กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
สาระ หลัก - การใช้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
เรื่อง
ชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ๔.๑
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ
เปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญา
ทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด
วิเคราะห์ชนิด และหน้าที่ของคาในประโยค
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
๑. อธิบายชนิดและหน้าที่ของคาอุทาน (K)
๒. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาอุทานในประโยค ( P)
๓. เห็นความสาคัญของชนิดและหน้าที่ของคาอุทานใน
ประโยค (A)
๑.............ไม่น่าเลย ผู้พูดแสดงความเห็นใจ
๒............ขอโทษไม่ทันเห็น ผู้พูดแสดงความเสียใจ
๓.............น่ากลัวจริง ผู้พูดแสดงความกลัว
๔.............ฉันสอบผ่านแล้ว ผู้พูดแสดงความดีใจ
๕.............ทาอย่างนี้ได้อย่างไร ผู้พูดแสดงความแปลกใจ
โธ่!
อุ๊ย!
โอ๊ย!
ไชโย!
เอ๊ะ!
คาอุทาน
หมายถึง คาที่เปล่งออกมาเพื่อแสดงอารมณ์
หรือความรู้สึกของผู้พูด
ส่วนมากมักไม่มีความหมายตรงตามถ้อยคา แต่
จะเน้นไปทางความรู้สึกและอารมณ์เป็นสาคัญ
ไอ๊หยา !..
โอ๊ย !.. อนิจจา !..
โอ้โห !..
คาอุทานแบ่งออก
เป็น ๒ ประเภท คือ
๑. คาอุทานบอกอารมณ์
และความรู้สึก
๒. คาอุทานเสริมบท
ประเภทของคาอุทาน
อุทานบอกอารมณ์ ความรู้สึก
บาดเจ็บ
โอ๊ย!
อูย!
ดีใจ
ไชโย!
เย้!
เศร้า,เสียใจ
โธ่!
อนิจา!
ตกใจ
อุ๊ย!
ว้าย!
ตายแล้ว!
ประหลาดใจ
โอ้โฮ!
ว้าว!
ผิดหวัง
ว้า!
๑. คาอุทานบอกอารมณ์และความรู้สึก
โธ่เอ๋ย! ยายคงหิวมากซินะ
คาอุทานแสดงอารมณ์ เป็นคาอุทานเพื่อบอกอารมณ์ความรู้สึก
ของผู้พูด คาอุทานประเภทนี้จะมีเครื่องหมาย ! กากับอยู่ เช่น โถ!
โอ๊ะ! ว้าย! คุณพระช่วย! ชิชะ! โอ้โฮ! โธ่เอ๋ย! เฮ้อ! ฯลฯ
เฮ้อ! หมดเคราะห์หมดโศกเสียที
แสดงความรู้สึกสงสาร
แสดงความรู้สึกโล่งอก
ว้าย! ช่วยด้วย แสดงความรู้สึกตกใจ
ตัวอย่าง
อุทานเสริมบท งูเงี้ยวเขี้ยวขอ
สัญญิงสัญญา
ผมเผ้า
ดื่มน้าดื่มท่า
หนังสือหนังหา
ลูกเต้าเหล่าใคร
๒. คาอุทานเสริมบท
คาอุทานเสริมบท เป็นคาที่ไม่ได้บอกอารมณ์และความรู้สึกของ
ผู้พูด แต่ใช้ในการสนทนา เพื่อแสดงความรู้สึกคุ้นเคย และทาให้การ
สนทนามีรสชาติขึ้น มี ๒ ลักษณะ ดังนี้
อาหงอาหาร ดีเด่ ขนมขต้ม ขโมยขโจร กางโกงกางเกง เสื้อเส้อ
หนังสือหนังหา พยายงพยายาม กินแก็น กระดูกกระเดี้ยว จมูกจปาก
กงการ ยากเยิก ฯลฯ
๑. คาอุทานที่มีลักษณะเลียนเสียงคาเดิม เช่น
ตัวอย่าง ใกล้สอบแล้วอ่านหนังสือหนังหาเสียบ้างนะ
เธอเห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร
วัดวาอาราม ไร่นาสาโท ผ้าผ่อนท่อนสไบ เลขผานาที
ลืมหูลืมตา ลูกเต้าเหล่าใคร เทือกเถาเหล่ากอ โกหกพกลม
บ้านช่องห้องหอ จุดหมายปลายทาง หัวหลักหัวตอ อาบน้าอาบท่า
๒. คาอุทานที่มีลักษณะเป็นคาซ้อนแทรกระหว่างคา เช่น
ตัวอย่าง เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร
เธออย่ามาโกหกพกลมฉันหน่อยเลย
ฉันไม่ชอบเลขผานาทีเลย
กิจกรรมที่ ๑ ให้นักเรียนขีดเส้นใต้คาอุทานของประโยคต่อไปนี้แล้ว
บอกด้วยว่าเป็นคาอุทานชนิดใด
๑. ว้าย! ตกใจหมดเลย อุทานชนิด...................
๓. เขาได้ดิบได้ดีแล้วป้าก็หายห่วง อุทานชนิด..................
๒. เอ๊ะ! ใครหยิบของบนโต๊ะของฉันไป อุทานชนิด...................
๔. อ้าว! ทาไมทาอย่างนั้นล่ะ อุทานชนิด..................
๕. เธอจะไปแห่งหนตาบลใด อุทานชนิด..................
กิจกรรมที่ ๒ ให้นักเรียนต่อคาอุทานเสริมบทของคาต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
๑. เสียดม..............................
๓. .....................เข้าใจ
๒. กระจอก...........................
๔. อดตาหลับ........................
๕. ข้าวยาก............................
๖. หกล้ม.....................
๗. เป็นลม.....................
๘. ............................ล้างมือ
๙. เอาหูไปนา.........................
๑๐. บ้านช่อง........................
กิจกรรมที่ ๓ ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว
๑. คาอุทานในข้อใดแสดงความแปลกใจ
ก. ว้า ! ไม่อยากไปพัทยาเลย
ข. ต๊ายตาย ! ยังใส่ได้อีกเหรอเสื้อตัวนี้
ค. ว้าย ! โผล่มาเงียบๆ หัวใจจะวายนะ
ง. ตายจริง ! ป่ านนี้แล้วยังไม่แต่งตัวอีกหรือ
๒. “ว้าย! เด็กถูกรถชน” ว้าย! เป็นคาอุทานชนิดใด
ก. คาอุทานเสริมคา
ข. คาอุทานเสริมบท
ค. คาอุทานบอกความรู้สึก
ง. คาอุทานบอกความสงสาร
๓. คาว่า “เออ! “ ในข้อใดเป็นคาอุทานแสดงการอนุญาต
ก. เออ! ว่าไงนะ ข. เออ! เข้ามาซิ
ค. เออ! จะกินอะไรดี ง. เออ! จะไปไหนกัน
๔. ประโยคในข้อใดมีคาอุทาน
ก. ใครทาแก้วแตก
ข. ใครทาแก้วแตก
ค. เธอจะสู้หรือจะยอมแพ้
ง. พ่อแม่ไม่ใช่หัวหลักหัวตอนะ
๕. ข้อใดไม่ใช่คาอุทาน
ก. ผู้ลากมากดี ข. หิวโหยโรยแรง
ค. รักดีรักชั่ว ง. เลี้ยงดูปูเสื่อ
คำอุทาน

คำอุทาน