ความถนัดวิชาคณิตศาสตร
สอบวันที่
โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางชางเหนือ
อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ขอสอบรหัสวิชา 71
ความถนัดวิชาคณิตศาสตร
PAT1
ประจําปการศึกษา 2562
สอบวันที่ 22 กุมภาพันธ 2563
เวลา 13.00 – 16.00 น.
อาจารยรังสรรค ทองสุกนอก
โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางชางเหนือ
อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
facebook.com/GTRmath
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ขอสอบ
วันที่ 22
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก
จํานวน 35ขอ (ขอ
1. กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) ( P Q) (P Q)
  
 
(ข) P (Q Q)
  
(ค) (P Q) Q
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
2. ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก)
1
x 2
| x 1 |
 
 
 

 
(ข)
1
x | x |
2
 
 
 
 
(ค) 2
x x x 0
 
  
 
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ขอสอบ PAT1 : ความถนัดทางคณิตศาสตร
กุมภาพันธ 2563 : ปการศึกษา 2562
ตัวเลือก เลือก 1 คําตอบที่ถูกตองที่สุด
ขอ 1 – 35)ขอละ 6 คะแนน
เปนประพจนที่ ( P) (P Q)
 
 มีคาความจริงเปนจริง
( P Q) (P Q)
  
  มีคาความจริงเปนเท็จ
P (Q Q)
   มีคาความจริงเปนจริง
(P Q) Q
  มีคาความจริงเปนจริง
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ
1
x | x 1
2
 
   
 
 

x 2
| x 1 |
 
 
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ
1
2
 
 
 
 
มีคาความจริงเปนจริง
x x x 0
 
  
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
13.00 – 16.00 น.
หน้า |1
ความถนัดทางคณิตศาสตร
2562
จริง
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
x | x 1
 
   
 
 
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
3. ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) ถา B C
  
(ข) A (B C) (A C) B
    
(ค) ถาเซต A มีสมาชิก
และเพาเวอรเซตของเซต
แลวเพาเวอรเซตของเซต
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
4. ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
   
ให r
D และ r
R เปนโดเมนและเรนจของ
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) 1
r
เปนฟงกชัน
(ข) จํานวนสมาชิกของเซต
(ค) r r r
D R D
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) ถูกเพียงขอเดียว
3. ขอ (ค) ถูกเพียงขอเดียว
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
5. ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต
โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
และ n(C (A B)) 9
  
1. 42
3. 44
5. 46
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
B C
   และ A (B C)
  แลว (A B) C A B
   
A (B C) (A C) B
    
มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว
และเพาเวอรเซตของเซต A B
 มีสมาชิก 32 ตัว
แลวเพาเวอรเซตของเซต B A
 มีสมาชิก 16 ตัว
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
    และ r {(x,y) A A | y | x | 2}
    
เปนโดเมนและเรนจของ r ตามลําดับ
เปนฟงกชัน
จํานวนสมาชิกของเซต 1
r r
 เทากับ 3
r r r
D R D
 
ถูกเพียงขอเดียว 2. ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว
ถูกเพียงขอเดียว 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
n(C (A B)) 9
   แลว n(A B)
 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 43
4. 45
13.00 – 16.00 น.
หน้า |2
(A B) C A B
   
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
r {(x, y) A A | y | x | 2}
    
ถูกเพียงขอเดียว
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
6. กําหนดให 0 A 90
 
 
ถา a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ
แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
1. – 7
3. 3
5. 7
7. คาของ
3 1
tan 2arctan
4 2
 


 
 
1. – 1
3.
1
7
5. 2
8. กําหนดให x 0
2

   และ
คาของ tan x cot x
 เทากับขอใดตอไปนี้
1.
3
2

3. 0
5.
3
2
9. พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก)
2
3
(0.6) 1


(ข) ถา x y
(0.2) (0.2)

(ค) 5 0.2
log 0.1 log 0.1

ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
0 A 90
 
เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ a sin( A) tan(270 A)
sin(180 A) tan(90 A)
 
 
 

 
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
2. – 5
4. 5
3 1
tan 2arctan
4 2
 
 
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
7

4. 1
x 0
   และ 5
cos x sin x
5
 
tan x cot x เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
2

4.
1
2
(0.6) 1

x y
(0.2) (0.2)
 แลว x y

5 0.2
log 0.1 log 0.1

ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
13.00 – 16.00 น.
หน้า |3
a sin( A) tan(270 A)
3sec 300
sin(180 A) tan(90 A)
 
 
 


ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
10. กําหนดฟงกชันจุดประสงค
x ay 3
  เมื่อ a
3x y 9
 
และ x 0, y 0
 
คาสูงสุดของ P เทากับขอใดตอไปนี้
1. 9
3. 11
5. มากกวา 12
11. กําหนดอนุกรม 1 3 7 15
2 4 8 16
   
แลว n
n 2n
S
lim
S

เทากับขอใดตอไปนี้
1. 0
3.
1
4
5. 1
12. กําหนดให  แทนเซตของจํานวนจริง
ให f : 
  และ g :
(ก) f( x) f(x)
  
(ข) g( x) g(x)
 
(ค) f(x) g(x) x 2x
  
ถา a เปนจํานวนจริงที่ทําให
แลว f(g(a)) เทากับขอใดตอไปนี้
1. 1250
3. 0
5. – 1250
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
P 4x y
  และอสมการขอจํากัด ดังนี้
a เปนจํานวนจริงบวก
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 10
4. 12
1 3 7 15
...
2 4 8 16
    ถา n
S เปนผลบวก n พจนแรกของอนุกรม
เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
8
4.
1
2
แทนเซตของจํานวนจริง
g : 
  เปนฟงกชัน โดยที่
f( x) f(x)
   สําหรับทุกจํานวนจริง x
g( x) g(x) สําหรับทุกจํานวนจริง x
2
f(x) g(x) x 2x
   สําหรับทุกจํานวนจริง x
เปนจํานวนจริงที่ทําให f(10 a) f(10 a) g(10)
   
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 800
4. – 800
13.00 – 16.00 น.
หน้า |4
พจนแรกของอนุกรม
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
13. ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c
ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ
คาของ 2 2 2
a b c
  เทากับขอใดตอไปนี้
1. 234
3. 241
5. 283
14. ให A แทนเซตคําตอบของสมการ
และให x
B {2 | x A}
 
ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต
1. 0.25
3. 1.25
5. 2.25
15. จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ
จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้
1. มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ
2. ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ
3. มี 24 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา
4. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย
5. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก
ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ 8 และเดไซลที่ 7 ของขอมูลเทากับ
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 237
4. 269
แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1
9 6 2 0

  
B {2 | x A}
 
ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1
4. 2
จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ผิด
มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน
ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ
1 0.2
2 0.3
3 0.7
4 0.9
5 1.0
13.00 – 16.00 น.
หน้า |5
ของขอมูลเทากับ 10.8
ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
16. กําหนดให 1 x
f(x)
x 2



ถา a เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ
แลว 2a 1
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. – 2
3. 0
5. 2
17. ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
และให 2
f(x) ax bx 1
  
ถาเรนจของ f เทากับ [0, )

1. 5
3. 8
5. 11
18. ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ
ถาพาราโบลาผานจุด (3, 5)
1. 2
y 4x 6y 17 0
   
3. 2
y 4x 6y 7 0
   
5. 2
y 6x 4y 27 0
   
19. ถา a และ b เปนจํานวนจริง
a
2
2
2 log b 1
2log b 4 2



แลวคาของ 2 2
a b
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. 25
3. 41
5. 68
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 x
x 2


เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2
 
เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ 1
f(a f (2)) 1

 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. – 1
4. 1
เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
f(x) ax bx 1
   สําหรับทุกจํานวนจริง x และ f( 1) 0
 
[0, )
 แลวคาของ
2
1
f(x)dx

 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 7
4. 9
ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3
(3, 5) แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้
y 4x 6y 17 0
    2. 2
y 4x 6y 43 0
   
y 4x 6y 7 0
    4. 2
y 6x 4y 23 0
   
y 6x 4y 27 0
   
นจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
1
2log b 4 2
และ 2 2
a a
3 log b log b
2 4 2



เทากับขอใดตอไปนี้
2. 36
4. 58
13.00 – 16.00 น.
หน้า |6
f( 1) 0
y = 3 เปนแกนสมมาตร
สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้
y 4x 6y 43 0
   
y 6x 4y 23 0
   
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
20. ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง
ระยะหางระหวางเสนตรง L
1. 2.0 หนวย
3. 1.5 หนวย
5. 0.4 หนวย
21. กําหนดให u 2i j 2k
  
 

เวกเตอรในขอใดตอไปนี้ไมตั้งฉาก
1. 3i j

 
3. 4i 3 j 2k
 

 
5. 5 j 6k
 


22. กําหนดให a, b


และ c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่
ถา a i 2j
 
 

และขนาดของเวกเตอร
แลว a b b c c a
    
 
   
1. – 18
3. 8
5. 18
23. ถา A เปนเซตคําตอบของอสมการ
และ B เปนเซตคําตอบของอสมการ
แลว A B
 เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้
1. ( ,0)

3. (0,5)
5. (6, )

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)
  และจุด (7,5)
L กับจุด (2,0)เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1.8 หนวย
4. 1.4 หนวย
u 2i j 2k
  

 
และ v i 2j 2k
  

 

ไมตั้งฉากกับเวกเตอร u v

 
2. i 3 j 4k
 

 
4. i j k
 

 
c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0
  
 
 
และขนาดของเวกเตอร b

และ c

เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ
a b b c c a
    
   
เทากับขอใดตอไปนี้
2. – 9
4. 9
เปนเซตคําตอบของอสมการ 1
x 0
x
 
เปนเซตคําตอบของอสมการ 2
2x 3x 7x 12
  
เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้
2. ( 2,2)

4. (3,8)
13.00 – 16.00 น.
หน้า |7
(7,5)เปนระยะทางเทากัน
หนวย ตามลําดับ
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
24. ถา A เปนเซตคําตอบของ
และ B เปนเซตคําตอบของ
แลวเซต A B
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. { 3,1}

3. [ 4,3]

5. [ 4,1] {2,3}
 
25. ให z แทนสังยุค (Conjugate
ถา z (1 i)
  เปนจํานวนจินตภาพแท และ
แลว z z
 มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
1. 2
3. 4
5. 6
26. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20
ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี
ถาสุมพนักงานมา 4 คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน
และพนักงานฝายขายผูหญิง
1.
4
5
3.
8
4845
5.
16
4845
27. มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4
เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน
1. 90
3. 360
5. 810
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเซตคําตอบของ 2 2
| 3 2x x | x 2x 3
    
เปนเซตคําตอบของ 2
| x x | 12
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. [ 3,1]

4. [ 4, 3] [1,3]
  
Conjugate) ของจํานวนเชิงซอน z และ 2
i 1
 
เปนจํานวนจินตภาพแท และ 2 2
z 2(1 i)
  เปนจํานวนจริง
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
2. 3
4. 5
20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน
คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3
และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับขอใดตอไปนี้
2.
8
969
4.
16
969
1 , 2 , 3 , 4 และ 5 นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง
เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน
2. 120
4. 600
13.00 – 16.00 น.
หน้า |8
[ 4, 3] [1,3]
เปนจํานวนจริง
คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
3 คน
ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
28. คาของ 2
x 1
( x 1)(3x 2)
lim
3x x 2

 
 
1.
1
10

3.
1
10
5. 1
29. ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง โดยที่
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. c a b d
  
3. b d c a
  
5. d c a b
  
30. หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ
แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้
1. 0.10
3. 0.14
5. 0.16
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
( x 1)(3x 2)
3x x 2
 
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 0
4.
1
5
เปนจํานวนจริง โดยที่ 1 1 1 1
a 50 b 51 c 52 d 53
  
   
2. c d a b
  
4. d b a c
  
หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ
แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้
2. 0.12
4. 0.15
13.00 – 16.00 น.
หน้า |9
1 1 1 1
a 50 b 51 c 52 d 53
  
   
c d a b
d b a c
คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต
กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
31. กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...
และ 1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...
ถา 1
a 1
 และ 1
b 7

1.
3
70
3.
2
77
5.
6
77
32. ให
3 a b
A 0 a 1
1 1 0
 
 
  
 

 
เมื่อ
ถา 21
C (A) 2
 และ detA 2
1. – 3
3. 2
5. 3
33. กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่
ถา f(0) 0
 แลว f(2) เทากับขอใดตอไปนี้
1. 1
3. 2
5. 3
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n
n 1
3
a
2




1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n
n 1
b 5




b 7
 แลว n
n 1 n
a
b


 เทากับขอใดตอไปนี้
2.
7
70
4.
5
77
 
 
 
 
 
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
detA 2
  แลว a b
 เทากับขอใดตอไปนี้
2.
5
3
4.
7
3
เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่
x ; x 1
f (x)
x 1 ; x 1


  
 


f(2) เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1.5
4. 2.5
13.00 – 16.00 น.
หน้า |10
3
2

x ; x 1
x 1 ; x 1

 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
34. ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
ถาฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว
1. 25
3. 9
5.
1
6
35. โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
มีขอมูล ดังนี้
เดือน
จํานวนสินคาที่ผลิต (x)
(หนวยเปนชิ้น)
ยอดขายสินคา(y)
(หนวยเปนบาท)
จากการสํารวจพบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ
คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ
ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น
ถาจํานวนสินคาผลิต 10,000
1. 600,000 บาท
3. 660,000 บาท
5. 760,000 บาท
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนฟงกชัน นิยามโดย
2
2
2
x
; x 0
x x
ax (b a)x b
f(x) ; 0 x 1
x 1
(x b) ; x 1






  

  
 

  

เปนจํานวนจริง
ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว f(a b)
 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 16
4. 4
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
ม.ค. ก.พ. มี.ค. ...
)
1
x 2
x 3
x ...
1
y 2
y 3
y ...
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น
คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท
ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น
10,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้
2. 620,000 บาท
4. 720,000 บาท
13.00 – 16.00 น.
หน้า |11
; x 0
f(x) ; 0 x 1
(x b) ; x 1
  
เทากับขอใดตอไปนี้
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
พ.ย. ธ.ค.
11
x 12
x
11
y 12
y
ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท
สินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข
จํานวน 10ขอ (ขอ 3
36. ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ
แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต
37. ให 5
sec A
3
  และ sin A 0
คาของ
5sinA cotA
1 cotAcosecA


38. กําหนดให x , y , z และ
x
2 1 k
  , y x
2 2 2
 
ถา x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แลว
39. ให 2
f(x) 5 x
  สําหรับทุกจํานวนจริง
ถา
f(x 1) ; x R
g(x)
1 ; x R
  

 


คาของ (f g)(6) (g f)(3)

 
40. กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ...
โดยที่ 1 3
a a 7
  และ
คาของ 1 2 3 50
a a a ... a
   
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข
36 – 45) ขอละ 9 คะแนน
เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ x log x log 8
2
log 2 (2x) 4 ( 2)
 
  
 
 
แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับเทาใด
sin A 0
 เมื่อ 0 A 2
  
5sinA cotA
1 cotAcosecA
เทากับเทาใด
และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
y x
2 2 2
  และ z y
2 2 4
 
เปนลําดับเลขคณิต แลว x y z
  เทากับเทาใด
สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f
R เปนเรนจของ f
f
f
f(x 1) ; x R
1 ; x R
 

(f g)(6) (g f)(3)
  เทากับเทาใด
1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง
และ 2 4 6 8
a a a a 74
   
1 2 3 50
a a a ... a
    เทากับเทาใด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |12
2
log x
log 2 (2x) 4 ( 2)
 
  
 
 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
41. ให c เปนจํานวนจริง และให
ถาคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ
42. กําหนดให 1
F และ 2
F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
2 2
5x 4y 10x 16y 31
   
ถา a, b และ c เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม
มี 1 2
F F เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ
43. กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ
และเมทริกซผูกพันของ A คือ
คาของ  
det x adj(A) เทากับเทาใด
44. กําหนดให {1, 2, 3, ...}


f(1,m) 1
 สําหรับ
f(n,m) 0
 สําหรับ
f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
     
คาของ f(2,4) เทากับเทาใด
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนจํานวนจริง และให 3 2
f(x) x 12x 45x c
     สําหรับทุกจํานวนจริง
เทากับ 53 แลวคาของ f(c) เทากับเทาใด
เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
2 2
5x 4y 10x 16y 31
   
เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม 2 2
x y ax by c 0
    
เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ 2 2 2
a b c
  เทากับเทาใด
เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3
 โดยที่ det(A) 7
 
คือ
4 1 x
adj(A) 2 x 2
1 5 1
 
 
 
  
 
 

 
เมื่อ x เปนจํานวนจริงบวก
det x adj(A) เทากับเทาใด
{1, 2, 3, ...}
สําหรับ m  
สําหรับ n,m   โดยที่ n m

f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
      สําหรับ n,m 
เทากับเทาใด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |13
สําหรับทุกจํานวนจริง x
x y ax by c 0
    
เปนจํานวนจริงบวก
n,m   และ n 2

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
45. กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง
z
พื้นที่ใตเสนโคง
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ
นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข
คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ
คะแนนสอบของนาย ข. แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z ดังตาราง
0.7 1.3 2.42
0.2580 0.4032 0.4922
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้
สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข. และคะแนนสอบของนาย ก
คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3 ถามีนักเรียนรอยละ 24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวา
แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับเทาใด

13.00 – 16.00 น.
หน้า |14
2.42
0.4922
เปนนักเรียนในหองนี้
และคะแนนสอบของนาย ก.
ที่สอบไดคะแนนนอยกวา
ทากับเทาใด
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
1. 3 2. 2
6. 4 7. 3
11. 4 12. 1
16. 5 17. 4
21. 4 22. 2
26. 5 27. 3
31. 5 32. 5
36. 0.5 37. 52
41. 33 42. 36
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เฉลยคําตอบ
3. 5 4. 2
8. 5 9. 1
13. 3 14. 2
18. 1 19. 5
23. 3 24. 4
28. 3 29. 1
33. 1 34. 1
38. 6 39. 8
43. 1,323 44. 4
13.00 – 16.00 น.
หน้า |15
5. 2
10. 4
15. 3
20. 1
25. 4
30. 2
35. 2
40. 6,050
45. 54
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
เฉลยขอสอบ
วันที่ 22
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก
จํานวน 35ขอ (ขอ
1. กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) ( P Q) (P Q)
  
 
(ข) P (Q Q)
  
(ค) (P Q) Q
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ขอ 1. ตอบ 3
แนวคิด
กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่
จะได ( P) (P Q)
T
T T
F F T or F

แสดงวา P เปนเท็จ และ
พิจารณาขอความ
ก. กรณีที่ 1 P เปนจริง และ
( P Q) (P Q)
F T F T
T F
T T
  
 
จะพบวาทั้ง 2 กรณี ( P Q) (P Q)
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ขอสอบ PAT1 : ความถนัดทางคณิตศาสตร
กุมภาพันธ 2563 : ปการศึกษา 2562
ตัวเลือก เลือก 1 คําตอบที่ถูกตองที่สุด
ขอ 1 – 35)ขอละ 6 คะแนน
เปนประพจนที่ ( P) (P Q)
 
 มีคาความจริงเปนจริง
( P Q) (P Q)
  
  มีคาความจริงเปนเท็จ
P (Q Q)
   มีคาความจริงเปนจริง
(P Q) Q
  มีคาความจริงเปนจริง
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
เปนประพจนที่ ( P) (P Q)
 
 มีคาความจริงเปนจริง
( P) (P Q)
T
T T
F F T or F
 
และ Q เปนจริง หรือ เปนเท็จ
เปนจริง และ Q เปนจริง กรณีที่ 2 P เปนจริง และ
( P Q) (P Q)
F T F T
T F
T T
T
  
  ( P Q) (P Q)
F F F F
T T
F T
  
 
( P Q) (P Q)
  
  เปนจริง แสดงวา ขอความ
13.00 – 16.00 น.
หน้า |16
ความถนัดทางคณิตศาสตร
2562
จริง
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
จริง
เปนจริง และ Q เปนเท็จ
( P Q) (P Q)
F F F F
T T
F T
T
  
 
แสดงวา ขอความ (ก) ผิด
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
(ข) เนื่องจาก Q Q F
 

ดังนั้น P (Q Q) P F
   
แสดงวา ขอความ (ข)
(ค) เนื่องจาก (P Q) Q (P Q) Q
    
แสดงวา ขอความ (ค)
หมายเหตุ ในการหาคาความจริงของประพจนในขอ
ของประพจน เหมือนการตรวจสอบขอความ
จากการตรวจสอบขอความจะไดวา ขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
Q Q F
 

P (Q Q) P F
F F [ P F]
T
   
  



) ถูก
(P Q) Q (P Q) Q
( P Q) Q
P ( Q Q)
P T
T
    
  
  
 


 
 

) ถูก
ในการหาคาความจริงของประพจนในขอ (ข) และ (ค) จะใชการแทนคาความจริง
เหมือนการตรวจสอบขอความ (ก) ก็ไดเชนกัน
จะไดวา ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ (ก) ผิด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |17
จะใชการแทนคาความจริง

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
2. ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก)
1
x 2
| x 1 |
 
 
 

 
(ข)
1
x | x |
2
 
 
 
 
(ค) 2
x x x 0
 
  
 
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ขอ 2. ตอบ 2
แนวคิด
ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ
พิจารณาขอความ
(ก) สําหรับ x x | x 1
 
    
 
 

จะได
ทําให
ดังนั้น
แสดงวาไมมีคา x ในเอกภพสัมพัทธที่ทําให
ดังนั้น
1
x 2
| x 1 |
 
 
 

 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ
1
x | x 1
2
 
   
 
 

x 2
| x 1 |
 
 
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ
1
2
 
 
 
 
มีคาความจริงเปนจริง
x x x 0
 
  
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ 1
x | x 1
2
 
   
 
 

1
x x | x 1
2
 
    
 
 

1
x 1
2
  
1
1 x 1 1 1
2
     
1
x 1 2
2
  
1
x 1 2
2
  
1 1 1
1/ 2 2
x 1
 

1 1
2
2
x 1
 

ในเอกภพสัมพัทธที่ทําให
1
2
| x 1 |


1
x 2
| x 1 |
 
 
 

 
มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ (ก)
13.00 – 16.00 น.
หน้า |18
x | x 1
 
   
 
 
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
x | x 1
 
   
 
 
) ถูก
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
(ข) จะพบวา 1 1
2 2
    
แต 1 1 1
2 2 2
 
แสดงวามี x 
ดังนั้น x | x |
 
 
 
 
(ค) จะพบวา 1 1
4 2
     
แต 2
1 1 5
( ) ( ) 0
4 4 16
    
แสดงวามี x  
ดังนั้น x x x 0
 
  
 
 
จากการตรวจขอความจะไดวา ขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 1
x | x 1
2 2
 
    
 
 

1 1 1
2 2 2
 
1
x
2
 ที่ทําใหประพจน 1
| x |
2
 เปนเท็จ
1
x | x |
2
 
 
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ (
1 1
x | x 1
4 2
 
     
 
 

2
1 1 5
( ) ( ) 0
4 4 16
    
1
x
4
  ที่ทําใหประพจน 2
x x 0
  เปนเท็จ
2
x x x 0
 
  
 
 
มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ
จากการตรวจขอความจะไดวา ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ (ข) ผิด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |19
(ข) ผิด
แสดงวาขอความ (ค) ถูก

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
3. ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) ถา B C
  
(ข) A (B C) (A C) B
    
(ค) ถาเซต A มีสมาชิก
และเพาเวอรเซตของเซต
แลวเพาเวอรเซตของเซต
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ขอ 3. ตอบ 5
แนวคิด
ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) เนื่องจากมีเซต A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}
ซึ่ง B C
   และ
แต (A B) C {1,2} {1} {2} {2}
     
A B {1,2} {1} {1}
   
แสดงวามีเซต A , B
ดังนั้นขอความ (ก) ผิด
(ข) เนื่องจากมีเซต A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}
ซึ่ง A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2}
        
(A C) B {1,2} {2} {2} {2}
     
แสดงวามีเซต A , B
ดังนั้นขอความ (ข) ผิด
(ค) สมมติใหเซต A มีสมาชิก
และเพาเวอรเซตของเซต
นั่นคือ n(A) = 9 , n(B) = 7
จาก n(A B)
2 32


ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
B C
   และ A (B C)
  แลว (A B) C A B
   
A (B C) (A C) B
    
มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว
และเพาเวอรเซตของเซต A B
 มีสมาชิก 32 ตัว
แลวเพาเวอรเซตของเซต B A
 มีสมาชิก 16 ตัว
ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้
A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}
   และ A (B C)
 
 
(A B) C {1,2} {1} {2} {2}
     
A B {1,2} {1} {1}
   
A , B และ C ที่ทําให (A B) C A B
   
ผิด
A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}
 
A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2}
        
 
(A C) B {1,2} {2} {2} {2}
     
A , B และ C ที่ทําให A (B C) (A C) B
    
ผิด
มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว
และเพาเวอรเซตของเซต A B
 มีสมาชิก 32 ตัว
n(A) = 9 , n(B) = 7 และ n(A B)
2 32


2 32
 จะได n(A B) 5
2 2


13.00 – 16.00 น.
หน้า |20
(A B) C A B
   
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2}
A (B C) (A C) B
    
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
n(A) = 9 ;
ดังนั้น n(B A) n(B) n(A B) 7 4 3
      
ทําให เพาเวอรเซตของเซต
แสดงวา ขอความ (ค)
จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
n(A B) 5
 
n(A) n(A B) 5
  
9 n(A B) 5
  
n(A B) 4
 
n(B A) n(B) n(A B) 7 4 3
      
เพาเวอรเซตของเซต B A
 มีสมาชิก 3
2 8

) ผิด
จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
13.00 – 16.00 น.
หน้า |21
ผิด ทั้งสามขอ 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
4. ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
   
ให r
D และ r
R เปนโดเมนและเรนจของ
พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก) 1
r
เปนฟงกชัน
(ข) จํานวนสมาชิกของเซต
(ค) r r r
D R D
 
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) ถูกเพียงขอเดียว
3. ขอ (ค) ถูกเพียงขอเดียว
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ขอ 4. ตอบ 2.
แนวคิด
ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
   
จาก r {(x, y) A A | y | x | 2}
    
แทน x ดวยสมาชิกในเซต A
ถา x = –3 ; y = |–
x = –2 ; y = |–2|
x = –1 ; y = |–1|
x = 0 ; y = |0|
x = 1 ; y = |1|
x = 2 ; y = |2|
x = 3 ; y = |3|
จะได r = {(–3, 1) , (–
พิจารณาขอความ
(ก) จาก r = {(–3, 1) , (
จะได 1
r
= {(1,
ซึ่งมี (1, –3) และ (1, 3)
ดังนั้น 1
r
ไมเปนฟงกชัน
แสดงวา ขอความ (ก)
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
    และ r {(x,y) A A | y | x | 2}
    
เปนโดเมนและเรนจของ r ตามลําดับ
เปนฟงกชัน
จํานวนสมาชิกของเซต 1
r r
 เทากับ 3
r r r
D R D
 
ถูกเพียงขอเดียว 2. ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว
ถูกเพียงขอเดียว 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}
   
r {(x,y) A A | y | x | 2}
    
A จะได
–3| – 2 = 1 แสดงวา (–3, 1) r

2| – 2 = 0 แสดงวา (–2, 0) r

1| –2 = –1 แสดงวา (–1, –1) r

x = 0 ; y = |0| – 2 = –2 แสดงวา (0, –2) r

x = 1 ; y = |1| – 2 = –1 แสดงวา (1, –1) r

x = 2 ; y = |2| – 2 = 0 แสดงวา (2, 0) r

x = 3 ; y = |3| – 2 = 1 แสดงวา (3, 1) r

–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)}
3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)}
= {(1, –3) , (0, –2) , (–1, –1) , (–2, 0) , (–1, 1) , (0, 2) , (1, 3) }
(1, 3) เปนสมาชิกของ 1
r
ไมเปนฟงกชัน
) ผิด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |22
r {(x, y) A A | y | x | 2}
    
ถูกเพียงขอเดียว
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
1) , (2, 0) , (3, 1)}
1) , (2, 0) , (3, 1)}
1, 1) , (0, 2) , (1, 3) }
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
(ข) จาก r = {(–3, 1) , (
จะได 1
r
= {(1,
จะได 1
r r
 = {(
จะพบจํานวนสมาชิกของเซต
แสดงวาขอความ (ข)
(ค) จาก r = {(–3, 1) , (
จะได r
D = {–3,
r
R = {–2,
จะพบวา r r
D R

แสดงวาขอความ (ค)
จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)}
= {(1, –3) , (0, –2) , (–1, –1) , (–2, 0) , (–1, 1) , (0, 2) , (1, 3) }
= {(–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2)}
จะพบจํานวนสมาชิกของเซต 1
r r
 เทากับ 3
ถูก
3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)}
3, –2, –1, 0, 1, 2, 3}
2, –1, 0, 1 }
r r
D R = {–2, –1, 0, 1} r
D

ผิด
จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว
13.00 – 16.00 น.
หน้า |23
1) , (2, 0) , (3, 1)}
1, 1) , (0, 2) , (1, 3) }
1) , (2, 0) , (3, 1)}

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
5. ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต
โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
และ n(C (A B)) 9
  
1. 42
3. 44
5. 46
ขอ 5. ตอบ 2.
แนวคิด
ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต
โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
และ n(C (A B)) 9
  
พิจารณาแผนภาพเวนน–ออยเลอร
จากรูปจะได n(C) 9 56 65
  
n(A B) 35 56 91
   
โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199
  
จากสมบัติ n(A B) n(A) n(B) n(A B)
ดังนั้น n(A B) 43
n((A B) C) 35
  
n(C (A B)) 9
  
n(A B C) n((A B) C) n(C (A B))
100 (35 9)
56
       
  

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
n(C (A B)) 9
   แลว n(A B)
 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 43
4. 45
แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
n(C (A B)) 9
  
ออยเลอร
n(C) 9 56 65
  
n(A B) 35 56 91
   
n(A) n(B) n(C) 199
   จะได n(A) n(B) 65 199
  
n(A) n(B) 134
 
n(A B) n(A) n(B) n(A B)
    
91 134 n(A B)
  
n(A B) 43
 
A B
C
U
n((A B) C) 35
  
 
n(A B C) n((A B) C) n(C (A B))
100 (35 9)
56
       
  
13.00 – 16.00 น.
หน้า |24
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35
        
n(A) n(B) 65 199
n(A) n(B) 134


n(A B C) n((A B) C) n(C (A B))
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
6. กําหนดให 0 A 90
 
 
ถา a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ
แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
1. – 7
3. 3
5. 7
ขอ 6. ตอบ 4.
แนวคิด
ให a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ
จะได
1 1
sec60 2 ;
cos60 1/ 2
   

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
0 A 90
 
เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ a sin( A) tan(270 A)
sin(180 A) tan(90 A)
 
 
 

 
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
2. – 5
4. 5
เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ
a sin( A) tan(270 A)
3sec 300
sin(180 A) tan(90 A)
 
 
 

 
a( sin A) cotA
3 sec(360 60 )
sin A cotA
 
    

a ( 1) 3sec60
   
1 1
sec60 2 ;
cos60 1/ 2
    a 1 3(2)
 
a 1 6
 
a 5

13.00 – 16.00 น.
หน้า |25
a sin( A) tan(270 A)
3sec 300
sin(180 A) tan(90 A)
 
 
 


3sec 300
3 sec(360 60 )
    
a ( 1) 3sec60
   

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
7. คาของ
3 1
tan 2arctan
4 2
 


 
 
1. – 1
3.
1
7
5. 2
ขอ 7. ตอบ 3.
แนวคิด
โดยเอกลักษณ tan(A B)
 
tan2A
และ tan(arctan x) x
จะได 3 1
tan 2arctan
4 2
 


 
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
3 1
tan 2arctan
4 2
 
 
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
7

4. 1
tan A tan B
tan(A B)
1 tan A tan B

 

2
2tan A
tan2A
1 tan A


tan(arctan x) x

3 1
tan 2arctan
4 2
 
 
 
3 1
tan tan(2arctan )
4 2
3 1
1 tan tan(2arctan )
4 2





1
1 tan(2arctan )
2
1
1 tan(2arctan )
2
 

 
 
 
 
2
2
1
2 tan(arctan )
2
1
1
1 tan (arctan )
2
1
2 tan(arctan )
2
1
1
1 tan (arctan )
2
 




2
2
1
2( )
2
1
1
1 ( )
2
1
2( )
2
1
1
1 ( )
2
 




13.00 – 16.00 น.
หน้า |26
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1
1
1
1
4
1
1
1
1
4
 




4
1
3
4
1
3
 


1
3
7
3

1
7

13.00 – 16.00 น.
หน้า |27

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
8. กําหนดให x 0
2

   และ
คาของ tan x cot x
 เทากับขอใดตอไปนี้
1.
3
2

3. 0
5.
3
2
ขอ 8. ตอบ 5.
แนวคิด
กําหนดให x 0
2

  
จาก
เนื่องจาก cos x 1 sin x
 
5 คูณตลอด ;
ยกกําลังสองทั้งสองขาง ;
2 หารตลอด ;
กําหนดให x 0
2

  
ดังนั้น 2
cos x 1 sin x 1 1
       
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
x 0
   และ 5
cos x sin x
5
 
tan x cot x เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
2

4.
1
2
5
cos x sin x
5
 
2
cos x 1 sin x
  ; 2 5
1 sin x sin x
5
  
2 1
1 sin x sin x
5
  
2
5 1 sin x 5 sin x 1
  
2
5 1 sin x 1 5 sin x
  
 
2 2
5 1 sin x 1 2 5 sin x 5sin x
   
2
10 sin x 2 5 sin x 4 0
  
2
5sin x 5 sin x 2 0
  
( 5 sin x 2)( 5 sin x 1) 0
  
2 1
sin x ,
5 5
 
x 0
   คา sin x 0
 แสดงวา
1
sin x
5
 
2
2 1 1 2
cos x 1 sin x 1 1
5
5 5
 
       
 
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |28
5
5
5
5
1
5
5 1 sin x 5 sin x 1
5 1 sin x 1 5 sin x
  
2 2
5 1 sin x 1 2 5 sin x 5sin x
   
10sin x 2 5 sin x 4 0
5sin x 5 sin x 2 0
( 5 sin x 2)( 5 sin x 1) 0
2 1
sin x ,
5 5
 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
และ sin x 1
tan x
cos x 2 2

   
ดังนั้น tan x cotx 2
       
แนวคิด 2
กําหนดให x 0
2

  
แสดงวา x 0
4

  
ยกกําลังสองทั้งสองขาง ;
เอกลักษณ 2 2
sin A cos A 1 ;
 
เอกลักษณ 2sinAcosA sin2A ;

จาก x 0
4

   จะได
ทําให 2 2
cos2x 1 sin 2x 1 ( )
     
ดังนั้น
โดยเอกลักษณ 2 2
cos A sin A cos2A
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1
sin x 1
5
cos x 2 2
5

   
1 1 1 3
tan x cotx 2
2 1 2 2
2
       

x 0
   และ 5
cos x sin x 0
5
  
x 0
2 2
cos x 2 sin x cos x sin x
  
2 2
sin A cos A 1 ;
  1 2 sin x cos x
 
2sinAcosA sin2A ;
 1 sin 2x
 
sin2x  
จะได 2x 0
2

  
2 2
4 3
cos2x 1 sin 2x 1 ( )
5 5
     
sin x cos x
tan x cot x
cos x sinx
  
2 2
sin x cos x
sin x cos x


2 2
2(cos x sin x)
2sin x cos x
 

2 2
cos A sin A cos2A
  และ 2sinAcosA sin2A

2 cos2x
sin 2x


3
2( )
5
4
5



3
2

13.00 – 16.00 น.
หน้า |29

5
cos x 2 sin x cos x sin x
25
  
1
1 2 sin x cos x
5
 
1
1 sin 2x
5
 
4
sin2x
5
 
sin x cos x
cos x sinx
2 2
sin x cos x
sin x cos x
2 2
2(cos x sin x)
2sin x cos x
 
2sinAcosA sin2A ;

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
9. พิจารณาขอความตอไปนี้
(ก)
2
3
(0.6) 1


(ข) ถา x y
(0.2) (0.2)

(ค) 5 0.2
log 0.1 log 0.1

ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ
3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
ขอ 9. ตอบ 1.
แนวคิด
พิจารณาขอความ
(ก) เนื่องจาก
2 1 1
3 3 3
(0.6) (0.36) 1 1
  
ดังนั้น
(0.6)
นั่นคือ (0.6) 1
(ข) โดยสมบัติ สําหรับ 0 < a < 1
จากที่กําหนดให (0.2) (0.2)
แสดงวา
(ค) โดยสมบัติ สําหรับ
สําหรับ
เพราะวา 5 > 1 และ
เพราะวา 0 < 0.2 < 1
จะพบวา 5 0.2
log 0.1 0 log 0.1
จากการพิจารณาทั้งสามขอความจะไดวา ขอ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
พิจารณาขอความตอไปนี้
(0.6) 1

x y
(0.2) (0.2)
 แลว x y

5 0.2
log 0.1 log 0.1

ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ
ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ
และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ
2 1 1
3 3 3
(0.6) (0.36) 1 1
  
2
3
(0.6) 1

2
3
1 1
1
(0.6)

2
3
(0.6) 1

 แสดงวาขอความ (ก) ถูก
0 < a < 1 จะไดวา 1 2
x x
a a
 ก็ตอเมื่อ x x
x y
(0.2) (0.2)
 โดยที่ 0 < 0.2 < 1
x y
 แสดงวาขอความ (ข) ถูก
สําหรับ 0 < a < 1 จะไดวา a 1 a 2
log x log x
 ก็ตอเมื่อ
สําหรับ a > 1 จะไดวา a 1 a 2
log x log x
 ก็ตอเมื่อ
และ 0.1 < 1 จะได 5 5
log 0.1 log 1 0
 
0.2 < 1 และ 0.1 < 1 จะได 0.2 0.2
log 0.1 log 1 0
 
5 0.2
log 0.1 0 log 0.1
  แสดงวาขอความ (ค) ผิด
จากการพิจารณาทั้งสามขอความจะไดวา ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ (ค) ผิด
13.00 – 16.00 น.
หน้า |30
ถูก แต ขอ (ข) ผิด
และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
ถูก
1 2
x x

ก็ตอเมื่อ 1 2
x x

ก็ตอเมื่อ 1 2
x x

5 5
log 0.1 log 1 0
 
0.2 0.2
log 0.1 log 1 0
 
ผิด
ผิด 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
10. กําหนดฟงกชันจุดประสงค
x ay 3
  เมื่อ a
3x y 9
  และ
คาสูงสุดของ P เทากับขอใดตอไปนี้
1. 9
3. 11
5. มากกวา 12
ขอ 10. ตอบ 4.
แนวคิด
กําหนดฟงกชันจุดประสงค
และอสมการขอจํากัด ดังนี้
และ
พิจารณากราฟของอสมการขอจํากัดดังนี้
สมการ
x + ay = 3
3x + y = 9
หาจุดตัดระหวางเสนตรง
และ
(1) 3
 ;
(3) – (2) ;
แสดงวา
ถา 1
a
3
 จะไดสมการ (1)
ถา y = 0 แทนคาใน (1)
ทําใหเราไดกราฟอสมการขอจํากัด เปน
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
P 4x y
  และอสมการขอจํากัด ดังนี้
a เปนจํานวนจริงบวก
และ x 0, y 0
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 10
4. 12
P 4x y
 
x ay 3
  เมื่อ a เปนจํานวนจริงบวก
3x y 9
 
และ x 0, y 0
 
พิจารณากราฟของอสมการขอจํากัดดังนี้
จุดตัดแกน X จุดตัดแกน Y
(3, 0) (0,
3
a
)
(3, 0) (0, 9)
x + ay = 3 ...(1)
3x + y = 9 ...(2)
3x + 3ay = 9 ...(3)
(3a – 1)y = 0
a =
1
3
หรือ y = 0
(1) คือ 1
x y 3
3
  3x y 9
   ซึ่งเปนสมการเดียวกับสมการ
(1) จะได x + 0 = 3  x = 3 แสดงวาจุดตัด (1)
ทําใหเราไดกราฟอสมการขอจํากัด เปน 3 กรณีดังนี้
13.00 – 16.00 น.
หน้า |31
ซึ่งเปนสมการเดียวกับสมการ (2)
(1) และ (2) คือจุด(3, 0)
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
กรณีที่ 1
1
a
3
 ทําใหเสนตรง
กรณีที่ 2
1
a
3
 ทําใหเสนตรง
กรณีที่ 3
1
a
3
 ทําใหเสนตรง
จากทั้ง 3 กรณีจะไดวา คาสูงสุดของ
(0,9)
(3,0)
3x y 9
 


Y
x ay 3

3
(0, )
a
(0,9)
(3,0)


Y
x ay 3
 

3
(0, )
a
(0,9)
(3,0)
3x y 9


Y
x ay 3
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3
  เปนเสนตรงเดียวกันดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค
จุดมุม P = 4x + y
(0, 0) P = 4 0 0 0
  
(3, 0) P = 4 3 0 12
  
(0, 9) P 4 0 9 9
   
ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3
  มีลักษณะดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค
จุดมุม P = 4x + y
(0, 0) P = 4 0 0 0
  
(3, 0) P = 4 3 0 12
  
(0, 9) P 4 0 9 9
   
ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3
  มีลักษณะดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค
จุดมุม P = 4x + y
(0, 0) P = 4 0 0 0
  
(3, 0) P = 4 3 0 12
  
(0,
3
a
) P 4 0 9
    
กรณีจะไดวา คาสูงสุดของ P เทากับ 12
3x y 9
 
X
x ay 3
 
3x y 9
 
X
x ay 3
 
3x y 9
 
X
x ay 3
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |32
เปนเสนตรงเดียวกันดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y
P = 4x + y
4 0 0 0
  
4 3 0 12
   (สูงสุด)
P 4 0 9 9
   
มีลักษณะดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y
4x + y
4 0 0 0
  
4 3 0 12
   (สูงสุด)
P 4 0 9 9
   
มีลักษณะดังรูป
พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y
P = 4x + y
4 0 0 0
  
4 3 0 12
   (สูงสุด)
3 3
P 4 0 9
a a
    

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
11. กําหนดอนุกรม 1 3 7 15
2 4 8 16
   
ถา n
S เปนผลบวก n พจนแรกของอนุกรม
1. 0
3.
1
4
5. 1
ขอ 11 ตอบ 4.
แนวคิด
จากอนุกรม 1 3 7 15
2 4 8 16
   
จัดอนุกรมใหมไดเปน
1 2 3 4 n
1 2 3 4 n
2 1 2 1 2 1 2 1 2 1
2 2 2 2 2
    
ดังนั้น
k
n
n k
k 1
2 1
S
2


 
n
k 1
1
2

 
 
 
 

n n
k 1 k 1
1
 
 
 
1 1
1 ( )
2 2
n
1
 
 
 
 
n 1 ( )
 
  
 
 
n 1 ( )
  
จะได n
1
S n 1 ( )
2
  
จะได 2n
S 2n 1 ( )
  
ดังนั้น n
n n
2n
S
lim lim
S 1
 

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 3 7 15
...
2 4 8 16
   
พจนแรกของอนุกรม แลว n
n 2n
S
lim
S

เทากับขอใดตอไปนี้
2.
1
8
4.
1
2
1 3 7 15
...
2 4 8 16
   
1 2 3 4 n
1 2 3 4 n
2 1 2 1 2 1 2 1 2 1
... ...
2 2 2 2 2
    
     
k
k
2 1
2

k
1
1
2
 
 
 
 
n n
k
k 1 k 1
1
1
2
 
 
   
 
 
n
1 1
1 ( )
2 2
1
1
2
 

 
 

n
1
n 1
a (1 r )
S , a , r
1 r 2 2
 

 
  

 
 

n
1
n 1 ( )
2
 
  
 
 
n
1
n 1 ( )
2
  
n
1
S n 1 ( )
2
  
2n
1
S 2n 1 ( )
2
  
n
2n
1
n 1 ( )
2
lim lim
S 1
2n 1 ( )
2
 
 
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |33
เทากับขอใดตอไปนี้
2 1 2 1 2 1 2 1 2 1
... ...
    
     
n
n 1
a (1 r ) 1 1
S , a , r
1 r 2 2
 
 
  
 
 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
n
lim


n
lim


1 0 0
2 0 0
 

 
1
2

12. กําหนดให  แทนเซตของจํานวนจริง
ให f : 
  และ g :
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
n
n
2n
1 1
n 1
n n2
lim
1 1
n 2
n n2

 
 
 
 
 
 
 
 
n
n
2n
1 1
1
n n2
lim
1 1
2
n n2

 
 
1 0 0
2 0 0
 
 
1
2
แทนเซตของจํานวนจริง
g : 
  เปนฟงกชัน โดยที่
13.00 – 16.00 น.
หน้า |34

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
(ก) f( x) f(x)
  
(ข) g( x) g(x)
 
(ค) f(x) g(x) x 2x
  
ถา a เปนจํานวนจริงที่ทําให
แลว f(g(a)) เทากับขอใดตอไปนี้
1. 1250
3. 0
5. – 1250
ขอ 12 ตอบ 1.
แนวคิด
จาก (ค) ;
แทน x ดวย –x ;
จาก ก และ ค ;
นํา (1) – (2) ;
นํา 2 หารตลอด ;
แทน f(x) = –2x ใน (1) ;
ตอนนี้เราไดแลววา f(x) 2x
 
พิจารณาหา a จากสมหาร
จะได
ดังนั้น f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250
         
13. ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
f( x) f(x)
   สําหรับทุกจํานวนจริง x
g( x) g(x) สําหรับทุกจํานวนจริง x
2
f(x) g(x) x 2x
   สําหรับทุกจํานวนจริง x
เปนจํานวนจริงที่ทําให f(10 a) f(10 a) g(10)
   
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 800
4. – 800
2
f(x) g(x) x 2x
  
2
f( x) g( x) ( x) 2( x)
      
2
f(x) g(x) x 2x
   
2f(x) 4x
 
f(x) 2x
 
(1) ; 2
2x g(x) x 2x
   
2
g(x) x
 
2
g(x) x
 
f(x) 2x
  และ 2
g(x) x
 
f(10 a) f(10 a) g(10)
   
  2
2(10 a) 2(10 a) 10
      
( 20 2a) (20 2a) 100
     
4a 100
  
a 25

2
f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250
         
จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก
13.00 – 16.00 น.
หน้า |35
...(1)
f( x) g( x) ( x) 2( x)
...(2)
f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ
คาของ 2 2 2
a b c
  เทากับขอใดตอไปนี้
1. 234
3. 241
5. 283
ขอ 13 ตอบ 3.
แนวคิด
ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c
โดยที่ตําแหนงเดไซนที่ 7 เทากับ
โดยการเทียบบัญญัตไตรยางค จะได
จากกําหนดใหพิสัยเทากับ 8
และคาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ
แทน b = 9 ;
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ 8 และเดไซลที่ 7 ของขอมูลเทากับ
เทากับขอใดตอไปนี้
2. 237
4. 269
จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้
a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก
เทากับ 7(N 1) 7(6 1)
4.9
10 10
 
  ซึ่งคาเดไซนที่
ตําแหนงที่ คาขอมูล
4 b
4.9 7
D
5 11
โดยการเทียบบัญญัตไตรยางค จะได 4.9 4 10.8 b
5 4 11 b
 

 
10.8 b
0.9
11 b



0.9(11 b) 10.8 b
  
9.9 0.9b 10.8 b
  
0.1b 0.9

b 9

8 จะได c a 8
 
และคาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 8 จะได a 5 7 b 11 c
8
6
    

a b c 23 48
   
a b c 25
  
a 9 c 25
  
a c 16
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |36
ของขอมูลเทากับ 10.8
ซึ่งคาเดไซนที่ 7 เทากับ 10.8
c a 8
  ...(1)
8

a b c 23 48
   
a b c 25
  
a 9 c 25
  
a c 16
  ...(2)
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
(1) + (2) ;
แทน c = 12 ใน (2) ;
ดังนั้น 2 2 2 2 2 2
a b c 4 9 12 241
     
14. ให A แทนเซตคําตอบของสมการ
และให x
B {2 | x A}
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
2c 24

c 12

a 12 16
 
a 4

2 2 2 2 2 2
a b c 4 9 12 241
     
แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1
9 6 2 0

  
B {2 | x A}
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |37
2c 24

c 12

a 12 16
 
a 4


รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต
1. 0.25
3. 1.25
5. 2.25
ขอ 14 ตอบ 2.
แนวคิด
ให A แทนเซตคําตอบของสมการ
จัดสมการใหมไดเปน
แตเนื่องจาก x x
3 0 , 2 0
 
ดังนั้น
นั่นคือ A = {0}
โดยที่ x
B {2 | x A}
 
จะได B = { 0
2 } = {1}
ดังนั้นผลบวกของสมาชิกทั้งหมดของเซต
15. จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1
4. 2
แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1
9 6 2 0

  
x 2 x x x 2
(3 ) (2 )(3 ) 2(2 ) 0
  
  
x x x x
3 2(2 ) 3 2 0
  
x x
3 0 , 2 0
  ทําให x x
3 2(2 ) 0
  ดังนั้นจากสมการ (*)
x x
3 2 0
 
x x
3 2

x 0

B {2 | x A}
} = {1}
ดังนั้นผลบวกของสมาชิกทั้งหมดของเซต B เทากับ 1
จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ
13.00 – 16.00 น.
หน้า |38
x x 2x 1
9 6 2 0

  
x 2 x x x 2
(3 ) (2 )(3 ) 2(2 ) 0
  
x x x x
3 2(2 ) 3 2 0
   ...(*)
(*) จะไดวา
x x
3 2 0
 
x x
3 2

x 0


ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้
1. มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ
2. ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ
3. มี 24 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา
4. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย
5. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมา
ขอ 15 ตอบ 3.
แนวคิด
เนื่องจาก ความถี่สะสมสัมพัทธ
จะได ความถี่สะสม
จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ
พิจารณาตัวเลือก
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน
1
2
3
4
5
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ผิด
มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน
ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน
เนื่องจาก ความถี่สะสมสัมพัทธ =
ความถี่สะสม
จํานวนขอมูลทั้งหมด
= ความถี่สะสมสัมพัทธ  จํานวนขอมูลทั้งหมด
จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
1 0.2
2 0.3
3 0.7
4 0.9
5 1.0
จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ ความถี่สะสม
0.2 0.2 30 6
 
0.3 0.3 30 9
 
0.7 0.7 30 21
 
0.9 0.9 30 27
 
1.0 1.0 30 30
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |39
จํานวนขอมูลทั้งหมด
ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
ความถี่สะสม ความถี่
0.2 30 6
  6
0.3 30 9
  3
0.7 30 21
  12
0.9 30 27
  6
1.0 30 30
  3
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
1. เนื่องจากตําแหนงมัธยฐาน เทากับ
แสดงวา มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ
ดังนั้นตัวเลือก 1. ถูก
2. เนื่องจากจํานวนมากที่สุด
แสดงวา ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ
ดังนั้นตัวเลือก 2. ถูก
3. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา
ดังนั้นตัวเลือก 3. ผิด
4. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย
ดังนั้นตัวเลือก 4. ถูก
5. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรื
ดังนั้นตัวเลือก 5. ถูก
ดังนั้น ตัวเลือกที่ 3 ผิด
16. กําหนดให 1 x
f(x)
x 2



ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เนื่องจากตําแหนงมัธยฐาน เทากับ N 1 30 1
15.5
2 2
 
  ซึ่งมีไมเกินตําแหนงที่
แสดงวา มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน
เนื่องจากจํานวนมากที่สุด 12 ครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือน 3 คน
แสดงวา ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน มี 12 + 3 + 6 = 21
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน มี 6 + 3 = 9
ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน มี 6 + 3 = 9 ครัวเรือน
1 x
x 2


เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |40
ซึ่งมีไมเกินตําแหนงที่ 21
12 + 3 + 6 = 21 ครัวเรือน
6 + 3 = 9 ครัวเรือน
ครัวเรือน

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ถา a เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ
แลว 2a 1
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. – 2
3. 0
5. 2
ขอ 16 ตอบ 5.
แนวคิด
กําหนดให 1 x
f(x)
x 2



พิจารณาหาคา 1
f (2)

สมมติให 1
f (2) x

 จะได
ดังนั้น 1
f (2) 1

 
จากสมการ 1
f(a f (2)) 1

 
ดังนั้น
1
2a 1 2( ) 1 2
2
   
17. ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
และให 2
f(x) ax bx 1
  
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ 1
f(a f (2)) 1

 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. – 1
4. 1
1 x
x 2


เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2
 
f (2)
ะได f(x) 2

1 x
2
x 2



1 x 2(2 x)
  
1 x 4 2x
  
3x 3
 
x 1
 
f(a f (2)) 1
  จะได f(a 1) 1
 
1 (a 1)
1
(a 1) 2
 

 
2 a
1
a 1



2 a a 1
  
2a 1

1
a
2

2a 1 2( ) 1 2
   
เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
f(x) ax bx 1
   สําหรับทุกจํานวนจริง x และ f( 1) 0
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |41

f( 1) 0
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ถาเรนจของ f เทากับ [0, )

1. 5
3. 8
5. 11
ขอ 17 ตอบ 4.
แนวคิด
ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
และให 2
f(x) ax bx 1
  
แทนคา x = 0 จะไดวา f(0)
โดยที่ f( 1) 0
  และเรนจของ
แสดงวา y = f(x) มีกราฟเปนพาราโบลาหงาย มีจุดยอดที่จุด
จากสมการพาราโบลาในรูป
จะได
จาก f(0) = 1 ;
ดังนั้น
ทําให 2 2
f(x) 1(x 1) x 2x 1
    
ดังนั้น
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
[0, )
 แลวคาของ
2
1
f(x)dx

 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 7
4. 9
เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย
f(x) ax bx 1
   สําหรับทุกจํานวนจริง x
f(0) 2
a(0 ) b(0) 1 1
   
เรนจของ f เทากับ [0, )

มีกราฟเปนพาราโบลาหงาย มีจุดยอดที่จุด (–1, 0)
จากสมการพาราโบลาในรูป 2
y a(x h) k
   เมื่อ (h, k) เปนจุดยอด
2
f(x) a(x 1) 0
  
2
f(x) a(x 1)
 
2
f(0) a(0 1)
 
1 a 1
 
a 1

2 2
f(x) 1(x 1) x 2x 1
    
2
1
f(x)dx


2
2
1
x 2x 1 dx

  

(0,1)
( 1,0)



X
Y
y f(x)

13.00 – 16.00 น.
หน้า |42
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
18. ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ
ถาพาราโบลาผานจุด (3, 5)
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
2
3 2
1
x 2x
x
3 2

 

 

   
 
 

 
8 1
4 2 1 1
3 3
   
 
 
 
      
 
 
 
 
 
   
9

ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3
(3, 5) แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้
13.00 – 16.00 น.
หน้า |43
4 2 1 1
   
 
 
      
 
 
   

y = 3 เปนแกนสมมาตร
แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
1. 2
y 4x 6y 17 0
   
3. 2
y 4x 6y 7 0
   
5. 2
y 6x 4y 27 0
   
ขอ 18 ตอบ 1.
แนวคิด
ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ
แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือจุดตัดของเสนตรง
แทน y = 3 ในสมการ 2y = 3x
แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือ
เนื่องพาราโบลามีลักษณะแกนสมาตรขนานกับแกน
แทนจุด (h, k) ดวยจุด (2, 3) ;
โดยพาราโบลาผานจุด (3, 5)
แทน 4c 4
 ใน (*) จะไดสมการพาราโบลาคือ
19. ถา a และ b เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
y 4x 6y 17 0
    2. 2
y 4x 6y 43 0
   
y 4x 6y 7 0
    4. 2
y 6x 4y 23 0
   
y 6x 4y 27 0
   
ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3
แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือจุดตัดของเสนตรง 2y = 3x และเสนตรง y = 3
2y = 3x จะได 2 3 3x
 
6 3x

x 2

แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือ (2, 3)
เนื่องพาราโบลามีลักษณะแกนสมาตรขนานกับแกน X จะไดสมการรูปมาตรฐานคือ
2
(y h) 4c(x h)
  
(2, 3) ; 2
(y 3) 4c(x 2)
  
(3, 5) แทน x = 3 แทน y = 5 ;
2
(5 3) 4c(3 2)
  
4 4c

จะไดสมการพาราโบลาคือ 2
(y 3) 4(x 2)
  
2
y 6y 9 4x 8
   
2
y 4x 6y 17 0
   
เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
X
Y 2y 3x

y 3

13.00 – 16.00 น.
หน้า |44
y 4x 6y 43 0
   
y 6x 4y 23 0
   
y = 3 เปนแกนสมมาตร
y = 3
จะไดสมการรูปมาตรฐานคือ
(y h) 4c(x h)
(y 3) 4c(x 2) ...(*)
(y 3) 4(x 2)
y 6y 9 4x 8

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
a
2
2
2 log b 1
2log b 4 2



แลวคาของ 2 2
a b
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. 25
3. 41
5. 68
ขอ 19 ตอบ 5.
แนวคิด
ให a และ b เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
สมมติให a
x 2
 และ y log b

จากสมการ
a
2
2
2 log b
2log b 4 2


จากสมการ 2 2
a a
3 log b log b
2 4 2



แทน (2) ใน (1) ;
ดังนั้น
แต a
x 2
 ;
แทน x = 4 ใน (2) ;
จะได
แต 2
y log b
 ;
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1
2log b 4 2
และ 2 2
a a
3 log b log b
2 4 2



เทากับขอใดตอไปนี้
2. 36
4. 58
เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
a
2
2
2 log b 1
2log b 4 2



และ a a
3 log b log b
2 4 2

2
y log b

2
2 log b 1
2log b 4 2


จะได x y 1
2y 4 2



2x 2y 2y 4
  
2x 4y 4
  
2 2
a a
3 log b log b
2 4 2
 จะได
3 y y
x 4 x



3x xy xy 4y
  
3x 4y

2x 3x 4
  
x 4
  
x 4

a
2 4

a 2

4y 3 4
 
y 3

2
log b 3

13.00 – 16.00 น.
หน้า |45
2 2
a a
3 log b log b
2 4 2



x y 1
2y 4 2
2x 2y 2y 4
  
2x 4y 4
   ...(1)
3 y y
x 4 x
3x xy xy 4y
  
3x 4y ...(2)
2x 3x 4
  
x 4
  
x 4
2 4
a 2
4y 3 4
 
y 3
log b 3
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ดังนั้น 2 2 2 2
a b 2 8 68
   
20. ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
3
b 2

b 8

2 2 2 2
a b 2 8 68
   
เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)
  และจุด (7,5)
13.00 – 16.00 น.
หน้า |46
3
b 2
b 8


(7,5) เปนระยะทางเทากัน
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ระยะหางระหวางเสนตรง L
1. 2.0 หนวย
3. 1.5 หนวย
5. 0.4 หนวย
ขอ 20 ตอบ 1.
แนวคิด
โดยอาศัยสูตร
ระยะหางจากจุด 1 2
(x ,y ) กับจุด
ระยะหางจากจุด 1 2
(x ,y ) กับเสนตรง
โจทยกําหนด
ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง
สมมติให (x, y) เปนจุดใดๆบนเสนตรง
เนื่องจากระยะทางจากจุด (x, y)
จะได
ยกกําลังสองทั้งสองขาง ;
x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25
นํา 4 หารตลอด ;
ดังนั้นสมการเสนตรง L คือ
ระยะหางระหวางเสนตรง L
21. กําหนดให u 2i j 2k
  
 

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
L กับจุด (2,0)เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1.8 หนวย
4. 1.4 หนวย
1 2
(x ,y ) กับจุด 2 2
(x ,y ) คือ 2 2
1 2 1 2
(x x ) (y y )
  
1 2
(x ,y ) กับเสนตรง Ax + BY + C = 0 คือ 1 1
2 2
Ax By C
A B
 

เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)
  และจุด (7,5)
เปนจุดใดๆบนเสนตรง L
(x, y) อยูหางจากจุด ( 1, 1)
  และจุด (7,5) เปนระยะทางเทากัน
2 2 2 2
(x 1) (y 1) (x 7) (y 5)
      
2 2 2 2
(x 1) (y 1) (x 7) (y 5)
      
2 2 2 2
x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25
          
16x 12y 72 0
  
4x 3y 18 0
  
คือ 4x 3y 18 0
  
L กับจุด (2,0) เทากับ
2 2
4(2) 3(0) 18 10
5
4 3
 
 

u 2i j 2k
  

 
และ v i 2j 2k
  

 

13.00 – 16.00 น.
หน้า |47
2 2
1 2 1 2
(x x ) (y y )
1 1
2 2
Ax By C
A B
 

(7,5) เปนระยะทางเทากัน
เปนระยะทางเทากัน
2 2 2 2
(x 1) (y 1) (x 7) (y 5)
      
2 2 2 2
(x 1) (y 1) (x 7) (y 5)
      
2 2 2 2
x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25
          
10
2
5
  
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
เวกเตอรในขอใดตอไปนี้ไมตั้งฉาก
1. 3i j

 
3. 4i 3 j 2k
 

 
5. 5 j 6k
 


ขอ 21 ตอบ 4.
แนวคิด
กําหนดให u 2i j 2k
  
 

จะได
i j k
u v 2 1 2 i j k
1 2 2
     
 
 
ตองการหาเวกเตอร w

ที่ไมตั้งฉากกับ
พิจารณาตัวเลือก
1. โดยที่ (3i j) (u v) (3i j) ( 2i 6 j 5k)
        
     
 
แสดงวา 3i j

 
ตั้งฉากกับ
2. โดยที่ (i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)
          
     
แสดงวา i 3 j 4k
 
 
3. โดยที่ (4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)
          
     
แสดงวา 4i 3 j 2k
 
 
4. โดยที่ (i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
     
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
ไมตั้งฉากกับเวกเตอร u v

 
2. i 3 j 4k
 

 
4. i j k
 

 
u 2i j 2k
  

 
และ v i 2 j 2k
  

 

i j k
1 2 2 2 2 1
u v 2 1 2 i j k
2 2 1 2 1 2
1 2 2
 
     
 


 

 
(2 4)i ( 4 2)j (4 1)k
      

 
2i 6 j 5k
   

 
ที่ไมตั้งฉากกับ u v

 
แสดงวาเวกเตอร w (u v) 0
  
  
(3i j) (u v) (3i j) ( 2i 6 j 5k)
        

     
 
3( 2) 1(6) 0(5)
0
   

3i j ตั้งฉากกับ u v

 
(i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
     
 
1( 2) 3(6) 4(5)
0
   

i 3 j 4k
 

 
ตั้งฉากกับ u v

 
(4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
     
 
4( 2) 3(6) 2(5)
0
   

4i 3 j 2k
 

 
ตั้งฉากกับ u v

 
(i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
     
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |48
u v 2 1 2 i j k

w (u v) 0
  
  
(i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
(4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
     
(i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
แสดงวา i j k
 

 
5. โดยที่ ( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
   
แสดงวา 5 j 6k
 


จากการตรวจสอบจะไดวา เวกเตอร
22. กําหนดให a, b


และ c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1( 2) 1(6) 1(5)
1
   
 
i j k
 

ไมตั้งฉากกับ u v

 
( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)
          
  
   
 
0( 2) 5(6) 6(5)
0
   

5 j 6k

ไมตั้งฉากกับ u v

 
จากการตรวจสอบจะไดวา เวกเตอร i j k
 

 
ไมตั้งฉากกับ u v

 
c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0
  
 
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |49
( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)
  
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ถา a i 2j
 
 

และขนาดของเวกเตอร
แลว a b b c c a
    
 
   
1. – 18
3. 8
5. 18
ขอ 22 ตอบ 2.
แนวคิด
กําหนดให a, b


และ c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่
โดยที่ a i 2j
 
 

จะได
และขนาดของเวกเตอร b

และ
นั่นคือ b 2


และ c 3

จาก a b c 0
  
 
 
จะได
โดยสมบัติ
2
a a a ;
 
  
แทน a 5


;
โดยที่ a c c a ;
  
   
จาก a b c 0
  
 
 
จะได
ดังนั้น
โดยสมบัติ 2 2 2
b c b c 2(b c)
    
  
  
แทน a 5


, b 2


,
จาก (1) และ (2) จะได a b b c c a 5 ( 4) 9
   
23. ถา A เปนเซตคําตอบของอสมการ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
และขนาดของเวกเตอร b

และ c

เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ
a b b c c a
    
   
เทากับขอใดตอไปนี้
2. – 9
4. 9
c

เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0
  
 
 
จะได 2 2 2
a 1 2 0 5
   

b

และ c

เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ
c 3


จะได a (a b c) a 0
    
 
   
a a a b a c 0
     

    
a a a ;
2
a a b a c 0
    

   
2
( 5) a b a c 0
    

  
5 a b a c 0
    

  
a b a c 5
    

  
a b c a 5
    

  
จะได b c a
  
  
2 2
b c a
  
  
2 2 2
b c b c 2(b c)
    
  
  
;
2 2 2
b c 2(b c) a
   
 
  
b 2 , c 3


; 2 2 2
2 3 2(b c) ( 5)
   
 
4 9 2(b c) 5
   
 
b c 4
  
 
a b b c c a 5 ( 4) 9
          
 
   
เปนเซตคําตอบของอสมการ 1
x 0
x
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |50
หนวย ตามลําดับ
a (a b c) a 0

a b a c 5
a b c a 5 ...(1)
b c a
  
 
2 2
b c a
  
 
2 2 2
b c 2(b c) a
  
2 2 2
2 3 2(b c) ( 5)
4 9 2(b c) 5
b c 4
   ...(2)

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
และ B เปนเซตคําตอบของอสมการ
แลว A B
 เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้
1. ( ,0)

3. (0,5)
5. (6, )

ขอ 23 ตอบ 3.
แนวคิด
จาก A เปนเซตคําตอบของอสมการ
โดยที่ 2
x 1 0
  แสดงวา
ดังนั้น A = (0, )

จาก B เปนเซตคําตอบของอสมการ
ดังนั้น B = ( ,2] [3, )
  
และจะได A – B = (2,3)
ซึ่งจะพบวา A – B = (2, 3)
24. ถา A เปนเซตคําตอบของ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเซตคําตอบของอสมการ 2
2x 3x 7x 12
  
เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้
2. ( 2,2)

4. (3,8)
เปนเซตคําตอบของอสมการ 1
x 0
x
 
2
x 1
0
x


แสดงวา x 0

เปนเซตคําตอบของอสมการ 2
2x 3x 7x 12
  
2
2x 10x 12 0
  
2(x 2)(x 3) 0
  
x 2
 หรือ x 3

( ,2] [3, )
  
(2,3)
B = (2, 3) (0,5)

เปนเซตคําตอบของ 2 2
| 3 2x x | x 2x 3
    
2 3 
 
2 3
0
13.00 – 16.00 น.
หน้า |51

A
B
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
และ B เปนเซตคําตอบของ
แลวเซต A B
 เทากับขอใดตอไปนี้
1. { 3,1}

3. [ 4,3]

5. [ 4,1] {2,3}
 
ขอ 24 ตอบ 4.
แนวคิด
ให A เปนเซตคําตอบของ
จะพบวา
โดยสมบัติ x x
  ก็ตอเมื่อ
จากสมการ (1) จะได
นํา –1 คูณตลอด ;
ดังนั้น A ( , 3] [1, )
    
ให B เปนเซตคําตอบของ
โดยสมบัติ 2
x x
 ยกกําลังสองทั้งสองขาง
โดยที่ 2
1 47
(x ) 0
2 4
  
ดังนั้น B [ 4,3]
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเซตคําตอบของ 2
| x x | 12
 
เทากับขอใดตอไปนี้
2. [ 3,1]

4. [ 4, 3] [1,3]
  
2 2
| 3 2x x | x 2x 3
    
2 2
| 3 2x x | (3 2x x )
     
ก็ตอเมื่อ x 0

2
3 2x x 0
  
2
x 2x 3 0
  
(x 3)(x 1) 0
  
3 x
  หรือ x 1

A ( , 3] [1, )
    
เปนเซตคําตอบของ 2
| x x | 12
 
ยกกําลังสองทั้งสองขาง ; 2 2 2
(x x) 12
 
2 2 2
(x x) 12 0
  
2 2
(x x 12)(x x 12) 0
    
2
1 47
(x 4)(x 3) (x ) 0
2 4
 
    
 
 
(x ) 0
   แสดงวา (x 4)(x 3) 0
  
4 x 3
  
3
 1 
 
4
 3 
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |52
| 3 2x x | x 2x 3
    
2 2
| 3 2x x | (3 2x x )
      ...(1)
x 1
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
จะได A B [ 4, 3] [1,3]
    
25. ให z แทนสังยุค (Conjugate
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
A B [ 4, 3] [1,3]
    
Conjugate) ของจํานวนเชิงซอน z และ 2
i 1
 
4
 3
 1
13.00 – 16.00 น.
หน้า |53

3
A
B
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ถา z (1 i)
  เปนจํานวนจินตภาพแท และ
แลว z z
 มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
1. 2
3. 4
5. 6
ขอ 25 ตอบ 4.
แนวคิด
กําหนดให z = x + yi
โดยที่ z (1 i) (x yi) (1 i) (x 1) (y 1)i
         
แตโจทยกําหนด z (1 i)
 
โดยที่ 2 2 2 2
z 2(1 i) (x yi) 2(1 i)
(x 2xyi y ) 2(1 2i 1)
     
     
   
แตโจทยกําหนด 2 2
z 2(1 i)
 
แทน x = 1 ;
ดังนั้น z = 1 + 2i
จะได z z (1 2i)(1 2i) 1 (2i) 1 4 5
        
26. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนจํานวนจินตภาพแท และ 2 2
z 2(1 i)
  เปนจํานวนจริง
มีคาเทากับขอใดตอไปนี้
2. 3
4. 5
z = x + yi เมื่อ x,y R

z (1 i) (x yi) (1 i) (x 1) (y 1)i
         
z (1 i)
  เปนจํานวนจินตภาพแท แสดงวา x 1 0
 
x 1
2 2 2 2
2 2
2 2
z 2(1 i) (x yi) 2(1 i)
(x 2xyi y ) 2(1 2i 1)
(x y ) (2xy 4)i
     
     
   
2 2
z 2(1 i)
  เปนจํานวนจริง แสดงวา 2xy 4 0
 
2(1)y 4 0
 
2y 4 0
 
2 2
z z (1 2i)(1 2i) 1 (2i) 1 4 5
        
20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน
13.00 – 16.00 น.
หน้า |54
เปนจํานวนจริง
x 1 0
 
x 1

2xy 4 0
 
2(1)y 4 0
 
2y 4 0
 
y 2


รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี
ถาสุมพนักงานมา 4 คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน
และพนักงานฝายขายผูหญิง
1.
4
5
3.
8
4845
5.
16
4845
ขอ 26 ตอบ 5.
แนวคิด
บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20
ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี
สมมติให n แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน
แสดงวา พนักงานชายฝายผลิตมี
พนักงานชายฝายขายมี
โดยที่พนักงานผูชายทั้งหมด
จะไดสมการคือ
จะไดวา ฝายผลิต มีพนักงานหญิง
ฝายขาย มีพนักงานหญิง
สุมพนักงานมา 4 คนจาก 20
n(S) 5 19 3 17
      
เหตุการณที่สุมไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน
n(E) 4 4 16
     
ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน
P(E)   
27. มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3
และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับขอใดตอไปนี้
2.
8
969
4.
16
969
20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน
คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน
พนักงานชายฝายผลิตมี 8 – n คน
พนักงานชายฝายขายมี 7 – n คน
โดยที่พนักงานผูชายทั้งหมด 10 คน และฝายบริหารมีผูชาย 3 คน
3 + (8 – n) + (7 – n) = 10
18 – 2n = 10
2n = 8
n = 4
ฝายผลิต มีพนักงานหญิง 4 คน พนักงานชาย 8 – 4 = 4 คน
ฝายขาย มีพนักงานหญิง 4 คน พนักงานชาย 7 – 4 = 3 คน
20 คน จะได
20 20! 20 19 18 17
n(S) 5 19 3 17
4 16!4! 4 3 2 1
    
      
 
  
 
เหตุการณที่สุมไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 คน และพนักงานฝายขายผูหญิง
4 4 4! 4!
n(E) 4 4 16
3 1 1!3! 3!1!
  
     
  
  
ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 คนและพนักงานฝายขายผูหญิง
n(E) 16 16
P(E)
n(S) 5 19 3 17 4845
  
  
1 , 2 , 3 , 4 และ 5 นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง
13.00 – 16.00 น.
หน้า |55
โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
3 คน
โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน
แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน
n(S) 5 19 3 17
      
คน และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน จะได
คนและพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับ

และใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน
1. 90
3. 360
5. 810
ขอ 27 ตอบ 3.
แนวคิด
มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4
นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง
มีขั้นตอนในการสรางจํานวน
ขั้นตอนที่ 1 เลือกจํานวนเต็มจาก
มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ
ขั้นตอนที่ 2 เลือกตัวเลข 1
มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ
ขั้นตอนที่ 3 นําตัวเลขทั้ง 4
มีจํานวนวิธีการเรียงสับเปลี่ยนเทากับ
จากขั้นตอน 1 , 2 และ 3
จะไดจํานวนสี่หลักที่ตองการทั้งหมด
28. คาของ 2
x 1
( x 1)(3x 2)
lim
3x x 2

 
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน
2. 120
4. 600
1 , 2 , 3 , 4 และ 5
ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก
มีขั้นตอนในการสรางจํานวน 4 หลักนั้นดังนี้
เลือกจํานวนเต็มจาก 5 ตัวมา 3 ตัว
มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ 5 5!
10
3 2!3!
 
 
 
 
วิธี
1 ตัวจากสามตัวที่เลือกมาที่เลขนั้นจะใช 2 หลัก อีก 2
มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ 3 2 3! 2!
3
1 2 1!2! 0!2!
  
  
  
  
วิธี
4 ตัว ซึ่งในกลุมตัวเลขนี้มีซ้ํา 2 ตัว มาเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสน
มีจํานวนวิธีการเรียงสับเปลี่ยนเทากับ 4!
12
2!
 วิธี
จะไดจํานวนสี่หลักที่ตองการทั้งหมด เทากับ 10 3 12 360
   จํานวน
( x 1)(3x 2)
3x x 2
 
 
เทากับขอใดตอไปนี้
13.00 – 16.00 น.
หน้า |56
ตัวนี้เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก
2 ตัวจะใชตัวเลขละ 1 หลัก
ตัว มาเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสน

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
1.
1
10

3.
1
10
5. 1
ขอ 28 ตอบ 3.
แนวคิด
2
x 1 x 1
( x 1)(3x 2) ( x 1)(3x 2)
lim lim
3x x 2
 
   
29. ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง โดยที่
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
2. 0
4.
1
5
2
x 1 x 1
( x 1)(3x 2) ( x 1)(3x 2)
lim lim
(3x 2)(x 1)
3x x 2
 
   

 
 
x 1
( x 1
lim



)(3x 2)
(3x 2)( x 1

  )( x 1)

x 1
3x 2
lim
(3x 2)( x 1)



 
3(1) 2
(3(1) 2)( 1 1)


 
1
10

เปนจํานวนจริง โดยที่ 1 1 1 1
a 50 b 51 c 52 d 53
  
   
13.00 – 16.00 น.
หน้า |57
)(3x 2)
)( x 1)


1 1 1 1
a 50 b 51 c 52 d 53
  
   
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
1. c a b d
  
3. b d c a
  
5. d c a b
  
ขอ 29 ตอบ 1.
แนวคิด
ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง
โดยที่
a 50 b 51 c 52 d 53
แสดงวา a + 50 = b
สมมติให a + 50 = b –
ดังนั้น a + 50 = k
b – 51 = k
c + 52 = k
d – 53 = k
โดยที่ k – 52 < k – 50 < k +51 < k + 53
ดังนั้น c < a <
30. หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
2. c d a b
  
4. d b a c
  
เปนจํานวนจริง
1 1 1 1
a 50 b 51 c 52 d 53
  
   
a + 50 = b – 51 = c + 52 = d – 53
51 = c + 52 = d – 53 = k
a + 50 = k  a = k – 50
51 = k  b = k + 51
c + 52 = k  c = k – 52
53 = k  d = k + 53
50 < k +51 < k + 53
c < a < b < d
หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม
13.00 – 16.00 น.
หน้า |58
c d a b
d b a c

คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ
แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้
1. 0.10
3. 0.14
5. 0.16
ขอ 30 ตอบ 2.
แนวคิด
หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ
นั่นคือ 50
  และ  
ให 1 2
N , N แทนจํานวนนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ
1 2
,
  แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ
1 2
,
  แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ
ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย
นักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ
นั่นคือ 1
N 22
 , 1
 
และ 2
N 40 22 18
  
โดยสูตรคาเฉลี่ยเลขคณิตรวม
จะได
จะพบวา 1 2
   ทําใหสูตรความแปรปรวนรวมคํานวณไดจากสูตร
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ
แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้
2. 0.12
4. 0.15
หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
5
 
แทนจํานวนนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ
แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ
แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ
ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิตและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของ
กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ
1 50
  และ 1 4
 
N 40 22 18
  
โดยสูตรคาเฉลี่ยเลขคณิตรวม 1 1 2 2
1 2
N N
N N
  
 

2
22(50) 18
50
40
 

2
2000 1100 18
  
2 50
 
ทําใหสูตรความแปรปรวนรวมคํานวณไดจากสูตร
13.00 – 16.00 น.
หน้า |59
โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต
กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ
คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
กิโลกรัม และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม
แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ
แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ
คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิตและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของ
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
จะได
แสดงวา
ดังนั้น น้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผัน เทากับ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
2 2
2 1 1 2 2
1 2
N N
N N
  
 

2 2
2 2
(22)(4 ) 18
5
40
 

2
2
1000 352 18
  
2
2 36
 
2 6
 
ดังนั้น น้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผัน เทากับ 2
2
6
50

 

13.00 – 16.00 น.
หน้า |60
6
0.12
50
  
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
31. กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...
และ 1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...
ถา 1
a 1
 และ 1
b 7

1.
3
70
3.
2
77
5.
6
77
ขอ 31 ตอบ 5.
แนวคิด
กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...
โดยมี n
n 1
3
a
2



 โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได
แทน 1
a 1
 ;
โดยพจนที่ n ของอนกุรมเรขาคณิต คือ
กําหนดให 1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...
โดยมี n
n 1
b 5



 โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได
แทน 1
b 7
 ;
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n
n 1
3
a
2




1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n
n 1
b 5




b 7
 แลว n
n 1 n
a
b


 เทากับขอใดตอไปนี้
2.
7
70
4.
5
77
1 2 3 n
a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต
โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได
1
a 3
1 r 2


1 3
1 r 2


2 3 3r
 
1
r
3

ของอนกุรมเรขาคณิต คือ n 1
n 1
a a r 
 จะได n 1 n 1
n
1 1
a 1( ) ( )
3 3
 
1 2 3 n
b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต
โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได
1
b
5
1 r


7
5
1 r


13.00 – 16.00 น.
หน้า |61
3
2

n 1 n 1
1 1
a 1( ) ( )
3 3
 
 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
โดยพจนที่ n ของอนกุรมเรขาคณิต คือ
ดังนั้น
n 1
n
n 1
n
1
( )
a 3
b 2 7 3 2 7 6
7( )
5


     

จะได n
n 1 n 1 n 1
n
a 1 5 1 5 1 1 1 6 6
b 7 6 7 6 7 5 7 11 77
  
  
       
  
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
7 5 5r
 
2
r
5
 
ของอนกุรมเรขาคณิต คือ n 1
n 1
n b r 
 จะได n
2
b 7( )
5
 
n 1 n 1 n 1
n 1
1 1 5 1 5
( )
b 2 7 3 2 7 6
7( )
 

   
     
   
   
n 1 n 1
n 1 n 1 n 1
1 5 1 5 1 1 1 6 6
b 7 6 7 6 7 5 7 11 77
1 ( )
6
 
  
  
 
 
   
       
 
   
 
     
 
 
  
13.00 – 16.00 น.
หน้า |62
n 1
2
b 7( )
5

 
1 5 1 5 1 1 1 6 6
b 7 6 7 6 7 5 7 11 77
1 ( )
6
 
 
       
 
 
 
 

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
32. ให
3 a b
A 0 a 1
1 1 0
 
 
  
 

 
เมื่อ
ถา 21
C (A) 2
 และ detA 2
1. – 3
3. 2
5. 3
ขอ 32 ตอบ 5.
แนวคิด
ให
3 a b
A 0 a 1
1 1 0
 
 
  
 

 
เมื่อ
โดยที่ 21
C (A) 2
 จะได
เนื่องจาก detA 2
  จะได
3(a)(0) a(1)( 1) b(1)(0) ( 1)ab a(0)(0) 3(1)(1)
        
แทน b = 2 ;
ดังนั้น a + b = 1 + 2 = 3
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
 
 
 
 
 
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
detA 2
  แลว a b
 เทากับขอใดตอไปนี้
2.
5
3
4.
7
3
 
 
 
 
 
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
จะได 2 1 a b
( 1) 2
1 0

 
 
a(0) b(1) 2
  
(0 b) 2
  
b 2

detA 2 จะได
3 a b
0 a 1 2
1 1 0
 

  
3(a)(0) a(1)( 1) b(1)(0) ( 1)ab a(0)(0) 3(1)(1) 2
        
a ( ab 3) 2
     
a ( 2a 3) 2
     
a 3 2
  
a 1

a + b = 1 + 2 = 3
13.00 – 16.00 น.
หน้า |63
( 1) 2
a(0) b(1) 2
(0 b) 2
b 2
0 a 1 2
 
2
        
a ( ab 3) 2
     
a ( 2a 3) 2
     
a 3 2
  
a 1


รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
33. กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่
ถา f(0) 0
 แลว f(2) เทากับขอใดตอไปนี้
1. 1
3. 2
5. 3
ขอ 33 ตอบ 1.
แนวคิด
กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง
โดยที่
x ; x 1
f (x)
x 1 ; x 1


  
 


สําหรับ x < 1 จะได
โดยที่ f(0) = 0 ;
ดังนั้นสําหรับ x < 1 จะได
สําหรับ x > 1 จะได
ดังนั้น
2
2
x
2
f(x)
x
x c ; x 1
2



 
   


ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่
x ; x 1
f (x)
x 1 ; x 1


  
 


f(2) เทากับขอใดตอไปนี้
2. 1.5
4. 2.5
เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง
x ; x 1
x 1 ; x 1

 
f(x) xdx
 
2
1
x
f(x) c
2
 
2
1
0
0 c
2
 
1
c 0

จะได
2
x
f(x)
2

f(x) x 1 dx
 

2
2
x
f(x) x c
2
  
2
2
x
; x 1
2
x c ; x 1

  
13.00 – 16.00 น.
หน้า |64
x ; x 1
x 1 ; x 1

 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
โดยที่ f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง
แสดงวา f ตอเนื่องที่ x = 1
ดังนั้น
ดังนั้น
2
2
x
2
f(x)
x
x 1 ; x 1
2



 
   


ทําให
2
2
f(2) 2 1 1
2
   
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง
x = 1 ดวย ทําให
x 1
lim f(x)

หาคาได
x 1 x 1
lim f(x) lim f(x)
 
 

2 2
2
x 1 x 1
x x
lim lim x c
2 2
 
 
 

 

   
 
 

 
2 2
2
1 1
1 c
2 2
  
2
c 1

2
x
; x 1
2
x 1 ; x 1

  
โดยที่ f(1) =
x 1
1
lim f(x)
2


f(2) 2 1 1
   
13.00 – 16.00 น.
หน้า |65
 





 
1
2


รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
34. ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
ถาฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว
1. 25
3. 9
5.
1
6
ขอ 34 ตอบ 1.
แนวคิด
ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย
เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง
ฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แสดงวา
จาก f ตอเนื่องที่ x = 1 จะได
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนฟงกชัน นิยามโดย
2
2
2
x
; x 0
x x
ax (b a)x b
f(x) ; 0 x 1
x 1
(x b) ; x 1






  

  
 

  

เปนจํานวนจริง
ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว f(a b)
 เทากับขอใดตอไปนี้
2. 16
4. 4
2
2
2
x
; x 0
x x
ax (b a)x b
f(x) ; 0 x 1
x 1
(x b) ; x 1






  

  
 

  

เปนจํานวนจริง
ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แสดงวา f ตอเนื่องที่ x = 0 และ x = 1
จะได
x 1
f(1) lim f(x)


2
2
x 1
ax (b a)x b
(1 b) lim
x 1


  
 

2
x 1
(ax b)(x 1)
(1 b) lim
x 1


 
 

2
x 1
(1 b) lim (ax b)


  
2
(1 b) a b
  
13.00 – 16.00 น.
หน้า |66
; x 0
f(x) ; 0 x 1
(x b) ; x 1
  
เทากับขอใดตอไปนี้
; x 0
f(x) ; 0 x 1
(x b) ; x 1
  
x = 1 ดวย
ax (b a)x b
  
...(1)
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
จาก f ตอเนื่องที่ x = 0 จะได
2
a(0 ) (b a)(0) b x
  
แทน b = 1 ใน (1) ;
ดังนั้น
2
x
x x
3x 2x 1
f(x) ; 0 x 1
x 1
(x 1) ; x 1





 

  
 

  

จะได a + b = 3 + 1 = 4
ดังนั้น f(a b) f(4) (4 1) 25
    
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
จะได
x 0
f(0) lim f(x)


2
x 0
a(0 ) (b a)(0) b x
lim
0 1 x x


  

 
x 0
x
b lim
x(1 x)




x 0
1
b lim
1 x




1
b
1 0


b 1

2
(1 1) a 1
  
4 a 1
 
a 3

2
2
x
; x 0
x x
3x 2x 1
f(x) ; 0 x 1
x 1
(x 1) ; x 1


 
  

 
a + b = 3 + 1 = 4
2
f(a b) f(4) (4 1) 25
    
13.00 – 16.00 น.
หน้า |67
...(2)

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
35. โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
มีขอมูล ดังนี้
เดือน
จํานวนสินคาที่ผลิต (x)
(หนวยเปนชิ้น)
ยอดขายสินคา(y)
(หนวยเปนบาท)
จากการสํารวจพบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ
คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ
ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น
ถาจํานวนสินคาผลิต 10,000
1. 600,000 บาท
3. 660,000 บาท
5. 760,000 บาท
ขอ 35 ตอบ 2
แนวคิด
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
มีขอมูล ดังนี้
เดือน
จํานวนสินคาที่ผลิต (x)
(หนวยเปนชิ้น)
ยอดขายสินคา(y)
(หนวยเปนบาท)
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
ม.ค. ก.พ. มี.ค. ...
)
1
x 2
x 3
x ...
1
y 2
y 3
y ...
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น
คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท
ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น
10,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้
2. 620,000 บาท
4. 720,000 บาท
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
ม.ค. ก.พ. มี.ค. ...
)
1
x 2
x 3
x ...
1
y 2
y 3
y ...
13.00 – 16.00 น.
หน้า |68
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
พ.ย. ธ.ค.
11
x 12
x
11
y 12
y
ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท
ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้
โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง
พ.ย. ธ.ค.
11
x 12
x
11
y 12
y
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
จากการสํารวจ 12 เดือนพบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ
แสดงวา
12
i
i 1
x
6,000
12
 

คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ
แสดงวา
12
i
i 1
y
380,000
12
 

ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
แสดงวาสมการทํานายคือ
โดยมีสมการปกติสมการหนึ่งคือ
จะได
นํา 12 หารตลอด ;
โจทยกําหนดวาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น
นั่นคือ
ถาจํานวนสินคาที่ผลิตเทากับ
เมื่อนําไปแทนใน (1) จะได
นํา (3) – (1) ;
แทน m = 60 ใน (2) ;
ดังนั้นสมการทํานายคือ y 60x 20,000
และเมื่อผลิตสินคาจํานวน 10,000
จะไดยอดขายสินคาโดยประมาณ
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เดือนพบวา
คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น
6,000
12
i
i 1
x 12 6,000

  

คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท
380,000
12
i
i 1
y 12 380,000

  

ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง
y mx c
 
โดยมีสมการปกติสมการหนึ่งคือ
12 12 12
i i
i 1 i 1 i 1
y m x c
  
 
  
12 380,000 m(12 6,000) 12c
   
380,000 6,000m c
 
โจทยกําหนดวาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น
ถาจํานวนสินคาที่ผลิตเทากับ x + 1,000 ชิ้น ยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับ
y 60,000 m(x 1,000) c
   
y 60,000 mx 1,000m c
   
60,000 1,000m

m 60

380,000 6,000(60) c
 
c 20,000

y 60x 20,000
 
10,000 ชิ้น
จะไดยอดขายสินคาโดยประมาณ 60(10,000) 20,000 620,000
  บาท
13.00 – 16.00 น.
หน้า |69
...(1)
12 380,000 m(12 6,000) 12c
...(2)
ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท
ชิ้น ยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับ y + 60,000 บาท
...(3)

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข
จํานวน 10ขอ (ขอ 36
36. ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ
แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต
ขอ 36 ตอบ 0.5
แนวคิด
ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ
จะได
สมบัติ a
log b
a b ;

ดังนั้น
หาคา log ทั้งสองขาง ;
log x 3log2
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข
36 – 45) ขอละ 9 คะแนน
เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ x log x log 8
2
log 2 (2x) 4 ( 2)
 
  
 
 
แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับเทาใด
เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ
log x
x log x log8
2
log 2 (2x) 4 ( 2)
 
  
 
 
2
1
( log x)
x log x (log 8 ) 2
2
log 2 (2x) 2 2
 
  
 
 
2
log (x )
x log x log 64
2
log 2 (2x) 2 2
 
  
 
 
1
x log x log64 2
2
log 2 (2x) 2 x
 
  
 
 
1
2
x log x log 64 x
2 (2x) 2 2
  
x log x log 64 x
2 (2x) 2 2
  
log x log 64
(2x) 2 0
 
log x log 64
(2x) 2

  
log x log 64
log (2x) log 2

log x log(2x) log64log2

  6
log x log x log2 log2 log2
 
2 2
(log x) (log2)(log x) 6(log2)
 
2 2
(log x) (log2)(log x) 6(log2) 0
  
  
log x 3 log2 log x 2log2 0
  
log x 3log2
  หรือ log x 2log2

13.00 – 16.00 น.
หน้า |70
2
log x
log 2 (2x) 4 ( 2)
 
  
 
 
2
log x
log 2 (2x) 4 ( 2)
2
1
( log x)
2
log 2 (2x) 2 2
1
2
2
log (x )
log 2 (2x) 2 2
1
2
log 2 (2x) 2 x
1
2
x log x log 64 x
log x log 64

log x log 64
log (2x) log 2
log x log(2x) log64log2
6
log x log x log2 log2 log2
2 2
(log x) (log2)(log x) 6(log2)
log x 2log2

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
log x log2
เนื่องจากคา 3
2
และ 2
2
ดังนั้นเซตคําตอบของสมการคือ
ทําใหผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
3
log x log2
 หรือ log x log2

3
x 2
 หรือ 2
x 2

2
2 เปนจํานวนบวกและเมื่อแทนในสมการแลวทําใหสมการเปนจริง
ดังนั้นเซตคําตอบของสมการคือ A =  
3 2
2 , 2

ทําใหผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับ 3 2 1 1
2 2 2 0.5
2
 
   
13.00 – 16.00 น.
หน้า |71
2
log x log2

2
x 2

เปนจํานวนบวกและเมื่อแทนในสมการแลวทําใหสมการเปนจริง
2 2 2 0.5 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
37. ให 5
sec A
3
  และ sin A 0
คาของ
5sinA cotA
1 cotAcosecA


ขอ 37 ตอบ 52
แนวคิด
ให 5
sec A
3
  และ sin A 0
เนื่องจาก sec A < 0 แต
จาก 5
sec A
3
  จะไดสามเหลี่ยมมุมฉาก ดังรูป
จากรูปจะได sin( A)
  
cot( A)
  
ดังนั้น 5sin A cotA 13 16
1 cotA cosec A 3 5 15 4 1


x 4

ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
sin A 0
 เมื่อ 0 A 2
  
5sinA cotA
1 cotAcosecA
เทากับเทาใด
sin A 0
 เมื่อ 0 A 2
  
แต sin A > 0 ทําให A
2

  
จะไดสามเหลี่ยมมุมฉาก ดังรูป
โดยทฤษฎีบทปทาโกรัส
4
sin( A)
5
  
4
sin A
5
  ทําให cosecA
3
cot( A)
4
  
3
cotA
4
  
3
cotA
4
  
4 3 3
5( ) ( ) 4
5sin A cotA 13 16
5 4 4 52
1 cotA cosec A 3 5 15 4 1
1 ( )( ) 1
4 4 16
  
    
  
5
3
A
13.00 – 16.00 น.
หน้า |72
โดยทฤษฎีบทปทาโกรัส 2 2 2
x 3 5
 
2
x 16

x 4

1 5
cosecA
sin A 4
 
3
4
  
52 
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
38. กําหนดให x , y , z และ
x
2 1 k
  , y x
2 2 2
 
ถา x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แลว
ขอ 38 ตอบ 6
แนวคิด
กําหนดให x , y , z และ
x
2 1 k
  , y x
2 2 2
 
จาก x
2 1 k
 
จะได y x
2 2 2 (1 k) 2 3 k
      
z y
2 2 4 (k 3) 4 k 7
      
โดยโจทยกําหนด x , y , z
ดังนั้น
จะได
แทน k = 1 ใน (1), (2) และ
x
2 1 1 2 x 1
    
y
2 3 1 4 y 2
    
z
2 1 7 8 z 3
    
ดังนั้น x + y + z = 1 + 2 + 3 = 6
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
y x
2 2 2
  และ z y
2 2 4
 
เปนลําดับเลขคณิต แลว x y z
  เทากับเทาใด
และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ
y x
2 2 2
  และ z y
2 2 4
 
2 1 k
  ...(1)
y x
2 2 2 (1 k) 2 3 k
       ...(2)
z y
2 2 4 (k 3) 4 k 7
       ...(3)
x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แสดงวา x y y
2 , 2 , 2 เปนลําดับเรขาคณิต
y z
x y
2 2
2 2

3 k k 7
1 k k 3
 

 
2
(3 k) (1 k)(k 7)
   
2 2
9 6k k 7 8k k
    
k 1

และ (3) จะได
2 1 1 2 x 1
    
2 3 1 4 y 2
    
2 1 7 8 z 3
    
x + y + z = 1 + 2 + 3 = 6
13.00 – 16.00 น.
หน้า |73
เปนลําดับเรขาคณิต

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
39. ให 2
f(x) 5 x
  สําหรับทุกจํานวนจริง
ถา
f(x 1) ; x R
g(x)
1 ; x R
  

 


คาของ (f g)(6) (g f)(3)

 
ขอ 39 ตอบ 8
แนวคิด
ให 2
f(x) 5 x
  สําหรับทุกจํานวนจริง
เนื่องจาก 2
x 0
  ทําให
นั่นคือ เรนจของ f คือ f
R ( ,5]
โดยที่ g(x) 
จะได g(x) 
จะได g(6) = 1
(f g)(6) f(g(6)) f(1) 5 1 4
    

f(3) = 5 3 4
  
(g f)(3) g(f(3)) g( 4) 5 ( 4 1) 4
        

จาก (1) และ (2) จะได (f g)(6) (g f)(3) 4 ( 4) 8
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f
R เปนเรนจของ f
f
f
f(x 1) ; x R
1 ; x R
 

(f g)(6) (g f)(3)
  เทากับเทาใด
สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f
R เปนเรนจของ f
ทําให 2
5 x 5
  แสดงวา f(x) 5

f
R ( ,5]
 
f
f
f(x 1) ; x R
g(x)
1 ; x R
  

 



2
5 (x 1) ; x 5
g(x)
1 ; x 5
   

 



2
(f g)(6) f(g(6)) f(1) 5 1 4
    
2
5 3 4
  
2
(g f)(3) g(f(3)) g( 4) 5 ( 4 1) 4
        
(f g)(6) (g f)(3) 4 ( 4) 8
    
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |74
...(1)
...(2)

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
40. กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ...
โดยที่ 1 3
a a 7
  และ
คาของ 1 2 3 50
a a a ... a
   
ขอ 40 ตอบ 6,050
แนวคิด
กําหนดให 1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ...
ให d เปนผลตางรวมของลําดับเลขคณิต
โดยที่ 1 3
a a 7
  จะได
โดยที่
นํา 2 หารตลอด ;
แทน 2
2a 7
 ;
จาก 2
2a 7
 จะได a
จากสูตรผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต
จะได 1 2 3 50 50
a a a ... a S
    
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง
และ 2 4 6 8
a a a a 74
   
1 2 3 50
a a a ... a
    เทากับเทาใด
1 2 3 n
a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง
เปนผลตางรวมของลําดับเลขคณิต
จะได 2 2
(a d) (a d) 7
   
2
2a 7

2 4 6 8
a a a a 74
   
2 2 2 2
a (a 2d) (a 4d) (a 6d) 74
      
2
4a 12d 74
 
2
2a 6d 37
 
7 6d 37
 
d 5

2
7
a
2
 ทําให 1 2
7 3
a a d 5
2 2
     
พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต  
n 1
n
S 2a (n 1)d
2
  
1 2 3 50 50
a a a ... a S
    
 
1
50
2a (50 1)d
2
  
50 3
2( ) (50 1)5
2 2
 
   
 
 
 
25 3 245
  
6,050

13.00 – 16.00 น.
หน้า |75
(a d) (a d) 7
2a 7
a a a a 74
a (a 2d) (a 4d) (a 6d) 74
      
4a 12d 74
 
2a 6d 37
 
7 6d 37
 
d 5

7 3
2 2
     
S 2a (n 1)d

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
41. ให c เปนจํานวนจริง และให
ถาคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ
ขอ 41 ตอบ 33
แนวคิด
ให c เปนจํานวนจริง
และให 3 2
f(x) x 12x 45x c
    
จะได 2
f (x) 3x 24x 45
    
สมมติให f (x) 0
  จะได
จะไดคาวิกฤติไดแก –3 , –5
เนื่องจาก f (x) 6x 24
   
และ f ( 3) 6( 3) 24 6 0
        
f ( 5) 6( 5) 24 6 0
       
โจทยกําหนดคาสูงสุดสัมพัทธของ
แสดงวา f(–3) = 53 ดังนั้น
แทน c = –1 จะได f(x) x 12x 45x 1
    
ดังนั้น 3 2
f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33
             
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนจํานวนจริง และให 3 2
f(x) x 12x 45x c
     สําหรับทุกจํานวนจริง
เทากับ 53 แลวคาของ f(c) เทากับเทาใด
3 2
f(x) x 12x 45x c
     สําหรับทุกจํานวนจริง x
f (x) 3x 24x 45
   
2
3x 24x 45 0
   
2
3(x 8x 15) 0
   
3(x 3)(x 5) 0
   
x 3 , 5
  
5
f (x) 6x 24
  
f ( 3) 6( 3) 24 6 0
        แสดงวา f( 3)
 เปนคาสูงสุดสัมพัทธ
f ( 5) 6( 5) 24 6 0
       แสดงวา f(–5) เปนคาต่ําสุดสัมพัทธ
โจทยกําหนดคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ 53
ดังนั้น 3 2
( 3) 12( 3) 45( 3) c 53
       
27 108 135 c 53
   
54 c 53
 
c 1
 
3 2
f(x) x 12x 45x 1
    
3 2
f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33
             
13.00 – 16.00 น.
หน้า |76
สําหรับทุกจํานวนจริง x
x 3 , 5
  
เปนคาสูงสุดสัมพัทธ
เปนคาต่ําสุดสัมพัทธ
( 3) 12( 3) 45( 3) c 53
       
27 108 135 c 53
   
54 c 53
 
c 1
 
f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33
              
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
42. กําหนดให 1
F และ 2
F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
2 2
5x 4y 10x 16y 31
   
ถา a, b และ c เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม
มี 1 2
F F เปนเสนผานศูนยกลาง
ขอ 42 ตอบ 36
แนวคิด
กําหนดให 1
F และ 2
F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
จัดสมการใหมดังนี้
นํา 20 หารตลอด ;
ดังนั้นกราฟไฮเพอรโบลามีแกนตามขวางขนานแกน
มีจุดศูนยกลางคือ (1, –2)
มีคา 2
a 4
 และ 2
b 5

โดยความสัมพันธของ a, b, c
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
2 2
5x 4y 10x 16y 31
   
เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม 2 2
x y ax by c 0
    
เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ 2 2 2
a b c
  เทากับเทาใด
เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน
2 2
5x 4y 10x 16y 31
   
2 2
5(x 2x) 4(y 4y) 31
   
2 2
5(x 2x 1) 4(y 4y 4) 31 5 16
       
2 2
5(x 1) 4(y 2) 20
   
2 2
(x 1) (y 2)
1
4 5
 
 
ดังนั้นกราฟไฮเพอรโบลามีแกนตามขวางขนานแกน X
2
b 5

a, b, c ของไฮเพอรโบลา คือ 2 2 2
c a b
 
2
c 4 5
 
2
c 9

c 3

X
Y
(1, 2)

 

1
F
2
F
13.00 – 16.00 น.
หน้า |77
x y ax by c 0
    
5(x 2x) 4(y 4y) 31
5(x 2x 1) 4(y 4y 4) 31 5 16
       
5(x 1) 4(y 2) 20
2 2 2
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
โดยที่ 1 2
F F เปนเสนผานศูนยกลางของวงกลม
โดยที่ 1 2
F F 6
 จะไดวงกลมนี้มีรัศมีเทากับ
และมีจุดศูนยกลางเปนจุดเดียวกันกับจุดศูนยกลางของไฮเพอรโบลา ซึ่งคือจุด
แสดงวาสมการวงกลมคือ
แสดงวาวงกลมที่ 2 2
x y ax by c 0
    
ดังนั้น a = –2 , b = 4 , c =
ทําให 2 2 2 2 2 2
a b c ( 2) 4 ( 4) 4 16 16 36
          
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเสนผานศูนยกลางของวงกลม 2 2
x y ax by c 0
    
วงกลมนี้มีรัศมีเทากับ 3
และมีจุดศูนยกลางเปนจุดเดียวกันกับจุดศูนยกลางของไฮเพอรโบลา ซึ่งคือจุด (1,
2 2 2
(x h) (y k) r
   
2 2 2
(x 1) (y 2) 3
   
2 2
x 2x 1 y 4y 4 9
     
2 2
x y 2x 4y 4 0
    
2 2
x y ax by c 0
     มีสมการคือ 2 2
x y 2x 4y 4 0
    
2 , b = 4 , c = –4
2 2 2 2 2 2
a b c ( 2) 4 ( 4) 4 16 16 36
          
13.00 – 16.00 น.
หน้า |78
x y ax by c 0
    
(1, –2)
x y 2x 4y 4 0
    

รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
43. กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ
และเมทริกซผูกพันของ A คือ
คาของ  
det x adj(A) เทากับเทาใด
ขอ 43 ตอบ 1,323
แนวคิด
กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ
และเมทริกซผูกพันของ A คือ
จะไดวา det adj(A) 2 x 2 2 x
det adj(A)
det adj(A)
โดยสมบัติ  
det adj(A) det(A)

จากสมการ (1) จะได
แทน det(A) 7
  ;
โดยสมบัติ n
det(kA) k det(A)

ดังนั้น  
det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323
    
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3
 โดยที่ det(A) 7
 
คือ
4 1 x
adj(A) 2 x 2
1 5 1
 
 
 
  
 
 

 
เมื่อ x เปนจํานวนจริงบวก
เทากับเทาใด
เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3
 โดยที่ det(A) 7
 
คือ
4 1 x
adj(A) 2 x 2
1 5 1
 
 
 
  
 
 

 
 
4 1 x 4 1
det adj(A) 2 x 2 2 x
1 5 1 1 5
   
   
 
 
det adj(A)  (–4x + 2 + 10x) – ( 2
x – 40 + 2)
 
det adj(A)  2
x 6x 40
  
 
n 1
det adj(A) det(A)

 เมื่อ A เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด
 
3 1 2
det(A) x 6x 40

   
3 1 2
( 7) x 6x 40

    
2
x 6x 9 0
  
2
(x 3) 0
 
x 3

n
det(kA) k det(A)
 เมื่อ A เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด n n

   
3 1
3 2
det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323

    
13.00 – 16.00 น.
หน้า |79
เปนจํานวนจริงบวก
40 + 2)
...(1)
เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด n n

det(A) x 6x 40
   
( 7) x 6x 40
    
n n

3 2
det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323
     
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
44. กําหนดให {1, 2, 3, ...}


f(1,m) 1
 สําหรับ
f(n,m) 0
 สําหรับ
f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
     
คาของ f(2,4) เทากับเทาใด
ขอ 44 ตอบ 4
แนวคิด
กําหนดให {1, 2, 3, ...}


f(1,m) 1
 สําหรับ
f(n,m) 0
 สําหรับ
f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
     
จะได
f(2, 2)
f(2, 3)
f(3, 3)
ดังนั้น f(2, 4)
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
{1, 2, 3, ...}
สําหรับ m  
สําหรับ n,m   โดยที่ n m

f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
      สําหรับ n,m 
เทากับเทาใด
{1, 2, 3, ...}
สําหรับ m  
สําหรับ n,m   โดยที่ n m

f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)
      สําหรับ n,m 
f(2, 2) = f(2, 1+1)
= f(1, 1) + f(2, 1) + f(3, 1)
= 1 + 0 + 0
= 1
f(2, 3) = f(2, 2+1)
= f(1, 2) + f(2, 2) + f(3, 2)
= 1 + 1 + 0
= 2
f(3, 3) = f(3, 2+1)
= f(2, 2) + f(3, 2) + f(4, 2)
= 1 + 0 + 0
= 1
f(2, 4) = f(2, 3+1)
= f(1, 3) + f(2, 3) + f(3, 3)
= 1 + 2 + 1
= 4
13.00 – 16.00 น.
หน้า |80
n,m   และ n 2

n,m   และ n 2


รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
45. กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง
z
พื้นที่ใตเสนโคง
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ
นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข
คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ
คะแนนสอบของนาย ข. แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เท
ขอ 45 ตอบ 54
แนวคิด
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ
นั่นคือ 20
 
และให  แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบของนักเรียนหองนี้
นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้
ให 1 2
x , x แทนคะแนนของ นาย ก
นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข
ดังนั้น
โดยที่คะแนนสอบของนาย ก
จากสูตรคามาตรฐาน x
z 
แทน 20
  ;
แทน 1 2
x 2x
 ;
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z ดังตาราง
0.7 1.3 2.42
0.2580 0.4032 0.4922
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้
สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข. และคะแนนสอบของนาย ก
คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3 ถามีนักเรียนรอยละ 24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวา
แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับเทาใด
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ
และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน
แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบของนักเรียนหองนี้
เปนนักเรียนในหองนี้
แทนคะแนนของ นาย ก. และ นาย ข.
สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข.
1 2
x 2x

คะแนนสอบของนาย ก. คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3
x
z
 


จะได 1
x
1.3
 


1
x
1.3
20
 

1
x 26
  
2
2x 26
  
13.00 – 16.00 น.
หน้า |81
2.42
0.4922
เปนนักเรียนในหองนี้
และคะแนนสอบของนาย ก.
ที่สอบไดคะแนนนอยกวา
ากับเทาใด
1 2 ...(1)
1.3
1.3
x 26
2x 26 ...(2)
รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร
วันเสารที่ 22 กุมภาพันธ 2563
โดยที่มีนักเรียนรอยละ 24.2
จะลงตําแหนงของคะแนนนาย ข
แสดงวาพื้นที่ใตเสนโคงปกติตั้งแต
ตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง
จะไดวาคะแนนมาตรฐานของคะแนนสอบของ นาย ข
จากสูตรคามาตรฐาน x
z 
แทน 20
  ;
นํา 2 คูณตลอด ;
นํา (2) – (3) ;
ดังนั้นคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับ
24.2%
50% 24.2% 25.8%
 
ความถนัดทางคณิตศาสตร
เวลา 13.00
24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวาคะแนนสอบของนาย ข.
จะลงตําแหนงของคะแนนนาย ข. บนเสนจํานวนของเสนโคงปกติ ดังนี้
แสดงวาพื้นที่ใตเสนโคงปกติตั้งแต 2
x ถึง  เทากับ 25.8
0.2580
100

ตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z
จะไดวาคะแนนมาตรฐานของคะแนนสอบของ นาย ข. เทากับ –0.7
x
z
 


จะได 2
x
0.7
 
 

2
x
0.7
20
 
 
2
x 14
   
2
2x 2 28
   
2 2
(2x ) (2x 2 ) 26 ( 28)
       
54
 
ดังนั้นคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับ 54 คะแนน


2
x
50% 24.2% 25.8%
 
13.00 – 16.00 น.
หน้า |82
0.7
0.7
x 14
2x 2 28
    ...(3)
(2x ) (2x 2 ) 26 ( 28)
       
54


Pat1 ก.พ. 63

  • 1.
    ความถนัดวิชาคณิตศาสตร สอบวันที่ โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางชางเหนือ อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ขอสอบรหัสวิชา71 ความถนัดวิชาคณิตศาสตร PAT1 ประจําปการศึกษา 2562 สอบวันที่ 22 กุมภาพันธ 2563 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารยรังสรรค ทองสุกนอก โรงเรียนนาคประสิทธิ์ มูลนิธิวัดบางชางเหนือ อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม facebook.com/GTRmath
  • 2.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ขอสอบ วันที่ 22 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก จํานวน 35ขอ (ขอ 1. กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) ( P Q) (P Q)      (ข) P (Q Q)    (ค) (P Q) Q   ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ 2. ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 1 x 2 | x 1 |          (ข) 1 x | x | 2         (ค) 2 x x x 0          ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ขอสอบ PAT1 : ความถนัดทางคณิตศาสตร กุมภาพันธ 2563 : ปการศึกษา 2562 ตัวเลือก เลือก 1 คําตอบที่ถูกตองที่สุด ขอ 1 – 35)ขอละ 6 คะแนน เปนประพจนที่ ( P) (P Q)    มีคาความจริงเปนจริง ( P Q) (P Q)      มีคาความจริงเปนเท็จ P (Q Q)    มีคาความจริงเปนจริง (P Q) Q   มีคาความจริงเปนจริง ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ 1 x | x 1 2            x 2 | x 1 |         มีคาความจริงเปนเท็จ 1 2         มีคาความจริงเปนจริง x x x 0          มีคาความจริงเปนเท็จ ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ 13.00 – 16.00 น. หน้า |1 ความถนัดทางคณิตศาสตร 2562 จริง ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ x | x 1           ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
  • 3.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 3. ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) ถา B C    (ข) A (B C) (A C) B      (ค) ถาเซต A มีสมาชิก และเพาเวอรเซตของเซต แลวเพาเวอรเซตของเซต ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ 4. ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     ให r D และ r R เปนโดเมนและเรนจของ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 1 r เปนฟงกชัน (ข) จํานวนสมาชิกของเซต (ค) r r r D R D   ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) ถูกเพียงขอเดียว 3. ขอ (ค) ถูกเพียงขอเดียว 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ 5. ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          และ n(C (A B)) 9    1. 42 3. 44 5. 46 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ B C    และ A (B C)   แลว (A B) C A B     A (B C) (A C) B      มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว และเพาเวอรเซตของเซต A B  มีสมาชิก 32 ตัว แลวเพาเวอรเซตของเซต B A  มีสมาชิก 16 ตัว ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     และ r {(x,y) A A | y | x | 2}      เปนโดเมนและเรนจของ r ตามลําดับ เปนฟงกชัน จํานวนสมาชิกของเซต 1 r r  เทากับ 3 r r r D R D   ถูกเพียงขอเดียว 2. ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว ถูกเพียงขอเดียว 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          n(C (A B)) 9    แลว n(A B)  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 43 4. 45 13.00 – 16.00 น. หน้า |2 (A B) C A B     ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ r {(x, y) A A | y | x | 2}      ถูกเพียงขอเดียว และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35         
  • 4.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 6. กําหนดให 0 A 90     ถา a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 1. – 7 3. 3 5. 7 7. คาของ 3 1 tan 2arctan 4 2         1. – 1 3. 1 7 5. 2 8. กําหนดให x 0 2     และ คาของ tan x cot x  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 3 2  3. 0 5. 3 2 9. พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 2 3 (0.6) 1   (ข) ถา x y (0.2) (0.2)  (ค) 5 0.2 log 0.1 log 0.1  ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 0 A 90   เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ a sin( A) tan(270 A) sin(180 A) tan(90 A)          มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 5 4. 5 3 1 tan 2arctan 4 2       เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 7  4. 1 x 0    และ 5 cos x sin x 5   tan x cot x เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 2  4. 1 2 (0.6) 1  x y (0.2) (0.2)  แลว x y  5 0.2 log 0.1 log 0.1  ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ 13.00 – 16.00 น. หน้า |3 a sin( A) tan(270 A) 3sec 300 sin(180 A) tan(90 A)         ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ
  • 5.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 10. กําหนดฟงกชันจุดประสงค x ay 3   เมื่อ a 3x y 9   และ x 0, y 0   คาสูงสุดของ P เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 9 3. 11 5. มากกวา 12 11. กําหนดอนุกรม 1 3 7 15 2 4 8 16     แลว n n 2n S lim S  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 0 3. 1 4 5. 1 12. กําหนดให  แทนเซตของจํานวนจริง ให f :    และ g : (ก) f( x) f(x)    (ข) g( x) g(x)   (ค) f(x) g(x) x 2x    ถา a เปนจํานวนจริงที่ทําให แลว f(g(a)) เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 1250 3. 0 5. – 1250 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 P 4x y   และอสมการขอจํากัด ดังนี้ a เปนจํานวนจริงบวก เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 10 4. 12 1 3 7 15 ... 2 4 8 16     ถา n S เปนผลบวก n พจนแรกของอนุกรม เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 8 4. 1 2 แทนเซตของจํานวนจริง g :    เปนฟงกชัน โดยที่ f( x) f(x)    สําหรับทุกจํานวนจริง x g( x) g(x) สําหรับทุกจํานวนจริง x 2 f(x) g(x) x 2x    สําหรับทุกจํานวนจริง x เปนจํานวนจริงที่ทําให f(10 a) f(10 a) g(10)     เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 800 4. – 800 13.00 – 16.00 น. หน้า |4 พจนแรกของอนุกรม
  • 6.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 13. ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ คาของ 2 2 2 a b c   เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 234 3. 241 5. 283 14. ให A แทนเซตคําตอบของสมการ และให x B {2 | x A}   ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต 1. 0.25 3. 1.25 5. 2.25 15. จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ 1. มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 2. ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3. มี 24 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 5. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก จํานวนสมาชิกในครัวเรือน ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ 8 และเดไซลที่ 7 ของขอมูลเทากับ เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 237 4. 269 แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1 9 6 2 0     B {2 | x A}   ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 4. 2 จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้ จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ผิด มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ 1 0.2 2 0.3 3 0.7 4 0.9 5 1.0 13.00 – 16.00 น. หน้า |5 ของขอมูลเทากับ 10.8 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
  • 7.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 16. กําหนดให 1 x f(x) x 2    ถา a เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ แลว 2a 1  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. – 2 3. 0 5. 2 17. ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย และให 2 f(x) ax bx 1    ถาเรนจของ f เทากับ [0, )  1. 5 3. 8 5. 11 18. ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ ถาพาราโบลาผานจุด (3, 5) 1. 2 y 4x 6y 17 0     3. 2 y 4x 6y 7 0     5. 2 y 6x 4y 27 0     19. ถา a และ b เปนจํานวนจริง a 2 2 2 log b 1 2log b 4 2    แลวคาของ 2 2 a b  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 25 3. 41 5. 68 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 x x 2   เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2   เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ 1 f(a f (2)) 1    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 1 4. 1 เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย f(x) ax bx 1    สําหรับทุกจํานวนจริง x และ f( 1) 0   [0, )  แลวคาของ 2 1 f(x)dx   เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 7 4. 9 ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3 (3, 5) แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้ y 4x 6y 17 0     2. 2 y 4x 6y 43 0     y 4x 6y 7 0     4. 2 y 6x 4y 23 0     y 6x 4y 27 0     นจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ 1 2log b 4 2 และ 2 2 a a 3 log b log b 2 4 2    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 36 4. 58 13.00 – 16.00 น. หน้า |6 f( 1) 0 y = 3 เปนแกนสมมาตร สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้ y 4x 6y 43 0     y 6x 4y 23 0    
  • 8.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 20. ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง ระยะหางระหวางเสนตรง L 1. 2.0 หนวย 3. 1.5 หนวย 5. 0.4 หนวย 21. กําหนดให u 2i j 2k       เวกเตอรในขอใดตอไปนี้ไมตั้งฉาก 1. 3i j    3. 4i 3 j 2k      5. 5 j 6k     22. กําหนดให a, b   และ c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ ถา a i 2j      และขนาดของเวกเตอร แลว a b b c c a            1. – 18 3. 8 5. 18 23. ถา A เปนเซตคําตอบของอสมการ และ B เปนเซตคําตอบของอสมการ แลว A B  เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้ 1. ( ,0)  3. (0,5) 5. (6, )  ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)   และจุด (7,5) L กับจุด (2,0)เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1.8 หนวย 4. 1.4 หนวย u 2i j 2k       และ v i 2j 2k        ไมตั้งฉากกับเวกเตอร u v    2. i 3 j 4k      4. i j k      c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0        และขนาดของเวกเตอร b  และ c  เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ a b b c c a          เทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 9 4. 9 เปนเซตคําตอบของอสมการ 1 x 0 x   เปนเซตคําตอบของอสมการ 2 2x 3x 7x 12    เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้ 2. ( 2,2)  4. (3,8) 13.00 – 16.00 น. หน้า |7 (7,5)เปนระยะทางเทากัน หนวย ตามลําดับ
  • 9.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 24. ถา A เปนเซตคําตอบของ และ B เปนเซตคําตอบของ แลวเซต A B  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. { 3,1}  3. [ 4,3]  5. [ 4,1] {2,3}   25. ให z แทนสังยุค (Conjugate ถา z (1 i)   เปนจํานวนจินตภาพแท และ แลว z z  มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 1. 2 3. 4 5. 6 26. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20 ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี ถาสุมพนักงานมา 4 คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน และพนักงานฝายขายผูหญิง 1. 4 5 3. 8 4845 5. 16 4845 27. มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4 เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน 1. 90 3. 360 5. 810 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเซตคําตอบของ 2 2 | 3 2x x | x 2x 3      เปนเซตคําตอบของ 2 | x x | 12   เทากับขอใดตอไปนี้ 2. [ 3,1]  4. [ 4, 3] [1,3]    Conjugate) ของจํานวนเชิงซอน z และ 2 i 1   เปนจํานวนจินตภาพแท และ 2 2 z 2(1 i)   เปนจํานวนจริง มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 3 4. 5 20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 8 969 4. 16 969 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน 2. 120 4. 600 13.00 – 16.00 น. หน้า |8 [ 4, 3] [1,3] เปนจํานวนจริง คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน 3 คน ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้
  • 10.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 28. คาของ 2 x 1 ( x 1)(3x 2) lim 3x x 2      1. 1 10  3. 1 10 5. 1 29. ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง โดยที่ ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. c a b d    3. b d c a    5. d c a b    30. หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้ 1. 0.10 3. 0.14 5. 0.16 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ( x 1)(3x 2) 3x x 2     เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 0 4. 1 5 เปนจํานวนจริง โดยที่ 1 1 1 1 a 50 b 51 c 52 d 53        2. c d a b    4. d b a c    หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 0.12 4. 0.15 13.00 – 16.00 น. หน้า |9 1 1 1 1 a 50 b 51 c 52 d 53        c d a b d b a c คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ
  • 11.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 31. กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ... และ 1 2 3 n b , b , b , ...,b , ... ถา 1 a 1  และ 1 b 7  1. 3 70 3. 2 77 5. 6 77 32. ให 3 a b A 0 a 1 1 1 0             เมื่อ ถา 21 C (A) 2  และ detA 2 1. – 3 3. 2 5. 3 33. กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่ ถา f(0) 0  แลว f(2) เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 1 3. 2 5. 3 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n n 1 3 a 2     1 2 3 n b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n n 1 b 5     b 7  แลว n n 1 n a b    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 7 70 4. 5 77           เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง detA 2   แลว a b  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 5 3 4. 7 3 เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่ x ; x 1 f (x) x 1 ; x 1          f(2) เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1.5 4. 2.5 13.00 – 16.00 น. หน้า |10 3 2  x ; x 1 x 1 ; x 1   
  • 12.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 34. ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง ถาฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว 1. 25 3. 9 5. 1 6 35. โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง มีขอมูล ดังนี้ เดือน จํานวนสินคาที่ผลิต (x) (หนวยเปนชิ้น) ยอดขายสินคา(y) (หนวยเปนบาท) จากการสํารวจพบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น ถาจํานวนสินคาผลิต 10,000 1. 600,000 บาท 3. 660,000 บาท 5. 760,000 บาท ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนฟงกชัน นิยามโดย 2 2 2 x ; x 0 x x ax (b a)x b f(x) ; 0 x 1 x 1 (x b) ; x 1                     เปนจํานวนจริง ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว f(a b)  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 16 4. 4 โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง ม.ค. ก.พ. มี.ค. ... ) 1 x 2 x 3 x ... 1 y 2 y 3 y ... คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 10,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 620,000 บาท 4. 720,000 บาท 13.00 – 16.00 น. หน้า |11 ; x 0 f(x) ; 0 x 1 (x b) ; x 1    เทากับขอใดตอไปนี้ โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง พ.ย. ธ.ค. 11 x 12 x 11 y 12 y ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท สินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้
  • 13.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข จํานวน 10ขอ (ขอ 3 36. ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต 37. ให 5 sec A 3   และ sin A 0 คาของ 5sinA cotA 1 cotAcosecA   38. กําหนดให x , y , z และ x 2 1 k   , y x 2 2 2   ถา x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แลว 39. ให 2 f(x) 5 x   สําหรับทุกจํานวนจริง ถา f(x 1) ; x R g(x) 1 ; x R         คาของ (f g)(6) (g f)(3)    40. กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... โดยที่ 1 3 a a 7   และ คาของ 1 2 3 50 a a a ... a     ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข 36 – 45) ขอละ 9 คะแนน เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ x log x log 8 2 log 2 (2x) 4 ( 2)          แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับเทาใด sin A 0  เมื่อ 0 A 2    5sinA cotA 1 cotAcosecA เทากับเทาใด และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ y x 2 2 2   และ z y 2 2 4   เปนลําดับเลขคณิต แลว x y z   เทากับเทาใด สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f R เปนเรนจของ f f f f(x 1) ; x R 1 ; x R    (f g)(6) (g f)(3)   เทากับเทาใด 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง และ 2 4 6 8 a a a a 74     1 2 3 50 a a a ... a     เทากับเทาใด 13.00 – 16.00 น. หน้า |12 2 log x log 2 (2x) 4 ( 2)         
  • 14.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 41. ให c เปนจํานวนจริง และให ถาคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ 42. กําหนดให 1 F และ 2 F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน 2 2 5x 4y 10x 16y 31     ถา a, b และ c เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม มี 1 2 F F เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ 43. กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ และเมทริกซผูกพันของ A คือ คาของ   det x adj(A) เทากับเทาใด 44. กําหนดให {1, 2, 3, ...}   f(1,m) 1  สําหรับ f(n,m) 0  สําหรับ f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       คาของ f(2,4) เทากับเทาใด ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนจํานวนจริง และให 3 2 f(x) x 12x 45x c      สําหรับทุกจํานวนจริง เทากับ 53 แลวคาของ f(c) เทากับเทาใด เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน 2 2 5x 4y 10x 16y 31     เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม 2 2 x y ax by c 0      เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ 2 2 2 a b c   เทากับเทาใด เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3  โดยที่ det(A) 7   คือ 4 1 x adj(A) 2 x 2 1 5 1                 เมื่อ x เปนจํานวนจริงบวก det x adj(A) เทากับเทาใด {1, 2, 3, ...} สําหรับ m   สําหรับ n,m   โดยที่ n m  f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       สําหรับ n,m  เทากับเทาใด 13.00 – 16.00 น. หน้า |13 สําหรับทุกจํานวนจริง x x y ax by c 0      เปนจํานวนจริงบวก n,m   และ n 2 
  • 15.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 45. กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง z พื้นที่ใตเสนโคง คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ คะแนนสอบของนาย ข. แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z ดังตาราง 0.7 1.3 2.42 0.2580 0.4032 0.4922 คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้ สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข. และคะแนนสอบของนาย ก คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3 ถามีนักเรียนรอยละ 24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวา แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับเทาใด  13.00 – 16.00 น. หน้า |14 2.42 0.4922 เปนนักเรียนในหองนี้ และคะแนนสอบของนาย ก. ที่สอบไดคะแนนนอยกวา ทากับเทาใด
  • 16.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 1. 3 2. 2 6. 4 7. 3 11. 4 12. 1 16. 5 17. 4 21. 4 22. 2 26. 5 27. 3 31. 5 32. 5 36. 0.5 37. 52 41. 33 42. 36 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เฉลยคําตอบ 3. 5 4. 2 8. 5 9. 1 13. 3 14. 2 18. 1 19. 5 23. 3 24. 4 28. 3 29. 1 33. 1 34. 1 38. 6 39. 8 43. 1,323 44. 4 13.00 – 16.00 น. หน้า |15 5. 2 10. 4 15. 3 20. 1 25. 4 30. 2 35. 2 40. 6,050 45. 54
  • 17.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 เฉลยขอสอบ วันที่ 22 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก จํานวน 35ขอ (ขอ 1. กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) ( P Q) (P Q)      (ข) P (Q Q)    (ค) (P Q) Q   ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ขอ 1. ตอบ 3 แนวคิด กําหนดให P และ Q เปนประพจนที่ จะได ( P) (P Q) T T T F F T or F  แสดงวา P เปนเท็จ และ พิจารณาขอความ ก. กรณีที่ 1 P เปนจริง และ ( P Q) (P Q) F T F T T F T T      จะพบวาทั้ง 2 กรณี ( P Q) (P Q) ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ขอสอบ PAT1 : ความถนัดทางคณิตศาสตร กุมภาพันธ 2563 : ปการศึกษา 2562 ตัวเลือก เลือก 1 คําตอบที่ถูกตองที่สุด ขอ 1 – 35)ขอละ 6 คะแนน เปนประพจนที่ ( P) (P Q)    มีคาความจริงเปนจริง ( P Q) (P Q)      มีคาความจริงเปนเท็จ P (Q Q)    มีคาความจริงเปนจริง (P Q) Q   มีคาความจริงเปนจริง ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ เปนประพจนที่ ( P) (P Q)    มีคาความจริงเปนจริง ( P) (P Q) T T T F F T or F   และ Q เปนจริง หรือ เปนเท็จ เปนจริง และ Q เปนจริง กรณีที่ 2 P เปนจริง และ ( P Q) (P Q) F T F T T F T T T      ( P Q) (P Q) F F F F T T F T      ( P Q) (P Q)      เปนจริง แสดงวา ขอความ 13.00 – 16.00 น. หน้า |16 ความถนัดทางคณิตศาสตร 2562 จริง ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ จริง เปนจริง และ Q เปนเท็จ ( P Q) (P Q) F F F F T T F T T      แสดงวา ขอความ (ก) ผิด
  • 18.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 (ข) เนื่องจาก Q Q F    ดังนั้น P (Q Q) P F     แสดงวา ขอความ (ข) (ค) เนื่องจาก (P Q) Q (P Q) Q      แสดงวา ขอความ (ค) หมายเหตุ ในการหาคาความจริงของประพจนในขอ ของประพจน เหมือนการตรวจสอบขอความ จากการตรวจสอบขอความจะไดวา ขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 Q Q F    P (Q Q) P F F F [ P F] T           ) ถูก (P Q) Q (P Q) Q ( P Q) Q P ( Q Q) P T T                     ) ถูก ในการหาคาความจริงของประพจนในขอ (ข) และ (ค) จะใชการแทนคาความจริง เหมือนการตรวจสอบขอความ (ก) ก็ไดเชนกัน จะไดวา ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ (ก) ผิด 13.00 – 16.00 น. หน้า |17 จะใชการแทนคาความจริง 
  • 19.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 2. ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 1 x 2 | x 1 |          (ข) 1 x | x | 2         (ค) 2 x x x 0          ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ขอ 2. ตอบ 2 แนวคิด ให  แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ พิจารณาขอความ (ก) สําหรับ x x | x 1             จะได ทําให ดังนั้น แสดงวาไมมีคา x ในเอกภพสัมพัทธที่ทําให ดังนั้น 1 x 2 | x 1 |          ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ 1 x | x 1 2            x 2 | x 1 |         มีคาความจริงเปนเท็จ 1 2         มีคาความจริงเปนจริง x x x 0          มีคาความจริงเปนเท็จ ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ แทนเซตของจํานวนจริง กําหนดใหเอกภพสัมพัทธคือ 1 x | x 1 2            1 x x | x 1 2             1 x 1 2    1 1 x 1 1 1 2       1 x 1 2 2    1 x 1 2 2    1 1 1 1/ 2 2 x 1    1 1 2 2 x 1    ในเอกภพสัมพัทธที่ทําให 1 2 | x 1 |   1 x 2 | x 1 |          มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ (ก) 13.00 – 16.00 น. หน้า |18 x | x 1           ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ x | x 1           ) ถูก
  • 20.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 (ข) จะพบวา 1 1 2 2      แต 1 1 1 2 2 2   แสดงวามี x  ดังนั้น x | x |         (ค) จะพบวา 1 1 4 2       แต 2 1 1 5 ( ) ( ) 0 4 4 16      แสดงวามี x   ดังนั้น x x x 0          จากการตรวจขอความจะไดวา ขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 1 x | x 1 2 2             1 1 1 2 2 2   1 x 2  ที่ทําใหประพจน 1 | x | 2  เปนเท็จ 1 x | x | 2         มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ ( 1 1 x | x 1 4 2              2 1 1 5 ( ) ( ) 0 4 4 16      1 x 4   ที่ทําใหประพจน 2 x x 0   เปนเท็จ 2 x x x 0          มีคาความจริงเปนเท็จ แสดงวาขอความ จากการตรวจขอความจะไดวา ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ (ข) ผิด 13.00 – 16.00 น. หน้า |19 (ข) ผิด แสดงวาขอความ (ค) ถูก 
  • 21.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 3. ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) ถา B C    (ข) A (B C) (A C) B      (ค) ถาเซต A มีสมาชิก และเพาเวอรเซตของเซต แลวเพาเวอรเซตของเซต ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ขอ 3. ตอบ 5 แนวคิด ให A, B และ C เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) เนื่องจากมีเซต A = {1, 2} , B = {1} , C = {2} ซึ่ง B C    และ แต (A B) C {1,2} {1} {2} {2}       A B {1,2} {1} {1}     แสดงวามีเซต A , B ดังนั้นขอความ (ก) ผิด (ข) เนื่องจากมีเซต A = {1, 2} , B = {1} , C = {2} ซึ่ง A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2}          (A C) B {1,2} {2} {2} {2}       แสดงวามีเซต A , B ดังนั้นขอความ (ข) ผิด (ค) สมมติใหเซต A มีสมาชิก และเพาเวอรเซตของเซต นั่นคือ n(A) = 9 , n(B) = 7 จาก n(A B) 2 32   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ B C    และ A (B C)   แลว (A B) C A B     A (B C) (A C) B      มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว และเพาเวอรเซตของเซต A B  มีสมาชิก 32 ตัว แลวเพาเวอรเซตของเซต B A  มีสมาชิก 16 ตัว ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ เปนเซตใดๆ พิจารณาขอความตอไปนี้ A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}    และ A (B C)     (A B) C {1,2} {1} {2} {2}       A B {1,2} {1} {1}     A , B และ C ที่ทําให (A B) C A B     ผิด A = {1, 2} , B = {1} , C = {2}   A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2}            (A C) B {1,2} {2} {2} {2}       A , B และ C ที่ทําให A (B C) (A C) B      ผิด มีสมาชิก 9 ตัว เซต B มีสมาชิก 7 ตัว และเพาเวอรเซตของเซต A B  มีสมาชิก 32 ตัว n(A) = 9 , n(B) = 7 และ n(A B) 2 32   2 32  จะได n(A B) 5 2 2   13.00 – 16.00 น. หน้า |20 (A B) C A B     ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ A (B C) {1,2} {1} {2} {1,2} {1,2} A (B C) (A C) B     
  • 22.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 n(A) = 9 ; ดังนั้น n(B A) n(B) n(A B) 7 4 3        ทําให เพาเวอรเซตของเซต แสดงวา ขอความ (ค) จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 n(A B) 5   n(A) n(A B) 5    9 n(A B) 5    n(A B) 4   n(B A) n(B) n(A B) 7 4 3        เพาเวอรเซตของเซต B A  มีสมาชิก 3 2 8  ) ผิด จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ 13.00 – 16.00 น. หน้า |21 ผิด ทั้งสามขอ 
  • 23.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 4. ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     ให r D และ r R เปนโดเมนและเรนจของ พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 1 r เปนฟงกชัน (ข) จํานวนสมาชิกของเซต (ค) r r r D R D   ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) ถูกเพียงขอเดียว 3. ขอ (ค) ถูกเพียงขอเดียว 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ขอ 4. ตอบ 2. แนวคิด ให A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     จาก r {(x, y) A A | y | x | 2}      แทน x ดวยสมาชิกในเซต A ถา x = –3 ; y = |– x = –2 ; y = |–2| x = –1 ; y = |–1| x = 0 ; y = |0| x = 1 ; y = |1| x = 2 ; y = |2| x = 3 ; y = |3| จะได r = {(–3, 1) , (– พิจารณาขอความ (ก) จาก r = {(–3, 1) , ( จะได 1 r = {(1, ซึ่งมี (1, –3) และ (1, 3) ดังนั้น 1 r ไมเปนฟงกชัน แสดงวา ขอความ (ก) ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     และ r {(x,y) A A | y | x | 2}      เปนโดเมนและเรนจของ r ตามลําดับ เปนฟงกชัน จํานวนสมาชิกของเซต 1 r r  เทากับ 3 r r r D R D   ถูกเพียงขอเดียว 2. ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว ถูกเพียงขอเดียว 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ A { 3, 2, 1, 0, 1, 2, 3}     r {(x,y) A A | y | x | 2}      A จะได –3| – 2 = 1 แสดงวา (–3, 1) r  2| – 2 = 0 แสดงวา (–2, 0) r  1| –2 = –1 แสดงวา (–1, –1) r  x = 0 ; y = |0| – 2 = –2 แสดงวา (0, –2) r  x = 1 ; y = |1| – 2 = –1 แสดงวา (1, –1) r  x = 2 ; y = |2| – 2 = 0 แสดงวา (2, 0) r  x = 3 ; y = |3| – 2 = 1 แสดงวา (3, 1) r  –2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)} 3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)} = {(1, –3) , (0, –2) , (–1, –1) , (–2, 0) , (–1, 1) , (0, 2) , (1, 3) } (1, 3) เปนสมาชิกของ 1 r ไมเปนฟงกชัน ) ผิด 13.00 – 16.00 น. หน้า |22 r {(x, y) A A | y | x | 2}      ถูกเพียงขอเดียว และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ 1) , (2, 0) , (3, 1)} 1) , (2, 0) , (3, 1)} 1, 1) , (0, 2) , (1, 3) }
  • 24.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 (ข) จาก r = {(–3, 1) , ( จะได 1 r = {(1, จะได 1 r r  = {( จะพบจํานวนสมาชิกของเซต แสดงวาขอความ (ข) (ค) จาก r = {(–3, 1) , ( จะได r D = {–3, r R = {–2, จะพบวา r r D R  แสดงวาขอความ (ค) จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)} = {(1, –3) , (0, –2) , (–1, –1) , (–2, 0) , (–1, 1) , (0, 2) , (1, 3) } = {(–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2)} จะพบจํานวนสมาชิกของเซต 1 r r  เทากับ 3 ถูก 3, 1) , (–2, 0) , (–1, –1) , (0, –2) , (1, –1) , (2, 0) , (3, 1)} 3, –2, –1, 0, 1, 2, 3} 2, –1, 0, 1 } r r D R = {–2, –1, 0, 1} r D  ผิด จากการตรวจสอบทั้งสามขอความ จะไดวา ขอ (ข) ถูกเพียงขอเดียว 13.00 – 16.00 น. หน้า |23 1) , (2, 0) , (3, 1)} 1, 1) , (0, 2) , (1, 3) } 1) , (2, 0) , (3, 1)} 
  • 25.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 5. ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          และ n(C (A B)) 9    1. 42 3. 44 5. 46 ขอ 5. ตอบ 2. แนวคิด ให n(S)แทนจํานวนสมาชิกของเซต โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          และ n(C (A B)) 9    พิจารณาแผนภาพเวนน–ออยเลอร จากรูปจะได n(C) 9 56 65    n(A B) 35 56 91     โดยที่ n(A) n(B) n(C) 199    จากสมบัติ n(A B) n(A) n(B) n(A B) ดังนั้น n(A B) 43 n((A B) C) 35    n(C (A B)) 9    n(A B C) n((A B) C) n(C (A B)) 100 (35 9) 56             ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          n(C (A B)) 9    แลว n(A B)  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 43 4. 45 แทนจํานวนสมาชิกของเซต S ถาA, B และ C เปนเซต n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          n(C (A B)) 9    ออยเลอร n(C) 9 56 65    n(A B) 35 56 91     n(A) n(B) n(C) 199    จะได n(A) n(B) 65 199    n(A) n(B) 134   n(A B) n(A) n(B) n(A B)      91 134 n(A B)    n(A B) 43   A B C U n((A B) C) 35      n(A B C) n((A B) C) n(C (A B)) 100 (35 9) 56            13.00 – 16.00 น. หน้า |24 n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          n(A) n(B) n(C) 199, n(A B C) 100, n((A B) C) 35          n(A) n(B) 65 199 n(A) n(B) 134   n(A B C) n((A B) C) n(C (A B))
  • 26.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 6. กําหนดให 0 A 90     ถา a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ แลว a มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 1. – 7 3. 3 5. 7 ขอ 6. ตอบ 4. แนวคิด ให a เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ จะได 1 1 sec60 2 ; cos60 1/ 2      ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 0 A 90   เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ a sin( A) tan(270 A) sin(180 A) tan(90 A)          มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 5 4. 5 เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับสมการ a sin( A) tan(270 A) 3sec 300 sin(180 A) tan(90 A)          a( sin A) cotA 3 sec(360 60 ) sin A cotA         a ( 1) 3sec60     1 1 sec60 2 ; cos60 1/ 2     a 1 3(2)   a 1 6   a 5  13.00 – 16.00 น. หน้า |25 a sin( A) tan(270 A) 3sec 300 sin(180 A) tan(90 A)         3sec 300 3 sec(360 60 )      a ( 1) 3sec60     
  • 27.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 7. คาของ 3 1 tan 2arctan 4 2         1. – 1 3. 1 7 5. 2 ขอ 7. ตอบ 3. แนวคิด โดยเอกลักษณ tan(A B)   tan2A และ tan(arctan x) x จะได 3 1 tan 2arctan 4 2         ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 3 1 tan 2arctan 4 2       เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 7  4. 1 tan A tan B tan(A B) 1 tan A tan B     2 2tan A tan2A 1 tan A   tan(arctan x) x  3 1 tan 2arctan 4 2       3 1 tan tan(2arctan ) 4 2 3 1 1 tan tan(2arctan ) 4 2      1 1 tan(2arctan ) 2 1 1 tan(2arctan ) 2            2 2 1 2 tan(arctan ) 2 1 1 1 tan (arctan ) 2 1 2 tan(arctan ) 2 1 1 1 tan (arctan ) 2       2 2 1 2( ) 2 1 1 1 ( ) 2 1 2( ) 2 1 1 1 ( ) 2       13.00 – 16.00 น. หน้า |26
  • 28.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 1 1 1 4 1 1 1 1 4       4 1 3 4 1 3     1 3 7 3  1 7  13.00 – 16.00 น. หน้า |27 
  • 29.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 8. กําหนดให x 0 2     และ คาของ tan x cot x  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 3 2  3. 0 5. 3 2 ขอ 8. ตอบ 5. แนวคิด กําหนดให x 0 2     จาก เนื่องจาก cos x 1 sin x   5 คูณตลอด ; ยกกําลังสองทั้งสองขาง ; 2 หารตลอด ; กําหนดให x 0 2     ดังนั้น 2 cos x 1 sin x 1 1         ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 x 0    และ 5 cos x sin x 5   tan x cot x เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 2  4. 1 2 5 cos x sin x 5   2 cos x 1 sin x   ; 2 5 1 sin x sin x 5    2 1 1 sin x sin x 5    2 5 1 sin x 5 sin x 1    2 5 1 sin x 1 5 sin x      2 2 5 1 sin x 1 2 5 sin x 5sin x     2 10 sin x 2 5 sin x 4 0    2 5sin x 5 sin x 2 0    ( 5 sin x 2)( 5 sin x 1) 0    2 1 sin x , 5 5   x 0    คา sin x 0  แสดงวา 1 sin x 5   2 2 1 1 2 cos x 1 sin x 1 1 5 5 5               13.00 – 16.00 น. หน้า |28 5 5 5 5 1 5 5 1 sin x 5 sin x 1 5 1 sin x 1 5 sin x    2 2 5 1 sin x 1 2 5 sin x 5sin x     10sin x 2 5 sin x 4 0 5sin x 5 sin x 2 0 ( 5 sin x 2)( 5 sin x 1) 0 2 1 sin x , 5 5  
  • 30.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 และ sin x 1 tan x cos x 2 2      ดังนั้น tan x cotx 2         แนวคิด 2 กําหนดให x 0 2     แสดงวา x 0 4     ยกกําลังสองทั้งสองขาง ; เอกลักษณ 2 2 sin A cos A 1 ;   เอกลักษณ 2sinAcosA sin2A ;  จาก x 0 4     จะได ทําให 2 2 cos2x 1 sin 2x 1 ( )       ดังนั้น โดยเอกลักษณ 2 2 cos A sin A cos2A   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 sin x 1 5 cos x 2 2 5      1 1 1 3 tan x cotx 2 2 1 2 2 2          x 0    และ 5 cos x sin x 0 5    x 0 2 2 cos x 2 sin x cos x sin x    2 2 sin A cos A 1 ;   1 2 sin x cos x   2sinAcosA sin2A ;  1 sin 2x   sin2x   จะได 2x 0 2     2 2 4 3 cos2x 1 sin 2x 1 ( ) 5 5       sin x cos x tan x cot x cos x sinx    2 2 sin x cos x sin x cos x   2 2 2(cos x sin x) 2sin x cos x    2 2 cos A sin A cos2A   และ 2sinAcosA sin2A  2 cos2x sin 2x   3 2( ) 5 4 5    3 2  13.00 – 16.00 น. หน้า |29  5 cos x 2 sin x cos x sin x 25    1 1 2 sin x cos x 5   1 1 sin 2x 5   4 sin2x 5   sin x cos x cos x sinx 2 2 sin x cos x sin x cos x 2 2 2(cos x sin x) 2sin x cos x   2sinAcosA sin2A ; 
  • 31.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 9. พิจารณาขอความตอไปนี้ (ก) 2 3 (0.6) 1   (ข) ถา x y (0.2) (0.2)  (ค) 5 0.2 log 0.1 log 0.1  ขอใดตอไปนี้ถูกตอง 1. ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ 3. ขอ (ข) และขอ (ค) ถูก แต ขอ 5. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ ขอ 9. ตอบ 1. แนวคิด พิจารณาขอความ (ก) เนื่องจาก 2 1 1 3 3 3 (0.6) (0.36) 1 1    ดังนั้น (0.6) นั่นคือ (0.6) 1 (ข) โดยสมบัติ สําหรับ 0 < a < 1 จากที่กําหนดให (0.2) (0.2) แสดงวา (ค) โดยสมบัติ สําหรับ สําหรับ เพราะวา 5 > 1 และ เพราะวา 0 < 0.2 < 1 จะพบวา 5 0.2 log 0.1 0 log 0.1 จากการพิจารณาทั้งสามขอความจะไดวา ขอ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 พิจารณาขอความตอไปนี้ (0.6) 1  x y (0.2) (0.2)  แลว x y  5 0.2 log 0.1 log 0.1  ถูก แต ขอ (ค) ผิด 2. ขอ (ก) และขอ (ค) ถูก แต ขอ ถูก แต ขอ (ก) ผิด 4. ขอ (ก) ขอ (ข) และขอ และขอ (ค) ผิด ทั้งสามขอ 2 1 1 3 3 3 (0.6) (0.36) 1 1    2 3 (0.6) 1  2 3 1 1 1 (0.6)  2 3 (0.6) 1   แสดงวาขอความ (ก) ถูก 0 < a < 1 จะไดวา 1 2 x x a a  ก็ตอเมื่อ x x x y (0.2) (0.2)  โดยที่ 0 < 0.2 < 1 x y  แสดงวาขอความ (ข) ถูก สําหรับ 0 < a < 1 จะไดวา a 1 a 2 log x log x  ก็ตอเมื่อ สําหรับ a > 1 จะไดวา a 1 a 2 log x log x  ก็ตอเมื่อ และ 0.1 < 1 จะได 5 5 log 0.1 log 1 0   0.2 < 1 และ 0.1 < 1 จะได 0.2 0.2 log 0.1 log 1 0   5 0.2 log 0.1 0 log 0.1   แสดงวาขอความ (ค) ผิด จากการพิจารณาทั้งสามขอความจะไดวา ขอ (ก) และขอ (ข) ถูก แต ขอ (ค) ผิด 13.00 – 16.00 น. หน้า |30 ถูก แต ขอ (ข) ผิด และขอ (ค) ถูกทั้งสามขอ ถูก 1 2 x x  ก็ตอเมื่อ 1 2 x x  ก็ตอเมื่อ 1 2 x x  5 5 log 0.1 log 1 0   0.2 0.2 log 0.1 log 1 0   ผิด ผิด 
  • 32.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 10. กําหนดฟงกชันจุดประสงค x ay 3   เมื่อ a 3x y 9   และ คาสูงสุดของ P เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 9 3. 11 5. มากกวา 12 ขอ 10. ตอบ 4. แนวคิด กําหนดฟงกชันจุดประสงค และอสมการขอจํากัด ดังนี้ และ พิจารณากราฟของอสมการขอจํากัดดังนี้ สมการ x + ay = 3 3x + y = 9 หาจุดตัดระหวางเสนตรง และ (1) 3  ; (3) – (2) ; แสดงวา ถา 1 a 3  จะไดสมการ (1) ถา y = 0 แทนคาใน (1) ทําใหเราไดกราฟอสมการขอจํากัด เปน ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 P 4x y   และอสมการขอจํากัด ดังนี้ a เปนจํานวนจริงบวก และ x 0, y 0   เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 10 4. 12 P 4x y   x ay 3   เมื่อ a เปนจํานวนจริงบวก 3x y 9   และ x 0, y 0   พิจารณากราฟของอสมการขอจํากัดดังนี้ จุดตัดแกน X จุดตัดแกน Y (3, 0) (0, 3 a ) (3, 0) (0, 9) x + ay = 3 ...(1) 3x + y = 9 ...(2) 3x + 3ay = 9 ...(3) (3a – 1)y = 0 a = 1 3 หรือ y = 0 (1) คือ 1 x y 3 3   3x y 9    ซึ่งเปนสมการเดียวกับสมการ (1) จะได x + 0 = 3  x = 3 แสดงวาจุดตัด (1) ทําใหเราไดกราฟอสมการขอจํากัด เปน 3 กรณีดังนี้ 13.00 – 16.00 น. หน้า |31 ซึ่งเปนสมการเดียวกับสมการ (2) (1) และ (2) คือจุด(3, 0)
  • 33.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 กรณีที่ 1 1 a 3  ทําใหเสนตรง กรณีที่ 2 1 a 3  ทําใหเสนตรง กรณีที่ 3 1 a 3  ทําใหเสนตรง จากทั้ง 3 กรณีจะไดวา คาสูงสุดของ (0,9) (3,0) 3x y 9     Y x ay 3  3 (0, ) a (0,9) (3,0)   Y x ay 3    3 (0, ) a (0,9) (3,0) 3x y 9   Y x ay 3   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3   เปนเสนตรงเดียวกันดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค จุดมุม P = 4x + y (0, 0) P = 4 0 0 0    (3, 0) P = 4 3 0 12    (0, 9) P 4 0 9 9     ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3   มีลักษณะดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค จุดมุม P = 4x + y (0, 0) P = 4 0 0 0    (3, 0) P = 4 3 0 12    (0, 9) P 4 0 9 9     ทําใหเสนตรง 3x + y = 9 และ x ax 3   มีลักษณะดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค จุดมุม P = 4x + y (0, 0) P = 4 0 0 0    (3, 0) P = 4 3 0 12    (0, 3 a ) P 4 0 9      กรณีจะไดวา คาสูงสุดของ P เทากับ 12 3x y 9   X x ay 3   3x y 9   X x ay 3   3x y 9   X x ay 3   13.00 – 16.00 น. หน้า |32 เปนเสนตรงเดียวกันดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y P = 4x + y 4 0 0 0    4 3 0 12    (สูงสุด) P 4 0 9 9     มีลักษณะดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y 4x + y 4 0 0 0    4 3 0 12    (สูงสุด) P 4 0 9 9     มีลักษณะดังรูป พิจารณาคาของฟงกชันจุดประสงค P = 4x + y P = 4x + y 4 0 0 0    4 3 0 12    (สูงสุด) 3 3 P 4 0 9 a a      
  • 34.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 11. กําหนดอนุกรม 1 3 7 15 2 4 8 16     ถา n S เปนผลบวก n พจนแรกของอนุกรม 1. 0 3. 1 4 5. 1 ขอ 11 ตอบ 4. แนวคิด จากอนุกรม 1 3 7 15 2 4 8 16     จัดอนุกรมใหมไดเปน 1 2 3 4 n 1 2 3 4 n 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 2 2 2 2      ดังนั้น k n n k k 1 2 1 S 2     n k 1 1 2           n n k 1 k 1 1       1 1 1 ( ) 2 2 n 1         n 1 ( )          n 1 ( )    จะได n 1 S n 1 ( ) 2    จะได 2n S 2n 1 ( )    ดังนั้น n n n 2n S lim lim S 1    ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 3 7 15 ... 2 4 8 16     พจนแรกของอนุกรม แลว n n 2n S lim S  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 8 4. 1 2 1 3 7 15 ... 2 4 8 16     1 2 3 4 n 1 2 3 4 n 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 ... ... 2 2 2 2 2            k k 2 1 2  k 1 1 2         n n k k 1 k 1 1 1 2             n 1 1 1 ( ) 2 2 1 1 2         n 1 n 1 a (1 r ) S , a , r 1 r 2 2               n 1 n 1 ( ) 2          n 1 n 1 ( ) 2    n 1 S n 1 ( ) 2    2n 1 S 2n 1 ( ) 2    n 2n 1 n 1 ( ) 2 lim lim S 1 2n 1 ( ) 2       13.00 – 16.00 น. หน้า |33 เทากับขอใดตอไปนี้ 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 ... ...            n n 1 a (1 r ) 1 1 S , a , r 1 r 2 2           
  • 35.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 n lim   n lim   1 0 0 2 0 0      1 2  12. กําหนดให  แทนเซตของจํานวนจริง ให f :    และ g : ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 n n 2n 1 1 n 1 n n2 lim 1 1 n 2 n n2                  n n 2n 1 1 1 n n2 lim 1 1 2 n n2      1 0 0 2 0 0     1 2 แทนเซตของจํานวนจริง g :    เปนฟงกชัน โดยที่ 13.00 – 16.00 น. หน้า |34 
  • 36.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 (ก) f( x) f(x)    (ข) g( x) g(x)   (ค) f(x) g(x) x 2x    ถา a เปนจํานวนจริงที่ทําให แลว f(g(a)) เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 1250 3. 0 5. – 1250 ขอ 12 ตอบ 1. แนวคิด จาก (ค) ; แทน x ดวย –x ; จาก ก และ ค ; นํา (1) – (2) ; นํา 2 หารตลอด ; แทน f(x) = –2x ใน (1) ; ตอนนี้เราไดแลววา f(x) 2x   พิจารณาหา a จากสมหาร จะได ดังนั้น f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250           13. ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 f( x) f(x)    สําหรับทุกจํานวนจริง x g( x) g(x) สําหรับทุกจํานวนจริง x 2 f(x) g(x) x 2x    สําหรับทุกจํานวนจริง x เปนจํานวนจริงที่ทําให f(10 a) f(10 a) g(10)     เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 800 4. – 800 2 f(x) g(x) x 2x    2 f( x) g( x) ( x) 2( x)        2 f(x) g(x) x 2x     2f(x) 4x   f(x) 2x   (1) ; 2 2x g(x) x 2x     2 g(x) x   2 g(x) x   f(x) 2x   และ 2 g(x) x   f(10 a) f(10 a) g(10)       2 2(10 a) 2(10 a) 10        ( 20 2a) (20 2a) 100       4a 100    a 25  2 f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250           จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก 13.00 – 16.00 น. หน้า |35 ...(1) f( x) g( x) ( x) 2( x) ...(2) f(g(a)) f(g(25)) 2g(25) 2( 25 ) 2( 625) 1250 
  • 37.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ คาของ 2 2 2 a b c   เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 234 3. 241 5. 283 ขอ 13 ตอบ 3. แนวคิด ขอมูลชุดหนึ่งมี 6 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c โดยที่ตําแหนงเดไซนที่ 7 เทากับ โดยการเทียบบัญญัตไตรยางค จะได จากกําหนดใหพิสัยเทากับ 8 และคาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ แทน b = 9 ; ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ขอมูลชุดนี้มีพิสัยเทากับคาเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งเทากับ 8 และเดไซลที่ 7 ของขอมูลเทากับ เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 237 4. 269 จํานวน จัดเรียงขอมูลจากนอยไปมาก ดังนี้ a , 5 , 7 , b , 11 , c เมื่อ a, b และ c เปนจํานวนจริงบวก เทากับ 7(N 1) 7(6 1) 4.9 10 10     ซึ่งคาเดไซนที่ ตําแหนงที่ คาขอมูล 4 b 4.9 7 D 5 11 โดยการเทียบบัญญัตไตรยางค จะได 4.9 4 10.8 b 5 4 11 b      10.8 b 0.9 11 b    0.9(11 b) 10.8 b    9.9 0.9b 10.8 b    0.1b 0.9  b 9  8 จะได c a 8   และคาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 8 จะได a 5 7 b 11 c 8 6       a b c 23 48     a b c 25    a 9 c 25    a c 16   13.00 – 16.00 น. หน้า |36 ของขอมูลเทากับ 10.8 ซึ่งคาเดไซนที่ 7 เทากับ 10.8 c a 8   ...(1) 8  a b c 23 48     a b c 25    a 9 c 25    a c 16   ...(2)
  • 38.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 (1) + (2) ; แทน c = 12 ใน (2) ; ดังนั้น 2 2 2 2 2 2 a b c 4 9 12 241       14. ให A แทนเซตคําตอบของสมการ และให x B {2 | x A}   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 2c 24  c 12  a 12 16   a 4  2 2 2 2 2 2 a b c 4 9 12 241       แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1 9 6 2 0     B {2 | x A}   13.00 – 16.00 น. หน้า |37 2c 24  c 12  a 12 16   a 4  
  • 39.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต 1. 0.25 3. 1.25 5. 2.25 ขอ 14 ตอบ 2. แนวคิด ให A แทนเซตคําตอบของสมการ จัดสมการใหมไดเปน แตเนื่องจาก x x 3 0 , 2 0   ดังนั้น นั่นคือ A = {0} โดยที่ x B {2 | x A}   จะได B = { 0 2 } = {1} ดังนั้นผลบวกของสมาชิกทั้งหมดของเซต 15. จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ จํานวนสมาชิกในครัวเรือน ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต B เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1 4. 2 แทนเซตคําตอบของสมการ x x 2x 1 9 6 2 0     x 2 x x x 2 (3 ) (2 )(3 ) 2(2 ) 0       x x x x 3 2(2 ) 3 2 0    x x 3 0 , 2 0   ทําให x x 3 2(2 ) 0   ดังนั้นจากสมการ (*) x x 3 2 0   x x 3 2  x 0  B {2 | x A} } = {1} ดังนั้นผลบวกของสมาชิกทั้งหมดของเซต B เทากับ 1 จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้ จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ 13.00 – 16.00 น. หน้า |38 x x 2x 1 9 6 2 0     x 2 x x x 2 (3 ) (2 )(3 ) 2(2 ) 0    x x x x 3 2(2 ) 3 2 0    ...(*) (*) จะไดวา x x 3 2 0   x x 3 2  x 0   ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้
  • 40.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ 1. มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 2. ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3. มี 24 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 5. มี 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมา ขอ 15 ตอบ 3. แนวคิด เนื่องจาก ความถี่สะสมสัมพัทธ จะได ความถี่สะสม จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ พิจารณาตัวเลือก จํานวนสมาชิกในครัวเรือน 1 2 3 4 5 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 จากขอมูลขางตน ขอใดตอไปนี้ผิด มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน เนื่องจาก ความถี่สะสมสัมพัทธ = ความถี่สะสม จํานวนขอมูลทั้งหมด = ความถี่สะสมสัมพัทธ  จํานวนขอมูลทั้งหมด จากการสํารวจจํานวนสมาชิกในครัวเรือนของ 30 ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้ 1 0.2 2 0.3 3 0.7 4 0.9 5 1.0 จํานวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) ความถี่สะสมสัมพัทธ ความถี่สะสม 0.2 0.2 30 6   0.3 0.3 30 9   0.7 0.7 30 21   0.9 0.9 30 27   1.0 1.0 30 30   13.00 – 16.00 น. หน้า |39 จํานวนขอมูลทั้งหมด ครัวเรือน มีตารางแสดงความถี่สะสมสัมพัทธ ดังนี้ ความถี่สะสม ความถี่ 0.2 30 6   6 0.3 30 9   3 0.7 30 21   12 0.9 30 27   6 1.0 30 30   3
  • 41.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 1. เนื่องจากตําแหนงมัธยฐาน เทากับ แสดงวา มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ ดังนั้นตัวเลือก 1. ถูก 2. เนื่องจากจํานวนมากที่สุด แสดงวา ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ ดังนั้นตัวเลือก 2. ถูก 3. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา ดังนั้นตัวเลือก 3. ผิด 4. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย ดังนั้นตัวเลือก 4. ถูก 5. ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรื ดังนั้นตัวเลือก 5. ถูก ดังนั้น ตัวเลือกที่ 3 ผิด 16. กําหนดให 1 x f(x) x 2    ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เนื่องจากตําแหนงมัธยฐาน เทากับ N 1 30 1 15.5 2 2     ซึ่งมีไมเกินตําแหนงที่ แสดงวา มัธยฐานของจํานวนสมาชิกในครัวเรือน เทากับ 3 คน เนื่องจากจํานวนมากที่สุด 12 ครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือน 3 คน แสดงวา ฐานนิยมของจํานวนสมาชิในครัวเรือน เทากับ 3 คน ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน นอยกวา 4 คน มี 12 + 3 + 6 = 21 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางนอย 4 คน มี 6 + 3 = 9 ครัวเรือนที่มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน อยางมาก 2 คน มี 6 + 3 = 9 ครัวเรือน 1 x x 2   เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2   13.00 – 16.00 น. หน้า |40 ซึ่งมีไมเกินตําแหนงที่ 21 12 + 3 + 6 = 21 ครัวเรือน 6 + 3 = 9 ครัวเรือน ครัวเรือน 
  • 42.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ถา a เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ แลว 2a 1  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. – 2 3. 0 5. 2 ขอ 16 ตอบ 5. แนวคิด กําหนดให 1 x f(x) x 2    พิจารณาหาคา 1 f (2)  สมมติให 1 f (2) x   จะได ดังนั้น 1 f (2) 1    จากสมการ 1 f(a f (2)) 1    ดังนั้น 1 2a 1 2( ) 1 2 2     17. ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย และให 2 f(x) ax bx 1    ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนจํานวนจริงที่สอดคลองกับ 1 f(a f (2)) 1    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 1 4. 1 1 x x 2   เมื่อ x เปนจํานวนจริงที่ x 2   f (2) ะได f(x) 2  1 x 2 x 2    1 x 2(2 x)    1 x 4 2x    3x 3   x 1   f(a f (2)) 1   จะได f(a 1) 1   1 (a 1) 1 (a 1) 2      2 a 1 a 1    2 a a 1    2a 1  1 a 2  2a 1 2( ) 1 2     เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย f(x) ax bx 1    สําหรับทุกจํานวนจริง x และ f( 1) 0   13.00 – 16.00 น. หน้า |41  f( 1) 0
  • 43.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ถาเรนจของ f เทากับ [0, )  1. 5 3. 8 5. 11 ขอ 17 ตอบ 4. แนวคิด ให a และ b เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย และให 2 f(x) ax bx 1    แทนคา x = 0 จะไดวา f(0) โดยที่ f( 1) 0   และเรนจของ แสดงวา y = f(x) มีกราฟเปนพาราโบลาหงาย มีจุดยอดที่จุด จากสมการพาราโบลาในรูป จะได จาก f(0) = 1 ; ดังนั้น ทําให 2 2 f(x) 1(x 1) x 2x 1      ดังนั้น ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 [0, )  แลวคาของ 2 1 f(x)dx   เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 7 4. 9 เปนจํานวนจริงที่ไมเทากับศูนย f(x) ax bx 1    สําหรับทุกจํานวนจริง x f(0) 2 a(0 ) b(0) 1 1     เรนจของ f เทากับ [0, )  มีกราฟเปนพาราโบลาหงาย มีจุดยอดที่จุด (–1, 0) จากสมการพาราโบลาในรูป 2 y a(x h) k    เมื่อ (h, k) เปนจุดยอด 2 f(x) a(x 1) 0    2 f(x) a(x 1)   2 f(0) a(0 1)   1 a 1   a 1  2 2 f(x) 1(x 1) x 2x 1      2 1 f(x)dx   2 2 1 x 2x 1 dx      (0,1) ( 1,0)    X Y y f(x)  13.00 – 16.00 น. หน้า |42
  • 44.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 18. ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ ถาพาราโบลาผานจุด (3, 5) ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 2 3 2 1 x 2x x 3 2                   8 1 4 2 1 1 3 3                                9  ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3 (3, 5) แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้ 13.00 – 16.00 น. หน้า |43 4 2 1 1                         y = 3 เปนแกนสมมาตร แลว สมการของพาลาโบลารูปนี้ ตรงกับขอใดตอไปนี้
  • 45.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 1. 2 y 4x 6y 17 0     3. 2 y 4x 6y 7 0     5. 2 y 6x 4y 27 0     ขอ 18 ตอบ 1. แนวคิด ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือจุดตัดของเสนตรง แทน y = 3 ในสมการ 2y = 3x แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือ เนื่องพาราโบลามีลักษณะแกนสมาตรขนานกับแกน แทนจุด (h, k) ดวยจุด (2, 3) ; โดยพาราโบลาผานจุด (3, 5) แทน 4c 4  ใน (*) จะไดสมการพาราโบลาคือ 19. ถา a และ b เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 y 4x 6y 17 0     2. 2 y 4x 6y 43 0     y 4x 6y 7 0     4. 2 y 6x 4y 23 0     y 6x 4y 27 0     ใหพาราโบลารูปหนึ่งมีจุดยอด อยูบนเสนตรงซึ่งมีสมการ 2y = 3x และ มี y = 3 แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือจุดตัดของเสนตรง 2y = 3x และเสนตรง y = 3 2y = 3x จะได 2 3 3x   6 3x  x 2  แสดงวาจุดยอดของพาราโบลาคือ (2, 3) เนื่องพาราโบลามีลักษณะแกนสมาตรขนานกับแกน X จะไดสมการรูปมาตรฐานคือ 2 (y h) 4c(x h)    (2, 3) ; 2 (y 3) 4c(x 2)    (3, 5) แทน x = 3 แทน y = 5 ; 2 (5 3) 4c(3 2)    4 4c  จะไดสมการพาราโบลาคือ 2 (y 3) 4(x 2)    2 y 6y 9 4x 8     2 y 4x 6y 17 0     เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ X Y 2y 3x  y 3  13.00 – 16.00 น. หน้า |44 y 4x 6y 43 0     y 6x 4y 23 0     y = 3 เปนแกนสมมาตร y = 3 จะไดสมการรูปมาตรฐานคือ (y h) 4c(x h) (y 3) 4c(x 2) ...(*) (y 3) 4(x 2) y 6y 9 4x 8 
  • 46.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 a 2 2 2 log b 1 2log b 4 2    แลวคาของ 2 2 a b  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 25 3. 41 5. 68 ขอ 19 ตอบ 5. แนวคิด ให a และ b เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ สมมติให a x 2  และ y log b  จากสมการ a 2 2 2 log b 2log b 4 2   จากสมการ 2 2 a a 3 log b log b 2 4 2    แทน (2) ใน (1) ; ดังนั้น แต a x 2  ; แทน x = 4 ใน (2) ; จะได แต 2 y log b  ; ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 2log b 4 2 และ 2 2 a a 3 log b log b 2 4 2    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 36 4. 58 เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ a 2 2 2 log b 1 2log b 4 2    และ a a 3 log b log b 2 4 2  2 y log b  2 2 log b 1 2log b 4 2   จะได x y 1 2y 4 2    2x 2y 2y 4    2x 4y 4    2 2 a a 3 log b log b 2 4 2  จะได 3 y y x 4 x    3x xy xy 4y    3x 4y  2x 3x 4    x 4    x 4  a 2 4  a 2  4y 3 4   y 3  2 log b 3  13.00 – 16.00 น. หน้า |45 2 2 a a 3 log b log b 2 4 2    x y 1 2y 4 2 2x 2y 2y 4    2x 4y 4    ...(1) 3 y y x 4 x 3x xy xy 4y    3x 4y ...(2) 2x 3x 4    x 4    x 4 2 4 a 2 4y 3 4   y 3 log b 3
  • 47.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ดังนั้น 2 2 2 2 a b 2 8 68     20. ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 3 b 2  b 8  2 2 2 2 a b 2 8 68     เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)   และจุด (7,5) 13.00 – 16.00 น. หน้า |46 3 b 2 b 8   (7,5) เปนระยะทางเทากัน
  • 48.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ระยะหางระหวางเสนตรง L 1. 2.0 หนวย 3. 1.5 หนวย 5. 0.4 หนวย ขอ 20 ตอบ 1. แนวคิด โดยอาศัยสูตร ระยะหางจากจุด 1 2 (x ,y ) กับจุด ระยะหางจากจุด 1 2 (x ,y ) กับเสนตรง โจทยกําหนด ให L เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง สมมติให (x, y) เปนจุดใดๆบนเสนตรง เนื่องจากระยะทางจากจุด (x, y) จะได ยกกําลังสองทั้งสองขาง ; x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25 นํา 4 หารตลอด ; ดังนั้นสมการเสนตรง L คือ ระยะหางระหวางเสนตรง L 21. กําหนดให u 2i j 2k       ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 L กับจุด (2,0)เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1.8 หนวย 4. 1.4 หนวย 1 2 (x ,y ) กับจุด 2 2 (x ,y ) คือ 2 2 1 2 1 2 (x x ) (y y )    1 2 (x ,y ) กับเสนตรง Ax + BY + C = 0 คือ 1 1 2 2 Ax By C A B    เปนเสนตรงซึ่งทุกจุดบนเสนตรง L อยูหางจากจุด ( 1, 1)   และจุด (7,5) เปนจุดใดๆบนเสนตรง L (x, y) อยูหางจากจุด ( 1, 1)   และจุด (7,5) เปนระยะทางเทากัน 2 2 2 2 (x 1) (y 1) (x 7) (y 5)        2 2 2 2 (x 1) (y 1) (x 7) (y 5)        2 2 2 2 x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25            16x 12y 72 0    4x 3y 18 0    คือ 4x 3y 18 0    L กับจุด (2,0) เทากับ 2 2 4(2) 3(0) 18 10 5 4 3      u 2i j 2k       และ v i 2j 2k        13.00 – 16.00 น. หน้า |47 2 2 1 2 1 2 (x x ) (y y ) 1 1 2 2 Ax By C A B    (7,5) เปนระยะทางเทากัน เปนระยะทางเทากัน 2 2 2 2 (x 1) (y 1) (x 7) (y 5)        2 2 2 2 (x 1) (y 1) (x 7) (y 5)        2 2 2 2 x 2x 1 y 2y 1 x 14x 49 y 10y 25            10 2 5   
  • 49.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 เวกเตอรในขอใดตอไปนี้ไมตั้งฉาก 1. 3i j    3. 4i 3 j 2k      5. 5 j 6k     ขอ 21 ตอบ 4. แนวคิด กําหนดให u 2i j 2k       จะได i j k u v 2 1 2 i j k 1 2 2           ตองการหาเวกเตอร w  ที่ไมตั้งฉากกับ พิจารณาตัวเลือก 1. โดยที่ (3i j) (u v) (3i j) ( 2i 6 j 5k)                  แสดงวา 3i j    ตั้งฉากกับ 2. โดยที่ (i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)                  แสดงวา i 3 j 4k     3. โดยที่ (4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)                  แสดงวา 4i 3 j 2k     4. โดยที่ (i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)                     ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 ไมตั้งฉากกับเวกเตอร u v    2. i 3 j 4k      4. i j k      u 2i j 2k       และ v i 2 j 2k        i j k 1 2 2 2 2 1 u v 2 1 2 i j k 2 2 1 2 1 2 1 2 2                  (2 4)i ( 4 2)j (4 1)k           2i 6 j 5k        ที่ไมตั้งฉากกับ u v    แสดงวาเวกเตอร w (u v) 0       (3i j) (u v) (3i j) ( 2i 6 j 5k)                   3( 2) 1(6) 0(5) 0      3i j ตั้งฉากกับ u v    (i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)                       1( 2) 3(6) 4(5) 0      i 3 j 4k      ตั้งฉากกับ u v    (4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)                       4( 2) 3(6) 2(5) 0      4i 3 j 2k      ตั้งฉากกับ u v    (i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)                       13.00 – 16.00 น. หน้า |48 u v 2 1 2 i j k  w (u v) 0       (i 3 j 4k) (u v) (i 3 j 4k) ( 2i 6 j 5k)               (4i 3 j 2k) (u v) (4i 3 j 2k) ( 2i 6 j 5k)                     (i j k) (u v) (i j k) ( 2i 6 j 5k)
  • 50.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 แสดงวา i j k      5. โดยที่ ( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)                   แสดงวา 5 j 6k     จากการตรวจสอบจะไดวา เวกเตอร 22. กําหนดให a, b   และ c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1( 2) 1(6) 1(5) 1       i j k    ไมตั้งฉากกับ u v    ( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)                     0( 2) 5(6) 6(5) 0      5 j 6k  ไมตั้งฉากกับ u v    จากการตรวจสอบจะไดวา เวกเตอร i j k      ไมตั้งฉากกับ u v    c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0        13.00 – 16.00 น. หน้า |49 ( 5 j 6k) (u v) ( 5 j 6k) ( 2i 6 j 5k)   
  • 51.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ถา a i 2j      และขนาดของเวกเตอร แลว a b b c c a            1. – 18 3. 8 5. 18 ขอ 22 ตอบ 2. แนวคิด กําหนดให a, b   และ c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ โดยที่ a i 2j      จะได และขนาดของเวกเตอร b  และ นั่นคือ b 2   และ c 3  จาก a b c 0        จะได โดยสมบัติ 2 a a a ;      แทน a 5   ; โดยที่ a c c a ;        จาก a b c 0        จะได ดังนั้น โดยสมบัติ 2 2 2 b c b c 2(b c)            แทน a 5   , b 2   , จาก (1) และ (2) จะได a b b c c a 5 ( 4) 9     23. ถา A เปนเซตคําตอบของอสมการ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 และขนาดของเวกเตอร b  และ c  เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ a b b c c a          เทากับขอใดตอไปนี้ 2. – 9 4. 9 c  เปนเวกเตอรสามมิติ โดยที่ a b c 0        จะได 2 2 2 a 1 2 0 5      b  และ c  เทากับ 2 และ 3 หนวย ตามลําดับ c 3   จะได a (a b c) a 0            a a a b a c 0             a a a ; 2 a a b a c 0           2 ( 5) a b a c 0          5 a b a c 0          a b a c 5          a b c a 5          จะได b c a       2 2 b c a       2 2 2 b c b c 2(b c)            ; 2 2 2 b c 2(b c) a          b 2 , c 3   ; 2 2 2 2 3 2(b c) ( 5)       4 9 2(b c) 5       b c 4      a b b c c a 5 ( 4) 9                  เปนเซตคําตอบของอสมการ 1 x 0 x   13.00 – 16.00 น. หน้า |50 หนวย ตามลําดับ a (a b c) a 0  a b a c 5 a b c a 5 ...(1) b c a      2 2 b c a      2 2 2 b c 2(b c) a    2 2 2 2 3 2(b c) ( 5) 4 9 2(b c) 5 b c 4    ...(2) 
  • 52.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 และ B เปนเซตคําตอบของอสมการ แลว A B  เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้ 1. ( ,0)  3. (0,5) 5. (6, )  ขอ 23 ตอบ 3. แนวคิด จาก A เปนเซตคําตอบของอสมการ โดยที่ 2 x 1 0   แสดงวา ดังนั้น A = (0, )  จาก B เปนเซตคําตอบของอสมการ ดังนั้น B = ( ,2] [3, )    และจะได A – B = (2,3) ซึ่งจะพบวา A – B = (2, 3) 24. ถา A เปนเซตคําตอบของ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเซตคําตอบของอสมการ 2 2x 3x 7x 12    เปนสับเซตของชวงในขอใดตอไปนี้ 2. ( 2,2)  4. (3,8) เปนเซตคําตอบของอสมการ 1 x 0 x   2 x 1 0 x   แสดงวา x 0  เปนเซตคําตอบของอสมการ 2 2x 3x 7x 12    2 2x 10x 12 0    2(x 2)(x 3) 0    x 2  หรือ x 3  ( ,2] [3, )    (2,3) B = (2, 3) (0,5)  เปนเซตคําตอบของ 2 2 | 3 2x x | x 2x 3      2 3    2 3 0 13.00 – 16.00 น. หน้า |51  A B
  • 53.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 และ B เปนเซตคําตอบของ แลวเซต A B  เทากับขอใดตอไปนี้ 1. { 3,1}  3. [ 4,3]  5. [ 4,1] {2,3}   ขอ 24 ตอบ 4. แนวคิด ให A เปนเซตคําตอบของ จะพบวา โดยสมบัติ x x   ก็ตอเมื่อ จากสมการ (1) จะได นํา –1 คูณตลอด ; ดังนั้น A ( , 3] [1, )      ให B เปนเซตคําตอบของ โดยสมบัติ 2 x x  ยกกําลังสองทั้งสองขาง โดยที่ 2 1 47 (x ) 0 2 4    ดังนั้น B [ 4,3]   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเซตคําตอบของ 2 | x x | 12   เทากับขอใดตอไปนี้ 2. [ 3,1]  4. [ 4, 3] [1,3]    2 2 | 3 2x x | x 2x 3      2 2 | 3 2x x | (3 2x x )       ก็ตอเมื่อ x 0  2 3 2x x 0    2 x 2x 3 0    (x 3)(x 1) 0    3 x   หรือ x 1  A ( , 3] [1, )      เปนเซตคําตอบของ 2 | x x | 12   ยกกําลังสองทั้งสองขาง ; 2 2 2 (x x) 12   2 2 2 (x x) 12 0    2 2 (x x 12)(x x 12) 0      2 1 47 (x 4)(x 3) (x ) 0 2 4            (x ) 0    แสดงวา (x 4)(x 3) 0    4 x 3    3  1    4  3    13.00 – 16.00 น. หน้า |52 | 3 2x x | x 2x 3      2 2 | 3 2x x | (3 2x x )       ...(1) x 1
  • 54.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 จะได A B [ 4, 3] [1,3]      25. ให z แทนสังยุค (Conjugate ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 A B [ 4, 3] [1,3]      Conjugate) ของจํานวนเชิงซอน z และ 2 i 1   4  3  1 13.00 – 16.00 น. หน้า |53  3 A B
  • 55.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ถา z (1 i)   เปนจํานวนจินตภาพแท และ แลว z z  มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 1. 2 3. 4 5. 6 ขอ 25 ตอบ 4. แนวคิด กําหนดให z = x + yi โดยที่ z (1 i) (x yi) (1 i) (x 1) (y 1)i           แตโจทยกําหนด z (1 i)   โดยที่ 2 2 2 2 z 2(1 i) (x yi) 2(1 i) (x 2xyi y ) 2(1 2i 1)                 แตโจทยกําหนด 2 2 z 2(1 i)   แทน x = 1 ; ดังนั้น z = 1 + 2i จะได z z (1 2i)(1 2i) 1 (2i) 1 4 5          26. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนจํานวนจินตภาพแท และ 2 2 z 2(1 i)   เปนจํานวนจริง มีคาเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 3 4. 5 z = x + yi เมื่อ x,y R  z (1 i) (x yi) (1 i) (x 1) (y 1)i           z (1 i)   เปนจํานวนจินตภาพแท แสดงวา x 1 0   x 1 2 2 2 2 2 2 2 2 z 2(1 i) (x yi) 2(1 i) (x 2xyi y ) 2(1 2i 1) (x y ) (2xy 4)i                 2 2 z 2(1 i)   เปนจํานวนจริง แสดงวา 2xy 4 0   2(1)y 4 0   2y 4 0   2 2 z z (1 2i)(1 2i) 1 (2i) 1 4 5          20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน 13.00 – 16.00 น. หน้า |54 เปนจํานวนจริง x 1 0   x 1  2xy 4 0   2(1)y 4 0   2y 4 0   y 2  
  • 56.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี ถาสุมพนักงานมา 4 คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน และพนักงานฝายขายผูหญิง 1. 4 5 3. 8 4845 5. 16 4845 ขอ 26 ตอบ 5. แนวคิด บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงาน 20 ฝายผลิตมี 8 คน และฝายขายมี สมมติให n แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน แสดงวา พนักงานชายฝายผลิตมี พนักงานชายฝายขายมี โดยที่พนักงานผูชายทั้งหมด จะไดสมการคือ จะไดวา ฝายผลิต มีพนักงานหญิง ฝายขาย มีพนักงานหญิง สุมพนักงานมา 4 คนจาก 20 n(S) 5 19 3 17        เหตุการณที่สุมไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน n(E) 4 4 16       ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน P(E)    27. มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน คน ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 8 969 4. 16 969 20 คน เปนผูชาย 10 คน ฝายบริหารมีผูชาย 3 คน คน และฝายขายมี 7 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน พนักงานชายฝายผลิตมี 8 – n คน พนักงานชายฝายขายมี 7 – n คน โดยที่พนักงานผูชายทั้งหมด 10 คน และฝายบริหารมีผูชาย 3 คน 3 + (8 – n) + (7 – n) = 10 18 – 2n = 10 2n = 8 n = 4 ฝายผลิต มีพนักงานหญิง 4 คน พนักงานชาย 8 – 4 = 4 คน ฝายขาย มีพนักงานหญิง 4 คน พนักงานชาย 7 – 4 = 3 คน 20 คน จะได 20 20! 20 19 18 17 n(S) 5 19 3 17 4 16!4! 4 3 2 1                    เหตุการณที่สุมไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 คน และพนักงานฝายขายผูหญิง 4 4 4! 4! n(E) 4 4 16 3 1 1!3! 3!1!                ความนาจะเปนที่จะไดพนักงานฝายผลิตผูชายจํานวน 3 คนและพนักงานฝายขายผูหญิง n(E) 16 16 P(E) n(S) 5 19 3 17 4845       1 , 2 , 3 , 4 และ 5 นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง 13.00 – 16.00 น. หน้า |55 โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน 3 คน โดยที่ฝายผลิตและฝายขายมีจํานวนผูหญิงเทากัน แทนจํานวนผูหญิงของพนักงานฝายผลิตและฝายขายซึ่งมีจํานวนเทากัน n(S) 5 19 3 17        คน และพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน จะได คนและพนักงานฝายขายผูหญิง 1 คน เทากับ  และใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้
  • 57.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน 1. 90 3. 360 5. 810 ขอ 27 ตอบ 3. แนวคิด มีเลขโดด 5 ตัว คือ 1 , 2 , 3 , 4 นําเลขโดดเหลานี้มา 3 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง มีขั้นตอนในการสรางจํานวน ขั้นตอนที่ 1 เลือกจํานวนเต็มจาก มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ ขั้นตอนที่ 2 เลือกตัวเลข 1 มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ ขั้นตอนที่ 3 นําตัวเลขทั้ง 4 มีจํานวนวิธีการเรียงสับเปลี่ยนเทากับ จากขั้นตอน 1 , 2 และ 3 จะไดจํานวนสี่หลักที่ตองการทั้งหมด 28. คาของ 2 x 1 ( x 1)(3x 2) lim 3x x 2      ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก จะมีจํานวนนับสี่หลักที่ตองการทั้งหมดกี่จํานวน 2. 120 4. 600 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 ตัวไมซ้ํากันและใชเลขโดดทั้ง 3 ตัวนี้เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก มีขั้นตอนในการสรางจํานวน 4 หลักนั้นดังนี้ เลือกจํานวนเต็มจาก 5 ตัวมา 3 ตัว มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ 5 5! 10 3 2!3!         วิธี 1 ตัวจากสามตัวที่เลือกมาที่เลขนั้นจะใช 2 หลัก อีก 2 มีจํานวนวิธีการเลือกเทากับ 3 2 3! 2! 3 1 2 1!2! 0!2!             วิธี 4 ตัว ซึ่งในกลุมตัวเลขนี้มีซ้ํา 2 ตัว มาเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสน มีจํานวนวิธีการเรียงสับเปลี่ยนเทากับ 4! 12 2!  วิธี จะไดจํานวนสี่หลักที่ตองการทั้งหมด เทากับ 10 3 12 360    จํานวน ( x 1)(3x 2) 3x x 2     เทากับขอใดตอไปนี้ 13.00 – 16.00 น. หน้า |56 ตัวนี้เพื่อสรางจํานวนนับสี่หลัก 2 ตัวจะใชตัวเลขละ 1 หลัก ตัว มาเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสน 
  • 58.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 1. 1 10  3. 1 10 5. 1 ขอ 28 ตอบ 3. แนวคิด 2 x 1 x 1 ( x 1)(3x 2) ( x 1)(3x 2) lim lim 3x x 2       29. ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง โดยที่ ขอใดตอไปนี้ถูกตอง ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 2. 0 4. 1 5 2 x 1 x 1 ( x 1)(3x 2) ( x 1)(3x 2) lim lim (3x 2)(x 1) 3x x 2            x 1 ( x 1 lim    )(3x 2) (3x 2)( x 1    )( x 1)  x 1 3x 2 lim (3x 2)( x 1)      3(1) 2 (3(1) 2)( 1 1)     1 10  เปนจํานวนจริง โดยที่ 1 1 1 1 a 50 b 51 c 52 d 53        13.00 – 16.00 น. หน้า |57 )(3x 2) )( x 1)   1 1 1 1 a 50 b 51 c 52 d 53       
  • 59.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 1. c a b d    3. b d c a    5. d c a b    ขอ 29 ตอบ 1. แนวคิด ให a , b , c และ d เปนจํานวนจริง โดยที่ a 50 b 51 c 52 d 53 แสดงวา a + 50 = b สมมติให a + 50 = b – ดังนั้น a + 50 = k b – 51 = k c + 52 = k d – 53 = k โดยที่ k – 52 < k – 50 < k +51 < k + 53 ดังนั้น c < a < 30. หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 2. c d a b    4. d b a c    เปนจํานวนจริง 1 1 1 1 a 50 b 51 c 52 d 53        a + 50 = b – 51 = c + 52 = d – 53 51 = c + 52 = d – 53 = k a + 50 = k  a = k – 50 51 = k  b = k + 51 c + 52 = k  c = k – 52 53 = k  d = k + 53 50 < k +51 < k + 53 c < a < b < d หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม 13.00 – 16.00 น. หน้า |58 c d a b d b a c  คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา
  • 60.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้ 1. 0.10 3. 0.14 5. 0.16 ขอ 30 ตอบ 2. แนวคิด หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ นั่นคือ 50   และ   ให 1 2 N , N แทนจํานวนนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ 1 2 ,   แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ 1 2 ,   แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย นักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ นั่นคือ 1 N 22  , 1   และ 2 N 40 22 18    โดยสูตรคาเฉลี่ยเลขคณิตรวม จะได จะพบวา 1 2    ทําใหสูตรความแปรปรวนรวมคํานวณไดจากสูตร ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายเทากับ 50 กิโลกรัม และ แลวน้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผันเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 0.12 4. 0.15 หองเรียนหองหนึ่งมีนักเรียน 40 คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนหองนี้เทากับ 50 กิโลกรัม และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5   แทนจํานวนนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ ถาหองเรียนนี้ มีนักเรียนชาย 22 คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิตและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของ กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ 1 50   และ 1 4   N 40 22 18    โดยสูตรคาเฉลี่ยเลขคณิตรวม 1 1 2 2 1 2 N N N N       2 22(50) 18 50 40    2 2000 1100 18    2 50   ทําใหสูตรความแปรปรวนรวมคํานวณไดจากสูตร 13.00 – 16.00 น. หน้า |59 โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิต กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ตามลําดับ คน ผลการสํารวจน้ําหนักของนักเรียนหองนี้ พบวา กิโลกรัม และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5 กิโลกรัม แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของน้ําหนักของนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงตามลําดับ แทนสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงตามลําดับ คน โดยที่มีคาเฉลี่ยเลขคณิตและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของน้ําหนักของ
  • 61.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 จะได แสดงวา ดังนั้น น้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผัน เทากับ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 2 2 2 1 1 2 2 1 2 N N N N       2 2 2 2 (22)(4 ) 18 5 40    2 2 1000 352 18    2 2 36   2 6   ดังนั้น น้ําหนักของนักเรียนหญิงมีสัมประสิทธิ์ของการแปรผัน เทากับ 2 2 6 50     13.00 – 16.00 น. หน้า |60 6 0.12 50   
  • 62.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 31. กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ... และ 1 2 3 n b , b , b , ...,b , ... ถา 1 a 1  และ 1 b 7  1. 3 70 3. 2 77 5. 6 77 ขอ 31 ตอบ 5. แนวคิด กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ... โดยมี n n 1 3 a 2     โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได แทน 1 a 1  ; โดยพจนที่ n ของอนกุรมเรขาคณิต คือ กําหนดให 1 2 3 n b , b , b , ...,b , ... โดยมี n n 1 b 5     โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได แทน 1 b 7  ; ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n n 1 3 a 2     1 2 3 n b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยมี n n 1 b 5     b 7  แลว n n 1 n a b    เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 7 70 4. 5 77 1 2 3 n a , a , a , ...,a , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได 1 a 3 1 r 2   1 3 1 r 2   2 3 3r   1 r 3  ของอนกุรมเรขาคณิต คือ n 1 n 1 a a r   จะได n 1 n 1 n 1 1 a 1( ) ( ) 3 3   1 2 3 n b , b , b , ...,b , ...เปนลําดับเรขาคณิต โดยสูตรผลบวกอนันตของอนุกรมเรขาคณิต จะได 1 b 5 1 r   7 5 1 r   13.00 – 16.00 น. หน้า |61 3 2  n 1 n 1 1 1 a 1( ) ( ) 3 3    
  • 63.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 โดยพจนที่ n ของอนกุรมเรขาคณิต คือ ดังนั้น n 1 n n 1 n 1 ( ) a 3 b 2 7 3 2 7 6 7( ) 5          จะได n n 1 n 1 n 1 n a 1 5 1 5 1 1 1 6 6 b 7 6 7 6 7 5 7 11 77                  ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 7 5 5r   2 r 5   ของอนกุรมเรขาคณิต คือ n 1 n 1 n b r   จะได n 2 b 7( ) 5   n 1 n 1 n 1 n 1 1 1 5 1 5 ( ) b 2 7 3 2 7 6 7( )                      n 1 n 1 n 1 n 1 n 1 1 5 1 5 1 1 1 6 6 b 7 6 7 6 7 5 7 11 77 1 ( ) 6                                              13.00 – 16.00 น. หน้า |62 n 1 2 b 7( ) 5    1 5 1 5 1 1 1 6 6 b 7 6 7 6 7 5 7 11 77 1 ( ) 6                     
  • 64.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 32. ให 3 a b A 0 a 1 1 1 0             เมื่อ ถา 21 C (A) 2  และ detA 2 1. – 3 3. 2 5. 3 ขอ 32 ตอบ 5. แนวคิด ให 3 a b A 0 a 1 1 1 0             เมื่อ โดยที่ 21 C (A) 2  จะได เนื่องจาก detA 2   จะได 3(a)(0) a(1)( 1) b(1)(0) ( 1)ab a(0)(0) 3(1)(1)          แทน b = 2 ; ดังนั้น a + b = 1 + 2 = 3 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00           เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง detA 2   แลว a b  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 5 3 4. 7 3           เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง จะได 2 1 a b ( 1) 2 1 0      a(0) b(1) 2    (0 b) 2    b 2  detA 2 จะได 3 a b 0 a 1 2 1 1 0       3(a)(0) a(1)( 1) b(1)(0) ( 1)ab a(0)(0) 3(1)(1) 2          a ( ab 3) 2       a ( 2a 3) 2       a 3 2    a 1  a + b = 1 + 2 = 3 13.00 – 16.00 น. หน้า |63 ( 1) 2 a(0) b(1) 2 (0 b) 2 b 2 0 a 1 2   2          a ( ab 3) 2       a ( 2a 3) 2       a 3 2    a 1  
  • 65.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 33. กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่ ถา f(0) 0  แลว f(2) เทากับขอใดตอไปนี้ 1. 1 3. 2 5. 3 ขอ 33 ตอบ 1. แนวคิด กําหนดให f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่ x ; x 1 f (x) x 1 ; x 1          สําหรับ x < 1 จะได โดยที่ f(0) = 0 ; ดังนั้นสําหรับ x < 1 จะได สําหรับ x > 1 จะได ดังนั้น 2 2 x 2 f(x) x x c ; x 1 2            ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง โดยที่ x ; x 1 f (x) x 1 ; x 1          f(2) เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 1.5 4. 2.5 เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง x ; x 1 x 1 ; x 1    f(x) xdx   2 1 x f(x) c 2   2 1 0 0 c 2   1 c 0  จะได 2 x f(x) 2  f(x) x 1 dx    2 2 x f(x) x c 2    2 2 x ; x 1 2 x c ; x 1     13.00 – 16.00 น. หน้า |64 x ; x 1 x 1 ; x 1   
  • 66.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 โดยที่ f เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แสดงวา f ตอเนื่องที่ x = 1 ดังนั้น ดังนั้น 2 2 x 2 f(x) x x 1 ; x 1 2            ทําให 2 2 f(2) 2 1 1 2     ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนฟงกชันตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง x = 1 ดวย ทําให x 1 lim f(x)  หาคาได x 1 x 1 lim f(x) lim f(x)      2 2 2 x 1 x 1 x x lim lim x c 2 2                      2 2 2 1 1 1 c 2 2    2 c 1  2 x ; x 1 2 x 1 ; x 1     โดยที่ f(1) = x 1 1 lim f(x) 2   f(2) 2 1 1     13.00 – 16.00 น. หน้า |65          1 2  
  • 67.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 34. ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง ถาฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว 1. 25 3. 9 5. 1 6 ขอ 34 ตอบ 1. แนวคิด ให f เปนฟงกชัน นิยามโดย เมื่อ a และ b เปนจํานวนจริง ฟงกชัน f ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แสดงวา จาก f ตอเนื่องที่ x = 1 จะได ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนฟงกชัน นิยามโดย 2 2 2 x ; x 0 x x ax (b a)x b f(x) ; 0 x 1 x 1 (x b) ; x 1                     เปนจํานวนจริง ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แลว f(a b)  เทากับขอใดตอไปนี้ 2. 16 4. 4 2 2 2 x ; x 0 x x ax (b a)x b f(x) ; 0 x 1 x 1 (x b) ; x 1                     เปนจํานวนจริง ตอเนื่องบนเซตของจํานวนจริง แสดงวา f ตอเนื่องที่ x = 0 และ x = 1 จะได x 1 f(1) lim f(x)   2 2 x 1 ax (b a)x b (1 b) lim x 1         2 x 1 (ax b)(x 1) (1 b) lim x 1        2 x 1 (1 b) lim (ax b)      2 (1 b) a b    13.00 – 16.00 น. หน้า |66 ; x 0 f(x) ; 0 x 1 (x b) ; x 1    เทากับขอใดตอไปนี้ ; x 0 f(x) ; 0 x 1 (x b) ; x 1    x = 1 ดวย ax (b a)x b    ...(1)
  • 68.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 จาก f ตอเนื่องที่ x = 0 จะได 2 a(0 ) (b a)(0) b x    แทน b = 1 ใน (1) ; ดังนั้น 2 x x x 3x 2x 1 f(x) ; 0 x 1 x 1 (x 1) ; x 1                   จะได a + b = 3 + 1 = 4 ดังนั้น f(a b) f(4) (4 1) 25      ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 จะได x 0 f(0) lim f(x)   2 x 0 a(0 ) (b a)(0) b x lim 0 1 x x         x 0 x b lim x(1 x)     x 0 1 b lim 1 x     1 b 1 0   b 1  2 (1 1) a 1    4 a 1   a 3  2 2 x ; x 0 x x 3x 2x 1 f(x) ; 0 x 1 x 1 (x 1) ; x 1           a + b = 3 + 1 = 4 2 f(a b) f(4) (4 1) 25      13.00 – 16.00 น. หน้า |67 ...(2) 
  • 69.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 35. โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง มีขอมูล ดังนี้ เดือน จํานวนสินคาที่ผลิต (x) (หนวยเปนชิ้น) ยอดขายสินคา(y) (หนวยเปนบาท) จากการสํารวจพบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น ถาจํานวนสินคาผลิต 10,000 1. 600,000 บาท 3. 660,000 บาท 5. 760,000 บาท ขอ 35 ตอบ 2 แนวคิด โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง มีขอมูล ดังนี้ เดือน จํานวนสินคาที่ผลิต (x) (หนวยเปนชิ้น) ยอดขายสินคา(y) (หนวยเปนบาท) ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง ม.ค. ก.พ. มี.ค. ... ) 1 x 2 x 3 x ... 1 y 2 y 3 y ... คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง และถาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 10,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้ 2. 620,000 บาท 4. 720,000 บาท โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง ม.ค. ก.พ. มี.ค. ... ) 1 x 2 x 3 x ... 1 y 2 y 3 y ... 13.00 – 16.00 น. หน้า |68 โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง พ.ย. ธ.ค. 11 x 12 x 11 y 12 y ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับขอใดตอไปนี้ โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งไดสํารวจยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตในแตละเดือนของปหนึ่ง พ.ย. ธ.ค. 11 x 12 x 11 y 12 y
  • 70.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 จากการสํารวจ 12 เดือนพบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ แสดงวา 12 i i 1 x 6,000 12    คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ แสดงวา 12 i i 1 y 380,000 12    ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง แสดงวาสมการทํานายคือ โดยมีสมการปกติสมการหนึ่งคือ จะได นํา 12 หารตลอด ; โจทยกําหนดวาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น นั่นคือ ถาจํานวนสินคาที่ผลิตเทากับ เมื่อนําไปแทนใน (1) จะได นํา (3) – (1) ; แทน m = 60 ใน (2) ; ดังนั้นสมการทํานายคือ y 60x 20,000 และเมื่อผลิตสินคาจํานวน 10,000 จะไดยอดขายสินคาโดยประมาณ ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เดือนพบวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของจํานวนสินคาที่ผลิต เทากับ 6,000 ชิ้น 6,000 12 i i 1 x 12 6,000      คาเฉลี่ยเลขคณิตของยอดขายสินคา เทากับ 380,000 บาท 380,000 12 i i 1 y 12 380,000      ยอดขายสินคาและจํานวนสินคาที่ผลิตมีความสัมพันธเชิงฟงกชันแบบเสนตรง y mx c   โดยมีสมการปกติสมการหนึ่งคือ 12 12 12 i i i 1 i 1 i 1 y m x c         12 380,000 m(12 6,000) 12c     380,000 6,000m c   โจทยกําหนดวาจํานวนสินคาผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น ถาจํานวนสินคาที่ผลิตเทากับ x + 1,000 ชิ้น ยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับ y 60,000 m(x 1,000) c     y 60,000 mx 1,000m c     60,000 1,000m  m 60  380,000 6,000(60) c   c 20,000  y 60x 20,000   10,000 ชิ้น จะไดยอดขายสินคาโดยประมาณ 60(10,000) 20,000 620,000   บาท 13.00 – 16.00 น. หน้า |69 ...(1) 12 380,000 m(12 6,000) 12c ...(2) ชิ้น แลวยอดขายสินคาโดยประมาณเพิ่มขึ้น 60,000 บาท ชิ้น ยอดขายสินคาโดยประมาณเทากับ y + 60,000 บาท ...(3) 
  • 71.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข จํานวน 10ขอ (ขอ 36 36. ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต ขอ 36 ตอบ 0.5 แนวคิด ให A เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ จะได สมบัติ a log b a b ;  ดังนั้น หาคา log ทั้งสองขาง ; log x 3log2 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 แบบอัตนัย ระบายคําตอบที่เปนตัวเลข 36 – 45) ขอละ 9 คะแนน เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ x log x log 8 2 log 2 (2x) 4 ( 2)          แลวผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับเทาใด เปนเซตคําตอบทั้งหมดของสมการ log x x log x log8 2 log 2 (2x) 4 ( 2)          2 1 ( log x) x log x (log 8 ) 2 2 log 2 (2x) 2 2          2 log (x ) x log x log 64 2 log 2 (2x) 2 2          1 x log x log64 2 2 log 2 (2x) 2 x          1 2 x log x log 64 x 2 (2x) 2 2    x log x log 64 x 2 (2x) 2 2    log x log 64 (2x) 2 0   log x log 64 (2x) 2     log x log 64 log (2x) log 2  log x log(2x) log64log2    6 log x log x log2 log2 log2   2 2 (log x) (log2)(log x) 6(log2)   2 2 (log x) (log2)(log x) 6(log2) 0       log x 3 log2 log x 2log2 0    log x 3log2   หรือ log x 2log2  13.00 – 16.00 น. หน้า |70 2 log x log 2 (2x) 4 ( 2)          2 log x log 2 (2x) 4 ( 2) 2 1 ( log x) 2 log 2 (2x) 2 2 1 2 2 log (x ) log 2 (2x) 2 2 1 2 log 2 (2x) 2 x 1 2 x log x log 64 x log x log 64  log x log 64 log (2x) log 2 log x log(2x) log64log2 6 log x log x log2 log2 log2 2 2 (log x) (log2)(log x) 6(log2) log x 2log2 
  • 72.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 log x log2 เนื่องจากคา 3 2 และ 2 2 ดังนั้นเซตคําตอบของสมการคือ ทําใหผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 3 log x log2  หรือ log x log2  3 x 2  หรือ 2 x 2  2 2 เปนจํานวนบวกและเมื่อแทนในสมการแลวทําใหสมการเปนจริง ดังนั้นเซตคําตอบของสมการคือ A =   3 2 2 , 2  ทําใหผลคูณของสมาชิกทั้งหมดในเซต A เทากับ 3 2 1 1 2 2 2 0.5 2       13.00 – 16.00 น. หน้า |71 2 log x log2  2 x 2  เปนจํานวนบวกและเมื่อแทนในสมการแลวทําใหสมการเปนจริง 2 2 2 0.5 
  • 73.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 37. ให 5 sec A 3   และ sin A 0 คาของ 5sinA cotA 1 cotAcosecA   ขอ 37 ตอบ 52 แนวคิด ให 5 sec A 3   และ sin A 0 เนื่องจาก sec A < 0 แต จาก 5 sec A 3   จะไดสามเหลี่ยมมุมฉาก ดังรูป จากรูปจะได sin( A)    cot( A)    ดังนั้น 5sin A cotA 13 16 1 cotA cosec A 3 5 15 4 1   x 4  ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 sin A 0  เมื่อ 0 A 2    5sinA cotA 1 cotAcosecA เทากับเทาใด sin A 0  เมื่อ 0 A 2    แต sin A > 0 ทําให A 2     จะไดสามเหลี่ยมมุมฉาก ดังรูป โดยทฤษฎีบทปทาโกรัส 4 sin( A) 5    4 sin A 5   ทําให cosecA 3 cot( A) 4    3 cotA 4    3 cotA 4    4 3 3 5( ) ( ) 4 5sin A cotA 13 16 5 4 4 52 1 cotA cosec A 3 5 15 4 1 1 ( )( ) 1 4 4 16            5 3 A 13.00 – 16.00 น. หน้า |72 โดยทฤษฎีบทปทาโกรัส 2 2 2 x 3 5   2 x 16  x 4  1 5 cosecA sin A 4   3 4    52 
  • 74.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 38. กําหนดให x , y , z และ x 2 1 k   , y x 2 2 2   ถา x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แลว ขอ 38 ตอบ 6 แนวคิด กําหนดให x , y , z และ x 2 1 k   , y x 2 2 2   จาก x 2 1 k   จะได y x 2 2 2 (1 k) 2 3 k        z y 2 2 4 (k 3) 4 k 7        โดยโจทยกําหนด x , y , z ดังนั้น จะได แทน k = 1 ใน (1), (2) และ x 2 1 1 2 x 1      y 2 3 1 4 y 2      z 2 1 7 8 z 3      ดังนั้น x + y + z = 1 + 2 + 3 = 6 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ y x 2 2 2   และ z y 2 2 4   เปนลําดับเลขคณิต แลว x y z   เทากับเทาใด และ k เปนจํานวนจริง ที่สอดคลองกับ y x 2 2 2   และ z y 2 2 4   2 1 k   ...(1) y x 2 2 2 (1 k) 2 3 k        ...(2) z y 2 2 4 (k 3) 4 k 7        ...(3) x , y , z เปนลําดับเลขคณิต แสดงวา x y y 2 , 2 , 2 เปนลําดับเรขาคณิต y z x y 2 2 2 2  3 k k 7 1 k k 3      2 (3 k) (1 k)(k 7)     2 2 9 6k k 7 8k k      k 1  และ (3) จะได 2 1 1 2 x 1      2 3 1 4 y 2      2 1 7 8 z 3      x + y + z = 1 + 2 + 3 = 6 13.00 – 16.00 น. หน้า |73 เปนลําดับเรขาคณิต 
  • 75.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 39. ให 2 f(x) 5 x   สําหรับทุกจํานวนจริง ถา f(x 1) ; x R g(x) 1 ; x R         คาของ (f g)(6) (g f)(3)    ขอ 39 ตอบ 8 แนวคิด ให 2 f(x) 5 x   สําหรับทุกจํานวนจริง เนื่องจาก 2 x 0   ทําให นั่นคือ เรนจของ f คือ f R ( ,5] โดยที่ g(x)  จะได g(x)  จะได g(6) = 1 (f g)(6) f(g(6)) f(1) 5 1 4       f(3) = 5 3 4    (g f)(3) g(f(3)) g( 4) 5 ( 4 1) 4           จาก (1) และ (2) จะได (f g)(6) (g f)(3) 4 ( 4) 8 ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f R เปนเรนจของ f f f f(x 1) ; x R 1 ; x R    (f g)(6) (g f)(3)   เทากับเทาใด สําหรับทุกจํานวนจริง x และให f R เปนเรนจของ f ทําให 2 5 x 5   แสดงวา f(x) 5  f R ( ,5]   f f f(x 1) ; x R g(x) 1 ; x R          2 5 (x 1) ; x 5 g(x) 1 ; x 5           2 (f g)(6) f(g(6)) f(1) 5 1 4      2 5 3 4    2 (g f)(3) g(f(3)) g( 4) 5 ( 4 1) 4          (f g)(6) (g f)(3) 4 ( 4) 8        13.00 – 16.00 น. หน้า |74 ...(1) ...(2) 
  • 76.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 40. กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... โดยที่ 1 3 a a 7   และ คาของ 1 2 3 50 a a a ... a     ขอ 40 ตอบ 6,050 แนวคิด กําหนดให 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... ให d เปนผลตางรวมของลําดับเลขคณิต โดยที่ 1 3 a a 7   จะได โดยที่ นํา 2 หารตลอด ; แทน 2 2a 7  ; จาก 2 2a 7  จะได a จากสูตรผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต จะได 1 2 3 50 50 a a a ... a S      ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง และ 2 4 6 8 a a a a 74     1 2 3 50 a a a ... a     เทากับเทาใด 1 2 3 n a , a , a , ..., a , ... เปนลําดับเลขคณิตของจํานวนจริง เปนผลตางรวมของลําดับเลขคณิต จะได 2 2 (a d) (a d) 7     2 2a 7  2 4 6 8 a a a a 74     2 2 2 2 a (a 2d) (a 4d) (a 6d) 74        2 4a 12d 74   2 2a 6d 37   7 6d 37   d 5  2 7 a 2  ทําให 1 2 7 3 a a d 5 2 2       พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต   n 1 n S 2a (n 1)d 2    1 2 3 50 50 a a a ... a S        1 50 2a (50 1)d 2    50 3 2( ) (50 1)5 2 2             25 3 245    6,050  13.00 – 16.00 น. หน้า |75 (a d) (a d) 7 2a 7 a a a a 74 a (a 2d) (a 4d) (a 6d) 74        4a 12d 74   2a 6d 37   7 6d 37   d 5  7 3 2 2       S 2a (n 1)d 
  • 77.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 41. ให c เปนจํานวนจริง และให ถาคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ ขอ 41 ตอบ 33 แนวคิด ให c เปนจํานวนจริง และให 3 2 f(x) x 12x 45x c      จะได 2 f (x) 3x 24x 45      สมมติให f (x) 0   จะได จะไดคาวิกฤติไดแก –3 , –5 เนื่องจาก f (x) 6x 24     และ f ( 3) 6( 3) 24 6 0          f ( 5) 6( 5) 24 6 0         โจทยกําหนดคาสูงสุดสัมพัทธของ แสดงวา f(–3) = 53 ดังนั้น แทน c = –1 จะได f(x) x 12x 45x 1      ดังนั้น 3 2 f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33               ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนจํานวนจริง และให 3 2 f(x) x 12x 45x c      สําหรับทุกจํานวนจริง เทากับ 53 แลวคาของ f(c) เทากับเทาใด 3 2 f(x) x 12x 45x c      สําหรับทุกจํานวนจริง x f (x) 3x 24x 45     2 3x 24x 45 0     2 3(x 8x 15) 0     3(x 3)(x 5) 0     x 3 , 5    5 f (x) 6x 24    f ( 3) 6( 3) 24 6 0         แสดงวา f( 3)  เปนคาสูงสุดสัมพัทธ f ( 5) 6( 5) 24 6 0        แสดงวา f(–5) เปนคาต่ําสุดสัมพัทธ โจทยกําหนดคาสูงสุดสัมพัทธของ f เทากับ 53 ดังนั้น 3 2 ( 3) 12( 3) 45( 3) c 53         27 108 135 c 53     54 c 53   c 1   3 2 f(x) x 12x 45x 1      3 2 f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33               13.00 – 16.00 น. หน้า |76 สําหรับทุกจํานวนจริง x x 3 , 5    เปนคาสูงสุดสัมพัทธ เปนคาต่ําสุดสัมพัทธ ( 3) 12( 3) 45( 3) c 53         27 108 135 c 53     54 c 53   c 1   f( 1) ( 1) 12( 1) 45( 1) 1 1 12 45 1 33               
  • 78.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 42. กําหนดให 1 F และ 2 F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน 2 2 5x 4y 10x 16y 31     ถา a, b และ c เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม มี 1 2 F F เปนเสนผานศูนยกลาง ขอ 42 ตอบ 36 แนวคิด กําหนดให 1 F และ 2 F เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน จัดสมการใหมดังนี้ นํา 20 หารตลอด ; ดังนั้นกราฟไฮเพอรโบลามีแกนตามขวางขนานแกน มีจุดศูนยกลางคือ (1, –2) มีคา 2 a 4  และ 2 b 5  โดยความสัมพันธของ a, b, c ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน 2 2 5x 4y 10x 16y 31     เปนจํานวนจริง ที่ทําใหวงกลม 2 2 x y ax by c 0      เปนเสนผานศูนยกลาง แลวคาของ 2 2 2 a b c   เทากับเทาใด เปนโฟกัสของไฮเพอรโบลารูปหนึ่งซึ่งมีสมการเปน 2 2 5x 4y 10x 16y 31     2 2 5(x 2x) 4(y 4y) 31     2 2 5(x 2x 1) 4(y 4y 4) 31 5 16         2 2 5(x 1) 4(y 2) 20     2 2 (x 1) (y 2) 1 4 5     ดังนั้นกราฟไฮเพอรโบลามีแกนตามขวางขนานแกน X 2 b 5  a, b, c ของไฮเพอรโบลา คือ 2 2 2 c a b   2 c 4 5   2 c 9  c 3  X Y (1, 2)     1 F 2 F 13.00 – 16.00 น. หน้า |77 x y ax by c 0      5(x 2x) 4(y 4y) 31 5(x 2x 1) 4(y 4y 4) 31 5 16         5(x 1) 4(y 2) 20 2 2 2
  • 79.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 โดยที่ 1 2 F F เปนเสนผานศูนยกลางของวงกลม โดยที่ 1 2 F F 6  จะไดวงกลมนี้มีรัศมีเทากับ และมีจุดศูนยกลางเปนจุดเดียวกันกับจุดศูนยกลางของไฮเพอรโบลา ซึ่งคือจุด แสดงวาสมการวงกลมคือ แสดงวาวงกลมที่ 2 2 x y ax by c 0      ดังนั้น a = –2 , b = 4 , c = ทําให 2 2 2 2 2 2 a b c ( 2) 4 ( 4) 4 16 16 36            ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเสนผานศูนยกลางของวงกลม 2 2 x y ax by c 0      วงกลมนี้มีรัศมีเทากับ 3 และมีจุดศูนยกลางเปนจุดเดียวกันกับจุดศูนยกลางของไฮเพอรโบลา ซึ่งคือจุด (1, 2 2 2 (x h) (y k) r     2 2 2 (x 1) (y 2) 3     2 2 x 2x 1 y 4y 4 9       2 2 x y 2x 4y 4 0      2 2 x y ax by c 0      มีสมการคือ 2 2 x y 2x 4y 4 0      2 , b = 4 , c = –4 2 2 2 2 2 2 a b c ( 2) 4 ( 4) 4 16 16 36            13.00 – 16.00 น. หน้า |78 x y ax by c 0      (1, –2) x y 2x 4y 4 0      
  • 80.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 43. กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ และเมทริกซผูกพันของ A คือ คาของ   det x adj(A) เทากับเทาใด ขอ 43 ตอบ 1,323 แนวคิด กําหนดให A เปนเมทริกซที่มีมิติ และเมทริกซผูกพันของ A คือ จะไดวา det adj(A) 2 x 2 2 x det adj(A) det adj(A) โดยสมบัติ   det adj(A) det(A)  จากสมการ (1) จะได แทน det(A) 7   ; โดยสมบัติ n det(kA) k det(A)  ดังนั้น   det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323      ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3  โดยที่ det(A) 7   คือ 4 1 x adj(A) 2 x 2 1 5 1                 เมื่อ x เปนจํานวนจริงบวก เทากับเทาใด เปนเมทริกซที่มีมิติ 3 3  โดยที่ det(A) 7   คือ 4 1 x adj(A) 2 x 2 1 5 1                   4 1 x 4 1 det adj(A) 2 x 2 2 x 1 5 1 1 5             det adj(A)  (–4x + 2 + 10x) – ( 2 x – 40 + 2)   det adj(A)  2 x 6x 40      n 1 det adj(A) det(A)   เมื่อ A เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด   3 1 2 det(A) x 6x 40      3 1 2 ( 7) x 6x 40       2 x 6x 9 0    2 (x 3) 0   x 3  n det(kA) k det(A)  เมื่อ A เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด n n      3 1 3 2 det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323       13.00 – 16.00 น. หน้า |79 เปนจํานวนจริงบวก 40 + 2) ...(1) เปนเมทริกซจัตุรัสขนาด n n  det(A) x 6x 40     ( 7) x 6x 40      n n  3 2 det x adj(A) det 3adj(A) 3 det(A) 27( 7) 1,323      
  • 81.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 44. กําหนดให {1, 2, 3, ...}   f(1,m) 1  สําหรับ f(n,m) 0  สําหรับ f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       คาของ f(2,4) เทากับเทาใด ขอ 44 ตอบ 4 แนวคิด กําหนดให {1, 2, 3, ...}   f(1,m) 1  สําหรับ f(n,m) 0  สําหรับ f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       จะได f(2, 2) f(2, 3) f(3, 3) ดังนั้น f(2, 4) ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 {1, 2, 3, ...} สําหรับ m   สําหรับ n,m   โดยที่ n m  f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       สําหรับ n,m  เทากับเทาใด {1, 2, 3, ...} สําหรับ m   สําหรับ n,m   โดยที่ n m  f(n,m 1) f(n 1,m) f(n,m) f(n 1,m)       สําหรับ n,m  f(2, 2) = f(2, 1+1) = f(1, 1) + f(2, 1) + f(3, 1) = 1 + 0 + 0 = 1 f(2, 3) = f(2, 2+1) = f(1, 2) + f(2, 2) + f(3, 2) = 1 + 1 + 0 = 2 f(3, 3) = f(3, 2+1) = f(2, 2) + f(3, 2) + f(4, 2) = 1 + 0 + 0 = 1 f(2, 4) = f(2, 3+1) = f(1, 3) + f(2, 3) + f(3, 3) = 1 + 2 + 1 = 4 13.00 – 16.00 น. หน้า |80 n,m   และ n 2  n,m   และ n 2  
  • 82.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 45. กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง z พื้นที่ใตเสนโคง คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ คะแนนสอบของนาย ข. แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เท ขอ 45 ตอบ 54 แนวคิด คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ นั่นคือ 20   และให  แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบของนักเรียนหองนี้ นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้ ให 1 2 x , x แทนคะแนนของ นาย ก นาย ก. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข ดังนั้น โดยที่คะแนนสอบของนาย ก จากสูตรคามาตรฐาน x z  แทน 20   ; แทน 1 2 x 2x  ; ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 กําหนดตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z ดังตาราง 0.7 1.3 2.42 0.2580 0.4032 0.4922 คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน นาย ก. และนาย ข. เปนนักเรียนในหองนี้ สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข. และคะแนนสอบของนาย ก คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3 ถามีนักเรียนรอยละ 24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวา แลวคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับเทาใด คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตรของนักเรียนหองหนึ่ง มีการแจกแจงปกติ และมีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 20 คะแนน แทนคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบของนักเรียนหองนี้ เปนนักเรียนในหองนี้ แทนคะแนนของ นาย ก. และ นาย ข. สอบไดคะแนนเปนสองเทาของคะแนนสอบของนาย ข. 1 2 x 2x  คะแนนสอบของนาย ก. คิดเปนคะแนนมาตรฐานเทากับ 1.3 x z     จะได 1 x 1.3     1 x 1.3 20    1 x 26    2 2x 26    13.00 – 16.00 น. หน้า |81 2.42 0.4922 เปนนักเรียนในหองนี้ และคะแนนสอบของนาย ก. ที่สอบไดคะแนนนอยกวา ากับเทาใด 1 2 ...(1) 1.3 1.3 x 26 2x 26 ...(2)
  • 83.
    รหัสวิชา 71 ความถนัดทางคณิตศาสตร วันเสารที่22 กุมภาพันธ 2563 โดยที่มีนักเรียนรอยละ 24.2 จะลงตําแหนงของคะแนนนาย ข แสดงวาพื้นที่ใตเสนโคงปกติตั้งแต ตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง จะไดวาคะแนนมาตรฐานของคะแนนสอบของ นาย ข จากสูตรคามาตรฐาน x z  แทน 20   ; นํา 2 คูณตลอด ; นํา (2) – (3) ; ดังนั้นคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับ 24.2% 50% 24.2% 25.8%   ความถนัดทางคณิตศาสตร เวลา 13.00 24.2 ที่สอบไดคะแนนนอยกวาคะแนนสอบของนาย ข. จะลงตําแหนงของคะแนนนาย ข. บนเสนจํานวนของเสนโคงปกติ ดังนี้ แสดงวาพื้นที่ใตเสนโคงปกติตั้งแต 2 x ถึง  เทากับ 25.8 0.2580 100  ตารางแสดงพื้นที่ใตเสนโคงปกติมาตรฐานระหวาง 0 ถึง z จะไดวาคะแนนมาตรฐานของคะแนนสอบของ นาย ข. เทากับ –0.7 x z     จะได 2 x 0.7      2 x 0.7 20     2 x 14     2 2x 2 28     2 2 (2x ) (2x 2 ) 26 ( 28)         54   ดังนั้นคาเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบครั้งนี้ เทากับ 54 คะแนน   2 x 50% 24.2% 25.8%   13.00 – 16.00 น. หน้า |82 0.7 0.7 x 14 2x 2 28     ...(3) (2x ) (2x 2 ) 26 ( 28)         54 