Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
lalipat
13,377 views
โครงการแกล้งดิน
Read more
3
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 249 times
1
/ 11
2
/ 11
3
/ 11
4
/ 11
5
/ 11
6
/ 11
7
/ 11
8
/ 11
9
/ 11
10
/ 11
11
/ 11
More Related Content
PDF
โครงการแกล้งดิน
by
LittleZozind
PDF
โครงการแกล้งดิน
by
Waristha Meepechdee
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เรื่อง การทดลองการเจริญเติบโตของยีสต์ในน้ำหมักช...
by
ssuser858855
PDF
ภาคผนวกโครงงานกล้อง
by
krupornpana55
PDF
โครงงานเเยมกล้วย(Complete)
by
Pongpan Pairojana
PDF
็How much is it?
by
Nontaporn Pilawut
PPSX
เศรษฐกิจพอเพียงกับการผลิตสินค้าและบริการในท้องถิ่น
by
พจีกานต์ หว่านพืช
DOC
ระบบเสียงและอวัยวะในการออกเสียงในภาษาไทย
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
โครงการแกล้งดิน
by
LittleZozind
โครงการแกล้งดิน
by
Waristha Meepechdee
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เรื่อง การทดลองการเจริญเติบโตของยีสต์ในน้ำหมักช...
by
ssuser858855
ภาคผนวกโครงงานกล้อง
by
krupornpana55
โครงงานเเยมกล้วย(Complete)
by
Pongpan Pairojana
็How much is it?
by
Nontaporn Pilawut
เศรษฐกิจพอเพียงกับการผลิตสินค้าและบริการในท้องถิ่น
by
พจีกานต์ หว่านพืช
ระบบเสียงและอวัยวะในการออกเสียงในภาษาไทย
by
โรงเรียนประชาบำรุง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
What's hot
PDF
คำศัพท์พื้นฐานชั้น ป.5
by
โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก
PDF
ความแตกต่างของวัฒนธรรมและประเพณี4ภาค
by
MintraMarisa
DOCX
สารบัญภาษาไทย
by
Poppy Nana
PDF
สมุดเล่มเล็ก
by
Ged Gis
PDF
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
DOCX
โครงงานสำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนนักเรียนชั้น ม.4-5
by
kessara61977
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง
by
Tom Vipguest
PDF
โครงงานภาษาเหนือน่ารุ้
by
Abcz F-ang
PDF
หน้าปกคำนำสารบัญ
by
ธิติพงศ์ กุลภา College of Local Administration,KhonKaen University
PPT
การเขียนแผนปฏิบัติงาน
by
สุรศักดิ์ สักขินา
PDF
เอเชียไมเนอร์
by
Pannaray Kaewmarueang
PPTX
งานนำเสนอลิลิตเตลงพ่าย
by
Santichon Islamic School
PDF
เอกสารประกอบบทเรียน เรื่อง โมเมนตัมและการชน
by
Wijitta DevilTeacher
PDF
อารยธรรมจีน
by
Pannaray Kaewmarueang
PDF
แผนที่ 8 local food (kaeng kae kai)
by
Teacher Sophonnawit
PDF
เรื่อง โพลาไรเซชันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
PPTX
การนำหลักสูตรไปใช้
by
DuangdenSandee
DOCX
หลักการเขียนแนะนำตนเอง
by
Rung Kru
PPTX
อารยธรรมอินเดีย
by
Toey Songwatcharachai
PPTX
บทที่ 2 โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
Ta Lattapol
คำศัพท์พื้นฐานชั้น ป.5
by
โรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก
ความแตกต่างของวัฒนธรรมและประเพณี4ภาค
by
MintraMarisa
สารบัญภาษาไทย
by
Poppy Nana
สมุดเล่มเล็ก
by
Ged Gis
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
โครงงานสำรวจพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนนักเรียนชั้น ม.4-5
by
kessara61977
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง
by
Tom Vipguest
โครงงานภาษาเหนือน่ารุ้
by
Abcz F-ang
หน้าปกคำนำสารบัญ
by
ธิติพงศ์ กุลภา College of Local Administration,KhonKaen University
การเขียนแผนปฏิบัติงาน
by
สุรศักดิ์ สักขินา
เอเชียไมเนอร์
by
Pannaray Kaewmarueang
งานนำเสนอลิลิตเตลงพ่าย
by
Santichon Islamic School
เอกสารประกอบบทเรียน เรื่อง โมเมนตัมและการชน
by
Wijitta DevilTeacher
อารยธรรมจีน
by
Pannaray Kaewmarueang
แผนที่ 8 local food (kaeng kae kai)
by
Teacher Sophonnawit
เรื่อง โพลาไรเซชันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
by
Somporn Laothongsarn
การนำหลักสูตรไปใช้
by
DuangdenSandee
หลักการเขียนแนะนำตนเอง
by
Rung Kru
อารยธรรมอินเดีย
by
Toey Songwatcharachai
บทที่ 2 โลกและการเปลี่ยนแปลง
by
Ta Lattapol
Viewers also liked
PDF
โครงการในพระราชดำริงานคอม
by
Unchaya Suwan
PDF
โครงการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
Juthaporn Lekwong
PDF
โครงการแก้มลิง
by
kpdbutter
PDF
โครงการแกล้งดิน
by
lalipat
PPT
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ.1
by
Jaey Chomuan
PDF
โครงการชั่งหัวมัน
by
snapcheetar
PDF
เรื่อง โครงการแก้มลิง
by
kittima345
PDF
โครงการฝายชะลอน้ำ ตามพระราชดำรัส
by
Luksika
PPT
โครงการพระราชดำริ
by
Chayaphon yaphon
PDF
เรื่อง โครงการแก้มลิง
by
Nuttayaporn
PDF
โครงการแก้มลิง
by
nery010407
PDF
โครงการฝายชลอน้ำ
by
pacharawanwaii
PDF
โครงการในพระราชดำริ ป่าสงวนขุนแม่กวง
by
0857099227
PDF
โครงการแก้มลิง
by
Noopy S'bell
DOCX
5บท
by
Buslike Year
PDF
New งานนำเสนอ microsoft office power point
by
Nattanaree
PDF
ฝายชะลอน้ำ
by
dk_161154
PDF
โครงการแก้มลิง
by
panussaya-yoyo
PDF
เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ฝายกั้นน้ำ
by
maytakul
PDF
โคงงาน vintage -3-
by
Bin Breakbad
โครงการในพระราชดำริงานคอม
by
Unchaya Suwan
โครงการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
Juthaporn Lekwong
โครงการแก้มลิง
by
kpdbutter
โครงการแกล้งดิน
by
lalipat
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ.1
by
Jaey Chomuan
โครงการชั่งหัวมัน
by
snapcheetar
เรื่อง โครงการแก้มลิง
by
kittima345
โครงการฝายชะลอน้ำ ตามพระราชดำรัส
by
Luksika
โครงการพระราชดำริ
by
Chayaphon yaphon
เรื่อง โครงการแก้มลิง
by
Nuttayaporn
โครงการแก้มลิง
by
nery010407
โครงการฝายชลอน้ำ
by
pacharawanwaii
โครงการในพระราชดำริ ป่าสงวนขุนแม่กวง
by
0857099227
โครงการแก้มลิง
by
Noopy S'bell
5บท
by
Buslike Year
New งานนำเสนอ microsoft office power point
by
Nattanaree
ฝายชะลอน้ำ
by
dk_161154
โครงการแก้มลิง
by
panussaya-yoyo
เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ฝายกั้นน้ำ
by
maytakul
โคงงาน vintage -3-
by
Bin Breakbad
Similar to โครงการแกล้งดิน
PPT
ดิน มัทนา ป.4
by
Krumatt Sinoupakarn
PDF
โครงงานพัฒนาพิกุลทอง
by
benya_28030
PPT
ความลับของดิน
by
Komgid
PPTX
ทรัพยากรดิน
by
Roongroeng
PDF
โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
chkchp
PDF
โครงการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
nam--nam-thanaporn
PDF
โครงการพระราชดำริ 32.
by
muk290140
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Chutikan Mint
PDF
โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
chkchp
PDF
254 8
by
elfinspiritap
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Chutikan Mint
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
PDF
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
PDF
โครงงานพัฒนาพิกุลทอง
by
benya2013
PDF
ปฏิทินเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของในหลวง ร.9
by
Namchai Chewawiwat
DOC
Rice
by
warinni
DOC
Rice
by
warinni
ดิน มัทนา ป.4
by
Krumatt Sinoupakarn
โครงงานพัฒนาพิกุลทอง
by
benya_28030
ความลับของดิน
by
Komgid
ทรัพยากรดิน
by
Roongroeng
โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
chkchp
โครงการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
nam--nam-thanaporn
โครงการพระราชดำริ 32.
by
muk290140
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
โครงการฝนหลวง
by
Chutikan Mint
โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
by
chkchp
254 8
by
elfinspiritap
โครงการฝนหลวง
by
Chutikan Mint
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
โครงการฝนหลวง
by
Wannaporn Sukthawee
โครงงานพัฒนาพิกุลทอง
by
benya2013
ปฏิทินเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของในหลวง ร.9
by
Namchai Chewawiwat
Rice
by
warinni
Rice
by
warinni
โครงการแกล้งดิน
1.
โครงการแกล้งดิน
พระราชดารัช.... “ ..ที่ที่น้าท่ วมนี่หาประโยชน์ ไม่ ได้ถ้าเราจะทาให้ มันโผล่ พ้น น้าขึ้นมา มีการระบายน้าออกไป ก็จะเกิดประโยชน์ กัป ประชาชนในเรื่องของการทามาหากินอย่ างมหาศาล..”
2.
โครงการแกล้ งดิน
่ ที่มาของโครงการ สื บเนื่ องจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชิ นีนาถ เสด็จแปร ่ พระราชฐานไปยังจังหวัดต่าง ๆ อยูอย่างสม่าเสมอในการเสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้งมิได้เพื่อทรงพักผ่อนเช่นสามัญชน ทัวไป แต่จะเสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยียมเยียนราษฎรหรื อติดตามโครงการต่าง ๆ ที่ทรงริ เริ่ มหรื อมีพระราชดาริ ไว้ ่ ่ ดังนั้นเพื่อเป็ นการถวายความสะดวกแด่พระประมุขของชาติ รัฐบาลจึงสร้างพระตาหนักน้อมเกล้าฯ ถวายเป็ นที่ประทับใน คราวเสด็จแปรพระราชฐานไว้ในหลายจังหวัด เช่น พระตาหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ที่จงหวัดเชียงใหม่ พระตาหนักทักษิณราช ั นิเวศน์ ที่จงหวัดนราธิวาส เป็ นต้น ั จากการเสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดภาคใต้ ทาให้ทรงทราบว่าราษฎรมีความเดือดร้อนหลายเรื่ องโดยเฉพาะในกลุ่ม ่ ของเกษตร เช่น การขาดแคลนที่ทากินหรื อปัญหาในพื้นที่พรุ ซ่ ึงมีน้ าขังอยูตลอดปี แม้สามารถทาให้น้ าแห้งได้ ดินในพื้นที่เหล่านั้นก็ยงเป็ นดินเปรี้ ยวจัด ั ทาการเกษตรได้ผลน้อยไม่คุมทุนพระองค์ทรงตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ้ ว่ามีความจานงเร่ งด่วนที่จะต้อง พระราชทานความช่วยเหลือ ดังจะเห็นได้จากความตอนหนึ่งในพระราชดารัสต่อไปนี้ ้ ั ้ ั “ ..ที่ที่น้ าท่วมนี่หาประโยชน์ไม่ได้ถาเราจะทาให้มนโผล่พนน้ าขึ้นมา มีการระบายน้ าออกไป ก็จะเกิดประโยชน์กบประชาชน ในเรื่ องของการทามาหากินอย่างมหาศาล..”
3.
พระองค์ทรงมอบให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องร่ วมกันพิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุ งพื้นที่พรุ
ซ่ ึงมีน้ าแช่ขงอยูตลอดปี ั ่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทาเกษตรให้ได้มากที่สุด โดยต้องคานึ งถึงผลกระทบต่อระบบนิ เวศของป่ าพรุ ดวย ้ การที่ดินในป่ าพรุ เป็ นดินเปรี้ ยวจัดก็เพราะ ดินเหล่านี้เป็ นดินที่มีอินทรี ยวัตถุคือรากพืชเน่าเปื่ อยอยู่ ข้างบน และในระดับ ความลึกประมาณ 1-2 เมตร มีลกษณะเป็ นดินเลนสี เทาปนน้ าเงินซึ่งมีสารประกอบไพไรต์หรื อกามะถันอยูมาก ดังนั้น เมื่อ ั ่ ดินแห้ง กรดกามะถันก็จะทาปฏิกิริยากับอากาศทาให้แปรสภาพเป็ นดินเปรี้ ยวจัดพระองค์จึงมีพระราชประสงค์จะแก้ไข ั ปั ญหานี้ให้กบราษฎร ่ ั เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวพระราชทานพระราชดาริ อันเป็ นต้นกาเนิดของโครงการ แกล้งดิน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ความว่า “..ให้มีการทดลองทาดินให้เปรี้ ยวจัด โดยการระบายน้ าให้แห้งและศึกษา วิธีการแก้ดินเปรี้ ยว เพื่อนาผลไปแก้ปัญหาดินเปรี้ ยวให้แก่ราษฎรที่มีปัญหาในเรื่ อง นี้ในเขตจังหวัดนราธิวาส โดยให้ทาโครงการศึกษาทดลองในกาหนด 2 ปี ..” โครงการ “ แกล้งดิน” จึงกาเนิดขึ้นโดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เป็ นหน่วยดาเนิ นการสนองพระราชดาริ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็ นกรดของดินกามะถัน
4.
* แกล้งดินทาอย่างไร * ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง
อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ได้ทาการศึกษาวิจยและปรับปรุ งดิน โดยวิธีการ "แกล้งดิน" คือ ั ทาให้ดินเปรี้ ยว เป็ นกรดจัดรุ นแรงที่สุด กล่าวคือ การทาให้ดินแห้ง และเปี ยกโดยนาน้ าเข้าแปลงทดลองระยะหนึ่ง และ ระบายน้ าออกให้ดินแห้งระยะหนึ่งสลับกัน จะเป็ นการกระตุนให้เกิดกรดมากยิงขึ้น ด้วยหลักการนี้ พระบาทสมเด็จพระ ้ ่ ่ ั เจ้าอยูหว จึงทรงให้เลียนแบบสภาพธรรมชาติ ซึ่งมีฤดูแล้งและฤดูฝนเป็ นปกติในแต่ละปี แต่ให้ใช้วิธีการร่ นระยะเวลาช่วง แล้ง และช่วงฝนในรอบปี ให้ส้ นลง โดยปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน และขังน้ าให้ดินเปี ยกนาน 2 เดือน สลับกันไป เกิดภาวะดิน ั แห้ง และดินเปี ยก 4 รอบ ต่อ 1 ปี เสมือนกับมีฤดูแล้งและฤดูฝน 4 ครั้ง ใน 1 ปี หลังจากนั้นจึงให้หาวิธีการปรับปรุ งดิน ดังกล่าวให้สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้ * แกล้งดินแล้วปรับปรุ งดิน * : วิธีการที่สาคัญ * เมื่อดาเนินการตามกรรมวิธี "แกล้งดิน" * แล้วก็ใช้วิธีการปรับปรุ งดิน ซึ่งเปรี้ ยวจัดให้สามารถใช้เพาะปลูกได้ โดยมีหลายวิธีการด้วยกันดังนี้ * แกล้งดินทาอย่างไร * ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ได้ทาการศึกษาวิจยและปรับปรุ งดิน โดยวิธีการ "แกล้งดิน" คือ ั ทาให้ดินเปรี้ ยว เป็ นกรดจัดรุ นแรงที่สุด กล่าวคือ การทาให้ดินแห้ง และเปี ยกโดยนาน้ าเข้าแปลงทดลองระยะหนึ่ง และ ระบายน้ าออกให้ดินแห้งระยะหนึ่งสลับกัน จะเป็ นการกระตุนให้เกิดกรดมากยิงขึ้น ด้วยหลักการนี้ พระบาทสมเด็จพระ ้ ่ ่ ั เจ้าอยูหว จึงทรงให้เลียนแบบสภาพธรรมชาติ ซึ่งมีฤดูแล้งและฤดูฝนเป็ นปกติในแต่ละปี แต่ให้ใช้วิธีการร่ นระยะเวลาช่วง แล้ง และช่วงฝนในรอบปี ให้ส้ นลง โดยปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน และขังน้ าให้ดินเปี ยกนาน 2 เดือน สลับกันไป เกิดภาวะดิน ั แห้ง และดินเปี ยก 4 รอบ ต่อ 1 ปี เสมือนกับมีฤดูแล้งและฤดูฝน 4 ครั้ง ใน 1 ปี หลังจากนั้นจึงให้หาวิธีการปรับปรุ งดิน ดังกล่าวให้สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้
5.
* แกล้งดินแล้วปรับปรุ งดิน *
: วิธีการที่สาคัญ * เมื่อดาเนินการตามกรรมวิธี "แกล้งดิน" แล้วก็ใช้วิธีการปรับปรุ งดิน ซึ่งเปรี้ ยวจัดให้สามารถใช้เพาะปลูกได้ โดยมีหลายวิธีการ ด้วยกันดังนี้ * ใช้ปูน เช่น ปูนขาว หิ นปูนฝุ่ น ใส่ลงไปในดิน แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปูนจะทาปฏิกริ ยากับกรดกามะถันในดิน เกิดสารสะเทิน ปริ มาณกรดในดินจะลดลง ซึ่งหากใส่ในปริ มาณที่มากพอจะช่วย ให้ดินมีสภาพเป็ นกลาง * - ใช้น้ าจืดล้างกรดและสารพิษออกจากดินโดยตรง วิธีการนี้ใช้เวลานานกว่าวิธีใช้ปูน เนื่องจากกรดจะชะล้างออกไปอย่างช้าๆ แต่ได้ผลเช่นกัน * - ยกร่ อง เพื่อปลูกไม้ผลหรื อไม้ยนต้น โดยมีคูน้ าอยูดานข้าง ให้นาหน้าดินจากดินในบริ เวณที่เป็ นคูมา เสริ มหน้าดินเดิมที่เป็ น ื ่ ้ คันร่ อง ก็จะได้หน้าดินที่หนาขึ้น ส่วนดินที่มีสารไพไรท์จะใช้เสริ มด้านข้าง เมื่อใช้น้ าชะล้างกรดบนสันร่ อง กรดจะถูกน้ าชะ ล้างไปยังคูดานข้าง แล้วระบายออกไป ้ * - ควบคุมระดับน้ าใต้ดิน ให้อยูเ่ หนือชั้นดินเลนตะกอนทะเล ป้ องกันไม่ให้สารไพไรท์ทาปฎิกริ ยากับออกซิเจน กรดกามะถันจึง ไม่ถูกปลดปล่อยเพิมขึ้น ่ * - ใช้พืชพันธุทนทานต่อความเป็ นกรด มาปลูกในดินเปรี้ ยว ์ * - ใช้วิธีการต่างๆ ข้างต้นร่ วมกัน
6.
* การดาเนินงานศึกษาทดลองอย่างต่ อเนื่อง
ในโครงการแกล้งดิน ได้มีการดาเนินการในช่วง ต่างๆ ตามแนวพระราชดาริ ดงนี้ั ช่วงที่ 1 (มกราคม 2529-กันยายน 2530) เป็ นการศึกษา การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของดิน เปรี ยบเทียบระหว่างดินที่ปล่อยทิ้ง ไว้ตามธรรมชาติ กับดินที่ทาให้แห้งและเปี ยกสลับกัน โดยวิธีการสูบน้ าเข้า-ออก การทาดินให้แห้งและเปี ยกสลับกัน ดิน จะเป็ นกรดจัดรุ นแรง และมีผล ต่อการเจริ ญเติบโตของพืช พบว่าข้าวสามารถ เจริ ญเติบโตได้ แต่ให้ผลผลิตต่า * ช่วงที่ 2 (ตุลาคม 2530-ธันวาคม 2532) ศึกษาการเปลี่ยน แปลงทางเคมีของดินโดยเปรี ยบเทียบระหว่างระยะเวลา ที่ทาให้ ดินแห้งและ เปี ยกแตกต่างกัน การปล่อยให้ดินแห้งนานมากขึ้น ความเป็ นกรดจะรุ นแรงมากกว่าการใช้ น้ าแช่ขงดินนานๆ ั และการให้น้ าหมุนเวียนโดยไม่มีการระบายออก ทาให้ความเป็ นกรดและ สารพิษสะสมในดินมากขึ้น ในการปลูกข้าว ทดสอบความรุ นแรงของกรด พบว่าข้าวตายหลังจากปักดาได้ 1 เดือน * ช่วงที่ 3 (มกราคม 2533-ปัจจุบน) ศึกษาถึงวิธีการปรับปรุ งดิน โดยใช้น้ าชะล้างความเป็ นกรด ใช้น้ าชะล้างควบคู่กบการใช้ ั ั หิ นปูนฝุ่ น ใช้หินปูนฝุ่ นอัตราต่า เฝ้ าติดตามการเปลี่ยนแปลงของดิน หลังจากที่ปรับปรุ งแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่มีการใช้ ่ ประโยชน์ และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของดินเปรี้ ยวจัด เมื่ออยูในสภาพธรรมชาติ ในปริ มาณเล็กน้อย พบว่าวิธีการใช้น้ า ่ ั ชะล้างดิน โดยขังน้ าไว้นาน 4 สัปดาห์ แล้วระบายออก ควบคูกบการใช้หินปูนฝุ่ นในปริ มาณเล็ก น้อยจะสามารถปรับปรุ ง ดินเปรี้ ยวจัด ได้เป็ นอย่างดี ส่วนวิธีการใช้น้ าชะล้างก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน แต่ตองใช้เวลานานกว่า หลังจากมีการปรับปรุ ง ้ ดินแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่ อง จะทาให้ดินกลับเป็ นกรดจัดรุ นแรงขึ้นอีก สาหรับพื้นที่ดิน เปรี้ ยวจัดตามธรรมชาติ ที่ไม่มีการปรับปรุ งการเปลี่ยนแปลง ของความเป็ นกรดน้อยมาก
7.
* เมื่อปี 2535
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ได้มีรับสังเมื่อคราวเสด็จพระราชดาเนิน ตรวจแปลงศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็ น ่ ั ่ กรดของดินกามะถันว่า "...นี่เป็ นเหตุผลอย่างหนึ่ ง ที่พดมาสามปี แล้วหรื อสี่ ปี ว่าต้องการน้ าสาหรับมาให้ดินทางาน ดินทางาน ู แล้วดินจะหายโกรธ อันนี้ไม่มีใครเชื่อ แล้วก็มาทาที่น้ ี แล้วมันได้ผล... อันนี้ผลงานของเราที่ทาที่นี่ เป็ นงานที่สาคัญที่สุด เชื่ อว่า ชาวต่างประเทศ เขามาดูเราทาอย่างนี้แล้ว เขาก็พอใจ เขามีปัญหานี่ แล้วเขาก็ไม่ได้ แก้หาตาราไม่ได้ ..." ศูนย์ศึกษาการพัฒนา พิกุลทอง อันเนื่องมา จากพระราชดาริ จึงได้จดทาคู่มือ การปรับปรุ งดินเปรี้ ยวจัด เพื่อการเกษตรขึ้นเมื่อปี 2536 ั * สภาพพื้นที่พรุ ที่ไม่สามารถทาการเกษตรได้ การยกร่ อง * ดินทางานแล้วดินจะหายโกรธ ภาพหน้าตัดชั้นของดินที่เป็ นกรด จากพระราชดาริ จึงได้จดทาคู่มือ ั
8.
* วิธีการปรับปรุ งดินเปรี้
ยวจัดเพื่อการเกษตร * 1.เพื่อปลูกข้าว ในเขตชลประทาน ถ้าดินมีค่า pH น้อยกว่า 4.0 ใช้ปูนในอัตราส่วนประมาณ 1.5 ตันต่อไร่ และถ้าดินมีค่า pH ระหว่าง 4.0-4.5 ให้ใช้ปูนในอัตรา 1 ตันต่อไร่ * ในเขตเกษตรน้ าฝน ดินที่มีค่า pH น้อยกว่า 4.0 ใช้ปูนในอัตราประมาณ 2.5 ตันต่อไร่ และถ้าดินมีค่า pH ระหว่าง 4.0-4.5 ใช้ ปูนในอัตรา 1.5 ตันต่อไร่ * ขั้นตอนการปรับปรุ งดินเปรี้ ยวเพื่อปลูกข้าว * 1.เมื่อหว่านปูนแล้วให้ทาการไถแปร * 2.ปล่อยน้ าเข้าในนาแล้วแช่ขงไว้ประมาณ 10 วัน ั * 3.จากนั้นให้ระบายน้ าออกเป็ นการชะล้างสารพิษ * 4.ปล่อยน้ าเข้าไปขังใหม่เพื่อใช้ในการปักดา * 2. เพื่อปลูกพืชล้มลุก จะแยกเป็ นการปลูกผักและการปลูกพืชไร่ * 2.1 การปลูกพืชผัก มีลาดับขั้นตอนดังนี้ คือ * 1) ยกร่ องสวน โดยใช้สนร่ องมีขนาดกว้างประมาณ 6-7 เมตร มีคูระบายน้ ากว้าง 1.5 เมตรและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ั หรื อลึกพอถึงระดับขั้นดินเลนที่มีสารประกอบไพไรต์มาก *
9.
* 3) ทาแปลงย่อยบนสันร่
อง โดยยกแปลงให้สูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้างประมาณ1-2 เมตร เพื่อระบายน้ าบนสัน ร่ องและเพื่อป้ องกันไม่ให้แปลงย่อยแฉะเมื่อรดน้ าหรื อเมื่อมีฝนตก * 4) ใส่วสดุปูนเพื่อลดความเป็ นกรดของดินคือใช้หินปูนฝุ่ นหรื อปูนมาร์ลอัตราประมาณ 2-3 ตันต่อไร่ หรื อประมาณ 2 ั กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร โดยการคลุกเคล้าปูนให้เข้ากับดินและทิ้งไว้ 15 วัน * 5) ใส่ปยหมักหรื อปุ๋ ยอินทรี ยในอัตรา 5 ตันต่อไร่ หรื อประมาณ 3 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร โดยใส่ก่อนปลูก 1 วัน ุ๋ ์ เพื่อปรับปรุ งดินให้ร่วนซุยมีส่วนประกอบของดินดี แกล้งดินสาเร็จแล้วราษฎรได้ประโยชน์ อะไร * เมื่อผลของการศึกษาทดลอง สาเร็ จผลชั้นหนึ่ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้นาผลการศึกษาทดลองขยายผลสู่พ้น ที่ ื ่ ทาการเกษตรของราษฎร ที่ประสบปัญหาดินเปรี้ ยวจัด ซึ่งในเรื่ องนี้ได้มีพระราชดาริ วา * "...พื้นที่บริ เวณบ้านโคกอิฐ และโคกในเป็ นดินเปรี้ ยว เกษตรกรมีความต้องการจะปลูกข้าว ทางชลประทานได้จดส่งน้ า ั ชลประทานให้ ก็ให้พฒนาดินเปรี้ ยว เหล่านี้ให้ใช้ประโยชน์ได้ โดยให้ประสานงานกับชลประทาน..." ั * จากการพัฒนาบ้านโคกอิฐ และบ้านโคกใน ปรากฏว่าราษฎรในพื้นที่ดงกล่าว สามารถปลูกข้าวให้ได้ผล ผลิตเพิมมากขึ้น ั ่ ่ จนเป็ นที่พอพระราชหฤทัย ถึงกับมีรับสังว่า "...เราเคยมาโคกอิฐ โคกใน มาดูเขาชี้ตรงนั้นๆ เขาทา แต่วาเขาได้เพียง 5 ถึง ่ 10 ถัง แต่ตอนนี้ได้ข้ ึนไปถึง 40-50 ถัง ก็ใช้ได้แล้ว เพราะว่าทาให้เปรี้ ยวเต็มที่แล้ว โดยที่ขดอะไรๆ ทาให้เปรี้ ยวแล้วก็ ุ ระบาย รู้สึกว่านับวันเขาจะดีข้ ึน... อันนี้สิเป็ นชัยชนะที่ดีใจมาก ที่ใช้งานได้แล้ว ชาวบ้านเขาก็ดีข้ ึน ...แต่ก่อนชาวบ้านเขา ต้องซื้อ ข้าว เดี๋ยวนี้เขามีขาวอาจจะขายได้ ้
10.
* อย่างไรก็ตาม "
โครงการแกล้งดิน " มิได้หยุดลงเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง แต่จะต้องดาเนินการต่อไป "...งานปรับปรุ งดินเปรี้ ยว ควรดาเนิ นการต่อไป ทั้งในแง่การศึกษาทดลองและการขยายผล..." ซึ่ งปั จจุบนได้นาผลการศึกษาทดลอง ไปขยายผลแก่ ั ราษฎรในเขตจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิง ขณะนี้ จะมีการนาผลของการ "แกล้งดิน" นาไปใช้ใน ่ พื้นที่จงหวัดนครนายก และจังหวัดนครศรี ธรรมราชอีกด้วย ั * ดังนั้น " โครงการแกล้งดิน " * จึงเป็ นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กบราษฎรทัว ทั้งประเทศ ั ่ ่ ั สร้างความปลื้มปิ ติ แก่เหล่าพสกนิกรเป็ นล้นพ้นที่พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ทรง ยอมตรากตราพระวรกายลงมา "แกล้งดิน" เพื่อให้พสกนิกร ของพระองค์ พ้นจากความยากจนกลับ มาเบิกบานแจ่มใสกันทัวหน้า ่
11.
นางสาวลลิตภัทร สงวนผิว
ม.4/6 เลขที่.10
Download