จนพึ่งพิงใกล้ชิดกับโซเวียตรัสเซียเป็นหลัก มากกว่า
จีน เอเชียกลางกลับมามีความสัมพันธ์กับจีนอย่างสาคัญอีกครั้งก็ภายหลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย
ในปี 1991 และประเทศสถานทั้ง 5 ที่ได้รับเอกราชใหม่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็น
ทางการกับประเทศต่างๆ รวมทั้งกับประเทศจีน นับจนถึงปี 2017 นี้ก็ได้ 25 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างจีน
และเอเชียกลางเติบโตขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ก็ด้วยบทบาทของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนั้น
ในช่วงราว 20 ปีมานี้
ประเทศทั้งห้าในเอเชียกลางเป็นประเทศร่ารวยได้ปานกลางและยากจน มีขนาดเศรษฐกิจ
พิจารณาจาก GDP ที่เป็นกาลังซื้อจริงตาม ตารางที่ 1
ลาดับของโลก ประเทศ ล้านดอลลาร์สหรัฐ
1 จีน 21,417,150
2 สหรัฐอเมริกา 18,569,100
19 ไทย 1,164,928
41 คาซัคสถาน 449,621
61 อุซเบกิสถาน 207,470
80 เติร์กเมนิสถาน 95,586
129 ทาจิกิสถาน 26,031
135 เคอร์กีซสถาน 21,601
ตารางที่ 1 GDP (กาลังซื้อจริง : PPP) ของประเทศเอเชียกลางเทียบกับประเทศอื่น ในปี 2016
ที่มา http://databank.worldbank.org/data/download/GDP_PPP.pdf
บทบาทของจีนในเอเชียกลางในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ด้านหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ได้แก่ ด้านพลังงาน ด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน (ซึ่งเป็นบทบาทที่หนักมาในทาง
เศรษฐกิจ) และด้านความมั่นคง ซึ่งจะได้กล่าวไล่ไปในแต่ละด้าน
13
หากมองในทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันกล่าวได้ว่าจีนมีน้าหนักทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 1 แล้วใน
ภูมิภาคเอเชียกลาง เหนือกว่ารัสเซียและประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งมีน้าหนักทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้
รองลงมา
จากข้อมูลปี 2015 ในทางการค้า จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเอเชียกลาง ทั้งนาเข้าและส่งออก
โดยจีนเป็นผู้นาเข้าและส่งออกสินค้าอันดับ 1 หรือ 2 ของเกือบทุกประเทศในเอเชียกลาง เริ่มจาก
คาซัคสถาน ส่งออกไปยัง จีน 15.1% รัสเซีย 12.3% ฝรั่งเศส 9.3% เยอรมัน 7.9% อิตาลี 6.7% และ
กรีซ 4.1% ขณะที่นาเข้าจากรัสเซียเป็นอันดับหนึ่งที่ 32.9% ตามมาด้วย จีน 25.9% และเยอรมัน
4.2%11
อุซเบกิสถาน ส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ 25.9% จีน 17.6% คาซัคสถาน 14.2% ตุรกี
9.9% รัสเซีย 8.4% บังกลาเทศ 6.9% และนาเข้าจากจีน 20.8% รัสเซีย 20.8% เกาหลีใต้ 11.9%
คาซัคสถาน 10.8% ตุรกี 4.6% และเยอรมัน 4.4%12
ส่วนเติร์กเมนิสถานส่งออกไปยัง จีนมากถึง 68.7% ตุรกี 4.9% และนาเข้าจากตุรกี 25.1%
รัสเซีย12.3% จีน 11% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 9.1% คาซัคสถาน 5.2% เยอรมัน 4.6% และอิหร่าน
4.5%13
เคอร์กีซสถาน ส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ 26.1% อุซเบกิสถาน 22.6% คาซัคสถาน
20.8% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4.9% ตุรกี 4.5% อัฟกานิสถาน 4.5% รัสเซีย 4.2% และนาเข้าจากจีน
56.6% รัสเซีย 17.2% และคาซัคสถาน 10%14
ส่วนทาจิกิสถานส่งออกไปยังตุรกี 19.8% คาซัคสถาน 17.6% สวิตเซอร์แลนด์ 13.7%
อิหร่าน 8.7% อัฟกานิสถาน 7.5% รัสเซีย 5.1% จีน 4.9% อิตาลี 4.8% และนาเข้าจากจีน 42.3%
รัสเซีย 18% คาซัคสถาน 13.1% และอิหร่าน 4.7%15
สาหรับสินค้าหลักที่เอเชียกลางส่งออกไปขายจีนได้แก่พลังงาน โดยเฉพาะน้ามัน ในกรณี
ของคาซัคสถาน และก๊าซธรรมชาติในกรณีเติร์กเมนิสถาน รวมทั้งอุซเบกิสถาน ส่วนในกรณีของเคอร์กีซ
11
CIA. The World Factbook. Kazakhstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/fields/2050.html#kz.
12
CIA. The World Factbook. Uzbekistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/uz.html
13
CIA. The World Factbook. Turkmenistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/tx.html
14
CIA. The World Factbook. Kygyzstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/kg.html.
15
The World Factbook. CIA. Tajikistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/ti.html.
14
สถานและทาจิกิสถานสองประเทศซึ่งไม่มีทรัพยากรพลังงานมากนัก จึงส่งออกไปยังจีนไม่มากนัก ส่วน
ใหญ่ได้แก่พวกสินค้าเกษตร เป็นหลัก
ด้านการลงทุน
ภาพรวมของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ในเอเชีย
กลางนั้น มีสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือการลงทุนในการนาทรัพยากรธรรมชาติจากภูมิภาคดังกล่าว
มาใช้ ที่สาคัญคือ น้ามันและก๊าซธรรมชาติ แร่ที่เป็นโลหะและไม่ใช่โลหะ การสารวจหาแหล่งทรัพยากร
เหล่านี้ และธุรกิจที่ต่อเนื่องได้แก่การแปรรูป/ขนถ่ายทรัพยากรเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การทาเหมือง
การถลุงแร่ การแปรรูปน้ามันและก๊าซธรรมชาติ (อุตสาหกรรมเคมี) และการลงทุนสร้างโครงสร้างในการ
ขนถ่ายพลังงานเหล่านี้สู่ประเทศผู้ใช้ (การสร้างท่อส่งน้ามันและก๊าซ) การลงทุนในกิจการเหล่านี้คิดเป็น
ราวครึ่งหนึ่ง (50%) ของ FDI ในทุกประเทศเอเชียกลาง (ยกเว้นทาจิกิสถาน) ผลผลิตจากกิจการที่
เงินทุนเหล่านี้ไปลงส่วนใหญ่มักส่งออกไปยังประเทศภายนอก
อีกส่วนสาคัญของการลงทุน FDI จากต่างประเทศในเอเชียกลางเข้าไปยังภาคส่วนที่รองรับ
ตลาดภายในภูมิภาค เช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การค้า การเงิน การก่อสร้าง และการสื่อสาร
การลงทุนในส่วนนี้สูงเป็นพิเศษในประเทศเคอร์กีซสถานและทาจิกิสถาน ซึ่งไม่มีแหล่งน้ามันหรือก๊าซ
ธรรมชาติมากนัก การลงทุน FDI ในภาคเกษตรในเอเชียกลางนั้นแทบไม่ปรากฏ
จีนเป็นผู้ลงทุน FDI อันดับ 1 ใน 3 ประเทศของเอเชียกลาง คือ เคอร์กีซสถาน (24 เปอร์เซ็นต์)
เติร์กเมนิสถาน (39 เปอร์เซ็นต์) และทาจิกิสถาน (21 เปอร์เซ็นต์) และเป็นผู้ลงทุนอันดับ 5 ใน
คาซัคสถาน (4.6 เปอร์เซ็นต์) และอันดับ 6 ในอุซเบกิสถาน (4 เปอร์เซ็นต์) ตามตารางที่ 2-6
ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ ล้านดอลลาร์สหรัฐ
1 เนเธอร์แลนด์ 37 7,655
2 สหรัฐอเมริกา 16 3,423
3 สวิตเซอร์แลนด์ 12 2,589
4 ฝรั่งเศส 5 1,137
5 จีน 4.6 960
6 รัสเซีย 4.2 867
7 เบลเยียม 3.4 710
8 สหราชอาณาจักร 3.3 684
9 ญี่ปุ่น 2.2 470
10 เกาหลีใต้ 1.7 358
15
ตารางที่ 2 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในคาซัคสถาน เมื่อปี 2016
ที่มา : National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct
investors: breakdown by countries. ออนไลน์ http://www.nationalbank.kz/?docid=469&switch=english
ในจานวนเงิน FDI รวม 20,637 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 ที่ผ่านมานี้ 34 เปอร์เซ็นต์ เป็นการ
ลงทุนในด้านการทาเหมืองพลังงานและแร่ธาตุอื่นๆ โดยเป็นการลงทุนในการขุดเจาะและนาน้ามันและ
ก๊าซธรรมชาติมาใช้ 27 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ก็เป็นการลงทุนในการผลิตสินค้าประเภทต่างๆ อีก 18
เปอร์เซ็นต์16
ตารางที่ 3 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในเคอร์กีซสถาน เมื่อปี 2012
ที่มา National Statistical Committee of the Kyrgyz Republic. Structure of Foreign Direct Investment Inflows to
the Kyrgyz Republic, 2012 https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central-
asia-economic-centers-final-report.pdf
37 เปอร์เซ็นต์ของ FDI ในประเทศเคอร์กีซสถาน คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการผลิต
สินค้าอุปโภคบริโภค 21 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมถลุงแร่โลหะต่างๆ และ 12 เปอร์เซ็นต์
คือ การลงทุนในกิจการด้านน้ามันและก๊าซธรรมชาติ
16
National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct
investors: breakdown by residents' types of economic activities. ออนไลน์
http://www.nationalbank.kz/?docid=469&switch=english
ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์
1 จีน 24
2 แคนาดา 22
3 สหราชอาณาจักร 12
4 คาซัคสถาน 6
5 เยอรมัน 6
6 เกาหลีใต้ 5
7 รัสเซีย 4
16
ตารางที่ 4 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในทาจิกิสถาน เมื่อปี 2012
ที่มา Statistical Agency of the Republic of Tajikistan. Structure of Foreign Direct Investment Inflows to
Tajikistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central-
asia-economic-centers-final-report.pdf
19 เปอร์เซ็นต์ของ FDI ในทาจิกิสถาน คือการลงทุนในกิจการเหมืองแร่ 18 เปอร์เซ็นต์คือ
การลงทุนในด้านการสื่อสาร 14 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนด้านการเงิน การลงทุนด้านการเจาะ
สารวจแหล่งพลังงานและแร่ธาตุ คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนในการก่อสร้าง คิดเป็น 7
เปอร์เซ็นต์เช่นกัน และอีก 6 เปอร์เซ็นต์เป็นการลงทุนด้านการผลิตและส่งกระแสไฟฟ้า
ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์
1 จีน 21
2 รัสเซีย 18
3 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 17
4 สหราชอาณาจักร 16
5 อิหร่าน 7
6 ตุรกี 5
17
ตารางที่ 5 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในเติร์กเมนิสถาน เมื่อปี 2012
ที่มา Financial Times fDi Intelligence (2013) Structure of Foreign Direct Investment Inflows to
Turkmenistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-
central-asia-economic-centers-final-report.pdf
26 เปอร์เซ็นต์ ของ FDI ในปี 2012 อยู่ที่การลงทุนในกิจการด้านการขุดเจาะพลังงานน้ามันและ
ก๊าซธรรมชาติ 27 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในการขนส่งพลังงาน 25 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนใน
อุตสาหกรรมเคมี 24 เปอร์เซ็นต์คือ การลงทุนในด้านการแปรรูป (processing) พลังงาน
ตารางที่ 6 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในอุซเบกิสถาน เมื่อปี 2012
ที่มา Financial Times fDi Intelligence (2013) Structure of Foreign Direct Investment Inflows to
Uzbekistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central-
asia-economic-centers-final-report.pdf
30 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุน FDI ในประเทศอุซเบกิสถานเมื่อปี 2012 คือ การแปรรูปพลังงาน
น้ามันและก๊าซธรรมชาติ 28 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมเคมี 15 เปอร์เซ็นต์คือ การลงทุนใน
การขุดเจาะพลังงานน้ามันและก๊าซธรรมชาติ 11 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า
อื่นๆ
ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์
1 จีน 39
2 รัสเซีย 16
3 กลุ่มประเทศอ่าว
เปอร์เซีย
12
4 ตุรกี 9
5 แคนาดา 8
ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์
1 รัสเซีย 37
2 เกาหลีใต้ 21
3 สหรัฐอเมริกา 9
4 อาเซียน 7
5 กลุ่มประเทศอ่าว
เปอร์เซีย
5
6 จีน 4
18
บทบาทด้านพลังงาน
ภาพที่ 10 ท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติจากเอเชียกลางสู่จีน
ที่มาภาพ https://www.stratfor.com/image/map-central-asia-china-energy-infrastructure
บทบาทด้านพลังงานน้ามัน
จากข้อมูลของ US. Energy Information Administration (EIA) ในปี 2015 จีนเป็นประเทศที่
บริโภคน้ามันประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคน้ามันในโลก สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก
สหรัฐอเมริกา (ซึ่งบริโภคน้ามันอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก)17
และเป็นประเทศผู้นาเข้าน้ามันดิบมาก
ที่สุดของโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกาอย่างช้าตั้งแต่ปี 201618
เดิมนั้นจีนก็เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ใน
โลก ที่นาเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคนั้น
ประกอบกับการต้องพึ่งพาการขนส่งพลังงานดังกล่าวทางเรือผ่านน่านน้าที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ควบคุม
17
US. Energy Information Administration. What countries are the top producers and consumers of oil?.
ออนไลน์ https://www.eia.gov/tools/faqs/faq.php?id=709&t=6.
18
Daniel Workman. Crude Oil Imports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์
http://www.worldstopexports.com/crude-oil-imports-by-country/
19
ทาให้จีนรู้สึกถึงความไม่มั่นคงทางพลังงาน และพยายามกระจายแหล่งนาเข้าพลังงานของตนไปยังที่
อื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าภูมิภาคเอเชียกลาง ในฐานะที่อุดมด้วยพลังงานทั้งน้ามันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้ง
แร่ธาตุอื่นๆ และยังเป็นเพื่อนบ้านของจีน ก็เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกนั้น
สาหรับบทบาทหลักด้านน้ามันของจีนในเอเชียกลางนั้น อยู่ในคาซัคสถานเป็นหลัก คาซัคสถาน
มีปริมาณน้ามันสารองเป็นอันดับที่ 11 ของโลก และในปี 2016 ส่งออกน้ามันดิบเป็นอันดับที่ 12 ของ
โลก19
(แต่มิได้เป็นสมาชิก OPEC)20
และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ามันกินมูลค่าถึง 48 เปอร์เซ็นต์ของการ
ส่งออกของประเทศในปี 201521
โดยจีนเข้าไปประมูลสัมปทานสารวจและขุดเจาะน้ามันในแหล่งน้ามัน
แห่งต่างๆ ของคาซัคสถาน เช่น ในปี 2005 บรรษัทน้ามันแห่งชาติของจีน (China National Petroleum
Corporation: CNPC) ชนะการประมูลเข้าซื้อกิจการของบริษัท PetroKazakhstan บริษัทน้ามันสัญชาติ
แคนาดาที่ผลิตน้ามันในคาซัคสถาน ด้วยจานวนเงินกว่า 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อถึงปี 2008
จีนก็เข้าไปดาเนินการผลิตน้ามันกว่า 1 ใน 3 ของคาซัคสถานแล้ว
แกนหลักของการเข้าไปเอาน้ามันจากคาซัคสถานของจีนอยู่ที่ “ท่อส่งน้ามันคาซัคสถาน-จีน”
(ดูภาพที่ ) ซึ่งถือเป็นท่อส่งน้ามันตรงท่อแรกและท่อที่สาคัญที่สุดจากเอเชียกลางสู่จีน มีความยาวราว
3,000 กม. นาน้ามันดิบจากแหล่งผลิตในทะเลแคสเปียนบริเวณเมือง Atyrau ฝั่งตะวันตกสุดของ
คาซัคสถาน ข้ามมาเข้าสู่จีนทางตะวันตก ไปสู่โรงกลั่นที่มณฑลซินเจียง โดย CNPC เข้าไปลงนามใน
สัญญาสร้างท่อส่งน้ามันดังกล่าวกับคาซัคสถาน ตั้งแต่ปี 1999 ปัจจุบัน ท่อส่งน้ามันสาย Atyrau-
Alashankou อยู่ในความดูแลร่วมกันของ CNPC กับ KazMunaiGaz รัฐวิสาหกิจน้ามันของคาซัคสถาน
19
Daniel Workman. Crude Oil Exports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์
http://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports-country/.
20
OPEC. Annual Statistical Bulletin 2016 .ออนไลน์ http://www.opec.org/opec_web/en/publications/202.htm.
21
The Observatory of Economic Complexity. Kazakhstan. ออนไลน์
http://atlas.media.mit.edu/en/profile/country/kaz/
20
ภาพที่ 11 แหล่งนาเข้าน้ามันดิบของจีนในปี 2014
ที่มาภาพ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN
ในปี 2014 ในจานวนน้ามันดิบที่จีนนาเข้าทั้งหมด มาจากคาซัคสถานประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง
แม้จะยังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับการนาเข้าจากแหล่งอื่นๆ แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ในเดือนกันยายน 2013
เมื่อสีจิ้นผิงเยือนคาซัคสถานและประกาศแผนการ OBOR ทางบกครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยนาซาร์บาเยฟ
นั้น จีนกับคาซัคสถานก็ได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเกี่ยวกับข้อตกลงด้านน้ามันและก๊าซ ซึ่งมีมูลค่า
รวมกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ22
ดังนั้น สัดส่วนการนาเข้าน้ามันและพลังงานอื่นๆ จากคาซัคสถาน
เข้าสู่จีนจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อโครงการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานระหว่างจีนกับเอเชียกลาง
พัฒนาไปมากขึ้นภายใต้ความก้าวหน้าของ OBOR
22
Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์
file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf.
21
บทบาทด้านพลังงานก๊าซธรรมชาติ
ภาพที่ 11 ส่วนหนึ่งของท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน
https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/
นอกจากน้ามัน ก๊าซธรรมชาติคือพลังงานสาคัญอีกประเภทที่จีนบริโภคเป็นจานวนมาก
ประเทศลาดับที่นาเข้าก๊าซธรรมชาติลาดับต้นๆ ของโลกล้วนเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนาทั้งสิ้น จาก
ข้อมูลในปี 2016 จีนนาเข้าก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 68,000 ล้านคิวบิกเมตร รองจาก
ญี่ปุ่น และเยอรมัน23
และเป็นประเทศผู้บริโภคก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 203,000 ล้าน
คิวบิกเมตร ในปีเดียวกัน รองจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย24
จากการคาดการณ์ระยะยาวของ CNPC รัฐวิสาหกิจที่ดูแลด้านพลังงานของจีน ก๊าซ
ธรรมชาติกับทั้งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ จะเพิ่มสัดส่วนกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักของจีนแทนถ่านหิน
และน้ามัน ภายในปี 2030 เพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศ ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติจึงเป็นพลังงานสาคัญ
23
Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas balance of trade. ออนไลน์
https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/balance-trade-world-data.html.
24
Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas domestic consumption. ออนไลน์
https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/gas-consumption-data.html
22
ในระยะยาวสาหรับประเทศจีน CNPC ประเมินว่า ปริมาณความต้องการบริโภคก๊าซธรรมชาติของจีนจะ
เพิ่มขึ้นจาก 203,000 ล้านคิวบิกเมตรในปี 2016 เป็น 620,000 ล้านคิวบิกเมตรในปี 203025
ภาพที่ 12 แผนที่แสดงประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในโลก (หน่วยเป็นล้านคิวบิกเมตร)
ที่มาภาพ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/world-natural-gas-production-statistics.html
ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากที่สุด ตามด้วย รัสเซีย อิหร่าน
และกาตาร์ (ดูภาพที่ ประกอบ) จีนเองนั้นก็เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากอันดับ 6 ของโลก
อย่างไรก็ตาม จีนก็ยังคงนาเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆ โดยในปี 2014 การนาเข้าก๊าซธรรมชาติ
85 เปอร์เซ็นต์ของจีน นาเข้าในรูปแบบ LNG โดยการขนส่งทางทางทะเลมาจากภูมิภาคที่ห่างไกล เช่น
มาจากกาตาร์ (34 เปอร์เซ็นต์) ออสเตรเลีย (19 เปอร์เซ็นต์) มาเลเซีย (15 เปอร์เซ็นต์) อินโดนีเซีย (12
เปอร์เซ็นต์) และเยเมน (5 เปอร์เซ็นต์)26
อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุผลทางความมั่นคงทางพลังงานของการ
ขนส่งทางทะเลดังกล่าวมา จีนจึงพยายามลดสัดส่วนการนาเข้าก๊าซทางทะเล และกระจายสัดส่วนมา
25
Enerdata. CNPC expects Chinese energy demand to peak in 2040. ออนไลน์
https://www.enerdata.net/publications/daily-energy-news/cnpc-expects-chinese-energy-demand-peak-
2040.html
26
EIA. China LNG import source, 2014. ออนไลน์ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN
23
นาเข้าจากแหล่งบนบกโดยเฉพาะเพื่อนบ้านมากขึ้น ไม่ว่ารัสเซีย (ปี 2014 จีน โดย CNPC ลงนามใน
สัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติระยะ 30 ปี จาก Gazprom ของรัสเซีย คาดการณ์ว่าน่าจะสร้างท่อส่งก๊าซเสร็จ
ในปี 2018 และจะส่งก๊าซให้จีนปีละประมาณ 38,000 ล้านคิวบิกเมตร 27
) เอเชียกลาง และพม่า ซึ่ง
เอเชียกลางก็เป็นหนึ่งในที่ที่มีความเหมาะสมยิ่ง เพราะนอกจากเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีแหล่งก๊าซ
ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของโลกแล้ว ยังอยู่ติดกับจีน ง่ายต่อการสร้างท่อขนส่งเชื่อมได้โดยตรง
ภาพที่ 13 แสดงแหล่งนาเข้าก๊าซธรรมชาติ (LNG) ของจีนจากประเทศต่างๆ ในปี 2014
ที่มาภาพ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN
ประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายหลักแห่งเอเชียกลาง คือ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งผลิตได้มากเป็น
อันดับที่ 10 ของโลก ผลิตได้อยู่ที่ 78,000 ล้านคิวบิกเมตร ในปี 2016 รองลงมาคือ อุซเบกิสถาน ซึ่งใน
ปีเดียวกันผลิตได้ 58,000 ล้านคิวบิกเมตร
27
BBC. Russia signs 30-year gas deal with China. ออนไลน์ http://www.bbc.com/news/business-27503017.
24
ภาพที่ 14 แผนที่แสดงแหล่งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สาคัญในยูเรเซีย (สีดาคือน้ามัน สีแดงคือ ก๊าซ
ธรรมชาติ) จะเห็นว่าแหล่งน้ามันดิบและก๊าซส่วนใหญ่อยู่ใต้ทะเลสาบแคสเปียน และแหล่งก๊าซบนบกส่วนใหญ่อยู่ใน
ประเทศเติร์กเมนิสถานและชายแดนของประเทศดังกล่าวกับอุซเบกิสถาน
ที่มาภาพ http://gulf2000.columbia.edu/images/maps/Oil_and_Oil_Facilities_lg.jpg
25
ภาพที่ 15 ท่อก๊าซธรรมชาติเอเชียกลาง-จีน
เริ่มที่เมือง Gedaim ชายแดนเติร์กเมนิสถาน-อุซเบกิสถาน มาสู่ที่เมือง Horgos/Khorgos ชายแดนซินเจียง
เส้นสีเหลือง ฟ้า และแดง คือสาย A, B และ C ตามลาดับ
ที่มาภาพ http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/Flowofnaturalgasfrom
CentralAsia2.shtml
26
ภาพที่ 16 จุดสีแดงคือท่าเรือนาเข้าแก๊ซ LNG เข้าสู่จีน เส้นสีแดงคือท่อส่งก๊าซนาก๊าซจากแหล่งภายในจีนเอง
และจากเอเชียกลาง เข้ามาป้อนเมืองต่างๆ โดยเฉพาะทางตะวันออกของประเทศ
ที่มาภาพ International Energy Agency
ออนไลน์ https://thegasgrid.files.wordpress.com/2014/08/china-gas-grid.png
ในการเข้าไปดึงเอาก๊าซธรรมชาติเอเชียกลางมาใช้ จีนได้เข้าไปสร้าง “ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน
(China-Central Asia Gas Pipeline)” ซึ่งเริ่มจากเมือง Gedaim ชายแดนระหว่างเติร์กเมนิสถานกับอุซ
เบกิสถาน วิ่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านตอนกลางของอุซเบกิสถาน และตอนใต้ของคาซัคสถาน
ก่อนจะเข้าสู่เขตจีนที่ Horgos/Khorgos เมืองชายแดนจีนกับคาซัคสถาน ในมณฑลซินเจียง และต่อเข้า
ไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองใหญ่ทางตะวันออกต่อไป ในปัจจุบัน ท่อส่งก๊าซเอเชีย
กลาง-จีนนี้ มีสามสายวางขนานกันคือ สาย A B และ C แต่ละเส้นมีความยาว 1,830 กิโลเมตร เส้นผ่าน
ศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร สาย A และ B เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2008 และเปิดใช้สาย A ได้ในปี 2009
27
ส่วนสาย B เปิดใช้ในปี 2010 สาหรับสาย C เริ่มก่อสร้างในปี 2012 และพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ในปี
2015 ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทั้งสามสายนี้รวมกัน สามารถส่งก๊าซป้อนจีนได้ปีละ 55,000 ล้านคิวบิก
เมตร ซึ่งเท่ากับประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการบริโภคก๊าซต่อปีของประเทศจีน
นอกจากนี้ จีนยังมีโครงการสร้างส่วนต่อขยายสายที่ 4 หรือสาย D ของท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-
จีนเพื่อเพิ่มปริมาณการนาเข้าก๊าซ โดยสาย D นี้จะนาก๊าซจากแหล่งในอุซเบกิสถาน ผ่านเคอร์กีซสถาน
และทาจิกิสถาน เข้าสู่มณฑลซินเจียงของจีน ความยาวประมาณ 1,000 กม. และคาดว่าจะส่งก๊าซให้จีน
ได้ 30,000 ล้านคิวบิกเมตรต่อปี ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทั้ง 4 สายจะมีปริมาณส่ง
ก๊าซให้จีนได้รวมกัน 85,000 ล้านคิวบิกเมตรต่อปี และจะเป็นโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่
ที่สุดของเอเชียกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสาย D นี้รัฐบาลจีนลงนามกับรัฐบาลอุซเบกิสถาน
เคอร์กีสถาน และทาจิกิสถาน ตั้งแต่ปี 2013 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง28
จนถึงปี 2010 รัสเซียเป็นผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติของเติร์กเมนิสถานเป็นหลัก แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จีนคือลูกค้ารายใหญ่สุดของก๊าซธรรมชาติจากเติร์กเมนิสถาน และในปี 2016 เติร์กเมนิสถานเป็นผู้
ส่งออกก๊าซธรรมชาติและก๊าซประเภทอื่นรายใหญ่ที่สุดให้จีน ผ่านท่อก๊าซเอเชียกลาง – จีน ซึ่งเติร์กเมนิ
สถานมีแนวโน้มส่งออกก๊าซธรรมชาติให้จีนมากขึ้นอีกอนาคต เพราะมีแนวโน้มความต้องการก๊าซ
ธรรมชาติที่สูงขึ้นในจีน เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนถ่านหิน ซึ่งจีนกาลังลดปริมาณการใช้ลงเพื่อ
แก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ29
การหันมาส่งออกก๊าซธรรมชาติให้จีนผ่านท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทา
ให้สัดส่วนการส่งออกของเติร์กเมนิสถานไปสู่จีน กระโดดจาก 1 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2009 มาสู่เกือบ 70
เปอร์เซ็นต์ในปี 2015 และทาให้เติร์กเมนิสถานหลุดจากการพึ่งพิงการขายก๊าซของตนให้ Gazprom
ของรัสเซีย มาสู่จีนแทน
28
CNPC. Flow of natural gas from Central Asia. ออนไลน์
http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/FlowofnaturalgasfromCentralAsia2.shtml
29
Alexander Shustov. Why China will remain Turkmenistan’s main gas buyer. ออนไลน์
https://www.rbth.com/business/2017/01/26/why-china-will-remain-turkmenistans-main-gas-buyer_689386.
28
บทบาทด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากเข้าไปซื้อพลังงานของเอเชียกลางมาใช้ บทบาทอีกประการที่สาคัญของจีนที่เข้าไปทา
ในเอเชียกลางคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ถนน ราง ไม่ว่า
จากจีนไปสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ และเพิ่มการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคนี้เอง ซึ่งเมื่อมองในภาพใหญ่
ก็สมประโยชน์กันทั้งจีนและเอเชียกลาง ประเทศจีน ซึ่งมีเศรษฐกิจที่มีศักยภาพล้นเกิน ในหลายๆ ภาค
โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ก็ได้ตลาดแห่งใหม่ในการขยายธุรกิจ ในระดับยุทธศาสตร์ เส้นทางการเชื่อมต่อ
ที่ดี สะดวก รวดเร็วขึ้น ระหว่างจีนกับเอเชียกลาง ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทาให้ เส้นทางสายไหมใหม่
เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเส้นทางการคมนาคมก็เป็นจุดเริ่มต้นของการติดต่อระหว่างกันในรูปแบบ
ต่างๆ ที่สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าการค้าขาย การเดินทาง การท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน หรือ
แม้แต่ความร่วมมือด้านความมั่นคง ฝ่ายประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง ซึ่งเป็นประเทศที่มีระดับเศรษฐกิจ
แบบปานกลางจนถึงยากจน ก็ได้รับโอกาสในรูปแบบต่างๆ จากจีน ทั้งเงินทุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่า เงิน
ช่วยเหลือ รวมทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่จีนเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ
ประเทศให้เชื่อมต่อกันเองภายในและเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดียิ่งขึ้น
One Belt One Road (OBOR) หรือ Belt and Road (B&R) เป็น ‚ความริเริ่ม (Initiative)‛ ของ
จีนในยุคประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ประกาศโดยสีจิ้นผิงเมื่อปลายปี 2013 ที่มหาวิทยาลัยนาร์ซาบาเยฟ
ประเทศคาซัคสถาน โดยหลักคือการสร้างและรื้อฟื้นเส้นทางเชื่อมโยงเอเชียเข้ากับยุโรป การเลือก
ประกาศ OBOR ที่เอเชียกลางนั้นย่อมมีความหมาย หากจะกล่าวว่าภูมิภาคใดเป็นหัวใจของ OBOR
ภูมิภาคนั้นก็คือเอเชียกลาง
ในแผนเส้นทางสายไหมทางบกของจีนถูกกาหนดให้มี 6 เส้นทางหลัก หรือ 6 ‚ระเบียง
เศรษฐกิจ‛ ที่เป็น ‚ตัวต่อ‛ สาคัญในแต่ละจุด คือ 1) เส้นที่วิ่งขึ้นเหนือ จากจีน ผ่านขึ้นไปยังมองโกเลีย
รัสเซียฝั่งเอเชีย เชื่อมไปยังรัสเซียตะวันตกได้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย-รัสเซีย 2)
เส้นที่วิ่งจากมณฑลซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของจีน ผ่านเอเชียกลางตอนบน โดยเฉพาะ
ประเทศคาซัคสถานเป็นส่วนใหญ่ขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปเชื่อมกับรัสเซียตะวันตก หรือเรียก
เส้นทางนี้ว่า New Eurasian Continental Bridge หรือเส้นทางเชื่อมตะวันตกของจีนกับตะวันตกของ
รัสเซีย สองเส้นนี้เชื่อมกับโครงสร้าง เช่น ทางรถไฟ ที่มีอยู่แล้วต่อไปยังยุโรปเหนือ แถบสแกนดิเนเวีย
ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง ไปยุโรปตะวันตกได้ 3) เส้นทางที่ออกจากมณฑลซินเจียงทางตะวันตก
สุดของจีน ผ่านไปยังเอเชียกลางตอนใต้ อิหร่าน ตุรกี เข้าสู่ยุโรปใต้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจ
จีน-เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก 4) เส้นทางที่เชื่อมจากจีนตอนใต้ บริเวณมณฑลยูนนาน กับ
คาบสมุทรอินโดจีน หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโด
จีน 5) เส้นทางที่ออกจากเมืองคัชการ์ (Kashgar) ในมณฑลซินเจียงผ่านลงสู่ประเทศปากีสถาน ออกสู่
29
ทะเลอาหรับ ที่ท่าเรือกวาดาร์ (Gwadar) หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน 6) เส้นทางที่
เชื่อมจีนตอนใต้ แถบยูนนานผ่านพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ไปออกมหาสมุทรอินเดียที่อ่าวเบงกอลใกล้
เมืองจิตตะกองของบังกลาเทศและกัลกัตตาของอินเดีย หรือที่เรียกเส้นทางนี้ว่า ระเบียงเศรษฐกิจ
บังกลาเทศ จีน อินเดีย พม่า นี่คือเส้นทางสายหลักทั้ง 6 บนเส้นทางสายไหมใหม่ทางบก ดังนั้น ระเบียง
เศรษฐกิจ 2 ใน 6 ของ OBOR ผ่านเอเชียกลาง
ภายใต้ร่มใหญ่ของมหายุทธศาสตร์ Belt and Road และ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้
ภาพที่ 17 แผนที่ OBOR แสดงระเบียงเศรษฐกิจทั้งหกของจีน
ที่มาภาพ https://www.merics.org/en/merics-analysis/china-mapping/china-mapping/
30
ภาพที่ 18 ภาพแสดงเครือข่ายทางรถไฟและท่อส่งพลังงานในเอชียกลาง
ที่มาภาพ https://www.ft.com/content/ee5cf40a-15e5-11e6-9d98-00386a18e39d
หากการสร้างการเชื่อมโยงทางกายภาพภายใต้ OBOR เป็นภาพใหญ่ ในรายละเอียดจีนก็เข้า
ไปสร้าง ปรับปรุง ถนนหนทาง อุโมงค์ ทางรถไฟ และขายรถไฟให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง โดยมี
โครงการที่สาคัญ เช่น
1) การพัฒนาด่านคอโกส (Khorgos) ด่านการค้าสาคัญบริเวณชายแดนคาซัคสถานกับ
มณฑลซินเจียง ซึ่งเริ่มพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้าใหญ่บนเส้นทางสายไหมใหม่ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้น
มา และรัฐบาลมณฑลเจียงซู ซึ่งเป็นมณฑลร่ารวยอันดับต้นของจีนทางภาคตะวันออกได้ลงทุนกว่า 600
ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้างโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special
31
Economic Zone : SEZ) รอบด่านแห่งนี้กาหนดระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ จีนและประเทศเอเชียกลาง
รวมทั้งคาซัคสถานยังได้มีข้อตกลงทางศุลกากรร่วมกันในการผ่อนคลายกฎระเบียบ เร่งรัดพิธีการทาง
ศุลกากร ซึ่งทาให้สีจิ้นผิงประกาศในปาฐกถาเปิดการประชุม Belt & Road Forum for International
Cooperation เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 ว่าสามารถลดระยะเวลาในพิธีการศุลกากรของสินค้าเกษตร
ระหว่างคาซัคสถานและประเทศเอเชียกลางอื่นๆ กับจีนได้ถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งน่าจะทาให้
การค้าระหว่างจีนและเอเชียกลางเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
ภาพที่ 19 ด่าน Khorgos
ที่มาภาพ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2
2) รถไฟขนส่งสินค้าสาย Khorgos-Aktau ตั้งแต่ปี 2015 มีแผนก่อสร้างทางรถไฟขนสินค้า
จากด่านเมือง Khorgos ที่ได้รับสมญานามว่า “ประตูตะวันออกแห่งคาซัคสถาน” ข้ามประเทศ
คาซัคสถานมายังเมือง Aktau เมืองท่าสาคัญริมทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็น “ประตูตะวันตก” และศูนย์กลาง
อุตสาหกรรมน้ามันของคาซัคสถาน เส้นทางรถไฟสายนี้จะเพิ่มศักยภาพให้แก่เมืองท่า Aktau และ
เส้นทางสายไหมใหม่ข้ามยูเรเซียเส้นกลางที่ไม่ต้องวิ่งขึ้นเหนือผ่านรัสเซีย เพราะข้อได้เปรียบหนึ่งของ
เส้นทางนี้จากการที่ไม่ต้องผ่านรัสเซียคือ ยุโรปจะส่งสินค้าประเภทที่ถูกบอยคอตจากรัสเซียทางบกข้าม
ไปยังฝั่งเอเชียได้ ทุกวันนี้รถไฟขนส่งขบวนแรกจาก Khorgos สู่ Aktau วิ่งแล้ว และน่าจะได้รับความ
นิยมเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ด้วยทาเลที่ดีบนเส้นทางสายไหมใหม่ การขนส่งสินค้าทางบกผ่านเส้นทาง
32
รถไฟมายังเมือง Aktau สามารถเชื่อมไปได้ทุกทิศทาง ทางเหนือสู่รัสเซีย ทางใต้สู่อิหร่าน ทางตะวันออก
สู่เอเชียและจีน และทางตะวันตกข้ามทะเลแคสเปียนไปยังคอเคซัส ตุรกี และยุโรป30
นอกจากการประสานเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ทางรถไฟ และระเบียบศุลกากรแล้ว ยังมีการ
ประสานนโยบายการพัฒนาระหว่างจีนกับคาซัคสถาน คือ ความริเริ่ม One Belt One Road กับความ
ริเริ่ม Nurly Zhol (Bright Road) ของคาซัคสถาน ที่ประกาศโดยประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟเมื่อปลายปี
2014 ซึ่งเป็นแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของคาซัคสถานด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ของ
ประเทศ
ภาพที่ 20 รถไฟขนส่งสินค้าสาย Khorgos-Aktau
ที่มาภาพ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2
3) โครงการทางรถไฟสายจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ก่อนการ
ประกาศยุทธศาสตร์ OBOR ในปี 2013 แต่โครงการรถไฟสายนี้ยังคงไม่ประสบความสาเร็จ ด้วยความ
ล่าช้ามาหลายปีในส่วนของประเทศเคอร์กีซสถาน โดยเคอร์กีซสถานประกาศว่าจะเริ่มสร้างในปี 2016
ในขณะที่ส่วนของอุซเบกิสถาน (129 กม.) นั้นสร้างใกล้เสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2015
30
Wade Shepard. A Look Inside Aktau, Kazakhstan's Other Hub On The 'New Silk Road'. Forbes. ออนไลน์
https://www.forbes.com/sites/wadeshepard/2017/04/15/a-look-inside-aktau-kazakhstans-other-hub-on-the-new-
silk-road/#2e79d34c7e1c และ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2
33
4) การก่อสร้างอุโมงค์ Qamchiq ความยาว 19.2 กิโลเมตร เพื่อร่นระยะทางในการเชื่อม
บริเวณหุบเขาเฟอร์กานาอันเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นของประเทศกับเมืองหลวงทาชเคนท์ ของอุซเบกิส
ถาน อุโมงค์นี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน และมีพิธีเปิดเมื่อสร้างเสร็จใน
เดือนมิถุนายน 2016 โดยสีจิ้นผิงและอดีตประธานาธิบดีคาริมอฟแห่งอุซเบกิสถานเป็นประธาน
ภาพที่ 21 อุโมงค์ Qamchiq ที่สร้างโดยจีน
ที่มาภาพ http://www.vifindia.org/article/2017/february/16/25-years-of-uzbekistan-china-relations-enhanced-
economic-engagements-marked-by-political-understanding
5) ไฮเวย์ Dushanbe – Kulma ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสายหลักที่เชื่อมมณฑลซินเจียงเข้ากับ
นครหลวงดูชานเบของทาจิกิสถาน และปรับปรุงขยายถนนเชื่อมนครดูชานเบกับเมืองคูจาน (Khujand)
เมืองสาคัญทางเหนือของทาจิกิสถาน ซึ่งเริ่มในปี 2007 และใช้แรงงาน เงินทุน เครื่องมือ และการ
ควบคุมจากจีนทั้งหมดในการปรับปรุงก่อสร้าง เมื่อมีถนนหนทางเชื่อมต่อกันสะดวกขึ้น ทาให้การค้า
ระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
34
บทบาทด้านความมั่นคง
บริเวณหุบเขาเฟอร์กานา รอยต่อระหว่างอุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เป็น
พื้นที่ซ่องสุมของ “สิ่งชั่วร้ายทั้งสาม” คือ ขบวนการก่อการร้าย ขบวนการสุดโต่ง และขบวนการแบ่งแยก
ดินแดน เช่น ขบวนการ Islamic Movement of Uzbekistan (IMU) และ HizbulTahrir (HT) นอกจากนี้
เอเชียกลางทางตอนใต้ยังอยู่ติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ในภาวะสู้รบมายาวนาน ซึ่งทาให้จีนกังวลต่อการ
แพร่กระจายของกลุ่มหัวรุนแรง ขบวนการลักลอบขนอาวุธ และยาเสพติด เข้ามาในเอเชียกลาง และใน
จีน โดยเฉพาะที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงอุยกูร์ในซินเจียง
ในปี 2016 จีนได้สร้างกลไกความร่วมมือพหุภาคี 4 ฝ่ายด้านการทหาร การต่อต้านการก่อการ
ร้าย และข่าวกรอง ร่วมกับทาจิกิสถาน ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ซึ่งรวมถึงการฝึกกองกาลังร่วมกัน
สาหรับต่อต้านการก่อการร้าย
ในระดับทวิภาคี จีนกับทาจิกิสถานก็ได้มีการซ้อมรบร่วมกันในแคว้น Ishkoshim ของทาจิกิ
สถานซึ่งติดกับอัฟกานิสถาน เป็นเวลา 5 วัน และทหารและตารวจตระเวนชายแดนของจีนและเคอร์กีซ
สถาน 700 นายได้ร่วมซ้อมรบมาแล้วสองครั้ง ครั้งล่าสุดปิดการซ้อมไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560
ภายใต้ชื่อปฏิบัติการว่า ‚เทียน ชาน 3‛ ณ จังหวัดเคอร์กีซ ในมณฑลซินเจียงของจีน มีสมาชิกองค์การ
SCO อีก 6 ชาติที่เหลือร่วมสังเกตการณ์
ภาพที่ 22 การซ้อมรบร่วม “เทียน ชาน 3‛ ระหว่างจีนและเคอร์กีซสถาน
ที่มาภาพ https://news.cgtn.com/news/3d596a4d3551444e/share_p.html
35
บทบาทด้าน Soft Power
เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ในโลกที่จีนเข้าไป ในเอเชียกลางจีนก็เข้าไปมีบทบาทด้านการเผยแพร่
วัฒนธรรมหรือ soft power ด้วย ผ่านการตั้งสถาบันขงจื่อ สถาบันเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีน สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการจีน ในลักษณะเดียวกับ British Council ของสหราชอาณาจักร Alliance Française
ของฝรั่งเศส Goethe-Institut ของเยอรมัน Società Dante Alighieri ของอิตาลี และ Instituto Cervantes
ของสเปน สถาบันขงจื่อแห่งแรกในเอเชียกลางถูกตั้งขึ้นที่กรุงทาชเคนท์ของอุซเบกิสถานในปี 2005
สถาบันขงจื่อเปิดสอนภาษาและวัฒนธรรมจีน เช่น ศิลปะการต่อสู้ การวาดภาพ การราไทชิ ฯลฯ แก่
เยาวชนเอเชียกลาง และมอบทุนการศึกษาต่อในประเทศจีนด้วย นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจาก
จีนเข้าไปในอุซเบกิสถานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้เป็นพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชนของ
สองประเทศที่แนบแน่นมากขึ้น
ปัจจุบัน จีนเข้าไปตั้งสถาบันขงจื่อในทุกประเทศของเอเชียกลางแล้ว ยกเว้นเติร์กเมนิสถาน
โดยมีอยู่ในคาซัคสถาน 4 แห่ง อุซเบกิสถาน 2 แห่ง เคอร์กีซสถาน 15 แห่ง และทาจิกิสถาน 2 แห่ง31
นักศึกษาชาวเอเชียกลางหลายพันคนกาลังศึกษาในมหาวิทยาลัยในประเทศจีน การเข้าใจกันมากขึ้น
ทางภาษาและวัฒนธรรมจะเป็นตัวช่วยเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันและช่วยให้ความร่วมมือระหว่างกัน
ในด้านอื่นๆ ราบรื่นมากยิ่งขึ้น
31
Confucius Institute Online. Worldwide Confucius Institutes. ออนไลน์ http://www.chinesecio.com/m/cio_wci
36
บทที่ 4
บทสรุป
แม้ว่าจะมีกระแสความระแวง ความไม่พอใจ และแม้แต่การประท้วงเรื่องกลัวอิทธิพลจีน คงไม่
ต่างนักกับที่เกิดในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่บทบาทของจีนในเอเชียกลางที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงสิบ
ปีมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังประกาศแผน One Belt One Road ในปี 2013 ในภาพรวมนั้นถือว่า
เป็นบวกในสายตาของรัฐบาลและประชาชนเอเชียกลางในประเทศต่างๆ เพราะถือเป็นโอกาส เป็น
ความก้าวหน้า เป็นอนาคตของการพัฒนาประเทศและภูมิภาค โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจ ที่ยุทธศาสตร์
เส้นทางสายไหมใหม่ทางบกของจีน จะนาความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาสู่ดินแดนเอเชียกลางอีก
ครั้ง จากที่ภูมิภาคนี้มีสถานะเป็นเพียง “หลังบ้าน” จากดินแดนโลกลืมที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังส่วนใหญ่ในยุค
สมัยใหม่ของโลก มีฐานเศรษฐกิจเป็นเพียงผู้ส่งออกฝ้ายและแร่ธาตุให้โซเวียตในยุคสังคมนิยม จนกระทั่ง
สิ่งแวดล้อมเสียหาย มาสู่การเป็นสะพานหลักเชื่อมเศรษฐกิจใหญ่ของโลกเข้าด้วยเชื่อมจีนและเอเชียกับ
รัสเซีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เป็นศูนย์กลางของโครงการก่อสร้างเชื่อมโยงทางคมนาคม
ขนส่งต่างๆ ขนานใหญ่ของโลกในเวลานี้ ไม่ว่าถนน ทางรถไฟ ด่านทางบก ท่าเรือ และกลับมาเป็น
เส้นทางการค้าสาคัญของโลก ดังที่เคยเป็นมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน
นอกจากการเข้ามาของจีนจะช่วยเพิ่มความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และนามาซึ่งความเชื่อมโยง
ทางโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งแล้ว ยังนามาซึ่งความเศรษฐกิจพลังงานของเอเชียกลาง จากเดิมที่
เอเชียกลางพึ่งพาตลาดพลังงานในรัสเซียเป็นหลัก และต้องประสบความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจรัสเซีย
ซึ่งตกต่าลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการวิกฤตในยูเครนและไครเมีย จีนเข้ามาเป็นลูกค้าพลังงานรายใหม่
ที่มีกาลังซื้อมากกว่าเดิมสาหรับเอเชียกลาง และยังเข้ามาบุกเบิก ลงทุน และก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ทางพลังงาน อันได้แก่ ท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติเอเชียกลาง-จีน ซึ่งผ่านประเทศเอเชียกลางครบทั้ง
5 ประเทศป้อนเข้าสู่จีนทางมณฑลซินเจียง
ผลสาคัญประการที่สามของการเข้ามาของจีนในเอเชียกลางคือ ทาให้ภูมิภาคนี้มีความเป็น
ปึกแผ่นและมีน้าหนักเพิ่มขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งต้องขอบคุณทั้ง OBOR และ SCO ดังที่กล่าวไป
OBOR นั้นช่วยเชื่อมโยงประเทศเอเชียกลางเข้าด้วยกันทางเศรษฐกิจ และเชื่อมกับมหาอานาจอื่นทั้งจีน
รัสเซีย อิหร่าน ยุโรป ได้ดีขึ้น ส่วน SCO เป็นเวทีพหุภาคีที่จีนเข้ามาริเริ่มเป็นตัวตั้งตัวตีให้ รวมทั้งดึง
รัสเซีย เจ้าอิทธิพลเดิมในเอเชียกลางเข้ามาร่วมด้วย เวทีนี้เป็นพื้นที่สาหรับความร่วมมือในด้านต่างๆ
37
ตั้งแต่การเมืองไปจนถึงสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวไปจนถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ระหว่างประเทศ
เอเชียกลาง (ยกเว้นเติร์กเมนิสถาน) กับ จีน รัสเซีย และล่าสุดคือ อินเดีย และปากีสถาน เมื่อรวมกัน
เป็น SCO ประเทศเหล่านี้จะถูกมองในฐานะสมาชิกของกลุ่มประเทศที่รวมกันแล้วมีประชากรกว่าครึ่ง
ของโลก กินพื้นที่ 3 ใน 5 ของยูเรเซีย และมี GDP รวมคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลกในปี 2015
เป็นมหาอานาจทางพลังงาน และยูเรเนียมโลก นอกจากนี้ การได้รับการหนุนหลังในเวทีระหว่างประเทศ
ด้วยการอยู่กลุ่มเดียวกับรัสเซียและจีนยังประกันเสถียรภาพและเพิ่มความมั่นใจของระบอบการเมืองใน
ประเทศเหล่านี้ จากที่เคยประเทศถูกมองเป็นประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจและมีระบอบการเมืองที่ไม่
เป็นที่พอใจในสายตาตะวันตก
38
บรรณานุกรม
หนังสือ
Marlene Laruelle, Jean-Francois Huchet, Sebastien Peyrouse and Bayram Balci eds. China and India in
Central Asia: A New Great Game? New York: Palgrave Macmillan. 2010
Ooi Kee Beng. The Eurasian Core and its edges: Dialogues with Wang Gungwu on the History of the World.
Singapore: ISEAS publishing. 2015.
Starr, S. F. Lost Enlightenment: Central Asia's Golden Age from the Arab Conquest to Tamerlane. Princeton
University Press. 2013.
เว็บไซต์
ชวลิตา อุ๋ยจ๋าย. บทคัดย่อ ใน ภาคนิพนธ์ เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และ
จีน ในภูมิภาคเอเชียกลาง ค.ศ. 2000-2010. แผนกวิชารัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
2554. ออนไลน์ http://www.russianstudies-tu.com/library/research2554-1/research2554_057.pdf.
Alexander Shustov. Why China will remain Turkmenistan’s main gas buyer. ออนไลน์
https://www.rbth.com/business/2017/01/26/why-china-will-remain-turkmenistans-main-gas-buyer_689386.
BBC. Russia signs 30-year gas deal with China. ออนไลน์ http://www.bbc.com/news/business-27503017.
Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์
file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf.
CCTV. One Belt One Road Documentary Episode One: Common Fate (Improved Video version). ออนไลน์
https://www.youtube.com/watch?v=twqpsJhqPKY เผยแพร่เมื่อ 23 ก.พ. 2017
CIA. The World Factbook. Kazakhstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/fields/2050.html#kz.
CIA. The World Factbook. Kygyzstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/kg.html.
CIA. The World Factbook. Tajikistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/ti.html.
CIA. The World Factbook. Turkmenistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/tx.html
CIA. The World Factbook. Uzbekistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world-
factbook/geos/uz.html
CNPC. Flow of natural gas from Central Asia. ออนไลน์
http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/FlowofnaturalgasfromCentralAsia2.shtml
Confucius Institute Online. Worldwide Confucius Institutes. ออนไลน์ http://www.chinesecio.com/m/cio_wci
39
Daniel Workman. Crude Oil Imports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์
http://www.worldstopexports.com/crude-oil-imports-by-country/
Daniel Workman. Crude Oil Exports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์
http://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports-country/.
EIA. China LNG import source, 2014. ออนไลน์ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN
Enerdata. CNPC expects Chinese energy demand to peak in 2040. ออนไลน์
https://www.enerdata.net/publications/daily-energy-news/cnpc-expects-chinese-energy-demand-peak-
2040.html
Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas balance of trade. ออนไลน์
https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/balance-trade-world-data.html.
Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas domestic consumption. ออนไลน์
https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/gas-consumption-data.html
National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct investors:
breakdown by residents' types of economic activities. ออนไลน์ http://www.nationalbank.kz/?docid=469&
switch=english
OPEC. Annual Statistical Bulletin 2016. ออนไลน์ http://www.opec.org/opec_web/en/publications/202.htm.
The Aral Sea Crisis. ออนไลน์ http://www.columbia.edu/~tmt2120/introduction.htm
The Editors of Encyclopædia Britannica. Central Asia. ออนไลน์ https://www.britannica.com/place/Central-Asia.
The Observatory of Economic Complexity. Kazakhstan. ออนไลน์
http://atlas.media.mit.edu/en/profile/country/kaz/
US. Energy Information Administration. What countries are the top producers and consumers of oil?. ออนไลน์
https://www.eia.gov/tools/faqs/faq.php?id=709&t=6.
Wade Shepard. A Look Inside Aktau, Kazakhstan's Other Hub On The 'New Silk Road'. Forbes. ออนไลน์
https://www.forbes.com/sites/wadeshepard/2017/04/15/a-look-inside-aktau-kazakhstans-other-hub-on-the-
new-silk-road/#2e79d34c7e1c และ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2

บทบาทของจีนในเอเชียกลาง

  • 1.
  • 2.
    บทบาทของจีนในเอเชียกลาง สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rsu-brain.com ผู้เขียน: ปาณัท ทองพ่วง ภาพปก : https://cdn5.img.sputniknews.com/images/105446/96/1054469691.jpg เผยแพร่ : สิงหาคม 2560 ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826 โทรสาร 02-938-8864
  • 3.
    บทสรุปผู้บริหาร ในปี 2017 นี้เป็นวาระครบรอบ25 ปีความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศสถานทั้ง 5 แห่งเอเชีย กลาง อันได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน โดยในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ปี 1992-2012 การค้าระหว่างจีนกับภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า ความสัมพันธ์ที่กลับมา ใกล้ชิด “อีกครั้ง” ระหว่างจีนกับเอเชียกลางนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้นภายหลังจากจีนทามหายุทธศาสตร์สาย ไหมใหม่ OBOR ช่วงราวสิบปีมานี้ ความคืบหน้าหรือล่าช้าของโครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม ท่อส่ง น้ามันและก๊าซ ถนน ทางรถไฟ ฯลฯ และการเดินทางเยือนของผู้นาจีนกับเอเชียกลางซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มาก ตกเป็นหัวข้อข่าวและหัวข้องานวิชาการในโลกตะวันตกอยู่เสมอ นี่จึงทาให้เกิดความสนใจที่จะ ศึกษาภาพรวมของบทบาทของจีนในเอเชียกลางในปัจจุบันนี้ นามาสู่รายงานวิจัยชิ้นนี้ เอเชียกลางเป็นภูมิภาคที่มีความสาคัญมากทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกมาช้านาน เพราะอยู่ ระหว่างเอเชียและยุโรปในแกนนอน และระหว่างรัสเซียกับตะวันออกกลางในแกนตั้ง ภูมิภาคจึงมีอีกชื่อ ว่า “ยูเรเซีย (Eurasia)” ที่มาจากคาว่ายุโรปบวกเอเชีย เอเชียกลางเป็นดินแดนที่ไม่มีทางออกทะเล (landlock) แต่มีสถานะเป็น “สะพานเชื่อม” ทางบกระหว่างอารยธรรม จักรวรรดิ และมหาอานาจสาคัญ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยประเทศ “สถาน” ทั้งห้า ดังกล่าวไป เอเชียกลางเป็นเพื่อน บ้านของจีนทางตะวันตก มีขนาดใหญ่ราวเกือบครึ่งหนึ่งของจีน (ประมาณ 8 เท่าของไทย) เป็นดินแดน กว้างใหญ่ แต่แห้งแล้ง และมีประชากรน้อยเพียง 68 ล้านคน จีนเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดต่อกับเอเชียกลางในยุคที่เส้นทางสายไหมโบราณรุ่งเรืองเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว แต่ซบเซาลงไปพร้อมกับความเสื่อมของเส้นทางสายนั้น และฟื้นกลับมาคึกคักแน่น แฟ้นอีกครั้งนับแต่สถาปนาความสัมพันธ์ในทศวรรษ 1990 ในภาพรวม บทบาทของจีนในเอเชียกลางใน ยุคร่วมสมัยจาแนกได้เป็นเรื่องสาคัญ 3 เรื่องคือ ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน และด้าน ความมั่นคง บทบาททั้งสามเรื่องเชื่อมโยงและส่งเสริมกัน ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เอเชียกลางก็กลับมามีความสาคัญด้วยเหตุผลเดียวกับเมื่อในอดีต คือ เมื่อ จีนจะสร้างเส้นทางสายไหม (ใหม่) ไปทางตะวันตก เอเชียกลางเป็นหน้าด่านแรกที่สาคัญที่สุดที่จีนจะ เชื่อมต่อไปยังรัสเซีย ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และยุโรปได้ ในด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ด้วย เศรษฐกิจจีนที่อิ่มตัว มีศักยภาพล้นเกิน และชะลอตัวลงทาให้จีนต้องแผ่ขยายเคลื่อนย้ายไปลงทุนค้าขาย ในเอเชียกลางที่อยู่ติดกันและยังมีช่องว่างในการเติบโตและพัฒนาอยู่มาก อีกทั้งเอเชียกลางยังอุดมไป ด้วยพลังงาน ทั้งน้ามันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแร่ธาตุสาคัญ จีนในฐานะประเทศผู้บริโภคพลังงานมาก ที่สุดของโลก จึงต้องการดึงเอาพลังงานของเอเชียกลางมาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศของตน การใช้
  • 4.
    พลังงานจากเอเชียกลางยังมีข้อดีตรงที่ช่วยลดการพึ่งพิงการขนส่งพลังงานทางทะเล ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่จีน ตระหนักหากถูก “ปิดล้อม”จากตะวันตก และประการที่สาม เสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงใน เอเชียกลาง ซึ่งมีความอ่อนไหวในประเด็นนี้ มีความสาคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนในเอเชีย กลาง เส้นทางสายไหมใหม่ และความมั่นคงของจีนเอง โดยเฉพาะในมณฑลซินเจียง ที่มีปัญหาความไม่ สงบจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนมุสลิมอุยกูร์ ที่กระจายตัวในเอเชียกลางเช่นกัน ทั้งสามประเด็นหลักนี้ผลักดันให้จีนเข้าไปมีบทบาทอย่างมากทั้งทางการทูต ความมั่นคง และ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ในเอเชียกลาง เป็นที่มาของมูลค่าการค้า เครือข่ายโครงสร้างการคมนาคม ถนน ราง และเครือข่ายท่อส่งพลังงานเอเชียกลางสู่จีน อันโยงใยไปทั่วทั้งภูมิภาค กาลังก่อสร้างอยู่ และจะเพิ่ม มากขึ้นอีกในอนาคต จีนเข้าไปวางท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสารองในคาซัคสถานและ เติร์กเมนิสถานตามลาดับ ผ่านทุกประเทศที่เหลือในเอเชียกลาง เข้าสู่จีนทางมณฑลซินเจียง จีนเข้าไป สร้างทางรถไฟสายจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน และเข้าไปสร้างความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้าย และร่วมซ้อมรบชายแดนกับอุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน สินค้าที่ผลิตจากจีนครองตลาด ในประเทศต่างๆ ของเอเชียกลาง จีนเป็นคู่ค้าสาคัญอันดับหนึ่งหรือสองของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ไม่ ทางส่งออกก็นาเข้าหรือทั้งคู่ จีนเข้าไปลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเหล่านี้ ให้ความ ช่วยเหลือทางการเงิน และเผยแพร่วัฒนธรรมจีน ซึ่งบทบาทในด้านต่างๆ ของจีนนี้แม้จะมีมาก่อน แต่ นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศต่างๆ แล้ว ก็ครอบคลุมอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของมหา ยุทธศาสตร์ OBOR ซึ่งชูความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นธงนา กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) ซึ่งชูธงความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงเป็นธง นา ทั้งสองกรอบพหุภาคีนี้เป็นเครื่องมือหลักของจีนในการดาเนินความร่วมมือกับเอเชียกลาง บทบาทในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างสูงของจีนในเอเชียกลางนั้น ใช่ว่าจะไม่เผชิญกับความ หวาดระแวงหรือความไม่พอใจจากประชาชนในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ดี ในภาพรวม กล่าวได้ว่ามีความ ต่อต้านน้อยและความร่วมมือแน่นแฟ้นมาก เพราะจีนใช้เศรษฐกิจเป็นธงนาหลัก ไม่ตั้งเงื่อนไขทาง การเมือง รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนระบอบการเมืองในประเทศเหล่านี้ การเข้ามาของจีนในภูมิภาคนี้จึง ถูกมองไปในทางที่เป็น “โอกาส” และเป็น “อนาคต” ในการพัฒนาประเทศที่สาคัญอย่างยิ่งยวดสาหรับทั้ง จีนและประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง
  • 5.
    สารบัญ หน้า บทนา บทที่ 1 ข้อมูลเบื้องต้น1 บทที่ 2 ความสาคัญของเอเชียกลาง 6 ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน 11 บทที่ 3 บทบาทจีนในเอเชียกลาง 12 บทบาทด้านพลังงาน 18 บทบาทด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน 28 บทบาทด้านความมั่นคง 34 บทบาทด้าน Soft Power 35 บทที่ 4 บทสรุป 36 บรรณานุกรม 38
  • 6.
    บทนา จีนพัฒนาประเทศมาเป็นลาดับขั้น จากการตั้งประเทศในยุคเหมา มาสู่การปฏิรูปและเปิด ประเทศในยุคเติ้งมาในวันนี้ ในยุคสีจิ้นผิง จีนกาลังก้าวออกสู่โลก การก้าวออกสู่โลกเป็นยุทธศาสตร์ ใหญ่ในระดับที่เป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาประเทศจีน ในยุคนี้ จีนออกไปทุกภูมิภาคทั่วทั้งโลก มาก น้อยต่างกัน ภูมิภาคเอเชียกลางเป็นหนึ่งในนั้น ที่จีนให้ความสาคัญมากในฐานะเพื่อนบ้าน (ที่มีอาณา เขตติดกัน 3 จาก 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน) ในฐานะทาเลยุทธศาสตร์ ที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่น ตามยุทธศาสตร์ One Belt One Road และที่สาคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สาคัญใกล้บ้านเพื่อป้อนเศรษฐกิจจีน ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาโลกเห็นว่าบทบาทของจีนในภูมิภาคเอเชียกลางเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างเห็น ได้ชัด ในทุกด้านไม่ว่าเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง การทูต โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจีนประกาศมหายุทธศาสตร์ One Belt One Road ในปี 2013 (ซึ่งการประกาศ แผนเส้นทางสายไหมทางบกนั้นก็ทาที่คาซัคสถาน ประเทศใหญ่สุดในเอเชียกลางนี่เอง) ในช่วง 20 ปีนับ จากประเทศเอเชียกลางทั้ง 5 คือ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิ สถานได้รับเอกราชและสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับจีนในปี 1992 จนถึงปี 2012 การค้า ระหว่างจีนกับภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า1 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความคืบหน้าหรือชะงักงันของการ ก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ท่อส่งน้ามันและก๊าซ ถนน อุโมงค์ ด่านทางบก ฯลฯ หรือการเยี่ยมเยือนที่เกิดขึ้น ถี่อย่างมากระหว่างผู้นาประเทศเอเชียกลางกับผู้นาจีน ถูกรายงานในข่าวและนามาวิเคราะห์เสมอในโลก วิชาการ แสดงให้เห็นว่าโลกจับจ้องความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นขึ้นในเวลาอันสั้นของจีนและเอเชีย กลางมากทีเดียว อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์ของสื่อและวงวิชาการตะวันตกต่อบทบาทจีนในเอเชียกลางมักบิดเบี้ยว ด้วยอคติที่มีต่อจีนอยู่เสมอ ผู้ติดตามศึกษาเรื่องนี้จากงานตะวันตกจะพบเสมอว่างานส่วนใหญ่ถูกเสนอ ผ่านกรอบคิดที่ว่าจีนมีวาระซ่อนเร้นบางอย่างอยู่เสมอในการเข้าไปในเอเชียกลาง พวกเขามักเชื่อว่าจีน ใช้เรื่องเศรษฐกิจบังหน้า และ “เหตุผลหลัก” คือต้องการเพิ่มอิทธิพลด้านภูมิรัฐศาสตร์ การทหาร และ ความมั่นคงในภูมิภาคนี้มากกว่า จานวนมากมักชี้ต่อไปว่าที่จีนต้องการสร้างเสถียรภาพและสถาปนา 1 Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์ file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf.
  • 7.
    อานาจของตนให้เข้มแข็งในภูมิภาคนี้ เพื่อกระชับอานาจของตนในซินเจียง เนื่องจากข้อเท็จจริงมีอยู่ว่ามี สายสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งทางเชื้อชาติศาสนา และความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐระหว่างชาวอุยกูร์ที่กระจาย ตัวอยู่ในเอเชียกลาง และที่อยู่ในฝั่งซินเจียง หลังจากทาการศึกษามาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เขียนงานชิ้นนี้ขึ้นด้วยมุมมองที่ว่าใน ความเป็นจริง สาหรับจีนเองนั้นยากที่จะบอกว่าอะไรเป็นเหตุผลที่สาคัญกว่ากันระหว่างเศรษฐกิจ พลังงาน การเมือง หรือความมั่นคงในการที่จีนเข้าไปในเอเชียกลางในปัจจุบัน เพราะเหตุผลเหล่านี้ แท้จริงแล้วเกี่ยวเนื่องและส่งเสริมซึ่งกันและกันอยู่เสมอ และที่จริงจีนก็คงจะไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นหรือ แผนการใหญ่แอบแฝงอะไรมากมายดังที่นักวิเคราะห์ตะวันตกมักตีความไปต่างๆ นานา ข้าพเจ้าเห็นว่า กรอบคิดที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรามองบทบาทของจีนในเอเชียกลางได้อย่างตรงไปตรงมา ก็คือการยึดตาม หลักเหตุผลพื้นฐานและความเป็นจริง หากให้กล่าวว่าอะไรคือเหตุผลที่จีนเข้าไปในเอเชียกลางมากมายขนาดนี้ ข้าพเจ้าจะตอบในที่นี้ ว่าเหตุผลหลักๆ ที่มักถูกพูดถึงกันประมาณสามเรื่อง คือ หนึ่ง เพื่อเข้าไปหาตลาด หาพลังงาน และแร่ ธาตุมาป้อนเศรษฐกิจจีน สอง เพื่อใช้เอเชียกลางเป็นสะพานเชื่อมไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และสามเพื่อสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคแห่งนั้นและกระชับความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อประกันความมั่นคงในซินเจียง ทั้งสามเรื่องนั้นล้วนมีน้าหนักและส่งเสริมกัน หากใช้หลักเหตุผลพื้นฐานจะเห็นว่าการที่จีนหันไปหาเอเชียกลางในช่วงที่ผ่านมานั้น “สมเหตุสมผล” อยู่แล้วในหลายๆ ทาง เพราะเมื่อจีนในฐานะผู้บริโภคพลังงานอันดับหนึ่งของโลก ไม่มี พลังงานสารองเพียงพอก็จาเป็นต้องหาแหล่งพลังงานภายนอก ซึ่งเมื่อเพื่อนบ้านทางตะวันตกที่อยู่ ติดกันอย่างเอเชียกลางอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ามัน ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแร่ธาตุสาคัญ ก็ไม่แปลกที่จีนจะ พยายามเชื่อมท่อทางบกเพื่อนาพลังงานจากเอเชียกลางมาใช้ในประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าสะดวกและ ปลอดภัยสาหรับจีนมากกว่าการขนส่งทางทะเลที่ควบคุมโดยสหรัฐอเมริกาตลอดทางจากตะวันออก กลางมาถึงจีนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าเศรษฐกิจจีนเข้าสู่สภาวะ New Normal มีความอิ่มตัวและล้นเกินของศักยภาพในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง ที่ทาให้การเติบโต ของเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง จีงไม่แปลกที่จีนจะขยายฐานการค้า การลงทุน การก่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน ออกไปยังที่ที่มียังมีช่องว่างในการเติบโตหรือกล่าวง่ายๆ คือยังด้อยพัฒนาอยู่ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งเอเชียกลางก็เป็นเช่นนั้น ประการที่สอง ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ชัดเจนว่าหากจีนจะฟื้นเส้นทางสาย ไหมทางบก เชื่อมโยงเข้ากับรัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ย่อมไม่พ้นที่จะต้องวางโครงการคมนาคม ผ่านเอเชียกลาง และประการที่สาม นับแต่แตกตัวจากสหภาพโซเวียต ทราบกันดีว่าเอเชียกลางเป็น ภูมิภาคที่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคง ทั้งจากความขัดแย้งของชาติพันธุ์ต่างๆ ในภูมิภาคเอง กลุ่มต่อต้านรัฐบาลในประเทศต่างๆ ขบวนการธุรกิจผิดกฎหมายทั้งค้าอาวุธและยาเสพ ติด กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงทั้งที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์และไม่เกี่ยว และแรงกระเพื่อมจาก
  • 8.
    ความไม่สงบในอัฟกานิสถานที่อยู่ติดทางตอนใต้ของภูมิภาค เหตุจลาจลเมื่อปี 2010และเหตุระเบิด สถานทูตจีนในเคอร์กีซสถานเมื่อปี 2016 ย่อมเป็นตัวอย่างที่กระตุ้นให้ทางการจีนตระหนักถึงผลกระทบ ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่เอเชียกลางขาดเสถียรภาพ โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและ พลังงานของจีนในเอเชียกลาง และเสถียรภาพในมณฑลซินเจียงที่อยู่ติดกัน จีนจึงต้องหันมาสร้างเสริม เสถียรภาพทั้งทางการเมืองและความมั่นคงในเอเชียกลาง ด้วยการกระตุ้นความกินดีอยู่ดีของคนเอเชีย กลางผ่านความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะภายใต้ยุทธศาสตร์ OBOR ซึ่งย่อมเป็นวิธีสาคัญที่จะช่วย สร้างเสถียรภาพทางการเมืองในเอเชียกลางได้ ร่วมกับการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและ การทหาร เช่น การซ้อมรบร่วมบริเวณชายแดนระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียกลาง เป็นต้น โดยสรุป จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายประการที่ผลักดันให้จีนหันไปสู่เอเชียกลางโดยมิจาเป็นต้องมี แผนการอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม การกล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่าจีนจะเข้าหาเอเชีย กลางอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับเอเชียกลางที่ชัดเจนที่สุดของจีนก็คือ OBOR ร่วมกับ SCO สองร่มใหญ่ของความร่วมมือนี้ย่อมเป็นกรอบหรือเวทีใหญ่ที่รองรับการขมวดเอาความเชื่อมโยง ด้านเศรษฐกิจ พลังงาน คมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน การค้าการลงทุน การเมือง การทูต ความมั่นคง การทหาร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ที่จีนทากับเอเชียกลางทั้งก่อนและหลังที่จะมี OBOR และ SCO เข้าไว้อย่าง ครอบคลุม บทบาทของจีนในเอเชียกลางในภาพใหญ่นั้นต้องถือว่าสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเอเชียกลาง ได้โอกาสใหญ่อย่างน้อยในรอบ 2,000 ปีนับแต่กาเนิดของเส้นทางสายไหมโบราณที่จะยกระดับตัวเอง ทางเศรษฐกิจ การทูต ส่วนจีนนั้น การเข้าไปดาเนินกิจกรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจในเอเชีย กลางย่อมเป็นโอกาส เพราะเมื่อกล่าวถึงเรื่องการหันสู่ตะวันตกหรือยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมสู่ ตะวันตกของจีนนั้น มักจะพบว่ามีแต่เรื่องของโอกาสและพื้นที่ในการทาสิ่งใหม่ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พัฒนาสิ่งใหม่ๆ สร้างความร่วมมือใหม่ๆ เทียบกับแนวการต่างประเทศดั้งเดิมของจีนซึ่งเทน้าหนักไปที่ ฝั่งตะวันออก ซึ่งในเวลานี้ก็อิ่มตัวแล้วในประเทศ ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ระหว่างประเทศทางฝั่ง ตะวันออกนี้ก็ติดขัด ตึงเครียด และคุกรุ่นขึ้นเป็นระยะ จากหลายประเด็นในความสัมพันธ์จีน เกาหลี เหนือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อาเซียน สหรัฐอเมริกา และทะเลจีนใต้ บรรยากาศความอึดอัดใน สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศทางตะวันออก น่าจะทาให้ต่อจากนี้นั้น สาหรับจีน โอกาส ความร่วมมือ การพัฒนา และการเติบโตน่าจะมีอยู่ทางฝั่งตะวันตก ทั้งในเอเชียกลาง และไกลออกไป มากกว่าฝั่ง ตะวันออกของประเทศ บทความนี้จะกล่าวถึงบทบาทของจีนในเอเชียกลางในด้านต่างๆ ที่สาคัญ ประวัติความเป็นมา และพัฒนาการในปัจจุบัน น่าจะเป็นประโยชน์สาหรับประเทศไทยทั้งในส่วนของประเทศเราเองลาพัง และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นอีกภูมิภาคที่จีนออกมาหาเช่นกัน แม้จะในรูปแบบที่ต่างออกไป
  • 9.
    กรอบคิดและขอบเขตของการศึกษา ในส่วนของกรอบคิด งานวิจัยชิ้นนี้ทาการศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลบนหลักเหตุผลพื้นฐาน และความเป็นจริง โดยมิได้ยืนอยู่บนกรอบการวิเคราะห์ที่สันนิษฐานว่าจีนมีวาระซ่อนเร้นบางอย่างที่ มากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจในการเข้าไปมีบทบาทในเอเชียกลางอันเป็นกรอบการวิเคราะห์ที่พบได้ใน งานศึกษาส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ของตะวันตก สาหรับของเขตของการศึกษา งานชิ้นนี้ศึกษาบทบาทของจีนในเอเชียกลางที่เกิดขึ้นในช่วง 25 ปีนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ในเอเชียกลางกับจีนในปี 1992-2017 โดย วิเคราะห์บทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ด้านการเมือง การทูต ความมั่นคง การทหาร และโดยเฉพาะทาง เศรษฐกิจเป็นหลัก แบ่งประเด็นการศึกษาออกเป็น ภูมิหลังและข้อมูลทั่วไปของภูมิภาคเอเชียกลาง ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน ภาพรวมบทบาทของจีนในเอเชียกลาง และบทบาทของจีนในแต่ละ ประเทศในเอเชียกลาง
  • 11.
    1 บทที่ 1 ข้อมูลเบื้องต้น ภาพที่ 1ภูมิภาค ‘เอเชียกลาง’ ที่มาภาพ global.britannica.com
  • 12.
    2 เอเชียกลาง (Central Asia-บางแห่งยังคงเรียกว่าMiddle Asia) เป็นชื่อเรียกภูมิภาคหนึ่งของ โลก ซึ่งมีอาณาเขตดังภาพที่ 1 คือ ทิศตะวันตกตั้งแต่ทะเลแคสเปียนจรดจีนทางทิศตะวันออก และจาก รัสเซียทางทิศเหนือจรดอิหร่านและอัฟกานิสถานทางทิศใต้ การเรียกว่า ‘เอเชียกลาง’ นี้ ความจริงเป็น การเรียกแบบตะวันตก ในขณะที่จีนเรียกดินแดนแถบนี้ว่า ดินแดนตะวันตก (Western Region) มาแต่ โบราณ เอเชียกลางในปัจจุบันมีอาณาเขตประมาณ 4 ล้านตารางกิโลเมตร (ประเทศไทยมีเนื้อที่ราว 5 แสนตารางกิโลเมตร เอเชียกลางจึงมีขนาดประมาณ 8 เท่าของประเทศไทย ขณะที่ประเทศจีนมีเนื้อที่ ราว 9 ล้าน 6 แสน ตารางกิโลเมตร เอเชียกลางจึงใหญ่ประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของจีน) ประกอบด้วยทุก ประเทศ “สถาน” รวม 5 ประเทศ ยกเว้นอัฟกานิสถานและปากีสถาน ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เคอร์กิซสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน โดยคาซัคสถานเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และทาจิ กิสถานมีขนาดเล็กที่สุด ดินแดนและผู้คน ภาพที่ 2 “เอเชียกลาง” ในแผนที่โลก ที่มาภาพ https://en.wikipedia.org/wiki/Central_Asia#/media/File:Central_Asia_(orthographic_projection).svg เอเชียกลางเป็นดินแดนกว้างใหญ่ที่มีประชากรเบาบาง ดังที่กล่าวไปว่า มีขนาดเกือบครึ่งหนึ่ง ของจีน ประมาณแปดเท่าของประเทศไทย แต่มีประชากรพอๆ กับประเทศไทย คือ ราว 68 ล้านคน ชน ชาติหลักที่อาศัยในดินแดนนี้ 5 กลุ่ม เรียงจากมากไปน้อย คือ อุซเบก คาซัค ทาจิก เติร์กเมน และ เคอร์
  • 13.
    3 กิซ โดยอุซเบกิสถานมีประชากรจานวนมากที่สุด ราว32 ล้านคน รองลงมาคือคาซัคสถานราว 18 ล้าน คน ทาจิกิสถาน 8 ล้านคน และเติร์กเมนิสถานกับเคอร์กีซสถานราวประเทศละ 6 ล้านคน2 เอเชียกลางตั้งอยู่ใจกลางของแผ่นดิน “ยูเรเซีย” ห่างจากทะเลมาก จึงจึงมีภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ดินแดนส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์ (steppe) คือ ทุ่งหญ้าต้นสั้นๆ และทะเลทรายอันกว้างใหญ่ โดยรวม ครึ่งบนของเอเชียกลางบริเวณประเทศคาซัคสถานเป็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์ ส่วนครึ่งล่างจะเป็น ทะเลทราย ที่สาคัญ คือ ทะเลทราย Karakum และ Kyzylkum กับดินแดนขรุขระและเทือกเขาสูงด้าน ตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศเคอร์กีซสถานและทาจิกิสถาน ขอบเขตด้านตะวันออกและด้านใต้ของ เอเชียกลางถูกกั้นด้วยเทือกเขาสาคัญหลายแห่ง เช่น เทือกเขาอัลไต (Altai) เทือกเขาเทียน ชาน (Tian Shan) และเทือกเขา Pamirs ซึ่งต่อเนื่องกับตะวันตกของจีน ตอนเหนือของอัฟกานิสถาน และอิหร่าน3 ภูมิภาคนี้เป็นดินแดนที่มีน้าน้อย แหล่งน้าหลักของเอเชียกลางอยู่ที่แม่น้าสองสายสาคัญ คือ แม่น้า Syr Darya และ Amu Darya ซึ่งไหลจากตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่ตะวันตกเฉียงเหนือลงสู่ทะเลอารัล (Aral sea) ทะเลสาบน้าเค็ม ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้าสาคัญมากอีกแห่งของภูมิภาค ร่วมกับทะเลสาบใหญ่อีก แห่ง คือ ทะเลสาบบัลคาช (Lake Balkhash) ซึ่งได้น้าสาคัญมาจากแม่น้าอิลี (Ili) ซึ่งไหลมาจากมณฑล ซินเจียงของจีน (โปรดดูภาพที่ 3 และ 4) ภาพที่ 3 แผนที่ภูมิประเทศเอเชียกลาง 2 Starr, S. F. (2013). Lost Enlightenment : Central Asia's Golden Age from the Arab Conquest to Tamerlane. Princeton University Press. 3 The Editors of Encyclopædia Britannica. Central Asia. ออนไลน์ https://www.britannica.com/place/Central- Asia.
  • 14.
    4 ที่มาภาพ http://www.freeworldmaps.net/asia/central/centralasia-geography-map.jpg ภาพที่ 4แผนที่ภูมิประเทศเอเชียกลาง ที่มาภาพ http://www.freeworldmaps.net/asia/central/centralasia-physical-map.jpg เหตุที่กล่าวถึงทะเลอารัลว่า “เคย” เป็นแหล่งน้าสาคัญนั้น เพราะในอดีต อย่างช้าจนถึงช่วงท้าย ของศตวรรษที่แล้ว ทะเลอารัลยังคงถือเป็นทะเลสาบใหญ่อันดับสี่ของโลก แต่นโยบายของโซเวียตใน ทศวรรษ 1960 ในการผันน้าจากแม่น้า Amu Darya และ Syr Darya สองแหล่งน้าหลักที่ไหลลงสู่ทะเล อารัล ไปทาการเกษตร โดยเฉพาะปลูกฝ้ายขนานใหญ่4 ทาให้น้าในทะเลอารัลลดลงเรื่อยๆ จนเกือบแห้ง ในปัจจุบัน 4 The Aral Sea Crisis. ออนไลน์ http://www.columbia.edu/~tmt2120/introduction.htm
  • 15.
    5 ภาพที่ 5 ภาพถ่ายดาวเทียมของทะเลอารัลในปี1989 และปี 2014 ที่มาภาพ https://en.wikipedia.org/wiki/Aral_Sea#/media/File:AralSea1989_2014.jpg
  • 16.
    6 บทที่ 2 ความสาคัญของเอเชียกลาง เอเชียกลาง (Central/MiddleAsia) เป็นภูมิภาคที่คนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบันลืมเลือนไป น้อยคนนักจะนึกออกว่าอยู่ส่วนใหญ่ของโลก แม้เอเชียกลางจะเป็นภูมิภาคที่ไม่ติดทะเล (landlock) แต่ เอเชียกลางคือสะพานเชื่อมทางบก (land bridge) ที่เมื่อหลายพันปีก่อน อารยธรรมต่างๆ ต้องตัดผ่าน เพื่อเดินทางติดต่อค้าขายหรือทาสงครามระหว่างกันมาแต่โบราณอย่างไรก็ตาม เอเชียกลางคือ ศูนย์กลางของความเจริญรุ่งเรืองของโลก ในสมัยที่ผู้คนยังเดินทางติดต่อค้าขายหรือแม้แต่ทาสงคราม ขยายอาณาเขตกันทางบก เอเชียกลางเป็นจุดกึ่งกลางที่เชื่อมจีนกับกรีก โรมัน ยุโรป เปอร์เซีย อาหรับ อินเดีย เป็นจุดที่ “เส้นทางสายไหม” โบราณ ซึ่งมีมาตั้งแต่สองพันกว่าปีที่แล้ว พาดผ่านไปยังดินแดน ต่างๆ ก่อให้เกิดชุมทางการค้าสาคัญตลอดเส้นทาง ซึ่งหลายแห่งเติบโตกลายเป็นเมืองหรือแม้แต่เมือง หลวงของประเทศในปัจจุบัน เช่น เมืองฉางอาน (Chang’an) ตุนหวง (Dunhuang) เทอรพาน (Turpan) คัชการ์ (Kashgar) เฟอร์กานา (Ferghana) ซาร์มาคานท์ (Samarkand) บูคาร่า (Bukhara)5 แบกแดด (Baghdad) ดามัสกัส (Damascus) และคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople)6 เอเชียกลางไม่เป็นแต่ เพียงชุมทางการค้าของเส้นทางสายไหม แต่ยังเฟื่องฟูและเป็นศูนย์กลางของ ความรู้ ศิลปวิทยาการ นัก คิดและนักปรัชญาแห่งยุคสมัย ความเชื่อ ศาสนา รวมทั้งความคิดทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งยังปรากฏ หลักฐานให้เห็นอยู่ในอาคารสาคัญหลายแห่งในเมืองเรืองนามแห่งเอเชียกลางทุกวันนี้ ไม่ว่า ซาร์มา คานท์ บูคาร่า อัลมาตี เป็นต้น นักคิดและนักปรัชญาแห่งเอเชียกลางที่มีชื่อเสียง เช่น Al-Farabi (Alpharabius) เกิดที่คาซัคสถานหรืออัฟกานิสถานในปัจจุบัน Ibn Sina (Avicenna) ชาวเมืองบูคาร่า ซึ่ง อยู่ในประเทศอุซเบกิสถานปัจจุบัน ผู้แต่งหนังสือเรื่อง Canon of Medicine และ Al-Biruni ชาวแคว้น Khwarezm ซึ่งปัจจุบันคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างอุซเบกิสถานและเติร์กเมนิสถาน ท่านเหล่านี้มีชีวิตอยู่เมื่อ ราวพันปีมาแล้ว เป็นนักคิดและผู้รอบรู้หลายศาสตร์ (polymath) ตั้งแต่ ปรัชญา การเมือง ดนตรี ไป จนถึง การแพทย์และคณิตศาสตร์ เช่นเดียวกับผู้ทรงภูมิในสมัยโบราณหลายท่านทั่วโลก และเป็นที่รู้จัก ดีทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก 5 เฟอร์กานา ซาร์มาคานท์ และบูคาร่า อยู่ในเอเชียกลางในปัจจุบัน 6 CCTV. One Belt One Road Documentary Episode One: Common Fate (Improved Video version). https://www.youtube.com/watch?v=twqpsJhqPKY เผยแพร่เมื่อ 23 ก.พ. 2017
  • 17.
    7 ภาพที่ 6 Al-Farabi ที่มาภาพhttp://www.muslimheritage.com/uploads/Al-Farabi1.jpg ภาพที่ 7 Ibn Sina (Avicenna) ที่มาภาพ http://static.wixstatic.com/media/98845c_cbb0bd8bd2224a92999391680788b014.jpg/v1/fill/w_619,h_839/9884 5c_cbb0bd8bd2224a92999391680788b014.jpg
  • 18.
    8 ภาพที่ 8 Al-Biruni ที่มาภาพhttp://poygam.com/wp-content/uploads/2017/05/d1bab6a72db08a0825ded35f945c7f2a.jpg ศาสตราจารย์ หวัง กางอู่ นักประวัติศาสตร์ชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน แห่งมหาวิทยาลัย แห่งชาติสิงคโปร์ ได้สร้างทฤษฎีในการอธิบายประวัติศาสตร์โลกว่า ก่อนยุคที่มหาอานาจทางทะเลจะ ขึ้นมาเป็นใหญ่นับจากยุคอาณานิคมเป็นต้นมา เอเชียกลางคือ “แกน” ของประวัติศาสตร์โลกเสมอมา7 เนื่องจากทาเลที่ตั้งที่คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างอารยธรรมสาคัญบนพื้นทวีปของโลก ไม่ว่าอารยธรรมจีน ทางตะวันออก อารยธรรมเปอร์เซียและอิสลามทางใต้และตะวันตก อารยธรรมเติร์ก กรีกและยุโรป ทาง ตะวันตก และ อารยธรรมสลาฟ (รัสเซีย) ทางเหนือ อารยธรรมต่างๆ ที่สูงส่งกว่าคนเร่ร่อนแห่งเอเชีย กลางเหล่านี้ เมื่อจะติดต่อค้าขายกับอารยธรรมอีกฟากหนึ่งก็ต้องสร้างสันติกับชาวเผ่าเร่รอนแห่งเอเชีย กลางก่อนจึงจะเดินทางผ่านไปได้ นอกจากนี้ ชาวเผ่าเร่ร่อนไม่ว่ามองโกล เติร์ก ฮัน แมนจู จากทุ่งหญ้า แห่งเอเชียกลางก็มักจะบุกเข้าไปในอาณาจักรที่มีอารยธรรมสูงส่งกว่าตนที่อยู่รายรอบเป็นระยะ และ มักจะชนะ ได้ปกครอง พร้อมกับรับเอาวัฒนธรรมที่เจริญกว่ามาใช้ด้วย หลังเส้นทางสายไหมโบราณที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สองร้อยปีก่อนคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ฮั่น เสื่อม โทรมลงไป เพราะการเดินทางค้าขายและคมนาคมขนส่งย้ายจากทางบกไปทางทะเล เอเชียกลางที่เป็น ศูนย์กลาง ชุมทาง เศรษฐกิจ ความคิด ความรู้ ระดับโลก มีความเป็นดินแดนนานาชาติ ก็ค่อยๆ สูญ 7 Ooi Kee Beng. The Eurasian Core and its edges: Dialogues with Wang Gungwu on the History of the World. Singapore: ISEAS publishing.2015.
  • 19.
    9 หายไป โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิรัสเซียและสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา อดีตดินแดน cosmopolitanแห่งนี้ก็กลายเป็นเพียง “เขตอิทธิพล” “หลังบ้าน” ของโซเวียตรัสเซีย เอเชียกลางเริ่มกลับมาสู่ความสนใจของโลกอีกครั้ง หลังโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 1991 และเกิด ประเทศเอกราชใหม่บนดินแดนเก่าแก่แห่งนี้ขึ้นมา 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิ สถาน เคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เป็นการ “เปิด” ดินแดนแห่งนี้ออกสู่โลก อีกครั้ง เป็นโอกาสและ ความท้าทายใหม่ของมหาอานาจอื่นๆ สาหรับมหาอานาจอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และ จีน การที่ เอเชียกลางหลุดออกมาจากรัสเซียก็เป็นโอกาสให้เข้าไปแสวงหาประโยชน์ในดินแดนนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานที่มีอุดมสมบูรณ์ในดินแดนแห่งทั้งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สาหรับจีน ในช่วงต้นของการได้เอกราชของเอเชียกลาง ก็นามาซึ่งความประเด็นการจัดการปัญหาการ ปักปันชายแดนใหม่ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งทศวรรษ ก็จัดการกันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นมาก็เป็นเรื่อง ของโอกาส เอเชียกลางกลับคืนความสาคัญในระดับโลกอีกครั้ง ด้วยเหตุสาคัญสองประการคือ เหตุผลด้าน ภูมิรัฐศาสตร์และการกลับคืนมาของเส้นทางสายไหม กับความอุดมสมบูรณ์ของพลังงานในภูมิภาค การพูดถึงการฟื้นคืนของเส้นทางสายไหมเฟื่องฟูขึ้นในโลกตะวันตกและตะวันออกมาระยะหนึ่ง แล้ว สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปพูดถึงมันในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะดึงให้เอเชียกลางพ้นจากการ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลรัสเซียในมุมมองของพวกเขา ขณะที่จีน ตุรกี อิหร่าน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และ ปากีสถาน ต่างอ้างถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับดินแดนแห่งนี้ แน่นอนว่า ย้อนกลับไปไกล ก่อนที่ “ม่านเหล็ก” แห่งสหภาพโซเวียตจะปกคลุมลงมาที่ดินแดนแห่งนี้8 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพูดถึงการกลับมาของเส้นทางสายไหม แม้แต่วาทกรรมว่าด้วยการ สร้างเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) ขึ้นจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาเองก็ตาม แต่ ประเทศที่ในปัจจุบันเห็นชัดแล้วว่าฟื้นเส้นทางสายไหมใหม่กลับขึ้นมาจริงๆ ก็คือ ประเทศจีน ด้วยมหา ยุทธศาสตร์ One Belt One Road และนั่นก็ทาให้เอเชียกลางกลับมามีความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างยิ่งยวด เพราะในภาพรวม เส้นทาง OBOR คือ เส้นทางคมนาคมขนส่งที่เชื่อมจีน เข้ากับยุโรป ผ่าน ยูเรเซีย หรือ เอเชียกลาง เป็นสาคัญนั่นเอง เอเชียกลางจึงเป็นตัวต่อสาคัญที่ขาดเสียมิได้ในแผนการ OBOR ของจีน ในวาระหนึ่ง จีนได้เคยกล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของความริเริ่ม One Belt One Road คือการฟื้นความรุ่งโรจน์ในอดีตของภูมิภาคยูเรเซีย”9 8 Marlene Laruelle, Jean-Francois Huchet, Sebastien Peyrouse and Bayram Balci eds. China and India in Central Asia: A New Great Game? New York: Palgrave Macmillan. 2010 9 เพิ่งอ้าง
  • 20.
    10 ควบคู่ไปกับความสาคัญด้านทาเลที่ตั้ง เอเชียกลางกลับมาสู่ความสาคัญระดับโลกในปัจจุบันใน ฐานะดินแดนที่ร่ารวยพลังงาน ไม่ว่าน้ามันดิบหรือก๊าซธรรมชาติในยุคที่ประเทศต่างๆ ล้วนพยายาม กระจายความเสี่ยงด้วยการลดการพึ่งพาการนาเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก จากความ ปั่นปวนในภูมิภาคนั้นซึ่งน่าจะทอดยาวไปอีกนาน เอเชียกลางจึงเป็นอีกแหล่งพลังงานทางเลือกของ ประเทศต่างๆ ในโลก ท่อส่งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในเอเชียกลาง และบริเวณใกล้เคียง (ที่ สาคัญคือบริเวณทะเลสาบแคสเปียน) เช่น เขตคอเคซัส และอิหร่าน นั้นโยงใยไปทั่วทุกทิศ ไม่ว่าเหนือ ใต้ ออก ตก ไม่ว่าไปสู่รัสเซีย จีน สู่ตะวันออกกลาง สู่คอเคซัส และตุรกี ต่อไปยังยุโรป ดังนั้น มหาอานาจทั้งหน้าเก่า เช่น รัสเซีย และหน้าใหม่ อย่างจีน สหรัฐ สหภาพยุโรป รวมไปถึง ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ฯลฯ จึงต่างเข้ามาหาโอกาสในภูมิภาคนี้ ในโลกวันนี้ เอเชียกลางจึงเป็นอีกภูมิภาคหนึ่งที่ “เนื้อ หอม” ด้วยทาเลที่ตั้งและด้วยแหล่งพลังงานที่สะสมเอาไว้ใต้ผืนดิน ภาพที่ 9 โครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติบริเวณ “ยูเรเซีย” ไปยังดินแดนรอบข้าง (เส้นสีแดงคือท่อที่มีอยู่แล้ว สีเขียวคือ โครงการที่กาลังอยู่ระหว่างดาเนินการ) ที่มาภาพ http://www.marcon.com/library/country_briefs/uzbekistan/7.gif
  • 21.
    11 ความสาคัญของเอเชียกลางต่อจีน ดินแดนที่เป็นเอเชียกลางในปัจจุบันไม่เป็นที่รู้จักของจีนอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทางไป สารวจดินแดนตะวันตกของ Zhang Qianตัวแทนของจักรพรรดิหวูแห่งราชวงศ์ฮั่น (Hun Wudi) เมื่อราว 200 ปีก่อนคริสตกาล Zhang Qian ออกเดินทางจากนครฉางอาน (Chang’an) เมืองหลวงของราชวงศ์ ฮั่น (บริเวณเมืองซีอาน) ในปัจจุบัน ไปทางตะวันตก เขาใช้เวลาเดินทางกว่า 10 ปี และกลับมารายงาน จักรพรรดิแห่งต้าฮั่น ทุกวันนี้จีนถือว่า Zhang Qian เป็นผู้บุกเบิกตะวันตกของจีน รวมทั้งเส้นทางสาย ไหมด้วย ความสาคัญของเอเชียกลางในอดีตสาหรับจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่น ถัง ซ่ง ลงมาถึงหยวน ซึ่ง เป็นยุคที่เส้นทางสายไหมทางบกเฟื่องฟู จีนเข้าไปในเอเชียกลางด้วยเหตุผลหลักคือเพื่อค้าขาย แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความรู้ บนเส้นทางสายไหม และเพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป นาเอาสินค้าจากจีน ที่สาคัญคือ ผ้าไหม ซึ่งตะวันตกไม่สามารถผลิตได้และ เป็นที่นิยมมีราคาดั่งทอง รวมทั้งสินค้าอื่น เช่น เครื่องกระเบื้อง และวิทยาการเทคโนโลยี เช่น การทาดิน ปืน กระดาษ และเข็มทิศ ออกไปเผยแพร่ และนาสินค้าจากยุโรปกลับมา ในปัจจุบัน นอกจากเอเชียกลางจะเป็นทางผ่านสาคัญของจีนออกไปทางตะวันตกในมหา ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ซึ่งถือเป็นความสาคัญทางเศรษฐกิจการค้าเป็นสาคัญแล้ว เอเชีย กลางยังสาคัญต่อจีนทางด้านความมั่นคงและเสถียรภาพในประเทศจีนอีกด้วย เพราะเสถียรภาพใน เอเชียกลางมีผลอย่างมากต่อสถานการณ์ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในมณฑลซินเจียงของจีนที่ อยู่ติดกัน นอกจากนั้น เอเชียกลางยังมีความสาคัญในฐานะแหล่งพลังงานทางเลือกของจีน เพื่อเสริม ความมั่นคงทางพลังงานให้กับจีน เป็นตัวเลือกนอกจากการนาเข้าน้ามันและก๊าซธรรมชาติผ่านการ ขนส่งทางทะเล ซึ่งต้องผ่านน่านน้าซึ่งสหรัฐมีอิทธิพลเหนืออยู่ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะที่จุดเสี่ยงบริเวณ ช่องแคบมะละกา10 10 ชวลิตา อุ๋ยจ๋าย. บทคัดย่อ ใน ภาคนิพนธ์ เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน ในภูมิภาคเอเชียกลาง ค.ศ. 2000-2010. แผนกวิชารัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2554. ออนไลน์ http://www.russianstudies-tu.com/library/research2554-1/research2554_057.pdf.
  • 22.
    12 บทที่ 3 บทบาทจีนในเอเชียกลาง จีนกับเอเชียกลางเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ติดต่อกันมาช้านาน โดยเฉพาะในช่วงที่ เส้นทางสายไหมโบราณยังรุ่งเรืองเมื่อเส้นทางดังกล่าวซบเซาลงไป ความสัมพันธ์ของจีนกับเอเชียกลาง ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ในช่วงต่อจากนั้น เอเชียกลางก็ได้ตกไปอยู่ใต้อิทธิพลของอานาจอื่น โดยเฉพาะ จักรวรรดิรัสเซีย และสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา จนพึ่งพิงใกล้ชิดกับโซเวียตรัสเซียเป็นหลัก มากกว่า จีน เอเชียกลางกลับมามีความสัมพันธ์กับจีนอย่างสาคัญอีกครั้งก็ภายหลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี 1991 และประเทศสถานทั้ง 5 ที่ได้รับเอกราชใหม่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็น ทางการกับประเทศต่างๆ รวมทั้งกับประเทศจีน นับจนถึงปี 2017 นี้ก็ได้ 25 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างจีน และเอเชียกลางเติบโตขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ก็ด้วยบทบาทของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนั้น ในช่วงราว 20 ปีมานี้ ประเทศทั้งห้าในเอเชียกลางเป็นประเทศร่ารวยได้ปานกลางและยากจน มีขนาดเศรษฐกิจ พิจารณาจาก GDP ที่เป็นกาลังซื้อจริงตาม ตารางที่ 1 ลาดับของโลก ประเทศ ล้านดอลลาร์สหรัฐ 1 จีน 21,417,150 2 สหรัฐอเมริกา 18,569,100 19 ไทย 1,164,928 41 คาซัคสถาน 449,621 61 อุซเบกิสถาน 207,470 80 เติร์กเมนิสถาน 95,586 129 ทาจิกิสถาน 26,031 135 เคอร์กีซสถาน 21,601 ตารางที่ 1 GDP (กาลังซื้อจริง : PPP) ของประเทศเอเชียกลางเทียบกับประเทศอื่น ในปี 2016 ที่มา http://databank.worldbank.org/data/download/GDP_PPP.pdf บทบาทของจีนในเอเชียกลางในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ด้านหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ได้แก่ ด้านพลังงาน ด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน (ซึ่งเป็นบทบาทที่หนักมาในทาง เศรษฐกิจ) และด้านความมั่นคง ซึ่งจะได้กล่าวไล่ไปในแต่ละด้าน
  • 23.
    13 หากมองในทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันกล่าวได้ว่าจีนมีน้าหนักทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 1แล้วใน ภูมิภาคเอเชียกลาง เหนือกว่ารัสเซียและประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งมีน้าหนักทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ รองลงมา จากข้อมูลปี 2015 ในทางการค้า จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเอเชียกลาง ทั้งนาเข้าและส่งออก โดยจีนเป็นผู้นาเข้าและส่งออกสินค้าอันดับ 1 หรือ 2 ของเกือบทุกประเทศในเอเชียกลาง เริ่มจาก คาซัคสถาน ส่งออกไปยัง จีน 15.1% รัสเซีย 12.3% ฝรั่งเศส 9.3% เยอรมัน 7.9% อิตาลี 6.7% และ กรีซ 4.1% ขณะที่นาเข้าจากรัสเซียเป็นอันดับหนึ่งที่ 32.9% ตามมาด้วย จีน 25.9% และเยอรมัน 4.2%11 อุซเบกิสถาน ส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ 25.9% จีน 17.6% คาซัคสถาน 14.2% ตุรกี 9.9% รัสเซีย 8.4% บังกลาเทศ 6.9% และนาเข้าจากจีน 20.8% รัสเซีย 20.8% เกาหลีใต้ 11.9% คาซัคสถาน 10.8% ตุรกี 4.6% และเยอรมัน 4.4%12 ส่วนเติร์กเมนิสถานส่งออกไปยัง จีนมากถึง 68.7% ตุรกี 4.9% และนาเข้าจากตุรกี 25.1% รัสเซีย12.3% จีน 11% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 9.1% คาซัคสถาน 5.2% เยอรมัน 4.6% และอิหร่าน 4.5%13 เคอร์กีซสถาน ส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ 26.1% อุซเบกิสถาน 22.6% คาซัคสถาน 20.8% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4.9% ตุรกี 4.5% อัฟกานิสถาน 4.5% รัสเซีย 4.2% และนาเข้าจากจีน 56.6% รัสเซีย 17.2% และคาซัคสถาน 10%14 ส่วนทาจิกิสถานส่งออกไปยังตุรกี 19.8% คาซัคสถาน 17.6% สวิตเซอร์แลนด์ 13.7% อิหร่าน 8.7% อัฟกานิสถาน 7.5% รัสเซีย 5.1% จีน 4.9% อิตาลี 4.8% และนาเข้าจากจีน 42.3% รัสเซีย 18% คาซัคสถาน 13.1% และอิหร่าน 4.7%15 สาหรับสินค้าหลักที่เอเชียกลางส่งออกไปขายจีนได้แก่พลังงาน โดยเฉพาะน้ามัน ในกรณี ของคาซัคสถาน และก๊าซธรรมชาติในกรณีเติร์กเมนิสถาน รวมทั้งอุซเบกิสถาน ส่วนในกรณีของเคอร์กีซ 11 CIA. The World Factbook. Kazakhstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/fields/2050.html#kz. 12 CIA. The World Factbook. Uzbekistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/uz.html 13 CIA. The World Factbook. Turkmenistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/tx.html 14 CIA. The World Factbook. Kygyzstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/kg.html. 15 The World Factbook. CIA. Tajikistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/ti.html.
  • 24.
    14 สถานและทาจิกิสถานสองประเทศซึ่งไม่มีทรัพยากรพลังงานมากนัก จึงส่งออกไปยังจีนไม่มากนัก ส่วน ใหญ่ได้แก่พวกสินค้าเกษตรเป็นหลัก ด้านการลงทุน ภาพรวมของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ในเอเชีย กลางนั้น มีสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือการลงทุนในการนาทรัพยากรธรรมชาติจากภูมิภาคดังกล่าว มาใช้ ที่สาคัญคือ น้ามันและก๊าซธรรมชาติ แร่ที่เป็นโลหะและไม่ใช่โลหะ การสารวจหาแหล่งทรัพยากร เหล่านี้ และธุรกิจที่ต่อเนื่องได้แก่การแปรรูป/ขนถ่ายทรัพยากรเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การทาเหมือง การถลุงแร่ การแปรรูปน้ามันและก๊าซธรรมชาติ (อุตสาหกรรมเคมี) และการลงทุนสร้างโครงสร้างในการ ขนถ่ายพลังงานเหล่านี้สู่ประเทศผู้ใช้ (การสร้างท่อส่งน้ามันและก๊าซ) การลงทุนในกิจการเหล่านี้คิดเป็น ราวครึ่งหนึ่ง (50%) ของ FDI ในทุกประเทศเอเชียกลาง (ยกเว้นทาจิกิสถาน) ผลผลิตจากกิจการที่ เงินทุนเหล่านี้ไปลงส่วนใหญ่มักส่งออกไปยังประเทศภายนอก อีกส่วนสาคัญของการลงทุน FDI จากต่างประเทศในเอเชียกลางเข้าไปยังภาคส่วนที่รองรับ ตลาดภายในภูมิภาค เช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การค้า การเงิน การก่อสร้าง และการสื่อสาร การลงทุนในส่วนนี้สูงเป็นพิเศษในประเทศเคอร์กีซสถานและทาจิกิสถาน ซึ่งไม่มีแหล่งน้ามันหรือก๊าซ ธรรมชาติมากนัก การลงทุน FDI ในภาคเกษตรในเอเชียกลางนั้นแทบไม่ปรากฏ จีนเป็นผู้ลงทุน FDI อันดับ 1 ใน 3 ประเทศของเอเชียกลาง คือ เคอร์กีซสถาน (24 เปอร์เซ็นต์) เติร์กเมนิสถาน (39 เปอร์เซ็นต์) และทาจิกิสถาน (21 เปอร์เซ็นต์) และเป็นผู้ลงทุนอันดับ 5 ใน คาซัคสถาน (4.6 เปอร์เซ็นต์) และอันดับ 6 ในอุซเบกิสถาน (4 เปอร์เซ็นต์) ตามตารางที่ 2-6 ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ ล้านดอลลาร์สหรัฐ 1 เนเธอร์แลนด์ 37 7,655 2 สหรัฐอเมริกา 16 3,423 3 สวิตเซอร์แลนด์ 12 2,589 4 ฝรั่งเศส 5 1,137 5 จีน 4.6 960 6 รัสเซีย 4.2 867 7 เบลเยียม 3.4 710 8 สหราชอาณาจักร 3.3 684 9 ญี่ปุ่น 2.2 470 10 เกาหลีใต้ 1.7 358
  • 25.
    15 ตารางที่ 2 ประเทศต่างๆที่ลงทุน FDI ในคาซัคสถาน เมื่อปี 2016 ที่มา : National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct investors: breakdown by countries. ออนไลน์ http://www.nationalbank.kz/?docid=469&switch=english ในจานวนเงิน FDI รวม 20,637 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 ที่ผ่านมานี้ 34 เปอร์เซ็นต์ เป็นการ ลงทุนในด้านการทาเหมืองพลังงานและแร่ธาตุอื่นๆ โดยเป็นการลงทุนในการขุดเจาะและนาน้ามันและ ก๊าซธรรมชาติมาใช้ 27 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ก็เป็นการลงทุนในการผลิตสินค้าประเภทต่างๆ อีก 18 เปอร์เซ็นต์16 ตารางที่ 3 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในเคอร์กีซสถาน เมื่อปี 2012 ที่มา National Statistical Committee of the Kyrgyz Republic. Structure of Foreign Direct Investment Inflows to the Kyrgyz Republic, 2012 https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central- asia-economic-centers-final-report.pdf 37 เปอร์เซ็นต์ของ FDI ในประเทศเคอร์กีซสถาน คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภค 21 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมถลุงแร่โลหะต่างๆ และ 12 เปอร์เซ็นต์ คือ การลงทุนในกิจการด้านน้ามันและก๊าซธรรมชาติ 16 National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct investors: breakdown by residents' types of economic activities. ออนไลน์ http://www.nationalbank.kz/?docid=469&switch=english ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ 1 จีน 24 2 แคนาดา 22 3 สหราชอาณาจักร 12 4 คาซัคสถาน 6 5 เยอรมัน 6 6 เกาหลีใต้ 5 7 รัสเซีย 4
  • 26.
    16 ตารางที่ 4 ประเทศต่างๆที่ลงทุน FDI ในทาจิกิสถาน เมื่อปี 2012 ที่มา Statistical Agency of the Republic of Tajikistan. Structure of Foreign Direct Investment Inflows to Tajikistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central- asia-economic-centers-final-report.pdf 19 เปอร์เซ็นต์ของ FDI ในทาจิกิสถาน คือการลงทุนในกิจการเหมืองแร่ 18 เปอร์เซ็นต์คือ การลงทุนในด้านการสื่อสาร 14 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนด้านการเงิน การลงทุนด้านการเจาะ สารวจแหล่งพลังงานและแร่ธาตุ คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนในการก่อสร้าง คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน และอีก 6 เปอร์เซ็นต์เป็นการลงทุนด้านการผลิตและส่งกระแสไฟฟ้า ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ 1 จีน 21 2 รัสเซีย 18 3 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 17 4 สหราชอาณาจักร 16 5 อิหร่าน 7 6 ตุรกี 5
  • 27.
    17 ตารางที่ 5 ประเทศต่างๆที่ลงทุน FDI ในเติร์กเมนิสถาน เมื่อปี 2012 ที่มา Financial Times fDi Intelligence (2013) Structure of Foreign Direct Investment Inflows to Turkmenistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting- central-asia-economic-centers-final-report.pdf 26 เปอร์เซ็นต์ ของ FDI ในปี 2012 อยู่ที่การลงทุนในกิจการด้านการขุดเจาะพลังงานน้ามันและ ก๊าซธรรมชาติ 27 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในการขนส่งพลังงาน 25 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนใน อุตสาหกรรมเคมี 24 เปอร์เซ็นต์คือ การลงทุนในด้านการแปรรูป (processing) พลังงาน ตารางที่ 6 ประเทศต่างๆ ที่ลงทุน FDI ในอุซเบกิสถาน เมื่อปี 2012 ที่มา Financial Times fDi Intelligence (2013) Structure of Foreign Direct Investment Inflows to Uzbekistan, 2012. ออนไลน์ https://www.adb.org/sites/default/files/publication/159307/adbi-connecting-central- asia-economic-centers-final-report.pdf 30 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุน FDI ในประเทศอุซเบกิสถานเมื่อปี 2012 คือ การแปรรูปพลังงาน น้ามันและก๊าซธรรมชาติ 28 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมเคมี 15 เปอร์เซ็นต์คือ การลงทุนใน การขุดเจาะพลังงานน้ามันและก๊าซธรรมชาติ 11 เปอร์เซ็นต์คือการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า อื่นๆ ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ 1 จีน 39 2 รัสเซีย 16 3 กลุ่มประเทศอ่าว เปอร์เซีย 12 4 ตุรกี 9 5 แคนาดา 8 ลาดับ ประเทศ เปอร์เซ็นต์ 1 รัสเซีย 37 2 เกาหลีใต้ 21 3 สหรัฐอเมริกา 9 4 อาเซียน 7 5 กลุ่มประเทศอ่าว เปอร์เซีย 5 6 จีน 4
  • 28.
    18 บทบาทด้านพลังงาน ภาพที่ 10 ท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติจากเอเชียกลางสู่จีน ที่มาภาพhttps://www.stratfor.com/image/map-central-asia-china-energy-infrastructure บทบาทด้านพลังงานน้ามัน จากข้อมูลของ US. Energy Information Administration (EIA) ในปี 2015 จีนเป็นประเทศที่ บริโภคน้ามันประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคน้ามันในโลก สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก สหรัฐอเมริกา (ซึ่งบริโภคน้ามันอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก)17 และเป็นประเทศผู้นาเข้าน้ามันดิบมาก ที่สุดของโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกาอย่างช้าตั้งแต่ปี 201618 เดิมนั้นจีนก็เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ใน โลก ที่นาเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคนั้น ประกอบกับการต้องพึ่งพาการขนส่งพลังงานดังกล่าวทางเรือผ่านน่านน้าที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ควบคุม 17 US. Energy Information Administration. What countries are the top producers and consumers of oil?. ออนไลน์ https://www.eia.gov/tools/faqs/faq.php?id=709&t=6. 18 Daniel Workman. Crude Oil Imports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์ http://www.worldstopexports.com/crude-oil-imports-by-country/
  • 29.
    19 ทาให้จีนรู้สึกถึงความไม่มั่นคงทางพลังงาน และพยายามกระจายแหล่งนาเข้าพลังงานของตนไปยังที่ อื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าภูมิภาคเอเชียกลางในฐานะที่อุดมด้วยพลังงานทั้งน้ามันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้ง แร่ธาตุอื่นๆ และยังเป็นเพื่อนบ้านของจีน ก็เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานทางเลือกนั้น สาหรับบทบาทหลักด้านน้ามันของจีนในเอเชียกลางนั้น อยู่ในคาซัคสถานเป็นหลัก คาซัคสถาน มีปริมาณน้ามันสารองเป็นอันดับที่ 11 ของโลก และในปี 2016 ส่งออกน้ามันดิบเป็นอันดับที่ 12 ของ โลก19 (แต่มิได้เป็นสมาชิก OPEC)20 และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ามันกินมูลค่าถึง 48 เปอร์เซ็นต์ของการ ส่งออกของประเทศในปี 201521 โดยจีนเข้าไปประมูลสัมปทานสารวจและขุดเจาะน้ามันในแหล่งน้ามัน แห่งต่างๆ ของคาซัคสถาน เช่น ในปี 2005 บรรษัทน้ามันแห่งชาติของจีน (China National Petroleum Corporation: CNPC) ชนะการประมูลเข้าซื้อกิจการของบริษัท PetroKazakhstan บริษัทน้ามันสัญชาติ แคนาดาที่ผลิตน้ามันในคาซัคสถาน ด้วยจานวนเงินกว่า 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อถึงปี 2008 จีนก็เข้าไปดาเนินการผลิตน้ามันกว่า 1 ใน 3 ของคาซัคสถานแล้ว แกนหลักของการเข้าไปเอาน้ามันจากคาซัคสถานของจีนอยู่ที่ “ท่อส่งน้ามันคาซัคสถาน-จีน” (ดูภาพที่ ) ซึ่งถือเป็นท่อส่งน้ามันตรงท่อแรกและท่อที่สาคัญที่สุดจากเอเชียกลางสู่จีน มีความยาวราว 3,000 กม. นาน้ามันดิบจากแหล่งผลิตในทะเลแคสเปียนบริเวณเมือง Atyrau ฝั่งตะวันตกสุดของ คาซัคสถาน ข้ามมาเข้าสู่จีนทางตะวันตก ไปสู่โรงกลั่นที่มณฑลซินเจียง โดย CNPC เข้าไปลงนามใน สัญญาสร้างท่อส่งน้ามันดังกล่าวกับคาซัคสถาน ตั้งแต่ปี 1999 ปัจจุบัน ท่อส่งน้ามันสาย Atyrau- Alashankou อยู่ในความดูแลร่วมกันของ CNPC กับ KazMunaiGaz รัฐวิสาหกิจน้ามันของคาซัคสถาน 19 Daniel Workman. Crude Oil Exports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์ http://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports-country/. 20 OPEC. Annual Statistical Bulletin 2016 .ออนไลน์ http://www.opec.org/opec_web/en/publications/202.htm. 21 The Observatory of Economic Complexity. Kazakhstan. ออนไลน์ http://atlas.media.mit.edu/en/profile/country/kaz/
  • 30.
    20 ภาพที่ 11 แหล่งนาเข้าน้ามันดิบของจีนในปี2014 ที่มาภาพ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN ในปี 2014 ในจานวนน้ามันดิบที่จีนนาเข้าทั้งหมด มาจากคาซัคสถานประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง แม้จะยังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับการนาเข้าจากแหล่งอื่นๆ แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ในเดือนกันยายน 2013 เมื่อสีจิ้นผิงเยือนคาซัคสถานและประกาศแผนการ OBOR ทางบกครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยนาซาร์บาเยฟ นั้น จีนกับคาซัคสถานก็ได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับเกี่ยวกับข้อตกลงด้านน้ามันและก๊าซ ซึ่งมีมูลค่า รวมกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ22 ดังนั้น สัดส่วนการนาเข้าน้ามันและพลังงานอื่นๆ จากคาซัคสถาน เข้าสู่จีนจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อโครงการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานระหว่างจีนกับเอเชียกลาง พัฒนาไปมากขึ้นภายใต้ความก้าวหน้าของ OBOR 22 Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์ file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf.
  • 31.
    21 บทบาทด้านพลังงานก๊าซธรรมชาติ ภาพที่ 11 ส่วนหนึ่งของท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/ นอกจากน้ามันก๊าซธรรมชาติคือพลังงานสาคัญอีกประเภทที่จีนบริโภคเป็นจานวนมาก ประเทศลาดับที่นาเข้าก๊าซธรรมชาติลาดับต้นๆ ของโลกล้วนเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนาทั้งสิ้น จาก ข้อมูลในปี 2016 จีนนาเข้าก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 68,000 ล้านคิวบิกเมตร รองจาก ญี่ปุ่น และเยอรมัน23 และเป็นประเทศผู้บริโภคก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 203,000 ล้าน คิวบิกเมตร ในปีเดียวกัน รองจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย24 จากการคาดการณ์ระยะยาวของ CNPC รัฐวิสาหกิจที่ดูแลด้านพลังงานของจีน ก๊าซ ธรรมชาติกับทั้งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ จะเพิ่มสัดส่วนกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักของจีนแทนถ่านหิน และน้ามัน ภายในปี 2030 เพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศ ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติจึงเป็นพลังงานสาคัญ 23 Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas balance of trade. ออนไลน์ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/balance-trade-world-data.html. 24 Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas domestic consumption. ออนไลน์ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/gas-consumption-data.html
  • 32.
    22 ในระยะยาวสาหรับประเทศจีน CNPC ประเมินว่าปริมาณความต้องการบริโภคก๊าซธรรมชาติของจีนจะ เพิ่มขึ้นจาก 203,000 ล้านคิวบิกเมตรในปี 2016 เป็น 620,000 ล้านคิวบิกเมตรในปี 203025 ภาพที่ 12 แผนที่แสดงประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในโลก (หน่วยเป็นล้านคิวบิกเมตร) ที่มาภาพ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/world-natural-gas-production-statistics.html ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากที่สุด ตามด้วย รัสเซีย อิหร่าน และกาตาร์ (ดูภาพที่ ประกอบ) จีนเองนั้นก็เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากอันดับ 6 ของโลก อย่างไรก็ตาม จีนก็ยังคงนาเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆ โดยในปี 2014 การนาเข้าก๊าซธรรมชาติ 85 เปอร์เซ็นต์ของจีน นาเข้าในรูปแบบ LNG โดยการขนส่งทางทางทะเลมาจากภูมิภาคที่ห่างไกล เช่น มาจากกาตาร์ (34 เปอร์เซ็นต์) ออสเตรเลีย (19 เปอร์เซ็นต์) มาเลเซีย (15 เปอร์เซ็นต์) อินโดนีเซีย (12 เปอร์เซ็นต์) และเยเมน (5 เปอร์เซ็นต์)26 อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุผลทางความมั่นคงทางพลังงานของการ ขนส่งทางทะเลดังกล่าวมา จีนจึงพยายามลดสัดส่วนการนาเข้าก๊าซทางทะเล และกระจายสัดส่วนมา 25 Enerdata. CNPC expects Chinese energy demand to peak in 2040. ออนไลน์ https://www.enerdata.net/publications/daily-energy-news/cnpc-expects-chinese-energy-demand-peak- 2040.html 26 EIA. China LNG import source, 2014. ออนไลน์ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN
  • 33.
    23 นาเข้าจากแหล่งบนบกโดยเฉพาะเพื่อนบ้านมากขึ้น ไม่ว่ารัสเซีย (ปี2014 จีน โดย CNPC ลงนามใน สัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติระยะ 30 ปี จาก Gazprom ของรัสเซีย คาดการณ์ว่าน่าจะสร้างท่อส่งก๊าซเสร็จ ในปี 2018 และจะส่งก๊าซให้จีนปีละประมาณ 38,000 ล้านคิวบิกเมตร 27 ) เอเชียกลาง และพม่า ซึ่ง เอเชียกลางก็เป็นหนึ่งในที่ที่มีความเหมาะสมยิ่ง เพราะนอกจากเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีแหล่งก๊าซ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของโลกแล้ว ยังอยู่ติดกับจีน ง่ายต่อการสร้างท่อขนส่งเชื่อมได้โดยตรง ภาพที่ 13 แสดงแหล่งนาเข้าก๊าซธรรมชาติ (LNG) ของจีนจากประเทศต่างๆ ในปี 2014 ที่มาภาพ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN ประเทศผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายหลักแห่งเอเชียกลาง คือ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งผลิตได้มากเป็น อันดับที่ 10 ของโลก ผลิตได้อยู่ที่ 78,000 ล้านคิวบิกเมตร ในปี 2016 รองลงมาคือ อุซเบกิสถาน ซึ่งใน ปีเดียวกันผลิตได้ 58,000 ล้านคิวบิกเมตร 27 BBC. Russia signs 30-year gas deal with China. ออนไลน์ http://www.bbc.com/news/business-27503017.
  • 34.
    24 ภาพที่ 14 แผนที่แสดงแหล่งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สาคัญในยูเรเซีย(สีดาคือน้ามัน สีแดงคือ ก๊าซ ธรรมชาติ) จะเห็นว่าแหล่งน้ามันดิบและก๊าซส่วนใหญ่อยู่ใต้ทะเลสาบแคสเปียน และแหล่งก๊าซบนบกส่วนใหญ่อยู่ใน ประเทศเติร์กเมนิสถานและชายแดนของประเทศดังกล่าวกับอุซเบกิสถาน ที่มาภาพ http://gulf2000.columbia.edu/images/maps/Oil_and_Oil_Facilities_lg.jpg
  • 35.
    25 ภาพที่ 15 ท่อก๊าซธรรมชาติเอเชียกลาง-จีน เริ่มที่เมืองGedaim ชายแดนเติร์กเมนิสถาน-อุซเบกิสถาน มาสู่ที่เมือง Horgos/Khorgos ชายแดนซินเจียง เส้นสีเหลือง ฟ้า และแดง คือสาย A, B และ C ตามลาดับ ที่มาภาพ http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/Flowofnaturalgasfrom CentralAsia2.shtml
  • 36.
    26 ภาพที่ 16 จุดสีแดงคือท่าเรือนาเข้าแก๊ซLNG เข้าสู่จีน เส้นสีแดงคือท่อส่งก๊าซนาก๊าซจากแหล่งภายในจีนเอง และจากเอเชียกลาง เข้ามาป้อนเมืองต่างๆ โดยเฉพาะทางตะวันออกของประเทศ ที่มาภาพ International Energy Agency ออนไลน์ https://thegasgrid.files.wordpress.com/2014/08/china-gas-grid.png ในการเข้าไปดึงเอาก๊าซธรรมชาติเอเชียกลางมาใช้ จีนได้เข้าไปสร้าง “ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน (China-Central Asia Gas Pipeline)” ซึ่งเริ่มจากเมือง Gedaim ชายแดนระหว่างเติร์กเมนิสถานกับอุซ เบกิสถาน วิ่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านตอนกลางของอุซเบกิสถาน และตอนใต้ของคาซัคสถาน ก่อนจะเข้าสู่เขตจีนที่ Horgos/Khorgos เมืองชายแดนจีนกับคาซัคสถาน ในมณฑลซินเจียง และต่อเข้า ไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองใหญ่ทางตะวันออกต่อไป ในปัจจุบัน ท่อส่งก๊าซเอเชีย กลาง-จีนนี้ มีสามสายวางขนานกันคือ สาย A B และ C แต่ละเส้นมีความยาว 1,830 กิโลเมตร เส้นผ่าน ศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร สาย A และ B เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2008 และเปิดใช้สาย A ได้ในปี 2009
  • 37.
    27 ส่วนสาย B เปิดใช้ในปี2010 สาหรับสาย C เริ่มก่อสร้างในปี 2012 และพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ในปี 2015 ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทั้งสามสายนี้รวมกัน สามารถส่งก๊าซป้อนจีนได้ปีละ 55,000 ล้านคิวบิก เมตร ซึ่งเท่ากับประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการบริโภคก๊าซต่อปีของประเทศจีน นอกจากนี้ จีนยังมีโครงการสร้างส่วนต่อขยายสายที่ 4 หรือสาย D ของท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง- จีนเพื่อเพิ่มปริมาณการนาเข้าก๊าซ โดยสาย D นี้จะนาก๊าซจากแหล่งในอุซเบกิสถาน ผ่านเคอร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน เข้าสู่มณฑลซินเจียงของจีน ความยาวประมาณ 1,000 กม. และคาดว่าจะส่งก๊าซให้จีน ได้ 30,000 ล้านคิวบิกเมตรต่อปี ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ ท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทั้ง 4 สายจะมีปริมาณส่ง ก๊าซให้จีนได้รวมกัน 85,000 ล้านคิวบิกเมตรต่อปี และจะเป็นโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่สุดของเอเชียกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสาย D นี้รัฐบาลจีนลงนามกับรัฐบาลอุซเบกิสถาน เคอร์กีสถาน และทาจิกิสถาน ตั้งแต่ปี 2013 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง28 จนถึงปี 2010 รัสเซียเป็นผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติของเติร์กเมนิสถานเป็นหลัก แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จีนคือลูกค้ารายใหญ่สุดของก๊าซธรรมชาติจากเติร์กเมนิสถาน และในปี 2016 เติร์กเมนิสถานเป็นผู้ ส่งออกก๊าซธรรมชาติและก๊าซประเภทอื่นรายใหญ่ที่สุดให้จีน ผ่านท่อก๊าซเอเชียกลาง – จีน ซึ่งเติร์กเมนิ สถานมีแนวโน้มส่งออกก๊าซธรรมชาติให้จีนมากขึ้นอีกอนาคต เพราะมีแนวโน้มความต้องการก๊าซ ธรรมชาติที่สูงขึ้นในจีน เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนถ่านหิน ซึ่งจีนกาลังลดปริมาณการใช้ลงเพื่อ แก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ29 การหันมาส่งออกก๊าซธรรมชาติให้จีนผ่านท่อส่งก๊าซเอเชียกลาง-จีน ทา ให้สัดส่วนการส่งออกของเติร์กเมนิสถานไปสู่จีน กระโดดจาก 1 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2009 มาสู่เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ในปี 2015 และทาให้เติร์กเมนิสถานหลุดจากการพึ่งพิงการขายก๊าซของตนให้ Gazprom ของรัสเซีย มาสู่จีนแทน 28 CNPC. Flow of natural gas from Central Asia. ออนไลน์ http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/FlowofnaturalgasfromCentralAsia2.shtml 29 Alexander Shustov. Why China will remain Turkmenistan’s main gas buyer. ออนไลน์ https://www.rbth.com/business/2017/01/26/why-china-will-remain-turkmenistans-main-gas-buyer_689386.
  • 38.
    28 บทบาทด้านโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากเข้าไปซื้อพลังงานของเอเชียกลางมาใช้ บทบาทอีกประการที่สาคัญของจีนที่เข้าไปทา ในเอเชียกลางคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายการพัฒนาเส้นทางคมนาคมถนน ราง ไม่ว่า จากจีนไปสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ และเพิ่มการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคนี้เอง ซึ่งเมื่อมองในภาพใหญ่ ก็สมประโยชน์กันทั้งจีนและเอเชียกลาง ประเทศจีน ซึ่งมีเศรษฐกิจที่มีศักยภาพล้นเกิน ในหลายๆ ภาค โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ก็ได้ตลาดแห่งใหม่ในการขยายธุรกิจ ในระดับยุทธศาสตร์ เส้นทางการเชื่อมต่อ ที่ดี สะดวก รวดเร็วขึ้น ระหว่างจีนกับเอเชียกลาง ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทาให้ เส้นทางสายไหมใหม่ เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเส้นทางการคมนาคมก็เป็นจุดเริ่มต้นของการติดต่อระหว่างกันในรูปแบบ ต่างๆ ที่สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าการค้าขาย การเดินทาง การท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน หรือ แม้แต่ความร่วมมือด้านความมั่นคง ฝ่ายประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง ซึ่งเป็นประเทศที่มีระดับเศรษฐกิจ แบบปานกลางจนถึงยากจน ก็ได้รับโอกาสในรูปแบบต่างๆ จากจีน ทั้งเงินทุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่า เงิน ช่วยเหลือ รวมทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่จีนเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศให้เชื่อมต่อกันเองภายในและเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดียิ่งขึ้น One Belt One Road (OBOR) หรือ Belt and Road (B&R) เป็น ‚ความริเริ่ม (Initiative)‛ ของ จีนในยุคประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ประกาศโดยสีจิ้นผิงเมื่อปลายปี 2013 ที่มหาวิทยาลัยนาร์ซาบาเยฟ ประเทศคาซัคสถาน โดยหลักคือการสร้างและรื้อฟื้นเส้นทางเชื่อมโยงเอเชียเข้ากับยุโรป การเลือก ประกาศ OBOR ที่เอเชียกลางนั้นย่อมมีความหมาย หากจะกล่าวว่าภูมิภาคใดเป็นหัวใจของ OBOR ภูมิภาคนั้นก็คือเอเชียกลาง ในแผนเส้นทางสายไหมทางบกของจีนถูกกาหนดให้มี 6 เส้นทางหลัก หรือ 6 ‚ระเบียง เศรษฐกิจ‛ ที่เป็น ‚ตัวต่อ‛ สาคัญในแต่ละจุด คือ 1) เส้นที่วิ่งขึ้นเหนือ จากจีน ผ่านขึ้นไปยังมองโกเลีย รัสเซียฝั่งเอเชีย เชื่อมไปยังรัสเซียตะวันตกได้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย-รัสเซีย 2) เส้นที่วิ่งจากมณฑลซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของจีน ผ่านเอเชียกลางตอนบน โดยเฉพาะ ประเทศคาซัคสถานเป็นส่วนใหญ่ขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปเชื่อมกับรัสเซียตะวันตก หรือเรียก เส้นทางนี้ว่า New Eurasian Continental Bridge หรือเส้นทางเชื่อมตะวันตกของจีนกับตะวันตกของ รัสเซีย สองเส้นนี้เชื่อมกับโครงสร้าง เช่น ทางรถไฟ ที่มีอยู่แล้วต่อไปยังยุโรปเหนือ แถบสแกนดิเนเวีย ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง ไปยุโรปตะวันตกได้ 3) เส้นทางที่ออกจากมณฑลซินเจียงทางตะวันตก สุดของจีน ผ่านไปยังเอเชียกลางตอนใต้ อิหร่าน ตุรกี เข้าสู่ยุโรปใต้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจ จีน-เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก 4) เส้นทางที่เชื่อมจากจีนตอนใต้ บริเวณมณฑลยูนนาน กับ คาบสมุทรอินโดจีน หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโด จีน 5) เส้นทางที่ออกจากเมืองคัชการ์ (Kashgar) ในมณฑลซินเจียงผ่านลงสู่ประเทศปากีสถาน ออกสู่
  • 39.
    29 ทะเลอาหรับ ที่ท่าเรือกวาดาร์ (Gwadar)หรือที่เรียกว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน 6) เส้นทางที่ เชื่อมจีนตอนใต้ แถบยูนนานผ่านพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ไปออกมหาสมุทรอินเดียที่อ่าวเบงกอลใกล้ เมืองจิตตะกองของบังกลาเทศและกัลกัตตาของอินเดีย หรือที่เรียกเส้นทางนี้ว่า ระเบียงเศรษฐกิจ บังกลาเทศ จีน อินเดีย พม่า นี่คือเส้นทางสายหลักทั้ง 6 บนเส้นทางสายไหมใหม่ทางบก ดังนั้น ระเบียง เศรษฐกิจ 2 ใน 6 ของ OBOR ผ่านเอเชียกลาง ภายใต้ร่มใหญ่ของมหายุทธศาสตร์ Belt and Road และ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ภาพที่ 17 แผนที่ OBOR แสดงระเบียงเศรษฐกิจทั้งหกของจีน ที่มาภาพ https://www.merics.org/en/merics-analysis/china-mapping/china-mapping/
  • 40.
    30 ภาพที่ 18 ภาพแสดงเครือข่ายทางรถไฟและท่อส่งพลังงานในเอชียกลาง ที่มาภาพhttps://www.ft.com/content/ee5cf40a-15e5-11e6-9d98-00386a18e39d หากการสร้างการเชื่อมโยงทางกายภาพภายใต้ OBOR เป็นภาพใหญ่ ในรายละเอียดจีนก็เข้า ไปสร้าง ปรับปรุง ถนนหนทาง อุโมงค์ ทางรถไฟ และขายรถไฟให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง โดยมี โครงการที่สาคัญ เช่น 1) การพัฒนาด่านคอโกส (Khorgos) ด่านการค้าสาคัญบริเวณชายแดนคาซัคสถานกับ มณฑลซินเจียง ซึ่งเริ่มพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้าใหญ่บนเส้นทางสายไหมใหม่ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้น มา และรัฐบาลมณฑลเจียงซู ซึ่งเป็นมณฑลร่ารวยอันดับต้นของจีนทางภาคตะวันออกได้ลงทุนกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้างโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special
  • 41.
    31 Economic Zone :SEZ) รอบด่านแห่งนี้กาหนดระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ จีนและประเทศเอเชียกลาง รวมทั้งคาซัคสถานยังได้มีข้อตกลงทางศุลกากรร่วมกันในการผ่อนคลายกฎระเบียบ เร่งรัดพิธีการทาง ศุลกากร ซึ่งทาให้สีจิ้นผิงประกาศในปาฐกถาเปิดการประชุม Belt & Road Forum for International Cooperation เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 ว่าสามารถลดระยะเวลาในพิธีการศุลกากรของสินค้าเกษตร ระหว่างคาซัคสถานและประเทศเอเชียกลางอื่นๆ กับจีนได้ถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งน่าจะทาให้ การค้าระหว่างจีนและเอเชียกลางเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ภาพที่ 19 ด่าน Khorgos ที่มาภาพ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2 2) รถไฟขนส่งสินค้าสาย Khorgos-Aktau ตั้งแต่ปี 2015 มีแผนก่อสร้างทางรถไฟขนสินค้า จากด่านเมือง Khorgos ที่ได้รับสมญานามว่า “ประตูตะวันออกแห่งคาซัคสถาน” ข้ามประเทศ คาซัคสถานมายังเมือง Aktau เมืองท่าสาคัญริมทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็น “ประตูตะวันตก” และศูนย์กลาง อุตสาหกรรมน้ามันของคาซัคสถาน เส้นทางรถไฟสายนี้จะเพิ่มศักยภาพให้แก่เมืองท่า Aktau และ เส้นทางสายไหมใหม่ข้ามยูเรเซียเส้นกลางที่ไม่ต้องวิ่งขึ้นเหนือผ่านรัสเซีย เพราะข้อได้เปรียบหนึ่งของ เส้นทางนี้จากการที่ไม่ต้องผ่านรัสเซียคือ ยุโรปจะส่งสินค้าประเภทที่ถูกบอยคอตจากรัสเซียทางบกข้าม ไปยังฝั่งเอเชียได้ ทุกวันนี้รถไฟขนส่งขบวนแรกจาก Khorgos สู่ Aktau วิ่งแล้ว และน่าจะได้รับความ นิยมเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ด้วยทาเลที่ดีบนเส้นทางสายไหมใหม่ การขนส่งสินค้าทางบกผ่านเส้นทาง
  • 42.
    32 รถไฟมายังเมือง Aktau สามารถเชื่อมไปได้ทุกทิศทางทางเหนือสู่รัสเซีย ทางใต้สู่อิหร่าน ทางตะวันออก สู่เอเชียและจีน และทางตะวันตกข้ามทะเลแคสเปียนไปยังคอเคซัส ตุรกี และยุโรป30 นอกจากการประสานเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ทางรถไฟ และระเบียบศุลกากรแล้ว ยังมีการ ประสานนโยบายการพัฒนาระหว่างจีนกับคาซัคสถาน คือ ความริเริ่ม One Belt One Road กับความ ริเริ่ม Nurly Zhol (Bright Road) ของคาซัคสถาน ที่ประกาศโดยประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟเมื่อปลายปี 2014 ซึ่งเป็นแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของคาซัคสถานด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ของ ประเทศ ภาพที่ 20 รถไฟขนส่งสินค้าสาย Khorgos-Aktau ที่มาภาพ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2 3) โครงการทางรถไฟสายจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ก่อนการ ประกาศยุทธศาสตร์ OBOR ในปี 2013 แต่โครงการรถไฟสายนี้ยังคงไม่ประสบความสาเร็จ ด้วยความ ล่าช้ามาหลายปีในส่วนของประเทศเคอร์กีซสถาน โดยเคอร์กีซสถานประกาศว่าจะเริ่มสร้างในปี 2016 ในขณะที่ส่วนของอุซเบกิสถาน (129 กม.) นั้นสร้างใกล้เสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2015 30 Wade Shepard. A Look Inside Aktau, Kazakhstan's Other Hub On The 'New Silk Road'. Forbes. ออนไลน์ https://www.forbes.com/sites/wadeshepard/2017/04/15/a-look-inside-aktau-kazakhstans-other-hub-on-the-new- silk-road/#2e79d34c7e1c และ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2
  • 43.
    33 4) การก่อสร้างอุโมงค์ Qamchiqความยาว 19.2 กิโลเมตร เพื่อร่นระยะทางในการเชื่อม บริเวณหุบเขาเฟอร์กานาอันเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นของประเทศกับเมืองหลวงทาชเคนท์ ของอุซเบกิส ถาน อุโมงค์นี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟจีน-เคอร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน และมีพิธีเปิดเมื่อสร้างเสร็จใน เดือนมิถุนายน 2016 โดยสีจิ้นผิงและอดีตประธานาธิบดีคาริมอฟแห่งอุซเบกิสถานเป็นประธาน ภาพที่ 21 อุโมงค์ Qamchiq ที่สร้างโดยจีน ที่มาภาพ http://www.vifindia.org/article/2017/february/16/25-years-of-uzbekistan-china-relations-enhanced- economic-engagements-marked-by-political-understanding 5) ไฮเวย์ Dushanbe – Kulma ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสายหลักที่เชื่อมมณฑลซินเจียงเข้ากับ นครหลวงดูชานเบของทาจิกิสถาน และปรับปรุงขยายถนนเชื่อมนครดูชานเบกับเมืองคูจาน (Khujand) เมืองสาคัญทางเหนือของทาจิกิสถาน ซึ่งเริ่มในปี 2007 และใช้แรงงาน เงินทุน เครื่องมือ และการ ควบคุมจากจีนทั้งหมดในการปรับปรุงก่อสร้าง เมื่อมีถนนหนทางเชื่อมต่อกันสะดวกขึ้น ทาให้การค้า ระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • 44.
    34 บทบาทด้านความมั่นคง บริเวณหุบเขาเฟอร์กานา รอยต่อระหว่างอุซเบกิสถาน เคอร์กีซสถานและทาจิกิสถาน เป็น พื้นที่ซ่องสุมของ “สิ่งชั่วร้ายทั้งสาม” คือ ขบวนการก่อการร้าย ขบวนการสุดโต่ง และขบวนการแบ่งแยก ดินแดน เช่น ขบวนการ Islamic Movement of Uzbekistan (IMU) และ HizbulTahrir (HT) นอกจากนี้ เอเชียกลางทางตอนใต้ยังอยู่ติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ในภาวะสู้รบมายาวนาน ซึ่งทาให้จีนกังวลต่อการ แพร่กระจายของกลุ่มหัวรุนแรง ขบวนการลักลอบขนอาวุธ และยาเสพติด เข้ามาในเอเชียกลาง และใน จีน โดยเฉพาะที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงอุยกูร์ในซินเจียง ในปี 2016 จีนได้สร้างกลไกความร่วมมือพหุภาคี 4 ฝ่ายด้านการทหาร การต่อต้านการก่อการ ร้าย และข่าวกรอง ร่วมกับทาจิกิสถาน ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ซึ่งรวมถึงการฝึกกองกาลังร่วมกัน สาหรับต่อต้านการก่อการร้าย ในระดับทวิภาคี จีนกับทาจิกิสถานก็ได้มีการซ้อมรบร่วมกันในแคว้น Ishkoshim ของทาจิกิ สถานซึ่งติดกับอัฟกานิสถาน เป็นเวลา 5 วัน และทหารและตารวจตระเวนชายแดนของจีนและเคอร์กีซ สถาน 700 นายได้ร่วมซ้อมรบมาแล้วสองครั้ง ครั้งล่าสุดปิดการซ้อมไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ภายใต้ชื่อปฏิบัติการว่า ‚เทียน ชาน 3‛ ณ จังหวัดเคอร์กีซ ในมณฑลซินเจียงของจีน มีสมาชิกองค์การ SCO อีก 6 ชาติที่เหลือร่วมสังเกตการณ์ ภาพที่ 22 การซ้อมรบร่วม “เทียน ชาน 3‛ ระหว่างจีนและเคอร์กีซสถาน ที่มาภาพ https://news.cgtn.com/news/3d596a4d3551444e/share_p.html
  • 45.
    35 บทบาทด้าน Soft Power เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆในโลกที่จีนเข้าไป ในเอเชียกลางจีนก็เข้าไปมีบทบาทด้านการเผยแพร่ วัฒนธรรมหรือ soft power ด้วย ผ่านการตั้งสถาบันขงจื่อ สถาบันเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีน สังกัด กระทรวงศึกษาธิการจีน ในลักษณะเดียวกับ British Council ของสหราชอาณาจักร Alliance Française ของฝรั่งเศส Goethe-Institut ของเยอรมัน Società Dante Alighieri ของอิตาลี และ Instituto Cervantes ของสเปน สถาบันขงจื่อแห่งแรกในเอเชียกลางถูกตั้งขึ้นที่กรุงทาชเคนท์ของอุซเบกิสถานในปี 2005 สถาบันขงจื่อเปิดสอนภาษาและวัฒนธรรมจีน เช่น ศิลปะการต่อสู้ การวาดภาพ การราไทชิ ฯลฯ แก่ เยาวชนเอเชียกลาง และมอบทุนการศึกษาต่อในประเทศจีนด้วย นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจาก จีนเข้าไปในอุซเบกิสถานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้เป็นพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชนของ สองประเทศที่แนบแน่นมากขึ้น ปัจจุบัน จีนเข้าไปตั้งสถาบันขงจื่อในทุกประเทศของเอเชียกลางแล้ว ยกเว้นเติร์กเมนิสถาน โดยมีอยู่ในคาซัคสถาน 4 แห่ง อุซเบกิสถาน 2 แห่ง เคอร์กีซสถาน 15 แห่ง และทาจิกิสถาน 2 แห่ง31 นักศึกษาชาวเอเชียกลางหลายพันคนกาลังศึกษาในมหาวิทยาลัยในประเทศจีน การเข้าใจกันมากขึ้น ทางภาษาและวัฒนธรรมจะเป็นตัวช่วยเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันและช่วยให้ความร่วมมือระหว่างกัน ในด้านอื่นๆ ราบรื่นมากยิ่งขึ้น 31 Confucius Institute Online. Worldwide Confucius Institutes. ออนไลน์ http://www.chinesecio.com/m/cio_wci
  • 46.
    36 บทที่ 4 บทสรุป แม้ว่าจะมีกระแสความระแวง ความไม่พอใจและแม้แต่การประท้วงเรื่องกลัวอิทธิพลจีน คงไม่ ต่างนักกับที่เกิดในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่บทบาทของจีนในเอเชียกลางที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงสิบ ปีมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังประกาศแผน One Belt One Road ในปี 2013 ในภาพรวมนั้นถือว่า เป็นบวกในสายตาของรัฐบาลและประชาชนเอเชียกลางในประเทศต่างๆ เพราะถือเป็นโอกาส เป็น ความก้าวหน้า เป็นอนาคตของการพัฒนาประเทศและภูมิภาค โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจ ที่ยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมใหม่ทางบกของจีน จะนาความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาสู่ดินแดนเอเชียกลางอีก ครั้ง จากที่ภูมิภาคนี้มีสถานะเป็นเพียง “หลังบ้าน” จากดินแดนโลกลืมที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังส่วนใหญ่ในยุค สมัยใหม่ของโลก มีฐานเศรษฐกิจเป็นเพียงผู้ส่งออกฝ้ายและแร่ธาตุให้โซเวียตในยุคสังคมนิยม จนกระทั่ง สิ่งแวดล้อมเสียหาย มาสู่การเป็นสะพานหลักเชื่อมเศรษฐกิจใหญ่ของโลกเข้าด้วยเชื่อมจีนและเอเชียกับ รัสเซีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เป็นศูนย์กลางของโครงการก่อสร้างเชื่อมโยงทางคมนาคม ขนส่งต่างๆ ขนานใหญ่ของโลกในเวลานี้ ไม่ว่าถนน ทางรถไฟ ด่านทางบก ท่าเรือ และกลับมาเป็น เส้นทางการค้าสาคัญของโลก ดังที่เคยเป็นมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน นอกจากการเข้ามาของจีนจะช่วยเพิ่มความสาคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และนามาซึ่งความเชื่อมโยง ทางโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งแล้ว ยังนามาซึ่งความเศรษฐกิจพลังงานของเอเชียกลาง จากเดิมที่ เอเชียกลางพึ่งพาตลาดพลังงานในรัสเซียเป็นหลัก และต้องประสบความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งตกต่าลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการวิกฤตในยูเครนและไครเมีย จีนเข้ามาเป็นลูกค้าพลังงานรายใหม่ ที่มีกาลังซื้อมากกว่าเดิมสาหรับเอเชียกลาง และยังเข้ามาบุกเบิก ลงทุน และก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทางพลังงาน อันได้แก่ ท่อส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติเอเชียกลาง-จีน ซึ่งผ่านประเทศเอเชียกลางครบทั้ง 5 ประเทศป้อนเข้าสู่จีนทางมณฑลซินเจียง ผลสาคัญประการที่สามของการเข้ามาของจีนในเอเชียกลางคือ ทาให้ภูมิภาคนี้มีความเป็น ปึกแผ่นและมีน้าหนักเพิ่มขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งต้องขอบคุณทั้ง OBOR และ SCO ดังที่กล่าวไป OBOR นั้นช่วยเชื่อมโยงประเทศเอเชียกลางเข้าด้วยกันทางเศรษฐกิจ และเชื่อมกับมหาอานาจอื่นทั้งจีน รัสเซีย อิหร่าน ยุโรป ได้ดีขึ้น ส่วน SCO เป็นเวทีพหุภาคีที่จีนเข้ามาริเริ่มเป็นตัวตั้งตัวตีให้ รวมทั้งดึง รัสเซีย เจ้าอิทธิพลเดิมในเอเชียกลางเข้ามาร่วมด้วย เวทีนี้เป็นพื้นที่สาหรับความร่วมมือในด้านต่างๆ
  • 47.
    37 ตั้งแต่การเมืองไปจนถึงสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวไปจนถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ระหว่างประเทศ เอเชียกลาง(ยกเว้นเติร์กเมนิสถาน) กับ จีน รัสเซีย และล่าสุดคือ อินเดีย และปากีสถาน เมื่อรวมกัน เป็น SCO ประเทศเหล่านี้จะถูกมองในฐานะสมาชิกของกลุ่มประเทศที่รวมกันแล้วมีประชากรกว่าครึ่ง ของโลก กินพื้นที่ 3 ใน 5 ของยูเรเซีย และมี GDP รวมคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลกในปี 2015 เป็นมหาอานาจทางพลังงาน และยูเรเนียมโลก นอกจากนี้ การได้รับการหนุนหลังในเวทีระหว่างประเทศ ด้วยการอยู่กลุ่มเดียวกับรัสเซียและจีนยังประกันเสถียรภาพและเพิ่มความมั่นใจของระบอบการเมืองใน ประเทศเหล่านี้ จากที่เคยประเทศถูกมองเป็นประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจและมีระบอบการเมืองที่ไม่ เป็นที่พอใจในสายตาตะวันตก
  • 48.
    38 บรรณานุกรม หนังสือ Marlene Laruelle, Jean-FrancoisHuchet, Sebastien Peyrouse and Bayram Balci eds. China and India in Central Asia: A New Great Game? New York: Palgrave Macmillan. 2010 Ooi Kee Beng. The Eurasian Core and its edges: Dialogues with Wang Gungwu on the History of the World. Singapore: ISEAS publishing. 2015. Starr, S. F. Lost Enlightenment: Central Asia's Golden Age from the Arab Conquest to Tamerlane. Princeton University Press. 2013. เว็บไซต์ ชวลิตา อุ๋ยจ๋าย. บทคัดย่อ ใน ภาคนิพนธ์ เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และ จีน ในภูมิภาคเอเชียกลาง ค.ศ. 2000-2010. แผนกวิชารัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2554. ออนไลน์ http://www.russianstudies-tu.com/library/research2554-1/research2554_057.pdf. Alexander Shustov. Why China will remain Turkmenistan’s main gas buyer. ออนไลน์ https://www.rbth.com/business/2017/01/26/why-china-will-remain-turkmenistans-main-gas-buyer_689386. BBC. Russia signs 30-year gas deal with China. ออนไลน์ http://www.bbc.com/news/business-27503017. Bernado Mariani. China’s Role and Interests in Central Asia. Saferworld. ออนไลน์ file:///C:/Users/DELL/Downloads/chinas-role-and-interests-in-central-asia.pdf. CCTV. One Belt One Road Documentary Episode One: Common Fate (Improved Video version). ออนไลน์ https://www.youtube.com/watch?v=twqpsJhqPKY เผยแพร่เมื่อ 23 ก.พ. 2017 CIA. The World Factbook. Kazakhstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/fields/2050.html#kz. CIA. The World Factbook. Kygyzstan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/kg.html. CIA. The World Factbook. Tajikistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/ti.html. CIA. The World Factbook. Turkmenistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/tx.html CIA. The World Factbook. Uzbekistan. ออนไลน์ https://www.cia.gov/library/publications/the-world- factbook/geos/uz.html CNPC. Flow of natural gas from Central Asia. ออนไลน์ http://www.cnpc.com.cn/en/FlowofnaturalgasfromCentralAsia/FlowofnaturalgasfromCentralAsia2.shtml Confucius Institute Online. Worldwide Confucius Institutes. ออนไลน์ http://www.chinesecio.com/m/cio_wci
  • 49.
    39 Daniel Workman. CrudeOil Imports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์ http://www.worldstopexports.com/crude-oil-imports-by-country/ Daniel Workman. Crude Oil Exports by Country. World’s Top Exports. ออนไลน์ http://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports-country/. EIA. China LNG import source, 2014. ออนไลน์ https://www.eia.gov/beta/international/analysis.cfm?iso=CHN Enerdata. CNPC expects Chinese energy demand to peak in 2040. ออนไลน์ https://www.enerdata.net/publications/daily-energy-news/cnpc-expects-chinese-energy-demand-peak- 2040.html Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas balance of trade. ออนไลน์ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/balance-trade-world-data.html. Global Energy Statistical Yearbook 2017. Natural gas domestic consumption. ออนไลน์ https://yearbook.enerdata.net/natural-gas/gas-consumption-data.html National Bank of Kazakhstan. Gross inflow of direct investment in Kazakhstan from foreign direct investors: breakdown by residents' types of economic activities. ออนไลน์ http://www.nationalbank.kz/?docid=469& switch=english OPEC. Annual Statistical Bulletin 2016. ออนไลน์ http://www.opec.org/opec_web/en/publications/202.htm. The Aral Sea Crisis. ออนไลน์ http://www.columbia.edu/~tmt2120/introduction.htm The Editors of Encyclopædia Britannica. Central Asia. ออนไลน์ https://www.britannica.com/place/Central-Asia. The Observatory of Economic Complexity. Kazakhstan. ออนไลน์ http://atlas.media.mit.edu/en/profile/country/kaz/ US. Energy Information Administration. What countries are the top producers and consumers of oil?. ออนไลน์ https://www.eia.gov/tools/faqs/faq.php?id=709&t=6. Wade Shepard. A Look Inside Aktau, Kazakhstan's Other Hub On The 'New Silk Road'. Forbes. ออนไลน์ https://www.forbes.com/sites/wadeshepard/2017/04/15/a-look-inside-aktau-kazakhstans-other-hub-on-the- new-silk-road/#2e79d34c7e1c และ https://ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/?mhq5j=e2