Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
พิพัฒน์ ตะภา
9,740 views
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 66 times
1
/ 194
2
/ 194
3
/ 194
4
/ 194
5
/ 194
6
/ 194
7
/ 194
8
/ 194
9
/ 194
10
/ 194
11
/ 194
12
/ 194
13
/ 194
14
/ 194
15
/ 194
16
/ 194
17
/ 194
18
/ 194
19
/ 194
20
/ 194
21
/ 194
22
/ 194
23
/ 194
24
/ 194
25
/ 194
26
/ 194
27
/ 194
28
/ 194
29
/ 194
30
/ 194
31
/ 194
32
/ 194
33
/ 194
34
/ 194
35
/ 194
36
/ 194
37
/ 194
38
/ 194
39
/ 194
40
/ 194
41
/ 194
42
/ 194
43
/ 194
44
/ 194
45
/ 194
46
/ 194
47
/ 194
48
/ 194
49
/ 194
50
/ 194
51
/ 194
52
/ 194
53
/ 194
54
/ 194
55
/ 194
56
/ 194
57
/ 194
58
/ 194
59
/ 194
60
/ 194
61
/ 194
Most read
62
/ 194
63
/ 194
64
/ 194
65
/ 194
66
/ 194
67
/ 194
68
/ 194
69
/ 194
70
/ 194
71
/ 194
72
/ 194
73
/ 194
74
/ 194
75
/ 194
76
/ 194
77
/ 194
78
/ 194
79
/ 194
80
/ 194
81
/ 194
82
/ 194
83
/ 194
84
/ 194
85
/ 194
86
/ 194
87
/ 194
88
/ 194
89
/ 194
90
/ 194
91
/ 194
92
/ 194
93
/ 194
94
/ 194
95
/ 194
96
/ 194
97
/ 194
98
/ 194
99
/ 194
100
/ 194
101
/ 194
102
/ 194
103
/ 194
104
/ 194
105
/ 194
106
/ 194
107
/ 194
108
/ 194
109
/ 194
110
/ 194
111
/ 194
112
/ 194
113
/ 194
114
/ 194
115
/ 194
116
/ 194
117
/ 194
118
/ 194
119
/ 194
120
/ 194
121
/ 194
122
/ 194
123
/ 194
124
/ 194
125
/ 194
126
/ 194
127
/ 194
128
/ 194
129
/ 194
130
/ 194
131
/ 194
132
/ 194
133
/ 194
134
/ 194
135
/ 194
136
/ 194
137
/ 194
138
/ 194
139
/ 194
140
/ 194
141
/ 194
Most read
142
/ 194
Most read
143
/ 194
144
/ 194
145
/ 194
146
/ 194
147
/ 194
148
/ 194
149
/ 194
150
/ 194
151
/ 194
152
/ 194
153
/ 194
154
/ 194
155
/ 194
156
/ 194
157
/ 194
158
/ 194
159
/ 194
160
/ 194
161
/ 194
162
/ 194
163
/ 194
164
/ 194
165
/ 194
166
/ 194
167
/ 194
168
/ 194
169
/ 194
170
/ 194
171
/ 194
172
/ 194
173
/ 194
174
/ 194
175
/ 194
176
/ 194
177
/ 194
178
/ 194
179
/ 194
180
/ 194
181
/ 194
182
/ 194
183
/ 194
184
/ 194
185
/ 194
186
/ 194
187
/ 194
188
/ 194
189
/ 194
190
/ 194
191
/ 194
192
/ 194
193
/ 194
194
/ 194
More Related Content
PDF
การออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
by
Prasert Boon
PDF
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
by
srkschool
PDF
คู่มือการปฏิบัตงานข้าราชการครู สพฐ (1)
by
Hinkong Sc
PDF
รายงานผลกิจกรรมบัณฑิตน้อย เครือข่าย15 ok
by
Dhanee Chant
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง อุปกรณ์ระบบการเข้าชั้นเรียนด้วย RFID
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
PDF
บันทึกข้อความประเมินทัศนศึกษา2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
PDF
แบบทดสอบ การงานอาชีพฯ ม.6
by
teerachon
PDF
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
by
Bankhaokansong School
การออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
by
Prasert Boon
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
by
srkschool
คู่มือการปฏิบัตงานข้าราชการครู สพฐ (1)
by
Hinkong Sc
รายงานผลกิจกรรมบัณฑิตน้อย เครือข่าย15 ok
by
Dhanee Chant
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง อุปกรณ์ระบบการเข้าชั้นเรียนด้วย RFID
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
บันทึกข้อความประเมินทัศนศึกษา2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
แบบทดสอบ การงานอาชีพฯ ม.6
by
teerachon
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
by
Bankhaokansong School
What's hot
PDF
การบ้านป.1
by
krumolticha
PDF
จังหวัดกับตัวสะกด
by
Tasnee Punyothachat
DOCX
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ หน้าที่พลเมือง ม.1
by
เซียงน้อยขี่ไก่ขาง เด้อ
PDF
หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การทำไม้กวาดทางมะพร้าว
by
Chainarong Maharak
PDF
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
PDF
บทอาขยาน ภาษาไทย ม.๓
by
kruthai40
DOC
หนังสือรับรอง(เด็กศูนย์ฯ)
by
cm carent
DOC
หนังสือนำส่ง
by
Mapowzee Dahajee
PDF
ส่งประกวดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
by
อนุพงษ์ ทิพโรจน์
PDF
พยางค์และคำ 2
by
Aunop Nop
PDF
พิธีเปิด ปิด กิจกรรมยุวกาชาด-เอกสาร56
by
Jariya Jaiyot
PDF
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
by
ชิตชัย โพธิ์ประภา
PDF
ข้อสอบการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
PDF
การเขียนป.5 ชุด1.
by
พีรณัฐ เฟื่องนคร
PDF
แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ป.1สิ่งมีชีวิต
by
sripayom
PDF
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
PDF
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
by
Khemjira_P
PDF
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
การบ้านป.1
by
krumolticha
จังหวัดกับตัวสะกด
by
Tasnee Punyothachat
วิทย์ ป.2
by
สิ่งดีๆ เริ่มที่ใจ
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
แผนการจัดการเรียนรู้ หน้าที่พลเมือง ม.1
by
เซียงน้อยขี่ไก่ขาง เด้อ
หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การทำไม้กวาดทางมะพร้าว
by
Chainarong Maharak
ใบงานที่ 7 การคำนวณในตารางทำงาน
by
Meaw Sukee
บทอาขยาน ภาษาไทย ม.๓
by
kruthai40
หนังสือรับรอง(เด็กศูนย์ฯ)
by
cm carent
หนังสือนำส่ง
by
Mapowzee Dahajee
ส่งประกวดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
by
อนุพงษ์ ทิพโรจน์
พยางค์และคำ 2
by
Aunop Nop
พิธีเปิด ปิด กิจกรรมยุวกาชาด-เอกสาร56
by
Jariya Jaiyot
เอกสารประกอบการเรียนเล่ม3
by
ชิตชัย โพธิ์ประภา
ข้อสอบการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
การเขียนป.5 ชุด1.
by
พีรณัฐ เฟื่องนคร
แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ป.1สิ่งมีชีวิต
by
sripayom
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
by
Khemjira_P
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
by
Thanawut Rattanadon
Similar to แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
PDF
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ
by
pronprom11
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ
by
pronprom11
PDF
ส่วนหน้าแผนสื่อประสม
by
krupornpana55
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงชั้นที่ 3 4
by
Koksi Vocation
PDF
แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 รหัสวิชา ง 21101
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
PDF
รายงานผลการประเมินตนเอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
by
Nattapon
PPT
บทบาทของอาจารย์ด้านการเรียนการสอน
by
Prachyanun Nilsook
PDF
รายงานผลการปฏิบัติงานและการประเมินตนเอง ปี 2556
by
เทวัญ ภูพานทอง
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
dechathon
PDF
Teachercom c
by
รัชนีพร ภูแสงสี
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
by
dechathon
DOC
แผนคอมฯ ม.2 2
by
Surapong Jakang
PDF
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
PDF
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m2
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ
by
pronprom11
แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ
by
pronprom11
ส่วนหน้าแผนสื่อประสม
by
krupornpana55
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงชั้นที่ 3 4
by
Koksi Vocation
แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6
by
Napadon Yingyongsakul
วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 รหัสวิชา ง 21101
by
โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
รายงานผลการประเมินตนเอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
by
Nattapon
บทบาทของอาจารย์ด้านการเรียนการสอน
by
Prachyanun Nilsook
รายงานผลการปฏิบัติงานและการประเมินตนเอง ปี 2556
by
เทวัญ ภูพานทอง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
by
dechathon
Teachercom c
by
รัชนีพร ภูแสงสี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
by
dechathon
แผนคอมฯ ม.2 2
by
Surapong Jakang
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
Pancom m1
by
โรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง สพปยโสธรเขตสอง
More from พิพัฒน์ ตะภา
PDF
ผอ.สพป.ชัยภูมิ 1 พบเพื่อนครู
by
พิพัฒน์ ตะภา
PDF
ตัวชี้วัดและสาระศิลปะ
by
พิพัฒน์ ตะภา
PDF
รายชื่อนักเรียนปี2555
by
พิพัฒน์ ตะภา
PDF
ทัศนศิลป์
by
พิพัฒน์ ตะภา
PDF
Googleintro
by
พิพัฒน์ ตะภา
PDF
Blogger คืออะไร
by
พิพัฒน์ ตะภา
ผอ.สพป.ชัยภูมิ 1 พบเพื่อนครู
by
พิพัฒน์ ตะภา
ตัวชี้วัดและสาระศิลปะ
by
พิพัฒน์ ตะภา
รายชื่อนักเรียนปี2555
by
พิพัฒน์ ตะภา
ทัศนศิลป์
by
พิพัฒน์ ตะภา
Googleintro
by
พิพัฒน์ ตะภา
Blogger คืออะไร
by
พิพัฒน์ ตะภา
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
1.
คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.
5 ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ออกแบบการเรียนรูโดยใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดชั้นปเปนเปาหมาย ออกแบบการจัดการเรียนรูโดยเนนผูเรียนเปนศูนยกลาง ใชแนวคิดBackward Design ผสมผสานกับแนวคิดทฤษฎีการเรียนรูตาง ๆ อยางหลากหลาย ออกแบบการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะสําคัญของนักเรียนในการสื่อสาร การคิด การแกปญหา การใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี แบงแผนการจัดการเรียนรูเปนรายชั่วโมง สะดวกในการใช มีองคประกอบครบถวนตามแนวทางการจัดทําแผนการจัดการเรียนรูของสถานศึกษา นําไปพัฒนาเปนผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได
2.
คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ
ป.5 ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 ผูเรียบเรียง ณัฐกานต ภาคพรต ศษ.บ. (เกียรตินิยม), ศษ.ม. คณะบรรณาธิการ สุระ ดามาพงษ กศ.บ., กศ.ม. อรุณี ลิมศิริ กศ.บ., กศ.ม. ISBN xxx-xxx-xx-xxxx-x พิมพที่ บริษัท โรงพิมพวัฒนาพานิช จํากัด นายเริงชัย จงพิพัฒนสุข กรรมการผูจัดการ สื่อการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป. 1–6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หนังสือเรียน(ศธ. อนุญาต) แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบ แผนฯ (CD) หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.1................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.2................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.3................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.4................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.6................................อรุณี ลิมศิริ และคณะ หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.1.........................................ณัฐกานต ภาคพรต หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.2.........................................ณัฐกานต ภาคพรต หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.3.........................................ณัฐกานต ภาคพรต หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.4.........................................ณัฐกานต ภาคพรตหนังสือ เรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.5.........................................ณัฐกานต ภาคพรต หนังสือเรียน แบบฝกทักษะฉบับสมบูรณแบบแผนฯ (CD) เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.6.........................................ณัฐกานต ภาคพรต สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หามละเมิด ทําซ้ํา ดัดแปลง เผยแพร สวนหนึ่งสวนใด เวนแตจะไดรับอนุญาต
3.
คํานํา คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ
ป. 5 เลมนี้ เปนสื่อการเรียนรูที่จัดทําขึ้นเพื่อ ใชเปนแนวทางในการจัดการเรียนรู โดยยึดหลักการออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ Backward Design ที่ เนนผูเรียนเปนศูนยกลาง (Child Centered) ตามหลักการยึดผูเรียนเปนสําคัญ สงเสริมใหนักเรียนมีสวน รวมในกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู สามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง ทั้งเปนรายบุคคลและราย กลุม โดยครูมีบทบาทหนาที่เอื้ออํานวยความสะดวกใหนักเรียนประสบผลสําเร็จ สนับสนุนใหนักเรียนมี โอกาสฝกปฏิบัติงานทั้งในหองเรียนและนอกหองเรียน สามารถเชื่อมโยงความรูในกลุมสาระการเรียนรู อื่น ๆ ไดในเชิงบูรณาการดวยวิธีการที่หลากหลาย เนนกระบวนการคิดวิเคราะห สังเคราะห และสามารถ สรางองคความรูไดดวยตนเอง ทําใหนักเรียนไดรับการพัฒนาสมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะอันพึง ประสงคตามที่หลักสูตรกําหนด นําไปสูการอยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุข การจัดทําคูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศเลมนี้ ไดจัดทําตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งครอบคลุมสาระการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ภายในเลมไดนําเสนอแผนการจัดการเรียนรูเปนรายชั่วโมงตามหนวยการเรียนรู เพื่อใหครู นําไปใชในการจัดการเรียนรูไดสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แตละหนวยการเรียนรูยังมีการวัดและประเมินผล การเรียนรูทั้ง 3 ดาน ไดแก ดานความรู ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมและดานทักษะ/กระบวนการ ทําใหทราบผลการเรียนแตละหนวยการเรียนรูของนักเรียนไดทันที คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู นําเสนอเนื้อหาแบงเปน3 ตอนคือ ตอนที่ 1 คําชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู ประกอบดวยแนวทางการใชแผนการจัดการ เรียนรู สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรู การออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ Backward Design (BwD) เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู–การวัดและประเมินผลการเรียนรู ตารางวิเคราะหสาระมาตรฐาน การเรียนรูและตัวชี้วัดชั้นป และโครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู ไดเสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรูแตละหนวยการเรียนรู โดยมีผังมโนทัศนแสดงเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู และ แบงเปนแผนยอยรายชั่วโมง ซึ่งแผนการจัดการเรียนรูแตละแผนมีองคประกอบครบถวนตาม แนวทางการจัดทําแผนการจัดการเรียนรูของสถานศึกษา ตอนที่ 3 เอกสาร/ความรูเสริมสําหรับครู ประกอบดวยแบบทดสอบ ไดแก แบบทดสอบ กอนเรียนและหลังเรียน แบบทดสอบปลายป แบบประเมินผลงาน แบบประเมินพฤติกรรมและ คุณลักษณะอันพึงประสงคดานตาง ๆ ของนักเรียน และความรูเสริมสําหรับครู ซึ่งบันทึกลงในซีดี (CD) เพื่ออํานวยความสะดวกใหแกครูหรือผูสอน คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 เลมนี้ ไดออกแบบการเรียนรูดวย เทคนิคและวิธีการสอนอยางหลากหลาย หวังวาจะเปนประโยชนตอการนําไปประยุกตใชในการจัดการ เรียนรูใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอมของนักเรียนตอไป
4.
คณะผูจัดทํา
5.
สารบัญ ตอนที่ 1 คําชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู..........................................................
0 1. แนวทางการใชแผนการจัดการเรียนรู........................................................................ 0 2. สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรู..................................................................... 0 3. การออกแบบการเรียนรูแบบBackward Design(BwD)............................................ 0 4. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู–การวัดและประเมินผลการเรียนรู.............................. 00 5. ตารางวิเคราะหสาระมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดชั้นป........................................... 00 6. โครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู................................................ 00 ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู............................................................................ 00 หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล................................................................ 00 * ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................... 00 * ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู.......................................................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล..................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่2 การคนหาขอมูล................................................................ 00 หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา............................................................ 00 * ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................... 00 * ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู........................................................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่3 ลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่4 ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา........................................ 00 หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด.................................................................... 00 * ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน................................................ 00 * ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู............................................................................ 00 แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 รูจักไมโครซอฟตเวิรด....................................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(คําสั่งพื้นฐาน และการพิมพขอความ) ..................................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(รูปภาพ กลองขอความ และตาราง)...................................................................... 00
6.
หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด.......................................
00 * ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................... 00 * ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู............................................................................ 00 แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 สรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน........................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 ตัวอยางการสรางผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด(นามบัตร) ...................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่10 ตัวอยางการสรางผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด(บัตรอวยพร) .................................. 00 แผนการจัดการเรียนรูที่11 ตัวอยางการสรางผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด(ใบประกาศ) ................................... 00 แผนการจัดการเรียนรูที่12 ตัวอยางการสรางผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด(รายงาน) ......................................... 00
7.
ตอนที่ 1 คําชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี
8.
1. แนวทางการใชแผนการจัดการเรียนรู คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู
เทคโนโลยีสารสนเทศเลมนี้ จัดทําขึ้นเพื่อเปนแนวทางใหครูใช ประกอบการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งการแบงหนวยการเรียนรูสําหรับจัดแผนการ จัดการเรียนรูรายชั่วโมงในคูมือครู แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ แบงเนื้อหาเปน4 หนวย สามารถใชควบคู กับหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ประกอบดวยหนวยการ เรียนรูดังนี้ หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ไดนําเสนอรายละเอียดไวครบถวนตามแนวทางการจัดทําแผนการ จัดการเรียนรูของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน ใหนักเรียนไดพัฒนาองคความรู สมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคไวอยางครบถวนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรูนี้ให ละเอียดเพื่อปรับใชใหสอดคลองกับสภาพแวดลอม สถานการณ และสภาพของนักเรียน ในแตละหนวยการเรียนรูจะแบงแผนการจัดการเรียนรูออกเปนรายชั่วโมง ซึ่งมีจํานวนมากนอย ไมเทากันขึ้นอยูกับความยาวของเนื้อหาสาระและในแตละหนวยการเรียนรูมีองคประกอบดังนี้ 1. ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน แสดงขอบขายเนื้อหาการจัดการ เรียนรูที่ครอบคลุมความรู คุณธรรม จริยธรรมและคานิยม ทักษะ/กระบวนการ และภาระงาน/ชิ้นงาน 2. กรอบแนวคิดการออกแบบการจัดการเรียนรู BWD (Backward Design Template) เปนผัง แสดงแนวคิดในการจัดการเรียนรูของแตละหนวยการเรียนรู แบงเปน3 ขั้น ไดแก ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมี ผลการเรียนรูตามที่กําหนดไวอยางแทจริง ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรูจะระบุวาในหนวยการเรียนรูนี้แบงเปนแผนการจัดการ เรียนรูกี่แผน และแตละแผนใชเวลาในการจัดกิจกรรมกี่ชั่วโมง 3. แผนการจัดการเรียนรู เปนแผนการจัดการเรียนรูตามกรอบแนวคิดการออกแบบการจัดการ เรียนรูแบบBwD ประกอบดวย 3.1 ชื่อแผนการจัดการเรียนรู ประกอบดวยลําดับที่ของแผน ชื่อแผน และเวลาเรียน เชน แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 เรื่อง ความหมายและตัวอยางขอมูลเวลา 2 ชั่วโมง
9.
3.2 สาระสําคัญ เปนความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่นํามาจัดการเรียนรูในแตละแผนการ จัดการเรียนรู 3.3
ตัวชี้วัดชั้นป เปนตัวชี้วัดที่ใชตรวจสอบนักเรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาที่นําเสนอใน แตละแผนการจัดการเรียนรูนั้น ๆ ซึ่งสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูของหลักสูตร 3.4 จุดประสงคการเรียนรู เปนสวนที่บอกจุดมุงหมายที่ตองการใหเกิดขึ้นแกนักเรียน ภายหลังจากการเรียนจบในแตละแผน ทั้งในดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(A) และ ดานทักษะ/กระบวนการ (P) ซึ่งสอดคลองสัมพันธกับตัวชี้วัดชั้นปและเนื้อหาในแผนการจัดการเรียนรูนั้น ๆ 3.5 การวัดและการประเมินผลการเรียนรู เปนการตรวจสอบผลการจัดการเรียนรูวา หลังจากจัดการเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรูแลว นักเรียนมีพัฒนาการ มีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนตามเปาหมายที่คาดหวังไวหรือไม และมีสิ่งที่จะตองไดรับการพัฒนา ปรับปรุง หรือสงเสริมใน ดานใดบาง ดังนั้น ในแตละแผนการจัดการเรียนรูจึงไดออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการวัดและ ประเมินผลการเรียนรูดานตาง ๆ ของนักเรียนไวอยางหลากหลาย เชน การทําแบบทดสอบ การตอบคําถาม สั้น ๆ การตรวจผลงาน การสังเกตพฤติกรรมทั้งที่เปนรายบุคคลและเปนกลุม เปนตน โดยเนนการปฏิบัติ ใหสอดคลองและเหมาะสมกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรูเหลานี้ครูสามารถนําไปใช ประเมินนักเรียนได ทั้งในระหวางการจัดการเรียนรูและการทํากิจกรรมตาง ๆ ตลอดจนการนําความรูไป ใชในชีวิตประจําวัน 3.6 สาระการเรียนรู เปนหัวขอยอยที่นํามาจัดการเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรู ซึ่งสอดคลองกับสาระการเรียนรูแกนกลาง 3.7 แนวทางบูรณาการ เปนการเสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรูในเรื่องที่ เรียนของแตละแผนใหเชื่อมโยงสัมพันธกับสาระการเรียนรูอื่น ๆ ไดแก ภาษาไทย คณิตศาสตร วิทยาศาสตร สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และภาษาตางประเทศ เพื่อใหการเรียนรูสอดคลองและครอบคลุมสถานการณจริง 3.8 กระบวนการจัดการเรียนรู เปนการเสนอแนวทางจัดกิจกรรมการเรียนรูในเนื้อหาแต ละเรื่อง โดยใชแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรูตาง ๆ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อใหครูนําไปใชประโยชน ในการวางแผนการจัดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรูประกอบดวย 5 ขั้น ไดแก ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช
10.
3.9 กิจกรรมเสนอแนะ เปนกิจกรรมสําหรับใหนักเรียนไดพัฒนาเพิ่มเติมในดานตาง
ๆ นอกเหนือจากที่ไดจัดการเรียนรูมาแลวในชั่วโมงเรียน กิจกรรมเสนอแนะมี 2 ลักษณะ คือ กิจกรรม สําหรับกลุมสนใจพิเศษจัดใหแกผูที่มีความสามารถพิเศษและตองการศึกษาคนควาในเนื้อหานั้น ๆ ให ลึกซึ้งกวางขวางยิ่งขึ้น และกิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติมจัดใหแกผูที่ตองการเรียนรูใหครบตาม เปาหมาย ซึ่งมีลักษณะเปนการซอมเสริมความรูใหแกนักเรียน 3.10 สื่อ/แหลงการเรียนรู เปนรายชื่อสื่อการเรียนรูทุกประเภทที่ใชในการจัดการเรียนรูซึ่ง มีทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ สื่ออิเล็กทรอนิกส และสื่อบุคคล เชน หนังสือ เอกสารความรู รูปภาพ เครือขายอินเทอรเน็ตวีดิทัศน ปราชญชาวบาน เปนตน 3.11 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู เปนสวนที่ใหครูบันทึกผลการจัดการเรียนรูวาประสบ ความสําเร็จหรือไม มีปญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบาง ไดแกไขปญหาและอุปสรรคนั้นอยางไร และ ขอเสนอแนะสําหรับการจัดการเรียนรูครั้งตอไป นอกจากนี้ยังอํานวยความสะดวกใหครู โดยจัดทําแบบทดสอบ แบบประเมินผลการจัด กิจกรรมตาง ๆ และความรูเสริมสําหรับครูบันทึกลงในซีดี (CD) ประกอบดวย 1) แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน เปนแบบทดสอบเพื่อใชวัดและประเมินผล นักเรียนกอนการจัดการเรียนรูและหลังการจัดการเรียนรู 2) แบบทดสอบปลายป เปนแบบทดสอบเพื่อใชวัดและประเมินผลการเรียนรูปลายป เรียนซึ่งประเมินผล 3 ดาน ไดแก (1) ดานความรู มีแบบทดสอบทั้งที่เปนแบบปรนัยและอัตนัย (2) ดานทักษะ/กระบวนการเปนตารางประเมิน (3) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม เปนตารางประเมิน 3) แบบประเมินผลการจัดกิจกรรมตางๆ เชน แบบประเมินผลงาน แบบบันทึกความรู 4) ความรูเสริมสําหรับครู เปนการนําเสนอความรูในเรื่องตาง ๆแกครู เชน (1) หลักการจัดทําแฟมสะสมผลงาน (Portfolio) และวิธีการคัดเลือกผลงานเพื่อเก็บใน แฟมสะสมผลงาน (2) ความรูเรื่องโครงงาน 5) แบบฟอรมโครงสรางแผนการจัดการเรียนรู ที่ออกแบบการเรียนรูแบบ Backward Design ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรูเพื่อเตรียมการสอนอยางมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมให นักเรียนไดพัฒนาครบทุกสมรรถนะสําคัญที่กําหนดไวในหลักสูตร กลาวคือ สมรรถนะในการสื่อสาร การ คิด การแกปญหา การใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงคตามหลักสูตร และกิจกรรมเสนอแนะเพิ่มเติมใหเต็มตามศักยภาพของนักเรียนแตละคน ซึ่งไดกําหนดไวในแผนการ จัดการเรียนรูนี้แลว นอกจากนี้ ครูสามารถปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรูใหสอดคลองกับสภาพความพรอมของ นักเรียน และสถานการณเฉพาะหนา ซึ่งจะใชเปนผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได แผนการจัดการเรียนรูนี้ได
11.
อํานวยความสะดวกใหครู โดยพิมพโครงสรางแผนการจัดการเรียนรูที่ออกแบบการเรียนรูแบบ Backward Designใหครูเพิ่มเติมเฉพาะสวนที่ครูปรับปรุงเองไวดวยแลว
12.
2. สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรู สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรูเปนเครื่องหมายที่ปรากฏอยูในสื่อการเรียนรู เทคโนโลยี- สารสนเทศ
และแบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศทุกเลม โดยกําหนดสัญลักษณกํากับ กิจกรรมการเรียนรูไวทุกกิจกรรม เพื่อชวยใหครูและนักเรียนทราบลักษณะที่ตองการเนนของกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อที่จะจัดกิจกรรมใหบรรลุเปาหมาย สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรูมีดังนี้ 1. สัญลักษณหลักของกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี โครงงาน เปนกิจกรรมที่มุงเนนพัฒนาการคิด การวางแผนและการแกปญหา การพัฒนากระบวนการคิด เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนไดใชกระบวนการคิดเพื่อ เพิ่มพูนทักษะการคิดดานตาง ๆ ของตนเอง การประยุกตใชในชีวิตประจําวัน เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนไดนําความรูและทักษะ ไปใชแกปญหาในสถานการณจริงในชีวิตประจําวัน การปฏิบัติจริง/ฝกทักษะ เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนไดฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะซึ่ง จะชวยใหการเรียนรูเปนไปตามเปาหมายและเกิดความเขาใจที่คงทน การคิดสรางสรรค เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนไดพัฒนาความคิดสรางสรรคลักษณะ ตาง ๆ ไดแก ความคิดริเริ่ม ความคลองในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และความคิด ละเอียดลออ 2. สัญลักษณเสริมของกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี การทําประโยชนใหสังคม เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนนําความรูไปปฏิบัติในการทํา ประโยชนแกสวนรวม เพื่อใหอยูรวมกันในสังคมอยางมีความสุข การศึกษาคนควา/สืบคน เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนศึกษาคนควาหรือสืบคนขอมูล จากแหลงการเรียนรูตาง ๆเพื่อสรางองคความรูดวยตนเอง การสํารวจ เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนสํารวจและรวบรวมขอมูล เพื่อนํามาศึกษา วิเคราะหหาเหตุ หาผล และสรุปขอมูลเพื่อใหเกิดองคความรูดวยตนเอง การสังเกต เปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนรูจักสังเกตสิ่งที่ตองการเรียนรูจนสามารถสราง องคความรูไดอยางเปนระบบและมีเหตุผล ภาพ โครงงาน ภาพ กระบวนการ คิด ภาพ ประยุกตใช ภาพฝก ทักษะ ภาพ สรางสรรค ภาพทํา ประโยชน ภาพสืบคน ภาพฝก ทักษะ ภาพสังเกต
13.
ทักษะการพูดเปนกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนไดพัฒนาทักษะการพูดประเภทตาง ๆ กิจกรรมสําหรับกลุมพิเศษ เปนกิจกรรมสําหรับใหนักเรียนใชพัฒนาการเรียนรูเพื่อเติมเต็ม ศักยภาพการเรียนรูของตนเอง กิจกรรมสําหรับซอมเสริม
เปนกิจกรรมสําหรับใหนักเรียนใชเรียนซอมเสริมเพื่อใหเกิดการ เรียนรูตามตัวชี้วัดชั้นป 3. การออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ Backward Design (BwD) การจัดการเรียนรูหรือการสอนเปนงานที่ครูทุกคนตองใชกลวิธีตาง ๆ มากมายเพื่อใหนักเรียน สนใจที่จะเรียนรูและเกิดผลตามที่ครูคาดหวัง การจัดการเรียนรูจัดเปนศาสตรที่ตองใชความรู ความสามารถตลอดจนประสบการณอยางมาก ครูบางคนอาจจะละเลยเรื่องของการออกแบบการจัดการ เรียนรูหรือการออกแบบการสอน ซึ่งเปนงานที่ครูจะตองทํากอนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู การออกแบบการจัดการเรียนรูทําอยางไร ทําไมจึงตองออกแบบการจัดการเรียนรู ครูทุกคนผานการศึกษาและไดเรียนรูเกี่ยวกับการออกแบบการเรียนรูมาแลว ในอดีตการ ออกแบบการเรียนรูจะเริ่มตนจากการกําหนดจุดประสงคการเรียนรู การวางแผนการจัดการเรียนรู การ ดําเนินการจัดการเรียนรู และการวัดและประเมินผลการเรียนรูปจจุบันการเรียนรูไดมีการเปลี่ยนแปลงไป ตามสภาพแวดลอม เศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เขามา มีบทบาทตอการเรียนรูของนักเรียนซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรูไดจากสื่อและแหลงการเรียนรูตางๆที่มีอยู รอบตัว ดังนั้นการออกแบบการจัดการเรียนรูจึงเปนกระบวนการสําคัญที่ครูจําเปนตองดําเนินการให เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแตละบุคคล วิกกินสและแมกไท นักการศึกษาชาวอเมริกันไดเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการ เรียนรูที่เขาเรียกวา Backward Design ซึ่งเปนการออกแบบการจัดการเรียนรูที่ครูจะตองกําหนดผลลัพธ ปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนกอน โดยเขาทั้งสองใหชื่อวา ความเขาใจที่คงทน (Enduring Understanding) เมื่อกําหนดความเขาใจที่คงทนไดแลว ครูจะตองบอกใหไดวาความเขาใจที่คงทนของ นักเรียนนี้เกิดจากอะไร นักเรียนจะตองมีหรือแสดงพฤติกรรมอะไรบาง ครูมีหรือใชวิธีการวัดอะไรบางที่ จะบอกวานักเรียนมีหรือแสดงพฤติกรรมเหลานั้นแลว จากนั้นครูจึงนึกถึงวิธีการจัดการเรียนรูที่จะทําให นักเรียนเกิดความเขาใจที่คงทนตอไป แนวคิด Backward Design Backward Design เปนการออกแบบการจัดการเรียนรูที่ใชผลลัพธปลายทางเปนหลัก ซึ่งผลลัพธ ปลายทางนี้จะเกิดขึ้นกับนักเรียนก็ตอเมื่อจบหนวยการเรียนรู ทั้งนี้ครูจะตองออกแบบการจัดการเรียนรู ภาพทักษะ การพูด ภาพกลุม พิเศษ ภาพ ซอมเสริม
14.
โดยใชกรอบความคิดที่เปนเหตุเปนผล มีความสัมพันธกัน จากนั้นจึงจะลงมือเขียนแผนการจัดการเรียนรู ขยายรายละเอียดเพิ่มเติมใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพตอไป กรอบความคิดหลักของการออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ
Backward Design มีขั้นตอนหลักที่ สําคัญ 3 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 กําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ขั้นที่ 2 กําหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผล การเรียนรูตามที่กําหนดไวอยางแทจริง ขั้นที่ 3 วางแผนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 กําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน กอนที่จะกําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนนั้น ครูควรตอบคําถามสําคัญ ตอไปนี้ – นักเรียนควรจะมีความรู ความเขาใจ และสามารถทําสิ่งใดไดบาง – เนื้อหาสาระใดบางที่มีความสําคัญตอการสรางความเขาใจของนักเรียน และความเขาใจที่ คงทน (Enduring Understanding) ที่ครูตองการจัดการเรียนรูใหแกนักเรียนมีอะไรบาง เมื่อจะตอบคําถามสําคัญดังกลาวขางตนใหครูนึกถึงเปาหมายของการศึกษามาตรฐานการเรียนรู ดานเนื้อหาระดับชาติที่ปรากฏอยูในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมทั้ง มาตรฐานการเรียนรูระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือทองถิ่น การทบทวนความคาดหวังของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเนื่องจากมาตรฐานแตละ ระดับจะมีความสัมพันธกับเนื้อหาสาระตาง ๆ ซึ่งมีความแตกตางลดหลั่นกันไป ดวยเหตุนี้ขั้นที่ 1 ของ Backward Design ครูจึงตองจัดลําดับความสําคัญและเลือกผลลัพธปลายทางของนักเรียน ซึ่งเปนผลการ เรียนรูที่เกิดจากความเขาใจที่คงทนตอไป ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน ความเขาใจที่คงทนคืออะไร ความเขาใจที่คงทนเปนความรูที่ลึกซึ้ง ไดแก ความคิดรวบยอด ความสัมพันธ และหลักการของเนื้อหาและวิชาที่นักเรียนเรียนรู หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง คือ เปนความรูที่อิง เนื้อหา ความรูนี้เกิดจากการสะสมขอมูลตาง ๆ ของนักเรียน และเปนองคความรูที่นักเรียนสรางขึ้นดวย ตนเอง การเขียนความเขาใจที่คงทนในการออกแบบการจัดการเรียนรู ถาความเขาใจที่คงทนหมายถึงสาระสําคัญของสิ่งที่จะเรียนรูแลว ครูควรจะรูวาสาระสําคัญ หมายถึงอะไร คําวา สาระสําคัญ มาจากคําวา Concept ซึ่งนักการศึกษาของไทยแปลเปนภาษาไทยวา สาระสําคัญ ความคิดรวบยอด มโนทัศน มโนมติ และสังกัป ซึ่งการเขียนแผนการจัดการเรียนรูนิยมใชคํา วา สาระสําคัญ
15.
สาระสําคัญเปนขอความที่แสดงแกนหรือเปาหมายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อใหไดขอสรุป รวมและขอแตกตางเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยอาจครอบคลุมขอเท็จจริง
กฎ ทฤษฎี ประเด็น และการ สรุปสาระสําคัญและขอความที่มีลักษณะรวบยอดอยางอื่น ประเภทของสาระสําคัญ 1. ระดับกวาง (Broad Concept) 2. ระดับการนําไปใช (Operative Concept หรือ Functional Concept) ตัวอยางสาระสําคัญระดับกวาง – บอกความหมายและยกตัวอยางขอมูล ตัวอยางสาระสําคัญระดับการนําไปใช – การสรางสิ่งของเครื่องใชควรสรางตามขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี ไดแก กําหนด ปญหาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล เลือกวิธีการแกปญหา ออกแบบและปฏิบัติ ประเมิน และ ปรับปรุงหรือพัฒนา แนวทางการเขียนสาระสําคัญ 1. ใหเขียนสาระสําคัญของทุกเรื่อง โดยแยกเปนขอ ๆ (จํานวนขอของสาระสําคัญจะเทากับ จํานวนเรื่อง) 2. การเขียนสาระสําคัญที่ดีควรเปนสาระสําคัญระดับการนําไปใช 3. สาระสําคัญตองครอบคลุมประเด็นสําคัญครบถวน เพราะหากขาดสวนใดไปแลวจะทําให นักเรียนรับสาระสําคัญที่ผิดไปทันที 4. การเขียนสาระสําคัญที่จะใหครอบคลุมประเด็นสําคัญวิธีการหนึ่งคือ การเขียนแผนผัง สาระสําคัญ ตัวอยางการเขียนแผนผังสาระสําคัญ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล ขอมูล แหลงขอมูล ขอมูลและแหลงขอมูล ขั้นตอนในการคนหาขอมูล การคนหาขอมูล แผนซีดี
16.
สาระสําคัญของขอมูลและแหลงขอมูล: แบงออกเปน 2
หัวขอ ไดแก ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับ ขอมูลและแหลงขอมูลและการคนหาขอมูล 5. การเขียนสาระสําคัญเกี่ยวกับเรื่องใดควรเขียนลักษณะเดนที่มองเห็นไดหรือนึกไดออกมา เปนขอ ๆ แลวจําแนกลักษณะเหลานั้นเปนลักษณะจําเพาะและลักษณะประกอบ 6. การเขียนขอความเปนสาระสําคัญ ควรใชภาษาที่มีการขัดเกลาอยางดี เลี่ยงคําที่มีความหมาย กํากวมหรือฟุมเฟอย
17.
ตัวอยางการเขียนสาระสําคัญ เรื่อง ขอมูลและแหลงขอมูล ขอมูลและแหลงขอมูล
ลักษณะจําเพาะ ลักษณะประกอบ ขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่อยูรอบ ๆ ตัวเรา – ขอมูลสามารถรับรูไดดวยดวงตา – แหลงขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่ใหขอมูลแกเรา – แหลงขอมูลที่เปนสถานที่จะรวบรวมขอมูลตาง ๆ ไวในที่เดียวกัน – สาระสําคัญของขอมูลและแหลงขอมูล: ขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่อยูรอบ ๆ ตัวเราซึ่งสามารถรับรู ไดดวยอวัยวะผานประสาทสัมผัสทั้ง5 สวนแหลงขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่ใหขอมูลแกเรา ซึ่งแหลงขอมูลที่ เปนสถานที่จะรวบรวมขอมูลตาง ๆ ไวในที่เดียวกัน ขั้นที่ 2 กําหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผล การเรียนรูตามที่กําหนดไวอยางแทจริง เมื่อครูกําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนแลว กอนที่จะดําเนินการขั้น ตอไปขอใหครูตอบคําถามสําคัญตอไปนี้ – นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลักษณะใด จึงทําใหครูทราบวานักเรียนบรรลุผลลัพธ ปลายทางตามที่กําหนดไวแลว – ครูมีหลักฐานหรือใชวิธีการใดที่สามารถระบุไดวา นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตาม ผลลัพธปลายทางที่กําหนดไว การออกแบบการจัดการเรียนรูตามหลักการ Backward Design เนนใหครูรวบรวมหลักฐานการ วัดและประเมินผลการเรียนรูที่จําเปนและมีหลักฐานเพียงพอที่จะกลาวไดวา การจัดการเรียนรูทําให นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์แลวไมใชเรียนแคใหจบตามหลักสูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรูที่ครู กําหนดไวเทานั้น วิธีการ Backward Design ตองการกระตุนใหครูคิดลวงหนาวา ครูควรจะกําหนดและ รวบรวมหลักฐานเชิงประจักษอะไรบางกอนที่จะออกแบบหนวยการเรียนรู โดยเฉพาะอยางยิ่งหลักฐาน ดังกลาวควรจะเปนหลักฐานที่สามารถใชเปนขอมูลยอนกลับที่มีประโยชนสําหรับนักเรียนและครูไดเปน อยางดี นอกจากนี้ครูควรใชวิธีการวัดและประเมินผลแบบตอเนื่องอยางไมเปนทางการและเปนทางการ ตลอดระยะเวลาที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรูใหแกนักเรียน ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดที่ตองการใหครูทําการ วัดและประเมินผลการเรียนรูระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เรียกวา สอนไปวัดผลไป จึงกลาวไดวา ขั้นนี้ครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนักเรียน โดยพิจารณาจาก ผลงานหรือชิ้นงานที่เปนหลักฐานเชิงประจักษซึ่งแสดงใหเห็นวานักเรียนเกิดผลลัพธปลายทางตามเกณฑ ที่กําหนดไวแลว และเกณฑที่ใชประเมินควรเปนเกณฑคุณภาพในรูปของมิติคุณภาพ (Rubrics) อยางไร ก็ตาม ครูอาจจะมีหลักฐานหรือใชวิธีการอื่น ๆ เชน การทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน การสัมภาษณ การศึกษาคนควา การฝกปฏิบัติขณะเรียนรูประกอบดวยก็ได
18.
การกําหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการ เรียนรูตามผลลัพธปลายทางที่กําหนดไวแลว หลังจากที่ครูไดกําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนแลว ครูควรกําหนด ภาระงานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู ซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรูตามผลลัพธ ปลายทางที่กําหนดไวแลว ภาระงาน
หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กําหนดใหนักเรียนปฏิบัติ เพื่อใหบรรลุตามจุดประสงค การเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/มาตรฐานการเรียนรูที่กําหนดไว ลักษณะสําคัญของงานจะตองเปนงานที่ สอดคลองกับชีวิตจริงในชีวิตประจําวัน เปนเหตุการณจริงมากกวากิจกรรมที่จําลองขึ้นเพื่อใชในการ ทดสอบ ซึ่งเรียกวา งานที่ปฏิบัติเปนงานที่มีความหมายตอนักเรียน (Meaningful Task)นอกจากนี้งานและ กิจกรรมจะตองมีขอบเขตที่ชัดเจน สอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู/ตัวชี้วัดชั้นป/มาตรฐานการเรียนรู ที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ทั้งนี้เมื่อไดภาระงานครบถวนตามที่ตองการแลว ครูจะตองนึกถึงวิธีการและเครื่องมือที่จะใชวัด และประเมินผลการเรียนรูของนักเรียนซึ่งมีอยูมากมายหลายประเภท ซึ่งครูจะตองเลือกใหเหมาะสมกับ ภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ ตัวอยางภาระงานเรื่อง หนวยความจํา (หนวยความจําสํารอง)รวมทั้งการกําหนดวิธีการวัดและ ประเมินผลการเรียนรูของนักเรียน(ดังตาราง)
19.
ตัวอยาง ภาระงาน/ชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรูเรื่องความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล สาระที่
3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ง 3.1 จุดประสงค การเรียนรู สาระ การเรียนรู กิจกรรม การเรียนรู ภาระงาน/ชิ้นงาน การวัดและประเมินผล สื่อการเรียนรู วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ อธิบายลักษณะ ของขอมูลและ แหลงขอมูลได ความรูเบื้องตน เกี่ยวกับขอมูล และแหลง- ขอมูล – สังเกตขอมูล และแหลงขอมูล รอบ ๆ ตัว – สรางแผนผัง ความคิดเรื่อง ขอมูลและ แหลงขอมูล – ยกตัวอยาง ขอมูลและ แหลงขอมูล – การตั้งคําถาม และตอบคําถาม – แผนผัง ความคิดเรื่อง ขอมูลและ แหลงขอมูล – การตอบคําถาม – ซักถามความรู – ตรวจผลงาน – สังเกตการ อธิบาย – แบบตรวจสอบ ผลงาน – แบบประเมินการ นําเสนอผลงาน – เกณฑคุณภาพ 4 ระดับ 1. แบบบันทึกขอมูลการอภิปราย จากประเด็นปญหาที่ศึกษา 2. แบบบันทึกความรู 3. แบบทดสอบ เรื่องความรู เบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและ แหลงขอมูล
20.
การสรางความเขาใจที่คงทน ความเขาใจที่คงทนจะเกิดขึ้นได นักเรียนจะตองมีความสามารถ 6
ประการ ไดแก 1. การอธิบาย ชี้แจง เปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการอธิบายหรือชี้แจงในสิ่งที่ เรียนรูไดอยางถูกตอง สอดคลอง มีเหตุมีผล และเปนระบบ 2. การแปลความและตีความ เปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการแปลความและ ตีความไดอยางมีความหมาย ตรงประเด็น กระจางชัด และทะลุปรุโปรง 3. การประยุกต ดัดแปลง และนําไปใช เปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการนําสิ่งที่ ไดเรียนรูไปสูการปฏิบัติไดอยางมีประสิทธิผลมีประสิทธิภาพและคลองแคลว 4. การมีมุมมองที่หลากหลาย เปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีมุมมองที่ นาเชื่อถือ เปนไปได มีความลึกซึ้ง แจมชัด และแปลกใหม 5. การใหความสําคัญและใสใจในความรูสึกของผูอื่น เปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออก โดยเปดเผยรับฟงความคิดเห็นของผูอื่นและระมัดระวังที่จะไมใหเกิดความกระทบกระเทือนตอผูอื่น 6. การรูจักตนเองเปนความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยมีความตระหนักรู สามารถประมวลผล ขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย ปรับตัวได รูจักใครครวญ และมีความเฉลียวฉลาด นอกจากนี้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกําหนดสมรรถนะ สําคัญของนักเรียนหลังจากสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไว 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถของนักเรียนในการรับ–สงสาร การถายทอด ความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ ประสบการณอันเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด ปญหาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกที่จะรับและไมรับขอมูลขาวสารดวยหลักเหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึงผลกระทบที่มีตอตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถของนักเรียนในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดอยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนําไปสูการสรางองคความรู หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม 3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถของนักเรียนในการแกปญหาและอุปสรรค ตาง ๆที่เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและขอมูลสารสนเทศเขาใจ ความสัมพันธและการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆในสังคมแสวงหาความรูประยุกตความรูมาใชใน การปองกันและแกไขปญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอ ตนเอง สังคม และสิ่งแวดลอม 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถของนักเรียนในการนํากระบวนการ ตาง ๆ ไปใชในการดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรูดวยตนเอง การทํางาน และการอยูรวมกันในสังคม ดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขัดแยงตาง ๆ อยาง
21.
เหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไมพึงประสงคซึ่งสงผลกระทบตอตนเองและผูอื่น 5.
ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถของนักเรียนในการเลือกและใช เทคโนโลยีดานตาง ๆ ทั้งดานวัตถุ แนวคิด วิธีการ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ตนเองและสังคมในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทํางาน การแกปญหาอยางสรางสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมีคุณธรรม นอกจากสมรรถนะสําคัญของนักเรียนหลังจากสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กลาวขางตนแลว หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ยังไดกําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค 8 ประการ เพื่อใหนักเรียนสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางมีความสุขทั้งในฐานะพลเมืองไทยและ พลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอเพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ ดังนั้นการกําหนดภาระงานใหนักเรียนปฏิบัติ รวมทั้งการเลือกวิธีการและเครื่องมือประเมินผล การเรียนรูนั้น ครูควรคํานึงถึงความสามารถของนักเรียน 6 ประการ ตามแนวคิด Backward Design สมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียนหลังจากสําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ได กลาวไวขางตน เพื่อใหภาระงาน วิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรูครอบคลุมสิ่งที่สะทอน ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนอยางแทจริง โดยสรุปการออกแบบการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design ในขั้นที่ 2 นี้ ครูจะตองคํานึงถึง ภาระงาน วิธีการ เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรูที่มีความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได มีประสิทธิภาพ ตรงกับสภาพจริง มีความยืดหยุน และใหความสบายใจแกนักเรียนเปนสําคัญ ขั้นที่ 3 วางแผนการจัดการเรียนรู เมื่อครูมีความรูความเขาใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกําหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับ นักเรียน รวมทั้งกําหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนเกิดการ เรียนรูตามที่กําหนดไวอยางแทจริงแลว ขั้นตอไปครูควรนึกถึงกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ที่จะจัดใหแก นักเรียนโดยครูควรตอบคําถามสําคัญตอไปนี้ – ถาครูตองการจะจัดการเรียนรูใหนักเรียนเกิดความรูเกี่ยวกับขอเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการ และทักษะกระบวนการตาง ๆ ที่จําเปนสําหรับนักเรียน ซึ่งจะทําใหนักเรียนเกิดผลลัพธปลายทาง ตามที่กําหนดไว รวมทั้งเกิดเปนความเขาใจที่คงทนตอไปนั้นครูสามารถจะใชวิธีการงาย ๆ อะไรบาง
22.
– กิจกรรมการเรียนรูที่จะชวยเปนสื่อนําใหนักเรียนเกิดความรูและทักษะที่จําเปนมีอะไรบาง – สื่อและแหลงการเรียนรูที่เหมาะสมและดีที่สุด
ซึ่งจะทําใหนักเรียนบรรลุตามมาตรฐานของ หลักสูตรมีอะไรบาง – กิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ที่กําหนดไว ควรจัดกิจกรรมใดกอน และควรจัดกิจกรรมใด ภายหลัง – กิจกรรมตาง ๆ ออกแบบไวเพื่อตอบสนองความแตกตางระหวางบุคคลของนักเรียนหรือไม เพราะเหตุใด การจัดกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ เพื่อใหนักเรียนเกิดผลลัพธปลายทางตามแนวคิด Backward Design นั้น วิกกินสและแมกไทไดเสนอแนะใหครูเขียนแผนการจัดการเรียนรูโดยใชแนวคิดWHERE TO (ไปที่ไหน)ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ W แทน กิจกรรมการเรียนรูที่จัดใหนั้นจะตองชวยใหนักเรียนรูวาหนวยการเรียนรูนี้จะดําเนิน ไปในทิศทางใด (Where) และสิ่งที่คาดหวังคืออะไร (What) มีอะไรบาง ชวยใหครูทราบวานักเรียนมี ความรูพื้นฐานและความสนใจอะไรบาง H แทน กิจกรรมการเรียนรูควรดึงดูดความสนใจของนักเรียนทุกคน (Hook) ทําใหนักเรียนเกิด ความสนใจในสิ่งที่จะเรียนรู(Hold)และใชสิ่งที่นักเรียนสนใจเปนแนวทางในการจัดการเรียนรู E แทน กิจกรรมการเรียนรูควรสงเสริมและจัดให (Equip) นักเรียนไดมีประสบการณ (Experience) ในแนวคิดหลัก/ความคิดรวบยอด และสํารวจ รวมทั้งวินิจฉัย (Explore) ในประเด็นตาง ๆ ที่ นาสนใจ R แทน กิจกรรมการเรียนรูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดคิดทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise) ความเขาใจในความรูและงานที่ปฏิบัติ E แทน กิจกรรมการเรียนรูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดประเมิน (Evaluate) ผลงานและสิ่งที่ เกี่ยวของกับการเรียนรู T แทน กิจกรรมการเรียนรูควรออกแบบ (Tailored) สําหรับนักเรียนเปนรายบุคคล เพื่อให สอดคลองกับความตองการ ความสนใจ และความสามารถที่แตกตางกันของนักเรียน O แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ใหเปนระบบ (Organized) ตามลําดับการเรียนรูของ นักเรียน และกระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในการสรางองคความรูตั้งแตเริ่มแรกและตลอดไป ทั้งนี้เพื่อ การเรียนรูที่มีประสิทธิผล อยางไรก็ตาม มีขอสังเกตวา การวางแผนการจัดการเรียนรูที่มีการกําหนดวิธีการจัดการเรียนรู การลําดับการเรียน รวมทั้งสื่อและแหลงการเรียนรูที่เฉพาะเจาะจงนั้นจะประสบผลสําเร็จไดก็ตอเมื่อครูได มีการกําหนดผลลัพธปลายทาง หลักฐาน และวิธีการวัดและประเมินที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริงแลว การจัดกิจกรรมการเรียนรูเปนเพียงสื่อที่จะนําไปสูเปาหมายความสําเร็จที่ ตองการเทานั้น ดวยเหตุนี้ถาครูมีเปาหมายที่ชัดเจนก็จะชวยทําใหการวางแผนการจัดการเรียนรูและการจัด กิจกรรมการเรียนรูสามารถทําใหนักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กําหนดไวได
23.
โดยสรุปจึงกลาวไดวา ขั้นนี้เปนการคนหาสื่อการเรียนรู แหลงการเรียนรู
และกิจกรรมการเรียนรู ที่สอดคลองเหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมที่กําหนดขึ้นควรเปนกิจกรรมที่จะสงเสริมใหนักเรียนสามารถ สรางและสรุปเปนความคิดรวบยอดและหลักการที่สําคัญของสาระที่เรียนรู กอใหเกิดความเขาใจที่คงทน รวมทั้งความรูสึกและคานิยมที่ดีไปพรอม ๆ กับทักษะความชํานาญ
24.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป 1. ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. 2. คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน – – ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. 2. 3. ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่ คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. 2. 3. ขั้นที่
2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – – 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการ เรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – – เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – – 3. สิ่งที่มุงประเมิน – – ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู – –
25.
รูปแบบแผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมงจากการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Designเขียนโดยใชรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรูแบบเรียงหัวขอซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ชื่อแผน... (ระบุชื่อและลําดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู) ชื่อเรื่อง...
(ระบุชื่อเรื่องที่ตองการจัดการเรียนรู) สาระที่... (ระบุสาระที่ใชจัดการเรียนรู) เวลา... (ระบุระยะเวลาที่ใชในการจัดการเรียนรูตอ 1 แผน) ชั้น... (ระบุระดับชั้นที่จัดการเรียนรู) หนวยการเรียนรูที่... (ระบุชื่อและลําดับที่ของหนวยการเรียนรู) สาระสําคัญ... (เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศนของหัวเรื่องที่จัดการเรียนรู) ตัวชี้วัดชั้นป... (ระบุตัวชี้วัดชั้นปที่ใชเปนเปาหมายของแผนการจัดการเรียนรู) จุดประสงคการเรียนรู...(กําหนดใหสอดคลองกับสมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะที่พึงประสงค ของนักเรียนหลังจากสําเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่ง ประกอบดวย ดานความรู (Knowledge: K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (Affective: A) ดานทักษะ/กระบวนการ (Performance: P)) การวัดและประเมินผลการเรียนรู...(ระบุวิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลที่สอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรูทั้ง 3 ดาน) สาระการเรียนรู... (ระบุสาระและเนื้อหาที่นํามาจัดการเรียนรู อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได) แนวทางบูรณาการ... (เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุมสาระอื่นที่บูรณาการรวมกัน) กระบวนการจัดการเรียนรู... (กําหนดใหสอดคลองกับธรรมชาติของกลุมสาระและการ บูรณาการขามสาระ) กิจกรรมเสนอแนะ... (ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม) สื่อ/แหลงเรียนรู... (ระบุสื่อ อุปกรณ และแหลงการเรียนรูที่ใชในการจัดการเรียนรู) บันทึกหลังการจัดการเรียนรู...(ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรูตามแผนที่กําหนดไว อาจ นําเสนอขอเดนและขอดอยเพื่อใหเปนขอมูลที่สามารถนําไปใชเปนสวนหนึ่งของการทําวิจัยในชั้นเรียน ได) ในสวนของการจัดกิจกรรมการเรียนรูนั้น ใหครูนําขั้นตอนหลักของวิธีการจัดการเรียนรูที่เนน ผูเรียนเปนสําคัญ เชน การเรียนแบบแกปญหา การศึกษาเปนรายบุคคล การอภิปรายกลุมยอย/กลุมใหญ การฝกปฏิบัติ การสืบคนขอมูล ฯลฯ มาเขียนในขั้นสอน โดยคํานึงถึงธรรมชาติของกลุมสาระการเรียนรู เปนสําคัญ การใชแนวคิดของการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design จะชวยใหครูมี ความมั่นใจในการจัดการเรียนรูและใชแผนการจัดการเรียนรูของ บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด ใน การจัดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพตอไป
27.
4. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู–การวัด และประเมินผลการเรียนรู พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.
2542 มาตรา 24 (2) และ (3) ไดระบุแนวทางการจัดการ เรียนรู โดยเนนการฝกทักษะกระบวนการคิด การฝกทักษะการแสวงหาความรูดวยตนเองจากแหลงการ เรียนรูที่หลากหลาย การฝกปฏิบัติจริง และการประยุกตใชความรูเพื่อการปองกันและแกปญหา ดังนั้น เพื่อใหการจัดการเรียนรูสอดคลองกับนโยบายดังกลาวนี้ การจัดทําแผนการจัดการเรียนรูในคูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ เลมนี้ จึงยึดแนวทางการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ (Child Centered) เนนการเรียนรูจากการปฏิบัติจริง และเนนการเรียนรูแบบบูรณาการที่ผสมผสาน เชื่อมโยงสาระการเรียนรูตาง ๆ กับหัวขอเรื่องหรือประเด็นที่สอดคลองกับชีวิตจริง เพื่อใหนักเรียนเกิดการ พัฒนาโดยองครวม เปนธรรมชาติสอดคลองกับสภาพและปญหาที่เกิดในวิถีชีวิตของนักเรียน แนวทางการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ไดเปลี่ยนแปลงบทบาทของครูจากการเปนผู ชี้นําหรือถายทอดความรูไปเปนผูชวยเหลือ อํานวยความสะดวก และสงเสริมสนับสนุนนักเรียนโดยใช วิธีการตาง ๆ อยางหลากหลายรูปแบบ เพื่อใหนักเรียนเกิดการสรางสรรคความรูและนําความรูไปใชอยาง มีประสิทธิภาพ คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ เลมนี้ จึงไดนําเสนอทฤษฎีและ เทคนิควิธีการเรียนการสอนตาง ๆ มาเปนแนวทางในการจัดการเรียนรู เชน การจัดการเรียนรูโดยใชสมองเปนฐาน(Brain - Based Learning–BBL) เปนวิธีการจัดการเรียนรู ที่อิงผลการวิจัยทางประสาทวิทยา ซึ่งไดเสนอแนะไววา ตามธรรมชาตินั้นสมองเรียนรูไดอยางไร โดยได กลาวถึงโครงสรางที่แทจริงของสมองและการทํางานของสมองมนุษยที่มีการแปรเปลี่ยนไปตามขั้นของ การพัฒนา ซึ่งสามารถนํามาใชเปนกรอบแนวคิดของการสรางสรรคการจัดการเรียนรูไดอยางมี ประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน (Problem - Based Learning–PBL) เปนวิธีการจัดการ เรียนรูที่ใชปญหาที่เกิดขึ้นเปนจุดเริ่มตนและเปนตัวกระตุนใหเกิดกระบวนการเรียนรู โดยใหนักเรียน รวมกันแกปญหาภายใตการแนะนําของครู ใหนักเรียนชวยกันตั้งคําถามและชวยกันคนหาคําตอบ โดยอาจ ใชความรูเดิมมาแกปญหา หรือศึกษาคนควาเพิ่มเติมสําหรับการแกปญหา นําขอมูลที่ไดจากการคนความา สรุปเปนขอมูลในการแกปญหา แลวชวยกันประเมินการแกปญหาเพื่อใชในการแกปญหาครั้งตอไป สําหรับขั้นตอนการจัดการเรียนรู การจัดการเรียนรูแบบพหุปญญา (Multiple Intelligences) เปนการพัฒนาองครวมของนักเรียน ทั้งสมองดานซายและสมองดานขวา บนพื้นฐานความสามารถและสติปญญาที่แตกตางกันของแตละบุคคล โดยมุงหมายใหนักเรียนสามารถแกปญหาหรือสรางสรรคสิ่งตาง ๆ ภายใตความหลากหลายของ วัฒนธรรมหรือสภาพแวดลอม การจัดการเรียนรูแบบรวมมือ (Cooperative Learning) เปนการจัดสถานการณและบรรยากาศ ใหนักเรียนเกิดการเรียนรูรวมกัน ฝกใหนักเรียนที่มีลักษณะแตกตางกันทั้งสติปญญาและความถนัด รวมกันทํางานเปนกลุม รวมกันศึกษาคนควา
28.
การจัดการเรียนรูแบบใชหมวกความคิด 6 ใบ
(Six Thinking Hats) เปนการใหนักเรียนฝกตั้ง คําถามและตอบคําถามที่ใชความคิดในลักษณะตาง ๆ โดยสามารถอธิบายเหตุผลประกอบหรือวิเคราะห วิจารณได การจัดการเรียนรูแบบกระบวนการแกปญหา (Problem Solving) เปนการฝกใหนักเรียนเรียนรู จากการแกปญหาที่เกิดขึ้น โดยการทําความเขาใจปญหา วางแผนแกปญหา ดําเนินการแกปญหา และ ตรวจสอบหรือมองยอนกลับ การจัดการเรียนรูแบบโครงงาน (Project Work) เปนวิธีการจัดการเรียนรูรูปแบบหนึ่งที่สงเสริม ใหนักเรียนเรียนรูดวยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ โดยใชกระบวนการแสวงหาความรูหรือคนควาหา คําตอบในสิ่งที่นักเรียนอยากรูหรือสงสัยดวยวิธีการตาง ๆ อยางหลากหลาย การจัดการเรียนรูที่เนนการปฏิบัติ (Active Learning) เปนการใหนักเรียนไดทดลองทําดวย ตนเองเพื่อจะไดเรียนรูขั้นตอนของงานและรูจักวิธีแกปญหาในการทํางาน การจัดการเรียนรูแบบสรางผังความคิด (Concept Mapping) เปนการสอนดวยวิธีการจัดกลุม ความคิดรวบยอด เพื่อใหเห็นความสัมพันธกันระหวางความคิดหลักและความคิดรองลงไป โดยนําเสนอ เปนภาพหรือเปนแผนผัง การจัดการเรียนรูจากประสบการณ (Experience Learning) เปนการจัดกิจกรรมหรือจัด ประสบการณใหนักเรียนเกิดการเรียนรูจากการปฏิบัติ แลวกระตุนใหนักเรียนพัฒนาทักษะ ใหม ๆ เจตคติใหม ๆ หรือวิธีการคิดใหม ๆ การเรียนรูโดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing) เปนการจัดกิจกรรมที่ใหนักเรียนไดแสดง บทบาทในสถานการณที่สมมุติขึ้น โดยอาจกําหนดใหแสดงบทบาทสมมุติที่เปนพฤติกรรมของบุคคลอื่น หรือแสดงพฤติกรรมในบทบาทของตนเองในสถานการณตางๆ การเรียนรูจากเกมจําลองสถานการณ (Simulation Gaming) เปนเทคนิคการจัดการเรียนรูที่คลาย กับการแสดงบทบาทสมมุติ โดยใหนักเรียนเลนเกมจําลองสถานการณ โดยครูนําสถานการณจริงมาจําลอง ไวในหองเรียน โดยการกําหนดกฎ กติกา และเงื่อนไขสําหรับเกมนั้น ๆ แลวใหนักเรียนไปเลนเกมหรือ กิจกรรมในสถานการณจําลองนั้น การจัดการเรียนรูตองจัดควบคูกับการวัดและประเมินผลตามภาระงานและชิ้นงานที่สอดคลอง กับตัวชี้วัด แผนการจัดการเรียนรูนี้ไดเสนอการวัดและการประเมินผลครบทั้ง 3 ดาน คือ ดานความรู ดาน ทักษะ/กระบวนการ และดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม เนนวิธีการวัดที่หลากหลายตามสถานการณ จริง การดูรองรอยตาง ๆ ควบคูไปกับการดูกระบวนการทํางานและผลผลิตของงาน โดยออกแบบการ ประเมินผลกอนเรียน ระหวางเรียน หลังเรียน และแบบทดสอบประจําหนวย พรอมแบบฟอรมและเกณฑ การประเมิน เพื่ออํานวยความสะดวกใหครูไวพรอม ทั้งนี้ครูอาจเพิ่มเติมโดยการออกแบบการวัดและ ประเมินดวยมิติคุณภาพ(Rubrics)
29.
5. ตารางวิเคราะหสาระมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดชั้นป สาระที่ 3:
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ง 3.1: เขาใจ เห็นคุณคา และใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคนขอมูล การเรียนรู การสื่อสาร การแกปญหาการทํางานและอาชีพอยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม สาระการเรียนรูแกนกลาง ตัวชี้วัดชั้นป หนวย การเรียนรูที่ 1 หนวย การเรียนรูที่ 2 หนวย การเรียนรูที่ 3 หนวย การเรียนรูที่ 4 สรุปผลการประเมิน ผาน ไมผาน 1. คนหา รวบรวมขอมูลที่สนใจ และเปนประโยชนจากแหลงขอมูล ตาง ๆ ที่เชื่อถือไดตรงตามวัตถุประสงค 2. สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความ รับผิดชอบ ๖
30.
6. โครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1
ขอมูลและแหลงขอมูล 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 การคนหาขอมูล 4 ชั่วโมง หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา 2 ชั่วโมง หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด 12 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 รูจักไมโครซอฟตเวิรด 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(คําสั่งพื้นฐาน 4 ชั่วโมง และการพิมพขอความ) แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(รูปภาพ กลองขอความ 4 ชั่วโมง และตาราง) หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 16 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 สรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 ตัวอยางการสรางผลงาน 4 ชั่วโมง ดวยไมโครซอฟตเวิรด(นามบัตร) แผนการจัดการเรียนรูที่10 ตัวอยางการสรางผลงาน 4 ชั่วโมง ดวยไมโครซอฟตเวิรด(บัตรอวยพร) แผนการจัดการเรียนรูที่11 ตัวอยางการสรางผลงาน 4 ชั่วโมง ดวยไมโครซอฟตเวิรด(ใบประกาศ) แผนการจัดการเรียนรูที่12 ตัวอยางการสรางผลงาน 2 ชั่วโมง ดวยไมโครซอฟตเวิรด(รายงาน) รวม 38 ชั่วโมง
31.
ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู
32.
หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล
6 ชั่วโมง ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ขอมูล และแหลงขอมูล คุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม มีเจตคติที่ดีตอขอมูลและ แหลงขอมูล มีมารยาทในการทํางาน มีความกระตือรือรน มีความรับผิดชอบ ภาระงาน/ชิ้นงาน เปรียบเทียบสิ่งของที่เปน เทคโนโลยี เลนเกม “สงขอมูล” ยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดี คนหาขอมูลจาก อินเทอรเน็ต ความรู ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับ ขอมูลและแหลงขอมูล การคนหาขอมูล ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะการนําเสนอผลงาน
33.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล ขั้นที่
1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป คนหา รวบรวมขอมูลที่สนใจ และเปนประโยชนจากแหลงขอมูลตาง ๆ ที่เชื่อถือไดตรงตาม วัตถุประสงค (ง 3.1 ป. 5/1) ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. ขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเราซึ่งเรา สามารถรับขอมูลไดจากประสาทสัมผัสผานทาง อวัยวะตาง ๆ ของรางกาย 2. แหลงขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่ใหขอมูลหรือ ทําใหเราไดรับขอมูล 3. การคนหาขอมูล คือ การคนหาความรูหรือ เนื้อหาที่ตองการตามวัตถุประสงคที่ตั้งไว 4. การคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตทําไดงาย สะดวกรวดเร็ว และไดขอมูลที่มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน - ขอมูล แหลงขอมูล และการคนหาขอมูลคือ อะไร - เทคโนโลยีชวยในการคนหาขอมูลอยางไร - มนุษยรับขอมูลไดอยางไร - การคนหาขอมูลสามารถทําไดอยางไร ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. คําที่ควรรูไดแก อัตโนมัติ โปรแกรมเมอร ซอฟตแวร อินทราเน็ต การดความจํา ซีดี ดีวีดี อินเทอรเน็ต ขอมูลดิบ โฮมเพจ เว็บเพจ เว็บไซต เชื่อมโยง บริษัทไมโครซอฟท และหนาตาง- โปรแกรม 2. ขอมูลที่ดีจะตองมาจากแหลงขอมูลที่ดี มี ความถูกตอง ครบถวน ตรงตอความตองการ และมี ความทันสมัย 3. แหลงขอมูลแบงเปน 4 ประเภท คือ บุคคล สัตวและสิ่งของสถานที่ และสื่ออิเล็กทรอนิกส 4. การคนหาขอมูลมีวิธีการ 7 ขั้นตอน ไดแก การกําหนดวัตถุประสงค การกําหนดหัวขอของ ขอมูล การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล การคนหา ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความ เขาใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. บอกลักษณะของขอมูลและแหลงขอมูลที่ เชื่อถือได 2. อธิบายวิธีการคนหาขอมูลได 3. ยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดีได 4. คนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตได
34.
และรวบรวมขอมูล การพิจารณา เปรียบเทียบ
และ ตัดสินใจ การสรุปและจัดทํารายงาน และการเก็บ รักษาขอมูล
35.
5. การคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตทําไดดวย การเรียกใชเว็บเบราวเซอร โดยเปดเว็บไซตที่ ใหบริการคนหาขอมูล
พิมพคําสําคัญ แลวเชื่อมโยง ยังยังเว็บไซตที่นําเสนอขอมูลเกี่ยวกับคําสําคัญนั้น ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – เลมเกม“สงขอมูล” – สรุปลักษณะของขอมูลและแหลงขอมูลที่ดี – ยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดี – ปฏิบัติตามขั้นตอนในการคนหาขอมูล – คนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – การถามและตอบคําถาม – การนําเสนอผลงาน – การทดสอบ – การฝกปฏิบัติระหวางเรียน – การประเมินตนเองของนักเรียน เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – แบบประเมินผลงาน – แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน – แบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรู – ใบงาน – แบบประเมินดานคุณธรรมจริยธรรมและคานิยม – แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ 3. สิ่งที่มุงประเมิน – ความสามารถในการถามและการตอบคําถาม – ความสามารถในการนําเสนอผลงาน – ความสามารถในการใชเทคโนโลยี – พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเปนรายบุคคลและรายกลุม – การมีมารยาทในการทํางาน – การมีความกระตือรือรน และความรับผิดชอบในการทํางาน ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 การคนหาขอมูล 4 ชั่วโมง
36.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่1 ขอมูลและแหลงขอมูล เวลา 2 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ ขอมูล คือ สิ่งตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเราซึ่งสามารถรับไดจากประสาทสัมผัสผานทางอวัยวะตาง ๆ ของรางกาย ขอมูลที่ดีจะตองมีความเชื่อถือได ตรงตอความตองการ และทันสมัย โดยมาจากแหลงขอมูลที่ ดี ซึ่งแบงเปน 4 ประเภท คือ บุคคล สัตวและสิ่งของ สถานที่ และสื่ออิเล็กทรอนิกส ซึ่งแหลงขอมูลตาง ๆ เหลานี้จะตองนาเชื่อถือและสามารถตรวจสอบขอมูลได 2 ตัวชี้วัดชั้นป คนหา รวบรวมขอมูลที่สนใจ และเปนประโยชนจากแหลงขอมูลตาง ๆ ที่เชื่อถือไดตรงตาม วัตถุประสงค (ง 3.1 ป. 5/1) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกลักษณะของขอมูลและแหลงขอมูลได (K) 2. เห็นประโยชนและมีเจตคติที่ดีตอขอมูลและแหลงขอมูล(A) 3. มีทักษะในการถายทอดขอมูลและยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดี (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตการถามและการตอบ คําถามเกี่ยวกับขอมูลและ แหลงขอมูล 2. ตรวจใบบันทึกขอมูลและ การทําแบบทดสอบกอน เรียน(Pre-test) 1. สังเกตจากความสนใจและ ความกระตือรือรนในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2. สังเกตจากความรวมมือและ การปฏิบัติตามกติกาในการ เลนเกม 1. สังเกตพฤติกรรมการ ปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น 2. สังเกตทักษะในการ ถายทอดขอมูล 3. สังเกตทักษะการแกปญหา ขณะปฏิบัติกิจกรรม 5 สาระการเรียนรู ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล
37.
– ขอมูล – แหลงขอมูล 6
แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การเขียนขอมูลที่ไดรับอยางถูกตองและการสรุปขอมูลลงในกระดาษ สําหรับบันทึกขอมูล วิทยาศาสตร แรงที่ใชในการเขียนบนแผนหลังของผูอื่นเพื่อถายทอดขอมูลในการ ปฏิบัติกิจกรรม สังคมศึกษาฯ การปฏิบัติกิจกรรมอยางมีสติ เพื่อปองกันอุบัติเหตุและความผิดพลาด ในการปฏิบัติกิจกรรม สุขศึกษาฯ การเลนเกมดวยความสนุกสนานและปฏิบัติตามกติกาของเกม ภาษาตางประเทศ การเขียนและอานคําศัพทที่เกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. ครูเขียนคําวาขอมูลและแหลงขอมูลบนกระดานดํา 2. นักเรียนอานคําวาขอมูลและแหลงขอมูล แลวรวมกันทบทวนความรูเกี่ยวกับขอมูลและ แหลงขอมูลสรุปความรูเปนขอ ๆ แลวบันทึกลงในกระดาษสําหรับบันทึกขอมูล ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน(Pre-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. นักเรียนที่ทําแบบทดสอบกอนเรียนเสร็จกอน 3 คนแรกกําหนดใหเปนหัวหนากลุม แลวให หัวหนากลุมหาสมาชิกกลุมของตนเอง ครูตรวจสอบใหแตละกลุมมีสมาชิกจํานวนเทากัน 3. ครูอธิบายวิธีการเลมเกม “สงขอมูล” ดังนี้ 3.1 ใหนักเรียนยืนเขาแถว 3 แถว หัน หนาไปทางกระดานดํา นักเรียนคนหลังสุดกลับ หลังหัน 3.2 หามนักเรียนทุกคนสงเสียงใด ๆ ขณะเลนเกม หากนักเรียนคนใดพบปญหาขณะเลนเกม ใหยกมือขึ้นเพื่อแจงใหครูทราบและชวยแกไข 3.3 ครูแจกบัตรอุปกรณคอมพิวเตอร ใหนักเรียนคนหลังสุดคนละ3 ใบ ใหนักเรียนอานและจําชื่ออุปกรณคอมพิวเตอรนั้น แลวสงคืนครู ภาพจากคูมือครู แผนการจัดการเรียนรู เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.3 หนา 24 หลักสูตร 44
38.
3.4 ครูใหสัญญาณ เมื่อนักเรียนไดยินสัญญาณแลวใหหันหลังกลับแลวเขียนชื่ออุปกรณ คอมพิวเตอรจากบัตรที่ไดรับบนหลังของเพื่อนคนขางหนาทั้ง
3 คํา โดยหามไมใหนักเรียนคนอื่น ๆ เห็น บัตรอุปกรณคอมพิวเตอรนั้น 3.5 นักเรียนที่ไดรับขอมูลจากเพื่อนใหสงขอมูลตอไปยังนักเรียนคนที่อยูดานหนาดวย การเขียนหลังตอกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคนที่อยูดานหนาสุด 3.6 นักเรียนคนที่อยูดานหนาสุดใหเขียนชื่ออุปกรณคอมพิวเตอรนั้นบนกระดานดํา 4. นักเรียนเลนเกม“สงขอมูล” โดยครูคอยตรวจสอบ และชวยเหลือนักเรียนเมื่อพบปญหาใน การเลนเกม 5. เมื่อหมดเวลาใหครูและนักเรียนชวยกันตรวจสอบขอมูลที่เขียนบนกระดานดําวาถูกตอง หรือไม อยางไร 6. ครูอธิบายความรูเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูลหนวยการเรียนรูที่1 ขอมูลและ แหลงขอมูล จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 7. ครูถามวาขอมูลที่แสดงบนกระดานดําของนักเรียนกลุมใดเปนขอมูลที่ดีเพราะเหตุใด 8. นักเรียนรวมกันวิเคราะหคําถามของครู แลวตอบคําถาม ดังนี้ ขอมูลของนักเรียนที่เขียนชื่อ อุปกรณคอมพิวเตอรถูกทั้ง3 คําเปนขอมูลที่ดีเพราะขอมูลมีความถูกตองและครบถวน ซึ่งเกิดจากการสง ขอมูลจากแหลงขอมูลที่ดีหรือนักเรียนสงขอมูลไดอยางมีประสิทธิภาพ 9. นักเรียนรวมกันยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดีที่พบในสถานที่ตางๆ แลวบันทึกเพิ่มเติมลงใน กระดาษสําหรับบันทึกขอมูล ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนสรุปความหมายและลักษณะของขอมูลวา เปนสิ่งตางๆ ที่เรารับรูไดจากประสาท สัมผัสผานอวัยวะตาง ๆ ของรางกาย 2. นักเรียนสรุปความหมายและลักษณะของแหลงขอมูลวา เปนสิ่งตาง ๆ ที่ใหขอมูลแกเราหรือ ทําใหเราไดรับขอมูล 3. นักเรียนรวมกันสรุปวา ขอมูลที่ดีจะตองมาจากแหลงขอมูลที่ดีโดยจะตองมีความถูกตอง ครบถวน เชื่อถือได ตรงตอความตองการ และมีความทันสมัย ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนแลกกระดาษสําหรับบันทึกขอมูลกับเพื่อน แลวตรวจสอบความถูกตองของขอมูล จากนั้นเปรียบเทียบขอมูลของเพื่อนกับของตนเองวาเหมือนหรือแตกตางกันหรือไม อยางไร 2. นักเรียนรวมกันสํารวจแหลงขอมูลที่ดีที่พบในโรงเรียนและชุมชน จากนั้นนํามาสรุปวา แหลงขอมูลดังกลาวใหขอมูลอะไรบาง ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช
39.
1. นักเรียนบอกลักษณะของขอมูลและแหลงขอมูลที่ใชในชีวิตประจําวันได 2. นักเรียนยกตัวอยางแหลงขอมูลที่ดีที่พบในโรงเรียนและชุมชนได 8
กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบขอมูลและแหลงขอมูลวาเปนขอมูลและ แหลงขอมูลที่ดีหรือไม อยางไร ทดลองตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อน 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมและโตวาทีในญัตติ “แหลงขอมูลที่เปนสื่ออิเล็กทรอนิกสมีประโยชน กวาแหลงขอมูลประเภทอื่น”
40.
9 สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. กระดาษสําหรับบันทึกขอมูล 2.
บัตรอุปกรณคอมพิวเตอร อยางนอย9 ใบ 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวย สอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับขอมูลและแหลงขอมูล 4. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตร หองสมุดโรงเรียน ฝายทะเบียนในโรงเรียน ศูนยการ เรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ เจาหนาที่หองคอมพิวเตอร ผูเชี่ยวชาญทางดาน เทคโนโลยีสารสนเทศ 6. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 7. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
41.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 การคนหาขอมูล สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่1 ขอมูลและแหลงขอมูล เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ การคนหาขอมูลแบงเปน 7 ขั้นตอน คือ การกําหนดวัตถุประสงค การกําหนดหัวขอของขอมูล การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล การคนหาและรวบรวมขอมูล การพิจารณา เปรียบเทียบ ตัดสินใจ การ สรุปผลและจัดทํารายงาน และการเก็บรักษาขอมูล โดยวิธีการคนหาขอมูลดวยอินเทอรเน็ตจะชวยให สามารถคนหาขอมูลไดสะดวกรวดเร็ว และคนหาขอมูลไดเปนจํานวนมาก 2 ตัวชี้วัดชั้นป คนหา รวบรวมขอมูลที่สนใจ และเปนประโยชนจากแหลงขอมูลตาง ๆ ที่เชื่อถือไดตรงตาม วัตถุประสงค (ง 3.1 ป. 5/1) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการคนหาขอมูลได (K) 2. มีความรับผิดชอบและมีมารยาทในการใชคอมพิวเตอรเพื่อคนหาขอมูล (A) 3. มีทักษะในการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตการคนหาขอมูลจาก อินเทอรเน็ต 2. ตรวจจากตารางบันทึกการ คนหาขอมูล การทําใบงาน ที่ 1 การคนหาขอมูลและ การทําแบบทดสอบหลัง เรียน(Post–test) 1. สังเกตจากความรับผิดชอบ และมารยาทในการทํางาน 2. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนตามแบบประเมิน ดานคุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม 1. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอรคนหาขอมูล จากอินเทอรเน็ต 2. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนตามแบบประเมิน ดานทักษะ/กระบวนการ 5 สาระการเรียนรู
42.
การคนหาขอมูล – ขั้นตอนในการคนหาขอมูล – ตัวอยางการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต 6
แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การคนหาและจดบันทึกขอมูลที่ไดจากการคนหา คณิตศาสตร การนับและรวบรวมคําสําคัญที่ใชในการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต วิทยาศาสตร การคนหาขอมูลที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ สุขศึกษาฯ การใชเวลาวางใหเปนประโยชนดวยการคนหาขอมูลที่สนใจ ศิลปะ การสังเกตลักษณะทางศิลปะของเว็บไซตที่นําเสนอขอมูลบน อินเทอรเน็ต ภาษาตางประเทศ การใชคําศัพทภาษาอังกฤษเปนคําสําคัญในการคนหาขอมูลจาก อินเทอรเน็ต 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. ครูวางสื่อสิ่งพิมพที่นําเสนอเกี่ยวกับวิธีการใชคอมพิวเตอรและสื่อสิ่งพิมพอื่น ๆรวมกันไวที่ หนาชั้นเรียน 2. ครูบอกวา ใหนักเรียนหาวิธีการใชงานคอมพิวเตอรภายในเวลา10 นาที 3. นักเรียนรวมกันคนหาวิธีการใชงานคอมพิวเตอรจากสื่อสิ่งพิมพที่ครูวางไวหนาชั้นเรียนใน เวลาที่กําหนด ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูถามวา นักเรียนสามารถคนหาขอมูลที่ครูกําหนดใหภายในเวลา10 นาทีหรือไม อยางไร แลวสุมเลือกตัวแทนนักเรียนตอบคําถามและแสดงความคิดเห็นหนาชั้นเรียน1–2 คน 2. ตัวแทนนักเรียนตอบคําถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคนหาขอมูลหนาชั้นเรียน 3. ครูอธิบายเกี่ยวกับการคนหาขอมูล หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูลจากหนังสือ เรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 4. นักเรียนจับกลุมที่เคยปฏิบัติกิจกรรมรวมกันในแผนการเรียนรูที่1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับ ขอมูลและแหลงขอมูล 5. ครูถามวา นักเรียนคนใดเคยใชงานอินเทอรเน็ตบาง ใหยกมือขึ้น 6. นักเรียนที่เคยใชงานอินเทอรเน็ตยกมือขึ้น จากนั้นหัวหนากลุมแลกเปลี่ยนสมาชิกในกลุม ของตนเองกับกลุมอื่น ๆโดยครูคอยตรวจสอบวาสมาชิกแตละกลุมมีนักเรียนที่เคยใชงานอินเทอรเน็ต จํานวนใกลเคียงกัน
43.
7. ครูสาธิตวิธีการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต โดยใหนักเรียนแตละกลุมสงสมาชิกเขารวม สังเกตและปฏิบัติตามที่ครูสาธิตกลุมละ
2 คน 8. สมาชิกกลุมสงตัวแทน2 คน ไปดูและสังเกตการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตกับครู สวน สมาชิกคนอื่นๆ ใหคนหาขอมูลจากสื่ออื่น ๆ 9. ตัวแทนกลุมที่ไปดูและสังเกตการคนหาขอมูลกับครูกลับมาสาธิตและถายทอดวิธีการคนหา ขอมูลจากอินเทอรเน็ต และรวมกันทําใบงานที่1 การคนหาขอมูล ตามขั้นตอนในการคนหาขอมูล 10. ครูสุมเลือกตัวแทนกลุม กลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอใบงานที่ 1 การคนหาขอมูลหนาชั้น เรียน 11. นักเรียนคนอื่นๆ ชวยกันตรวจสอบ ถาม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคนหาขอมูล ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน(Post-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. นักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนในการคนหาขอมูลวา การคนหาขอมูลมี 7 ขั้นตอน ไดแก การ กําหนดวัตถุประสงค การกําหนดหัวขอของขอมูล การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล การคนหาและ รวบรวมขอมูล การพิจารณา เปรียบเทียบ และตัดสินใจ การสรุปและจัดทํารายงาน และการเก็บรักษา ขอมูล 3. นักเรียนสรุปวิธีการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตวา ผูคนหาขอมูลจะตองเรียกใชเว็บเบราว- เซอรและใชบริการของเซิรชเอนจิ้นไซต พิมพคําสําคัญ และเชื่อมโยงไปยังเว็บไซตที่นําเสนอขอมูล เกี่ยวกับคําสําคัญนั้น ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนการคนหาขอมูลในหัวขอที่สนใจ แลวบันทึกขอมูลในลักษณะ เดียวกับที่ทําในใบงานที่ 1 การคนหาขอมูล 2. นักเรียนคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ตดวยคําสําคัญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร เชน ฮารดแวร ซอฟตแวร หลักการทํางานของคอมพิวเตอร ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนคนหาขอมูลตามขั้นตอนการคนหาขอมูลโดยเลือกวิธีการคนหาที่เหมาะสมกับ ตนเองได 2. นักเรียนคนหาขอมูลที่สนใจจากอินเทอรเน็ตได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ
44.
นักเรียนรวมกันเปรียบเทียบการคนหาวิธีการใชงานคอมพิวเตอรที่ครูกําหนดใหกับการ คนหาขอมูลตามขั้นตอนในการทําใบงานที่ 1 การคนหาขอมูลแลวสรุปวาการคนหาขอมูลแบบใดงาย สะดวก
และมีประสิทธิภาพมากกวากัน 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนคนหาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการคนหาขอมูลจากอินเทอรเน็ต ทดลองปฏิบัติ ตาม และนําขอมูลที่ไดไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อน 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. หนังสือ นิตยสาร และเอกสารสิ่งพิมพอื่น ๆ ที่ไมเกี่ยวของกับวิธีการใชคอมพิวเตอร เชน นิตยสารกุลสตรี หนังสือพิมพไทยรัฐเอกสารประกอบการเรียนวิชาภาษาไทย อยางนอย20 เลม 2. คอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกับอินเทอรเน็ต 3. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิธีการใช คอมพิวเตอรและการคนหาขอมูล 4. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษา Hyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการคนหาขอมูล 5. พิพิธภัณฑวิทยาศาสตร ศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร หองสมุด ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 6. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูจําหนายอุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเชี่ยวชาญ ทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 8. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน)
45.
.........../......../.......... หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา
4 ชั่วโมง ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน โปรแกรม ประมวลผลคํา คุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม มีเจตคติที่ดีตอโปรแกรม ประมวลผลคํา มีมารยาทในการทํางาน มีความรับผิดชอบ มีความคิดสรางสรรค ภาระงาน/ชิ้นงาน คนหาและสรุปขอมูล เกี่ยวกับโปรแกรม ประมวลผลคํา วาดภาพหนาตาง โปรแกรมประมวลผลคํา นําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ โปรแกรมประมวลผลคํา ความรู ลักษณะของโปรแกรม ประมวลผลคํา ตัวอยางโปรแกรม ประมวลผลคํา ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการแสวงหาความรู การนําเสนอผลงาน ทักษะการใชเทคโนโลยี
46.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา ขั้นที่
1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. โปรแกรมประมวลผลคํา คือ โปรแกรมที่ ใชสราง แกไข และจัดรูปแบบตัวอักษรหรือ ขอความสําหรับจัดทํางานเอกสารสิ่งพิมพ 2. ผูใชควรเลือกใชโปรแกรมประมวลผลคํา จากความตองการและความสามารถของผูใช ความสามารถของโปรแกรม และบริษัทผูสรางและ พัฒนาโปรแกรม 3. ตัวอยางของโปรแกรมประมวลผลคํา เชน เวิรดเพอรเฟกต โลตัสเวิรดโปร โอเพนออฟฟศ- ดอทโออารจีไรตเตอร ปลาดาวไรตเตอร คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน – โปรแกรมประมวลผลคําคืออะไร – ผูใชควรเลือกใชโปรแกรมประมวลผลคํา ที่มีลักษณะอยางไร – นักเรียนรูจักโปรแกรมประมวลผลคํา ใดบาง – โปรแกรมประมวลผลคําแตละโปรแกรมมี ลักษณะเหมือนและแตกตางกันอยางไร
47.
ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. คําที่ควรรู ไดแก
โปรแกรมประยุกต เครื่อง พิมพดีด ไฮเปอรแท็กซ ไฮเปอรพิกเจอร และฟรี โปรแกรม 2. โปรแกรมประมวลผลคํามีประสิทธิภาพ ดีกวาเครื่องพิมพดีดเนื่องจากสามารถสรางผลงานที่ มีความสวยงาม สะอาดเรียบรอย พิมพไดหลายภาษา ลบและแกไขตัวอักษรไดงาย นําไฟลงานนั้นมา แกไขปรับปรุงไดในอนาคต และสามารถพัฒนาไฟล งานนั้นใหนําเสนอในรูปแบบอื่น ๆ ได 3. โปรแกรมประมวลผลคําแตละโปรแกรมมี ลักษณะของพื้นที่ใชงานคลายกัน คือ เหมือนกับ กระดาษสําหรับพิมพงาน แตเครื่องมือในการสราง งานจะมีลักษณะแตกตางกัน 4. โปรแกรมประมวลผลคําสรางและพัฒนา จากบริษัทที่หลากหลายมีทั้งแบบที่ไมมีคาลิขสิทธิ์ และมีคาลิขสิทธิ์หรือคาใชจายในการใชงาน โปรแกรม ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความ เขาใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. อธิบายลักษณะของโปรแกรมประมวลผล คําได 2. คนหาขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรม ประมวลผลคําได 3. ยกตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําได
48.
ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1.
ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – คนหาและสรุปขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา – ผสมคําวาWORD PROCESSERจากบัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษ – วาดภาพหนาตางโปรแกรมประมวลผลคํา – นําเสนอขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – การตั้งคําถาม การตอบคําถาม และการ อธิบาย – การนําเสนอขอมูล – การคนหาขอมูล – การทดสอบ – การฝกปฏิบัติระหวางเรียน – การประเมินตนเองของนักเรียน เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – แบบบันทึกความรู – แบบประเมินผลงาน – แบบประเมินการนําเสนอ – แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน – แบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรู – ใบงาน – แบบประเมินดานคุณธรรมจริยธรรมและคานิยม – แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ 3. สิ่งที่มุงประเมิน – ความสามารถในการนําเสนอขอมูลและอธิบายใหผูอื่นเขาใจ – ความสามารถในการคนหาขอมูล – ความสามารถในการตอบคําถาม – พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเปนรายบุคคลและรายกลุม – การมีมารยาทในการทํางาน – การมีความรับผิดชอบและความคิดสรางสรรค ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา 2 ชั่วโมง
49.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่2 โปรแกรมประมวลผลคํา เวลา 2 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ โปรแกรมประมวลผลคํา คือ โปรแกรมประยุกตที่ใชสราง แกไข และจัดรูปแบบตัวอักษรหรือ ขอความสําคัญจัดทําเปนงานเอกสาร ทําใหมีความสวยงาม สามารถพิมพไดหลายภาษา ลบ แกไข หรือเติม ขอมูลไดสะดวก มีการตรวจสอบและแกไขคําผิดอัตโนมัติ ประหยัดเวลาในการพิมพและทําสําเนาเอกสาร สามารถประยุกตใชรวมกับงานประยุกตอื่น ๆ และเชื่อมตอกับเอกสารอิเล็กทรอนิกสอื่นๆ ได 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําได (K) 2. มีความสนใจและมีเจตคติที่ดีตอโปรแกรมประมวลผลคํา (A) 3. มีทักษะในการคนหาขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการคนหาและ สรุปขอมูลเกี่ยวกับลักษณะ ของโปรแกรมประมวลผล คํา 2. ตรวจการทําแบบทดสอบ กอนเรียน(Pre-test) 1 สังเกตความสนใจในการ เรียน 2. สังเกตจากความรวมมือและ ความรับผิดชอบในการ ปฏิบัติกิจกรรม 1. สังเกตพฤติกรรมในการ ทํางานรวมกับผูอื่น 2. สังเกตทักษะในการคนหา ขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรม ประมวลผลคํา 5 สาระการเรียนรู ลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา
50.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การอธิบายและสรุปขอมูลเกี่ยวกับลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา คณิตศาสตร
การรวมคะแนนและการหาผลตางของขอมูลในการปฏิบัติกิจกรรม วิทยาศาสตร การเปรียบเทียบวัสดุและคุณสมบัติของเครื่องพิมพดีดกับ คอมพิวเตอร สังคมศึกษาฯ การปฏิบัติหนาที่ตามที่ไดรับมอบหมาย สุขศึกษาฯ การเคลื่อนไหวรางกายในการปฏิบัติกิจกรรม ภาษาตางประเทศ การผสมตัวอักษรภาษาอังกฤษคําวาWORD PROCESSER 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. ครูแสดงบัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษทีละใบ แลวใหนักเรียนบอกพรอม ๆ กันวาเปนตัวอักษร อะไร 2. แบงนักเรียนเปน3 กลุม ครูใหบัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษกลุมละ1 ชุดแลวใหนักเรียน ชวยกันผสมคําภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา 3. นักเรียนกลุมที่สามารถผสมบัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษเปนคําวาWORD PROCESSER ได เร็วที่สุด ใหรีบนําบัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงติดบนกระดานดํา ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน(Pre-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. ครูถามวา คําบนกระดานดําอานวาอะไร หมายถึงอะไร จากนั้นใหนักเรียนอานคําบน กระดานดําพรอมกัน 3. ตัวแทนนักเรียนออกมาอธิบายความหมายของคําวาWORD PROCESSER หนาชั้นเรียน 4. ครูใหแตละกลุมคนหาขอมูลเกี่ยวกับคําวาWORD PROCESSER จากแหลงขอมูลตาง ๆ แลวใหเขียนสรุปขอมูลที่คนหาไดบนกระดานดํารอบ ๆ คําวาWORD PROCESSERโดยใหเขียน หมายเลขกลุมไวดานหนาขอมูลที่สรุป W O R D P R O C E S S E R 1 เปนโปรแกรมประยุกต 2 กําหนดลักษณะของตัวอักษรได 3 อานวา เวิรดโพรเซสเซอร 2 หมายถึงโปรแกรมประมวลผลคํา 3 จัดรูปแบบไดอยางที่เห็นผานจอภาพ 3 ใชสรางเอกสารสิ่งพิมพ 1 ใชการกดที่แผงแปนอักขระเพื่อนําเขาขอมูล
51.
5. ครูตรวจสอบความถูกตอง หากพบขอมูลที่ไมถูกตองใหนักเรียนแกไขจนถูกตองหรือลบ ขอมูลนั้นทิ้ง 6.
นักเรียนชวยกันรวมคะแนนโดยการนับจํานวนขอมูลที่อยูบนกระดานดํา กลุมใดคนหา ขอมูลไดมากที่สุดเปนกลุมที่ชนะ 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําหนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคําจากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป นักเรียนรวมกันสรุปลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําวา เปนโปรแกรมที่ใชสําหรับสราง แกไข และจัดรูปแบบตัวอักษรหรือขอความสําหรับจัดทําเปนงานเอกสาร ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนบันทึกขอมูลเกี่ยวกับลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําจากบนกระดานดําและที่ ครูอธิบายเพิ่มเติม 2. นักเรียนคนหาขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําเพิ่มเติม แลวแลกเปลี่ยนกันศึกษา ขอมูลกับเพื่อน ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนอธิบายลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําได 2. นักเรียนเลือกใชโปรแกรมประมวลผลคําในการสรางเอกสารสิ่งพิมพในชีวิตประจําวัน 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนตรวจสอบคอมพิวเตอรที่ใชงานวาติดตั้งโปรแกรมประมวลผลคําหรือไม(ถาติดตั้ง) โปรแกรมดังกลาวชื่ออะไรโดยเชิญผูเชี่ยวชาญทางดานคอมพิวเตอรหรือผูปกครองคอยดูแลและให คําแนะนํา 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนนําขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํามาสรางแผนผังลักษณะของโปรแกรม ประมวลผลคํา 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. บัตรตัวอักษรภาษาอังกฤษ C D E E O O P R R R S S W จํานวน 3 ชุด 2. คอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกับอินเทอรเน็ตเพื่อใชในการคนหาขอมูล
52.
3. สื่อสิ่งพิมพ เชน
หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับลักษณะของ โปรแกรมประมวลผลคํา 4. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา 5. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 6. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเชี่ยวชาญ ดานการใชโปรแกรมประมวลผลคํา 7. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 8. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
53.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่2 โปรแกรมประมวลผลคํา เวลา 2 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ โปรแกรมประมวลผลคํามีทั้งแบบที่ตองเสียคาลิขสิทธิ์ในการใชงานและโปรแกรมประมวลผล คําที่สามารถนํามาใชและพัฒนาไดโดยไมเสียคาลิขสิทธิ์ ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา เชน เวิรด- เพอรเฟกตโลตัสเวิรดโพร โอเพนออฟฟศดอทโออารจีไรทเตอร ปลาดาวไรทเตอร ไมโครซอฟตเวิรด 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําที่ยกตัวอยางได(K) 2. มีความคิดสรางสรรคและมีมารยาทในการปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น (A) 3. ยกตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําได (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ตรวจจากภาพวาดหนาตาง โปรแกรมและขอมูลจากการ นําเสนอ 2. ตรวจการทําใบงานที่ 2 ตัวอยางโปรแกรม ประมวลผลคําและ แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) 1. สังเกตจากความคิด สรางสรรคในการวาดภาพ หนาตางโปรแกรม 2. สังเกตพฤติกรรมนักเรียน ตามแบบประเมินดาน คุณธรรม จริยธรรม และคานิยม 1. สังเกตทักษะในการคนหา และนําเสนอขอมูล 2. สังเกตพฤติกรรมการ ปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น 3. สังเกตพฤติกรรมนักเรียน ตามแบบประเมินดาน ทักษะ/กระบวนการ 5 สาระการเรียนรู ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา
54.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การสรุปจุดเดนของโปรแกรมประมวลผลคําแตละโปรแกรม สังคมศึกษาฯ
การยึดหลักประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น สุขศึกษาฯ การควบคุมอารมณในการปฏิบัติกิจกรรมรวมกับผูอื่น ศิลปะ การวาดภาพหนาตางโปรแกรมของโปรแกรมประมวลผลคํา ภาษาตางประเทศ การเขียนและสะกดชื่อโปรแกรมประมวลผลคําที่เปน ภาษาตางประเทศ 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนทบทวนลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคําดวยการผลัดกันตั้งคําถามและตอบ คําถามเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา 2. ตัวแทนนักเรียนเลาประสบการณการใชโปรแกรมประมวลผลคํา โดยใหนักเรียนคนอื่นๆ ซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชโปรแกรมประมวลผลคํา ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรม ประมวลผลคํา จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 แลวเขียนคําวา เวิรด-เพอร เฟกต โลตัสเวิรดโพร โอเพนออฟฟศดอทโออารจีไรตเตอร และปลาดาวไรตเตอรบนกระดานดํา 2. นักเรียนผลัดกันจับสลากชื่อโปรแกรมประมวลผลคําจากครูทีละ4 คน โดยเมื่อจับสลากได แลวใหพับกระดาษนั้นแลวใสในกลองสลากเหมือนเดิม 3. นักเรียนเขียนชื่อเลขที่ของตนเองตอทายชื่อโปรแกรมประมวลผลคําบนกระดานดําตามที่ ตนเองจับสลากได 4. นักเรียนจับกลุมกับเพื่อนที่จับสลากไดชื่อโปรแกรมประมวลผลคําโปรแกรมเดียวกัน แลว คนหาขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําที่จับสลากได 5. สมาชิกแตละกลุมวาดภาพหนาตางโปรแกรมของโปรแกรมประมวลผลคําที่กลุมตนเอง คนหาขอมูลลงในกระดาษขนาดโปสเตอร และบันทึกขอมูลของโปรแกรมนั้นดานหลังภาพหนาตาง โปรแกรม 6. สงตัวแทนกลุมละ 3 คน ออกมานําเสนอขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําที่ตนเอง คนหาขอมูล โดยใหตัวแทนกลุมอธิบายขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา 7. นักเรียนคนอื่นๆ ซักถาม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําที่เพื่อ นําเสนอ
55.
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป นักเรียนสรุปขอมูลเกี่ยวกับจุดเดนของโปรแกรมประมวลผลคําแตละโปรแกรมลงในตาราง ตารางสรุปจุดเดนของโปรแกรมประมวลผลคํา โปรแกรมประมวลผลคํา
จุดเดน เวิรดเพอรเฟกต 1. 2. ... โลตัสเวิรดโพร 1. 2. ... โอเพนออฟฟศดอทโออารจีไรตเตอร 1. 2. ... ปลาดาวไรตเตอร 1. 2. ... ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนทําใบงานที่2 ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําหนวยการเรียนรูที่2 โปรแกรม ประมวลผลคํา 2. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน(Post-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําแกผูอื่นได 2. นักเรียนยกตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําและบอกจุดเดนของโปรแกรมนั้นๆ ได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนทดลองใชงานโปรแกรมประมวลผลคําอยางนอย 3 โปรแกรม จากนั้นเปรียบเทียบ และวิเคราะหวานักเรียนชอบโปรแกรมประมวลผลคําใดมากที่สุด เนื่องจากอะไร 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนคนหาแหลงขอมูลที่นําเสนอเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําอยางนอย2 แหลง แลวแลกเปลี่ยนกันศึกษาขอมูลจากแหลงขอมูลตาง ๆ กับเพื่อน
57.
9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. กลองสลาก 2.
สลากชื่อเวิรดเพอรเฟกต โลตัสเวิรดโปร โอเพนออฟฟศดอทโออารจีไรตเตอร และปลาดาวไรตเตอร อยางละ 1 ใบ 3. คอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกับอินเทอรเน็ตเพื่อใชในการคนหาขอมูล 4. กระดาษขนาดโปสเตอร 5. อุปกรณสําหรับวาดภาพ 6. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับตัวอยาง โปรแกรมประมวลผลคํา 7. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา 8. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษา กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รานจําหนายซอฟตแวรคอมพิวเตอร 9. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเชี่ยวชาญ ดานคอมพิวเตอร ผูจําหนายซอฟตแวรคอมพิวเตอร 10. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 11. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../.......... หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด 12 ชั่วโมง กลองสลาก
58.
ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ไมโครซอฟตเวิรด คุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม . มีเจตคติที่ดีตอ ไมโครซอฟตเวิรด มีความรับผิดชอบ มีความรอบคอบ มีความคิดสรางสรรค
มีมารยาทในการทํางาน ภาระงาน/ชิ้นงาน ใชไมโครซอฟตเวิรดสราง ผลงานตามที่กําหนด วาดภาพหนาตางโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด สรางผลงานตามตัวอยาง การใชงานไมโครซอฟต เวิรด ความรู รูจักไมโครซอฟตเวิรด การใชงานไมโครซอฟต เวิรด ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการใชเทคโนโลยี ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะการนําเสนอผลงาน ทักษะการทํางานรวมกัน
59.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด ขั้นที่
1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. ไมโครซอฟตเวิรดสามารถแทรกรูปภาพ สรางกลองขอความ และสรางตารางได 2. ไมโครซอฟตเวิรดสามารถแทรกรูปภาพ ไดจากภาพตัดปะ แฟม และรูปรางอัตโนมัติ 3. กลองขอความชวยใหสามารถเคลื่อนยาย ขอความที่พิมพไดสะดวก 4. ตารางสามารถกําหนดจํานวนชองไดดวย การใชคําสั่งตารางจําลอง 5. การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด แบบเดียวกันอาจเกิดจากวิธีการสรางที่แตกตางกัน เนื่องจากไมโครซอฟตเวิรดมีคําสั่งในการใชงานที่ หลากหลายเพื่อตอบสนองตอถนัดของผูใชแตละ คน คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน – ไมโครซอฟตเวิรดสามารถแทรกรูปภาพ สรางกลองขอความ และสรางตารางไดหรือไม – กลองขอความในไมโครซอฟตเวิรดมี ประโยชนอยางไร – ตารางจําลองมีประโยชนอยางไร – การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดแบบ เดียวกันจําเปนหรือไมที่จะตองใชวิธีการสรางที่ เหมือนกัน เพราะเหตุใด ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. คําที่ควรรูไดแกไอคอน ทาสกบาร เดสกท็อป และตัวชี้เมาส 2. การแทรกภาพตัดปะ แฟม และรูปราง อัตโนมัติสามารถใชคําสั่งแทรกที่แถบเมนูและ เลือกประเภทของรูปภาพที่ตองการแทรก 3. การสรางกลองขอความสามารถทําไดดวย การคลิกคําสั่งกลองขอความที่แถบเครื่องมือ 4. การสรางตารางสามารถทําไดดวยการคลิก ที่คําสั่งแทรกที่แถบเครื่องมือ ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความ เขาใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. อธิบายสวนประกอบของหนาตาง โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดได 2. อธิบายและสาธิตวิธีการสรางผลงานดวย ไมโครซอฟตเวิรด 3. ใชไมโครซอฟตเวิรดทํางานดวยคําสั่ง พื้นฐานได 4. เรียกใชไมโครซอฟตเวิรดเพื่อพิมพ ขอความ แทรกรูปภาพ สรางกลองขอความ และ สรางตารางได
60.
ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1.
ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – เรียกใชและใชคําสั่งพื้นฐานของไมโครซอฟตเวิรด – วาดภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด – อธิบายชื่อและหนาที่ของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด – ปฏิบัติตามคําสั่งการใชงานไมโครซอฟตเวิรด – สรางผลงานตามตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรด – สาธิตวิธีการสรางผลงานตามตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – การตอบคําถาม การอธิบายการอภิปราย – การใชคอมพิวเตอร – การนําเสนอผลงาน – การทดสอบ – การฝกปฏิบัติระหวางเรียน – การประเมินตนเองของนักเรียน เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – แบบบันทึกผลการอภิปราย – แบบประเมินผลงาน – แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน – แบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรู – ใบงาน – แบบประเมินดานคุณธรรมจริยธรรมและคานิยม – แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ 3. สิ่งที่มุงประเมิน – ความสามารถในการอธิบายความรูใหผูอื่นเขาใจ – ความสามารถในการตอบคําถาม – ความสามารถในการใชคอมพิวเตอร – ความสามารถในการนําเสนอผลงาน – พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเปนรายบุคคลและรายกลุม – การมีมารยาทในการทํางาน – การมีความรับผิดชอบ ความรอบคอบ และความคิดสรางสรรค ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 รูจักไมโครซอฟตเวิรด 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(คําสั่งพื้นฐาน 4 ชั่วโมง และการพิมพขอความ) แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(รูปภาพ กลองขอความ 4 ชั่วโมง และตาราง)
61.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 รูจักไมโครซอฟตเวิรด สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ ไมโครซอฟตเวิรดเปนโปรแกรมประมวลผลคําในชุดไมโครซอฟตออฟฟศของบริษัท ไมโครซอฟท ซึ่งสามารถเรียกใชงานไดจากไอคอนและปุมสตารต มีสวนประกอบของหนาตางโปรแกรม แบงเปน 5สวน ไดแก แถบเมนู ทาสกเพน พื้นที่ใชงาน แถบเครื่องมือและแถบสถานะ 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายสวนประกอบของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดได (K) 2. มีความรับผิดชอบและมีเจตคติที่ดีตอไมโครซอฟตเวิรด(A) 3. มีทักษะในการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรด (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการอธิบาย สวนประกอบของหนาตาง โปรแกรม 2. ตรวจจากการทําแบบทดสอบ กอนเรียน(Pre-test) 1. สังเกตจากความรับผิดชอบ ในการทํากิจกรรม 2. สังเกตมารยาทในการ ทํางานและความมีน้ําใจ ในขณะปฏิบัติกิจกรรม 1. สังเกตพฤติกรรมการ ปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น 2. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอรเรียกใช ไมโครซอฟตเวิรด 5 สาระการเรียนรู รูจักไมโครซอฟตเวิรด – การเรียกใชไมโครซอฟตเวิรด – สวนประกอบของหนาตางโปรแกรม 6 แนวทางบูรณาการ
62.
ภาษาไทย การอานและจับใจความเพื่อปฏิบัติตามขั้นตอนการเรียกใช ไมโครซอฟตเวิรด คณิตศาสตร การคํานวณหาพื้นที่ใชวาดภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด วิทยาศาสตร
การสํารวจคุณสมบัติของคอมพิวเตอรในขณะใชงาน สังคมศึกษาฯ การรักษามารยาทในการปฏิบัติกิจกรรมรวมกับผูอื่น สุขศึกษาฯ การใชเวลาวางสํารวจสวนประกอบของหนาตางโปรแกรม ไมโครซอฟตเวิรด ศิลปะ การวาดภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด ภาษาตางประเทศ การศึกษาชื่อสวนประกอบของหนาตางคอมพิวเตอรที่เปน ภาษาอังกฤษ 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําดวยการผลัดกันตั้งคําถามและตอบคําถาม เกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคํา 2. นักเรียนชวยกันยกตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําดวยการเขียนชื่อโปรแกรมนั้นบน กระดานดํา แลวอานพรอม ๆ กัน 3. ครูตรวจสอบชื่อไมโครซอฟตเวิรดบนกระดานดํา ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน(Pre-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. ครูอธิบายหัวขอรูจักไมโครซอฟตเวิรดหนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือ เรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 3. ครูสาธิตวิธีการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดใหนักเรียนดูทีละขั้นตอน 4. นักเรียนแตละคูผลัดกันเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดตามขั้นตอนที่ครูสาธิต โดยคนแรกให เรียกใชโปรแกรมจากไอคอน สวนคนที่สองเรียกใชโปรแกรมจากปุมสตารต แลวสลับใหคนแรกเรียกใช โปรแกรมจากปุมสตารตแลวคนที่สองเรียกใชโปรแกรมจากไอคอน 5. นักเรียนคนที่สามารถเรียกใชโปรแกรมทั้งสองวิธีไดแลวใหไปชวยเหลือเพื่อนคนอื่น ๆ ครู ตรวจสอบวานักเรียนทุกคนสามารถเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดได 6. ครูจับเวลา 2–3 นาที ใหนักเรียนจดจําลักษณะของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด เมื่อ หมดเวลาใหนักเรียนทุกคนปดจอคอมพิวเตอร 7. ครูสรางรูปสี่เหลี่ยมบนกระดานดํา จากนั้นใหนักเรียนผลัดกันออกมาเติมสวนประกอบของ หนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดลงในรูปสี่เหลี่ยมบนกระดานดําจนเสร็จ
63.
8. นักเรียนเปดหนาจอคอมพิวเตอรแลวตรวจสอบภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดที่ ตนเองวาดกับหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดบนหนาจอคอมพิวเตอรวาเหมือนกันหรือไม อยางไร จากนั้นชวยกันแกไขใหถูกตอง 9.
ตัวแทนนักเรียนออกมาชี้สวนประกอบของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดบนกระดาน ดํา แลวใหเพื่อน ๆชวยกันบอกวาสวนประกอบนั้นชื่ออะไรและมีหนาที่อยางไรในการใชงาน ไมโครซอฟตเวิรด
64.
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1.
นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดวา สามารถทําได2 วิธี คือ การดับเบิล คลิกที่ไอคอนและการคลิกเลือกชื่อไมโครซอฟตที่สตารตเมนู 2. นักเรียนรวมกันสรุปสวนประกอบของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดวา ประกอบดวย 5 สวน ไดแก แถบเมนู ทาสกเพน พื้นที่ใชงาน แถบเครื่องมือ และแถบสถานะ ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนสํารวจสวนประกอบตาง ๆ ของไมโครซอฟตเวิรดแลวทําแผนผังคําสั่ง ไมโครซอฟตเวิรด 2. นักเรียนวาดภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด แลวเขียนชื่อ และอธิบาย สวนประกอบตาง ๆ ภายในหนาตางโปแกรมไมโครซอฟตเวิรด ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดได 2. นักเรียนเปรียบเทียบระหวางหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดของจริงกับหนาตาง โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดที่วาดบนกระดานดําได 3. นักเรียนอธิบายสวนประกอบของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนเปรียบเทียบหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดที่ติดตั้งในคอมพิวเตอรกับ หนาตางไมโครซอฟตเวิรดที่นําเสนอในหนวยการเรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรด หนังสือเรียน รายวิชา พื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 วาเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร และมีวิธีการตั้งคาหรือแกไขให เหมือนไดอยางไร โดยมีผูเชี่ยวชาญทางดานไมโครซอฟตเวิรดคอยใหคําแนะนํา 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครซอฟตเวิรดรุนตาง ๆ แลวเปรียบเทียบสวนประกอบ ของหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตแตละรุนวาเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. สื่อสิ่งพิมพเชน หนังสือ บทความ และเอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการ เรียกใชและสวนประกอบของไมโครซอฟตเวิรด 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการเรียกใชและสวนประกอบของไมโครซอฟตเวิรด
65.
4. สถานที่ เชน
พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศรานคาที่จําหนายไมโครซอฟตเวิรด 5. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการผูจําหนายซอฟตแวรคอมพิวเตอร ผูเชี่ยวชาญดานการ ใชงานไมโครซอฟตเวิรด 6. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 7. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
66.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด (คําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความ) สาระที่
3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ ไมโครซอฟตเวิรดเปนโปรแกรมสําหรับทํางานดานเอกสาร ซึ่งผูใชจําเปนตองเรียนรูเกี่ยวกับ คําสั่งพื้นฐาน ไดแก การสราง การเปด และการบันทึกไฟลงานตลอดจนการพิมพขอความตาง ๆโดย ไมโครซอฟตเวิรดสามารถกําหนดลักษณะ ลบ และแกไขตัวอักษรไดทั้งกอนและหลังการพิมพ 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายขั้นตอนในการใชคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรดได(K) 2. มีความรับผิดชอบและใชงานไมโครซอฟตเวิรดและคอมพิวเตอรดวยความระมัดระวัง(A) 3. ใชไมโครซอฟตเวิรดทํางานดวยคําสั่งพื้นฐานและพิมพขอความได(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการฝกการใชคําสั่ง พื้นฐานและการพิมพ ขอความ 2. ตรวจการทําใบงานที่ 3 การ ใชงานไมโครซอฟตเวิรด และคําสั่งการใชงาน ไมโครซอฟตเวิรด 1. สังเกต ความรวมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมและการสง งานตรงเวลา 2. สังเกตความรอบคอบในการ ใชงานไมโครซอฟตเวิรด 1. สังเกตทักษะในการใช ไมโครซอฟตเวิรดและ คอมพิวเตอรเพื่อปฏิบัติงาน ตามคําสั่ง 2. สังเกตพฤติกรรมการ ปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น 5 สาระการเรียนรู การใชงานไมโครซอฟตเวิรด – คําสั่งพื้นฐาน – การพิมพขอความ
68.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การตั้งคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลในการฝกใชคําสั่งพื้นฐาน และการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรด คณิตศาสตร
การแบงเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตามหลักการทางคณิตศาสตร วิทยาศาสตร การสังเกตสวนประกอบของหนาตางโปรแกรมเพื่อใชคําสั่งพื้นฐาน ของไมโครซอฟตเวิรด สังคมศึกษาฯ การประพฤติตามบทบาทและหนาที่ของตนเองในขณะปฏิบัติ กิจกรรม สุขศึกษาฯ การปฏิบัติตามเงื่อนไขและเวลาที่กําหนดในขณะปฏิบัติกิจกรรม ภาษาตางประเทศ ศึกษาคําสั่งพื้นฐานของไมโครซอฟตเวิรดเชนOpen, Save, File, Copy, Cut, Paste 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนทบทวนความรูเกี่ยวกับการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรด 2. ครูสุมเลือกตัวแทนนักเรียนสาธิตวิธีการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรด 3. นักเรียนคนอื่นๆ ปฏิบัติตามการสาธิตของตัวแทนนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความ หัวขอการใชงานไมโครซอฟตเวิรด หนวยการ เรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 2. นักเรียนทําใบงานที่3 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด หนวยการเรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรด ภายในเวลา 10 นาที เมื่อหมดเวลาใหนักเรียนเปลี่ยนใบงานกับเพื่อน 3. ครูสาธิตการเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดจากปุมสตารต การเปดไฟลงาน และการบันทึกไฟล งาน 4. นักเรียนดูการสาธิตของครูแลวตรวจการทําใบงานของเพื่อน จากนั้นรวมคะแนนการทํา ใบงาน โดยใหขอละ1 คะแนน (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) แลวสงใบงานนั้นคืนเพื่อน 5. ครูใชคะแนนจากใบงานเปนเกณฑแบงนักเรียน5 กลุม โดยใหแตละกลุมมีคะแนนรวมของ สมาชิกเทาหรือใกลเคียงกัน 6. นักเรียนปฏิบัติงาน ดังตอไปนี้ กลุมที่ 1 ฝกใชคําสั่งพื้นฐานการสรางไฟลงาน กลุมที่ 2 ฝกใชคําสั่งพื้นฐานการเปดไฟลงาน กลุมที่ 3 ฝกคําสั่งพื้นฐานการบันทึกไฟลงาน กลุมที่ 4 ฝกคําสั่งพื้นฐานการพิมพงาน
69.
กลุมที่ 5 ฝกการพิมพขอความ 7.
เมื่อหมดเวลาใหสมาชิกกลุมที่มีคะแนนจากการทําใบงานมากที่สุดประจําตําแหนง แลวให สมาชิกที่เหลือทั้งหมดยายไปฝกใชคําสั่งพื้นฐานกับกลุมถัดไป 8. เมื่อหมดเวลาใหสมาชิกกลุมอื่น ๆยายไปฝกใชคําสั่งพื้นฐานของกลุมถัดไปเรื่อย ๆ โดยให ฝกใชคําสั่งพื้นฐานกลุมละ10 นาที จนสมาชิกกลุมทุกคนไดฝกใชคําสั่งพื้นฐานจากทุกกลุม 9. ครูติดคําสั่งการใชงานไมโครซอฟตเวิรดบนกระดานดํา ดังนี้ 1. นักเรียนพิมพชื่อ นามสกุล และที่อยู โดยใหชื่อเปนตัวอักษรหนา นามสกุลเปนตัวอักษรเอน และที่อยู เปนตัวอักษรขีดเสนใต ดวยขนาดตัวอักษร20 พอยตทั้งหมด 2. บันทึกไฟลงานเปนเลขที่ประจําตัวของตนเอง 3. เปลี่ยนคอมพิวเตอรกับเพื่อนเปดไฟลงานของเพื่อน แลวสั่งพิมพ 4. เขียนเลขที่ประจําตัวของตนไวบนหัวกระดาษของเอกสารที่ไดจากการพิมพ 10. นักเรียนทุกคนปฏิบัติตามคําสั่งการใชงานไมโครซอฟตเวิรด แลวนํากระดาษที่พิมพสงครู ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนรวมกันสรุปวา คําสั่งพื้นฐานของไมโครซอฟตเวิรดสามารถเลือกไดจากแถบเมนู จากนั้นจะปรากฏหนาตางคําสั่งเพื่อใหกําหนดรายละเอียดของคําสั่งนั้น ๆ 2. นักเรียนสรุปวา ไมโครซอฟตเวิรดสามารถกําหนดลักษณะตัวอักษรใหเปนตัวหนา ตัวเอน ขีดเสนใต และกําหนดขนาดของตัวอักษรนั้นได ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนพิมพขอความตาง ๆ จากนั้นกําหนดลักษณะและขนาดของตัวอักษรตามความ ตองการ 2. นักเรียนจับคูกับเพื่อนแลวผลัดกันพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรดตามคําบอก ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดเปดและบันทึกไฟลงาน พิมพงาน และพิมพขอความดวย ไมโครซอฟตเวิรดได 2. นักเรียนแนะนําขั้นตอนการใชคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรดกับ ผูอื่นได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ
70.
นักเรียนฝกการพิมพแบบสัมผัสเพื่อเพิ่มความสามารถดวยการพิมพขอความในไมโครซอฟต เวิรด จากนั้นสาธิตและแนะนําใหเพื่อนคนอื่นๆ ฝกปฏิบัติตามตนเอง 2.
กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนกําหนดคําสั่งการใชงานไมโครซอฟตเวิรด แลวแลกเปลี่ยนคําสั่งกับเพื่อนเพื่อฝกการ ใชคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรดตามคําสั่งนั้น ๆ
71.
9 สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2.
เครื่องพิมพ 3. กระดาษขนาด A4 4. คําสั่งการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 5. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับคําสั่งพื้นฐาน และการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรด 6. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรด 7. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รานจําหนายซอฟตแวร คอมพิวเตอร 8. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูจําหนายซอฟตแวรคอมพิวเตอร ผูเชี่ยวชาญดานการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 9. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 10. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
72.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด (รูปภาพ
กลองขอความ และตาราง) สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่3 ไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ ไมโครซอฟตเวิรดสามารถนําเสนอขอมูลไดมากกวาตัวอักษรเพียงอยางเดียว โดยสามารถแทรก รูปภาพ กลองขอความ และตาราง ทําใหเอกสารสิ่งพิมพนั้นมีความนาสนใจและชวยใหเขาใจขอมูลนั้น ๆ ไดมากยิ่งขึ้น 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการแทรกรูปภาพ กลองขอความ และตารางดวยไมโครซอฟตเวิรดได (K) 2. มีความรอบคอบและมีความคิดสรางสรรคในการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(A) 3. สรางผลงานตามแบบที่กําหนดใหดวยไมโครซอฟตเวิรดได (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตการถาม การตอบคําถาม และการแสดงความคิดเห็น 2. ตรวจผลงานการสรางผลงาน ตามตัวอยางการใช ไมโครซอฟตเวิรดที่กําหนด 3. ตรวจการทําแบบทดสอบ หลังเรียน (Post–test) 1. สังเกตความรอบคอบ ความคิดสรางสรรค และการ มีมารยาทในการทํางาน 2. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนจากแบบประเมิน ดานคุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม 1. สังเกตทักษะในการแทรก รูปภาพ กลองขอความ และ ตารางดวยไมโครซอฟต เวิรด 2. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนจากแบบประเมิน ดานทักษะ/กระบวนการ 5 สาระการเรียนรู การใชงานไมโครซอฟตเวิรด – รูปภาพ – กลองขอความ
73.
– ตาราง
74.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การตั้งคําถาม
การพิมพคําถาม และการพิมพขอความที่ถูกตองตรง ตามรูปแบบที่กําหนด คณิตศาสตร การกําหนดคาความกวางและความยาวของรูปภาพที่แทรกใน ไมโครซอฟตเวิรด สังคมศึกษาฯ การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาขณะปฏิบัติงานรวมกับผูอื่น สุขศึกษาฯ การใชไมโครซอฟตเวิรดสรางตารางบันทึกผลการแขงขันทางกีฬา ศิลปะ การสังเกตลักษณะของรูปภาพที่แทรกในไมโครซอฟตเวิรดตาม หลักการทางศิลปะ ภาษาอังกฤษ การพิมพคําและขอความภาษาอังกฤษดวยไมโครซอฟตเวิรด 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนทบทวนการใชคําสั่งพื้นฐานและการพิมพขอความดวยไมโครซอฟตเวิรดดวยการ เปดคอมพิวเตอร เรียกใชไมโครซอฟตเวิรด แลวปฏิบัติตามขั้นตอนในการใชคําสั่งพื้นฐานและการพิมพ ขอความ 2. นักเรียนที่ปฏิบัติเสร็จกอน ชวยแนะนําเพื่อน ๆ ที่ยังทําไมเสร็จ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับรูปภาพ กลองขอความ และตารางในหัวขอการใชงานไมโครซอฟตเวิรด จากนั้นสาธิตการแทรกรูปภาพ กลองขอความ และตารางใหนักเรียนดู 2. นักเรียนดูการสาธิตของครูแลวปฏิบัติตามทีละขั้นตอน หากพบปญหาหรือปฏิบัติตามไมทัน ใหยกมือขึ้น เพื่อใหครูหยุดการสาธิตและรวมกันแกปญหา 3. ครูแจกตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรดใหนักเรียนพรอมบอกวา ตัวอยางการใชงาน ไมโครซอฟตเวิรดนี้มี 3 แบบ นักเรียนคนใดไดตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรดแบบใดใหใช ไมโครซอฟตเวิรดสรางตามแบบนั้นใหเหมือนมากที่สุด 4. นักเรียนใชไมโครซอฟตเวิรดสรางผลงานตามตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรดในแบบ ที่ตนเองไดรับ โดยนักเรียนที่ไดตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรดแบบเดียวกันใหปรึกษาและแนะนํา ซึ่งกันและกัน
75.
5. ครูสุมเลือกตัวแทนนักเรียนสาธิตวิธีการสรางผลงานตามตัวอยางการใชงานไมโครซอฟต- เวิรดแบบละ 1–2
คน 6. นักเรียนคนอื่นๆ ถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสรางผลงานตามความ สนใจ ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน(Post-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. นักเรียนรวมกันสรุปวาไมโครซอฟตเวิรดสามารถสรางผลงานไดหลากหลายและนาสนใจ ดวยการแทรกรูปภาพ กลองขอความ และตารางโดยมีขั้นตอนในการสรางดวยการคลิกเลือกคําสั่งที่แถบ เมนูและแถบเครื่องมือเปนหลัก ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนสรางผลงานตามตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรดใหครบทุกแบบ 2. นักเรียนสรางตารางเรียน ปฏิทิน หรือผลงานที่ตองใชรูปภาพ กลองขอความ และตารางดวย ไมโครซอฟตเวิรด ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนสามารถใชไมโครซอฟตเวิรดสรางผลงานที่ใชในชีวิตประจําวันได 2. นักเรียนสามารถแกปญหาที่พบในขณะสรางงานดวยไมโครซอฟตเวิรดได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนคนหาผลงานที่สรางจากไมโครซอฟตเวิรดแลวทดลองปฏิบัติตาม หากพบวิธีการ ใหม ๆ ที่ใชในการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดใหสรุปแลวแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อน 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนรวบรวมปญหาที่พบในการสรางผลงานจากไมโครซอฟตเวิรด คนหาวิธีการ แกปญหาดังกลาว แลวเปรียบเทียบกับเพื่อนวามีวิธีการแกปญหาเหมือนกันหรือไม อยางไร 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. เครื่องพิมพ 3. กระดาษขนาด A4 4. ตัวอยางการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 5. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับรูปภาพ กลอง ขอความ และตารางในไมโครซอฟตเวิรด
76.
6. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน
คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษา Hyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับรูปภาพ กลองขอความ และตารางในไมโครซอฟตเวิรด 7. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รานจําหนายซอฟตแวร คอมพิวเตอร 8. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูจําหนายซอฟตแวรคอมพิวเตอร ผูเชี่ยวชาญดานการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 9. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 10. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../.......... หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 16 ชั่วโมง ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ความรู สรางจิตสํานึกกอนสราง ผลงาน ตัวอยางการสรางผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด
77.
สรางสรรคผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด คุณธรรม จริยธรรม และคานิยม . มีเจตคติที่ดีตอการสรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด มีความรับผิดชอบ มีความคิดสรางสรรค มีมารยาทในการทํางาน ภาระงาน/ชิ้นงาน โตวาทีในญัตติ“จิตสํานึกดี สําคัญกวาผลงานเดน”
สรางนามบัตร บัตรอวยพร ใบประกาศ และรายงานดวย ไมโครซอฟตเวิรด จัดทํารายงานเรื่อง สรางสรรคผลงานดวย ไมโครซอฟตเวิรด ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการใชเทคโนโลยี ทักษะการแสวงหาขอมูล ทักษะการนําเสนองาน ทักษะการทํางานรวมกัน
78.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด ขั้นที่
1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. ผูสรางผลงานจะตองมีจิตสํานึกในการ สรางผลงานทุกประเภท 2. การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด ผูใชจะตองมีการเตรียมตัวดวยการรางแบบและหาก เปนการทํารายงานผูสรางจะตองคนหา รวบรวม และสรุปขอมูลกอนจัดทําผลงานดวยไมโครซอฟต เวิรด 3. การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดชิ้น เดียวกันอาจมีวิธีการสรางผลงานแตกตางกัน เนื่องจากไมโครซอฟตเวิรดมีคําสั่งที่หลากหลาย คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน – จิตสํานึกเกี่ยวของกับผูสรางผลงานอยางไร – การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด จะตองอาศัยหลักการอะไร – การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดชิ้น เดียวกันจําเปนจะตองมีขั้นตอนหรือวิธีการสราง ผลงานเหมือนกันหรือไม เพราะเหตุใด ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. คําที่ควรรูไดแกเอกสารอางอิง บทเรียน- คอมพิวเตอรชวยสอน และวัตถุ 2. ผูสรางผลงานจะตองใชซอฟตแวรที่ถูก กฎหมาย ไมสงเสริมการกระทําความผิด ไมคัดลอก และใชขอมูลของผูอื่นโดยไมไดรับอนุญาต รับผิดชอบตอผลงานของตนเอง มีเอกสารอางอิง และทําเอกสารสิ่งพิมพโดยคํานึงถึงสิ่งแวดลอม 3. การสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด จะตองใชเทคนิคการตั้งคาหนากระดาษ การพิมพ และการจัดรูปแบบตัวอักษร การสรางและตั้งคา กลองขอความ การสรางอักษรศิลป การแทรก การ สราง และการตั้งคารูปภาพ การเปลี่ยนขนาด รูปภาพ การจัดวางวัตถุ และการพิมพผลงาน 4. ผูสรางผลงานจะตองตรวจสอบผลงาน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความ เขาใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. บอกความสําคัญของการมีจิตสํานึกในการ สรางผลงานได 2. คนหาขอมูลทางดานการสรางจิตสํานึก กอนสรางผลงาน 3. อธิบายขั้นตอนในการสรางนามบัตร บัตรอวยพร ใบประกาศ และรายงานดวย ไมโครซอฟตเวิรด 4. สาธิตและสรางนามบัตร บัตรอวยพร ใบ ประกาศ และรายงานดวยไมโครซอฟตเวิรด
79.
กอนใชคําสั่งพิมพผลงานทุกครั้ง
80.
ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1.
ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – การถาม การตอบคําถาม การสาธิต และการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสรางผลงานดวย ไมโครซอฟตเวิรด – โตวาทีในญัตติ“จิตสํานึกดีสําคัญกวาผลงานเดน” – สรางนามบัตร บัตรอวยพร ใบประกาศ และรายงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – สาธิตวิธีการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – คนหา รวบรวม และสรุปขอมูลเพื่อจัดทํารายงานเรื่อง สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – การตอบคําถาม การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น – การสาธิต – การทดสอบ – การฝกปฏิบัติระหวางเรียน – การประเมินตนเองของนักเรียน เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – แบบบันทึกผลการอภิปราย – แบบประเมินผลงาน – แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน – แบบทดสอบประจําหนวยการเรียนรู – ใบงาน – แบบประเมินดานคุณธรรมจริยธรรมและคานิยม – แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ 3. สิ่งที่มุงประเมิน – ความสามารถในการอธิบายความรูใหผูอื่นเขาใจ – ความสามารถในการตอบคําถาม – ความสามารถในการสาธิตวิธีการสรางผลงาน – ความสามารถในการใชไมโครซอฟตเวิรด – พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเปนรายบุคคลและรายกลุม – การมีมารยาทในการทํางาน – การมีความรับผิดชอบ และความคิดสรางสรรค ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 สรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 4 ชั่วโมง (นามบัตร) แผนการจัดการเรียนรูที่ 10 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 4 ชั่วโมง (บัตรอวยพร) แผนการจัดการเรียนรูที่ 11 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 4 ชั่วโมง
81.
(ใบประกาศ) แผนการจัดการเรียนรูที่ 12 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด
2 ชั่วโมง (รายงาน)
82.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 สรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด เวลา 2 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ จิตสํานึก คือ ความรูสึกชอบในการกระทําสิ่งที่ถูกตองและความรูสึกผิดที่กระทําในสิ่งที่ไม ถูกตอง การสรางผลงานใด ๆ ก็ตาม ผูสรางผลงานจะตองมีจิตสํานึกโดยใชซอฟตแวรที่ถูกกฎหมาย ไม สรางผลงานที่สงเสริมการกระทําความผิด ไมคัดลอกและใชขอมูลของผูอื่นโดยไมไดรับอนุญาต รับผิดชอบตอผลงานที่ตนเองสราง มีเอกสารอางอิงและคํานึงถึงผลกระทบทางดานสิ่งแวดลอม 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ (ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกความสําคัญของการมีจิตสํานึกในการสรางผลงานได (K) 2. เห็นความสําคัญของการมีจิตสํานึกที่ดีในการสรางผลงาน(A) 3. คนหาขอมูลทางดานการสรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการตอบคําถาม และการสรุปผลการ วิเคราะหปญหา 2. ตรวจการทําแบบทดสอบ กอนเรียน(Pre-test) 1. สังเกตจากความตั้งใจและ ความรับผิดชอบในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2. สังเกตมารยาทในการ ทํางาน 1. สังเกตพฤติกรรมขณะ ปฏิบัติกิจกรรม 2. สังเกตทักษะการคนหา ขอมูล 5 สาระการเรียนรู สรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน 6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การตอบคําถาม การสรุป และการคัดลายมือเพื่อทําแผนพับ วิทยาศาสตร การสรางสรรคผลงานทางวิทยาศาสตรอยางมีจิตสํานึกตอสิ่งแวดลอม
83.
สังคมศึกษาฯ กฎหมายที่ดูแลและควบคุมการกระทําความผิดดานการสรางผลงาน สุขศึกษาฯ การประยุกตใชจิตสํานึกที่ดีในการแขงขันกีฬาประเภทตาง
ๆ ศิลปะ การใชศิลปะสงเสริมจิตสํานึกในการสรางผลงานในดานตาง ๆ
84.
7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1
ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนผลัดกันเลาประสบการณในการใชไมโครซอฟตเวิรดสรางผลงานในแผนการเรียนรู ที่ 7 การใชงานไมโครซอฟตเวิรด(รูปภาพ กลองขอความ และตาราง) 2. นักเรียนบันทึกปญหาที่พบจากการใชงานไมโครซอฟตเวิรดลงในกระดาษสําหรับบันทึก ขอมูล ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน(Pre-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับหัวขอสรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 3. นักเรียนรวมกันวิเคราะหปญหาที่พบจากการใชงานไมโครซอฟตเวิรดวาเปนปญหาที่เกิด จากการขาดจิตสํานึกในการสรางผลงานหรือไม อยางไร 4. อาสาสมัคร 3 คน ออกมาสรุปผลจากการวิเคราะหปญหาที่พบจากการใชงานไมโครซอฟต- เวิรดวามีปญหาขอใดบางที่เกิดจาการขาดจิตสํานึกในการสรางผลงาน 5. ครูแบงนักเรียนนอกเหนือจากที่เปนอาสาสมัครเปน2 กลุม จัดโตวาทีในญัตติ“จิตสํานึกดี สําคัญกวาผลงานเดน” โดยใหนักเรียนที่เปนอาสาสมัคร3 คนเปนกรรมการสมาชิกกลุมที่1 เปนฝาย เสนอ และใหกลุมที่ 2 เปนฝายคาน 6. นักเรียนรวมกันคนหาขอมูลเพื่อนํามาโตวาทีแลวสงตัวแทนเพื่อโตวาทีกลุมละ 3 คนโดย ใหนักเรียนอาสาสมัครทั้ง3 คน ชวยคนหาขอมูลตามความสนใจ 7. จัดการโตวาทีโดยใหตัวแทนกลุมคนแรกใชเวลา5 นาที และตัวแทนกลุมคนที่2 และ 3 ใช เวลาคนละ 3 นาทีโดยใหนักเรียนอาสาสมัครทั้ง 3 คนชวยจับเวลาและดูและความเรียบรอยในการโตวาที ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนนําขอมูลจากการโตวาทีมาสรุปความสําคัญของการมีจิตสํานึกในการสรางผลงาน 2. นักเรียนสรุปวา ผูสรางผลงานควรปฏิบัติตามกฎหมาย ไมทําใหผูอื่นเดือดรอน รับผิดชอบ ตอผลงานที่ตนเองสราง มีการจัดทําเอกสารอางอิงเมื่อใชผลงานของผูอื่น และคํานึงถึงสิ่งแวดลอม ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน นักเรียนรวมกันคิดแนวทางในการสรางผลงานอยางมีจิตสํานึกแลวคัดขอความดวยลายมือให สวยงามลงในกระดาษขนาด A4 ตกแตงใหสวยงาม แลวจัดทําเปนแผนพับใสในกลองหนาหองปฏิบัติการ คอมพิวเตอร เพื่อเผยแพรใหผูอื่นปฏิบัติตาม ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช
85.
1. นักเรียนนําแนวคิดในการสรางผลงานอยางมีจิตสํานึกไปสรางผลงานที่ดี 2. นักเรียนเผยแพรแนวคิดในการสรางผลงานอยางมีจิตสํานึกใหแกผูอื่น 8
กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายที่ใชกํากับและดูแลการสรางผลงาน 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนผลัดกันเลาประสบการณที่พบเห็นในการสรางผลงานอยางขาดจิตสํานึก แลว รวมกันเสนอแนะแนวทางแกปญหา 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. กระดาษสําหรับบันทึกขอมูล 2. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ และเอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสราง จิตสํานึกกอนสรางผลงาน 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ การสรางจิตสํานึกกอนสรางผลงาน 4. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรู หนวยงานของรัฐบาลที่กํากับดูแลเกี่ยวกับการสรางผลงาน 5. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศเจาหนาที่ ของรัฐบาลที่มีหนาที่กํากับดูแลเกี่ยวกับการสรางผลงาน 6. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 7. แบบฝกทักษะรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน)
86.
.........../......../..........
87.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(นามบัตร) สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ นามบัตรใชสําหรับแนะนําตนเองตอผูอื่น การสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรดจะตองใช เทคนิคการสรางและการตั้งคากลองขอความ การแทรกรูปภาพ การเปลี่ยนขนาดรูปภาพ การจัดวางและ การจัดกลุม การคัดลอก การวาง การจัดเรียง และการพิมพนามบัตร 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายขั้นตอนในการสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรดได(K) 2. มีความคิดสรางสรรคในการสรางนามบัตร (A) 3. ปฏิบัติการสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรด (P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการถามและการ ตอบคําถามในขณะปฏิบัติ กิจกรรม 2. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4 การสรางนามบัตร นามบัตร และกระดาษสําหรับราง แบบ 1. สังเกตความตั้งใจในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2. สังเกตการมีความคิด สรางสรรคในการสราง ผลงาน 1. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอรสรางนามบัตร 2. สังเกตทักษะการออกแบบ และการใชอุปกรณ คอมพิวเตอรรวมกับผูอื่น 5 สาระการเรียนรู สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – นามบัตร 6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การสะกดคํา การใชวรรคตอน และยอหนาขอความในนามบัตร
88.
คณิตศาสตร การคํานวณหากระดาษที่ตองใชตอจํานวนของนามบัตรที่ตองการ วิทยาศาสตร การศึกษาคุณสมบัติของกระดาษที่เหมาะสมสําหรับใชทํานามบัตร สุขศึกษาฯ
การใชนามบัตรสรางความสัมพันธอันดีกับผูอื่น ศิลปะ การใชหลักการทางศิลปะออกแบบนามบัตร ภาษาตางประเทศ การนําเสนอขอมูลของตนเองเปนภาษาอังกฤษบนนามบัตร 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. ครูแจกตัวอยางนามบัตรใหนักเรียนผลัดกันดู 2. นักเรียนรวมกันวิเคราะหวา หากตองสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรด จะตองใชความรู หรือเทคนิคใดในการสรางบาง ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับนามบัตร ในหัวขอตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดหนวย การเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยี สารสนเทศ ป. 5 2. ครูแจกกระดาษสําหรับรางแบบใหนักเรียนคนละ1แผน 3. นักเรียนรางแบบนามบัตรตามขั้นตอนที่นําเสนอในหนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงาน ดวยไมโครซอฟตเวิรด หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 แตเปลี่ยนขอมูลที่ นําเสนอในนามบัตรตามขอมูลและความตองการของนักเรียน 4. ครูสาธิตวิธีการสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรด1รอบ โดยนักเรียนสามารถยกมือขึ้น เพื่อใหครูหยุดการสาธิต และซักถามตามความสนใจระหวางที่ครูสาธิตจนจบ 5. นักเรียนสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรดตามแบบในกระดาษรางแบบ เมื่อเสร็จแลวให ยกมือขึ้นเพื่อใหครูตรวจสอบกอนดําเนินการตามขั้นตอนที่8การพิมพและการตัดแตงนามบัตร 6. นักเรียนสงกระดาษรางแบบและนามบัตรใหครู 1 ใบ แลวเก็บนามบัตรของตนเองไว 1 ใบ และนําไปแจกเพื่อนอีก6 คน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการสรางนามบัตรวา จะตองรางแบบในกระดาษสําหรับรางแบบกอนลง มือสรางดวยไมโครซอฟตเวิรด และตองตรวจสอบกอนสั่งพิมพ โดยกระดาษสําหรับพิมพนามบัตร 1 แผนสามารถสรางนามบัตรได 8 ใบ ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนทําใบงานที่4 การสรางนามบัตร 2. นักเรียนสรางนามบัตรของตนเองใหเพื่อนทุกคนในหองเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช
89.
1. นักเรียนออกแบบและสรางนามบัตรตามที่ออกแบบไวเพื่อนําไปใหผูอื่นได 2. นักเรียนสามารถสรางสรรคนามบัตรไดตามความตองการ 8
กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนทดลองใชงานแลวเปรียบเทียบการสรางนามบัตรดวยโปรแกรมสําเร็จรูปที่ใชทํา นามบัตรโดยเฉพาะกับการทํานามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรด 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนทดลองนํากระดาษประเภทอื่น ๆ มาใชทํานามบัตรเปรียบเทียบคุณสมบัติของ กระดาษที่ใชแตละชนิด แลวสรุปวากระดาษประเภทใดทํานามบัตรไดดีที่สุด 9 สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. เครื่องพิมพ 3. วัสดุและอุปกรณในการทํานามบัตร 4. ตัวอยางนามบัตร 5. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสราง นามบัตรดวยไมโครซอฟต 6. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟต 7. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รานจําหนายนามบัตร 8. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูจําหนายนามบัตร ผูเชี่ยวชาญดานการใชไมโครซอฟตเวิรด 9. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 10. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล.............................................................................................................
90.
4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
91.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 10 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(บัตรอวยพร) สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ บัตรอวยพรหรือการดใชสําหรับสงขอมูลเพื่อแสดงความรูสึกในโอกาสตาง ๆ การสรางบัตรอวย พรดวยไมโครซอฟตเวิรดจะตองใชเทคนิคการตั้งคาหนากระดาษ การสรางอักษรศิลป การแทรกรูปภาพ การสรางรูปรางอัตโนมัติ การสรางขอความ การจัดวางวัตถุ และการพิมพบัตรอวยพร 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายขั้นตอนในการสรางบัตรอวยพรดวยไมโครซอฟตเวิรดได (K) 2. มีความรับผิดชอบและมีมารยาทในการทํางาน (A) 3. ปฏิบัติการสรางบัตรอวยพรดวยไมโครซอฟตเวิรด(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการสาธิตวิธีการ สรางบัตรอวยพร การถาม และการตอบคําถาม 2. ตรวจผลงานการสรางบัตร อวยพร 1. สังเกตจากความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม 2. สังเกตการมีมารยาทในการ ทํางาน 1. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอรสราง บัตรอวยพร 2. สังเกตทักษะการแกปญหา ในขณะปฏิบัติกิจกรรม 5 สาระการเรียนรู สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – บัตรอวยพร 6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การถาม การตอบคําถาม และการแตงบทรอยกรองคําอวยพร
92.
คณิตศาสตร การคํานวณหาพื้นที่ของบัตรอวยพร วิทยาศาสตร การเลือกใชวัสดุตาง
ๆ เพื่อตกแตงบัตรอวยพรเพิ่มเติม สังคมศึกษาฯ การสรางบัตรอวยพรที่สงเสริมวัฒนธรรมทองถิ่น สุขศึกษาฯ การใชบัตรอวยพรสงเสริมใหครอบครัวอบอุน ศิลปะ การออกแบบและการเลือกใชสีในการสรางบัตรอวยพร ภาษาตางประเทศ การใชประโยคภาษาอังกฤษเขียนคําอวยพร 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. แบงนักเรียนเปน2 กลุม แตละกลุมยืนจับ มือแลวลอมกันเปนวงกลม 2 วง โดยใหนักเรียนหัน หนาเขาหากัน 2. ครูเปดเพลงใหนักเรียนเตนตามจังหวะเพลงโดยขยับตัวไปทางขวามือของตนเอง (นักเรียน จะเตนตามจังหวะสวนทางกัน) 3. ครูปดเพลงใหนักเรียนหยุดเตน สมาชิกกลุมที่1 ยืนตรงกับสมาชิกกลุมที่ 2 คนใดใหจับคูกัน 4. นักเรียนแตละคูแลกเปลี่ยนเลาประสบการณในการไดรับบัตรอวยพร ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูแจกตัวอยางบัตรอวยพรในรูปแบบตาง ๆ ใหนักเรียนดูและรวมกันวิเคราะหวิธีการสราง บัตรอวยพรดวยไมโครซอฟตเวิรด 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับบัตรอวยพร ในหัวขอตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 3. ครูแจกกระดาษสําหรับรางแบบใหนักเรียนคนละ1แผน 4. นักเรียนรางแบบบัตรอวยพรตามขั้นตอนที่นําเสนอในหนวยการเรียนรูที่4สรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 แตเปลี่ยนขอมูลที่ นําเสนอในบัตรอวยพรใหเปนวันเกิดของเพื่อนที่นักเรียนจับคูไดจากกิจกรรมการเตนตามจังหวะ 5. ตัวแทนนักเรียน1–2 คน สาธิตวิธีการสรางบัตรอวยพรดวยไมโครซอฟตเวิรด ถาขั้นตอนใด ไมสามารถปฏิบัติไดใหครูชวยแนะนํา 6. นักเรียนสรางบัตรอวยพรดวยไมโครซอฟตเวิรดตามแบบในกระดาษรางแบบ เมื่อเสร็จแลว ใหยกมือขึ้น เพื่อใหครูตรวจสอบกอนสั่งพิมพ 7. นักเรียนแลกเปลี่ยนบัตรอวยพรกับคูของตน แลวตรวจสอบบัตรอวยพรตามกระดาษราง แบบวาเหมือนกันหรือไม อยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป กลุมที่ 1 กลุมที่ 2
93.
นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการสรางบัตรอวยพรวา จะตองรางแบบในกระดาษสําหรับรางแบบกอน ลงมือสรางดวยไมโครซอฟตเวิรด และตองตรวจสอบกอนสั่งพิมพ
โดยบัตรอวยพร1 ใบสามารถสรางได บนกระดาษสําหรับพิมพบัตรอวยพร 1 แผน ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนสรุปขอผิดพลาดที่ทําใหบัตรอวยพรไมเหมือนกับที่รางในกระดาษรางแบบ แลว คนหาวิธีการแกไข 2. นักเรียนรวบรวมบัตรอวยพรที่สรางขึ้นจัดปายนิทรรศการนําเสนอผลงานของนักเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนออกแบบและสรางบัตรอวยพรตามที่ออกแบบไวเพื่อนําไปใหผูอื่น 2. นักเรียนสามารถสรางสรรคบัตรอวยพรใหกับสมาชิกในครอบครัว 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนรวบรวมรูปแบบของบัตรอวยพรในโอกาสตาง ๆ ออกแบบบัตรอวยพรในรูปแบบ อื่น ๆ แลวทดลองสรางดวยไมโครซอฟตเวิรด 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนออกแบบและสรางบัตรอวยพรในโอกาสตาง ๆ ดวยไมโครซอฟตเวิรดใหกับสมาชิก ในครอบครัว 9 สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. เครื่องพิมพ 3. วัสดุและอุปกรณในการทําบัตรอวยพร 4. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสรางบัตร อวยพรดวยไมโครซอฟต 5. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการสรางบัตรอวยพรดวยไมโครซอฟต 6. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รานจําหนายบัตรอวยพร 7. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการผูเชี่ยวชาญดานการใชไมโครซอฟตเวิรด 8. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 9. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด
94.
10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2.
ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
95.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 11 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(ใบประกาศ) สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ ใบประกาศเปนเอกสารสิ่งพิมพที่ใชสําหรับเผยแพรขอมูลในที่สาธารณะ ขอความในใบประกาศ จึงควรมีขนาดใหญ กระชับ เขาใจงาย และสะดุดตา การสรางใบประกาศดวยไมโครซอฟตเวิรดจะตองใช เทคนิคการตั้งคาหนากระดาษ การพิมพขอความและจัดรูปแบบตัวอักษร การแทรกรูปภาพ การสราง รูปภาพอัตโนมัติ และการพิมพใบประกาศ 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายขั้นตอนในการสรางใบประกาศดวยไมโครซอฟตเวิรดได (K) 2. มีความรับผิดชอบตอการสรางและติดใบประกาศ (A) 3. ปฏิบัติการสรางใบประกาศดวยไมโครซอฟตเวิรด(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตจากการถาม การตอบ การแสดงความคิดเห็น และ การสาธิตวิธีการสรางผลงาน 2. ตรวจใบรางแบบและผลงาน ใบประกาศ 1. สังเกตจากความรับผิดชอบ ในการสรางใบประกาศ 2. สังเกตการยอมรับการ ตัดสินใจของผูอื่น 3. สังเกตความกระตือรือรนใน การปฏิบัติกิจกรรม 1. สังเกตทักษะในการวิเคราะห และคัดเลือกผลงาน 2. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอร 5 สาระการเรียนรู สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – ใบประกาศ
96.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การใชสํานวนที่เปนคําพังเพยและสุภาษิตในใบประกาศ คณิตศาสตร
การหาจํานวนสมาชิกตามหัวขอในการสรางใบประกาศ วิทยาศาสตร การทดลองความแข็งแรงของกระดาษที่ใชสรางใบประกาศ สังคมศึกษาฯ การสรางใบประกาศเผยแผพระพุทธศาสนา สุขศึกษาฯ การมีน้ําใจนักกีฬาในการเคารพการตัดสินของคนหมูมาก ศิลปะ การคัดเลือกใบประกาศตามหลักการทางศิลปะ ภาษาตางประเทศ การใชประโยคภาษาอังกฤษดึงดูดความสนใจในใบประกาศ 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. ครูถามวา ระหวางการเดินทางจากบานมาโรงเรียน นักเรียนพบประกาศอะไรบาง 2. นักเรียนรวมกันตอบคําถามครู ครูสุมเลือกตัวแทนนักเรียน 1–2 คน ออกมารางแบบ ใบประกาศที่พบบนกระดานดํา ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับใบประกาศ ในหัวขอตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 2. ครูถามนักเรียนวา ใบประกาศที่ดี ควรมีลักษณะอยางไร โดยในระหวางที่นักเรียนวิเคราะห และหาคําตอบอยูนั้น ใหครูแบงกระดานดําเปน 4 สวนแตละสวนเขียนหัวขอในการทําใบประกาศ ดังนี้ สวนที่ 1: ใบประกาศของหาย สวนที่ 3: ใบประกาศประชาสัมพันธ สวนที่ 2: ใบประกาศสมัครงาน สวนที่ 4: ใบประกาศใหรวมกิจกรรม 3. นักเรียนยกมือขึ้นเมื่อไดรับสัญญาณจากครูจึงตอบคําถาม ใครตอบคําถามไดกอนใหไป เขียนชื่อตนเองในชองใบประกาศบนกระดานดํา ครูคอยตรวจสอบใหมีนักเรียนทําใบประกาศเทากันทุก สวน 4. นักเรียนรางแบบใบประกาศตามขั้นตอนที่นําเสนอในหนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 แตเปลี่ยนขอมูลที่ นําเสนอในใบประกาศใหเปนขอมูลตามหัวขอในสวนที่ตนเองลงชื่อไวบนกระดานดํา 5. นักเรียนจับกลุมสมาชิกที่สรางใบประกาศในหัวขอเดียวกัน แลวนําใบรางแบบของสมาชิก เปรียบเทียบและคัดเลือกใบประกาศที่สวยงามที่สุด1 แบบ 6. ตัวแทนกลุมออกมาสาธิตวิธีการสรางใบประกาศดวยไมโครซอฟตเวิรด ถาขั้นตอนใดไม สามารถปฏิบัติไดใหครูชวยแนะนํา
97.
7. นักเรียนซักถามวิธีการสรางใบประกาศ แลวปฏิบัติตามขั้นตอนการสรางใบประกาศ4 หัวขอตามที่ตัวแทนกลุมออกมาสาธิต ขั้นที่
3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนรวมกันสรุปลักษณะของใบประกาศที่ดีวา ตัวอักษรควรมีขนาดใหญ มีภาพประกอบ ชัดเจน ขอความกระชับ เขาใจงาย และสะดุดตา 2. นักเรียนสรุปวิธีการสรางใบประกาศวา มีเทคนิคแตกตางจากการสรางนามบัตรและบัตรอวย พร ตั้งการรางแบบ การตั้งคาหนากระดาษและการพิมพใบประกาศ ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนสรางใบประกาศตามที่ตนเองไดออกแบบไวในใบรางแบบ 2. นักเรียนทดลองสรางใบประกาศที่ตนเองพบหรือที่เขียนไวบนกระดานดํา หากพบเทคนิค นอกเหนือจากที่เคยปฏิบัติใหนําความรูนั้นมาแลกเปลี่ยนกันศึกษากับเพื่อน ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนสามารถสรางใบประกาศตามการสาธิตของผูอื่นได 2. นักเรียนสามารถสรางใบประกาศตาง ๆ ตามความตองการได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนทําดรรชนีลักษณะตัวอักษรของไมโครซอฟตเวิรดที่ติดตั้งในคอมพิวเตอรของ นักเรียน จากนั้นพิมพออกมาเปนเอกสารเพื่อใชในการเปรียบเทียบและออกแบบผลงานที่สรางจาก ไมโครซอฟตเวิรด 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนคนหาขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่สามารถนําใบประกาศไปติดเพื่อเผยแพรขอมูลได เชน ปายประกาศของโรงเรียน บอรดหนาชั้นเรียน 9 สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. เครื่องพิมพ 3. วัสดุและอุปกรณในการทําใบประกาศ 4. สื่อสิ่งพิมพ เชน หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสราง นามบัตรดวยไมโครซอฟต 5. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการสรางใบประกาศดวยไมโครซอฟต
98.
6. สถานที่ เชน
พิพิธภัณฑวิทยาศาสตร ศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเชี่ยวชาญดานการใชไมโครซอฟตเวิรด 8. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 9. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด
99.
10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2.
ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../..........
100.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 12 ตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(รายงาน) สาระที่ 3
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 หนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด เวลา 4 ชั่วโมง 1 สาระสําคัญ รายงาน คือเอกสารสิ่งพิมพที่เกิดจากการรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลที่นาเชื่อถือมาสรุปและ นําเสนอในรูปแบบที่เปนรูปเลม รายงานทั่วไปจะประกอบดวยปกหนา ปกใน คํานํา สารบัญ เนื้อหา และ อางอิง การสรางรายงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจะตองใชเทคนิคการตั้งคาหนากระดาษ การตั้งแท็บ การ เรียงลําดับและสัญลักษณแสดงหัวขอยอย การแทรกหมายเลขหนา และการพิมพรายงาน 2 ตัวชี้วัดชั้นป สรางงานเอกสารเพื่อใชประโยชนในชีวิตประจําวันดวยความรับผิดชอบ(ง 3.1 ป. 5/2) 3 จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายขั้นตอนในการทํารายงานดวยไมโครซอฟตเวิรดได (K) 2. มีความรับผิดชอบและมีความสรางสรรคในการทํางาน (A) 3. มีทักษะในการทํารายงานดวยไมโครซอฟตเวิรด(P) 4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตการถาม การตอบ การ นําเสนอ และการแสดงความ คิดเห็น 2. ตรวจรายงานเรื่อง สรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 3. ตรวจการทําแบบทดสอบ หลังเรียน (Post–test) 1. สังเกตจากความรับผิดชอบ และความคิดสรางสรรคใน การทํางาน 2. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนจากแบบประเมิน ดานคุณธรรม จริยธรรม และ คานิยม 1. สังเกตทักษะในการใช คอมพิวเตอรสรางรายงาน 2. สังเกตทักษะการปฏิบัติงาน รวมกับผูอื่น 3. ประเมินพฤติกรรมของ นักเรียนจากแบบประเมิน ดานทักษะ/กระบวนการ 5 สาระการเรียนรู สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด – รายงาน
102.
6 แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย การตอบคําถาม
การแสดงความคิดเห็น การสรุปขอมูล การนําเสนอ ในรูปแบบรายงาน คณิตศาสตร การคํานวณจํานวนกระดาษที่ใชทํารายงาน วิทยาศาสตร การศึกษาคุณสมบัติของกระดาษที่ใชทํารายงาน สังคมศึกษาฯ การปฏิบัติตามบทบาทและหนาที่ของตนเองในการทํางานกลุม ศิลปะ การเลือกใชรูปภาพที่เหมาะสมประกอบในการทํารายงาน ภาษาตางประเทศ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคําศัพทภาษาอังกฤษที่ใชในการสราง ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด 7 กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นนําเขาสูบทเรียน 1. นักเรียนผลัดกันนําเสนอผลงานที่สรางดวยไมโครซอฟตเวิรดที่ไดสรางในแผนการจัดการ เรียนรูที่ 9–11 ไดแก นามบัตร บัตรอวยพรและใบประกาศ 2. ครูใหอาสาสมัครนักเรียน3 คน ปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ คนที่ 1 สาธิตวิธีการสรางนามบัตร คนที่ 2 สาธิตวิธีการสรางบัตรอวยพร คนที่ 3 สาธิตวิธีการสรางใบประกาศ 3. นักเรียนคนอื่นๆ ดูการสาธิตของเพื่อน ทบทวนโดยเปรียบเทียบการสาธิตของอาสาสมัคร กับการสรางผลงานของตนเอง แลวแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับรายงาน ในหัวขอตัวอยางการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด หนวย การเรียนรูที่4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยี สารสนเทศ ป. 5 2. อาสาสมัครรวบรวมสมาชิกกลุมจากนักเรียนคนอื่นๆ ครูตรวจสอบใหสมาชิกของแตละ กลุมมีจํานวนใกลเคียงหรือเทากัน 3. ครูบอกใหสมาชิกแตละกลุมทํารายงานเรื่อง สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด โดยมี เงื่อนไขดังตอไปนี้ 3.1 รายงานจะตองมีปกหนา ปกใน คํานํา สารบัญ เนื้อหา อางอิง และมีจํานวนไมนอยกวา 20 แผน 3.2 มีหัวขอหลัก ไดแก การสรางนามบัตร การสรางบัตรอวยพร การสรางใบประกาศและ ปญหาและแนวทางการแกปญหาในการใชงานไมโครซอฟตเวิรด 3.3 มีหัวขอรองที่นักเรียนกําหนดเองอยางนอย 3 หัวขอ
103.
3.4 มีการใชคําสั่งแท็บ คําสั่งเรียงลําดับและสัญลักษณแสดงหัวขอยอย
และคําสั่งแทรก หมายเลขหนา 3.5 มีการใชรูปภาพประกอบการทํารายงาน 4. นักเรียนรวมกันซักถามเกี่ยวกับวิธีการทํารายงานจนเขาใจ จากนั้นสมาชิกแตละกลุมรวมกัน แบงงาน คนหาขอมูลเพิ่มเติม และจัดทํารายงานตามเงื่อนไขที่กําหนด 5. ครูตรวจสอบรายงานกอนใหนักเรียนพิมพรายงานในรูปแบบสิ่งพิมพ จากนั้นใหตัวแทน กลุมออกมานําเสนอรายงานหนาชั้นเรียน 6. นักเรียนคนอื่นๆ ซักถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทํารายงาน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน(Post-test) จํานวน 10 ขอ เวลา 10 นาที 2. นักเรียนสรุปวิธีการทํารายงานวา เปนการรวบรวมความรูทั้งหมดมาสรุปและนําเสนอใน รูปแบบที่เปนรูปเลม ขั้นที่ 4 ขั้นฝกฝนนักเรียน 1. นักเรียนเปรียบเทียบรายงานของกลุมตนเองกับรายงานของกลุมเพื่อนวาเหมือนหรือแตกตาง กันอยางไร และมีสิ่งใดที่เพื่อนมีและนักเรียนไมมี แลวแกไขปรับปรุงรายงานนั้นตามความเหมาะสม 2. นักเรียนทํารายงานของตนเองเกี่ยวกับหัวขอที่สนใจ จากนั้นแลกเปลี่ยนกับเพื่อนเพื่อ ตรวจสอบเบื้องตนเกี่ยวกับขอมูลที่นําเสนอ คําถูกคําผิด และความนาสนใจของขอมูลกอนสงใหครู ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ขั้นที่ 5 ขั้นนําไปใช 1. นักเรียนนําเสนอวิธีการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดในรูปแบบของรายงานได 2. นักเรียนทํารายงานดวยไมโครซอฟตเวิรดในเรื่องที่สนใจได 8 กิจกรรมเสนอแนะ 1. กิจกรรมสําหรับกลุมสนใจพิเศษ นักเรียนคนหาคําสั่งเพื่อใชงานไมโครซอฟตเวิรดในดานตาง ๆแลวทําเปนแผนผังความคิด จากนั้นแลกเปลี่ยนกันศึกษาขอมูลกับเพื่อน 2. กิจกรรมสําหรับฝกทักษะเพิ่มเติม นักเรียนแลกเปลี่ยนเทคนิคการสรางผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรดจากประสบการณของ ตนเองกับเพื่อน ๆ 9 สื่อ/แหลงเรียนรู 1. คอมพิวเตอรที่ติดตั้งไมโครซอฟตเวิรด 2. เครื่องพิมพ 3. วัสดุและอุปกรณในการทํารายงาน
104.
4. สื่อสิ่งพิมพ เชน
หนังสือ บทความ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสราง นามบัตรดวยไมโครซอฟต 4. สื่ออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอรชวยสอน เว็บไซตทางการศึกษาHyperbook ที่นําเสนอ เกี่ยวกับการสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟต 5. สถานที่ เชน พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรศูนยวิทยาศาสตรเพื่อการศึกษากระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ศูนยการเรียนรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 6. บุคคล เชน ผูปกครอง ครู นักวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเชี่ยวชาญดานการใชไมโครซอฟตเวิรด 7. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพวัฒนาพานิช จํากัด 8. แบบฝกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 บริษัท สํานักพิมพ วัฒนาพานิช จํากัด 10 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 1. ความสําเร็จในการจัดการเรียนรู.......................................................................... แนวทางการพัฒนา............................................................................................ 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู.................................................................... แนวทางแกไข................................................................................................... 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน................................................................................... เหตุผล............................................................................................................. 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู...................................................................... ลงชื่อ........................................(ผูสอน) .........../......../.......... ตอนที่ 3 เอกสาร/ความรูเสริมสําหรับครู เอกสาร/ความรูเสริมสําหรับครู ประกอบดวยสวนตาง ๆ ดังนี้ 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2. ตัวชี้วัดชั้นปและสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและ เทคโนโลยี สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 3. กระบวนการจัดการเรียนรูที่ใชในกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
105.
4. แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) 5.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรูแบบBackward Design 6. รูปแบบแผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมง 7. ใบความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ 8. ใบงาน เทคโนโลยีสารสนเทศป. 5 9. เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – แบบทดสอบกอนและหลังเรียน – แบบทดสอบปลายป – แบบบันทึกความรู – แบบบันทึกผลการสํารวจ – แบบบันทึกผลการอภิปราย – แบบประเมินคุณภาพของชิ้นงาน – แบบประเมินการนําเสนอผลงาน (รายบุคคล/กลุม) 10. เครื่องมือประเมินผลการเรียนรูดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม 11. เครื่องมือประเมินผลการเรียนรูดานทักษะ/กระบวนการ 12. เครื่องมือประเมินสมรรถนะทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และภาระงานของนักเรียนโดยใชมิติ คุณภาพ (Rubrics) – แบบประเมินแฟมสะสมผลงาน (Portfolio) – แบบประเมินโครงงาน – แบบประเมินการนําเสนอผลงาน
106.
สาระและมาตรฐานการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีสาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ง 3.1 เขาใจ เห็นคุณคา และใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคน ขอมูล การเรียนรู การสื่อสาร การแกปญหา การทํางาน และอาชีพอยางมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและมีคุณธรรม 2. เรียนรูอะไรในการงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี มุงพัฒนาผูเรียนแบบองครวม เพื่อใหมีความรู ความสามารถ มีทักษะในการทํางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาตอไดอยางมี ประสิทธิภาพ โดยมีสาระสําคัญเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดตอสื่อสาร การคนหา ขอมูล การใชขอมูลและสารสนเทศ การแกปญหาหรือการสรางงาน คุณคา และผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร
107.
ตัวชี้วัดชั้นปและสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ป. 5 ตัวชี้วัดชั้นป สาระการเรียนรูแกนกลาง 1. คนหา รวบรวมขอมูลที่ สนใจ และเปน ประโยชนจาก แหลงขอมูลตาง ๆ ที่ เชื่อถือไดตรงตาม วัตถุประสงค การดําเนินการเพื่อใหไดขอมูลตามวัตถุประสงค มีขั้นตอนดังนี้ – กําหนดวัตถุประสงคและความตองการของสิ่งที่สนใจเพื่อกําหนด ขอมูลที่ตองการคนหา – วางแผนและพิจารณาเลือกแหลงขอมูลที่มีความนาเชื่อถือ – กําหนดหัวขอของขอมูลที่ตองการคนหา เตรียมอุปกรณที่ตองใชใน การคนหา บันทึกและเก็บขอมูล – คนหาและรวบรวมขอมูล – พิจารณาเปรียบเทียบ ตัดสินใจ – สรุปผลและจัดทํารายงานโดยมีการอางอิงแหลงขอมูล – เก็บรักษาขอมูลใหพรอมใชงานตอไป 2. สรางงานเอกสารเพื่อใช ประโยชนใน ชีวิตประจําวันดวย ความรับผิดชอบ การใชซอฟตแวรประมวลคําขั้นพื้นฐานเชน การสรางเอกสารใหม การ ตกแตงเอกสาร การบันทึกงานเอกสาร การสรางงานเอกสาร เชน บัตรอวยพร ใบประกาศ รายงาน โดยมีการ อางอิงแหลงขอมูล ใชคําสุภาพและไมกอใหเกิดความเสียหายตอผูอื่น
108.
กระบวนการจัดการเรียนรูที่ใชในกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีเปนกลุมสาระที่ชวยพัฒนาใหนักเรียนมีความรู ความเขาใจ มีทักษะพื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิต และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง
สามารถนําความรู เกี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใชประโยชนในการทํางานอยางมีความคิดสรางสรรค เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทํางาน มีเจตคติที่ดีตอการทํางาน และสามารถดํารงชีวิตอยูใน สังคมไดอยางเพียงพอและมีความสุข วิธีการหรือเทคนิคที่นํามาใชในกระบวนการจัดการเรียนรูมีอยูหลาย วิธี แตละวิธีจะมีประสิทธิผลในการสรางความรู เจตคติ ทักษะ และประสบการณที่แตกตางกันออกไป ดังนั้นในการพิจารณาเลือกวิธีการใดมาใช ครูตองวิเคราะหตัวชี้วัดและสาระการเรียนรูแกนกลางกอนวา ตองการใหนักเรียนเกิดพฤติกรรมใด ในระดับใด จึงจะนํามาปรับใชใหเหมาะสมกับนักเรียน ทั้งนี้เพื่อให การเรียนรูของนักเรียนบรรลุตามจุดประสงคการเรียนรูที่กําหนด ในคูมือครู แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ ไดบูรณาการเทคนิควิธีการจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับ สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไวเพื่อให ครูเลือกใชใหเหมาะสมกับเนื้อหาที่สอน ซึ่งแตละวิธีการจัดการเรียนรูมีสาระพอสังเขป ดังนี้ 1. ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะกระบวนการทํางานเปนการลงมือทํางานดวยตนเอง โดยมุงเนนการฝกวิธีการทํางาน อยางสม่ําเสมอ ทั้งการทํางานเปนรายบุคคลและการทํางานเปนกลุม เพื่อใหสามารถทํางานไดบรรลุ เปาหมาย โดยขั้นตอนของกระบวนการทํางานมีดังนี้ 1) การวิเคราะหงาน นักเรียนแตละคนหรือแตละกลุมจะตองศึกษารายละเอียดของงานที่จะ ทําวามีลักษณะอยางไร มีรายละเอียดปลีกยอยอยางไรบาง เพื่อนําขอมูลเหลานี้ไปใชในการกําหนด วัตถุประสงค การเตรียมวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือในการทํางาน พรอมกับกําหนดวิธีการทําในขั้นการ วางแผนในการทํางาน 2) การวางแผนในการทํางาน นักเรียนแตละคนหรือแตละกลุมควรรวมกันวางแผนการ ทํางาน เพื่อกําหนดแนวทางในการปฏิบัติงานไวลวงหนาวาจะทําอะไร ทําเมื่อไร ทําวิธีใด ใครเปนผูทํา กําหนดงานเสร็จเมื่อใด แลวจึงกําหนดภาระงานหรือหนาที่ความรับผิดชอบของแตละคน ไดแก รายการ งานที่ตองปฏิบัติ เวลาปฏิบัติงาน และผูรับผิดชอบ 3) การปฏิบัติงาน เมื่อนักเรียนแตละคนหรือแตละกลุมไดรับมอบหมายหนาที่และความ รับผิดชอบแลวใหลงมือปฏิบัติงานจริงตามแผนที่วางไว 4) การประเมินผลการทํางาน หลังจากนักเรียนแตละคนหรือแตละกลุมปฏิบัติงานเสร็จ แลวใหรวมกันตรวจสอบผลการปฏิบัติงานวาเปนไปตามแผนที่วางไวหรือไม ผลงานมีขอดีหรือ ขอบกพรองอยางไร และควรปรับปรุงผลงานสวนใดบาง ถาพบขอบกพรองในสวนใดจะตองรวมกันหา วิธีการปรับปรุงแกไขทันที 2. ทักษะกระบวนการเทคโนโลยี
109.
กระบวนการเทคโนโลยี เปนกระบวนการที่เกี่ยวของกับการคิดแกปญหา การคิดริเริ่ม สรางสรรค
การออกแบบ เพื่อนําไปสูการประดิษฐ การสรางสิ่งของเครื่องใช อุปกรณ และผลิตภัณฑซึ่ง เปนการปฏิบัติที่ทําใหมนุษยใชสอยประโยชนไดตามความตองการ และชวยเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการ ทํากิจกรรมตาง ๆ อีกดวย กระบวนการเทคโนโลยีมี 6 ขั้นตอนดังนี้ 1) การกําหนดปญหาหรือความตองการ โดยใหนักเรียนศึกษาและกําหนดปญหาที่ตองการ แกไข หรือกําหนดความตองการที่จะสรางสิ่งตาง ๆ โดยการรวมกันแสดงความคิดเห็นแลวคัดเลือกปญหา หรือความตองการที่แทจริงและชัดเจนเพื่อนํามาตั้งเปนวัตถุประสงค 2) การรวบรวมขอมูล เปนขั้นตอนที่นักเรียนรวมกันสํารวจ คนหา หรือแสวงหาขอมูลแลว รวบรวมขอมูลตาง ๆ นํามาสรางทางเลือกหลาย ๆ ทางเลือกเพื่อนําไปสูการแกปญหา 3) การเลือกวิธีการแกปญหา เปนการพิจารณาทางเลือกแตละทางเลือกวา มีขอดีและขอเสีย อยางไรบาง การนําทางเลือกนี้มาใชแกปญหาจะทําไดหรือไมแลวจึงตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด 4) การออกแบบและปฏิบัติ เปนการใหนักเรียนรวมกันนําทางเลือกที่ไดเลือกไวแลวมา ลําดับความคิดเพื่อกําหนดแนวทางการแกปญหาหรือเพื่อสรางชิ้นงาน และถายทอดความคิดออกมาเปน ภาพที่มีรายละเอียด โดยใชความรูดานการออกแบบเขียนเปนภาพราง 3 มิติ หรือแผนที่ความคิด จากนั้นจึง ลงมือปฏิบัติการสรางตามขั้นตอนของการออกแบบจนสําเร็จเปนชิ้นงาน 5) การประเมินผล เปนการตรวจสอบประสิทธิภาพของชิ้นงานที่สรางหรือประดิษฐเสร็จ แลว โดยใหนักเรียนนําชิ้นงานไปทดลองใช แลวประเมินผลการใชงานวา มีขอบกพรองหรือไม อยางไร 6) การปรับปรุงหรือพัฒนา เปนการใหนักเรียนนําขอบกพรองของชิ้นงานหรือปญหาที่พบ มาดําเนินการปรับปรุงแกไขใหดีขึ้น หรือนําผลงานที่ดีแลวมาพัฒนาใหมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น 3. ทักษะการจัดการ ทักษะการจัดการเปนความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงาน (ทํางานเปนรายบุคคล) และ จัดระบบคน (ทํางานเปนกลุม) เพื่อใหทํางานสําเร็จตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะการจัดการ เปนวิธีการหรือรูปแบบในการปฏิบัติงานเพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดซึ่งประกอบดวยขั้นตอนตอไปนี้ 1) การตั้งเปาหมาย เปนการกําหนดวาสิ่งที่กลุมหรือองคกรตองการคืออะไร แตละกลุม หรือองคกรจะตองมีเปาหมายเดียวกัน ซึ่งเปาหมายจะมีทั้งเปาหมายระยะสั้นและระยะยาว และเปาหมายที่ ตั้งขึ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได 2) การวิเคราะหทรัพยากร เปนการใหพิจารณาวาทรัพยากรที่มีอยู ไดแก คน วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ งบประมาณ และเวลา จะสามารถทําใหบรรลุเปาหมายที่ตั้งไวหรือไม ถามีทรัพยากรใดไม เพียงพอจะตองรีบจัดหาทรัพยากรนั้นมาเตรียมไวใหพรอมและเพียงพอ 3) การวางแผนและการกําหนดทรัพยากร เปนการใหนักเรียนกําหนดกิจกรรมไวลวงหนา วาจะตองทําอะไร สิ่งใดบาง เพื่อใหบรรลุเปาหมายที่ตั้งไว โดยใชทรัพยากรที่มีอยูใหเหมาะสม และใชให เกิดประโยชนสูงสุด ไดแก การจัดคนทํางานในหนาที่ตาง ๆ การคนหาหรือจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ และ
110.
เครื่องมือเพิ่มเติม การจัดสรรเงิน เพื่อใชในการดําเนินงานดานตาง
ๆ รวมทั้งการบริหารเวลาในการทํางาน เพื่อใหงานเสร็จตามกําหนด 4) การปฏิบัติตามแผนและการปรับแผน โดยใหนักเรียนแตละคนหรือแตละกลุมตองลงมือ ปฏิบัติงานตามแผนและควบคุมใหเปนไปตามแผนที่วางไวดวย แตถาพบปญหาในขณะที่ปฏิบัติงาน อาจมี การปรับเปลี่ยนแผนที่วางไว เพื่อหลีกเลี่ยงปญหาหรือขอบกพรองที่อาจจะเกิดขึ้นได 5) การประเมินผล เปนการตรวจสอบเพื่อใหทราบวาการปฏิบัติงานของตนเองหรือกลุม บรรลุเปาหมายที่กําหนดไวหรือไม ซึ่งการประเมินผลนั้นสามารถทําไดในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ตามแผน ถาประสบความสําเร็จเร็วก็แสดงใหเห็นวาการจัดการของกลุมเปนการจัดการที่ดี แตถาไม ประสบผลสําเร็จกลุมจะตองนําปญหาหรือขอบกพรองเหลานั้นมาปรับปรุงแกไข เพื่อใชเปนแนวทางใน การปฏิบัติงานในครั้งตอไป
111.
4. การสาธิต การสาธิตเปนวิธีการสอนเพื่อใหนักเรียนเกิดการเรียนรูตามเปาหมายที่กําหนด โดยครูแสดง หรือทําสิ่งที่ตองการใหนักเรียนเรียนรู
แลวนักเรียนสังเกต ซักถาม อภิปราย และสรุปความรูที่ไดจากการ เรียนรู ซึ่งมีวิธีการดังนี้ 1) การเตรียมตัวครู ครูควรเตรียมความพรอมของตนเองโดยวางแผนการสาธิต ทดลองทํา กอนที่จะสาธิตใหนักเรียนดู และจัดเตรียมสิ่งตาง ๆ ไดแก วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และเตรียมสถานที่ที่จะ ใชในการสาธิต เพื่อใหการสาธิตดําเนินไปอยางราบรื่น ปองกันปญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได 2) การเตรียมตัวนักเรียน ครูควรใหความรูเกี่ยวกับเรื่องที่สาธิตแกนักเรียนอยางเพียงพอ เพื่อใหนักเรียนเกิดความเขาใจในสิ่งที่สาธิตไดดียิ่งขึ้น และควรใหคําแนะนําวิธีการหรือเทคนิคการสังเกต หรือบันทึกการสาธิต 3) ลงมือสาธิต ในขณะที่ครูกําลังสาธิต ครูควรบรรยายประกอบการสาธิตเปนลําดับ ขั้นตอนพรอมกับซักถามนักเรียนเปนระยะ ๆ เพื่อกระตุนความสนใจของนักเรียน ในกรณีที่การสาธิตอาจ เกิดอันตรายตอนักเรียน ครูควรแนะนําวิธีการปองกันเพื่อไมใหเกิดอันตรายตอนักเรียนไวใหเรียบรอย และควรใชเวลาในการสาธิตใหเหมาะสมกับเรื่องที่สาธิต 4) การสรุปผลการสาธิต เมื่อครูสาธิตเสร็จควรสรุปและเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอ สงสัย หรือใหนักเรียนแตละคนแสดงความคิดเห็น หรือครูอาจเตรียมคําถามไวถามนักเรียนเพื่อกระตุนให นักเรียนคิด แลวใหนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่ไดจากการชมการสาธิตของครู 5. การฝกปฏิบัติ การฝกปฏิบัติเปนวิธีการสอนที่เนนใหนักเรียนไดรับประสบการณตรงจากสถานการณจริง และการแกปญหาทําใหนักเรียนไดฝกคิด ฝกลงมือทํา ฝกการแกปญหา ฝกการทํางานรวมกัน ซึ่งจะสงผล ใหนักเรียนเรียนรูอยางมีความสุข เกิดการพัฒนารอบดาน มีอิสระที่จะเลือกการเรียนรูที่เหมาะสมกับ ตนเอง และยังสามารถนําความรูที่ไดรับไปใชประโยชนในชีวิตประจําวันไดดวย ซึ่งมีวิธีการจัดการเรียนรู ดังนี้ 1) การนําเขาสูเนื้อหา กอนจัดการเรียนรูครูจะตองกระตุนนักเรียนใหเกิดความ กระตือรือรนและสนใจอยากคนควาหาความรูดวยวิธีการตาง ๆ เชน การซักถามเกี่ยวกับความสําคัญของ เรื่องที่จะเรียน หรือการทบทวนความรูเดิมเพื่อเชื่อมโยงความรูเดิมกับความรูใหมที่นักเรียนจะตองเรียนรู ครูควรแจงจุดประสงคการเรียนรูและรวมกันกําหนดขอบขายหรือประเด็นความรูใหม 2) การศึกษา/วิเคราะห เปนการแบงกลุมนักเรียนเพื่อทํากิจกรรมกลุมรวมกัน โดยการ แสวงหาความรู แสดงความคิดเห็น รวมกันวิเคราะห และหาขอสรุปในประเด็นที่ตั้งไว ซึ่งครูจะตอง ออกแบบกลุมใหเหมาะสมเพื่อใหนักเรียนทุกคนมีสวนรวมมากที่สุด พรอมกับเปดโอกาสใหนักเรียนได กําหนดบทบาทหนาที่ของสมาชิกในกลุม 3) การปฏิบัติ นักเรียนฝกปฏิบัติตามขั้นตอน ฝกคิดวิเคราะห จินตนาการ และคิด สรางสรรค โดยมีครูคอยอํานวยความสะดวกในดานตาง ๆ เพื่อใหนักเรียนเกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงค ที่กําหนดไว
112.
4) การสรุปและนําเสนอผลการเรียนรู เปนขั้นที่นักเรียนแตละกลุมนําผลที่ไดจากการ ปฏิบัติมาวิเคราะห
สังเคราะห เปนความรูใหม วิธีการใหม สรุปและนําเสนอความรูใหมตอกลุมใหญใน รูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งเปนการแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกันและกัน ทําใหเกิดการขยายเครือขายความรูอยาง กวางขวางมากขึ้น
113.
5) การปรับปรุงการเรียนรู/การนําไปใชประโยชน เปนขั้นที่นักเรียนแตละกลุมนํา ขอบกพรองหรือปญหาที่พบจากการนําเสนอผลงานมาปรับปรุงแกไขหรือพัฒนาผลงานของตนเองใหดี ขึ้น
รวมถึงการไดรับแนวคิดจากขอเสนอแนะของครูมาประยุกตสรางผลงานใหม ๆ ที่สามารถนําไปใช ประโยชนในชีวิตไดจริง 6) การประเมินผล เปนการนําวิธีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงมาใช โดยเนนการ วัดผลจากการปฏิบัติจริง จากแฟมสะสมผลงาน ชิ้นงาน/ผลงาน โดยผูประเมินอาจเปนครู นักเรียนประเมิน ตนเองสมาชิกในกลุม หรือผูปกครอง 6. การอภิปรายกลุมยอย วิธีนี้เปนกระบวนการที่ครูใชในการชวยใหนักเรียนเกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงคที่กําหนด โดยการจัดนักเรียนเปนกลุมเล็ก ๆ ประมาณ 4–8 คน ใหนักเรียนในกลุมพูดคุยแลกเปลี่ยนขอมูลความ คิดเห็น และประสบการณในเรื่องหรือประเด็นที่กําหนด แลวสรุปผลการอภิปรายออกมาเปนขอสรุปของ กลุม ซึ่งการจัดการเรียนรูโดยใชการอภิปรายกลุมยอยนี้ จะชวยใหนักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรมการ เรียนรูอยางทั่วถึง มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ ซึ่งจะชวยใหนักเรียนเกิดการ เรียนรูในเรื่องที่เรียนกวางขึ้น ขั้นตอนของการจัดการเรียนรูโดยใชการอภิปรายกลุมยอย มีดังนี้ 1) การจัดกลุม ครูจัดนักเรียนออกเปนกลุมยอย ๆ ประมาณ 4–8 คน ควรเปนกลุมที่ไมเล็ก เกินไปและไมใหญเกินไป เพราะถากลุมเล็กจะไมไดความคิดที่หลากหลายเพียงพอ ถากลุมใหญสมาชิก กลุมจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็นไดไมทั่วถึง ซึ่งการแบงกลุมอาจทําไดหลายวิธี เชน วิธีสุมเพื่อให นักเรียนมีโอกาสไดรวมกลุมกับเพื่อนไมซ้ํากัน จําแนกตามเพศ วัย ความสนใจ ความสามารถ หรือเลือก อยางเจาะจงตามปญหาที่มีก็ได ทั้งนี้ขึ้นอยูกับวัตถุประสงคของครูและสิ่งที่จะอภิปราย 2) กําหนดประเด็น ครูหรือนักเรียนกําหนดประเด็นในการอภิปราย ใหมีวัตถุประสงคของ การอภิปรายที่ชัดเจน โดยที่การอภิปรายแตละครั้งไมควรมีประเด็นมากจนเกินไป เพราะจะทําใหนักเรียน อภิปรายไดไมเต็มที่ 3) อภิปราย นักเรียนเริ่มอภิปรายโดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณกัน ตามประเด็นที่กําหนดในการอภิปรายแตละครั้ง ควรมีการกําหนดบทบาทหนาที่ที่จําเปนในการอภิปราย เชน ประธานหรือผูนําในการอภิปราย เลขานุการ ผูจดบันทึก และผูรักษาเวลา เปนตน นอกจากนี้ครูควร บอกใหสมาชิกกลุมทุกคนทราบถึงบทบาทหนาที่ของตนเอง ใหความรู ความเขาใจ หรือคําแนะนําแกกลุม กอนการอภิปราย และควรย้ําถึงความสําคัญของการใหสมาชิกทุกคนในกลุมมีสวนรวมในการอภิปราย อยางทั่วถึง เพราะวัตถุประสงคหลักของการอภิปรายคือ การใหนักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอยาง ทั่วถึง และไดรับฟงความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งจะชวยใหนักเรียนมีความคิดที่ลึกซึ้ง และรอบคอบขึ้น ในกรณีที่มีหลายประเด็น ควรมีการจํากัดเวลาของการอภิปรายแตละประเด็นใหมีความเหมาะสม 4) สรุปผลการอภิปราย นักเรียนสรุปสาระที่สมาชิกในกลุมไดอภิปรายรวมกันเปนขอสรุป ของกลุม โดยครูควรใหสัญญาณแกกลุมกอนหมดเวลา เพื่อที่แตละกลุมจะไดสรุปผลการอภิปรายเปน
114.
ขอสรุปของกลุม หลังจากนั้นอาจใหแตละกลุมนําเสนอผลการอภิปรายแลกเปลี่ยนกันหรือดําเนินการใน รูปแบบอื่นตอไป 5) สรุปหนวยการเรียนรู
หลังจากการอภิปรายสิ้นสุดลง ครูจําเปนตองเชื่อมโยงความรูที่ นักเรียนไดรวมกันคิดกับหนวยการเรียนรูที่กําลังเรียน โดยนําขอสรุปของกลุมมาใชในการสรุปหนวยการ เรียนรูดวย
115.
7. โครงงาน โครงงานเปนการจัดการเรียนรูที่สงเสริมใหนักเรียนไดศึกษาคนควาและลงมือปฏิบัติดวย ตนเอง ตามแผนการดําเนินงานที่นักเรียนไดจัดทําขึ้น
โดยครูชวยใหคําปรึกษา แนะนํา กระตุนใหคิด และ ติดตามการปฏิบัติงานจนบรรลุเปาหมายโครงงานแบงออกเปน4 ประเภท คือ – โครงงานประเภทสํารวจ รวบรวมขอมูล – โครงงานประเภททดลอง คนควา – โครงงานประเภทศึกษาความรู ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม – โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ การเรียนรูดวยโครงงานมีวิธีการดังนี้ 1) กําหนดหัวขอที่จะทําโครงงาน โดยใหนักเรียนคิดหัวขอโครงงาน ซึ่งอาจไดมาจาก ปญหา คําถามจากความอยากรูอยากเห็นของนักเรียนเอง หรือไดจากการอานหนังสือ บทความ การไป ทัศนศึกษาดูงาน เปนตน โดยนักเรียนตองตั้งคําถามวา“จะศึกษาอะไร” “ทําไมตองศึกษาเรื่องดังกลาว” 2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของ เปนการศึกษาเอกสารตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับหัวขอที่ทํา โครงงาน การขอคําปรึกษาจากครูหรือผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ รวมถึงการสํารวจวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือตาง ๆ ที่เกี่ยวของดวย ซึ่งการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของนี้จะชวยใหนักเรียนได แนวคิดที่จะกําหนดขอบขายของเรื่องที่จะศึกษาใหเฉพาะเจาะจงมากขึ้น 3) เขียนเคาโครงของโครงงานหรือสรางแผนผังความคิด โดยทั่วไปเคาโครงของโครงงาน จะประกอบดวยหัวขอตาง ๆ ดังนี้ ชื่อโครงงาน ชื่อผูทําโครงงาน ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน หลักการและเหตุผลของโครงงาน จุดประสงค/วัตถุประสงคของโครงงาน สมมุติฐานของการศึกษา(ในกรณีที่เปนโครงงานทดลอง) ขั้นตอนการดําเนินงาน แผนปฏิบัติงาน (ระบุรายการงานที่ปฏิบัติและระยะเวลาดําเนินการ) ผลที่คาดวาจะไดรับ เอกสารอางอิง/บรรณานุกรม 4) การปฏิบัติโครงงาน เปนการลงมือปฏิบัติงานตามแผนงานและขั้นตอนที่กําหนดไว โดย จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และสถานที่ใหพรอม ในระหวางปฏิบัติงานควรคํานึงถึงความประหยัด ความปลอดภัยในการทํางาน และมีความรอบคอบ รวมทั้งมีการจดบันทึกขอมูลตาง ๆ ไวอยางละเอียดวา ทําอยางไร ไดผลอยางไร มีปญหาหรืออุปสรรคอะไร และมีแนวทางแกไขอยางไร
116.
5) การเขียนรายงาน เปนการรายงานสรุปผลการดําเนินงาน
เพื่อใหผูอื่นไดทราบแนวคิด วิธีดําเนินงาน ผลที่ไดรับ และขอเสนอแนะตาง ๆ เกี่ยวกับโครงงาน ซึ่งการเขียนรายงานนี้ควรใชภาษาที่ สื่อความเขาใจไดงาย ชัดเจน และครอบคลุมประเด็นที่ศึกษา 6) การแสดงผลงาน เปนการนําผลของการดําเนินงานโครงงานมาเสนอ เพื่อใหผูอื่นรับรู และเขาใจ โดยจัดไดหลายรูปแบบ เชน การอธิบาย การบรรยาย การเขียนรายงาน การจัดนิทรรศการ การ ทําเปนสื่อสิ่งพิมพ สื่อมัลติมีเดีย การสาธิตผลงาน เปนตน
117.
8. กระบวนการเรียนรูแบบรวมแรงรวมใจ วิธีการนี้เปนการผสมผสานหลักการอยูรวมกันในสังคมและความสามารถทางวิชาการเขา ดวยกัน โดยใหนักเรียนที่มีความรูความสามารถแตกตางกันมาทํางานรวมกัน
คนที่เกงกวาจะตองชวยเหลือ คนที่ออนกวา ทุกคนตองมีโอกาสไดแสดงความสามารถ รวมแสดงความคิดเห็น และปฏิบัติจริง โดยถือวา ความสําเร็จของแตละบุคคล คือ ความสําเร็จของกลุม การเรียนแบบรวมแรงรวมใจมีดังนี้ 1) ขั้นเตรียม นักเรียนแบงกลุม แนะนําแนวทางในการทํางานกลุม บทบาทหนาที่ของ สมาชิกในกลุม และแจงวัตถุประสงคของการทํางาน 2) ขั้นสอน นําเขาสูบทเรียน แนะนําเนื้อหาสาระ แหลงความรู แลวมอบหมายงานให นักเรียนแตละกลุม 3) ขั้นทํากิจกรรม นักเรียนรวมกันทํากิจกรรมในกลุมยอย โดยสมาชิกแตละคนมีบทบาท หนาที่ตามที่ไดรับมอบหมาย ซึ่งในการทํากิจกรรมกลุมครูจะใชเทคนิคตาง ๆ เชน คูคิด เพื่อนเรียน ปริศนา ความคิด กลุมรวมมือ เปนตน การทํากิจกรรมแตละครั้งจะตองเลือกเทคนิคใหเหมาะสมกับวัตถุประสงค ในการเรียนแตละเรื่องโดยอาจใชเทคนิคเดียวหรือหลายเทคนิครวมกันก็ได 4) ขั้นตรวจสอบผลงาน เมื่อทํากิจกรรมเสร็จแลว ตองมีการตรวจสอบการปฏิบัติงานวา ถูกตองครบถวนหรือไม โดยเริ่มจากการตรวจภายในกลุมและระหวางกลุม เพื่อนําขอบกพรองในการ ปฏิบัติงานไปปรับปรุงใหดีขึ้น 5) ขั้นสรุปบทเรียนและประเมินผล ครูและนักเรียนชวยกันสรุปบทเรียน ครูอธิบายเพิ่มเติม ในสวนที่นักเรียนยังไมเขาใจ และชวยกันประเมินผลการทํางานกลุมวา จุดเดนของงานคืออะไร และอะไร คือสิ่งที่ควรปรับปรุงและแกไข ตัวอยางเทคนิคการเรียนแบบรวมแรงรวมใจ (1) เพื่อนเรียน (Partners) ใหนักเรียนเตรียมจับคูกันทําความเขาใจเนื้อหาและ สาระสําคัญของเรื่องที่ครูกําหนดให โดยคูที่ยังไมเขาใจอาจขอคําแนะนําจากครูหรือคูอื่นที่เขาใจดีกวา เมื่อ คูนั้นเกิดความเขาใจดีแลว ก็ถายทอดความรูใหเพื่อนคูอื่นตอไป (2) ปริศนาความคิด (Jigsaw) แบงกลุมนักเรียนโดยคละความสามารถเกง–ออน เรียกวา “กลุมบาน” (Home Groups) ครูแบงเนื้อหาออกเปนหัวขอยอย ๆ เทากับจํานวนสมาชิกกลุมใหสมาชิกใน กลุมศึกษาหัวขอที่แตกตางกัน นักเรียนที่ไดรับหัวขอเดียวกันมารวมกลุมเพื่อรวมกันศึกษา เรียกวา “กลุม ผูเชี่ยวชาญ” (Expert Groups) เมื่อรวมกันศึกษาจนเขาใจแลว สมาชิกแตละคนออกจากกลุมผูเชี่ยวชาญ กลับไปกลุมบานของตนเอง จากนั้นถายทอดความรูที่ตนศึกษามาใหเพื่อน ๆ ในกลุมฟงจนครบทุกคน (3) กลุมรวมมือ (Co-op) แบงนักเรียนออกเปนกลุมคละความสามารถกัน แตละกลุม เลือกหัวขอที่จะศึกษา เมื่อไดหัวขอแลวสมาชิกในกลุมชวยกันกําหนดหัวขอยอย แลวแบงหนาที่กัน รับผิดชอบ โดยศึกษาคนละ 1 หัวขอยอย จากนั้นสมาชิกนําผลงานมารวมกันเปนงานกลุม ชวยกันเรียบ เรียงเนื้อหาใหสอดคลองกัน และเตรียมทีมนําเสนอผลงานหนาหองเรียน เมื่อนําเสนอผลงานแลว ทุกกลุม ชวยกันประเมินผลการทํางานและผลงานกลุม 9. กระบวนการคิดสรางสรรค
118.
ความคิดสรางสรรคเปนความสามารถทางสมองของมนุษยที่คิดไดกวางไกล หลายแงมุม และนําไปสูการคิดประดิษฐสิ่งใหม ๆ
เพื่อนําไปใชประโยชนไดอยางเหมาะสมความคิดสรางสรรคจึงถือ วาเปนคุณลักษณะทางความคิดอยางหนึ่งที่มีความสําคัญตอนักเรียน ความคิดสรางสรรคมีองคประกอบที่ สําคัญ 4 อยางไดแก 1) ความคิดริเริ่ม หมายถึง ความสามารถในการคิดที่แปลกใหม แตกตางจากความคิด ธรรมดาหรือความคิดเดิม ๆ ซึ่งความคิดริเริ่มอาจจะเกิดจากการนําความรูเดิมมาดัดแปลงและประยุกตให เกิดเปนสิ่งใหมขึ้น 2) ความคลองในการคิด หมายถึง ความสามารถในการคิดตอบสนองตอสิ่งเราใหไดมาก ที่สุดเทาที่จะมากได หรือความสามารถคิดหาคําตอบที่เดนชัดและตรงประเด็นมากที่สุด ซึ่งจะนับปริมาณ ความคิดที่ไมซ้ํากันในเรื่องเดียวกัน 3) ความยืดหยุนในการคิด หมายถึง ความสามารถในการปรับสภาพของความคิดใน สถานการณตาง ๆ ได ความยืดหยุนในการคิดเนนในเรื่องของปริมาณที่เปนประเภทใหญ ๆ ของความคิด แบบคลองแคลว ความคิดยืดหยุนจึงเปนตัวเสริมและเพิ่มคุณภาพของความคิดคลองแคลวใหมากขึ้นดวย การจัดเปนหมวดหมูและมีหลักเกณฑมากขึ้น 4) ความคิดละเอียดลออ หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดในสิ่งที่คนอื่น มองไมเห็น และยังรวมถึงการเชื่อมโยงความสัมพันธของสิ่งตาง ๆ อยางมีความหมาย การจัดการเรียนการสอนที่สงเสริมใหนักเรียนเกิดกระบวนการคิดสรางสรรคมีวิธีการดังนี้ 1) ขั้นสรางความตระหนัก เปนขั้นที่ครูจะตองกระตุนใหนักเรียนเกิดความอยากรูอยาก เห็นดวยวิธีการหรือเทคนิคตางๆ เชน เกม เพลง นิทาน 2) ขั้นระดมพลังความคิด ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนนกระบวนการคิด เชน คิด จินตนาการ คิดวิเคราะห คิดแปลกใหมและหลากหลาย เพื่อดึงศักยภาพของนักเรียนโดยมีครูคอยอํานวย ความสะดวกทุกขั้นตอน 3) ขั้นสรางสรรคงาน เมื่อนักเรียนไดผานกระบวนการเรียนรูแลว ครูควรจัดกิจกรรมที่ให นักเรียนไดสรางสรรคชิ้นงานดวยตนเองหรือทําเปนกลุม เชนประดิษฐชิ้นงานประเภทตาง ๆ 4) ขั้นนําเสนอผลงาน เปนขั้นที่เปดโอกาสใหนักเรียนไดนําชิ้นงานที่สรางเสร็จแลวมา แสดงใหคนอื่นไดรับรู วิพากษวิจารณ แสดงความคิดเห็นผลจากการนําเสนอของผูอื่น ซึ่งเปนขั้นที่ สงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงค การรูจักการยอมรับ การมีเหตุผล การประยุกต การ นําไปใช ทําใหนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ 5) ขั้นวัดและประเมินผล ครูประเมินผลนักเรียนตามสภาพจริงและใหเกิดความหลากหลาย พรอมกับเปดโอกาสใหนักเรียนไดประเมินผลรวมกับผูอื่น มีการยอมรับ แกไข บนพื้นฐานของหลักการ ทางประชาธิปไตย 6) ขั้นเผยแพรผลงาน เปนการจัดกิจกรรมที่เปดโอกาสใหนักเรียนไดนําชิ้นงานของตนเอง มาเผยแพรในรูปแบบตาง ๆ เชน การจัดนิทรรศการ และการนําผลงานสูสาธารณชน ซึ่งเปนการนําเสนอ
119.
ความรูและความคิดสรางสรรคของนักเรียนเพื่อใหเพื่อน ผูปกครอง ชุมชน
และบุคคลที่เกี่ยวของไดชื่นชม ผลงานของนักเรียนเอง
120.
แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) แฟมสะสมผลงาน หมายถึง
แหลงรวบรวมเอกสาร ผลงาน หรือหลักฐาน เพื่อใชสะทอนถึง ผลสัมฤทธิ์ ความสามารถ ทักษะ และพัฒนาการของนักเรียน มีการจัดเรียบเรียงผลงานไวอยางมีระบบ โดยนําความรู ความคิด และการนําเสนอมาผสมผสานกัน ซึ่งนักเรียนเปนผูคัดเลือกผลงานและมีสวนรวม ในการประเมิน แฟมสะสมผลงานจึงเปนหลักฐานสําคัญที่จะทําใหนักเรียนสามารถมองเห็นพัฒนาการ ของตนเองไดตามสภาพจริงรวมทั้งเห็นขอบกพรองและแนวทางในการปรับปรุงแกไขใหดีขึ้นตอไป ลักษณะสําคัญของการประเมินผลโดยใชแฟมสะสมผลงาน 1. ครูสามารถใชเปนเครื่องมือในการติดตามความกาวหนาของนักเรียนเปนรายบุคคลไดเปน อยางดี เนื่องจากมีผลงานสะสมไว ครูจะทราบจุดเดน จุดดอยของนักเรียนแตละคนจากแฟมสะสมผลงาน และสามารถติดตามพัฒนาการไดอยางตอเนื่อง 2. มุงวัดศักยภาพของผูเรียนในการผลิตหรือสรางผลงาน มากกวาการวัดความจําจากการทํา แบบทดสอบ 3. วัดและประเมินผลโดยเนนผูเรียนเปนศูนยกลาง คือ ผูเรียนเปนผูวางแผน ลงมือปฏิบัติงาน รวมทั้งประเมินและปรับปรุงตนเอง ซึ่งมีผูสอนเปนผูชี้แนะ และเนนการประเมินผลยอยมากกวาการ ประเมินผลรวม 4. ฝกใหผูเรียนรูจักการประเมินตนเอง และหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาตนเอง 5. ผูเรียนเกิดความมั่นใจและภาคภูมิใจในผลงานของตนเองรูวาตนเองมีจุดเดนในเรื่องใด 6. ชวยในการสื่อความหมายเกี่ยวกับความรู ความสามารถ ตลอดจนพัฒนาการของผูเรียนใหผู ที่เกี่ยวของทราบ เชน ผูปกครองฝายแนะแนวผูบริหารโรงเรียน ขั้นตอนการประเมินผลโดยใชแฟมสะสมผลงาน การจัดทําแฟมสะสมผลงานมี 10 ขั้นตอน ซึ่งแตละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้ 1. การวางแผนจัดทําแฟมสะสมผลงาน การจัดทําแฟมสะสมผลงานตองมีสวนรวมระหวางครู นักเรียนและผูปกครอง ครู การเตรียมตัวของครูตองเริ่มจากการศึกษาและวิเคราะหหลักสูตร คูมือครู คําอธิบาย รายวิชา วิธีการวัดและประเมินผลในหลักสูตร รวมทั้งครูตองมีความรูและเขาใจเกี่ยวกับการประเมินผล โดยใชแฟมสะสมผลงาน จึงจะสามารถวางแผนกําหนดชิ้นงานได นักเรียน ตองมีความเขาใจเกี่ยวกับจุดประสงคการเรียนรู เนื้อหาสาระ การประเมินผลโดยใช แฟมสะสมผลงาน การมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรู การกําหนดชิ้นงาน และบทบาทในการทํางาน กลุม โดยครูตองแจงใหนักเรียนทราบลวงหนา ผูปกครอง ตองเขามามีสวนรวมในการคัดเลือกผลงาน การแสดงความคิดเห็น และรับรู พัฒนาการของนักเรียนอยางตอเนื่อง ซึ่งกอนทําแฟมสะสมผลงาน ครูตองแจงใหผูปกครองทราบหรือขอ ความรวมมือ รวมทั้งใหความรูในเรื่องการประเมินผลโดยใชแฟมสะสมผลงานแกผูปกครองเมื่อมีโอกาส
121.
2. การรวบรวมผลงานและจัดระบบแฟม ในการรวบรวมผลงานตองออกแบบการจัดเก็บหรือ แยกหมวดหมูของผลงานใหดี
เพื่อสะดวกและงายตอการนําขอมูลออกมาใช แนวทางการจัดหมวดหมูของ ผลงาน เชน – จัดแยกตามลําดับ วัน เวลา ที่สรางผลงานขึ้นมา – จัดแยกตามความซับซอนของผลงาน เปนการแสดงถึงทักษะหรือพัฒนาการของผูเรียน ที่มากขึ้น – จัดแยกตามวัตถุประสงค เนื้อหา หรือประเภทของผลงาน ผลงานที่อยูในแฟมสะสมผลงานอาจมีหลายเรื่อง หลายวิชา ดังนั้นผูเรียนจะตองทําเครื่องมือ ในการชวยคนหา เชนสารบัญ ดัชนีเรื่อง จุดสี แถบสีติดไวที่ผลงานโดยมีรหัสที่แตกตางกันเปนตน 3. การคัดเลือกผลงาน ในการคัดเลือกผลงานนั้นควรใหสอดคลองกับเกณฑหรือมาตรฐานที่ โรงเรียน ครู หรือนักเรียนรวมกันกําหนดขึ้นมา และผูคัดเลือกผลงานควรเปนนักเรียนเจาของแฟมสะสม ผลงาน หรือมีสวนรวมกับครู เพื่อน และผูปกครอง ผลงานที่เลือกเขาแฟมสะสมผลงานควรมีลักษณะดังนี้ – สอดคลองกับเนื้อหาและวัตถุประสงคของการเรียนรู – เปนผลงานชิ้นที่ดีที่สุด มีความหมายตอนักเรียนมากที่สุด – สะทอนใหเห็นถึงพัฒนาการของนักเรียนในทุกดาน – เปนสื่อที่จะชวยใหนักเรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครู ผูปกครอง และ เพื่อน ๆ สวนจํานวนชิ้นงานนั้นใหกําหนดตามความเหมาะสม ไมควรมีมากเกินไป เพราะอาจจะทํา ใหผลงานบางชิ้นไมมีความหมาย แตถามีนอยเกินไปจะทําใหการประเมินผลไมมีประสิทธิภาพ 4. สรางสรรคแฟมสะสมผลงานใหมีเอกลักษณของตนเอง โครงสรางหลักของแฟมสะสม ผลงานอาจเหมือนกัน แตนักเรียนสามารถตกแตงรายละเอียดยอยใหแตกตางกัน ตามความคิดสรางสรรค ของแตละบุคคล โดยอาจใชภาพ สี สติกเกอร ตกแตงใหสวยงามเนนเอกลักษณของเจาของแฟมสะสม ผลงาน 5. การแสดงความคิดเห็นหรือความรูสึกตอผลงาน ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะไดรูจักการ วิพากษวิจารณ หรือสะทอนความคิดเกี่ยวกับผลงานของตนเอง ตัวอยางขอความที่ใชแสดงความรูสึกตอ ผลงาน เชน – ไดแนวคิดจากการทําผลงานชิ้นนี้มาจากไหน – เหตุผลที่เลือกผลงานชิ้นนี้คืออะไร – จุดเดน จุดดอยของผลงานชิ้นนี้คืออะไร – รูสึกพอใจกับผลงานชิ้นนี้มากนอยเพียงใด – ไดขอคิดอะไรจากการทําผลงานชิ้นนี้ 6. ตรวจสอบความสามารถของตนเอง เปนการเปดโอกาสใหผูเรียนไดประเมินความสามารถ ของตนเอง โดยพิจารณาตามเกณฑยอย ๆ ที่ครูและนักเรียนชวยกันกําหนดขึ้น เชน นิสัยการทํางาน ทักษะ
122.
ทางสังคม การทํางานเสร็จตามระยะเวลาที่กําหนด การขอความชวยเหลือเมื่อมีความจําเปน
เปนตน นอกจากนี้การตรวจสอบความสามารถของตนเองอีกวิธีหนึ่ง คือ การใหนักเรียนเขียนวิเคราะหจุดเดน จุด ดอยของตนเอง และสิ่งที่ตองปรับปรุงแกไข 7. การประเมินผลงาน เปนขั้นตอนที่สําคัญเนื่องจากเปนการสรุปคุณภาพของงานและ ความสามารถหรือพัฒนาการของนักเรียน การประเมินแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ การประเมินโดยไมให ระดับคะแนน และการประเมินโดยใหระดับคะแนน การประเมินโดยไมใหระดับคะแนนครูกลุมนี้มีความเชื่อวา แฟมสะสมผลงานมีไวเพื่อศึกษา กระบวนการทํางาน ศึกษาความคิดเห็น ความรูสึกของนักเรียนที่มีตอผลงานของตนเอง ตลอดจนดู พัฒนาการหรือความกาวหนาของนักเรียนอยางไมเปนทางการ ครู ผูปกครอง และเพื่อนสามารถใหคํา ชี้แนะแกนักเรียนได ซึ่งวิธีการนี้จะทําใหนักเรียนไดเรียนรูและปฏิบัติงานอยางเต็มที่ โดยไมตองกังวลวา จะไดคะแนนมากนอยเทาไร
123.
การประเมินโดยใหระดับคะแนน มีทั้งการประเมินตามจุดประสงคการเรียนรู การประเมิน ระหวางภาคเรียน
และการประเมินปลายป ซึ่งจะชวยในเรื่องวัตถุประสงคดานการปฏิบัติเปนหลัก การ ประเมินแฟมสะสมผลงานตองกําหนดมิติการใหคะแนน (scoring rubrics) ตามเกณฑที่ครูและนักเรียน รวมกันกําหนดขึ้น การใหระดับคะแนนมีทั้งการใหคะแนนเปนรายชิ้นกอนเก็บเขาแฟมสะสมผลงาน และ การใหคะแนนแฟมสะสมผลงานทั้งแฟม ซึ่งมาตรฐานคะแนนนั้นตองสอดคลองกับวัตถุประสงคการ จัดทําแฟมสะสมผลงาน และมุงเนนพัฒนาการของนักเรียนแตละคนมากกวาการนําไปเปรียบเทียบกับ บุคคลอื่น 8. การแลกเปลี่ยนประสบการณกับผูอื่น มีวัตถุประสงคเพื่อเปดโอกาสใหนักเรียนไดรับฟง ความคิดเห็นจากผูที่มีสวนเกี่ยวของ ไดแก เพื่อน ครู และผูปกครอง อาจทําไดหลายรูปแบบ เชน การจัด ประชุมในโรงเรียนโดยเชิญผูที่มีสวนเกี่ยวของมารวมกันพิจารณาผลงาน การสนทนาแลกเปลี่ยนระหวาง นักเรียนกับเพื่อน การสงแฟมสะสมผลงานไปใหผูที่มีสวนเกี่ยวของชวยใหขอเสนอแนะหรือคําแนะนํา ในการแลกเปลี่ยนประสบการณนั้นผูเรียนจะตองเตรียมคําถามเพื่อถามผูที่มีสวนเกี่ยวของ ซึ่งจะเปนประโยชนในการปรับปรุงงานของตนเอง ตัวอยางคําถาม เชน – ทานคิดอยางไรกับผลงานชิ้นนี้ – ทานคิดวาควรปรับปรุงแกไขสวนใดอีกบาง – ผลงานชิ้นใดที่ทานชอบมากที่สุด เพราะอะไร – ฯลฯ 9. การปรับเปลี่ยนผลงาน หลังจากที่ผูเรียนไดแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไดรับคําแนะนําจาก ผูที่มีสวนเกี่ยวของแลว จึงนําผลงานมาปรับปรุงใหดีขึ้น ผูเรียนสามารถนําผลงานที่ดีกวาเก็บเขาแฟม สะสมผลงานแทนผลงานเดิม ทําใหแฟมสะสมผลงานมีผลงานที่ดี ทันสมัย และตรงตามจุดประสงคใน การประเมิน 10. การประชาสัมพันธผลงานของนักเรียน เปนการแสดงนิทรรศการผลงานของนักเรียน โดย นําแฟมสะสมผลงานของนักเรียนทุกคนมาจัดแสดงรวมกัน และเปดโอกาสใหผูปกครอง ครู และนักเรียน ทั่วไปไดเขาชมผลงาน ทําใหนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ผูที่เริ่มตนทําแฟมสะสมผลงานอาจไมตองดําเนินการทั้ง 10 ขั้นตอนนี้ แตอาจใชขั้นตอน หลัก ๆ ไดแก การรวบรวมผลงานและการจัดระบบแฟม การคัดเลือกผลงาน และการแสดงความคิดเห็น หรือความรูสึกตอผลงาน องคประกอบสําคัญของแฟมสะสมผลงาน มีดังนี้ 1. สวนนํา ประกอบดวย ปก คํานํา สารบัญ ประวัติสวนตัว จุดมุงหมายของการทําแฟมสะสม ผลงาน 2. สวนเนื้อหาแฟม ประกอบดวย ผลงาน ความคิดเห็นที่มีตอผลงาน และ Rubrics ประเมินผล งาน 3. สวนขอมูลเพิ่มเติม ประกอบดวย ผลการประเมินการเรียนรู การรายงานความกาวหนาโดย ครู และความคิดเห็นของผูที่มีสวนเกี่ยวของ เชนเพื่อน ผูปกครอง
125.
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรูแบบBackward Design ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ ขั้นที่ 1
ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นป ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเขาใจวา... 1. 2. คําถามสําคัญที่ทําใหเกิดความเขาใจที่คงทน – – ความรูของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. 2. 3. ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. 2. 3. ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กําหนดไวอยางแทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนตองปฏิบัติ – – 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู วิธีการประเมินผลการเรียนรู – – เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู – – 3. สิ่งที่มุงประเมิน – – ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู – –
127.
รูปแบบแผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมง เมื่อครูออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิดของ Backward Design
แลว ครูสามารถเขียน แผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมง โดยใชรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรูแบบเรียงหัวขอ ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ ชื่อแผน... (ระบุชื่อและลําดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู) ชื่อเรื่อง... (ระบุชื่อเรื่องที่ตองการจัดการเรียนรู) สาระที่... (ระบุสาระที่ใชจัดการเรียนรู) เวลา... (ระบุระยะเวลาที่ใชในการจัดการเรียนรูตอ1 แผน) ชั้น... (ระบุระดับชั้นที่จัดการเรียนรู) หนวยการเรียนรูที่... (ระบุชื่อและลําดับที่ของหนวยการเรียนรู) สาระสําคัญ... (เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศนของหัวเรื่องที่จัดการเรียนรู) ตัวชี้วัดชั้นป... (ระบุตัวชี้วัดชั้นปที่ใชเปนเปาหมายของแผนการจัดการเรียนรู) จุดประสงคการเรียนรู...(กําหนดใหสอดคลองกับสมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะอันพึง ประสงคของนักเรียนหลังจากสําเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ซึ่งประกอบดวย ดานความรูความคิด(Knowledge: K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(Affective: A) ดานทักษะ/กระบวนการ(Performance: P)) การวัดและประเมินผลการเรียนรู... (ระบุวิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลที่สอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรูทั้ง3 ดาน) สาระการเรียนรู... (ระบุสาระและเนื้อหาที่นํามาจัดการเรียนรู อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได) แนวทางบูรณาการ... (เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุมสาระอื่นที่บูรณาการรวมกัน) กระบวนการจัดการเรียนรู... (กําหนดใหสอดคลองกับธรรมชาติของกลุมสาระและการ บูรณาการขามสาระ) กิจกรรมเสนอแนะ... (ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่ผูเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม) สื่อ/แหลงการเรียนรู... (ระบุสื่อ อุปกรณ และแหลงเรียนรูที่ใชในการจัดการเรียนรู) บันทึกหลังการจัดการเรียนรู... (ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรูตามแผนที่กําหนดไว อาจ นําเสนอขอเดนและขอดอยใหเปนขอมูลที่สามารถใชเปนสวนหนึ่งของการทําวิจัยในชั้นเรียนได)
128.
ใบความรูดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ใบความรูที่1 เรื่อง ขอมูลในเครื่องคอมพิวเตอร ขอมูลโดยทั่วไปจะอยูในรูปแบบตาง
ๆ กัน เชน ตัวหนังสือ สัญลักษณ ภาพนิ่ง เสียง ภาพเคลื่อนไหว เมื่อตองการนําขอมูลตาง ๆ เหลานี้มาใชกับคอมพิวเตอร จําเปนจะตองเปลี่ยนขอมูลใน ลักษณะตาง ๆ เหลานั้นใหเปนขอมูลดิจิทัลดวยฮารดแวรและซอฟตแวรที่ตางกัน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับประเภท ของขอมูลนั้น เชน การเปลี่ยนภาพนิ่งดวยสแกนเนอรและโปรแกรมสําหรับสแกนภาพ ขอมูลดิจิทัล (Digital) เปนหลักการทํางานพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอรหรืองานดาน อิเล็กทรอนิกสทุกประเภท ซึ่งหมายถึง การใชสัญญาณไฟฟาเปดหรือปดสลับไปมา แทนดวยสัญลักษณ 0 และ 1เมื่อเรียง 0 และ 1 สลับกันไปมาจะทําใหเกิดประโยชนหรือสัญลักษณตาง ๆ เรียกวา ระบบไบนารี ระบบไบนารี สวนที่เล็กที่สุดในระบบดิจิทัล คือ บิต(Bit) เกิดจากการเปดหรือปดกระแสไฟฟาเพียง 1 ครั้ง เมื่อ นําบิตมาเรียงตอกัน 8 ตัว จะมีคาเทากับ 1 ตัวอักษร เรียกวา ไบต (Byte) ซึ่งนอกจากบิตและไบตแลว ระบบดิจิทัลยังมีหนวยเปนกิโลไบต เมกะไบต กิกะไบต และเทอราไบต โดยสามารถสรุปหนวยความจุ ของขอมูลในคอมพิวเตอรไดดังนี้ ตารางสรุปหนวยความจุของขอมูลในคอมพิวเตอร ชื่อหนวย อักษรยอ คาความจุ บิต (bit) b เปดหรือปดกระแสไฟฟา 1 ครั้ง ไบต (byte) B 8 บิต กิโลไบต (kilobyte) KB 1,024 ไบต เมกะไบต (megabyte) MB 1,048,576 ไบต หรือ1,024 กิโลไบต กิกะไบต (gigabyte) GB 1,073,741,824 ไบต หรือ 1,024 เมกะไบต เทอราไบต (terabyte) TB 1,099,511,627,776 ไบต หรือ 1,024 กิกะไบต = A 0 1 0 0 0 0 0 1
129.
ใบความรูที่2 เรื่อง เทคนิกการคนหาขอมูล ขอมูลที่ถูกเก็บรักษาไวในคอมพิวเตอรของตนเอง
ตลอดจนขอมูลที่ถูกเก็บรักษาไวใน คอมพิวเตอรของผูอื่นที่เชื่อมตอกับคอมพิวเตอรของเราทั้งในรูปแบบของอินทราเน็ตหรือการเชื่อมตอ ระบบเครือขายเฉพาะกลุมหรือการเชื่อมตอระบบเครือขายขนาดใหญหรืออินเทอรเน็ต เราจะพบวาขอมูล เหลานั้นมีจํานวนมากมายมหาศาล การคนหาขอมูลดวยการเปดทีละไฟลหรือทีละแฟมดวยหนาตางมาย คอมพิวเตอร (My Computer) นั้นเปนเรื่องที่ยุงยากมาก โดยเฉพาะอยางยิ่งคอมพิวเตอรที่ไมมีการจัดเก็บ ขอมูลอยางเปนระบบ ดังนั้นเทคนิกงาย ๆ ในการคนหาขอมูลตอไปนี้จะชวยใหผูใชสามารถคนหาขอมูล ไดงายยิ่งขึ้น เทคนิกการคนหาขอมูลดังกลาวมีขั้นตอนดังนี้ 1. เลื่อนเมาสไปคลิกที่สตารตเมนู (Start Menu) 2. คลิกที่เซิรช(Search) 3. ปรากฏหนาตางเซิรชรีสูตส 4. ตั้งคาที่ตองการคนหา 5. คลิกที่เซิรช 6. แสดงขอมูลที่ตรงกับที่เราตั้งคาไวทั้งหมด เราสามารถดับเบิลคลิกเพื่อเปดขอมูลนั้น หรือจัดการกับขอมูลนั้นไดทันที 1 2 3 4 5 6
130.
ใบงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป.
5 ใบงานที่ 1 เรื่อง การคนหาขอมูล หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง คนหาขอมูลที่นักเรียนสนใจตามขั้นตอนในการคนหาขอมูล แลวบันทึกขอมูลลงในชองวาง (พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน) ขั้นตอนที่ 1 การกําหนดวัตถุประสงค ขั้นตอนที่ 2 การกําหนดหัวขอของขอมูล 1. 2. 3. 4. ขั้นตอนที่ 3 การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล 1. ระยะเวลาที่ใช 2. ชื่อแหลงขอมูล 3. อุปกรณที่ใช
131.
ขั้นตอนที่ 4 การคนหาและรวบรวมขอมูล 1.
วิธีการรวบรวมขอมูล 2. ปญหาที่พบในการรวบรวมขอมูล
132.
ขั้นตอนที่ 5 การพิจารณา
เปรียบเทียบ และตัดสินใจ หลักในการพิจารณา เปรียบเทียบ และตัดสินใจ ขั้นตอนที่ 6 การสรุปผลและจัดทํารายงาน การสรุปผลการคนหาขอมูล ขั้นตอนที่ 7 การเก็บรักษาขอมูล วิธีการเก็บรักษาขอมูล
133.
ใบงานที่ 2 เรื่อง ตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคํา
หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง 1. คนหาขอมูลตัวอยางโปรแกรมประมวลผลคําที่ไมไดนําเสนอในหนวยการเรียนรูที่2 โปรแกรมประมวลผลคํา หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 2. นํารูปภาพหนาตางโปรแกรมติดลงใน 3. ตอบคําถาม (พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน) คําถาม 1. โปรแกรมประมวลผลคํานี้ชื่ออะไร 2. โปรแกรมประมวลผลคํานี้สรางและพัฒนาโดยบริษัทใด 3. โปรแกรมประมวลผลคํานี้มีคาลิขสิทธิ์หรือไม อยางไร 4. โปรแกรมประมวลผลคํานี้มีจุดเดนอยางไร
134.
5. นักเรียนเคยใชงานโปรแกรมประมวลผลคํานี้หรือไม อยางไร
135.
ใบงานที่ 3 เรื่อง การใชงานไมโครซอฟตเวิรด
หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง เลือกหมายเลข 1–5 หนาขอความที่กําหนดให เติมลงในชองวางตามขั้นตอนการใชงาน ไมโครซอฟตเวิรดที่กําหนด การเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดจากปุมสตารต 1 1. คลิกที่ปุมสตารต 4 2. คลิกไมโครซอฟตเวิรด 2 3. เลื่อนตัวชี้เมาสไปที่ออลโปรแกรม 3 4. เลื่อนตัวชี้เมาสไปที่ไมโครซอฟตออฟฟศ 5 5. ปรากฏหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด การเปดไฟลงาน 2 1. เลือกคลิกที่เปด... 3 2. ปรากฏหนาตางเปด 1 3. คลิกคําสั่งแฟมที่แถบเมนู 4 4. เลือกไดรฟที่บันทึกไฟลงาน 5 5. ดับเบิลคลิกไฟลงานที่ตองการ การบันทึกไฟลงาน 5 1. คลิกที่ปุมบันทึก 2 2. ปรากฏหนาตางบันทึกเปน 3 3. เลือกพื้นที่ที่ตองการบันทึกไฟลงาน 4 4. พิมพชื่อไฟลงานที่ตองการบันทึกหลังคําสั่งชื่อแฟม 1 5. คลิกคําสั่งแฟมที่แถบเมนู แลวเลือกคลิกที่บันทึกเปน...
137.
ใบงานที่ 4 เรื่อง การสรางนามบัตร
หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง 1. รางแบบนามบัตรของนักเรียนลงใน 2. ใชไมโครซอฟตเวิรดสรางนามบัตรตามแบบที่ไดรางไว 3. ตอบคําถามลงในชองวาง(พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน) คําถาม 1. นามบัตรของนักเรียนมีขอมูลอะไรบาง 2. นักเรียนตองการสรางนามบัตรกี่ใบ และตองใชกระดาษขนาดA4 กี่แผน 3. นักเรียนแทรกรูปภาพในนามบัตรหรือไม ถาแทรกรูปภาพนั้นเปนรูปภาพประเภทใด 4. นักเรียนสรางนามบัตรตามขั้นตอนที่นําเสนอในหนวยการเรียนรูที่4 สรางสรรค ผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี สารสนเทศ ป. 5 ทุกขั้นตอนหรือไม อยางไร
138.
5. นักเรียนพบปญหาในการสรางนามบัตรหรือไม อยางไร
139.
เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน–หลังเรียน เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5
หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
140.
1. ขอใดกลาวถึงขอมูลและแหลงขอมูลไดถูกตอง ก ขอมูลที่ดีจะตองมาจากแหลงขอมูลที่ดี ข
แหลงขอมูลที่ดีจะตองมีขอมูลที่เปน เทคโนโลยี ค ขอมูลที่ดีจะตองมาจากแหลงขอมูลที่เปน เทคโนโลยี ง ขอมูลและแหลงขอมูลที่ดีจะตองเกิดจาก เทคโนโลยี 2. ขอใดกลาวถึงการรับขอมูลของมนุษยไม ถูกตอง ก รับขอมูลแบบอัตโนมัติ ข รับขอมูลผานทางประสาทสัมผัส ค สามารถเลือกรับเฉพาะขอมูลที่ดีได ง สามารถรับขอมูลหลาย ๆ อยางไดในเวลา เดียวกัน 3. ขอใดคือลักษณะของขอมูลที่ดี ก มีความถูกตอง ทันสมัย และเชื่อถือได ข มีความถูกตอง นําเสนอผานเทคโนโลยี และทันสมัย ค มีรูปแบบที่สวยงาม สรางสรรค และนํา ความรูไปสูผูรับขอมูล ง มีรูปแบบที่สวยงาม ตรงตอความตองการ ของผูใช และมีผูรูขอมูลมากกวา3 คน 4. ขอใดหมายถึงแหลงขอมูล ก สถานที่ราชการ ข ผูเชี่ยวชาญทางดานขอมูล ค สิ่งตาง ๆ ที่ใหขอมูลแกเรา ง เทคโนโลยีที่รับรองโดยผูเชี่ยวชาญ 5. ขอใดคือลักษณะของแหลงขอมูลที่เปนบุคคล ก มีอายุมาก ข เปนผูใหญ ค มีฐานะร่ํารวย ง เปนผูเชี่ยวชาญในขอมูลนั้น ๆ 6. ขอใดหมายถึงการคนหาขอมูล ก การใชเทคโนโลยีทํางานตามที่เราตองการ ข การอานเนื้อหาแลวสรุปความคิดเปนของ ตนเอง ค การตั้งจุดมุงหมายในการทํางานดาน คอมพิวเตอร ง การคนหาความรูที่ตองการตามวัตถุ- ประสงคที่ตั้งไว 7. การสรุปผลและจัดทํารายงานจะตอง ดําเนินการตามหัวขอที่ไดกําหนดไวในขอใด ก การเก็บรักษาขอมูล ข การกําหนดวัตถุประสงค ค การกําหนดหัวขอของขอมูล ง การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล 8. ขอใดหมายถึงเว็บเบราวเซอร ก ผูเชี่ยวชาญที่มีความรูดานอินเทอรเน็ต ข เว็บไซตที่ใหความรูเกี่ยวกับอินเทอรเน็ต ค อุปกรณที่ใชสําหรับเชื่อมตออินเทอรเน็ต ง โปรแกรมที่ใชสําหรับเชื่อมตอ อินเทอรเน็ต 9. เว็บเพจจะแสดงในสวนประกอบใดของไออี ก แถบเมนู ข พื้นที่ใชงาน ค แอดเดรสบาร ง แถบเครื่องมือ 10. ขอใดกลาวถึงกูเกิลไดถูกตอง ก ชวยเรียกใชงานไออี ข เปนสวนประกอบของไออี ค ชวยคนหาขอมูลจากคําสําคัญ ง เปนโปรแกรมสําหรับเชื่อมตอ อินเทอรเน็ต
141.
เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5
หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว 1. โปรแกรมประมวลผลคําเปนโปรแกรมประเภท ใด ก โปรแกรมประยุกต ข โปรแกรมระบบประยุกต ค โปรแกรมอรรถประโยชน ง โปรแกรมระบบปฏิบัติการ 2. เครื่องมือใดชวยสงเสริมการนําเสนองานที่ สรางจากโปรแกรมประมวลผลคํามากที่สุด ก ลําโพง ข เครื่องพิมพ ค สแกนเนอร ง โพรเจกเตอร 3. โปรแกรมประมวลผลคําสนับสนุนการสราง ผลงานในรูปแบบใดมากที่สุด ก เว็บไซต ข มัลติมีเดีย ค เอกสารสิ่งพิมพ ง ถูกทุกขอ 4. ขอมูลรูปแบบใดไมสามารถแทรกลงในผลงาน ที่สรางจากโปรแกรมประมวลผลคําได ก เสียง ค แผนภูมิ ข ภาพนิ่ง ง ขอความ 5. ขอใดหมายถึงการเชื่อมโยงตัวอักษรที่สรางจาก โปรแกรมประมวลผลคําไปยังแหลงขอมูลอื่น ๆ ก มัลติมีเดีย ข มัลติฟงกชัน ค ไฮเปอรแท็กซ ง ไฮเปอรพิกเจอร 7. ขอใดไมใชหลักในการพิจารณาเลือกใช โปรแกรมประมวลผลคํา ก ผูใชมีความรูและความชํานาญในการใช โปรแกรมนั้น ข ผูใชสามารถปฏิบัติตามขอบังคับในการใช โปรแกรมนั้นได ค โปรแกรมนั้นสามารถใชงานรวมกับ โปรแกรมอื่นได ง โปรแกรมนั้นตองใชกับคอมพิวเตอร ประสิทธิภาพสูงเทานั้น 8. เหตุใดผูใชจึงควรเลือกโปรแกรมประมวลผลคํา ที่ไดรับความนิยมในการใชงานสูง ก เนื่องจากมีแนวโนมที่จะใชโปรแกรมฟรี ในอนาคต ข เนื่องจากจะไดรับสวนลดในการซื้อ โปรแกรม ค เนื่องจากมีแนวโนมที่จะไดรับการพัฒนา ในอนาคต ง เนื่องจากจะไดมีผูรวมใชโปรแกรม หลาย ๆ คน 9. โปรแกรมใดพัฒนามาจากโอเพนออฟฟศดอท โออารจีไรตเตอร ก โลตัสเวิรดโปร ข เวิรดเพอรเฟกต ค ปลาดาวไรตเตอร ง ไมโครซอฟตเวิรด 10. ขอใดคือลักษณะเดนของโอเพนออฟฟศดอท ไออารจีไรเตอร ก มีคําสั่งเปนภาษาไทย
142.
6. ขอใดคือโปรแกรมประมวลผลคําที่ผูใชสามารถ ใชงานไดโดยไมตองเสียคาลิขสิทธิ์ ก โลตัสเวิรดโปร ข
เวิรดเพอรเฟกต ค ไมโครซอฟตเวิรด ง โอเพนออฟฟศดอทโออารจีไรตเตอร ข ผูใชทุกคนสามารถพัฒนาโปรแกรมได ค มีรูปแบบของหนาตางโปรแกรมที่ สวยงาม ใชงานงาย ง ผูใชสามารถใชงานไดโดยไมตองติดตั้ง โปรแกรมเพิ่มเติม
143.
เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5
หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว 1. ขอใดคือลักษณะของไอคอนไมโครซอฟตเวิรด ก ดินสอ ข ตัวอักษร E ค ตัวอักษร W ง กระดาษเปลา 2. การกดแปนคอนโทรลพรอมตัวอักษรเอ็นที่ แปนแผงอักขระเทากับคําสั่งในขอใด ก การเปดไฟลงาน ข การสรางไฟลงาน ค การบันทึกไฟลงาน ง การคัดลอกไฟลงาน 3. เมื่อพิมพขอความบนพื้นที่ใชงานตัวอักษร ปรากฏบริเวณใดของสัญลักษณ ก ดานบน ข ดานลาง ค ดานหนา ง ดานหลัง 4. สัญลักษณ U บนแถบเมนูแทนคําสั่งใด ก กําหนดตัวอักษรใหขีดเสนใต ข กําหนดตัวอักษรใหเปนภาษาอังกฤษ ค กําหนดตัวอักษรใหมีขนาดใหญที่สุด ง กําหนดตัวอักษรใหอยูดานลางของบรรทัด 5. สามารถสรางไดจากคําสั่งใดของ ไมโครซอฟตเวิรด ก คลิปอารต ข แทรกรูปภาพ ค ตัวอักษรศิลป ง รูปรางอัตโนมัติ 6. ขอใดคือลักษณะของตัวชี้เมาสเมื่อตองการ 7. ขอใดไมสามารถสั่งไดจากหนาตางจัดรูปแบบ กลองขอวาม ก เพิ่มขนาดของเสนขอบของกลองขอความ ข กําหนดสีของพื้นที่ในกลองขอความเปนสี เหลือง ค เปลี่ยนรูปแบบกลองขอความจากสี่เหลี่ยม เปนวงกลม ง ปรับใหพื้นที่ในกลองขอความสีฟาจางลง จนเห็นตัวอักษรดานหลังกลองขอความ 8. 10 x 5 ตารางที่ปรากฏที่ตารางจําลองหมายถึง อะไร ก มีตารางในแนวตั้ง 5 ชอง ตารางใน แนวนอน10 ชอง ข มีตารางในแนวตั้ง 10ชอง ตารางใน แนวนอน5 ชอง ค ตาราง 1 ตาราง มีขนาดความสูง 5 เซนติเมตร ยาว10 เซนติเมตร ง ตาราง 1 ตาราง มีขนาดความสูง 10 เซนติเมตรยาว5 เซนติเมตร 9. คําสั่งใดตั้งคาไดจากหนาตางตารางและเสน ขอบ ก การเปลี่ยนสีของตาราง ข การกําหนดขนาดของตาราง ค การเปลี่ยนตัวอักษรในตาราง ง การกําหนดจํานวนของตาราง 10. การใชคําสั่งแทรกตารางจะปรากฏตารางที่ ตําแหนงใดบนพื้นที่ใชงาน ก ดานหนาของเคอรเซอร ข ดานบนของพื้นที่ใชงาน
144.
ขยายขนาดของกลองขอความ ก I ข ค ง ค ตรงกลางพื้นที่ใชงาน ง
ดานขวาของเคอรเซอร เทคโนโลยีสารสนเทศ ป. 5 หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด ชื่อ ชั้น เลขที่ คําชี้แจง เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว 1. ขอใดกลาวถึงจิตสํานึกในการสรางผลงานได ถูกตอง ก เปนสิ่งที่จะปฏิบัติตามหรือไมก็ได ข เปนสิ่งที่ทุกคนควรยึดถือและปฏิบัติตาม ค เปนสิ่งที่กฎหมายกําหนดใหทุกคนปฏิบัติ ตาม ง เปนสิ่งที่เกี่ยวของกับผูมีอาชีพทางดาน คอมพิวเตอรไมเกี่ยวของกับนักเรียน 2. การใชภาษาแบบใดที่แสดงถึงความมีจิตสํานึก ของผูสรางผลงาน ก ใชภาษาที่สั้นกะทัดรัด ข ใชภาษาวัยรุนที่เขาใจงาย ค ใชภาษาที่ถูกตองตามกาลเทศะ ง ใชภาษาสากลหรือภาษาอังกฤษเทานั้น 3. กระดาษขนาดA4 1 แผน สามารถสราง นามบัตรไดกี่ใบ ก 1 ใบ ข 2 ใบ ค 6 ใบ ง 8 ใบ 4. การกําหนดขนาดของรูปภาพที่แทรกใน นามบัตรจะตองตั้งคาที่ใด ก หนาตางแทรกรูปภาพ ข หนาตางรูปรางอัตโนมัติ 6. ดานใดของบัตรอวยพรที่ผูใชจะตองออกแบบ ใหตัวอักษรและภาพกลับหัว ก ดานหนา ข ดานในบน ค ดานในลาง ง ดานหลัง 7. ใบประกาศควรมีขนาดเทาใด ก เต็มหนากระดาษขนาดA4 ข ครึ่งหนึ่งของกระดาษขนาดA4 ค ขนาด 1/3 ของกระดาษขนาดA4 ง ขนาด 1/4ของกระดาษขนาดA4 8. ถาตองการสรางใบประกาศในแนวนอนจะตอง ตั้งคาที่ใด ก หนาตางตั้งคาเอกสารใหม ข หนาตางตั้งคาหนากระดาษ ค หนาตางจัดรูปแบบตัวอักษร ง หนาตางจัดรูปแบบใบประกาศ 9. การแทรกหมายเลขหนาจําเปนสําหรับการ สรางผลงานใดมากที่สุด ก รายงาน ข นามบัตร ค ใบประกาศ ง บัตรอวยพร 10. ขอใดคือประโยชนของแท็บในการสราง
145.
ค หนาตางรูปภาพจากแฟม ง หนาตางจัดรูปแบบรูปภาพ 5.
การสรางบัตรอวยพรในรูปแบบพับครึ่ง แนวนอน ผูสรางจะตองออกแบบบัตรอวยพรกี่ ดาน ก 1 ดาน ข 2 ดาน ค 4 ดาน ง 8 ดาน รายงาน ก ชวยประหยัดกระดาษในการทํารายงาน ข ชวยใหตัวอักษรมีขนาดเดียวกันทั้งรายงาน ค ชวยใหหนากระดาษมีขนาดเทากันทั้ง รายงาน ง ชวยใหตัวอักษรยอหนาและเวนวรรค เทากันทั้งรายงาน
146.
แบบทดสอบปลายป เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ชื่อ
ชั้น เลขที่ ตอนที่ 1 เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว(ขอละ1คะแนน) 1. ขอใดคือวิธีการรับขอมูลขั้นพื้นฐานของมนุษย ก ความคิด ข ความฝน ค ลางสังหรณ ง ประสาทสัมผัส 2. ขอมูลไมไดรับจากการมองเห็นดวยดวงตา ก ภาพเขียน ข ตัวหนังสือ ค สัญลักษณ ง เสียงดนตรี 3. อวัยวะใดของมนุษยไมไดใชสําหรับรับขอมูล ก หู ข ลิ้น ค จมูก ง หัวใจ 4. ขอใดคือลักษณะของขอมูลที่ดี ก มีผูรูขอมูลมากกวา3 คน ข ผานการตีพิมพเปนตัวอักษร ค มีความถูกตองและเชื่อถือได ง นําเสนอดวยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 5. “ปารุตตองการซื้อมะนาว” ขอมูลใดเปนขอมูล ที่ดีของปารุต ก ราคามะนาวเมื่อป พ.ศ. 2530 ข ราคามะนาวที่จําหนายที่รานคาใกลบาน ค ราคามะนาวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร ง ราคามะนาวที่จําหนายในประเทศเพื่อน บาน 6. ตนไมเปนแหลงขอมูลหรือไม เพราะเหตุใด ก เปน เพราะเปนสิ่งมีชีวิต 7. แหลงขอมูลประเภทใดที่ชวยใหสามารถคนหา ขอมูลไดสะดวกและรวดเร็วมากที่สุด ก บุคคล ข สถานที่ ค สัตวและสิ่งของ ง สื่ออิเล็กทรอนิกส 8. ขอใดคือแหลงขอมูลประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส ก แผนซีดี ข หองสมุด ค พิพิธภัณฑ ง ผูเชี่ยวชาญทางดานอิเล็กทรอนิกส 9. “ประวัติคอมพิวเตอร สวนประกอบของ คอมพิวเตอร และแนวโนมของคอมพิวเตอร” เปนการกําหนดหัวขอในขั้นตอนของการคนหา ขอมูล ก การกําหนดวัตถุประสงค ข การสรุปและจัดทํารายงาน ค การกําหนดหัวขอของขอมูล ง การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล 10. การพิจารณา เปรียบเทียบ และตัดสินใจในการ คนหาขอมูลควรยึดปฏิบัติตามขอใด ก ความทันสมัย ข คําแนะนําของเพื่อน ค ความตองการของสังคม ง วัตถุประสงคในการคนหา 11. ขอใดคืออุปกรณสําหรับเก็บรักษาขอมูลใน รูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส ก แผนดีวีดี ข แฟมขอมูล
147.
ข ไมเปน เพราะไมไดเปนสิ่งมีชีวิต ค
ไมเปน เพราะไมมีผูเชี่ยวชาญรับรอง ง เปน เพราะสามารถใหขอมูลเกี่ยวกับพืช ได ค โตะนักเรียน ง ตูเก็บเอกสาร
148.
12. ขอใดกลาวถึงไออีไมถูกตอง ก ใชสําหรับเชื่อมตออินเทอรเน็ต ข
เปนเว็บเบราวเซอรโปรแกรมหนึ่ง ค ติดตั้งพรอมกับโปรแกรมระบบปฏิบัติการ ของบริษัทไมโครซอฟต ง คอมพิวเตอรจะเปดโปรแกรมนี้ให อัตโนมัติเมื่อเปดเครื่อง 13. “ถาหนาจอคอมพิวเตอรไมมีไอคอนของ อินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอร” ผูใชจะเรียกใช งานอินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอรไดอยางไร ก คลิกเลือกชื่ออินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอร ที่สตารตเมนู ข ดับเบิลคลิกที่สตารตเมนู แลวเลือกโอเพน หรือเปด ค แดรกสที่พื้นที่วางบนหนาจอคอมพิวเตอร แลวเลือกโอเพนหรือเปด ง คลิกขวาที่พื้นที่วางบนหนา จอคอมพิวเตอร แลวเลือกเปดอินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอร 14. ขอใดไมใชสวนประกอบของหนาตาง โปรแกรมอินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอร ก แถบเมนู ข คลิปอารต ค พื้นที่ใชงาน ง แอดเดรสบาร นําขอมูลตอไปนี้ตอบคําถามขอ 15–17 1. พิมพคําสําคัญ 2. เรียกใชเซิรชเอนจิ้น 3. เรียกใชอินเทอรเน็ต เอ็กซพลอเรอร 4. คลิกเว็บไซตที่นําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ คําสําคัญ 15. ขอใดเรียงลําดับการคนหาขอมูลไดถูกตอง ก 1, 4, 2, 3 16. ขอใดคือขั้นตอนที่ตองพิมพที่อยูของกูเกิล ก ขอที่ 1 ข ขอที่ 2 ค ขอที่ 3 ง ขอที่ 4 17. ถาตองการคนหาขอมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี ผูใช จะตองพิมพคําวาเทคโนโลยีในขั้นตอนใด ก ขอที่ 1 ข ขอที่ 2 ค ขอที่ 3 ง ขอที่ 4 18. ขอใดคือขอดีของเซิรชเอนจิ้นประเภทการ คนหาขอมูลจากคําสําคัญ ก คนหาขอมูลไดจากสื่อหลายประเภท ข ผูคนหาขอมูลไมจําเปนตองมีความรูดาน เทคโนโลยี ค คนหาขอมูลไดรวดเร็วและมีฐานขอมูล จํานวนมาก ง ผูคนหาขอมูลไมจําเปนตองเชื่อมตอ อินเทอรเน็ต 19. ขอใดไมใชประเภทของขอมูลที่สามารถคนหา ไดจากคําสั่งของกูเกิล ก รูปภาพ ข กลุมขาว ค คลิปวิดีโอ ง สารบบเว็บ 20. ขอใดคือที่อยูของกูเกิล ก http://www.google.com ข http://www.com.google ค http://www.google.html ง http://www.search.google.co.th 21. ขอใดไมใชขอมูลที่สามารถสรางไดจาก
149.
ข 2, 3,
4, 1 ค 3, 2, 1, 4 ง 4, 1, 3, 2 โปรแกรมประมวลผลคํา ก กราฟ ข แผนภูมิ ค สัญลักษณ ง ภาพเคลื่อนไหว
150.
22. ผลงานที่ไดจากโปรแกรมประมวลผลคําจะมี ลักษณะเหมือนกับผลงานที่ไดจากเครื่องมือใด ก เครื่องคิดเลข ข
เครื่องพิมพดีด ค เครื่องถายเอกสาร ง เครื่องถายภาพอัตโนมัติ 23. ขอใดไมใชอุปกรณที่จําเปนในการใชงาน โปรแกรมประมวลผลคํา ก จอภาพ ข แปนพิมพ ค เครื่องพิมพ ง น้ํายาลบคําผิด 24. ไฮเปอรเท็กซกับไฮเปอรพิกเจอรที่สรางดวย โปรแกรมประมวลผลคําแตกตางกันอยางไร ก ไฮเปอรเท็กซใชตัวอักษรแตไฮเปอร- พิกเจอรใชรูปภาพในการเชื่อมโยง ข ไฮเปอรเท็กซเชื่อมโยงไปยังตัวอักษรแต ไฮเปอรพิกเจอรเชื่อมโยงไปยังรูปภาพ ค ไฮเปอรเท็กซเชื่อมโยงภายในเอกสารแต ไฮเปอรพิกเจอรเชื่อมโยงภายนอกเอกสาร ง ไฮเปอรเท็กซนําเสนอเปนเอกสารสิ่งพิมพ ไดแตไฮเปอรพิกเจอรไมสามารถนําเสนอ เปนเอกสารสิ่งพิมพได 25. เหตุใดการใชโปรแกรมประมวลผลคําจึงเปน การชวยรักษาสิ่งแวดลอม ก เพราะใชคอมพิวเตอรชนิดพิเศษ ข เพราะไมตองใชกระดาษในการสราง ผลงาน ค เพราะไมตองใชกระแสไฟฟาในการสราง ผลงาน ง เพราะสามารถตรวจสอบผลงานกอนสั่ง พิมพลงบนกระดาษ 26. ขอใดคือลักษณะของโปรแกรมประมวลผลคํา ในปจจุบัน ก เปนฟรีโปรแกรมทุกโปรแกรม ข เปนชุดสําหรับทํางานขั้นพื้นฐานของ คอมพิวเตอร ค เปนโปรแกรมที่ตองใชกับคอมพิวเตอร แบบเฉพาะเจาะจง ง เปนโปรแกรมที่จะตองติดตั้งกับโปรแกรม ระบบที่พัฒนาโปรแกรมนั้น ๆ 27. ขอใดคือลักษณะที่เหมือนกันของหนาตาง โปรแกรมประมวลผลคําที่สรางและพัฒนาจาก ทุกบริษัท ก ตําแหนงของคําสั่งที่แถบเมนู ข ปุมเชื่อมโยงไปยังบริษัทที่ผลิต ค พื้นที่ใชงานมีรูปแบบคลายกระดาษ ง ภาษาอังกฤษที่เปนคําสั่งพิเศษของ โปรแกรม 28. ไมโครซอฟตเวิรดเปนโปรแกรมประมวลผลคํา ในชุดใด ก ออฟฟศโอเพน ข ไมโครซอฟตโอเพน ค ไมโครซอฟตออฟฟศ ง ออฟฟศโอเพนไมโครซอฟต 29. ปลาดาวไรตเตอรดีกวาโอเพนออฟฟศดอท โออารจีไรเตอรอยางไร ก เสียคาลิขสิทธิ์นอยกวา ข มีโปรแกรมในชุดจํานวนมากกวา ค สรางจากบริษัทที่มีความนาเชื่อถือมากกวา ง สนับสนุนการทํางานดวยภาษาไทย มากกวา 30. สมารตสูทเปนชื่อชุดของโปรแกรมประมวลผล ใด ก โลตัสเวิรดโปร
151.
ข เวิรดเพอรเฟกต ค ปลาดาวไรตเตอร ง
ไมโครซอฟตเวิรด
152.
31. การเรียกใชไมโครซอฟตเวิรดจากไอคอนกับปุม สตารตเหมือนกันอยางไร ก ตองใชคําสั่งจากปุมสตารตเหมือนกัน ข
สั่งงานไดจากการดับเบิลคลิกเหมือนกัน ค สามารถเลือกคําสั่งโอเพนจากเมนูลัดได เหมือนกัน ง ปรากฏหนาตางโปรแกรมในขั้นตอน สุดทายเหมือนกัน 32. ขอใดไมไดแสดงบนแถบสถานะ ก จํานวนหนา ข ภาษาที่ใชพิมพ ค บรรทัดที่กําลังพิมพ ง คําสั่งแทรกรูปรางอัตโนมัติ 33. สวนประกอบใดของไมโครซอฟตเวิรดที่จะมี ลักษณะเปลี่ยนไปตามงานบนพื้นที่ใชงาน ก แถบเมนู ข ทาสกเพน ค แถบสถานะ ง แถบเครื่องมือ 34. คําสั่งใดที่ไมโครซอฟตเวิรดจะดําเนินการให อัตโนมัติเมื่อเรียกใชโปรแกรม ก การบันทึกไฟลงาน ข การสรางเอกสารเปลา ค การเรียกใชไฟลงานเดิม ง การพิมพเอกสารเดิมที่เคยบันทึกไว 35. ไอคอนบันทึกไฟลงานบนแถบเมนูของ ไมโครซอฟตเวิรดมีลักษณะเหมือนสื่อบันทึก ขอมูลประเภทใด ก แผนซีดี ข ฮารดดิสก ค แผนดิสเกตต ง ยูเอสบีแฟลชไดรฟ 37. ใครใชคําสั่งลัดจากแผงแปนอักขระเพื่อสั่งงาน ไมโครซอฟตเวิรดไดถูกตอง ก จําปากดแปนคอนโทรลพรอมตัวอักษร เอ็นเมื่อตองการขึ้นหนาใหม ข กุหลาบกดแปนคอนโทรลพรอมตัวอักษร ซีเมื่อตองการคัดลอกไฟลงาน ค มะลิกดแปนคอนโทรลพรอมตัวอักษรเอ็ม เมื่อตองการสรางเอกสารใหม ง ทานตะวันกดแปนคอนโทรลพรอม ตัวอักษรเอสเมื่อตองการบันทึกไฟลงาน 38. ขอใดคือวิธีการตั้งคาตัวอักษรหลังการพิมพ ก กดแปนชิฟทแลวตั้งคา ข คลิกขวาที่ขอความแลวตั้งคา ค แดรกเมาสคลุมขอความที่ตองการแลว ตั้งคา ง เลื่อนตัวชี้เมาสไวดานหลังขอความแลว ตั้งคา 39. เมื่อใชงานไมโครซอฟตเวิรดสัญลักษณ มี ประโยชนอยางไร ก ชวยกําหนดลักษณะของตัวอักษร ข ชวยบอกตําแหนงการพิมพบนพื้นที่ใชงาน ค ชวยปองกันไมใหโปรแกรมเกิดความ ผิดพลาด ง ชวยแสดงความพรอมในการรับคําสั่งของ โปรแกรม 40. ขอใดคือลักษณะของขอความที่ไดจากการใช คําสั่ง I บนแถบเมนู ก คอมพิวเตอร ข คอมพิวเตอร ค คอมพิวเตอร ง คอมพิวเตอร ใชขอความตอไปนี้ตอบคําถามขอ 41–42
153.
36. ขอใดไมสามารถสั่งไดจากหนาตางการพิมพ ของไมโครซอฟตเวิรด ก เปลี่ยนเครื่องพิมพ ข
เลือกหนาที่ตองการพิมพ ค ลดขนาดตัวอักษรที่ตองการพิมพ ง กําหนดจํานวนสําเนาที่ตองการพิมพ คอมพิวเตอรคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ 41. ขอใดคือขอความที่ไดจากการกดแปนแบ็ก- สเพรซ 3 ครั้ง ก คอมพิวเตอรคือโนโลยีสารสนเทศ ข คอมพิวเตอรเทคโนโลยีสารสนเทศ ค คอมพิวเตอรคือเทคโนโลยีสารสนเทศ ง คอมพิวเตอรคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
154.
42. ขอใดคือวิธีการลบคําวา“คอมพิวเตอร” ก แดรกเมาสคลุมเฉพาะคําวาคอมพิวเตอร แลวกดแปนดีลีต ข
กดแปนดีลีตติดตอกันจนกวาคําวา คอมพิวเตอรจะหายไป ค กดแปนแบ็กสเพรซติดตอกันจนกวาคําวา คอมพิวเตอรจะหายไป ง แดรกเมาสคลุมเฉพาะคําวาคอมพิวเตอร แลวกดแปนแบ็กสเพรซ 43. ขอใดหมายถึงภาพตัดปะ ก ภาพที่บันทึกไวในแผนซีดี ข ภาพที่บันทึกไวในหนวยความจําหลัก ค ภาพที่ดาวนโหลดมาจากอินเทอรเน็ต ง ภาพที่อยูในคลังภาพของไมโครซอฟต เวิรด 44. การแทรกรูปภาพประเภทใดที่จะตองเลือกจาก ทาสกเพน ก ภาพตัดปะ ข ภาพเคลื่อนไหว ค ภาพนิ่งทุกประเภท ง ภาพที่บันทึกไวในคอมพิวเตอร 45. ขอใดไมไดอยูในคําสั่งแทรกรูปภาพ ก แผนภูมิ ข สรางรูปวาด ค กลองขอความ ง รูปรางอัตโนมัติ 46. “ฟาตองการแทรกภาพถายของตนเอง” ฟาตอง ปฏิบัติอยางไร ก คลิกขวาที่พื้นที่ใชงาน เลือกรูปภาพจาก แฟม แลวดับเบิลคลิกที่ภาพถายของฟา ข คลิกที่แทรกบนแถบเมนู เลือกรูปภาพ เลือกจากแฟม แลวดับเบิลคลิกที่ภาพถาย 47. รูปรางอัตโนมัติในหัวขอใดที่สามารถพิมพ ขอความไดเหมือนกลองขอความโดยไมตอง ตั้งคาเพิ่มเติม ก คําบรรยาย ข ลูกศรแบบบล็อก ค แผนผังลําดับงาน ง ดาวและปายประกาศ 48. รูปรางอัตโนมัติใดไมไดอยูในหัวขอรูปราง พื้นฐาน ก ค ข ง 49. ขอใดคือประโยชนของปุมสีเขียวที่อยูดานบน ของวัตถุที่ใชในไมโครซอฟตเวิรด ก ชวยหมุนวัตถุ ข ชวยเปลี่ยนสีวัตถุ ค ชวยเปลี่ยนขนาดวัตถุ ง ชวยแสดงสถานะวัตถุ 50. ขอใดคือขอดีของการพิมพตัวอักษรไวในกลอง ขอความ ก สามารถเปลี่ยนสีตัวอักษรได ข สามารถเลื่อนตัวอักษรไปมาได ค สามารถบอกที่มาของตัวอักษรได ง สามารถเชื่อมโยงเปนไฮเปอรเท็กซได 51. เสนขอบของกลองขอความที่สามารถยายไดจะ มีลักษณะอยางไร ก เปนจุด ข เปนสีเขียว ค เปนเสนกากบาท ง เปนเสนทแยงมุม 52. ขอใดไมใชหัวขอในหนาตางจัดรูปแบบกลอง
155.
ของฟา ค ดับเบิลคลิกที่วัตถุบนพื้นที่ใชงาน คลิกที่ เปลี่ยนในหนาตางแทรกวัตถุ
แลวดับเบิล คลิกที่ภาพถายของฟา ง คลิกที่แทรกบนแถบเมนู เลือกรูปภาพ เลือกภาพตัดปะ พิมพชื่อไฟล คลิกคนหา และดับเบิลคลิกที่ภาพถายของฟา ขอความ ก ขนาด ข ภาพนิ่ง ค เคาโครง ง สีและเสน
156.
53. ตารางจําลองมีหนาที่อะไร ก กําหนดขนาดของตารางที่ตองการสราง ข
กําหนดจํานวนชองของตารางที่ตองการ สราง ค แสดงตําแหนงของตารางกอนการสราง ตารางจริง ง แสดงลักษณะของตารางกอนการสราง ตารางจริง 54. ขอใดไมสามารถตั้งคาในตารางของ ไมโครซอฟตเวิรดได ก เปลี่ยนสีของเสนตาราง ข เปลี่ยนเสนตารางเปนเสนปะ ค เปลี่ยนเสนตารางเปนเสนโคง ง เปลี่ยนขนาดความหนาของเสนตาราง 55. ลักษณะของตัวชี้เมาส หมายถึงอะไร ก เลือกทุกชองในตาราง ข พิมพขอความเฉพาะชองที่ลูกศรชี้ ค เลือกทุกชองของตารางในแนวนอนที่ ลูกศรชี้ ง พิมพขอความทุกชองของตารางใน แนวนอนที่ลูกศรชี้ 56. จิตสํานึกในการสรางผลงานมีความสําคัญ อยางไร ก ชวยเพิ่มประสิทธิภาพของผลงาน ข ชวยสงเสริมผูที่มีความสามารถในการ สรางผลงาน ค ชวยใหเกิดการสรางสรรคผลงานที่ดีและ ไมทําใหผูอื่นเดือดรอน ง ชวยใหผูสรางผลงานไมกระทําความผิด ตามที่กฎหมายกําหนด 57. เมื่อเรานําผลงานของผูอื่นมาพัฒนาตอควร ปฏิบัติอยางไร 58. นักเรียนไมควรปฏิบัติตามผูใด ก น้ํานําขอมูลของผูอื่นมาทํารายงาน ข ดินแทรกรูปภาพของตนเองไวในนามบัตร ค ฟาทําสําเนาใบประกาศรับสมัครงาน จํานวนมาก ง ลมสรางบัตรอวยพรโดยใชกลอนแปด นําเสนอขอมูล 59. ใครสรางผลงานอยางมีจิตสํานึกตอสิ่งแวดลอม มากที่สุด ก โอมตรวจสอบผลงานกอนพิมพลงบน กระดาษ ข โฬมปดคอมพิวเตอรที่ใชสรางผลงานทุก 30 นาที ค โจมใชคอมพิวเตอรประสิทธิภาพสูงใน การสรางผลงาน ง โดมคัดลอกผลงานที่สรางไวแลวมาใช งานใหคุมคามากที่สุด 60. ขอใดคือผลงานที่นิยมสรางจากไมโครซอฟต เวิรดมากที่สุด ก เว็บไซตนําเสนอวิธีการซอมคอมพิวเตอร ข ใบประกาศจบการอบรมวิชาคอมพิวเตอร ค บทเรียนคอมพิวเตอรเรื่องคอมพิวเตอร เบื้องตน ง มัลติมีเดียภาพการตูนประกอบเสียง กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร 61. ขั้นตอนแรกของการสรางนามบัตร บัตรอวย พร และใบประกาศคือขอใด ก การตั้งคาหนากระดาษ ข การสรางกลองขอความ ค การรางแบบผลงานกอนการสรางจริง ง การกําหนดรูปแบบของผลงานที่พื้นทีใช งาน
157.
ก จัดทําอางอิงถึงที่มาของผลงานนั้น ข ระลึกถึงบุญคุณของผูสรางผลงาน ค
กลาวขอบคุณผูสรางผลงานทันทีเมื่อมี โอกาส ง ไมควรแสดงขอมูลใด ๆ ที่เกี่ยวของกับ ผูสรางผลงาน 62. ขอใดคือประโยชนของนามบัตร ก ชวยแนะนําตนเองกับผูอื่น ข ชวยบอกขอมูลที่ผูอื่นตองการรู ค ชวยแสดงความยินดีในโอกาสตาง ๆ ง ชวยนําเสนอขอมูลในเรื่องที่เราสนใจ
158.
63. นามบัตรมีลักษณะคลายสิ่งใดมากที่สุด ก รายงาน ข
ทะเบียนบาน ค บัตรประชาชน ง ใบประกาศนียบัตร 64. ขอมูลใดไมนิยมแสดงไวในนามบัตร ก วันเกิด ข เบอรโทรศัพท ค ชื่อและนามสกุล ง ตําแหนงหนาที่การทํางาน 65. คําสั่งใดไมจําเปนในการใชสรางนามบัตร ก การตั้งคาหนากระดาษ ข การเปลี่ยนขนาดรูปภาพ ค การแทรกกลองขอความ ง การคัดลอกและการวางวัตถุ 66. ใครควรเลือกสรางบัตรอวยพรมากที่สุด ก ดังตองการแนะนําตนเองกับคนแปลกหนา ข เดนตองการแจงกําหนดการประชุม ประจําป ค ดาตองการแสดงความดีใจกับเพื่อนที่จบ การศึกษา ง ดวงตองการสรุปผลงานของตนเอง ทั้งหมดเสนอตอหัวหนา 67. ผูสรางควรนําเสนอขอมูลสวนใหญของบัตร อวยพรรูปแบบพับครึ่งแนวนอนในดานใด ก ดานหลัง ข ดานหนา ค ดานในบน ง ดานในลาง 68. ดานหนาของบัตรอวยพรผูใชควรออกแบบให มีลักษณะอยางไร ก ไมมีขอมูลหรือรูปภาพใด ๆ 69. ขอใดคือวิธีการสรางกรอบใหหนากระดาษเพื่อ สรางบัตรอวยพร ก คลิกขวาบนพื้นที่ใชงาน แลวเลือกแสดง เสนขอบ ข คลิกที่แถบเคาโครงในหนาตางตั้งคา หนากระดาษแลวคลิกที่เสนขอบ ค แดรกเมาสคลุมพื้นที่ที่ตองการสรางเสน ขอบ แลวคลิกเลือกคําสั่งเสนของที่แถบ เมนู ง ดับเบิลคลิกบนพื้นที่ใชงาน แลวคลิก กําหนดกรอบในหนาตางตั้งคารูปแบบ เอกสารใหม 70. เหตุใดจึงตองใชอักษรศิลปในการสราง ขอความในบัตรอวยพร ก เพราะอักษรศิลปสามารถเปลี่ยนสีได ข เพราะอักษรศิลปสวยกวาตัวอักษรปกติ ค เพราะตองการหมุนใหตัวอักษรกลับดาน ง เพราะตองการกําหนดขนาดของตัวอักษร ใหชัดเจน 71. เหตุใดจึงตองกําหนดขนาดพื้นที่ใชงานเปน 32% ในการวางวัตถุเพื่อสรางบัตรอวยพร ก เพราะจะไดมองเห็นวัตถุใหชัดเจนยิ่งขึ้น ข เพราะตองการใหเห็นพื้นที่ใชงานทั้ง2 หนากระดาษ ค เพราะตองการเพิ่มขนาดของบัตรอวยพร ใหตรงกับมาตรฐานที่กําหนด ง เพราะจะไดตรวจสอบรายละเอียดของ วัตถุทั้งหมดกอนจัดวาง 72. ขอใดคือวิธีการเคลื่อนยายวัตถุ ก คลิกที่วัตถุแลวแดรกเมาสลากวัตถุนั้นไป ยังตําแหนงที่ตองการ ข ดับเบิลคลิกที่วัตถุแลวตั้งคาการจัดวางใน หนาตางการจัดรูปแบบวัตถุ
159.
ข มีรูปแบบที่นาสนใจมากที่สุด ค ควรมีทั้งรูปภาพและขอความ ง
มีขอมูลที่ตองการนําเสนอใหมากที่สุด ค คลิกขวาที่วัตถุแลวเลือกเติมคาX และ Y ตามแกนของหนากระดาษ ง แดรกเมาสเลือกวัตถุทั้งหมด คลิกขวาแลว ตั้งคาการจัดวางในหนาตางการตั้งคา หนากระดาษ
160.
73. ขอใดคือวิธีการพิมพบัตรอวยพรรูปแบบพับ ครึ่งแนวนอน ก คลิกคําสั่งพิมพบนแถบเมนูเพื่อพิมพ ขอมูลทั้งหมดในครั้งเดียว ข
เปดหนาตางการพิมพเลือกพิมพหนา 1 พลิกกลับดานหนากระดาษแลวสั่งพิมพ หนา 2 อีกครั้งหนึ่ง ค เปดหนาตางการพิมพกําหนดจํานวน สําเนาเปน 2เพื่อพิมพขอมูล 2 หนากระดาษในครั้งเดียว ง คลิกคําสั่งพิมพบนแถบเมนูเพื่อพิมพ เฉพาะหนาที่แสดงในปจจุบัน พลิกกลับ ดานหนากระดาษแลวคลิกคําสั่งพิมพบน แถบเมนูอีกครั้งหนึ่ง 74. ขอใดคือเทคนิกการพิมพใบประกาศพรอมกัน 10 ใบดวยการใชคําสั่งเพียงครั้งเดียว ก คลิกขวาคําสั่งพิมพที่แถบเมนู พิมพ 10 ใน ชองวาง ข เปดหนาตางการพิมพ พิมพ 1–10 หลัง คําสั่งชวงของหนา ค เปดหนาตางการพิมพ พิมพ 10 หลังคําสั่ง จํานวนสําเนา ง ดับเบิลคลิกคําสั่งพิมพที่แถบเมนู พิมพ 10 หลังคําสั่งจํานวนสําเนา 75. กระดาษในสวนใดของรายงานที่ควรจะ แตกตางจากสวนอื่น ก ปกใน ข อางอิง ค เนื้อหา ง ปกนอก 76. สัญลักษณแท็บสามารถสังเกตไดจากที่ใด ก ตัวชี้เมาส ข คําสั่งในทาสกเพนท ค ดานซายของแถบสถานะ ง บรรทัดที่แสดงเหนือพื้นที่ใชงาน 77. คําสั่งการเรียงลําดับมีประโยชนอยางไร ก ชวยเรียงขอความตามลําดับตัวอักษร ข ชวยเรียงขอความตามลําดับความยาว ค ชวยเรียงหนากระดาษตามโครงสรางของ รายงาน ง ชวยเพิ่มหมายเลขหนาขอความเรียงลําดับ ตามตัวเลข ใชตัวเลือกผลงานที่สรางดวยไมโครซอฟตเวิรด ตอไปนี้ตอบคําถามขอ 78–80 ก รายงาน ข นามบัตร ค ใบประกาศ ง บัตรอวยพร 78. การสรางผลงานในขอใดที่ไมตองรางแบบกอน สรางผลงานจริง (ก) 79. การสรางผลงานในขอใดตัวอักษรที่นําเสนอ จะตองมีขนาดใหญกวาผลงานประเภทอื่น ๆ (ค) 80. การสรางผลงานในขอใดที่ตองใชคําสั่งตั้งคา เย็บกระดาษ (ก)
161.
ตอนที่ 2 ตอบคําถามตอไปนี้
(ขอละ 2 คะแนน) 1. รูปรางอัตโนมัติแบงเปนกี่หัวขอ อะไรบาง 7 หัวขอ ไดแก เสนตัวเชื่อมตอ รูปรางพื้นฐาน ลูกศร แบบบล็อก แผนผังลําดับงาน ดาวและปายประกาศ และคําบรรยาย 2. รายงานทั่วไปจะประกอบไปดวยอะไรบาง ปกหนา ปกใน คํานํา สารบัญ เนื้อหา และอางอิง 3. การคนหาขอมูลแบงเปนกี่ขั้นตอน อะไรบาง 7 ขั้นตอน คือ การกําหนดวัตถุประสงค การกําหนด หัวขอของขอมูล การวางแผนและเลือกแหลงขอมูล การคนหาและรวบรวมขอมูล การพิจารณา เปรียบเทียบ และตัดสินใจ การสรุปผลและจัดทํารายงาน และการเก็บรักษาขอมูล 4. ยกตัวอยางบัตรอวยพรมาอยางนอย 3 ประเภท บัตรอวยพรปใหม บัตรอวยพรงานแตงงาน และบัตรอวยพรวันเกิด 5. เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวของกับขอมูลและแหลงขอมูลอยางไรเทคโนโลยีสารสนเทศเปนการใช เทคโนโลยีมาชวยจัดการกับขอมูลและแหลงขอมูล เพื่อใหเกิดประโยชนในดานตาง ๆ ตอผูใชขอมูล 6. การสรางนามบัตรดวยไมโครซอฟตเวิรดจะตองใชวัสดุและอุปกรณใดบางคอมพิวเตอรที่ติดตั้ง ไมโครซอฟตเวิรด เครื่องพิมพ กระดาษสําหรับรางแบบ เครื่องเขียนสําหรับรางแบบ กระดาษสําหรับ พิมพนามบัตรขนาด A4 ไฟลรูปภาพ และกรรไกร 7. การใชคําสั่งพิมพที่หนาตางการพิมพดีกวาการใชคําสั่งการพิมพแบบลัดอยางไรสามารถกําหนด รายละเอียดในการพิมพเอกสารได 8. การบันทึกไฟลงานในครั้งแรกไมโครซอฟตเวิรดจะบังคับใหใชคําสั่งใด เพราะเหตุใดคําสั่ง บันทึกเปน เนื่องจากผูใชจะตองระบุพื้นที่ที่ตองการบันทึกไฟลงาน 9. การลบตัวอักษรบนพื้นที่ใชงานของไมโครซอฟตเวิรดสามารถสั่งไดจากแผงแปนพิมพอักขระใด แปนแบ็กสเพรซและแปนดีลีต 10. การสรางผลงานจากโปรแกรมประมวลผลคําดีกวาการสรางผลงานจากเครื่องพิมพอยางไรยกตัวอยาง มาอยางนอย 3 อยาง ผลงานที่ไดจะมีความสวยงาม สะอาด และเรียบรอยมากกวา สามารถพิมพไดหลายภาษา ลบและแกไขตัวอักษรไดสะดวก และสามารถแทรกรูปภาพ กราฟ และตารางประกอบขอความได
162.
แบบบันทึกความรู เรื่องที่ศึกษา บันทึกเมื่อ แหลงคนควา 1)
จากหนังสือ ผูแตง โรงพิมพ ปที่พิมพ หนา 2) จากรายการวิทยุ–โทรทัศนชื่อรายการ ออกอากาศเมื่อวันที่ เดือน พ.ศ. 3) จากเว็บไซต สรุปความรู ประโยชนที่ไดรับ การนําไปใช แนวทางที่จะปฏิบัติตอไป
163.
แบบบันทึกผลการอภิปราย หัวขอ/ประเด็นอภิปราย สรุปผล การนําไปใช ขอเสนอแนะ/ความคิดเห็นเพิ่มเติม
165.
แบบประเมินผลงาน 1. แบบประเมินคุณภาพของชิ้นงาน ที่ ชื่อ–นามสกุล รายการประเมิน คะแนน ระดับ คุณภาพ การ ออกแบบ ความ สวยงาม ความ ประณีต ความคิด สรางสรรค 5
5 5 5 20 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช 1 = ควรปรับปรุง เกณฑการประเมินและระดับคุณภาพ 18–20 หมายถึง ดีมาก 15–17 หมายถึง ดี 9–14 หมายถึง พอใช 1–8 หมายถึง ควรปรับปรุง จํานวนนักเรียนที่ผานระดับคุณภาพ คน จํานวนนักเรียนที่ไมผานระดับคุณภาพ คน ลงชื่อ ผูประเมิน
167.
2. แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ที่ ชื่อ–นามสกุล รายการประเมิน คะแนน ระดับ คุณภาพ ความ พรอม ในการ นําเสนอ วิธีการ นําเสนอ นาสนใจ เนื้อหา ถูกตอง ครบถวน การใช สื่อ ประกอบ การ ตอบ คําถาม ตรง ประเด็น 4 4
4 4 4 20 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช 1 = ควรปรับปรุง เกณฑการประเมินและระดับคุณภาพ 18–20 หมายถึง ดีมาก 15–17 หมายถึง ดี 9–14 หมายถึง พอใช 1–8 หมายถึง ควรปรับปรุง จํานวนนักเรียนที่ผานระดับคุณภาพ คน รอยละ จํานวนนักเรียนที่ไมผานระดับคุณภาพ คน รอยละ ลงชื่อ ผูประเมิน
168.
เครื่องมือประเมินผลการเรียนรูดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม การประเมินดานคุณธรรม
จริยธรรม และคานิยม หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมายลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. เจตคติที่ดีตอขอมูล และแหลงขอมูล 1. มีความสนใจ เอาใจใส และเต็มใจทํางาน 2. มีความสนุกสนานในการปฏิบัติงาน 3. เห็นประโยชนของการทํางาน 2. ความกระตือรือรน 1. ลงมือทํางานทันทีที่ไดรับมอบหมาย 2. เอาใจใสในการทํางานอยูตลอดเวลา 3. ชอบทํางานที่เปนงานใหมอยูเสมอ 3. มารยาทในการ ทํางาน 1. รับผิดชอบงานในหนาที่ของตนเอง 2. ใชคําพูดที่สุภาพไพเราะกับเพื่อนรวมงาน 3. ยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น 4. มีน้ําใจชวยเหลือ เผื่อแผ และแบงปนวัสดุอุปกรณแกผูรวมงาน 4. ความรับผิดชอบ 1. ทํางานตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย 2. ทํางานสําเร็จ สงงานตรงเวลา 3. ดูแลรักษาอุปกรณคอมพิวเตอรที่ใชในการทํางาน คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
169.
การประเมินดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม หนวยการเรียนรูที่
2 โปรแกรมประมวลผลคํา สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมายลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. เจตคติที่ดีตอ โปรแกรม ประมวลผลคํา 1. มีความสนใจ เอาใจใส ตั้งใจ และเต็มใจทํางาน 2. ปฏิบัติงานอยางมีความสุข 3. เห็นประโยชนของการทํางาน 2. ความรับผิดชอบ 1. ทํางานตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย 2. ทํางานสําเร็จ สงงานตรงเวลา 3. ดูแลรักษาอุปกรณคอมพิวเตอรที่ใชในการทํางาน 3. ความคิดสรางสรรค 1. มีความคิดริเริ่มสรางผลงานใหม ๆ 2. ออกแบบชิ้นงานแตกตางจากผูอื่น 3. ตกแตงและดัดแปลงงานไดหลายแบบ 4. ทํางานตาง ๆ ดวยคามละเอียดลออ คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
170.
การประเมินดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม หนวยการเรียนรูที่
3 ไมโครซอฟตเวิรด สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมายลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. เจตคติที่ดีตอ ไมโครซอฟตเวิรด 1. มีความสนใจ เอาใจใส ตั้งใจ และเต็มใจทํางาน 2. ปฏิบัติงานอยางมีความสุข 3. เห็นประโยชนของการทํางาน 2. ความรับผิดชอบ 1. ทํางานตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย 2. ทํางานสําเร็จ สงงานตรงเวลา 3. ดูแลรักษาอุปกรณคอมพิวเตอรที่ใชในการทํางาน 3. มีมารยาทในการ ทํางาน 1. รับผิดชอบงานในหนาที่ของตนเอง 2. ใชคําพูดที่สุภาพไพเราะกับเพื่อนรวมงาน 3. ยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น 4. มีน้ําใจชวยเหลือ เผื่อแผ และแบงปนวัสดุอุปกรณแกผูรวมงาน 4. ความรอบคอบ 1. ทํางานดวยความระมัดระวัง และหาวิธีปองกันอันตราย 2. ทบทวนรายละเอียดของงานที่ทํา 3. ตรวจสอบผลงานที่ทําเสร็จแลว 5. ความคิดสรางสรรค 1. มีความคิดริเริ่มสรางผลงานใหม ๆ 2. ออกแบบชิ้นงานแตกตางจากผูอื่น 3. ตกแตงและดัดแปลงงานไดหลายแบบ 4. ทํางานตาง ๆ ดวยคามละเอียดลออ คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
172.
การประเมินดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม หนวยการเรียนรูที่
4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมายลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. เจตคติที่ดีตอการ สรางสรรคผลงาน ดวยไมโครซอฟต เวิรด 1. มีความกระตือรือรนในการทํางาน 2. ปฏิบัติงานอยางมีความสุข 3. เห็นประโยชนของการทํางาน 2. มารยาทในการ ทํางาน 1. รับผิดชอบงานในหนาที่ของตนเอง 2. ใชคําพูดที่สุภาพไพเราะกับเพื่อนรวมงาน 3. ยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น 4. มีน้ําใจชวยเหลือ เผื่อแผ และแบงปนวัสดุอุปกรณแกผูรวมงาน 3. ความรับผิดชอบ 1. ทํางานตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย 2. ทํางานสําเร็จ สงงานตรงเวลา 3. ดูแลรักษาอุปกรณคอมพิวเตอรที่ใชในการทํางาน 4. ความคิดสรางสรรค 1. มีความคิดริเริ่มสรางผลงานใหม ๆ 2. ออกแบบชิ้นงานแตกตางจากผูอื่น 3. ตกแตงและดัดแปลงงานไดหลายแบบ 4. ทํางานตาง ๆ ดวยคามละเอียดลออ คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
173.
การประเมินดานทักษะ/กระบวนการ หนวยการเรียนรูที่ 1 ขอมูลและแหลงขอมูล สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง
ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. ทักษะการทํางาน รวมกัน 1. ทํางานตามบทบาทหนาที่ในกลุม 2. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ทํา 3. ทํางานรวมกับผูอื่นและใหความรวมมือกับกลุม 4. นําเสนองาน ประเมินผล และปรับปรุงงานของกลุม 2. ทักษะการนําเสนอ ผลงาน 1. นําเสนอผลงานดวยรูปแบบที่เหมาะสม 2. มีทักษะในการดึงดูดความสนใจในการนําเสนอผลงาน 3. มีบุคลิกภาพที่ดีในขณะที่นําเสนอผลงาน 4. ใชสื่อประกอบการนําเสนอ 3. ทักษะการแสวงหา ความรู 1. คนหาขอมูลจากแหลงขอมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได 2. รวบรวมขอมูลและความรูเปนหมวดหมู 3. สังเกตสิ่งตาง ๆ รอบตัวเพื่อเลือกใชใหเหมาะกับงาน 4. สํารวจขอมูลและเก็บรวบรวมไวเพื่อใชประโยชน 5. บันทึกเกี่ยวกับขอมูลที่พบเห็นเปนประจํา คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
174.
การประเมินดานทักษะ/กระบวนการ หนวยการเรียนรูที่ 2 โปรแกรมประมวลผลคํา สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง
ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. ทักษะการแสวงหา ความรู 1. คนหาขอมูลจากแหลงขอมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได 2. รวบรวมขอมูลและความรูเปนหมวดหมู 3. สังเกตสิ่งตาง ๆ รอบตัวเพื่อเลือกใชใหเหมาะกับงาน 4. มีการเผยแพรสารสนเทศโดยใชอุปกรณคอมพิวเตอร 2. ทักษะการทํางาน รวมกัน 1. ทํางานตามบทบาทหนาที่ในกลุม 2. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ทํา 3. ทํางานรวมกับผูอื่นและใหความรวมมือกับกลุม 4. นําเสนองาน ประเมินผล และปรับปรุงงานของกลุม 3. ทักษะการใช เทคโนโลยี 1. เลือกใชเทคโนโลยีไดเหมาะสมกับการทํางาน 2. รูและใชงานเทคโนโลยีไดอยางถูกตอง 3. ใชเทคโนโลยีสงเสริมการทํางานของตนเองและกลุมไดอยางเหมาะสม 4. ใชเทคโนโลยีโดยคํานึงถึงจริยธรรม 4. ทักษะการนําเสนอ ผลงาน 1. นําเสนอผลงานดวยรูปแบบที่เหมาะสม 2. มีทักษะในการดึงดูดความสนใจในการนําเสนอผลงาน 3. มีบุคลิกภาพที่ดีในขณะที่นําเสนอผลงาน 4. ใชสื่อประกอบการนําเสนอ คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
175.
การประเมินดานทักษะ/กระบวนการ หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมโครซอฟตเวิรด สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง
ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. ทักษะในการใช เทคโนโลยี 1. รวบรวม ตรวจสอบความถูกตอง และจัดเก็บขอมูลจากแหลงการเรียนรู 2. มีการจัดการขอมูลและประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอร 3. มีการเก็บรักษาขอมูลอยางปลอดภัย 4. มีการเผยแพรสารสนเทศโดยใชอุปกรณคอมพิวเตอร 2. ทักษะการทํางาน รวมกัน 1. ทํางานตามบทบาทหนาที่ในกลุม 2. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ทํา 3. ทํางานรวมกับผูอื่นและใหความรวมมือกับกลุม 4. นําเสนองาน ประเมินผล และปรับปรุงงานของกลุม 3. ทักษะการนําเสนอ ผลงาน 1. นําเสนอผลงานดวยรูปแบบที่เหมาะสม 2. มีทักษะในการดึงดูดความสนใจในการนําเสนอผลงาน 3. มีบุคลิกภาพที่ดีในขณะที่นําเสนอผลงาน 4. ใชสื่อประกอบการนําเสนอ 4. ทักษะการแสวงหา ความรู 1. คนหาขอมูลจากแหลงขอมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได 2. รวบรวมขอมูลและความรูเปนหมวดหมู 3. สังเกตสิ่งตาง ๆ รอบตัวเพื่อเลือกใชใหเหมาะกับงาน 4. สํารวจขอมูลและเก็บรวบรวมไวเพื่อใชประโยชน 5. บันทึกเกี่ยวกับขอมูลที่พบเห็นเปนประจํา คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
177.
การประเมินดานทักษะ/กระบวนการ หนวยการเรียนรูที่ 4 สรางสรรคผลงานดวยไมโครซอฟตเวิรด สําหรับนักเรียนประเมินตนเอง คําชี้แจง
ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมาย ลงในชองวางที่ตรงกับความเปนจริง รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน 3 2 1 1. ทักษะในการใช เทคโนโลยี 1. รวบรวม ตรวจสอบความถูกตอง และจัดเก็บขอมูลจากแหลงการเรียนรู 2. มีการจัดการขอมูลและประมวลผลขอมูลดวยคอมพิวเตอร 3. มีการเก็บรักษาขอมูลอยางปลอดภัย 4. มีการเผยแพรสารสนเทศโดยใชอุปกรณคอมพิวเตอร 2. ทักษะการทํางาน รวมกับผูอื่น 1. ทํางานตามบทบาทหนาที่ในกลุม 2. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ทํา 3. ทํางานรวมกับผูอื่นและใหความรวมมือกับกลุม 4. นําเสนองาน ประเมินผล และปรับปรุงงานของกลุม 3. ทักษะการใช เทคโนโลยี 1. เลือกใชเทคโนโลยีไดเหมาะสมกับการทํางาน 2. รูและใชงานเทคโนโลยีไดอยางถูกตอง 3. ใชเทคโนโลยีสงเสริมการทํางานของตนเองและกลุมไดอยางเหมาะสม 4. ใชเทคโนโลยีโดยคํานึงถึงจริยธรรม 4. ทักษะการแสวงหา ความรู 1. คนหาขอมูลจากแหลงขอมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได 2. รวบรวมขอมูลและความรูเปนหมวดหมู 3. สังเกตสิ่งตาง ๆ รอบตัวเพื่อเลือกใชใหเหมาะกับงาน 4. สํารวจขอมูลและเก็บรวบรวมไวเพื่อใชประโยชน 5. บันทึกเกี่ยวกับขอมูลที่พบเห็นเปนประจํา 5. ทักษะการนําเสนอ ผลงาน 1. นําเสนอผลงานดวยรูปแบบที่เหมาะสม 2. มีทักษะในการดึงดูดความสนใจในการนําเสนอผลงาน 3. มีบุคลิกภาพที่ดีในขณะที่นําเสนอผลงาน 4. ใชสื่อประกอบการนําเสนอ คะแนนที่ได คะแนนรวม ระดับคุณภาพเฉลี่ย เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนนเฉลี่ย 2.34–3.00 1.67–2.33 1.00–1.66 ระดับคุณภาพ 3 ดีมาก, ดี 2 พอใช 1 ควรปรับปรุง สรุประดับคุณภาพดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม(เขียนเครื่องหมาย ลงในชอง ) ดีมาก, ดี พอใช ควรปรับปรุง
178.
หมายเหตุ การหาระดับคุณภาพเฉลี่ยหาไดจากการนําคะแนนที่ไดในแตละชวงมารวมกันแลวหารดวยจํานวนขอ จากนั้นนําระดับ คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑการตัดสินคุณภาพและสรุปผลการประเมิน
179.
เครื่องมือประเมินสมรรถนะและภาระงานของนักเรียนโดยใชมิติคุณภาพ(Rubrics) กระบวนการทํางานเปนการลงมือทํางานดวยตนเองโดยมุงเนนการฝกวิธีการทํางานอยาง สม่ําเสมอ ทั้งการทํางานเปนรายบุคคล และการทํางานเปนกลุม
เพื่อใหสามารถทํางานไดบรรลุเปาหมาย โดยขั้นตอนของกระบวนการทํางานไดแก การวิเคราะหงาน การวางแผนการทํางาน การปฏิบัติงาน และ การประเมินผลการทํางาน ตัวอยาง แบบประเมินการทํางานตามกระบวนการทํางาน เรื่อง กลุมที่ ภาคเรียนที่ ชั้น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 1. การวิเคราะหงาน 2. การวางแผนในการทํางาน 3. การปฏิบัติงาน 4. การประเมินผลการทํางาน เกณฑการประเมิน แยกตามขั้นตอนของกระบวนการทํางาน 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การวิเคราะหงาน 4 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของงานไดครบถวนไดดวยตนเอง 3 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของงานไดครบถวนและตองการความชวยเหลือจากครูเปน บางครั้ง 2 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของงานไดครบถวนแตตองไดรับความชวยเหลือจากครูบอยครั้ง 1 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของงานไมครบถวน ตองการความชวยเหลือจากครูตลอดเวลา 2. การวางแผนในการทํางาน 4 หมายถึง กําหนดวิธีการทํางานตามลําดับกอน–หลังไดถูกตองเหมาะสมกับเวลาที่กําหนดไดดวย ตนเอง 3 หมายถึง กําหนดวิธีการทํางานตามลําดับกอน–หลังไดถูกตองเหมาะสมกับเวลาที่กําหนดไดและ ตองการความชวยเหลือจากครูเปนบางครั้ง 2 หมายถึง กําหนดวิธีการทํางานตามลําดับกอน–หลังไดถูกตองแตใชเวลาเกินที่กําหนดและ ตองการความชวยเหลือจากครู
180.
1 หมายถึง กําหนดวิธีการทํางานตามลําดับกอน–หลังไดไมถูกตองและไมเหมาะสมกับเวลาที่ กําหนดจึงตองการความชวยเหลือจากครูตลอดเวลา
181.
3. การปฏิบัติงาน 4 หมายถึง
ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไวไดอยางถูกตอง รวดเร็ว และปลอดภัย 3 หมายถึง ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไวไดอยางถูกตองและปลอดภัย 2 หมายถึง ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไวไดอยางถูกตอง แตตองมีครูคอยดูแลและแนะนําเปน บางครั้ง 1 หมายถึง ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไวไดอยางถูกตอง แตตองมีครูคอยดูแลและแนะนําบอยครั้ง 4. การประเมินผลการทํางาน 4 หมายถึง ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงแกไขขอบกพรองในการปฏิบัติงานไดดวย ตนเอง 3 หมายถึง ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงแกไขขอบกพรองในการปฏิบัติงานไดแตตอง มีครูคอยดูแลและแนะนําเปนบางครั้ง 2 หมายถึง ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงแกไขขอบกพรองในการปฏิบัติงานไดแตตอง มีครูคอยดูแลและแนะนําบอยครั้ง 1 หมายถึง ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานและปรับปรุงแกไขขอบกพรองในการปฏิบัติงานไดบาง และตองมีครูคอยดูแลและแนะนําตลอดเวลา ทักษะกระบวนการเทคโนโลยี เปนกระบวนการที่เกี่ยวของกับการคิดแกปญหา การคิดริเริ่ม สรางสรรค การออกแบบ เพื่อนําไปสูการประดิษฐและการปฏิบัติที่ทําใหมนุษยใชสอยประโยชนไดตาม ความตองการ และชวยเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทํากิจกรรมตาง ๆ อีกดวย ขั้นตอนของกระบวนการ เทคโนโลยีมี 6 ขั้นตอน ไดแก กําหนดปญหาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล เลือกวิธีการแกปญหา ออกแบบและปฏิบัติ ประเมินผล และปรับปรุงหรือพัฒนา ตัวอยาง แบบประเมินการทํางานตามกระบวนการเทคโนโลยี เรื่อง กลุมที่ ภาคเรียนที่ ชั้น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 1. กําหนดปญหาหรือความตองการ 2. รวบรวมขอมูล 3. เลือกวิธีการแกปญหา 4. ออกแบบและปฏิบัติ 5. ประเมินผล
182.
6. ปรับปรุงหรือพัฒนา
183.
เกณฑการประเมิน แยกตามขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยีมี 6
ขั้นตอน ดังนี้ 1. กําหนดปญหาหรือความตองการ 4 หมายถึง กําหนดปญหาหรือความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็นชัดเจน และเหมาะสมกับ เวลาไดดีมาก 3 หมายถึง กําหนดปญหาหรือความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็นชัดเจนและเหมาะสมกับ เวลาไดดี 2 หมายถึง กําหนดปญหาหรือความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็นชัดเจน และเหมาะสมกับ เวลาไดพอใช 1 หมายถึง กําหนดปญหาหรือความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็นเหมาะสม แตตองไดรับ คําแนะนําจากครู 2. รวบรวมขอมูล 4 หมายถึง มีการศึกษาคนควาขอมูลหรือขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับปญหาหรือความตองการอยาง ชัดเจนและครอบคลุม 3 หมายถึง มีการศึกษาคนควาขอมูลหรือขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับปญหาหรือความตองการแตยังไม ครอบคลุม 2 หมายถึง มีการศึกษาคนควาขอมูลหรือขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับปญหาหรือความตองการเพียง บางสวน 1 หมายถึง มีการศึกษาคนควาขอมูลหรือขอเท็จจริงที่ไมเกี่ยวของกับปญหาหรือความตองการ 3. เลือกวิธีการแกปญหา 4 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของแตละวิธีไดถูกตองและตัดสินใจเลือกวิธีการแกปญหาที่ดีที่สุด ไดดวยตนเอง 3 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของแตละวิธีไดถูกตองและตัดสินใจเลือกวิธีการแกปญหาที่ดีได ดวยตนเอง 2 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของแตละวิธีไดถูกตองแตตองมีครูคอยแนะนําในการตัดสินใจ เลือกวิธีการแกปญหาในบางครั้ง 1 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของแตละวิธีไดถูกตองแตตัดสินใจเลือกวิธีการแกปญหาไมไดเลย 4. ออกแบบและปฏิบัติ 4 หมายถึง ออกแบบชิ้นงานไดตรงกับความตองการและดําเนินการสรางชิ้นงานไดถูกตองครบถวน 3 หมายถึง ออกแบบชิ้นงานไดตรงกับความตองการและดําเนินการสรางชิ้นงานไดถูกตองเปนสวน ใหญ 2 หมายถึง ออกแบบชิ้นงานไดตรงกับความตองการและดําเนินการสรางชิ้นงานไดถูกตองเปน บางสวน 1 หมายถึง ออกแบบชิ้นงานไดตรงกับความตองการและดําเนินการสรางชิ้นงานไดไมเหมาะสม
184.
5. ประเมินผล 4 หมายถึง
วิเคราะหขอดี–ขอเสียของชิ้นงานไดถูกตอง ตรงประเด็น และรวดเร็วไดดวยตนเอง 3 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของชิ้นงานไดถูกตองและตรงประเด็น แตตองมีครูคอย ดูแลและแนะนําเปนบางครั้ง 2 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของชิ้นงานไดถูกตองแตตองไดรับความชวยเหลือจาก ครูบอยครั้ง 1 หมายถึง วิเคราะหขอดี–ขอเสียของชิ้นงานไดแตตองไดรับความชวยเหลือจาก ครูตลอดเวลา 6. ปรับปรุงหรือพัฒนา 4 หมายถึง ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาจุดบกพรองของชิ้นงานไดถูกตองและเหมาะสมกับเวลา ไดดวยตนเอง 3 หมายถึง ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาจุดบกพรองของชิ้นงานไดถูกตองและเหมาะสมกับเวลา ไดแตตองมีครูคอยดูแลและแนะนําเปนบางครั้ง 2 หมายถึง ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาจุดบกพรองของชิ้นงานไดถูกตองและเหมาะสมกับเวลา ไดดวยตนเองแตตองไดรับความชวยเหลือจากครูบอยครั้ง 1 หมายถึง ดําเนินการปรับปรุงหรือพัฒนาจุดบกพรองของชิ้นงานไมไดเลยจึงตองการความ ชวยเหลือจากครูตลอดเวลา ทักษะการจัดการ เปนความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงาน (ทํางานเปนรายบุคคล) และ จัดระบบคน (ทํางานเปนกลุม) เพื่อใหทํางานสําเร็จตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะการจัดการ เปนวิธีการหรือรูปแบบในการปฏิบัติงานเพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุด ซึ่งประกอบดวยขั้นตอนการ ตั้งเปาหมาย การวิเคราะหทรัพยากร การวางแผนและการกําหนดทรัพยากร การปฏิบัติตามแผนและการ ปรับแผน การประเมินผล
185.
ตัวอยาง แบบประเมินทักษะการจัดการ เรื่อง กลุมที่ ภาคเรียนที่ ชั้น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1
2 3 4 1. การตั้งเปาหมาย 2. การวิเคราะหทรัพยากร 3. การวางแผนและการกําหนดทรัพยากร 4. การปฏิบัติตามแผนและการปรับแผน 5. การประเมินผล เกณฑการประเมิน แยกตามขั้นตอนของทักษะการจัดการมี 5ขั้นตอน ดังนี้ 1. การตั้งเปาหมาย 4 หมายถึง กําหนดเปาหมายสอดคลองกับความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็น ชัดเจน และ เหมาะสมกับเวลาไดดีมาก 3 หมายถึง กําหนดเปาหมายสอดคลองกับความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็น ชัดเจน และ เหมาะสมกับเวลาไดดี 2 หมายถึง กําหนดเปาหมายสอดคลองกับความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็น ชัดเจน และ เหมาะสมกับเวลาไดพอใช 1 หมายถึง กําหนดเปาหมายสอดคลองกับความตองการดวยตนเองไดตรงประเด็น เหมาะสม แต ตองไดรับคําแนะนําจากครู 2. การวิเคราะหทรัพยากร 4 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของทรัพยากรไดครบถวนชัดเจนและถูกตองไดดวยตนเอง 3 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของทรัพยากรไดครบถวนและถูกตองแตตองไดรับคําแนะนําและ ความชวยเหลือจากครูเปนบางครั้ง 2 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของทรัพยากรไดครบถวน แตตองไดรับความชวยเหลือจากครู บอยครั้ง 1 หมายถึง วิเคราะหรายละเอียดของทรัพยากรไดไมครบถวน ตองการความชวยเหลือจากครู ตลอดเวลา 3. การวางแผนและการกําหนดทรัพยากร 4 หมายถึง วางแผนการทํางานไดถูกตองชัดเจน เหมาะสมกับเวลา และเลือกใชทรัพยากรที่มีอยูได ถูกตอง เหมาะสม และคุมคาไดดวยตนเอง
186.
3 หมายถึง วางแผนการทํางานไดถูกตองชัดเจน
เหมาะสมกับเวลา แตการเลือกใชทรัพยากรที่มีอยู ยังไมถูกตองเหมาะสม และคุมคา 2 หมายถึง วางแผนการทํางานไดถูกตอง เหมาะสมกับเวลา แตการเลือกใชทรัพยากรที่มีอยูไม ถูกตองและคุมคาจึงตองไดรับคําแนะนําบอยครั้ง 1 หมายถึง ไมสามารถวางแผนการทํางานและเลือกใชทรัพยากรไดไมถูกตอง และเหมาะสมกับ เวลา จึงตองไดรับคําแนะนําอยูตลอดเวลา 4. การปฏิบัติตามแผนและการปรับแผน 4 หมายถึง ดําเนินการและใชทรัพยากรตามแผนที่วางไวไดและเมื่อเกิดปญหาสามารถ ปรับเปลี่ยนแผนไดถูกตองและเหมาะสมไดดวยตนเอง 3 หมายถึง ดําเนินการและใชทรัพยากรตามแผนที่วางไวไดแตเมื่อเกิดปญหาไมสามารถ ปรับเปลี่ยนแผนไดถูกตองหรือไมเหมาะสม 2 หมายถึง ดําเนินการและใชทรัพยากรตามแผนที่วางไวไมไดและเมื่อเกิดปญหาไมสามารถ ปรับเปลี่ยนแผนไดเหมาะสมจึงตองไดรับคําแนะนําบอยครั้ง 1 หมายถึง ไมสามารถดําเนินการและใชทรัพยากรตามแผนที่วางไวไดและเมื่อเกิดปญหาไม สามารถปรับเปลี่ยนแผนไดจึงตองไดรับคําแนะนําอยูตลอดเวลา 5. การประเมินผล 4 หมายถึง มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงาน และปรับปรุง ขอบกพรองของงานไดถูกตองเหมาะสมไดดวยตนเอง 3 หมายถึง มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงาน และปรับปรุง ขอบกพรองของงานไดเหมาะสม 2 หมายถึง มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงาน และปรับปรุง ขอบกพรองของงานไดแตตองไดรับคําแนะนําบางครั้ง 1 หมายถึง ไมสามารถประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงานได และ ไมสามารถปรับปรุงขอบกพรองของงานไดจึงตองไดรับคําแนะนําอยูตลอดเวลา โครงงาน เปนการจัดการเรียนรูที่สงเสริมใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติและศึกษาคนควาดวยตนเอง ตามแผนการดําเนินงานที่นักเรียนไดจัดขึ้น โดยครูชวยใหคําแนะนําปรึกษา กระตุนใหคิด และติดตามการ ปฏิบัติงานจนบรรลุเปาหมาย
187.
ตัวอยาง แบบประเมินโครงงาน เรื่อง กลุมที่ ภาคเรียนที่ ชั้น เลขที่
ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม จํานวน รายการที่ ผานเกณฑ ขั้นต่ํา สรุป กําหนดประเด็นปญหา ชัดเจน วางแผนกําหนดขั้นตอน การแกปญหาไดเหมาะสม ลงมือปฏิบัติตามแผน สามารถนําไปใชแกปญหา ในชีวิตประจําวัน เขียนรายงานนําเสนอ ผาน ไม ผาน 1 2 3 4 5 เกณฑการประเมิน แยกตามองคประกอบยอย 5 ดาน 1. กําหนดประเด็นปญหาชัดเจน 4 หมายถึง กําหนดประเด็นปญหาไดดวยตนเอง ปญหาที่กําหนดมีความเฉพาะเจาะจงชัดเจนดีมาก 3 หมายถึง กําหนดประเด็นปญหาไดดวยตนเอง ปญหาที่กําหนดมีความเฉพาะเจาะจงชัดเจนดี 2 หมายถึง กําหนดประเด็นปญหาไดดวยตนเองเปนบางสวน ปญหาที่กําหนดมีความเฉพาะเจาะจง ชัดเจนพอใช 1 หมายถึง กําหนดประเด็นปญหาดวยตนเองไมได 2. วางแผนกําหนดขั้นตอนการแกปญหาไดเหมาะสม 4 หมายถึง ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแกปญหา ระบุควบคุมตัวแปรไดถูกตองเหมาะสม 3 หมายถึง ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแกปญหาระบุควบคุมตัวแปรไดคอนขางเหมาะสม 2 หมายถึง ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแกปญหา ระบุควบคุมตัวแปรไดเหมาะสมพอใช 1 หมายถึง ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแกปญหา ระบุควบคุมตัวแปรไดไมเหมาะสม 3. ลงมือปฏิบัติตามแผน 4 หมายถึง ลงมือแกปญหาตามขั้นตอนที่กําหนดไวอยางครบถวนจริงจังสามารถคนพบความรู ขอคิด แนวทางการปฏิบัติตามประเด็นปญหาที่ตั้งไวดวยตนเองทั้งหมด
188.
3 หมายถึง ลงมือแกปญหาตามขั้นตอนที่กําหนดไวอยางครบถวนจริงจังสามารถคนพบความรู ขอคิด
แนวทางการปฏิบัติตามประเด็นปญหาที่ตั้งไวดวยตนเองเปนสวนใหญ 2 หมายถึง ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนดบาง แตไมครบถวน สามารถคนพบความรู ขอคิด แนวทางการปฏิบัติตามประเด็นปญหาที่ตั้งไวดวยตนเองเปนบางสวน 1 หมายถึง ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนดไดนอยมาก ไมสามารถคนพบความรู ขอคิด แนว ทางการปฏิบัติตามประเด็นปญหาที่ตั้งไว 4. สามารถนําไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวัน 4 หมายถึง นําขอคนพบ วิธีปฏิบัติไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันไดครบถวน ถูกตอง และ ตอเนื่อง 3 หมายถึง นําขอคนพบ วิธีปฏิบัติไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันไดครบถวน ถูกตอง แตขาด ความตอเนื่อง 2 หมายถึง นําขอคนพบ วิธีปฏิบัติไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันไดเปนบางสวน และตอง กระตุนเตือนใหปฏิบัติอยางตอเนื่อง 1 หมายถึง นําขอคนพบ วิธีปฏิบัติไปใชแกปญหาในชีวิตประจําวันไดนอยมาก หรือไมนําไปใชเลย 5. เขียนรายงานนําเสนอ 4 หมายถึง บันทึกผลการศึกษาคนควาและนําเสนอขอมูลไดถูกตองชัดเจนแสดงใหเห็นถึงขั้นตอน การวางแผน การลงมือแกปญหาและขอคนพบที่ไดครบถวน 3 หมายถึง บันทึกผลการศึกษาคนควาและนําเสนอขอมูลไดถูกตองชัดเจนแสดงใหเห็นถึงขั้นตอน การวางแผน การลงมือแกปญหา และขอคนพบที่ไดคอนขางครบถวน 2 หมายถึง บันทึกผลการศึกษาคนควาและนําเสนอขอมูลไดบาง แสดงใหเห็นถึงขั้นตอนการ วางแผน การลงมือแกปญหา และขอคนพบที่ไดเพียงบางสวน 1 หมายถึง บันทึกผลการศึกษาคนควาและนําเสนอขอมูลไดนอยมากเห็นขั้นตอนการวางแผน การ ลงมือแกปญหา และขอคนพบที่ไดไมชัดเจน เกณฑการตัดสินผลการเรียน นักเรียนตองมีพฤติกรรมในแตละรายการอยางนอยระดับ2 ขึ้นไป จํานวน 3 ใน 5 รายการ แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) เปนแหลงรวบรวมผลงานของนักเรียนอยางเปนระบบ ที่นํามาใช ประเมินสมรรถภาพของนักเรียน เพื่อชวยใหนักเรียน ครูผูปกครองหรือผูที่เกี่ยวของเกิดความเขาใจและ มองเห็นอยางเปนรูปธรรมไดวา การปฏิบัติงานและผลงานของนักเรียนมีคุณภาพมาตรฐานอยูในระดับใด แฟมสะสมผลงานเปนเครื่องมือประเมินผลตามภาพจริงที่ใหโอกาสนักเรียนไดใชผลงานจากที่ ไดปฏิบัติจริงสื่อสารใหผูอื่นเขาใจถึงความสามารถที่แทจริงของตน ซึ่งผลงานที่เก็บสะสมในแฟมสะสม ผลงานมีหลายลักษณะ เชน การเขียนรายงาน บทความ การศึกษาคนควา สิ่งประดิษฐ การทําโครงงาน บันทึกการบรรยาย บันทึกการทดลอง บันทึกการอภิปราย บันทึกประจําวันแบบทดสอบ
190.
แบบบันทึกความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินชิ้นงานในแฟมสะสมผลงาน ชื่อชิ้นงาน วันที่ เดือน
ป หนวยการเรียนรูที่ เรื่อง รายการประเมิน บันทึกความคิดเห็นของนักเรียน 1. เหตุผลที่เลือกชิ้นงานนี้ไวในแฟมสะสมผลงาน 2. จุดเดนและจุดดอยของงานชิ้นนี้มีอะไรบาง 3. ถาจะปรับปรุงงานชิ้นนี้ใหดีขึ้นควรปรับปรุง อยางไร 4. งานชิ้นนี้ควรไดคะแนนเทาใดเพราะเหตุใด (ถากําหนดใหคะแนนเต็ม 10 คะแนน) ความเห็นของครูหรือที่ปรึกษา ความเห็นของผูปกครอง ผลการประเมินของครูหรือที่ปรึกษา
191.
ตัวอยาง แบบประเมินแฟมสะสมผลงาน ชื่อชิ้นงาน กลุมที่ ภาคเรียนที่ ชั้น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1
2 3 4 1. โครงสรางและองคประกอบ 2. แนวความคิดหลัก 3. การประเมินผล 4. การนําเสนอ เกณฑการประเมิน แยกตามองคประกอบยอย 4 ดาน ระดับคุณภาพ รายการประเมิน 1. โครงสรางและองคประกอบ 4 ผลงานมีองคประกอบที่สําคัญครบถวนและจัดเก็บไดอยางเปนระบบ 3 ผลงานมีองคประกอบที่สําคัญเกือบครบถวนและสวนใหญจัดเก็บอยางเปนระบบ 2 ผลงานมีองคประกอบที่สําคัญเปนสวนนอยแตบางชิ้นงานมีการจัดเก็บที่เปนระบบ 1 ผลงานขาดองคประกอบที่สําคัญและการจัดเก็บไมเปนระบบ 2. แนวความคิดหลัก 4 ผลงานสะทอนแนวความคิดหลักของนักเรียนที่ไดรับความรูทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มี หลักฐานแสดงวามีการนําความรูไปใชประโยชนไดมาก 3 ผลงานสะทอนแนวความคิดหลักของนักเรียนที่ไดรับความรูทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มี หลักฐานแสดงวาสามารถนําความรูไปใชในสถานการณตัวอยางได 2 ผลงานสะทอนแนวความคิดหลักของนักเรียนวาไดรับความรูทางเทคโนโลยีสารสนเทศ บาง มีหลักฐานแสดงถึงความพยายามที่จะนําไปใชประโยชน 1 ผลงานจัดไมเปนระบบ มีหลักฐานแสดงวามีความรูทางเทคโนโลยีสารสนเทศนอยมาก 3. การประเมินผล 4 มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงาน รวมทั้งมีการ เสนอแนะโครงการที่เปนไปไดที่จะจัดทําตอไปไวอยางชัดเจนหลายโครงการ 3 มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงาน รวมทั้งการ เสนอแนะโครงการที่ควรจัดทําตอไป
192.
ระดับคุณภาพ รายการประเมิน 2 มีการประเมินความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงานบาง
รวมทั้งมี การเสนอแนะโครงการที่จะทําตอไปแตไมชัดเจน 1 มีการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและผลงานนอยมากและไมมีขอเสนอแนะใด ๆ 4. การนําเสนอ 4 เขียนบทสรุปและรายงานที่มีระบบดี มีขั้นตอน มีขอมูลครบถวน มีการประเมินผล ครบถวน แสดงออกถึงความคิดริเริ่มสรางสรรค 3 เขียนบทสรุปและรายงานแสดงใหเห็นวามีขั้นตอนการจัดเก็บผลงาน มีการประเมินผล งานเปนสวนมาก 2 เขียนบทสรุปและรายงานแสดงใหเห็นวามีขั้นตอนการจัดเก็บผลงาน มีการประเมินผล เปนบางสวน 1 เขียนบทสรุปและรายงานแสดงใหเห็นวามีขั้นตอนการจัดเก็บผลงาน แตไมมีการ ประเมินผล เกณฑการประเมินโดยภาพรวม ระดับคุณภาพ รายการประเมิน 4 ผลงานมีรายละเอียดมากเพียงพอ ไมมีขอผิดพลาดหรือแสดงถึงความไมเขาใจ มีความ เขาใจในเรื่องที่ศึกษาโดยมีการบูรณาการหรือเชื่อมโยงแนวความคิดหลัก ตาง ๆ เขาดวยกัน 3 ผลงานมีรายละเอียดมากเพียงพอและไมมีขอผิดพลาดหรือแสดงถึงความไมเขาใจ แต ขอมูลตาง ๆ เปนลักษณะของการนําเสนอที่ไมไดบูรณาการระหวางขอมูลกับ แนวความคิดหลักของเรื่องที่ศึกษา 2 ผลงานมีรายละเอียดที่บันทึกไว แตพบวาบางสวนมีความผิดพลาดหรือไมชัดเจน หรือ แสดงถึงความไมเขาใจเรื่องที่ศึกษา 1 ผลงานมีขอมูลนอย ไมมีรายละเอียดบันทึกไว การนําเสนอผลงาน เปนการนําผลจากการศึกษาคนควาเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่รวบรวมไวใน รูปของรายงานหรือชิ้นงานมานําเสนอใหผูอื่นไดรับทราบและเขาใจรูปแบบเนื้อหาและวิธีคิดที่เกี่ยวของ กับผลงานนั้น ๆ รูบริคการประเมินตอไปนี้เปนตัวอยางที่ใชประเมินผลการปฏิบัติงานหรือชิ้นงานที่ครูกําหนดให นักเรียนทํา
193.
ตัวอยาง แบบประเมินการนําเสนอผลงานของนักเรียน เรื่อง กลุมที่ ผูปฎิบัติ/กลุม ภาคเรียนที่
ชั้น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 1. ความรูในเนื้อหา 2. รูปแบบการนําเสนอ 3. การใชสื่อประกอบการนําเสนอ 4. การตอบคําถาม เกณฑการประเมิน จําแนกตามประเด็นรายการประเมิน มีดังนี้ 1. ความรูในเนื้อหา 4 หมายถึง นําเสนอเนื้อหาถูกตอง ครบถวน หรือมากกวาที่กําหนด พรอมทั้งอธิบายและขยายความ เนื้อหาได 3 หมายถึง นําเสนอเนื้อหาถูกตอง ครบถวน แตอธิบายรายละเอียดบางเรื่องไมได 2 หมายถึง นําเสนอเนื้อหาถูกตองแตไมครบถวน และอธิบายรายละเอียดไดเล็กนอย 1 หมายถึง นําเสนอเนื้อหาเปนบางเรื่อง และไมสามารถอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม 2. รูปแบบการนําเสนอ 4 หมายถึง มีวิธีการนําเสนอที่นาสนใจ ชวนติดตาม และนําเสนอขอมูลหรือผลงานเปนลําดับขั้นตอน อยางชัดเจน 3 หมายถึง มีวิธีการนําเสนอที่นาสนใจ และนําเสนอขอมูลหรือผลงานเปนลําดับขั้นตอน 2 หมายถึง นําเสนอขอมูลหรือผลงานโดยการอาน และจัดหัวขอไวไมเปนระบบ 1 หมายถึง ไมมีการจัดลําดับขอมูลที่นําเสนอ ทําใหผูฟงไมเขาใจเนื้อหาที่นําเสนอ 3. การใชสื่อประกอบการนําเสนอ 4 หมายถึง ใชเทคโนโลยีในการนําเสนอ ใชภาพ แผนภูมิ แผนผัง ประกอบการนําเสนออยางชัดเจน สื่อที่ใชชวยสนับสนุนเนื้อหาและการอธิบายไดเปนอยางดี 3 หมายถึง ใชภาพ แผนภูมิ แผนผัง ประกอบการนําเสนอ สื่อที่ใชชวยสนับสนุนเนื้อหาและการ อธิบายได 2หมายถึงใชภาพแผนภูมิประกอบการนําเสนอบางเปนบางครั้งและสื่อนั้นไมคอยสนับสนุนเนื้อหา สาระที่นําเสนอ 1 หมายถึง ไมใชสื่อประกอบการนําเสนอเลย
194.
4. การตอบคําถาม 4 หมายถึง
เปดโอกาสใหผูฟงแสดงความคิดเห็นหรือซักถาม โดยสามารถตอบคําถามไดถูกตอง พรอมทั้งอธิบายขยายความได 3 หมายถึง สามารถตอบขอซักถามได แตไมสามารถอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม 2 หมายถึง ตอบคําถามงาย ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาที่นําเสนอได 1 หมายถึง ไมสามารถตอบคําถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่นําเสนอได
Download