การจัดบริการเภสัชกรรม
RDU
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
** ฉลากยามีข้อมูลครบถ้วน
- ชื่อสถานบริการ - ชื่อผู้ป่วย
- วันที่จ่ายยา - ชื่อยา
- จานวนยาที่จ่าย - วิธีการใช้ยา
- คาเตือน/ข้อควรระวังในการใช้ยา (ถ้ามี)
*** ยาที่ต้องเก็บพ้นแสง ---- ใส่ซองยาสีชา ***
4.1 ส่งมอบยาอย่างถูกต้อง เหมาะสม เฝ้าระวังความคลาดเคลื่อนทางยา
การเฝ้าระวังการเกิดอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา
(Medication Errors)
- Prescribing error (ความคลาดเคลื่อนในการสั่งจ่ายยา)
- Processing error (ความคลาดเคลื่อนในการจัดยา)
- Dispensing error (ความคลาดเคลื่อนในการจ่ายยา)
- Administrating error (ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา)
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
ความคลาดเคลื่อน แพทย์
สั่งยาโดยไม่มีข้อบ่งใช้/ ไม่ได้รับยาที่ควรได้รับ /
สั่งยาโดยมีข้อห้ามใช้/สั่งยาที่ off
สั่งยาที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ /
สั่งยาที่เกิดปฏิกิริยาต่อกัน
สั่งยาในขนาดสูงเกินไป
สั่งยาในขนาดต่าเกินไป
ไม่ระบุความแรง/วิธีใช้/จานวน
ผิดชื่อยา/ชนิดยา
ผิดความแรง
ผิดรูปแบบยา
ผิดวิธีใช้ /
ผิดปริมาณ/จานวน
สั่งยาซ้าซ้อน
สั่งจ่ายยาไม่ตรงกับผู้ป่วย
Prescribing error (การสั่งจ่ายยา)
Prescribing error (การสั่งจ่ายยา)
วันที่ / เวลา ความคลาดเคลื่อน การแก้ไข
12/12/62
12.15 น.
สั่ง para ให้ผู้ป่วยโดยไม่มีอาการปวด/
ไข้
ปรึกษาแพทย์ซ้า
แพทย์สั่ง off ยา
9/1/63
15.50 น.
สั่ง amoxy ให้ผป.ที่มีประวัติแพ้
penicillin
ปรึกษาแพทย์ซ้า
แพทย์สั่ง off ยา amoxy
เปลี่ยนเป็น roxithromycin
1/1/63
15.30 น.
สั่งใช้ domperidone กิน pc เปลี่ยนเป็นกิน ac
ความคลาดเคลื่อน
จานวนครั้ง
ผิดชื่อยา //
ผิดความแรง //
ผิดขนาดยา
ผิดจานวน/ ปริมาณ /
ผิดคน
ผิดทาง
ไม่ครบ
Processing error (กระบวนการ)
Processing error (กระบวนการ)
วันที่ / เวลา ยาที่ถูก ยาที่ผิด
12/12/62
12.15 น.
Para 325 mg. Para 500 mg
9/1/63
15.50 น.
Amoxy 250 mg Amoxy 500 mg
1/1/63
15.30 น.
Amlodipine 5 mg Simvastatin 20 mg
วันที่/เวลา รายละเอียดยาที่ผิด การแก้ไข
16/2/62 ลืมจ่าย HCTZ ให้ผป. นายาไปให้ผป.ที่บ้าน
- Dispensing error (การจ่ายยา)
วันที่/เวลา รายละเอียดยาที่ผิด การแก้ไข
16/2/62 ต้องการฉีด CPM แต่ฉีด vit B co ฉีด CPM ให้ผป.
- Administrating error (การบริหารยา)
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
** กาหนดแนวทางการป้องกันความคลาดเคลื่อน **
เช่น - การจัดวางตาแหน่งยาที่มีชื่อ / ลักษณะคล้ายกัน
(Look alike – Sound alike : LASA)
- การทาสัญลักษณ์/ป้ายเตือน/ข้อพึงระวัง
- การถามชื่อผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย ประวัติแพ้ยา
- ทบทวนความรู้เรื่องยา
- การส่งข้อมูลกลับไปยังผู้เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างรายการยา Look alike – Sound alike : LASA
Look alike
Folic acid dextro
Amoxycillin dicloxacillin
0.1% TA cream 0.02% TA cream
pioglitazone hydralazine
Sound alike
Amoxycillin 250 Amoxycillin 500
Norflox 100 Norflox 400
Para 325 Para 500
metformin metronidazole
- ฉลากช่วยยาเทคนิคพิเศษ : ไทย , พม่า, กัมพูชา (version ใหม่)
- ฉลากยาเสริม
ภาษา
พม่า
ภาษา
กัมพูชา
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
4.2 จัดทาเครื่องมือเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
มีแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
- การใช้ยาปฏิชีวนะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
- การใช้ยาปฏิชีวนะโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
- การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
4.3 กรส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
มีแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (ต่อ)
- การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
- การเฝ้าระวังใช้ยา NSAIDs ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
ระดับ 3 ขึ้นไป
- การเฝ้าระวังการใช้ยา NSAIDs ซ้าซ้อน
- การใช้ยาในกลุ่มโรค NCD
4.การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล
การใช้ยาปฏิชีวนะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
- ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
- รักษาตามอาการ
- สามารถหายได้เองภายใน 3-5 วัน ไม่จาเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ
- ยกเว้นมีหลักฐานของการติดเชื้อแบคทีเรีย
(Upper respiratory tract infection)
การใช้ยาปฏิชีวนะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (Acute sinusitis)
ก. มีอาการของหวัด ไซนัสอักเสบนานตั้งแต่ 10 วัน โดยอาการไม่ดีขึ้น
ข. มีไข้สูง (39oC) ตั้งแต่เริ่มป่วย ร่วมกับน้้ามูกเหลือง-เขียวหรือเจ็บที่ใบหน้า
ต่อเนื่องนานอย่างน้อย 3-4 วัน
ค. มีอาการของหวัด ไซนัสอักเสบนาน 5-6 วันแล้วอาการดีขึ้น
แต่กลับมีอาการแย่ลง โดยกลับมีไข้ ปวดศีรษะ หรือมีน้้ามูกมากขึ้น
รักษาโดย ให้ Amoxycillin นาน 5-14 วัน
ถ้าแพ้ยา penicillin ให้ Roxithromycin หรือ erythromycin แทน
กรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
การใช้ยาปฏิชีวนะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
โรคคออักเสบ/ต่อมทอนซิลอักเสบ จากเชื้อ Group A Streptococcus
Centor criteria ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป
ก. ไข้ (>38oC)
ข. Exudate/pustule ที่คอหอย/ต่อมทอนซิล
ค. ต่อมน้้าเหลืองที่คอ (Anterior cervical lymph nodes) โต/กดเจ็บ
ง. ไม่ไอ
รักษาโดย ให้ Amoxycillin นาน 10 วัน
ถ้าแพ้ยา penicillin ให้ Roxithromycin หรือ erythromycin แทน
กรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
การใช้ยาปฏิชีวนะโรคโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน
(Acute Bronchitis)
- ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
- ผู้ป่วยที่จาเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ ได้แก่
1. ผู้ป่วยโรคไอกรน
2. ผู้ป่วยอายุมากกว่า 65 ปี ร่วมกับข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
ก. เพิ่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่าน
ข. เป็นโรคเบาหวาน ค. มีภาวะหัวใจล้มเหลว
ง. ก้าลังใช้ยา Steroid
รักษาโดย ให้ Roxithromycin หรือ erythromycin 5 วัน
การใช้ยาปฏิชีวนะโรคโรคโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
(Acute diarrhea)
- ร้อยละ 90 หายเองได้ภายใน 1-3 วัน
- อาการแสดงที่บ่งชี้ถึงภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่
ก. มีไข้ ถ่ายเป็นมูกเลือด พบเม็ดเลือดแดง/เม็ดเลือดขาวใน
อุจจาระ) ซึ่งมักเกิดจากเชื้อ Shigella spp. หรือ Campylobacter spp.
รักษาด้วย Norfloxacin นาน 3-5 วัน
- เด็ก 7.5-10 mg/kg วันละ 2 ครั้ง ขณะท้องว่าง
- ผู้ใหญ่ 400 mg วันละ 2 ครั้ง ขณะท้องว่าง
การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
(Acute diarrhea)
ข. ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้มีภูมิคุมกันบกพร่อง ไข้สูง หรือมีลักษณะ
ทางคลินิกของ sepsis
พิจารณาใช้ยา Ciprofloxacin หรือ Ceftriaxone นาน 3-7 วัน
การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
(Acute diarrhea)
ค.ใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ที่สงสัยติดเชื้ออหิวาตกโรคหรืออยู่
ในช่วงระบาดของอหิวาตกโรค
พิจารณาใช้ยา Norfloxacin นาน 3 วัน
- เด็ก 5-10 mg/kg วันละ 2 ครั้ง ขณะท้องว่าง
- ผู้ใหญ่ 400 mg วันละ 2 ครั้ง ขณะท้องว่าง
หรือ Doxycyclin
- เด็กโต หรือ ผู้ใหญ่ 100 mg วันละ 2 ครั้ง พร้อม
อาหาร)
การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
(Acute diarrhea)
ง. ในผู้ป่วยสงสัย Antibiotic associated colitis จากเชื้อ
C.difficile .
พิจารณาให้ยา metronidazole 10-14วัน
- เด็ก 30 mg/kg/day แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง
พร้อมอาหาร
- ผู้ใหญ่ 250 mg วันละ 4 ครั้ง หรือ 500 mg
วันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหาร
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
บาดแผลสดจากอุบัติเหตุที่ไม่ใช่แผลจากสัตว์กัด/คนกัด
มีโอกาสติดเชื้อน้อยหากท้าความสะอาดแผลและดูแลแผล
อย่างเหมาะสม
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
เลือกใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมในกรณีบาดแผลดังนี้
1. แผลขอบไม่เรียบ ท้าความสะอาดยาก เย็บขอบแผลชนกันไม่สนิท
2. แผลมีความยาวตั้งแต่ 5 ซม.
3. เป็นแผลถูกบดอัด
4. แผลลึกถึงกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
ยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้ ให้ใช้ยาปฏิชีวนะนาน 2 วัน
- Dicloxacillin เด็ก: 25-50 mg/Kg/day แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง (ไม่เกิน 250 mg/ครั้ง)
ขณะท้องว่าง
ผู้ใหญ่: 250-500 mg วันละ 4 ครั้ง ขณะท้องว่าง
- กรณีแพ้ยา penicillin พิจารณาให้ยา
Erythromycin syr. 20-50 mg/kg/day แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง ขณะท้องว่าง
Roxithromycin เด็ก: 5-8 mg/kg/day แบ่งให้วันละ 2 ครั้งขณะ ท้องว่าง
ผู้ใหญ่: 150 mg วันละ 2 ครั้ง ขณะท้องว่าง
Clindamycin เด็ก: 10-25 mg/Kg/day แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
ผู้ใหญ่: 300 mg วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
เลือกใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมในกรณีบาดแผลดังนี้ (ต่อ)
5. มีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง
6. มีสิ่งสกปรกที่แผลและล้างออกได้ยาก
7. ปนเปื้อนสิ่งที่มีแบคทีเรียมาก เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ น้้าสกปรก
8. เป็นผู้มีภูมิต้านทานโรคต่้า เช่น อายุ > 65 ปี, เบาหวาน, ตับแข็ง,
พิษสุราเรื้อรัง, หลอดเลือดส่วนปลายตีบ, มะเร็ง, ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
เป็นต้น
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
ยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้
- Co-amoxicillin เด็ก: (ค้านวณจาก Amoxicillin): 25-50 mg/Kg/day
แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง (ไม่เกิน 250 mg/ครั้ง)
พร้อมอาหาร
ผู้ใหญ่: 375 mg วันละ 3 ครั้ง หรือ 625 mg
วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
ยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้
กรณีแพ้ยา penicillin พิจารณาให้ยา
เด็ก : co-trimoxazole (ค้านวณจาก trimethoprim): 8-10 mg/Kg/day
แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง ร่วมกับ Clindamycin 10-25 mg/Kg/day แบ่งให้วันละ
3 ครั้ง หลังอาหาร หรือ ร่วมกับ metronidazole 20-30 mg/Kg/day แบ่งให้
วันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหาร
ผู้ใหญ่: Ciprofloxacin 500 mg วันละ 2 ครั้ง ร่วมกับ clindamycin 300
mg วันละ 3 ครั้ง หรือ ร่วมกับ metronidazole 400-500 mg วันละ 3 ครั้ง
พร้อมอาหาร
การใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
ยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้
กรณีบาดแผลสัตว์กัดหรือคนกัด พิจารณาให้ยาเหมือนบาดแผลข้อ 5-7
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
ยาที่ควรหลีกเลี่ยง เหตุผล (ความผิดปกติที่พบในมารดาและทารก)
Ergotamine กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก
Warfarin
(เว้น ใส่ mechanical
heart valve)
อาจเกิด fetal warfarin syndrome เช่น nasal
hypoplasia, bone stippling, bilateral optic
atrophy และ intellectual disability
AEC inhibitors
(Enalapril)
ARB
(Losartan, Valsartan)
หลีกเลี่ยงในไตรมาสแรก และห้ามใช้ในไตรมาสที่ 2
และ 3 เพราะท้าให้ทารกทารกในครรภ์มี
การท้างานของไตผิดปกติ, oligohydramnios,
skull ossification, mental retardation
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
ยาที่ควรหลีกเลี่ยง เหตุผล (ความผิดปกติที่พบในมารดาและทารก)
Methotrexate ท้าให้ทารกในครรภ์เกิด craniosynostosis, wide
nasal bridge, micrognathia และแขนขาผิดรูป
Statins
(Simvastatin,
Atorvastatin)
เพิ่มความเสี่ยงของภาวะทารกพิการแต่ก้าเนิด
2.5 เท่า
***อย่าลืมซักประวัติในวัยเจริญพันธ์***
การใช้ยาในหญิงให้นมบุตร
ยาที่ควรหลีกเลี่ยง เหตุผล (ความผิดปกติที่พบในมารดาและทารก)
Ergotamine ท้าให้ปริมาณน้้านมลดลง และมีรายงานเกิด
ergotism ในทารกที่ดูดนม
การใช้ยาในหญิงให้นมบุตร
คาแนะนา
- เลือกการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาก่อน
- เลือกยาที่ออกฤทธิ์สั้น ใช้ขนาดต่าสุด ในช่วงเวลาสั้นที่สุด
และเฝ้าระวังอาการข้างเคียงในทารกด้วย
- ควรให้ทารกดูดนมก่อนกินยามื้อถัดไป
หรือรอมากกว่า 2-3 ชม.หลังกินยาจึงให้นม (บีบน้านมเผื่อไว้)
- กรณีต้องใช้ยาที่ห้ามใช้ ควรงดให้นม และให้บีบน้านมทิ้ง
เพื่อกระต้นการหลั่งน้านม
การเฝ้าระวังใช้ยา NSAIDs ซ้าซ้อน
และการใช้ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระดับ 3 ขึ้นไป
ยากลุ่ม NSAIDs ในรพ.สต.
- บัญชียา 1 : Diclofenac 25 mg.,
Ibuprofen 200 mg.
- บัญชียา 3 : Naproxen 250 mg.
ใช้ Paraceatmol,
Tramadol (ที่ PCU)
แทน
การเฝ้าระวังใช้ยา NSAIDs ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
ระดับ 3 ขึ้นไป
ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
stage GFR
1 90+
2 60-89
3A
3B
45-59
30-44
4 15-29
5 <15 or on dialysis

การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล.pdf