แนวทางการวินิจฉัย การปฐมพยาบาล และการดูแลรักษา


           ภาวะเปนพิษจากพาราควอท

               PARAQUAT POISONING

         a practical guide to diagnosis, first aid and
                                  hospital treatment




                0
คํานิยม
           หนังสือคูมือแนวทางการวินจฉัย การปฐมพยาบาล และการดูแลรักษา ภาวะเปนพิษจาก
                                     ิ
"พาราควอท" เลมนี้ ทางบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด ไดจัดทําขึ้นเพื่อมอบใหแก
ทางโรงพยาบาล หนวยงาน นายแพทย หรือผูที่เกี่ยวของตลอดจนผูที่มีความสนใจทัวไป เพื่อใหเกิด
                                                                               ่
ประโยชนตอการรักษาพยาบาลผูปวย ขอความสวนใหญในหนังสือเลมนี้ไดแปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือ PARAQUAT POISONING a practical guide to diagnosis, first aid and hospital treatment
ฉบับลาสุด ป ค.ศ 2003 ของบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด
           บริษัทฯ ขอขอบพระคุณ นายแพทย วินย วนานุกูล และ ดร.อํานวย ถิฐาพันธ
                                              ั
ที่ไดกรุณาชวยแปล ตรวจทานและแกไข เพิ่มเติม เพื่อใหหนังสือเลมนีมความสมบูรณยิ่งขึ้น
                                                                  ้ ี
           บริษัทฯ ขอขอบพระคุณ นายแพทย สมิง เกาเจริญ นายแพทย วินัย วนานุกูล แพทยหญิง
สุดา วรรณประสาท นายแพทย สัมมนต โฉมฉาย แพทยหญิง จุฬธิดา โฉมฉาย นายแพทย
ธีระ กลลดาเรืองไกร และนายแพทย สุชัย สุเทพารักษ ทีไดใหเกียรติแกทางบริษัทฯ โดยอนุญาตให
                                                    ่
นําชื่อ และสถานที่ทํางานของทานมาลงไวในหนังสือเลมนี้ เพื่อการติดตอขอคําแนะนํา
และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาผูปวย
                                         
           ทายที่สุดบริษทฯ ขอขอบพระคุณ กรมวิชาการเกษตร ทีไดกรุณารวบรวมรายชื่อทางการคา
                         ั                                     ่
ของสารกําจัดวัชพืช พาราควอท ที่ไดรับการขึ้นทะเบียนวัตถุมพษ เพื่อนํามาใชประกอบใน
                                                           ี ิ
รายละเอียดของหนังสือเลมนี้




                                             1
สารบัญ
คํานิยม                                                              1
บทนํา                                                                3
การรักษาภาวะเปนพิษจากการกินพาราควอท                                 4
           การวินจฉัย
                  ิ                                                  4
           การปฐมพยาบาลเบื้องตน                                     4
           การดูแลรักษาผูปวยเบื้องตนในโรงพยาบาล
                                                                    5
           การใชการตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัย            6
           ลักษณะทางคลินก   ิ                                        6
           การดูแลรักษาแบบประคับประคอง                               7
ผังงานแนวทางการดูแลรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทระยะแรก                9
การไดรับสัมผัสพาราควอททางอื่น
           ผิวหนัง                                                   10
           ตา                                                        11
           การสูดดม                                                  12
ขอมูลพื้นฐาน                                                        13
กลไกการเกิดพิษ                                                       14
ขบวนการทางชีวเคมีของภาวะเปนพิษจากพาราควอท                           15
การรักษาอื่นทีอาจไดประโยชน
                ่
           การเพิ่มการกําจัดพาราควอทออกจากรางกาย                    16
           การปองกันและรักษาภาวะพังผืดในปอด (Pulmonary fibrosis)    17
เทคนิคการวิเคราะห
           การวิเคราะหเชิงคุณภาพเพือยืนยันการวินจฉัย
                                     ่           ิ                   20
           การวิเคราะหสารพาราควอทเชิงปริมาณ                         21
ความสัมพันธระหวางระดับพาราควอทในพลาสมากับโอกาสรอดชีวิตของผูปวย   22
บรรณานุกรม                                                           24
รายละเอียดเพิมเติม
              ่                                                      25
รายชื่อทางการคาสารกําจัดวัชพืชพาราควอท                              27
รายชื่อโรงพยาบาลที่ไดรบการสนับสนุน Fuller's Earth
                         ั                                           29



                                         2
บทนํา

           พาราควอท เปนสารกําจัดวัชพืชที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยเมื่อ ใชตามคําแนะนํา
ที่ติดอยูบนฉลาก แตการไดรบสารพาราควอทในขนาดทีเ่ ปนพิษมีโอกาสเสียชีวตไดสง แมจะได
                                  ั                                           ิ    ู
รับการรักษาอยางเต็มที่ ซึ่งสวนใหญมักจะเปนกรณีที่มจุดประสงคเพื่อทํารายตัวเอง การวินิจฉัย
                                                        ี
ภาวะสัมผัสถูกพาราควอทตังแตระยะแรก และการรักษาเพื่อลดการปนเปอนของพาราควอท
                                ้
เขาสูรางกายแตเนิ่นๆ จึงเปนสวนสําคัญของการรักษา
           ในชวงหลายปมานี้ มีความกาวหนาเพียงเล็กนอยในการดูแลรักษาผูปวยที่มภาวะเปนพิษ
                                                                                 ี
จากพาราควอท หนังสือคูมือเลมนี้เขียนในแนวทางที่ใหความสําคัญกับการวินิจฉัยแตเนิ่นๆ
และการดูแลรักษาผูปวยในระยะแรกเปนหลัก และไดรวบรวมกลไกการเกิดพิษของพาราควอท
รวมทั้งผังงานแนวทางการดูแลรักษา เพื่อชวยใหแพทยวางแผนการรักษาตั้งแตระยะแรก ตลอด
จนวิธีการตรวจทางหองปฏิบัติการใหมๆ ดวย หนังสือคูมือเลมนี้เปนผลงาน รวมระหวาง บุคลากร
                                                          
ของ Health Assessments and Environmental Safety Department บริษท ซินเจนทา ครอป
                                                                    ั
โปรเทคชั่น จํากัดและ Medical Toxicology Unit, Guy’s & St Thomas’ Hospital NHS Trust,
กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
           หนังสือคูมือเลมนี้มีเปาหมายที่จะนําเสนอแนวทางการรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทที่
เหมาะสมและดีที่สุดในปจจุบัน อยางไรก็ตามคงตองตระหนักถึงดานความพรอมของการรักษา
ซึ่งมีความแตกตางกันอยางมากในแตละประเทศ และสถานพยาบาลแตละแหง แพทยควรเขาใจและ
ทราบถึงขีดความสามารถของเวชปฏิบัติและความพรอมของการตรวจทางหองปฏิบัติการของทองที่
นั้นๆเพื่อนําไปประยุกตใชตอไป

คําเตือน
        แมวาคณะผูนพนธหนังสือเลมนี้ไดเขียนคําแนะนําบนพืนฐานของความซื่อสัตยแหง
                     ิ                                     ้
วิชาชีพ และความรูที่มีหลักฐานและทันสมัยที่สุดที่มีอยูในขณะเวลาที่จัดพิมพหนังสือเลมนี้
                                                      
แตไมสามารถรับรองหรือไมไดหมายความวาคําแนะนําทังหมดในหนังสือเลมนี้จะถูกตองทั้งหมด
                                                          ้
นอกจากนี้ความสําเร็จในการรักษาใดๆ ยังขึนกับปจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือความควบคุมของผูนิพนธ
                                         ้
เชน สภาพรางกายโดยทั่วไปของผูปวย ระยะเวลาตั้งแตกนสารพาราควอทจนถึงเริ่มการรักษา
                                                        ิ
และปริมาณของผลิตภัณฑทกินเขาไป เปนตน
                            ี่




                                              3
การรักษาภาวะเปนพิษจากการกินพาราควอท

การวินิจฉัย

    • การวินจฉัยจะตองทําทันที พรอมกับการใหการปฐมพยาบาลโดยไมรอชา
              ิ
    • การวินจฉัยภาวะเปนพิษจากพาราควอท ทําไดโดยอาศัยขอมูลตอไปนี้
                ิ
       1. ประวัตของการกินพาราควอท ทั้งจากผูปวยเองหรือผูพบเห็น
                  ิ
       2. หลักฐานรองรอยของการกินพาราควอท เชน จดหมายลาตาย ขวดผลิตภัณฑเปลา
สวนที่กินเหลือ สี หรือ กลิ่น
       3. อาการแสดงทางคลินิก โดยเฉพาะอาการอาเจียนทีหยุดยาก มีแผลหรือการอักเสบ
                                                              ่
ของเยื่อบุชองปาก (ซึ่งจะพบไดหลังกินไปหลายชั่วโมงแลว)
           ประวัติการกินสารกําจัดวัชพืชที่เปนสีน้ําเงิน-เขียว แลวมีอาเจียนอยางมากเปนสีน้ําเงิน-
เขียว (หรือการไดนําลางกระเพาะเปนสีนาเงิน-เขียว) รวมกับมีอาการเจ็บปากและคอถือเปนขอมูล
                        ้               ้ํ
ที่สาคัญในการวินิจฉัยภาวะการกินพาราควอท
    ํ
    • การกินพาราควอทในภาวะตอไปนี้มักไมทาใหเกิดเปนภาวะพิษที่รนแรง
                                                 ํ                         ุ
       1. กินพืชที่ถกพนดวยพาราควอทมากอน
                      ู
       2. กินดินที่ถกพนดวยพาราควอทมากอน
                    ู
       3. กินพาราควอทชนิดเจือจางซึ่งใชสําหรับฉีดพนเพื่อกําจัดวัชพืช

การปฐมพยาบาลเบื้องตน

• ถาผูปวยไมไดกําลังอาเจียนอยูขณะนั้น พิจารณาใหกินสารอยางใดอยางหนึ่งตอไปนี้ คือ
             1. ผงถานกัมมันต (activated charcoal) ในขนาด
                     100 กรัม                              สําหรับผูใหญ
                     2 กรัม/กิโลกรัม ของน้ําหนักตัว        สําหรับเด็ก
             2. สารละลายดินเหนียว 15% Fuller’s Earth ในขนาด
                     1 ลิตร                                สําหรับผูใหญ
                     15 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ของน้ําหนักตัว สําหรับเด็ก
             สามารถเตรียมสารละลายนี้ไดโดย ผสมผงดินเหนียว Fuller’s Earth 2 1/2 กระปอง
(แตละกระปองมี 60 กรัม) ละลายในน้ํา 1 ลิตร


                                                  4
• ควรใหยาระบาย (หลังจากใหผงถานกัมมันต หรือ Fuller’s Earth) เชน mannitol หรือ
    magnesium sulphate
    • ถาคาดวาผูปวยกินสารในปริมาณมากพอทีอาจจะทําใหเกิดอันตรายได ควรพิจารณาสงผูปวย
                                             ่
ไปยังโรงพยาบาลหลังจากการปฐมพยาบาลโดยเร็ว
    (ผงดินเหนียว Fuller’s Earth สามารถติดตอขอรับไดจากบริษัทซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น
จํากัด หรือในกรณีฉุกเฉินสามารถยืมไดจากโรงพยาบาลใกลเคียงที่มรายชื่ออยูในทายหนังสือเลมนี้)
                                                               ี

การดูแลรักษาผูปวยเบื้องตนในโรงพยาบาล

    • ดูแลเรื่องทางเดินหายใจ การหายใจ และการไหลเวียนโลหิต
    • ควบคุมอาการอาเจียนดวย
       1. ยาตานเซอโรโตนิน3 (5HT3 antagonists) เชน ondansetron 8 มิลลิกรัมในผูใหญ หรือ
5 มิลลิกรัม/ตารางเมตรของพื้นที่ผิวกาย ในเด็ก โดยฉีดเขาหลอดเลือดชาๆ หรือผสมน้ําเกลือหยด
เขาหลอดเลือดในเวลามากกวา 15 นาที หรือ
       2. ยาแกอาเจียนกลุม Phenothiazine เชน prochlorperazine ควรหลีกเลี่ยงยากลุมตาน
โดพามีน (Dopamine antagonists) เชน metoclopramide เพราะยากลุมนี้อาจจะทําใหการใชยา
dopamine เพื่อสงวนการไหลเวียนเลือดของไตไมไดผลดีเทาที่ควร
    • ใหสารดูดซับพาราควอทอยางใดอยางหนึง คือ    ่
           1. ผงถานกัมมันต (activated charcoal) หรือ
           2. สารละลายดินเหนียว Fuller’s Earth
           ขอสังเกต: การใสสายลางกระเพาะโดยไมไดใหสารดูดซับดังกลาวขางตนนั้น
ไมไดประโยชนในทางคลินก   ิ
    • ใหยาระบาย เชน mannitol หรือ magnesium sulphate
    • ควรใหความสําคัญกับการใหสารน้ําแกผปวยอยางเพียงพอ เพื่อใหไตซึ่งเปนอวัยวะหลัก
                                               ู
ในการกําจัดพาราควอทออกจากรางกายสามารถทํางานไดเต็มประสิทธิภาพ แตก็ตองระวัง
ภาวะน้ําเกิน (volume overload) และความไมสมดุลของสารอิเล็กโตรไลท (electrolyte imbalance)
ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในขณะเดียวกันได
           ขอสังเกต: ไมควรใหออกซิเจน นอกเสียจากวาผูปวยมีภาวะออกซิเจนต่ําที่รุนแรง




                                              5
การใชการตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัย

    • การตรวจเชิงคุณภาพเพื่อยืนยันวาผูปวยกินพาราควอทในปริมาณที่มีความสําคัญ
       - Urine spot test ควรนําปสสาวะมาตรวจหาพาราควอททันทีโดยใชดางและโซเดียม
ไดไทโอไนท (sodium dithionite)
    สารเคมีทั้งสองชนิดไดมการจัดเตรียมเปนชุดตรวจสอบซึ่งติดตอขอไดจาก บริษัทซินเจนทา
                            ี
ครอป โปรเทคชั่น จํากัด
       - ถาผลเปนลบ ควรตรวจซ้ําอีกครั้งหนึ่งที่เวลา 6 ชั่วโมงหลังจากกิน และถายังใหผลลบอีก
แสดงวามีโอกาสนอยที่จะเกิดภาวะเปนพิษที่รุนแรง
    • การตรวจหาระดับพาราควอทในเลือด จะชวยทํานายความรุนแรงและพยากรณโรคได
(ควรเจาะเลือดตรวจหลังกิน 4 ชั่วโมง ตัวอยางเลือดควรจะเก็บในหลอดพลาสติก ไมควรเก็บ
ตัวอยางเลือดในหลอดแกว)
    • การตรวจหาระดับพาราควอทในเลือดควรใชพลาสมามากกวาใชซีรั่ม เพราะระดับ
ความเขมขนของพาราควอทในซีรั่ม จะต่ําเพียง 1/3 ของระดับความเขมขนในพลาสมา แตใน
กรณีที่มีผลการตรวจระดับความเขมขนพาราควอทในซีรมเทานั้น การแปลผลโดยเทียบกับ
                                                        ั่
เสนรอดชีวิตในแผนภูมิที่อยูทายเลม จะตองแปลดวยความระมัดระวัง
                              
    • ดูรายละเอียดในบท “เทคนิคการวิเคราะห”

ลักษณะทางคลินิก (อางถึงการรายงานของ Lock และ Wilks ป คศ.2001)

    • ความเปนพิษระดับออนหรือกึ่งเฉียบพลัน (Mild or subacute poisoning): เมื่อกินนอยกวา
20-30 มิลลิกรัมของ พาราควอทไอออน (paraquat ion) / น้ําหนักตัว (กิโลกรัม)
             - ไมมีอาการ หรือ มีเพียงอาการอาเจียนและทองเสีย
             - มีพิษตอไตและตับ นอยหรือไมมเี ลย
             - ความสามารถในการใหกาซซึมผานของปอด (pulmonary diffusion capacity)
อาจจะลดลงไดในระยะแรก แตจะหายกลับเปนปกติได
    • ความเปนพิษระดับปานกลาง ถึงรุนแรงและเฉียบพลัน (Moderate to severe acute
poisoning): เมื่อกินมากกวา 20-30 แตนอยกวา 40-50 มิลลิกรัมของ พาราควอทไอออน/ น้ําหนักตัว
(กิโลกรัม)




                                               6
ระยะเวลาที่เกิดอาการ               อาการ
           - ทันทีหลังกิน:              อาเจียน
           - เปนชัวโมงหลังกิน:
                    ่                    ถายเหลว ปวดทอง เจ็บในปากและมีแผลในปากและคอ
           - 1-4 วันหลังกิน:            ไตวาย ตับอักเสบ ความดันโลหิตต่ํา และชีพจรเร็ว
           -1-2 สัปดาหหลังกิน:          ไอ ไอเปนเลือด มีน้ําในเยื้อหุมปอด (pleural effusion)
                                          มีพังผืดในปอด (lung fibrosis) และการทํางานของปอดลดลง
       ผูปวยยังมีโอกาสรอดชีวิต แตผูปวยสวนใหญเสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาหเนื่องจากการหายใจ
ลมเหลว
   • ความเปนพิษระดับเร็วราย (Fulminant): เมื่อกินมากกวา 40-50 มิลลิกรัมของ
พาราควอทไอออน/ น้ําหนักตัว (กิโลกรัม)
               ระยะเวลาที่เกิดอาการ                อาการ
               - เกิดขึ้นทันที:                    อาเจียน
               - เปนชั่วโมง - หลายวัน:            ทองเสีย ปวดทอง ไตวายและตับวาย มีแผลใน
                                                   ระบบทางเดินอาหาร ตับออนอักเสบ กลามเนื้อ
                                                   หัวใจอักเสบ ความดันโลหิตต่ํา (refractory
                                                   hypotension) หมดสติ (coma) และชัก
                                                  (convulsion)
       ผูปวยเสียชีวตจากภาวะช็อคจากหัวใจ (cardiogenic shock) และ อวัยวะหลายระบบลมเหลว
                     ิ
(multi-organ failure) ภายใน 1-4 วัน

การดูแลรักษาแบบประคับประคอง (ดูผังงานแนวทางการรักษาประกอบ)

การดูแลรักษาในระยะแรก
        - สารน้ํา (IV fluids) เนื่องจากพาราควอทถูกขับออกทางไตเปนหลัก การรักษา
ประคับประคองใหไตทํางานไดอยางเต็มที่จึงมีความสําคัญ แตจะตองเฝาติดตามดูปริมาณปสสาวะ
และประเมินการทํางานของไตอยางใกลชิด
        - ยาแกปวด เนื่องจากพาราควอททําใหเยือบุทางเดินอาหารไหม (corrosive effects)
                                               ่
ผูปวยจะเจ็บปากจากการมีแผลในชองปาก ปวดทองจากการมีแผลที่หลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร
จึงอาจจะตองพิจารณาใหยาแกปวดที่มฤทธิ์สูง เชน ยากลุม opiate
                                        ี
        - ดูแลชองปากจากการที่มีแผลและการอักเสบ
        - ถาสงสัยวาผูปวยอาจจะมีอนตรายที่รุนแรงในชองปากหรือหลอดอาหาร
                                      ั
(เชนมีอาการกลืนลําบากหรือกลืนน้ํา ลายเจ็บ) ควรใหงดอาหารและน้ําทางปากไวกอน
                                              7
- หลีกเลี่ยงการใหออกซิเจน นอกเสียจากวามีภาวะขาดออกซิเจน (hypoxia) ที่รุนแรง
เพราะออกซิเจนสงเสริมใหเกิดภาวะเปนพิษจากพาราควอท

การดูแลรักษาในระยะตอไป
         - ยาแกปวด
         - ยาปฏิชีวนะ ถามีภาวะติดเชือแทรกซอน
                                     ้
         - ฟอกเลือด ดวยวิธี hemodialysis หรือ hemofiltration ถาการทํางานของไตลดลงมาก
จนมีขอบงชี้
       
         - การรักษาเพื่อบรรเทาความไมสบาย (palliative treatment) มีความสําคัญอยางยิ่ง
โดยเฉพาะผูปวยที่มีพยากรณโรคไมดี
         - การรักษาที่จําเพาะอื่นๆ ควรพิจารณาตามความเหมาะสมเปนรายๆ
(ดูไดจากบทการรักษาอื่นที่อาจจะมีประโยชน และขอคําแนะนําจากศูนยพิษวิทยา)




                                              8
ผังงานแนวทางการดูแลรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทระยะแรก
(Flowchart for the early management of paraquat poisoning)




                              9
การไดรับสัมผัสพาราควอททางอื่น

ผิวหนัง

       • ถาใชผลิตภัณฑพาราควอทตามวิธีที่แนะนํา และมีการปฏิบัติตามวิธีการใชที่ถูกตอง
มีโอกาสเกิดอันตรายตอผิวหนังนอย เพราะผิวหนังปกติจะเปนตัวกีดขวางการดูดซึมของ
พาราควอทเขาสูรางกาย
                  
       • ภาวะเปนพิษเฉพาะที่
                - สารพาราควอทเขมขน ( เชน “กรัมม็อกโซน”) อาจจะมีผลใหเกิดการระคายเคือง
ผิวหนัง เกิดตุมพอง และแผลไหมลึกตลอดชั้นผิวหนัง (full thickness burn) ไดภายใน 1-3 วัน
              
หลังไดรับการสัมผัส
                - หากสัมผัสถูกสารพาราควอทที่เจือจางแลวในชวงเวลาสั้นๆ อาจจะทําใหเกิด
รอยแดง (erythema)
                - ถาเล็บสัมผัสถูกสารพาราควอทเขมขน อาจทําใหสีเล็บเปลี่ยน (เชนเปนจุดขาว)
หรือเล็บลอกหลุดออกได แตเล็บจะงอกกลับขึ้นเปนปกติ
       • ภาวะเปนพิษทั่วรางกาย (systemic toxicity) เกิดไดยาก แตสามารถเกิดขึ้นไดในภาวะ
ตอไปนี้
                - สัมผัสเปนเวลานาน เชน
                            ไมลางทําความสะอาดรางกายสวนที่ถูกสารพาราควอทเขมขนกระเด็นใส
                            แบกเครื่องพนสารพาราควอทที่รั่วซึม
                            สวมใสเสื้อผาที่ชุมขณะพนพาราควอท
                - สัมผัสทางถุงอัณฑะ (scrotum) หรือ ฝเย็บ(perineum) ในพื้นที่กวาง
                - ผิวหนังมีแผลหรือรอยแยก และสัมผัสสารปริมาณมาก
                - สัมผัสสารพาราควอทเขมขนในพืนที่ผิวทีมาก แมวาจะไดรับการลาง
                                                    ้      ่

   การปองกันและการรักษา
        - ลดการปนเปอนใหเร็วที่สุด โดยการถอดเครื่องนุงหมที่ปนเปอน และลางผิวหนังดวยสบู
และน้ําจํานวนมาก ระวังอยาใหมการถลอกของผิวหนัง
                              ี
        - ถาสัมผัสถูกสารพาราควอทเขมขน ควรดูแลรักษาผิวหนังตามอาการ และติดตามดูทกวัน    ุ
(ตุมพุพองหรือแผลไหมอาจจะเกิดหลังสัมผัส 1-3 วัน)

                                               10
- ถาสงสัยวาจะมีภาวะเปนพิษทั่วรางกาย ควรสงปสสาวะตรวจหาพาราควอท แตเนื่องจากวา
ไมมีขอมูลเพียงพอที่จะบอกวาระดับสูงสุดในเลือดจากการสัมผัสทางผิวหนังเกิดขึนเมื่อใดจึงอนุมาณวา
                                                                           ้
ถาการตรวจปสสาวะใหผลลบในชวง 24 ชั่วโมงแลว อาจไมตองกังวลวาจะเกิดภาวะ เปนพิษทัวรางกาย
                                                                                      ่
แตถาการตรวจปสสาวะใหผลบวก หรือมีขอใหสงสัยวาอาจจะเกิดภาวะเปนพิษ ทั่วรางกาย ใหตรวจ
ระดับพาราควอทในเลือด และใหการรักษาเสมือนวามีภาวะเปนพิษทัวรางกายแลว
                                                              ่

ตา
         • สารพาราควอทเจือจางพรอมฉีดพน
              อาจจะทําใหเกิดอาการเคืองตาชั่วคราว แตไมมีการทําลายเนื้อเยื่ออยางถาวร
         • สารพาราควอทเขมขน
              - อาจทําใหเกิดภาวะอักเสบทีรุนแรงของแกวตา (cornea) และเยื่อบุตา (conjunctiva)
                                             ่
ซึ่งจะเกิดในเวลามากกวา 4 ชั่วโมงหลังสัมผัส
              - อาจทําใหเกิดการหลุดลอกของเยื่อบุแกวตาและเยื่อบุตา และทําใหมานตาอักเสบ
                                                                                   
(iritis) มีผลใหเสี่ยงตอการมีการติดเชื้อแทรกซอนและเกิดแผลบนแกวตาตามมาได
              - การบวมของแกวตา (corneal oedema) อาจเปนอยูนานถึง 3-4 สัปดาห
ทําใหมีอาการตามัวชั่วคราวได

การรักษา
       - ควรลางตาทันทีดวยน้ําสะอาดหรือน้ําเกลือ เปนเวลาไมตากวา 15 นาที และควรตรวจ
                                                              ่ํ
แกวตาดวยการยอม fluorescein
       - ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่อาจมีความจําเปน เพื่อปองกันการติดเชื้อซ้ําซอน
       - ถาเปนกรณีของสารพาราควอทเขมขนกระเด็นเขาตา ควรตรวจประเมินซ้ําหลังจากสัมผัส
24 ชั่วโมง
       - พิจารณาสงพบจักษุแพทย




                                              11
การสูดดม

   พาราควอทเปนสารที่ไมระเหย แตผลิตภัณฑพาราควอทของบริษัทซินเจนทา ที่เปนของ เหลว
ทุกสูตร จะมีการเติมสารแตงกลิ่นที่ฉน ซึ่งจะเปนสาเหตุใหเกิดความรูสกอยากอาเจียน หรือ
                                   ุ                               ึ
ปวดศีรษะได

      การพนพาราควอท
       - เมื่อใชตามคําแนะนําวิธีใช
ละอองของสารพาราควอทจากการฉีดพนจะมีขนาดใหญเกินกวาที่จะถูกสูดเขาไปในปอดได
       - การพนพาราควอทใหเปนละอองฝอย อาจจะทําใหเกิดการระคายเคืองของทางเดินหายใจ
สวนตน แตไมมีรายงานการเกิดภาวะเปนพิษจากพาราควอทที่รุนแรงจากการสูดหายใจสารนี้เขาไป
       - การระคายเคืองเฉพาะที่จมูกและคอ อาจเกิดขึ้นไดบาง และทําใหเกิดเลือดกําเดาไหล
นิ้วมือที่ปนเปอนดวยพาราควอทสูตรเขมขนหากสัมผัสถูกเยื่อบุจมูก อาจทําใหมเี ลือดออกตรงจมูกได
               

      การรักษา
     - ไมมีการรักษาจําเพาะทีจําเปนในกรณีสูดดม ไมมีความจําเปนตองตรวจหาพาราควอท
                             ่
ในปสสาวะ เพราะปอดไมใชตําแหนงสําคัญในการดูดซึมพาราควอทเขาสูรางกาย
     - รักษาเลือดกําเดาไหลเหมือนกรณีทั่วไป




                                             12
ขอมูลพื้นฐาน

          สารกําจัดวัชพืชพาราควอท ถูกคนพบในปพ.ศ. 2493 และมีการจําหนายผลิตภัณฑนครั้งแรก
                                                                                         ี้
ในปพ.ศ. 2505 ปจจุบันเปนสารกําจัดวัชพืชที่มียอดการขายสูงเปนอันดับ 2 ในโลก มีการจดทะเบียน
และใชอยางแพรหลายมากกวา 100 ประเทศทั่วโลก
          พาราควอทเปนสารกําจัดวัชพืชที่ออกฤทธิ์เร็ว เปนการออกฤทธิ์เฉพาะที่เมื่อสัมผัสถูกสวน
ที่เปนสีเขียวของพืช แตจะถูกน้ําชะออกในเวลาอันสั้น และหมดฤทธิ์ (deactivated) เมื่อสัมผัสกับดิน
โดยไมมีฤทธิ์หลงเหลือเมื่ออยูในดิน การใชในภาวะปกติไมกอใหเกิดผลเสียตอสัตวปาและ
สิ่งแวดลอม การใชอยางถูกตองจะไมมีผลอันตรายตอสุขภาพของผูพนสาร
                                                                 
          การใชสารนี้ในการเกษตรกรรมหลายๆชนิด ชวยทําใหผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มขึน      ้
ทั้งในประเทศกําลังพัฒนาและพัฒนาแลว โดยลดความจําเปนในการไถพรวนดินลงซึ่งเปนการ
สิ้นเปลืองเวลาและพลังงานมาก ทําใหสามารถปองกันการพังทลายของหนาดิน และชวยใหดิน
สามารถเก็บความชื้นไดดี




                                              13
กลไกการเกิดพิษ

    • เนื่องจากพาราควอทมีโครงสรางคลายสารโปลีเอมีนที่มีอยูในธรรมชาติ ซึ่งเซลลของปอด
จะเก็บกักไวในตัว พาราควอทเมื่อเขาสูรางกายจะถูกเก็บสะสมใน alveolar cell ชนิด I และ II
                                          
โดยอาศัยขบวนการลําเลียงเขาเซลล ซึ่งตองใชพลังงาน
    • พาราควอทเมือสะสมอยูในเซลลของไตและปอดมากพอ จะทําใหเกิดวงจรรีดอกซ (redox
                    ่
cycling) และมีออกซิเจนที่เปนอันตราย (toxic reactive oxygen) เกิดขึน (ดูรูป) มีผลทําให
                                                                     ้
มีการทําลายเนือเยื่อปอดทั้งชนิดเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรัง (acute and subchronic) ทั้งยังทําลาย
               ้
เซลลทอไต (renal tubular necrosis)
    • ภาวะไตวายเกิดจากพิษโดยตรงของพาราควอทที่มีตอทอไต หรือตามหลังจากภาวะช็อกได
ไตวายมักเกิดในระยะแรกของโรค เปนลักษณะที่สําคัญทางคลินกของภาวะเปนพิษจากพาราควอท
                                                                ิ
และมักจะหายกลับมาเปนปกติได การรักษาประคับประคองใหไตทํางานไดดีมความสําคัญตอการ
                                                                             ี
ลดลงของระดับพาราควอทในเลือด และลดการสะสมของพาราควอทในปอด
    • หลังจากไดรับพาราควอทในขนาดที่สูง จะเกิดภาวะลมเหลวของอวัยวะหลายๆระบบ(multi-
organ failure) และทําใหผูปวยเสียชีวิตอยางรวดเร็ว การไดรับพาราควอทในขนาดปานกลาง
จะเกิดการทําลายของปอดที่ดเู หมือนจะดีขนไดในชวงแรก แตจะเกิดภาวะพังผืดในปอด (lung
                                            ึ้
fibrosis) ในระยะตอมา ลักษณะทีจะเห็นในปอดคือพบมี fibroblast เพิมจํานวน และพัฒนาอยาง
                                   ่                                   ่
รวดเร็ว ทําใหเสียโครงสรางของเนื้อเยื่อปอดปกติไปและขัดขวางตอการแลกเปลี่ยนกาซของ
ปอดตามปกติ การขาดสาร surfactant และปฏิกิริยาอักเสบมีผลทําใหความรุนแรงมากขึ้น




                                              14
ขบวนการทางชีวเคมีของภาวะเปนพิษจากพาราควอท
(The Biochemical Pathway of Paraquat Toxicity)




                             15
การรักษาอื่นที่อาจไดประโยชน

การเพิ่มการกําจัดพาราควอทออกจากรางกาย
    • การฟอกเลือดดวย peritoneal dialysis หรือ hemodialysis อาจจะมีความจําเปนในผูปวย
เปนพิษจากพาราควอทที่มีภาวะไตวาย แตไมมประสิทธิภาพเพียงพอในการเพิ่มการกําจัด
                                              ี
พาราควอทออกจากรางกาย
    • การกําซาบเลือด (Hemoperfusion) เปนวิธีทเี่ ชื่อวาสามารถใชรักษาภาวะเปนพิษจาก
พาราควอทไดมาหลายป แตการศึกษาทีแสดงถึงประสิทธิภาพของการรักษาดวยวิธีนจนถึงในปจจุบัน
                                        ่                                         ี้
ก็ยังไมมีชดเจน ถึงแมวาตัวกรองที่เปนผงถานกัมมันต (charcoal column) มีประสิทธิภาพสูงในการ
           ั
ดูดซับเอาสารพาราควอทออกจากเลือด แตปริมาณพาราควอทในเลือดมักเปนสวนนอย เนื่องจาก
พาราควอทจะกระจายจากเลือดเขาสูเนื้อเยือตางๆไดอยางรวดเร็ว ในขณะที่พาราควอทในเนื้อเยื่อกลับ
                                          ่
สูกระแสเลือดในอัตราที่ชา

       การใชวิธีการกําซาบเลือดเพื่อรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอท มีขอพิจารณาดังนี้
       1. ผูปวยที่กนพาราควอทในปริมาณที่เกือบจะเปนขนาดที่ทําใหเสียชีวิตได (borderline lethal
                     ิ
dose) หรือมีระดับพาราควอทในเลือดอยูระหวางชวงที่มโอกาสรอดชีวตระหวาง รอยละ 20-70 และ
                                                     ี           ิ
มาถึงโรงพยาบาลภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังกิน (อาจจะขยายไดถึงนอยกวา 6-10 ชั่วโมง) อาจจะได
ประโยชนจากการรักษาดวยวิธีนี้ เนื่องจากพาราควอทยังไมไดเขาไปสะสมอยูใน เนื้อเยื่ออื่น
โดยเฉพาะปอดมากจนเปนอันตราย และการเอาพาราควอทออกจากรางกายแม ในอัตราสวนที่
ไมมากก็อาจจะมีผลตออัตราการรอดชีวิตได
       2. ผูปวยที่กนพาราควอทในขนาดสูงเปนหลายเทาตัวของขนาดที่ทําใหเสียชีวิตหรือมีระดับ
                       ิ
สารอยูในชวงที่มพยากรณโรคไมดีคือมีอัตราการรอดชีวิตต่ํา อาจจะไมไดประโยชนจากการรักษา
                  ี
ดวยวิธการกําซาบเลือด (Hampson และ Pond, 1988.)
       ี
       3. การรักษาโดยทําการกําซาบเลือดตอเนื่องหลายๆรอบนั้น อาจไมสามารถทําใหผูปวย
รอดชีวตได แตจะยืดชีวตใหยาวขึ้นพอที่จะเปดโอกาสใหใชการรักษาวิธีอื่นเชนการ
         ิ               ิ
ปลูกถายปอดรวมดวย (Suzuki และคณะ.,1993)




                                               16
การปองกันและรักษาภาวะพังผืดในปอด (Pulmonary fibrosis)
         ผูปวยเปนพิษจากพาราควอทที่รุนแรงปานกลางมักไมเสียชีวิตจากภาวะลมเหลวของหลายๆ
อวัยวะ (multi-organ failure) ตั้งแตชวงแรก แตมักจะเกิดภาวะพังผืดในปอด (pulmonary fibrosis)
ซึ่งจะนําไปสูการหายใจลมเหลว และเสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาห มีการศึกษาโดยใชวธการรักษา
                                                                               ิี
แบบตางๆ เพือปองกันภาวะพังผืดในปอด โดยวิธีตางๆดังนี้
                 ่

    • การรักษาดวยยา cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid
    ปจจุบันมีหลายการศึกษาที่ใหความสนใจกับการรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทโดยใชยา
cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid ไดแก
               - ในป พ.ศ. 2529 Addo และ Poon-King ไดรายงานการศึกษาผูปวยเปนพิษจาก
พาราควอทโดยใช cyclophosphamide (5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน, สูงสุดไมเกิน 4 กรัม) รวมกับ
dexamethasone (8 มิลลิกรัม ทุก 8 ชั่วโมง เปนเวลามากกวา 2 สัปดาห) ในผูปวย 72 ราย พบวา มีอัตรา
การรอดชีวิตรอยละ 72 แตในการศึกษานีมีการตรวจหาระดับพาราควอทในเลือดของผูปวยเพียง 25 ราย
                                            ้
โดยที่ผูปวย 7 รายที่รอดชีวิตไมพบพาราควอทในเลือด สวนผูปวยอีก 18 รายที่ตรวจพบพาราควอท
                                                                 
ในเลือด ผูที่มระดับพาราควอทต่ําที่สุด 6 รายสุดทายเทานั้นที่รอดชีวิต
                ี
               - ในป พ.ศ. 2542 Lin และคณะรายงานการศึกษาที่เปน prospective randomized
โดยใชการ pulse therapy ดวย cyclophosphamide (1 กรัม/วัน มากกวา 2 วัน) รวมกับ
methylprednisolone (1 กรัม/วัน มากกวา 3 วัน) มีผูปวยรวม 142 ราย โดยที่รอยละ 50 (71 ราย)
                                                                               
จัดอยูในกลุมที่มีความเปนพิษระดับเร็วราย (fulminant poisoning) และเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห
        
การรักษาดวย cyclophosphamide รวมกับ methylprednisolone ไมทําใหอัตราการรอดชีวิตแตกตาง
อยางมีนัยสําคัญเมื่อเทียบกับกลุมควบคุม แตกลุมที่เหลือซึ่งจัดเปนกลุมที่มีความเปนพิษระดับ
ปานกลางถึงรุนแรงนั้น (moderate to severe poisoning) ผูปวยที่ไดรับการรักษาดวยวิธีนี้มีอัตรา
การรอดชีวิตรอยละ72 (18/22 ราย) ซึ่งสูงกวากลุมควบคุมที่มีอัตราการรอดชีวิตเพียงรอยละ43
(8/28 ราย) แตการศึกษานี้ไมไดวดระดับพาราควอทในเลือด ใชการตรวจปสสาวะดวย dithionite
                                   ั
ซึ่งผูศึกษาอางวาความรุนแรงของโรคในผูปวยทั้ง 2 กลุมไมแตกตางกัน
               - แตกมการศึกษาที่ไมสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาดวย cyclophosphamide
                     ็ ี
รวมกับ dexamethasone เชนกัน ป พ.ศ. 2535 Perriens และคณะไดรายงานวาไมพบความแตกตาง
ของอัตราการเสียชีวิตระหวางผูปวยกลุมควบคุมจํานวน 14 รายที่ไดรับการรักษาแบบมาตรฐาน
กับผูปวยกลุมที่ไดรับการรักษาดวยยาคูนี้ในขนาดสูงจํานวน 33 ราย ประโยชนจากการรักษา ดวยยา
cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid จึงยังไมมีขอสรุปที่ชัดเจนในขณะนี้




                                               17
• วิธีรังสีรักษา (Radiotherapy)
     เซลลสรางเสนใย (fibroblast) ในปอดเปนเซลลที่ไวตอแสงกัมมันตภาพรังสีมาก การฉายแสง
เชื่อวาจะลดจํานวนของ fibroblast ลง และทําให fibrosis ในปอดลดลง แตยังไมมหลักฐานที่ชัดเจน
                                                                              ี
วาการรักษาดวยวิธีนี้ชวยเพิมอัตราการรอดชีวิต
                         ่
     • การปลูกถายปอด(Lung transplantation)
แมวาจะมีการปลูกถายปอดใหแกผูปวยเปนพิษจากพาราควอทแลวหลายราย แตที่รายงานถึงความสําเร็จ
                                     
มีเพียงรายเดียว (Walder และคณะ, 1997) การปลูกถายปอดแกผูปวยไดทําหลังจากไดรับการรักษา
                                                                
ประคับประคองดวยเครื่องชวยหายใจประมาณ 5 สัปดาห กอนที่จะไดรับปอดมาปลูกถาย ระหวางนั้น
มีการฟอกเลือด จนกระทั่งตรวจหาพาราควอทไมพบทั้งในเลือดและน้าฟอกเลือด (dialysate)
                                                                     ํ
     • ยาอื่นๆ
มีการศึกษาทดลองใชยาหลายชนิดในการรักษาภาวะพิษจากพาราควอท มีเพียงบางรายงานเทานั้น
ที่ไดทําการศึกษาในคน แตสวนใหญเปนเพียงรายงานผูปวยรายเดียวหรือจํานวนนอย
                                                      
(รายละเอียดอานไดในรายงานของ Lock และ Wilks, 2001)
     ยาที่มีการใชทางคลินิกมีดงตอไปนี้
                                ั
     - Antioxidants (ไวตามิน C และ E) และ superoxide dismutase
        เพื่อลดความเปนพิษจากอนุมูลอิสระ (free radicals)
     - N-acetylcysteine เพื่อเพิ่มสาร glutathione ในเซลล
     - Desferrioxamine เพื่อจับเหล็กซึงเปนตัวเรงปฏิกิริยาที่ทําใหเกิดอนุมลไฮดรอกซิล (hydroxyl
                                        ่                                   ู
        radicals)
     - Propanolol เพื่อขัดขวางการเก็บพาราควอทเขาไวในในปอด
     - การดมกาซ nitric oxide เพื่อชวยทําใหการแลกเปลี่ยนกาซในปอดดีขึ้น




                                             18
เทคนิคการวิเคราะห

1. การวิเคราะหเชิงคุณภาพเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
1.1 การทดสอบในหลอดทดลอง
      • สามารถทดสอบหาสารพาราควอทจากปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหาร
        โดยใชวิธีทดสอบซึ่งอาศัยการเกิดอนุมูลสีฟาจากปฏิกิริยารีดักชัน (reduction)
                                                     
        ของอิออนบวกของสารพาราควอท ในสภาวะที่มดางและโซเดียม ไดไทโอไนท (sodium
                                                           ี
        dithionite)
      • เติมดาง เชน โซเดียม ไฮดรอกไซด (sodium hydroxide)
        ลงในปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหาร 10 มิลลิลิตร จนกระทั่งคาพีเอช (pH) สูงกวา 9
        (สามารถใชโซเดียม ไบคารบอเนต (sodium bicarbonate) ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชอนชา
        แทนได)
      • เติมโซเดียม ไดไทโอไนท หนึ่งชอนพาย (spatula)
        ลงในปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหารที่ทําใหเปนดางแลว
                หมายเหตุ โซเดียม ไดไทโอไนท
                เมื่อเปดใชแลวจะเสื่อมสภาพไดเมื่อสัมผัสกับอากาศและความชื้น
                ผูใชจึงควรทําใหแนใจวาสารดังกลาวยังมีประสิทธิภาพอยูโดยการทดสอบกับ
                ตัวอยางที่มีสารพาราควอทอยู โซเดียม ไดไทโอไนททอยูในถุงฟอยล
                                                                     ี่
                ที่มากับชุดทดสอบ หากยังมิไดเปดใชจะมีอายุการใชงานอยางนอย 10 ป
      • สังเกตหลอดทดลองจากดานบนโดยใชฉากหลังสีขาว หากสารละลายมี สีฟาหรือเขียว
        แสดงถึงการมีสารพาราควอทและเปนการยืนยันการวินจฉัย หากมีสารพาราควอท
                                                               ิ
        ในความเขมขนที่สูง สารละลายอาจมีสีดํา จึงควรทําการทดสอบซ้ําโดยใชตวอยางั
        ที่เจือจางลง
      • วิธการนี้สามารถใชตรวจหาสารพาราควอทในปสสาวะได เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึง
            ี
        2 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร และยังสามารถใชเปนการวิเคราะหแบบกึ่งปริมาณได
        หากเตรียมสารมาตรฐานในปสสาวะเพื่อเปรียบเทียบ (Widdop 1976; Berry and Grove,
        1971)




                                           19
1.2 การสกัดดวยเทคนิค solid phase extraction
        สามารถทดสอบหาสารพาราควอทจากปสสาวะ ซีรั่ม (serum) หรือ พลาสมา (plasma) ได
โดยอาศัยการเกิดปฏิกิริยารีดกชันบน solid phase extraction cartridge (Woollen and Mahler 1987)
                                ั
การทดสอบที่มีความไวมากขึ้นนี้ สามารถทําไดโดยใชสารที่มากับชุดทดสอบ ตามรายละเอียด
ดานลางนี้
        เนื่องจากพลาสมาอาจทําให cartridge อุดตันได ดังนั้นหากสามารถกรองพลาสมากอน
ไดจะเปนการดี ตัวอยางเชน การกรองผานตัวกรอง (PVDF หรือ nitrocellulose) ขนาด 0.45
ไมโครเมตร กอนที่จะนํามาทําการทดสอบ สวนซีรั่มไมจาเปนตองผานการกรองกอนยกเวนในกรณี
                                                              ํ
ที่ขุนมาก
        • ผสมโซเดียม ไบคารบอเนต และ โซเดียม ไดไทโอไนท อยางละประมาณ 1 กรัม
             ลงในน้ํา 10 มิลลิลิตร แลวตั้งทิ้งไว
        • หากใชปสสาวะ ใหทําใหเปนดางโดยการเติมโซเดียม ไบคารบอเนตประมาณ 0.5 กรัม
             ลงในปสสาวะ 5 มิลลิลิตร
        • ใสพลาสมา ซีรั่ม หรือ ปสสาวะที่ทําใหเปนดางแลว 2 มิลลิลิตร ลงใน 1 มิลลิลิตร/100
             มิลลิกรัม silica SPE cartridge ตั้งทิ้งไวใหของเหลวไหลผานเขาไปดานใน (cartridge
             ที่แนะนําใหใช คือ Bakerbond Cat No 7086-01 หรืออาจใช Varian Bond-Elut 14102010
             แทนได)
        • ใชหลอดฉีดยาใสเขาไปทางดานบนของ cartridge โดยอาศัย adapter แลวกดหลอดฉีดยา
             เบาๆ เพื่อใหแรงดันทําใหสารตัวอยางที่เหลือทั้งหมดไหลผาน cartridge
        • ลาง cartridge ดวยน้ําในปริมาตรที่เทากัน โดยควบคุมใหอัตราการไหลของน้ําเปนไป
             อยางชาๆ
        • เติมสารละลายไดไทโอไนท ประมาณ 0.2 มิลลิลิตร ลงใน cartridge และใหแรงดันเบาๆ
             เพื่อใหแนใจวาของเหลวเพิ่งผานมาอยูใต frit อันบนสุด อยาปลอยให cartridge แหง
        • การเกิดวงสีฟาใต frit อันบนสุด แสดงถึงการมีสารพาราควอทและเปนการยืนยัน
                            
             การวินจฉัย
                     ิ
        • วิธีการนี้สามารถใชตรวจหาสารพาราควอทได เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึงประมาณ 0.1
             ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร ในตัวอยาง 2 มิลลิลิตร โดยหลักการแลวควรจะมีตัวเปรียบเทียบ
             ซึ่งใหผลบวก (positive control) ที่มีความเขมขนประมาณ 0.5 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร




                                               20
2. การวิเคราะหสารพาราควอทเชิงปริมาณ
       การตรวจหาปริมาณสารในพลาสมาจะสามารถบอกความรุนแรง และการพยากรณโรคได
(ตัวอยางจะตองถูกนํามาจากผูปวยอยางนอยที่สุด 4 ชั่วโมงหลังจากไดรับสารเขาไป และควรปนแยก
(centrifuge) แลวเก็บในหลอดพลาสติก ไมควรเก็บในหลอดแกว)

2.1 การวัดดวยเทคนิค spectrophotometry ภายหลังจากการสกัดดวยเทคนิค solid phase
extraction และการเกิดปฏิกริยารีดักชันโดยโซเดียม ไดไทโอไนท
                           ิ
      • กรองพลาสมา หรือ ซีรั่ม ตามที่อธิบายไวในหัวขอ 1.2 ปรับสภาพของ Bond-Elut
         cyanopropyl cartridge (100 มิลลิกรัม 1 มิลลิลิตร ของ Varian) ดวยเมทานอล (methanol)
         0.1 โมลารของกรดไฮโดรคลอริก (HCl) และ 0.1 โมลารของสารละลายแอมโมเนีย
         (ammonia) โดยใชปริมาตรเปนสองเทาของปริมาตรของคอลัมน แลวจึงตอ cartridge
         เขากับภาชนะเก็บของเหลวขนาด 15 มิลลิลิตร ใสพลาสมา ซีรั่ม ของผูปวย หรือ
         พลาสมาที่ใชเปนตัวเปรียบเทียบ (5 มิลลิลิตร) และ ดูดของเหลวดังกลาวโดยการตอ
         cartridge กับอุปกรณที่ทําใหเกิดสุญญากาศจนกระทั่ง cartridge แหง แลวจึงลาง cartridge
         ดวย 0.1 โมลารของแอมโมเนีย 1 มิลลิลิตร ปลอยทิ้งไวจนแหง
         จากนั้นจึงลางสารพาราควอทลงในหลอดทดลองโดยใช 0.1 โมลารของกรดไฮโดรคลอริก
         0.8 มิลลิลิตร เติมแอมโมเนียชนิดเขมขน (0.025 มิลลิลิตร) และโซเดียม ไดไทโอไนท (0.1
         มิลลิลิตรของ 0.23 โมลาร ใน 4 โมลารของโซเดียม ไฮดรอกไซด) ลงในหลอดทดลอง
         ผสมใหเขากัน แลวจึงเทสารละลายลงใน semi-microcuvette ขนาด 1 มิลลิลิตร
         ชนิดใชครั้งเดียวแลวทิ้ง นําไปวัดคาการดูดกลืนแสง (absorbance) โดยใชเครื่อง
         spectrophotometer จากความยาวคลื่น 490 ถึง 385 นาโนเมตร ผลตางของคาการ
         ดูดกลืนแสงระหวาง 395 ถึง 460 นาโนเมตร ก็จะนํามาใชในการคํานวณหาความเขมขน
         ของพาราควอท
      • เตรียมกราฟมาตรฐาน (standard curve) จากอิออนของสารพาราควอทที่ความเขมขน
         0.05 – 1 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร ในตัวอยางที่มีความเขมขนของสารพาราควอทสูง
         สามารถนํามาวิเคราะหไดโดยใชพลาสมาตัวอยางในปริมาณที่นอยลง ขีดจํากัดต่ําสุด
         ของการวิเคราะหปริมาณดวยวิธีการนี้อยูที่ 0.045 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร เมื่อใชตัวอยาง
         5 มิลลิลิตร
      • วิธีการนี้สามารถใชไดกับปสสาวะ ซึ่งตองทําใหเปนดางกอน
         (ดวยการเติมแอมโมเนียชนิดเขมขน 0.025 มิลลิลิตร ลงใน 5 มิลลิลิตร ของปสสาวะ)
         แลวปนแยกกอนใสลงใน cartridge


                                               21
2.2 การวัดดวยเทคนิค HPLC fluorescence
      • สามารถตรวจหาสารพาราควอทจากพลาสมาหรือปสสาวะ เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึง
         0.001 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตรได โดยอาศัยเทคนิค HPLC fluorecence
         ภายหลังจากการเปลี่ยนสารพาราควอทเปนอนุพันธไดไพโรน (dipyrone) (Blake, et al
         2002)

3. การใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะหสารพาราควอท
      Syngenta CTL สามารถใหคําปรึกษาเกียวกับการวิเคราะหสารพาราควอทจากตัวอยางชีวภาพ
                                           ่
ผานทาง e-mail address ctltestkitsupply@syngenta.com




                                           22
ความสัมพันธระหวางระดับพาราควอท ในพลาสมากับโอกาส
รอดชีวิตของผูปวย
(Relationship Between Paraquat Plasma Concentration and Patient Survival)




                                   23
บรรณานุกรม




             24
รายละเอียดเพิ่มเติม
         ถาทานมีปญหาเกี่ยวกับผูปวยภาวะเปนพิษจากพาราควอท ตองการคําแนะนําและ
                                    
รายละเอียดเพิมเติมเกียวกับการรักษา โปรดติดตอกับผูมรายนามตอไปนี้
             ่       ่                              ี
         1. นายแพทย สมิง เกาเจริญ
         2. นายแพทย วินัย วนานุกูล
            ศูนยพษวิทยา ชั้น 2 อาคารศูนยการแพทยสิริกิต
                   ิ
            คณะแพทยศาสตร โรงพยาบาลรามาธิบดี
            มหาวิทยาลัยมหิดล
            ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
            โทร 02-246-8282, 02-201-1083

        2. แพทยหญิง สุดา วรรณประสาท
           ภาควิชา เภสัชวิทยา
           คณะแพทยศาสตร
           มหาวิทยาลัยขอนแกน
           อ.เมือง ขอนแกน 40002
           โทร 043-348-397

        3. นายแพทย สัมมนต โฉมฉาย
        4. นายแพทย ธีระ กลลดาเรืองไกร
           ภาควิชาเวชศาสตรปองกันและสังคม
           คณะแพทยศาสตร ศิริราชพยาบาล
           มหาวิทยาลัยมหิดล
           2-ถนนพรานนก บางกอกนอย
           กรุงเทพฯ 10700
           โทร 02-419-7284

        5. แพทยหญิง จุฬธิดา โฉมฉาย
           ภาควิชากุมารเวชศาสตร
           คณะแพทยศาสตร ศิริราชพยาบาล
           มหาวิทยาลัยมหิดล

                                           25
2-ถนนพรานนก บางกอกนอย
  กรุงเทพฯ 10700
  โทร 02-419-7000 ตอ 5930

6. นายแพทย สุชย สุเทพารักษ
                  ั
   ภาควิชาอายุรศาสตร
   คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
   ปทุมวัน
   กรุงเทพฯ 10330
   โทร 02-256-4246
7. ผูจัดการฝายวิชาการ
   บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด
   ชั้น 18 อาคารลิเบอรตี้สแควร
   287 ถนนสีลม เขตบางรัก
   กรุงเทพฯ 10500
   โทร 02-631-2140




                                  26
รายชื่อทางการคาสารกําจัดวัชพืชพาราควอท

  รายชื่อทางการคาของสารกําจัดวัชพืชพาราควอทที่มีจําหนายในประเทศไทย

กรัมม็อกโซน                 ซิมโซน                      บราวโซน
กรีนลีฟสโซน                ซี.พี.โซน                   บอยโซน
กรีนโซน                     ซีโซน                       บากาโซน
กลาสโซน                     เซนิโซน                     บาดีโซน
กัปตันโซน                   เซพวิ่งโซน                  เบสท-พาโซน
เกมสโซน                    แซนเวท                      แบนโซน
เกรพโซน                     โซนควิก                     แบ็ทเทอรโซน
โกลมาโซน                    โซนา                       โบวโซน
คราวนโซน                   ไซมาโซน                     ไบรทโซน
ควิกเบิรน                  ไซแอมโซน                    ไบออส
ควอทโซน                    ดรอปโซน                     ไบโอโซน
คองเคอร                    เดดโซน                      โปรฟลดโซน
คอรริโซน                   ทรีลาโซน                    โปรม็อกโซน
คามาโซน                     ทรีเท็คโซน                  พาน็อคโซน
คายาโซน                     ทานาโซน                     พาราควอต
คิวโซน                      ทูโซน                       พาราควอต 276
เคลียราโซน                  ท็อบโซน                     พาราควอต ไดคลอไรด
แคพโซน                      เทพโซน                      พาราควอท
แคร็ปโซน                    เทรดโซน                     พาราควอท
แคสโซน                      ไทเกอรโซน                  พาราริช
โครโมโซล                    ไทโลโซน                     พีราโซน
จังเกิลโซน                  นนททรีโซน                  เพอริควอต
เจอารโซน                   นิวมอกโซน                  เพ็นตาโซน
ช็อกโซน                     นีโอโซน                     แพ็งโก
แชมเปยน                   นอกโซน                     โพลีโซน
ซาโซน                       เนเชอรโซน                  ฟลอราโซน

                                         27
ซิบโซน         โนเฟยร             ฟายลโซน
ฟารม็อกโซน    เอราโซน
ฟารเมอรโซน   เอสพีโซน
ฟวโก         เอิรทโซน
ฟูโซน          เอเวอรโซน
เฟมควอต        เอเอโซน
เฟรมโซน        เอกซตราโซน
เฟอรโซน       เอ็นโซน
มารคโซน       เอ็ม.อาร.โซน
มีโอโซน        เอ็มพาโซน
ม็อกกาโซน      แองโกลโซน
เมเจอรโซน     แอลโซน
แม็กโซน        แอโรโซน
ยิบอินโซน      แอ็ก-เวลควอต
ยูนิโซน        แอกกริโซน
ยูโนโซน        ไอ บี โซน
ยูโรโซน        ไอยราโซน
รันเจโซน       เฮ็กตาโซน
รูมแนน
    ิ
เรนโซน
โรกีตา
ลองเชอร
ลักเซนโซน
เวสโซน
เวอรโซน
เวิลดโซน
ไวโซน
อกริโซน
ออกาโซน
อัพทาโซน
อารซีโซน



                               28
เอ.ซีโซน                       เอกาโซน ที่มา :
กรมวิชาการเกษตร(รายชื่อดังกลาวระบุไวเพื่อใหกระทําการตรวจสอบไดอยางรวดเร็ว)

 รายชื่อโรงพยาบาลที่ไดรับการสนับสนุน Fuller's Earth
 จาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่นจํากัด (ขอมูลจนถึงป พ.ศ. 2546)


กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลเกษมราษฏร
โรงพยาบาลเกษมราษฏร สุขาภิบาล 3
โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ
โรงพยาบาลเจาพระยา
โรงพยาบาลเซนทรัลเยนเนอรัล
โรงพยาบาลเด็ก
โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล
โรงพยาบาลเมโย
โรงพยาบาลเลิดสิน
โรงพยาบาลกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
โรงพยาบาลกรุณาพิทกษ
                   ั
โรงพยาบาลกลาง
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ แผนกยาทุนหมุนเวียน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ตึกไอซียู คณะแพทยศาสตร
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร
โรงพยาบาลชุมนุมลาดกระบัง
โรงพยาบาลตากสิน
โรงพยาบาลตํารวจ
โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลธนบุรี 2 (พุทธมณฑลสาย 2)
โรงพยาบาลนครธน

                                            29
โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
โรงพยาบาลบางนา
โรงพยาบาลบางมด
โรงพยาบาลพญาไท 1
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลาฯ แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลพระราม 2
โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช อาคารคุมเกลา ชั้น 8/1
โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ตึกไอซียู อายุรกรรมชั้น 3
โรงพยาบาลภูมพลอดุลยเดช หองอุบัติเหตุ
             ิ
โรงพยาบาลมิชชั่น
โรงพยาบาลราชวิถี แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลราชวิถี หนวยไต แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลรามคําแหง
โรงพยาบาลรามาธิบดี ฝายเภสัชกรรม
โรงพยาบาลรามาธิบดี ภาควิชากุมารเวชศาสตร
โรงพยาบาลรามาธิบดี ภาควิชาอายุรศาสตร
โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
โรงพยาบาลวิภาวดี 2
โรงพยาบาลศรีวิชัย 1
โรงพยาบาลศรีวิชัย 2
โรงพยาบาลศรีสยาม
โรงพยาบาลศิครินทร
โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชาเวชศาสตรปองกันและสังคม
โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชากุมารเวชศาสตร
โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชาอายุรศาสตร
โรงพยาบาลสมเด็จพระปนเกลา
โรงพยาบาลสมิติเวช
โรงพยาบาลสินแพทย

                                          30
โรงพยาบาลหนองจอก
โรงพยาบาลหัวเฉียว
ภาคเหนือ
กําแพงเพชร      โรงพยาบาลเอกชนเมืองกําแพง
               โรงพยาบาลไทรงาม
               โรงพยาบาลกําแพงเพชร
               โรงพยาบาลขาณุวรลักษณบรี
                                      ุ
               โรงพยาบาลคลองขลุง
               โรงพยาบาลคลองลาน
               โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา
               โรงพยาบาลทุงโพธิ์ทะเล
               โรงพยาบาลบึงสามัคคี
               โรงพยาบาลปางศิลาทอง
               โรงพยาบาลพรานกระตาย
               โรงพยาบาลลานกระบือ

เชียงราย       โรงพยาบาลเกษมราษฎร ศรีสุรินทร
               โรงพยาบาลเชียงแสน
               โรงพยาบาลเชียงของ
               โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห
               โรงพยาบาลเทิง
               โรงพยาบาลเวียงแกน
               โรงพยาบาลเวียงชัย
               โรงพยาบาลเวียงปาเปา
               โรงพยาบาลแมใจ
               โรงพยาบาลแมจัน
               โรงพยาบาลแมฟาหลวง
               โรงพยาบาลแมลาว
               โรงพยาบาลแมสรวย

                                          31
โรงพยาบาลแมสาย
            โรงพยาบาลโอเวอรบรูค
            โรงพยาบาลขุนตาล
            โรงพยาบาลปาแดด
            โรงพยาบาลพญาเม็งราย
            โรงพยาบาลพาน

เชียงใหม   โรงพยาบาลเชียงดาว
            โรงพยาบาลเวียงแหง
            โรงพยาบาลแมแจม
            โรงพยาบาลแมแตง
            โรงพยาบาลแมคคอรมิค
            โรงพยาบาลแมดอน
            โรงพยาบาลแมวาง
            โรงพยาบาลแมอาย
            โรงพยาบาลไชยปราการ
            โรงพยาบาลจอมทอง
            โรงพยาบาลดอยเตา
            โรงพยาบาลดอยสะเก็ด
            โรงพยาบาลนครพิงค
            โรงพยาบาลฝาง
            โรงพยาบาลพราว
            โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม
            โรงพยาบาลลานนา
            โรงพยาบาลสะเมิง
            โรงพยาบาลสันทราย
            โรงพยาบาลสันปาตอง
            โรงพยาบาลสารภี
            โรงพยาบาลหางดง

                                   32
โรงพยาบาลอมกอย
        โรงพยาบาลฮอด
        สถานบริการสุขภาพพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม

ตาก     โรงพยาบาลแมระมาด
        โรงพยาบาลแมสอด
        โรงพยาบาลทาสองยาง
        โรงพยาบาลบานตาก
        โรงพยาบาลพบพระ
        โรงพยาบาลพะวอ
        โรงพยาบาลสามเงา
        โรงพยาบาลอุมผาง

นาน    โรงพยาบาลเชียงกลาง
        โรงพยาบาลเวียงสา
        โรงพยาบาลแมจริม
        โรงพยาบาลทาวังผา
        โรงพยาบาลทุงชาง
        โรงพยาบาลนาน
        โรงพยาบาลนานอย
        โรงพยาบาลบานหลวง
        โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปว
        โรงพยาบาลสันติสุข

พะเยา   โรงพยาบาลเชียงคํา
        โรงพยาบาลเชียงมวน
        โรงพยาบาลแมใจ
        โรงพยาบาลจุน
        โรงพยาบาลดอกคําใต

                                 33
โรงพยาบาลปง
            โรงพยาบาลพะเยา

พิจิตร      โรงพยาบาลโพทะเล
            โรงพยาบาลโพธิ์ประทับชาง
            โรงพยาบาลทับคลอ
            โรงพยาบาลบางมูลนาก
            โรงพยาบาลพิจิตร
            โรงพยาบาลภัทรเวช
            โรงพยาบาลวังทรายพูน
            โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน
            โรงพยาบาลสามงาม

พิษณุโลก    โรงพยาบาลเนินมะปราง
            โรงพยาบาลชาติตระการ
            โรงพยาบาลบางกระทุม
            โรงพยาบาลบางระกํา
            โรงพยาบาลพรหมพิราม
            โรงพยาบาลพิษณุเวช
            โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
            โรงพยาบาลรวมแพทย
            โรงพยาบาลรัตนเวช
            โรงพยาบาลวังทอง
            โรงพยาบาลวัดโบสถ
            โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย

เพชรบูรณ   โรงพยาบาลเขาคอ
            โรงพยาบาลเพชรบูรณ
            โรงพยาบาลเพชรรัตน

                                  34
โรงพยาบาลเมืองเพชร
             โรงพยาบาลชนแดน
             โรงพยาบาลนครหลม
             โรงพยาบาลน้ําหนาว
             โรงพยาบาลบึงสามพัน
             โรงพยาบาลพระยุพราชหลมเกา
             โรงพยาบาลวังโปง
             โรงพยาบาลวิเชียรบุรี
             โรงพยาบาลศรีเทพ
             โรงพยาบาลหนองไผ
             โรงพยาบาลหลมสัก

แพร         โรงพยาบาลแพร
             โรงพยาบาลแพรคริสเตียน
             โรงพยาบาลรองกวาง
             โรงพยาบาลลอง
             โรงพยาบาลวังชิ้น
             โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดนชัย
             โรงพยาบาลสอง
             โรงพยาบาลสูงเมน

แมฮองสอน   โรงพยาบาลแมลานอย
             โรงพยาบาลแมสะเรียง
             โรงพยาบาลขุนยวม
             โรงพยาบาลปางมะผา
             โรงพยาบาลปาย
             โรงพยาบาลศรีสังวาลย

ลําปาง       โรงพยาบาลเถิน

                                     35
โรงพยาบาลเสริมงาม
            โรงพยาบาลแจหม
            โรงพยาบาลแมทะ
            โรงพยาบาลงาว
            โรงพยาบาลลําปาง
            โรงพยาบาลวังเหนือ
            โรงพยาบาลสบปราบ
            โรงพยาบาลหางฉัตร

ลําพูน      โรงพยาบาลแมทา
            โรงพยาบาลทุงหัวชาง
            โรงพยาบาลบานโฮง
            โรงพยาบาลบานธิ
            โรงพยาบาลปาซาง
            โรงพยาบาลลําพูน
            โรงพยาบาลลี้

สุโขทัย     โรงพยาบาลกงไกรลาศ
            โรงพยาบาลคีรีมาศ
            โรงพยาบาลทุงเสลี่ยม
            โรงพยาบาลบานดานลานหอย
            โรงพยาบาลศรีนคร
            โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย
            โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย
            โรงพยาบาลสวรรคโลก
            โรงพยาบาลสุโขทัย

อุตรดิตถ   โรงพยาบาลตรอน
            โรงพยาบาลทองแสนขัน

                                   36
โรงพยาบาลทาปลา
                โรงพยาบาลน้ําปาด
                โรงพยาบาลบานโคก
                โรงพยาบาลปากทา
                โรงพยาบาลพิชัย
                โรงพยาบาลลับแล
                โรงพยาบาลอุตรดิตถ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ       โรงพยาบาลเขาวง
                โรงพยาบาลกมลาไสย
                โรงพยาบาลกาฬสินธุ
                โรงพยาบาลคํามวง
                โรงพยาบาลทาคันโท
                โรงพยาบาลนามน
                โรงพยาบาลยางตลาด
                โรงพยาบาลรองคํา
                โรงพยาบาลสมเด็จ
                โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ
                โรงพยาบาลสหัสขันธ
                โรงพยาบาลหนองกุงศรี
                โรงพยาบาลหวยเม็ก
                โรงพยาบาลหวยผึ้ง

ขอนแกน         โรงพยาบาลเขาสวนกวาง
                โรงพยาบาลเปอยนอย
                โรงพยาบาลแวงใหญ
                โรงพยาบาลแวงนอย
                โรงพยาบาลขอนแกน

                                        37
โรงพยาบาลชนบท
          โรงพยาบาลชุมแพ
          โรงพยาบาลน้ําพอง
          โรงพยาบาลบานไผ
          โรงพยาบาลฝาง
          โรงพยาบาลพล
          โรงพยาบาลภูเวียง
          โรงพยาบาลภูผามาน
          โรงพยาบาลมัญจาคีรี
          โรงพยาบาลศรีนครินทร
          โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน
          โรงพยาบาลสีชมพู
          โรงพยาบาลหนองเรือ
          โรงพยาบาลหนองสองหอง
          โรงพยาบาลอุบลรัตน

ชัยภูมิ   โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ
          โรงพยาบาลเทพสถิต
          โรงพยาบาลแกงครอ
          โรงพยาบาลคอนสวรรค
          โรงพยาบาลคอนสาร
          โรงพยาบาลจตุรัส
          โรงพยาบาลชัยภูมิ
          โรงพยาบาลบานแทน
          โรงพยาบาลบําเหน็จณรงค
          โรงพยาบาลภูเขียว
          โรงพยาบาลหนองบัวแดง
          โรงพยาบาลหนองบัวระเหว


                                   38
นครพนม       โรงพยาบาลนครพนม
             โรงพยาบาลนาแก
             โรงพยาบาลบานแพง
             โรงพยาบาลศรีสงคราม
             โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

นครราชสีมา   โรงพยาบาลเสิงสาง
             โรงพยาบาลแกงสนามนาง
             โรงพยาบาลโชคชัย
             โรงพยาบาลโนนแดง
             โรงพยาบาลโนนไทย
             โรงพยาบาลโนนสูง
             โรงพยาบาลขามทะเลสอ
             โรงพยาบาลขามสะแกแสง
             โรงพยาบาลคง
             โรงพยาบาลครบุรี
             โรงพยาบาลคายสุรนารี
             โรงพยาบาลจักราช
             โรงพยาบาลชุมพวง
             โรงพยาบาลดานขุนทด
             โรงพยาบาลบัวใหญ
             โรงพยาบาลบานเหลื่อม
             โรงพยาบาลประทาย
             โรงพยาบาลปกธงชัย
             โรงพยาบาลปากชองนานา
             โรงพยาบาลพิมาย
             โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
             โรงพยาบาลราชสีมาธนบุรี

                                   39
โรงพยาบาลวังน้ําเขียว
               โรงพยาบาลสีคิ้ว
               โรงพยาบาลสูงเนิน
               โรงพยาบาลหนองบุนนาก
               โรงพยาบาลหวยแถลง

หนองคาย        โรงพยาบาลเซกา
               โรงพยาบาลโซพิสัย
               โรงพยาบาลโพนพิสัย
               โรงพยาบาลทาบอ
               โรงพยาบาลบึงกาฬ
               โรงพยาบาลปากคาด
               โรงพยาบาลศรีเชียงใหม
               โรงพยาบาลสังคม
               โรงพยาบาลหนองคาย

หนองบัวลําภู   โรงพยาบาลโนนสัง
               โรงพยาบาลนากลาง
               โรงพยาบาลศรีบุญเรือง
               โรงพยาบาลหนองบัวลําภู

บุรีรัมย      โรงพยาบาลโนนสุวรรณ
               โรงพยาบาลนางรอง
               โรงพยาบาลบานกรวด
               โรงพยาบาลบุรีรัมย
               โรงพยาบาลประโคนชัย
               โรงพยาบาลพุทไธสง
               โรงพยาบาลละหานทราย
               โรงพยาบาลลําปลายมาศ

                                       40
โรงพยาบาลสตึก
            โรงพยาบาลหนองกี่

มหาสารคาม   โรงพยาบาลเชียงยืน
            โรงพยาบาลโกสุมพิสัย
            โรงพยาบาลบรบือ
            โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย
            โรงพยาบาลมหาสารคาม
            โรงพยาบาลวาปปทุม

มุกดาหาร    โรงพยาบาลคําชะอี
            โรงพยาบาลนิคมคําสรอย
            โรงพยาบาลมุกดาหาร

ยโสธร       โรงพยาบาลกุดชุม
            โรงพยาบาลคําเขื่อนแกว
            โรงพยาบาลมหาชัย
            โรงพยาบาลยโสธร
            โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา

รอยเอ็ด    โรงพยาบาลเกษตรวิสัย
            โรงพยาบาลเสลภูมิ
            โรงพยาบาลโพนทราย
            โรงพยาบาลโพนทอง
            โรงพยาบาลจตุพักตรพิมาน
            โรงพยาบาลธวัชบุรี
            โรงพยาบาลพนมไพร
            โรงพยาบาลรอยเอ็ด
            โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ

                                      41
เลย        โรงพยาบาลเชียงคาน
           โรงพยาบาลเลย
           โรงพยาบาลทาลี่
           โรงพยาบาลนาแหว
           โรงพยาบาลนาดวง
           โรงพยาบาลปากชม
           โรงพยาบาลผาขาว
           โรงพยาบาลภูเรือ
           โรงพยาบาลภูกระดึง
           โรงพยาบาลภูหลวง
           โรงพยาบาลวังสะพุง
           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย

ศรีสะเกษ   โรงพยาบาลไพรบึง
           โรงพยาบาลกันทรลักษ
           โรงพยาบาลกันทรารมย
           โรงพยาบาลขุขันธ
           โรงพยาบาลขุนหาญ
           โรงพยาบาลปรางกู
           โรงพยาบาลยางชุมนอย
           โรงพยาบาลราษีไศล
           โรงพยาบาลศรีรัตนะ
           โรงพยาบาลศรีสะเกษ
           โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย

สกลนคร     โรงพยาบาลกุดบาก
           โรงพยาบาลพังโคน
           โรงพยาบาลวานรนิวาส

                                   42
โรงพยาบาลวาริชภูมิ
           โรงพยาบาลสกลนคร
           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสวางแดนดิน
           โรงพยาบาลอากาศอํานวย
           โรงพยาบาลอาจารยฝนอาจาโร

สุรินทร    โรงพยาบาลกาบเชิง
           โรงพยาบาลจอมพระ
           โรงพยาบาลชุมพลบุรี
           โรงพยาบาลทาตูม
           โรงพยาบาลบัวเชด
           โรงพยาบาลปราสาท
           โรงพยาบาลรัตนบุรี
           โรงพยาบาลศรีขรภูมิ
           โรงพยาบาลสังขะ
           โรงพยาบาลสุรินทร
           โรงพยาบาลสุรินทรรวมแพทย

อุดรธานี   โรงพยาบาลเพ็ญ
           โรงพยาบาลกองบิน 23
           โรงพยาบาลกุมภวาป
           โรงพยาบาลคายประจักษศิลปาคม
           โรงพยาบาลน้ําโสม
           โรงพยาบาลบานผือ
           โรงพยาบาลศรีธาตุ
           โรงพยาบาลศรีบุญเรือง
           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบานดุง
           โรงพยาบาลหนองวัวซอ
           โรงพยาบาลหนองหาน

                                  43
โรงพยาบาลอุดรธานี

อุบลราชธานี   โรงพยาบาลเขมราฐ
              โรงพยาบาลเขื่องใน
              โรงพยาบาลโขงเจียม
              โรงพยาบาลตระการพืชผล
              โรงพยาบาลนาจะหลวย
              โรงพยาบาลน้ํายืน
              โรงพยาบาลบุณฑริก
              โรงพยาบาลพญาไทอุบล
              โรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร
              โรงพยาบาลวารินชําราบ
              โรงพยาบาลศรีเมืองใหม
              โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม
              โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค
              โรงพยาบาลหัวตะพาน

อํานาจเจริญ   โรงพยาบาลชานุมาน
              โรงพยาบาลอํานาจเจริญ

ภาคกลาง
กาญจนบุรี        โรงพยาบาททาเรือ
                 โรงพยาบาลเจาคุณไพบูลยพนมทวน
                 โรงพยาบาลเลาขวัญ
                 โรงพยาบาลแสงชูโต
                 โรงพยาบาลไทรโยค
                 โรงพยาบาลกาญจนบุรีเมโมเรียล
                 โรงพยาบาลคริสเตียนแมน้ําแควนอย
                 โรงพยาบาลคายกาญจนบุรี

                                      44
โรงพยาบาลคายสุรสีห
          โรงพยาบาลดานมะขามเตีย  ้
          โรงพยาบาลทองผาภูมิ
          โรงพยาบาลทามวง
          โรงพยาบาลธนกาญจน
          โรงพยาบาลบอพลอย
          โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
          โรงพยาบาลมะการักษ
          โรงพยาบาลสถานบารมี
          โรงพยาบาลสมเด็จพระปยมหาราชรมณีเขต
          โรงพยาบาลสังขละบุรี
          โรงพยาบาลสุขศิริสวัสดิ์

ชัยนาท    โรงพยาบาทวัดสิงห
          โรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย
          โรงพยาบาลชัยนาท
          โรงพยาบาลมโนรมย
          โรงพยาบาลสรรคบุรี
          โรงพยาบาลสรรพยา
          โรงพยาบาลหันคา

นครนายก   โรงพยาบาล ร.ร นายรอยพระจุลจอมเกลา
          โรงพยาบาลนครนายก
          โรงพยาบาลบานนา
          โรงพยาบาลปากพลี
          โรงพยาบาลองครักษ

นครปฐม    โรงพยาบาลเทพากร
          โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง)

                                45
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน นครปฐม
            โรงพยาบาลกําแพงแสน
            โรงพยาบาลจันทรุเบกษา
            โรงพยาบาลดอนตูม
            โรงพยาบาลนครชัยศรี
            โรงพยาบาลบางเลน
            โรงพยาบาลพุทธมณฑล
            โรงพยาบาลศูนยนครปฐม
            โรงพยาบาลสนามจันทร
            โรงพยาบาลสามพราน
            โรงพยาบาลหลวงพอเปน
            โรงพยาบาลหวยพลู

นครสวรรค   โรงพยาบาทไพศาลี
            โรงพยาบาลเกาเลี้ยว
            โรงพยาบาลแมวงก
            โรงพยาบาลโกรกพระ
            โรงพยาบาลชุมแสง
            โรงพยาบาลตากฟา
            โรงพยาบาลตาคลี
            โรงพยาบาลทาตะโก
            โรงพยาบาลบรรพตพิสัย
            โรงพยาบาลปากน้ําโพ
            โรงพยาบาลรวมแพทยนครสวรรค
            โรงพยาบาลลาดยาว
            โรงพยาบาลศรีสวรรค
            โรงพยาบาลสวรรคประชารักษ
            โรงพยาบาลหนองบัว


                                46
นนทบุรี          โรงพยาบาลเกษมราษฎร รัตนาธิเบศร
                 โรงพยาบาลไทรนอย
                 โรงพยาบาลชลประทาน
                 โรงพยาบาลนนทเวช
                 โรงพยาบาลนนทบุรี
                 โรงพยาบาลบางใหญ
                 โรงพยาบาลบางบัวทอง
                 โรงพยาบาลบําราศนราดูร
                 โรงพยาบาลพระนั่งเกลา

ปทุมธานี         โรงพยาบาลเอกปทุม
                 โรงพยาบาลแพทยรังสิต
                 โรงพยาบาลกรุงสยามเซนตคารลอส
                 โรงพยาบาลคลองหลวง
                 โรงพยาบาลธรรมศาสตรเฉลิมพระเกียรติ
                 โรงพยาบาลธัญญบุรี
                 โรงพยาบาลปทุมเวช
                 โรงพยาบาลปทุมธานี
                 โรงพยาบาลประชาธิปตย
                 โรงพยาบาลลําลูกกา
                 โรงพยาบาลสามโคก
                 โรงพยาบาลหนองเสือ
                 โรงพยาบาลอินเตอรนวนคร

ประจวบคีรีขนธ
           ั     โรงพยาบาลกุยบุรี
                 โรงพยาบาลคายธนรัชต
                 โรงพยาบาลชุมชนหัวหิน
                 โรงพยาบาลทับสะแก
                 โรงพยาบาลบางสะพาน

                                      47
โรงพยาบาลบางสะพานนอย
           โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ
           โรงพยาบาลปราณบุรี
           โรงพยาบาลสามรอยยอด

เพชรบุรี   โรงพยาบาลเขายอย
           โรงพยาบาลเพชรรัชต
           โรงพยาบาลเมืองเพชร - ธนบุรี
           โรงพยาบาลแกงกระจาน
           โรงพยาบาลชะอํา
           โรงพยาบาลทายาง
           โรงพยาบาลบานแหลม
           โรงพยาบาลบานลาด
           โรงพยาบาลพระจอมเกลา เพชรบุรี
           โรงพยาบาลหนองหญาปลอง

อยุธยา     โรงพยาบาลเสนา
           โรงพยาบาลทาเรือ
           โรงพยาบาลบางไทร
           โรงพยาบาลบางบาล
           โรงพยาบาลบางปะอิน
           โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
           โรงพยาบาลภาชี
           โรงพยาบาลมหาราช
           โรงพยาบาลราชธานี
           โรงพยาบาลลาดบัวหลวง
           โรงพยาบาลวังนอย
           โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชวาสนมหาเถระ


                                48
ราชบุรี       โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน
              โรงพยาบาลโพธาราม ราชบุรี
              โรงพยาบาลซานคามิลโล
              โรงพยาบาลดําเนินสะดวก
              โรงพยาบาลบางแพ
              โรงพยาบาลบานโปง
              โรงพยาบาลปากทอ
              โรงพยาบาลพรอมแพทย
              โรงพยาบาลราชบุรี
              โรงพยาบาลวัดเพลง
              โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง
              โรงพยาบาลสวนผึ้ง
              โรงพยาบาลอินทร

ลพบุร         โรงพยาบาลโคกเจริญ
              โรงพยาบาลโคกสําโรง
              โรงพยาบาลชัยบาดาล
              โรงพยาบาลทาวุง
              โรงพยาบาลทาหลวง
              โรงพยาบาลบานหมี่
              โรงพยาบาลพัฒนานิคม
              โรงพยาบาลลพบุรี
              โรงพยาบาลลําสนธิ
              โรงพยาบาลสระโบสถ
              โรงพยาบาลหนองมวง
              โรงพยาบาลอานันทมหิดล

สมุทรปราการ   โรงพยาบาลเมืองสมุทร
              โรงพยาบาลกรุงเทพ พระประแดง

                                 49
โรงพยาบาลจุฬารัตน (สาขาบางปลา)
              โรงพยาบาลจุฬารัตน 9
              โรงพยาบาลบางบอ
              โรงพยาบาลบางพลี
              โรงพยาบาลปยะมินทร
              โรงพยาบาลวชิรปราการ
              โรงพยาบาลศีวเวช
              โรงพยาบาลสมุทรเจดียสวาทยานนท
              โรงพยาบาลสมุทรปราการ

สมุทรสาคร     โรงพยาบาลกระทุมแบน
              โรงพยาบาลบานแพว
              โรงพยาบาลมหาชัย 1
              โรงพยาบาลมหาชัย 2
              โรงพยาบาลศรีวิชัย 3
              โรงพยาบาลศรีวิชัย 5
              โรงพยาบาลสมุทรสาคร

สมุทรสงคราม   โรงพยาบาลนภาลัย
              โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหลาสมุทรสงคราม
              โรงพยาบาลอัมพวา

สระบุรี       โรงพยาบาลเกษมราษฎร สระบุรี
              โรงพยาบาลเสาไห
              โรงพยาบาลแกงคอย
              โรงพยาบาลดอนพุด
              โรงพยาบาลบานหมอ
              โรงพยาบาลพระพุทธบาท
              โรงพยาบาลมวกเหล็ก

                                    50
โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียลสระบุรี
             โรงพยาบาลวังมวงสัทธรรม
             โรงพยาบาลวิหารแดง
             โรงพยาบาลสระบุรี
             โรงพยาบาลหนองแค
             โรงพยาบาลหนองแซง
             โรงพยาบาลหนองโดน

สิงหบุรี    โรงพยาบาลคายบางระจัน
             โรงพยาบาลทาชาง
             โรงพยาบาลพรหมบุรี
             โรงพยาบาลสิงหบุรี
             โรงพยาบาลสิงหบุรีเวชการ
             โรงพยาบาลอินทรบุรี

สุพรรณบุรี   โรงพยาบาลเจาพระยายมราช
             โรงพยาบาลเดิมบางนางบวช
             โรงพยาบาลดอนเจดีย
             โรงพยาบาลดานชาง
             โรงพยาบาลธนบุรี-อูทอง
             โรงพยาบาลบางปลามา
             โรงพยาบาลปยราษฎร
             โรงพยาบาลศรีประจันต
             โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองคที่ 17
             โรงพยาบาลสามชุก
             โรงพยาบาลหนองหญาไซ
             โรงพยาบาลอูทอง
             ฝายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศุภมิตร


                                  51
อุทัยธานี            โรงพยาบาลทัพทัน
                     โรงพยาบาลบานไร
                     โรงพยาบาลลานสัก
                     โรงพยาบาลสวางอารมณ
                     โรงพยาบาลหนองขาหยาง
                     โรงพยาบาลหนองฉวาง
                     โรงพยาบาลหวยคต
                     โรงพยาบาลอุทัยธานี

อางทอง              โรงพยาบาลแสวงหา
                     โรงพยาบาลโพธิ์ทอง
                     โรงพยาบาลปาโมก
                     โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ
                     โรงพยาบาลอางทอง
                     โรงพยาบาลอางทองเวชชการ 2

ภาคตะวันออก
จันทบุรี      โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ
              โรงพยาบาลเขาสุกิม
              โรงพยาบาลแกงหางแมว
              โรงพยาบาลแหลมสิงห
              โรงพยาบาลโปงน้ํารอน
              โรงพยาบาลชุมชนขลุง
              โรงพยาบาลตากสิน
              โรงพยาบาลทาใหม
              โรงพยาบาลนายายอาม
              โรงพยาบาลพระปกเกลา
              โรงพยาบาลมะขาม
              โรงพยาบาลสองพี่นอง

                                         52
โรงพยาบาลสอยดาว

ฉะเชิงเทรา   โรงพยาบาลแปลงยาว
             โรงพยาบาลคริสเตียนบางคลา
             โรงพยาบาลฉะเชิงเทรา
             โรงพยาบาลชุมชนบางน้ําเปรี้ยว
             โรงพยาบาลทาตะเกียบ
             โรงพยาบาลบางคลา
             โรงพยาบาลบางปะกง
             โรงพยาบาลบางปะกงปยเวช
             โรงพยาบาลบานโพธิ์
             โรงพยาบาลพนมสารคาม
             โรงพยาบาลราชสาสน
             โรงพยาบาลสนามชัยเขต

ชลบุรี       โรงพยาบาลเกาะสีชัง
             โรงพยาบาลเอกชล
             โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
             โรงพยาบาลชลบุรี
             โรงพยาบาลบอทอง
             โรงพยาบาลบางละมุง
             โรงพยาบาลบานบึง
             โรงพยาบาลพนัสนิคม
             โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล
             โรงพยาบาลพานทอง
             โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม
             โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจาสิริกิต
             โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
             โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา

                                            53
โรงพยาบาลสัตหีบ กม. 10
             โรงพยาบาลหนองใหญ
             โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ ฐานทัพเรือสัตหีบ
             โรงพยาบาลอาวอุดมอําเภอศรีราชา
             โรงพยาบาลอีสเทริน ซีบอรด
             ศูนยวิทยาศาสตรสุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา

ตราด         โรงพยาบาลเขาสมิง
             โรงพยาบาลแหลมงอบ
             โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ตราด
             โรงพยาบาลคลองใหญ
             โรงพยาบาลตราด
             โรงพยาบาลบอไร
             โรงพยาบาลสมเด็จพระเจาตากสินมหาราช

ปราจีนบุรี   โรงพยาบาลเจาพระยาอภัยภูเบศร
             โรงพยาบาลกบินทรบุรี
             โรงพยาบาลตาพระยา
             โรงพยาบาลนาดี
             โรงพยาบาลบานสราง
             โรงพยาบาลประจันตคาม
             โรงพยาบาลวังน้ําเย็น
             โรงพยาบาลศรีมโหสถ
             โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์
             โรงพยาบาลอิมพีเรียล ปราจีนบุรี

ระยอง        โรงพยาบาลแกลง
             โรงพยาบาลบานคาย
             โรงพยาบาลบานฉาง

                                              54
โรงพยาบาลบํารุงราษฎร
          โรงพยาบาลปลวกแดง
          โรงพยาบาลระยอง
          โรงพยาบาลวังจันทร
          โรงพยาบาลสามยาน

สระแกว   โรงพยาบาลเขาฉกรรจ
          โรงพยาบาลคลองหาด
          โรงพยาบาลตาพระยา
          โรงพยาบาลวังน้ําเย็น
          โรงพยาบาลวัฒนานคร
          โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแกว
          โรงพยาบาลอรัญประเทศ

ภาคใต
กระบี่         โรงพยาบาลเกาะลันตา
               โรงพยาบาลเขาพนม
               โรงพยาบาลกระบี่
               โรงพยาบาลคลองทอม
               โรงพยาบาลปลายพระยา
               โรงพยาบาลลําทับ
               โรงพยาบาลอาวลึก

ชุมพร          โรงพยาบาลชุมพร
               โรงพยาบาลทาแซะ
               โรงพยาบาลทุงตะโก
               โรงพยาบาลปะทิว
               โรงพยาบาลปากน้ําชุมพร
               โรงพยาบาลพะโตะ

                                       55
โรงพยาบาลมาบอํามฤต
                โรงพยาบาลละแม
                โรงพยาบาลวิรัชศิลป
                โรงพยาบาลสวี
                โรงพยาบาลหลังสวน

ตรัง            โรงพยาบาลกันตัง
                โรงพยาบาลตรัง
                โรงพยาบาลตรังรวมแพทย
                โรงพยาบาลปะเหลียน
                โรงพยาบาลยานตาขาว
                โรงพยาบาลราชดําเนินตรัง
                โรงพยาบาลสิเกา
                โรงพยาบาลหวยยอด

นครศรีธรรมราช   โรงพยาบาลเชียรใหญ
                โรงพยาบาลขนอม
                โรงพยาบาลชะอวด
                โรงพยาบาลทาศาลา
                โรงพยาบาลทุงใหญ
                โรงพยาบาลทุงสง
                โรงพยาบาลนครคริสเตียน
                โรงพยาบาลนาบอน
                โรงพยาบาลบางขัน
                โรงพยาบาลปากพนัง
                โรงพยาบาลพรหมคีรี
                โรงพยาบาลพิปูน
                โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
                โรงพยาบาลรอนพิบูลย

                                      56
โรงพยาบาลลานสะกา
           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง
           โรงพยาบาลสิชล
           โรงพยาบาลหัวไทร

นราธิวาส   โรงพยาบาลแวง
           โรงพยาบาลตากใบ
           โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร
           โรงพยาบาลระแงะ
           โรงพยาบาลรือเสาะ
           โรงพยาบาลสุไหงโกลก
           โรงพยาบาลสุไหงปาดี

ปตตานี    โรงพยาบาลแมลาน
           โรงพยาบาลโคกโพธิ์
           โรงพยาบาลไมแกน
           โรงพยาบาลกะพอ
           โรงพยาบาลทุงยางแดง
           โรงพยาบาลปตตานี
           โรงพยาบาลปานาเระ
           โรงพยาบาลมายอ
           โรงพยาบาลยะรัง
           โรงพยาบาลยะหริ่ง
           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี
           โรงพยาบาลหนองจิก

พังงา      โรงพยาบาลเกาะยาว
           โรงพยาบาลกะปง
           โรงพยาบาลคุระบุรี

                                57
โรงพยาบาลตะกัวทุง
                        ่
         โรงพยาบาลตะกัวปา
                      ่
         โรงพยาบาลทับปุด
         โรงพยาบาลทายเหมือง
         โรงพยาบาลบางไทร
         โรงพยาบาลพังงา

พัทลุง   โรงพยาบาลเขาชัยสน
         โรงพยาบาลกงหรา
         โรงพยาบาลควนขนุน
         โรงพยาบาลตะโหมด
         โรงพยาบาลบางแกว
         โรงพยาบาลปากพยูน
         โรงพยาบาลปาบอน
         โรงพยาบาลพัทลุง
         โรงพยาบาลศรีบรรพต

ภูเก็ต   โรงพยาบาลถลาง
         โรงพยาบาลปาตอง
         โรงพยาบาลวชิรภูเก็ต

ยะลา     โรงพยาบาลบันนังสตา
         โรงพยาบาลยะลา
         โรงพยาบาลยะหา
         โรงพยาบาลรามัน

ระนอง    โรงพยาบาลกะเปอร
         โรงพยาบาลชุมชนกระบุรี
         โรงพยาบาลระนอง

                                 58
โรงพยาบาลละอุน

สงขลา          โรงพยาบาลเทพา
               โรงพยาบาลเสนาณรงค
               โรงพยาบาลกระแสสินธุ
               โรงพยาบาลจะนะ
               โรงพยาบาลระโนด
               โรงพยาบาลรัตภูมิ
               โรงพยาบาลราษฎรยินดี
               โรงพยาบาลศิครินทร หาดใหญ
               โรงพยาบาลสงขลา
               โรงพยาบาลสงขลานครินทร
               โรงพยาบาลสทิงพระ
               โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อําเภอนาทวี
               โรงพยาบาลสะเดา
               โรงพยาบาลสะบายอย
               โรงพยาบาลหาดใหญ

สตูล           โรงพยาบาลควนกาหลง
               โรงพยาบาลทุงหวา
               โรงพยาบาลละงู
               โรงพยาบาลสตูล

สุราษฏรธานี   โรงพยาบาลเกาะสมุย
               โรงพยาบาลเคียนซา
               โรงพยาบาลไชยา
               โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ
               โรงพยาบาลคีรีรัฐนิคม
               โรงพยาบาลชัยบุรี

                                      59
โรงพยาบาลดอนสัก
โรงพยาบาลทักษิณ
โรงพยาบาลทาโรงชาง
โรงพยาบาลทาชนะ
โรงพยาบาลบานนาเดิม
โรงพยาบาลบานนาสาร
โรงพยาบาลพนม
โรงพยาบาลพระแสง
โรงพยาบาลพระยุพราชเวียงสระ
โรงพยาบาลพุนพิน
โรงพยาบาลสุราษฏรธานี




                     60
Error! Objects cannot be created from editing field codes.




จัดทําโดย ฝายวิชาการ
บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด
ชั้น 18 อาคารลิเบอรตี้สแควร
287 ถนนสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท 02 631 2140
โทรสาร 02 631 2126-7
                                         2547




                                         61

Paraqaut

  • 1.
    แนวทางการวินิจฉัย การปฐมพยาบาล และการดูแลรักษา ภาวะเปนพิษจากพาราควอท PARAQUAT POISONING a practical guide to diagnosis, first aid and hospital treatment 0
  • 2.
    คํานิยม หนังสือคูมือแนวทางการวินจฉัย การปฐมพยาบาล และการดูแลรักษา ภาวะเปนพิษจาก ิ "พาราควอท" เลมนี้ ทางบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด ไดจัดทําขึ้นเพื่อมอบใหแก ทางโรงพยาบาล หนวยงาน นายแพทย หรือผูที่เกี่ยวของตลอดจนผูที่มีความสนใจทัวไป เพื่อใหเกิด ่ ประโยชนตอการรักษาพยาบาลผูปวย ขอความสวนใหญในหนังสือเลมนี้ไดแปลและเรียบเรียงจาก หนังสือ PARAQUAT POISONING a practical guide to diagnosis, first aid and hospital treatment ฉบับลาสุด ป ค.ศ 2003 ของบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด บริษัทฯ ขอขอบพระคุณ นายแพทย วินย วนานุกูล และ ดร.อํานวย ถิฐาพันธ ั ที่ไดกรุณาชวยแปล ตรวจทานและแกไข เพิ่มเติม เพื่อใหหนังสือเลมนีมความสมบูรณยิ่งขึ้น ้ ี บริษัทฯ ขอขอบพระคุณ นายแพทย สมิง เกาเจริญ นายแพทย วินัย วนานุกูล แพทยหญิง สุดา วรรณประสาท นายแพทย สัมมนต โฉมฉาย แพทยหญิง จุฬธิดา โฉมฉาย นายแพทย ธีระ กลลดาเรืองไกร และนายแพทย สุชัย สุเทพารักษ ทีไดใหเกียรติแกทางบริษัทฯ โดยอนุญาตให ่ นําชื่อ และสถานที่ทํางานของทานมาลงไวในหนังสือเลมนี้ เพื่อการติดตอขอคําแนะนํา และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาผูปวย  ทายที่สุดบริษทฯ ขอขอบพระคุณ กรมวิชาการเกษตร ทีไดกรุณารวบรวมรายชื่อทางการคา ั ่ ของสารกําจัดวัชพืช พาราควอท ที่ไดรับการขึ้นทะเบียนวัตถุมพษ เพื่อนํามาใชประกอบใน ี ิ รายละเอียดของหนังสือเลมนี้ 1
  • 3.
    สารบัญ คํานิยม 1 บทนํา 3 การรักษาภาวะเปนพิษจากการกินพาราควอท 4 การวินจฉัย ิ 4 การปฐมพยาบาลเบื้องตน 4 การดูแลรักษาผูปวยเบื้องตนในโรงพยาบาล  5 การใชการตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัย 6 ลักษณะทางคลินก ิ 6 การดูแลรักษาแบบประคับประคอง 7 ผังงานแนวทางการดูแลรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทระยะแรก 9 การไดรับสัมผัสพาราควอททางอื่น ผิวหนัง 10 ตา 11 การสูดดม 12 ขอมูลพื้นฐาน 13 กลไกการเกิดพิษ 14 ขบวนการทางชีวเคมีของภาวะเปนพิษจากพาราควอท 15 การรักษาอื่นทีอาจไดประโยชน ่ การเพิ่มการกําจัดพาราควอทออกจากรางกาย 16 การปองกันและรักษาภาวะพังผืดในปอด (Pulmonary fibrosis) 17 เทคนิคการวิเคราะห การวิเคราะหเชิงคุณภาพเพือยืนยันการวินจฉัย ่ ิ 20 การวิเคราะหสารพาราควอทเชิงปริมาณ 21 ความสัมพันธระหวางระดับพาราควอทในพลาสมากับโอกาสรอดชีวิตของผูปวย 22 บรรณานุกรม 24 รายละเอียดเพิมเติม ่ 25 รายชื่อทางการคาสารกําจัดวัชพืชพาราควอท 27 รายชื่อโรงพยาบาลที่ไดรบการสนับสนุน Fuller's Earth ั 29 2
  • 4.
    บทนํา พาราควอท เปนสารกําจัดวัชพืชที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยเมื่อ ใชตามคําแนะนํา ที่ติดอยูบนฉลาก แตการไดรบสารพาราควอทในขนาดทีเ่ ปนพิษมีโอกาสเสียชีวตไดสง แมจะได ั ิ ู รับการรักษาอยางเต็มที่ ซึ่งสวนใหญมักจะเปนกรณีที่มจุดประสงคเพื่อทํารายตัวเอง การวินิจฉัย ี ภาวะสัมผัสถูกพาราควอทตังแตระยะแรก และการรักษาเพื่อลดการปนเปอนของพาราควอท ้ เขาสูรางกายแตเนิ่นๆ จึงเปนสวนสําคัญของการรักษา ในชวงหลายปมานี้ มีความกาวหนาเพียงเล็กนอยในการดูแลรักษาผูปวยที่มภาวะเปนพิษ ี จากพาราควอท หนังสือคูมือเลมนี้เขียนในแนวทางที่ใหความสําคัญกับการวินิจฉัยแตเนิ่นๆ และการดูแลรักษาผูปวยในระยะแรกเปนหลัก และไดรวบรวมกลไกการเกิดพิษของพาราควอท รวมทั้งผังงานแนวทางการดูแลรักษา เพื่อชวยใหแพทยวางแผนการรักษาตั้งแตระยะแรก ตลอด จนวิธีการตรวจทางหองปฏิบัติการใหมๆ ดวย หนังสือคูมือเลมนี้เปนผลงาน รวมระหวาง บุคลากร  ของ Health Assessments and Environmental Safety Department บริษท ซินเจนทา ครอป ั โปรเทคชั่น จํากัดและ Medical Toxicology Unit, Guy’s & St Thomas’ Hospital NHS Trust, กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร หนังสือคูมือเลมนี้มีเปาหมายที่จะนําเสนอแนวทางการรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทที่ เหมาะสมและดีที่สุดในปจจุบัน อยางไรก็ตามคงตองตระหนักถึงดานความพรอมของการรักษา ซึ่งมีความแตกตางกันอยางมากในแตละประเทศ และสถานพยาบาลแตละแหง แพทยควรเขาใจและ ทราบถึงขีดความสามารถของเวชปฏิบัติและความพรอมของการตรวจทางหองปฏิบัติการของทองที่ นั้นๆเพื่อนําไปประยุกตใชตอไป คําเตือน แมวาคณะผูนพนธหนังสือเลมนี้ไดเขียนคําแนะนําบนพืนฐานของความซื่อสัตยแหง  ิ ้ วิชาชีพ และความรูที่มีหลักฐานและทันสมัยที่สุดที่มีอยูในขณะเวลาที่จัดพิมพหนังสือเลมนี้  แตไมสามารถรับรองหรือไมไดหมายความวาคําแนะนําทังหมดในหนังสือเลมนี้จะถูกตองทั้งหมด ้ นอกจากนี้ความสําเร็จในการรักษาใดๆ ยังขึนกับปจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือความควบคุมของผูนิพนธ ้ เชน สภาพรางกายโดยทั่วไปของผูปวย ระยะเวลาตั้งแตกนสารพาราควอทจนถึงเริ่มการรักษา ิ และปริมาณของผลิตภัณฑทกินเขาไป เปนตน ี่ 3
  • 5.
    การรักษาภาวะเปนพิษจากการกินพาราควอท การวินิจฉัย • การวินจฉัยจะตองทําทันที พรอมกับการใหการปฐมพยาบาลโดยไมรอชา ิ • การวินจฉัยภาวะเปนพิษจากพาราควอท ทําไดโดยอาศัยขอมูลตอไปนี้ ิ 1. ประวัตของการกินพาราควอท ทั้งจากผูปวยเองหรือผูพบเห็น ิ 2. หลักฐานรองรอยของการกินพาราควอท เชน จดหมายลาตาย ขวดผลิตภัณฑเปลา สวนที่กินเหลือ สี หรือ กลิ่น 3. อาการแสดงทางคลินิก โดยเฉพาะอาการอาเจียนทีหยุดยาก มีแผลหรือการอักเสบ ่ ของเยื่อบุชองปาก (ซึ่งจะพบไดหลังกินไปหลายชั่วโมงแลว) ประวัติการกินสารกําจัดวัชพืชที่เปนสีน้ําเงิน-เขียว แลวมีอาเจียนอยางมากเปนสีน้ําเงิน- เขียว (หรือการไดนําลางกระเพาะเปนสีนาเงิน-เขียว) รวมกับมีอาการเจ็บปากและคอถือเปนขอมูล ้ ้ํ ที่สาคัญในการวินิจฉัยภาวะการกินพาราควอท ํ • การกินพาราควอทในภาวะตอไปนี้มักไมทาใหเกิดเปนภาวะพิษที่รนแรง ํ ุ 1. กินพืชที่ถกพนดวยพาราควอทมากอน ู 2. กินดินที่ถกพนดวยพาราควอทมากอน ู 3. กินพาราควอทชนิดเจือจางซึ่งใชสําหรับฉีดพนเพื่อกําจัดวัชพืช การปฐมพยาบาลเบื้องตน • ถาผูปวยไมไดกําลังอาเจียนอยูขณะนั้น พิจารณาใหกินสารอยางใดอยางหนึ่งตอไปนี้ คือ 1. ผงถานกัมมันต (activated charcoal) ในขนาด 100 กรัม สําหรับผูใหญ 2 กรัม/กิโลกรัม ของน้ําหนักตัว สําหรับเด็ก 2. สารละลายดินเหนียว 15% Fuller’s Earth ในขนาด 1 ลิตร สําหรับผูใหญ 15 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ของน้ําหนักตัว สําหรับเด็ก สามารถเตรียมสารละลายนี้ไดโดย ผสมผงดินเหนียว Fuller’s Earth 2 1/2 กระปอง (แตละกระปองมี 60 กรัม) ละลายในน้ํา 1 ลิตร 4
  • 6.
    • ควรใหยาระบาย (หลังจากใหผงถานกัมมันตหรือ Fuller’s Earth) เชน mannitol หรือ magnesium sulphate • ถาคาดวาผูปวยกินสารในปริมาณมากพอทีอาจจะทําใหเกิดอันตรายได ควรพิจารณาสงผูปวย ่ ไปยังโรงพยาบาลหลังจากการปฐมพยาบาลโดยเร็ว (ผงดินเหนียว Fuller’s Earth สามารถติดตอขอรับไดจากบริษัทซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด หรือในกรณีฉุกเฉินสามารถยืมไดจากโรงพยาบาลใกลเคียงที่มรายชื่ออยูในทายหนังสือเลมนี้) ี การดูแลรักษาผูปวยเบื้องตนในโรงพยาบาล • ดูแลเรื่องทางเดินหายใจ การหายใจ และการไหลเวียนโลหิต • ควบคุมอาการอาเจียนดวย 1. ยาตานเซอโรโตนิน3 (5HT3 antagonists) เชน ondansetron 8 มิลลิกรัมในผูใหญ หรือ 5 มิลลิกรัม/ตารางเมตรของพื้นที่ผิวกาย ในเด็ก โดยฉีดเขาหลอดเลือดชาๆ หรือผสมน้ําเกลือหยด เขาหลอดเลือดในเวลามากกวา 15 นาที หรือ 2. ยาแกอาเจียนกลุม Phenothiazine เชน prochlorperazine ควรหลีกเลี่ยงยากลุมตาน โดพามีน (Dopamine antagonists) เชน metoclopramide เพราะยากลุมนี้อาจจะทําใหการใชยา dopamine เพื่อสงวนการไหลเวียนเลือดของไตไมไดผลดีเทาที่ควร • ใหสารดูดซับพาราควอทอยางใดอยางหนึง คือ ่ 1. ผงถานกัมมันต (activated charcoal) หรือ 2. สารละลายดินเหนียว Fuller’s Earth ขอสังเกต: การใสสายลางกระเพาะโดยไมไดใหสารดูดซับดังกลาวขางตนนั้น ไมไดประโยชนในทางคลินก ิ • ใหยาระบาย เชน mannitol หรือ magnesium sulphate • ควรใหความสําคัญกับการใหสารน้ําแกผปวยอยางเพียงพอ เพื่อใหไตซึ่งเปนอวัยวะหลัก ู ในการกําจัดพาราควอทออกจากรางกายสามารถทํางานไดเต็มประสิทธิภาพ แตก็ตองระวัง ภาวะน้ําเกิน (volume overload) และความไมสมดุลของสารอิเล็กโตรไลท (electrolyte imbalance) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในขณะเดียวกันได ขอสังเกต: ไมควรใหออกซิเจน นอกเสียจากวาผูปวยมีภาวะออกซิเจนต่ําที่รุนแรง 5
  • 7.
    การใชการตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัย • การตรวจเชิงคุณภาพเพื่อยืนยันวาผูปวยกินพาราควอทในปริมาณที่มีความสําคัญ - Urine spot test ควรนําปสสาวะมาตรวจหาพาราควอททันทีโดยใชดางและโซเดียม ไดไทโอไนท (sodium dithionite) สารเคมีทั้งสองชนิดไดมการจัดเตรียมเปนชุดตรวจสอบซึ่งติดตอขอไดจาก บริษัทซินเจนทา ี ครอป โปรเทคชั่น จํากัด - ถาผลเปนลบ ควรตรวจซ้ําอีกครั้งหนึ่งที่เวลา 6 ชั่วโมงหลังจากกิน และถายังใหผลลบอีก แสดงวามีโอกาสนอยที่จะเกิดภาวะเปนพิษที่รุนแรง • การตรวจหาระดับพาราควอทในเลือด จะชวยทํานายความรุนแรงและพยากรณโรคได (ควรเจาะเลือดตรวจหลังกิน 4 ชั่วโมง ตัวอยางเลือดควรจะเก็บในหลอดพลาสติก ไมควรเก็บ ตัวอยางเลือดในหลอดแกว) • การตรวจหาระดับพาราควอทในเลือดควรใชพลาสมามากกวาใชซีรั่ม เพราะระดับ ความเขมขนของพาราควอทในซีรั่ม จะต่ําเพียง 1/3 ของระดับความเขมขนในพลาสมา แตใน กรณีที่มีผลการตรวจระดับความเขมขนพาราควอทในซีรมเทานั้น การแปลผลโดยเทียบกับ ั่ เสนรอดชีวิตในแผนภูมิที่อยูทายเลม จะตองแปลดวยความระมัดระวัง  • ดูรายละเอียดในบท “เทคนิคการวิเคราะห” ลักษณะทางคลินิก (อางถึงการรายงานของ Lock และ Wilks ป คศ.2001) • ความเปนพิษระดับออนหรือกึ่งเฉียบพลัน (Mild or subacute poisoning): เมื่อกินนอยกวา 20-30 มิลลิกรัมของ พาราควอทไอออน (paraquat ion) / น้ําหนักตัว (กิโลกรัม) - ไมมีอาการ หรือ มีเพียงอาการอาเจียนและทองเสีย - มีพิษตอไตและตับ นอยหรือไมมเี ลย - ความสามารถในการใหกาซซึมผานของปอด (pulmonary diffusion capacity) อาจจะลดลงไดในระยะแรก แตจะหายกลับเปนปกติได • ความเปนพิษระดับปานกลาง ถึงรุนแรงและเฉียบพลัน (Moderate to severe acute poisoning): เมื่อกินมากกวา 20-30 แตนอยกวา 40-50 มิลลิกรัมของ พาราควอทไอออน/ น้ําหนักตัว (กิโลกรัม) 6
  • 8.
    ระยะเวลาที่เกิดอาการ อาการ - ทันทีหลังกิน: อาเจียน - เปนชัวโมงหลังกิน: ่ ถายเหลว ปวดทอง เจ็บในปากและมีแผลในปากและคอ - 1-4 วันหลังกิน: ไตวาย ตับอักเสบ ความดันโลหิตต่ํา และชีพจรเร็ว -1-2 สัปดาหหลังกิน: ไอ ไอเปนเลือด มีน้ําในเยื้อหุมปอด (pleural effusion) มีพังผืดในปอด (lung fibrosis) และการทํางานของปอดลดลง ผูปวยยังมีโอกาสรอดชีวิต แตผูปวยสวนใหญเสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาหเนื่องจากการหายใจ ลมเหลว • ความเปนพิษระดับเร็วราย (Fulminant): เมื่อกินมากกวา 40-50 มิลลิกรัมของ พาราควอทไอออน/ น้ําหนักตัว (กิโลกรัม) ระยะเวลาที่เกิดอาการ อาการ - เกิดขึ้นทันที: อาเจียน - เปนชั่วโมง - หลายวัน: ทองเสีย ปวดทอง ไตวายและตับวาย มีแผลใน ระบบทางเดินอาหาร ตับออนอักเสบ กลามเนื้อ หัวใจอักเสบ ความดันโลหิตต่ํา (refractory hypotension) หมดสติ (coma) และชัก (convulsion) ผูปวยเสียชีวตจากภาวะช็อคจากหัวใจ (cardiogenic shock) และ อวัยวะหลายระบบลมเหลว ิ (multi-organ failure) ภายใน 1-4 วัน การดูแลรักษาแบบประคับประคอง (ดูผังงานแนวทางการรักษาประกอบ) การดูแลรักษาในระยะแรก - สารน้ํา (IV fluids) เนื่องจากพาราควอทถูกขับออกทางไตเปนหลัก การรักษา ประคับประคองใหไตทํางานไดอยางเต็มที่จึงมีความสําคัญ แตจะตองเฝาติดตามดูปริมาณปสสาวะ และประเมินการทํางานของไตอยางใกลชิด - ยาแกปวด เนื่องจากพาราควอททําใหเยือบุทางเดินอาหารไหม (corrosive effects) ่ ผูปวยจะเจ็บปากจากการมีแผลในชองปาก ปวดทองจากการมีแผลที่หลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร จึงอาจจะตองพิจารณาใหยาแกปวดที่มฤทธิ์สูง เชน ยากลุม opiate ี - ดูแลชองปากจากการที่มีแผลและการอักเสบ - ถาสงสัยวาผูปวยอาจจะมีอนตรายที่รุนแรงในชองปากหรือหลอดอาหาร ั (เชนมีอาการกลืนลําบากหรือกลืนน้ํา ลายเจ็บ) ควรใหงดอาหารและน้ําทางปากไวกอน 7
  • 9.
    - หลีกเลี่ยงการใหออกซิเจน นอกเสียจากวามีภาวะขาดออกซิเจน(hypoxia) ที่รุนแรง เพราะออกซิเจนสงเสริมใหเกิดภาวะเปนพิษจากพาราควอท การดูแลรักษาในระยะตอไป - ยาแกปวด - ยาปฏิชีวนะ ถามีภาวะติดเชือแทรกซอน ้ - ฟอกเลือด ดวยวิธี hemodialysis หรือ hemofiltration ถาการทํางานของไตลดลงมาก จนมีขอบงชี้  - การรักษาเพื่อบรรเทาความไมสบาย (palliative treatment) มีความสําคัญอยางยิ่ง โดยเฉพาะผูปวยที่มีพยากรณโรคไมดี - การรักษาที่จําเพาะอื่นๆ ควรพิจารณาตามความเหมาะสมเปนรายๆ (ดูไดจากบทการรักษาอื่นที่อาจจะมีประโยชน และขอคําแนะนําจากศูนยพิษวิทยา) 8
  • 10.
  • 11.
    การไดรับสัมผัสพาราควอททางอื่น ผิวหนัง • ถาใชผลิตภัณฑพาราควอทตามวิธีที่แนะนํา และมีการปฏิบัติตามวิธีการใชที่ถูกตอง มีโอกาสเกิดอันตรายตอผิวหนังนอย เพราะผิวหนังปกติจะเปนตัวกีดขวางการดูดซึมของ พาราควอทเขาสูรางกาย  • ภาวะเปนพิษเฉพาะที่ - สารพาราควอทเขมขน ( เชน “กรัมม็อกโซน”) อาจจะมีผลใหเกิดการระคายเคือง ผิวหนัง เกิดตุมพอง และแผลไหมลึกตลอดชั้นผิวหนัง (full thickness burn) ไดภายใน 1-3 วัน  หลังไดรับการสัมผัส - หากสัมผัสถูกสารพาราควอทที่เจือจางแลวในชวงเวลาสั้นๆ อาจจะทําใหเกิด รอยแดง (erythema) - ถาเล็บสัมผัสถูกสารพาราควอทเขมขน อาจทําใหสีเล็บเปลี่ยน (เชนเปนจุดขาว) หรือเล็บลอกหลุดออกได แตเล็บจะงอกกลับขึ้นเปนปกติ • ภาวะเปนพิษทั่วรางกาย (systemic toxicity) เกิดไดยาก แตสามารถเกิดขึ้นไดในภาวะ ตอไปนี้ - สัมผัสเปนเวลานาน เชน ไมลางทําความสะอาดรางกายสวนที่ถูกสารพาราควอทเขมขนกระเด็นใส แบกเครื่องพนสารพาราควอทที่รั่วซึม สวมใสเสื้อผาที่ชุมขณะพนพาราควอท - สัมผัสทางถุงอัณฑะ (scrotum) หรือ ฝเย็บ(perineum) ในพื้นที่กวาง - ผิวหนังมีแผลหรือรอยแยก และสัมผัสสารปริมาณมาก - สัมผัสสารพาราควอทเขมขนในพืนที่ผิวทีมาก แมวาจะไดรับการลาง ้ ่ การปองกันและการรักษา - ลดการปนเปอนใหเร็วที่สุด โดยการถอดเครื่องนุงหมที่ปนเปอน และลางผิวหนังดวยสบู และน้ําจํานวนมาก ระวังอยาใหมการถลอกของผิวหนัง ี - ถาสัมผัสถูกสารพาราควอทเขมขน ควรดูแลรักษาผิวหนังตามอาการ และติดตามดูทกวัน ุ (ตุมพุพองหรือแผลไหมอาจจะเกิดหลังสัมผัส 1-3 วัน) 10
  • 12.
    - ถาสงสัยวาจะมีภาวะเปนพิษทั่วรางกาย ควรสงปสสาวะตรวจหาพาราควอทแตเนื่องจากวา ไมมีขอมูลเพียงพอที่จะบอกวาระดับสูงสุดในเลือดจากการสัมผัสทางผิวหนังเกิดขึนเมื่อใดจึงอนุมาณวา ้ ถาการตรวจปสสาวะใหผลลบในชวง 24 ชั่วโมงแลว อาจไมตองกังวลวาจะเกิดภาวะ เปนพิษทัวรางกาย  ่ แตถาการตรวจปสสาวะใหผลบวก หรือมีขอใหสงสัยวาอาจจะเกิดภาวะเปนพิษ ทั่วรางกาย ใหตรวจ ระดับพาราควอทในเลือด และใหการรักษาเสมือนวามีภาวะเปนพิษทัวรางกายแลว ่ ตา • สารพาราควอทเจือจางพรอมฉีดพน อาจจะทําใหเกิดอาการเคืองตาชั่วคราว แตไมมีการทําลายเนื้อเยื่ออยางถาวร • สารพาราควอทเขมขน - อาจทําใหเกิดภาวะอักเสบทีรุนแรงของแกวตา (cornea) และเยื่อบุตา (conjunctiva) ่ ซึ่งจะเกิดในเวลามากกวา 4 ชั่วโมงหลังสัมผัส - อาจทําใหเกิดการหลุดลอกของเยื่อบุแกวตาและเยื่อบุตา และทําใหมานตาอักเสบ  (iritis) มีผลใหเสี่ยงตอการมีการติดเชื้อแทรกซอนและเกิดแผลบนแกวตาตามมาได - การบวมของแกวตา (corneal oedema) อาจเปนอยูนานถึง 3-4 สัปดาห ทําใหมีอาการตามัวชั่วคราวได การรักษา - ควรลางตาทันทีดวยน้ําสะอาดหรือน้ําเกลือ เปนเวลาไมตากวา 15 นาที และควรตรวจ ่ํ แกวตาดวยการยอม fluorescein - ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่อาจมีความจําเปน เพื่อปองกันการติดเชื้อซ้ําซอน - ถาเปนกรณีของสารพาราควอทเขมขนกระเด็นเขาตา ควรตรวจประเมินซ้ําหลังจากสัมผัส 24 ชั่วโมง - พิจารณาสงพบจักษุแพทย 11
  • 13.
    การสูดดม พาราควอทเปนสารที่ไมระเหย แตผลิตภัณฑพาราควอทของบริษัทซินเจนทา ที่เปนของ เหลว ทุกสูตร จะมีการเติมสารแตงกลิ่นที่ฉน ซึ่งจะเปนสาเหตุใหเกิดความรูสกอยากอาเจียน หรือ ุ  ึ ปวดศีรษะได การพนพาราควอท - เมื่อใชตามคําแนะนําวิธีใช ละอองของสารพาราควอทจากการฉีดพนจะมีขนาดใหญเกินกวาที่จะถูกสูดเขาไปในปอดได - การพนพาราควอทใหเปนละอองฝอย อาจจะทําใหเกิดการระคายเคืองของทางเดินหายใจ สวนตน แตไมมีรายงานการเกิดภาวะเปนพิษจากพาราควอทที่รุนแรงจากการสูดหายใจสารนี้เขาไป - การระคายเคืองเฉพาะที่จมูกและคอ อาจเกิดขึ้นไดบาง และทําใหเกิดเลือดกําเดาไหล นิ้วมือที่ปนเปอนดวยพาราควอทสูตรเขมขนหากสัมผัสถูกเยื่อบุจมูก อาจทําใหมเี ลือดออกตรงจมูกได  การรักษา - ไมมีการรักษาจําเพาะทีจําเปนในกรณีสูดดม ไมมีความจําเปนตองตรวจหาพาราควอท ่ ในปสสาวะ เพราะปอดไมใชตําแหนงสําคัญในการดูดซึมพาราควอทเขาสูรางกาย - รักษาเลือดกําเดาไหลเหมือนกรณีทั่วไป 12
  • 14.
    ขอมูลพื้นฐาน สารกําจัดวัชพืชพาราควอท ถูกคนพบในปพ.ศ. 2493 และมีการจําหนายผลิตภัณฑนครั้งแรก ี้ ในปพ.ศ. 2505 ปจจุบันเปนสารกําจัดวัชพืชที่มียอดการขายสูงเปนอันดับ 2 ในโลก มีการจดทะเบียน และใชอยางแพรหลายมากกวา 100 ประเทศทั่วโลก พาราควอทเปนสารกําจัดวัชพืชที่ออกฤทธิ์เร็ว เปนการออกฤทธิ์เฉพาะที่เมื่อสัมผัสถูกสวน ที่เปนสีเขียวของพืช แตจะถูกน้ําชะออกในเวลาอันสั้น และหมดฤทธิ์ (deactivated) เมื่อสัมผัสกับดิน โดยไมมีฤทธิ์หลงเหลือเมื่ออยูในดิน การใชในภาวะปกติไมกอใหเกิดผลเสียตอสัตวปาและ สิ่งแวดลอม การใชอยางถูกตองจะไมมีผลอันตรายตอสุขภาพของผูพนสาร  การใชสารนี้ในการเกษตรกรรมหลายๆชนิด ชวยทําใหผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มขึน ้ ทั้งในประเทศกําลังพัฒนาและพัฒนาแลว โดยลดความจําเปนในการไถพรวนดินลงซึ่งเปนการ สิ้นเปลืองเวลาและพลังงานมาก ทําใหสามารถปองกันการพังทลายของหนาดิน และชวยใหดิน สามารถเก็บความชื้นไดดี 13
  • 15.
    กลไกการเกิดพิษ • เนื่องจากพาราควอทมีโครงสรางคลายสารโปลีเอมีนที่มีอยูในธรรมชาติ ซึ่งเซลลของปอด จะเก็บกักไวในตัว พาราควอทเมื่อเขาสูรางกายจะถูกเก็บสะสมใน alveolar cell ชนิด I และ II  โดยอาศัยขบวนการลําเลียงเขาเซลล ซึ่งตองใชพลังงาน • พาราควอทเมือสะสมอยูในเซลลของไตและปอดมากพอ จะทําใหเกิดวงจรรีดอกซ (redox ่ cycling) และมีออกซิเจนที่เปนอันตราย (toxic reactive oxygen) เกิดขึน (ดูรูป) มีผลทําให ้ มีการทําลายเนือเยื่อปอดทั้งชนิดเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรัง (acute and subchronic) ทั้งยังทําลาย ้ เซลลทอไต (renal tubular necrosis) • ภาวะไตวายเกิดจากพิษโดยตรงของพาราควอทที่มีตอทอไต หรือตามหลังจากภาวะช็อกได ไตวายมักเกิดในระยะแรกของโรค เปนลักษณะที่สําคัญทางคลินกของภาวะเปนพิษจากพาราควอท ิ และมักจะหายกลับมาเปนปกติได การรักษาประคับประคองใหไตทํางานไดดีมความสําคัญตอการ ี ลดลงของระดับพาราควอทในเลือด และลดการสะสมของพาราควอทในปอด • หลังจากไดรับพาราควอทในขนาดที่สูง จะเกิดภาวะลมเหลวของอวัยวะหลายๆระบบ(multi- organ failure) และทําใหผูปวยเสียชีวิตอยางรวดเร็ว การไดรับพาราควอทในขนาดปานกลาง จะเกิดการทําลายของปอดที่ดเู หมือนจะดีขนไดในชวงแรก แตจะเกิดภาวะพังผืดในปอด (lung ึ้ fibrosis) ในระยะตอมา ลักษณะทีจะเห็นในปอดคือพบมี fibroblast เพิมจํานวน และพัฒนาอยาง ่ ่ รวดเร็ว ทําใหเสียโครงสรางของเนื้อเยื่อปอดปกติไปและขัดขวางตอการแลกเปลี่ยนกาซของ ปอดตามปกติ การขาดสาร surfactant และปฏิกิริยาอักเสบมีผลทําใหความรุนแรงมากขึ้น 14
  • 16.
  • 17.
    การรักษาอื่นที่อาจไดประโยชน การเพิ่มการกําจัดพาราควอทออกจากรางกาย • การฟอกเลือดดวย peritoneal dialysis หรือ hemodialysis อาจจะมีความจําเปนในผูปวย เปนพิษจากพาราควอทที่มีภาวะไตวาย แตไมมประสิทธิภาพเพียงพอในการเพิ่มการกําจัด ี พาราควอทออกจากรางกาย • การกําซาบเลือด (Hemoperfusion) เปนวิธีทเี่ ชื่อวาสามารถใชรักษาภาวะเปนพิษจาก พาราควอทไดมาหลายป แตการศึกษาทีแสดงถึงประสิทธิภาพของการรักษาดวยวิธีนจนถึงในปจจุบัน ่ ี้ ก็ยังไมมีชดเจน ถึงแมวาตัวกรองที่เปนผงถานกัมมันต (charcoal column) มีประสิทธิภาพสูงในการ ั ดูดซับเอาสารพาราควอทออกจากเลือด แตปริมาณพาราควอทในเลือดมักเปนสวนนอย เนื่องจาก พาราควอทจะกระจายจากเลือดเขาสูเนื้อเยือตางๆไดอยางรวดเร็ว ในขณะที่พาราควอทในเนื้อเยื่อกลับ ่ สูกระแสเลือดในอัตราที่ชา การใชวิธีการกําซาบเลือดเพื่อรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอท มีขอพิจารณาดังนี้ 1. ผูปวยที่กนพาราควอทในปริมาณที่เกือบจะเปนขนาดที่ทําใหเสียชีวิตได (borderline lethal ิ dose) หรือมีระดับพาราควอทในเลือดอยูระหวางชวงที่มโอกาสรอดชีวตระหวาง รอยละ 20-70 และ ี ิ มาถึงโรงพยาบาลภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังกิน (อาจจะขยายไดถึงนอยกวา 6-10 ชั่วโมง) อาจจะได ประโยชนจากการรักษาดวยวิธีนี้ เนื่องจากพาราควอทยังไมไดเขาไปสะสมอยูใน เนื้อเยื่ออื่น โดยเฉพาะปอดมากจนเปนอันตราย และการเอาพาราควอทออกจากรางกายแม ในอัตราสวนที่ ไมมากก็อาจจะมีผลตออัตราการรอดชีวิตได 2. ผูปวยที่กนพาราควอทในขนาดสูงเปนหลายเทาตัวของขนาดที่ทําใหเสียชีวิตหรือมีระดับ ิ สารอยูในชวงที่มพยากรณโรคไมดีคือมีอัตราการรอดชีวิตต่ํา อาจจะไมไดประโยชนจากการรักษา ี ดวยวิธการกําซาบเลือด (Hampson และ Pond, 1988.) ี 3. การรักษาโดยทําการกําซาบเลือดตอเนื่องหลายๆรอบนั้น อาจไมสามารถทําใหผูปวย รอดชีวตได แตจะยืดชีวตใหยาวขึ้นพอที่จะเปดโอกาสใหใชการรักษาวิธีอื่นเชนการ ิ ิ ปลูกถายปอดรวมดวย (Suzuki และคณะ.,1993) 16
  • 18.
    การปองกันและรักษาภาวะพังผืดในปอด (Pulmonary fibrosis) ผูปวยเปนพิษจากพาราควอทที่รุนแรงปานกลางมักไมเสียชีวิตจากภาวะลมเหลวของหลายๆ อวัยวะ (multi-organ failure) ตั้งแตชวงแรก แตมักจะเกิดภาวะพังผืดในปอด (pulmonary fibrosis) ซึ่งจะนําไปสูการหายใจลมเหลว และเสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาห มีการศึกษาโดยใชวธการรักษา  ิี แบบตางๆ เพือปองกันภาวะพังผืดในปอด โดยวิธีตางๆดังนี้ ่ • การรักษาดวยยา cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid ปจจุบันมีหลายการศึกษาที่ใหความสนใจกับการรักษาภาวะเปนพิษจากพาราควอทโดยใชยา cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid ไดแก - ในป พ.ศ. 2529 Addo และ Poon-King ไดรายงานการศึกษาผูปวยเปนพิษจาก พาราควอทโดยใช cyclophosphamide (5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน, สูงสุดไมเกิน 4 กรัม) รวมกับ dexamethasone (8 มิลลิกรัม ทุก 8 ชั่วโมง เปนเวลามากกวา 2 สัปดาห) ในผูปวย 72 ราย พบวา มีอัตรา การรอดชีวิตรอยละ 72 แตในการศึกษานีมีการตรวจหาระดับพาราควอทในเลือดของผูปวยเพียง 25 ราย ้ โดยที่ผูปวย 7 รายที่รอดชีวิตไมพบพาราควอทในเลือด สวนผูปวยอีก 18 รายที่ตรวจพบพาราควอท  ในเลือด ผูที่มระดับพาราควอทต่ําที่สุด 6 รายสุดทายเทานั้นที่รอดชีวิต ี - ในป พ.ศ. 2542 Lin และคณะรายงานการศึกษาที่เปน prospective randomized โดยใชการ pulse therapy ดวย cyclophosphamide (1 กรัม/วัน มากกวา 2 วัน) รวมกับ methylprednisolone (1 กรัม/วัน มากกวา 3 วัน) มีผูปวยรวม 142 ราย โดยที่รอยละ 50 (71 ราย)  จัดอยูในกลุมที่มีความเปนพิษระดับเร็วราย (fulminant poisoning) และเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห  การรักษาดวย cyclophosphamide รวมกับ methylprednisolone ไมทําใหอัตราการรอดชีวิตแตกตาง อยางมีนัยสําคัญเมื่อเทียบกับกลุมควบคุม แตกลุมที่เหลือซึ่งจัดเปนกลุมที่มีความเปนพิษระดับ ปานกลางถึงรุนแรงนั้น (moderate to severe poisoning) ผูปวยที่ไดรับการรักษาดวยวิธีนี้มีอัตรา การรอดชีวิตรอยละ72 (18/22 ราย) ซึ่งสูงกวากลุมควบคุมที่มีอัตราการรอดชีวิตเพียงรอยละ43 (8/28 ราย) แตการศึกษานี้ไมไดวดระดับพาราควอทในเลือด ใชการตรวจปสสาวะดวย dithionite ั ซึ่งผูศึกษาอางวาความรุนแรงของโรคในผูปวยทั้ง 2 กลุมไมแตกตางกัน - แตกมการศึกษาที่ไมสนับสนุนประสิทธิภาพของการรักษาดวย cyclophosphamide ็ ี รวมกับ dexamethasone เชนกัน ป พ.ศ. 2535 Perriens และคณะไดรายงานวาไมพบความแตกตาง ของอัตราการเสียชีวิตระหวางผูปวยกลุมควบคุมจํานวน 14 รายที่ไดรับการรักษาแบบมาตรฐาน กับผูปวยกลุมที่ไดรับการรักษาดวยยาคูนี้ในขนาดสูงจํานวน 33 ราย ประโยชนจากการรักษา ดวยยา cyclophosphamide รวมกับ corticosteroid จึงยังไมมีขอสรุปที่ชัดเจนในขณะนี้ 17
  • 19.
    • วิธีรังสีรักษา (Radiotherapy) เซลลสรางเสนใย (fibroblast) ในปอดเปนเซลลที่ไวตอแสงกัมมันตภาพรังสีมาก การฉายแสง เชื่อวาจะลดจํานวนของ fibroblast ลง และทําให fibrosis ในปอดลดลง แตยังไมมหลักฐานที่ชัดเจน ี วาการรักษาดวยวิธีนี้ชวยเพิมอัตราการรอดชีวิต  ่ • การปลูกถายปอด(Lung transplantation) แมวาจะมีการปลูกถายปอดใหแกผูปวยเปนพิษจากพาราควอทแลวหลายราย แตที่รายงานถึงความสําเร็จ  มีเพียงรายเดียว (Walder และคณะ, 1997) การปลูกถายปอดแกผูปวยไดทําหลังจากไดรับการรักษา  ประคับประคองดวยเครื่องชวยหายใจประมาณ 5 สัปดาห กอนที่จะไดรับปอดมาปลูกถาย ระหวางนั้น มีการฟอกเลือด จนกระทั่งตรวจหาพาราควอทไมพบทั้งในเลือดและน้าฟอกเลือด (dialysate) ํ • ยาอื่นๆ มีการศึกษาทดลองใชยาหลายชนิดในการรักษาภาวะพิษจากพาราควอท มีเพียงบางรายงานเทานั้น ที่ไดทําการศึกษาในคน แตสวนใหญเปนเพียงรายงานผูปวยรายเดียวหรือจํานวนนอย   (รายละเอียดอานไดในรายงานของ Lock และ Wilks, 2001) ยาที่มีการใชทางคลินิกมีดงตอไปนี้ ั - Antioxidants (ไวตามิน C และ E) และ superoxide dismutase เพื่อลดความเปนพิษจากอนุมูลอิสระ (free radicals) - N-acetylcysteine เพื่อเพิ่มสาร glutathione ในเซลล - Desferrioxamine เพื่อจับเหล็กซึงเปนตัวเรงปฏิกิริยาที่ทําใหเกิดอนุมลไฮดรอกซิล (hydroxyl ่ ู radicals) - Propanolol เพื่อขัดขวางการเก็บพาราควอทเขาไวในในปอด - การดมกาซ nitric oxide เพื่อชวยทําใหการแลกเปลี่ยนกาซในปอดดีขึ้น 18
  • 20.
    เทคนิคการวิเคราะห 1. การวิเคราะหเชิงคุณภาพเพื่อยืนยันการวินิจฉัย 1.1 การทดสอบในหลอดทดลอง • สามารถทดสอบหาสารพาราควอทจากปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหาร โดยใชวิธีทดสอบซึ่งอาศัยการเกิดอนุมูลสีฟาจากปฏิกิริยารีดักชัน (reduction)  ของอิออนบวกของสารพาราควอท ในสภาวะที่มดางและโซเดียม ไดไทโอไนท (sodium ี dithionite) • เติมดาง เชน โซเดียม ไฮดรอกไซด (sodium hydroxide) ลงในปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหาร 10 มิลลิลิตร จนกระทั่งคาพีเอช (pH) สูงกวา 9 (สามารถใชโซเดียม ไบคารบอเนต (sodium bicarbonate) ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชอนชา แทนได) • เติมโซเดียม ไดไทโอไนท หนึ่งชอนพาย (spatula) ลงในปสสาวะหรือน้ําจากกระเพาะอาหารที่ทําใหเปนดางแลว หมายเหตุ โซเดียม ไดไทโอไนท เมื่อเปดใชแลวจะเสื่อมสภาพไดเมื่อสัมผัสกับอากาศและความชื้น ผูใชจึงควรทําใหแนใจวาสารดังกลาวยังมีประสิทธิภาพอยูโดยการทดสอบกับ ตัวอยางที่มีสารพาราควอทอยู โซเดียม ไดไทโอไนททอยูในถุงฟอยล ี่ ที่มากับชุดทดสอบ หากยังมิไดเปดใชจะมีอายุการใชงานอยางนอย 10 ป • สังเกตหลอดทดลองจากดานบนโดยใชฉากหลังสีขาว หากสารละลายมี สีฟาหรือเขียว แสดงถึงการมีสารพาราควอทและเปนการยืนยันการวินจฉัย หากมีสารพาราควอท ิ ในความเขมขนที่สูง สารละลายอาจมีสีดํา จึงควรทําการทดสอบซ้ําโดยใชตวอยางั ที่เจือจางลง • วิธการนี้สามารถใชตรวจหาสารพาราควอทในปสสาวะได เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึง ี 2 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร และยังสามารถใชเปนการวิเคราะหแบบกึ่งปริมาณได หากเตรียมสารมาตรฐานในปสสาวะเพื่อเปรียบเทียบ (Widdop 1976; Berry and Grove, 1971) 19
  • 21.
    1.2 การสกัดดวยเทคนิค solidphase extraction สามารถทดสอบหาสารพาราควอทจากปสสาวะ ซีรั่ม (serum) หรือ พลาสมา (plasma) ได โดยอาศัยการเกิดปฏิกิริยารีดกชันบน solid phase extraction cartridge (Woollen and Mahler 1987) ั การทดสอบที่มีความไวมากขึ้นนี้ สามารถทําไดโดยใชสารที่มากับชุดทดสอบ ตามรายละเอียด ดานลางนี้ เนื่องจากพลาสมาอาจทําให cartridge อุดตันได ดังนั้นหากสามารถกรองพลาสมากอน ไดจะเปนการดี ตัวอยางเชน การกรองผานตัวกรอง (PVDF หรือ nitrocellulose) ขนาด 0.45 ไมโครเมตร กอนที่จะนํามาทําการทดสอบ สวนซีรั่มไมจาเปนตองผานการกรองกอนยกเวนในกรณี ํ ที่ขุนมาก • ผสมโซเดียม ไบคารบอเนต และ โซเดียม ไดไทโอไนท อยางละประมาณ 1 กรัม ลงในน้ํา 10 มิลลิลิตร แลวตั้งทิ้งไว • หากใชปสสาวะ ใหทําใหเปนดางโดยการเติมโซเดียม ไบคารบอเนตประมาณ 0.5 กรัม ลงในปสสาวะ 5 มิลลิลิตร • ใสพลาสมา ซีรั่ม หรือ ปสสาวะที่ทําใหเปนดางแลว 2 มิลลิลิตร ลงใน 1 มิลลิลิตร/100 มิลลิกรัม silica SPE cartridge ตั้งทิ้งไวใหของเหลวไหลผานเขาไปดานใน (cartridge ที่แนะนําใหใช คือ Bakerbond Cat No 7086-01 หรืออาจใช Varian Bond-Elut 14102010 แทนได) • ใชหลอดฉีดยาใสเขาไปทางดานบนของ cartridge โดยอาศัย adapter แลวกดหลอดฉีดยา เบาๆ เพื่อใหแรงดันทําใหสารตัวอยางที่เหลือทั้งหมดไหลผาน cartridge • ลาง cartridge ดวยน้ําในปริมาตรที่เทากัน โดยควบคุมใหอัตราการไหลของน้ําเปนไป อยางชาๆ • เติมสารละลายไดไทโอไนท ประมาณ 0.2 มิลลิลิตร ลงใน cartridge และใหแรงดันเบาๆ เพื่อใหแนใจวาของเหลวเพิ่งผานมาอยูใต frit อันบนสุด อยาปลอยให cartridge แหง • การเกิดวงสีฟาใต frit อันบนสุด แสดงถึงการมีสารพาราควอทและเปนการยืนยัน  การวินจฉัย ิ • วิธีการนี้สามารถใชตรวจหาสารพาราควอทได เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึงประมาณ 0.1 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร ในตัวอยาง 2 มิลลิลิตร โดยหลักการแลวควรจะมีตัวเปรียบเทียบ ซึ่งใหผลบวก (positive control) ที่มีความเขมขนประมาณ 0.5 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร 20
  • 22.
    2. การวิเคราะหสารพาราควอทเชิงปริมาณ การตรวจหาปริมาณสารในพลาสมาจะสามารถบอกความรุนแรง และการพยากรณโรคได (ตัวอยางจะตองถูกนํามาจากผูปวยอยางนอยที่สุด 4 ชั่วโมงหลังจากไดรับสารเขาไป และควรปนแยก (centrifuge) แลวเก็บในหลอดพลาสติก ไมควรเก็บในหลอดแกว) 2.1 การวัดดวยเทคนิค spectrophotometry ภายหลังจากการสกัดดวยเทคนิค solid phase extraction และการเกิดปฏิกริยารีดักชันโดยโซเดียม ไดไทโอไนท ิ • กรองพลาสมา หรือ ซีรั่ม ตามที่อธิบายไวในหัวขอ 1.2 ปรับสภาพของ Bond-Elut cyanopropyl cartridge (100 มิลลิกรัม 1 มิลลิลิตร ของ Varian) ดวยเมทานอล (methanol) 0.1 โมลารของกรดไฮโดรคลอริก (HCl) และ 0.1 โมลารของสารละลายแอมโมเนีย (ammonia) โดยใชปริมาตรเปนสองเทาของปริมาตรของคอลัมน แลวจึงตอ cartridge เขากับภาชนะเก็บของเหลวขนาด 15 มิลลิลิตร ใสพลาสมา ซีรั่ม ของผูปวย หรือ พลาสมาที่ใชเปนตัวเปรียบเทียบ (5 มิลลิลิตร) และ ดูดของเหลวดังกลาวโดยการตอ cartridge กับอุปกรณที่ทําใหเกิดสุญญากาศจนกระทั่ง cartridge แหง แลวจึงลาง cartridge ดวย 0.1 โมลารของแอมโมเนีย 1 มิลลิลิตร ปลอยทิ้งไวจนแหง จากนั้นจึงลางสารพาราควอทลงในหลอดทดลองโดยใช 0.1 โมลารของกรดไฮโดรคลอริก 0.8 มิลลิลิตร เติมแอมโมเนียชนิดเขมขน (0.025 มิลลิลิตร) และโซเดียม ไดไทโอไนท (0.1 มิลลิลิตรของ 0.23 โมลาร ใน 4 โมลารของโซเดียม ไฮดรอกไซด) ลงในหลอดทดลอง ผสมใหเขากัน แลวจึงเทสารละลายลงใน semi-microcuvette ขนาด 1 มิลลิลิตร ชนิดใชครั้งเดียวแลวทิ้ง นําไปวัดคาการดูดกลืนแสง (absorbance) โดยใชเครื่อง spectrophotometer จากความยาวคลื่น 490 ถึง 385 นาโนเมตร ผลตางของคาการ ดูดกลืนแสงระหวาง 395 ถึง 460 นาโนเมตร ก็จะนํามาใชในการคํานวณหาความเขมขน ของพาราควอท • เตรียมกราฟมาตรฐาน (standard curve) จากอิออนของสารพาราควอทที่ความเขมขน 0.05 – 1 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร ในตัวอยางที่มีความเขมขนของสารพาราควอทสูง สามารถนํามาวิเคราะหไดโดยใชพลาสมาตัวอยางในปริมาณที่นอยลง ขีดจํากัดต่ําสุด ของการวิเคราะหปริมาณดวยวิธีการนี้อยูที่ 0.045 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตร เมื่อใชตัวอยาง 5 มิลลิลิตร • วิธีการนี้สามารถใชไดกับปสสาวะ ซึ่งตองทําใหเปนดางกอน (ดวยการเติมแอมโมเนียชนิดเขมขน 0.025 มิลลิลิตร ลงใน 5 มิลลิลิตร ของปสสาวะ) แลวปนแยกกอนใสลงใน cartridge 21
  • 23.
    2.2 การวัดดวยเทคนิค HPLCfluorescence • สามารถตรวจหาสารพาราควอทจากพลาสมาหรือปสสาวะ เมื่อมีความเขมขนต่ําจนถึง 0.001 ไมโครกรัมตอมิลลิลิตรได โดยอาศัยเทคนิค HPLC fluorecence ภายหลังจากการเปลี่ยนสารพาราควอทเปนอนุพันธไดไพโรน (dipyrone) (Blake, et al 2002) 3. การใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะหสารพาราควอท Syngenta CTL สามารถใหคําปรึกษาเกียวกับการวิเคราะหสารพาราควอทจากตัวอยางชีวภาพ ่ ผานทาง e-mail address ctltestkitsupply@syngenta.com 22
  • 24.
  • 25.
  • 26.
    รายละเอียดเพิ่มเติม ถาทานมีปญหาเกี่ยวกับผูปวยภาวะเปนพิษจากพาราควอท ตองการคําแนะนําและ  รายละเอียดเพิมเติมเกียวกับการรักษา โปรดติดตอกับผูมรายนามตอไปนี้ ่ ่ ี 1. นายแพทย สมิง เกาเจริญ 2. นายแพทย วินัย วนานุกูล ศูนยพษวิทยา ชั้น 2 อาคารศูนยการแพทยสิริกิต ิ คณะแพทยศาสตร โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-246-8282, 02-201-1083 2. แพทยหญิง สุดา วรรณประสาท ภาควิชา เภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน อ.เมือง ขอนแกน 40002 โทร 043-348-397 3. นายแพทย สัมมนต โฉมฉาย 4. นายแพทย ธีระ กลลดาเรืองไกร ภาควิชาเวชศาสตรปองกันและสังคม คณะแพทยศาสตร ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 2-ถนนพรานนก บางกอกนอย กรุงเทพฯ 10700 โทร 02-419-7284 5. แพทยหญิง จุฬธิดา โฉมฉาย ภาควิชากุมารเวชศาสตร คณะแพทยศาสตร ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 25
  • 27.
    2-ถนนพรานนก บางกอกนอย กรุงเทพฯ 10700 โทร 02-419-7000 ตอ 5930 6. นายแพทย สุชย สุเทพารักษ ั ภาควิชาอายุรศาสตร คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร 02-256-4246 7. ผูจัดการฝายวิชาการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด ชั้น 18 อาคารลิเบอรตี้สแควร 287 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร 02-631-2140 26
  • 28.
    รายชื่อทางการคาสารกําจัดวัชพืชพาราควอท รายชื่อทางการคาของสารกําจัดวัชพืชพาราควอทที่มีจําหนายในประเทศไทย กรัมม็อกโซน ซิมโซน บราวโซน กรีนลีฟสโซน ซี.พี.โซน บอยโซน กรีนโซน ซีโซน บากาโซน กลาสโซน เซนิโซน บาดีโซน กัปตันโซน เซพวิ่งโซน เบสท-พาโซน เกมสโซน แซนเวท แบนโซน เกรพโซน โซนควิก แบ็ทเทอรโซน โกลมาโซน โซนา โบวโซน คราวนโซน ไซมาโซน ไบรทโซน ควิกเบิรน ไซแอมโซน ไบออส ควอทโซน ดรอปโซน ไบโอโซน คองเคอร เดดโซน โปรฟลดโซน คอรริโซน ทรีลาโซน โปรม็อกโซน คามาโซน ทรีเท็คโซน พาน็อคโซน คายาโซน ทานาโซน พาราควอต คิวโซน ทูโซน พาราควอต 276 เคลียราโซน ท็อบโซน พาราควอต ไดคลอไรด แคพโซน เทพโซน พาราควอท แคร็ปโซน เทรดโซน พาราควอท แคสโซน ไทเกอรโซน พาราริช โครโมโซล ไทโลโซน พีราโซน จังเกิลโซน นนททรีโซน เพอริควอต เจอารโซน นิวมอกโซน เพ็นตาโซน ช็อกโซน นีโอโซน แพ็งโก แชมเปยน นอกโซน โพลีโซน ซาโซน เนเชอรโซน ฟลอราโซน 27
  • 29.
    ซิบโซน โนเฟยร ฟายลโซน ฟารม็อกโซน เอราโซน ฟารเมอรโซน เอสพีโซน ฟวโก เอิรทโซน ฟูโซน เอเวอรโซน เฟมควอต เอเอโซน เฟรมโซน เอกซตราโซน เฟอรโซน เอ็นโซน มารคโซน เอ็ม.อาร.โซน มีโอโซน เอ็มพาโซน ม็อกกาโซน แองโกลโซน เมเจอรโซน แอลโซน แม็กโซน แอโรโซน ยิบอินโซน แอ็ก-เวลควอต ยูนิโซน แอกกริโซน ยูโนโซน ไอ บี โซน ยูโรโซน ไอยราโซน รันเจโซน เฮ็กตาโซน รูมแนน ิ เรนโซน โรกีตา ลองเชอร ลักเซนโซน เวสโซน เวอรโซน เวิลดโซน ไวโซน อกริโซน ออกาโซน อัพทาโซน อารซีโซน 28
  • 30.
    เอ.ซีโซน เอกาโซน ที่มา : กรมวิชาการเกษตร(รายชื่อดังกลาวระบุไวเพื่อใหกระทําการตรวจสอบไดอยางรวดเร็ว) รายชื่อโรงพยาบาลที่ไดรับการสนับสนุน Fuller's Earth จาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่นจํากัด (ขอมูลจนถึงป พ.ศ. 2546) กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเกษมราษฏร โรงพยาบาลเกษมราษฏร สุขาภิบาล 3 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ โรงพยาบาลเจาพระยา โรงพยาบาลเซนทรัลเยนเนอรัล โรงพยาบาลเด็ก โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล โรงพยาบาลเมโย โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โรงพยาบาลกรุณาพิทกษ ั โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ แผนกยาทุนหมุนเวียน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ตึกไอซียู คณะแพทยศาสตร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร โรงพยาบาลชุมนุมลาดกระบัง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลตํารวจ โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลธนบุรี 2 (พุทธมณฑลสาย 2) โรงพยาบาลนครธน 29
  • 31.
    โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลบางนา โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลพญาไท 1 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลาฯ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพระราม2 โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช อาคารคุมเกลา ชั้น 8/1 โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ตึกไอซียู อายุรกรรมชั้น 3 โรงพยาบาลภูมพลอดุลยเดช หองอุบัติเหตุ ิ โรงพยาบาลมิชชั่น โรงพยาบาลราชวิถี แผนกเภสัชกรรม โรงพยาบาลราชวิถี หนวยไต แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลรามคําแหง โรงพยาบาลรามาธิบดี ฝายเภสัชกรรม โรงพยาบาลรามาธิบดี ภาควิชากุมารเวชศาสตร โรงพยาบาลรามาธิบดี ภาควิชาอายุรศาสตร โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โรงพยาบาลวิภาวดี 2 โรงพยาบาลศรีวิชัย 1 โรงพยาบาลศรีวิชัย 2 โรงพยาบาลศรีสยาม โรงพยาบาลศิครินทร โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชาเวชศาสตรปองกันและสังคม โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชากุมารเวชศาสตร โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชาอายุรศาสตร โรงพยาบาลสมเด็จพระปนเกลา โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลสินแพทย 30
  • 32.
    โรงพยาบาลหนองจอก โรงพยาบาลหัวเฉียว ภาคเหนือ กําแพงเพชร โรงพยาบาลเอกชนเมืองกําแพง โรงพยาบาลไทรงาม โรงพยาบาลกําแพงเพชร โรงพยาบาลขาณุวรลักษณบรี ุ โรงพยาบาลคลองขลุง โรงพยาบาลคลองลาน โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา โรงพยาบาลทุงโพธิ์ทะเล โรงพยาบาลบึงสามัคคี โรงพยาบาลปางศิลาทอง โรงพยาบาลพรานกระตาย โรงพยาบาลลานกระบือ เชียงราย โรงพยาบาลเกษมราษฎร ศรีสุรินทร โรงพยาบาลเชียงแสน โรงพยาบาลเชียงของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห โรงพยาบาลเทิง โรงพยาบาลเวียงแกน โรงพยาบาลเวียงชัย โรงพยาบาลเวียงปาเปา โรงพยาบาลแมใจ โรงพยาบาลแมจัน โรงพยาบาลแมฟาหลวง โรงพยาบาลแมลาว โรงพยาบาลแมสรวย 31
  • 33.
    โรงพยาบาลแมสาย โรงพยาบาลโอเวอรบรูค โรงพยาบาลขุนตาล โรงพยาบาลปาแดด โรงพยาบาลพญาเม็งราย โรงพยาบาลพาน เชียงใหม โรงพยาบาลเชียงดาว โรงพยาบาลเวียงแหง โรงพยาบาลแมแจม โรงพยาบาลแมแตง โรงพยาบาลแมคคอรมิค โรงพยาบาลแมดอน โรงพยาบาลแมวาง โรงพยาบาลแมอาย โรงพยาบาลไชยปราการ โรงพยาบาลจอมทอง โรงพยาบาลดอยเตา โรงพยาบาลดอยสะเก็ด โรงพยาบาลนครพิงค โรงพยาบาลฝาง โรงพยาบาลพราว โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม โรงพยาบาลลานนา โรงพยาบาลสะเมิง โรงพยาบาลสันทราย โรงพยาบาลสันปาตอง โรงพยาบาลสารภี โรงพยาบาลหางดง 32
  • 34.
    โรงพยาบาลอมกอย โรงพยาบาลฮอด สถานบริการสุขภาพพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม ตาก โรงพยาบาลแมระมาด โรงพยาบาลแมสอด โรงพยาบาลทาสองยาง โรงพยาบาลบานตาก โรงพยาบาลพบพระ โรงพยาบาลพะวอ โรงพยาบาลสามเงา โรงพยาบาลอุมผาง นาน โรงพยาบาลเชียงกลาง โรงพยาบาลเวียงสา โรงพยาบาลแมจริม โรงพยาบาลทาวังผา โรงพยาบาลทุงชาง โรงพยาบาลนาน โรงพยาบาลนานอย โรงพยาบาลบานหลวง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปว โรงพยาบาลสันติสุข พะเยา โรงพยาบาลเชียงคํา โรงพยาบาลเชียงมวน โรงพยาบาลแมใจ โรงพยาบาลจุน โรงพยาบาลดอกคําใต 33
  • 35.
    โรงพยาบาลปง โรงพยาบาลพะเยา พิจิตร โรงพยาบาลโพทะเล โรงพยาบาลโพธิ์ประทับชาง โรงพยาบาลทับคลอ โรงพยาบาลบางมูลนาก โรงพยาบาลพิจิตร โรงพยาบาลภัทรเวช โรงพยาบาลวังทรายพูน โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน โรงพยาบาลสามงาม พิษณุโลก โรงพยาบาลเนินมะปราง โรงพยาบาลชาติตระการ โรงพยาบาลบางกระทุม โรงพยาบาลบางระกํา โรงพยาบาลพรหมพิราม โรงพยาบาลพิษณุเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก โรงพยาบาลรวมแพทย โรงพยาบาลรัตนเวช โรงพยาบาลวังทอง โรงพยาบาลวัดโบสถ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย เพชรบูรณ โรงพยาบาลเขาคอ โรงพยาบาลเพชรบูรณ โรงพยาบาลเพชรรัตน 34
  • 36.
    โรงพยาบาลเมืองเพชร โรงพยาบาลชนแดน โรงพยาบาลนครหลม โรงพยาบาลน้ําหนาว โรงพยาบาลบึงสามพัน โรงพยาบาลพระยุพราชหลมเกา โรงพยาบาลวังโปง โรงพยาบาลวิเชียรบุรี โรงพยาบาลศรีเทพ โรงพยาบาลหนองไผ โรงพยาบาลหลมสัก แพร โรงพยาบาลแพร โรงพยาบาลแพรคริสเตียน โรงพยาบาลรองกวาง โรงพยาบาลลอง โรงพยาบาลวังชิ้น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดนชัย โรงพยาบาลสอง โรงพยาบาลสูงเมน แมฮองสอน โรงพยาบาลแมลานอย โรงพยาบาลแมสะเรียง โรงพยาบาลขุนยวม โรงพยาบาลปางมะผา โรงพยาบาลปาย โรงพยาบาลศรีสังวาลย ลําปาง โรงพยาบาลเถิน 35
  • 37.
    โรงพยาบาลเสริมงาม โรงพยาบาลแจหม โรงพยาบาลแมทะ โรงพยาบาลงาว โรงพยาบาลลําปาง โรงพยาบาลวังเหนือ โรงพยาบาลสบปราบ โรงพยาบาลหางฉัตร ลําพูน โรงพยาบาลแมทา โรงพยาบาลทุงหัวชาง โรงพยาบาลบานโฮง โรงพยาบาลบานธิ โรงพยาบาลปาซาง โรงพยาบาลลําพูน โรงพยาบาลลี้ สุโขทัย โรงพยาบาลกงไกรลาศ โรงพยาบาลคีรีมาศ โรงพยาบาลทุงเสลี่ยม โรงพยาบาลบานดานลานหอย โรงพยาบาลศรีนคร โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย โรงพยาบาลสวรรคโลก โรงพยาบาลสุโขทัย อุตรดิตถ โรงพยาบาลตรอน โรงพยาบาลทองแสนขัน 36
  • 38.
    โรงพยาบาลทาปลา โรงพยาบาลน้ําปาด โรงพยาบาลบานโคก โรงพยาบาลปากทา โรงพยาบาลพิชัย โรงพยาบาลลับแล โรงพยาบาลอุตรดิตถ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ โรงพยาบาลเขาวง โรงพยาบาลกมลาไสย โรงพยาบาลกาฬสินธุ โรงพยาบาลคํามวง โรงพยาบาลทาคันโท โรงพยาบาลนามน โรงพยาบาลยางตลาด โรงพยาบาลรองคํา โรงพยาบาลสมเด็จ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ โรงพยาบาลสหัสขันธ โรงพยาบาลหนองกุงศรี โรงพยาบาลหวยเม็ก โรงพยาบาลหวยผึ้ง ขอนแกน โรงพยาบาลเขาสวนกวาง โรงพยาบาลเปอยนอย โรงพยาบาลแวงใหญ โรงพยาบาลแวงนอย โรงพยาบาลขอนแกน 37
  • 39.
    โรงพยาบาลชนบท โรงพยาบาลชุมแพ โรงพยาบาลน้ําพอง โรงพยาบาลบานไผ โรงพยาบาลฝาง โรงพยาบาลพล โรงพยาบาลภูเวียง โรงพยาบาลภูผามาน โรงพยาบาลมัญจาคีรี โรงพยาบาลศรีนครินทร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน โรงพยาบาลสีชมพู โรงพยาบาลหนองเรือ โรงพยาบาลหนองสองหอง โรงพยาบาลอุบลรัตน ชัยภูมิ โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ โรงพยาบาลเทพสถิต โรงพยาบาลแกงครอ โรงพยาบาลคอนสวรรค โรงพยาบาลคอนสาร โรงพยาบาลจตุรัส โรงพยาบาลชัยภูมิ โรงพยาบาลบานแทน โรงพยาบาลบําเหน็จณรงค โรงพยาบาลภูเขียว โรงพยาบาลหนองบัวแดง โรงพยาบาลหนองบัวระเหว 38
  • 40.
    นครพนม โรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลนาแก โรงพยาบาลบานแพง โรงพยาบาลศรีสงคราม โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม นครราชสีมา โรงพยาบาลเสิงสาง โรงพยาบาลแกงสนามนาง โรงพยาบาลโชคชัย โรงพยาบาลโนนแดง โรงพยาบาลโนนไทย โรงพยาบาลโนนสูง โรงพยาบาลขามทะเลสอ โรงพยาบาลขามสะแกแสง โรงพยาบาลคง โรงพยาบาลครบุรี โรงพยาบาลคายสุรนารี โรงพยาบาลจักราช โรงพยาบาลชุมพวง โรงพยาบาลดานขุนทด โรงพยาบาลบัวใหญ โรงพยาบาลบานเหลื่อม โรงพยาบาลประทาย โรงพยาบาลปกธงชัย โรงพยาบาลปากชองนานา โรงพยาบาลพิมาย โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลราชสีมาธนบุรี 39
  • 41.
    โรงพยาบาลวังน้ําเขียว โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลหนองบุนนาก โรงพยาบาลหวยแถลง หนองคาย โรงพยาบาลเซกา โรงพยาบาลโซพิสัย โรงพยาบาลโพนพิสัย โรงพยาบาลทาบอ โรงพยาบาลบึงกาฬ โรงพยาบาลปากคาด โรงพยาบาลศรีเชียงใหม โรงพยาบาลสังคม โรงพยาบาลหนองคาย หนองบัวลําภู โรงพยาบาลโนนสัง โรงพยาบาลนากลาง โรงพยาบาลศรีบุญเรือง โรงพยาบาลหนองบัวลําภู บุรีรัมย โรงพยาบาลโนนสุวรรณ โรงพยาบาลนางรอง โรงพยาบาลบานกรวด โรงพยาบาลบุรีรัมย โรงพยาบาลประโคนชัย โรงพยาบาลพุทไธสง โรงพยาบาลละหานทราย โรงพยาบาลลําปลายมาศ 40
  • 42.
    โรงพยาบาลสตึก โรงพยาบาลหนองกี่ มหาสารคาม โรงพยาบาลเชียงยืน โรงพยาบาลโกสุมพิสัย โรงพยาบาลบรบือ โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลวาปปทุม มุกดาหาร โรงพยาบาลคําชะอี โรงพยาบาลนิคมคําสรอย โรงพยาบาลมุกดาหาร ยโสธร โรงพยาบาลกุดชุม โรงพยาบาลคําเขื่อนแกว โรงพยาบาลมหาชัย โรงพยาบาลยโสธร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา รอยเอ็ด โรงพยาบาลเกษตรวิสัย โรงพยาบาลเสลภูมิ โรงพยาบาลโพนทราย โรงพยาบาลโพนทอง โรงพยาบาลจตุพักตรพิมาน โรงพยาบาลธวัชบุรี โรงพยาบาลพนมไพร โรงพยาบาลรอยเอ็ด โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ 41
  • 43.
    เลย โรงพยาบาลเชียงคาน โรงพยาบาลเลย โรงพยาบาลทาลี่ โรงพยาบาลนาแหว โรงพยาบาลนาดวง โรงพยาบาลปากชม โรงพยาบาลผาขาว โรงพยาบาลภูเรือ โรงพยาบาลภูกระดึง โรงพยาบาลภูหลวง โรงพยาบาลวังสะพุง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย ศรีสะเกษ โรงพยาบาลไพรบึง โรงพยาบาลกันทรลักษ โรงพยาบาลกันทรารมย โรงพยาบาลขุขันธ โรงพยาบาลขุนหาญ โรงพยาบาลปรางกู โรงพยาบาลยางชุมนอย โรงพยาบาลราษีไศล โรงพยาบาลศรีรัตนะ โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย สกลนคร โรงพยาบาลกุดบาก โรงพยาบาลพังโคน โรงพยาบาลวานรนิวาส 42
  • 44.
    โรงพยาบาลวาริชภูมิ โรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสวางแดนดิน โรงพยาบาลอากาศอํานวย โรงพยาบาลอาจารยฝนอาจาโร สุรินทร โรงพยาบาลกาบเชิง โรงพยาบาลจอมพระ โรงพยาบาลชุมพลบุรี โรงพยาบาลทาตูม โรงพยาบาลบัวเชด โรงพยาบาลปราสาท โรงพยาบาลรัตนบุรี โรงพยาบาลศรีขรภูมิ โรงพยาบาลสังขะ โรงพยาบาลสุรินทร โรงพยาบาลสุรินทรรวมแพทย อุดรธานี โรงพยาบาลเพ็ญ โรงพยาบาลกองบิน 23 โรงพยาบาลกุมภวาป โรงพยาบาลคายประจักษศิลปาคม โรงพยาบาลน้ําโสม โรงพยาบาลบานผือ โรงพยาบาลศรีธาตุ โรงพยาบาลศรีบุญเรือง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบานดุง โรงพยาบาลหนองวัวซอ โรงพยาบาลหนองหาน 43
  • 45.
    โรงพยาบาลอุดรธานี อุบลราชธานี โรงพยาบาลเขมราฐ โรงพยาบาลเขื่องใน โรงพยาบาลโขงเจียม โรงพยาบาลตระการพืชผล โรงพยาบาลนาจะหลวย โรงพยาบาลน้ํายืน โรงพยาบาลบุณฑริก โรงพยาบาลพญาไทอุบล โรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร โรงพยาบาลวารินชําราบ โรงพยาบาลศรีเมืองใหม โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค โรงพยาบาลหัวตะพาน อํานาจเจริญ โรงพยาบาลชานุมาน โรงพยาบาลอํานาจเจริญ ภาคกลาง กาญจนบุรี โรงพยาบาททาเรือ โรงพยาบาลเจาคุณไพบูลยพนมทวน โรงพยาบาลเลาขวัญ โรงพยาบาลแสงชูโต โรงพยาบาลไทรโยค โรงพยาบาลกาญจนบุรีเมโมเรียล โรงพยาบาลคริสเตียนแมน้ําแควนอย โรงพยาบาลคายกาญจนบุรี 44
  • 46.
    โรงพยาบาลคายสุรสีห โรงพยาบาลดานมะขามเตีย ้ โรงพยาบาลทองผาภูมิ โรงพยาบาลทามวง โรงพยาบาลธนกาญจน โรงพยาบาลบอพลอย โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โรงพยาบาลมะการักษ โรงพยาบาลสถานบารมี โรงพยาบาลสมเด็จพระปยมหาราชรมณีเขต โรงพยาบาลสังขละบุรี โรงพยาบาลสุขศิริสวัสดิ์ ชัยนาท โรงพยาบาทวัดสิงห โรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย โรงพยาบาลชัยนาท โรงพยาบาลมโนรมย โรงพยาบาลสรรคบุรี โรงพยาบาลสรรพยา โรงพยาบาลหันคา นครนายก โรงพยาบาล ร.ร นายรอยพระจุลจอมเกลา โรงพยาบาลนครนายก โรงพยาบาลบานนา โรงพยาบาลปากพลี โรงพยาบาลองครักษ นครปฐม โรงพยาบาลเทพากร โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) 45
  • 47.
    โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน นครปฐม โรงพยาบาลกําแพงแสน โรงพยาบาลจันทรุเบกษา โรงพยาบาลดอนตูม โรงพยาบาลนครชัยศรี โรงพยาบาลบางเลน โรงพยาบาลพุทธมณฑล โรงพยาบาลศูนยนครปฐม โรงพยาบาลสนามจันทร โรงพยาบาลสามพราน โรงพยาบาลหลวงพอเปน โรงพยาบาลหวยพลู นครสวรรค โรงพยาบาทไพศาลี โรงพยาบาลเกาเลี้ยว โรงพยาบาลแมวงก โรงพยาบาลโกรกพระ โรงพยาบาลชุมแสง โรงพยาบาลตากฟา โรงพยาบาลตาคลี โรงพยาบาลทาตะโก โรงพยาบาลบรรพตพิสัย โรงพยาบาลปากน้ําโพ โรงพยาบาลรวมแพทยนครสวรรค โรงพยาบาลลาดยาว โรงพยาบาลศรีสวรรค โรงพยาบาลสวรรคประชารักษ โรงพยาบาลหนองบัว 46
  • 48.
    นนทบุรี โรงพยาบาลเกษมราษฎร รัตนาธิเบศร โรงพยาบาลไทรนอย โรงพยาบาลชลประทาน โรงพยาบาลนนทเวช โรงพยาบาลนนทบุรี โรงพยาบาลบางใหญ โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลบําราศนราดูร โรงพยาบาลพระนั่งเกลา ปทุมธานี โรงพยาบาลเอกปทุม โรงพยาบาลแพทยรังสิต โรงพยาบาลกรุงสยามเซนตคารลอส โรงพยาบาลคลองหลวง โรงพยาบาลธรรมศาสตรเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลธัญญบุรี โรงพยาบาลปทุมเวช โรงพยาบาลปทุมธานี โรงพยาบาลประชาธิปตย โรงพยาบาลลําลูกกา โรงพยาบาลสามโคก โรงพยาบาลหนองเสือ โรงพยาบาลอินเตอรนวนคร ประจวบคีรีขนธ ั โรงพยาบาลกุยบุรี โรงพยาบาลคายธนรัชต โรงพยาบาลชุมชนหัวหิน โรงพยาบาลทับสะแก โรงพยาบาลบางสะพาน 47
  • 49.
    โรงพยาบาลบางสะพานนอย โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ โรงพยาบาลปราณบุรี โรงพยาบาลสามรอยยอด เพชรบุรี โรงพยาบาลเขายอย โรงพยาบาลเพชรรัชต โรงพยาบาลเมืองเพชร - ธนบุรี โรงพยาบาลแกงกระจาน โรงพยาบาลชะอํา โรงพยาบาลทายาง โรงพยาบาลบานแหลม โรงพยาบาลบานลาด โรงพยาบาลพระจอมเกลา เพชรบุรี โรงพยาบาลหนองหญาปลอง อยุธยา โรงพยาบาลเสนา โรงพยาบาลทาเรือ โรงพยาบาลบางไทร โรงพยาบาลบางบาล โรงพยาบาลบางปะอิน โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลภาชี โรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลราชธานี โรงพยาบาลลาดบัวหลวง โรงพยาบาลวังนอย โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชวาสนมหาเถระ 48
  • 50.
    ราชบุรี โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน โรงพยาบาลโพธาราม ราชบุรี โรงพยาบาลซานคามิลโล โรงพยาบาลดําเนินสะดวก โรงพยาบาลบางแพ โรงพยาบาลบานโปง โรงพยาบาลปากทอ โรงพยาบาลพรอมแพทย โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลวัดเพลง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง โรงพยาบาลสวนผึ้ง โรงพยาบาลอินทร ลพบุร โรงพยาบาลโคกเจริญ โรงพยาบาลโคกสําโรง โรงพยาบาลชัยบาดาล โรงพยาบาลทาวุง โรงพยาบาลทาหลวง โรงพยาบาลบานหมี่ โรงพยาบาลพัฒนานิคม โรงพยาบาลลพบุรี โรงพยาบาลลําสนธิ โรงพยาบาลสระโบสถ โรงพยาบาลหนองมวง โรงพยาบาลอานันทมหิดล สมุทรปราการ โรงพยาบาลเมืองสมุทร โรงพยาบาลกรุงเทพ พระประแดง 49
  • 51.
    โรงพยาบาลจุฬารัตน (สาขาบางปลา) โรงพยาบาลจุฬารัตน 9 โรงพยาบาลบางบอ โรงพยาบาลบางพลี โรงพยาบาลปยะมินทร โรงพยาบาลวชิรปราการ โรงพยาบาลศีวเวช โรงพยาบาลสมุทรเจดียสวาทยานนท โรงพยาบาลสมุทรปราการ สมุทรสาคร โรงพยาบาลกระทุมแบน โรงพยาบาลบานแพว โรงพยาบาลมหาชัย 1 โรงพยาบาลมหาชัย 2 โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 โรงพยาบาลศรีวิชัย 5 โรงพยาบาลสมุทรสาคร สมุทรสงคราม โรงพยาบาลนภาลัย โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหลาสมุทรสงคราม โรงพยาบาลอัมพวา สระบุรี โรงพยาบาลเกษมราษฎร สระบุรี โรงพยาบาลเสาไห โรงพยาบาลแกงคอย โรงพยาบาลดอนพุด โรงพยาบาลบานหมอ โรงพยาบาลพระพุทธบาท โรงพยาบาลมวกเหล็ก 50
  • 52.
    โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียลสระบุรี โรงพยาบาลวังมวงสัทธรรม โรงพยาบาลวิหารแดง โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลหนองแค โรงพยาบาลหนองแซง โรงพยาบาลหนองโดน สิงหบุรี โรงพยาบาลคายบางระจัน โรงพยาบาลทาชาง โรงพยาบาลพรหมบุรี โรงพยาบาลสิงหบุรี โรงพยาบาลสิงหบุรีเวชการ โรงพยาบาลอินทรบุรี สุพรรณบุรี โรงพยาบาลเจาพระยายมราช โรงพยาบาลเดิมบางนางบวช โรงพยาบาลดอนเจดีย โรงพยาบาลดานชาง โรงพยาบาลธนบุรี-อูทอง โรงพยาบาลบางปลามา โรงพยาบาลปยราษฎร โรงพยาบาลศรีประจันต โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองคที่ 17 โรงพยาบาลสามชุก โรงพยาบาลหนองหญาไซ โรงพยาบาลอูทอง ฝายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศุภมิตร 51
  • 53.
    อุทัยธานี โรงพยาบาลทัพทัน โรงพยาบาลบานไร โรงพยาบาลลานสัก โรงพยาบาลสวางอารมณ โรงพยาบาลหนองขาหยาง โรงพยาบาลหนองฉวาง โรงพยาบาลหวยคต โรงพยาบาลอุทัยธานี อางทอง โรงพยาบาลแสวงหา โรงพยาบาลโพธิ์ทอง โรงพยาบาลปาโมก โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ โรงพยาบาลอางทอง โรงพยาบาลอางทองเวชชการ 2 ภาคตะวันออก จันทบุรี โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏ โรงพยาบาลเขาสุกิม โรงพยาบาลแกงหางแมว โรงพยาบาลแหลมสิงห โรงพยาบาลโปงน้ํารอน โรงพยาบาลชุมชนขลุง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลทาใหม โรงพยาบาลนายายอาม โรงพยาบาลพระปกเกลา โรงพยาบาลมะขาม โรงพยาบาลสองพี่นอง 52
  • 54.
    โรงพยาบาลสอยดาว ฉะเชิงเทรา โรงพยาบาลแปลงยาว โรงพยาบาลคริสเตียนบางคลา โรงพยาบาลฉะเชิงเทรา โรงพยาบาลชุมชนบางน้ําเปรี้ยว โรงพยาบาลทาตะเกียบ โรงพยาบาลบางคลา โรงพยาบาลบางปะกง โรงพยาบาลบางปะกงปยเวช โรงพยาบาลบานโพธิ์ โรงพยาบาลพนมสารคาม โรงพยาบาลราชสาสน โรงพยาบาลสนามชัยเขต ชลบุรี โรงพยาบาลเกาะสีชัง โรงพยาบาลเอกชล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลบอทอง โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลบานบึง โรงพยาบาลพนัสนิคม โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล โรงพยาบาลพานทอง โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจาสิริกิต โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา 53
  • 55.
    โรงพยาบาลสัตหีบ กม. 10 โรงพยาบาลหนองใหญ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ ฐานทัพเรือสัตหีบ โรงพยาบาลอาวอุดมอําเภอศรีราชา โรงพยาบาลอีสเทริน ซีบอรด ศูนยวิทยาศาสตรสุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา ตราด โรงพยาบาลเขาสมิง โรงพยาบาลแหลมงอบ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ตราด โรงพยาบาลคลองใหญ โรงพยาบาลตราด โรงพยาบาลบอไร โรงพยาบาลสมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ปราจีนบุรี โรงพยาบาลเจาพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลกบินทรบุรี โรงพยาบาลตาพระยา โรงพยาบาลนาดี โรงพยาบาลบานสราง โรงพยาบาลประจันตคาม โรงพยาบาลวังน้ําเย็น โรงพยาบาลศรีมโหสถ โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ โรงพยาบาลอิมพีเรียล ปราจีนบุรี ระยอง โรงพยาบาลแกลง โรงพยาบาลบานคาย โรงพยาบาลบานฉาง 54
  • 56.
    โรงพยาบาลบํารุงราษฎร โรงพยาบาลปลวกแดง โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลวังจันทร โรงพยาบาลสามยาน สระแกว โรงพยาบาลเขาฉกรรจ โรงพยาบาลคลองหาด โรงพยาบาลตาพระยา โรงพยาบาลวังน้ําเย็น โรงพยาบาลวัฒนานคร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแกว โรงพยาบาลอรัญประเทศ ภาคใต กระบี่ โรงพยาบาลเกาะลันตา โรงพยาบาลเขาพนม โรงพยาบาลกระบี่ โรงพยาบาลคลองทอม โรงพยาบาลปลายพระยา โรงพยาบาลลําทับ โรงพยาบาลอาวลึก ชุมพร โรงพยาบาลชุมพร โรงพยาบาลทาแซะ โรงพยาบาลทุงตะโก โรงพยาบาลปะทิว โรงพยาบาลปากน้ําชุมพร โรงพยาบาลพะโตะ 55
  • 57.
    โรงพยาบาลมาบอํามฤต โรงพยาบาลละแม โรงพยาบาลวิรัชศิลป โรงพยาบาลสวี โรงพยาบาลหลังสวน ตรัง โรงพยาบาลกันตัง โรงพยาบาลตรัง โรงพยาบาลตรังรวมแพทย โรงพยาบาลปะเหลียน โรงพยาบาลยานตาขาว โรงพยาบาลราชดําเนินตรัง โรงพยาบาลสิเกา โรงพยาบาลหวยยอด นครศรีธรรมราช โรงพยาบาลเชียรใหญ โรงพยาบาลขนอม โรงพยาบาลชะอวด โรงพยาบาลทาศาลา โรงพยาบาลทุงใหญ โรงพยาบาลทุงสง โรงพยาบาลนครคริสเตียน โรงพยาบาลนาบอน โรงพยาบาลบางขัน โรงพยาบาลปากพนัง โรงพยาบาลพรหมคีรี โรงพยาบาลพิปูน โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลรอนพิบูลย 56
  • 58.
    โรงพยาบาลลานสะกา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง โรงพยาบาลสิชล โรงพยาบาลหัวไทร นราธิวาส โรงพยาบาลแวง โรงพยาบาลตากใบ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร โรงพยาบาลระแงะ โรงพยาบาลรือเสาะ โรงพยาบาลสุไหงโกลก โรงพยาบาลสุไหงปาดี ปตตานี โรงพยาบาลแมลาน โรงพยาบาลโคกโพธิ์ โรงพยาบาลไมแกน โรงพยาบาลกะพอ โรงพยาบาลทุงยางแดง โรงพยาบาลปตตานี โรงพยาบาลปานาเระ โรงพยาบาลมายอ โรงพยาบาลยะรัง โรงพยาบาลยะหริ่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี โรงพยาบาลหนองจิก พังงา โรงพยาบาลเกาะยาว โรงพยาบาลกะปง โรงพยาบาลคุระบุรี 57
  • 59.
    โรงพยาบาลตะกัวทุง ่ โรงพยาบาลตะกัวปา ่ โรงพยาบาลทับปุด โรงพยาบาลทายเหมือง โรงพยาบาลบางไทร โรงพยาบาลพังงา พัทลุง โรงพยาบาลเขาชัยสน โรงพยาบาลกงหรา โรงพยาบาลควนขนุน โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลบางแกว โรงพยาบาลปากพยูน โรงพยาบาลปาบอน โรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลศรีบรรพต ภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลปาตอง โรงพยาบาลวชิรภูเก็ต ยะลา โรงพยาบาลบันนังสตา โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลยะหา โรงพยาบาลรามัน ระนอง โรงพยาบาลกะเปอร โรงพยาบาลชุมชนกระบุรี โรงพยาบาลระนอง 58
  • 60.
    โรงพยาบาลละอุน สงขลา โรงพยาบาลเทพา โรงพยาบาลเสนาณรงค โรงพยาบาลกระแสสินธุ โรงพยาบาลจะนะ โรงพยาบาลระโนด โรงพยาบาลรัตภูมิ โรงพยาบาลราษฎรยินดี โรงพยาบาลศิครินทร หาดใหญ โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลสงขลานครินทร โรงพยาบาลสทิงพระ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อําเภอนาทวี โรงพยาบาลสะเดา โรงพยาบาลสะบายอย โรงพยาบาลหาดใหญ สตูล โรงพยาบาลควนกาหลง โรงพยาบาลทุงหวา โรงพยาบาลละงู โรงพยาบาลสตูล สุราษฏรธานี โรงพยาบาลเกาะสมุย โรงพยาบาลเคียนซา โรงพยาบาลไชยา โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ โรงพยาบาลคีรีรัฐนิคม โรงพยาบาลชัยบุรี 59
  • 61.
  • 62.
    Error! Objects cannotbe created from editing field codes. จัดทําโดย ฝายวิชาการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด ชั้น 18 อาคารลิเบอรตี้สแควร 287 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท 02 631 2140 โทรสาร 02 631 2126-7 2547 61