5.การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และการปฏิวัติ 
อุตสาหกรรม
5.1 การปฏิวัติทางวิทยาศสาสตร์ 
ชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงความสามารถที่ปราศจาก 
ข้อจา กัดของมนุษย์ การพัฒนาวิธีการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์จึงเป็น 
รากฐานสา คัญของการแสวงหาความรู้ ก่อให้เกิดความ 
เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในการศึกษาในคริสต์ศตวรรษที่17 
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลต่อ 
อารยธรรมตะวันตก และทา ให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนเป็น 
ประเทศมหาอา นาจจนถึงปัจจุบัน
5.1.1 สภาพภูมิหลังของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 
1.วิชาที่เกี่ยวกับศาสตร์ เช่น ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ ถูกนามา 
บรรจุในหลักสูตรการสอนของมหาลัยตะวันตกตัง้แต่คริสต์ศตวรรษที่ 
12 – 13 
2.ศิลปินสาคัญของยุค เช่น เลโอนาร์โด ดา วินชี และมีเกลันเจโล 
ต่างใช้หลักการของวิชากายวิภาคศาสตร์อันเป็นวิชาแขนงหนึ่งของ 
วิทยาศาสตร์ในการศึกษากล้ามเนือ้และโครงสร้างของร่างกายมนุษย์ 
แสดงให้เห็นสัดส่วนและความงดงามของมนุษย์ และค้นพบเลนส์ที่นามา 
เป็นส่วนประกอบสาคัญของกล้องส่องทางไกลและกล้องดูดาวซึ่งช่วยใน 
การเดินเรือ
3. มีการค้นคว้าในวิชาดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์อย่างลึกซึง้ 
จนในที่สุดก็สามารถพัฒนาเครื่องมือในการวัดและการคานวณอย่าง 
แม่นยาซงึ่ช่วยปัญหาในการเดินเรือ ทาให้เรือปลอดภัยมากขึน้ 
4. วิทยาศาสตร์ยังทาให้ชาวตะวันตกเริ่มเป็นกบฎทางความคิด 
ต่ออานาจเหนือธรรมชาติของพระเป็นเจ้าตามคาสงั่สอนของคริสต์ศาสนา 
เพราะวิทยาศาสตร์ทาให้ประชาชนหาคาตอบให้แก่ความลลีั้บของ 
ธรรมชาติ 
5. ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 รัฐบาลประเทศต่างๆยังส่งเสริมและ 
กระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรมมมากขึน้ จึงมี 
การตัง้สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติตามดินแดนต่างๆในยุโรป และมีการ 
จัดพิมพ์รายงานผลการทดลองและการวิจัยเป็นภาษาละติน
5.1.2 นักวิทยาศาสตร์ 
• นิโคเลาส์ โคเพอร์นิคัส(Nicolaus Copernicus ค.ศ 1473-1543) 
ได้กล่าวว่าโลกมิได้หยุดนิ่งหรือเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล แต่ดาวเคราะห์ทุก 
ดวงรวมทัง้โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริย 
จักรวาล ทฤษฎีของโคเพอร์นิคัสเป็นการลบล้างคาสอนของศาสนจักรในสมัยกลาง ซึ่ง 
รวมถึงความเชื่อของชาวตะวันตกที่มีมาแต่กรีกโบราณที่ยึกสมมติฐานของอาริสโตเติล 
และโตเลมี เรื่องว่าโลกเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล
• กาลิเลโอ กาลิเลอิ(Galileo Galilei ค.ศ 1564 - 1642) 
สามารถประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์เพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว ทาให้ 
นักวิทยศาสตร์ได้ของสรุปใหม่ๆเกี่ยวกับความลลีั้บของจักรวาลและการเคลื่อนตัวของ 
ระบบสุริยจักรวาลตามทฤษฎีของโคเพอร์นิคัส โดยกาลิเลโอได้รวบรวมผลการสารวจ 
นานนับสิบปีของเขาเพื่อโตแย้งความคิดเกี่ยวกับจักรวาลของกรีก โดยใช้ชื่อหนังสือว่า 
คำถำมคำตอบเกี่ยวกับสองทฤษฎีสำคัญของโลก จนในที่สุดกาลิเลโอก็ถูกศาสนจักร 
ลงโทษด้วยการประฌามตลอดจนถูกข่มขู่ต่างๆนานา
• เซอร์ฟรานซิส เบคอน 
ได้วางรากฐานและทัศนคติใหม่ให้ชาวอังกฤษและรัฐบาลหันมา 
สนใจและยอมรับความสาคัญของงานด้านวิทยาศาสตร์มากขึน้เป็นลาดับ 
จนในทุ่ดได้มีการจัดตัง้ราชบัญฑิตยสมาคม เพื่อส่งเสริมงานค้นคว้าด้าน 
วิทยาศาสตร์ขึน้
• เรอเน เดการ์ต 
แสดงให้เห็นถึความสาคัญของการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ว่า 
สามารถนามาใช้ในการพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ 
Discourse of Method ถือว่าเป็นทฤษฎีและข้อเขียนทาง 
คณิตศาสตร์ที่สร้างจิตวิญญาณของแนวการศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ 
และมีอิทธิพลต่อความคิดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อมา
• เซอร์ไอแซก นิวตัน 
นับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เด่นที่สุด การค้นพบแรงดึงดูดของ 
จักรวาล และกฎของแรงโน้มถ่วง ทาห้นักวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายว่า 
โบกแบะดาวเคราะห์ต่างๆหมุนรอบดวงอาทิตย์ได้อย่างไร 
นอกจากนีก้ารค้นพบของนิวตันช่วยเปิดโลกทัศน์ของ 
นักวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจเรื่องของจักรวาล สสาร พลังงาน ตลอดจนการ 
เคลื่อนที่ของวัตถุโดนอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร์เป็นหัวใจของวิชา 
กลศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ก็จะจากัดความคิดของตนเองในกรอบของ 
คาถามที่ว่า อย่างไร แทนคาถามที่ว่า ทาไม
5.2 การปฏิวัติอุตสาหกรรม 
กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการและ 
ระบบผลิตดัง้เดิมจากการใช้แรงงานของคน สัตว์และพลังงานธรรมชาติ มา 
เป็นเครื่องมือและเครื่องจักรกลในระบบโรงงานแทนระบบจ่ายงานให้ไปทา 
ตามบ้าน เพื่อผลิตสินค้าชนิดเดียวกันจานวนมาก 
เกิดระบบอุตสาหกรรมนิยม หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า การปฏิวัติ 
อุตสาหกรรม ซึ่งเกิดอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่องเป็นเวลานานนับศตวรรษ 
เช่นเดียวกับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ โดยเกิดขึน้ครัง้แรกที่ประเทศอังกฤษ 
และต่อมาได้แพร่หลายไปในประเทศตะวันตกต่างๆและส่วนอื่นของโลก
ความหมายของการปฏิวัติอุตสาหกรรม คือ การเปลี่ยนแปลง 
กระบวนการผลิตจากเดิมที่ใช้แรงงานคน สัตว์หรือแรงธรรมชาติ และใช้ 
เครื่องมือแบบง่ายๆ มาเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรที่มีความ 
สลับซับซ้อนและอาศัยพลังงาน ทาให้ผลิตได้ปริมาณมาก
5.2.1 สาเหตุของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ 
ประเทศแรก 
1. การปฏิวัติเกษตรกรรม ในยุโรปช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษ 
เป็นประเทศที่เจริญมงั่คงั่ที่สุด เพราะอังกฤษได้เกิดการปฏิวัติเกษตรกรรม 
จากการนาเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิทยาการมาปรับปรุงการ 
เกษตรกรรมให้ได้ผมดีขึน้ โดยเริ่มต้นตัง้แต่ประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 
16 รัฐบาลแกพระราชบัญญัติล้อมเขตที่ดิน มาใช้ในการปรับปรุงเพิ่ม 
ผลผลิตทางเกษตร เพื่อประโยชน์ในหารบารุงรักษาที่ดินให้อุดมสมบูรณ์ 
การคัดเลือกพันธ์ุพืชที่เหมาะสม ตลอดจนการป้องกันความเสียหายของพืช 
จากการทาลายของคนและสัตว์เลยี้ง
นอกจากนีก้ารที่อังกฤษจัดตัง้ธนาคารกลางของประเทศ คือ 
ธนาคารแห่งอังกฤษ ทาให้นครลอนดอนไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางการเงิน 
ที่สาคัญของยุโรป และเป็นแหล่งระดมเงินทุนของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน 
ความก้ามหน้าทางวิทยาการการส่งเสริและจัดตัง้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ 
อีกด้วย
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของชาวอังกฤษ 
เกิดจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของชาวอังกฤษที่กล้าได้กล้าเสีย และ 
กระตือรือร้นต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ชาวอังกฤษโดยทวั่ไปมีความเชื่อ 
ว่า ความมงั่คงั่ทางโภคทรัพย์เป็นความสาเร็จสูงสุดของชีวิต จึงทาให้ชัน้ขุน 
นางในอังกฤษไม่เคร่งครัดต่อการแบ่งแยดชนชัน้ในสังคมเท่ากับพวกขุน 
นางในประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป และให้การยอมรับบุคคลจากชนชัน้อื่นที่ 
สามารถสร้างฐานะ
3.การขยายตัวของการตลาด 
• อังกฤษมีนโยบายการค้าแบบเสรีและการยกเลิกการเก็บภาษีการขนถ่าย 
สินค้าผ่านด่านก่อนประเทศอื่นๆในยุโรป และมีการสร้างถนน ท่าจอดเรือ 
และขุดคูคลองต่างๆ เพื่อความสะดวกในการคมนาคมขนส่งสินค้า
• ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษได้ขยาย 
อานาจทางทะเล และสามารถยึดดินแดนโพ้นทะเลที่มีความสาคัญทาง 
เศรษฐกิจ และเป็นแหล่งวัตถุดิบได้ทัง้ในทวีปเอเชียและทวีปอเมริกา 
การครอบครองอาณานิคมดังกล่าวนีท้าให้อังกฤษสามารถขยาย 
ปริมาณสินค้าส่งออกและเพิ่มจานวนตลาดการค้าในต่างประเทศได้ 
อย่างรวดเร็ว จนการค้ากลายเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องให้การ 
ส่งเสริมและคุ้มครอง กองทัพเรือของอังกฤษจึงมิได้ทาหน้าที่เพียงแต่ 
ป้องกันประเทศเท่านัน้ แต่ยังทาหน้าที่รักษาเส้นทางการค้าทางทะเล 
และให้ความคุ้มครองแก่เรือสินค้าที่เดินทางไปค้าขายทวั่โลกอีกด้วย
5.2.2 อุตสาหกรรมทอผ้ากับความก้าวหน้าของการปฏิวัติ 
อุตสาหกรรม 
• การปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษเกิดจากการนาเครื่องจักรไอนา้มาใช้ 
ในงานอุตสาหกรรม 
• ค.ศ.1721 ทอมัส นิวโคเมน สร้างเครื่องจักรที่ใช้พลังงานไอนา้เพื่อสูบนา้ 
ออกจากเหมืองถ่านหิน 
• ค.ศ.1764 ได้ปรับปรุงเครื่องจักรของนิวโคเมนให้ใช้ในอุตสาหกรรมทอ 
ผ้าสาเร็จ
• คิดค้นแต่งานประดิษฐ์ที่ตอบสนองอุตสาหกรรมการทอผ้าเท้านัน้ 
• ค.ศ.1733 จอนห์ เคย์ ได้ประดิษฐ์กี่กระตุก(flying shuttle) ทาให้ 
สามารถผลิตผ้าได้มากกว่าเดิม 2 เท่า จนทาให้เส้นด้ายสาหรับทอผ้า 
ขาดแคลน 
• ค.ศ.1764 เจมส์ ฮาร์กรีฟส์ แก้ปัญหาด้วยการสร้างเครื่องปั่นด้ายชื่อ 
สปินนิงเจนนี (spinning jenny) ขึน้ซงึ่สามารถปั่นด้ายได้พร้อม 
กันทีละ16 เส้น
• ค.ศ.1769 ริชาร์ด อาร์คไรต์ ปรับปรุงเครื่องสปินนิงเจนนีให้ใช้พลังงาน 
นา้หมุนแทนคน ใช้ชื่อใหม่ว่า วอเตอร์เฟรม (water frame) 
นับเป็นก้าวสาคัญในการเริ่มต้นการผลิตสิ่งทอของคนอังกฤษ จากโรง 
นาหรือภายในครอบครัวสู่โรงงาน ต่อมาได้เกิดโรงงานทอผ้าขึน้ตามริม 
แม่นา้ลาธารต่างๆ ทวั่ประเทศอังกฤษ ทาให้ผ้าฝ้ายราคาถูกลงจน 
กลายเป็นสินค้าที่ทุกคนซอื้ได้ง่าย
• ช่วงเวลานัน้อุตสาหกรรมการทอผ้าของอังกฤษขยายตัวเร็วมากจนทาให้ 
ปริมาณฝ้ายที่ส่งมาจากอาณานิคมในเอเชียไม่พอ จนต้องหันไปขยาย 
ตลาดฝ้ายกับอาณานิคมในทวีปอเมริกา 
• *ค.ศ.1769 เจมส์ วัตต์ สร้างเครื่องจักรไอนา้สาเร็จ และได้นามาใช้ 
ขับเคลื่อนเครื่องจักรกลแทนพลังงานไอนา้
5.2.3 การขยายตัวของการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม 
• ในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษไม่สามารถผลิตเหล็กได้เพียงพอ 
ต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมหนักประเภทต่างๆ เพราะยังไม่มี 
วิธีการถลุงเหล็กที่มีประสิทธิภาพพอ 
• ค.ศ.1784 เฮนรี คอร์ต ได้คิดค้นวิธีการหลอมเหล็กให้ได้เหล็กบริสุทธิ์ 
ที่มีคุณภาพดีขึน้ปราศจากโลหะอื่นเจือปน 
• ต่อมาได้พัฒนาวิธีการตัดเหล็กและหลอมเป็นรูปร่างต่างๆ ทาให้กองทัพ 
ของชาติตะวันตกสามารถปรับปรุงคุณภาพของปืนใหญ่และอาวุธอื่นๆ 
ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน้
• มีการประดิษฐ์เครื่องจักรกลไอนา้ ที่มีส่วนสาคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้า 
ของสังคมตะวันตกให้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดการปฏิวัติทาง 
คมนาคมขนส่ง การสร้างและพัฒนาเรือกลไฟที่ใช้พลังงานไอนา้ 
• ค.ศ.1830 เข้าสู่ยุคม้าเหล็ก อังกฤษเปิดเส้นทางรถไฟไอนา้สายแรก 
ซึ่งวิ่งระหว่างเมืองลิเวอร์พูลและเมืองแมนเชสเตอร์ 
• ความสาเร็จของอังกฤษทาให้ประเทศอื่นๆในยุโรปตื่นตัวและหันมา 
สนใจอย่างจริงจังในการปฏิวัติอุตสาหกรรม
5.2.4 ผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรม 
1. ด้านสังคม 
• การเพิ่มจานวนประชากรขึน้อย่างรวดเร็ว สาเหตุมาจาก ความก้าวหน้า 
ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร และ 
ระบบสาธารณะสุขที่ดีขึน้ 
• ก่อให้เกิดการขยายตัวทางสังคมเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม 
ก่อให้เกิดปัญหาสังคม เช่น ชุมชนแออัด ความสกปรกและแพร่กระจาย 
ของเชือ้โรค ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น
• แนวคิดของระบบสังคมนิยม(socialism)ของ คาร์ล มากซ์ เริ่มมี 
บทบาทและอิทธิพลมากขึน้ เพื่อสร้างสังคมที่มีความเสมอภาค 
2.ด้านเศรษฐกิจ 
• เปิดการค้าแบบเสรี ให้เอกชนประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่าง 
เสรี รัฐบาลไม่ควบคุม
• ชนชัน้กลางกลายเป็นนักการเมืองและส่งเสริมให้เกิดประชาธิปไตยใน 
หลายๆประเทศ 
• ชนชัน้กรรมกรเรียกร้องสิทธิในการปกครองด้วย จึงจัดตัง้สหภาพ 
แรงงานขึน้ เพื่อรักษาผลประโยชน์และให้ความคุ้มครองแก่ตน 
• จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทาให้แนวความคิดของชาวตะวันตก 
เปลี่ยนไป เชื่อเหตุและผลมากขึน้ ทาให้นโยบายการเมืองแต่เดิมที่เคย 
วางอยู่บนพืน้ฐานของความเพ้อฝันก็หมดบทบาทลง

ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม

  • 1.
  • 2.
    5.1 การปฏิวัติทางวิทยาศสาสตร์ ชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงความสามารถที่ปราศจาก ข้อจา กัดของมนุษย์ การพัฒนาวิธีการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์จึงเป็น รากฐานสา คัญของการแสวงหาความรู้ ก่อให้เกิดความ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในการศึกษาในคริสต์ศตวรรษที่17 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลต่อ อารยธรรมตะวันตก และทา ให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนเป็น ประเทศมหาอา นาจจนถึงปัจจุบัน
  • 3.
    5.1.1 สภาพภูมิหลังของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ 1.วิชาที่เกี่ยวกับศาสตร์เช่น ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ ถูกนามา บรรจุในหลักสูตรการสอนของมหาลัยตะวันตกตัง้แต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 – 13 2.ศิลปินสาคัญของยุค เช่น เลโอนาร์โด ดา วินชี และมีเกลันเจโล ต่างใช้หลักการของวิชากายวิภาคศาสตร์อันเป็นวิชาแขนงหนึ่งของ วิทยาศาสตร์ในการศึกษากล้ามเนือ้และโครงสร้างของร่างกายมนุษย์ แสดงให้เห็นสัดส่วนและความงดงามของมนุษย์ และค้นพบเลนส์ที่นามา เป็นส่วนประกอบสาคัญของกล้องส่องทางไกลและกล้องดูดาวซึ่งช่วยใน การเดินเรือ
  • 4.
    3. มีการค้นคว้าในวิชาดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์อย่างลึกซึง้ จนในที่สุดก็สามารถพัฒนาเครื่องมือในการวัดและการคานวณอย่าง แม่นยาซงึ่ช่วยปัญหาในการเดินเรือ ทาให้เรือปลอดภัยมากขึน้ 4. วิทยาศาสตร์ยังทาให้ชาวตะวันตกเริ่มเป็นกบฎทางความคิด ต่ออานาจเหนือธรรมชาติของพระเป็นเจ้าตามคาสงั่สอนของคริสต์ศาสนา เพราะวิทยาศาสตร์ทาให้ประชาชนหาคาตอบให้แก่ความลลีั้บของ ธรรมชาติ 5. ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 รัฐบาลประเทศต่างๆยังส่งเสริมและ กระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรมมมากขึน้ จึงมี การตัง้สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติตามดินแดนต่างๆในยุโรป และมีการ จัดพิมพ์รายงานผลการทดลองและการวิจัยเป็นภาษาละติน
  • 5.
    5.1.2 นักวิทยาศาสตร์ •นิโคเลาส์ โคเพอร์นิคัส(Nicolaus Copernicus ค.ศ 1473-1543) ได้กล่าวว่าโลกมิได้หยุดนิ่งหรือเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล แต่ดาวเคราะห์ทุก ดวงรวมทัง้โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริย จักรวาล ทฤษฎีของโคเพอร์นิคัสเป็นการลบล้างคาสอนของศาสนจักรในสมัยกลาง ซึ่ง รวมถึงความเชื่อของชาวตะวันตกที่มีมาแต่กรีกโบราณที่ยึกสมมติฐานของอาริสโตเติล และโตเลมี เรื่องว่าโลกเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล
  • 6.
    • กาลิเลโอ กาลิเลอิ(GalileoGalilei ค.ศ 1564 - 1642) สามารถประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์เพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของดวงดาว ทาให้ นักวิทยศาสตร์ได้ของสรุปใหม่ๆเกี่ยวกับความลลีั้บของจักรวาลและการเคลื่อนตัวของ ระบบสุริยจักรวาลตามทฤษฎีของโคเพอร์นิคัส โดยกาลิเลโอได้รวบรวมผลการสารวจ นานนับสิบปีของเขาเพื่อโตแย้งความคิดเกี่ยวกับจักรวาลของกรีก โดยใช้ชื่อหนังสือว่า คำถำมคำตอบเกี่ยวกับสองทฤษฎีสำคัญของโลก จนในที่สุดกาลิเลโอก็ถูกศาสนจักร ลงโทษด้วยการประฌามตลอดจนถูกข่มขู่ต่างๆนานา
  • 7.
    • เซอร์ฟรานซิส เบคอน ได้วางรากฐานและทัศนคติใหม่ให้ชาวอังกฤษและรัฐบาลหันมา สนใจและยอมรับความสาคัญของงานด้านวิทยาศาสตร์มากขึน้เป็นลาดับ จนในทุ่ดได้มีการจัดตัง้ราชบัญฑิตยสมาคม เพื่อส่งเสริมงานค้นคว้าด้าน วิทยาศาสตร์ขึน้
  • 8.
    • เรอเน เดการ์ต แสดงให้เห็นถึความสาคัญของการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ว่า สามารถนามาใช้ในการพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ Discourse of Method ถือว่าเป็นทฤษฎีและข้อเขียนทาง คณิตศาสตร์ที่สร้างจิตวิญญาณของแนวการศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และมีอิทธิพลต่อความคิดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อมา
  • 9.
    • เซอร์ไอแซก นิวตัน นับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เด่นที่สุด การค้นพบแรงดึงดูดของ จักรวาล และกฎของแรงโน้มถ่วง ทาห้นักวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายว่า โบกแบะดาวเคราะห์ต่างๆหมุนรอบดวงอาทิตย์ได้อย่างไร นอกจากนีก้ารค้นพบของนิวตันช่วยเปิดโลกทัศน์ของ นักวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจเรื่องของจักรวาล สสาร พลังงาน ตลอดจนการ เคลื่อนที่ของวัตถุโดนอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร์เป็นหัวใจของวิชา กลศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ก็จะจากัดความคิดของตนเองในกรอบของ คาถามที่ว่า อย่างไร แทนคาถามที่ว่า ทาไม
  • 10.
    5.2 การปฏิวัติอุตสาหกรรม กลางคริสต์ศตวรรษที่18 เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการและ ระบบผลิตดัง้เดิมจากการใช้แรงงานของคน สัตว์และพลังงานธรรมชาติ มา เป็นเครื่องมือและเครื่องจักรกลในระบบโรงงานแทนระบบจ่ายงานให้ไปทา ตามบ้าน เพื่อผลิตสินค้าชนิดเดียวกันจานวนมาก เกิดระบบอุตสาหกรรมนิยม หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า การปฏิวัติ อุตสาหกรรม ซึ่งเกิดอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่องเป็นเวลานานนับศตวรรษ เช่นเดียวกับการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ โดยเกิดขึน้ครัง้แรกที่ประเทศอังกฤษ และต่อมาได้แพร่หลายไปในประเทศตะวันตกต่างๆและส่วนอื่นของโลก
  • 11.
    ความหมายของการปฏิวัติอุตสาหกรรม คือ การเปลี่ยนแปลง กระบวนการผลิตจากเดิมที่ใช้แรงงานคน สัตว์หรือแรงธรรมชาติ และใช้ เครื่องมือแบบง่ายๆ มาเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรที่มีความ สลับซับซ้อนและอาศัยพลังงาน ทาให้ผลิตได้ปริมาณมาก
  • 12.
    5.2.1 สาเหตุของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ ประเทศแรก 1. การปฏิวัติเกษตรกรรม ในยุโรปช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษ เป็นประเทศที่เจริญมงั่คงั่ที่สุด เพราะอังกฤษได้เกิดการปฏิวัติเกษตรกรรม จากการนาเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิทยาการมาปรับปรุงการ เกษตรกรรมให้ได้ผมดีขึน้ โดยเริ่มต้นตัง้แต่ประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 รัฐบาลแกพระราชบัญญัติล้อมเขตที่ดิน มาใช้ในการปรับปรุงเพิ่ม ผลผลิตทางเกษตร เพื่อประโยชน์ในหารบารุงรักษาที่ดินให้อุดมสมบูรณ์ การคัดเลือกพันธ์ุพืชที่เหมาะสม ตลอดจนการป้องกันความเสียหายของพืช จากการทาลายของคนและสัตว์เลยี้ง
  • 13.
    นอกจากนีก้ารที่อังกฤษจัดตัง้ธนาคารกลางของประเทศ คือ ธนาคารแห่งอังกฤษทาให้นครลอนดอนไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ที่สาคัญของยุโรป และเป็นแหล่งระดมเงินทุนของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน ความก้ามหน้าทางวิทยาการการส่งเสริและจัดตัง้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย
  • 14.
    2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของชาวอังกฤษ เกิดจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของชาวอังกฤษที่กล้าได้กล้าเสียและ กระตือรือร้นต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ชาวอังกฤษโดยทวั่ไปมีความเชื่อ ว่า ความมงั่คงั่ทางโภคทรัพย์เป็นความสาเร็จสูงสุดของชีวิต จึงทาให้ชัน้ขุน นางในอังกฤษไม่เคร่งครัดต่อการแบ่งแยดชนชัน้ในสังคมเท่ากับพวกขุน นางในประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป และให้การยอมรับบุคคลจากชนชัน้อื่นที่ สามารถสร้างฐานะ
  • 15.
    3.การขยายตัวของการตลาด • อังกฤษมีนโยบายการค้าแบบเสรีและการยกเลิกการเก็บภาษีการขนถ่าย สินค้าผ่านด่านก่อนประเทศอื่นๆในยุโรป และมีการสร้างถนน ท่าจอดเรือ และขุดคูคลองต่างๆ เพื่อความสะดวกในการคมนาคมขนส่งสินค้า
  • 16.
    • ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่18 อังกฤษได้ขยาย อานาจทางทะเล และสามารถยึดดินแดนโพ้นทะเลที่มีความสาคัญทาง เศรษฐกิจ และเป็นแหล่งวัตถุดิบได้ทัง้ในทวีปเอเชียและทวีปอเมริกา การครอบครองอาณานิคมดังกล่าวนีท้าให้อังกฤษสามารถขยาย ปริมาณสินค้าส่งออกและเพิ่มจานวนตลาดการค้าในต่างประเทศได้ อย่างรวดเร็ว จนการค้ากลายเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องให้การ ส่งเสริมและคุ้มครอง กองทัพเรือของอังกฤษจึงมิได้ทาหน้าที่เพียงแต่ ป้องกันประเทศเท่านัน้ แต่ยังทาหน้าที่รักษาเส้นทางการค้าทางทะเล และให้ความคุ้มครองแก่เรือสินค้าที่เดินทางไปค้าขายทวั่โลกอีกด้วย
  • 17.
    5.2.2 อุตสาหกรรมทอผ้ากับความก้าวหน้าของการปฏิวัติ อุตสาหกรรม • การปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษเกิดจากการนาเครื่องจักรไอนา้มาใช้ ในงานอุตสาหกรรม • ค.ศ.1721 ทอมัส นิวโคเมน สร้างเครื่องจักรที่ใช้พลังงานไอนา้เพื่อสูบนา้ ออกจากเหมืองถ่านหิน • ค.ศ.1764 ได้ปรับปรุงเครื่องจักรของนิวโคเมนให้ใช้ในอุตสาหกรรมทอ ผ้าสาเร็จ
  • 18.
    • คิดค้นแต่งานประดิษฐ์ที่ตอบสนองอุตสาหกรรมการทอผ้าเท้านัน้ •ค.ศ.1733 จอนห์ เคย์ ได้ประดิษฐ์กี่กระตุก(flying shuttle) ทาให้ สามารถผลิตผ้าได้มากกว่าเดิม 2 เท่า จนทาให้เส้นด้ายสาหรับทอผ้า ขาดแคลน • ค.ศ.1764 เจมส์ ฮาร์กรีฟส์ แก้ปัญหาด้วยการสร้างเครื่องปั่นด้ายชื่อ สปินนิงเจนนี (spinning jenny) ขึน้ซงึ่สามารถปั่นด้ายได้พร้อม กันทีละ16 เส้น
  • 19.
    • ค.ศ.1769 ริชาร์ดอาร์คไรต์ ปรับปรุงเครื่องสปินนิงเจนนีให้ใช้พลังงาน นา้หมุนแทนคน ใช้ชื่อใหม่ว่า วอเตอร์เฟรม (water frame) นับเป็นก้าวสาคัญในการเริ่มต้นการผลิตสิ่งทอของคนอังกฤษ จากโรง นาหรือภายในครอบครัวสู่โรงงาน ต่อมาได้เกิดโรงงานทอผ้าขึน้ตามริม แม่นา้ลาธารต่างๆ ทวั่ประเทศอังกฤษ ทาให้ผ้าฝ้ายราคาถูกลงจน กลายเป็นสินค้าที่ทุกคนซอื้ได้ง่าย
  • 20.
    • ช่วงเวลานัน้อุตสาหกรรมการทอผ้าของอังกฤษขยายตัวเร็วมากจนทาให้ ปริมาณฝ้ายที่ส่งมาจากอาณานิคมในเอเชียไม่พอจนต้องหันไปขยาย ตลาดฝ้ายกับอาณานิคมในทวีปอเมริกา • *ค.ศ.1769 เจมส์ วัตต์ สร้างเครื่องจักรไอนา้สาเร็จ และได้นามาใช้ ขับเคลื่อนเครื่องจักรกลแทนพลังงานไอนา้
  • 21.
    5.2.3 การขยายตัวของการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม •ในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อังกฤษไม่สามารถผลิตเหล็กได้เพียงพอ ต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมหนักประเภทต่างๆ เพราะยังไม่มี วิธีการถลุงเหล็กที่มีประสิทธิภาพพอ • ค.ศ.1784 เฮนรี คอร์ต ได้คิดค้นวิธีการหลอมเหล็กให้ได้เหล็กบริสุทธิ์ ที่มีคุณภาพดีขึน้ปราศจากโลหะอื่นเจือปน • ต่อมาได้พัฒนาวิธีการตัดเหล็กและหลอมเป็นรูปร่างต่างๆ ทาให้กองทัพ ของชาติตะวันตกสามารถปรับปรุงคุณภาพของปืนใหญ่และอาวุธอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน้
  • 22.
    • มีการประดิษฐ์เครื่องจักรกลไอนา้ ที่มีส่วนสาคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้า ของสังคมตะวันตกให้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดการปฏิวัติทาง คมนาคมขนส่ง การสร้างและพัฒนาเรือกลไฟที่ใช้พลังงานไอนา้ • ค.ศ.1830 เข้าสู่ยุคม้าเหล็ก อังกฤษเปิดเส้นทางรถไฟไอนา้สายแรก ซึ่งวิ่งระหว่างเมืองลิเวอร์พูลและเมืองแมนเชสเตอร์ • ความสาเร็จของอังกฤษทาให้ประเทศอื่นๆในยุโรปตื่นตัวและหันมา สนใจอย่างจริงจังในการปฏิวัติอุตสาหกรรม
  • 24.
    5.2.4 ผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรม 1.ด้านสังคม • การเพิ่มจานวนประชากรขึน้อย่างรวดเร็ว สาเหตุมาจาก ความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร และ ระบบสาธารณะสุขที่ดีขึน้ • ก่อให้เกิดการขยายตัวทางสังคมเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ก่อให้เกิดปัญหาสังคม เช่น ชุมชนแออัด ความสกปรกและแพร่กระจาย ของเชือ้โรค ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น
  • 25.
    • แนวคิดของระบบสังคมนิยม(socialism)ของ คาร์ลมากซ์ เริ่มมี บทบาทและอิทธิพลมากขึน้ เพื่อสร้างสังคมที่มีความเสมอภาค 2.ด้านเศรษฐกิจ • เปิดการค้าแบบเสรี ให้เอกชนประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่าง เสรี รัฐบาลไม่ควบคุม
  • 26.
    • ชนชัน้กลางกลายเป็นนักการเมืองและส่งเสริมให้เกิดประชาธิปไตยใน หลายๆประเทศ • ชนชัน้กรรมกรเรียกร้องสิทธิในการปกครองด้วย จึงจัดตัง้สหภาพ แรงงานขึน้ เพื่อรักษาผลประโยชน์และให้ความคุ้มครองแก่ตน • จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทาให้แนวความคิดของชาวตะวันตก เปลี่ยนไป เชื่อเหตุและผลมากขึน้ ทาให้นโยบายการเมืองแต่เดิมที่เคย วางอยู่บนพืน้ฐานของความเพ้อฝันก็หมดบทบาทลง