เรื่อง
ไฟฟ้าสถิต
โดย
นาย ธนวินท์ ปินตา
ชั้น ม.5/1 เลขที่ 10
เสนอ
ครู ทิพย์เกสร วงค์ใหญ่
โรงเรียนปิยมิตรวิทยา
ไฟฟ้ าสถิต (Static electricity)
จำแนกชนิดประจุไฟฟ้ ำเป็น 2 ชนิด
คือ ประจุลบ และ ประจุบวก
ประจุไฟฟ้ า (Electric Charges)
ประจุลบ คือประจุที่ประกอบไปด้วยอิเล็กตรอน
ประจุบวก คือประจุที่ประกอบด้วยโปรตอน
แรงระหว่ำงประจุ : ประจุชนิดเดียวกันจะผลักกัน
ประจุต่ำงชนิดกันจะดูดกัน
วัตถุที่มีประจุบวกมำกกว่ำประจุลบจะแสดงอำนำจไฟฟ้ ำบวก
วัตถุที่มีประจุลบมำกกว่ำประจุบวกจะแสดงอำนำจไฟฟ้ ำลบ
วัตถุที่มีประจุบวกเท่ำกับประจุลบจะแสดงอำนำจไฟฟ้ ำเป็นกลำง
จำนวนประจุไฟฟ้ ำของวัตถุใดๆ จะมีค่ำเป็นจำนวนเท่ำของประจุ
พื้นฐำนที่เล็กที่สุด คือ อิเล็กตรอน (e)
ค่าประจุe = 𝟏. 𝟔 𝐱 𝟏𝟎−𝟏𝟗
คูลอมบ์
สมบัติของอนุภำค โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
กฎของคูลอมบ์ (Coulomb’s Law)
Charles Coulomb เป็นผู้เสนอกฎของคูลอมบ์ ซึ่งกล่าวถึงแรงกระทาระหว่าง
ประจุดังนี้
• แรงระหว่างประจุจะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับขนาดของประจุแต่
เป็นปฏิภาคผกผันกับระยะทางระหว่างประจุ
• แรงระหว่างประจุจะเป็นแรงดูดถ้าเป็นประจุต่างชนิดกันและ
เป็นแรงผลักถ้าเป็นประจุนิดเดียวกัน
• ทิศของแรงจะอยู่ในแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างประจุทั้งสอง
ประจุเหมือนกัน เกิดแรงผลักกัน
ประจุต่างกัน เกิดแรงดึงดูดกัน
สนามไฟฟ้ า (Electric Field)
• Faraday เป็นผู้เสนอแนวความคิดของสนามไฟฟ้าโดยกล่าวว่าจะเกิด
สนามไฟฟ้าขึ้นรอบๆ จ เกฟาขวัตถุที่มีประจุซึ่งเรียกว่าประจุ
ต้นกาาเนิด (source charge )
• ถ้านาประจุทดสอบ (test charge ) q0 เข้ามาในบริเวณที่มีสนามไฟฟ้ าจะเกิด
แรงกระทาต่อประจุทดสอบ
• ขนาดของสนามไฟฟ้าจะมีค่าเท่ากับอัตราส่วนของแรงที่สนามนั้น
กระทากับประจุทดสอบต่อหนึ่งหน่วยประจุทดสอบ
สมกำรของแรงระหว่ำงประจุ ตำมกฎของคูลอมบ์ คือ
k เป็นค่ำคงที่ขึ้นกับตัวกลำงและระบบที่ใช้วัด
k = 8.9875 x 10 9 Nm2/c2หรือประมำณ 9 x10 9 Nm2/c
F แทน ขนำดของแรงระหว่ำงประจุทั้งสอง มีหน่วยเป็นนิวตัน
(N)
q1 , q2 แทน ประจุไฟฟ้ ำ มีหน่วยเป็นคูลอมบ์ (C)
r แทน ระยะห่ำงระหว่ำงประจุทั้งสอง มีหน่วยเป็น เมตร (m)
k แทน ค่ำคงตัวทำงไฟฟ้ ำ เมื่อ k=9 x 109N.m2/C2
สมการ สนามไฟฟ้ า (E)
หรือ จากกฎของคูลอมบ์ จะได้
ในกรณีมีจุดประจุมากกว่าหนึ่ง สนามไฟฟ้ าจะเป็นผลรวมเวกเตอร์ของสนามไฟฟ้ าที่
เกิดจากแต่ละจุดประจุ
เส้นสนำมไฟฟ้ ำจะออกจำกประจุบวกและเข้ำสู่ประจุลบ ดังรูป
กฎกำรเขียนเส้นสนำมโดยทั่วๆ ไป
- เส้นจะเริ่มต้นจำกประจุบวกไปสิ้นสุดที่ประจุลบ
- จำนวนเส้นที่ออกจำกประจุบวกหรือเส้นที่ไปสิ้นสุดที่ประจุลบจะแปรผันตำมขนำด
ของประจุ
- เส้นสนำมจะไม่ตัดผ่ำนกัน
เส้นสนามไฟฟ้ า
ศักย์ไฟฟ้ า (Electric Potential)
เมื่อประจุอยู่ในสนามไฟฟ้า ประจุจะมีพลังงานศักย์ (Ep) เนื่องจากแรงทางไฟฟ้า
ที่กระทาาต่อประจุเราเรียก พลังงานศักย์ไฟฟ้ าต่อหนึ่งหน่วยประจุว่า “ศักย์ไฟฟ้า”
พิจำรณำสนำมไฟฟ้ ำที่มีทิศพุ่งในแนว - y ดังรูป จุด A และ จุด Bอยู่ห่ำงกันเป็น
ระยะ d
ควำมต่ำงศักย์ที่จุด B เมื่อเทียบกับจุด A
หำได้จำก vb - va = ∆V = - Ed
เครื่องหมำยลบแสดงว่ำจุด B อยู่ต่ำกว่ำจุด
A หรือ vb < va สนำมไฟฟ้ ำจะชี้ไปในแนว
ที่ค่ำควำมต่ำงศักย์มีค่ำน้อยเสมอ
พลังงานศักย์ไฟฟ้ าที่เปลี่ยนไป (∆U)
ถ้า q0 เป็นประจุลบ ค่า ∆U จะมีค่าเป็นบวก นั่นคือประจุลบที่เคลื่อนที่ในทิศทาง
เดียวกับทิศของสนามไฟฟ้าจะได้รับพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น ถ้าประจุลบนี้เคลื่อนที่
อย่างอิสระจากจุดหยุดนิ่ง ประจุจะมีความเร่งในทิศตรงข้ามกับทิศทางของ
สนามไฟฟ้า
ศักย์ไฟฟ้ าของจุดประจุ
เมื่อพิจารณางานเนื่องจากการเคลื่อนประจุ +1 จากจุด A ไปจุด B จะมีค่าเท่ากับความต่าง
ศักย์ไฟฟ้ าของจุด B เทียบกับจุด A นั่นเอง
ความจุไฟฟ้ า
เมื่อนาตัวนาไฟฟ้ารูปทรงใดๆ 2 ชิ้นวางอยู่ใน
สุญญากาศหรือตัวกลางที่เป็นฉนวน ใส่ประจุลงบน
ตัวนาทั้งสอง โดยให้ตัวนาแต่ละชิ้นมีประจุต่างชนิดกัน
ขนาดเท่ากัน โดยจะทาให้ประจุสุทธิมีค่าเป็นศูนย์ เรา
เรียกตัวนาทั้งสองว่า “ตัวเก็บประจุ (Capacitor)”
เมื่อ C คือความจุไฟฟ้ าของตัวนา หน่วย คูลอมบ์/โวลต์ หรือ ฟารัด (F)
ในวงจรไฟฟ้ า ใช้สัญลักษณ์ แ ทนตัวเก็บประจุที่มีค่าคงที่ แทนตัวเก็บประจุที่ปรับค่าได้
การต่อตัวเก็บประจุ
การต่อตัวเก็บประจุเข้าด้วยกันมี 2 แบบ คือ
- การต่อแบบขนาน
- การต่อแบบอนุกรม
ประโยชน์ของการต่อตัวเก็บประจุคือ สามารถได้ตัวเก็บประจุตามที่ต้องการ
เนื่องจากตัวเก็บประจุที่มีขายในท้องตลาดมีเพียงบางค่าเท่านั้น
กำรต่อแบบขนำน : กำรต่อแบบนี้จะทำให้ควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ ำที่ขั้วตัวเก็บ
ประจุแต่ละตัวมีค่ำเท่ำกัน คือ V
ให้ q1 เป็นประจุบนตัวเก็บประจุ c1, q1 = c1v
ให้ q2 เป็นประจุบนตัวเก็บประจุ c2, q2 = c2v
ให้ Q เป็นประจุทั้งหมดบนตัวเก็บประจุทั้งสอง
ตัว
Q = q1 + q2
กำรต่อแบบอนุกรม : กำรต่อแบบนี้จะทำให้ประจุบนตัวเก็บประจุแต่ละตัว
มีค่ำเท่ำกัน

ไฟฟ้าสถิต