สมาชิกในกลุ่ม 1. น.ส. ลัดดาวรรณ  ศรีหาบุตร  49010210737 2. น.ส. เพ็ญพยอม  ภูกะฐิน  49010911716 ETC.
ภัยธรรมชาติ ปรากฎการณ์โลกร้อน
ปรากฏการณ์โลกร้อน  ( global warming)   คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและผืนมหาสมุทรสูงขึ้น โดยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คาย ออกไปสู่บรรยากาศ ก๊าซเรือนกระจก   (greenhouse gases)  มีตามธรรมชาติได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และโอโซน ปกติแล้วจะมีหน้าที่เก็บกักความร้อนไว้เพื่อให้โลกอบอุ่น สิ่งมีชีวิตจะได้เจริญเติบโตในโลกได้ แต่หากมีมากก็ส่งผลให้โลกร้อน อุณหภูมิสูงขึ้น
บรรยากาศโลก บรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน  78%  ก๊าซออกซิเจน  21%  ก๊าซอาร์กอน  0.9%  นอกจากนั้นเป็น ไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเล็กน้อย แม้ว่าไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน จะเป็นองค์ประกอบหลักของบรรยากาศ แต่ก็มิได้มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซน แม้จะมีอยู่ในบรรยากาศเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรด  ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกอบอุ่น เหมาะแก่การดำรงชีวิตมาก
ประโยชน์ของภาวะเรือนกระจก
สาเหตุที่ทำให้โลกร้อน มหันตภัยร้ายที่กำลังคุกคามโลกอยู่ขณะนี้ คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ปริมาณมหาศาลที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกหนาขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ ก็จะส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศโลก สูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือและธารน้ำแข็งบนภูเขาทั้งหมดทั่วโลกค่อยๆ ละลายลงเรื่อยๆ และอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง   20  ฟุต
เปรียบเทียบปริมาณก๊าซเรือนกระจก  ( ไม่รวมไอน้ำ )  14% 10% 5% 16%  55% อิทธิพลต่อภาวะเรือนกระจก การเผาไหม้เชื้อเพลิง มวลชีวภาพ เครื่องทำความเย็น ละอองอากาศ โรงงานอุตสาหกรรม ปุ๋ย การใช้ประโยชน์ที่ดิน นาข้าว ปศุสัตว์ การเผาไหม้เชื้อเพลิง มวลชีวภาพ การเผาป่า ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซเชื้อเพลิง แหล่งกำเนิดโดยมนุษย์  สารไฮโดรคาร์บอน - ดิน ป่าเขตร้อน พื้นที่ชุ่มน้ำ วัฏจักรธรรมชาติ การหายใจ แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ โอโซน (O3) คลอโรฟลูออคาร์บอน  (CFC)  ไนตรัสออกไซด์ (N2O)  มีเทน (CH4)  คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) -
กราฟแสดงอัตราการเพิ่มพลังงานของก๊าซเรือนกระจก นับตั้งแต่ปี พ . ศ .2400  เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศมีปริมาณเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่การเติบโตทางอุตสาหกรรมในปี พ . ศ .2443  เป็นต้นมา และได้หยุดใช้สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอน  ( CFC)  ตั้งแต่ พ . ศ .2530  เนื่องจากการประชุมนานาชาติที่เมืองมอนทรีล ประเทศแคนนาดา  ( Montreal Protocol)  อย่างไรก็ตามยังมีสารนี้ตกค้างในบรรยากาศอีกนับร้อยปี
นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปในอดีตสี่แสนปี โดยการวิเคราะห์ฟองอากาศในแท่งน้ำแข็ง ซึ่งทำการขุดเจาะที่สถานีวิจัยวอสต็อก ทวีปแอนตาร์คติก พบว่าอุณหภูมิของโลกแปรผันตามปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังกราฟ นั่นก็หมายความว่า การเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่บรรยากาศของโลกยุคปัจจุบัน ย่อมทำให้อุณหภูมิของพื้นผิวโลกสูงขึ้นตามไปด้วย และน้ำในมหาสมุทรก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในมหาสมุทร            อุณหภูมิของบรรยากาศมีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนสถานะของน้ำบนโลก อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้อัตราการระเหยของน้ำมากขึ้น  กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและระดับน้ำทะเล  จากกราฟแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของอุณหภูมิของบรรยากาศและระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรในช่วงศตวรรษที่แล้ว จะเห็นได้ว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้นนับตั้งแต่ปี พ . ศ .2450  เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิของบรรยากาศที่สูงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มปริมาณของก๊าซเรือนกระจก
การตัดไม้ทำลายป่าและทำอุตสาหกรรมหนัก ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิด ปรากฏการณ์โลกร้อน  ( Global warming)  และหากอัตราการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นเช่นนี้ แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกจะละลายทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ความเค็มของน้ำทะเลซึ่งเจือจางลงเนื่องจากการละลายของน้ำแข็ง จะส่งผลให้การไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนทิศทาง และความจุความร้อนเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรง
ระดับน้ำทะเลในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ต่อสภาพภูมิอากาศ 1.  สภาพอากาศแปรปรวนมากยิ่งขึ้น  2.  ความชื้นในอากาศเพิ่มมากขึ้นเนื่องด้วยการระเหยของน้ำที่มากขึ้น  3.  ความไม่มั่นคงของอุณหภูมิ  ผลกระทบ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะตามมา ต่อ ทะเลและมหาสมุทร 1.  ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งตามทั่วโลกละลาย  2.  น้ำทะเลสูงขึ้น  3.  อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น  4.  การเปลี่ยนสภาวะของน้ำเป็นกรด  5.  การหยุดไหลของกระแสน้ำอุ่น  ต่อมนุษย์ 1.  เกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม  2.  เกิดการอพยพย้ายที่อยู่อาศัยเนื่องจากโดนน้ำท่วม  3.  เกิดโรคร้ายเพิ่มขึ้น
The  End

โลกร้อน222

  • 1.
    สมาชิกในกลุ่ม 1. น.ส.ลัดดาวรรณ ศรีหาบุตร 49010210737 2. น.ส. เพ็ญพยอม ภูกะฐิน 49010911716 ETC.
  • 2.
  • 3.
    ปรากฏการณ์โลกร้อน (global warming) คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและผืนมหาสมุทรสูงขึ้น โดยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ เป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คาย ออกไปสู่บรรยากาศ ก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gases) มีตามธรรมชาติได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และโอโซน ปกติแล้วจะมีหน้าที่เก็บกักความร้อนไว้เพื่อให้โลกอบอุ่น สิ่งมีชีวิตจะได้เจริญเติบโตในโลกได้ แต่หากมีมากก็ส่งผลให้โลกร้อน อุณหภูมิสูงขึ้น
  • 4.
    บรรยากาศโลก บรรยากาศของโลกประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน 78% ก๊าซออกซิเจน 21% ก๊าซอาร์กอน 0.9% นอกจากนั้นเป็น ไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเล็กน้อย แม้ว่าไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน จะเป็นองค์ประกอบหลักของบรรยากาศ แต่ก็มิได้มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของโลก ในทางตรงกันข้ามก๊าซโมเลกุลใหญ่ เช่น ไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และโอโซน แม้จะมีอยู่ในบรรยากาศเพียงเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรด ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกอบอุ่น เหมาะแก่การดำรงชีวิตมาก
  • 5.
  • 6.
    สาเหตุที่ทำให้โลกร้อน มหันตภัยร้ายที่กำลังคุกคามโลกอยู่ขณะนี้ คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆปริมาณมหาศาลที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกหนาขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออกไปสู่บรรยากาศ ก็จะส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศโลก สูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือและธารน้ำแข็งบนภูเขาทั้งหมดทั่วโลกค่อยๆ ละลายลงเรื่อยๆ และอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 20 ฟุต
  • 7.
    เปรียบเทียบปริมาณก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมไอน้ำ ) 14% 10% 5% 16% 55% อิทธิพลต่อภาวะเรือนกระจก การเผาไหม้เชื้อเพลิง มวลชีวภาพ เครื่องทำความเย็น ละอองอากาศ โรงงานอุตสาหกรรม ปุ๋ย การใช้ประโยชน์ที่ดิน นาข้าว ปศุสัตว์ การเผาไหม้เชื้อเพลิง มวลชีวภาพ การเผาป่า ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซเชื้อเพลิง แหล่งกำเนิดโดยมนุษย์ สารไฮโดรคาร์บอน - ดิน ป่าเขตร้อน พื้นที่ชุ่มน้ำ วัฏจักรธรรมชาติ การหายใจ แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ โอโซน (O3) คลอโรฟลูออคาร์บอน (CFC) ไนตรัสออกไซด์ (N2O) มีเทน (CH4) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) -
  • 8.
    กราฟแสดงอัตราการเพิ่มพลังงานของก๊าซเรือนกระจก นับตั้งแต่ปี พ. ศ .2400 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศมีปริมาณเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่การเติบโตทางอุตสาหกรรมในปี พ . ศ .2443 เป็นต้นมา และได้หยุดใช้สารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ( CFC) ตั้งแต่ พ . ศ .2530 เนื่องจากการประชุมนานาชาติที่เมืองมอนทรีล ประเทศแคนนาดา ( Montreal Protocol) อย่างไรก็ตามยังมีสารนี้ตกค้างในบรรยากาศอีกนับร้อยปี
  • 9.
    นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาอุณหภูมิของโลกย้อนกลับไปในอดีตสี่แสนปี โดยการวิเคราะห์ฟองอากาศในแท่งน้ำแข็ง ซึ่งทำการขุดเจาะที่สถานีวิจัยวอสต็อกทวีปแอนตาร์คติก พบว่าอุณหภูมิของโลกแปรผันตามปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังกราฟ นั่นก็หมายความว่า การเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่บรรยากาศของโลกยุคปัจจุบัน ย่อมทำให้อุณหภูมิของพื้นผิวโลกสูงขึ้นตามไปด้วย และน้ำในมหาสมุทรก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 10.
    การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในมหาสมุทร            อุณหภูมิของบรรยากาศมีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนสถานะของน้ำบนโลกอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้อัตราการระเหยของน้ำมากขึ้น กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและระดับน้ำทะเล จากกราฟแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของอุณหภูมิของบรรยากาศและระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรในช่วงศตวรรษที่แล้ว จะเห็นได้ว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้นนับตั้งแต่ปี พ . ศ .2450 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิของบรรยากาศที่สูงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มปริมาณของก๊าซเรือนกระจก
  • 11.
    การตัดไม้ทำลายป่าและทำอุตสาหกรรมหนัก ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิด ปรากฏการณ์โลกร้อน ( Global warming) และหากอัตราการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นเช่นนี้ แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกจะละลายทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ความเค็มของน้ำทะเลซึ่งเจือจางลงเนื่องจากการละลายของน้ำแข็ง จะส่งผลให้การไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนทิศทาง และความจุความร้อนเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรง
  • 12.
  • 13.
    ต่อสภาพภูมิอากาศ 1. สภาพอากาศแปรปรวนมากยิ่งขึ้น 2. ความชื้นในอากาศเพิ่มมากขึ้นเนื่องด้วยการระเหยของน้ำที่มากขึ้น 3. ความไม่มั่นคงของอุณหภูมิ ผลกระทบ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะตามมา ต่อ ทะเลและมหาสมุทร 1. ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งตามทั่วโลกละลาย 2. น้ำทะเลสูงขึ้น 3. อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น 4. การเปลี่ยนสภาวะของน้ำเป็นกรด 5. การหยุดไหลของกระแสน้ำอุ่น ต่อมนุษย์ 1. เกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม 2. เกิดการอพยพย้ายที่อยู่อาศัยเนื่องจากโดนน้ำท่วม 3. เกิดโรคร้ายเพิ่มขึ้น
  • 14.