นิภากินข้าว นิภากินขนม นิภาไปห้องสมุด
นิภากินข้าว ขนม ไปห้องสมุดและ แล้ว
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
สาระ หลัก - การใช้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
เรื่อง
ชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ๔.๑
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การ
เปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญา
ทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด
วิเคราะห์ชนิด และหน้าที่ของคาในประโยค
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
๑. อธิบายชนิดและหน้าที่ของคาสันธาน (K)
๒. วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาสันธานในประโยค ( P)
๓. เห็นความสาคัญของชนิดและหน้าที่ของคาสันธานใน
ประโยค (A)
ความหมายของคาสันธาน
คาสันธาน คือ คาที่ทาหน้าที่เชื่อมประโยคกับประโยค เพื่อให้
ได้ใจความที่สละสลวย
ข้อความที่มีคาสันธานอยู่นั้นมักจะแยกออกได้เป็นประโยค
ตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปเสมอ
๑. นพตั้งใจอ่านหนังสือจึงสอบคัดเลือกเข้าเรียนชั้น ม.๑ ได้
ประโยคที่ ๑ มีคาว่า “ จึง” เชื่อมประโยค “นพตั้งใจอ่านหนังสือ” และ
“ นพสอบคัดเลือกเข้าเรียนชั้น ม. ๑ ได้ ”
ประโยคที่ ๒ มีคาว่า “เมื่อ........ก็” เชื่อมประโยค “แม่ไปวัด” และ
“พ่อเข้ามาบ้าน”
คาเชื่อมเหล่านี้มีใจความต่อเนื่องกันตามลาดับเวลา เรียกสันธาน
ชนิดนี้ว่า สันธานเชื่อมความคล้อยตามกัน
๒. เมื่อแม่ไปวัดพ่อก็เข้ามาบ้าน
๓. แม้เขาเรียนไม่เก่งเขาก็มีความพยายาม
ประโยคที่ ๓ มีคาว่า “แม้..........ก็” เชื่อมประโยค “เขาเรียนไม่เก่ง”
และ”เขามีความพยายาม”
ประโยคที่ ๔ มีคาว่า “ถึง........ก็” เชื่อมประโยค “มีคนสบประมาท”
“เขาไม่ท้อถอย”
คาเชื่อมเหล่านี้เป็นคาเชื่อมระหว่างประโยค ที่มีเนื้อความตรงกันข้าม
เรียกคาสันธานประเภทนี้ว่า คาสันธานที่มีความขัดแย้งกัน
๔. ถึงมีคนสบประมาทเขาก็ไม่ท้อถอย
๕. ผมตั้งใจทางานเพราะฉะนั้นผลงานจึงออกมาดี
ประโยคที่ ๕ มีคาว่า “เพราะฉะนั้น.......จึง” เชื่อมประโยค
“ผมตั้งใจทางาน”และ “ผลงานออกมาดี ”
ประโยคที่ ๖ มีคาว่า “ด้วยเหตุนี้จึง” เชื่อมประโยค “เขาอ่านหนังสือ
คอมพิวเตอร์เป็นประจา” และ “เขาซ่อมคอมพิวเตอร์ได้”
คาเชื่อมเหล่านี้เป็นคาเชื่อมระหว่างประโยค ที่มีเนื้อความเป็นเหตุเป็น
ผลกัน เรียกคาสันธานประเภทนี้ว่า คาสันธานเชื่อมความเป็นเหตุเป็นผล
๖. เขาอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์เป็ นประจาด้วยเหตุนี้จึงซ่อม
คอมพิวเตอร์ได้
๗. น้อยหรือนิดจะไปซื้อของกับพี่
ประโยคที่ ๗ มีคาว่า “หรือ” เชื่อมประโยค “น้อยจะไปซื้อของกับพี่”และ
“นิดจะไปซื้อของกับพี่”
ประโยคที่ ๘ มีคาว่า “หรือไม่ก็” เชื่อมประโยค “เธอต้องช่วยขายของ”
และ “เธอทาความสะอาดบ้าน”
คาเชื่อมเหล่านี้เป็นคาเชื่อมระหว่างประโยค ที่มีเนื้อความให้เลือก
เรียกคาสันธานประเภทนี้ว่า คาสันธานเชื่อมความให้เลือกอย่างใดอย่าง
หนึ่ง
๘. เธอต้องช่วยขายของหรือไม่ก็ทาความสะอาดบ้าน
คาสันธานแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด ดังนี้
๑. คาสันธานที่เชื่อมความคล้อยตามกัน
๒. คาสันธานที่เชื่อมความขัดแย้งกัน
๓. คาสันธานที่เชื่อมความเป็นเหตุเป็นผลกัน
๔. คาสันธานที่เชื่อมความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
๑. คาสันธานที่เชื่อมความคล้อยตามกัน เช่น
๒. คาสันธานเชื่อมความขัดแย้งกัน เช่น
เขาและเธออยู่โรงเรียนเดียวกัน
ครั้นถึงเวลาเธอก็ออกไปเต้นรา
กว่าเขาจะทาการบ้านเสร็จเพื่อนๆก็กลับบ้านแล้ว
ผมต้องการพูดกับเขาแต่เขาไม่ยอมพูดด้วย
พอทาการบ้านเสร็จแล้วเขาก็เข้านอน
แม้เขาจะลาบากเขาก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร
และ
ครั้น - ก็ พอ - ก็
กว่า - ก็
แต่
แม้ - ก็
๓. คาสันธานเชื่อมความเป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น
๔. คาสันธานเชื่อมความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
นักเรียนมาโรงเรียนสายเพราะรถติด
เพราะเขาเป็นไข้หวัดจึงต้องหยุดเรียน
เขาไม่ค่อยออกกาลังกายดังนั้นเขาจึงไม่แข็งแรง
เธอจะซื้อเสื้อหรือกางเกง
ลูกต้องทาการบ้านหรือไม่ก็ช่วยแม่กวาดบ้าน
ไม่เธอก็ฉันต้องจ่ายเงิน
เพราะ เพราะ-จึง
ดังนั้น-จึง
หรือ
ไม่ - ก็หรือไม่ก็
ให้นักเรียนเชื่อมประโยคต่อไปนี้ให้ได้ใจความสมบูรณ์
๑. แม่ไปซื้อผ้า แม่ไปซื้อขนม
๑. แม่ไปซื้อผ้า ขนมและ
ใจความคล้อยตามกัน
๒. ฉันชอบอ่านหนังสือ น้องชอบวาดรูป
๒. ฉันชอบอ่านหนังสือ น้องชอบวาดรูปแต่
ใจความขัดแย้งกันกัน
ให้นักเรียนเชื่อมประโยคต่อไปนี้ให้ได้ใจความสมบูรณ์
๓. นิสาสอบได้คะแนนดี นิสาทบทวนตาราทุกวัน
๓. นิสาสอบได้คะแนนดี ทบทวนตาราทุกวันเพราะ
ใจความเป็นเหตุ
เป็นผล
๔. เธอต้องหมั่นดูหนังสือ เธออาจจะสอบตก
๔. เธอต้องหมั่นดูหนังสือ เธออาจจะสอบตกมิฉะนั้น
ใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
หน้าที่ของคาสันธาน
คาสันธาน มีหน้าที่ดังนี้
๑. เชื่อมคากับคา เช่น
สิปปากับรันตาไปเยี่ยมเด็กกาพร้าที่บ้านเมตตา
วรวิทย์และสิทธิพรเป็นเด็กมีน้าใจ
๒. เชื่อมประโยคกับประโยค เช่น
เขาชอบแกงเผ็ดแต่ฉันชอบผัดผัก
เพราะเขาขยันเขาจึงสอบไล่ได้
คาสันธานบางคาอาจเป็นคาบุพบทก็ได้ขึ้นอยู่กับรูปประโยค
ตัวอย่าง ฉันชอบว่ายน้าแต่เขาชอบเล่นเทนนิส
(“แต่” ทาหน้าที่เป็นคาสันธานเชื่อมความขัดแย้งกัน)
คุณพ่อไปทางานแต่เช้าตรู่
(“แต่” ทาหน้าที่เป็นคาบุพบทนาหน้าคาวิเศษณ์)
ข้อสังเกต
(“กับ” ทาหน้าที่เป็นคาสันธาน เชื่อมความที่คล้อยตามกัน)
ฉันกับน้องชอบเล่นฟุตบอล
ข้อสังเกต
ฉันเห็นกับตาทีเดียวว่าเขาเดินมาด้วยกัน
(“กับ” ทาหน้าที่เป็นบุพบท นาหน้าคานาม)
๑. คุณจะไปดูละครหรือดูภาพยนตร์
กิจกรรมที่ ๑ ให้นักเรียนขีดเส้นใต้คาสันธานในประโยคต่อไปนี้
๒. ฉันอยากไปแต่ฉันกลัวว่าจะกลับดึก
๓. นักร้องคนนั้นร้องเพลงเพราะเนื่องจากเขาฝึกฝนบ่อย
๔. ฝนตกหนักน้าจึงท่วม
๕. ทั้งพี่และน้องชอบดูภาพยนตร์การ์ตูน
๑. คุณจะไปดูละครหรือดูภาพยนตร์
๒. ฉันอยากไปแต่ฉันกลัวว่าจะกลับดึก
๓. นักร้องคนนั้นร้องเพลงเพราะเนื่องจากเขาฝึกฝนบ่อย
๔. ฝนตกหนักน้าจึงท่วม
๕. ทั้งพี่และน้องชอบดูภาพยนตร์การ์ตูน
กิจกรรมที่ ๒ ให้นักเรียนระบุว่าที่พิมพ์ตัวเอนในประโยคต่อไปนี้
เป็นคาสันธานหรือคาบุพบท
แบบฝึกลับสมองประลองปัญญา
๑. เธอล้มป่ วยเพราะความเสียใจ
๒. เราต้องช่วยกันทาทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง
๓. เขาผลุนผลันออกไปเพราะเขาโกรธมาก
๔. น้อยรีบร้อนเกินไปจึงหกล้ม
๕. นักเรียนไม่ควรกลับบ้านขณะที่ฝนกาลังตก
กิจกรรมที่ ๒ ให้นักเรียนระบุว่าที่พิมพ์ตัวเอนในประโยคต่อไปนี้
เป็นคาสันธานหรือคาบุพบท
๑. เธอล้มป่ วยเพราะความเสียใจ
๒. เราต้องช่วยกันทาทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง
๓. เขาผลุนผลันออกไปเพราะเขาโกรธมาก
๔. น้อยรีบร้อนเกินไปจึงหกล้ม
๕. นักเรียนไม่ควรกลับบ้านขณะที่ฝนกาลังตก
บุพบท
บุพบท
สันธาน
สันธาน
สันธาน
ไม่เช่นนั้น

งานนำเสนอคำสันธาน