แบบเสนอโครงร่ างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201 ชือวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื อสาร 5
                      ปี การศึกษา 2555

                          ชือโครงงาน
    สร้ างสรรค์ ผลงานด้ วยกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เปเปอร์ มาเช่ )

                      ชือผู้จัดทําโครงงาน
                1.น.ส.สุ ปรี ยา สว่างเนตร เลขที 32
                  2.น.ส.อังคณา เลิมสุ่ ม เลขที 36
                 3.น.ส.ศศิโรมณ์ ชมชืน เลขที 42
                     ชั,นมัธยมศึกษาปี ที 6/13

                         ชือครู ทีปรึกษา
                     ครู เขือนทอง มูลวรรณ


                โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
บทที *ทีมาและความสํ าคัญ

ทีมาและความสํ าคัญ
          ปั จจุบนโลกของเรากําลังประสบกัญหาสภาวะโลกร้อน ซึ งเป็ นปั ญหาทีสําคัญมากสังเกตได้จากการที
                  ั
อุณหภูมิของโลกสู งขึ,นเรื อยๆ สาเหตุหลักของปั ญหานี,เกิดจาก “ปรากฏการณ์เรื อนกระจก” เนืองจากก๊าซ
คาร์ บอนไดออกไซด์ คลอโรฟลูออไรคาร์ บอน ไนตรัสออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน และก๊าศมีเทนจะกักเก็บ
ความร้อนบางส่ วนไว้ในโลกไม่ให้สะท้อนกลับสู่ ช, นบรรยากาศ ซึ งก๊าซเหล่านี,ลวนแล้วแต่ได้มาจากการเผาไหม้
                                                    ั                          ้
เชื,อเพลิงจําพวกนํ,ามันหรื อถ่านหิ น สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม การตัดไม้ทาลายป่ า การเผาขยะ รวมไปถึง
                                                                                 ํ
การเผากระดาษก็เป็ นส่ วนหนึงของการเกิดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เหมือนกัน เกิดผลกระทบทําให้สิงแวดล้อม
และภูมิอากาศของโลกเกิดการเปลียนแปลง ทําให้เกิด “สภาวะโลกร้อน”ขึ,น ดังนั,นกลุ่มของข้าพเจ้าได้ตระหนัก
และเล็งเห็นถึงปั ญหาดังกล่าวจึงได้จดทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่จากกระดาษหนังสื อพิมพ์ข, ึนเพือช่วยลดปั ญหา
                                      ั
สภาวะโลกร้อน
           ในปั จจุบนก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มีการเพิมขึ,นอย่างรวดเร็ วในปริ มาณทีมากขึ,น การเผากระดาษก็ถือ
                       ั
เป็ นส่ วนหนึงทีทําให้ก๊าซชนิดนี,เพิมปริ มาณขึ,นอย่างรวดเร็ วเหมือนกัน ทางกลุ่มของข้าพเจ้าจึงมีความตระหนัก
และเล็งเห็นถึงปั ญหาสภาวะโลกร้อนทีเกิดจากการเผากระดาษนี,จึงคิดลดปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จากการ
เผากระดาษ จึงได้คิดทีจะจัดทําโครงงานนี,ข, ึนมาโดยการนําเอากระดาษหนังสื อพิมพ์ทีไม่ใช้แล้ว มาสร้างสรรค์
                                                      ุ่
ปั, นแต่ง เป็ นชิ,นงานทีมีราคาแถมขั,นตอนการทําไม่ยงยาก ลงทุนไม่มาก ซึ งชิ,นงานบางอย่างทีเราพบเจอใน
ชีวตประจําวันก็ลวนประดิษฐ์มาจากเศษหนังสื อพิมพ์เหล่านี,ท, งสิ, น
     ิ               ้                                         ั

วัตถุประสงค์
    1.      เพือลดปริ มาณขยะ (เศษกระดาษ) ในสังคมให้มีจานวนลดลง
                                                          ํ
    2.      ชิ,นงานทีได้สามารถใช้งานได้จริ งในชี วตประจําวัน และมีประสิ ทธิ ภาพ
                                                  ิ
    3.      เป็ นอีกวิธีหนึงทีช่วยในการลดปั ญหาโลกร้อน

ขอบเขตการศึกษา
    ได้ชิ,นงานทีเกิดจากการสร้างสรรค์เปเปอร์ มาเช่จานวน G ชิ,น
                                                  ํ

ประโยชน์ ทได้ รับ
          ี
    1.      ปริ มาณขยะ (เศษกระดาษ) มีจานวนลดลง
                                        ํ
    2.      ชิ,นงานทีได้สามารถใช้งานได้จริ งในชี วตประจําวัน
                                                  ิ
    3.      เป็ นส่ วนหนึงในการช่วยลดปั ญหาภาวะโลกร้อน
วิธีดําเนินการ
     1.       ตั,งชือโครงงานทีสนใจ
     2.       ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกียวกับเรื องทีสนใจ
     3.       รวบรวมข้อมูล
     4.       แบ่งหน้าทีในการทํางาน
     5.       นําเสนอโครงงานต่อครู ทีปรึ กษา
     6.       ครู ทีปรึ กษาเห็นชอบและให้ขอเสนอแนะ
                                          ้



นิยามศัพท์
-
บทที 3 เอกสารทีเกียวข้ อง
ภาวะโลกร้ อน (Global Warming)

       บรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิ เจน 21% ก๊าซอาร์ กอน 0.9% นอกจากนั,น
                                                       ่
เป็ น ไอนํ,า ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จานวนเล็กน้อย แม้วาไนโตรเจนออกซิ เจน และอาร์ กอน จะเป็ นองค์ประกอบ
                                    ํ
หลักของบรรยากาศแต่ก็มิได้มีอิทธิ พลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่นไอนํ,า
                                                                ่
คาร์ บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซนแม้จะมีอยูในบรรยากาศเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถ
ในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรด ทําให้อุณหภูมิพ,นผิวโลกอบอุ่น เหมาะแก่การดํารงชีวตเราเรี ยกก๊าซจําพวกนี,วา
                                            ื                                   ิ                    ่
“ก๊าซเรื อนกระจก” (Greenhouse gas) เนืองจากคุณสมบัติในการเก็บกักความร้อน หากปราศจากก๊าซเรื อนกระจก
แล้วพื,นผิวโลกจะมีอุณหภูมิเพียง -18 องศาเซลเซี ยส ซึ งนันก็หมายความว่านํ,าทั,งหมดบนโลกนี,จะกลายเป็ น
นํ,าแข็ง




                                   ภาพที 1 ประโยชน์ ของภาวะเรือนกระจก

ไอนํา (H2O)
     A
                                                   ่                                ่ ั
ไอนํ,า เป็ นก๊าซเรื อนกระจกทีมีมากทีสุ ดบนโลก มีอยูในอากาศประมาณ 0 – 4% ขึ,นอยูกบลักษณะภูมิประเทศ
                                                                                     ่
ภูมิอากาศ และอุณหภูมิในบริ เวณเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรและชายทะเล จะมีไอนํ,าอยูมากส่ วนในบริ เวณเขต
หนาวแถบขั,วโลก อุณหภูมิตาจะมีไอนํ,าในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย ไอนํ,าเป็ นสิ งจําเป็ นต่อสิ งมีชีวตไอนํ,าเป็ นส่ วน
                             ํ                                                                 ิ
หนึงของวัฏจักรนํ,าในธรรมชาติ นํ,าสามารถเปลียนสถานะไปมาทั,ง 3 สถานะ จึงเป็ นตัวพาและกระจายความร้อน
แก่บรรยากาศและพื,นผิวไอนํ,าเกิดขึ,นโดยฝี มือมนุษย์ 2 วิธี คือจากการเผาไหม้เชื,อเพลิงหรื อก๊าซธรรมชาติและจาก
การหายใจและคายนํ,าของสัตว์และพืชในการทําเกษตรกรรม
ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (CO2)
ในยุคเริ มแรกของโลกและระบบสุ ริยะ มีก๊าซคาร์ บอนได ออกไซด์ในบรรยากาศถึง 98% เนื องจากดวงอาทิตย์ยงมี   ั
ขนาดเล็กและแสงอาทิตย์ยงไม่สว่างเท่าทุกวันนี,ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ช่วยทําให้โลกอบอุ่นเหมาะสําหรับเป็ น
                           ั
         ่
ถินทีอยูอาศัยของสิ งมีชีวตครั,นกาลเวลาผ่านไปดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ข, ึนนํ,าฝนได้ละลายคาร์ บอนไดออกไซด์
                         ิ
ในอากาศ ลงมายังพื,นผิวแพลงตอนบางชนิดและพืชตรึ งก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในอากาศมาสร้างเป็ นอาหาร
โดยการสังเคราะห์ดวยแสง ทําให้ภาวะเรื อนกระจกลดลงโดยธรรมชาติก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เกิดขึ,นจากการ
                    ้
หลอมละลายของหิ นปูนซึ งโผล่ข, ึนมาจากปล่องภูเขาไฟ และการหายใจของสิ งมีชีวต       ิ
ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มีปริ มาณเพิมขึ,น เนื องจากการเผาไหม้ในรู ปแบบต่างๆเช่น การเผาไหม้เชื,อเพลิง โรงงาน
                                            ่
อุตสาหกรรมการเผาป่ าเพือใช้พ,ืนทีสําหรับอยูอาศัยและการทําปศุสัตว์การเผาป่ าเป็ นการปล่อยก๊าซ
คาร์ บอนไดออกไซด์ข, ึนสู่ ช, นบรรยากาศได้โดยเร็ วทีสุ ดเนื องจากต้นไม้มีคุณสมบัติในการตรึ งก๊าซ
                             ั
คาร์ บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนทีจะลอยขึ,นสู่ ช, นบรรยากาศ ดังนั,นเมือพื,นทีป่ าลดน้อยลงก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จึง
                                          ั
                      ่
ลอยขึ,นไปสะสม อยูในบรรยากาศได้มากยิงขึ,นและทําให้พลังงานความร้อนสะสมบนผิวโลกและในบรรยากาศ
เพิมขึ,นประมาณ 1.56 วัตต์/ตารางเมตร (ปริ มาณนี,ยงไม่คิดรวมผลกระทบทีเกิดขึ,นทางอ้อม)
                                                 ั




                  ภาพที 2 กราฟแสดงปริมาณก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ ทเพิมขึนในแต่ ละปี
                                                                ี     A
ภาพที 2 แสดงปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีเพิมขึ,น ตั,งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็ นต้นมา เส้นกราฟเป็ น
ลักษณะฟันปลา สู งตําสลับกันในแต่ละรอบปี มีค่าต่างกันประมาณ 5 - 6 ppm ((part per million - ส่ วนต่ออากาศ
หนึงล้านส่ วน) ในฤดูร้อนมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์นอยลงเนืองจากพืชตรึ งก๊าซเอาไว้สร้างอาหารมากกว่าใช้
                                                   ้
หายใจส่ วนในฤดูหนาวมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มากขึ,นเนื องจากพืชคายก๊าซออกมาจากการหายใจมากกว่าการ
ตรึ งเพือสร้างอาหารอย่างไรก็ตามเมือพิจารณาโดยภาพรวมแล้ว อุณหภูมิมีแนวโน้มสู งขึ,นในแต่ละปี

ก๊ าซมีเทน (CH4)
ก๊าซมีเทนเกิดขึ,นจากการย่อยสลายของซากสิ งมีชีวตแม้วามีก๊าซมีเทนอยูในอากาศเพียง 1.7 ppm แต่ก๊าซมีเทนมี
                                               ิ    ่               ่
คุณสมบัติของก๊าซเรื อนกระจกสู งกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์กล่าวคือ ด้วยปริ มาตรทีเท่ากันก๊าซมีเทนสามารถ
ดูดกลืนรังสี อินฟราเรดได้ดีกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ก๊าซมีเทนมีปริ มาณเพิมขึ,นเนืองจากการทํานาข้าว ปศุ
สัตว์และการเผาไหม้มวลชีวภาพ การเผาไหม้เชื,อเพลิงประเภทถ่านหิ น นํ,ามันและก๊าซธรรมชาติการเพิมขึ,นของ

ก๊าซมีเทนส่ งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเรื อนกระจกมากเป็ นอันดับสอง รองจากก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์
พลังงานรวมทีเกิดขึ,นโดยเฉลีย 0.47 วัตต์/ตารางเมตร

ก๊ าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)
ก๊าซไนตรัสออกไซด์ในธรรมชาติ เกิดจากการย่อยสลายซากสิ งมีชิวตโดยแบคทีเรี ยก๊าซไนตรัสมีปริ มาณเพิมขึ,น
                                                              ิ
เนืองจากอุตสาหกรรมทีใช้กรดไนตริ กในกระบวนการผลิต เช่น อุตสาหกรรมผลิตเส้นใยไนลอน อุตสาหกรรม
เคมีและพลาสติกบางชนิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ทีเพิมขึ,นส่ งผลกระทบโดยตรงต่อการเพิมพลังงานความร้อน
สะสมบนพื,นผิวโลกประมาณ 0.14 วัตต์/ตารางเมตรนอกจากนั,นเมือก๊าซไนตรัสออกไซด์ลอยขึ,นสู่ บรรยากาศชั,น
สตราโตสเฟี ยร์ มนจะทําปฏิกิริยากับก๊าซโอโซนทําให้เกราะป้ องกันรังสี อลตราไวโอเล็ตของโลกลดน้อยลง
                ั                                                    ั

สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFC)
                                                                                                       ่
มีแหล่งกําเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เครื องใช้ในชีวตประจําวันเช่น ตูเ้ ย็น เครื องปรับอากาศแม้วา
                                                              ิ
จะมีการจํากัดการใช้ก๊าซประเภทนี,ให้นอยลง 40% เมือเทียบกับสิ บกว่าปี ก่อนแต่ปริ มาณสารคลอโรฟลูออโร
                                    ้
                       ่
คาร์ บอนทียังคงสะสมอยูในชั,นบรรยากาศยังเป็ นต้นเหตุทีทําให้มีพลังงานความร้อนสะสมบนพื,นผิวโลกประมาณ
0.28 วัตต์ต่อตารางเมตรนอกจากนี,สารคลอโรฟลูออโรคาร์ บอนยังทําลายชั,นโอโซนในบรรยากาศชั,นสตราโตส
เฟี ยร์

โอโซน (O3)
โอโซนเป็ นก๊าซทีมีคุณสมบัติความเป็ นก๊าซเรื อนกระจกมากทีสุ ดทําให้เกิดพลังงานความร้อนสะสมบนพื,นผิวโลก
ประมาณ 2.85 วัตต์/ตารางเมตรก๊าซโอโซนเกิดขึ,นจากการเผาไหม้มวลชีวภาพและการสันดาปของเครื องยนต์มีอยู่
                                                           ่
ในหมอกควันซึ งเกิดจากการจราจรและโรงงานก๊าซโอโซนทีอยูในบรรยากาศชั,นโทรโพสเฟี ยร์ (บนพื,นผิวโลก)
เป็ นพิษต่อร่ างกาย แต่ก๊าซโอโซนในบรรยากาศชั,นสตราโตสเฟี ยร์ ดูดกลืนรังสี อลตราไวโอเล็ตไม่ให้ส่องลงมาทํา
                                                                           ั
                              ่
อันตรายต่อสิ งมีชีวตทีอาศัยอยูบนพื,นโลก
                    ิ
ภาพที 3 กราฟแสดงอัตราการเพิมพลังงานของก๊ าซเรือนกระจก

กราฟในภาพที 3 แสดงอัตราการเพิมปริ มาณของก๊าซเรื อน กระจกแต่ละชนิดนับตั,งแต่ปี พ.ศ.2400 เป็ นต้นมาจะ
        ่
เห็นได้วาก๊าซเรื อนกระจกในบรรยากาศมีปริ มาณเพิมขึ,นนับตั,งแต่การเติบโตทางอุตสาหกรรมในปี พ.ศ.2443 เป็ น
ต้นมาและได้หยุดใช้สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFC) ตั,งแต่ พ.ศ.2530 เนื องจากการประชุมนานาชาติ
ทีเมืองมอนทรี ล ประเทศแคนนาดา (Montreal Protocol) อย่างไรก็ตามยังมีสารนี,ตกค้างในบรรยากาศอีกนับร้อยปี
(รายละเอียดในตารางที 2)

นักวิทยาศาสตร์ ทาการศึกษาอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปในอดีตสี แสนปี โดยการวิเคราะห์ฟองอากาศในแท่ง
                   ํ
นํ,าแข็งซึ งทําการขุดเจาะทีสถานีวจยวอสต็อก ทวีปแอนตาร์ คติกพบว่าอุณหภูมิของโลกแปรผันตามปริ มาณก๊าซ
                                 ิั
คาร์ บอนไดออกไซด์ ดังกราฟในภาพที 4 นันก็หมายความว่า การเพิมปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เข้าสู่
บรรยากาศของโลกยุคปั จจุบนย่อมทําให้อุณหภูมิของพื,นผิวโลกสู งขึ,นตามไปด้วย
                             ั




           ภาพที 4 กราฟแสดงความสั มพันธ์ ระหว่ างอุณหภูมิและปริมาณก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์

การเพิมขึนของระดับนําในมหาสมุทร
           A         A
อุณหภูมิของบรรยากาศมีความสัมพันธ์ต่อการเปลียนสถานะของนํ,าบนโลกอุณหภูมิทีสู งขึ,นจะทําให้อตราการ
                                                                                             ั
ระเหยของนํ,ามากขึ,นรวมถึงอัตราการหลอมละลายของแผ่นนํ,าแข็งขั,วโลกก็จะมากขึ,นตามไปด้วยถ้าหากอุณหภูมิ
ของบรรยากาศลดตําลงอัตราการควบแน่นของไอนํ,าในบรรยากาศก็จะมากขึ,นรวมถึงอัตราการเยือกแข็งของนํ,าใน
มหาสมุทรก็จะมากขึ,นเช่นกัน กราฟในภาพที 5 แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของอุณหภูมิของบรรยากาศและ
                                                        ่
ระดับนํ,าทะเลในมหาสมุทรในช่วงศตวรรษทีแล้วจะเห็นได้วาระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นนับตั,งแต่ปี พ.ศ.2450 เป็ นต้น
มาซึ งเป็ นผลมาจากอุณหภูมิของบรรยากาศทีสู งขึ,นเนื องจากการเพิมปริ มาณของก๊าซเรื อนกระจก
ภาพที 5 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและระดับนํ,าทะเล

         เมือประมาณ 2 หมืนปี มาแล้วโลกเป็ นยุคนํ,าแข็ง ร้อยละ 30 ของพื,นทวีปทั,งหมดถูกปกคลุมด้วยแผ่นนํ,าแข็ง
นับตั,งแต่ข, วโลกเหนือลงมาจรดตอนกลางของทวีปอเมริ กาเหนื อ ยุโรป และเอเชียระดับนํ,าทะเลในยุคนั,น ตํากว่า
             ั
ปั จจุบนประมาณ 110 – 140 เมตรในเอเชียอาคเนย์ บริ เวณทะเลอันดามันและทะเลจีนใต้เกือบทั,งหมดเคยแห้ง
       ั
กลายเป็ นแผ่นดินทั,งนี,เนื องจากนํ,าทะเลทีระเหยขึ,นไปเป็ นไอนํ,าในบรรยากาศไปควบแน่นเป็ นหิ มะและตก ลงมา
สะสมตัวกันบนยอดเขาและพื,นทีตอนเหนือกลายเป็ นแผ่นนํ,าแข็งต่อมาเมือโลกอุ่นขึ,นเนืองจากปริ มาณก๊าซเรื อน

กระจกทีปรับตัวเองตามธรรมชาติ ระดับนํ,าทะเลจึงสู งขึ,นจนมีระดับใกล้เคียงกับทุกวันนี,แต่ทว่าในช่วงศตวรรษที
ผ่านมา ได้มีการตัดไม้ทาลายป่ าและทําอุตสาหกรรมหนักทําให้ปริ มาณก๊าซเรื อนกระจกเพิมขึ,นอย่างรวดเร็ วจน
                      ํ
เกิด ปรากฏการณ์โลกร้อน (Global warming) และหากอัตราการเพิมขึ,นของก๊าซเรื อนกระจกยังคงเป็ นเช่นนี,แผ่น
นํ,าแข็งขั,วโลกจะละลายทําให้ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,น

     การละลายของแผ่นนํ,าแข็งขั,วโลกนอกจากจะส่ งผลให้ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นแล้วยังทําให้อลบีโดของโลกลดลง
                                                                                               ั
     อีกด้วย กล่าวคือพื,นทีสี ขาวซึ งทําหน้าทีสะท้อนรังสี จากดวงอาทิตย์คืนสู่ อวกาศลดน้อยลง (นํ,าทะเลมีอลบีโดย
                                                                                                          ั
 น้อยกว่าก้อนนํ,าแข็ง) พื,นทีสี เข้มเช่นนํ,าทะเลจะดูดความร้อนได้ดีข, ึนและส่ งผลซํ,าเติมทําให้อุณหภูมิของโลกและ
         ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นไปอีกอย่างรวดเร็ ว บริ เวณพื,นทีเกาะและทีราบลุ่มชายฝังทะเล เช่นตอนใต้ของประทศ
เวียดนามและประเทศกัมพูชาจะถูกนํ,าท่วม ดังภาพที 6 ความเค็มของนํ,าทะเลซึ งเจือจางลงเนืองจากการละลายของ
     นํ,าแข็งจะส่ งผลให้การไหลเวียนของกระแสนํ,าในมหาสมุทรเปลียนทิศทางและความจุความร้อนเปลียนไปส่ ง
                                                 ผลกระทบให้เกิดการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุ นแรง




                   กราฟแสดงการเพิมขึ,นของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศโลก
                      ในรอบ 50 ปี ทีผ่านมา จาก 310ppm ขึ,นมาเป็ น 380ppm ในปั จจุบน
                                                                                  ั
                           ทีมา : NOAA/Scripps Institution of Oceanography
ก๊ าซเรือนกระจกประกอบด้ วยก๊ าซทีสํ าคัญ คือ

 53 % ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (380ppm)
ทุกวันนี,ในชั,นบรรยากาศมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 380 โมเลกุลในทุกๆ 1ล้านโมเลกุลของมวลอากาศ หรื อ
380ppm (parts per million) และมีการเพิมขึ,นประมาณปี ละ 1 เปอร์ เซ็นต์ เมือเทียบกับราว 100 ปี ก่อนในยุคปฏิวติ
                                                                                                          ั
                                                                              ่
อุตสาหกรรมระดับความเข้มของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศอยูทีประมาณ 280 ppm
                           ่
นักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์วา ในอีก 100 ปี ข้างหน้าถ้าไม่มีการแก้ไขหรื อชะลอการใช้พลังงานจากเชื,อเพลิง
ฟอสซิ ลความเข้มข้นของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จะเพิมขึ,นเป็ นเกือบ 1,000 ppm ซึ งเป็ นการเพิมในอัตราทีเร็ ว
กว่าทีผ่านมาอย่างมาสาเหตุทีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เพิมสู งขึ,นเรื อยๆ ในชั,นบรรยากาศนั,นนอกจากว่ามาจาก
การเผาไหม้เชื, อเพลิงฟอสซิ ลแล้วสาเหตุสาคัญอีกประการหนึงคือการตัดไม้ทาลายป่ าและเผาป่ าเพือเปลียนเป็ น
                                          ํ                                 ํ
พื,นทีการเกษตรเนื องจากต้นไม้มีคุณสมบัติทีดีในการดูดซับก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ไม่ให้ลอยขึ,นสู่ ช, น ั
บรรยากาศ เมือพื,นทีป่ าลดน้อยลงปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในอากาศจึงสู งขึ,นและการเผาป่ ายังทําให้ซาก
                   ่
พืชซากสัตว์ทีอยูในดินถูกทําลายกลายเป็ นก๊าซชนิดนี,เพิมขึ,นในชั,นบรรยากาศด้วยเมือ 10 ปี ก่อน นักวิทยาศาสตร์
ได้สารวจวัดปริ มาณคาร์ บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปเมือ 650,000 ปี ก่อนโดยวิเคราะห์จาก
       ํ
                 ่                                                                  ั
แท่งนํ,าแข็งทีอยูลึกลงไปใต้ผิวโลกและได้ขอสรุ ปว่าอุณหภูมิของโลกมีความสัมพันธ์กบปริ มาณก๊าซ
                                            ้
คาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศ เมือช่วงเวลาใดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มากอุณหภูมิของโลกก็จะ
สู งขึ,น
 17% ก๊ าซมีเทน (1.8ppm)
                                                                                ่
เป็ นก๊าซทีเกิดจากปลูกข้าว การเลี,ยงสัตว์และการเผาไหม้ของเชื,อเพลิงฟอสซิ ลแม้วาก๊าซมีเทนในชั,นบรรยากาศจะ
มีเพียงเล็กน้อยแต่โมเลกุลของก๊าซมีเทนสามารถดูดกลืนรังสี ความร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ถึง 25
เท่าปั ญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในชั,นบรรยากาศได้กลายเป็ นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศด้วย
กล่าวคือทีผ่านมาเวลามีการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยปั ญหาภาวะเรื อนกระจกประเทศทีพัฒนาแล้วซึ งส่ วน
ใหญ่เป็ นประเทศอุตสาหกรรมทีปลดปล่อยก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในปริ มาณมากจะพยายามยกประเด็นว่า
ประเทศกําลังพัฒนาซึ งส่ วนใหญ่เป็ นประเทศเกษตรกรรมก็ปลดปล่อยก๊าซมีเทนมากด้วยเช่นกันโดยยกตัวอย่าง
การปลูกข้าวแบบให้น, าท่วมขังเพือเป็ นการควบคุมวัชพืชซึ งจะทําให้ดินขาดออกซิ เจน แบคทีเรี ยบางชนิ ดจึงผลิต
                      ํ
ก๊าซมีเทนมากขึ,นและเนืองจากก๊าซมีเทนสามารถเก็บกักความร้อนได้ดีกว่าดังนั,นประเทศพัฒนาแล้วจึงพยายาม
กดดันให้ประเทศกําลังพัฒนาร่ วมรับผิดชอบด้วยในระดับหนึง
 13% ก๊ าซโอโซนระดับผิวโลก (0.03ppm)
         ่
เมืออยูในชั,นบรรยากาศสู งๆก๊าซโอโซนจะช่วยปกป้ องโลกจากรังสี อลตราไวโอเลตแต่โอโซนทีอยูในระดับผิว
                                                                  ั                             ่
โลกจะทําหน้าทีเป็ นสารออกซิ แดนท์ซึงจะทําปฏิกิริยากับเนื,อเยือของสิ งมีชีวตถือได้วาเป็ นก๊าซโอโซนทีแม้จะอยู่
                                                                          ิ       ่
ในบรรยากาศของโลกเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรด ทําให้โลกอบอุ่นขึ,นด้วย
12% ก๊ าซไนตรัสออกไซด์ (0,3ppm)
โรงงานอุตสาหกรรมทีผลิตเส้นใยไนลอน อุตสาหกรรมเคมีและพลาสติกใช้กรดไนตริ กในกระบวนการผลิตจะ
ปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ข, ึนสู่ ช, นบรรยากาศรวมไปถึงปุ๋ ยไนโตรเจนทีใช้ในการทําการเกษตรและแม้วาใน
                                     ั                                                                 ่
ธรรมชาติจะมีการปล่อยก๊าซชนิดนี, ออกมาแต่ก๊าซไนตรัสออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมมีปริ มาณเพิมขึ,นอย่าง
รวดเร็ วส่ งผลให้ความร้อนในชั,นบรรยากาศเพิมขึ,น
 5 % ก๊ าซซีเอฟซี (1ppm)
                                                               ่
ก๊าซชนิดนี,เป็ นก๊าซทีมีสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอนมีใช้อยูในเครื องปรับอากาศ ตูเ้ ย็น สเปรย์ นํ,ายา
ดับเพลิง ฯลฯเป็ นตัวการสําคัญทีทําให้เกิดรู โหว่ของโอโซนในชั,นบรรยากาศทําให้รังสี อลตราไวโอเลตส่ องลง
                                                                                   ั
มาถึงพื,นโลกได้มากขึ,นแม้วาปั จจุบนทัวโลกได้รณรงค์ลดการปล่อยก๊าซซี เอฟซี ลงได้ถึง 40 %แต่ทียังหลงเหลืออยู่
                            ่     ั
ในชั,นบรรยากาศก็มีส่วนในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรดจนเกิดความร้อนสะสมขึ,นประมาณ 0.28 วัตต์/ตารางเมตร

กระดาษจะใช้เวลาในการย่อยสลาย 8-13 กก./ปี การใช้กระดาษ รี ไซเคิล 1 ตันจึง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรื อน
กระจกได้ถึง 7 ตัน
บทที W อุปกรณ์ และขัAนตอนการทํา

อุปกรณ์
   1. กระดาหนังสื อพิมพ์ทีไม่ใช้แล้ว



   2. กรรไกร



   3. กาว หรื อ แป้ งเปี ยก



   4. แม่แบบทีต้องการ




   5. สี โปสเตอร์




   6. คัตเตอร์



   7. เทปกาว
ขัAนตอนการทําหมูออมสิ น
   1.   ตัดกระดาษหนังสื อพิมพ์เป็ นชิ,นเล็กๆขนาดประมาณ sxu เซนติเมตร
   2.   ทากาวทีแม่แบบแล้วนํากระดาษหนังสื อพิมพ์ติดให้ทว ทิ,งไว้ไห้แห้ง
                                                             ั
   3.   เมือแม่แบบแข็งตัวดีแล้วใช้มีดคัตเตอร์ กรี ดออกเป็ น u ส่ วน
   4.   ติดเทปกาวตามรอยให้ติดกันและตกแต่งระบายสี ตามใจชอบ
   5.   ได้ชิ,นงานทีมีชือว่า “หมูออมสิ น”

สถานทีปฏิบัติงาน
   - โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

ระยะเวลาในการดําเนินงาน
        ตั,งแต่วนที 5 มกราคม uvv6 – วันที v กุมภาพันธ์ uvv6
                ั
บทที Y อภิปรายและสรุ ปผล
       จากการทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนแล้วจะพบว่ากระดาษทีนํามาประดิษฐ์เปเปอร์ มาเช่น, นถ้า
                                                                                              ั
นําไปเผาจะทําให้เกิดกลุ่มควันทําให้เกิดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ ซึ งเป็ นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน แต่ถา
                                                                                                   ้
นํามาประดิษฐ์ สร้างสรรค์เป็ นชิ,นงานอย่างอืนแล้ว จะเป็ นการช่วยลดการเผากระดาษ และช่วยลดปั ญหาภาวะโลก
ร้อนด้วย สําหรับชิ,นงานทีได้จากการทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ใช้กระดาษไปทั,งสิ, น wxx กรัม
สามารถลดปริ มาณกระดาษทีเหลือใช้ได้ถึง yx % ลดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีจะก่อตัวในชั,นบรรยากาศได้ถึง
0.60 ppm. ชิ,นงานทีได้จากการทําโครงงานนี,มีประสิ ทธิ ภาพและสามารถใช้งานได้จริ งในชีวตประจําวัน
                                                                                    ิ
บทที Z ผลการทดลอง


                     350

                     300

                     250

                     200

                     150                                          การเพิมของก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์

                     100

                      50

                       0




        จากการทดลองทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ทางกลุ่มของพวกเราพบว่า ใช้กระดาษ
หนังสื อพิมพ์ไปทั,งหมด 700 กรัม โดยหมูออมสิ นใช้กระดาษ 200 กรัม ไข่ออมสิ นใช้กระดาษ 200 กรัม และกล่อง
กระดาษทิชชูใช้กระดาษ 300 กรัม ซึ งชิ,นงานทีเราได้น, นล้วนมีประสิ ทธิ ภาพและสามารถใช้งานได้จริ งใน
                                                    ั
ชีวตประจําวันถึง 60%
   ิ
กราฟแท่ งแสดงการลดปริมาณของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์
             400

             300

             200

             100
                                                                การเพิมของก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์
               0
                                                                การลดของก๊ าซคาร์ บอนไดออไซด์
             -100

             -200

             -300

             -400


         จากการทดลองทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ทางกลุ่มของพวกเราพบว่า ปริ มาณก๊าซ
คาร์ บอนไดออกไซด์ลดลงอย่างเห็นได้ชด สังเกตได้จากกราฟด้านบนนี, กระดาษทีใช้ทาหมูออมสิ น สามารถลด
                                      ั                                      ํ
ปริ มาณการเผาได้ถึง 200 กรัม ไข่ออมสิ นสามารถลดปริ มาณการเผากระดาษได้ถึง 200 กรัม และกล่องกระดาษ
ทิชชูสามารถลดได้ถึง 300 กรัม หรื อสามารถลดปริ มารก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีเกิดจากการเผาได้มาถึง
x.v ppm.
บทที [ บรรณานุกรม

www.archeep.com/invention/prd_6.htm
www.archeep.com/invention/prd_8.htm
www.geocities.com/bansaat/papamachar.htm
www.geocities.com/papers3d/faq_frame.htm
www.geocities.com/papers3d/how_to.html
www.geocities.com/papers3d/material.html
www.geocities.com/papers3d/tip.html
www.smilehand.com/flower-papermache.htm
www.smilehand.com/papermache.html

โครงงานวิทย์ (งานคอม)

  • 1.
    แบบเสนอโครงร่ างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201ชือวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื อสาร 5 ปี การศึกษา 2555 ชือโครงงาน สร้ างสรรค์ ผลงานด้ วยกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เปเปอร์ มาเช่ ) ชือผู้จัดทําโครงงาน 1.น.ส.สุ ปรี ยา สว่างเนตร เลขที 32 2.น.ส.อังคณา เลิมสุ่ ม เลขที 36 3.น.ส.ศศิโรมณ์ ชมชืน เลขที 42 ชั,นมัธยมศึกษาปี ที 6/13 ชือครู ทีปรึกษา ครู เขือนทอง มูลวรรณ โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
  • 2.
    บทที *ทีมาและความสํ าคัญ ทีมาและความสําคัญ ปั จจุบนโลกของเรากําลังประสบกัญหาสภาวะโลกร้อน ซึ งเป็ นปั ญหาทีสําคัญมากสังเกตได้จากการที ั อุณหภูมิของโลกสู งขึ,นเรื อยๆ สาเหตุหลักของปั ญหานี,เกิดจาก “ปรากฏการณ์เรื อนกระจก” เนืองจากก๊าซ คาร์ บอนไดออกไซด์ คลอโรฟลูออไรคาร์ บอน ไนตรัสออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน และก๊าศมีเทนจะกักเก็บ ความร้อนบางส่ วนไว้ในโลกไม่ให้สะท้อนกลับสู่ ช, นบรรยากาศ ซึ งก๊าซเหล่านี,ลวนแล้วแต่ได้มาจากการเผาไหม้ ั ้ เชื,อเพลิงจําพวกนํ,ามันหรื อถ่านหิ น สารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม การตัดไม้ทาลายป่ า การเผาขยะ รวมไปถึง ํ การเผากระดาษก็เป็ นส่ วนหนึงของการเกิดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เหมือนกัน เกิดผลกระทบทําให้สิงแวดล้อม และภูมิอากาศของโลกเกิดการเปลียนแปลง ทําให้เกิด “สภาวะโลกร้อน”ขึ,น ดังนั,นกลุ่มของข้าพเจ้าได้ตระหนัก และเล็งเห็นถึงปั ญหาดังกล่าวจึงได้จดทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่จากกระดาษหนังสื อพิมพ์ข, ึนเพือช่วยลดปั ญหา ั สภาวะโลกร้อน ในปั จจุบนก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มีการเพิมขึ,นอย่างรวดเร็ วในปริ มาณทีมากขึ,น การเผากระดาษก็ถือ ั เป็ นส่ วนหนึงทีทําให้ก๊าซชนิดนี,เพิมปริ มาณขึ,นอย่างรวดเร็ วเหมือนกัน ทางกลุ่มของข้าพเจ้าจึงมีความตระหนัก และเล็งเห็นถึงปั ญหาสภาวะโลกร้อนทีเกิดจากการเผากระดาษนี,จึงคิดลดปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จากการ เผากระดาษ จึงได้คิดทีจะจัดทําโครงงานนี,ข, ึนมาโดยการนําเอากระดาษหนังสื อพิมพ์ทีไม่ใช้แล้ว มาสร้างสรรค์ ุ่ ปั, นแต่ง เป็ นชิ,นงานทีมีราคาแถมขั,นตอนการทําไม่ยงยาก ลงทุนไม่มาก ซึ งชิ,นงานบางอย่างทีเราพบเจอใน ชีวตประจําวันก็ลวนประดิษฐ์มาจากเศษหนังสื อพิมพ์เหล่านี,ท, งสิ, น ิ ้ ั วัตถุประสงค์ 1. เพือลดปริ มาณขยะ (เศษกระดาษ) ในสังคมให้มีจานวนลดลง ํ 2. ชิ,นงานทีได้สามารถใช้งานได้จริ งในชี วตประจําวัน และมีประสิ ทธิ ภาพ ิ 3. เป็ นอีกวิธีหนึงทีช่วยในการลดปั ญหาโลกร้อน ขอบเขตการศึกษา ได้ชิ,นงานทีเกิดจากการสร้างสรรค์เปเปอร์ มาเช่จานวน G ชิ,น ํ ประโยชน์ ทได้ รับ ี 1. ปริ มาณขยะ (เศษกระดาษ) มีจานวนลดลง ํ 2. ชิ,นงานทีได้สามารถใช้งานได้จริ งในชี วตประจําวัน ิ 3. เป็ นส่ วนหนึงในการช่วยลดปั ญหาภาวะโลกร้อน
  • 3.
    วิธีดําเนินการ 1. ตั,งชือโครงงานทีสนใจ 2. ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกียวกับเรื องทีสนใจ 3. รวบรวมข้อมูล 4. แบ่งหน้าทีในการทํางาน 5. นําเสนอโครงงานต่อครู ทีปรึ กษา 6. ครู ทีปรึ กษาเห็นชอบและให้ขอเสนอแนะ ้ นิยามศัพท์ -
  • 4.
    บทที 3 เอกสารทีเกียวข้อง ภาวะโลกร้ อน (Global Warming) บรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิ เจน 21% ก๊าซอาร์ กอน 0.9% นอกจากนั,น ่ เป็ น ไอนํ,า ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จานวนเล็กน้อย แม้วาไนโตรเจนออกซิ เจน และอาร์ กอน จะเป็ นองค์ประกอบ ํ หลักของบรรยากาศแต่ก็มิได้มีอิทธิ พลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่นไอนํ,า ่ คาร์ บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซนแม้จะมีอยูในบรรยากาศเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถ ในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรด ทําให้อุณหภูมิพ,นผิวโลกอบอุ่น เหมาะแก่การดํารงชีวตเราเรี ยกก๊าซจําพวกนี,วา ื ิ ่ “ก๊าซเรื อนกระจก” (Greenhouse gas) เนืองจากคุณสมบัติในการเก็บกักความร้อน หากปราศจากก๊าซเรื อนกระจก แล้วพื,นผิวโลกจะมีอุณหภูมิเพียง -18 องศาเซลเซี ยส ซึ งนันก็หมายความว่านํ,าทั,งหมดบนโลกนี,จะกลายเป็ น นํ,าแข็ง ภาพที 1 ประโยชน์ ของภาวะเรือนกระจก ไอนํา (H2O) A ่ ่ ั ไอนํ,า เป็ นก๊าซเรื อนกระจกทีมีมากทีสุ ดบนโลก มีอยูในอากาศประมาณ 0 – 4% ขึ,นอยูกบลักษณะภูมิประเทศ ่ ภูมิอากาศ และอุณหภูมิในบริ เวณเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรและชายทะเล จะมีไอนํ,าอยูมากส่ วนในบริ เวณเขต หนาวแถบขั,วโลก อุณหภูมิตาจะมีไอนํ,าในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย ไอนํ,าเป็ นสิ งจําเป็ นต่อสิ งมีชีวตไอนํ,าเป็ นส่ วน ํ ิ หนึงของวัฏจักรนํ,าในธรรมชาติ นํ,าสามารถเปลียนสถานะไปมาทั,ง 3 สถานะ จึงเป็ นตัวพาและกระจายความร้อน แก่บรรยากาศและพื,นผิวไอนํ,าเกิดขึ,นโดยฝี มือมนุษย์ 2 วิธี คือจากการเผาไหม้เชื,อเพลิงหรื อก๊าซธรรมชาติและจาก การหายใจและคายนํ,าของสัตว์และพืชในการทําเกษตรกรรม
  • 5.
    ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์(CO2) ในยุคเริ มแรกของโลกและระบบสุ ริยะ มีก๊าซคาร์ บอนได ออกไซด์ในบรรยากาศถึง 98% เนื องจากดวงอาทิตย์ยงมี ั ขนาดเล็กและแสงอาทิตย์ยงไม่สว่างเท่าทุกวันนี,ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ช่วยทําให้โลกอบอุ่นเหมาะสําหรับเป็ น ั ่ ถินทีอยูอาศัยของสิ งมีชีวตครั,นกาลเวลาผ่านไปดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่ข, ึนนํ,าฝนได้ละลายคาร์ บอนไดออกไซด์ ิ ในอากาศ ลงมายังพื,นผิวแพลงตอนบางชนิดและพืชตรึ งก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในอากาศมาสร้างเป็ นอาหาร โดยการสังเคราะห์ดวยแสง ทําให้ภาวะเรื อนกระจกลดลงโดยธรรมชาติก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เกิดขึ,นจากการ ้ หลอมละลายของหิ นปูนซึ งโผล่ข, ึนมาจากปล่องภูเขาไฟ และการหายใจของสิ งมีชีวต ิ ก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มีปริ มาณเพิมขึ,น เนื องจากการเผาไหม้ในรู ปแบบต่างๆเช่น การเผาไหม้เชื,อเพลิง โรงงาน ่ อุตสาหกรรมการเผาป่ าเพือใช้พ,ืนทีสําหรับอยูอาศัยและการทําปศุสัตว์การเผาป่ าเป็ นการปล่อยก๊าซ คาร์ บอนไดออกไซด์ข, ึนสู่ ช, นบรรยากาศได้โดยเร็ วทีสุ ดเนื องจากต้นไม้มีคุณสมบัติในการตรึ งก๊าซ ั คาร์ บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนทีจะลอยขึ,นสู่ ช, นบรรยากาศ ดังนั,นเมือพื,นทีป่ าลดน้อยลงก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จึง ั ่ ลอยขึ,นไปสะสม อยูในบรรยากาศได้มากยิงขึ,นและทําให้พลังงานความร้อนสะสมบนผิวโลกและในบรรยากาศ เพิมขึ,นประมาณ 1.56 วัตต์/ตารางเมตร (ปริ มาณนี,ยงไม่คิดรวมผลกระทบทีเกิดขึ,นทางอ้อม) ั ภาพที 2 กราฟแสดงปริมาณก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ ทเพิมขึนในแต่ ละปี ี A
  • 6.
    ภาพที 2 แสดงปริมาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีเพิมขึ,น ตั,งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็ นต้นมา เส้นกราฟเป็ น ลักษณะฟันปลา สู งตําสลับกันในแต่ละรอบปี มีค่าต่างกันประมาณ 5 - 6 ppm ((part per million - ส่ วนต่ออากาศ หนึงล้านส่ วน) ในฤดูร้อนมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์นอยลงเนืองจากพืชตรึ งก๊าซเอาไว้สร้างอาหารมากกว่าใช้ ้ หายใจส่ วนในฤดูหนาวมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มากขึ,นเนื องจากพืชคายก๊าซออกมาจากการหายใจมากกว่าการ ตรึ งเพือสร้างอาหารอย่างไรก็ตามเมือพิจารณาโดยภาพรวมแล้ว อุณหภูมิมีแนวโน้มสู งขึ,นในแต่ละปี ก๊ าซมีเทน (CH4) ก๊าซมีเทนเกิดขึ,นจากการย่อยสลายของซากสิ งมีชีวตแม้วามีก๊าซมีเทนอยูในอากาศเพียง 1.7 ppm แต่ก๊าซมีเทนมี ิ ่ ่ คุณสมบัติของก๊าซเรื อนกระจกสู งกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์กล่าวคือ ด้วยปริ มาตรทีเท่ากันก๊าซมีเทนสามารถ ดูดกลืนรังสี อินฟราเรดได้ดีกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ก๊าซมีเทนมีปริ มาณเพิมขึ,นเนืองจากการทํานาข้าว ปศุ สัตว์และการเผาไหม้มวลชีวภาพ การเผาไหม้เชื,อเพลิงประเภทถ่านหิ น นํ,ามันและก๊าซธรรมชาติการเพิมขึ,นของ ก๊าซมีเทนส่ งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเรื อนกระจกมากเป็ นอันดับสอง รองจากก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ พลังงานรวมทีเกิดขึ,นโดยเฉลีย 0.47 วัตต์/ตารางเมตร ก๊ าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ในธรรมชาติ เกิดจากการย่อยสลายซากสิ งมีชิวตโดยแบคทีเรี ยก๊าซไนตรัสมีปริ มาณเพิมขึ,น ิ เนืองจากอุตสาหกรรมทีใช้กรดไนตริ กในกระบวนการผลิต เช่น อุตสาหกรรมผลิตเส้นใยไนลอน อุตสาหกรรม เคมีและพลาสติกบางชนิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ทีเพิมขึ,นส่ งผลกระทบโดยตรงต่อการเพิมพลังงานความร้อน สะสมบนพื,นผิวโลกประมาณ 0.14 วัตต์/ตารางเมตรนอกจากนั,นเมือก๊าซไนตรัสออกไซด์ลอยขึ,นสู่ บรรยากาศชั,น สตราโตสเฟี ยร์ มนจะทําปฏิกิริยากับก๊าซโอโซนทําให้เกราะป้ องกันรังสี อลตราไวโอเล็ตของโลกลดน้อยลง ั ั สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFC) ่ มีแหล่งกําเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เครื องใช้ในชีวตประจําวันเช่น ตูเ้ ย็น เครื องปรับอากาศแม้วา ิ จะมีการจํากัดการใช้ก๊าซประเภทนี,ให้นอยลง 40% เมือเทียบกับสิ บกว่าปี ก่อนแต่ปริ มาณสารคลอโรฟลูออโร ้ ่ คาร์ บอนทียังคงสะสมอยูในชั,นบรรยากาศยังเป็ นต้นเหตุทีทําให้มีพลังงานความร้อนสะสมบนพื,นผิวโลกประมาณ 0.28 วัตต์ต่อตารางเมตรนอกจากนี,สารคลอโรฟลูออโรคาร์ บอนยังทําลายชั,นโอโซนในบรรยากาศชั,นสตราโตส เฟี ยร์ โอโซน (O3) โอโซนเป็ นก๊าซทีมีคุณสมบัติความเป็ นก๊าซเรื อนกระจกมากทีสุ ดทําให้เกิดพลังงานความร้อนสะสมบนพื,นผิวโลก ประมาณ 2.85 วัตต์/ตารางเมตรก๊าซโอโซนเกิดขึ,นจากการเผาไหม้มวลชีวภาพและการสันดาปของเครื องยนต์มีอยู่ ่ ในหมอกควันซึ งเกิดจากการจราจรและโรงงานก๊าซโอโซนทีอยูในบรรยากาศชั,นโทรโพสเฟี ยร์ (บนพื,นผิวโลก) เป็ นพิษต่อร่ างกาย แต่ก๊าซโอโซนในบรรยากาศชั,นสตราโตสเฟี ยร์ ดูดกลืนรังสี อลตราไวโอเล็ตไม่ให้ส่องลงมาทํา ั ่ อันตรายต่อสิ งมีชีวตทีอาศัยอยูบนพื,นโลก ิ
  • 7.
    ภาพที 3 กราฟแสดงอัตราการเพิมพลังงานของก๊าซเรือนกระจก กราฟในภาพที 3 แสดงอัตราการเพิมปริ มาณของก๊าซเรื อน กระจกแต่ละชนิดนับตั,งแต่ปี พ.ศ.2400 เป็ นต้นมาจะ ่ เห็นได้วาก๊าซเรื อนกระจกในบรรยากาศมีปริ มาณเพิมขึ,นนับตั,งแต่การเติบโตทางอุตสาหกรรมในปี พ.ศ.2443 เป็ น ต้นมาและได้หยุดใช้สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอน (CFC) ตั,งแต่ พ.ศ.2530 เนื องจากการประชุมนานาชาติ ทีเมืองมอนทรี ล ประเทศแคนนาดา (Montreal Protocol) อย่างไรก็ตามยังมีสารนี,ตกค้างในบรรยากาศอีกนับร้อยปี (รายละเอียดในตารางที 2) นักวิทยาศาสตร์ ทาการศึกษาอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปในอดีตสี แสนปี โดยการวิเคราะห์ฟองอากาศในแท่ง ํ นํ,าแข็งซึ งทําการขุดเจาะทีสถานีวจยวอสต็อก ทวีปแอนตาร์ คติกพบว่าอุณหภูมิของโลกแปรผันตามปริ มาณก๊าซ ิั คาร์ บอนไดออกไซด์ ดังกราฟในภาพที 4 นันก็หมายความว่า การเพิมปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เข้าสู่ บรรยากาศของโลกยุคปั จจุบนย่อมทําให้อุณหภูมิของพื,นผิวโลกสู งขึ,นตามไปด้วย ั ภาพที 4 กราฟแสดงความสั มพันธ์ ระหว่ างอุณหภูมิและปริมาณก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ การเพิมขึนของระดับนําในมหาสมุทร A A อุณหภูมิของบรรยากาศมีความสัมพันธ์ต่อการเปลียนสถานะของนํ,าบนโลกอุณหภูมิทีสู งขึ,นจะทําให้อตราการ ั ระเหยของนํ,ามากขึ,นรวมถึงอัตราการหลอมละลายของแผ่นนํ,าแข็งขั,วโลกก็จะมากขึ,นตามไปด้วยถ้าหากอุณหภูมิ ของบรรยากาศลดตําลงอัตราการควบแน่นของไอนํ,าในบรรยากาศก็จะมากขึ,นรวมถึงอัตราการเยือกแข็งของนํ,าใน มหาสมุทรก็จะมากขึ,นเช่นกัน กราฟในภาพที 5 แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของอุณหภูมิของบรรยากาศและ ่ ระดับนํ,าทะเลในมหาสมุทรในช่วงศตวรรษทีแล้วจะเห็นได้วาระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นนับตั,งแต่ปี พ.ศ.2450 เป็ นต้น มาซึ งเป็ นผลมาจากอุณหภูมิของบรรยากาศทีสู งขึ,นเนื องจากการเพิมปริ มาณของก๊าซเรื อนกระจก
  • 8.
    ภาพที 5 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและระดับนํ,าทะเล เมือประมาณ 2 หมืนปี มาแล้วโลกเป็ นยุคนํ,าแข็ง ร้อยละ 30 ของพื,นทวีปทั,งหมดถูกปกคลุมด้วยแผ่นนํ,าแข็ง นับตั,งแต่ข, วโลกเหนือลงมาจรดตอนกลางของทวีปอเมริ กาเหนื อ ยุโรป และเอเชียระดับนํ,าทะเลในยุคนั,น ตํากว่า ั ปั จจุบนประมาณ 110 – 140 เมตรในเอเชียอาคเนย์ บริ เวณทะเลอันดามันและทะเลจีนใต้เกือบทั,งหมดเคยแห้ง ั กลายเป็ นแผ่นดินทั,งนี,เนื องจากนํ,าทะเลทีระเหยขึ,นไปเป็ นไอนํ,าในบรรยากาศไปควบแน่นเป็ นหิ มะและตก ลงมา สะสมตัวกันบนยอดเขาและพื,นทีตอนเหนือกลายเป็ นแผ่นนํ,าแข็งต่อมาเมือโลกอุ่นขึ,นเนืองจากปริ มาณก๊าซเรื อน กระจกทีปรับตัวเองตามธรรมชาติ ระดับนํ,าทะเลจึงสู งขึ,นจนมีระดับใกล้เคียงกับทุกวันนี,แต่ทว่าในช่วงศตวรรษที ผ่านมา ได้มีการตัดไม้ทาลายป่ าและทําอุตสาหกรรมหนักทําให้ปริ มาณก๊าซเรื อนกระจกเพิมขึ,นอย่างรวดเร็ วจน ํ เกิด ปรากฏการณ์โลกร้อน (Global warming) และหากอัตราการเพิมขึ,นของก๊าซเรื อนกระจกยังคงเป็ นเช่นนี,แผ่น นํ,าแข็งขั,วโลกจะละลายทําให้ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,น การละลายของแผ่นนํ,าแข็งขั,วโลกนอกจากจะส่ งผลให้ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นแล้วยังทําให้อลบีโดของโลกลดลง ั อีกด้วย กล่าวคือพื,นทีสี ขาวซึ งทําหน้าทีสะท้อนรังสี จากดวงอาทิตย์คืนสู่ อวกาศลดน้อยลง (นํ,าทะเลมีอลบีโดย ั น้อยกว่าก้อนนํ,าแข็ง) พื,นทีสี เข้มเช่นนํ,าทะเลจะดูดความร้อนได้ดีข, ึนและส่ งผลซํ,าเติมทําให้อุณหภูมิของโลกและ ระดับนํ,าทะเลสู งขึ,นไปอีกอย่างรวดเร็ ว บริ เวณพื,นทีเกาะและทีราบลุ่มชายฝังทะเล เช่นตอนใต้ของประทศ เวียดนามและประเทศกัมพูชาจะถูกนํ,าท่วม ดังภาพที 6 ความเค็มของนํ,าทะเลซึ งเจือจางลงเนืองจากการละลายของ นํ,าแข็งจะส่ งผลให้การไหลเวียนของกระแสนํ,าในมหาสมุทรเปลียนทิศทางและความจุความร้อนเปลียนไปส่ ง ผลกระทบให้เกิดการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุ นแรง กราฟแสดงการเพิมขึ,นของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศโลก ในรอบ 50 ปี ทีผ่านมา จาก 310ppm ขึ,นมาเป็ น 380ppm ในปั จจุบน ั ทีมา : NOAA/Scripps Institution of Oceanography
  • 9.
    ก๊ าซเรือนกระจกประกอบด้ วยก๊าซทีสํ าคัญ คือ 53 % ก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ (380ppm) ทุกวันนี,ในชั,นบรรยากาศมีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 380 โมเลกุลในทุกๆ 1ล้านโมเลกุลของมวลอากาศ หรื อ 380ppm (parts per million) และมีการเพิมขึ,นประมาณปี ละ 1 เปอร์ เซ็นต์ เมือเทียบกับราว 100 ปี ก่อนในยุคปฏิวติ ั ่ อุตสาหกรรมระดับความเข้มของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศอยูทีประมาณ 280 ppm ่ นักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์วา ในอีก 100 ปี ข้างหน้าถ้าไม่มีการแก้ไขหรื อชะลอการใช้พลังงานจากเชื,อเพลิง ฟอสซิ ลความเข้มข้นของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์จะเพิมขึ,นเป็ นเกือบ 1,000 ppm ซึ งเป็ นการเพิมในอัตราทีเร็ ว กว่าทีผ่านมาอย่างมาสาเหตุทีก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์เพิมสู งขึ,นเรื อยๆ ในชั,นบรรยากาศนั,นนอกจากว่ามาจาก การเผาไหม้เชื, อเพลิงฟอสซิ ลแล้วสาเหตุสาคัญอีกประการหนึงคือการตัดไม้ทาลายป่ าและเผาป่ าเพือเปลียนเป็ น ํ ํ พื,นทีการเกษตรเนื องจากต้นไม้มีคุณสมบัติทีดีในการดูดซับก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ไม่ให้ลอยขึ,นสู่ ช, น ั บรรยากาศ เมือพื,นทีป่ าลดน้อยลงปริ มาณก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในอากาศจึงสู งขึ,นและการเผาป่ ายังทําให้ซาก ่ พืชซากสัตว์ทีอยูในดินถูกทําลายกลายเป็ นก๊าซชนิดนี,เพิมขึ,นในชั,นบรรยากาศด้วยเมือ 10 ปี ก่อน นักวิทยาศาสตร์ ได้สารวจวัดปริ มาณคาร์ บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปเมือ 650,000 ปี ก่อนโดยวิเคราะห์จาก ํ ่ ั แท่งนํ,าแข็งทีอยูลึกลงไปใต้ผิวโลกและได้ขอสรุ ปว่าอุณหภูมิของโลกมีความสัมพันธ์กบปริ มาณก๊าซ ้ คาร์ บอนไดออกไซด์ในชั,นบรรยากาศ เมือช่วงเวลาใดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์มากอุณหภูมิของโลกก็จะ สู งขึ,น 17% ก๊ าซมีเทน (1.8ppm) ่ เป็ นก๊าซทีเกิดจากปลูกข้าว การเลี,ยงสัตว์และการเผาไหม้ของเชื,อเพลิงฟอสซิ ลแม้วาก๊าซมีเทนในชั,นบรรยากาศจะ มีเพียงเล็กน้อยแต่โมเลกุลของก๊าซมีเทนสามารถดูดกลืนรังสี ความร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่าปั ญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในชั,นบรรยากาศได้กลายเป็ นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศด้วย กล่าวคือทีผ่านมาเวลามีการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยปั ญหาภาวะเรื อนกระจกประเทศทีพัฒนาแล้วซึ งส่ วน ใหญ่เป็ นประเทศอุตสาหกรรมทีปลดปล่อยก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ในปริ มาณมากจะพยายามยกประเด็นว่า ประเทศกําลังพัฒนาซึ งส่ วนใหญ่เป็ นประเทศเกษตรกรรมก็ปลดปล่อยก๊าซมีเทนมากด้วยเช่นกันโดยยกตัวอย่าง การปลูกข้าวแบบให้น, าท่วมขังเพือเป็ นการควบคุมวัชพืชซึ งจะทําให้ดินขาดออกซิ เจน แบคทีเรี ยบางชนิ ดจึงผลิต ํ ก๊าซมีเทนมากขึ,นและเนืองจากก๊าซมีเทนสามารถเก็บกักความร้อนได้ดีกว่าดังนั,นประเทศพัฒนาแล้วจึงพยายาม กดดันให้ประเทศกําลังพัฒนาร่ วมรับผิดชอบด้วยในระดับหนึง 13% ก๊ าซโอโซนระดับผิวโลก (0.03ppm) ่ เมืออยูในชั,นบรรยากาศสู งๆก๊าซโอโซนจะช่วยปกป้ องโลกจากรังสี อลตราไวโอเลตแต่โอโซนทีอยูในระดับผิว ั ่ โลกจะทําหน้าทีเป็ นสารออกซิ แดนท์ซึงจะทําปฏิกิริยากับเนื,อเยือของสิ งมีชีวตถือได้วาเป็ นก๊าซโอโซนทีแม้จะอยู่ ิ ่ ในบรรยากาศของโลกเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรด ทําให้โลกอบอุ่นขึ,นด้วย
  • 10.
    12% ก๊ าซไนตรัสออกไซด์(0,3ppm) โรงงานอุตสาหกรรมทีผลิตเส้นใยไนลอน อุตสาหกรรมเคมีและพลาสติกใช้กรดไนตริ กในกระบวนการผลิตจะ ปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ข, ึนสู่ ช, นบรรยากาศรวมไปถึงปุ๋ ยไนโตรเจนทีใช้ในการทําการเกษตรและแม้วาใน ั ่ ธรรมชาติจะมีการปล่อยก๊าซชนิดนี, ออกมาแต่ก๊าซไนตรัสออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมมีปริ มาณเพิมขึ,นอย่าง รวดเร็ วส่ งผลให้ความร้อนในชั,นบรรยากาศเพิมขึ,น 5 % ก๊ าซซีเอฟซี (1ppm) ่ ก๊าซชนิดนี,เป็ นก๊าซทีมีสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์ บอนมีใช้อยูในเครื องปรับอากาศ ตูเ้ ย็น สเปรย์ นํ,ายา ดับเพลิง ฯลฯเป็ นตัวการสําคัญทีทําให้เกิดรู โหว่ของโอโซนในชั,นบรรยากาศทําให้รังสี อลตราไวโอเลตส่ องลง ั มาถึงพื,นโลกได้มากขึ,นแม้วาปั จจุบนทัวโลกได้รณรงค์ลดการปล่อยก๊าซซี เอฟซี ลงได้ถึง 40 %แต่ทียังหลงเหลืออยู่ ่ ั ในชั,นบรรยากาศก็มีส่วนในการดูดกลืนรังสี อินฟราเรดจนเกิดความร้อนสะสมขึ,นประมาณ 0.28 วัตต์/ตารางเมตร กระดาษจะใช้เวลาในการย่อยสลาย 8-13 กก./ปี การใช้กระดาษ รี ไซเคิล 1 ตันจึง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรื อน กระจกได้ถึง 7 ตัน
  • 11.
    บทที W อุปกรณ์และขัAนตอนการทํา อุปกรณ์ 1. กระดาหนังสื อพิมพ์ทีไม่ใช้แล้ว 2. กรรไกร 3. กาว หรื อ แป้ งเปี ยก 4. แม่แบบทีต้องการ 5. สี โปสเตอร์ 6. คัตเตอร์ 7. เทปกาว
  • 12.
    ขัAนตอนการทําหมูออมสิ น 1. ตัดกระดาษหนังสื อพิมพ์เป็ นชิ,นเล็กๆขนาดประมาณ sxu เซนติเมตร 2. ทากาวทีแม่แบบแล้วนํากระดาษหนังสื อพิมพ์ติดให้ทว ทิ,งไว้ไห้แห้ง ั 3. เมือแม่แบบแข็งตัวดีแล้วใช้มีดคัตเตอร์ กรี ดออกเป็ น u ส่ วน 4. ติดเทปกาวตามรอยให้ติดกันและตกแต่งระบายสี ตามใจชอบ 5. ได้ชิ,นงานทีมีชือว่า “หมูออมสิ น” สถานทีปฏิบัติงาน - โรงเรี ยนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลาในการดําเนินงาน ตั,งแต่วนที 5 มกราคม uvv6 – วันที v กุมภาพันธ์ uvv6 ั
  • 13.
    บทที Y อภิปรายและสรุปผล จากการทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนแล้วจะพบว่ากระดาษทีนํามาประดิษฐ์เปเปอร์ มาเช่น, นถ้า ั นําไปเผาจะทําให้เกิดกลุ่มควันทําให้เกิดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ ซึ งเป็ นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน แต่ถา ้ นํามาประดิษฐ์ สร้างสรรค์เป็ นชิ,นงานอย่างอืนแล้ว จะเป็ นการช่วยลดการเผากระดาษ และช่วยลดปั ญหาภาวะโลก ร้อนด้วย สําหรับชิ,นงานทีได้จากการทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ใช้กระดาษไปทั,งสิ, น wxx กรัม สามารถลดปริ มาณกระดาษทีเหลือใช้ได้ถึง yx % ลดก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีจะก่อตัวในชั,นบรรยากาศได้ถึง 0.60 ppm. ชิ,นงานทีได้จากการทําโครงงานนี,มีประสิ ทธิ ภาพและสามารถใช้งานได้จริ งในชีวตประจําวัน ิ
  • 14.
    บทที Z ผลการทดลอง 350 300 250 200 150 การเพิมของก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 100 50 0 จากการทดลองทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ทางกลุ่มของพวกเราพบว่า ใช้กระดาษ หนังสื อพิมพ์ไปทั,งหมด 700 กรัม โดยหมูออมสิ นใช้กระดาษ 200 กรัม ไข่ออมสิ นใช้กระดาษ 200 กรัม และกล่อง กระดาษทิชชูใช้กระดาษ 300 กรัม ซึ งชิ,นงานทีเราได้น, นล้วนมีประสิ ทธิ ภาพและสามารถใช้งานได้จริ งใน ั ชีวตประจําวันถึง 60% ิ
  • 15.
    กราฟแท่ งแสดงการลดปริมาณของก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 400 300 200 100 การเพิมของก๊ าซคาร์ บอนไดออกไซด์ 0 การลดของก๊ าซคาร์ บอนไดออไซด์ -100 -200 -300 -400 จากการทดลองทําโครงงานเปเปอร์ มาเช่ ลดโลกร้อนนี,ทางกลุ่มของพวกเราพบว่า ปริ มาณก๊าซ คาร์ บอนไดออกไซด์ลดลงอย่างเห็นได้ชด สังเกตได้จากกราฟด้านบนนี, กระดาษทีใช้ทาหมูออมสิ น สามารถลด ั ํ ปริ มาณการเผาได้ถึง 200 กรัม ไข่ออมสิ นสามารถลดปริ มาณการเผากระดาษได้ถึง 200 กรัม และกล่องกระดาษ ทิชชูสามารถลดได้ถึง 300 กรัม หรื อสามารถลดปริ มารก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ทีเกิดจากการเผาได้มาถึง x.v ppm.
  • 16.