Recommended
PDF
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
PDF
PDF
เล่ม 4 ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
PDF
PDF
DOC
แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องการเตรียมสารละลาย
PDF
เฉลยแบบฝึกหัด17.5โครงสร้างdna
PPT
PDF
PDF
PDF
สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การจำแนกสัตว์_(3)-06251013.pdf
PDF
PDF
เล่ม 5 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน
PDF
วิทยาศาตร์พื้นฐาน ม1เทอม1
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
การแลกเปลี่ยนแก๊ส การคายน้ำ และการลำเลียงสารในพืช
PPT
PDF
PPTX
PPT
PPTX
PDF
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
PDF
PPTX
บทที่ 3 แรง และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
PDF
PDF
More Related Content
PDF
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
PDF
PDF
เล่ม 4 ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
PDF
PDF
DOC
แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องการเตรียมสารละลาย
PDF
เฉลยแบบฝึกหัด17.5โครงสร้างdna
PPT
What's hot
PDF
PDF
PDF
สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การจำแนกสัตว์_(3)-06251013.pdf
PDF
PDF
เล่ม 5 ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน
PDF
วิทยาศาตร์พื้นฐาน ม1เทอม1
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
การแลกเปลี่ยนแก๊ส การคายน้ำ และการลำเลียงสารในพืช
PPT
PDF
PPTX
PPT
PPTX
PDF
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
PDF
PPTX
บทที่ 3 แรง และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
Similar to ปริมาณสารสัมพันธ์
PDF
PDF
PDF
เอกสารประกอบการเรียนรู้ ว 30222 เคมี2 2558
PDF
บทที่ 3 ปริมาณสารสัมพันธ์
PDF
ปริมาณสารสัมพันธ์ - Stoichiometry
PDF
PPT
DOC
โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยา พร้อมเฉลย
PPT
PDF
PPT
DOC
PDF
DOC
PDF
7-การคำนวณหกหกหกหกหกหกหกหปริมาณสาร-นร-2.pdf
PDF
PPT
DOC
โจทย์อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
DOC
โจทย์อัตราการเกิดปฎิกิริยาเคมี
DOC
ปริมาณสารสัมพันธ์ 1. 2. 3. ระบบเปิดระบบปิด
ระบบ ( System) หมายถึง สิ่งซึ่งอยู่ในขอบเขตที่ศึกษา
ระบบเปิด (Open System) หมายถึง ระบบที่มีการถ่ายเทมวล
ของสารระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อมหรือระบบ ซึ่งมวลและ
พลังงานของสารก่อนการเปลี่ยนแปลงและหลังการเปลี่ยนแปลง
มีค่าไม่คงที่เช่น
4. ระบบปิด ( Closed System) หมายถึงระบบที่ไม่มีการถ่ายเท
มวลสารกับสิ่งแวดล้อมหรือระบบ ซึ่งมวลของสารก่อนการ
เปลี่ยนแปลง และหลังการเปลี่ยนแปลงคงที่ แต่พลังงานของสาร
ก่อนการเปลี่ยนแปลงและหลังการเปลี่ยนแปลงไม่คงที่เช่น
5. สารละลาย
สารละลาย (Solution) คือ สารเนื้อเดียวที่มีสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้น
ไปมารวมกัน ประกอบด้วยตัวทำาละลายและตัวถูกละลายถ้าตัว
ถูกสารละลายและตัวทำาละลายมีสถานะเดียวกันสารละลายที่มี
ปริมาณมากกว่าเป็นตัวทำาละลาย แต่ถ้าสารทั้งสองมีสถานะแตก
ต่างกันสารที่มีสถานะเดียวกันกับสารละลายเป็นตัวทำาละลาย
หน่วยของสารละลาย เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณของตัวละลายที่
ละลายอยู่ในตัวทำาละลายหรือในสารละลาย ปริมาณตัวถูก
ละลายต่อปริมาณสารละลาย (ยกเว้นหน่วยโมลต่อกิโลกรัม)
6. ร้อยละ
1.1 ร้อยละโดยมวล(มวล/มวล) คือ ปริมาณมวลของตัวถูก
ละลายในมวลของสารละลาย 100 หน่วยมวล
1.2 ร้อยละโดยปริมาตร(ปริมาตร/ปริมาตร) คือ ปริมาตรของ
ตัวถูกละลายในสารละลายปริมาตร 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้
กับสารละลายที่เป็นของเหลว เช่น สารละลายแอลกอฮอล์เข้มข้น
ร้อยละ 20 โดยปริมาตร หมายความว่าสารละลายนี้100
ลูกบาศก์เซนติเมตรจะมีแอลกอฮอล์ละลายอยู่ 20 ลูกบาศก์
เซนติเมตร
7. 1.3 ร้อยละมวลต่อปริมาตร คือ ปริมาณของตัวถูกละลายใน
ปริมาตรของสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร โดยทั่วไปถ้ามวล
ของตัวถูกละลายมีหน่วยเป็นกรัมปริมาตรของสารละลายจะมี
หน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร และถ้ามวลของตัวถูกละลายมี
หน่วยเป็นกิโลกรัม ปริมาตรของสารละลายจะมีหน่วยเป็น
ลูกบาศก์เดซิเมตรหรือลิตร หน่วยมวลและหน่วยปริมาตรต้อง
ให้สอดคล้องกันด้วย
8. 2. โมลาริตี หรือโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร (mol/dm3 หรือ
mol/l) เป็นหน่วยที่บอกจำานวนโมลของตัวถูกละลายใน
สารละลาย 1 ลูกบาศก์เดซิเมตร หน่วยความเข้มข้นเป็นโมลต่อ
ลูกบาศก์เดซิเมตรอาจเรียกย่อได้เป็นโมลาร์(Molar) ใช้
สัญลักษณ์ M
3. โมแลลิตี หรือ โมลต่อกิโลกรัม (mol/kg) เป็นหน่วยที่
บอกจำานวนโมลของตัวถูกละลายที่ละลาย ในตัวทำาละลาย1
กิโลกรัม จึงมีหน่วยเป็น mol/kg หรือเรียกว่า โมแลล (Molal)
ใช้สัญลักษณ์ m
9. 4. เศษส่วนโมล (Mole fractions) คือ สัดส่วนจำานวนโมลของ
สารองค์ประกอบหนึ่งต่อจำานวนโมลรวมของสารทุกชนิดใน
สารละลาย ใช้สัญลักษณ์ X เช่น สารละลายชนิดหนึ่งประกอบ
ด้วยสาร A a mol, B b mol และC c mol จะได้เศษส่วนโมลของ
สาร A, B และ C ดังนี้
เศษส่วนโมลของสาร A (XA) = a / ( a + b + c )
เศษส่วนโมลของสาร B (XB) = b / ( a + b + c )
เศษส่วนโมลของสาร C (XC) = c / ( a + b + c )
10. ผลรวมของเศษส่วนโมลของสารองค์ประกอบทั้งหมด XA + XB + XC
มีค่าเท่ากับ 1
และเมื่อนำาค่าเศษส่วนโมลของแต่ละสารมาคูณด้วยร้อย จะได้ความ
เข้มข้นในหน่วยร้อยละโดยมวลของสารนั้น
ร้อยละโดยมวลของสาร A = เศษส่วนโมลของสาร A *
100
ร้อยละโดยมวลของสาร B = เศษส่วนโมลของสาร B *
100
ร้อยละโดยมวลของสาร C = เศษส่วนโมลของสาร C *
100
11. 5. ส่วนในล้านส่วน (parts per million; ppm) เป็นหน่วยที่
บอกมวลของตัวถูกละลายที่ละลายอยู่ในสารละลาย1 ล้านหน่วยมวล
เดียวกัน ซึ่งเป็นหน่วยความเข้มข้นของสารละลายที่เจือจางมาก ๆ
12. การคำานวณมวลโมเลกุลของ
สาร
ตัวอย่าง จงหามวลโมเลกุลของ CaSO 4 . 2H 2O กำาหนดมวลอะตอมของ Ca
= 40, S = 32, O = 16 และ H = 1
วิธีทำา มวลโมเลกุลของ CaSO 4 . 2H 2O = มวลอะตอมของทุกธาตุใน CaSO
4 . 2H 2O รวมกัน
= 40+32+(16 x 4)+2(2)+2(16)
= 40+32+64+4+32 = 172
ดังนั้น มวลโมเลกุลของ CaSO 4 . 2H 2O = 172 ตอบ
13. 14. 15. 7. การเปลี่ยนหน่วยสารละลายจากหน่วย
ร้อยละ -----------> mol/dm3
7.1 ร้อยละโดยมวล ---------> mol/dm3
C = ความเข้มข้น (mol/dm3) d = ความหนาแน่นของสารละลาย (g/cm3)
X = ความเข้มข้น (% โดยมวล) M = มวลโมเลกุลของตัวถูกละลาย
7.2 ร้อยละโดยปริมาตร --------------> mol/dm3
D = ความหนาแน่นของตัวทำาละลาย (g/cm3) x = ความเข้มข้นของ
สารละลาย (% โดยปริมาตร)
16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23. 1. ระบบปิด คือ ระบบที่ไม่มีการถ่ายเทมวลของสารระหว่างระบบ
กับสิ่งแวดล้อม
2. ระบบเปิด คือ ระบบที่มีการถ่ายเทมวลของสารระหว่างระบบกับ
สิ่งแวดล้อม
การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสารจำาเป็นต้องระบุสมบัติต่างๆ ของ
ระบบ เช่น มวล อุณหภูมิ ปริมาตร ความดัน ถ้าตรวจสอบได้ว่า
สมบัติใดของระบบมีการเปลี่ยนแปลงก็ถือได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง
เกิดขึ้นในระบบ สมบัติของสารและปัจจัยที่มีผลต่อสมบัติของระบบ
เรียกว่าภาวะของระบบ
24. ในปี พ.ศ. 2317 อองตวน-โลรอง ลาวัวซิเอ ได้ทดลองเผาสารในหลอดที่ปิดสนิท
พบว่า มวลรวมของสารก่อนเกิดปฏิกิริยาเท่ากับมวลรวมของสารหลังทำาปฏิกิริยา
จึงตั้งเป็นกฎเรียกว่า กฎทรงมวล
โจเชฟ เพราสต์ ได้ศึกษาการเตรียมสารประกอบบางชนิด
พบว่าสารประกอบชนิดหนึ่งที่เตรียมด้วยวิธีการที่แตกต่างกันมีอัตราส่วนโดยมวล
ของธาตุที่รวมกันเป็นสารประกอบหนึ่งๆ จะมีค่าคงที่ จึงตั้งเป็นกฎเรียกว่า กฎ
สัดส่วนคงที่ ตัวอย่างเช่น สารประกอบคอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ ( CuS ) ที่เกิดจาก
การรวมตัวของทองแดงและกำามะถันจะมีอัตราส่วนโดยมวลเท่ากับ 2:1 เสมอ
25. ปริมาตรก๊าซในปฏิกิริยาเคมี
1. กฎของเกย์ลุสแซก
ในปี พ.ศ. 2531 โซเซฟ-ลุย-เก-ลูซัก
ได้ทดลองวัดปริมาตรของก๊าซที่ทำาปฏิกิริยาพอดีกันและปริมาตร
ของก๊าซที่ได้จากปฏิกิริยาณ อุณหภมิและความดันเดียวกัน แล้ว
สรุปเป็นกฎการรวมปริมาตรของก๊าซว่า "ในปฏิกิริยาเคมีที่เป็นก๊าซ
อัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซที่ทำาปฏิกิริยาพอดีกันและปริมาตร
ของก๊าซที่เกิดจากปฏิกิริยาที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน จะเป็น
เลขจำานวนเต็มลงตัวน้อย ๆ"
26. 2. กฎอาโวกาโดร
ในปี พ.ศ. 2354 อาเมเดโอ อาโวกาโดร ได้ศึกษากฎของเกย์-
ลูสแซกและอธิบายว่าการที่อัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซที่
เข้าทำาปฎิกิริยาและที่ได้จากปฏิกิริยาเป็นเลขจำานวนเต็มน้อยๆคง
เป็นเพราะ ปริมาตรของก๊าซมีความสัมพันธ์กับจำานวนอนุภาคที่
รวมตัวกันเป็นสารประกอบ อาโวกาโดรจึงเสนอสมสุติฐานว่า"ที่
อุณหภูมิและความดันเดียวกัน ก๊าซทุกชนิดที่มีปริมาตรเท่ากันจะ
มีจำานวนโมเลกุลเท่ากัน
27. ไฮโดรเจน + ออกซิเจน -------> ไอนำ้า
2 cm3 1 cm3 2 cm3
2n โมเลกุล n โมเลกุล 2n โมเลกุล
2 โมเลกุล 1 โมเลกุล 2 โมเลกุล
หรือ 1 โมเลกุล 1/2 โมเลกุล 1 โมเลกุล
หรือ 2 อะตอม 1 อะตอม 2 อะตอม
28. 29. 30. การหาสูตรเอมพิริคัล มีหลัก
ดังนี้
1. ต้องทราบว่าสารที่จะหาสูตรเอมพิริคัลประกอบด้วยธาตุ
ใดบ้าง
2. ต้องทราบมวลอะตอมของแต่ละธาตุในสารที่จะหาสูตร
เอาพิริคัล
3. ต้องทราบมวลของแต่ละธาตุในสารที่จะหาสูตร
4. ให้ข้อมูลจากข้อ 1, 2 และ 3 หาอัตราส่วนโดยโมล ด้วย
การนำามวลของแต่ละธาตุหารด้วยมวลอะตอมของมันมา
เข้าอัตราส่วน
5. สำาหรับการปัดจุดทศนิยมของตัวเลขในการหา
อัตราส่วนโดยโมล โดยทำาตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง ให้เป็น
1 แล้วจึงปัดจุดทศนิยมด้วยวิธีปัด 0.1 - 0.2 ทิ้ง ถ้าเป็น
0.8 - 0.9 ปัดขึ้นอีก 1 ถ้าเป็น 0.0 - 0.7
31. 32. (มวลของสูตรเอมพิริคัล) x n = มวล
โมเลกุล
n = เลขเป็นจำานวนเต็มบวก เช่น 1, 2,
3
การปัดจุดทศนิยมของค่า n ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ให้ปัดขึ้น
อีกหนึ่ง แต่ถ้าตำ่ากว่า 0.5 ก็ปัดทิ้งไป เช่น 3.6
ก็ให้ปัดจุดทศนิยมเป็น4.0 และ 2.2 ปัดจุดทศนิยมเป็น
2.0
การหาสูตรโมเลกุลของก๊าซ และการหาร้อยละโดยมวล
ของธาตุจากสูตรเคมี
33. 34. 4. หาอัตราส่วนโดยปริมาตรก๊าซต่าง ๆ เป็นอย่างตำ่า
5. เปลี่ยนอัตราส่วนโดยปริมาตรของก๊าซเป็นอัตราส่วน
โดยโมล โดยใช้กฎอาโวกาโดร
6. เขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีตามโจทย์บอก แล้วเข้า
สมการพีชคณิตของจำานวนอะตอมทั้งหมด ทางซ้ายและ
ทางขวาของแต่ละธาตุให้เท่ากัน
การหาสูตรโมเลกุลของก๊าซ
มีหลักการดังนี้
35. 36. 37. 38. สารกำาหนดปริมาณ (Limiting Reagent) และร้อยละ
ของผลได้ของสารผลิตภัณฑ์
สารกำาหนดปริมาณ (Limiting Reagent)
สารที่เข้าทำาปฏิกิริยามีปริมาณไม่พอดีกัน ปฏิกิริยาที่เกิด
ขึ้นจะสิ้นสุดเมื่อสารใดสารหนึ่งหมดสาร
ที่หมดก่อนจะเป็นตัวกำาหนดปริมาณของผลิตภัณฑ์ของ
สารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าสารกำาหนดปริมาณ
(Limiting Reagent)
39. 40.