More Related Content
PDF
1 ธรรมชาติและพลังของภาษาไทย(5-34) PDF
PDF
สรุปเนื้อหาภาษาไทย..ม.ต้น PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
What's hot
PDF
PDF
แบบฝึกทักษะเรื่องคำสมาสสนธิ PDF
DOC
PDF
PDF
Aแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การถ่ายโอนพลังงานความร้อน PDF
แบบฝึกหัด อักษรนำ ประถมศึกษาปีที่ 3 DOC
บทเรียนสำเร็จรูปกาพย์ฉบัง๑๖ PPT
PPT
PDF
โวหารภาพพจน์ในวรรณคดีไทย1 DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
มาตราตัวสะกด แม่กก สำหรับนักเรียนบกพร่องทางการเรียนรู้ PDF
PPT
DOC
PDF
(คู่มือ)หนังสือเรียนสสวท คณิตศาสตร์เพิ่มเติม ม.1 ล.1 Viewers also liked
PDF
การพัฒนาชุดการเรียนเรื่อง เสียงในภาษาไทย PDF
PDF
งานแก้ตัวสำหรับนักเรียนติด มส. PPTX
PDF
เพชรพระอุมา เล่มที่ 01 ตอน ไพรมหากาฬ PDF
ใบความรู้เรื่อง ธรรมชาติของภาษา PDF
วิเคราะห์ข้อสอบ O net ภาษาไทย ม.3 PDF
PDF
DOC
PDF
ใบความรู้เรื่อง คำราชาศัพท์ PDF
ข้อสอบวัดความรู้วิชาภาษาไทย PDF
PPTX
DOCX
DOCX
ODP
PPTX
DOCX
PPTX
Similar to ลักษณะภาษาไทย
PDF
PPT
DOC
ใบความรู้ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยการสร้างคำ PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
DOC
PPT
PDF
DOC
PDF
บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาไทย DOC
PDF
PDF
PPTX
เรื่องหลักการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 PPT
PPTX
PPT
ลักษณะภาษาไทย
- 1.
ลักษณะภาษาไทย
ความหมายของภาษา
คำาว่า “ ภาษา”เป็นคำาภาษาสัน
สฤต แปลตามรูปศัพท์หมายถึงคำา
พูดหรือถ้อยคำา ภาษาเป็นเครื่อง
มือของมนุษย์ที่ใช้ในการสื่อความ
หมายให้สามารถสื่อสารติดต่อ
ทำาความเข้าใจกันโดยมีระเบียบ
ของคำาและเสียงเป็นเครื่องกำาหนด
ในพจนานุกรมฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542
ให้ความหมายของคำาว่าภาษา คือ
เสียงหรือกิริยาอาการที่ทำาความ
เข้าใจกันได้ คำาพูดถ้อยคำาที่ใช้
พูดจากัน
ภาษา แบ่งออกเป็น 2
ประเภท คือ
- 2.
• ภาษาที่เป็นถ้อยคำา เรียกว่า
“วัจนภาษา” เป็นภาษาที่ใช้
คำาพูดโดยใช้เสียงที่เป็นถ้อยคำา
สร้างความเข้าใจกัน นอกจาก
นั้นยังมีตัวหนังสือที่ใช้แทนคำา
พูดตามหลักภาษาอีกด้วย
• ภาษาที่ไม่เป็นถ้อยคำา เรียก
ว่า “ อวัจนภาษา” เป็นภาษา
ที่ใช้สิ่งอื่นนอกเหนือจากคำาพูด
และตัวหนังสือในการสื่อสาร
เช่น การพยักหน้า การโค้ง
คำานับ การสบตา การ
แสดงออกบนใบหน้าที่
แสดงออกถึงความเต็มใจและ
ไม่เต็มใจ อวัจนภาษาจึงมีความ
สำาคัญเพื่อให้วัจนภาษามีความ
ชัดเจนสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
ภาษาทุกภาษาย่อมมีองค์
ประกอบของภาษา โดยทั่วไป
จะมีองค์ประกอบ 4ประการ
คือ
1.เสียง นักภาษาศาสตร์จะ
ให้ความสำาคัญของเสียงพูด
มกกว่าตัวเขียนที่เป็นลาย
ลักษณ์อักษร เพราะภาษาย่อม
เกิดจากเสียงที่ใช้พูดกัน ส่วน
ภาษาเขียนเป็นสัญลักษณ์ที่
ใช้แทนเสียงพูด คำาที่ใช้พูดจา
กันจะประกอบด้วยเสียงสระ
เสียงพยัญชนะและเสียง
วรรณยุกต์ แต่บางภาษาก็ไม่มี
เสียงวรรณยุกต์ เช่น บาลี
สันสกฤต เขมร อังกฤษ
- 7.
- 8.
เสียงวรรณยุกต์ ได้แก่ เสียง/
สามัญ/
ส่วนคำานั้นจะเป็นการนำาเสียง
พยัญชนะ เสียงสระ และเสียง
วรรณยุกต์มาประกอบกัน
ทำาให้เกิดเสียงและมีความ
หมาย คำาจะประกอบด้วยคำา
พยางค์เดียวหรือหลายพยางค์
ก็ได้
3.ประโยค ประโยค
เป็นการนำาคำามาเรียงกันตาม
ลักษณะโครงสร้างของภาษาที่
กำาหนดเป็นกฎเกณฑ์หรือ
ระบบตามระบบทางไวยากรณ์
ของแต่ละภาษา และทำาให้
ทราบหน้าที่ของคำา
- 9.
4.ความหมาย ความหมาย
ของคำามี 2อย่าง คือ
(1) ความหมายตามตัวหรือ
ความหมายนัยตรง เป็น
ความหมายตรงของคำานั้นๆ
เป็นคำาที่ถูกกำาหนดและผู้ใช้
ภาษามีความเข้าใจตรงกัน เช่น
“ กิน” หมายถึง นำาอาหารเข้า
ปากเคี้ยวและกลืนลงไปในคอ
(2) ความหมายในประหวัด
หรือความหมายเชิงอุปมา
เป็นความหมายเพิ่มจากความ
หมายในตรง เช่น
“ กินใจ” หมายถึง รู้สึก
แหนงใจ
“ กินแรง” หมายถึง เอาเปรียบ
ผู้อื่นในการทำางาน
- 10.
- 11.
เพศ พจน์ กาลเมื่อต้องการ
แสดงเพศ พจน์ กาล จะใช้คำา
อื่นมาประกอบหรืออาศัย
บริบท ดังนี้
1.1.การบอกเพศ คำาบาง
คำาอาจบ่งชี้เพศอยู่แล้ว เช่น พ่อ
หนุ่ม นาย พระ เณร ปู่ ลุง เขย
เป็นเพศชาย ส่วนแม่ หญิง สาว
ชี ย่า ป้า สะใภ้ เป็นเพศหญิง
การบอกเพศนั้นจะนำาคำามา
ประกอบเพื่อบอกเพศ เช่น
ลูกเขย ลูกสะใภ้ แพทย์หญิง
ช้างพลาย นางพยาบาล บุรุษ
พยาบาล เป็นต้น
1.2.การบอกพจน์ คำาไทย
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำาเพื่อ
บอกจำานวน แต่จะใช้คำามา
- 12.
- 13.
- 14.
คำาเรียกสิ่งของ โต๊ะ อ่างขวด
ถ้วย จาน ชาม ไร่ นา บ้าน มีด
คำาเรียกชื่อสัตว์ หมา แมว หมู
หมา กา ไก่ งู วัว ควาย เสือ ลิง
คำาเรียกธรรมชาติ ดิน นำ้า ลม
ไฟ ร้อน หนาว เย็น
คำาสรรพนาม ท่าน ผม เธอ เรา
สู เจ้า อ้าย อี
คำากริยา ไป นั่ง นอน กิน เรียก
คำาลักษณะนาม ฝูง พวก กำา ลำา
ต้น ตัว อัน ใบ
คำาขยายหรือคำาวิเศษณ์ อ้วน
ผอม ดี เลว สวย เก่า ใหม่ แพง
ถูก
คำาบอกจำานวน อ้าย ยี่ สอง
หนึ่ง พัน ร้อย แสน ล้าน มาก
น้อย
- 15.
- 16.
ตัวสะกดมี 8 มาตราคำาไทย
จะสะกดตรงตามมาตราตัว
สะกดและไม่มีการันต์ เช่น
มาตราแม่กก ใช้ ก สะกด เช่น
มาก จาก นก จิก รัก
มาตราแม่กด ใช้ ด สะกด เช่น
กัด ตัด ลด ปิด พูด
มาตราแม่กบ ใช้ บ สะกด เช่น
จับ จบ รับ พบ ลอบ
มาตราแม่กน ใช้ น สะกด เช่น
ขึ้น อ้วน รุ่น นอน กิน
มาตราแม่กง ใช้ ง สะกด เช่น
ลง ล่าง อ่าง จง พุ่ง แรง
มาตราแม่กม ใช้ ม สะกด เช่น
ลาม ริม เรียม ซ้อม ยอม
มาตราแม่เกย ใช้ ย สะกด เช่น
ยาย โรย เลย รวย เฉย
- 17.
มาตราแม่เกอว ใช้ วสะกด
เช่น ดาว เคียว ข้าว เรียว เร็ว
คำาที่มีมาตราตัวสะกดไม่ตรง
ตามมาตราตัวสะกด จะเป็นคำาที่
เป็นภาษาอื่นที่ยืมมาใช้ใน
ภาษาไทย และบางคำายังมีการ
ใช้ตัวการันต์เพื่อไม่ต้องออก
เสียงพยัญชนะตัวนั้นอีกด้วย
เช่น
ภาษาบาลี มัจฉา อังคาร อัมพร
ปัญญา
ภาษาสันสกฤต อาตมา สัปดาห์
พฤศจิกายน พรหม
ภาษาเขมร เสด็จ กังวล ขจร
เผอิญ
ภาษาอังกฤษ ฟุต ก๊าซ ปอนด์
วัคซีน
- 18.
- 19.
อักษรสูง อักษรกลาง อักษร
ตำ่าและมีเสียงวรรณยุกต์
ต่างกัน เป็นเสียงสามัญ
เอก โท ตรี และจัตวา เป็น
5 ระดับเสียง ทำาให้เลียน
เสียงธรรมชาติได้อย่างใกล้
เคียง
5.การสร้างคำา คำาไทยเป็น
คำาพยางค์เดียวจึงไม่พอใช้ใน
ภาษาไทย จึงต้องมีการยืม
ภาษาต่างประเทศมาใช้ แล้ว
ยังมีการสร้างคำาใหม่ๆ ด้วยวิธี
การต่างๆ เช่น การประสมคำา
การซ้อนคำา การซำ้าคำา การ
สมาส เป็นต้น
- 20.
- 21.
ข้างหน้าหรือข้างหลังคำาขยาย
ก็ได้ เช่น
เขาเดิน เร็ว(คำาขยายอยู่หลัง
คำาถูกขยาย)
เขาสวมเสื้อ สีฟ้า (คำาขยายอยู่
หลังคำาถูกขยาย)
มากหมอก็ มากความ (คำาบอก
ปริมาณอยู่หน้าคำาที่ขยาย)
เขามาคน เดียว (คำาบอก
ปริมาณอยู่หลังคำาที่ขยาย)
8.คำาไทยมีคำาลักษณนาม
ซึ่งเป็นคำานามที่บอกลักษณะ
ของนามข้างหน้า ซึ่งคำาลัก
ษณนามมีหลายชนิด ได้แก่
ลักษณะนามบอกชนิด เช่น
ขลุ่ย 2 เลา
- 22.
ลักษณนามบอกอาการ เช่น
บุหรี่ 3มวน ลักษณะนามบอก
หมวดหมู่ เช่น
ทหาร 5 หมวด
9.ภาษาไทยมีวรรคตอน
ในการเขียนและมีจังหวะ
ในการพูด หากแบ่งวรรค
ตอนไม่ถูกต้องความหมายจะ
ไม่ชัดเจน หรือมีความหมาย
เปลี่ยนไป เช่น
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสีย
ตำาลึงทอง หมายความว่า นิ่ง
เสียดีกว่าพูด
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง เสีย
ตำาลึงทอง หมายความว่า ยิ่งนิ่ง
ยิ่งเสียมาก
- 23.