ภารกิจการเรียนรู้ กลุ่ม โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น
ภารกิจที่  1 กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร    และสิ่งใดเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ดังกล่าว
ตอบภารกิจที่  1 เป็นวิธีการคิดอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อหาวิธีการในการออกแบบรูปแบบการสอนให้มีความเหมาะสมและดีขึ้นกว่าวิธีการสอนแบบเดิมๆซึ่งการออกแบบการสอนนี้จะนำไปสู่ความเป็นเลิศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน
ตอบภารกิจที่  1 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมทำให้กระบวนทัศน์การออกแบบการสอนต้องเปลี่ยนไปให้ทันกับยุคที่เปลี่ยนแปลงไป ระบบการศึกษาที่ต้องการพัฒนาให้มีความก้าวหน้า ผลจากการเรียนรู้ของผู้เรียนในรูปแบบการสอนต่างๆ
ภารกิจที่  2 พื้นฐานทฤษฏีการเรียนรู้ที่สำคัญในการออกแบบการสอนมีอะไรบ้างและมีสาระสำคัญอย่างไรมีความแตกต่างกันอย่างไร  ?
ตอบภารกิจที่  2   การเรียนรู้คือกระบวนการที่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด คนสามารถเรียนได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้จะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผู้สอนนำเสนอ โดยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ผู้สอนจะเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศทางจิตวิทยาที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้  ดังนั้น ผู้สอนจะต้องพิจารณาเลือกรูปแบบการสอน รวมทั้งการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
ตอบภารกิจที่  2 เป็นกระบวนการการออกแบบการสอนเป็นการพัฒนาด้านการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยการนำทฤษฎี การเรียนรู้และการสอนมาใช้เพื่อประกันเกี่ยวกับคุณภาพด้านการเรียนการสอนเป็นกระบวนการ ทั้งหมดของการวิเคราะห์ความต้องการของการเรียน เป้าหมายของการเรียนรู้ และการพัฒนา
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญสามารถแบ่งได้ เป็นกลุ่มใหญ่ๆได้  3  กลุ่ม
การออกแบบการสอนตามกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม มุ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า  ( Stimulus)  กับการตอบสนอง  ( Response) หรือพฤติกรรมที่แสดงออกมาซึ่งจะให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่สามารถวัดและสังเกตจากภายนอกได้และเน้นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กำหนดพฤติกรรม
กฎเกณฑ์ของผู้สอนเกี่ยวกับพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม การตอบสนองของการเรียนรู้ ขึ้นอยู่กับครูผู้สอน สิ่งเหล่านี้คือ สภาพแวดล้อมที่ผู้สอนจัดขึ้น    ผู้สอนเป็นคนกำหนดจัดทำและควบคุมสภาพแวดล้อมต่อผู้เรียน    การเรียนรู้จึงเป็นการคิดขึ้นมา โดยผู้สอนที่เน้นไปที่พฤติกรรมการเสริมแรง    เมื่อใช้เทคนิควิธีการในสภาพเช่นนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้จึงเป็นพฤติกรรมของผู้เรียน    ที่ได้มีการจัดเตรียมไว้ , การให้รางวัล ,  และการให้ความสำคัญในวิธีเช่นนี้ ก็คือ    การเสริมแรงพฤติกรรม
วิธีการเรียนการสอนที่ใช้กับกลุ่มพฤติกรมนิยม   ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม 1.  การสอนตรง ๆ    หรือการแสดงให้ดู  2.  การให้ทำแบบฝึกหัดและปฏิบัติ หรือการทำซ้ำ ๆ 3.  การสอนเกมต่างๆ  
เมื่อไรจะใช้แนวกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม 1)   ผู้เรียนไม่มีประสบการณ์หรือมีแต่น้อยมาก หรือไม่มีองค์ความรู้แรก ๆของวิชานั้น   2)   การระลึกถึงจดจำข้อเท็จจริงพื้นฐาน หรือการตอบสนองอย่างอัตโนมัติที่ต้องการให้เกิด   3)   ภาระงานที่ต้องการเสร็จสมบูรณ์เพียงเล็กน้อย  ( ภาระงานเล็กๆ )   ซึ่งไม่เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานการ ปฏิบัติการ   (Performance    standard)
4)   ผู้เรียนจะได้ความรอบรู้มาโดยการเสริมแรงอย่างต่อเนื่องในพฤติกรรมที่ต้องการ    5)   ต้องการความถูกต้องและความรวดเร็วซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก       6)   การเรียนการสอนต้องการให้เกิดผลสำเร็จภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม เมื่อไรจะใช้แนวกลุ่มพฤติกรรมนิยม
ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทักษะที่ควรได้รับการเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม 1)     ชนิดของข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน หรือข้อมูลที่จะนำเข้า  2)     การทดสอบการทดลองพื้นฐาน หรือวิธีการเบื้องต้น  3)    การเปลี่ยนน้ำมันในเครื่องยนต์ ( ทักษะพื้นฐานง่ายๆ ) 4)     การสะกดคำหรือการเรียนรู้ตารางสูตรคูณ    ( ทักษะพื้นฐาน ) 5)  การพูดด้วยเจตนาที่จะช่วยเหลือ จากถ้อยคำที่จัดเรียงลำดับอย่างเป็นระเบียบ  ( ทักษะพื้นฐาน )
ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งทางด้านปริมาณและด้านคุณภาพ คือนอกจากผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว    ยังสามารถจัดรวบรวมเรียบเรียงสิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการ    และสามารถถ่ายโยงความรู้และทักษะเดิม    หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ไปสู่บริบทและปัญหาใหม่
ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ใช้กับแนวคิดกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศทางปัญญา  ( CIP)   มีดังนี้ 1)   การจัดให้โต้เถียงอภิปรายและการให้เหตุผล  2)   การให้แก้ปัญหาและจัดทำโครงงานที่ยุ่งยากลำบาก 3)  การเปรียบเทียบ  ( อุปมา )  หรือ ถ้อยคำ สำนวนอุปมา อุปมัย  4)   การจำแยกแยะหรือการให้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันของข้อมูลสารสนเทศภายใต้การให้เหตุผลของกลุ่มผู้เรียน  5)   การให้เขียนสำนวนหรือคำประพันธ์สั้น ๆ  ( การย่อหรือข้อความที่ช่วยให้ผู้เรียนจำได้ )
ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม ทักษะต่าง ๆ ที่ควรได้รับการเรียนรู้จากกระบวนการประมวลผลทางปัญญา  ( CIP) 1)     ความสามารถพื้นฐานคอมพิวเตอร์ที่มีความยุ่งยาก หรือปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวด้วยเครื่องจักร 2)     การจัดจำแนกแยกแยะความเสียหาย     อันตรายที่จะเกิดขึ้นที่มีจำนวนมากมาย  3)    อธิบายและจำแนกวัตถุต่างๆ    ที่มีความเสี่ยงภัย อันตรายและการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและการเคลื่อนย้าย  4)     การกะประมาณเวลาของการออกคำสั่งการเดินเรือ
ทฤษฏีกลุ่มการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยปัญญา ความรู้เกิดจากประสบการณ์   และกระบวนการในการสร้างความรู้ หรือเกิดจากการกระทำ โดยที่ผู้เรียนสร้างเสริมความรู้ผ่านกระบวนการทางจิตวิทยาด้วยตนเอง ครูผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนปรับขยายโครงสร้างทางปัญญา โดยการจัดสภาพการณ์ที่ทำให้เกิดภาวะ เสียสมดุล หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาขึ้น ซึ่งก็คือสภาวะที่โครงสร้างทางปัญญาเดิมใช้ไม่ได้ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องประสบการณ์มากขึ้นหรือเกิดโครงสร้างทางปัญญาใหม่ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ทฤษฏีกลุ่มการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยปัญญา วิธีการจัดการเรียนการสอนเมื่อใช้แนวคิดของ  Consturctivism 1)    กรณีศึกษา  ( case   studies)  หรือการแก้ปัญหาเพื่อการเรียนรู้    2)     การนำเสนอผลงาน / ชิ้นงานให้ปรากฏแก่สายตาหลายด้าน หลาย มิติหรือการจัดทำสื่อแนะแนวทาง                                  3)     การกำกับดูแลหรือการฝึกงาน 4)    การเรียนรู้ร่วมกัน  ( collaborative learning)            5)    การเรียนรู้โดยการสืบค้น  ( Discovery learning)     6)     การเรียนรู้โดยการกำหนดสถานการณ์
ความแตกต่างของทฤษฏีการเรียนรู้ ทฤษฏีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม จะเน้นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กำหนดพฤติกรรม ทฤษฏีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยม เน้นความสนใจในกระบวนการภายในที่เรียกว่า   ความรู้ความเข้าใจ หรือการรู้คิดของมนุษย์  ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์มี เน้นการให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ภารกิจที่  3 ให้วิเคราะห์และวิพากษ์จุดเด่นและจุดด้อยของการออกแบบการสอนที่มีพื้นฐานจากทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยมและคอนสตรัคติวิสต์
ตอบภารกิจที่  3 ข้อดี ข้อด้อย ช่วยในการคิดหาความสามารถในการสัมผัสและการรับรู้ วางเงื่อนไขเกี่ยวกับอารมณ์ และเจตคติ ใช้ในการแก้พฤติกรรมที่เป็นปัญหา เน้นเรื่องการสังเกตพฤติกรรมมากเกินไป ถ้าผู้เรียนไม่มีความใส่ใจในการเรียนรู้ โดยการสังเกตหรือเลียนแบบก็จะไม่เกิดขึ้น พฤติกรรมทางสังคมหลาย ๆ ชนิด เช่น ความก้าวร้าวอาจจะเรียนรู้ได้โยการเลียนแบบจากตัวแบบ
ตอบภารกิจที่  3 ข้อดี ข้อด้อย ส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการคิด การใช้เหตุผล สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าหรือมีแผนรองรับเมื่อเกิดปัญหา ให้ความสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าผ่านโดยสื่อต่าง ๆ กระบวนความคิดของเด็กแตกต่างกันกับผู้ใหญ่  ครูจะต้องมีความเข้าใจว่าเด็กแต่ละวัยมีความรู้เพียงไหน ควรจัดเวลาให้นักเรียนมีโอกาสที่แสดงพฤติกรรมถ้านักเรียนทำได้ไม่ถูกต้องอาจจะต้องแก้ไขวิธีสอน ต้องใช้สื่อที่หลากหลายในการใช้เป็นสิ่งเร้าถึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
ตอบภารกิจที่  3 ข้อดี ข้อด้อย ผู้เรียนรู้บูรณาการข้อมูลใหม่กับประสบการณ์ที่มีมาก่อนหรือความรู้เดิมของผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับสถานการณ์จริงส่งผลให้สามารถประยุกต์สิ่งที่เรียนไปสู่สถานการณ์ใหม่ในสภาพชีวิตจริงได้ ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากบริบท การเรียนรู้  ผู้เรียนบางทีไม่เข้าใจความหมายของคำถาม  ควรชี้แจงหรือสร้างข้อตกลงให้ชัดเจน ผู้เรียนต้องมีความรู้เดิมอยู่ก่อนแล้วถึงจะสามารถเรียนรู้ตามกิจกรรมได้อย่างเข้าใจ
ภารกิจที่  4 จากสิ่งที่กำหนดต่อไปนี้ให้ท่านจำแนกประเภทตามลักษณะการออกแบบโดยระบุเกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนกด้วย ชุดการสอน ชุดสร้างความรู้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ บทเรียนโปรแกรม เว็บเพื่อการสอน สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย การเรียนแบบ ร่วมมือกันเรียนรู้
ตอบภารกิจที่  4 จำแนกประเภทตามลักษณะการออกแบบ บทเรียนโปรแกรม เว็บเพื่อการสอนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย การเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ ประเภทที่  1 ชุดการสอน ชุดสร้างความรู้ ประเภทที่  2 ประเภทที่  3 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
ตอบภารกิจที่  4 เกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนก ประเภทที่  1 ประเภทที่  2 เป็นกระบวนการจัดเนื้อหาวิชาให้แก่ผู้เรียนอย่างมีระบบ เช่น รูปภาพ สไลด์เทป ภาพยนตร์ แผ่นคำบรรยาย วัสดุอุปกรณ์ เป็นโปรแกรมช่วยสอน คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้
ตอบภารกิจที่  4 ประเภทที่  3 -  เครื่องมือทางการศึกษาอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้นักเรียนคนหนึ่งรับรู้ประสบการณ์ที่จัดไว้เป็นอนุกรมตามลำดับขั้น -  เป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยี ปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน -  เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนตั้งแต่สองคนขึ้นไป เกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนก
ตอบภารกิจที่  4 ชุดการสอน หมายถึง กระบวนการจัดเนื้อหาวิชาให้แก่ผู้เรียนอย่างมีระบบประกอบด้วยเนื้อหา ซึ่งอยู่ในรูปของสื่อการสอนประเภทต่างๆ ส่วนมากบรรจุไว้ในกล่อง และนำเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆ ได้  ( พงษ์ศักดิ์ ปัญจพรผล , 2518)
ตอบภารกิจที่  4 ชุดสร้างความรู้ หมายถึง การวางแผนการเรียนโดยใช้สื่อผสมที่ผลิตขึ้นอย่างเป็นระบบ ที่ช่วยให้ผู้เรียนจัดรูปแบบของความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบภารกิจที่  4 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนอันหนึ่ง  CAI  คล้ายกับสื่อการสอนอื่น ๆ เช่น วิดีโอช่วยสอน บัตรคำช่วยสอน โปสเตอร์ แต่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะดีกว่าตรงที่ตัวสื่อการสอน ซึ่งก็คือคอมพิวเตอร์นั้น สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับคำสั่งเพื่อมาปฏิบัติ ตอบคำถามหรือไม่เช่นนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นฝ่ายป้อนคำถาม  ( นัยนา เอกบูรณวัฒน์ , 2539)
มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ คือ สื่อประสมที่พัฒนาให้สอดคล้องตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เป็นการใช้สื่อในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เสียง รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว สำหรับให้ข้อมูลความรู้หรือให้ความสำราญต่อผู้ชม เป็นสื่อที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันและสร้างองค์ความรู้ขึ้นเอง โดยมีครูเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ
ตอบภารกิจที่  4 บทเรียนโปรแกรม คือ เครื่องมือทางการศึกษาอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้นักเรียนคนหนึ่งรับรู้ประสบการณ์ที่จัดไว้เป็นอนุกรมตามลำดับขั้น ตามที่ผู้จัดทำบทเรียนเชื่อว่าจะนำนักเรียนไปสู่ขีดความสามารถที่ต้องการให้เกิดขึ้น คือ การเขียนตำราวิธีหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากตำราที่ใช้กันอยู่ทั่วไปข้อแตกต่างอยู่ที่การจัดเรียงลำดับเนื้อเรื่อง โดยแบ่งหน่วยและลำดับขั้นย่อย ๆ ที่เรียกว่า เฟรม  ( Frame)  แต่ละหน่วยมีคำตอบที่ถูกต้องไว้ให้ตรวจสอบได้
ตอบภารกิจที่  4 เว็บเพื่อการสอนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย เป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยี ปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้และแก้ปัญหาในเรื่องข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา โดยการสอนบนเว็บจะประยุกต์ใช้คุณสมบัติ และทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บ ในการจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งการเรียนการสอนที่จัดขึ้นผ่านเว็บนี้ อาจเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดของกระบวนการเรียนการสอนก็ได้
ตอบภารกิจที่  4 การเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือโดยการแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพากัน มีความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพื่อให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งตรงข้ามกับการเรียนที่เน้นการแข่งขันและการเรียนตามลำพัง
สมาชิก โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น 1.  นายปลาย  งามจิตร  503050357-5  2.  นางสาวธิดาวรรณ  กุลโฮง  503050350-9 3.  นางสาวจิราภรณ์  ตลับเพชร  503050576-3 4.  นางสาวจุฑารัตน์  แควภูเขียว  503050577-1 5.  นางสาวพรทิพย์  เกตุเวียง  503050583-6

Kku5

  • 1.
  • 2.
    ภารกิจที่ 1กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร   และสิ่งใดเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ดังกล่าว
  • 3.
    ตอบภารกิจที่ 1เป็นวิธีการคิดอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อหาวิธีการในการออกแบบรูปแบบการสอนให้มีความเหมาะสมและดีขึ้นกว่าวิธีการสอนแบบเดิมๆซึ่งการออกแบบการสอนนี้จะนำไปสู่ความเป็นเลิศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน
  • 4.
    ตอบภารกิจที่ 1การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมทำให้กระบวนทัศน์การออกแบบการสอนต้องเปลี่ยนไปให้ทันกับยุคที่เปลี่ยนแปลงไป ระบบการศึกษาที่ต้องการพัฒนาให้มีความก้าวหน้า ผลจากการเรียนรู้ของผู้เรียนในรูปแบบการสอนต่างๆ
  • 5.
    ภารกิจที่ 2พื้นฐานทฤษฏีการเรียนรู้ที่สำคัญในการออกแบบการสอนมีอะไรบ้างและมีสาระสำคัญอย่างไรมีความแตกต่างกันอย่างไร ?
  • 6.
    ตอบภารกิจที่ 2 การเรียนรู้คือกระบวนการที่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด คนสามารถเรียนได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้จะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผู้สอนนำเสนอ โดยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ผู้สอนจะเป็นผู้ที่สร้างบรรยากาศทางจิตวิทยาที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ดังนั้น ผู้สอนจะต้องพิจารณาเลือกรูปแบบการสอน รวมทั้งการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
  • 7.
    ตอบภารกิจที่ 2เป็นกระบวนการการออกแบบการสอนเป็นการพัฒนาด้านการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยการนำทฤษฎี การเรียนรู้และการสอนมาใช้เพื่อประกันเกี่ยวกับคุณภาพด้านการเรียนการสอนเป็นกระบวนการ ทั้งหมดของการวิเคราะห์ความต้องการของการเรียน เป้าหมายของการเรียนรู้ และการพัฒนา
  • 8.
  • 9.
    การออกแบบการสอนตามกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม มุ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า ( Stimulus) กับการตอบสนอง ( Response) หรือพฤติกรรมที่แสดงออกมาซึ่งจะให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่สามารถวัดและสังเกตจากภายนอกได้และเน้นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กำหนดพฤติกรรม
  • 10.
    กฎเกณฑ์ของผู้สอนเกี่ยวกับพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม การตอบสนองของการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับครูผู้สอน สิ่งเหล่านี้คือ สภาพแวดล้อมที่ผู้สอนจัดขึ้น   ผู้สอนเป็นคนกำหนดจัดทำและควบคุมสภาพแวดล้อมต่อผู้เรียน   การเรียนรู้จึงเป็นการคิดขึ้นมา โดยผู้สอนที่เน้นไปที่พฤติกรรมการเสริมแรง   เมื่อใช้เทคนิควิธีการในสภาพเช่นนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้จึงเป็นพฤติกรรมของผู้เรียน   ที่ได้มีการจัดเตรียมไว้ , การให้รางวัล , และการให้ความสำคัญในวิธีเช่นนี้ ก็คือ   การเสริมแรงพฤติกรรม
  • 11.
    วิธีการเรียนการสอนที่ใช้กับกลุ่มพฤติกรมนิยม   ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม1. การสอนตรง ๆ   หรือการแสดงให้ดู 2. การให้ทำแบบฝึกหัดและปฏิบัติ หรือการทำซ้ำ ๆ 3. การสอนเกมต่างๆ  
  • 12.
    เมื่อไรจะใช้แนวกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม 1)  ผู้เรียนไม่มีประสบการณ์หรือมีแต่น้อยมาก หรือไม่มีองค์ความรู้แรก ๆของวิชานั้น 2)   การระลึกถึงจดจำข้อเท็จจริงพื้นฐาน หรือการตอบสนองอย่างอัตโนมัติที่ต้องการให้เกิด 3)   ภาระงานที่ต้องการเสร็จสมบูรณ์เพียงเล็กน้อย ( ภาระงานเล็กๆ )   ซึ่งไม่เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานการ ปฏิบัติการ   (Performance  standard)
  • 13.
    4)   ผู้เรียนจะได้ความรอบรู้มาโดยการเสริมแรงอย่างต่อเนื่องในพฤติกรรมที่ต้องการ 5)   ต้องการความถูกต้องและความรวดเร็วซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก   6)   การเรียนการสอนต้องการให้เกิดผลสำเร็จภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม เมื่อไรจะใช้แนวกลุ่มพฤติกรรมนิยม
  • 14.
    ทฤษฏีกลุ่มพฤติกรรมนิยม ทักษะที่ควรได้รับการเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม 1)  ชนิดของข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน หรือข้อมูลที่จะนำเข้า 2)   การทดสอบการทดลองพื้นฐาน หรือวิธีการเบื้องต้น 3)   การเปลี่ยนน้ำมันในเครื่องยนต์ ( ทักษะพื้นฐานง่ายๆ ) 4)   การสะกดคำหรือการเรียนรู้ตารางสูตรคูณ   ( ทักษะพื้นฐาน ) 5) การพูดด้วยเจตนาที่จะช่วยเหลือ จากถ้อยคำที่จัดเรียงลำดับอย่างเป็นระเบียบ ( ทักษะพื้นฐาน )
  • 15.
    ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา หมายถึงการเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งทางด้านปริมาณและด้านคุณภาพ คือนอกจากผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว   ยังสามารถจัดรวบรวมเรียบเรียงสิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการ   และสามารถถ่ายโยงความรู้และทักษะเดิม   หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ไปสู่บริบทและปัญหาใหม่
  • 16.
    ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ใช้กับแนวคิดกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศทางปัญญา ( CIP)  มีดังนี้ 1)   การจัดให้โต้เถียงอภิปรายและการให้เหตุผล 2)   การให้แก้ปัญหาและจัดทำโครงงานที่ยุ่งยากลำบาก 3) การเปรียบเทียบ ( อุปมา ) หรือ ถ้อยคำ สำนวนอุปมา อุปมัย 4) การจำแยกแยะหรือการให้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันของข้อมูลสารสนเทศภายใต้การให้เหตุผลของกลุ่มผู้เรียน 5)   การให้เขียนสำนวนหรือคำประพันธ์สั้น ๆ ( การย่อหรือข้อความที่ช่วยให้ผู้เรียนจำได้ )
  • 17.
    ทฤษฏีกลุ่มพุทธิปัญญานิยม ทักษะต่าง ๆที่ควรได้รับการเรียนรู้จากกระบวนการประมวลผลทางปัญญา ( CIP) 1)    ความสามารถพื้นฐานคอมพิวเตอร์ที่มีความยุ่งยาก หรือปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวด้วยเครื่องจักร 2)   การจัดจำแนกแยกแยะความเสียหาย    อันตรายที่จะเกิดขึ้นที่มีจำนวนมากมาย 3)   อธิบายและจำแนกวัตถุต่างๆ   ที่มีความเสี่ยงภัย อันตรายและการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและการเคลื่อนย้าย 4)   การกะประมาณเวลาของการออกคำสั่งการเดินเรือ
  • 18.
    ทฤษฏีกลุ่มการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยปัญญา ความรู้เกิดจากประสบการณ์  และกระบวนการในการสร้างความรู้ หรือเกิดจากการกระทำ โดยที่ผู้เรียนสร้างเสริมความรู้ผ่านกระบวนการทางจิตวิทยาด้วยตนเอง ครูผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนปรับขยายโครงสร้างทางปัญญา โดยการจัดสภาพการณ์ที่ทำให้เกิดภาวะ เสียสมดุล หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาขึ้น ซึ่งก็คือสภาวะที่โครงสร้างทางปัญญาเดิมใช้ไม่ได้ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องประสบการณ์มากขึ้นหรือเกิดโครงสร้างทางปัญญาใหม่ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
  • 19.
    ทฤษฏีกลุ่มการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยปัญญา วิธีการจัดการเรียนการสอนเมื่อใช้แนวคิดของ Consturctivism 1)   กรณีศึกษา ( case studies) หรือการแก้ปัญหาเพื่อการเรียนรู้ 2)   การนำเสนอผลงาน / ชิ้นงานให้ปรากฏแก่สายตาหลายด้าน หลาย มิติหรือการจัดทำสื่อแนะแนวทาง                                 3)   การกำกับดูแลหรือการฝึกงาน 4)   การเรียนรู้ร่วมกัน ( collaborative learning)        5)   การเรียนรู้โดยการสืบค้น ( Discovery learning) 6)   การเรียนรู้โดยการกำหนดสถานการณ์
  • 20.
    ความแตกต่างของทฤษฏีการเรียนรู้ ทฤษฏีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม จะเน้นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กำหนดพฤติกรรมทฤษฏีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยม เน้นความสนใจในกระบวนการภายในที่เรียกว่า   ความรู้ความเข้าใจ หรือการรู้คิดของมนุษย์ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์มี เน้นการให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
  • 21.
    ภารกิจที่ 3ให้วิเคราะห์และวิพากษ์จุดเด่นและจุดด้อยของการออกแบบการสอนที่มีพื้นฐานจากทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยมและคอนสตรัคติวิสต์
  • 22.
    ตอบภารกิจที่ 3ข้อดี ข้อด้อย ช่วยในการคิดหาความสามารถในการสัมผัสและการรับรู้ วางเงื่อนไขเกี่ยวกับอารมณ์ และเจตคติ ใช้ในการแก้พฤติกรรมที่เป็นปัญหา เน้นเรื่องการสังเกตพฤติกรรมมากเกินไป ถ้าผู้เรียนไม่มีความใส่ใจในการเรียนรู้ โดยการสังเกตหรือเลียนแบบก็จะไม่เกิดขึ้น พฤติกรรมทางสังคมหลาย ๆ ชนิด เช่น ความก้าวร้าวอาจจะเรียนรู้ได้โยการเลียนแบบจากตัวแบบ
  • 23.
    ตอบภารกิจที่ 3ข้อดี ข้อด้อย ส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการคิด การใช้เหตุผล สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าหรือมีแผนรองรับเมื่อเกิดปัญหา ให้ความสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าผ่านโดยสื่อต่าง ๆ กระบวนความคิดของเด็กแตกต่างกันกับผู้ใหญ่ ครูจะต้องมีความเข้าใจว่าเด็กแต่ละวัยมีความรู้เพียงไหน ควรจัดเวลาให้นักเรียนมีโอกาสที่แสดงพฤติกรรมถ้านักเรียนทำได้ไม่ถูกต้องอาจจะต้องแก้ไขวิธีสอน ต้องใช้สื่อที่หลากหลายในการใช้เป็นสิ่งเร้าถึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
  • 24.
    ตอบภารกิจที่ 3ข้อดี ข้อด้อย ผู้เรียนรู้บูรณาการข้อมูลใหม่กับประสบการณ์ที่มีมาก่อนหรือความรู้เดิมของผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับสถานการณ์จริงส่งผลให้สามารถประยุกต์สิ่งที่เรียนไปสู่สถานการณ์ใหม่ในสภาพชีวิตจริงได้ ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากบริบท การเรียนรู้  ผู้เรียนบางทีไม่เข้าใจความหมายของคำถาม ควรชี้แจงหรือสร้างข้อตกลงให้ชัดเจน ผู้เรียนต้องมีความรู้เดิมอยู่ก่อนแล้วถึงจะสามารถเรียนรู้ตามกิจกรรมได้อย่างเข้าใจ
  • 25.
    ภารกิจที่ 4จากสิ่งที่กำหนดต่อไปนี้ให้ท่านจำแนกประเภทตามลักษณะการออกแบบโดยระบุเกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนกด้วย ชุดการสอน ชุดสร้างความรู้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ บทเรียนโปรแกรม เว็บเพื่อการสอน สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย การเรียนแบบ ร่วมมือกันเรียนรู้
  • 26.
    ตอบภารกิจที่ 4จำแนกประเภทตามลักษณะการออกแบบ บทเรียนโปรแกรม เว็บเพื่อการสอนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย การเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ ประเภทที่ 1 ชุดการสอน ชุดสร้างความรู้ ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
  • 27.
    ตอบภารกิจที่ 4เกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนก ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 เป็นกระบวนการจัดเนื้อหาวิชาให้แก่ผู้เรียนอย่างมีระบบ เช่น รูปภาพ สไลด์เทป ภาพยนตร์ แผ่นคำบรรยาย วัสดุอุปกรณ์ เป็นโปรแกรมช่วยสอน คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้
  • 28.
    ตอบภารกิจที่ 4ประเภทที่ 3 - เครื่องมือทางการศึกษาอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้นักเรียนคนหนึ่งรับรู้ประสบการณ์ที่จัดไว้เป็นอนุกรมตามลำดับขั้น - เป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยี ปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน - เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนตั้งแต่สองคนขึ้นไป เกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการจำแนก
  • 29.
    ตอบภารกิจที่ 4ชุดการสอน หมายถึง กระบวนการจัดเนื้อหาวิชาให้แก่ผู้เรียนอย่างมีระบบประกอบด้วยเนื้อหา ซึ่งอยู่ในรูปของสื่อการสอนประเภทต่างๆ ส่วนมากบรรจุไว้ในกล่อง และนำเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆ ได้ ( พงษ์ศักดิ์ ปัญจพรผล , 2518)
  • 30.
    ตอบภารกิจที่ 4ชุดสร้างความรู้ หมายถึง การวางแผนการเรียนโดยใช้สื่อผสมที่ผลิตขึ้นอย่างเป็นระบบ ที่ช่วยให้ผู้เรียนจัดรูปแบบของความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 31.
    ตอบภารกิจที่ 4คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนอันหนึ่ง CAI คล้ายกับสื่อการสอนอื่น ๆ เช่น วิดีโอช่วยสอน บัตรคำช่วยสอน โปสเตอร์ แต่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะดีกว่าตรงที่ตัวสื่อการสอน ซึ่งก็คือคอมพิวเตอร์นั้น สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับคำสั่งเพื่อมาปฏิบัติ ตอบคำถามหรือไม่เช่นนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นฝ่ายป้อนคำถาม ( นัยนา เอกบูรณวัฒน์ , 2539)
  • 32.
    มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ คือ สื่อประสมที่พัฒนาให้สอดคล้องตามแนวคอนสตรัคติวิสต์เป็นการใช้สื่อในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เสียง รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว สำหรับให้ข้อมูลความรู้หรือให้ความสำราญต่อผู้ชม เป็นสื่อที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันและสร้างองค์ความรู้ขึ้นเอง โดยมีครูเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ
  • 33.
    ตอบภารกิจที่ 4บทเรียนโปรแกรม คือ เครื่องมือทางการศึกษาอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้นักเรียนคนหนึ่งรับรู้ประสบการณ์ที่จัดไว้เป็นอนุกรมตามลำดับขั้น ตามที่ผู้จัดทำบทเรียนเชื่อว่าจะนำนักเรียนไปสู่ขีดความสามารถที่ต้องการให้เกิดขึ้น คือ การเขียนตำราวิธีหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากตำราที่ใช้กันอยู่ทั่วไปข้อแตกต่างอยู่ที่การจัดเรียงลำดับเนื้อเรื่อง โดยแบ่งหน่วยและลำดับขั้นย่อย ๆ ที่เรียกว่า เฟรม ( Frame) แต่ละหน่วยมีคำตอบที่ถูกต้องไว้ให้ตรวจสอบได้
  • 34.
    ตอบภารกิจที่ 4เว็บเพื่อการสอนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย เป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยี ปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้และแก้ปัญหาในเรื่องข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา โดยการสอนบนเว็บจะประยุกต์ใช้คุณสมบัติ และทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บ ในการจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งการเรียนการสอนที่จัดขึ้นผ่านเว็บนี้ อาจเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดของกระบวนการเรียนการสอนก็ได้
  • 35.
    ตอบภารกิจที่ 4การเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือโดยการแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพากัน มีความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพื่อให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งตรงข้ามกับการเรียนที่เน้นการแข่งขันและการเรียนตามลำพัง
  • 36.
    สมาชิก โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น 1. นายปลาย งามจิตร 503050357-5  2. นางสาวธิดาวรรณ กุลโฮง 503050350-9 3. นางสาวจิราภรณ์ ตลับเพชร 503050576-3 4. นางสาวจุฑารัตน์ แควภูเขียว 503050577-1 5. นางสาวพรทิพย์ เกตุเวียง 503050583-6