ภาษาไทย   o-net ,  a-net ครูสังเวียน  มณีจันทร์ โรงเรียนสตรีวิทยา
หลักภาษา การใช้ภาษา และ วรรณกรรม
1.  ข้อใดมีคำที่เขียนผิด ๑ .  คะนอง  คะนึงหา   ๒ .  กล้วยบวชชี  แกงบวด ๓ .  กังวาน  กบฎ  ๔ .  สาปส่ง  ทะเลสาบ กบฏ
2.  ข้อใดเขียนถูกทุกคำ ๑ .  อานิสงส์  อเนกอนันต์ ๒ .  ศาลอุธรณ์  อัฒจันทร์ ๓ .  บังสุกุล  สุขคติ   ๔ .  อนุญาต  ทนทายาท อุทธรณ์ สุคติ ทนทายาด
3. ข้อใดมีจำนวนพยางค์น้อยที่สุด   1.  คณะรัฐบุรุษ  2.  ประชาธิปไตย 3.  ผลิตภัณฑ์ชุมชน 4.  ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 6 5 6 6
4. ข้อใดมีจำนวนพยางค์มากที่สุด   1.  คณะวิทยาศาสตร์ 2.  คณะมนุษยศาสตร์    3.  คณะวิจิตรศิลป์   4.  คณะแพทยศาสตร์   6 7 5 6
5.  คำในข้อใดมีจำนวนพยางค์ต่างจากคำอื่น 1.  ขรม  แปรก  ปริตร 2.  โลกนิติ ภูมิลำเนา  ประวัติศาสตร์ 3.  ภูมิปัญญา  โลกธาตุ  อุณหภูมิ 4.  ธาตุเจดีย์  แพทยศาสตร์  อักษรศาสตร์ 2 3,4 3 4
6.  ข้อใดมีพยัญชนะที่ ไม่ออกเสียง ทุกคำ ๑ .  มหาสมุทร  อินทผลัม ๒ .  เกษมสันต์  สามารถ ๓ .  ลักษณวดี  มิตรภาพ ๔ .  พรหมวิหาร  หฤทัย
อักษรไทย สระ  21  รูป พยัญชนะ  44  รูป วรรณยุกต์  4  รูป รวม  69
พยัญชนะต้น มี  21  เสียง ดังนี้ 1  ก  8  ด ฎ  15  ฟ ฝ 2  ค ข ฃ ฅ ฆ  9  ต ฏ  16  ม  3  ง  10  ท ฐ ฑ ฒ ถ ธ  17  ร  4  จ  11  น ณ  18  ล ฬ  5  ช  ฉ  ฌ  12  บ  19  ว  6  ซ ศ ษ ส  13  ป  20  อ  7  ย ญ  14  พ ผ ภ  21  ฮ ห
ตัวพยัญชนะในภาษาไทยที่ออกเสียงซ้ำกันมาก ที่สุดมีกี่ตัว  ก .  4  ตัว  ข . 5  ตัว  ค . 6  ตัว  ง . 7  ตัว
1. ข้อใดตรงกับคำกล่าวที่ว่า “ภาษาเป็นระบบสัญลักษณ์และมีกฎเกณฑ์” 1.  พยัญชนะในภาษาไทยมี  44  รูป  21  เสียง 2.  พยัญชนะตัวที่สองของอักษรควบในภาษาไทยมี  3  ตัวคือ ร ล ว 3.  ภาษาไทยมีพยัญชนะ  44  รูป สระ  21 รูป วรรณยุกต์  4  รูป 4.  พยัญชนะที่ออกเสียง“สอ” ในภาษาไทยมี  3  รูปได้แก่ ศ ษ ส
2.  ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นต่างกัน ๑ .  ฐาน  ถ้ำ  แท่น  เฒ่า  ๒ .  เศร้า  ทราย  สรรค์  โซน ๓ .  ไขว้  ควาญ  แขวน  ครวญ ๔ .  โรงเรียน  ริรัก  ฤทธิ์แรง  ฤกษ์ คว , คร ท ซ ร
3. ข้อใดมีจำนวนเสียงพยัญชนะต้นมากที่สุด ( ไม่นับซ้ำ ) ๑ . นางนวลนวลน่ารัก ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน ๒ . แก้วนี้พี่สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้ายองใย ๓ . นกแก้วแจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคียงคู่สอง ๔ . เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา 6 7 7 9
เสียงพยัญชนะต้น มี  21  เสียง ดังนี้ 1  ก  8  ด ฎ  15  ฟ ฝ 2  ค ข ฃ ฅ ฆ  9  ต ฏ  16  ม  3  ง  10  ท ฐ ฑ ฒ ถ ธ  17  ร  4  จ  11  น ณ  18  ล ฬ  5  ช ฉ ฌ  12  บ  19  ว  6  ซ ศ ษ ส  13  ป  20  อ  7  ย ญ  14  พ ผ ภ  21  ฮ ห
เสียงพยัญชนะท้าย ( สะกด )  มี  8  เสียง คือ  1. เสียง แม่กก  มี  ก   ข ค ฆ   2. เสียง แม่กง  มี  ง 3. เสียง แม่กด มี   ด   จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ถ ต ท ธ ศ ษ ส   4. เสียง แม่กบ  มี  บ   ป พ ฟ ภ   5. เสียง แม่กน  มี  น   ณ ญ ร ล ฬ 6. เสียง แม่กม  มี  ม 7. เสียง แม่เกย  มี  ย 8. เสียง แม่เกอว  มี  ว
4.  ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายต่างกัน   ๑ .  อาถรรพณ์  มะลิวัลย์  สีสรรพ์ ๒ .  นิวัตร  อาเพศ  โจษจัน   ๓ .  วันเพ็ญ  นฤมล  ทหารเกณฑ์ ๔ .  มนุษยชาติ  ศาสนกิจ  จิตอุบาทว์ กน กด , กน กน กด
5. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายมากที่สุด  ( ไม่นับเสียงซ้ำ ) 1.  มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ 2.  มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก 3.  มั่งมีในใจแล่นใบบนบก 4.  บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น อำ  ( อะม ) ใอ , ไอ  ( อะย ) เอา  ( อะว )
ไตรยางศ์  1. อักษรกลาง  ก จ ฏ ต ป ด ฎ อ บ   2. อักษรสูง  ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ศ ษ ส   ห   3. อักษรต่ำ   ค   ฅ   ฆ   ช   ซ   ฌ   ฑ   ฒ   ท   ธ   ฟ   ภ  ย  พ   ฮ  ญ ล ณ น  ม ร ฬ ง ว ต่ำเดี่ยว   ย ญ ล ณ น ม ร ง ว ฬ
ข้อใดมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำเดี่ยวมากที่สุด ( ไม่นับซ้ำ ) 1. เมื่อแรกพบคบกันก็ฉันเพื่อน 2. เธอยิ้มเยือนเหมือนมีไมตรีจิต 3. ความเป็นเพื่อนเลือนหายไปทีละนิด 4. กลายเป็นรักสลักจิตอนิจจา ย ญ ล ณ น  ม ร ง ว ฬ
สระ สระมี  21  รูป  24  เสียง
1. สระแท้ ( สระเดี่ยว )18 2. สระประสม  ( สระเลื่อน )6 อา อี อือ อู เอ แอ โอ ออ เออ อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ โอะ เอาะ เออะ ทีฆสระ ( ยาว ) รัสสระ ( สั้น ) อัว เอีย เอือ อัวะ เอียะ เอือะ ทีฆสระ ( ยาว ) รัสสระ ( สั้น )
ข้อควรจำ 1. สระแท้  ( เดี่ยว ) 18  เสียง 2. สระประสม  ( เลื่อน ) 6  เสียง อัวะ  อัว เอียะ  เอีย เอือะ  เอือ หมายเหตุ  อำ ใอ ไอ เอา ฤ ฤา  จัดเป็นสระแท้
1.  ข้อใดมีสระแท้ทุกคำ ๑ .  ทรงเป็นพระพี่นางในพ่อหลวง ๒ .  ทรงเป็นห่วงชาวไทยในทั้งผอง ๓ .  ทรงสละกายใจใฝ่แลมอง ๔ .  ทรงปกป้องทุกข์ภัยให้พวกเรา
2.  ข้อใด ไม่ มีเสียงสระเดี่ยวซ้ำกัน 1. ถึงจนทนกัดก้อน  กินเกลือ   2. อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ  พวกพ้อง 3. อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ  สงวนศักดิ์ 4. โซก็เสาะใส่ท้อง  จับเนื้อกินเอง
3.  ข้อใดมีสระประสม 1.  ตื่นตีห้าหน้ายู่ดูหนังสือ   2.  ยังมืดตื๋ออยู่นี่หว่าฟ้าไม่ใส 3 . รีบล้างหน้าแปลงฟันด้วยทันใด 4.  เสร็จแล้วไซร้เดินหน้ายุ่งเข้ามุ้งนอน
สระมีการเปลี่ยนรูปดังนี้ 1. เปลี่ยนบางส่วน เช่น  2. เปลี่ยนรูปทั้งหมด  เช่น   เปะน เป็น เ ชอด เชิด เก้าะ ก็ ระก พะณ รัก พรรณ
สระมีการลดรูปดังนี้ 1. ลดบางส่วนเช่น   2. ลดรูปทั้งหมด  เช่น   มัวน มวน เชย เชอย โตะน ตน พอร พร
4. พยางค์ท้ายข้อใดมีเสียงสระตรงกับพยางค์ที่ขีดเส้นใต้   “ จรา จร  จลา จล ”   1.  ถนน  ถนอม 2.  ขนอน  โขนง   3.  ฉลอง  ฉงน   4.  สนม  สนน ออ , โอะ โอะ , ออ ออ , โอ ออ , โอะ โอะ , โอะ
การอ่านแบบอักษรนำ คือ  อักษรกลาง   ( ก  จ  ต  ป  อ )  หรือ  อักษรสูง   ( ข  ฉ  ถ  ผ  ฝ ส  ห )  นำ อักษรต่ำเดี่ยว   ( ย  ญ  ล  น  ม  ร  ง  ว )  อ่านออกเสียง ๒ พยางค์ พยางค์แรกมีเสียง อะ พยางค์หลังมี ห นำตามสระที่ประสมอยู่ เช่น กนก  ( กะ - หนก ) จมูก  ( จะ - หมูก ) ตลาด  ( ตะ - หลาด ) ปรอท  ( ปะ - หรอด ) อร่อย  ( อะ - หร่อย ) ขยาย  ( ขะ - หยาย ) ไฉน  ( ฉะ - ไหน ) ผวา  ( ผะ - หวา ) ฝรั่ง  ( ฝะ - หรั่ง ) อ  นำ  ย   เช่น  อย่า  อยู่  อย่าง  อยาก ห  นำอักษรต่ำเดี่ยว   เช่น  หมู  หนอน  หรู  ฯลฯ
การอ่านอักษรควบ คือ คำที่มี  ร  ล  ว  ควบกับพยัญชนะตัวอื่น อ่าน ๑ พยางค์ มี  ๒  ชนิดคือ 1. คำควบแท้   ออกเสียงพยัญชนะประสมทั้ง ๒ ตัว  1   พยางค์ เช่น เ กร ง  กลั ว  คว าย  ขวั ญ  คว่ำ 2. คำควบ ไม่ แท้   มี  ร  ควบกับพยัญชนะตัวอื่น  แต่ไม่ออกเสียง ร  เช่น  ส ร้าง  เ ศ ร้า  ส ร้อย  ไ ซ ร้  จ ริง หรือ ทร  ควบกันจะออกเสียง  ซ    เช่น   ทรวด ทรง  ทราบ  ทราม  ทราย
1. หมอเจริญเป็นเศรษฐีใกล้ตลาดวัดไทรกล่าวความจริงแทรกตลกอยู่เสมอ ตอบ  อักษรควบแท้ …… ควบไม่แท้……  อักษรนำ……… 2. หลวงประเสริฐกวาดกรวดทรายอยู่กลางสนามหญ้าหน้าสระน้ำข้างถนนใหญ่ ตอบ  อักษรควบแท้ …… ควบไม่แท้……  อักษรนำ…… … … 3 4 5 4 3 7
3 . ข้อใดมีคำที่เป็นอักษรนำและอักษรควบเท่ากัน ๑ . จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม  เมื่อเป็นความชนะขุนช้าง ๒ . กองไฟสว่างดังกลางวัน   หมายสำคัญตรงมาหน้าประตู ๓ .  จึงร่ายมนตรามหาสะกด  เสื่อมหมดอาถรรพณ์ที่ฝังอยู่ ๔ .  ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทับคว่ำหงายก่ายกันเปรอะ
4 .  ข้อใด ไม่มี คำควบไม่แท้ ๑ .  โศกเศร้าสร้อยร่ำไห้จนฟ้าสาง ๒ .  พระพี่นางสองกษัตริย์รัฐสยาม ๓ .  พระทรงงานเยี่ยมเยียนทุกเขตคาม ๔ .  สิ้นพระนามกัลยาณีศรีแผ่นดิน
คำตาย คือ  คำที่ประสมด้วย สระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด เช่น  เกะกะโต๊ะ คำที่สะกดด้วย  3  แม่ ได้แก่ แม่  กก กด กบ   เช่น รัก ชาติ เทพ คำเป็น คือ   คำที่ประสมด้วย สระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น  เรือ แพ มา คำที่สะกดด้วย  5  แม่ ได้แก่ แม่ กง กน กม เกย เกอว เช่น  ฟัง คน ใจ ดำ กล่าว
“ บุพเพสันนิวาส” มีคำเป็น  ............  ตัว มีคำตาย  ............  ตัว ต ป ป ต ต 2 3
คำตาย คือ   คำที่ประสมด้วย สระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด เช่น  เกะ กะ โต๊ะ คำที่สะกดด้วย  3  แม่ ได้แก่ แม่  กด กก กบ   เช่น รัก ชาติ เทพ คำเป็น คือ   คำที่ประสมด้วย สระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น  เรือ แพ มา คำที่สะกดด้วย  5  แม่ ได้แก่ แม่กง กม กน เกย เกอว เช่น  ฟัง คน ใจ ดำ กล่าว ลหุ  (  ) ครุ  (  )
“ บุพเพสันนิวาส” มีคำเป็น  ............  ตัว มีคำตาย  ............  ตัว ต ป ป ต ต 2 3 มีคำครุ  ............  ตัว มีคำลหุ  ............  ตัว 4 1 ค ค ค ล ค
กลอนต่อไปนี้วรรคใดมีคำตายมากที่สุด 1. เบื่อฟิสิกส์เบื่อเคมีเบื่อชีวะ 2. เบื่อพละเบื่อสังคมอารมณ์เสีย 3. เบื่ออังกฤษเบื่อคณิตคิดแล้วเพลีย 4. เบื่ออย่างเนี้ยถึงได้ตกหกวิชา กลอนต่อไปนี้วรรคใดมีคำลหุมากที่สุด 1. วรรค  1,2  2. วรรค  2,3   3. วรรค  3   4. วรรค  4
1.  ข้อใดมีคำตายน้อยที่สุด ๑ .  อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ๒ .  ประเสริฐสุดซ่อนไว้เสียในฝัก ๓ .  สงวนคมสมใจใครฮึกฮัก ๔ .  แล้วค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย
2 .  ข้อใดมีคำเป็นทั้งหมด ๑ .  วันพรุ่งนี้อีกไกลยังไม่เกิด  ช่างมันเถิดอย่าร้อนไปก่อนไข้ ๒ .  วันวานนั้นผ่านแล้วให้ผ่านไป  อย่าเอาใจไปข้องทั้งสองวัน ๓ .  วันนี้ทำให้ดีอย่างที่สุด   ตั้งเป็นจุดแน่วแน่อย่าแปรผัน ๔ .  มุ่งทำดีมีธรรมเป็นสำคัญ  พร้อมสร้างสรรค์งานตนเกิดผลดี
3 . ข้อใดมีคำลหุ ๑ .  แม้สูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดูถูก ๒ .  ครูเคยปลูกวิชามาแต่หลัง ๓ .  ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง ๔ .  อย่าโอหังลบหลู่ครูอาจารย์ ลหุ   คือคำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นไม่มีตัวสะกด เช่น เกะ กะ
การผันวรรณยุกต์   ผันได้ อักษรกลาง   -  คำเป็น  5  กา  ก่า  ก้า  ก๊า  ก๋า   -   คำตาย  4  กะ  ก้ะ  ก๊ะ  ก๋ะ อักษรสูง   -  คำเป็น  3  ขา  ข่า  ข้า    -  คำตาย  2  ขะ  ข้ะ อักษรต่ำ   -  คำเป็น  3  คา  ค่า  ค้า  -  คำตายสั้น  3  คะ  ค่ะ  ค๋ะ  -  คำตายยาว  3  คาด  ค้าด  ค๋าด   สามัญ  เอก  โท  ตรี  จัตวา เอก  โท  ตรี  จัตวา จัตวา  เอก  โท   เอก  โท   สามัญ โท  ตรี   ตรี  โท  จัตวา โท  ตรี  จัตวา
1 .  ข้อใด ไม่มี เสียงจัตวา 1.  ใครบอกว่าฉันหลง  แค่ซื่อตรงมั่นคงเสมอ 2.  ใครบอกว่าละเมอ  แค่แอบเพ้อเพราะเผลอไป 3.  ใครบอกว่าหมายปอง  แค่แอบจองผิดตรงไหน 4.  รักเธอก็ไม่ใช่  แค่ทั้งใจให้หมดเลย
2 .  ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบทุกเสียง 1.  เปล่านะเปล่าทอดทิ้ง  แต่ความจริงเจอคนใหม่ 2.  เปล่านะเปล่าเปลี่ยนไป  แค่มีใจให้อีกคน 3.  เปล่านะเปล่าเบื่อเธอ  แค่อยากเจอน้อยลงไป 4.  เปล่านะเปล่าเป็นไร  แค่จิตใจไม่เหมือนเดิม
โครงสร้างของพยางค์ คือ ส่วนประกอบพยางค์อย่างน้อย  มี  3  ส่วน อย่างมาก ไม่เกิน  4  ส่วน เช่น 1.  เสียงพยัญชนะต้น  พร ล ซ น คว ซ 2.  เสียงสระ แอ เอ อะ อะ อะ อะ 3.  เสียงวรรณยุกต์ โท โท ตรี  จัตวา โท โท 4.  เสียงพยัญชนะท้าย - - บ ย ม ว โครงสร้างของพยางค์ แพร่ เล่ห์  ทรัพย์  ไหน   คว่ำ  เศร้า
ข้อสังเกต โครงสร้างของพยางค์   1.  เสียงพยัญชนะต้น  ให้ดูว่า  ควบหรือไม่ควบ   2.  เสียงสระ  ให้ดูว่า  สั้นหรือยาว   3.  เสียงวรรณยุกต์  ให้ดูว่า  เสียงอะไร   4.  เสียงพยัญชนะท้าย   ให้ดูว่า  มีหรือไม่มี
1. ข้อใดมีองค์ประกอบของพยางค์ ต่าง จากข้ออื่น 1.  เสร็จ  2.  อัศว์   3.  นิตย์   4.  หมด
2 .  คำคู่ใดมีองค์ประกอบของพยางค์เหมือนกัน 1.  ทรวดทรง  2.  เหยียดหยาม   3.  ข้างขึ้น  4.  คลุกเคล้า
พยางค์ปิด   คือ คำที่มีตัวสะกด พยางค์เปิด   คือ คำที่ไม่มีตัวสะกด
3 .  ข้อใดเป็นคำพยางค์ปิดทุกคำ ๑ .  น้ำใจ  ๒ .  อำเภอ ๓ .  เกรงกลัว  ๔ .  ยั่วเย้า
4 .  ข้อใดเป็นคำพยางค์เปิดทุกคำ ๑ .  เฝ้าไข้ ๒ .  ให้ท่า ๓ .  ชั่วช้า ๔ .  ล่ำลือ
คำไทยแท้มีข้อสังเกตดังนี้ - มีรูปวรรณยุกต์ - มี ใอ  20  คำ - ไม่มีสะกดที่ไม่ตรงตามมาตรา - ไม่มีการันต์ - ไม่มี รร - ไม่มี อัย เช่น วัย ภัย - เป็นคำโดดไม่เปลี่ยนรูป - มีการใช้ ศ  4  คำ ศอก สึก เศิก เศร้า
1. ข้อใดมีคำยืมจากภาษาต่างประเทศ 1. แขนเธอหักฉันรับได้เพราะใจรัก  2. ขาเธอหักฉันรับได้ไม่หมองหม่น 3. อกเธอหักฉันรับได้ไม่กังวล  4. แต่สุดทนดั้งเธอหักรักไม่ลง
2. ข้อใด ไม่มี คำยืม ๑ . อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย ๒ . แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย  เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ ๓ . อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา ๔ . เขาหน่ายหนีไม่ได้อยู่คู่ชีวา   แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
3. ข้อใดมีคำยืมมากที่สุด ๑ . ถ้าใครรักขอให้ได้คนนั้นด้วย บุญจงช่วยปฏิบัติอย่าขัดขวาง ๒ . อย่ารู้มีโรคาในสารพางค์  ทั้งรูปร่างขอให้ราวกับองค์อินทร์ ๓ . บิดรมารดาคณาญาติ ให้ผุดผาดผาสุกเป็นนิจสิน ๔ . ความระยำคำใดอย่าได้ยิน ให้สุดสิ้นสูญหายละลายเอง
4. โคลงต่อไปนี้ มีคำที่ยืมมาจากภาษาบาลีสันสกฤตกี่คำ “ ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น   รักเรียน ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้นฤามี ”   1 .  5  คำ  2 . 6  คำ   3 .  7  คำ   4 .  8  คำ
คำซ้อน 1. ซ้อนความหมาย   เช่น  บ้านเรือน ดูแล สวยงาม 2. ซ้อนคำตรงกันข้าม   เช่น  ชั่วดี  ถูกผิด เท็จจริง 3. ซ้อนเสียง   เช่น  ซุ่มซ่าม ยุ่งเหยิง  คมคาย
1.  ข้อใด ไม่ใช่ คำซ้อนประเภทเดียวกัน 1.  ใกล้ชิด  ขัดแย้ง  ใช้จ่าย    2.  ได้เสีย  ดีร้าย  ชั่วดี 3.  บาปบุญ  เปรี้ยงปร้าง  สดใส  4.  จุกจิก  คลอนแคลน ซากศพ ซ้อนความหมาย ซ้อนความตรงข้าม
จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม 2  –  3 ธรรมชาติ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้มวลมนุษย์แต่มนุษย์เป็นผู้ทำลายจน  โลกเปลี่ยนแปลงจึงต้องตักเตือนให้ทำโลกเข้าสู่สภาพเดิมโดยเร็วไว 2. ข้อความดังกล่าวมีคำซ้อนกี่คำ 1.  2 2.  3 3.  4 4.  5 3. ข้อความนี้ไม่มีการสร้างคำชนิดใด 1.  คำซ้ำ 2.  คำประสม  3.  คำสมาส  4.  คำสนธิ สมาส ประสม ซ้ำ
4 . คำในข้อใดสามารถอ่านต่อเนื่องกันเป็นคำคู่ใหม่ ที่มีความหมายได้ทุกคำ 1 รังวัดใจดีปลีกล้วยแขกเต้า 2  แก้วตาน้ำใจหายใจดำเสีย 3 บัตรเชิญชวนชมชื่นใจรื่นรมย์ 4  รายเรียงร้อยกรองน้ำข้าวแป้งฝุ่น รังวัด วัดใจ ใจดี ดีปลี ปลีกล้วย กล้วยแขก แขกเต้า
5 . คำในข้อใดที่สลับตำแหน่งแล้วไม่เป็นคำประสม 1 อย่าใจร้อนเพราะจะร้อนใจในภายหลัง 2 แม่บ้านไปทำงานที่บ้านแม่ทุกๆ วัน 3 ฉันใจหายจนหายใจไม่ทั่วท้อง 4 เขาดีใจจนตัวลอยที่น้ำมันลอยตัว
6 .  คำซ้ำในข้อใดต่างกับข้ออื่น 1.  ผู้หญิงกับของสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กัน 2.  งานนี้เป็นการรวมตัวของพี่ๆ น้องๆ ในวงการหนัง 3.  การจัดโต๊ะอาหารผู้จัดเลือกเอาเมนูเด่นๆดังๆ มาเสนอ 4.  หากมีความรู้งูๆ ปลาๆ ก็ไม่สามารถเข้าทำงานที่นี่ได้
7 . ข้อใดอ่านแบบคำสมาสทุกคำ 1.  อธิกมาส  อธิกวาร  อธิกสุรทิน 2.  สุขลักษณะ  สุขภาพ  สุขศาลา 3.  มูลฐาน  มูลโค  มูลนิธิ 4.  รสชาติ  รสนิยม รสวรรณคดี
8. ข้อใดมีคำสมาส  1.  คุณค่า  ราชวัง  ผลไม้  ปรกติ  2.  กาลเวลา  ดาษดื่น  รอมร่อ  ผลผลิต 3.  ภูมิลำเนา  มูลค่า  พลความ  วิตถาร  4.  นามสมญา  ศิลปกรรม  โลกาภิวัตน์  สัปดาห์ ผล ไม้  เทพ เจ้า  กล เม็ด   ทุน ทรัพย์  ทุน นิยม พล เมือง  พลเ รือน   พล ความ  คุณ ค่า   ทิว ทัศน์ ราช ดำเนิน  ราช ดำริ  ราช ดำรัส ภูมิ ลำเนา   สราญ รมย์  เคมี ภัณฑ์ ชีว เคมี   คริสต ศักราช
9 .  ข้อใดมีคำสมาสที่มีสนธิทุกคำ 1.  คชยา  สุภาภรณ์  เศวตฉัตร 2.  พนานต์  นรินทร์  กมลาสน์ 3.  ราโชวาท  ศัสตราวุธ  อริราช  4.  ไชยานุภาพ  ขัตติยมานะ พลขันธ์
1 0 .  ข้อใดมีคำสมาสที่ ไม่ มีสนธิ 1. ศาสตราจารย์ ศาสนูปถัมภก  ศุลกากร  2. ปรมาณู  ปรมินทร์ ปลาสนาการ 3. มิจฉาทิฐิ  ประชากร  อาชญากรรม   4. กุศโลบาย  ทิศานุทิศ  ทรัพยากร
ประโยค คือ ข้อความที่มีใจความสมบูรณ์ 1 . คน ที่เดินมาตามถนนเลียบคลองตอนเช้า ๆ เมื่อวานนี้ 2. คน ที่เดินมาตามถนนเลียบคลองตอนเช้า ๆ เมื่อวานนี้ เป็นครู 1. ไม่สมบูรณ์ เพราะขาดภาคแสดง 2. สมบูรณ์ เพราะมีครบทั้งภาคประธานและภาคแสดง
ประโยคที่สมบูรณ์ จะต้องประกอบด้วย   1. ภาคประธาน   2. ภาคแสดง   ภาคประธาน ประกอบด้วย ประธาน   ภาคแสดง  ประกอบด้วย กริยา  กรรม  ประธาน  กริยา  กรรม เด็ก  เดิน  -  เด็ก  กิน  ขนม อกรรมกริยา สกรรมกริยา
ประโยค แบ่งออกเป็น  3  ชนิด ดังนี้ 1.   ประโยคความเดียว   ( เอกรรถประโยค )  มีใจความเดียว มีประธาน  มี กริยา หรือกรรมเพียงตัวเดียว ไม่มีสันธานเชื่อม 2.   ประโยคความรวม   ( อเนกรรถประโยค )  มีเอกรรถประโยค 2  ประโยคขึ้นไปรวมกันขึ้นไปโดยมีสันธานเชื่อม ดังนี้  3. ประโยคความซ้อน   ( สังกรประโยค )  มีประโยคหลัก ( มุขย  ประโยค ) 1  ประโยคตามด้วยประโยคย่อย  ( อนุประโยค ) กี่ประโยคก็ได้  ชนิดประโยค
สรุปคำสันธานเชื่อมเป็นประโยคความรวม และ ,  แล้ว , ครั้น .... ก็ ,  พอ ... ก็ ,  แล้ว ... ก็ ,  เมื่อ ... ก็ แต่ ,  ส่วน ,  แต่ทว่า ,  กว่า ... ก็ ,  แม้  ... ก็ หรือ ,  หรือไม่ ,  มิฉะนั้น ,  ไม่ .... ก็ ,  ไม่เช่นนั้น -  จึง ,  ดังนั้น ... จึง ,  เพราะ ... จึง ,  เพราะฉะนั้น ... จึง -   ถ้า ,  หาก ,  ก็ต่อเมื่อ สรุปคำสันธานเชื่อมเป็นประโยคความซ้อน ว่า ,  ที่ ,  ซึ่ง ,  อัน ,  ผู้ ,  จน ,  ตาม ,  เมื่อ ,  เพราะ ,  ขณะที่
1.  ข้อความในข้อใดเป็นประโยคสมบูรณ์และมี “ ภาคประธาน + ภาคแสดง ” ได้  1.  ยุงลาย  2.  นกต่อ  3.  ไก่ชน  4.  แมวมอง
2.  ข้อใด ไม่เป็น ประโยคเป็นแต่เพียงวลี  1.  น้ำตก  2.  น้ำจิ้ม  3.  น้ำเน่า  4.  น้ำแข็ง
3.  ข้อความต่อไปนี้การเรียงลำดับแบบใด “ นักท่องเที่ยวซื้อของที่ระลึกจำนวนมาก ” 1.  ประธาน  +  กริยา  +  กรรม  +  ขยายกรรม 2.  ประธาน  +  กริยา  +  กรรม  +  ขยายกริยา 3.  ประธาน  +  ขยายประธาน  +  กริยา  +  กรรม 4.  ประธาน  +  ขยายประธาน  +  กริยา  +  ขยายกริยา
4. ข้อใดเป็นประโยคที่มีความหมายสมบูรณ์ 1. พวกเขาขี่วนเวียนอยู่ที่นั่นมานานแล้ว  2. กองทุนหมู่บ้านให้ยืมสำหรับผู้เดือดร้อนการเงิน 3. นายกรัฐมนตรีมอบประกาศนียบัตรวันอาทิตย์นี้  4. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
5.  ข้อความใดเป็นประโยคไม่สมบูรณ์ 1. ถนนดินสีแดงค่อนค้างขรุขระ มีแอ่งน้ำเป็นบางตอน  สัญจรไปมาลำบาก 2. หนังสือที่จะช่วยให้เข้าใจวิทยาการเรียนรู้ของเด็กได้ มากกว่าที่เคยอ่าน 3. รถเข็นที่ทำด้วยไม้มีสองล้อจอดคอยรับจ้างขนของอยู่  ตรงปากทางเข้าตลาด 4. เขาเอาตะกร้าหวายที่ซื้อมาจากงานแสดงสินค้าขึ้นวาง บนตระแกรงท้ายรถ อยู่ในห้องสมุดนี้แล้ว
6 .  ประโยคใด ไม่ได้ ละประธานหรือกริยาหรือกรรม  1.  คณะรัฐมนตรีกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อวางนโยบายแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาจราจร 2.  การตัดไม้ทำลายป่า การใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างฟุ่มเฟือยล้วนเป็นต้นเหตุของการทำลายสภาพแวดล้อม 3.  การทำงานอาจเป็นสิ่งสร้างความทุกข์ยากแก่เราแต่ถ้ามีจุดมุ่งหมายก็จะเป็นความรื่นรมย์ของชีวิต 4.  เมื่อก่อนกฎหมายไทยมีบทลงโทษรุนแรงมาก ต่อมาได้มีการแก้ไขและปรับปรุงโดยกำหนดโทษให้เบาลง
7 .  ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1. ครูคนนี้เป็นต้นแบบและตัวอย่างที่ดีสมควรได้รับรางวัล 2. เนื้อหาวิชาที่เข้มข้นทันสมัยได้มาจากการวิจัยอย่างต่อเนื่อง 3. เด็กจะเรียนรู้ได้มากถ้าได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม 4. ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชี่วิตรูปร่างประหลาดซึ่งไม่พบในที่อื่น ๆ ของโลก
8 . คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดเป็นคำกริยาสกรรม 1.  พวกตัดไม้ยัง ตัด กันไม่หยุด   2.  วัวแดงตัวนั้น ล้ม จมพงหญ้า 3.  ขบวนเรือ ถึง วัดตอนดึกเกือบห้าทุ่ม  4. ไม้สักต้นกำลังงาม ขึ้น ปนกับไม้แดงไม้ยาง
9 . คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำกริยาอกรรม 1. บริเวณป่ารอบตัวมืด สนิท   2. น้ำหวานเหนียวข้น กระเซ็น ติดฝามุมห้อง 3. เราต่างถอดรองเท้า ออก วางไว้ข้างบันได  4. สายลมแรง โยก กิ่งก้านต้นไม่ให้ไหวเอน
1 0 .  ข้อใด ไม่ ต้องการคำตอบ 1. ใครบ้างที่ไม่อยากทำงานนี้   2.  ทำไมมากันตั้งมากมายอย่างนี้นะ 3.  ทุกคนเตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหม   4.  เขาไม่อยากเรียนวิชานี้จริงนะ
1 1 . ข้อเป็นประโยคความเดียว 1. เขาได้รับโทษแล้ว  ธรรมชาติย่อมไม่เข้าข้างคนผิด 2. การสอบไล่เสร็จสิ้นลงแล้ว  แต่การเรียนยังไม่เสร็จ 3. อีกสองปีพวกเราจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร 4. ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันสัตว์ป่าหลายชนิดจะสูญพันธุ์  ไปจากประเทศของเรา
1 2 .  ข้อใดเป็นประโยคความรวม 1.  การทำงานกับคนนั้นเหมือนง่าย  แต่ไม่ง่าย 2.  นักวิจัยต้องเข้าไปอยู่ร่วมกับกลุ่มคนที่เขาจะศึกษา 3.  น้องชายของผมนั่งเล่นของอย่างเพลิดเพลน 4.  ผู้บริโภคจะเปรียบเทียบระหว่างคุณภาพสินค้ากับ  เงินที่ต้องจ่ายไป
1.  ข้อใดใช้ภาษาได้เหมาะแก่บุคคล   1.  “  นักเรียน กรุณานั่งเงียบ ๆ  ”  2.   เขาจะเชิญพระ   5  รูป มาฉันเพลที่บ้าน 3.  ประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตถึงแก่อนิจกรรมเสียแล้ว 4.  สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาประทานพระโอวาท แก่พระภิกษุใหม่เมื่อวานนี้
2.  ข้อใดใช้ภาษาระดับเดียวกันทั้งข้อ  ก . พ่อแม่อยากให้ฉันเป็นหมอแต่ฉันอยากเป็นครูบ้านนอก ข . แม่อยากให้ดิฉันค้าขายแต่บิดาอยากให้ดิฉันเป็นแพทย์ ค . หนังสือเล่มนี้มีหวังขายได้เกลี้ยงเพราะรวบรวมวาทะสำคัญ ๆ ของผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน ง .  กระผมขอเรียนว่ากระผมไม่ได้เกงาน  เมียกระผมออกลูกเมื่อวานนี้ กระผมเลยต้องหยุดงาน
3.  ข้อใดใช้ภาษาระดับเดียวกันทั้งข้อ  ก .  คุณพ่ออยากให้ฉันเรียนรัฐศาสตร์  แต่คุณแม่อยากให้เรียนหมอ ข .  เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นสุริยุปราคาเลย  เคยเห็นแต่ราหูอมจันทร์ ค .  ตลาดนัดโคควายแทบทุกแห่งคึกคักอยู่เสมอ  ตามขนาดใหญ่เล็กของสถานที่ ง .  ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะเป็นลางร้าย  หรือลางดีจะมีประโยชน์หรือโทษ
4.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ปริญญาบัตรแก่นิสิตผู้จบการศึกษา 1. ประทาน  2.  ทรงประทาน 3. พระราชทาน  4.  ทรงพระราชทาน
5.  ข้อใดใช้ราชาศัพท์ได้ถูกต้อง ก .  ขณะนี้สมเด็จพระสังฆราชเสวยภัตตาหารได้ดี ข .  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงโปรดตุ๊กตาตัวนี้มาก ค .  เธอเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ง .  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
6.  ข้อใดใช้ภาษาได้ถูกต้อง ก .  นักศึกษาพยาบาลถวายการต้อนรับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ข .  สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยม ค .  วันที่  5  ธันวาคม พ . ศ . 2470  เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ง .  มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวายเสื้อผ้าแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานแก่นักเรียนยากจน
7.  ข้อใดแปลความหมาย ผิด 1.  ถุงพระบาท  หมายถึง  ถุงเท้า  2.  ฉลองพระเนตร หมายถึง แว่นตา 3.  ฉลองพระหัตถ์ หมายถึง  ถุงมือ 4.  ซับพระองค์  หมายถึง  ผ้าเช็ดตัว ช้อนส้อม
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  8 – 9 “ เสด็จเพคะ เสด็จให้มาทูลถามเสด็จว่าเสด็จจะเสด็จหรือไม่เสด็จ ถ้าเสด็จจะเสด็จ เสด็จก็จะเสด็จถ้าเสด็จไม่เสด็จเสด็จก็ไม่เสด็จ” 8.   ข้อความนี้มีบุรุษสรรพนามที่  2  และที่  3  อย่างละกี่คำ 1. 3  คำ , 5  คำ  2. 4  คำ , 4  คำ  3. 5  คำ , 3  คำ  4. 6  คำ , 2  คำ 9. ข้อความข้างต้นนี้มีกริยาราชาศัพท์กี่คำ 1. 5  คำ   2. 6  คำ  3. 7  คำ 4. 8  คำ
1. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตรงกับความหมาย ก .  มอดไหม้เป็นจุลไป  ข .  ปลาบางชนิดผลุดขึ้นหายใจบนผิวน้ำ ค .  เขาใช้กรรไกรขลิบริมผ้าให้เสมอกัน  ง .  เขาใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูนกที่กำลังบิน  อยู่กลางท้องฟ้า จุล =   เล็ก จุณ =  ของที่ป่นละเอียด ผลุด   =   มุดเข้าออก ผุด   =   โผล่ขึ้น ขริบ =   ตัดเล็มด้วยตะไกร ขลิบ =   เย็บหุ้มกันลุ่ย
2. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตามความหมาย ก .  เราไม่ควรติดนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง ข .  กรมการศาสนามีคำสั่งห้ามพระภิกษุออกเรี่ยราย ตามบ้าน ค .  ในวันมอบตัวนักเรียนชั้นอนุบาล ผู้ปกครองนักเรียน ต้องนำสูจิบัตรไปแสดงด้วย ง .  ในปัจจุบันมีเหตุการณ์และสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ    เราจึงควรปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง  ผลัด   =   เปลี่ยน ผัด  =   เลื่อนเวลาออกไป เรี่ยราย =   เกลื่อนกลาด เรี่ยไร =   ขอร้องให้บริจาคตามศรัทธา สูจิบัตร =   ใบรายการ สูติบัตร  =   ใบเกิด
3. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตรงตามความหมาย  1. ฉันมองเห็นความหมายของสุภาษิตบทนี้แล้ว  เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต 2. สังคมปัจจุบันมีปัญหานานาประการทุกคนจึงควรมีธรรมะ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ 3. นักเรียนคนนั้นมีความอดกลั้นสูง  เพียรพยายามเรียน แม้ไม่ถนัดภาษาต่างประเทศ 4. คนขับรถทุกวันนี้ต้องเผชิญกับภาวการณ์จราจรที่ตึงเครียด  และติดขัดสุดประมาณ ทราบ อดทน คับขัน
4 . ข้อใดใช้คำถูกต้อง 1.  ฆาตกรหัวแข็งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อ 2.  ครูใหญ่อุปการคุณฉันมาตลอดตั้งแต่เด็กจนจบ   การศึกษา 3.  การลดความอ้วนให้ได้ผลดีต้องไม่กินจุบจิบ ตลอดวันอย่างนี้ 4.  นักเรียนชอบซื้ออาหารร้านนี้เพราะขายถูกและ มีอัธยาศัยที่ยิ้มแย้ม ปากแข็ง อุปการะ ดี
๑ .  บางครั้งกำกวมเพราะไม่เว้นวรรคให้ถูกต้อง  เช่น ใช้ภาษากำกวม   หมายถึง การใช้ภาษาที่ตีความได้หลายประเด็นทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิด  คือ -   แมวตัวนี้เลี้ยงไว้ไม่ได้ให้เอาไปปล่อย ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้ลูก  เขยคนอื่น ๆ ไม่ให้ -  ห้ามนักเรียนใส่กางเกงในบริเวณนี้ -  ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้ลูกเขย  คนอื่น ๆ ไม่ให้   แมวตัวนี้เลี้ยงไว้ไม่ได้  ให้เอาไปปล่อย ห้ามนักเรียนใส่กางเกง  ในบริเวณนี้
๒ .   บางครั้งใช้ภาษากำกวมเพราะใช้คำไม่ครบถ้วน  เช่น -  สถานที่ราชการห้ามเข้า สถานที่ราชการ  บุคคลอื่น ห้ามเข้า -  ยานี้กินหลังอาหารเย็น  ยานี้กินหลังอาหาร มื้อ เย็น -  ทางโค้งขับช้า ๆ อันตราย ทางโค้ง  อันตราย  โปรดขับช้า ๆ พรุ่งนี้พบกันที่นี่สี่โมงนะ ที่นี่ห้ามจอด - ขอลองเสื้อในตู้โชว์หน่อยได้ไหมคะ - ที่นี่ห้ามจอดรถตลอดวัน ปีนี้มะม่วงขายดี -  ปีนี้มะม่วงขายดิบขายดี ขอลองเสื้อที่อยู่ในตู้โชว์หน่อยได้ไหมคะ พรุ่งนี้พบกันที่นี่บ่ายสี่โมงนะ
5.  ข้อใดมีความหมายมากกว่า ๑ ประเด็น ก .  ฉันไม่ชอบคนที่พูดมาก  ข .  คนที่ฉันชอบพูดไม่มาก ค .  คนที่ฉันชอบไม่มากพูด  ง .  คนที่พูดมากฉันไม่ชอบ
6. ข้อใดที่มีความหมายเพียงอย่างเดียว ก .  คนเลวหมดแล้ว    ข .  น้ำเย็นหมดแล้ว  ค .  มันต้มหมดแล้ว    ง .  กาแฟร้อนหมดแล้ว
7.  ข้อใดใช้ภาษา ไม่ กำกวม ก .  ใครตามหมอมา   ข .  ฉันบอกแม่ว่าน้ำกำลังจะแห้ง ค .  วันนี้เขาลางานเพราะตาเจ็บ   ง .  เขายกตัวอย่างมากจนน่ารำคาญ
ตัวอย่างการเรียงคำ -  จงไปเลือกตั้งลงคะแนนเสียงนายกสโมสรนักศึกษา จงไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นายกสโมสรนักศึกษา  - เขาไม่ทราบสิ่งที่ดีงามนั้น  ว่า   คืออะไร    เขาไม่ทราบ ว่า สิ่งที่ดีงามนั้นคืออะไร -  ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย  เป็นอย่างสูง    ขอขอบคุณ เป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้ด้วย
8.  ประโยคใดเรียงลำดับคำได้เหมาะสมที่สุด ๑ .  วันนี้อาจารย์บรรยายวิชาต่าง ๆ ให้ฟัง ๒ .   ฝนตกหนักจนทางข้างหน้ามองไม่เห็น ๓ .  เขาไม่ทราบสิ่งที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไร ๔ .   มีทุนให้นักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ยากจน
๑ .  เธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตายหมดแล้ว  เธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ ๒ .  เยาวชนจะบรรลุนิติภาวะเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุ ๒๐ ปี    เยาวชนจะบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ ๒๐ ปี ๓ .  ตลอดปีนี้บริษัทของเรามีกำไรไม่ขาดทุนเลย    ปีนี้บริษัทของเรามีกำไร ตัวอย่างข้อความที่ใช้คำฟุ่มเฟือยและข้อความที่แก้ไข
๔ .  โปรดกรุณาเข้าคิวตามลำดับ    กรุณาเข้าคิว ๕ .  ผ่าศพคนตายพิสูจน์สถาบันนิติเวช    ผ่าศพพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช ๖ .  อันที่จริงเรื่องที่เล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง    เรื่องที่เล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องจริง ๗ .  ทางเดินขึ้นภูเขาขรุขระไม่เรียบทำให้เดินลำบาก    ทางเดินขึ้นภูเขาขรุขระเดินลำบาก
9.  ประโยคใดใช้คำได้กระชับ ๑ .   โปรดกรุณาเข้าคิวตามลำดับ ๒ .   หนุ่มสาวสมัยนี้ก้าวหน้าเร็วมาก ๓ .   ผ่าศพคนตายพิสูจน์สถาบันนิติเวช ๔ .   เห็นภาษาไทยพัฒนาไปในทางที่ดีแล้วชื่นใจ
10. ข้อใดใช้ภาษากะทัดรัดชัดเจน ๑ .  เขาได้รับความพอใจในการที่ได้รับเลือกเป็นประธาน ๒ .  อาจารย์ทำการสอนหนังสืออย่างเอาใจใส่และมีความสุข ๓ .  วันนี้นับเป็นวันพิเศษเพราะน้องใหม่มาประชุมครบทุกคน ๔ .  เขาจัดประชุมขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธไมตรีอันดี ระหว่างเยาวชน
11. ข้อใดใช้บุพบทได้ถูกต้อง ก .  ผมพร้อมที่จะเผชิญต่อเหตุการณ์ทุกรูปแบบ ข .  นโยบายข้อนี้เป็นอุปสรรคต่อการหาตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอ ค .  วีรกรรมของทหารหาญเหล่านี้สมควรต่อการยกย่อง ง .  เขาลาออกจากงานเพราะขัดแย้งต่อผู้บังคับบัญชา กับ แก่ กับ
1 2 . ข้อใดใช้คำบุพบทได้ถูกต้อง   1.  ประเทศที่เกี่ยวข้องระหว่างกรณีพิพาทนี้มีหลายประเทศ 2.  แผนงานที่เสนอขึ้นมานี้สอดคล้องแก่เจตนาของคณะกรรมการ 3.  ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นฝีมือจากผู้ต้องขัง ในเรือนจำทั่วประเทศ 4.  เด็กคนนี้ไม่เพียงแต่พูดจาก้าวร้าว ยังแสดงกริยาไม่เหมาะสม แม้กระทั่งครู
การใช้คำสำนวนภาษาต่างประเทศ มีลักษณะดังต่อไปนี้
1. มีคำว่า  “ มัน ”  ขึ้นประโยคลอย ๆ เช่น -  มัน เป็นอะไรที่น่ารักที่สุด -  มัน ง่ายเกินไปที่เธอจะได้เขา -  มัน เป็นการสมควรที่เธอจะไปโกรกผม 2. มักมีประธานถูกกระทำ เช่น -  สุนทรภู่ ถูกยกย่อง ว่าเป็นกวีเอก -  เขา ถูกตำหนิ โดยพ่อ แม่ -  เขา ถูกคุณครูชม ว่าเรียนเก่ง
3.  ขยายอยู่หน้าคำหลัก  เช่น -  สามกลุ่ม นักเลงก่อการวิวาท -  ความรวดเร็ว ของการทำงานมีมาก -  การขยายตัว ของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว
4 .   ใช้คำฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ เลียนแบบการเขียนในภาษาต่างประเทศ  มักมีคำว่า มี , ใน , ให้ , ทำ  +  การและความ  เช่น เรา มีความ จำเป็นต้องไปเดี๋ยวนี้  5.  มักขึ้นต้นด้วยคำบุพบท  เช่น -   ต่อ ข้อซักถามของผู้สื่อข่าว  ... -   ในความคิด ของผม คุณคือคนที่  เหมาะสมที่สุด
๑ .  ฉัน ใช้ชีวิต ที่เชียงใหม่นานมากทีเดียว    ฉันอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลานาน ๒ .  มี หกโรค ร้ายที่คุกคามชีวิตของทารกนับล้านในแต่ละปี    มีโรคร้ายหกโรคที่ ... ๓ .  สำหรับ ผมแล้ว เรื่องนี้ง่าย แก่การ เข้าใจ      เรื่องนี้ผมเข้าใจได้ง่าย ตัวอย่างการใช้สำนวนที่ไม่ถูกความหมายและข้อความที่แก้ไข
๔ .  ความอดทนของคุณจะ นำมาซึ่ง ความสำเร็จ    ความอดทนจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ๕ .  ข้อสอบนี้ยาก เพียงพอกับ ความสามารถของฉัน    ข้อสอบนี้ยากสำหรับฉัน ๖ .  เยาวชนเป็นผู้ที่ นำมาซึ่ง ความหวังของสังคม    เยาวชนเป็นความหวังของสังคม
๗ .  ปัจจุบันการแพร่ระบาดของยาบ้า ได้ขยายตัว เพิ่มขึ้น ปัจจุบันยาบ้าได้ระบาดเพิ่มขึ้น ๘ . วัคซีนชนิดนี้แม้ว่าจะมีข้อดี   แต่ก็ไม่ควรใช้ ใน ผู้ใหญ่วัยชรา วัคซีนชนิดนี้แม้ว่าจะมีข้อดี   แต่ก็ไม่ควรใช้กับคนวัยชรา ๙ .  ในท้องถนน  เต็มไปด้วย ผู้คน มีผู้คนอยู่ในท้องถนนจำนวนมาก ๑๐ . คุณพ่อ จับรถไฟ ไปเชียงใหม่เมื่อเช้านี้ คุณพ่อโดยสารรถไฟไปเชียงใหม่เมื่อเช้านี้
13.  ข้อใดเป็นสำนวนภาษาไทยที่ถูกต้องเหมาะสม ก .  เขาถูกเพื่อนฝูงตราหน้า ว่าเป็นคนทรยศ ข .  ขอได้รับความขอบคุณด้วยใจจริงจากพวกเรา ค .  หล่อนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุข ง .  ปัจจุบันประเทศไทยสั่งเข้าไม้สักจากประเทศพม่า
14.  ข้อใด ไม่ใช่ สำนวนต่างประเทศ ก .  ผมเต็มใจให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ข .  ผลงานของคุณเป็นที่น่าพอใจมาก ค .  ฉันเสียใจอย่างยิ่งที่ทราบข่าวอุบัติเหตุครั้งนี้ ง .  มันเป็นการยากที่คนเราจะเห็นข้อบกพร่อง ของตนเอง
1 5 .  ข้อใด ไม่ใช่ โครงสร้างประโยคแบบภาษาต่างประเทศ 1 .  เรื่องนี้ง่ายต่อการเข้าใจ 2 . งานเขียนของเขาเป็นที่สนใจของคนหมู่มาก 3 .  แม่มีลูกถึง  7  คน จึงต้องรู้จักวิธีบริหารเงิน 4 . ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงด้วยความตายของตัวเอก
1 . ข้อใดเป็นสำนวนที่สร้างจากความเชื่อของคนไทย 1. วันโกนไม่ละ  วันพระไม่เว้น  2. ซื่อควายหน้านา  ซื่อผ้าหน้าหนาว 3. ตักน้ำใส่กะโหลก  ชะโงกดูเงา  4. น้ำร้อนปลาเป็น  น้ำเย็นปลาตาย
2 . ข้อความในข้อไม่เกี่ยวกับการเลือกคู่และการครองเรือน 1. กิ่งทองใบหยก  เรือล่มในหนองทองจะไปไหน 2. ปลูกเรือนคร่อมตอ  ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร 3. เด็ดดอกไม้ร่วมต้น  ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่  สอยดอกฟ้า 4. หนูตกถังข้าวสาร  ทองแผ่นเดียวกัน  คลุมถุงชน
3 .  ข้อใดไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน 1.  ฝนตกขี้หมูไหล   2.  ปิ้งปลาประชดแมว 3.  ผีบ้านไม่ดี  ผีป่าก็พลอย   4.  มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว
4 . ข้อใดไม่แสดงเหตุผล 1. หมูไปไก่มา  2. วัวหายล้อมคอก  3. หนามยอกเอาหนามบ่ง  4. มือถือสากปากถือศีล
5 . ข้อใดไม่เกี่ยวกับการรับสาร   1.  ฟังหูไว้หู   2.  เปิดหูเปิดตา  3.  ดูตาม้าตาเรือ 4.  ฟังความข้างเดียว
6 .  ข้อใดใช้สำนวนพังเพยได้ถูกต้อง 1.  พอลืมตาอ้าปากได้  ทุกคนก็รู้สึกหิวข้าวทันที 2.  คนสมัยนี้ชอบกินข้าวแดงแกงร้อนเพราะเป็นอาหาร สุขภาพ  3. หลังเลิกเรียนแม่จะเตรียมข้าวใหม่ปลามันไว้ให้ลูกกิน 4.  การลงทุนต้องดูจังหวะ เมื่อโอกาสดีน้ำขึ้นให้รีบตัก จะได้กำไรงาม
7 .  ข้อใดใช้สำนวนคำพังเพยไม่ถูกต้อง   1.  อย่าทำงานอย่างแก้ผ้าเอาหน้ารอด 2.  เขาทำตัวเหมือนงูเห่าที่เนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ 3.  พวกหมาเห่าใบตองแห้งพอเจอของจริงก็หนีหมด 4.  นักเรียนมีหนังสือดีแต่ไม่ยอมอ่าน  ก็เหมือนไก่ได้พลอย
   โครงสร้างของเหตุผล 1.  ข้อสนับสนุน  ( เหตุผล ) 2.  ข้อสรุป ภาษาและเหตุผล
   ภาษาที่ใช้แสดงเหตุผล 1. ถ้ากล่าวถึงข้อสนับสนุนก่อนข้อสรุปจะใช้ =  จึง ,  ก็เลย ,  ก็ย่อม ,  ทำให้ เช่น   รถติดฉันจึงมาสาย 2.  ถ้ากล่าวถึงข้อสรุปก่อนข้อสนับสนุนจะใช้ =  เพราะ ,  เนื่องจาก ,  ด้วย เช่น   ฉันมาสายเพราะรถติด เหตุผล สรุป เหตุผล สรุป
   การอนุมาน ( สรุป ) การหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่   1. วิธีนิรนัย   คือ การแสดงเหตุผลจากส่วนรวมไปหา ส่วนย่อย เช่น  นักเรียนทั้งหมดในห้องนี้ต้องการสอบ  Ent .   ได้  สมหญิงเป็นนักเรียนในห้องนี้ก็ต้องการสอบได้ด้วย วิธีนี้ เป็นจริง  100% 2. วิธีอุปนัย   คือ การแสดงเหตุผลจากส่วนย่อยไปหา ส่วนรวม เช่น “ สมหญิงชอบทานก๋วยเตี๋ยวมาก เมื่อนักเรียน  ทั้งห้องไปทานแล้วก็น่าจะชอบด้วย ”   วิธีนี้ไม่แน่นอนเสมอไป
   การพิจารณาหาสาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน   1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์  เช่น รถติด จึง มาสาย 2. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ  เช่น มาสาย เพราะ รถติด 3. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์  -  เขาถูกครูตำหนิเพราะขี้เกียจคงถูกตัดคะแนน เช่น  -  เขาสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนดี เขาน่าจะสอบวิชาฟิสิกส์ได้คะแนนดีด้วย ผล เหตุ ผล
1. การแสดงเหตุผลด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่ขาดเสียมิได้คือข้อใด  ก .  สาเหตุและผลลัพธ์   ข .  เหตุผลและข้อสรุป ค .  ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น   ง .  การอนุมานด้วยวิธีนิรนัยและวิธีอุปนัย
2. ข้อใดเป็นสำนวนที่มีการใช้ภาษาเป็นเหตุเป็นผลกัน  ก .  ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง ข .  ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นไป ชีวิตไม่ดิ้นก็สิ้นใจ ค .  ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ง .   กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การศึกษาย่อม    เป็นไปฉันนั้น
3.  ข้อ ไม่ได้ บอกเหตุและผล ก .  น้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย   ข .  ก้อยกลัวผีจนหัวโกร๋น ค .  โฉมเฉลาเศร้าใจที่ไฟเสีย ง .  จ๋อมสวยจึงต้องเช็ดน้ำตา
4. คำขวัญข้อใดแสดงเหตุผล 1.  ลูกมากจะยากจน 2.  เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า 3.  น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ 4.  เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ
5.   ข้อใด ไม่มี การแสดงเหตุผล 1. ญาติก็ญาติเถอะ พูดกันถึงขนาดนี้ก็ต้องโต้ตอบกันบ้าง 2. ก็ทำกันอย่างนี้แหละ เรื่องถึงได้บานปลายออกไปกันใหญ่ 3. ใจหนึ่งก็อยาก ใจหนึ่งก็ไม่ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี 4. เหนื่อยก็เหนื่อย เพลียก็เพลีย แล้วยังต้องอยู่เวรตอน กลางคืนอีก
6.   ข้อใดประกอบด้วยประโยคที่เป็นข้อสนับสนุนเท่านั้น  ก .  รักชาติยอมสละแม้ชีวี   ข .  พี่รักน้องจริงอย่าทิ้งน้องนะ ค .  รักเอยจริงหรือที่ว่าหวาน รักทรมานใจคน ง .  เขาไม่รักเราแล้วก็แล้วไป จะไปรักเขาไยให้ป่วยการ
7.  ข้อใดเป็นการแสดงเหตุผลด้วยวิธีนิรนัย  ก .  นุชเคยยากจนมาก่อนจึงรู้ค่าของเงินมากกว่าศิราที่ร่ำรวย ข .  จ๋อมแจ๋มชอบฟังนิทาน ดังนั้นเมื่อโตขึ้นน่าจะชอบอ่านหนังสือ ค .  เจือมีความกตัญญูดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีคุณธรรมอันประเสริฐ ง .  เรืองรองเป็นคนขาดวิจารณญาณเพราะเรียนมาจากระบบที่ไม่ส่งเสริมความคิด
8.  ข้อใดใช้วิธีการอนุมานแบบอุปนัย  ก .  ดอกคูนคงจะบานในฤดูร้อนนี้ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ข .  หมอบอกว่าคนที่เป็นหวัดอย่างเธอ ไม่ควรอาบน้ำตอนดึก ค .  เธอจะต้องถูกทำโทษตามกฎของโรงเรียน หากเธอลอกข้อสอบเพื่อน ง .  ถ้าเธออยากเป็นคนรอบรู้ ควรอ่านหนังสือให้มากๆ เพราะการอ่านหนังสือจะทำให้ความรู้กว้างขวาง
9.  ข้อใดเป็นการใช้ภาษาแบบอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์  ก .  คุณสมชายหาเสียงได้ทั่วถึง เขาจึงได้รับเลือกตั้งในคราวนี้ ข .  ผลการเลือกตั้งคราวนี้ได้แก่คุณสมชาย  เพราะเขาหาเสียงได้ทั่วถึง ค .  การได้รับเลือกตั้งของคุณสมชายเกิดจากการที่เขาหาเสียงได้ทั่วถึง ง .  คุณสมชายต้องได้รับเลือกตั้งในคราวนี้แน่นอน  เพราะเขาหาเสียงทั่วถึง
1 0 .  ข้อใดที่ ไม่ใช่ การลำดับความจากข้อสนับสนุนไปสู่  ข้อสรุป  ก . นวลวรรณหลงรักคนง่าย  เธออกหักอยู่เป็นประจำ ข . วัลลีเป็นคนสู้กับชีวิต เธอไม่มีพ่อแม่ที่จะคอยส่งเสีย ให้เล่าเรียน ค . น้ำพุติดยาเสพติด  ชีวิตของเขาเป็นบทเรียนที่พวก เราควรจะได้นำมาคิด ง . อุดมทำการบ้านทุกข้อด้วยตัวของเขาเอง  เธอก็ควร ฝึกทำด้วยตัวเธอเองบ้าง จึง เพราะ จึง จึง
11 .  ข้อใดเป็นการอธิบายจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ก .  ขุนช้างชิงนางออกจากห้อง  ข้าจึงลักวันทองเข้าป่าใหญ่ ข .  ครั้นจะพากันเข้าไปเหย้าเรือ  เกรงจะเหมือนทำกรรมให้มารดา ค .  ให้เรียกว่าบ้านก่งธนู  เพราะฟ้าฟื้นฝังอยู่จงแม่นมั่น ง . พระทรงฤทธิ์จะคิดเคืองระคาย เห็นไม่วายสงครามจะตามมา จึง จึง
1 2 .  “ เขาถูกเจ้านายเพ่งเล็ง  เพราะมาสายเสมอ  มีหวังถูกตัดเงินเดือน”  การอนุมานเช่นนี้ตรงกับ  ข้อใด  ก .  การอนุมานจากสาเหตุไปหาสาเหตุ  ข .  การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ ค .  การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ง .  การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ ผล เหตุ ผล
13.  “ เด็กคนนี้ดูไม่มีความสุขการเรียนก็แย่พ่อแม่คงไม่มีเวลาให้ลูก” การอนุมานเช่นนี้ตรงกับข้อใด   ก .  การอนุมานจากสาเหตุไปหาสาเหตุ  ข .  การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ ค .  การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ง .  การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ  14-15 เนื่องจากชาวนาไทยมีที่ดินน้อย  เฉลี่ยเพียงครอบครัวละเจ็ดถึงแปดไร่เท่านั้นในบางภาคการใช้วัวควายทำนาจึงน่าจะเหมาะกับงานเพราะสะดวกที่จะทำเมื่อใดก็ได้ และแล้วเสร็จได้ ในเวลาไม่นาน  ทั้งยังประหยัดกว่าการจ้างรถไถนา 14.  ข้อสรุปของข้อความนี้คืออะไร ก .  ชาวนาไทยมีที่ดินน้อย   ข .  การใช้วัวควายทำนาเหมาะกับงาน ค .  การใช้วัวควายประหยัดกว่าการจ้างรถไถนา ง .  การใช้วัวควายทำให้งานแล้วเสร็จได้ในเวลาไม่นาน 1 5 .  ข้อความนี้แสดงเหตุผลหรือไม่อย่างไร ก . แสดงเหตุผล  1  ตอน   ข .  แสดงเหตุผล  4  ตอน ค .  ไม่แสดงเหตุผล แต่เป็นการบอก ข้อเท็จจริง ง .  ไม่แสดงเหตุผล เพราะข้อสนับสนุนน้ำหนักไม่พอ
การแสดงทรรศนะ   ทรรศนะ  คือ ความคิดเห็น ที่ประกอบด้วยเหตุผล 1.  โครงสร้างของการแสดงทรรศนะมี  3  อย่างคือ 1)  ที่มา 2)  สนับสนุน 3)  ข้อสรุป
3.  ทรรศนะแบ่งเป็น  3  ประเภท ดังนี้ 1)  ทรรศนะเกี่ยวกับข้อเท็จจริง 2)  ทรรศนะเกี่ยวกับคุณค่าหรือค่านิยม 3)  ทรรศนะเกี่ยวกับนโยบาย
4.  วิธีใช้ภาษาในการแสดงทรรศนะ 1) ใช้บุรุษสรรพนามที่  1  เช่น ฉันคิดว่า  ผมเห็นว่า  ข้าพเจ้าเข้าใจว่า 2)  ใช้คำ หรือ กลุ่มคำ  เช่น น่าจะ ควรจะ คงจะ อาจจะมักจะ
1.  ข้อใด  ไม่  แสดงทรรศนะ  ก .  ครูเป็นปูชนียบุคคล   ข .  มุมตกเท่ากับมุมสะท้อน ค .  ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร  ง .  กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
2.  ข้อใดแสดงทรรศนะเกี่ยวกับค่านิยม ก .  วิถีทางเดียวที่โลกจะเพิ่มพูนความสุขคือการแบ่งปันความสุข  ข .  การสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย เป็นทางหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิด  ความเครียด ค .  กรุงเทพมหานครควรหาวิธีกำจัดขยะให้ถูกวิธี ปัญหามลพิษจะได้ หมดไป ง .  การป้องกันมิให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนนคือ ทุกคนปฏิบัติตามกฎ จราจร ข้อเท็จจริง นโยบาย ข้อเท็จจริง
3. ข้อความต่อไปนี้แสดงทรรศนะประเภทใด “  การที่แม่ปูจะสั่งสอนลูกปูให้เดินตรงๆ นั้นยากที่จะสำเร็จ เพราะแบบอย่างการเดินของแม่ปูนั้นมันก็คดไปคดมาอยู่แล้ว” 1.  ทรรศนะเชิงคุณค่า  2.  ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริง 3.  ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริงและคุณค่า  4.  ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริงและนโยบาย
มหาวิทยาลัยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายของความเจริญหากปัจจัยอื่น ไม่พร้อมที่จะให้มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยสนับสนุน การมีมหาวิยาลัยก็จะเป็นสิ่งที่มีราคาแพงเกินไปสำหรับประเทศยากจนอย่างประเทศไทย  4. ข้อความนี้ เป็นสารแสดงความคิดเห็นแบบใด ก .  วินิจฉัย  ข .  สันนิษฐาน  ค .  ประเมินค่า  ง .  เสนอแนะ 5.  ข้อความนี้เป็นสารประเภทใด ก .  การอธิบาย  ข .  การแสดงทรรศนะ  ค .  การโน้มน้าวจิตใจ  ง .  การแสดงข้อเท็จจริง 6.  ข้อความที่ขีดเส้นใต้คือสิ่งใด ก .  ข้อสรุป ข .  ข้อวินิจฉัย  ค .  ข้อสนับสนุน  ง .  ข้อตัดสินใจ
การโต้แย้ง   คือการแสดงทรรศนะที่แตกต่างกัน ระหว่างบุคคล   2   ฝ่าย   โดยแต่ละฝ่ายพยายามอ้างข้อมูล   สถิติ   หลักฐาน   เหตุผลต่าง ๆ มาสนับสนุนทรรศนะ ของตน   และคัดค้านทรรศนะของอีกฝ่ายหนึ่ง   ถ้าทั้ง   2  ฝ่าย ใส่อารมณ์โกรธเพียงเพื่อจะเอาชนะกันโดยไม่ย่อมรับทรรศนะของแต่ละฝ่ายถือว่าเป็น การโต้เถียง การโต้แย้ง
ประกอบด้วย 1. ข้อสรุป 2.  เหตุผล โครงสร้างของการโต้แย้ง
1.  ตั้งประเด็นในการโต้แย้ง   มี   3  ประเภท 1)  เกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อให้การเปลี่ยนแปลง   สภาพเดิม 2)  เกี่ยวกับข้อเท็จจริง 3)  เกี่ยวกับคุณค่า กระบวนการโต้แย้งมี   4  ขั้น   ดังนี้
2.  นิยามคำสำคัญที่อยู่ในประเด็นของการโต้แย้ง 3.  ค้นหาและเรียบเรียงข้อสนับสนุนทรรศนะของตน 4.  ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของทรรศนะฝ่ายตรงข้าม   มี   3  ประการดังนี้ 1)  ชี้จุดอ่อนของการนิยาม 2)  ชี้จุดอ่อนในด้านปริมาณความถูกต้องของข้อมูล 3)  ชี้จุดอ่อนของสมมุติฐานและวิธีการอนุมาน
ข้อควรระวังในการโต้แย้ง   คือ 1.  ควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ 2.  ควรมีมารยาทในการใช้ภาษาวัจนภาษา   และอวัจนภาษา 3.  ควรเลือกประเด็นที่มีแนวทางสร้างสรรค์
7. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมในการโต้แย้ง ก .  ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนั้นเพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ข .  ข้อเสนอดังกล่าวนั้น ผมเองมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปบ้าง ค .  ผมขอให้นำข้อเสนอนี้กลับไปคิดใหม่เพื่อให้ชัดเจนมากกว่านี้ ง .  ข้อเสนอที่ว่านั้นใช้ไม่ได้เลยเพราะไม่ได้ตั้งอยู่ในเหตุและผล
จงใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ  8 1)  หมู่บ้านนี้มีผู้อาศัยเกือบหนึ่งพันครอบครัว  2)  แต่ไม่มีสถานที่ที่ชาวบ้านจะพักผ่อนหย่อนใจได้เลย 3)  บริเวณนี้เป็นที่ว่างแห่งเดียวที่เหลืออยู่  4)  การสร้างอาคารพาณิชย์ในบริเวณนี้จึงเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแม้แต่น้อย 8.  ในข้อความนี้ประเด็นในการโต้แย้งคืออะไร ก .  ควรสร้างอาคารพาณิชย์ในหมู่บ้านหรือไม่ ข .  ควรสงวนที่ว่างที่มีอยู่ไว้สำหรับชาวบ้านหรือไม่ ค .  สถานที่พักผ่อนหย่อนใจไม่จำเป็นสำหรับชาวบ้านหรือไม่ ง .  ควรจัดหาบริเวณที่ว่างให้มากขึ้นสำหรับชาวบ้านหรือไม่
จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  9 อุดมการณ์ของอุดมศึกษาคือการสอน การวิจัย การบริหารสังคมและ การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมดังที่กล่าวไว้แต่มหาวิทยาลัยก็ควรคำนึงถึงการปลูกฝังคุณธรรมให้แก่ นักศึกษาด้วย หาไม่แล้วมหาวิทยาลัยย่อมมีค่าเป็นเพียงโรงงานผลิตเครื่องมือให้แก่สังคมหรือเป็นโรงฝึกอบรมนักวิชาชีพชั้นสูงเท่านั้นมิใช่แหล่งสร้างคนดีที่มีความเก่ง 9.  ข้อใดเป็นประเด็นของการโต้แย้ง ก .  ควรแก้ไขเพิ่มเติมอุดมการณ์ของการศึกษาหรือไม่ ข .  มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างคนดีที่มีความเก่งจริงหรือ ค .  คุณธรรมเป็นสิ่งจำเป็นในการเรียนระดับอุดมศึกษาหรือไม่ ง .  มหาวิทยาลัยควรหลีกเลี่ยงจากการเป็นโรงงานผลิตเครื่องมือ  ให้แก่สังคมหรือไม่
การโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจ   คือการใช้ความพยายามที่จะ เปลี่ยนความเชื่อ ทัศนิคติ ค่านิยม และการกระทำ ของบุคคลอื่น ด้วยกลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบ ใจบุคคลนั้นจนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยนตาม ที่ผู้โน้มน้าวใจต้องการ
กลวิธีการโน้มน้าวใจมี   6   วิธี คือ 1.   แสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคล   ผู้โน้มน้าวใจคือต้องมี ความรู้จริง คุณธรรม และ      ปรารถนาดีต่อผู้อื่น 2. เเสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล    คือมี   เหตุผล   และ   ข้อสรุป
3.  แสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้สึกหรืออารมณ์ ร่วมกัน 4.  แสดงให้เห็นหรรษาแก่ผู้รับสาร 5.  ชี้ให้เห็น ทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย 6.  เร้าให้เกิดอารมณ์อย่างเเรงกล้า
การพิจารณาสารโน้มน้าวใจในลักษณะต่างๆ  ซึ่งพบในโอกาสและสถานที่ต่าง ๆ 2.  โฆษณาสินค้าหรือโฆษณาบริการ   มักมีลักษณะดังนี้ 1.  คำเชิญชวน มักมีจุดประสงค์เด่นชัด ชี้ให้เห็น ประโยชน์และวิธีปฏิบัติ
1)  มีส่วนนำที่สะดุดหู สะดุดตา ใช้ถ้อยคำที่ แปลกใหม่ 2)  ถ้อยคำหรือประโยคสั้น ๆ ครอบคลุมเนื้อหา ครบถ้วน 3)  กล่าวถึงความดีเด่นของสินค้า จนเกินความ จริงและไม่กล่าวถึงความด้อยของสินค้า
4)  เน้นความสำคัญของความต้องการขั้น พื้นฐานของมนุษย์ 5)  มักขาดเหตุผลที่รัดกุม และไม่ถูกต้องทาง วิชาการ 6)  ปรากฏอยู่ในสื่อต่าง ๆ ต่อเนื่องกันเพื่อให้จำได้
โฆษณาชวนเชื่อ   คือความพยามโดยจงใจที่จะ เปลี่ยนความเชื่อของบุคคลหรือกลุ่มชน   โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามเหตุผลและข้อเท็จจริง มี   2  ประเภทคือ 1.  การโฆษณาชวนเชื่อทางการค้า 2.  การโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง
มีดังนี้ 1.  ตราชื่อ  โดยใช้คำกล่าวถึงฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้คน เสื่อมศรัทธา เช่น พวกหัวโบราณ พวกขวาจัด   พวก ปลาไหล ฯลฯ   2.  กล่าวรวม ๆ ด้วยถ้อยคำหรูหรา  เพื่อให้ฟังดูน่า เลื่อมใสศรัทธา     กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
3.  อ้างบุคคลหรือสถาบันที่เคารพนับถือ  เพื่อให้ ผู้ฟังมีทัศนคติที่ดีต่อผู้โฆษณาและเกิดความเลื่อมใส 4.  ทำตนเหมือนชาวบ้านธรรมดา  หรือเป็นพวกเดียว กับผู้รับสาร เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ
5.  กล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน   ไม่กล่าวในส่วนที่เสีย 6.  อ้างคนส่วนใหญ่  ยอมรับหลักการ ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็จะถือว่าผิดปกติ เป็นต้น
10. ข้อใด ไม่ เป็นสารโน้มน้าวใจ ก . ขอเชิญคุณแม่บ้านยุคใหม่มาใช้บริการของเราได้ ข . จะขับรถให้เร็วเท่าไรก็เชิญเถิด ว่าแต่คุณจองวัดไว้แล้ว หรือยัง ค . ขอเชิญทุกท่านทางนี้และกรุณาเข้าแถวด้วยเพื่อความ เป็นระเบียบเรียบร้อยขอขอบพระคุณ ง . ขอเชิญลองสวมแว่นตาที่จะสะท้อนจินตนาการอัน  ละเอียดอ่อนบริสุทธิ์
11. คำขวัญในข้อใดใช้ภาษาที่มีน้ำเสียงเสนอแนะ  แกมปรามอยู่ในที ก .  อ๊ะอ๊ะอย่าทิ้งขยะ  ตาวิเศษเห็นนะ ข .  ทิ้งขยะไม่เลือกที่  หมดราคีไปทั้งเมือง ค .  ขับรถให้เตือนตน  ข้ามถนนให้เตือนตา ง .  บ้านเมืองสกปรก  เหมือนนรกในเรือนใจ
12.  ข้อใดเป็นภาษาโน้มน้าวใจผู้ฟัง ก . สะอาดกายเจริญวัย สะอาดใจเจริญสุข ข . พื้นที่สีเขียวในประเทศไทยกำลังลดน้อยลงทุกปี ค . ใครเขาจะเเต่งงานกันอย่างหรูหราแค่ไหนก็เป็น เรื่องของเขา ง . ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมา มากกว่า  50  ปีแล้ว
13. ข้อใดใช้เหตุผลในการโน้มน้าวใจ 1. วันเวลานั้นหายาก มีค่ามากมุ่งใช้ให้ได้ผล 2. ทำบาปเสมอเป็นนิจ สู้ทำบุญสักนิดไม่ได้ 3. ฐานะไม่สำคัญ ขอแต่ให้มีความขยันเป็นพอ 4. แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
14.  คำขวัญข้อใดที่ใช้กลวิธีโน้มน้าวใจให้เห็น ทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย ก . รักชาติต้องพัฒนา รักป่าต้องอนุรักษ์  ข . ป่าไม้บำรุงชาติ ป่าพินาศชาติวอดวาย ค . ดุลธรรมชาติจะสิ้นไปหากวันใดไทยสิ้นป่า  ง . ฝนตกทั่วฟ้าเพราะป่าช่วยไว้ไร้สิ้นอุทกภัย  เมืองไทยร่มเย็น
15.  ข้อความนี้ โน้มน้าวใจด้วยวิธีใด “ แผ่นดินนี้เป็นของคนไทย บรรพบุรุษของเราได้อุทิศชีวิต  เป็นชาติพลีเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้เราจักต้องรักษาแผ่นดินนี้สืบไปจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งชิงแผ่นดินนี้ของเราไป” ก .  อ้างคนส่วนใหญ่ ข .  อ้างบุคคลหรือสถาบัน ค .  กล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตน ง .  กล่าวรวมๆ ด้วยถ้อยคำเร้าอารมณ์
16.  อันสยามเป็นบ้านเกิด เมืองนอน ดุจบิดามารดร เปรียบได้ ยามสุขสโมสร ทุกเมื่อ ยามศึกทุกข์ยากไร้ ปลาตเร้นฤาควร ข้อความข้างต้นผู้เขียนใช้กลวิธีใดในการโน้มน้าวใจ ก .  การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า ข .  การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย ค .  การแสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล ง .  การแสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้โน้มน้าวใจ
1 . ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของคำประพันธ์ต่อไปนี้   มีคนถือดื้อได้อายต้องอด  ถือกันหมดโลกจะเศร้าสักเท่าไหน คนกับสัตว์จักประเภทด้วยเหตุใด  เหตุหนึ่งไซร้ก็ตรงที่คนมีอาย   1.  โลกที่ปราศจากคุณธรรม  2.  ค่านิยมของคนในปัจจุบัน 3.  ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสัตว์  4.  คุณธรรมที่สำคัญสำหรับมนุษย์
2.   ข้อใดเป็นความคิดของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้ “ การศึกษาที่ดีควรเป็นการศึกษาที่กระตุ้นให้ผู้เรียนช่างสังเกต รู้จักคิด  รู้จักตั้งคำถาม รู้จักใช้เหตุผล  ไม่ใช่สักแต่เป็นฝ่ายรับ   อย่างเดียว ” ก .  ผู้สอนต้องสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ คิดเป็น ถามเป็นและมีเหตุผล ข .  ผู้เรียนต้องรู้จักสังเกต  คิด  ถาม  และใช้เหตุผลตามที่ครูสอน ค .  ผู้สอนมีหน้าที่สอนให้ผู้เรียนคิด  ไม่ใช่สอนแต่เนื้อหาวิชาเท่านั้น ง .  ผู้เรียนควรเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเหนือจากที่ครูสอน
3.  ข้อใดสอดคล้องกับสาระในข้อความต่อไปนี้มากที่สุด “ คนที่ประสบความสำเร็จนั้นคือคนที่ไม่เพียงแต่เพลิดเพลิน ชื่นชมความคิดของตน   หากแต่ถลกแขนเสื้อลงลุยงานอย่างแท้จริงด้วย ” ก .  ความสำเร็จเกิดจากความฝัน  ข .  ความสำเร็จเกิดจากการปฏิบัติจริง ค .  ความสำเร็จเกิดจากการคิดและทำจริง  ง .  ความสำเร็จเกิดจากความพอใจและความมุ่งมั่น
(1)  โอกาสที่เด็ก ๆ จะได้เล่าเรียนชั้นสูงๆ  นั้นย่อมไม่มีประตูเปิดไว้สำหรับเด็กผู้ยากจน / (2) ประตูนั้นจะเปิดออกก็ต่อเมื่อถูกไขด้วยกุญแจเงินกุญแจทอง 4. ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของข้อความข้างต้น 1.  ความสำเร็จในชีวิตการศึกษา  2.  ความล่มสลายของระบบการศึกษา 3.  ความไม่เสมอภาคกันทางการศึกษา 4.  การช่อราษฎร์บังหลวงในราชการศึกษา
5. หน้านี้น้ำน้อย มันแห้งเหือดหดแคบ ขอดแนบพื้นล่าง มีหาดทรายขาวสะอาด โผล่เป็นแนวยาวอยู่ตรงกลาง   จากข้อความข้างต้นผู้เขียนต้องการสื่อความใดเป็นสำคัญ 1  ลำคลองมีแต่ทราย ไม่มีน้ำ 2  ลำคลองดูแคบลงเพราะน้ำมีน้อย 3  หาดทรายเป็นแนวยาวดูสวยงามมาก 4  หาดทรายโผล่แทนที่สายน้ำอันชุ่มฉ่ำ
6. ข้อใดเป็นใจความสำคัญของข้อความต่อไปนี้ ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ  พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ  จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนมี 1.  ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน  2.  ไม่มีใครปรารถนาความจน 3.  จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด  4.  จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ
7. ข้อใดแสดงเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของข้อความต่อไปนี้ ขวานที่ไม่มีด้ามนำไปใช้ย่อมไร้พลัง   คนไทยไม่เคยแบ่งข้างไทย แขก จีน ฝรั่งที่เกิดเมืองไทย ใต้ร่มโพธิสมภารพระเจ้าอยู่หัว พระราชินีทรงห่วงใย  ลูกเอยหลานเอย  ล้านคนไทย  มาสร้างฝันวันใหม่ให้ขวานไทยใจหนึ่งเดียว 1.  ชี้ให้เห็นความสำคัญของแผ่นดินไทยทุกส่วน 2.  ยำให้สำนึกในหระมหากรุณาธิคุณ 3.  กระตุ้นให้คนไทยมีความหวัง 4.  เตือนให้คนไทยรักสามัคคี
8.  ข้อใดเป็นเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้ “ มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเป็นพื้นฐาน  เมื่อใดคุณไม่มี ความต้องการคุณก็ไม่ต้องเอาชนะ   แต่ถ้าคุณยังมีความต้องการ  แล้วคุณจะทำอย่างไรให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ ” ก .   ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ยังตัดกิเลสไม่ได้  ข .  แนะนำให้คนทำทุกสิ่งตามต้องการ ค .   กระตุ้นให้คนหาวิธีสนองความปรารถนาของตน  ง .   บอกให้ทราบว่ามนุษย์มีความทะเยอทะยานไม่ สิ้นสุด
9 .“ ถ้ารักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการณ์สถานไหน ไม่รักกูกูก็จะไม่รักใคร  เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤา” คำประพันธ์นี้มุ่งสื่ออารมณ์อะไรเด่นที่สุด   ก .  ขบขัน  ข .  ชิงชัง  ค .  เศร้าโศก  ง .  เคียดแค้น
10. “ แด่เธออันเป็นที่รัก  ผู้หาญหักเหยียบย่ำน้ำใจพี่ เหยียบก็ไม่เหยียบดีดี  เหยียบขี้หมาก่อนแล้วย้อนมา ” ผู้แต่งน่าจะมุ่งให้ผู้อ่านรู้สึกอย่างไร   ก .  เห็นใจ        ข .  ขบขัน      ค .  เคียดแค้น  ง .  สมเพช
11.  “ ซองขาวนี้ท่านได้  แต่ใดมา คนใหญ่ในสภา  ท่านให้ ทำชอบสิ่งใดหวา  วานบอก เรางดออกเสียงไซร้  ท่านให้รางวัล” ผู้แต่งประพันธ์นี้มีเจตนาอย่างไร ก . ตำหนิ  ข . เหน็บแนม  ค . เสียดสี  ง . ประชด
12 .  นกไม่เคยเห็นฟ้า  ปลาไม่เคยเห็นน้ำ แต่นกก็อยู่ในฟ้า  และปลาก็อยู่ในน้ำ ฟ้าไม่เคยอยู่ในนก  แต่น้ำอาจอยู่ในปลา น้ำปลา ในการนำเสนอบทประพันธ์นี้ ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ก . แสดงอารมณ์ขัน  ข .  แสดงข้อสังเกตแบบผิดความจริง ค .  แสดงความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ง .  แสดงฝีมือในการเล่นเสียงเล่นคำ
13.   ขอขอบคุณไมตรีที่มีให้  ความห่วงใยอาทรแต่ก่อนเก่า แม้วันนี้ไม่มีทางระหว่างเรา  ก็ไม่เศร้าเหงาหรอกใจบอกมา ขอขอบคุณวันวานที่ผ่านล่วง  กับกลลวงที่ทำให้ใจแกร่งกล้า กับบทเรียนหนึ่งนี้มีราคา  ยากเกินกว่าซื้อหาเงินตราใด น้ำเสียงของผู้แต่งบทประพันธ์ข้างต้นนี้คือข้อใด   ก .  ขมขื่น  ข .  ตัดพ้อ     ค .  เคียดแค้น      ง .  ประชดประชัน
14 .   “   เกินสิบต่อยบ่ซ้ำ   สองยก ม่านกษัตริย์หัตถ์ลูบอก โอษฐ์พร้อง ชาติสยามผิยามตก ไร้ยาก ไฉนนา ยังแต่ตัวยังต้อง ห่อนได้ภัยมีฯ ” ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นพระบุคลิกภาพของพระเจ้าอังวะ 1.  โปรดกีฬา 2.  รักข้าทหาร 3.  พระทัยกว้าง 4.  โปรดคนมีฝีมือ
วันนั้นวันพระสิบห้าค่ำ นางเคยไปฟังธรรมเทศนา อาบน้ำทาแป้งแต่งกายา น้ำมันทาลูบผมพอสมควร นุ่งตาเล็ดงาห่มผ้าผวย ไม่ชุ่มชวยด้วยระคายเป็นม่ายผัว  ไกลญาติขาดมิตรคิดถึงตัว ลูกผัวกลับมาจะกินใจ 15 .  จากข้อความข้างต้น  ค่านิยมใดที่ไม่อาจอจุมานได้ 1. การแต่งกายที่สมฐานะ 2. กิริยามารยาทของสตรีที่เหมาะสม 3. การครองตนของสตรี 4.  ความศรัทธาในสิ่งที่เชื่อถือ
16. ข้อใดที่อนุมานไม่ได้จากข้อความต่อไปนี้ ตั้งแต่ลูก ๆ ของสมศรีสามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เธอก็เลิกทำกิจการรับซื้อของเก่า และไปเข้าวัดฝึกนั่งสมาธิ 1) สมศรีเคยทำงานเลี้ยงดูลูกๆ  2) ลูกๆ ช่วยกันเลี้ยงดูสมศรี 3) สมศรีสนใจการนั่งสมาธิ 4) สมศรีเคยมีรายได้จากการซื้อขายของเก่า
17. ข้อใดที่อนุมาน ไม่ได้ จากข้อความต่อไปนี้ น้องของชัยวัฒน์สอบเข้าได้คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัย เดียวกับเขา ซึ่งเกินความคาดหมายของทุกคนในครอบครัว 1. ชัยวัฒน์มีน้องชาย 2. น้องของชัยวัฒน์เรียนไม่เก่งมาก 3. ชัยวัฒน์เรียนในระดับอุดมศึกษา 4. คนในครอบครัวไม่คิดว่าน้องจะสามารถเข้าเรียน  คณะแพทยศาสตร์ได้
18. คุณเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก ได้รับความเชื่อถือ จากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดีและสามารถ ทำงานที่ไหนก็ได้  คุณได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดในหน้าที่การงานแล้ว ยังมีอะไรที่คุณต้องกังวลต่อไปอีก ข้อใด ไม่อาจ อนุมานได้จากข้อความข้างต้น 1. หัวหน้าไว้ใจคุณ 2.  คุณหางานได้ง่ายมาก 3. คุณเป็นคนเรียนเก่งมาก 4  คุณดำรงตำแหน่งสูงสุดในหน้าที่การงาน
19 .   ผมยังเคยคิดว่าดีนะที่พ่อแม่ผมนั่งเรือมาขึ้นที่เมืองไทย  ถ้าขึ้นเสียที่ประเทศอื่นใกล้ๆนี้ ชีวิตผมคงไม่เป็นอย่างนี้   ข้อใด ไม่ อาจอนุมานได้จากข้อความข้างต้น 1. ผู้พูดเห็นว่าประเทศไทยดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน   2. ผู้พูดประสบความสำเร็จในชีวิต 3. ผู้พูดมีบรรพบุรุษเป็นชาวต่างชาติ   4. ผู้พูดมีอาชีพค้าขายทางเรือ
โวหาร และวรรณกรรม
โวหารภาพพจน์ คือการเปรียบสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งมีคำว่า เฉก  เช่น  ดุจ ดัง ดั่ง ราว ราวกับ ปูน กล  เล่ห์ ปาน ประหนึ่ง เพียง เพี้ยง พ่าง เสมอ เหมือน เปรียบ ฯลฯ 1. อุปมา พระองค์โอภาส เพี้ยง   ศศิธร เสด็จ ดุจ เดือนขจร   แจ่มฟ้า
2. อุปลักษณ์ การเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง มีคำว่า  เป็น  คือ วิชา เป็น เพื่อนเลี้ยง   ชีวิต ยามอยู่บ้านเรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน ร่างกายสหายติด ตามทุกข์ ยากนา ธรรมหาก เป็น มิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ ( โคลงโลกนิติ )
3. บุคลาธิษฐาน , บุคคลวัต , บุคคลสมมุติ บรรจถรณ์หมอนม่านมุ้ง เตียงสมร เตียงช่วย เตือน นุชนอน แท่นน้อง ฉุกโฉมแม่จักจร จากห้องไปฮา ม่านอย่าเบิกบังห้อง หับให้คอยหน ( นิราศนรินทร์ ) การสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีกิริยาเหมือนมนุษย์
คือการกล่าวเกินจริง  เช่น 4. อติพจน์ , อธิพจน์  เรียมร่ำ น้ำเนตรถ้วม   ถึงพรหม พา หมู่สัตว์จ่อมจม ชีพม้วย พระสุเมรุเปื่อยเป็นตม ทบท่วม ลงนา หากอกนิษฐ์พรหมฉ้วย พี่ไว้จึงคง ( ศรีปราชญ์ )
5. สัทพจน์ ต้อยตะริดติ๊ดตี๋ เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน แอ้อีอ่อย สร้อยฟ้าสุมาลัย แม้นเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย ( พระอภัยมณี ) การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
6. สัญลักษณ์ เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อ ทับทิม แท้ มาแปรเป็น พลอยหุง ไปเสียได้ แอ้อีอ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อน การใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้กันทั่วไป แสงสว่าง  เป็นสัญลักษณ์ของ  ปัญญา ความมืด  เป็นสัญลักษณ์ของ  กิเลส แก้ว  เป็นสัญลักษณ์ของ  ความดีงาม เพชร  เป็นสัญลักษณ์ของ  ความเป็นเลิศหรือความแข็งแกร่ง กา  เป็นสัญลักษณ์ของ  คนชั้นต่ำ หงส์  เป็นสัญลักษณ์ของ  คนชั้นสูง
7. ปฏิพากย์ การใช้คำตรงข้ามหรือขัดแย้งกัน  เช่น - สิ่ง หนุ่ม ในร่าง แก่ ควบม้าสี หมอกดำ สนิท - เสียงน้ำสาด   ปราศจากเสียง
1. ข้อใด ไม่ ใช้ภาพพจน์ 1.  ฝ่ายชีเปลือยคนฮารุมด่าขรม เดินนุ่งลมห่มฟ้าน่าบัดสี 2.  ลมหวนครวญเสียงลม พาใจตรมตามลมครวญ 3.  ที่น้ำลึกเป็นห้วงพ่วงแพราย ทอดสายทุ่นถ่วงหน่วงรั้ง 4.  ความจนเป็นแรงให้แข็งสู้ หากชีพอยู่จะมิยอมค้อมหัวให้ อธิพจน์ บุคคลวัต อุปลักษณ์
2 . คำประพันธ์ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์ 1. เพลินฟังวังเวงเพลงเรไร   พิณพาทย์ไพรกล่อมขับสำหรับดง 2. บ้างเป็นเงินเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด   บ้างเป็นชาติทองแท้แลอร่าม 3. ที่เรียกห้องแพรแดงล้วนแดงฉาด   เรียกห้องเหลืองเล่ห์ลาดสุวรรณฉาย 4. น้ำตาตกอกจะครากด้วยยากอยู่  พี่ดูดูเห็นท้องน้องเดินใหญ่ อุปลักษณ์ อุปมา อธิพจน์
3 . ข้อใดใช้ภาพพจน์มากที่สุด 1. วงของน้ำทำประกายกับสายแดด   ร้อนจะแผดเผาทรายพริบพรายพร่าง 2.  ลมระริ้วปลิวหญ้าคาระยาบ   ระเนนนาบพลิ้วพลิกกระดิกหัน 3. น้ำในธารสะท้อนแพรวดั่งแววดาว กระพริบพราวเพียงภาพทาบเปลวทอง 4.  เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง  กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย บุคคลวัต อุปมา อุปมา
4 . ความในข้อใดใช้โวหารเปรียบเทียบต่างจากข้ออื่น 1. เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิมแท้   มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียได้ 2. กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ   ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา 3. แม้นเนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ   พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา 4. เหล่าชายคือมวลภุมรา   ใฝ่หาแต่มวลมาลี อุปลักษณ์ สัญลักษณ์ อุปลักษณ์ อุปลักษณ์
5 . ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างกับข้ออื่น 1. ดอกไม้แย้มกลีบยิ้มริมบึงช่างตรึงจิต ลมจุมพิตเท่าไรก็ไม่หมอง 2. เห็นกรวดทรายชายทะเลชโลทร ละเอียดอ่อนดังละอองสำลีดี 3. เป็นฟ้องฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย 4. อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ บุคลวัต อุปมา อุปมา อุปมา
6 . ข้อความใดใช้โวหารต่างไปจากข้ออื่น ดอกไม้สาวสองกลีบ   บานรีบเร่ง 2.  ดาวกระพริบตาเยาะเราหรือดาวเอ๋ย ใครเคยเห็นดวงอาทิตย์ต้องโศกเศร้าบ้าง 4.  หยดหนึ่งของน้ำค้า เกาะอยู่กลางใบหญ้า อุปลักษณ์ บุคลวัต บุคลวัต
7 . ข้อใดให้จินตภาพแตกต่างกับข้ออื่น เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย บ้างก่งคอคูคูกุกกูไป  ฝูงเขาไฟฟุบแฝงที่แฝกฟาง ประทัดปะทุเปรี้ยง  ตระหนกเพียงยินเสียงปืน ผีเสื้อส่ายร่ายรำระบำบิน  จะจี่เจื้อยเรื่อยรินพิณเรไร   ภาพ , เสียง ภาพ , เสียง
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  1 – 2 ลดาดินติณชาติหลับใหล ตื่นขึ้นไหวไหวในลมหนาว หยาดย้อยพลอยน้ำค้างแวววาว ราวท้าแก้วแหวนแดนดิน สายธารดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน เงียบเงียบกรวดทรายไหลริน กลิ้งกระแสสินธุ์แข่งเวลา 1. การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์มีกี่แห่ง 1. 1  แห่ง 2.  2  แห่ง 3.  3  แห่ง 4.  4  แห่ง 2. โวหารภาพพจน์ชนิดใด ไม่มี ในบทประพันธ์นี้ 1.  อุปมา 2.  บุคคลวัต 3.  อธิพจน์ 4.  สัทพจน์  บุคคลวัต อุปมา อุปมา สัทพจน์ บุคคลวัต อุปลักษณ์
3. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดมีความหมายหลากหลายที่สุด 1. คาง เบือนเบือน หน้ามา   ไม่งามเท่าเจ้า เบือน ชาย 2. นาง นวลนวล น่ารัก ไม่ นวล พักตร์เท่าทรามสงวน 3. ถึงบาง ขันขัน หทัยไว้กับน้อง  แต่ก็ต้องพรากมามันน่า ขัน 4. สาย หยุดหยุด กลิ่นสิ้นแล้วหรือ  รักเธอคือสาย หยุด เมื่อยามสาย นาม , กริยา กริยา นาม , กริยา กริยา นาม , กริยา วิเศษณ์ นาม , กริยา กริยา
4. ข้อความต่อไปนี้ข้อใดมีเนื้อหาของการเปรียบเทียบ ต่าง กับข้ออื่น 1.  นวลจันทร์เป็นนวลจริง  เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา 2.  แก้มช้ำช้ำใครต้อง   อันแก้มน้องช้ำเพราะชม 3.  หางไก่ว่ายแหวกว่าย  หางไก่คล้ายไม่มีหงอน 4.  เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องฤาอ่อนทั้งกาย เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ ไม่เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ
5.  ข้อใดมีจุดมุ่งหมายในการส่งสาร ต่าง กับข้ออื่น 1. ระลอกน้ำระรินรวย   ระยับพริบระยิบพราว 2. พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร  ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง 3. ไก่ฟ้ามาตัวเดียว  เดินท่องเที่ยวเลี้ยวเหลี่ยมเขา 4. อันคดอื่นหมื่นคดกำหนดแน่  เว้นเสียแต่ใจมนุษย์สุดกำหนด บรรยายภาพ ให้คติ , สอน
6.  ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ข้อใดที่ผู้กล่าวหมายถึงขุนช้าง 1.  สารพันอดออมถนอมใจ 2.  ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์ 3.  ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน 4. คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่ ขุนแผน ขุนแผน วันทอง ขุนช้าง
7. ในเรื่องขุนช้างขุนแผน คำพูดของนางวันทองในข้อใด มีน้ำเสียง ต่าง กับข้ออื่น 1.  ยามมีที่เชยเฉยเสียได้ 2.  พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก 3. อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่ 4.  เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร ตัดพ้อ ตัดพ้อ บอกเล่า ตัดพ้อ
8. ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ข้อใดกล่าวถึงพฤติกรรมของชาวอยุธยาในประเด็น ต่าง กับข้ออื่น 1.  เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว 2.  คะเนนับย่ำยามได้สามครา 3.  จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย 4.  สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ไสยศาสตร์ การนับเวลา ไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์
9. ข้อใดจากนิราศพระบาทสื่อความรู้สึกของกวี ต่าง กันข้ออื่น 1. ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย  2. ถึงท่าเรือลงเรือไม่แรมหยุด ก็เร็วรุดตั้งหน้ามาหาสมร 3. ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี้ก็ยาวนะอกเอ๋ย 4. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ  เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง 1. บรรยายความทุกข์ 2. บอกความตั้งใจ 3. บรรยายความทุกข์ 4. บรรยายความทุกข์
1 0. ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงใครตามลำดับ “ เมีย   เขา   เขา รักดังแก้วตา  หรือจะอาจคลาดคลาเห็นผิดไป แต่ พระเชษฐา ให้หา ตัว   ก็ไม่มีความกลัวยังขัดได้ เกิดณรงค์สงครามก็เพราะ ใคร จนเดือดร้อนทั่วไปทั้งธานี นับประสาอะไรแก่ ตัวเรา ถึงตาย เขา ก็ไม่ดู ผี ” 1. นางจินตะหรา  อิเหนา  ท้าวกุเรปัน  อิเหนา วิหยาสะกำ ท้าวดาหา อิเหนา ท้าวดาหา 2. สองนาง  อิเหนา  ท้าวกุเรปัน  อิเหนา  อิเหนา  ท้าวดาหา  อิเหนา  ท้าวดาหา  3. นางจินตะหรา  อิเหนา  ท้าวกุเรปัน  อิเหนา  อิเหนา  ท้าวดาหา  อิเหนา  ท้าวดาหา  4. สามนาง  อิเหนา  ท้าวหมันหยา  อิเหนา  อิเหนา  ท้าวหมันหยา  อิเหนา  ท้าวหมันหยา จินตะหรา อิเหนา กุเรปัน อิเหนา อิเหนา ดาหา อิเหนา ดาหา
“  พระมารดานี้บุกป่าฝ่าดงดอนอรัญทุเรศ พอรุ่งรางสางแสง พระสุริเยศอรุณทิวากาลพระกรก็กุมกระเช้าเสียมแสรกแบก ขอคานเข้าสู่ไพรเที่ยวขุดมูลมันเลือกสรรสอยผลไม้อันมีรส ต่อสายัณห์จึงกลับมาสู่พระอาศรมบทกุฎีดงแบ่งปันกันฉัน ทั้งสี่องค์ทุกเวลาตามประสาไร้จะได้รับพระราชทาน มูลผลาหารครั้งไรก็ต่อราตรีทิวาวัน   นั้นไม่มีสักมื้อเลย ” 11.  ข้อใด ไม่อาจ อนุมานได้จากถ้อยคำของชาลีข้างต้นนี้ 1. พระเวสสันดร  พระนางมัทรี  ชาลี  กัณหา  ได้เสวยอาหารเฉพาะเวลาค่ำ 2. พระนางมัทรีเป็นผู้เข้าป่าหาอาหารแต่เพียงผู้เดียว 3. อาหารมีเพียงพอสำหรับทุกพระองค์ 4. พระนางมัทรีต้องฝ่าอันตรายเข้าไปในป่า 12. คำว่า  “ มูลผลาหาร ”  ตรงกับข้อใดมากที่สุด 1.  เผือก  มัน  กลอย 2. กล้วย  อ้อย  ถั่วเหลือง 3.  มัน  กล้วย  มะม่วง 4. ข้าวโพด  ถั่วเหลือง  ข้าวสาลี 13.  สิ่งที่พระนางมัทรีนำเข้าในป่ามีกี่อย่าง 1.  5  อย่าง  2.  4  อย่าง  3.  3  อย่าง 4.  2  อย่าง
14. ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงผู้ใด “ สมญา เอารสทศพล   มีคุณอนนต์อเนกจะนับเหลือตรา ” 1. พระราหุล 2. พระชาลี 3. พระภิกษุ 4.  พระสารีบุตร
15. ข้อความที่นายชิต  บุรทัต  กล่าวว่า  “ไป่มีก็ให้มี”  ในความว่า “ ไป่มีก็ให้มี ผิวมีก็คำนึง เนื่องเพื่อภิโยจึง จะประสบสุขาลัย” หมายถึงข้อใด 1. ความดี   2. ความเมตตากรุณา 3. ความสามัคคี   4. ความเอื้อเฟื้อ
ร้อยกรอง คือข้อความที่แต่งขึ้นอย่างสละสลวยมีข้อบังคับในการแต่ง
ฉันทลักษณ์ ร้อยกรอง มี  5  ประเภท ( บังคับ 1,2) 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0  0 0 0 0 0  0 0 0 0 0 0 2)  ฉบัง  16   0 0 0 0 0 0  0 0 0 0  0 0 0 0 0  1)  ยานี  11 1.  กาพย์ ข้อบังคับในการแต่งร้อยกรอง  1.  คณะ  ( จำนวนคำ จำนวนวรรค )  2.  สัมผัส  ( คำคล้องจอง )  1 )  สระ  2)  พยัญชนะ  3)  สัมผัสใน  .  4)  สัมผัสนอก  3. -  คำเอก คำที่มีรูปเอก  ( ใช้คำตายแทนได้ ) -  คำโท คำที่มีรูปโท  ( ไม่มีคำแทน ) ก 4. -  คำครุ  (  ขั  )  ออกเสียงหนัก  -  คำลหุ  (  กุ  )  ออกเสียงเบา
2.  กลอน บังคับ  1,2  เสียงวรรณยุกต์  1)  กลอนหก   2)  กลอนแปด 0 0 0 0 0 0 0 0   0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0   0 0 0 0 0 0 0 0 บาทเอก บาทโท 1 2 3 4 สดับ รับ รอง ส่ง 3)  สุรางคนางค์  28  0000  0000  0000 0000  0000  0000  0000
3.  โคลง บังคับ  1, 2 ,3 ( เอก โท )   1)  โคลงสอง   0 0 0 0 ่  0 ้  0 0 ่  0 0 0 ้  0 ่  0 ้  0 0  (  0 0 ) 2)  โคลงสาม 0 0 0 0 0  0 0 0 0 ่  0 ้  0 0 ่  0 0 0 ้  0 ่  0 ้  0 0  (0 0) 3)  โคลงสี่ 0 0 0 0 ่  0 ้  0 0  (0 0) 0 0 ่  0 0 0  0 ่  0 ้ 0 0 0 ่  0 0  0 0 ่ 0 0 ่  0 0  0 ้   0 ่  0 ้  0 0   โคลงสองเป็นอย่างนี้ แสดงแก่บุตรชี้  เช่นให้เห็นเลบง  แบบนา
4.  ฉันท์ บังคับ  1, 2, 4 ( ครุ ลหุ )   1)  อินทรวิเชียรฉันท์ ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ุ ั ุ ุ ุ ุ ุ ุ ุ 5.  ร่าย บังคับ  2 ( สัมผัส ) 00000 00000 00000 00000
สัมผัส สัมผัสนอก  สัมผัสระหว่างวรรค สัมผัสใน สัมผัสระหว่างบท สัมผัสสระ สัมผัสอักษร
1- 5 . ให้เลือกข้อที่บริบูรณ์ด้วยวรรณศิลป์ที่สามารถเติมในช่องว่างอย่างมีเอกภาพ 1. “  หวานที่ให้ไยอาบฉาบยาพิษ  พิษชำแรกแทรกฤทธิ์เกินรักษา  สาแก่ใจที่พะวงหลงรักมา  ........ รู้ว่าพิษร้ายก็สายเกิน ”      1.  กว่า  2.  มา  3.  เมื่อ  4. พอ มา
2 . “ ยามยากคนค้นความมาหยามเย้ย   เย้ย หยามเปรยเปรียบย้ำคำทับถม ถมทับให้ไหวหวามยามระทม . . . . . .  ขื่นขมจนตรมใจ  ” ก .  รักระทม  ข .  ยามระทม  ค .  ระทมยาม  ง .  ตรมสะอื้น
3 . “  โลกยังมีที่หวังรังรองแสง  ทุกทุกแห่งแลล้วนชวนสุขสันต์ ยิ้มต่อยิ้มพิมพ์ภาพอาบสัมพันธ์ ทุกทุกวัน  . . . . .  ด้วยน้ำใจ  ” 1.  เลิศล้ำ  2.  ดื่มด่ำ  3.  ชื่นฉ่ำ  4.  สดสวย
4 .   ชีวิตมีที่หมายสายรุ้งสวย ประดับด้วยสีสัน . ................. เป็นโลกฝันอันปนมนตร์มายา ซึ้งมนตราตรึงประทับระยับรุ้ง ก .  บรรเจิดฟ้า  ข .  อันแจ่มจ้า  ค .  แจ่มเจิดหล้า   ง .  เติมฝันฟ้า อันแจ่มจ้า
5.    “  ทักษะการฟังนั้นสำคัญนัก จงรู้จักจับความตามประสงค์ ค่อย . . . . คิดไปดังใจจง ฟังแล้วคงแตกฉาน . . . . เป็น” ก .  ตั้งใจ  คิดการ  ข .  ตีความ  อ่านเขียน  ค .  วิเคราะห์  สร้างงาน  ง .  พินิจ  วิจารณ์
6. “ การศึกษาไทยไม่ทันสมัยเหมือนต่างประเทศเพราะงบ ประมาณได้น้อยเกินเหตุจึงมีขอบเขตในการพัฒนา ” 7.“ เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียงเริงร้องซ้องเสียงสำเนียงน่าฟังวังเวง ” ข้อ  6 – 13  ข้อความเหล่านี้เป็นร้อยกรองชนิดใด การศึกษาไทย  ไม่ทันสมัย  เหมือนต่างประเทศ  เพราะงบประมาณ ได้น้อยเกินเหตุ  จึงมีขอบเขต  ในการพัฒนา เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง  เริงร้องซ้องเสียง สำเนียงน่าฟังวังเวง กาพย์สุรางคนางค์ กาพย์ฉบัง
“ การจราจรบนท้องถนนเวลานี้เหมือนกับมีการจลาจล สับสนยิ่งรถทุกชนิดต่างพากันแย่งชิงแย่งกันวิ่ง ผิดช่องทางอย่างน่าอาย” กลอนแปด “ การจราจรบนท้องถนนเวลานี้  เหมือนกับมีการจลาจลสับสนยิ่ง  รถทุกชนิดต่างพากันแย่งชิง  แย่งกันวิ่งผิดช่องทางอย่างน่าอาย”
9 . บอกแล้วก็ไม่เชื่อจะมิเหลืออะไรเลยคราวนี้ละเธอเอ๋ยฤจะเฉยก็ตามใจ บอกแล้วก็ไม่เชื่อ  จะมิเหลืออะไรเลย  คราวนี้ละเธอเอ๋ย  ฤ จะเฉยก็ตามใจ อินทรวิเชียรฉันท์
10 . พิเศษสารเสกสร้างรังสรรค์สารประจงจารฉันทภาคพริ้งพรายฉายเฉกเพชรพรรณเพราเฉิดเลิศแลลายระยับสายสะอิ้งส่องสร้อยกรองทรวง” พิเศษสารเสกสร้างรังสรรค์สาร ประจงจารฉันทภาคพริ้งพรายฉาย เฉกเพชรพรรณเพราเฉิดเลิศแลลาย ระยับสายสะอิ้งส่องสร้อยกรองทรวง กลอนแปด พิเศษสารเสกสร้าง  รังสรรค์ สารประจงจารฉันท  ภาคพริ้ง พรายฉายเฉกเพชรพรรณ  เพราเฉิด  เลิศแล ลายระยับสายสะอิ้ง  ส่องสร้อยกรองทรวง โคลงสี่สุภาพ
11. กระชุ่มกระชวยสละสลวยกระเซอะกระเซิงอีเหละเขะขะ เอะอะมะเทิ่งกระเจิดกระเจิงพะวักพะวนอีโหลกโขลกเขลก  กระโดกกระเดกกระเสือกกระสนกระซิกกระซี้  ลุกลี้ลุกลนระเหระหนระแวดระวัง” กระชุ่มกระชวย  สละสลวย  กระเซอะกระเซิง  อีเหละเขละขละ  เอะอะมะเทิ่ง  กระเจิดกระเจิง  พะวักพะวน อีโหลกโขลกเขลก  กระโดกกระเดก  กระเสือกกระสน  กระซิกกระซี้  ลุกลี้ลุกลน  ระเหระหน  ระแวดระวัง” กำพย์สุรางคนางค์
12 .  หมาหันหมายหาหมูเห็นหูหมาหูหมาหนาหมูหนี หมีเห็นหมูเห็นหมูหันหูหนีหมีหันดูหมีหมาหาเห็นหมูหันหูดี หาหมีเห็นเหม็นหูหมีหมูเหม็นหาหมีหายหมายเห็นเหม็นหูหมี หมาหนีหายหมายหมูหูหันรีหมายหาหมูหมาหนีหมีหายตัว หมาหันหมายหาหมูเห็นหูหมา หูหมาหนาหมูหนีหมีเห็นหมู เห็นหมูหันหูหนีหมีหันดู  หมีหมาหาเห็นหมูหันหูดี หาหมีเห็นเหม็นหูหมีหมูเหม็น หาหมีหายหมายเห็นเหม็นหูหมี หมาหนีหายหมายหมูหูหันรี  หมายหาหมูหมาหนีหมีหายตัว กลอนแปด
อินทรวิเชียรฉันท์ 13.  ภรรยา  :  ไปเที่ยวทะเลกันนะคะ   สามี  :  วันอะไรดี ภรรยา  :  น่าไปนะศุกร์นี้แหละ   สามี  :  ก็ต้องตระเตรียมของ ไปเที่ยวทะเลกัน  นะคะวันอะไรดี  น่าไปนะศุกร์นี้   แหละก็ต้องตระเตรียมของ
ขอให้ทุกคนโชคดี สวัสดี

Korat

  • 1.
    ภาษาไทย o-net , a-net ครูสังเวียน มณีจันทร์ โรงเรียนสตรีวิทยา
  • 2.
  • 3.
    1. ข้อใดมีคำที่เขียนผิด๑ . คะนอง คะนึงหา ๒ . กล้วยบวชชี แกงบวด ๓ . กังวาน กบฎ ๔ . สาปส่ง ทะเลสาบ กบฏ
  • 4.
    2. ข้อใดเขียนถูกทุกคำ๑ . อานิสงส์ อเนกอนันต์ ๒ . ศาลอุธรณ์ อัฒจันทร์ ๓ . บังสุกุล สุขคติ ๔ . อนุญาต ทนทายาท อุทธรณ์ สุคติ ทนทายาด
  • 5.
    3. ข้อใดมีจำนวนพยางค์น้อยที่สุด 1. คณะรัฐบุรุษ 2. ประชาธิปไตย 3. ผลิตภัณฑ์ชุมชน 4. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 6 5 6 6
  • 6.
    4. ข้อใดมีจำนวนพยางค์มากที่สุด 1. คณะวิทยาศาสตร์ 2. คณะมนุษยศาสตร์ 3. คณะวิจิตรศิลป์ 4. คณะแพทยศาสตร์ 6 7 5 6
  • 7.
    5. คำในข้อใดมีจำนวนพยางค์ต่างจากคำอื่น1. ขรม แปรก ปริตร 2. โลกนิติ ภูมิลำเนา ประวัติศาสตร์ 3. ภูมิปัญญา โลกธาตุ อุณหภูมิ 4. ธาตุเจดีย์ แพทยศาสตร์ อักษรศาสตร์ 2 3,4 3 4
  • 8.
    6. ข้อใดมีพยัญชนะที่ไม่ออกเสียง ทุกคำ ๑ . มหาสมุทร อินทผลัม ๒ . เกษมสันต์ สามารถ ๓ . ลักษณวดี มิตรภาพ ๔ . พรหมวิหาร หฤทัย
  • 9.
    อักษรไทย สระ 21 รูป พยัญชนะ 44 รูป วรรณยุกต์ 4 รูป รวม 69
  • 10.
    พยัญชนะต้น มี 21 เสียง ดังนี้ 1 ก 8 ด ฎ 15 ฟ ฝ 2 ค ข ฃ ฅ ฆ 9 ต ฏ 16 ม 3 ง 10 ท ฐ ฑ ฒ ถ ธ 17 ร 4 จ 11 น ณ 18 ล ฬ 5 ช ฉ ฌ 12 บ 19 ว 6 ซ ศ ษ ส 13 ป 20 อ 7 ย ญ 14 พ ผ ภ 21 ฮ ห
  • 11.
  • 12.
    1. ข้อใดตรงกับคำกล่าวที่ว่า “ภาษาเป็นระบบสัญลักษณ์และมีกฎเกณฑ์”1. พยัญชนะในภาษาไทยมี 44 รูป 21 เสียง 2. พยัญชนะตัวที่สองของอักษรควบในภาษาไทยมี 3 ตัวคือ ร ล ว 3. ภาษาไทยมีพยัญชนะ 44 รูป สระ 21 รูป วรรณยุกต์ 4 รูป 4. พยัญชนะที่ออกเสียง“สอ” ในภาษาไทยมี 3 รูปได้แก่ ศ ษ ส
  • 13.
    2. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นต่างกัน๑ . ฐาน ถ้ำ แท่น เฒ่า ๒ . เศร้า ทราย สรรค์ โซน ๓ . ไขว้ ควาญ แขวน ครวญ ๔ . โรงเรียน ริรัก ฤทธิ์แรง ฤกษ์ คว , คร ท ซ ร
  • 14.
    3. ข้อใดมีจำนวนเสียงพยัญชนะต้นมากที่สุด (ไม่นับซ้ำ ) ๑ . นางนวลนวลน่ารัก ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน ๒ . แก้วนี้พี่สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้ายองใย ๓ . นกแก้วแจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคียงคู่สอง ๔ . เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา 6 7 7 9
  • 15.
    เสียงพยัญชนะต้น มี 21 เสียง ดังนี้ 1 ก 8 ด ฎ 15 ฟ ฝ 2 ค ข ฃ ฅ ฆ 9 ต ฏ 16 ม 3 ง 10 ท ฐ ฑ ฒ ถ ธ 17 ร 4 จ 11 น ณ 18 ล ฬ 5 ช ฉ ฌ 12 บ 19 ว 6 ซ ศ ษ ส 13 ป 20 อ 7 ย ญ 14 พ ผ ภ 21 ฮ ห
  • 16.
    เสียงพยัญชนะท้าย ( สะกด) มี 8 เสียง คือ 1. เสียง แม่กก มี ก ข ค ฆ 2. เสียง แม่กง มี ง 3. เสียง แม่กด มี ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ถ ต ท ธ ศ ษ ส 4. เสียง แม่กบ มี บ ป พ ฟ ภ 5. เสียง แม่กน มี น ณ ญ ร ล ฬ 6. เสียง แม่กม มี ม 7. เสียง แม่เกย มี ย 8. เสียง แม่เกอว มี ว
  • 17.
    4. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายต่างกัน ๑ . อาถรรพณ์ มะลิวัลย์ สีสรรพ์ ๒ . นิวัตร อาเพศ โจษจัน ๓ . วันเพ็ญ นฤมล ทหารเกณฑ์ ๔ . มนุษยชาติ ศาสนกิจ จิตอุบาทว์ กน กด , กน กน กด
  • 18.
    5. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายมากที่สุด ( ไม่นับเสียงซ้ำ ) 1. มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ 2. มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก 3. มั่งมีในใจแล่นใบบนบก 4. บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น อำ ( อะม ) ใอ , ไอ ( อะย ) เอา ( อะว )
  • 19.
    ไตรยางศ์ 1.อักษรกลาง ก จ ฏ ต ป ด ฎ อ บ 2. อักษรสูง ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ศ ษ ส ห 3. อักษรต่ำ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ ฟ ภ ย พ ฮ ญ ล ณ น ม ร ฬ ง ว ต่ำเดี่ยว ย ญ ล ณ น ม ร ง ว ฬ
  • 20.
    ข้อใดมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำเดี่ยวมากที่สุด ( ไม่นับซ้ำ) 1. เมื่อแรกพบคบกันก็ฉันเพื่อน 2. เธอยิ้มเยือนเหมือนมีไมตรีจิต 3. ความเป็นเพื่อนเลือนหายไปทีละนิด 4. กลายเป็นรักสลักจิตอนิจจา ย ญ ล ณ น ม ร ง ว ฬ
  • 21.
    สระ สระมี 21 รูป 24 เสียง
  • 22.
    1. สระแท้ (สระเดี่ยว )18 2. สระประสม ( สระเลื่อน )6 อา อี อือ อู เอ แอ โอ ออ เออ อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ โอะ เอาะ เออะ ทีฆสระ ( ยาว ) รัสสระ ( สั้น ) อัว เอีย เอือ อัวะ เอียะ เอือะ ทีฆสระ ( ยาว ) รัสสระ ( สั้น )
  • 23.
    ข้อควรจำ 1. สระแท้ ( เดี่ยว ) 18 เสียง 2. สระประสม ( เลื่อน ) 6 เสียง อัวะ อัว เอียะ เอีย เอือะ เอือ หมายเหตุ อำ ใอ ไอ เอา ฤ ฤา จัดเป็นสระแท้
  • 24.
    1. ข้อใดมีสระแท้ทุกคำ๑ . ทรงเป็นพระพี่นางในพ่อหลวง ๒ . ทรงเป็นห่วงชาวไทยในทั้งผอง ๓ . ทรงสละกายใจใฝ่แลมอง ๔ . ทรงปกป้องทุกข์ภัยให้พวกเรา
  • 25.
    2. ข้อใดไม่ มีเสียงสระเดี่ยวซ้ำกัน 1. ถึงจนทนกัดก้อน กินเกลือ 2. อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง 3. อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์ 4. โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเอง
  • 26.
    3. ข้อใดมีสระประสม1. ตื่นตีห้าหน้ายู่ดูหนังสือ 2. ยังมืดตื๋ออยู่นี่หว่าฟ้าไม่ใส 3 . รีบล้างหน้าแปลงฟันด้วยทันใด 4. เสร็จแล้วไซร้เดินหน้ายุ่งเข้ามุ้งนอน
  • 27.
    สระมีการเปลี่ยนรูปดังนี้ 1. เปลี่ยนบางส่วนเช่น 2. เปลี่ยนรูปทั้งหมด เช่น เปะน เป็น เ ชอด เชิด เก้าะ ก็ ระก พะณ รัก พรรณ
  • 28.
    สระมีการลดรูปดังนี้ 1. ลดบางส่วนเช่น 2. ลดรูปทั้งหมด เช่น มัวน มวน เชย เชอย โตะน ตน พอร พร
  • 29.
    4. พยางค์ท้ายข้อใดมีเสียงสระตรงกับพยางค์ที่ขีดเส้นใต้ “ จรา จร จลา จล ” 1. ถนน ถนอม 2. ขนอน โขนง 3. ฉลอง ฉงน 4. สนม สนน ออ , โอะ โอะ , ออ ออ , โอ ออ , โอะ โอะ , โอะ
  • 30.
    การอ่านแบบอักษรนำ คือ อักษรกลาง ( ก จ ต ป อ ) หรือ อักษรสูง ( ข ฉ ถ ผ ฝ ส ห ) นำ อักษรต่ำเดี่ยว ( ย ญ ล น ม ร ง ว ) อ่านออกเสียง ๒ พยางค์ พยางค์แรกมีเสียง อะ พยางค์หลังมี ห นำตามสระที่ประสมอยู่ เช่น กนก ( กะ - หนก ) จมูก ( จะ - หมูก ) ตลาด ( ตะ - หลาด ) ปรอท ( ปะ - หรอด ) อร่อย ( อะ - หร่อย ) ขยาย ( ขะ - หยาย ) ไฉน ( ฉะ - ไหน ) ผวา ( ผะ - หวา ) ฝรั่ง ( ฝะ - หรั่ง ) อ นำ ย เช่น อย่า อยู่ อย่าง อยาก ห นำอักษรต่ำเดี่ยว เช่น หมู หนอน หรู ฯลฯ
  • 31.
    การอ่านอักษรควบ คือ คำที่มี ร ล ว ควบกับพยัญชนะตัวอื่น อ่าน ๑ พยางค์ มี ๒ ชนิดคือ 1. คำควบแท้ ออกเสียงพยัญชนะประสมทั้ง ๒ ตัว 1 พยางค์ เช่น เ กร ง กลั ว คว าย ขวั ญ คว่ำ 2. คำควบ ไม่ แท้ มี ร ควบกับพยัญชนะตัวอื่น แต่ไม่ออกเสียง ร เช่น ส ร้าง เ ศ ร้า ส ร้อย ไ ซ ร้ จ ริง หรือ ทร ควบกันจะออกเสียง ซ เช่น ทรวด ทรง ทราบ ทราม ทราย
  • 32.
    1. หมอเจริญเป็นเศรษฐีใกล้ตลาดวัดไทรกล่าวความจริงแทรกตลกอยู่เสมอ ตอบ อักษรควบแท้ …… ควบไม่แท้…… อักษรนำ……… 2. หลวงประเสริฐกวาดกรวดทรายอยู่กลางสนามหญ้าหน้าสระน้ำข้างถนนใหญ่ ตอบ อักษรควบแท้ …… ควบไม่แท้…… อักษรนำ…… … … 3 4 5 4 3 7
  • 33.
    3 . ข้อใดมีคำที่เป็นอักษรนำและอักษรควบเท่ากัน๑ . จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เมื่อเป็นความชนะขุนช้าง ๒ . กองไฟสว่างดังกลางวัน หมายสำคัญตรงมาหน้าประตู ๓ . จึงร่ายมนตรามหาสะกด เสื่อมหมดอาถรรพณ์ที่ฝังอยู่ ๔ . ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทับคว่ำหงายก่ายกันเปรอะ
  • 34.
    4 . ข้อใด ไม่มี คำควบไม่แท้ ๑ . โศกเศร้าสร้อยร่ำไห้จนฟ้าสาง ๒ . พระพี่นางสองกษัตริย์รัฐสยาม ๓ . พระทรงงานเยี่ยมเยียนทุกเขตคาม ๔ . สิ้นพระนามกัลยาณีศรีแผ่นดิน
  • 35.
    คำตาย คือ คำที่ประสมด้วย สระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด เช่น เกะกะโต๊ะ คำที่สะกดด้วย 3 แม่ ได้แก่ แม่ กก กด กบ เช่น รัก ชาติ เทพ คำเป็น คือ คำที่ประสมด้วย สระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น เรือ แพ มา คำที่สะกดด้วย 5 แม่ ได้แก่ แม่ กง กน กม เกย เกอว เช่น ฟัง คน ใจ ดำ กล่าว
  • 36.
    “ บุพเพสันนิวาส” มีคำเป็น ............ ตัว มีคำตาย ............ ตัว ต ป ป ต ต 2 3
  • 37.
    คำตาย คือ คำที่ประสมด้วย สระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด เช่น เกะ กะ โต๊ะ คำที่สะกดด้วย 3 แม่ ได้แก่ แม่ กด กก กบ เช่น รัก ชาติ เทพ คำเป็น คือ คำที่ประสมด้วย สระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น เรือ แพ มา คำที่สะกดด้วย 5 แม่ ได้แก่ แม่กง กม กน เกย เกอว เช่น ฟัง คน ใจ ดำ กล่าว ลหุ ( ) ครุ ( )
  • 38.
    “ บุพเพสันนิวาส” มีคำเป็น ............ ตัว มีคำตาย ............ ตัว ต ป ป ต ต 2 3 มีคำครุ ............ ตัว มีคำลหุ ............ ตัว 4 1 ค ค ค ล ค
  • 39.
    กลอนต่อไปนี้วรรคใดมีคำตายมากที่สุด 1. เบื่อฟิสิกส์เบื่อเคมีเบื่อชีวะ2. เบื่อพละเบื่อสังคมอารมณ์เสีย 3. เบื่ออังกฤษเบื่อคณิตคิดแล้วเพลีย 4. เบื่ออย่างเนี้ยถึงได้ตกหกวิชา กลอนต่อไปนี้วรรคใดมีคำลหุมากที่สุด 1. วรรค 1,2 2. วรรค 2,3 3. วรรค 3 4. วรรค 4
  • 40.
    1. ข้อใดมีคำตายน้อยที่สุด๑ . อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ๒ . ประเสริฐสุดซ่อนไว้เสียในฝัก ๓ . สงวนคมสมใจใครฮึกฮัก ๔ . แล้วค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย
  • 41.
    2 . ข้อใดมีคำเป็นทั้งหมด ๑ . วันพรุ่งนี้อีกไกลยังไม่เกิด ช่างมันเถิดอย่าร้อนไปก่อนไข้ ๒ . วันวานนั้นผ่านแล้วให้ผ่านไป อย่าเอาใจไปข้องทั้งสองวัน ๓ . วันนี้ทำให้ดีอย่างที่สุด ตั้งเป็นจุดแน่วแน่อย่าแปรผัน ๔ . มุ่งทำดีมีธรรมเป็นสำคัญ พร้อมสร้างสรรค์งานตนเกิดผลดี
  • 42.
    3 . ข้อใดมีคำลหุ๑ . แม้สูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดูถูก ๒ . ครูเคยปลูกวิชามาแต่หลัง ๓ . ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง ๔ . อย่าโอหังลบหลู่ครูอาจารย์ ลหุ คือคำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นไม่มีตัวสะกด เช่น เกะ กะ
  • 43.
    การผันวรรณยุกต์ ผันได้ อักษรกลาง - คำเป็น 5 กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า - คำตาย 4 กะ ก้ะ ก๊ะ ก๋ะ อักษรสูง - คำเป็น 3 ขา ข่า ข้า - คำตาย 2 ขะ ข้ะ อักษรต่ำ - คำเป็น 3 คา ค่า ค้า - คำตายสั้น 3 คะ ค่ะ ค๋ะ - คำตายยาว 3 คาด ค้าด ค๋าด สามัญ เอก โท ตรี จัตวา เอก โท ตรี จัตวา จัตวา เอก โท เอก โท สามัญ โท ตรี ตรี โท จัตวา โท ตรี จัตวา
  • 44.
    1 . ข้อใด ไม่มี เสียงจัตวา 1. ใครบอกว่าฉันหลง แค่ซื่อตรงมั่นคงเสมอ 2. ใครบอกว่าละเมอ แค่แอบเพ้อเพราะเผลอไป 3. ใครบอกว่าหมายปอง แค่แอบจองผิดตรงไหน 4. รักเธอก็ไม่ใช่ แค่ทั้งใจให้หมดเลย
  • 45.
    2 . ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบทุกเสียง 1. เปล่านะเปล่าทอดทิ้ง แต่ความจริงเจอคนใหม่ 2. เปล่านะเปล่าเปลี่ยนไป แค่มีใจให้อีกคน 3. เปล่านะเปล่าเบื่อเธอ แค่อยากเจอน้อยลงไป 4. เปล่านะเปล่าเป็นไร แค่จิตใจไม่เหมือนเดิม
  • 46.
    โครงสร้างของพยางค์ คือ ส่วนประกอบพยางค์อย่างน้อย มี 3 ส่วน อย่างมาก ไม่เกิน 4 ส่วน เช่น 1. เสียงพยัญชนะต้น พร ล ซ น คว ซ 2. เสียงสระ แอ เอ อะ อะ อะ อะ 3. เสียงวรรณยุกต์ โท โท ตรี จัตวา โท โท 4. เสียงพยัญชนะท้าย - - บ ย ม ว โครงสร้างของพยางค์ แพร่ เล่ห์ ทรัพย์ ไหน คว่ำ เศร้า
  • 47.
    ข้อสังเกต โครงสร้างของพยางค์ 1. เสียงพยัญชนะต้น ให้ดูว่า ควบหรือไม่ควบ 2. เสียงสระ ให้ดูว่า สั้นหรือยาว 3. เสียงวรรณยุกต์ ให้ดูว่า เสียงอะไร 4. เสียงพยัญชนะท้าย ให้ดูว่า มีหรือไม่มี
  • 48.
    1. ข้อใดมีองค์ประกอบของพยางค์ ต่างจากข้ออื่น 1. เสร็จ 2. อัศว์ 3. นิตย์ 4. หมด
  • 49.
    2 . คำคู่ใดมีองค์ประกอบของพยางค์เหมือนกัน 1. ทรวดทรง 2. เหยียดหยาม 3. ข้างขึ้น 4. คลุกเคล้า
  • 50.
    พยางค์ปิด คือ คำที่มีตัวสะกด พยางค์เปิด คือ คำที่ไม่มีตัวสะกด
  • 51.
    3 . ข้อใดเป็นคำพยางค์ปิดทุกคำ ๑ . น้ำใจ ๒ . อำเภอ ๓ . เกรงกลัว ๔ . ยั่วเย้า
  • 52.
    4 . ข้อใดเป็นคำพยางค์เปิดทุกคำ ๑ . เฝ้าไข้ ๒ . ให้ท่า ๓ . ชั่วช้า ๔ . ล่ำลือ
  • 53.
    คำไทยแท้มีข้อสังเกตดังนี้ - มีรูปวรรณยุกต์- มี ใอ 20 คำ - ไม่มีสะกดที่ไม่ตรงตามมาตรา - ไม่มีการันต์ - ไม่มี รร - ไม่มี อัย เช่น วัย ภัย - เป็นคำโดดไม่เปลี่ยนรูป - มีการใช้ ศ 4 คำ ศอก สึก เศิก เศร้า
  • 54.
    1. ข้อใดมีคำยืมจากภาษาต่างประเทศ 1.แขนเธอหักฉันรับได้เพราะใจรัก 2. ขาเธอหักฉันรับได้ไม่หมองหม่น 3. อกเธอหักฉันรับได้ไม่กังวล 4. แต่สุดทนดั้งเธอหักรักไม่ลง
  • 55.
    2. ข้อใด ไม่มีคำยืม ๑ . อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย ๒ . แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ ๓ . อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา ๔ . เขาหน่ายหนีไม่ได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
  • 56.
    3. ข้อใดมีคำยืมมากที่สุด ๑. ถ้าใครรักขอให้ได้คนนั้นด้วย บุญจงช่วยปฏิบัติอย่าขัดขวาง ๒ . อย่ารู้มีโรคาในสารพางค์ ทั้งรูปร่างขอให้ราวกับองค์อินทร์ ๓ . บิดรมารดาคณาญาติ ให้ผุดผาดผาสุกเป็นนิจสิน ๔ . ความระยำคำใดอย่าได้ยิน ให้สุดสิ้นสูญหายละลายเอง
  • 57.
    4. โคลงต่อไปนี้ มีคำที่ยืมมาจากภาษาบาลีสันสกฤตกี่คำ“ ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น รักเรียน ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้นฤามี ” 1 . 5 คำ 2 . 6 คำ 3 . 7 คำ 4 . 8 คำ
  • 58.
    คำซ้อน 1. ซ้อนความหมาย เช่น บ้านเรือน ดูแล สวยงาม 2. ซ้อนคำตรงกันข้าม เช่น ชั่วดี ถูกผิด เท็จจริง 3. ซ้อนเสียง เช่น ซุ่มซ่าม ยุ่งเหยิง คมคาย
  • 59.
    1. ข้อใดไม่ใช่ คำซ้อนประเภทเดียวกัน 1. ใกล้ชิด ขัดแย้ง ใช้จ่าย 2. ได้เสีย ดีร้าย ชั่วดี 3. บาปบุญ เปรี้ยงปร้าง สดใส 4. จุกจิก คลอนแคลน ซากศพ ซ้อนความหมาย ซ้อนความตรงข้าม
  • 60.
    จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม 2 – 3 ธรรมชาติ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้มวลมนุษย์แต่มนุษย์เป็นผู้ทำลายจน โลกเปลี่ยนแปลงจึงต้องตักเตือนให้ทำโลกเข้าสู่สภาพเดิมโดยเร็วไว 2. ข้อความดังกล่าวมีคำซ้อนกี่คำ 1. 2 2. 3 3. 4 4. 5 3. ข้อความนี้ไม่มีการสร้างคำชนิดใด 1. คำซ้ำ 2. คำประสม 3. คำสมาส 4. คำสนธิ สมาส ประสม ซ้ำ
  • 61.
    4 . คำในข้อใดสามารถอ่านต่อเนื่องกันเป็นคำคู่ใหม่ที่มีความหมายได้ทุกคำ 1 รังวัดใจดีปลีกล้วยแขกเต้า 2 แก้วตาน้ำใจหายใจดำเสีย 3 บัตรเชิญชวนชมชื่นใจรื่นรมย์ 4 รายเรียงร้อยกรองน้ำข้าวแป้งฝุ่น รังวัด วัดใจ ใจดี ดีปลี ปลีกล้วย กล้วยแขก แขกเต้า
  • 62.
    5 . คำในข้อใดที่สลับตำแหน่งแล้วไม่เป็นคำประสม1 อย่าใจร้อนเพราะจะร้อนใจในภายหลัง 2 แม่บ้านไปทำงานที่บ้านแม่ทุกๆ วัน 3 ฉันใจหายจนหายใจไม่ทั่วท้อง 4 เขาดีใจจนตัวลอยที่น้ำมันลอยตัว
  • 63.
    6 . คำซ้ำในข้อใดต่างกับข้ออื่น 1. ผู้หญิงกับของสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กัน 2. งานนี้เป็นการรวมตัวของพี่ๆ น้องๆ ในวงการหนัง 3. การจัดโต๊ะอาหารผู้จัดเลือกเอาเมนูเด่นๆดังๆ มาเสนอ 4. หากมีความรู้งูๆ ปลาๆ ก็ไม่สามารถเข้าทำงานที่นี่ได้
  • 64.
    7 . ข้อใดอ่านแบบคำสมาสทุกคำ1. อธิกมาส อธิกวาร อธิกสุรทิน 2. สุขลักษณะ สุขภาพ สุขศาลา 3. มูลฐาน มูลโค มูลนิธิ 4. รสชาติ รสนิยม รสวรรณคดี
  • 65.
    8. ข้อใดมีคำสมาส 1. คุณค่า ราชวัง ผลไม้ ปรกติ 2. กาลเวลา ดาษดื่น รอมร่อ ผลผลิต 3. ภูมิลำเนา มูลค่า พลความ วิตถาร 4. นามสมญา ศิลปกรรม โลกาภิวัตน์ สัปดาห์ ผล ไม้ เทพ เจ้า กล เม็ด ทุน ทรัพย์ ทุน นิยม พล เมือง พลเ รือน พล ความ คุณ ค่า ทิว ทัศน์ ราช ดำเนิน ราช ดำริ ราช ดำรัส ภูมิ ลำเนา สราญ รมย์ เคมี ภัณฑ์ ชีว เคมี คริสต ศักราช
  • 66.
    9 . ข้อใดมีคำสมาสที่มีสนธิทุกคำ 1. คชยา สุภาภรณ์ เศวตฉัตร 2. พนานต์ นรินทร์ กมลาสน์ 3. ราโชวาท ศัสตราวุธ อริราช 4. ไชยานุภาพ ขัตติยมานะ พลขันธ์
  • 67.
    1 0 . ข้อใดมีคำสมาสที่ ไม่ มีสนธิ 1. ศาสตราจารย์ ศาสนูปถัมภก ศุลกากร 2. ปรมาณู ปรมินทร์ ปลาสนาการ 3. มิจฉาทิฐิ ประชากร อาชญากรรม 4. กุศโลบาย ทิศานุทิศ ทรัพยากร
  • 68.
    ประโยค คือ ข้อความที่มีใจความสมบูรณ์1 . คน ที่เดินมาตามถนนเลียบคลองตอนเช้า ๆ เมื่อวานนี้ 2. คน ที่เดินมาตามถนนเลียบคลองตอนเช้า ๆ เมื่อวานนี้ เป็นครู 1. ไม่สมบูรณ์ เพราะขาดภาคแสดง 2. สมบูรณ์ เพราะมีครบทั้งภาคประธานและภาคแสดง
  • 69.
    ประโยคที่สมบูรณ์ จะต้องประกอบด้วย 1. ภาคประธาน 2. ภาคแสดง ภาคประธาน ประกอบด้วย ประธาน ภาคแสดง ประกอบด้วย กริยา กรรม ประธาน กริยา กรรม เด็ก เดิน - เด็ก กิน ขนม อกรรมกริยา สกรรมกริยา
  • 70.
    ประโยค แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้ 1. ประโยคความเดียว ( เอกรรถประโยค ) มีใจความเดียว มีประธาน มี กริยา หรือกรรมเพียงตัวเดียว ไม่มีสันธานเชื่อม 2. ประโยคความรวม ( อเนกรรถประโยค ) มีเอกรรถประโยค 2 ประโยคขึ้นไปรวมกันขึ้นไปโดยมีสันธานเชื่อม ดังนี้ 3. ประโยคความซ้อน ( สังกรประโยค ) มีประโยคหลัก ( มุขย ประโยค ) 1 ประโยคตามด้วยประโยคย่อย ( อนุประโยค ) กี่ประโยคก็ได้ ชนิดประโยค
  • 71.
    สรุปคำสันธานเชื่อมเป็นประโยคความรวม และ , แล้ว , ครั้น .... ก็ , พอ ... ก็ , แล้ว ... ก็ , เมื่อ ... ก็ แต่ , ส่วน , แต่ทว่า , กว่า ... ก็ , แม้ ... ก็ หรือ , หรือไม่ , มิฉะนั้น , ไม่ .... ก็ , ไม่เช่นนั้น - จึง , ดังนั้น ... จึง , เพราะ ... จึง , เพราะฉะนั้น ... จึง - ถ้า , หาก , ก็ต่อเมื่อ สรุปคำสันธานเชื่อมเป็นประโยคความซ้อน ว่า , ที่ , ซึ่ง , อัน , ผู้ , จน , ตาม , เมื่อ , เพราะ , ขณะที่
  • 72.
    1. ข้อความในข้อใดเป็นประโยคสมบูรณ์และมี“ ภาคประธาน + ภาคแสดง ” ได้ 1. ยุงลาย 2. นกต่อ 3. ไก่ชน 4. แมวมอง
  • 73.
    2. ข้อใดไม่เป็น ประโยคเป็นแต่เพียงวลี 1. น้ำตก 2. น้ำจิ้ม 3. น้ำเน่า 4. น้ำแข็ง
  • 74.
    3. ข้อความต่อไปนี้การเรียงลำดับแบบใด“ นักท่องเที่ยวซื้อของที่ระลึกจำนวนมาก ” 1. ประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกรรม 2. ประธาน + กริยา + กรรม + ขยายกริยา 3. ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + กรรม 4. ประธาน + ขยายประธาน + กริยา + ขยายกริยา
  • 75.
    4. ข้อใดเป็นประโยคที่มีความหมายสมบูรณ์ 1.พวกเขาขี่วนเวียนอยู่ที่นั่นมานานแล้ว 2. กองทุนหมู่บ้านให้ยืมสำหรับผู้เดือดร้อนการเงิน 3. นายกรัฐมนตรีมอบประกาศนียบัตรวันอาทิตย์นี้ 4. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
  • 76.
    5. ข้อความใดเป็นประโยคไม่สมบูรณ์1. ถนนดินสีแดงค่อนค้างขรุขระ มีแอ่งน้ำเป็นบางตอน สัญจรไปมาลำบาก 2. หนังสือที่จะช่วยให้เข้าใจวิทยาการเรียนรู้ของเด็กได้ มากกว่าที่เคยอ่าน 3. รถเข็นที่ทำด้วยไม้มีสองล้อจอดคอยรับจ้างขนของอยู่ ตรงปากทางเข้าตลาด 4. เขาเอาตะกร้าหวายที่ซื้อมาจากงานแสดงสินค้าขึ้นวาง บนตระแกรงท้ายรถ อยู่ในห้องสมุดนี้แล้ว
  • 77.
    6 . ประโยคใด ไม่ได้ ละประธานหรือกริยาหรือกรรม 1. คณะรัฐมนตรีกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อวางนโยบายแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาจราจร 2. การตัดไม้ทำลายป่า การใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างฟุ่มเฟือยล้วนเป็นต้นเหตุของการทำลายสภาพแวดล้อม 3. การทำงานอาจเป็นสิ่งสร้างความทุกข์ยากแก่เราแต่ถ้ามีจุดมุ่งหมายก็จะเป็นความรื่นรมย์ของชีวิต 4. เมื่อก่อนกฎหมายไทยมีบทลงโทษรุนแรงมาก ต่อมาได้มีการแก้ไขและปรับปรุงโดยกำหนดโทษให้เบาลง
  • 78.
    7 . ข้อใดเป็นประโยคกรรม 1. ครูคนนี้เป็นต้นแบบและตัวอย่างที่ดีสมควรได้รับรางวัล 2. เนื้อหาวิชาที่เข้มข้นทันสมัยได้มาจากการวิจัยอย่างต่อเนื่อง 3. เด็กจะเรียนรู้ได้มากถ้าได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม 4. ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชี่วิตรูปร่างประหลาดซึ่งไม่พบในที่อื่น ๆ ของโลก
  • 79.
    8 . คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดเป็นคำกริยาสกรรม1. พวกตัดไม้ยัง ตัด กันไม่หยุด 2. วัวแดงตัวนั้น ล้ม จมพงหญ้า 3. ขบวนเรือ ถึง วัดตอนดึกเกือบห้าทุ่ม 4. ไม้สักต้นกำลังงาม ขึ้น ปนกับไม้แดงไม้ยาง
  • 80.
    9 . คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำกริยาอกรรม1. บริเวณป่ารอบตัวมืด สนิท 2. น้ำหวานเหนียวข้น กระเซ็น ติดฝามุมห้อง 3. เราต่างถอดรองเท้า ออก วางไว้ข้างบันได 4. สายลมแรง โยก กิ่งก้านต้นไม่ให้ไหวเอน
  • 81.
    1 0 . ข้อใด ไม่ ต้องการคำตอบ 1. ใครบ้างที่ไม่อยากทำงานนี้ 2. ทำไมมากันตั้งมากมายอย่างนี้นะ 3. ทุกคนเตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหม 4. เขาไม่อยากเรียนวิชานี้จริงนะ
  • 82.
    1 1 .ข้อเป็นประโยคความเดียว 1. เขาได้รับโทษแล้ว ธรรมชาติย่อมไม่เข้าข้างคนผิด 2. การสอบไล่เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่การเรียนยังไม่เสร็จ 3. อีกสองปีพวกเราจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร 4. ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันสัตว์ป่าหลายชนิดจะสูญพันธุ์ ไปจากประเทศของเรา
  • 83.
    1 2 . ข้อใดเป็นประโยคความรวม 1. การทำงานกับคนนั้นเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย 2. นักวิจัยต้องเข้าไปอยู่ร่วมกับกลุ่มคนที่เขาจะศึกษา 3. น้องชายของผมนั่งเล่นของอย่างเพลิดเพลน 4. ผู้บริโภคจะเปรียบเทียบระหว่างคุณภาพสินค้ากับ เงินที่ต้องจ่ายไป
  • 84.
    1. ข้อใดใช้ภาษาได้เหมาะแก่บุคคล 1. “ นักเรียน กรุณานั่งเงียบ ๆ ” 2. เขาจะเชิญพระ 5 รูป มาฉันเพลที่บ้าน 3. ประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตถึงแก่อนิจกรรมเสียแล้ว 4. สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาประทานพระโอวาท แก่พระภิกษุใหม่เมื่อวานนี้
  • 85.
    2. ข้อใดใช้ภาษาระดับเดียวกันทั้งข้อ ก . พ่อแม่อยากให้ฉันเป็นหมอแต่ฉันอยากเป็นครูบ้านนอก ข . แม่อยากให้ดิฉันค้าขายแต่บิดาอยากให้ดิฉันเป็นแพทย์ ค . หนังสือเล่มนี้มีหวังขายได้เกลี้ยงเพราะรวบรวมวาทะสำคัญ ๆ ของผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน ง . กระผมขอเรียนว่ากระผมไม่ได้เกงาน เมียกระผมออกลูกเมื่อวานนี้ กระผมเลยต้องหยุดงาน
  • 86.
    3. ข้อใดใช้ภาษาระดับเดียวกันทั้งข้อ ก . คุณพ่ออยากให้ฉันเรียนรัฐศาสตร์ แต่คุณแม่อยากให้เรียนหมอ ข . เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นสุริยุปราคาเลย เคยเห็นแต่ราหูอมจันทร์ ค . ตลาดนัดโคควายแทบทุกแห่งคึกคักอยู่เสมอ ตามขนาดใหญ่เล็กของสถานที่ ง . ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะเป็นลางร้าย หรือลางดีจะมีประโยชน์หรือโทษ
  • 87.
    4. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ปริญญาบัตรแก่นิสิตผู้จบการศึกษา1. ประทาน 2. ทรงประทาน 3. พระราชทาน 4. ทรงพระราชทาน
  • 88.
    5. ข้อใดใช้ราชาศัพท์ได้ถูกต้องก . ขณะนี้สมเด็จพระสังฆราชเสวยภัตตาหารได้ดี ข . พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงโปรดตุ๊กตาตัวนี้มาก ค . เธอเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ง . พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
  • 89.
    6. ข้อใดใช้ภาษาได้ถูกต้องก . นักศึกษาพยาบาลถวายการต้อนรับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ข . สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยม ค . วันที่ 5 ธันวาคม พ . ศ . 2470 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ง . มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวายเสื้อผ้าแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานแก่นักเรียนยากจน
  • 90.
    7. ข้อใดแปลความหมายผิด 1. ถุงพระบาท หมายถึง ถุงเท้า 2. ฉลองพระเนตร หมายถึง แว่นตา 3. ฉลองพระหัตถ์ หมายถึง ถุงมือ 4. ซับพระองค์ หมายถึง ผ้าเช็ดตัว ช้อนส้อม
  • 91.
    อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 8– 9 “ เสด็จเพคะ เสด็จให้มาทูลถามเสด็จว่าเสด็จจะเสด็จหรือไม่เสด็จ ถ้าเสด็จจะเสด็จ เสด็จก็จะเสด็จถ้าเสด็จไม่เสด็จเสด็จก็ไม่เสด็จ” 8. ข้อความนี้มีบุรุษสรรพนามที่ 2 และที่ 3 อย่างละกี่คำ 1. 3 คำ , 5 คำ 2. 4 คำ , 4 คำ 3. 5 คำ , 3 คำ 4. 6 คำ , 2 คำ 9. ข้อความข้างต้นนี้มีกริยาราชาศัพท์กี่คำ 1. 5 คำ 2. 6 คำ 3. 7 คำ 4. 8 คำ
  • 92.
    1. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตรงกับความหมาย ก. มอดไหม้เป็นจุลไป ข . ปลาบางชนิดผลุดขึ้นหายใจบนผิวน้ำ ค . เขาใช้กรรไกรขลิบริมผ้าให้เสมอกัน ง . เขาใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูนกที่กำลังบิน อยู่กลางท้องฟ้า จุล = เล็ก จุณ = ของที่ป่นละเอียด ผลุด = มุดเข้าออก ผุด = โผล่ขึ้น ขริบ = ตัดเล็มด้วยตะไกร ขลิบ = เย็บหุ้มกันลุ่ย
  • 93.
    2. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตามความหมาย ก. เราไม่ควรติดนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง ข . กรมการศาสนามีคำสั่งห้ามพระภิกษุออกเรี่ยราย ตามบ้าน ค . ในวันมอบตัวนักเรียนชั้นอนุบาล ผู้ปกครองนักเรียน ต้องนำสูจิบัตรไปแสดงด้วย ง . ในปัจจุบันมีเหตุการณ์และสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราจึงควรปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง ผลัด = เปลี่ยน ผัด = เลื่อนเวลาออกไป เรี่ยราย = เกลื่อนกลาด เรี่ยไร = ขอร้องให้บริจาคตามศรัทธา สูจิบัตร = ใบรายการ สูติบัตร = ใบเกิด
  • 94.
    3. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตรงตามความหมาย 1. ฉันมองเห็นความหมายของสุภาษิตบทนี้แล้ว เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต 2. สังคมปัจจุบันมีปัญหานานาประการทุกคนจึงควรมีธรรมะ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ 3. นักเรียนคนนั้นมีความอดกลั้นสูง เพียรพยายามเรียน แม้ไม่ถนัดภาษาต่างประเทศ 4. คนขับรถทุกวันนี้ต้องเผชิญกับภาวการณ์จราจรที่ตึงเครียด และติดขัดสุดประมาณ ทราบ อดทน คับขัน
  • 95.
    4 . ข้อใดใช้คำถูกต้อง1. ฆาตกรหัวแข็งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อ 2. ครูใหญ่อุปการคุณฉันมาตลอดตั้งแต่เด็กจนจบ การศึกษา 3. การลดความอ้วนให้ได้ผลดีต้องไม่กินจุบจิบ ตลอดวันอย่างนี้ 4. นักเรียนชอบซื้ออาหารร้านนี้เพราะขายถูกและ มีอัธยาศัยที่ยิ้มแย้ม ปากแข็ง อุปการะ ดี
  • 96.
    ๑ . บางครั้งกำกวมเพราะไม่เว้นวรรคให้ถูกต้อง เช่น ใช้ภาษากำกวม หมายถึง การใช้ภาษาที่ตีความได้หลายประเด็นทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิด คือ - แมวตัวนี้เลี้ยงไว้ไม่ได้ให้เอาไปปล่อย ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้ลูก เขยคนอื่น ๆ ไม่ให้ - ห้ามนักเรียนใส่กางเกงในบริเวณนี้ - ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้ลูกเขย คนอื่น ๆ ไม่ให้ แมวตัวนี้เลี้ยงไว้ไม่ได้ ให้เอาไปปล่อย ห้ามนักเรียนใส่กางเกง ในบริเวณนี้
  • 97.
    ๒ . บางครั้งใช้ภาษากำกวมเพราะใช้คำไม่ครบถ้วน เช่น - สถานที่ราชการห้ามเข้า สถานที่ราชการ บุคคลอื่น ห้ามเข้า - ยานี้กินหลังอาหารเย็น ยานี้กินหลังอาหาร มื้อ เย็น - ทางโค้งขับช้า ๆ อันตราย ทางโค้ง อันตราย โปรดขับช้า ๆ พรุ่งนี้พบกันที่นี่สี่โมงนะ ที่นี่ห้ามจอด - ขอลองเสื้อในตู้โชว์หน่อยได้ไหมคะ - ที่นี่ห้ามจอดรถตลอดวัน ปีนี้มะม่วงขายดี - ปีนี้มะม่วงขายดิบขายดี ขอลองเสื้อที่อยู่ในตู้โชว์หน่อยได้ไหมคะ พรุ่งนี้พบกันที่นี่บ่ายสี่โมงนะ
  • 98.
    5. ข้อใดมีความหมายมากกว่า๑ ประเด็น ก . ฉันไม่ชอบคนที่พูดมาก ข . คนที่ฉันชอบพูดไม่มาก ค . คนที่ฉันชอบไม่มากพูด ง . คนที่พูดมากฉันไม่ชอบ
  • 99.
    6. ข้อใดที่มีความหมายเพียงอย่างเดียว ก. คนเลวหมดแล้ว ข . น้ำเย็นหมดแล้ว ค . มันต้มหมดแล้ว ง . กาแฟร้อนหมดแล้ว
  • 100.
    7. ข้อใดใช้ภาษาไม่ กำกวม ก . ใครตามหมอมา ข . ฉันบอกแม่ว่าน้ำกำลังจะแห้ง ค . วันนี้เขาลางานเพราะตาเจ็บ ง . เขายกตัวอย่างมากจนน่ารำคาญ
  • 101.
    ตัวอย่างการเรียงคำ - จงไปเลือกตั้งลงคะแนนเสียงนายกสโมสรนักศึกษา จงไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นายกสโมสรนักศึกษา - เขาไม่ทราบสิ่งที่ดีงามนั้น ว่า คืออะไร  เขาไม่ทราบ ว่า สิ่งที่ดีงามนั้นคืออะไร - ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย เป็นอย่างสูง  ขอขอบคุณ เป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้ด้วย
  • 102.
    8. ประโยคใดเรียงลำดับคำได้เหมาะสมที่สุด๑ . วันนี้อาจารย์บรรยายวิชาต่าง ๆ ให้ฟัง ๒ . ฝนตกหนักจนทางข้างหน้ามองไม่เห็น ๓ . เขาไม่ทราบสิ่งที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไร ๔ . มีทุนให้นักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ยากจน
  • 103.
    ๑ . เธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตายหมดแล้ว  เธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ ๒ . เยาวชนจะบรรลุนิติภาวะเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุ ๒๐ ปี  เยาวชนจะบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ ๒๐ ปี ๓ . ตลอดปีนี้บริษัทของเรามีกำไรไม่ขาดทุนเลย  ปีนี้บริษัทของเรามีกำไร ตัวอย่างข้อความที่ใช้คำฟุ่มเฟือยและข้อความที่แก้ไข
  • 104.
    ๔ . โปรดกรุณาเข้าคิวตามลำดับ  กรุณาเข้าคิว ๕ . ผ่าศพคนตายพิสูจน์สถาบันนิติเวช  ผ่าศพพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช ๖ . อันที่จริงเรื่องที่เล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง  เรื่องที่เล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องจริง ๗ . ทางเดินขึ้นภูเขาขรุขระไม่เรียบทำให้เดินลำบาก  ทางเดินขึ้นภูเขาขรุขระเดินลำบาก
  • 105.
    9. ประโยคใดใช้คำได้กระชับ๑ . โปรดกรุณาเข้าคิวตามลำดับ ๒ . หนุ่มสาวสมัยนี้ก้าวหน้าเร็วมาก ๓ . ผ่าศพคนตายพิสูจน์สถาบันนิติเวช ๔ . เห็นภาษาไทยพัฒนาไปในทางที่ดีแล้วชื่นใจ
  • 106.
    10. ข้อใดใช้ภาษากะทัดรัดชัดเจน ๑. เขาได้รับความพอใจในการที่ได้รับเลือกเป็นประธาน ๒ . อาจารย์ทำการสอนหนังสืออย่างเอาใจใส่และมีความสุข ๓ . วันนี้นับเป็นวันพิเศษเพราะน้องใหม่มาประชุมครบทุกคน ๔ . เขาจัดประชุมขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธไมตรีอันดี ระหว่างเยาวชน
  • 107.
    11. ข้อใดใช้บุพบทได้ถูกต้อง ก. ผมพร้อมที่จะเผชิญต่อเหตุการณ์ทุกรูปแบบ ข . นโยบายข้อนี้เป็นอุปสรรคต่อการหาตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอ ค . วีรกรรมของทหารหาญเหล่านี้สมควรต่อการยกย่อง ง . เขาลาออกจากงานเพราะขัดแย้งต่อผู้บังคับบัญชา กับ แก่ กับ
  • 108.
    1 2 .ข้อใดใช้คำบุพบทได้ถูกต้อง 1. ประเทศที่เกี่ยวข้องระหว่างกรณีพิพาทนี้มีหลายประเทศ 2. แผนงานที่เสนอขึ้นมานี้สอดคล้องแก่เจตนาของคณะกรรมการ 3. ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นฝีมือจากผู้ต้องขัง ในเรือนจำทั่วประเทศ 4. เด็กคนนี้ไม่เพียงแต่พูดจาก้าวร้าว ยังแสดงกริยาไม่เหมาะสม แม้กระทั่งครู
  • 109.
  • 110.
    1. มีคำว่า “ มัน ” ขึ้นประโยคลอย ๆ เช่น - มัน เป็นอะไรที่น่ารักที่สุด - มัน ง่ายเกินไปที่เธอจะได้เขา - มัน เป็นการสมควรที่เธอจะไปโกรกผม 2. มักมีประธานถูกกระทำ เช่น - สุนทรภู่ ถูกยกย่อง ว่าเป็นกวีเอก - เขา ถูกตำหนิ โดยพ่อ แม่ - เขา ถูกคุณครูชม ว่าเรียนเก่ง
  • 111.
    3. ขยายอยู่หน้าคำหลัก เช่น - สามกลุ่ม นักเลงก่อการวิวาท - ความรวดเร็ว ของการทำงานมีมาก - การขยายตัว ของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • 112.
    4 . ใช้คำฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ เลียนแบบการเขียนในภาษาต่างประเทศ มักมีคำว่า มี , ใน , ให้ , ทำ + การและความ เช่น เรา มีความ จำเป็นต้องไปเดี๋ยวนี้ 5. มักขึ้นต้นด้วยคำบุพบท เช่น - ต่อ ข้อซักถามของผู้สื่อข่าว ... - ในความคิด ของผม คุณคือคนที่ เหมาะสมที่สุด
  • 113.
    ๑ . ฉัน ใช้ชีวิต ที่เชียงใหม่นานมากทีเดียว  ฉันอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลานาน ๒ . มี หกโรค ร้ายที่คุกคามชีวิตของทารกนับล้านในแต่ละปี  มีโรคร้ายหกโรคที่ ... ๓ . สำหรับ ผมแล้ว เรื่องนี้ง่าย แก่การ เข้าใจ  เรื่องนี้ผมเข้าใจได้ง่าย ตัวอย่างการใช้สำนวนที่ไม่ถูกความหมายและข้อความที่แก้ไข
  • 114.
    ๔ . ความอดทนของคุณจะ นำมาซึ่ง ความสำเร็จ  ความอดทนจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ๕ . ข้อสอบนี้ยาก เพียงพอกับ ความสามารถของฉัน  ข้อสอบนี้ยากสำหรับฉัน ๖ . เยาวชนเป็นผู้ที่ นำมาซึ่ง ความหวังของสังคม  เยาวชนเป็นความหวังของสังคม
  • 115.
    ๗ . ปัจจุบันการแพร่ระบาดของยาบ้า ได้ขยายตัว เพิ่มขึ้น ปัจจุบันยาบ้าได้ระบาดเพิ่มขึ้น ๘ . วัคซีนชนิดนี้แม้ว่าจะมีข้อดี แต่ก็ไม่ควรใช้ ใน ผู้ใหญ่วัยชรา วัคซีนชนิดนี้แม้ว่าจะมีข้อดี แต่ก็ไม่ควรใช้กับคนวัยชรา ๙ . ในท้องถนน เต็มไปด้วย ผู้คน มีผู้คนอยู่ในท้องถนนจำนวนมาก ๑๐ . คุณพ่อ จับรถไฟ ไปเชียงใหม่เมื่อเช้านี้ คุณพ่อโดยสารรถไฟไปเชียงใหม่เมื่อเช้านี้
  • 116.
    13. ข้อใดเป็นสำนวนภาษาไทยที่ถูกต้องเหมาะสมก . เขาถูกเพื่อนฝูงตราหน้า ว่าเป็นคนทรยศ ข . ขอได้รับความขอบคุณด้วยใจจริงจากพวกเรา ค . หล่อนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุข ง . ปัจจุบันประเทศไทยสั่งเข้าไม้สักจากประเทศพม่า
  • 117.
    14. ข้อใดไม่ใช่ สำนวนต่างประเทศ ก . ผมเต็มใจให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ข . ผลงานของคุณเป็นที่น่าพอใจมาก ค . ฉันเสียใจอย่างยิ่งที่ทราบข่าวอุบัติเหตุครั้งนี้ ง . มันเป็นการยากที่คนเราจะเห็นข้อบกพร่อง ของตนเอง
  • 118.
    1 5 . ข้อใด ไม่ใช่ โครงสร้างประโยคแบบภาษาต่างประเทศ 1 . เรื่องนี้ง่ายต่อการเข้าใจ 2 . งานเขียนของเขาเป็นที่สนใจของคนหมู่มาก 3 . แม่มีลูกถึง 7 คน จึงต้องรู้จักวิธีบริหารเงิน 4 . ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงด้วยความตายของตัวเอก
  • 119.
    1 . ข้อใดเป็นสำนวนที่สร้างจากความเชื่อของคนไทย1. วันโกนไม่ละ วันพระไม่เว้น 2. ซื่อควายหน้านา ซื่อผ้าหน้าหนาว 3. ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา 4. น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
  • 120.
    2 . ข้อความในข้อไม่เกี่ยวกับการเลือกคู่และการครองเรือน1. กิ่งทองใบหยก เรือล่มในหนองทองจะไปไหน 2. ปลูกเรือนคร่อมตอ ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร 3. เด็ดดอกไม้ร่วมต้น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ สอยดอกฟ้า 4. หนูตกถังข้าวสาร ทองแผ่นเดียวกัน คลุมถุงชน
  • 121.
    3 . ข้อใดไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน 1. ฝนตกขี้หมูไหล 2. ปิ้งปลาประชดแมว 3. ผีบ้านไม่ดี ผีป่าก็พลอย 4. มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว
  • 122.
    4 . ข้อใดไม่แสดงเหตุผล1. หมูไปไก่มา 2. วัวหายล้อมคอก 3. หนามยอกเอาหนามบ่ง 4. มือถือสากปากถือศีล
  • 123.
    5 . ข้อใดไม่เกี่ยวกับการรับสาร 1. ฟังหูไว้หู 2. เปิดหูเปิดตา 3. ดูตาม้าตาเรือ 4. ฟังความข้างเดียว
  • 124.
    6 . ข้อใดใช้สำนวนพังเพยได้ถูกต้อง 1. พอลืมตาอ้าปากได้ ทุกคนก็รู้สึกหิวข้าวทันที 2. คนสมัยนี้ชอบกินข้าวแดงแกงร้อนเพราะเป็นอาหาร สุขภาพ 3. หลังเลิกเรียนแม่จะเตรียมข้าวใหม่ปลามันไว้ให้ลูกกิน 4. การลงทุนต้องดูจังหวะ เมื่อโอกาสดีน้ำขึ้นให้รีบตัก จะได้กำไรงาม
  • 125.
    7 . ข้อใดใช้สำนวนคำพังเพยไม่ถูกต้อง 1. อย่าทำงานอย่างแก้ผ้าเอาหน้ารอด 2. เขาทำตัวเหมือนงูเห่าที่เนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ 3. พวกหมาเห่าใบตองแห้งพอเจอของจริงก็หนีหมด 4. นักเรียนมีหนังสือดีแต่ไม่ยอมอ่าน ก็เหมือนไก่ได้พลอย
  • 126.
    โครงสร้างของเหตุผล 1. ข้อสนับสนุน ( เหตุผล ) 2. ข้อสรุป ภาษาและเหตุผล
  • 127.
    ภาษาที่ใช้แสดงเหตุผล 1. ถ้ากล่าวถึงข้อสนับสนุนก่อนข้อสรุปจะใช้ = จึง , ก็เลย , ก็ย่อม , ทำให้ เช่น รถติดฉันจึงมาสาย 2. ถ้ากล่าวถึงข้อสรุปก่อนข้อสนับสนุนจะใช้ = เพราะ , เนื่องจาก , ด้วย เช่น ฉันมาสายเพราะรถติด เหตุผล สรุป เหตุผล สรุป
  • 128.
    การอนุมาน ( สรุป ) การหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่ 1. วิธีนิรนัย คือ การแสดงเหตุผลจากส่วนรวมไปหา ส่วนย่อย เช่น นักเรียนทั้งหมดในห้องนี้ต้องการสอบ Ent . ได้ สมหญิงเป็นนักเรียนในห้องนี้ก็ต้องการสอบได้ด้วย วิธีนี้ เป็นจริง 100% 2. วิธีอุปนัย คือ การแสดงเหตุผลจากส่วนย่อยไปหา ส่วนรวม เช่น “ สมหญิงชอบทานก๋วยเตี๋ยวมาก เมื่อนักเรียน ทั้งห้องไปทานแล้วก็น่าจะชอบด้วย ” วิธีนี้ไม่แน่นอนเสมอไป
  • 129.
    การพิจารณาหาสาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน 1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ เช่น รถติด จึง มาสาย 2. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ เช่น มาสาย เพราะ รถติด 3. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ - เขาถูกครูตำหนิเพราะขี้เกียจคงถูกตัดคะแนน เช่น - เขาสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนดี เขาน่าจะสอบวิชาฟิสิกส์ได้คะแนนดีด้วย ผล เหตุ ผล
  • 130.
    1. การแสดงเหตุผลด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่ขาดเสียมิได้คือข้อใด ก . สาเหตุและผลลัพธ์ ข . เหตุผลและข้อสรุป ค . ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ง . การอนุมานด้วยวิธีนิรนัยและวิธีอุปนัย
  • 131.
    2. ข้อใดเป็นสำนวนที่มีการใช้ภาษาเป็นเหตุเป็นผลกัน ก . ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง ข . ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นไป ชีวิตไม่ดิ้นก็สิ้นใจ ค . ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ง . กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การศึกษาย่อม เป็นไปฉันนั้น
  • 132.
    3. ข้อไม่ได้ บอกเหตุและผล ก . น้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย ข . ก้อยกลัวผีจนหัวโกร๋น ค . โฉมเฉลาเศร้าใจที่ไฟเสีย ง . จ๋อมสวยจึงต้องเช็ดน้ำตา
  • 133.
    4. คำขวัญข้อใดแสดงเหตุผล 1. ลูกมากจะยากจน 2. เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า 3. น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ 4. เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ
  • 134.
    5. ข้อใด ไม่มี การแสดงเหตุผล 1. ญาติก็ญาติเถอะ พูดกันถึงขนาดนี้ก็ต้องโต้ตอบกันบ้าง 2. ก็ทำกันอย่างนี้แหละ เรื่องถึงได้บานปลายออกไปกันใหญ่ 3. ใจหนึ่งก็อยาก ใจหนึ่งก็ไม่ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี 4. เหนื่อยก็เหนื่อย เพลียก็เพลีย แล้วยังต้องอยู่เวรตอน กลางคืนอีก
  • 135.
    6. ข้อใดประกอบด้วยประโยคที่เป็นข้อสนับสนุนเท่านั้น ก . รักชาติยอมสละแม้ชีวี ข . พี่รักน้องจริงอย่าทิ้งน้องนะ ค . รักเอยจริงหรือที่ว่าหวาน รักทรมานใจคน ง . เขาไม่รักเราแล้วก็แล้วไป จะไปรักเขาไยให้ป่วยการ
  • 136.
    7. ข้อใดเป็นการแสดงเหตุผลด้วยวิธีนิรนัย ก . นุชเคยยากจนมาก่อนจึงรู้ค่าของเงินมากกว่าศิราที่ร่ำรวย ข . จ๋อมแจ๋มชอบฟังนิทาน ดังนั้นเมื่อโตขึ้นน่าจะชอบอ่านหนังสือ ค . เจือมีความกตัญญูดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีคุณธรรมอันประเสริฐ ง . เรืองรองเป็นคนขาดวิจารณญาณเพราะเรียนมาจากระบบที่ไม่ส่งเสริมความคิด
  • 137.
    8. ข้อใดใช้วิธีการอนุมานแบบอุปนัย ก . ดอกคูนคงจะบานในฤดูร้อนนี้ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ข . หมอบอกว่าคนที่เป็นหวัดอย่างเธอ ไม่ควรอาบน้ำตอนดึก ค . เธอจะต้องถูกทำโทษตามกฎของโรงเรียน หากเธอลอกข้อสอบเพื่อน ง . ถ้าเธออยากเป็นคนรอบรู้ ควรอ่านหนังสือให้มากๆ เพราะการอ่านหนังสือจะทำให้ความรู้กว้างขวาง
  • 138.
    9. ข้อใดเป็นการใช้ภาษาแบบอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ ก . คุณสมชายหาเสียงได้ทั่วถึง เขาจึงได้รับเลือกตั้งในคราวนี้ ข . ผลการเลือกตั้งคราวนี้ได้แก่คุณสมชาย เพราะเขาหาเสียงได้ทั่วถึง ค . การได้รับเลือกตั้งของคุณสมชายเกิดจากการที่เขาหาเสียงได้ทั่วถึง ง . คุณสมชายต้องได้รับเลือกตั้งในคราวนี้แน่นอน เพราะเขาหาเสียงทั่วถึง
  • 139.
    1 0 . ข้อใดที่ ไม่ใช่ การลำดับความจากข้อสนับสนุนไปสู่ ข้อสรุป ก . นวลวรรณหลงรักคนง่าย เธออกหักอยู่เป็นประจำ ข . วัลลีเป็นคนสู้กับชีวิต เธอไม่มีพ่อแม่ที่จะคอยส่งเสีย ให้เล่าเรียน ค . น้ำพุติดยาเสพติด ชีวิตของเขาเป็นบทเรียนที่พวก เราควรจะได้นำมาคิด ง . อุดมทำการบ้านทุกข้อด้วยตัวของเขาเอง เธอก็ควร ฝึกทำด้วยตัวเธอเองบ้าง จึง เพราะ จึง จึง
  • 140.
    11 . ข้อใดเป็นการอธิบายจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ก . ขุนช้างชิงนางออกจากห้อง ข้าจึงลักวันทองเข้าป่าใหญ่ ข . ครั้นจะพากันเข้าไปเหย้าเรือ เกรงจะเหมือนทำกรรมให้มารดา ค . ให้เรียกว่าบ้านก่งธนู เพราะฟ้าฟื้นฝังอยู่จงแม่นมั่น ง . พระทรงฤทธิ์จะคิดเคืองระคาย เห็นไม่วายสงครามจะตามมา จึง จึง
  • 141.
    1 2 . “ เขาถูกเจ้านายเพ่งเล็ง เพราะมาสายเสมอ มีหวังถูกตัดเงินเดือน” การอนุมานเช่นนี้ตรงกับ ข้อใด ก . การอนุมานจากสาเหตุไปหาสาเหตุ ข . การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ ค . การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ง . การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ ผล เหตุ ผล
  • 142.
    13. “เด็กคนนี้ดูไม่มีความสุขการเรียนก็แย่พ่อแม่คงไม่มีเวลาให้ลูก” การอนุมานเช่นนี้ตรงกับข้อใด ก . การอนุมานจากสาเหตุไปหาสาเหตุ ข . การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์ ค . การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ ง . การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์
  • 143.
    ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 14-15เนื่องจากชาวนาไทยมีที่ดินน้อย เฉลี่ยเพียงครอบครัวละเจ็ดถึงแปดไร่เท่านั้นในบางภาคการใช้วัวควายทำนาจึงน่าจะเหมาะกับงานเพราะสะดวกที่จะทำเมื่อใดก็ได้ และแล้วเสร็จได้ ในเวลาไม่นาน ทั้งยังประหยัดกว่าการจ้างรถไถนา 14. ข้อสรุปของข้อความนี้คืออะไร ก . ชาวนาไทยมีที่ดินน้อย ข . การใช้วัวควายทำนาเหมาะกับงาน ค . การใช้วัวควายประหยัดกว่าการจ้างรถไถนา ง . การใช้วัวควายทำให้งานแล้วเสร็จได้ในเวลาไม่นาน 1 5 . ข้อความนี้แสดงเหตุผลหรือไม่อย่างไร ก . แสดงเหตุผล 1 ตอน ข . แสดงเหตุผล 4 ตอน ค . ไม่แสดงเหตุผล แต่เป็นการบอก ข้อเท็จจริง ง . ไม่แสดงเหตุผล เพราะข้อสนับสนุนน้ำหนักไม่พอ
  • 144.
    การแสดงทรรศนะ ทรรศนะ คือ ความคิดเห็น ที่ประกอบด้วยเหตุผล 1. โครงสร้างของการแสดงทรรศนะมี 3 อย่างคือ 1) ที่มา 2) สนับสนุน 3) ข้อสรุป
  • 145.
    3. ทรรศนะแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1) ทรรศนะเกี่ยวกับข้อเท็จจริง 2) ทรรศนะเกี่ยวกับคุณค่าหรือค่านิยม 3) ทรรศนะเกี่ยวกับนโยบาย
  • 146.
    4. วิธีใช้ภาษาในการแสดงทรรศนะ1) ใช้บุรุษสรรพนามที่ 1 เช่น ฉันคิดว่า ผมเห็นว่า ข้าพเจ้าเข้าใจว่า 2) ใช้คำ หรือ กลุ่มคำ เช่น น่าจะ ควรจะ คงจะ อาจจะมักจะ
  • 147.
    1. ข้อใด ไม่ แสดงทรรศนะ ก . ครูเป็นปูชนียบุคคล ข . มุมตกเท่ากับมุมสะท้อน ค . ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร ง . กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
  • 148.
    2. ข้อใดแสดงทรรศนะเกี่ยวกับค่านิยมก . วิถีทางเดียวที่โลกจะเพิ่มพูนความสุขคือการแบ่งปันความสุข ข . การสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย เป็นทางหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิด ความเครียด ค . กรุงเทพมหานครควรหาวิธีกำจัดขยะให้ถูกวิธี ปัญหามลพิษจะได้ หมดไป ง . การป้องกันมิให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนนคือ ทุกคนปฏิบัติตามกฎ จราจร ข้อเท็จจริง นโยบาย ข้อเท็จจริง
  • 149.
    3. ข้อความต่อไปนี้แสดงทรรศนะประเภทใด “ การที่แม่ปูจะสั่งสอนลูกปูให้เดินตรงๆ นั้นยากที่จะสำเร็จ เพราะแบบอย่างการเดินของแม่ปูนั้นมันก็คดไปคดมาอยู่แล้ว” 1. ทรรศนะเชิงคุณค่า 2. ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริง 3. ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริงและคุณค่า 4. ทรรศนะเชิงข้อเท็จจริงและนโยบาย
  • 150.
    มหาวิทยาลัยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายของความเจริญหากปัจจัยอื่น ไม่พร้อมที่จะให้มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยสนับสนุนการมีมหาวิยาลัยก็จะเป็นสิ่งที่มีราคาแพงเกินไปสำหรับประเทศยากจนอย่างประเทศไทย 4. ข้อความนี้ เป็นสารแสดงความคิดเห็นแบบใด ก . วินิจฉัย ข . สันนิษฐาน ค . ประเมินค่า ง . เสนอแนะ 5. ข้อความนี้เป็นสารประเภทใด ก . การอธิบาย ข . การแสดงทรรศนะ ค . การโน้มน้าวจิตใจ ง . การแสดงข้อเท็จจริง 6. ข้อความที่ขีดเส้นใต้คือสิ่งใด ก . ข้อสรุป ข . ข้อวินิจฉัย ค . ข้อสนับสนุน ง . ข้อตัดสินใจ
  • 151.
    การโต้แย้ง คือการแสดงทรรศนะที่แตกต่างกัน ระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายพยายามอ้างข้อมูล สถิติ หลักฐาน เหตุผลต่าง ๆ มาสนับสนุนทรรศนะ ของตน และคัดค้านทรรศนะของอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย ใส่อารมณ์โกรธเพียงเพื่อจะเอาชนะกันโดยไม่ย่อมรับทรรศนะของแต่ละฝ่ายถือว่าเป็น การโต้เถียง การโต้แย้ง
  • 152.
    ประกอบด้วย 1. ข้อสรุป2. เหตุผล โครงสร้างของการโต้แย้ง
  • 153.
    1. ตั้งประเด็นในการโต้แย้ง มี 3 ประเภท 1) เกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อให้การเปลี่ยนแปลง สภาพเดิม 2) เกี่ยวกับข้อเท็จจริง 3) เกี่ยวกับคุณค่า กระบวนการโต้แย้งมี 4 ขั้น ดังนี้
  • 154.
    2. นิยามคำสำคัญที่อยู่ในประเด็นของการโต้แย้ง3. ค้นหาและเรียบเรียงข้อสนับสนุนทรรศนะของตน 4. ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของทรรศนะฝ่ายตรงข้าม มี 3 ประการดังนี้ 1) ชี้จุดอ่อนของการนิยาม 2) ชี้จุดอ่อนในด้านปริมาณความถูกต้องของข้อมูล 3) ชี้จุดอ่อนของสมมุติฐานและวิธีการอนุมาน
  • 155.
    ข้อควรระวังในการโต้แย้ง คือ 1. ควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ 2. ควรมีมารยาทในการใช้ภาษาวัจนภาษา และอวัจนภาษา 3. ควรเลือกประเด็นที่มีแนวทางสร้างสรรค์
  • 156.
    7. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมในการโต้แย้ง ก. ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนั้นเพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ข . ข้อเสนอดังกล่าวนั้น ผมเองมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปบ้าง ค . ผมขอให้นำข้อเสนอนี้กลับไปคิดใหม่เพื่อให้ชัดเจนมากกว่านี้ ง . ข้อเสนอที่ว่านั้นใช้ไม่ได้เลยเพราะไม่ได้ตั้งอยู่ในเหตุและผล
  • 157.
    จงใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 81) หมู่บ้านนี้มีผู้อาศัยเกือบหนึ่งพันครอบครัว 2) แต่ไม่มีสถานที่ที่ชาวบ้านจะพักผ่อนหย่อนใจได้เลย 3) บริเวณนี้เป็นที่ว่างแห่งเดียวที่เหลืออยู่ 4) การสร้างอาคารพาณิชย์ในบริเวณนี้จึงเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแม้แต่น้อย 8. ในข้อความนี้ประเด็นในการโต้แย้งคืออะไร ก . ควรสร้างอาคารพาณิชย์ในหมู่บ้านหรือไม่ ข . ควรสงวนที่ว่างที่มีอยู่ไว้สำหรับชาวบ้านหรือไม่ ค . สถานที่พักผ่อนหย่อนใจไม่จำเป็นสำหรับชาวบ้านหรือไม่ ง . ควรจัดหาบริเวณที่ว่างให้มากขึ้นสำหรับชาวบ้านหรือไม่
  • 158.
    จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 9อุดมการณ์ของอุดมศึกษาคือการสอน การวิจัย การบริหารสังคมและ การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมดังที่กล่าวไว้แต่มหาวิทยาลัยก็ควรคำนึงถึงการปลูกฝังคุณธรรมให้แก่ นักศึกษาด้วย หาไม่แล้วมหาวิทยาลัยย่อมมีค่าเป็นเพียงโรงงานผลิตเครื่องมือให้แก่สังคมหรือเป็นโรงฝึกอบรมนักวิชาชีพชั้นสูงเท่านั้นมิใช่แหล่งสร้างคนดีที่มีความเก่ง 9. ข้อใดเป็นประเด็นของการโต้แย้ง ก . ควรแก้ไขเพิ่มเติมอุดมการณ์ของการศึกษาหรือไม่ ข . มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างคนดีที่มีความเก่งจริงหรือ ค . คุณธรรมเป็นสิ่งจำเป็นในการเรียนระดับอุดมศึกษาหรือไม่ ง . มหาวิทยาลัยควรหลีกเลี่ยงจากการเป็นโรงงานผลิตเครื่องมือ ให้แก่สังคมหรือไม่
  • 159.
    การโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจ คือการใช้ความพยายามที่จะ เปลี่ยนความเชื่อ ทัศนิคติ ค่านิยม และการกระทำ ของบุคคลอื่น ด้วยกลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบ ใจบุคคลนั้นจนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยนตาม ที่ผู้โน้มน้าวใจต้องการ
  • 160.
    กลวิธีการโน้มน้าวใจมี 6 วิธี คือ 1. แสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคล ผู้โน้มน้าวใจคือต้องมี ความรู้จริง คุณธรรม และ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น 2. เเสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล คือมี เหตุผล และ ข้อสรุป
  • 161.
    3. แสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมกัน 4. แสดงให้เห็นหรรษาแก่ผู้รับสาร 5. ชี้ให้เห็น ทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย 6. เร้าให้เกิดอารมณ์อย่างเเรงกล้า
  • 162.
    การพิจารณาสารโน้มน้าวใจในลักษณะต่างๆ ซึ่งพบในโอกาสและสถานที่ต่างๆ 2. โฆษณาสินค้าหรือโฆษณาบริการ มักมีลักษณะดังนี้ 1. คำเชิญชวน มักมีจุดประสงค์เด่นชัด ชี้ให้เห็น ประโยชน์และวิธีปฏิบัติ
  • 163.
    1) มีส่วนนำที่สะดุดหูสะดุดตา ใช้ถ้อยคำที่ แปลกใหม่ 2) ถ้อยคำหรือประโยคสั้น ๆ ครอบคลุมเนื้อหา ครบถ้วน 3) กล่าวถึงความดีเด่นของสินค้า จนเกินความ จริงและไม่กล่าวถึงความด้อยของสินค้า
  • 164.
    4) เน้นความสำคัญของความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ 5) มักขาดเหตุผลที่รัดกุม และไม่ถูกต้องทาง วิชาการ 6) ปรากฏอยู่ในสื่อต่าง ๆ ต่อเนื่องกันเพื่อให้จำได้
  • 165.
    โฆษณาชวนเชื่อ คือความพยามโดยจงใจที่จะ เปลี่ยนความเชื่อของบุคคลหรือกลุ่มชน โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามเหตุผลและข้อเท็จจริง มี 2 ประเภทคือ 1. การโฆษณาชวนเชื่อทางการค้า 2. การโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง
  • 166.
    มีดังนี้ 1. ตราชื่อ โดยใช้คำกล่าวถึงฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้คน เสื่อมศรัทธา เช่น พวกหัวโบราณ พวกขวาจัด พวก ปลาไหล ฯลฯ 2. กล่าวรวม ๆ ด้วยถ้อยคำหรูหรา เพื่อให้ฟังดูน่า เลื่อมใสศรัทธา กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
  • 167.
    3. อ้างบุคคลหรือสถาบันที่เคารพนับถือ เพื่อให้ ผู้ฟังมีทัศนคติที่ดีต่อผู้โฆษณาและเกิดความเลื่อมใส 4. ทำตนเหมือนชาวบ้านธรรมดา หรือเป็นพวกเดียว กับผู้รับสาร เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ
  • 168.
    5. กล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน ไม่กล่าวในส่วนที่เสีย 6. อ้างคนส่วนใหญ่ ยอมรับหลักการ ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็จะถือว่าผิดปกติ เป็นต้น
  • 169.
    10. ข้อใด ไม่เป็นสารโน้มน้าวใจ ก . ขอเชิญคุณแม่บ้านยุคใหม่มาใช้บริการของเราได้ ข . จะขับรถให้เร็วเท่าไรก็เชิญเถิด ว่าแต่คุณจองวัดไว้แล้ว หรือยัง ค . ขอเชิญทุกท่านทางนี้และกรุณาเข้าแถวด้วยเพื่อความ เป็นระเบียบเรียบร้อยขอขอบพระคุณ ง . ขอเชิญลองสวมแว่นตาที่จะสะท้อนจินตนาการอัน ละเอียดอ่อนบริสุทธิ์
  • 170.
    11. คำขวัญในข้อใดใช้ภาษาที่มีน้ำเสียงเสนอแนะ แกมปรามอยู่ในที ก . อ๊ะอ๊ะอย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ ข . ทิ้งขยะไม่เลือกที่ หมดราคีไปทั้งเมือง ค . ขับรถให้เตือนตน ข้ามถนนให้เตือนตา ง . บ้านเมืองสกปรก เหมือนนรกในเรือนใจ
  • 171.
    12. ข้อใดเป็นภาษาโน้มน้าวใจผู้ฟังก . สะอาดกายเจริญวัย สะอาดใจเจริญสุข ข . พื้นที่สีเขียวในประเทศไทยกำลังลดน้อยลงทุกปี ค . ใครเขาจะเเต่งงานกันอย่างหรูหราแค่ไหนก็เป็น เรื่องของเขา ง . ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมา มากกว่า 50 ปีแล้ว
  • 172.
    13. ข้อใดใช้เหตุผลในการโน้มน้าวใจ 1.วันเวลานั้นหายาก มีค่ามากมุ่งใช้ให้ได้ผล 2. ทำบาปเสมอเป็นนิจ สู้ทำบุญสักนิดไม่ได้ 3. ฐานะไม่สำคัญ ขอแต่ให้มีความขยันเป็นพอ 4. แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
  • 173.
    14. คำขวัญข้อใดที่ใช้กลวิธีโน้มน้าวใจให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย ก . รักชาติต้องพัฒนา รักป่าต้องอนุรักษ์ ข . ป่าไม้บำรุงชาติ ป่าพินาศชาติวอดวาย ค . ดุลธรรมชาติจะสิ้นไปหากวันใดไทยสิ้นป่า ง . ฝนตกทั่วฟ้าเพราะป่าช่วยไว้ไร้สิ้นอุทกภัย เมืองไทยร่มเย็น
  • 174.
    15. ข้อความนี้โน้มน้าวใจด้วยวิธีใด “ แผ่นดินนี้เป็นของคนไทย บรรพบุรุษของเราได้อุทิศชีวิต เป็นชาติพลีเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้เราจักต้องรักษาแผ่นดินนี้สืบไปจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งชิงแผ่นดินนี้ของเราไป” ก . อ้างคนส่วนใหญ่ ข . อ้างบุคคลหรือสถาบัน ค . กล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตน ง . กล่าวรวมๆ ด้วยถ้อยคำเร้าอารมณ์
  • 175.
    16. อันสยามเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ดุจบิดามารดร เปรียบได้ ยามสุขสโมสร ทุกเมื่อ ยามศึกทุกข์ยากไร้ ปลาตเร้นฤาควร ข้อความข้างต้นผู้เขียนใช้กลวิธีใดในการโน้มน้าวใจ ก . การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า ข . การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย ค . การแสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล ง . การแสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้โน้มน้าวใจ
  • 176.
    1 . ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของคำประพันธ์ต่อไปนี้ มีคนถือดื้อได้อายต้องอด ถือกันหมดโลกจะเศร้าสักเท่าไหน คนกับสัตว์จักประเภทด้วยเหตุใด เหตุหนึ่งไซร้ก็ตรงที่คนมีอาย 1. โลกที่ปราศจากคุณธรรม 2. ค่านิยมของคนในปัจจุบัน 3. ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสัตว์ 4. คุณธรรมที่สำคัญสำหรับมนุษย์
  • 177.
    2. ข้อใดเป็นความคิดของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้ “ การศึกษาที่ดีควรเป็นการศึกษาที่กระตุ้นให้ผู้เรียนช่างสังเกต รู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม รู้จักใช้เหตุผล ไม่ใช่สักแต่เป็นฝ่ายรับ อย่างเดียว ” ก . ผู้สอนต้องสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ คิดเป็น ถามเป็นและมีเหตุผล ข . ผู้เรียนต้องรู้จักสังเกต คิด ถาม และใช้เหตุผลตามที่ครูสอน ค . ผู้สอนมีหน้าที่สอนให้ผู้เรียนคิด ไม่ใช่สอนแต่เนื้อหาวิชาเท่านั้น ง . ผู้เรียนควรเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเหนือจากที่ครูสอน
  • 178.
    3. ข้อใดสอดคล้องกับสาระในข้อความต่อไปนี้มากที่สุด“ คนที่ประสบความสำเร็จนั้นคือคนที่ไม่เพียงแต่เพลิดเพลิน ชื่นชมความคิดของตน หากแต่ถลกแขนเสื้อลงลุยงานอย่างแท้จริงด้วย ” ก . ความสำเร็จเกิดจากความฝัน ข . ความสำเร็จเกิดจากการปฏิบัติจริง ค . ความสำเร็จเกิดจากการคิดและทำจริง ง . ความสำเร็จเกิดจากความพอใจและความมุ่งมั่น
  • 179.
    (1) โอกาสที่เด็กๆ จะได้เล่าเรียนชั้นสูงๆ นั้นย่อมไม่มีประตูเปิดไว้สำหรับเด็กผู้ยากจน / (2) ประตูนั้นจะเปิดออกก็ต่อเมื่อถูกไขด้วยกุญแจเงินกุญแจทอง 4. ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของข้อความข้างต้น 1. ความสำเร็จในชีวิตการศึกษา 2. ความล่มสลายของระบบการศึกษา 3. ความไม่เสมอภาคกันทางการศึกษา 4. การช่อราษฎร์บังหลวงในราชการศึกษา
  • 180.
    5. หน้านี้น้ำน้อย มันแห้งเหือดหดแคบขอดแนบพื้นล่าง มีหาดทรายขาวสะอาด โผล่เป็นแนวยาวอยู่ตรงกลาง จากข้อความข้างต้นผู้เขียนต้องการสื่อความใดเป็นสำคัญ 1 ลำคลองมีแต่ทราย ไม่มีน้ำ 2 ลำคลองดูแคบลงเพราะน้ำมีน้อย 3 หาดทรายเป็นแนวยาวดูสวยงามมาก 4 หาดทรายโผล่แทนที่สายน้ำอันชุ่มฉ่ำ
  • 181.
    6. ข้อใดเป็นใจความสำคัญของข้อความต่อไปนี้ ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนมี 1. ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน 2. ไม่มีใครปรารถนาความจน 3. จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด 4. จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ
  • 182.
    7. ข้อใดแสดงเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของข้อความต่อไปนี้ ขวานที่ไม่มีด้ามนำไปใช้ย่อมไร้พลัง คนไทยไม่เคยแบ่งข้างไทย แขก จีน ฝรั่งที่เกิดเมืองไทย ใต้ร่มโพธิสมภารพระเจ้าอยู่หัว พระราชินีทรงห่วงใย ลูกเอยหลานเอย ล้านคนไทย มาสร้างฝันวันใหม่ให้ขวานไทยใจหนึ่งเดียว 1. ชี้ให้เห็นความสำคัญของแผ่นดินไทยทุกส่วน 2. ยำให้สำนึกในหระมหากรุณาธิคุณ 3. กระตุ้นให้คนไทยมีความหวัง 4. เตือนให้คนไทยรักสามัคคี
  • 183.
    8. ข้อใดเป็นเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้“ มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเป็นพื้นฐาน เมื่อใดคุณไม่มี ความต้องการคุณก็ไม่ต้องเอาชนะ แต่ถ้าคุณยังมีความต้องการ แล้วคุณจะทำอย่างไรให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ ” ก . ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ยังตัดกิเลสไม่ได้ ข . แนะนำให้คนทำทุกสิ่งตามต้องการ ค . กระตุ้นให้คนหาวิธีสนองความปรารถนาของตน ง . บอกให้ทราบว่ามนุษย์มีความทะเยอทะยานไม่ สิ้นสุด
  • 184.
    9 .“ ถ้ารักกันไม่ได้ก็ไม่รักไม่เห็นจักเกรงการณ์สถานไหน ไม่รักกูกูก็จะไม่รักใคร เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤา” คำประพันธ์นี้มุ่งสื่ออารมณ์อะไรเด่นที่สุด ก . ขบขัน ข . ชิงชัง ค . เศร้าโศก ง . เคียดแค้น
  • 185.
    10. “ แด่เธออันเป็นที่รัก ผู้หาญหักเหยียบย่ำน้ำใจพี่ เหยียบก็ไม่เหยียบดีดี เหยียบขี้หมาก่อนแล้วย้อนมา ” ผู้แต่งน่าจะมุ่งให้ผู้อ่านรู้สึกอย่างไร ก . เห็นใจ      ข . ขบขัน    ค . เคียดแค้น ง . สมเพช
  • 186.
    11. “ซองขาวนี้ท่านได้ แต่ใดมา คนใหญ่ในสภา ท่านให้ ทำชอบสิ่งใดหวา วานบอก เรางดออกเสียงไซร้ ท่านให้รางวัล” ผู้แต่งประพันธ์นี้มีเจตนาอย่างไร ก . ตำหนิ ข . เหน็บแนม ค . เสียดสี ง . ประชด
  • 187.
    12 . นกไม่เคยเห็นฟ้า ปลาไม่เคยเห็นน้ำ แต่นกก็อยู่ในฟ้า และปลาก็อยู่ในน้ำ ฟ้าไม่เคยอยู่ในนก แต่น้ำอาจอยู่ในปลา น้ำปลา ในการนำเสนอบทประพันธ์นี้ ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ก . แสดงอารมณ์ขัน ข . แสดงข้อสังเกตแบบผิดความจริง ค . แสดงความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ง . แสดงฝีมือในการเล่นเสียงเล่นคำ
  • 188.
    13. ขอขอบคุณไมตรีที่มีให้ ความห่วงใยอาทรแต่ก่อนเก่า แม้วันนี้ไม่มีทางระหว่างเรา ก็ไม่เศร้าเหงาหรอกใจบอกมา ขอขอบคุณวันวานที่ผ่านล่วง กับกลลวงที่ทำให้ใจแกร่งกล้า กับบทเรียนหนึ่งนี้มีราคา ยากเกินกว่าซื้อหาเงินตราใด น้ำเสียงของผู้แต่งบทประพันธ์ข้างต้นนี้คือข้อใด ก . ขมขื่น ข . ตัดพ้อ   ค . เคียดแค้น     ง . ประชดประชัน
  • 189.
    14 . “ เกินสิบต่อยบ่ซ้ำ สองยก ม่านกษัตริย์หัตถ์ลูบอก โอษฐ์พร้อง ชาติสยามผิยามตก ไร้ยาก ไฉนนา ยังแต่ตัวยังต้อง ห่อนได้ภัยมีฯ ” ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นพระบุคลิกภาพของพระเจ้าอังวะ 1. โปรดกีฬา 2. รักข้าทหาร 3. พระทัยกว้าง 4. โปรดคนมีฝีมือ
  • 190.
    วันนั้นวันพระสิบห้าค่ำ นางเคยไปฟังธรรมเทศนา อาบน้ำทาแป้งแต่งกายาน้ำมันทาลูบผมพอสมควร นุ่งตาเล็ดงาห่มผ้าผวย ไม่ชุ่มชวยด้วยระคายเป็นม่ายผัว ไกลญาติขาดมิตรคิดถึงตัว ลูกผัวกลับมาจะกินใจ 15 . จากข้อความข้างต้น ค่านิยมใดที่ไม่อาจอจุมานได้ 1. การแต่งกายที่สมฐานะ 2. กิริยามารยาทของสตรีที่เหมาะสม 3. การครองตนของสตรี 4. ความศรัทธาในสิ่งที่เชื่อถือ
  • 191.
    16. ข้อใดที่อนุมานไม่ได้จากข้อความต่อไปนี้ ตั้งแต่ลูกๆ ของสมศรีสามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เธอก็เลิกทำกิจการรับซื้อของเก่า และไปเข้าวัดฝึกนั่งสมาธิ 1) สมศรีเคยทำงานเลี้ยงดูลูกๆ 2) ลูกๆ ช่วยกันเลี้ยงดูสมศรี 3) สมศรีสนใจการนั่งสมาธิ 4) สมศรีเคยมีรายได้จากการซื้อขายของเก่า
  • 192.
    17. ข้อใดที่อนุมาน ไม่ได้จากข้อความต่อไปนี้ น้องของชัยวัฒน์สอบเข้าได้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เดียวกับเขา ซึ่งเกินความคาดหมายของทุกคนในครอบครัว 1. ชัยวัฒน์มีน้องชาย 2. น้องของชัยวัฒน์เรียนไม่เก่งมาก 3. ชัยวัฒน์เรียนในระดับอุดมศึกษา 4. คนในครอบครัวไม่คิดว่าน้องจะสามารถเข้าเรียน คณะแพทยศาสตร์ได้
  • 193.
    18. คุณเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก ได้รับความเชื่อถือจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดีและสามารถ ทำงานที่ไหนก็ได้ คุณได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดในหน้าที่การงานแล้ว ยังมีอะไรที่คุณต้องกังวลต่อไปอีก ข้อใด ไม่อาจ อนุมานได้จากข้อความข้างต้น 1. หัวหน้าไว้ใจคุณ 2. คุณหางานได้ง่ายมาก 3. คุณเป็นคนเรียนเก่งมาก 4 คุณดำรงตำแหน่งสูงสุดในหน้าที่การงาน
  • 194.
    19 . ผมยังเคยคิดว่าดีนะที่พ่อแม่ผมนั่งเรือมาขึ้นที่เมืองไทย ถ้าขึ้นเสียที่ประเทศอื่นใกล้ๆนี้ ชีวิตผมคงไม่เป็นอย่างนี้ ข้อใด ไม่ อาจอนุมานได้จากข้อความข้างต้น 1. ผู้พูดเห็นว่าประเทศไทยดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน 2. ผู้พูดประสบความสำเร็จในชีวิต 3. ผู้พูดมีบรรพบุรุษเป็นชาวต่างชาติ 4. ผู้พูดมีอาชีพค้าขายทางเรือ
  • 195.
  • 196.
    โวหารภาพพจน์ คือการเปรียบสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งมีคำว่า เฉก เช่น ดุจ ดัง ดั่ง ราว ราวกับ ปูน กล เล่ห์ ปาน ประหนึ่ง เพียง เพี้ยง พ่าง เสมอ เหมือน เปรียบ ฯลฯ 1. อุปมา พระองค์โอภาส เพี้ยง ศศิธร เสด็จ ดุจ เดือนขจร แจ่มฟ้า
  • 197.
    2. อุปลักษณ์ การเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งมีคำว่า เป็น คือ วิชา เป็น เพื่อนเลี้ยง ชีวิต ยามอยู่บ้านเรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน ร่างกายสหายติด ตามทุกข์ ยากนา ธรรมหาก เป็น มิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ ( โคลงโลกนิติ )
  • 198.
    3. บุคลาธิษฐาน ,บุคคลวัต , บุคคลสมมุติ บรรจถรณ์หมอนม่านมุ้ง เตียงสมร เตียงช่วย เตือน นุชนอน แท่นน้อง ฉุกโฉมแม่จักจร จากห้องไปฮา ม่านอย่าเบิกบังห้อง หับให้คอยหน ( นิราศนรินทร์ ) การสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีกิริยาเหมือนมนุษย์
  • 199.
    คือการกล่าวเกินจริง เช่น4. อติพจน์ , อธิพจน์ เรียมร่ำ น้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม พา หมู่สัตว์จ่อมจม ชีพม้วย พระสุเมรุเปื่อยเป็นตม ทบท่วม ลงนา หากอกนิษฐ์พรหมฉ้วย พี่ไว้จึงคง ( ศรีปราชญ์ )
  • 200.
    5. สัทพจน์ ต้อยตะริดติ๊ดตี๋เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน แอ้อีอ่อย สร้อยฟ้าสุมาลัย แม้นเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย ( พระอภัยมณี ) การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
  • 201.
    6. สัญลักษณ์ เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิม แท้ มาแปรเป็น พลอยหุง ไปเสียได้ แอ้อีอ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อน การใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง
  • 202.
    ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้กันทั่วไป แสงสว่าง เป็นสัญลักษณ์ของ ปัญญา ความมืด เป็นสัญลักษณ์ของ กิเลส แก้ว เป็นสัญลักษณ์ของ ความดีงาม เพชร เป็นสัญลักษณ์ของ ความเป็นเลิศหรือความแข็งแกร่ง กา เป็นสัญลักษณ์ของ คนชั้นต่ำ หงส์ เป็นสัญลักษณ์ของ คนชั้นสูง
  • 203.
    7. ปฏิพากย์ การใช้คำตรงข้ามหรือขัดแย้งกัน เช่น - สิ่ง หนุ่ม ในร่าง แก่ ควบม้าสี หมอกดำ สนิท - เสียงน้ำสาด ปราศจากเสียง
  • 204.
    1. ข้อใด ไม่ใช้ภาพพจน์ 1. ฝ่ายชีเปลือยคนฮารุมด่าขรม เดินนุ่งลมห่มฟ้าน่าบัดสี 2. ลมหวนครวญเสียงลม พาใจตรมตามลมครวญ 3. ที่น้ำลึกเป็นห้วงพ่วงแพราย ทอดสายทุ่นถ่วงหน่วงรั้ง 4. ความจนเป็นแรงให้แข็งสู้ หากชีพอยู่จะมิยอมค้อมหัวให้ อธิพจน์ บุคคลวัต อุปลักษณ์
  • 205.
    2 . คำประพันธ์ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์1. เพลินฟังวังเวงเพลงเรไร พิณพาทย์ไพรกล่อมขับสำหรับดง 2. บ้างเป็นเงินเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด บ้างเป็นชาติทองแท้แลอร่าม 3. ที่เรียกห้องแพรแดงล้วนแดงฉาด เรียกห้องเหลืองเล่ห์ลาดสุวรรณฉาย 4. น้ำตาตกอกจะครากด้วยยากอยู่ พี่ดูดูเห็นท้องน้องเดินใหญ่ อุปลักษณ์ อุปมา อธิพจน์
  • 206.
    3 . ข้อใดใช้ภาพพจน์มากที่สุด1. วงของน้ำทำประกายกับสายแดด ร้อนจะแผดเผาทรายพริบพรายพร่าง 2. ลมระริ้วปลิวหญ้าคาระยาบ ระเนนนาบพลิ้วพลิกกระดิกหัน 3. น้ำในธารสะท้อนแพรวดั่งแววดาว กระพริบพราวเพียงภาพทาบเปลวทอง 4. เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย บุคคลวัต อุปมา อุปมา
  • 207.
    4 . ความในข้อใดใช้โวหารเปรียบเทียบต่างจากข้ออื่น1. เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียได้ 2. กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา 3. แม้นเนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา 4. เหล่าชายคือมวลภุมรา ใฝ่หาแต่มวลมาลี อุปลักษณ์ สัญลักษณ์ อุปลักษณ์ อุปลักษณ์
  • 208.
    5 . ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างกับข้ออื่น1. ดอกไม้แย้มกลีบยิ้มริมบึงช่างตรึงจิต ลมจุมพิตเท่าไรก็ไม่หมอง 2. เห็นกรวดทรายชายทะเลชโลทร ละเอียดอ่อนดังละอองสำลีดี 3. เป็นฟ้องฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย 4. อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ บุคลวัต อุปมา อุปมา อุปมา
  • 209.
    6 . ข้อความใดใช้โวหารต่างไปจากข้ออื่นดอกไม้สาวสองกลีบ บานรีบเร่ง 2. ดาวกระพริบตาเยาะเราหรือดาวเอ๋ย ใครเคยเห็นดวงอาทิตย์ต้องโศกเศร้าบ้าง 4. หยดหนึ่งของน้ำค้า เกาะอยู่กลางใบหญ้า อุปลักษณ์ บุคลวัต บุคลวัต
  • 210.
    7 . ข้อใดให้จินตภาพแตกต่างกับข้ออื่นเสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย บ้างก่งคอคูคูกุกกูไป ฝูงเขาไฟฟุบแฝงที่แฝกฟาง ประทัดปะทุเปรี้ยง ตระหนกเพียงยินเสียงปืน ผีเสื้อส่ายร่ายรำระบำบิน จะจี่เจื้อยเรื่อยรินพิณเรไร ภาพ , เสียง ภาพ , เสียง
  • 211.
    อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1– 2 ลดาดินติณชาติหลับใหล ตื่นขึ้นไหวไหวในลมหนาว หยาดย้อยพลอยน้ำค้างแวววาว ราวท้าแก้วแหวนแดนดิน สายธารดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน เงียบเงียบกรวดทรายไหลริน กลิ้งกระแสสินธุ์แข่งเวลา 1. การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์มีกี่แห่ง 1. 1 แห่ง 2. 2 แห่ง 3. 3 แห่ง 4. 4 แห่ง 2. โวหารภาพพจน์ชนิดใด ไม่มี ในบทประพันธ์นี้ 1. อุปมา 2. บุคคลวัต 3. อธิพจน์ 4. สัทพจน์ บุคคลวัต อุปมา อุปมา สัทพจน์ บุคคลวัต อุปลักษณ์
  • 212.
    3. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดมีความหมายหลากหลายที่สุด 1.คาง เบือนเบือน หน้ามา ไม่งามเท่าเจ้า เบือน ชาย 2. นาง นวลนวล น่ารัก ไม่ นวล พักตร์เท่าทรามสงวน 3. ถึงบาง ขันขัน หทัยไว้กับน้อง แต่ก็ต้องพรากมามันน่า ขัน 4. สาย หยุดหยุด กลิ่นสิ้นแล้วหรือ รักเธอคือสาย หยุด เมื่อยามสาย นาม , กริยา กริยา นาม , กริยา กริยา นาม , กริยา วิเศษณ์ นาม , กริยา กริยา
  • 213.
    4. ข้อความต่อไปนี้ข้อใดมีเนื้อหาของการเปรียบเทียบ ต่างกับข้ออื่น 1. นวลจันทร์เป็นนวลจริง เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา 2. แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม 3. หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน 4. เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องฤาอ่อนทั้งกาย เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ ไม่เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ
  • 214.
    5. ข้อใดมีจุดมุ่งหมายในการส่งสารต่าง กับข้ออื่น 1. ระลอกน้ำระรินรวย ระยับพริบระยิบพราว 2. พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง 3. ไก่ฟ้ามาตัวเดียว เดินท่องเที่ยวเลี้ยวเหลี่ยมเขา 4. อันคดอื่นหมื่นคดกำหนดแน่ เว้นเสียแต่ใจมนุษย์สุดกำหนด บรรยายภาพ ให้คติ , สอน
  • 215.
    6. ในเรื่องขุนช้างขุนแผนข้อใดที่ผู้กล่าวหมายถึงขุนช้าง 1. สารพันอดออมถนอมใจ 2. ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์ 3. ละโมบมากตัณหาตาเป็นมัน 4. คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่ ขุนแผน ขุนแผน วันทอง ขุนช้าง
  • 216.
    7. ในเรื่องขุนช้างขุนแผน คำพูดของนางวันทองในข้อใดมีน้ำเสียง ต่าง กับข้ออื่น 1. ยามมีที่เชยเฉยเสียได้ 2. พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก 3. อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่ 4. เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร ตัดพ้อ ตัดพ้อ บอกเล่า ตัดพ้อ
  • 217.
    8. ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ข้อใดกล่าวถึงพฤติกรรมของชาวอยุธยาในประเด็นต่าง กับข้ออื่น 1. เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว 2. คะเนนับย่ำยามได้สามครา 3. จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย 4. สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ไสยศาสตร์ การนับเวลา ไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์
  • 218.
    9. ข้อใดจากนิราศพระบาทสื่อความรู้สึกของกวี ต่างกันข้ออื่น 1. ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย 2. ถึงท่าเรือลงเรือไม่แรมหยุด ก็เร็วรุดตั้งหน้ามาหาสมร 3. ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี้ก็ยาวนะอกเอ๋ย 4. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง 1. บรรยายความทุกข์ 2. บอกความตั้งใจ 3. บรรยายความทุกข์ 4. บรรยายความทุกข์
  • 219.
    1 0. ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงใครตามลำดับ“ เมีย เขา เขา รักดังแก้วตา หรือจะอาจคลาดคลาเห็นผิดไป แต่ พระเชษฐา ให้หา ตัว ก็ไม่มีความกลัวยังขัดได้ เกิดณรงค์สงครามก็เพราะ ใคร จนเดือดร้อนทั่วไปทั้งธานี นับประสาอะไรแก่ ตัวเรา ถึงตาย เขา ก็ไม่ดู ผี ” 1. นางจินตะหรา อิเหนา ท้าวกุเรปัน อิเหนา วิหยาสะกำ ท้าวดาหา อิเหนา ท้าวดาหา 2. สองนาง อิเหนา ท้าวกุเรปัน อิเหนา อิเหนา ท้าวดาหา อิเหนา ท้าวดาหา 3. นางจินตะหรา อิเหนา ท้าวกุเรปัน อิเหนา อิเหนา ท้าวดาหา อิเหนา ท้าวดาหา 4. สามนาง อิเหนา ท้าวหมันหยา อิเหนา อิเหนา ท้าวหมันหยา อิเหนา ท้าวหมันหยา จินตะหรา อิเหนา กุเรปัน อิเหนา อิเหนา ดาหา อิเหนา ดาหา
  • 220.
    “ พระมารดานี้บุกป่าฝ่าดงดอนอรัญทุเรศพอรุ่งรางสางแสง พระสุริเยศอรุณทิวากาลพระกรก็กุมกระเช้าเสียมแสรกแบก ขอคานเข้าสู่ไพรเที่ยวขุดมูลมันเลือกสรรสอยผลไม้อันมีรส ต่อสายัณห์จึงกลับมาสู่พระอาศรมบทกุฎีดงแบ่งปันกันฉัน ทั้งสี่องค์ทุกเวลาตามประสาไร้จะได้รับพระราชทาน มูลผลาหารครั้งไรก็ต่อราตรีทิวาวัน นั้นไม่มีสักมื้อเลย ” 11. ข้อใด ไม่อาจ อนุมานได้จากถ้อยคำของชาลีข้างต้นนี้ 1. พระเวสสันดร พระนางมัทรี ชาลี กัณหา ได้เสวยอาหารเฉพาะเวลาค่ำ 2. พระนางมัทรีเป็นผู้เข้าป่าหาอาหารแต่เพียงผู้เดียว 3. อาหารมีเพียงพอสำหรับทุกพระองค์ 4. พระนางมัทรีต้องฝ่าอันตรายเข้าไปในป่า 12. คำว่า “ มูลผลาหาร ” ตรงกับข้อใดมากที่สุด 1. เผือก มัน กลอย 2. กล้วย อ้อย ถั่วเหลือง 3. มัน กล้วย มะม่วง 4. ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวสาลี 13. สิ่งที่พระนางมัทรีนำเข้าในป่ามีกี่อย่าง 1. 5 อย่าง 2. 4 อย่าง 3. 3 อย่าง 4. 2 อย่าง
  • 221.
    14. ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงผู้ใด “สมญา เอารสทศพล มีคุณอนนต์อเนกจะนับเหลือตรา ” 1. พระราหุล 2. พระชาลี 3. พระภิกษุ 4. พระสารีบุตร
  • 222.
    15. ข้อความที่นายชิต บุรทัต กล่าวว่า “ไป่มีก็ให้มี” ในความว่า “ ไป่มีก็ให้มี ผิวมีก็คำนึง เนื่องเพื่อภิโยจึง จะประสบสุขาลัย” หมายถึงข้อใด 1. ความดี 2. ความเมตตากรุณา 3. ความสามัคคี 4. ความเอื้อเฟื้อ
  • 223.
  • 224.
    ฉันทลักษณ์ ร้อยกรอง มี 5 ประเภท ( บังคับ 1,2) 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2) ฉบัง 16 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1) ยานี 11 1. กาพย์ ข้อบังคับในการแต่งร้อยกรอง 1. คณะ ( จำนวนคำ จำนวนวรรค ) 2. สัมผัส ( คำคล้องจอง ) 1 ) สระ 2) พยัญชนะ 3) สัมผัสใน . 4) สัมผัสนอก 3. - คำเอก คำที่มีรูปเอก ( ใช้คำตายแทนได้ ) - คำโท คำที่มีรูปโท ( ไม่มีคำแทน ) ก 4. - คำครุ ( ขั ) ออกเสียงหนัก - คำลหุ ( กุ ) ออกเสียงเบา
  • 225.
    2. กลอนบังคับ 1,2 เสียงวรรณยุกต์ 1) กลอนหก 2) กลอนแปด 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 บาทเอก บาทโท 1 2 3 4 สดับ รับ รอง ส่ง 3) สุรางคนางค์ 28 0000 0000 0000 0000 0000 0000 0000
  • 226.
    3. โคลงบังคับ 1, 2 ,3 ( เอก โท ) 1) โคลงสอง 0 0 0 0 ่ 0 ้ 0 0 ่ 0 0 0 ้ 0 ่ 0 ้ 0 0 ( 0 0 ) 2) โคลงสาม 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ่ 0 ้ 0 0 ่ 0 0 0 ้ 0 ่ 0 ้ 0 0 (0 0) 3) โคลงสี่ 0 0 0 0 ่ 0 ้ 0 0 (0 0) 0 0 ่ 0 0 0 0 ่ 0 ้ 0 0 0 ่ 0 0 0 0 ่ 0 0 ่ 0 0 0 ้ 0 ่ 0 ้ 0 0 โคลงสองเป็นอย่างนี้ แสดงแก่บุตรชี้ เช่นให้เห็นเลบง แบบนา
  • 227.
    4. ฉันท์บังคับ 1, 2, 4 ( ครุ ลหุ ) 1) อินทรวิเชียรฉันท์ ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ุ ั ุ ุ ุ ุ ุ ุ ุ 5. ร่าย บังคับ 2 ( สัมผัส ) 00000 00000 00000 00000
  • 228.
    สัมผัส สัมผัสนอก สัมผัสระหว่างวรรค สัมผัสใน สัมผัสระหว่างบท สัมผัสสระ สัมผัสอักษร
  • 229.
    1- 5 .ให้เลือกข้อที่บริบูรณ์ด้วยวรรณศิลป์ที่สามารถเติมในช่องว่างอย่างมีเอกภาพ 1. “ หวานที่ให้ไยอาบฉาบยาพิษ พิษชำแรกแทรกฤทธิ์เกินรักษา สาแก่ใจที่พะวงหลงรักมา ........ รู้ว่าพิษร้ายก็สายเกิน ”   1. กว่า 2. มา 3. เมื่อ 4. พอ มา
  • 230.
    2 . “ยามยากคนค้นความมาหยามเย้ย เย้ย หยามเปรยเปรียบย้ำคำทับถม ถมทับให้ไหวหวามยามระทม . . . . . . ขื่นขมจนตรมใจ ” ก . รักระทม ข . ยามระทม ค . ระทมยาม ง . ตรมสะอื้น
  • 231.
    3 . “ โลกยังมีที่หวังรังรองแสง ทุกทุกแห่งแลล้วนชวนสุขสันต์ ยิ้มต่อยิ้มพิมพ์ภาพอาบสัมพันธ์ ทุกทุกวัน . . . . . ด้วยน้ำใจ ” 1. เลิศล้ำ 2. ดื่มด่ำ 3. ชื่นฉ่ำ 4. สดสวย
  • 232.
    4 . ชีวิตมีที่หมายสายรุ้งสวย ประดับด้วยสีสัน . ................. เป็นโลกฝันอันปนมนตร์มายา ซึ้งมนตราตรึงประทับระยับรุ้ง ก . บรรเจิดฟ้า ข . อันแจ่มจ้า ค . แจ่มเจิดหล้า ง . เติมฝันฟ้า อันแจ่มจ้า
  • 233.
    5. “ ทักษะการฟังนั้นสำคัญนัก จงรู้จักจับความตามประสงค์ ค่อย . . . . คิดไปดังใจจง ฟังแล้วคงแตกฉาน . . . . เป็น” ก . ตั้งใจ คิดการ ข . ตีความ อ่านเขียน ค . วิเคราะห์ สร้างงาน ง . พินิจ วิจารณ์
  • 234.
    6. “ การศึกษาไทยไม่ทันสมัยเหมือนต่างประเทศเพราะงบประมาณได้น้อยเกินเหตุจึงมีขอบเขตในการพัฒนา ” 7.“ เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียงเริงร้องซ้องเสียงสำเนียงน่าฟังวังเวง ” ข้อ 6 – 13 ข้อความเหล่านี้เป็นร้อยกรองชนิดใด การศึกษาไทย ไม่ทันสมัย เหมือนต่างประเทศ เพราะงบประมาณ ได้น้อยเกินเหตุ จึงมีขอบเขต ในการพัฒนา เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง สำเนียงน่าฟังวังเวง กาพย์สุรางคนางค์ กาพย์ฉบัง
  • 235.
    “ การจราจรบนท้องถนนเวลานี้เหมือนกับมีการจลาจล สับสนยิ่งรถทุกชนิดต่างพากันแย่งชิงแย่งกันวิ่งผิดช่องทางอย่างน่าอาย” กลอนแปด “ การจราจรบนท้องถนนเวลานี้ เหมือนกับมีการจลาจลสับสนยิ่ง รถทุกชนิดต่างพากันแย่งชิง แย่งกันวิ่งผิดช่องทางอย่างน่าอาย”
  • 236.
    9 . บอกแล้วก็ไม่เชื่อจะมิเหลืออะไรเลยคราวนี้ละเธอเอ๋ยฤจะเฉยก็ตามใจบอกแล้วก็ไม่เชื่อ จะมิเหลืออะไรเลย คราวนี้ละเธอเอ๋ย ฤ จะเฉยก็ตามใจ อินทรวิเชียรฉันท์
  • 237.
    10 . พิเศษสารเสกสร้างรังสรรค์สารประจงจารฉันทภาคพริ้งพรายฉายเฉกเพชรพรรณเพราเฉิดเลิศแลลายระยับสายสะอิ้งส่องสร้อยกรองทรวง”พิเศษสารเสกสร้างรังสรรค์สาร ประจงจารฉันทภาคพริ้งพรายฉาย เฉกเพชรพรรณเพราเฉิดเลิศแลลาย ระยับสายสะอิ้งส่องสร้อยกรองทรวง กลอนแปด พิเศษสารเสกสร้าง รังสรรค์ สารประจงจารฉันท ภาคพริ้ง พรายฉายเฉกเพชรพรรณ เพราเฉิด เลิศแล ลายระยับสายสะอิ้ง ส่องสร้อยกรองทรวง โคลงสี่สุภาพ
  • 238.
    11. กระชุ่มกระชวยสละสลวยกระเซอะกระเซิงอีเหละเขะขะ เอะอะมะเทิ่งกระเจิดกระเจิงพะวักพะวนอีโหลกโขลกเขลก กระโดกกระเดกกระเสือกกระสนกระซิกกระซี้ ลุกลี้ลุกลนระเหระหนระแวดระวัง” กระชุ่มกระชวย สละสลวย กระเซอะกระเซิง อีเหละเขละขละ เอะอะมะเทิ่ง กระเจิดกระเจิง พะวักพะวน อีโหลกโขลกเขลก กระโดกกระเดก กระเสือกกระสน กระซิกกระซี้ ลุกลี้ลุกลน ระเหระหน ระแวดระวัง” กำพย์สุรางคนางค์
  • 239.
    12 . หมาหันหมายหาหมูเห็นหูหมาหูหมาหนาหมูหนี หมีเห็นหมูเห็นหมูหันหูหนีหมีหันดูหมีหมาหาเห็นหมูหันหูดี หาหมีเห็นเหม็นหูหมีหมูเหม็นหาหมีหายหมายเห็นเหม็นหูหมี หมาหนีหายหมายหมูหูหันรีหมายหาหมูหมาหนีหมีหายตัว หมาหันหมายหาหมูเห็นหูหมา หูหมาหนาหมูหนีหมีเห็นหมู เห็นหมูหันหูหนีหมีหันดู หมีหมาหาเห็นหมูหันหูดี หาหมีเห็นเหม็นหูหมีหมูเหม็น หาหมีหายหมายเห็นเหม็นหูหมี หมาหนีหายหมายหมูหูหันรี หมายหาหมูหมาหนีหมีหายตัว กลอนแปด
  • 240.
    อินทรวิเชียรฉันท์ 13. ภรรยา : ไปเที่ยวทะเลกันนะคะ สามี : วันอะไรดี ภรรยา : น่าไปนะศุกร์นี้แหละ สามี : ก็ต้องตระเตรียมของ ไปเที่ยวทะเลกัน นะคะวันอะไรดี น่าไปนะศุกร์นี้ แหละก็ต้องตระเตรียมของ
  • 241.