Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Rungdawan Rungrattanachai
17,318 views
แผนการจัดการเรียนรู้อินเตอร์เน็ต
Read more
7
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 363 times
1
/ 19
2
/ 19
3
/ 19
Most read
4
/ 19
5
/ 19
Most read
6
/ 19
7
/ 19
8
/ 19
9
/ 19
10
/ 19
11
/ 19
12
/ 19
13
/ 19
Most read
14
/ 19
15
/ 19
16
/ 19
17
/ 19
18
/ 19
19
/ 19
More Related Content
PDF
การสร้างจักรวาลนฤมิต Spatial Metaverse
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
โครงสร้างรายวิชา สาระการงานอาชีพ ม ต้น
by
Aopja
PDF
แผนการจัดการเรียนเรียนรู้การงานอาชีพ ป.6 2
by
thkitiya
DOC
แผนการสอน ผลิตสื่อวีดีทัศน์ ม.6
by
พงศธร ภักดี
PDF
การสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
by
Sombom
PDF
ตัวอย่างโครงการสอน
by
Krupol Phato
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sarocha Makranit
PDF
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ประเภทแหล่งข้อมูล
by
Thanawut Rattanadon
การสร้างจักรวาลนฤมิต Spatial Metaverse
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
โครงสร้างรายวิชา สาระการงานอาชีพ ม ต้น
by
Aopja
แผนการจัดการเรียนเรียนรู้การงานอาชีพ ป.6 2
by
thkitiya
แผนการสอน ผลิตสื่อวีดีทัศน์ ม.6
by
พงศธร ภักดี
การสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
by
Sombom
ตัวอย่างโครงการสอน
by
Krupol Phato
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sarocha Makranit
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ประเภทแหล่งข้อมูล
by
Thanawut Rattanadon
What's hot
PDF
แบบทดสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.1
by
teerachon
PDF
รายงานการใช้สื่อ5บท
by
Jiraporn Chaimongkol
PDF
กิจกรรมสะเต็มศึกษา (สสวท.)
by
kroofon fon
PDF
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
by
เกษสุดา สนน้อย
PDF
โครงงาน
by
pam123145
DOC
แผนการเรียนรู้Ict
by
Rachanok Songsang
DOCX
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sup's Tueng
PDF
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
PPT
การเขียนแผนปฏิบัติงาน
by
สุรศักดิ์ สักขินา
PPTX
อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.4
by
nareerat inthukhahit
PDF
แบบสอบถามความพึงพอใจ
by
Duangnapa Inyayot
PDF
ใบงาน 1.2 คำศัพท์เกี่ยวกับอุุปกรณ์คอมพิวเตอร์
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
PDF
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคอมพิวเตอร์ป2
by
wifi5822
PDF
กระดาษเส้น
by
Tik Msr
PDF
ใบความรู้ที่ 4 เรื่อง การวางแผนการทำโครงงาน
by
sarawut saoklieo
PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Internet
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
PDF
ใบงานที่ 1 ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Nattapon
DOCX
ข้อสอบSketch up
by
chanaporn sornnuwat
PDF
ใบงานที่ 10 การสร้างแผนภูมิ
by
Meaw Sukee
แบบทดสอบ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.1
by
teerachon
รายงานการใช้สื่อ5บท
by
Jiraporn Chaimongkol
กิจกรรมสะเต็มศึกษา (สสวท.)
by
kroofon fon
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
by
เกษสุดา สนน้อย
โครงงาน
by
pam123145
แผนการเรียนรู้Ict
by
Rachanok Songsang
โครงงานคอมพิวเตอร์
by
Sup's Tueng
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ม.1-3
by
ครูหลวง ดอทคอม
การเขียนแผนปฏิบัติงาน
by
สุรศักดิ์ สักขินา
อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.4
by
nareerat inthukhahit
แบบสอบถามความพึงพอใจ
by
Duangnapa Inyayot
ใบงาน 1.2 คำศัพท์เกี่ยวกับอุุปกรณ์คอมพิวเตอร์
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคอมพิวเตอร์ป2
by
wifi5822
กระดาษเส้น
by
Tik Msr
ใบความรู้ที่ 4 เรื่อง การวางแผนการทำโครงงาน
by
sarawut saoklieo
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Internet
by
ครูสม ฟาร์มมะนาว
ใบงานที่ 1 ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Nattapon
ข้อสอบSketch up
by
chanaporn sornnuwat
ใบงานที่ 10 การสร้างแผนภูมิ
by
Meaw Sukee
Similar to แผนการจัดการเรียนรู้อินเตอร์เน็ต
PDF
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ย่อยที่ 4
by
dechathon
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
by
Meaw Sukee
DOC
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องความหมายและความสำคัญ
by
Suporn Silipee
PDF
ปฐมนิเทศรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
DOC
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ม
by
Sutin Yotyavilai
DOC
แผนคอมฯ ม.2 2
by
Surapong Jakang
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
Meaw Sukee
PDF
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
by
Meaw Sukee
PDF
Slideshare
by
paewwaew
DOC
แผนคอม๑ ๒๕๕๓ ม.๑
by
อาจารย์จุมพล รัตน์ชิต
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงชั้นที่ 3 4
by
Koksi Vocation
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
Meaw Sukee
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
แผนการจัดการเรียนรู้ย่อยที่ 4
by
dechathon
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องความหมายและความสำคัญ
by
Suporn Silipee
ปฐมนิเทศรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ม
by
Sutin Yotyavilai
แผนคอมฯ ม.2 2
by
Surapong Jakang
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
Meaw Sukee
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
by
krunuy5
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
by
Meaw Sukee
Slideshare
by
paewwaew
แผนคอม๑ ๒๕๕๓ ม.๑
by
อาจารย์จุมพล รัตน์ชิต
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงชั้นที่ 3 4
by
Koksi Vocation
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
by
Meaw Sukee
แผนการจัดการเรียนรู้อินเตอร์เน็ต
1.
แผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี รหัสวิชา ง
22101 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 หนวยที่ 6 เรื่อง อินเตอรเน็ต เวลาเรียน 6 ชั่วโมง แผนการเรียนรูที่ 1 เรื่อง รูเรื่องอินเตอรเน็ตและประวัติอินเตอรเน็ต สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ. …………… ภาคเรียนที่ …. 1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ง 3.1 เขาใจ เห็นคุณคา และใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคนขอมูล การเรียนรู การสื่อสาร การแกปญหา การทํางานและอาชีพ อยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม 2. ตัวชีวัด ้ ง 3.1 ม.2/3 คนหาขอมูล และติดตอสื่อสารผานเครือขายคอมพิวเตอร อยางมีคุณธรรมและจริยธรรม 3. สาระสําคัญ อินเตอรเน็ทเปนระบบสืบคนที่ใหญทสุดในโลกในขณะนี้ ผูเรียนสามารถสืบคนขอมูลจากอินเตอรเน็ตได ี่ เพื่อมาประกอบการเรียนการสอน ดังนั้นผูเรียนจะตองรูจักความหมาย และประวัติความเปนมาของอินเตอรเน็ท วามีความหมายและความเปนมาอยางไร และรูจักการบริการตาง ๆ ในอินเตอรเน็ต รูจกคุณธรรมและจริยธรรม ั มารยาทในการใชอินเตอรเน็ต 4. สาระการเรียนรู ดานความรู 1. บอกความหมายอินเตอรเน็ต และประวัตอินเตอรเน็ต ิ 2. บอกการใชงานอินเตอรเน็ต 3. รูจักคุณธรรมและจริยธรรม มารยาทในการใชงานอินเตอรเน็ต ดานทักษะ/กระบวนการ 1. กระบวนการคิดวิเคราะห 2. กระบวนการฝกปฏิบัติ ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค 1. ใฝเรียนรู 2. มีวินัย 3. มุงมั่นในการทํางาน
2.
5. ผลงาน (ชิ้นงาน/ภาระงาน)
1. นักเรียนทําใบงานหาความหมายและประวัติอินเตอรเน็ต ใน โปรแกรม search engine 2. นักเรียนทําใบงานเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการใชอินเตอรเน็ต 6. กิจกรรมการเรียนรู ครั้งที่ 1 จํานวน 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 1-2) 1. ผูสอนสนทนาซักถามกับผูเรียนเกี่ยวกับอินเตอรเน็ต โดยสุมเปนรายบุคคลดังนี้ - นักเรียนรูจกอินเตอรเน็ตหรือไม ั - อินเตอรเน็ตมีประวัติความเปนมาอยางไร - อินเตอรเน็ตมีตนกําเนิดอยูที่ไหน - ประโยชนของอินเตอรเน็ตมีอะไรบาง 2. นักเรียนศึกษาใบความรูที่ 1.1 เรื่องอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต จากสื่อ Power point ฉายเขาโปรเจกเตอร 3. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความหมายและประวัติอินเตอรเน็ต 4. นักเรียนทําใบงานที่ 1.1 เรื่องประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต คนหาโดยใช โปรแกรม search engine ตาง สงครูมาตามอีเมลของครูสอน ครั้งที่ 2 จํานวน 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 3-4) 1. ครูและนักเรียนทบทวนความหมายและประวัติความเปนมาของอินเตอรเน็ต และรวมกันสนทนา เกี่ยวกับการใชงานอินเตอรเน็ต ครูสุมถามนักเรียนดังนี้ - อินเตอรเน็ตใหบริการดานใดบาง - โปรแกรม search engine หรือโปรแกรมสืบคนมีอะไรบาง - การสมัครอีเมล ใดที่ใหบริการสมัครฟรี มีอะไรบาง - ถามวาใครเคยใชงานอีเมล - การสนทนาบนเครือขายมีอะไรบางยกตัวอยาง 2. นักเรียนศึกษาใบความรูที่ 1.2 เรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต 3. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปเรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต 4. นักเรียนทําใบงานที่ 1.2 เรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต ครั้งที่ 3 จํานวน 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 5-6) 1. ครูและนักเรียนชวยกันทบทวนเรื่องการใชงานของอินเตอรเน็ต และครูสอบถามนักเรียนโดยการสุม ดังนี้ - นักเรียนรูจกมารยาทการใชอินเตอรเน็ตหรือไม ั - จริยธรรม คุณธรรม และมารยาทการใชอินเตอรเน็ตคืออะไร ยกตัวอยางมาพอเขาใจ 2. นักเรียนทุกคนสืบคนขอมูลทางอินเตอรเน็ต ตามที่ครูผูสอนใหหัวขอไว สรุป พรอมกับบอกแหลงที่มา ใหครบถวนและสมบูรณ
3.
7. สื่อ อุปกรณ
และแหลงการเรียนรู สื่อ 1. ใบความรู 1 เรื่องอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต 2. ใบความรูที่ 1.2 เรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต 3. ใบงานที่ 1.1 เรื่องประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต 4. ใบงานที่ 1.2 เรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต 5. โปรเจคเตอร 6. อินเตอรเน็ต 7. Power Point แหลงเรียนรู 1. หองคอมพิวเตอร 2. หองสมุด 3. หองสืบคน 8. การวัดและประเมินผล วิธีการ - ตรวจคะแนนจากใบงาน - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน เครื่องมือ แบบประเมินใบงานที่ 1.1 เรื่องประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต แบบประเมินใบงานที่ 1.2 เรื่องการใชงานอินเตอรเน็ต แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน เกณฑการประเมิน ผูเรียนทําใบงานผานเกณฑ ระดับพอใชขึ้นไป นักเรียนทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียนอยูในระดับผานขึ้นไป ตารางแสดงการประเมินตามเกณฑ 1. ใบงานที่ 1.1 เรื่องประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต 3 นักเรียนสามารถสืบคนประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต บอกแหลงทีมา เนื้อหาได ่ (ระดับ ดี) ถูกตองครบถวน 2 นักเรียนสามารถสืบคนประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต บอกแหลงทีมา เนื้อหาไดไม ่ (ระดับ พอใช) ครบถวน 1 นักเรียนสามารถสืบคนประวัติอินเตอรเน็ตและความหมายอินเตอรเน็ต ไมบอกแหลงที่มา เนื้อหาไม (ระดับ ปรับปรุง) ครบถวน 0 ไมมีผลงาน
4.
2. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน
คําชี้แจง ใหพจารณาตัวชี้วัดตอไปนี้แลวใหระดับคะแนนทีตรงกับการปฏิบัติของนักเรียนตามความเปนจริง ิ ่ ระดับคะแนน 3 หมายถึง ปฏิบัติเปนประจําทุกครัง ้ ระดับคะแนน 2 หมายถึง ปฏิบัติบอยครั้ง ระดับคะแนน 1 หมายถึง ปฏิบัตินอย ระดับคะแนน 0 หมายถึง มีพฤติกรรมไมชัดเจนหรือไมมหลักฐานที่นาเชื่อถือ ี รายการประเมิน คุณภาพ มีจิตสาธารณะ 3 คะแนน 2 คะแนน 1คะแนน 0 คะแนน ( ดีเยี่ยม) (ดี) (พอใช) (ไมผาน) 1. ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน และเขารวมกิจกรรมการเรียนรู 2. แสวงหาความรูจาก แหลงเรียนรู ตางๆ ทั้งภายในและภายนอก โรงเรียน ดวยการเลือกใชสื่ออยาง เหมาะสม สรุปเปนองคความรู และ สามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได ระดับคุณภาพ 3 ( ดีเยี่ยม) = 6 คะแนน 2 ( ดี) = 4-5 คะแนน 1 ( ผาน) = 3-2 คะแนน 0 ( ไมผาน) = 0-1 คะแนน เกณฑการผาน ไดระดับคุณภาพผาน โดยมีคะแนน 2 คะแนนขึ้นไปถือวาผาน สรุปผลการประเมิน ผาน ระดับ ดีเยี่ยม ดี ผานเกณฑการ ประเมิน ไมผาน 9. การบูรณาการกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น บูรณาการกับกลุมสาระภาษาตางประเทศ เพราะมีศัพทภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร ที่นักเรียน ตองรู และบูรณาการกับกลุมภาษาไทย เกี่ยวกับคําที่มาจากภาษาตางประเทศ และพูดทับศัพทภาษาอังกฤษ เลยเชนคําวาอินเตอรเน็ต เน็ตเวิรก คอมพิวเตอร เปนตน 10. กิจกรรมเสนอแนะ เนื่องจากเทคโนโลยีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร ตองทันสมัย จึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนันครูผูสอน ้ ควรปรับปรุงเนือหา ไปตามยุคสมัยนั้น ๆ และอาจจะตองสอดแทรกไปกับยุคสมัยดังเดิมดวยเพื่อใหผเู รียนรูถึง ้ ้ ประวัติความเปนมา ในยุคตาง ๆ
5.
11. บันทึกผลหลังสอน 11.1 ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... 11.2
ปญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... 11.3 แนวทางการปรับปรุงแกไข ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... ลงชื่อ……………………………………ผูสอน (………………………………..) วันที่ …..…เดือน…………..………พ.ศ……… ความเห็นของผูบงคับบัญชา / ผูที่ไดรับมอบหมาย / ขอเสนอแนะของผูนเิ ทศ ั ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... ……………………………………………………………………………………………..................................... ลงชื่อ …………………………………………. ผูตรวจ (………………………………….) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี วันที่ …..…เดือน…………..………พ.ศ………..
6.
ใบความรู
เรื่องอินเตอรเน็ทและประวัติอินเตอรเน็ท อินเตอร์ เน็ตคืออะไร ในสังคมยุคขาวสารเชนปจจุบันนี้ แทบจะไมมีใครไมเคยไดยินคํา วา “อินเตอรเ น็ ต ” เหตุเ พราะอิ นเตอรเ น็ต ไดก ลายเป นสว นหนึ่ ง ใน ชีวิตประจําวันของคนจํานวนมากในโลกนีไปแลว ประมาณกันวาในแตละ ้ วันมีผูคนมากกวา 50 ลานคนในประเทศตางๆ กวา 150 ประเทศทั่วโลก กํ า ลั ง ใช อิ น เตอร เ น็ ต กั น อยู อาจเป น นั ก ศึ ก ษาคนหนึ่ ง ในประเทศ ออสเตรเลียที่กําลังสืบคนขอมูลจากหองสมุดแหงหนึ่งในประเทศอังกฤษ หรือเปนอาจารยมหาวิทยาลัยคนหนึ่งในประเทศญี่ปุนกําลังสั่งซื้อหนังสือ จากประเทศไทย เปนตน การประกอบกิจกรรมตางๆ ในอินเตอรเน็ตดังที่ ได ก ลา วมานี้ เปน ตั ว อย า งที่ส ะท อนใหเ ห็ น ภาพของการสื่ อ สารที่ ไ ร พรมแดนไดอยางชัดเจน การใชอินเตอรเน็ตในปจจุบันไดขยายวงกวาง ออกไปมากขึ้น โดยไดกาวลวงเขาไปในทุกสาขาอาชีพ ไมไดจํากัดอยูเฉพาะดานการศึกษาหรือการวิจัยเหมือนเมื่อ เริ่มมีการใชอินเตอรเน็ตใหมๆ ดวยคุณสมบัติการเขาถึงกลุมเปาหมายจํานวนมากๆ ไดในเวลาอันรวดเร็ว และใช ตนทุ นในการลงทุนต่ํ า ทําใหอิ นเตอรเ น็ต เปน สิ่ง ที่พึง ปรารถนาขององค ก รทั้ ง หลาย ไดมีค วามพยายามนํ า อินเตอรเน็ตมาใชเพื่อประโยชนสําหรับหนวยงานของตนในรูป แบบตางๆ อาทิ การประชาสัม พันธองคกร การ โฆษณาสินคา การคาขาย การติดตอสื่อสาร ฯลฯ นอกจากนี้อินเตอรเน็ตยังกลายเปนอีกสื่อหนึ่งของความบันเทิง ภายในครอบครัวไปดวย ไมวาจะเปนการฟงวิทยุ ดูโทรทัศน หรืออานหนังสือพิมพก็ตาม ลวนแลวแตสามารถ กระทําผานอินเตอรเน็ตไดทั้งสิ้น 1. อินเตอร์เน๊ตหมายถึง “อินเตอรเน็ต” มาจากคําวา International Network เปนเครือขายของการสื่อสาร ขอ มูล ขนาดใหญ อั นประกอบดว ยเครื อ ขา ยคอมพิว เตอรจํ านวนมาก เชื่อ มโยง แหลงขอมูลจากองคกรตางๆ ทั่วโลกเขาดวยกัน คําวา “เครือขาย” หมายถึง 1. การที่มีคอมพิวเตอรตั้งแต 2 เครื่องขึ้นไป เชื่อมตอเขาดวยกันดวยสาย เคเบิล (ทางตรง) และหรือสายโทรศัพท (ทางออม) 2. มีผูใชคอมพิวเตอร 3. มีการถายเทขอมูลระหวางกัน
7.
2. ประวัตความเป็ นมาของอินเตอร์
เน็ต ิ ป พ.ศ. 2500 (1957) โซเวียดไดปลอยดาวเทียม Sputnik ทําใหสหรัฐอเมริกาไดตระหนักถึง ปญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น ค.ศ. 2512 (1969) กองทัพสหรัฐตองเผชิญหนากับความเสี่ยงทางการทหาร และ ความเปนไปไดในการถูกโจมตี ดวยอาวุธปรมาณู หรือนิวเคลียร การถูกทําลายลาง ศูนยคอมพิวเตอร และ ระบบการสื่อสารขอมูล อาจทําใหเกิดปญหาทางการรบ และในยุคนี้ ระบบคอมพิวเตอร ที่มีหลากหลาย มากมายหลายแบบ ทําใหไมสามารถแลกเปลียนขอมูล ขาวสาร และโปรแกรมกันได จึงมีแนวความคิด ในการ ่ วิจัยระบบทีสามารถ เชื่อมโยงเครืองคอมพิวเตอร และแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางระบบที่แตกตางกันได ่ ่ ตลอดจนสามารถรับสงขอมูลระหวางกัน ไดอยางไมผิดพลาด แมวาคอมพิวเตอรบางเครื่อง หรือสายรับสง สัญญาณ เสียดายหรือถูกทําลาย กระทรวงกลาโหมอเมริกัน (DoD = Department of Defense) ไดใหทุนที่มีชื่อ วา DARPA (Defense Advanced Research Project Agency) ภายใตการควบคุมของ Dr. J.C.R. Licklider ได ทําการทดลอง ระบบเครือขายที่มีชื่อวา DARPA Network และตอมาไดกลายสภาพเปน ARPANet (Advanced Research Projects Agency Network) และตอไดมาพัฒนาเปน INTERNET ในที่สุด การเริ่มตนของเครือขายนี้ เริมในเดือน ธันวาคม 2512 (1969) จํานวน 4 มหาวิทยาลัย ไดแก ่ - มหาวิทยาลัยยูทาห - มหาวิทยาลัยแคลิฟอรเนียที่ซานตาบาบารา - มหาวิทยาลัยแคลิฟอรเนียที่ลอสแองเจลิส - สถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอรด และขยายตอไปเรื่อยๆ เปน 50 จุดในป พ.ศ. 2515 จนเปนหลายลานแหงทั่วโลกทีเดียว งานหลักของเครือขายนี้ คือ การคนควาและวิจัยทางทหาร ซึ่งอาศัยมาตรฐานการรับสงขอมูลเดียวกัน ที่ เรียกวา Network Control Protocol (NCP) ทําหนาที่ควบคุมการรับสงขอมูล การตรวจสอบความผิดพลาดใน การสงขอมูล และตัวกลางที่เชื่อมตอคอมพิวเตอรทุกเครื่องเขาดวยกัน และมาตรฐานนี้กมีจุดออนในการขยาย ็ ระบบ จนตองมีการพัฒนามาตรฐานใหม
8.
พ.ศ. 2525 ไดมีมาตรฐานใหมออกมา
คือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol (TCP/IP) อันเปนกาวสําคัญของอินเตอรเน็ต เนื่องจากมาตรฐานนี้ทําใหคอมพิวเตอรตางชนิดกัน สามารถรับสง ขอมูลไปมาระหวางกันได เปรียบเสมือนเปนหัวใจของอินเตอรเน็ตเลยก็วาได จากระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร ที่มอยูในยุคนั้น ไมสามารถตอบสนองการสื่อสารได บริษัทเบลล (Bell) ี ไดใหทุนการศึกษาแก หองทดลองที่มีชื่อเสียงทีสุดแหงหนึ่ง ในสมัยตอมา คือ Bell's Lab ใหทดลองสราง ่ ระบบปฏิบัตการแหงอนาคต (ของคนในยุคนั้น) เดนนิส ริสซี และ เคเน็ต ทอมสัน ไดออกแบบ และพัฒนา ิ ระบบที่มีชื่อวา UNIX ขึ้น และแพรหลายอยางรวดเร็ว พรอมๆ กับการแพรหลายของระบบ Internet เนื่องจาก ความสามารถ ในการสื่อสารของ UNIX และมีการนํา TCP/IP มาเปนสวนหนึ่งของระบบปฏิบัติการนี้ดวย พ.ศ. 2529 มูลนิธิวิทยาลัยศาสตรแหงชาติ สหรัฐอเมริกา (National Science Foundation - NSF) ไดวางระบบเครือขายขึ้นมาอีกระบบหนึ่ง เรียกวา NSFNet ซึ่งประกอบดวยซุปเปอรคอมพิวเตอร 5 เครื่องใน 5 รัฐ เชื่อมตอเพื่อประโยชนทางการศึกษา และคนควาทางวิทยาศาสตร และมีการใชมาตรฐาน TCP/IP เปน มาตรฐานหลักในการรับสงขอมูล สงผลใหการใชงานเครือขายเปนไปอยางรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีเครือขายอื่นๆ เกิดขึ้นมาเชน UUNET, UUCP, BitNet, CSNet เปนตน และตอมาไดเชื่อมตอกัน โดยมี NSFNet เปนเครือขายหลัก ซึงเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเครือขาย (Backbone) ่ ในป พ.ศ. 2530 เครือขาย ARPANET ไดรวมกับ NSFNET และลดบทบาทตัวเองลงมา เปลี่ยนไป ใชบทบาทของ NSFNet แทน และเลิกระบบ ARPANET ในปพ.ศ. 2534 ในปจจุบัน Internet เปนการตอโยงทางตรรกะ (Logic) ของระบบคอมพิวเตอรนบลาน ๆ เครื่อง และโยงกับ ั ระบบ Wide Area Network (WAN) ตางๆ เชน MILNET, NSFNET, CSNET, BITNET หรือแมแต เครือขาย ทางธุรกิจ เชน IBMNET, Compuserve Net และอื่น ๆ ภายใตโปรโตคอล ที่มีชื่อวา TCP/IP โดยที่ขนาดของ เครือขาย ครอบคลุมไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย และมีการขยายขอบเขตออกไป อยางไมหยุดยั้ง ระบบ Internet เปนการนําเครือขายขนาดใหญที่สุดของโลก ทีมีการตอเสมือนกับ ใยแมงมุม หรือ ่ World Wide Web หรือเรียกยอๆ วา WWW (มีการบัญญัตศัพทวา เครือขายใยพิภพ) ในระบบนีเ้ ราสามารถ ิ เปรียบเทียบ Internet ได สองลักษณะคือ ลักษณะทางกายภาพ และทางตรรกะ ในทางกายภาพ (Physical) นั้น Internet เปนเครือขายทีรับอิทธิพลจาก เครือขายโทรศัพทโดยตรง ในสหรัฐอเมริกา บริษัทที่เปนผูใหบริการ ่ Internet ก็เปนบริษทที่ทําธุรกิจ ทางโทรศัพท เชน MCI, AT&T, BELL เปนตน และอีกลักษณะหนึง ที่เปน ั ่ ความเดนของระบบ คือลักษณะทางตรรกะ หรือ LOGICAL CONNECTION ที่เปนเสมือนใยแมงมุม ครอบคลุมโลกไว
9.
ใบงานที่ 1
เรื่อง อินเตอรเน็ต คําชี้แจง ใหนักเรียนคนหาความหมายของอินเตอรเน็ตและประวัติอินเตอรเน็ตใหครบถวนสมบูรณ และบอก แหลงที่มาดวย ใหจัดสงมาที่อเี มลของครูผสอน ู 1. ใหนักเรียนหาความหมายอินเตอรเน็ต 2. ใหนักเรียนสรุปประวัติความเปนมาของอินเตอรเน็ตมาพอเขาใจ
10.
ใบความรู1.2 เรื่องบริการอินเตอรเนต
1. Electronic mail • บริการ E-Mail ฟรี เปนบริการที่มผูใชกันมาก เพราะใชสําหรับสง และอานขอความ กับผูที่ตองการ ี ติดตอดวย และใชแทนจดหมายไดอยางดี เพราะไมตองเสียคาใชจาย และผูรบจะไดรับในเวลาเกือบทันที ั ที่สงไป ผูใหับริการ E-Mail ฟรีในปจจุบัน เชนของ hotmail หรือ yahoo mail หรือ ตามแตละประเทศ ที่ คนในประเทศจะทํา Server ใหบริการ สําหรับกลุมที่มีความสนใจคลาย ๆ กัน เชน thaimail.com หรือ chaiyo.com ซึ่งเปนของคนไทย และ mail ฟรีเหลานีจะใหบริการไปเรือย ๆ ไมมีการหมดอายุ แตจะ ้ ่ หมดอายุถาผูใชเกิดเลิกใชเปนเวลานานเกินไป สําหรับ E-Mail ของสถาบัน จะหมดอายุแนนอน หลักจาก ที่สําเร็จการศึกษา จึงเปนจุดบกพรองขอใหญ ที่ทําใหนักศึกษา หันไปใช E-Mail ฟรี มากกวาที่สถาบัน จัด ไวให แตการสมัครอีเมลตองมีการใชบริการอยูตลอดเวลา ถาผูใชไมไดใชบริการเปนระยะเวลานาน เชน ประมาณ 1 เดือน หรือ 3 เดือน ไมมีการเขาไปใชอีเมลทสมัครไว เว็บที่ใหบริการทีทานสมัครไว ี่ ่ อาจจะเอาอีเมลของทานออกก็ได • การใช E-Mail กับผูใหบริการฟรี เชน thaimail.com, lampang.net, thaiall.com หรือ chaiyo.com นั้น ผูใชจะตองไป download โปรแกรม browser เชน netscape หรือ Internet Explorer หรือ Opera หรือ NeoPlanet มาไวในเครื่องคอมพิวเตอรที่ตอ Internet แลวเปดหนาเว็บของแหลงบริการ เพื่อใชบริการ E- Mail ดังกลาว ซึ่งผูใชจะตองขอใชบริการอีเมลที่ใหบริการเสียกอนจึงจะสงเอกสารทางอีเมลได และเมื่อมี อีเมลของตนเองแลว จะตองมีอเี มลของผูรบดวย เหมือนการเขียนจดหมายที่ตองมีที่อยูผสง และที่อยู ั ู ผูรบ และจะไดรบ userid และ password ประจําตัว เพื่อ login เขาใชบริการ E-Mail ทุกครัง ั ั ้ • ปจจุบันการขอใชบริการ E-Mail สามารถเลือกไดทจะใช web-based หรือ POP เพราะแตละแบบมี ี่ จุดเดน จุดดอยที่แตกตางกัน โดย web-based จะเหมาะกับผูที่เดินทางเปนประจํา สวน pop จะเหมาะกับ ผูมีคอมพิวเตอรสวนตัว บริการอีเมลเริ่มไดรบความนิยมในหลายองคกร ติดตอสื่อสารไมวาจะสือสาร ั ่ หรือคาขาย ก็จะผานอีเมล เพราะอีเมลสามารถสงขอความ รูปภาพ และเอกสารที่แบไฟลได และไม ตองไปสงที่ไปรษณีย หรือตูไปรษณีย เหมือนจดหมาย แตสามารถสงขอมูลไดเลย ไมวาจะเปนทาง คอมพิวเตอร และทางโทรศัพท และในอนาคตนาจะปรับเปลี่ยนใหทันสมัยมากกวานี้
11.
2. Chat ในภาษาอังกฤษ
แปลวา สนทนาอยางเปนกันเอง เชนเดียวกันกับในอินเทอรเน็ต จุดตางกันเพียงแคใน อินเตอรเน็ต การแชทเปนการคุยโดยใชวิธีพิมพขอความลงไปเทานั้นไมไดใชเสียง แตวาปจจุบันก็มีบางโปรแกรมที่ พัฒนาสามารถคุยเห็นหนากัน ไดยินเสียงกันถาหากผูใชตออุปกรณเสริม กลองเวบแคม หรือไมโครโฟน เชน โปรแกรม ICQ ,MSN, Yahoo Messenger , facebook , twitter , line ฯลฯ ปจจุบันยังไดมีการ Chat ผานทาง โทรศัพทมือถือ ซึ่งตอนนี้กําลังไดรับความนิยม 2. เสิรชเอนจิน (search engine) หรือ โปรแกรมคนหา คือ โปรแกรมที่ชวยในการสืบคนหาขอมูล โดยเฉพาะขอมูลบนอินเทอรเน็ต โดยครอบคลุม ทั้งขอความรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลง ซอฟตแวร แผนที่ ขอมูลบุคคล กลุมขาว และอื่น ๆ ซึ่งแตกตางกันไปแลวแตโปรแกรมหรือผูใหบริการแตละราย. เสิรชเอนจินสวนใหญจะคนหา ขอมูลจากคําสําคัญ (คียเวิรด) ที่ผูใชปอนเขาไป จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธที่มันคิดวา ผูใชนาจะตองการขึ้นมา ในปจจุบัน เสิรชเอนจินบางตัว เชน กูเกิล จะบันทึกประวัติการคนหา และการเลือกผลลัพธของผูใชไวดวย และจะนําประวัติทบันทึกไวนั้น มาชวยกรองผลลัพธใน ี่ การคนหาครังตอ ๆ ไป มีบริการเว็บไซตที่ใหคนหาฟรีอกมามาย นอกจาก กูเกิล ที่เปน search engine กําลังฮิต ้ ี ในตอนนี้ ผูใชสามารถใชบริการ search engine ใดก็ไดเพื่อที่จะคาหาขอมูลเพื่อมาเปนประโยชนในการเรียน การศึกษา
12.
4. เอฟทีพี หรือ
เกณฑวิธีถายโอนแฟม (อังกฤษ: FTP: File TransferProtocol) เปนโพรโทคอลเครือขายชนิดหนึ่ง ใชสําหรับแลกเปลี่ยนและจัดการไฟลบนเครือขายทีซพี/ไอพีเชน ี อินเทอรเน็ต เอฟทีพีถูกสรางขึ้นดวยสถาปตยกรรมแบบระบบรับ-ใหบริการ (client-server) และใชการเชื่อมตอ สําหรับสวนขอมูลและสวนควบคุมแยกกันระหวางเครื่องลูกขายกับเครืองแมขาย โปรแกรมประยุกตเอฟทีพี ่ เริ่มแรกโตตอบกันดวยเครืองมือรายคําสัง สังการดวยไวยากรณที่เปนมาตรฐาน แตก็มีการพัฒนาสวนตอประสาน ่ ่ ่ กราฟกกับผูใชขึ้นมาสําหรับระบบปฏิบัติการเดสกท็อปที่ใชกนทุกวันนี้ เอฟทีพียังถูกใชเปนสวนประกอบของ ั โปรแกรมประยุกตอื่นเพื่อสงผานไฟลโดยอัตโนมัติสําหรับการทํางานภายในโปรแกรม เราสามารถใชเอฟทีพผาน ี ทางการพิสจนตัวจริงดวยชื่อผูใชและรหัสผาน หรือเขาถึงดวยผูใชนิรนาม ู
13.
ใบงานที่ 2
เรื่อง รูจกบริการอินเตอรเน็ต ั คําชี้แจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหถูกตอง 1. Electronic mail คือ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหนักเรียนยกตัวอยาง เว็บไซตใหบริการ ฟรี ในการคนหาขอมูล มา 3 เว็บไซต 2.1………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3…………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. ใหนักเรียนยกตัวอยาง เว็บไซตใหบริการอีเมล ฟรี มา 3 เว็บไซต 2.1………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ใหนักเรียนบอกบริการ สนทนาออนไลนบนอินเตอรเน็ต ที่นักเรียนรูจกอยางนอย 3 บริการ ั พรอมอธิบายวิธีการสนทนาแตละบริการ …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. FTP: File TransferProtocol คืออะไรใหนกเรียนอธิบายมาพอสังเขป ั …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….
14.
ใบงานที่ 3
คุณธรรมและจริยธรรมในการใชอินเตอรเน็ต ผูใชอินเทอรเน็ตมีเปนจํานวนมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน การใชงานระบบเครือขายที่ออนไลนและสงขาวสาร ถึงกันยอมมีผูทมี ความประพฤติไมดีปะปนและสรางปญหาใหกับผูใชอื่นอยูเสมอ หลายเครือขายจึงไดออก ี่ กฏเกณฑการใชงานภายในเครือขาย เพื่อใหสมาชิกในเครือขายของตนยึดถือ ปฏิบัติตามกฏเกณฑและไดรบ ั ประโยชนสูงสุด ดังนั้น ผูใชอินเทอรเน็ตทุกคนทีเ่ ปนสมาชิกเครือขายจะตองเขาใจกฏเกณฑขอบังคับของ เครือขายนั้นมีความรับผิดชอบ ตอตนเองและผูรวมใชบริการคนอื่นและจะตองรับผิดชอบตอการกระทําของตนเอง ที่เขาไปขอใชบริการตางๆ บนเครือขายบนระบบคอมพิวเตอร เครือขายคอมพิวเตอรทผูใชอินเทอรเน็ตเรียกเขา ี่ มิไดเปนเพียงเครือขายขององคกรที่ผูใชสังกัด แตเปนการเชือมโยงของเครือขายตางๆ เขาหากันหลายพันหลาย ่ หมื่นเครือขายมีขอมูลขาวสารอยูระหวางเครือขายเปนจํานวนมาก การสงขาวสารในเครือขายนั้นอาจทําให ขาวสารกระจายเดินทางไปยังเครือขายอืน ๆ อีกเปนจํานวนมากหรือแมแตการสงไปรษณียอเิ ล็กทรอนิกสฉบับหนึ่ง ่ ก็อาจจะตองเดินทางผาน เครือขายอีกหลายเครือขายกวาจะถึงปลายทาง ดังนั้นผูใชบริการตองใหความสําคัญและ ตระหนักถึงปญหาปริมาณขอมูลขาวสารที่วิ่งอยูบนเครือขาย การใชงานอยางสรางสรรคและเกิดประโยชนจะทําใหสังคมอินเทอรเน็ตนาใชและเปนประโยชนรวมกัน อยางดี กิจกรรมบางอยางที่ไมควรปฏิบัตจะตองหลีกเลี่ยงเชนการสงกระจายขาวไปเปนจํานวนมากบนเครือขาย ิ การสงเอกสารจดหมายลูกโซ ฯลฯ สิ่งเหลานีจะเปนผลเสียโดยรวมตอผูใชและไมเกิดประโยชนใด ๆ ตอสังคม ้ อินเทอรเน็ต บัญญัติ 10 ประการ ตอไปนี้เปนจรรยาบรรณที่ผูใชอินเทอรเน็ตยึดถือไวเสมือนเปนแมบทแหงการปฏิบัตเิ พื่อระลึกและเตือน ความจําเสมอ 1. ตองไมใชคอมพิวเตอรทํารายหรือละเมิดผูอื่น 2. ตองไมรบกวนการทํางานของผูอื่น 3. ตองไมสอดแนมหรือแกไขเปดดูในแฟมของผูอื่น 4. ตองไมใชคอมพิวเตอรเพื่อการโจรกรรมขอมูลขาวสาร 5. ตองไมใชคอมพิวเตอรสรางหลักฐานที่เปนเท็จ 6. ตองไมคัดลอกโปรแกรมผูอื่นที่มลิขสิทธิ์ ี 7. ตองไมละเมิดการใชทรัพยากรคอมพิวเตอรโดยที่ตนเองไมมสิทธิ์ ี 8. ตองไมนําเอาผลงานของผูอื่นมาเปนของตน 9. ตองคํานึงถึงสิงทีจะเกิดขึ้นกับสังคมอันติดตามมาจากการกระทํา ่ ่ 10. ตองใชคอมพิวเตอรโดยเคารพกฎระเบียบ กติกามารยาท
15.
จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาทีกําหนดขึ้นเพือใชเปนแนวทางปฏิบัติ
หรือควบคุมการใชระบบ ่ ่ คอมพิวเตอรและสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอรแลว สามารถสรุปได 4 ประเด็น ไดแก 1. ความเปนสวนตัว (Information Privacy) ความเปนสวนตัวของขอมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิทจะอยูตามลําพังและเปนสิทธิทเี่ จาของสามารถ ี่ ที่จะควบคุมขอมูลของตนเองในการเปดเผยใหกับผูอื่น ปจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเปนสวนตัวที่เปน ขอหนาสังเกตดังนี้ - การเขาไปดูขอความในจดหมายอิเล็กทรอนิกสและการบันทึกขอมูลในเครื่องคอมพิวเตอร รวมทั้งการบันทึก- แลกเปลี่ยนขอมูลที่บุคคลเขาไปใชบริการเว็บไซตและกลุมขาวสาร- การใชเทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหว หรือพฤติกรรมของบุคคล เชน บริษทใชคอมพิวเตอรในการตรวจจับหรือเฝาดูการปฏิบัตงาน/การใชบริการของ ั ิ พนักงาน- การใชขอมูลของลูกคาจากแหลงตางๆ เพื่อผลประโยชนในการขยายตลาด- การรวบรวมหมายเลข โทรศัพท ทีอยูอีเมล หมายเลขบัตรเครดิต และขอมูลสวนตัวอื่นๆ เพื่อนําไปสรางฐานขอมูลประวัติลูกคาใหมขึ้น ่ มาแลวนําไปขายใหกับบริษทอื่น ั 2. ความถูกตอง (Information Accuracy) ในการใชคอมพิวเตอรเพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใชขอมูลนั้น คุณลักษณะทีสําคัญประการหนึงคือความ ่ ่ นาเชื่อถือไดของขอมูล ทังนี้ ขอมูลจะมีความนาเชื่อถือมากนอยเพียงใดยอมขึ้นอยูกับความถูกตองในการบันทึก ้ ขอมูลดวย ประเด็นดานจริยธรรมทีเ่ กี่ยวกับความถูกตองของขอมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาวาใครจะเปนผูรับผิดชอบ ตอความถูกตองของขอมูลทีจัดเก็บและเผยแพร ่ 3. ความเปนเจาของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกลาวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตแวร เมื่อทานซื้อโปรแกรม คอมพิวเตอรที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความวาทานจายคาลิขสิทธิ์ในการใชซอฟตแวรนั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใชจะ แตกตางกันไปในแตละสินคาและบริษท บางโปรแกรมอนุญาตใหติดตั้งไดเพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรม ั อนุญาตใหใชไดหลายเครื่อง ตราบใดทีทานยังเปนบุคคลที่มสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอรทซื้อมา การคัดลอก ่ ี ี่ โปรแกรมใหกับบุคคลอื่น เปนการกระทําที่ตองพิจารณาใหรอบคอบกอนวาทานมีสทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด ิ 4. การเขาถึงขอมูล (Data Accessibility) คือการปองกันการเขาไปดําเนินการกับขอมูลของผูใชที่ไมมสวนเกี่ยวของ และเปนการรักษาความลับของขอมูล ี ตัวอยางสิทธิในการใชงานระบบเชน การบันทึก การแกไข/ปรับปรุง และการลบ เปนตน ดังนั้น ในการพัฒนา ระบบคอมพิวเตอรจึงไดมีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเขาถึงขอมูลของผูใช และการเขาถึงขอมูล ของผูอื่นโดยไมไดรับความยินยอมนั้น ถือวาเปนการผิดจริยธรรมเชนเดียวกับการละเมิดขอมูลสวนตัว ในการใช งานคอมพิวเตอรและเครือขายรวมกัน หากผูใชรวมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและขอบังคับของแตละหนวยงาน อยางเครงครัดแลว การผิดจริยธรรมตามประเด็นทีกลาวมาขางตนก็คงจะไมเกิดขึ้น ่
16.
จรรยาบรรณการใชเครือขายสังคมออนไลน 1. ใหระมัดระวังการละเมิดหรือสรางความเสียหายใหผูอื่น 2. ใหแหลงที่มาของขอความ
ควรอางอิงแหลงขาวได 3. ไมกระทําการรบกวนผูอื่นดวยการโฆษณาเกินความจําเปน 4. ดูแลและแกไขหากตกเปนเหยื่อจากโปรแกรมอันไมพงประสงค เพื่อปองกันมิใหคนอื่นเปนเหยื่อ ึ เพื่อใหการอยูรวมกันในสังคมอินเทอรเน็ตสงบสุข Arlene H.Rinaldi แหงมหาวิทยาลัย ฟอรริดา แอตแลนติก จึงรวบรวมกฎกติกามารยาทและวางเปนจรรยาบรรณอินเทอรเน็ตหรือทีเ่ รียกวา Netiquette ไวดังนี้ จรรยาบรรณสําหรับผูใชไปรษณียอิเล็กทรอนิกส ผูใชอินเทอรเน็ตทุกคนมีเมลบ็อกซหรืออีเมลแอดเดรสที่ใชอางอิงในการรับสงจดหมาย ความรับผิดชอบตอ การใชงานอีเมลในระบบจึงเปนเรื่องที่ทุกคนตองใหความสําคัญ เพราะจดหมายมีการรับสงโดยระบบ ซึงหากมี ่ จดหมายคางในระบบจํานวนมากจะทําใหพื้นที่ บัฟเฟอรของจดหมายในระบบหมด จะเปนผลใหระบบไม สามารถรับสงจดหมายตอไปได หลายตอหลายครั้งระบบปฏิเสธการรับสงจดหมายเพราะไฟลระบบเต็ม ดังนั้นจึงควรมีความรับผิดชอบในการดูแลตูจดหมาย (mail box) ของตนเองดังนี้ ตรวจสอบจดหมายทุกวันและจะตองจํากัดจํานวนไฟลและขอมูลในตูจดหมายของตนใหเลือกภายในโควตา ที่ กําหนด ลบขอความหรือจดหมายที่ไมตองการแลวออกจากดิสตเพื่อลดปริมาณการใชดิสก็ใหจํานวนจดหมายที่อยู ในตูจดหมาย (mail box) มีจํานวนนอยที่สุด ใหทําการโอนยายจดหมายจากระบบไปไวยังพีซหรือฮารดดิสกของตนเองเพื่อใชอางอิงในภายหลัง ี พึงระลึกเสมอวาจดหมายทีเ่ ก็บไวในตูจดหมายนี้อาจถูกผูอื่นแอบอานได ไมควรเก็บขอมูลหรือจดหมายที่ คุณคิดวาไมใชแลวเสมือนเปนประกาศไวในตูจดหมาย จรรยาบรรณสําหรับผูสนทนา บนเครือขายอินเทอรเน็ตมีคําสั่งใหใชในการโตตอบกันอยางออนไลนหลายคําสั่งเชน write, talk หรือมีการ สนทนา เปนกลุมเชน IRC เปนตน ในการเรียกหาหรือเปดการสนทนาตลอดจนการสนทนาจะตองมีมารยาทที่ สําคัญไดแก ควรเรียกสนทนาจากผูที่เรารูจักและตองการสนทนาดวย หรือมีเรื่องสําคัญที่จะติดตอดวย ควรระลึกเสมอวาการขัดจังหวะผูอื่นที่กําลังทํางานอยูอาจสรางปญหาใหได กอนการเรียกคูสนทนาควรสอบสถานะการใชงานของคูสนทนาที่ตองการเรียกเพราะการเรียกแตละครัง ้ จะมีขอความไปปรากฏบนจอภาพของฝายถูกเรียกซึ่งก็สรางปญหาการทํางานได เชน ขณะกําลังทํางานคาง ftp ซึ่งไมสามารถหยุดได
17.
หลังจากเรียกไปชั่วขณะคูที่ถูกเรียกไมตอบกลับ แสดงวาคูสนทนาอาจติดงานสําคัญ ขอใหหยุดการเรียกเพราะขอความทีเ่ รียกไปปรากฏบนจออยางแนนอนแลว ควรใหวาจาสุภาพ และใหเกียรติซงกันและกัน การแทรกอารมณขน ควรกระทํากับคนทีรูจกคุนเคยแลว ึ่ ั ่ ั เทานั้น จรรยาบรรณสําหรับผูใชกระดานขาว ระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส ระบบขาวสารที่ใหบริการในสังคมอินเทอรเน็ตมีหลายระบบ เชน ยูสเน็ตนิสว (UseNet News) ระบบ สมาชิกแจงขาวหลายสมาคม บอกรับสมาชิกและใหขาวสารที่สม่ําเสมอกับสมาชิกดวยการสงเปนจดหมาย อิเล็กทรอนิกส ที่เรียกวา Mailing lists ผูเสนอ ขาวและผูอภิปรายเรื่องตาง ๆที่เขียนลงไปจะกระจายออกไปทั่ว โลก เชนขาวบนยูสเน็ตนิวสแตละกลุมเมื่อสงออกจะกระจาย ไปยังเซิรฟเวอรอื่น ๆ ทั่วโลกผูใชบริการโดยเฉพาะที่ ตองการเขียนขาวสารบนกระดาษ ขาวจะตองเคารพกฏกติกามารยาทโดยเครงครัดขอปฏิบัติที่สําคัญไดแก ใหเขียนเรื่องใหกระชับ ขอความควรสั้นและตรงประเด็กไมกากวม ใชภาษาที่เรียบงาน สุภาพเขาใจได ํ ในแตละเรืองทีเ่ ขียนใหตรงโดยขอความทีเ่ ขียนควรจะมีหัวขอเดียวตอเรือง ่ ่ ในการเขียนพาดพิงถึงผูอื่น ใหระมัดระวังในการละเมิดหรือสรางความเสียหายใหผูอื่น การใหอีเมลอาจ ตรงประเด็นกวา ใหแหลงทีมาของขอความ ควรอางอิงแหลงขาวได ไมเรียกวาโคมลอยหรือขาวลือหรือเขียนขาวเพื่อความ ่ สนุกโดยขาดความรับผิดชอบ จํากัดความยาวของขาว และหลีกเลี่ยงตัวอักษรควบคุมพิเศษอื่น ๆ เพราะหลายเครื่องที่อานขาวอาจมี ปญหาในการแสดงผล ขาวบางขาวมีการกระจายกันมาเปนลําดับให และอางอิงตอ ๆ กันมาการเขียนขาวจึงควรพิจารณาใน ประเด็นนี้ดวย โดยเฉพาะอยาสงจดหมายตอบโตไปยังผูรายงานขาวผูแรก ไมควรใหเครือขายของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชนทางการคาหรืองานเฉพาะของตนเพื่อประโยชนสวนตน ในเรื่องการคาการเขียนขาวทุกครังจะตองลงชื่อ และลายเซนตอนลางของขอความเพื่อบอกชื่อ ตําแหนง ้ แอดเดรสที่อางอิงไดทางอินเทอรเน็ตหรือใหที่อยูและหมายเลขโทรศัพทที่ติดตอได ในการทดสอบการสงไมควรทําพร่ําเพื่อการทดสอบควรกระทําในกลุมขาวทองถิ่นที่เปดใหทดสอบการสง ขาวอยูแลว เพราะการสงขาวแตละครังจะกระจายไปทั่วโลก ้ หลีกเลี่ยงการใชตัวอักษรใหญตัวอักษรใหญที่มีความหมายถึงการตะโกนหรือการแสดงความไมพอใจใน การเนน คําใหใชเครืองหมาย * ขอความ* แทน ่ ไมควรนําขอความที่ผูอื่นเขียนไปกระจายตอโดยไมไดรบอนุญาตจากเจาของเรือง ั ่ ไมควรใชขอความตลกขบขันหรือคําเฉพาะคํากํากวม หรือคําหยาบคายในการเขียนขาว ใหความสําคัญในเรื่องลิขสิทธิ์ไมควรละเมิดลิขสิทธิผูอื่น ์ ไมควรคัดลอกขาวจากทีอื่นเชน จากหนังสือพิมพทงหมดโดยไมมีการสรุปยอและเมือสงขาวยอจะตอง ่ ั้ ่ อางอิงทีมา ่ ไมควรใชกระดานขาวเปนที่ตอบโตหรือละเมิดผูอื่น
18.
ใบงานที่ 4
เรื่อง คุณธรรมและจริยธรรมในการใชอินเตอรเน็ต คําชี้แจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหถูกตอง 1. ใหนักเรียนสรุป จริยธรรมในการใชคอมพิวเตอร มาพอสังเขป ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ 2. ใหนักเรียนยกตัวอยางมารยาทหรือจริยธรรมของผูใชอินเตอรเนตที่ไมถูกตอง มาอยางนอย 5 ขอ ....................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................................
Download