คัมภีร์ฉนทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
        ั
คําประพันธ์
๙ บางทีไปเยียนไข้      บ มีใครจะเชิญหา
กล่่าวยกถึึงคุณยา      อันตนรู ้ให้เ้ ชืื่อฟัง
                         ั

               ็
๑๐ บางแพทย์กหลงเล่ห์
     บางแพทยกหลงเลห        ด้วยกาเมเข้าปิ ดบัง
                           ดวยกาเมเขาปดบง
 รักษาโรคด้วยกําลัง        กิเลสโลภะเจตนา
ถอดคาประพนธ
                        ถอดคําปร พันธ์
 ๙. บางครงไปเยยมคนไขทงทไมมใครเชญใหไปพูดยกตวอยางถง
 ๙ บางครังไปเยี่ยมคนไข้ ทงที่ไม่มีใครเชิญให้ ไปพดยกตัวอย่างถึง
          ้                 ั้
 ประโยชน์ของยาที่ตนรู้ให้ คนอื่นเชื่อ
๑๐. หมอบางคนหมกมุนในกลอุบายให้ คนเข้ าใจผิดเพราะความ
                         ่
โลภเข้ าปิ ดบังรักษาโรคเพราะอํานาจความอยากได้ ความต้ องการ
วิเคราะห์์เนือหา
                              ้ื
๙.แพทย์ต้องใช้ ความรู้ ความสามารถ ความเข้ าใจ ใน
การรักษาผู้ป่วยและการจ่ายยาให้ คนไข้ และต้ องรู้ถง ึ
สรรพคุณของยา
๑๐. หมอหรื อแพทย์บางคนใช้ ความรู้ ความสามารถ
ในทางที่ผิดศีลธรรม หลอกลวงผู้ป่วยเพื่อให้ ตนเองได้ รับ
ผลประโยชน์ เช่น ซึงบางครังทําให้ ผ้ ป่วยได้ รับอันตราย
                  ่       ้         ู
ได้
ศัพท์ยาก
๑.   กาเม    หมายความวา กลอุบาย
             หมายความว่า กลอบาย
๒.   กิเลส   หมายความว่า ความอยากได้
๓.   โลภะ    หมายความวา
             หมายความว่า ความโลภ
๔.   เจตนา   หมายความว่า ความต้องการ
๕.   บ       หมายความว่า ไม่่
                       ่ ไ
ลกษณะคาประพนธ
                     ลักษณะคําประพันธ์
            ในวรรณกรรมอินเดียโบราณ คําประพันธ์ส้ นๆ ที่ผก
                                                       ั       ู
ขึ้นมาเพือใช้ท่องจํา ขอความรู ต่างๆ ในคมภรพร เวท เรี ยกว่า
ขนมาเพอใชทองจา ข้อความร้ างๆ ในคัมภีร์พระเวท เรยกวา
         ่
"สูตร" เฉพาะ สู ตร ในคัมภีร์อถรรพเวท (ซึ่ งเป็ นแหล่งกําเนิดของ
ตําราการแพทย์อินเดีย) เรี ยกได้อีกอย่างว่า "ฉันท์ "
            ชื่อ "ฉันทศาสตร์" จึงน่าจะมีความหมายว่า
ตํารา (ศาสตร์) ที่แต่งเป็ นสูตร (ฉันท์) ตามอย่างตําราการแพทย์ใน
คมภรอถรรพเวท และดวยเหตุทคมภรอถรรพเวท มเรองราวสวน
คัมภีร์อถรรพเวท และด้วยเหตที่คมภีร์อถรรพเวท มีเรื่ องราวส่วน
                                    ั
ใหญ่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ดวย จึงมักเรี ยกกันว่า "คัมภีร์ไสย์" ดัง
                            ้
ปรากฏในคัมภีร์ฉนทศาสตร์
      ฏ             ั
วเครา หสงคม
                        วิเคราะห์สงคม
                                  ั
๙. ผู้เป็ นแพทย์จะต้ องมีความรู้ ความสามารถและความเข้ าใจ
อยางแทจรงในการรกษาผู วยและตองมความรู นการจายยาแก
อย่างแท้ จริ งในการรักษาผ้ ป่วยและต้ องมีความร้ ในการจ่ายยาแก่
ผู้ป่วยและผู้เป็ นแพทย์จะต้ องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ ้นหากเกิด
ความผดพลาดในการรกษาใดๆแกผู วยดวย
ความผิดพลาดในการรักษาใดๆแก่ผ้ป่วยด้ วย
๑๐. หมอหรื อแพทย์ทกคนต้ องใช้ ความรู้ ความสามารถในทางที่มี
                      ุ
ศลธรรม ไมหลอกลวงผู วยเพอใหตนเองไดรบผลประโยชนไมเหน
ศีลธรรม ไม่หลอกลวงผ้ ป่วยเพื่อให้ ตนเองได้ รับผลประโยชน์ไม่เห็น
แก่ประโยชน์สวนตนและถ้ าแพทย์ผ้ นนไม่มีจรรยาบรรณในการ
                ่                   ู ั้
ทางานแพทยผู นจะตองรบผดชอบ
ทํางานแพทย์ผ้นนจะต้ องรับผิดชอบ
                  ั้
ผู ดทา
              ผ้จดทํา
                 ั
       นาย เดชะศักดิ์ จันทร์ทอง
           เดชะศกด จนทรทอง
           ม.5/1 เลขที่ 5

    โรงเรียน รัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์

เขตพืนทีการศึกษา ตรัง-กระบี่ (เขต 13 )
    ้ ่
ขอบคุุณครับ
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1
งานนำเสนอ1

งานนำเสนอ1

  • 1.
  • 2.
    คําประพันธ์ ๙ บางทีไปเยียนไข้ บ มีใครจะเชิญหา กล่่าวยกถึึงคุณยา อันตนรู ้ให้เ้ ชืื่อฟัง ั ็ ๑๐ บางแพทย์กหลงเล่ห์ บางแพทยกหลงเลห ด้วยกาเมเข้าปิ ดบัง ดวยกาเมเขาปดบง รักษาโรคด้วยกําลัง กิเลสโลภะเจตนา
  • 3.
    ถอดคาประพนธ ถอดคําปร พันธ์ ๙. บางครงไปเยยมคนไขทงทไมมใครเชญใหไปพูดยกตวอยางถง ๙ บางครังไปเยี่ยมคนไข้ ทงที่ไม่มีใครเชิญให้ ไปพดยกตัวอย่างถึง ้ ั้ ประโยชน์ของยาที่ตนรู้ให้ คนอื่นเชื่อ ๑๐. หมอบางคนหมกมุนในกลอุบายให้ คนเข้ าใจผิดเพราะความ ่ โลภเข้ าปิ ดบังรักษาโรคเพราะอํานาจความอยากได้ ความต้ องการ
  • 4.
    วิเคราะห์์เนือหา ้ื ๙.แพทย์ต้องใช้ ความรู้ ความสามารถ ความเข้ าใจ ใน การรักษาผู้ป่วยและการจ่ายยาให้ คนไข้ และต้ องรู้ถง ึ สรรพคุณของยา ๑๐. หมอหรื อแพทย์บางคนใช้ ความรู้ ความสามารถ ในทางที่ผิดศีลธรรม หลอกลวงผู้ป่วยเพื่อให้ ตนเองได้ รับ ผลประโยชน์ เช่น ซึงบางครังทําให้ ผ้ ป่วยได้ รับอันตราย ่ ้ ู ได้
  • 5.
    ศัพท์ยาก ๑. กาเม หมายความวา กลอุบาย หมายความว่า กลอบาย ๒. กิเลส หมายความว่า ความอยากได้ ๓. โลภะ หมายความวา หมายความว่า ความโลภ ๔. เจตนา หมายความว่า ความต้องการ ๕. บ หมายความว่า ไม่่ ่ ไ
  • 6.
    ลกษณะคาประพนธ ลักษณะคําประพันธ์ ในวรรณกรรมอินเดียโบราณ คําประพันธ์ส้ นๆ ที่ผก ั ู ขึ้นมาเพือใช้ท่องจํา ขอความรู ต่างๆ ในคมภรพร เวท เรี ยกว่า ขนมาเพอใชทองจา ข้อความร้ างๆ ในคัมภีร์พระเวท เรยกวา ่ "สูตร" เฉพาะ สู ตร ในคัมภีร์อถรรพเวท (ซึ่ งเป็ นแหล่งกําเนิดของ ตําราการแพทย์อินเดีย) เรี ยกได้อีกอย่างว่า "ฉันท์ " ชื่อ "ฉันทศาสตร์" จึงน่าจะมีความหมายว่า ตํารา (ศาสตร์) ที่แต่งเป็ นสูตร (ฉันท์) ตามอย่างตําราการแพทย์ใน คมภรอถรรพเวท และดวยเหตุทคมภรอถรรพเวท มเรองราวสวน คัมภีร์อถรรพเวท และด้วยเหตที่คมภีร์อถรรพเวท มีเรื่ องราวส่วน ั ใหญ่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ดวย จึงมักเรี ยกกันว่า "คัมภีร์ไสย์" ดัง ้ ปรากฏในคัมภีร์ฉนทศาสตร์ ฏ ั
  • 7.
    วเครา หสงคม วิเคราะห์สงคม ั ๙. ผู้เป็ นแพทย์จะต้ องมีความรู้ ความสามารถและความเข้ าใจ อยางแทจรงในการรกษาผู วยและตองมความรู นการจายยาแก อย่างแท้ จริ งในการรักษาผ้ ป่วยและต้ องมีความร้ ในการจ่ายยาแก่ ผู้ป่วยและผู้เป็ นแพทย์จะต้ องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ ้นหากเกิด ความผดพลาดในการรกษาใดๆแกผู วยดวย ความผิดพลาดในการรักษาใดๆแก่ผ้ป่วยด้ วย ๑๐. หมอหรื อแพทย์ทกคนต้ องใช้ ความรู้ ความสามารถในทางที่มี ุ ศลธรรม ไมหลอกลวงผู วยเพอใหตนเองไดรบผลประโยชนไมเหน ศีลธรรม ไม่หลอกลวงผ้ ป่วยเพื่อให้ ตนเองได้ รับผลประโยชน์ไม่เห็น แก่ประโยชน์สวนตนและถ้ าแพทย์ผ้ นนไม่มีจรรยาบรรณในการ ่ ู ั้ ทางานแพทยผู นจะตองรบผดชอบ ทํางานแพทย์ผ้นนจะต้ องรับผิดชอบ ั้
  • 8.
    ผู ดทา ผ้จดทํา ั นาย เดชะศักดิ์ จันทร์ทอง เดชะศกด จนทรทอง ม.5/1 เลขที่ 5 โรงเรียน รัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์ เขตพืนทีการศึกษา ตรัง-กระบี่ (เขต 13 ) ้ ่
  • 9.