คัมภีร์ฉันทศาสตร์
 แพทย์ ศาสตร์ สงเคราะห์
อนึ่งท่ านได้ กล่ าวถาม    อย่ ากล่ าวความบังอาจอา
เภอใจว่ าตนจา                      เพศนีไข้ อนเคยยา
                                          ้ ั


 ถอดความ
• คนไข้ อาจจะพูดหรือถามอะไร ดังนั้นหมออย่ าพูดหลง
  ตัวเองและไม่ รับฟังความคิดเห็นของคนอืน ว่ ามีอาการ
                                       ่
  แบบนีได้ เพราะดือยา
        ้         ้
ใช่ โรคสิ่ งเดียวดาย   จะพลันหายในโรคา
ต่ างเนือก็ต่างยา
        ้                     จะชอบโรคอันแปรปรวน

 • ถอดความ
   ไม่ ใช่ โรคจะมีชนิดเดียวทีจะทาให้ หายจากโรคนั้นได้ ทนที
                             ่                         ั
   ซึ่งลักษณะประจาตัวของแต่ ละคนนั้นต่ างกัน การให้ ยาก็
   ต่ างกันจึงจะถูกกับโรคนั้นเอง
บางทีกยาชอบ
           ็               แต่ เคราะห์ ครอบจึงหันหวน
หายคลายแล้ วทบทวน          จะโทษยาก็ผดทีิ

• ถอดความ
• บางทีกให้ ยาถูกกับโรคนั้นแต่ เคราะห์ ซ้ากรรมซัด โรคนั้น
         ็
  ทีทุเลาลงแล้ วแต่ กกลับเป็ นขึนอีก จะโทษยาว่ าไม่ ดกไม่ ได้
    ่                ็          ้                    ี็
  อาจจะเป็ นเพราะเวรกรรมก็เป็ นได้
วิเคราะห์ คุณค่ าด้ านเนือหา
                         ้
คุณค่ าด้ านเนือหา
               ้
รู ปแบบ
 • ใช้ คาประพันธ์ ประเภทกาพย์ ยานี ๑๑ ซึ่งแต่ งได้ ตามฉันทลักษณ์

 • 00000                       000000

 • 00000                       000000

 • 00000                       000000

 • 00000                       000000
วิเคราะห์ คุณค่ าด้ านวรรณศิลป์
คุณค่ าด้ านวรรณศิลป์
๑.การสรรคาคือ การใช้ ถ้อยคาทีเ่ หมาะสมกับเนือเรื่องและบุคคลใน
                                               ้
เรื่องใช้ คาทีตรงไปตรงมาง่ ายๆไม่ เยอะและสื่ อความหมายได้ ชัดเจน
              ่

          ใช่ โรคสิ่ งเดียวดาย   จะพลันหายในโรคา
ต่ างเนือก็ต่างยา
        ้                        จะชอบโรคอันแปรปรวน
วิเคราะห์ คุณค่ าด้ านสั งคม
คุณค่ าทางด้ านสั งคม
๑.สะท้ อนให้ เห็นคุณค่ าเรื่องแพทย์ แผนไทย
แพทย์ ทอยู่ในชนบท จะคิดว่ าเป็ นเรื่องทีล่าสมัยไม่ ได้ เพราะ
        ี่                              ่
เวชกรรมตามเภสั ชกรรมแผนโบราณนั้นจะต้ องทันสมัยกว่ า
โรคเสมอ ไม่ ว่าจะเป็ นโรคไหนก็ตามทีเ่ ป็ นแพทย์ ก็ต้อง
วินิจฉัยโรคและรักษาโรคนั้นจนหาย
๒.สะท้ อนข้ อคิดเพือนาไปใช้ ในการดาเนินชีวต
                   ่                      ิ
     ซึ่งสามารถนาไปปรับใช้ ได้ กบทุกคน เพราะไม่ ว่าจะเป็ น
                                ั
  บุคคลในอาชีพใด ถ้ ามีความอวดดี ความหลงตัวเอง การ
  หายในโรคนั้นๆก็จะหายช้ าลง และในการเยียวยารักษาโรค
  นั้นบางทีอาจจะไม่ ได้ โรคเดียว อาจจะมีโรคแทรกซ้ อน
  เกิดขึนมาอีกก็ได้ ดังนั้นในการวินิจฉัยโรคอย่ างละเอียด
         ้
  และจ่ ายยาให้ ตรงกับโรคนั้นๆด้ วย เพือไม่ ให้ เกิด
                                       ่
  ผลข้ างเคียงกับร่ างกายของคนไข้
จัดทาโดย

น.ส อรุณี บุญแก้ ว

ม.๕/๑ เลขที่ ๒๖
เสนอ
คุณครู นิตยา ทองดียง
                   ิ่
อรุณี

อรุณี

  • 1.
  • 2.
    อนึ่งท่ านได้ กล่าวถาม อย่ ากล่ าวความบังอาจอา เภอใจว่ าตนจา เพศนีไข้ อนเคยยา ้ ั ถอดความ • คนไข้ อาจจะพูดหรือถามอะไร ดังนั้นหมออย่ าพูดหลง ตัวเองและไม่ รับฟังความคิดเห็นของคนอืน ว่ ามีอาการ ่ แบบนีได้ เพราะดือยา ้ ้
  • 3.
    ใช่ โรคสิ่ งเดียวดาย จะพลันหายในโรคา ต่ างเนือก็ต่างยา ้ จะชอบโรคอันแปรปรวน • ถอดความ ไม่ ใช่ โรคจะมีชนิดเดียวทีจะทาให้ หายจากโรคนั้นได้ ทนที ่ ั ซึ่งลักษณะประจาตัวของแต่ ละคนนั้นต่ างกัน การให้ ยาก็ ต่ างกันจึงจะถูกกับโรคนั้นเอง
  • 4.
    บางทีกยาชอบ ็ แต่ เคราะห์ ครอบจึงหันหวน หายคลายแล้ วทบทวน จะโทษยาก็ผดทีิ • ถอดความ • บางทีกให้ ยาถูกกับโรคนั้นแต่ เคราะห์ ซ้ากรรมซัด โรคนั้น ็ ทีทุเลาลงแล้ วแต่ กกลับเป็ นขึนอีก จะโทษยาว่ าไม่ ดกไม่ ได้ ่ ็ ้ ี็ อาจจะเป็ นเพราะเวรกรรมก็เป็ นได้
  • 5.
  • 6.
    คุณค่ าด้ านเนือหา ้ รู ปแบบ • ใช้ คาประพันธ์ ประเภทกาพย์ ยานี ๑๑ ซึ่งแต่ งได้ ตามฉันทลักษณ์ • 00000 000000 • 00000 000000 • 00000 000000 • 00000 000000
  • 7.
  • 8.
    คุณค่ าด้ านวรรณศิลป์ ๑.การสรรคาคือการใช้ ถ้อยคาทีเ่ หมาะสมกับเนือเรื่องและบุคคลใน ้ เรื่องใช้ คาทีตรงไปตรงมาง่ ายๆไม่ เยอะและสื่ อความหมายได้ ชัดเจน ่ ใช่ โรคสิ่ งเดียวดาย จะพลันหายในโรคา ต่ างเนือก็ต่างยา ้ จะชอบโรคอันแปรปรวน
  • 9.
  • 10.
    คุณค่ าทางด้ านสังคม ๑.สะท้ อนให้ เห็นคุณค่ าเรื่องแพทย์ แผนไทย แพทย์ ทอยู่ในชนบท จะคิดว่ าเป็ นเรื่องทีล่าสมัยไม่ ได้ เพราะ ี่ ่ เวชกรรมตามเภสั ชกรรมแผนโบราณนั้นจะต้ องทันสมัยกว่ า โรคเสมอ ไม่ ว่าจะเป็ นโรคไหนก็ตามทีเ่ ป็ นแพทย์ ก็ต้อง วินิจฉัยโรคและรักษาโรคนั้นจนหาย
  • 11.
    ๒.สะท้ อนข้ อคิดเพือนาไปใช้ในการดาเนินชีวต ่ ิ ซึ่งสามารถนาไปปรับใช้ ได้ กบทุกคน เพราะไม่ ว่าจะเป็ น ั บุคคลในอาชีพใด ถ้ ามีความอวดดี ความหลงตัวเอง การ หายในโรคนั้นๆก็จะหายช้ าลง และในการเยียวยารักษาโรค นั้นบางทีอาจจะไม่ ได้ โรคเดียว อาจจะมีโรคแทรกซ้ อน เกิดขึนมาอีกก็ได้ ดังนั้นในการวินิจฉัยโรคอย่ างละเอียด ้ และจ่ ายยาให้ ตรงกับโรคนั้นๆด้ วย เพือไม่ ให้ เกิด ่ ผลข้ างเคียงกับร่ างกายของคนไข้
  • 12.
  • 13.