นางสาวชลธิชา มายอด 565050039-9
นางสาวนิโลบล มีชัย 565050042-0
นางสาวอุทัยวรรณ นสสัยกล้า 565050051-9
นางสาวพิมลวรรณ ร่มวาปี 565050046-2
ครูสุขสวรรค์ สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ม.ต้น
ได้กําหนดงานเพื่อให้นักเรียนชั้น ม.1 และ ม.3 ประมวลความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ใน
เรื่องที่สนใจ โดยประดิษฐ์ เป็นผลงานขึ้นมาหนึ่งอย่าง ให้แบ่งกลุ่มเป็น 3 คน
นําเสนอหัวข้อที่จะทํา กําหนดสมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และออกแบบ
การดําเนินงาน ให้เป็นขั้นตอน รวมทั้งงบประมาณที่ใช้ ระยะเวลา ระบุวิธีการ
ดําเนินการ และสรุปผลการทดลอง โดยให้นําเสนอผลงานและข้อค้นพบในท้ายเทอม
และจัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงานในโรงเรียนด้วย และจะต้องมีการรายงานความ
คืบหน้ากับครูเป็นระยะ ซึ่งผิดกับครูอภิชัยที่ให้เฉพาะ ม.3 ทําโครงงานโดยคิดว่า ม.1
ยังไม่พร้อมที่จะทําโครงงานดังกล่าว
สถานการณ์ปัญหาที่ 1
สถานการณ์ปัญหาที่ 1
1. หากท่านเป็นศึกษานิเทศก์ ที่เข้ามาประเมินโรงเรียนแห่งนี้ท่านคิดว่าแนวทางการจัดการ
เรียนรู้ของครูสุขสรรค์และครูอภิชัยสอดคล้องกับทฤษฎีใด จงอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีดังกล่าว
ให้ละเอียด พร้อมยกตัวอย่างในการนําทฤษฎีมาใช้
ครูสุขสรรค์ ใช้ทฤษฎีกาค้นพบแบบบรูเนอร์ เน้นความรู้ความเข้าใจ โดยมีลําดับขั้นตอน คือขั้นที่1พัฒนา
โดยการกระทํา เกิดจากการสัมผัส เกิดกับวัยแรกเกิดถึง 2ขวบ ขั้นที่ 2 เป็นพัฒนาการทางความคิด
จินตนาการ มองเห็นจดจํา ขั้นที่3 เป็นการถ่ายทอด การคิดเชิงซับซ้อน ใช้ภาษา สัญลักษณ์ คล้ายกับทฤษฎี
ของเพียเจต์ในขั้นที่ 3-4 ตัวอย่างการสอนของครูสุขสรรค์ใช้หลักการให้เด็กชั้นม.1-3 ทําโครงงาน โดยมี
กระบวนการ วางแผน ออกแบบ ลงมือทํา กําหนดสมมุติฐาน สรุปผล ละนําเสนอ ซึ่งในช่วงอายุของเด็กใน
วัยนี้ ใกล้เคียงกัน สามารถเรียนรู้ไปได้พร้อมกัน
สถานการณ์ปัญหาที่ 1
ครูอภิชัย ได้ใช้ทฤษฎีเชาปัญญาแบบเพียเจต์ เน้นการจัดรวบรวมข้อมูลภายในผู้เรียนให้
เป็นระเบียบ มีแบบแผน ขั้นตอน รวมไปถึงมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมให้อยู่ใน
สภาพที่สมดุล การปรับตัวนี้ อาจจะเกิดจากการที่เด็กมีการซึมซับดูดซึมจากสิ่งแวดล้อม
รอบตัว เกิดการเรียนรู้จดจําแล้วจึงเกิดประสบการณ์นําไปสู่การสร้างปัญญา ส่วนการปรับ
โครงสร้างการปัญญาคือเปลี่ยนโครงการสร้างปัญญาแบบเดิมให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือ
สอดคล้องวัยของผู้เรียน ยกตัวอย่างการสอนของครูอภิชัย ที่ไม่ให้เด็กม.1ทําโครงงานเพราะ
เห็นว่า เด็กในวัยนี้ยังไม่เหมาะที่จะทําการเรียนรู้แบบโครงสร้าง ควรมีการเรียนการสอน
แบบตามขั้นตอนตามวัยของผู้เรียน ซึ่งต้องคํานึงถึงวัย วุฒิภาวะของผู้เรียน
2. จงวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการสอนของครูสุขสวรรค์และครูอภิชัย โดยอาศัย
ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยม มาอธิบายว่ามีข้อดีและข้อจํากัดในการนําไปใช้อย่างไร
บ้าง
สถานการณ์ปัญหาที่ 1
กรณีศึกษา ข้อดี ข้อเสีย
ครูสุขสวรรค์ 1.ครูสุขสวรรค์เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ไม่
ช่วงจํากัดวัย
1.นักเรียนมีพื้นฐานความรู้ที่ไม่เท่ากัน
2.ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดอย่างอิสระ 2.เนื้อหาที่เรียนไม่เหมาะสมกับวัยของ
ผู้เรียน
3.นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ครูอภิชัย 1.กระบวนการเรียนรู้เหมาะสมกับวัยผู้เรียน
2.ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดอย่างอิสระ
ถ้าคุณเป็นคณะผู้บริหารของโรงเรียน ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล
ระดับอนุบาล ไปจนกระทั่งถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดย
คุณต้องการที่จะจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับเด็กในแต่ละวัย เช่น เด็กวัย
เตรียมอนุบาล เป็นวัยที่การเรียนรู้เกิดจากการได้สัมผัส เด็กวัยอนุบาลจะ
สามารถเรียนรู้ได้จากสัญลักษณ์ แทนวัตถุสิ่งของต่างๆ เป็นต้น เพื่อเป็น
นโยบายในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนต่อไป
สถานการณ์ปัญหาที่ 2
1. ท่านจะนําหลักการของทฤษฎีใดมาใช้ให้เหมาะสมกับการจัดหลักสูตรของ
โรงเรียนนี้ จงอธิบายหลักการสําคัญของทฤษฎีที่ท่านเลือกใช้มาพอสังเขป
เลือกหลักโดยทฤษฎีนี้จะสนับสนุนการพัฒนาการตั้งแต่ทารกถึงวัยรุ่น ซึ่งการพัฒนา
เชาว์ปัญญาจะประกอบด้วยการดูดซึมหรือซึมซาบเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และ
การปรับโครงสร้างทางปัญญา โดยทฤษฎีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของเพียเจต์มี
ลําดับขั้นตอน 4 ขั้น ซึ่งทั้ง 4 ขั้นอยู่ในช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ ทารก – 12 ปี ขึ้นไป ก็จะ
สอดคล้องกับการเรียนการสอนในระดับ เตรียมอนุบาล – ม.ปลาย ได้เช่นกัน
สถานการณ์ปัญหาที่ 2
2. จงวิเคราะห์ความแตกต่างของพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย พร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ มาพอเข้าใจ
1. Sensorimotor Stage แรกเกิด – 2 ขวบ ซึ่งนั่นก็คือ ระดับเตรียมอนุบาลจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
โดยประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
2. Preoperational Stage 18 เดือน – 2 ปี เป็นช่วงคาบเกี่ยวตั้งแต่ เตรียมอนุบาล – อนุบาล
จะเริ่มใช้สัญลักษณ์ มีพัฒนาการทางด้านภาษา เริ่มพูดเป็นประโยค เรียนรู้คําต่างๆ เพิ่มขึ้น
3. Concrete Operations Stage 7- 11 ปี จะเริ่มมีกฎเกณฑ์แบ่งจัดสรรสิ่งแวดล้อมเป็นหมวดหมู่
โดยใช้เกณฑ์หลายอย่างไม่ขึ้นกับเฉพาะรูปร่างเท่านั้น
4. Formal Operations Stage 12 ปี ขึ้นไป จะสามารถคิดค้นหาเหตุผลได้นอกเหนือจากข้อมูลที่มีอยู่เริ่ม
ที่จะคิดตั้งสมมติฐานแลทฤษฎี คิดนอกเหนือไปจากสิ่งปัจจุบัน และพอใจที่จะพิจารณาสิ่งที่ไม่มีตัวตน /
นามธรรม
สถานการณ์ปัญหาที่ 2
3. ท่านจะแนะนําแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้อง กับระดับพัฒนาการของผู้เรียนอย่างไร
เพื่อให้ครูผู้สอนเข้าใจ
การจัดการเรียนรู้ในระดับตั้งแต่เตรียมอนุบาล – ม.ปลาย จะต้องจัดแบ่งหมวดหมู่ กลุ่ม
ระดับพัฒนาการให้ชัดเจน เพื่อสะดวกต่อการจัดการเรียนการสอน และครูผู้สอนต้องเป็น
ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่มพัฒนาการ และมีพื้นฐานทางทางด้านทฤษฎีพัฒนาการของเด็กด้วย
จึงจะสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจมีการจัดการอบรมความรู้ทางด้านพัฒนาการ
ของผู้เรียน และควรสร้างโอกาสให้ครูได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างเต็มที่ สนับสนุนสื่อการเรียนรู้
เปิดโอกาสให้ครูผู้สอนได้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่
สถานการณ์ปัญหาที่ 2
ท่านได้รับมอบหมายจากผู้บริหาร ให้นิเทศก์ติดตามการสอนของครูหมวด
วิทยาศาสตร์ โดยใน ชั่วโมงการสอนเรื่องพืชของครูสรยุทธ์ พบว่า
จะสอนโดยวิธีการบรรยาย เขียนกระดานดํา และให้นักเรียนดูหนังสือตาม โดย
จะ พูดแต่เนื้อหาไม่บอกสาระสําคัญ ไม่มีการแจ้งจุดประสงค์และโครงเรื่องก่อน ทํา
ให้ยากต่อการทําความเข้าใจ ชั่วโมงต่อมาครูสรยุทธ์ก็ได้สอนเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้น
และลองถามให้นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนมา นักเรียนไม่สามารถที่จะ
อธิบายได้ขาดกรอบในการนําเสนอ และนักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์
ในเนื้อหาที่เรียนผ่านมาแล้วได้กับเนื้อหาใหม่ๆ ที่สอน
สถานการณ์ปัญหาที่ 3
1. จงวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทําให้นักเรียนไม่สามารถ
เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาได้
- ครูผู้สอนไม่อธิบายสิ่งที่จะต้องเรียน สาระสําคัญของ
เรื่องที่จะเรียนให้ผู้เรียนเข้าใจ
- ไม่มีการเชื่องโยงระหว่างความรู้เดิมและความรู้ใหม่
ทําให้ผู้เรียนไม่เข้าใจเนื้อหาที่จะเรียนต่อไป
- ครูผู้สอนไม่ได้สอนให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด
สถานการณ์ปัญหาที่ 3
2. ท่านจงลองนําเสนอวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนดังกล่าวโดยอาศัย
หลักการและทฤษฎีทางพุทธปัญญานิยม มาอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบด้วย
เสนอทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ ออซูเบล เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมี
ความหมายจากการสอนหรือบรรยายของครู โดยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ที่มีมาก่อนกับ
ข้อมูลใหม่ หรือความคิดรวบยอดใหม่ ที่จะต้องเรียน จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายที่ไม่
ต้องท่องจํา หลักการทั่วไปที่นํามาใช้คือ
- การจัด เรียบเรียง ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้เรียนรู้ ออกเป็นหมวดหมู่
- นําเสนอกรอบ หลักการกว้างๆ ก่อนที่จะให้เรียนรู้ในเรื่องใหม่
- แบ่งบทเรียนเป็นหัวข้อที่สําคัญ และบอกให้ทราบเกี่ยวกับหัวข้อสําคัญ
ตัวอย่างเช่น
นักเรียนเคยเรียนเรื่อง สัตว์มีขา 6 ขา จัดอยู่ในกลุ่ม แมลง
ข้อมูลใหม่ที่จะได้เรียน แมลงสาบ แมลงวัน ตั๊กแตน ฯลฯ มี 6 ขา
การเรียนรู้โดยการรับอย่างมีความหมาย แมลงวัน ตั๊กแตน ฯลฯ เป็นสัตว์ที่มี 6 ขา จัดอยู่ในกลุ่ม แมลง
สถานการณ์ปัญหาที่ 3
ในชั่วโมงสอนวิชาเคมีของครูทักษิณตอนนี้กําลังประสบปัญหาเกี่ยวกับ
การสอน คือ เวลาสอนเนื้อหาในชั่วโมงเรียน นักเรียนจะมีความ เข้าใจ
และจําได้เมื่อถามคําถาม หรือให้ออกไปแสดงวิธีทําหน้าชั้นเรียนก็
สามารถทําได้ถูกต้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เช่นในวันรุ่งขึ้น เมื่อกลับมาถาม
หรือให้แสดงวิธีทําปรากฏว่าจะตอบไม่ถูก หรือแสดงวิธีทําได้เพียง
บางส่วน ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุทางเคมียิ่งจําไม่ได้
ในฐานะที่ท่าน เป็นนักเทคโนโลยีทางการศึกษา ลองพิจารณาหาทาง
ช่วยครูทักษิณแก้ปัญหาดังกล่าว
สถานการณ์ปัญหาที่ 4
1. จงวิเคราะห์ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะนําทฤษฎีใดในกลุ่มพุทธิปัญญานิยมมาใช้แก้ปัญหา พร้อมทั้ง
อธิบายหลักการทฤษฎีที่ใช้อย่างละเอียด
เลือกทฤษฎีประมวลผลสารสนเทศ เป็นทฤษฎีที่พยายามอธิบายให้เข้าใจว่า มนุษย์จะมีวิธีการ
รับข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้ใหม่อย่างไร เมื่อรับมาแล้วจะมีวิธีการประมวลข้อมูล บันทึกไว้ใน
ความจําระยะสั้น เมื่อต้องการรักษาข้อมูลไว้ในความจําระยะสั้นให้ช่วงเวลายาวขึ้น นําไปเก็บไว้ใน
ความจําระยะยาวเพื่อให้สามารถดึงความรู้นั้นมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นผลที่ทําให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี
สถานการณ์ปัญหาที่ 4
2. หากคุณพบปัญหาในการเรียนการสอนในวิชาที่คุณสอนเอง คุณจะนําหลักการหรือทฤษฎีเดียวกับครูทักษิณ
ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร จงอธิบายขั้นตอนและยกตัวอย่างประกอบ
ผู้สอนควรพยายามสร้างสะพานที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้มาก่อนกับสิ่งที่
จะเรียนรู้ใหม่ โดยวิธีการต่างๆที่กล่าวมาแล้ว เช่น การทบทวน การทําซํ้าๆ(Rehearsal) การเรียบเรียงและรวบรวม
(Organize) การขยายความ หรือขยายความคิด(Elaborate) เป็นต้น และจัดสิ่งเร้าในการเรียนรู้ให้ตรงกับความ
สนใจของผู้เรียน เพราะจะช่วยให้ผู้เรียนใส่ใจและรับรู้สิ่งนั้น
เช่น การเรียนเรื่องรูปร่างลักษณะของจํานวนศูนย์0 ของเด็กระดับอนุบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน
ถ้าผู้สอนช่วยเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้จัก รูปร่างของศูนย์0 กับสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้จัก เช่น ไข่ ลูกโป่ง ลูก
ปิงปอง หรืออื่นๆที่ผู้เรียนเคยรู้จักมาก่อน อาจจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น
สถานการณ์ปัญหาที่ 4
สถานการณ์ปัญหาที่ 5
ณ โรงเรียน บ้านหนองขี้กวงประชานุเคราะห์ ในการเรียนการสอนของครูปารวีมี
เหตุการณ์เป็นดังนี้
ชั่วโมงการสอนของครูปารวี ซึ่งสอนเรื่องสถิติ ครูปารวีสอนวิธีหาค่าเฉลี่ยแล้วให้
นักเรียนกลับไปทําเป็นการบ้าน เด็กชายสุวัฒน์ เป็นเด็กที่ขยัน ถ้าหากมีเวลาว่างเขาจะ
หยิบสมุดการบ้านขึ้นมาทํา พออ่านโจทย์แล้ว สุวัฒน์ก็รู้ทันทีว่าเขาจะแก้โจทย์ข้อนี้ได้
อย่างไร เพราะพอจะเข้าใจจากที่อาจารย์สอน แต่พอลองแทนค่าในสมการแล้วสุวัฒน์ก็ยัง
ไม่ได้คําตอบ สุวัฒน์จึงทบทวนอ่านโจทย์ใหม่อีกครั้ง เขาถึงรู้ว่าโจทย์ข้อนี้ซับซ้อนกว่าที่
เขาเรียนมา เขาจึงต้องศึกษาเพิ่มเติมและหาวิธีการแก้โจทย์จากหนังสือคู่มือหลายๆ
เล่ม แล้วเลือกวิธีที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่เขาเข้าใจมากที่สุด มาใช้แก้โจทย์ข้อนี้ จนได้
คําตอบ แล้วทําการตรวจทานคําตอบอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ
1. จากกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของเด็กชายสุวัฒน์คุณคิดว่าสอดคล้องกับทฤษฎีใดจง
ชี้ให้เห็นถึงความสอดคล้องดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
เลือกทฤษฎีความรู้เกี่ยวกับการรู้คิดของตนเอง (Metacognition) เป็นมิติหนึ่งของการคิด
มีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการคิด มีความสามารถในการในการควบคุมการคิดและประเมินการคิด
ของตนเอง หรือกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้แต่ละคนควบคุมกํากับกระบวนการทางปัญญา
ของตนได้เมตาคอกนิชันจึงเป็นองค์ประกอบสําคัญของการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์ปัญหาที่ 5
2. คุณจะนําหลักการดังกล่าวไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ในสภาพจริงอย่างไร อธิบายเชิง
หลักการ ทฤษฎี พร้อมทั้งผลที่มีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไรบ้าง
เมื่อครูผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิด กระบวนการคิด เพื่อใช้ในการกําหนดปัญหา หาวิธีการ
แก้ปัญหาอย่างหลากหลายจึงควรต้องพัฒนาเมตาคอกนิชัน ในการพัฒนาเมตาคอกนิชันจะต้อง มีการ
เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมหรือความรู้เท่าที่มีอยู่ เลือกยุทธวิธีการคิดอย่างพิถีพิถันรอบครอบ วางแผน
กํากับหรือตรวจสอบและประเมินกระบวนการคิด ซึ่งในการพัฒนาเมตาคอกนิชันหรือการพัฒนาพฤติกรรม
การควบคุมและประเมินการคิดพอแบ่งได้เป็นขั้นตอน ดังนี้
1. ระบุว่าเรารู้อะไรไม่รู้อะไรโดยการฝึกเขียนให้ชัดเจน
2. อภิปรายเกี่ยวกับกระบวนการคิดของตน
3. บันทึกวิธีคิด ข้อควรระวัง ความยากลําบาก
4. วางแผนกํากับการเรียนด้วยตนเอง
5. สรุปกระบวนการคิดเมื่อทํากิจกรรมเสร็จ
6. ประเมินผลการคิดของตนเอง
สถานการณ์ปัญหาที่ 5
Thank you!
Contact Address:
Prof. Somchai Doe
Tel:
Email:
www.kku.ac.th

Problem 8 11

  • 1.
    นางสาวชลธิชา มายอด 565050039-9 นางสาวนิโลบลมีชัย 565050042-0 นางสาวอุทัยวรรณ นสสัยกล้า 565050051-9 นางสาวพิมลวรรณ ร่มวาปี 565050046-2
  • 2.
    ครูสุขสวรรค์ สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ม.ต้น ได้กําหนดงานเพื่อให้นักเรียนชั้นม.1 และ ม.3 ประมวลความรู้วิชาวิทยาศาสตร์ใน เรื่องที่สนใจ โดยประดิษฐ์ เป็นผลงานขึ้นมาหนึ่งอย่าง ให้แบ่งกลุ่มเป็น 3 คน นําเสนอหัวข้อที่จะทํา กําหนดสมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และออกแบบ การดําเนินงาน ให้เป็นขั้นตอน รวมทั้งงบประมาณที่ใช้ ระยะเวลา ระบุวิธีการ ดําเนินการ และสรุปผลการทดลอง โดยให้นําเสนอผลงานและข้อค้นพบในท้ายเทอม และจัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงานในโรงเรียนด้วย และจะต้องมีการรายงานความ คืบหน้ากับครูเป็นระยะ ซึ่งผิดกับครูอภิชัยที่ให้เฉพาะ ม.3 ทําโครงงานโดยคิดว่า ม.1 ยังไม่พร้อมที่จะทําโครงงานดังกล่าว สถานการณ์ปัญหาที่ 1
  • 3.
    สถานการณ์ปัญหาที่ 1 1. หากท่านเป็นศึกษานิเทศก์ที่เข้ามาประเมินโรงเรียนแห่งนี้ท่านคิดว่าแนวทางการจัดการ เรียนรู้ของครูสุขสรรค์และครูอภิชัยสอดคล้องกับทฤษฎีใด จงอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีดังกล่าว ให้ละเอียด พร้อมยกตัวอย่างในการนําทฤษฎีมาใช้ ครูสุขสรรค์ ใช้ทฤษฎีกาค้นพบแบบบรูเนอร์ เน้นความรู้ความเข้าใจ โดยมีลําดับขั้นตอน คือขั้นที่1พัฒนา โดยการกระทํา เกิดจากการสัมผัส เกิดกับวัยแรกเกิดถึง 2ขวบ ขั้นที่ 2 เป็นพัฒนาการทางความคิด จินตนาการ มองเห็นจดจํา ขั้นที่3 เป็นการถ่ายทอด การคิดเชิงซับซ้อน ใช้ภาษา สัญลักษณ์ คล้ายกับทฤษฎี ของเพียเจต์ในขั้นที่ 3-4 ตัวอย่างการสอนของครูสุขสรรค์ใช้หลักการให้เด็กชั้นม.1-3 ทําโครงงาน โดยมี กระบวนการ วางแผน ออกแบบ ลงมือทํา กําหนดสมมุติฐาน สรุปผล ละนําเสนอ ซึ่งในช่วงอายุของเด็กใน วัยนี้ ใกล้เคียงกัน สามารถเรียนรู้ไปได้พร้อมกัน
  • 4.
    สถานการณ์ปัญหาที่ 1 ครูอภิชัย ได้ใช้ทฤษฎีเชาปัญญาแบบเพียเจต์เน้นการจัดรวบรวมข้อมูลภายในผู้เรียนให้ เป็นระเบียบ มีแบบแผน ขั้นตอน รวมไปถึงมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมให้อยู่ใน สภาพที่สมดุล การปรับตัวนี้ อาจจะเกิดจากการที่เด็กมีการซึมซับดูดซึมจากสิ่งแวดล้อม รอบตัว เกิดการเรียนรู้จดจําแล้วจึงเกิดประสบการณ์นําไปสู่การสร้างปัญญา ส่วนการปรับ โครงสร้างการปัญญาคือเปลี่ยนโครงการสร้างปัญญาแบบเดิมให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือ สอดคล้องวัยของผู้เรียน ยกตัวอย่างการสอนของครูอภิชัย ที่ไม่ให้เด็กม.1ทําโครงงานเพราะ เห็นว่า เด็กในวัยนี้ยังไม่เหมาะที่จะทําการเรียนรู้แบบโครงสร้าง ควรมีการเรียนการสอน แบบตามขั้นตอนตามวัยของผู้เรียน ซึ่งต้องคํานึงถึงวัย วุฒิภาวะของผู้เรียน
  • 5.
    2. จงวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการสอนของครูสุขสวรรค์และครูอภิชัย โดยอาศัย ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยมมาอธิบายว่ามีข้อดีและข้อจํากัดในการนําไปใช้อย่างไร บ้าง สถานการณ์ปัญหาที่ 1 กรณีศึกษา ข้อดี ข้อเสีย ครูสุขสวรรค์ 1.ครูสุขสวรรค์เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ไม่ ช่วงจํากัดวัย 1.นักเรียนมีพื้นฐานความรู้ที่ไม่เท่ากัน 2.ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดอย่างอิสระ 2.เนื้อหาที่เรียนไม่เหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน 3.นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ครูอภิชัย 1.กระบวนการเรียนรู้เหมาะสมกับวัยผู้เรียน 2.ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดอย่างอิสระ
  • 6.
    ถ้าคุณเป็นคณะผู้บริหารของโรงเรียน ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ระดับอนุบาล ไปจนกระทั่งถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายโดย คุณต้องการที่จะจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับเด็กในแต่ละวัย เช่น เด็กวัย เตรียมอนุบาล เป็นวัยที่การเรียนรู้เกิดจากการได้สัมผัส เด็กวัยอนุบาลจะ สามารถเรียนรู้ได้จากสัญลักษณ์ แทนวัตถุสิ่งของต่างๆ เป็นต้น เพื่อเป็น นโยบายในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนต่อไป สถานการณ์ปัญหาที่ 2
  • 7.
    1. ท่านจะนําหลักการของทฤษฎีใดมาใช้ให้เหมาะสมกับการจัดหลักสูตรของ โรงเรียนนี้ จงอธิบายหลักการสําคัญของทฤษฎีที่ท่านเลือกใช้มาพอสังเขป เลือกหลักโดยทฤษฎีนี้จะสนับสนุนการพัฒนาการตั้งแต่ทารกถึงวัยรุ่นซึ่งการพัฒนา เชาว์ปัญญาจะประกอบด้วยการดูดซึมหรือซึมซาบเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และ การปรับโครงสร้างทางปัญญา โดยทฤษฎีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของเพียเจต์มี ลําดับขั้นตอน 4 ขั้น ซึ่งทั้ง 4 ขั้นอยู่ในช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ ทารก – 12 ปี ขึ้นไป ก็จะ สอดคล้องกับการเรียนการสอนในระดับ เตรียมอนุบาล – ม.ปลาย ได้เช่นกัน สถานการณ์ปัญหาที่ 2
  • 8.
    2. จงวิเคราะห์ความแตกต่างของพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบมาพอเข้าใจ 1. Sensorimotor Stage แรกเกิด – 2 ขวบ ซึ่งนั่นก็คือ ระดับเตรียมอนุบาลจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย 2. Preoperational Stage 18 เดือน – 2 ปี เป็นช่วงคาบเกี่ยวตั้งแต่ เตรียมอนุบาล – อนุบาล จะเริ่มใช้สัญลักษณ์ มีพัฒนาการทางด้านภาษา เริ่มพูดเป็นประโยค เรียนรู้คําต่างๆ เพิ่มขึ้น 3. Concrete Operations Stage 7- 11 ปี จะเริ่มมีกฎเกณฑ์แบ่งจัดสรรสิ่งแวดล้อมเป็นหมวดหมู่ โดยใช้เกณฑ์หลายอย่างไม่ขึ้นกับเฉพาะรูปร่างเท่านั้น 4. Formal Operations Stage 12 ปี ขึ้นไป จะสามารถคิดค้นหาเหตุผลได้นอกเหนือจากข้อมูลที่มีอยู่เริ่ม ที่จะคิดตั้งสมมติฐานแลทฤษฎี คิดนอกเหนือไปจากสิ่งปัจจุบัน และพอใจที่จะพิจารณาสิ่งที่ไม่มีตัวตน / นามธรรม สถานการณ์ปัญหาที่ 2
  • 9.
    3. ท่านจะแนะนําแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้อง กับระดับพัฒนาการของผู้เรียนอย่างไร เพื่อให้ครูผู้สอนเข้าใจ การจัดการเรียนรู้ในระดับตั้งแต่เตรียมอนุบาล– ม.ปลาย จะต้องจัดแบ่งหมวดหมู่ กลุ่ม ระดับพัฒนาการให้ชัดเจน เพื่อสะดวกต่อการจัดการเรียนการสอน และครูผู้สอนต้องเป็น ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่มพัฒนาการ และมีพื้นฐานทางทางด้านทฤษฎีพัฒนาการของเด็กด้วย จึงจะสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจมีการจัดการอบรมความรู้ทางด้านพัฒนาการ ของผู้เรียน และควรสร้างโอกาสให้ครูได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างเต็มที่ สนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ครูผู้สอนได้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ สถานการณ์ปัญหาที่ 2
  • 10.
    ท่านได้รับมอบหมายจากผู้บริหาร ให้นิเทศก์ติดตามการสอนของครูหมวด วิทยาศาสตร์ โดยในชั่วโมงการสอนเรื่องพืชของครูสรยุทธ์ พบว่า จะสอนโดยวิธีการบรรยาย เขียนกระดานดํา และให้นักเรียนดูหนังสือตาม โดย จะ พูดแต่เนื้อหาไม่บอกสาระสําคัญ ไม่มีการแจ้งจุดประสงค์และโครงเรื่องก่อน ทํา ให้ยากต่อการทําความเข้าใจ ชั่วโมงต่อมาครูสรยุทธ์ก็ได้สอนเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้น และลองถามให้นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนมา นักเรียนไม่สามารถที่จะ อธิบายได้ขาดกรอบในการนําเสนอ และนักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ในเนื้อหาที่เรียนผ่านมาแล้วได้กับเนื้อหาใหม่ๆ ที่สอน สถานการณ์ปัญหาที่ 3
  • 11.
    1. จงวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทําให้นักเรียนไม่สามารถ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาได้ - ครูผู้สอนไม่อธิบายสิ่งที่จะต้องเรียนสาระสําคัญของ เรื่องที่จะเรียนให้ผู้เรียนเข้าใจ - ไม่มีการเชื่องโยงระหว่างความรู้เดิมและความรู้ใหม่ ทําให้ผู้เรียนไม่เข้าใจเนื้อหาที่จะเรียนต่อไป - ครูผู้สอนไม่ได้สอนให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด สถานการณ์ปัญหาที่ 3
  • 12.
    2. ท่านจงลองนําเสนอวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนดังกล่าวโดยอาศัย หลักการและทฤษฎีทางพุทธปัญญานิยม มาอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ประกอบด้วย เสนอทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของออซูเบล เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมี ความหมายจากการสอนหรือบรรยายของครู โดยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ที่มีมาก่อนกับ ข้อมูลใหม่ หรือความคิดรวบยอดใหม่ ที่จะต้องเรียน จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายที่ไม่ ต้องท่องจํา หลักการทั่วไปที่นํามาใช้คือ - การจัด เรียบเรียง ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้เรียนรู้ ออกเป็นหมวดหมู่ - นําเสนอกรอบ หลักการกว้างๆ ก่อนที่จะให้เรียนรู้ในเรื่องใหม่ - แบ่งบทเรียนเป็นหัวข้อที่สําคัญ และบอกให้ทราบเกี่ยวกับหัวข้อสําคัญ ตัวอย่างเช่น นักเรียนเคยเรียนเรื่อง สัตว์มีขา 6 ขา จัดอยู่ในกลุ่ม แมลง ข้อมูลใหม่ที่จะได้เรียน แมลงสาบ แมลงวัน ตั๊กแตน ฯลฯ มี 6 ขา การเรียนรู้โดยการรับอย่างมีความหมาย แมลงวัน ตั๊กแตน ฯลฯ เป็นสัตว์ที่มี 6 ขา จัดอยู่ในกลุ่ม แมลง สถานการณ์ปัญหาที่ 3
  • 13.
    ในชั่วโมงสอนวิชาเคมีของครูทักษิณตอนนี้กําลังประสบปัญหาเกี่ยวกับ การสอน คือ เวลาสอนเนื้อหาในชั่วโมงเรียนนักเรียนจะมีความ เข้าใจ และจําได้เมื่อถามคําถาม หรือให้ออกไปแสดงวิธีทําหน้าชั้นเรียนก็ สามารถทําได้ถูกต้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เช่นในวันรุ่งขึ้น เมื่อกลับมาถาม หรือให้แสดงวิธีทําปรากฏว่าจะตอบไม่ถูก หรือแสดงวิธีทําได้เพียง บางส่วน ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุทางเคมียิ่งจําไม่ได้ ในฐานะที่ท่าน เป็นนักเทคโนโลยีทางการศึกษา ลองพิจารณาหาทาง ช่วยครูทักษิณแก้ปัญหาดังกล่าว สถานการณ์ปัญหาที่ 4
  • 14.
    1. จงวิเคราะห์ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะนําทฤษฎีใดในกลุ่มพุทธิปัญญานิยมมาใช้แก้ปัญหา พร้อมทั้ง อธิบายหลักการทฤษฎีที่ใช้อย่างละเอียด เลือกทฤษฎีประมวลผลสารสนเทศเป็นทฤษฎีที่พยายามอธิบายให้เข้าใจว่า มนุษย์จะมีวิธีการ รับข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้ใหม่อย่างไร เมื่อรับมาแล้วจะมีวิธีการประมวลข้อมูล บันทึกไว้ใน ความจําระยะสั้น เมื่อต้องการรักษาข้อมูลไว้ในความจําระยะสั้นให้ช่วงเวลายาวขึ้น นําไปเก็บไว้ใน ความจําระยะยาวเพื่อให้สามารถดึงความรู้นั้นมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นผลที่ทําให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี สถานการณ์ปัญหาที่ 4
  • 15.
    2. หากคุณพบปัญหาในการเรียนการสอนในวิชาที่คุณสอนเอง คุณจะนําหลักการหรือทฤษฎีเดียวกับครูทักษิณ ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรจงอธิบายขั้นตอนและยกตัวอย่างประกอบ ผู้สอนควรพยายามสร้างสะพานที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้มาก่อนกับสิ่งที่ จะเรียนรู้ใหม่ โดยวิธีการต่างๆที่กล่าวมาแล้ว เช่น การทบทวน การทําซํ้าๆ(Rehearsal) การเรียบเรียงและรวบรวม (Organize) การขยายความ หรือขยายความคิด(Elaborate) เป็นต้น และจัดสิ่งเร้าในการเรียนรู้ให้ตรงกับความ สนใจของผู้เรียน เพราะจะช่วยให้ผู้เรียนใส่ใจและรับรู้สิ่งนั้น เช่น การเรียนเรื่องรูปร่างลักษณะของจํานวนศูนย์0 ของเด็กระดับอนุบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ถ้าผู้สอนช่วยเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้จัก รูปร่างของศูนย์0 กับสิ่งที่ผู้เรียนเคยรู้จัก เช่น ไข่ ลูกโป่ง ลูก ปิงปอง หรืออื่นๆที่ผู้เรียนเคยรู้จักมาก่อน อาจจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น สถานการณ์ปัญหาที่ 4
  • 16.
    สถานการณ์ปัญหาที่ 5 ณ โรงเรียนบ้านหนองขี้กวงประชานุเคราะห์ ในการเรียนการสอนของครูปารวีมี เหตุการณ์เป็นดังนี้ ชั่วโมงการสอนของครูปารวี ซึ่งสอนเรื่องสถิติ ครูปารวีสอนวิธีหาค่าเฉลี่ยแล้วให้ นักเรียนกลับไปทําเป็นการบ้าน เด็กชายสุวัฒน์ เป็นเด็กที่ขยัน ถ้าหากมีเวลาว่างเขาจะ หยิบสมุดการบ้านขึ้นมาทํา พออ่านโจทย์แล้ว สุวัฒน์ก็รู้ทันทีว่าเขาจะแก้โจทย์ข้อนี้ได้ อย่างไร เพราะพอจะเข้าใจจากที่อาจารย์สอน แต่พอลองแทนค่าในสมการแล้วสุวัฒน์ก็ยัง ไม่ได้คําตอบ สุวัฒน์จึงทบทวนอ่านโจทย์ใหม่อีกครั้ง เขาถึงรู้ว่าโจทย์ข้อนี้ซับซ้อนกว่าที่ เขาเรียนมา เขาจึงต้องศึกษาเพิ่มเติมและหาวิธีการแก้โจทย์จากหนังสือคู่มือหลายๆ เล่ม แล้วเลือกวิธีที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่เขาเข้าใจมากที่สุด มาใช้แก้โจทย์ข้อนี้ จนได้ คําตอบ แล้วทําการตรวจทานคําตอบอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ
  • 17.
    1. จากกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาของเด็กชายสุวัฒน์คุณคิดว่าสอดคล้องกับทฤษฎีใดจง ชี้ให้เห็นถึงความสอดคล้องดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างประกอบ เลือกทฤษฎีความรู้เกี่ยวกับการรู้คิดของตนเอง(Metacognition) เป็นมิติหนึ่งของการคิด มีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการคิด มีความสามารถในการในการควบคุมการคิดและประเมินการคิด ของตนเอง หรือกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้แต่ละคนควบคุมกํากับกระบวนการทางปัญญา ของตนได้เมตาคอกนิชันจึงเป็นองค์ประกอบสําคัญของการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์ปัญหาที่ 5
  • 18.
    2. คุณจะนําหลักการดังกล่าวไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ในสภาพจริงอย่างไร อธิบายเชิง หลักการทฤษฎี พร้อมทั้งผลที่มีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไรบ้าง เมื่อครูผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิด กระบวนการคิด เพื่อใช้ในการกําหนดปัญหา หาวิธีการ แก้ปัญหาอย่างหลากหลายจึงควรต้องพัฒนาเมตาคอกนิชัน ในการพัฒนาเมตาคอกนิชันจะต้อง มีการ เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมหรือความรู้เท่าที่มีอยู่ เลือกยุทธวิธีการคิดอย่างพิถีพิถันรอบครอบ วางแผน กํากับหรือตรวจสอบและประเมินกระบวนการคิด ซึ่งในการพัฒนาเมตาคอกนิชันหรือการพัฒนาพฤติกรรม การควบคุมและประเมินการคิดพอแบ่งได้เป็นขั้นตอน ดังนี้ 1. ระบุว่าเรารู้อะไรไม่รู้อะไรโดยการฝึกเขียนให้ชัดเจน 2. อภิปรายเกี่ยวกับกระบวนการคิดของตน 3. บันทึกวิธีคิด ข้อควรระวัง ความยากลําบาก 4. วางแผนกํากับการเรียนด้วยตนเอง 5. สรุปกระบวนการคิดเมื่อทํากิจกรรมเสร็จ 6. ประเมินผลการคิดของตนเอง สถานการณ์ปัญหาที่ 5
  • 19.
    Thank you! Contact Address: Prof.Somchai Doe Tel: Email: www.kku.ac.th