บทบาทของกลุ่มก่อการร้ ายอิสลามทีสาคัญ
                                ่




    1.นางสาวเบญจวี            แสนเงิน            เลขที่ 20
    2.นางสาวปาลิตา            วงศ์ม่าน           เลขที่ 24
    3.นางสาวภัทราภรณ์         โรจนสกุลพิสุทธิ์   เลขที่ 26
    4.นางสาวณิ ศาชล           ประธานราษฎร์       เลขที่ 32
    5.นางสาวศรี สกุล          โพธิ               เลขที่ 34
                     ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/4
อัลกออิดะฮ์
                                                ่
            อัลกออิดะฮ์ หรื อ อัลเกดาห์ เป็ นกลุมก่อการร้ายสากลชาวอิสลาม ก่อตั้ง
ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 มีนายอุซามะฮ์ บิน ลาดิน และนายอัยมัน อัซเซาะวาฮิรี เป็ น
หัวหน้า




         อุซามะฮ์ บิน ลาดิน                           อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี
อัลกออิดะฮ์เป็ นองค์กรทางทหารของมุสลิมนิกายซุนนี มีเป้ าหมายเพื่อขับไล่
อิทธิ พลของต่างชาติออกไปจากประเทศมุสลิม สมาชิกส่ วนใหญ่เป็ นผูนบถือลัทธิ
                                                                    ้ ั
วะฮาบียหรื อซาฟาอีย ์ อัลกออิดะฮ์เป็ นที่รู้จกจากการก่อวินาศกรรม 11 กันยายน
          ์                                  ั
พ.ศ. 2544 ทาให้สหรัฐอเมริ กาออกมาต่อต้านกลุ่มนี้ภายใต้คาว่า “สงครามต่ อต้ านการ
ก่ อการร้ าย”

         กลุ่มอัลกออิดะฮ์น้ ีถกจัดให้เป็ นกลุ่มก่อการร้ายโดย
                              ู
สหรัฐอเมริ กา                 อังกฤษ                       แคนาดา
ออสเตรเลีย                    อินเดีย                      ซาอุดีอาระเบีย
นาโต                          สหประชาชาติ                  สหภาพยุโรป
อิสราเอล                      ญี่ปุ่น                      เกาหลีใต้
ฝรั่งเศส                      เนเธอร์แลนด์                 รัสเซี ย
สวีเดน                        ตุรกี                        สวิตเซอร์แลนด์
คาว่า อัลกออิดะฮ์ เป็ นภาษาอาหรับหมายถึงมูลนิ ธิหรื อที่มน บิน ลาดินให้
                                                                    ั่
สัมภาษณ์แก่วารสาร al Jazeera ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 ว่าคาว่าอัลกออิดะฮ์น้ ี ใช้ต้ งแต่
                                                                                   ั
สมัยที่กลุ่มมุญาฮิดีนต่อสู ้กบสหภาพโซเวียตโดยเรี ยกค่ายฝึ กว่าอัลกออิดะฮ์ นามาใช้เป็ น
                             ั
ครั้งแรกโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริ กา เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2544 ในการ
สอบสวนผูตองหาสี่ คนที่นิวยอร์กจากคดีการวางระเบิดสถานทูตสหรัฐในแอฟริ กา
            ้้
ตะวันออกเมื่อ พ.ศ. 2541 ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2545 กลุ่มนี้ปรากฏในชื่อกออิดะฮ์
อัล ญิฮาด (ที่มนแห่งญิฮาด)
                ั่
จุดกาเนิ ดของกลุ่มเริ่ มขึ้นหลังโซเวียตรุ กรานอัฟกานิสถานใน พ.ศ. 2522 โดยการ
บริ หารของชาวอาหรับจากต่างประเทศในชื่อ มุญาฮิ ดีน สนับสนุนทางการเงินโดย
บิน ลาดินและการบริ จาคของชาวมุสลิม สหรัฐมองว่าการรุ กรานอัฟกานิสถานของโซเวียต
เป็ นส่ วนหนึ่ งของสงครามเย็น หน่วยสื บราชการลับได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวผ่าน
ทางปากีสถาน อัลกออิดะฮ์พฒนาจากกลุ่ม Maktab al-Khadamat ที่เป็ นส่ วนหนึ่ งของ
                              ั
มุญาฮิดีน สมาชิกส่ วนใหญ่เป็ นทหารชาวปาเลสไตน์ และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ
เช่นเดียวกับมุญาฮิดีนกลุ่มอื่นๆ
การสู้รบดาเนินไป 9 ปี จนสหภาพโซเวียตถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานใน
พ.ศ. 2532 รัฐบาลสังคมนิยมของ โมฮัมเหม็ด นาจิบุลลอห์ ถูกมุญาฮิดีนล้มล้าง แต่
เนื่องจากผูนากลุ่มมุญาฮิดีนไม่สามารถตกลงกันได้ ความวุนวายจากการแย่งชิงอานาจจึง
           ้                                         ่
ตามมา
          หลังจากสงครามต่อต้านโซเวียตในอัฟกานิสถานสิ้ นสุ ดลงนักรบมุญาฮิดีน
        ่
บางกลุมต้องการขยายการต่อสู ้ออกไปทัวโลกในนามนักรบอิสลามเช่นความขัดแย้งใน
                                     ่
อิสราเอลและแคชเมียร์ หนึ่ งในความพยายามนี้คือการตั้งกลุ่มอัลกออิดะฮ์โดยบิน ลาดิน
ใน พ.ศ. 2531
สงครามอ่ าวเปอร์ เซียและเริ่มต้ นต่ อต้ านสหรัฐ
           เมื่อสงครามในอัฟกานิสถานสิ้ นสุ ดลง
บิน ลาดินเดินทางกลับสู่ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อเกิดการ
รุ กรานคูเวตของอิรักใน พ.ศ. 2533 บิน ลาดินได้
เสนอให้ใช้นกรบมุญาฮิดีนของเขาร่ วมมือกับ
                ั
กษัตริ ยฟาฮัด เพื่อปกป้ องซาอุดีอาระเบียจากการ
         ์
รุ กรานของอิรักที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ราชวงศ์
ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธและหันไปอนุญาตให้สหรัฐ
เข้ามาตั้งฐานทัพในซาอุดีอาระเบีย ทาให้บิน ลาดิน
ไม่พอใจ เพราะเขาไม่ตองการให้มีกองทหารต่างชาติ
                        ้
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ของศาสนาอิสลาม (คือเมกกะ
และเมดีนา) การที่เขาออกมาต่อต้านทาให้เขาถูกบีบให้
ไปซูดานและถูกถอนสัญชาติซาอุดีอาระเบีย
ซูดาน
           ใน พ.ศ. 2534 แนวร่ วมอิสลามแห่งชาติซูดานขึ้นมามีอานาจและเชื้อเชิญ
กลุ่มอัลกออิดะฮ์ให้ยายเข้ามาภายในประเทศ อัลกออิดะฮ์เข้าไปประกอบธุรกิจใน
                     ้
ซูดานเป็ นเวลาหลายปี และสนับสนุนเงินในการสร้างทางหลวงจากเมืองหลวงไปยัง
ท่าเรื อซูดาน พ.ศ. 2539 บิน ลาดินถูกบีบให้ออกจากซูดานเนื่องจากแรงกดดันของ
สหรัฐ เขาจึงย้ายกลุ่มอัลกออิดะฮ์ไปตั้งมันในเมืองจะลาลาบาด ที่อฟกานิสถาน
                                        ่                     ั
บอสเนีย
           การประกาศเอกราชของบอสเนีย-เฮอร์ เซโกวีนาออกจากยูโกสลาเวียในเดือน
ตุลาคม พ.ศ. 2534 ทาให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาแห่งใหม่ในบอสเนีย
                         ็
ส่ วนใหญ่เป็ นมุสลิม แต่กมีชาวเซิ ร์บที่นบถือศาสนาคริ สต์นิกายกรี กออร์ ทอดอกซ์และ
                                         ั
ชาวโครแอตนับถือศาสนาคริ สต์นิกายโรมันคาทอลิก ทาให้เกิดความขัดแย้งขึ้น โดย
เซอร์ เบียและโครเอเชียหนุนหลังชาวเซิ ร์บและชาวโครแอตที่มีเชื้อชาติเดียวกันตามลาดับ
เหล่านักรบอาหรับในอัฟกานิสถานเห็นว่าสงครามในบอสเนียเป็ นโอกาสอันดีที่จะ
ปกป้ องศาสนาอิสลาม ทาให้กลุ่มต่างๆเหล่านี้ รวมทั้งอัลกออิดะฮ์เข้าร่ วมในสงคราม
ตั้งเป็ นกลุ่มมุญาฮิดีนบอสเนี ย โดยนักรบส่ วนใหญ่เป็ นชาวอาหรับไม่ใช่ชาว
บอสเนีย
         การลงนามในข้อตกลงวอชิงตันในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 ทาให้สงคราม
ระหว่างบอสเนีย-โครแอตสิ้ นสุ ดลง กลุ่มมุญาฮิดีนยังสู รบกับชาวเซิ ร์บต่อไป จนกระทัง
                                                     ้                           ่
บันทึกสันติภาพเดย์ตนในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ทาให้สงครามสิ้ นสุ ดลง และเหล่า
                   ั
นักรบต่างชาติถูกบีบให้ออกนอกประเทศ ส่ วนผูที่แต่งงานกับชาวบอสเนียหรื อไม่มีที่ไป
                                             ้
ได้รับสัญชาติบอสเนียและอนุญาตให้อยูต่อไปได้
                                      ่
ผู้ลภยในอัฟกานิสถาน
      ี้ ั
                                                                 ่
          หลังจากการถอนตัวของสหภาพโซเวียต อัฟกานิสถานอยูในสภาพวุนวายถึง 7   ่
ปี จากการสู ้รบของกลุ่มที่เคยเป็ นพันธมิตรกัน ในช่วง พ.ศ. 2533 มีกลุ่มใหม่เกิดขึ้นคือ
กลุ่มตาลีบน เป็ นกลุ่มเยาวชนที่เกิดในอัฟกานิสถานยุคสงครามได้รับการศึกษาใน
          ั
โรงเรี ยนสอนศาสนาอิสลาม ในเมืองกันดาฮาร์ หรื อค่ายผูอพยพตามแนวชายแดน
                                                        ้
ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน
ผูนาของตาลีบน 5 คนจบการศึกษาจากโรงเรี ยนสอนศาสนาอิสลามใกล้กบ
            ้           ั                                                         ั
เมืองเปศวาร์ ในปากีสถาน แต่ผเู ้ ข้าเรี ยนส่ วนใหญ่เป็ นผูอพยพจากปากีสถาน โรงเรี ยนนี้
                                                          ้
สอนศาสนาตามลัทธิซาลาฟี ย์ และได้รับการสนับสนุนจากชาวอาหรับโดยเฉพาะ
บิน ลาดิน ชาวอาหรับในอัฟกานิ สถานและตาลีบน มีความเกี่ยวพันกันมาก หลังจาก
                                                  ั
โซเวียตถอนตัวออกไป ตาลีบน มีอิทธิ พลมากขึ้นจนสามารถก่อตั้งรัฐอิสลาม
                            ั
อัฟกานิสถาน ใน พ.ศ. 2537 ตาลีบนเข้ายึดครองพื้นที่ในเมืองกันดาฮาร์ และเข้ายึดกรุ ง
                                     ั
คาบูลได้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2539
หลังจากซูดานได้บีบให้บิน ลาดินและกลุ่มของเขาออกนอกประเทศ เป็ นเวลา
เดียวกับที่ตาลีบน มีอานาจในอัฟกานิสถาน บิน ลาดินจึงเข้าไปตั้งมันในเขตจะลาลาบาด
                ั                                              ่
ในเวลานั้นมีเพียงปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้นที่ยอมรับว่า
ตาลีบน เป็ นรัฐบาลของอัฟกานิ สถาน บิน ลาดินพานักในอัฟกานิ สถาน จัดตั้งค่ายฝึ ก
      ั
นักรบมุสลิมจากทัวโลก จนกระทังรัฐบาลตาลีบน ถูกขับไล่โดยกองกาลังผสม
                  ่             ่           ั
ภายในประเทศร่ วมกับกองทหารสหรัฐใน พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นเชื่อกันว่า บิน ลาดิน
ยังคงพานักกับกลุ่มตาลีบน ในบริ เวณชายแดนปากีสถาน
                        ั
เริ่มโจมตีพลเรือน
          พ.ศ. 2536 Ramzi Yousef ผูนาคน
                                      ้
หนึ่งของอัลกออิดะฮ์ ใช้การวางระเบิดใน
รถยนต์ โจมตีตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ใน
นิวยอร์ ก แต่ไม่สาเร็ จ และ Yousef ถูกจับ
ในปากีสถาน แต่กเ็ ป็ นแรงดลใจให้กลุ่ม
ของบิน ลาดิน ทาสาเร็ จเมื่อ 11 กันยายน
พ.ศ. 2544
อัลกออิดะฮ์เริ่ มสงครามครู เสดใน พ.ศ. 2539 เพื่อขับไล่กองทหารต่างชาติ
ออกไปจากดินแดนอิสลามโดยต่อต้านสหรัฐและพันธมิตร ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2541 บิน ลาดินและ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผูนาของกลุ่มญิฮาดอียปต์และผูนาศาสนาอิสลาม
                                          ้                   ิ       ้
อีกสามคน ร่ วมลงนามใน “ฟั ตวาห์ ” หรื อคาตัดสิ นภายใต้ชื่อแนวร่ วมอิสลามโลกเพื่อ
ญิฮาดต่อต้านยิวและครู เสด โดยประกาศว่า “ เป็ นหน้ าที่ของชาวมุสลิมทุกประเทศในการ
สั งหารชาวสหรั ฐและพันธมิตรทั้งทหารและพลเรื อนเพื่อปลดปล่ อยมัสยิดอัลอักซาในเยซู
ซาเลมและมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ในเมกกะ ” หลังจากนั้นได้เกิดการวางระเบิดสถานทูตสหรัฐ
ในแอฟริ กาตะวันออกภายในปี เดียวกัน มีผเู ้ สี ยชีวต 300 คน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2543
                                                  ิ
เกิดระเบิดพลีชีพในกองทัพเรื อสหรัฐในเยเมน
วินาศกรรม 11 กันยายน
           การก่อวินาศกรรม 11 กันยายน ทาให้สหรัฐและ
นาโตออกมาต่อต้านอัลกออิดะฮ์ และฟัตวาห์ พ.ศ. 2541
การโจมตีครั้งนี้ ถือเป็ นวินาศภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์
สหรัฐอเมริ กา มีผเู ้ สี ยชีวตเกือบ 3,000 คน รวมทั้งความ
                             ิ
เสี ยหายจากการพังทลายของตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์และ
ตึกเพนตากอนถูกทาลายลงไปบางส่ วน
           หลังจากนั้น สหรัฐได้มีปฏิบติการทางทหาร
                                            ั
เรี ยกร้องให้ มุลลาห์ โอมาร์ ผูนาตาลีบนส่ งตัวบิน ลาดินมาให้ แต่ตาลีบนเลือกที่จะส่ งตัว
                                  ้       ั                          ั
บิน ลาดินให้ประเทศที่เป็ นกลาง สหรัฐจึงส่ งกองทัพอากาศทิ้งระเบิดทาลายที่มนที่เชื่อว่า
                                                                            ั่
เป็ นแหล่งกบดานของอัลกออิดะฮ์ และส่ งปฏิบติการทางทหารภาคพื้นดินร่ วมกับพันธมิตร
                                                ั
ฝ่ ายเหนือเพื่อล้มล้างรัฐบาลตาลีบน    ั
กิจกรรมในอิรัก
          บิน ลาดิน เริ่ มให้ความสนใจอิรักตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์ เซี ยครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.
2533 อัลกออิดะฮ์ติดต่อกับกลุ่มมุสลิมชาวเคิร์ด ใน พ.ศ. 2542 ระหว่างการรุ กรานอิรักใน
พ.ศ. 2546 อัลกออิดะฮ์ให้ความสนใจเป็ นพิเศษ หน่วยทหารของอัลกออิดะฮ์เริ่ มวางระเบิด
กองบัญชาการของสหประชาชาติและกาชาดสากล พ.ศ. 2547 ฐานที่มนของอัลกออิดะฮ์ใน
                                                                       ั่
เมืองฟาลูยะห์ ถูกโจมตีและปิ ดล้อมด้วยกองทหารสหรัฐ แต่อลกออิดะฮ์ยงคงโจมตีทวอิรัก
                                                           ั              ั          ั่
แม้จะสู ญเสี ยกาลังคนไปมาก ในระหว่างการเลือกตั้งในอิรัก พ.ศ. 2548 กลุ่มอัลกออิดะฮ์
ออกมาประกาศความรับผิดชอบระเบิดพลีชีพ 9 ครั้งในแบกแดด
                ่
          แม้วาการต่อสู ้ของอัลกออิดะฮ์ในอิรักยังไม่ประสบผลในการขับไล่กองทหาร
                                                                     ็
อังกฤษและสหรัฐ รวมทั้งล้มล้างรัฐบาลของผูนบถือนิกายชีอะฮ์ แต่กได้สร้างความรุ นแรง
                                              ้ ั
กระจายไปทัวประเทศ
              ่
อัลกออิดะฮ์ ในแคชเมียร์
         เมื่อ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ชายลึกลับอ้างตัวเป็ นสมาชิกอัลกออิดะฮ์โทรศัพท์
ไปที่นกข่าวท้องถิ่นในศรี นคร ประกาศว่าขณะนี้ อลกออิดะฮ์เข้ามาในแคชเมียร์ แล้ว เพื่อ
      ั                                          ั
ปกป้ องชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่ถกรัฐบาลอินเดียกดขี่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กลุ่มอัล
                               ู
กออิดะฮ์แทรกซึ มเข้ามาในบริ เวณนี้ ต้ งแต่ก่อนการรุ กรานอัฟกานิสถานของสหรัฐ และ
                                      ั
                      ั
น่าจะมีความสัมพันธ์กบกลุ่มก่อการร้ายในปากีสถาน
จุดจบของบิน ลาดิน
           ศัตรู หมายเลข 1 ของสหรัฐถูกไล่ลามาโดยตลอด แต่ในทางกลับกัน กลุ่ม
                                          ่
ตอลีบานกลับไม่ส่งตัว บิน ลาดินมาดาเนินคดี จนกระทังประเทศพี่เบิ้มอย่างสหรัฐ
                                                   ่
สุ ดทน ประกาศทาสงครามในอัฟกานิสถาน เพื่อตามล่าตัวบินลาดิน แต่ถึงกระนั้น
      ่
แม้วาสหรัฐจะมีกองทัพกาลังเพียบพร้อม แต่บินลาดินกลับหาตัวได้ยาก(มาก) แม้วา  ่
กลุ่มตอลีบนจะล่มสลายลงไปก็ตาม
            ั
           จากนั้น ระหว่างการตามล่าตัว บินลาดินปรากฎตัวออกสื่ อโทรทัศน์อลจา
                                                                        ั
ซี เราะห์ ประณามและปลุกระดมให้บรรดามุสลิมทัวโลกต้อต้านสหรัฐ พร้อมทั้งกับ
                                                ่
ทาสงครามศาสนากับสหรัฐด้วย โดยมีสหรัฐจับตาดูอย่างไม่คลาดสายตา และ
พร้อมที่จะสังหารทันที หากรู ้ฐานที่มนของบินลาดิน
                                    ั่
และในที่สุด 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ไม่กี่วนที่ผานมา ถือว่าเป็ นการปิ ด
                                                ั ่
ฉากทรชนที่โลกไม่มีวนลืม บารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริ กา
                     ั
                                 ่
ออกมาแถลงยืนยันผ่านทางโทรทัศน์วา อุซามะห์ บิน ลาดิน ได้เสี ยชีวิตลงแล้ว จาก
ปฎิบติการทางทหารของสหรัฐอเมริ กา นอกกรุ งอิสลามาบัด ใกล้เมืองหลวง
    ั
ปากีสถาน

กลุ่มก่อการร้ายมุสลิม

  • 1.
    บทบาทของกลุ่มก่อการร้ ายอิสลามทีสาคัญ ่ 1.นางสาวเบญจวี แสนเงิน เลขที่ 20 2.นางสาวปาลิตา วงศ์ม่าน เลขที่ 24 3.นางสาวภัทราภรณ์ โรจนสกุลพิสุทธิ์ เลขที่ 26 4.นางสาวณิ ศาชล ประธานราษฎร์ เลขที่ 32 5.นางสาวศรี สกุล โพธิ เลขที่ 34 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/4
  • 2.
    อัลกออิดะฮ์ ่ อัลกออิดะฮ์ หรื อ อัลเกดาห์ เป็ นกลุมก่อการร้ายสากลชาวอิสลาม ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 มีนายอุซามะฮ์ บิน ลาดิน และนายอัยมัน อัซเซาะวาฮิรี เป็ น หัวหน้า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี
  • 3.
    อัลกออิดะฮ์เป็ นองค์กรทางทหารของมุสลิมนิกายซุนนี มีเป้าหมายเพื่อขับไล่ อิทธิ พลของต่างชาติออกไปจากประเทศมุสลิม สมาชิกส่ วนใหญ่เป็ นผูนบถือลัทธิ ้ ั วะฮาบียหรื อซาฟาอีย ์ อัลกออิดะฮ์เป็ นที่รู้จกจากการก่อวินาศกรรม 11 กันยายน ์ ั พ.ศ. 2544 ทาให้สหรัฐอเมริ กาออกมาต่อต้านกลุ่มนี้ภายใต้คาว่า “สงครามต่ อต้ านการ ก่ อการร้ าย” กลุ่มอัลกออิดะฮ์น้ ีถกจัดให้เป็ นกลุ่มก่อการร้ายโดย ู สหรัฐอเมริ กา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย นาโต สหประชาชาติ สหภาพยุโรป อิสราเอล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ รัสเซี ย สวีเดน ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์
  • 4.
    คาว่า อัลกออิดะฮ์ เป็นภาษาอาหรับหมายถึงมูลนิ ธิหรื อที่มน บิน ลาดินให้ ั่ สัมภาษณ์แก่วารสาร al Jazeera ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 ว่าคาว่าอัลกออิดะฮ์น้ ี ใช้ต้ งแต่ ั สมัยที่กลุ่มมุญาฮิดีนต่อสู ้กบสหภาพโซเวียตโดยเรี ยกค่ายฝึ กว่าอัลกออิดะฮ์ นามาใช้เป็ น ั ครั้งแรกโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริ กา เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2544 ในการ สอบสวนผูตองหาสี่ คนที่นิวยอร์กจากคดีการวางระเบิดสถานทูตสหรัฐในแอฟริ กา ้้ ตะวันออกเมื่อ พ.ศ. 2541 ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2545 กลุ่มนี้ปรากฏในชื่อกออิดะฮ์ อัล ญิฮาด (ที่มนแห่งญิฮาด) ั่
  • 5.
    จุดกาเนิ ดของกลุ่มเริ่ มขึ้นหลังโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถานใน พ.ศ. 2522 โดยการ บริ หารของชาวอาหรับจากต่างประเทศในชื่อ มุญาฮิ ดีน สนับสนุนทางการเงินโดย บิน ลาดินและการบริ จาคของชาวมุสลิม สหรัฐมองว่าการรุ กรานอัฟกานิสถานของโซเวียต เป็ นส่ วนหนึ่ งของสงครามเย็น หน่วยสื บราชการลับได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวผ่าน ทางปากีสถาน อัลกออิดะฮ์พฒนาจากกลุ่ม Maktab al-Khadamat ที่เป็ นส่ วนหนึ่ งของ ั มุญาฮิดีน สมาชิกส่ วนใหญ่เป็ นทหารชาวปาเลสไตน์ และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ เช่นเดียวกับมุญาฮิดีนกลุ่มอื่นๆ
  • 6.
    การสู้รบดาเนินไป 9 ปีจนสหภาพโซเวียตถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานใน พ.ศ. 2532 รัฐบาลสังคมนิยมของ โมฮัมเหม็ด นาจิบุลลอห์ ถูกมุญาฮิดีนล้มล้าง แต่ เนื่องจากผูนากลุ่มมุญาฮิดีนไม่สามารถตกลงกันได้ ความวุนวายจากการแย่งชิงอานาจจึง ้ ่ ตามมา หลังจากสงครามต่อต้านโซเวียตในอัฟกานิสถานสิ้ นสุ ดลงนักรบมุญาฮิดีน ่ บางกลุมต้องการขยายการต่อสู ้ออกไปทัวโลกในนามนักรบอิสลามเช่นความขัดแย้งใน ่ อิสราเอลและแคชเมียร์ หนึ่ งในความพยายามนี้คือการตั้งกลุ่มอัลกออิดะฮ์โดยบิน ลาดิน ใน พ.ศ. 2531
  • 7.
    สงครามอ่ าวเปอร์ เซียและเริ่มต้นต่ อต้ านสหรัฐ เมื่อสงครามในอัฟกานิสถานสิ้ นสุ ดลง บิน ลาดินเดินทางกลับสู่ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อเกิดการ รุ กรานคูเวตของอิรักใน พ.ศ. 2533 บิน ลาดินได้ เสนอให้ใช้นกรบมุญาฮิดีนของเขาร่ วมมือกับ ั กษัตริ ยฟาฮัด เพื่อปกป้ องซาอุดีอาระเบียจากการ ์ รุ กรานของอิรักที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ราชวงศ์ ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธและหันไปอนุญาตให้สหรัฐ เข้ามาตั้งฐานทัพในซาอุดีอาระเบีย ทาให้บิน ลาดิน ไม่พอใจ เพราะเขาไม่ตองการให้มีกองทหารต่างชาติ ้ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ของศาสนาอิสลาม (คือเมกกะ และเมดีนา) การที่เขาออกมาต่อต้านทาให้เขาถูกบีบให้ ไปซูดานและถูกถอนสัญชาติซาอุดีอาระเบีย
  • 8.
    ซูดาน ใน พ.ศ. 2534 แนวร่ วมอิสลามแห่งชาติซูดานขึ้นมามีอานาจและเชื้อเชิญ กลุ่มอัลกออิดะฮ์ให้ยายเข้ามาภายในประเทศ อัลกออิดะฮ์เข้าไปประกอบธุรกิจใน ้ ซูดานเป็ นเวลาหลายปี และสนับสนุนเงินในการสร้างทางหลวงจากเมืองหลวงไปยัง ท่าเรื อซูดาน พ.ศ. 2539 บิน ลาดินถูกบีบให้ออกจากซูดานเนื่องจากแรงกดดันของ สหรัฐ เขาจึงย้ายกลุ่มอัลกออิดะฮ์ไปตั้งมันในเมืองจะลาลาบาด ที่อฟกานิสถาน ่ ั
  • 9.
    บอสเนีย การประกาศเอกราชของบอสเนีย-เฮอร์ เซโกวีนาออกจากยูโกสลาเวียในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2534 ทาให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาแห่งใหม่ในบอสเนีย ็ ส่ วนใหญ่เป็ นมุสลิม แต่กมีชาวเซิ ร์บที่นบถือศาสนาคริ สต์นิกายกรี กออร์ ทอดอกซ์และ ั ชาวโครแอตนับถือศาสนาคริ สต์นิกายโรมันคาทอลิก ทาให้เกิดความขัดแย้งขึ้น โดย เซอร์ เบียและโครเอเชียหนุนหลังชาวเซิ ร์บและชาวโครแอตที่มีเชื้อชาติเดียวกันตามลาดับ เหล่านักรบอาหรับในอัฟกานิสถานเห็นว่าสงครามในบอสเนียเป็ นโอกาสอันดีที่จะ ปกป้ องศาสนาอิสลาม ทาให้กลุ่มต่างๆเหล่านี้ รวมทั้งอัลกออิดะฮ์เข้าร่ วมในสงคราม
  • 10.
    ตั้งเป็ นกลุ่มมุญาฮิดีนบอสเนี ยโดยนักรบส่ วนใหญ่เป็ นชาวอาหรับไม่ใช่ชาว บอสเนีย การลงนามในข้อตกลงวอชิงตันในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 ทาให้สงคราม ระหว่างบอสเนีย-โครแอตสิ้ นสุ ดลง กลุ่มมุญาฮิดีนยังสู รบกับชาวเซิ ร์บต่อไป จนกระทัง ้ ่ บันทึกสันติภาพเดย์ตนในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ทาให้สงครามสิ้ นสุ ดลง และเหล่า ั นักรบต่างชาติถูกบีบให้ออกนอกประเทศ ส่ วนผูที่แต่งงานกับชาวบอสเนียหรื อไม่มีที่ไป ้ ได้รับสัญชาติบอสเนียและอนุญาตให้อยูต่อไปได้ ่
  • 11.
    ผู้ลภยในอัฟกานิสถาน ี้ ั ่ หลังจากการถอนตัวของสหภาพโซเวียต อัฟกานิสถานอยูในสภาพวุนวายถึง 7 ่ ปี จากการสู ้รบของกลุ่มที่เคยเป็ นพันธมิตรกัน ในช่วง พ.ศ. 2533 มีกลุ่มใหม่เกิดขึ้นคือ กลุ่มตาลีบน เป็ นกลุ่มเยาวชนที่เกิดในอัฟกานิสถานยุคสงครามได้รับการศึกษาใน ั โรงเรี ยนสอนศาสนาอิสลาม ในเมืองกันดาฮาร์ หรื อค่ายผูอพยพตามแนวชายแดน ้ ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน
  • 12.
    ผูนาของตาลีบน 5 คนจบการศึกษาจากโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามใกล้กบ ้ ั ั เมืองเปศวาร์ ในปากีสถาน แต่ผเู ้ ข้าเรี ยนส่ วนใหญ่เป็ นผูอพยพจากปากีสถาน โรงเรี ยนนี้ ้ สอนศาสนาตามลัทธิซาลาฟี ย์ และได้รับการสนับสนุนจากชาวอาหรับโดยเฉพาะ บิน ลาดิน ชาวอาหรับในอัฟกานิ สถานและตาลีบน มีความเกี่ยวพันกันมาก หลังจาก ั โซเวียตถอนตัวออกไป ตาลีบน มีอิทธิ พลมากขึ้นจนสามารถก่อตั้งรัฐอิสลาม ั อัฟกานิสถาน ใน พ.ศ. 2537 ตาลีบนเข้ายึดครองพื้นที่ในเมืองกันดาฮาร์ และเข้ายึดกรุ ง ั คาบูลได้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2539
  • 13.
    หลังจากซูดานได้บีบให้บิน ลาดินและกลุ่มของเขาออกนอกประเทศ เป็นเวลา เดียวกับที่ตาลีบน มีอานาจในอัฟกานิสถาน บิน ลาดินจึงเข้าไปตั้งมันในเขตจะลาลาบาด ั ่ ในเวลานั้นมีเพียงปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้นที่ยอมรับว่า ตาลีบน เป็ นรัฐบาลของอัฟกานิ สถาน บิน ลาดินพานักในอัฟกานิ สถาน จัดตั้งค่ายฝึ ก ั นักรบมุสลิมจากทัวโลก จนกระทังรัฐบาลตาลีบน ถูกขับไล่โดยกองกาลังผสม ่ ่ ั ภายในประเทศร่ วมกับกองทหารสหรัฐใน พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นเชื่อกันว่า บิน ลาดิน ยังคงพานักกับกลุ่มตาลีบน ในบริ เวณชายแดนปากีสถาน ั
  • 14.
    เริ่มโจมตีพลเรือน พ.ศ. 2536 Ramzi Yousef ผูนาคน ้ หนึ่งของอัลกออิดะฮ์ ใช้การวางระเบิดใน รถยนต์ โจมตีตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ใน นิวยอร์ ก แต่ไม่สาเร็ จ และ Yousef ถูกจับ ในปากีสถาน แต่กเ็ ป็ นแรงดลใจให้กลุ่ม ของบิน ลาดิน ทาสาเร็ จเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2544
  • 15.
    อัลกออิดะฮ์เริ่ มสงครามครู เสดในพ.ศ. 2539 เพื่อขับไล่กองทหารต่างชาติ ออกไปจากดินแดนอิสลามโดยต่อต้านสหรัฐและพันธมิตร ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 บิน ลาดินและ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผูนาของกลุ่มญิฮาดอียปต์และผูนาศาสนาอิสลาม ้ ิ ้ อีกสามคน ร่ วมลงนามใน “ฟั ตวาห์ ” หรื อคาตัดสิ นภายใต้ชื่อแนวร่ วมอิสลามโลกเพื่อ ญิฮาดต่อต้านยิวและครู เสด โดยประกาศว่า “ เป็ นหน้ าที่ของชาวมุสลิมทุกประเทศในการ สั งหารชาวสหรั ฐและพันธมิตรทั้งทหารและพลเรื อนเพื่อปลดปล่ อยมัสยิดอัลอักซาในเยซู ซาเลมและมัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ในเมกกะ ” หลังจากนั้นได้เกิดการวางระเบิดสถานทูตสหรัฐ ในแอฟริ กาตะวันออกภายในปี เดียวกัน มีผเู ้ สี ยชีวต 300 คน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2543 ิ เกิดระเบิดพลีชีพในกองทัพเรื อสหรัฐในเยเมน
  • 16.
    วินาศกรรม 11 กันยายน การก่อวินาศกรรม 11 กันยายน ทาให้สหรัฐและ นาโตออกมาต่อต้านอัลกออิดะฮ์ และฟัตวาห์ พ.ศ. 2541 การโจมตีครั้งนี้ ถือเป็ นวินาศภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ สหรัฐอเมริ กา มีผเู ้ สี ยชีวตเกือบ 3,000 คน รวมทั้งความ ิ เสี ยหายจากการพังทลายของตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์และ ตึกเพนตากอนถูกทาลายลงไปบางส่ วน หลังจากนั้น สหรัฐได้มีปฏิบติการทางทหาร ั เรี ยกร้องให้ มุลลาห์ โอมาร์ ผูนาตาลีบนส่ งตัวบิน ลาดินมาให้ แต่ตาลีบนเลือกที่จะส่ งตัว ้ ั ั บิน ลาดินให้ประเทศที่เป็ นกลาง สหรัฐจึงส่ งกองทัพอากาศทิ้งระเบิดทาลายที่มนที่เชื่อว่า ั่ เป็ นแหล่งกบดานของอัลกออิดะฮ์ และส่ งปฏิบติการทางทหารภาคพื้นดินร่ วมกับพันธมิตร ั ฝ่ ายเหนือเพื่อล้มล้างรัฐบาลตาลีบน ั
  • 17.
    กิจกรรมในอิรัก บิน ลาดิน เริ่ มให้ความสนใจอิรักตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์ เซี ยครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2533 อัลกออิดะฮ์ติดต่อกับกลุ่มมุสลิมชาวเคิร์ด ใน พ.ศ. 2542 ระหว่างการรุ กรานอิรักใน พ.ศ. 2546 อัลกออิดะฮ์ให้ความสนใจเป็ นพิเศษ หน่วยทหารของอัลกออิดะฮ์เริ่ มวางระเบิด กองบัญชาการของสหประชาชาติและกาชาดสากล พ.ศ. 2547 ฐานที่มนของอัลกออิดะฮ์ใน ั่ เมืองฟาลูยะห์ ถูกโจมตีและปิ ดล้อมด้วยกองทหารสหรัฐ แต่อลกออิดะฮ์ยงคงโจมตีทวอิรัก ั ั ั่ แม้จะสู ญเสี ยกาลังคนไปมาก ในระหว่างการเลือกตั้งในอิรัก พ.ศ. 2548 กลุ่มอัลกออิดะฮ์ ออกมาประกาศความรับผิดชอบระเบิดพลีชีพ 9 ครั้งในแบกแดด ่ แม้วาการต่อสู ้ของอัลกออิดะฮ์ในอิรักยังไม่ประสบผลในการขับไล่กองทหาร ็ อังกฤษและสหรัฐ รวมทั้งล้มล้างรัฐบาลของผูนบถือนิกายชีอะฮ์ แต่กได้สร้างความรุ นแรง ้ ั กระจายไปทัวประเทศ ่
  • 18.
    อัลกออิดะฮ์ ในแคชเมียร์ เมื่อ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ชายลึกลับอ้างตัวเป็ นสมาชิกอัลกออิดะฮ์โทรศัพท์ ไปที่นกข่าวท้องถิ่นในศรี นคร ประกาศว่าขณะนี้ อลกออิดะฮ์เข้ามาในแคชเมียร์ แล้ว เพื่อ ั ั ปกป้ องชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่ถกรัฐบาลอินเดียกดขี่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กลุ่มอัล ู กออิดะฮ์แทรกซึ มเข้ามาในบริ เวณนี้ ต้ งแต่ก่อนการรุ กรานอัฟกานิสถานของสหรัฐ และ ั ั น่าจะมีความสัมพันธ์กบกลุ่มก่อการร้ายในปากีสถาน
  • 19.
    จุดจบของบิน ลาดิน ศัตรู หมายเลข 1 ของสหรัฐถูกไล่ลามาโดยตลอด แต่ในทางกลับกัน กลุ่ม ่ ตอลีบานกลับไม่ส่งตัว บิน ลาดินมาดาเนินคดี จนกระทังประเทศพี่เบิ้มอย่างสหรัฐ ่ สุ ดทน ประกาศทาสงครามในอัฟกานิสถาน เพื่อตามล่าตัวบินลาดิน แต่ถึงกระนั้น ่ แม้วาสหรัฐจะมีกองทัพกาลังเพียบพร้อม แต่บินลาดินกลับหาตัวได้ยาก(มาก) แม้วา ่ กลุ่มตอลีบนจะล่มสลายลงไปก็ตาม ั จากนั้น ระหว่างการตามล่าตัว บินลาดินปรากฎตัวออกสื่ อโทรทัศน์อลจา ั ซี เราะห์ ประณามและปลุกระดมให้บรรดามุสลิมทัวโลกต้อต้านสหรัฐ พร้อมทั้งกับ ่ ทาสงครามศาสนากับสหรัฐด้วย โดยมีสหรัฐจับตาดูอย่างไม่คลาดสายตา และ พร้อมที่จะสังหารทันที หากรู ้ฐานที่มนของบินลาดิน ั่
  • 20.
    และในที่สุด 2 พฤษภาคมพ.ศ. 2554 ไม่กี่วนที่ผานมา ถือว่าเป็ นการปิ ด ั ่ ฉากทรชนที่โลกไม่มีวนลืม บารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริ กา ั ่ ออกมาแถลงยืนยันผ่านทางโทรทัศน์วา อุซามะห์ บิน ลาดิน ได้เสี ยชีวิตลงแล้ว จาก ปฎิบติการทางทหารของสหรัฐอเมริ กา นอกกรุ งอิสลามาบัด ใกล้เมืองหลวง ั ปากีสถาน