เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ
คณะผู้จัดทำ
เด็กหญิง รุจิรำ มีชิน เลขที่ 35
เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน เลขที่ 48
เด็กหญิง นภสร จันทำตีด เลขที่ 50
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2/1
เสนอ
คุณครู อุไร ทองดี
เอกสำรเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรำยวิชำกำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2)
ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2556
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี
โรงเรียนชุมแพศึกษำ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 25
กระทรวงศึกษำธิกำร
ชื่อเรื่องการศึกษาค้นคว้า มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ
ชื่อผู้ศึกษาค้นคว้า เด็กหญิง รุจิรำ มีชิน
เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน
เด็กหญิง นภสร จันทำตีด
ชื่อครูที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้า คุณครู อุไร ทองดี
ระดับชั้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2/1
โรงเรียน ชุมแพศึกษำ
ปีการศึกษาที่ค้นคว้า 2556
บทคัดย่อ
กำรศึกษำค้นคว้ำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ นั้น จัดทำขึ้นเพื่อศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆ
ของกล้วยต่อจำกกำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้(IS1) เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆของกล้วยให้มีควำมรู้มำกยิ่งขึ้น 2.
เพื่อศึกษำประโยชน์ของกล้วยว่ำมีประโยชน์อย่ำงไร 3.
เพื่อเผยแพร่ให้ประชำชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องรำวต่ำงๆของกล้วยมำกขึ้นและนำควำมรู้ไปปรับใช้ในชี
วิตประจำวันได้
ทำงคณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลโดยกำรสืบค้นหำควำมรู้ในหลำยๆ ด้ำน
ทั้งกำรค้นหำในเว็บไซต์ต่ำงๆ หนังสือที่เกี่ยวข้อง และกำรแสดงควำมคิดเห็นจำกเพื่อนๆ ชั้นม. 2/1
ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ได้รับควำมรู้ต่ำงๆ
ซึ่งเกี่ยวกับกล้วยมำกมำยทั้งควำมหมำยและลักษณะของกล้วย ถิ่นกำเนิดของกล้วย
สำยพันธุ์ของกล้วย ประโยชน์ของกล้วย คุณค่ำทำงอำหำรและประโยชน์ของกำรกินกล้วย
ซึ่งได้ข้อมูลดังนี้ คือ กล้วยเป็นพืชพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa
บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่
ก้ำนใบเป็นกำบยำวหุ้มซ้อนเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็นปลี มีลูกเป็นหวีๆ เรียกว่ำเครือ
กล้วยมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชียตอนใต้
จำกกำรอพยพประชำกรจำกเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกำะในมหำสมุทรแปซิฟิก
สำหรับประวัติกล้วยในประเทศไทยเข้ำใจว่ำเป็นแหล่งกำเนิดของกล้วยป่ำและต่อมำได้มีกำรนำเข้ำ
กล้วยตำนี ในช่วงที่มีกำรอพยพของคนไทยในกำรตั้งถิ่นฐำนอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กล้วยนั้นมี 200-
300 ชนิด แต่ประเทศไทยแบ่งออกเป็น5 ชนิด คือ 1. กล้วยป่ำออร์นำตำ 2. กล้วยป่ำอะคิวมินำตำ 3.
กล้วยในสำยพันธุ์อะคิวมินำตำคัลทิฟำร์ 4. กล้วยป่ำบำลบิเชียน่ำ และ 5.
กล้วยลูกผสมอะคิวมินำตำกับบำลบิเชียน่ำ กล้วยมีประโยชน์มำกมำย เช่น กล้วยใช้เพื่อห่ออำหำรได้
ทำพำนบำยสี ใช้ทำเป็นของเล่น นำมำประกอบอำหำร
และกล้วยยังมีคุณค่ำทำงอำหำรมำกมำยซึ่งมีมำกกว่ำผลไม้หลำยชนิด
และสำมำรถกินกล้วยเพื่อบรรเทำโรคต่ำงๆ ได้อีกด้วย โดยจำกข้อมูลที่ได้สำมำรถทำให้เพื่อนๆ
ชั้นม.2/1
และผู้ที่สนใจได้รับควำมรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วยและนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อประกอบอำชี
พหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
สารบัญ
บทที่ หน้ำ
1 บทนำ………………………………………………………………………………………….1
ที่มำและควำมสำคัญ……………………………………………………………………1
สมมุติฐำนของกำรศึกษำค้นคว้ำ………………………………………………………..1
วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………...1
ขอบเขตของกำรศึกษำ…………………………………………………………………..2
ผลที่คำดว่ำจะได้รับ……………………………………………………………………..2
2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………………………………..3
ควำมหมำยและลักษณะทั่วไปของกล้วย……………………………………………….3
ประโยชน์ของกล้วย……………………………………………………………………4
คุณประโยชน์ของกล้วย………………………………………………………4
คุณค่ำทำงอำหำรและ…………………………………………………….......4
ประโยชน์ของกำรกินกล้วยของกล้วย
ถิ่นกำเนิดของกล้วย……………………………………………………………………7
สำยพันธุ์ของกล้วย…………………………………………………………………….7
งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………….9
3 วิธีกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………………….12
วัสดุ อุปกรณ์และโปรมแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………….12
วิธีกำรดำเนินงำกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………...12
4 ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ….……………………………………………………………………….14
ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ……………..……………………………………………………..14
5 สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำ และข้อเสนอแนะ……………………………………………….15
กำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ…....………………………………………………………15
วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………15
วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ………………………………...15
สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………15
ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………16
ข้อเสนอแนะทั่วไป……………………………………………………………16
ปัญหำ อุปสรรคและแนวทำงในกำรศึกษำ…………………………………….16
บรรณำนุกรม…………………………………………………………………………...18
ภำคผนวก……………………………………………………………………………….19
กำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1)
เอกสำรประกอบกำรสอน รำยวิชำ กำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2)
ภำพประกอบกำรทำกำรศึกษำค้นคว้ำ
ประวัติของผู้ศึกษำค้นคว้ำ………………………………………………………………20
สารบัญรูปภาพ
ภำพที่ หน้ำ
ภำพที่ 1 รูปกล้วย………………………………………………………………………………...2
ภำพที่ 2 รูปกล้วยที่ถูกแปรรูปเป็นอำหำร………………………………………………………..5
ภำพที่ 3 รูปกล้วย………………………………………………………………………………..11
ภำพที่ 4 รูปคอมพิวเตอร์………………………………………………………………………...13
ภำพที่ 5 รูปกล้วย………………………………………………………………………………..14
ภำพที่ 6 รูปคอมพิวเตอร์…………………………………………………………………………17
บทที่1
บทนำ
ที่มำและควำมสำคัญ
กล้วยเป็นพืชในท้องถิ่นไทยที่สามารถพบเห็นได้ง่าย
และยังมีคุณประโยชน์มากมายแต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าภายใต้ต้นกล้วยนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง
กล้วยเป็นพืชที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถนาส่วนต่างๆ
มาประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวาน นามาทาเป็นของใช้ก็ได้
หรือแม้นามาทาเป็นของเล่นของเด็กๆ ก็ยังได้ อีกทั้งผลของกล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย
ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงต้องการที่จะศึกษาเรื่องราวของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะได้นาความรู้เรื่องของกล้วยไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน
และยังสามารถนาไปเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดจากพืชในท้องถิ่นธรรมด
าๆ ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเราอีกด้วย
วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ
1. เพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น
2. เพื่อศึกษาประโยชน์ของกล้วยว่ามีประโยชน์อย่างไร
3.
เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของกล้วยมากขึ้นและนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิ
ตประจาวันได้
สมมุติฐำนของกำรศึกษำค้นคว้ำ
1. กล้วยสามารถใช้ประกอบอาหารได้
2. กล้วยสามารถนามาทาเป็นของใช้ได้
3. กล้วยสามารถนามาทาเป็นของเล่นให้เด็กๆได้
4. กล้วยสามารถนามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์OTOP เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้
ขอบเขตของกำรศึกษำค้นคว้ำ
1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
- ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ต่างๆของกล้วยว่าสามารถนามาทาอะไรได้บ้าง
- ศึกษาเกี่ยวกับถิ่นกาเนิดของกล้วย
2. ด้านสถานที่ศึกษา
- โรงเรียน ชุมแพศึกษา
โดยศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ตและการแสดงความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ม.2/1
3. ระยะเวลาในการค้นษา
- ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
ผลที่คำดว่ำจะได้รับ
1. ผู้ศึกษามีความรู้เกี่ยวกับกล้วยมากขึ้น
2. ผู้ที่ศึกษาได้รู้ถึงประโยชน์ของกล้วย
3.
สามารถนาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันและพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในการศึกษาเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ
คณะผู้จัดทาได้ศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลจากเอกสารต่างๆ ซึ่งจะนาเสนอ ดังนี้
1. ความหมายและลักษณะทั่วไปของกล้วย
2. ประโยชน์ของกล้วย
2.1 คุณประโยชน์ของกล้วย
2.2 คุณค่าทางอาหารของกล้วย
3. ถิ่นกาเนิดของกล้วย
4. สายพันธุ์ของกล้วย
5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1. ความหมายและลักษณะทั่วไปของกล้วย
กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa มีหลำยชนิดในสกุล
บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่
ก้ำนใบตอนล่ำงเป็นกำบยำวหุ้มห่อซ้อนกันเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็น ปลี
และมักยำวเป็นงวง มีลูกเป็นหวี ๆ รวมเรียกว่ำ เครือ พืชบำงชนิดมีลำต้นคล้ำยปำล์ม
ออกใบเรียงกันเป็นแถวทำนองพัดคลี่ คล้ำยใบกล้วย เช่น กล้วยพัด (Ravenalamadagascariensis)
ทว่ำควำมจริงแล้วเป็นพืชในสกุลอื่น ที่มิใช่ทั้งปำล์มและกล้วย
ลักษณะทั่วไปของกล้วย เป็นไม้ผล ลาต้น เกิดจากกาบหุ้มซ้อนกัน สูงประมาณ 2 – 5
เมตร เป็นใบเดี่ยว เกิดกระจายส่วนปลายของลาต้นเวียนสลับซ้ายขวาต่างระนาบกัน ก้านใบยาว
แผ่นใบกว้าง เส้นของใบขนานกัน ปลายใบมน มีติ่ง ผิวใบเรียบลื่น
ใบมีสีเขียวด้านล่างมีไขนวลหรือแป้ งปกคลุม เส้นและขอบใบเรียบ
ขนาดและความยาวของใบขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ ดอกจะห้อยลงมายาวประมาณ 60 – 130 ซม.
ซึ่งเรียกว่าหัวปลี ตามช่อจะมีกาบหุ้มสีแดงเป็นรูปกลมรี ยาว 15 – 30 ซม.
ช่อดอกมีเจริญก็จะกลายเป็นผล ผล เป็นผลสดจะประกอบด้วยหวีกล้วย เครือละ 7 – 8 หวี
แต่ละหวีมีกล้วยอยู่ประมาณ 10 กว่าลูก
ขนาดและสีของกล้วยจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของแต่ละพันธุ์
บางชนิดมีผลสีเขียว , เหลือง , แดง แต่ละต้นให้ผลครั้งเดี่ยวเท่านั้น เมล็ด มีลักษณะกลมขรุขระ
เปลือกหุ้มเมล็ดมีสีดา หนาเหนียวเนื้อในเมล็ดมีสีขาว กล้วยขยายพันธุ์ ด้วยการแยกหน่อ
หรือแยกเหง้า มีรสชาติฝาด
2. ประโยชน์ของกล้วย
1. กล้วยก็สามารถนามาทาเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ
โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านบนผิว วิธีง่ายๆ
เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้าผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน
แล้วนามาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
2. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้
ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
3. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้
โดยใช้เปลือกกล้วยวางปดลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปแปะไว้
4. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อ ที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน
แต่ยังไงก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย
5. สรรพคุณกล้วย ยางกล้วยสามารถใช้ในการห้ามเลือดได้
6. ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตาให้แหลกเสียก่อน
7. ใบอ่อนของกล้วย หากนาไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
8. หัวปลี นามารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้าตาลในเลือด
และบารุงและขับน้านมสาหรับมารดาหลังคลอดบุตร
9. ผลดิบนามาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้าสะอาด
รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
10. ใบตอง อีกส่วนที่นามาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น กระทง
ห่อขนม ห่ออาหาร ทาบายศรี บวงสรวงต่างๆ
2.1 คุณประโยชน์และคุณค่ำทำงอำหำรของกล้วยของกล้วย
กล้วย (Banana) ที่นิยมรับประทานกันในบ้านเรานั้นมีอยู่หลากหลายสานพันธุ์ เช่น
กล้วยหอมกล้วยน้าว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุม เป็นต้น
แต่สาหรับต่างชาติแล้วกล้วยที่นิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล้วยหอม
เนื่องจากกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์
ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์แล้วมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุชัดเจนว่าการรับประทานกล้วยแค่ 2
ลูกจะช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกาลังกายถึง 90 นาทีเลยทีเดียว!
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยน้าตาลจากธรรมชาติรวมถึง 3 ชนิดเลยทีเดียวนั่นก็คือ ซูโครส กลูโคส
และฟรุคโทส ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายนั่นเอง
นอกจากนี้แล้วในกล้วยยังอุดมไปด้วยเส้นใยและกากอาหาร
และยังวิตามินและแร่ธาตุนาๆชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เช่นธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิ
ตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี เป็นต้น
ผลไม้อย่างแอปเปิ้ลที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีประโยชน์ก็ยังแพ้กล้วย
เพราะว่าในกล้วยนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 2 เท่า
โดยมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่าด้วยกัน!!
โดยการกินกล้วยจะให้ดีที่สุดคือกินตอนเช้าเพื่อจะช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทางานได้ดี
และการกินกล้วยทุกวันวันละ 2 ผลถือเป็นสิ่งที่ดีและวิเศษมากๆ จะกล้วยหอม กล้วยไข่
กล้วยน้าว้าก็ได้ทั้งนั้น
คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม
 พลังงาน 89 กิโลแคลอรี
 คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม
 น้าตาล 12.23 กรัม
 เส้นใย 2.6 กรัม
 ไขมัน 0.33 กรัม
 โปรตีน 1.09 กรัม
 วิตามินบี1 0.031 มิลลิกรัม 3%
 วิตามินบี2 0.073 มิลลิกรัม 6%
 วิตามินบี3 0.665 มิลลิกรัม 4%
 วิตามินบี5 0.334 มิลลิกรัม 7%
 วิตามินบี6 0.4 มิลลิกรัม 31%
 วิตามินบี9 20 ไมโครกรัม 5%
 โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2%
 วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%
 ธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%
 ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%
 ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%
 ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%
 โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%
 ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
 ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%
 ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม
(ร้อยละของปริมาณแนะนาที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสาหรับผู้ใหญ่
(ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
2.2 ประโยชน์ของกำรกินกล้วย
1. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง
แต่ทั้งนี้ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน
และถ้าเป็นกล้วยน้าว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
2. กล้วย ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
3. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่สาคัญและจาเป็นต่อร่างกาย เช่น
ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาโบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6
วิตามินบี12 และวิตามินซี
4. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง
เพราะมีสารที่ช่วยทาให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา
5. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
6. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้
เพราะช่วยปรับระดับน้าตาลในเลือกช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร
7. สาหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ กล้วยคือคาตออบสาหรับคุณ
8. อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน
9. ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจาเดือนมา
10. ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง
เพราะจะช่วยชดเชยน้าตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
11. เป็นตัวช่วยสาหรับผู้ที่ต้องการอยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี
บี6 บี12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
12. ช่วยรักษาอาการท้องผูก
เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
13. ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร หรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา
14. ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ
การกินกล้วยจะทาให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้
15. ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง
ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกาลัง
16. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้
17. ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้
18. สาหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆ
ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง
19. ช่วยรักษาแผลในลาไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง
ทาให้ไม่เกิดการละคายเคืองในผนังลาไส้และกระเพาะอาหารด้วย
20. ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด
เพราะกล้วยมีโปรตีนชิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือ
ฮอร์โมนแห่งความสุข จึงส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
21. ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้
22. ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้
23. กล้วย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง
3.ถิ่นกำเนิดของกล้วย
กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ถิ่นแรกของกล้วยจึงอยู่แถบเอเชียตอนใต้
ซึ่งจะพบกล้วยพื้นเมืองทั้งที่มีเมล็ดและไม่มีเมล็ด
และจากผลของการย้ายถิ่นฐานในการทามาหากิน
การอพยพประชากรจากเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ตั้งแต่ต้นคริสต์ศักราชเป็นต้นมา
ในการอพยพแต่ละครั้งจะต้องมีการนาเอาเสบียงอาหารติดตัวไปด้วย
จึงได้มีการนาเอากล้วยไปปลูกแถบหมู่เกาะฮาวายและหมู่เกาะทางด้านตะวันออกคาสิโน,คาสิโนอ
อนไลน์,บาคาร่า
สาหรับประวัติกล้วยในประเทศไทย
เข้าใจว่าประเทศไทยเป็นแหล่งกาเนิดของกล้วยป่าและต่อมาได้มีการนาเข้ากล้วยตานี
และกล้วยชนิดอื่นในช่วงที่มีการอพยพของคนไทยในการตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย
มีเอกสารกล่าวว่าในสมัยอยุธยาพบว่ามีกล้วยร้อยหวี
4.สำยพันธ์ของกล้วย
กล้วยทั่วโลกมีกล้วยอยู่ประมาณ 200-300
ชนิดสาหรับชนิดของกล้วยที่มีในประเทศไทยนั้นได้เก็บรวบรวมพันธุ์ไว้เมื่อปีพ.ศ.2524
ซึ่งแบ่งออกเป็น5 กลุ่มดังนี้
1. กล้วยป่าออร์นาตา ปลูกกันแถบภาคเหนือนิยมเรียก "กล้วยบัว"
หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "กล้วยป่า" (ลาปาง)
2.
กล้วยป่าอะคิวมินาตา กล้วยในกลุ่มนี้มีแพร่หลายในประเทศไทยแต่ละถิ่นอาจเรียกชื่อต่างกันเช่น
ที่จังหวัดสงขลาเรียก "กล้วยทอง" ที่จังหวัดแพร่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดลาปางเรียก "กล้วยแข"
3. กล้วยในสายพันธุ์อะคิวมินาตาคัลทิฟาร์ กล้วยในกลุ่มนี้มีหลายชนิดได้แก่
3.1
กล้วยเล็บมือนาง ปลูกกันมากในภาคใต้บางท้องถิ่นเช่นจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก
"กล้วยหมาก" จังหวัดพัทลุงเรียก "กล้วยทองหมาก" ส่วนจังหวัดนครสวรรค์เรียก
"กล้วยเล็บมือ"
3.2 กล้วยทองร่วง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยไข่ทองร่วง"
ที่จังหวัดสงขลาเรียก "ค่อมเบา"
3.3 กล้วยไข่ ปลูกกันทั่วไปที่จังหวัดสุรินทร์เรียก "เจ็กบง"
3.4 กล้วยหอม ปลูกในสวนหลังบ้านแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.5 กล้วยหอมทองสาน ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.6 กล้วยสา ปลูกกันมากภาคใต้
3.7 กล้วยนมสาว ปลูกกันมากภาคใต้
3.8 กล้วยลาย ปลูกกันมากภาคใต้
3.9 กล้วยทองกาบดา ปลูกกันมากภาคใต้เช่นกัน
3.10
กล้วยนาก กล้วยชนิดนี้มีการเรียกต่างกันหลายแห่งที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดแพร่เรียก
"กล้วยน้าครั่ง" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยกุ้ง" ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์เรียก
"กล้วยครั่ง"
3.11 กล้วยหอมทอง ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "หอมทอง"
นิยมรับประทานสดมากที่สุด
3.12
กล้วยหอมเขียว ที่จังหวัดแพร่เรียกกล้วยคร้าวจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก
"กล้วยเขียวคอหักหรือกล้วยเขียว" ส่วนที่จังหวัดพะเยาเรียก "กล้วยหอมคร้าว"
3.13 กล้วยกุ้งเขียว เป็นลูกผ่าเหล่าของกล้วยนากที่จังหวัดแพร่เรียก
"กล้วยหอมทอง"
3.14 กล้วยหอมค่อม ที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดอุบลราชธานีเรียก
"กล้วยเตี้ย" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก
3.15 กล้วยไข่บอง ที่จังหวัดนครราชสีมาเรียก "กล้วยไข่พระตะบอง"
3.16
กล้วยดอกไม้ เมื่อสุกผลจะเป็นสีทองจัดอยู่พวกเดียวกับกล้วยหอมทอง
4. กล้วยป่าบาลบิเชียน่า นิยมเรียก "กล้วยตานี"
มีแพร่หลายทั่วประเทศไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยพองลา"
ส่วนที่จังหวัดแพร่และจังหวัดลาปางเรียก "กล้วยป่า"
5. กล้วยลูกผสมอะคิวมินาตากับบาลบิเชียน่า กล้วยในกลุ่มนี้มีหลายชนิดได้แก่
5.1 กล้วยลังกา ที่จังหวัดพัทลุงเรียก "กล้วยจีน"
5.2 กล้วยเงิน เป็นกล้วยที่หาพันธุ์ยากมีเฉพาะที่จังหวัดสงขลา
5.3 กล้วยน้าพัด ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "กล้วยน้ากาบดา"
5.4 กล้วยทองเดช มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา
5.5 กล้วยนางนวล มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา
5.6 กล้วยไข่โบราณ มีเฉพาะที่จังหวัดตราดเป็นกล้วยที่หาพันธุ์ยากเช่นกัน
5.7 กล้วยน้า มีหลายถิ่นเรียกต่างกันที่จังหวัดนครนายกเรียก
"กล้วยหอมนางนวล" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยแก้ว"
จังหวัดสกลนายกและจังหวัดชัยภูมิเรียก "กล้วยหอม" จังหวัดยโสธรเรียก "กล้วยหอมเล็ก"
และที่จังหวัดกาฬสินธุ์เรียก "กล้วยหอมจันทร์"
5.8 กล้วยขม เป็นกล้วยที่มีรสขมเช่นเดียวกับชื่อปลูกมากที่ภาคใต้
5.9 กล้วยขมนาก ปลูกมากแภบภาถใต้
5.10
กล้วยร้อยหวีหรือกล้วยงวงช้าง ถิ่นกาเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียนิยมเป็นไม้ประดับ
5.11 กล้วยนมหมี ที่จังหวัดอ่างทองเรียก "กล้วยแหกคุก"
5.12
กล้วยปลวกนา มีการปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครนายกเรียก
"กล้วยน้าไทย" จังหวัดยโสธรเรียก "กล้วยส้ม" และจังหวัดอุบลราชธานีเรียก
"กล้วยทิพย์ใหญ่"
5.13 กล้วยน้าว้า ปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยที่จังหวัดแพร่เรียก
"กล้วยน้าว้าเหลือง" จังหวัดเชียงรายเรียก "กล้วยใต้"
5.14 กล้วยน้าว้าค่อม มีลักษณะแคระกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้า
5.15 กล้วยน้าว้าขาว เนื้อของผลมีสีขาวกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้า
กล้วยน้าว้าแดง เนื้อของผลมีสีแดงกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้าเช่นกันบางทีเรียกต่างกัน
ที่จังหวัดชัยภูมิเรียก "กล้วยอ่อง" จังหวัดนครสวรรค์เรียก "กล้วยสุกไสแดง"
ส่วนจังหวัดแพร่เรียก "กล้วยน้าว้าในออก"
5.16 กล้วยเทพรส ที่จังหวัดเชียงรายเรียก "กล้วยทิพย์คุ้ม"
5.17 กล้วยพญา มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา
5.18 กล้วยส้ม ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "กล้วยหักมุก"
5. งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
อาจารย์อรุณทรงมณี:
ได้มีการรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยบางกอกน้อยโดยอาจารย์คณะกสิกรรมและสัตวบาลหลวงสมา
นวรกิจอดีตคณบดีคณะกสิกรรมและสัตวบาลและศาสตราจารย์โชติสุวัตถิอดีตคณบดีคณะประมง
ได้ทาการรวบรวมและศึกษาในเรื่องของกล้วยรวมทั้งศาสตราจารย์อินทรีย์จันทรสถิตย์อดีตอธิการ
บดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้มีความสนใจในเรื่องพันธุ์ของกล้วยแต่ในการรวบรวมในครั้งนั้นไ
ม่มีรายงานที่ชัดเจนและพันธุ์ที่รวบรวมไว้ได้สูญหายไปในเวลาต่อมา
ศาสตราจารย์วัฒนาเสถียรสวัสดิ์และ ศาสตราจารย์ปวิณปุณศรี:ได้รับทุนสนับสนุ
นจากสภาวิจัยแห่งชาติในการรวบรวมพันธุ์กล้วยในประเทศไทยการรวบรวมในครั้งนั้นได้ประมาณ
125
สายพันธุ์รวมทั้งพันธุ์จากต่างประเทศด้วยพันธุ์ที่รวบรวมได้ ได้ปลูกไว้ที่สถานีฝึกนิสิตเกษตรปากช่
อง (สถานีวิจัยปากช่องในปัจจุบัน)
ต่อมาเนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์กล้วยส่วนใหญ่ได้สูญหายไปในการรวบรวมพันธุ์ครั้งนั้นได้ทาก
ารศึกษาถึงการปลูกระยะปลูกการให้ปุ๋ ยการปลูกพืชบังลมและการศึกษาอนุกรมวิธานของกล้วยโด
ยวิธีทางไซโตและสัณฐานวิทยาด้วย ปีพ.ศ. 2523 - 2526
เบญจมาศศิลาย้อยและฉลองชัยแบบประเสริฐแห่งภาควิชาพืชสวนได้รับทุนวิจัยจากIBPGR/FAO
ในการรวบรวมเชื้อพันธุกรรมกล้วยในประเทศไทยการรวบรวมพันธุ์ได้รวบรวมทั้งกล้วยป่าและกล้ว
ยปลูกตามแนวเขตเศรษฐกิจของประเทศได้323 สายพันธุ์และเมื่อทาการจาแนกชนิดแล้วพบว่ามี53
พันธุ์หลังจากนั้นได้มีผู้ช่วยทาการสารวจและรวบรวมเพิ่มขึ้นคือ กวิศร์วานิชกุลและกัลยาณีสุวิทวัส
จนกระทั่งปัจจุบันได้71 พันธุ์พันธุ์ที่รวบรวมได้ได้เก็บรักษาไว้ที่สถานีวิจัยปากช่อง อาเภอปากช่องจั
งหวัดนครราชสีมาและรวบรวมไว้โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ภาควิชาพืชสวนคณะเกษตรวิทยาเขต
บางเขน งานวิจัยในเรื่องกล้วยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากเรื่องการรวบรวมพันธุ์การ
จาแนกพันธุ์แล้วยังได้มีการทดลองนาเข้ากล้วยที่ขายในตลาดต่างประเทศเพื่อนามาทดลองปลูกใน
ประเทศไทยในการส่งเสริมให้มีการปลูกเพื่อส่งออกให้มากขึ้นในเรื่องของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้
วยพันธุ์ต่างๆ โดยการหาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับกล้วยพันธุ์ต่างๆเพื่อให้เกิดหน่อที่สมบูรณ์มากแ
ละเร็วการทดสอบและเปรียบเทียบศักยภาพของกล้วยพันธุ์การค้าที่ขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเลี้ย
งเนื้อเยื่อในแหล่งปลูกต่างๆในประเทศไทยการพัฒนาพันธุ์และการผลิตกล้วยหอมโดยวิธีเทคโนโล
ยีชีวภาพการชักนาให้เกิดแคลลัสในกล้วยการเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมกล้วยในสภาพปลอดเชื้อผลข
องยีโนมกล้วยที่มีต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยการศึกษาโครโมโซมของกล้วยลักษณะทางสัณฐา
นบางประการของกล้วยที่มีจานวนโครโมโซมต่างกัน คุณค่าทางอาหารของกล้วยได้มีการศึกษาคุ
ณค่าทางอาหารของกล้วยไม่ต่ากว่า10
พันธุ์มีการศึกษาสารที่มีประโยชน์จากเปลือกกล้วยการแปรรูปกล้วยให้เป็นอาหารที่เก็บได้นานเช่น
การทากล้วยตากกล้วยกวนท๊อฟฟี่กล้วยการบรรจุกระป๋ องเช่นกล้วยบวชชีกล้วยน้าว้าในน้าเชื่อมแ
กงเหลืองหยวกกล้วยซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานและส่งออกขายต่างประเทศได้อีกด้วยนอกจากนี้ได้มี
การแปรรูปกล้วยเป็นแป้ งกล้วย (banana flour) และกล้วยผง (banana powder)
การทาเครื่องดื่มจากกล้วยเช่นการทาน้ากล้วย (banana juice)
มีการทาไวน์กล้วยจากกล้วยหอมทองกล้วยหอมแกรนด์เนนกล้วยน้าว้าและกล้วยไข่ นอกจากการแ
ปรรูปจากผลผลิตแล้วได้มีการนาใบตองมาทาเป็นภาชนะทดแทนภาชนะพลาสติกและโฟมเพื่อใช้ใ
นการบรรจุอาหารชั่วคราวเพื่อลดปัญหาขยะและมลภาวะทางอากาศพบว่า ใบตองของกล้วยน้าว้า
ดาและกล้วยหอมเขียวให้คุณสมบัติดีและแข็งแรงส่วนลาต้นเทียมที่อยู่เหนือดินของกล้วยนามาทา
กระดาษประเภทกระดาษสาได้คุณภาพที่ดีในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์กล้วยได้ทดสอบความมีชีวิ
ตของละอองเกสรกล้วยเพื่อนาประโยชน์มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ พบว่าละอองเกสรกล้วยส่วนให
ญ่มีชีวิตสั้นและไม่ค่อยมีชีวิต ดังนั้นในการปรับปรุงพันธุ์ส่วนใหญ่จึงศึกษาในเรื่องของการปรับปรุง
พันธุ์ด้วยวิธีการชักนาให้เกิดการกลายพันธุ์ด้วยการใช้สารเคมี และรังสีโดยทากับต้นที่ได้จากการเ
พาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเช่นทดลองใช้รังสีกับกล้วยหอมทองและกล้วยไข่เพื่อให้ได้ต้นที่ต้านทานต่อใบจุด
สาหรับการใช้สารเคมีกับต้นอ่อนกล้วยไข่ทาให้ได้ต้นกล้วยที่มีขนาดเตี้ยมากเหมาะในการทาไม้ปร
ะดับกระถางได้ตั้งชื่อว่า"เบพ"
ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จดทะเบียนกล้วยประดับต้นนี้ไว้กับกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหก
รณ์สาหรับการใช้รังสี ได้ทดลองใช้กับรังสีแกมมาได้ต้นกล้วยไข่ที่ไม่ต่างจากเดิม รสชาติเหมือนเดิม
แต่ผลกล้วยมีรูปร่างต่างจากเดิมเล็กน้อย กล่าวคือผลผอมเรียวทาให้การจัดเรียงของหวีดีกว่าพันธุ์
ปกติ ให้ชื่อว่า "KB2" (Kasetsart Banana no 2) และผลคล้ายเดิมแต่มีขนาดสั้นก้านยาวขึ้นให้ชื่อว่า
"KB3"ส่วนพันธุ์ที่ไม่ได้ใช้รังสีได้ผิวของเปลือกเงาขึ้นได้ให้ชื่อว่า"KB1" ขณะนี้งานวิจัยของมหาวิทย
าลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทาการตรวจสอบDNA
ของกล้วยเพื่อหากาเนิดของพันธุ์กล้วยหลายชนิดและมีการหาวิธีการให้ได้พันธุ์กล้วยน้าว้าที่ต้านท
านต่อโรคเหี่ยว นอกจากงานวิจัยเกี่ยวกับกล้วยกินได้แล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้ทาการ
ศึกษากล้วยประดับซึ่งหมายถึงกล้วยบัวกล้วยกัทลีกล้วยผากล้วยนวลด้วย
จะเห็นได้ว่าจากงานวิจัยที่คณะผู้จัดทาได้ศึกษามานั้นเป็นเรื่องการวิจัยที่เกี่ยวกับกล้วยทั้ง
สิ้น โดยอาจารย์ท่านต่างๆ ได้นากล้วยพันธุ์ดั้งเดิมมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนพันธุกรรมให้ดียิ่งขึ้น
เช่น ทาให้กล้วยสามารถต่อต้านโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น มีคุณค่าทางอาหารมากขึ้น ฯลฯ
ซึ่งสิ่งที่แต่ล่ะท่านได้ศึกษาวิจัยออกมานั้นต่างเป็นประโยชน์ต่อประเทศเราอย่างยิ่ง
บทที่ 3
วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ
ในการศึกษาเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ
คณะผู้จัดทาได้มีวิธีการดาเนินงานในการศึกษาเรื่อง กล้วยซึ่งมีดังนี้
1. วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ
1.1 คอมพิวเตอร์
1.2 โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
1.3. เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของโครงงาน
1.4. หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของโครงงาน
2. วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ
2.1 คิดหัวข้อที่สนใจเพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำ
2.2 ศึกษำและค้นคว้ำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ คือ เรื่อง
มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ว่ำมีเนื้อหำมำกน้อยเพียงใด
และต้องศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติมเพียงใดจำกเว็บไซต์ต่ำงๆ และเก็บข้อมูลไว้เพื่อจัดทำเนื้อหำต่อไป
2.3 ทบทวนเรื่องที่ศึกษำจำกกำรเรียน IS 1
(กำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้) เรื่อง พืชในท้องถิ่น (กล้วย)
2.4 จัดทำโครงร่ำงกำรเขียนรำยงำนทำงวิชำกำร
2.5 จัดทำโครงร่ำงต่อครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำเพื่อพิจำรณำอนุมัติ
2.6 ศึกษำวิธีกำรจัดทำรำยงำนทำงวิชำกำรเป็นรูปเล่ม
2.7 นำเสนอควำมก้ำวหน้ำเป็นระยะๆ
ตำมระยะเวลำที่ครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำกำหนด เพื่อตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำ
2.8 ศึกษำวิธีกำรเขียนอ้ำงอิงและบรรณำนุกรม
2.9 จัดทำร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำรและเป็นรูปเล่ม
2.10 ตรวจสอบควำมถูกต้องของร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำร
2.11
นำเสนอร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำรเป็นรูปเล่มต่อครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำเพื่อตรวจสอบควำมถูกต้อง
2.12 จัดทำรำยงำนเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์
2.13 จัดทำ Power Point นำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน
2.14 เผยแพร่ผลงำนสู่สำธำรณชนผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น social media online
(facebook)
บทที่4
ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ
กำรศึกษำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ คณะผู้จัดทำได้ศึกษำค้นคว้ำข้อมูล
มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้ำเรื่องเกี่ยวกับกล้วย ประโยชน์ของกล้วย
เป็นแหล่งควำมรู้และเผยแพร่ให้ประชำชนได้รับรู้
ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยำวชนและผู้สนใจทั่วไป ซึ่งมีผลกำรดำเนินกำรศึกษำ ดังนี้
1. ผลการศึกษาค้นคว้า
จำกกำรได้ศึกษำข้อมูลต่ำงๆ เกี่ยวกับกล้วย
คณะผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินกำรศึกษำตำมขั้นตอนกำรศึกษำที่เสนอในบทที่ 3 แล้ว
และได้รับควำมรู้เรื่องกล้วยจำกเว็บไซต์ต่ำงๆ ดังนี้ กล้วยเป็นพืชพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa
บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่
ก้ำนใบเป็นกำบยำวหุ้มซ้อนเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็นปลี มีลูกเป็นหวีๆ เรียกว่ำเครือ
กล้วยมีถิ่นกาเนิดอยู่แถบเอเชียตอนใต้
จากการอพยพประชากรจากเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
สาหรับประวัติกล้วยในประเทศไทยเข้าใจว่าเป็นแหล่งกาเนิดของกล้วยป่าและต่อมาได้มีการนาเข้
ากล้วยตานี และกล้วยชนิดอื่นในช่วงที่มีการอพยพของคนไทยในการตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย
กล้วยนั้นมี 200-300 ชนิด แต่ประเทศไทยแบ่งออกเป็น5 ชนิด คือ 1. กล้วยป่าออร์นาตา 2.
กล้วยป่าอะคิวมินาตา 3. กล้วยในสายพันธุ์อะคิวมินาตาคัลทิฟาร์ 4. กล้วยป่าบาลบิเชียน่า และ 5.
กล้วยลูกผสมอะคิวมินาตากับบาลบิเชียน่า กล้วยมีประโยชน์มากมาย เช่น
กล้วยใช้เพื่อห่ออาหารได้ ทาพานบายสี ใช้ทาเป็นของเล่น นามาประกอบอาหาร
และกล้วยยังมีคุณค่าทางอาหารมากมายซึ่งมีมากกว่าผลไม้หลายชนิด
และสามารถกินกล้วยเพื่อบรรเทาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย
ซึ่งเพื่อนๆ ในชั้นม.2 /1
ก็ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วย ดังนี้ดังนี้1) เด็กหญิง กาญจนา
ทัพซ้าย ได้ให้ความคิดเห็นว่า
กล้วยมีประโยชน์ทางด้านการนามาทายารักษาโรคได้ 2)
เด็กหญิง ศศิญาฎา พรมสุบรรณ์ ได้ให้ความคิดเห็นว่า
กล้วยสามารถนามาทาสินค้า OTOP ได้ 3) เด็กหญิง ณิชากร
ขนชัยภูมิ ได้ให้ความคิดเห็นว่า
หยวกกล้วยสามารถนามาทาน้าหมักชีวภาพได้ และ 4) เด็กชาย
ณัฐดนัย แดงน้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า
เปลือกกล้วยสามารถนามาลบรอยขีดข่วนบนเครื่องหนังได้
จากงานวิจัยที่คณะผู้จัดทาได้สืบค้นมามีเนื้อหา ดังนี้คือ
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกล้วยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการคัดแยกสายพันธุ์ของกล้วยในประเทศไทย
การทาให้กล้วยทนทานต่อศัตรูพืชและโรคต่างๆ การเพิ่มคุณค่าทางอาหารของกล้วย
และการปรับปรุงพันธุ์ของกล้วยให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น
และนี่ก็คือประโยชน์ของกล้วยที่คณะผู้จัดทาได้รับจากการศึกษาค้นคว้า
ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องตรงกัน
บทที่5
สรุปผลการดาเนินการศึกษา และข้อเสนอแนะ
กำรศึกษำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ นี้ สำมำรถสรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำ
และข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้
1. การดาเนินการศึกษาค้นคว้า
1.1วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1.
เพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้นเพื่อนาความรู้ในเรื่องนี้ไปพัฒนาต่อยอ
ดให้ดียิ่งขึ้น
2. เพื่อศึกษาประโยชน์ของกล้วยว่ามีประโยชน์อย่างไร
3.
เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของกล้วยมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนนาความรู้
ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้
1.2 วัสดุ อุปกรณ์ และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ
1.คอมพิวเตอร์
2.โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
3.เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกล้วย
4.หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกล้วย
2. สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ
กำรศึกษำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ในรำยวิชำ กำรศึกษำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1)
และได้รวบรวมข้อมูลและพร้อมนำเสนอในรำยวิชำ กำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2)
คณะผู้จัดทำได้ศึกษำค้นคว้ำข้อมูล มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้ำเรื่องเกี่ยวกับกล้วย
ประโยชน์ของกล้วย เพื่อเป็นแหล่งควำมรู้และเผยแพร่ให้ประชำชนได้รับรู้
ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยำวชนและผู้สนใจทั่วไป
คณะผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินกำรศึกษำตำมขั้นตอนกำรศึกที่เสนอในบทที่ 3 แล้ว
และได้รับควำมรู้ต่ำงๆ เกี่ยวกับกล้วยมำกยิ่งขึ้น เช่น ได้รู้จักควำมหมำยของกล้วย ,
ถิ่นกำเนิดของกล้วย , สำยพันธุ์ของกล้วย , งำนวิจัยต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกล้วย ,
ประโยชน์ในส่วนต่ำงๆ ของกล้วย , คุณค่ำทำงอำหำรและประโยชน์ของกำรกินกล้วย
ทั้งนี้ทำงคณะผู้จัดทำได้จัดทำ Power Point เรื่อง พืชในท้องถิ่น (กล้วย)
ที่มีควำมน่ำสนใจด้ำนเนื้อหำและรูปลักษณ์ขึ้นมำ
เพื่อเผยแพร่ควำมรู้ที่มีประโยชน์ให้ประชำชนทั่วไปได้ศึกษำเพื่อนำควำมรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตป
ระจำวันและต่อยอดเพื่อสร้ำงรำยได้ให้แก่ตนเอง
3. ข้อเสนอแนะ
ในกำรศึกษำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ นั้น
คณะผู้จัดทำได้ศึกษำเพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ให้แก่ตนเองและผู้อื่น
ซึ่งสำมำรถนำควำมรู้ที่ได้รับนี้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
อีกทั้งยังสำมำรถนำควำมรู้ที่ได้รับไปสนับสนุนกำรเรียนกำรสอนของกำรศึกษำได้เป็นอย่ำงดีและส
ำมำรถนำไปพัฒนำได้ในอนำคต ในกำรศึกษำครั้งนี้มีข้อเสนอแนะดังนี้
3.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. ควรจัดทำเป็นสื่อชนิดต่ำงๆ
ที่สำมำรถให้ประชำชนทั่วไปเรียนรู้ได้หลำยช่องทำง เพื่อเผยแพร่ควำมรู้ต่ำงๆ
ให้แก่บุคคลทั่วไปได้ศึกษำเพื่อเป็นประโยชน์
2.จัดทำรูปแบบให้น่ำสนใจ มีเนื้อหำที่เข้ำใจง่ำย และรูปภำพประกอบ
เพื่อทำให้เกิดกำรเรียนรู้ และกระตุ้นให้ผู้ที่ศึกษำเกิดควำมสนใจ
ดังนั้นควรสร้ำงสื่อกำรสอนในลักษณะที่เป็นสื่อประสม
เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพในกำรเรียนรู้ของผู้ศึกษำมำกยิ่งขึ้น
3. ควรมีกำรจัดทำเนื้อหำให้หลำกหลำยให้ครบทุกกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
3.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการศึกษา
1.
ระบบอินเตอร์เน็ตมีปัญหำบ่อยครั้งจึงทำให้กำรศึกษำเรื่องดังกล่ำวเกิดกำรสะดุด ไม่ต่อเนื่อง
ทำให้เสียเวลำในกำรค้นหำข้อมูล
2.เนื้อหำข้อมูลที่ค้นหำมำจำกหลำยๆ
สื่อไม่ตรงกัน จึงต้องพิจำรณำข้อมูลที่เป็นควำมจริงมำกที่สุด
ทำให้เสียเวลำต่อกำรหำข้อมูล
บรรณานุกรม
เดียว วงศ์สุวรรณ และ คณะ . 2530 . กล้วยๆๆ . กองบรรณำธิกำรเฉพำะกิจ ฐำนเกษตรกรรม .
สำนักพิมพ์ฐำนเกษตรกรรม .
สมศักดิ์ วรรณศิริ . 2541 . สวนกล้วย . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฐำนเกษตรกรรม .
ศุภิสรา สิงหภาณุพงศ์ . 2554 . กล้วย . 14 มกรำคม 2557 .
http:// www.tanida๑๕.blogspot.com/๒๐๑๑/๐๑/blog-post_๐๘.html
ศุภิสรา สิงหภาณุพงศ์ . 2554 . ถิ่นกำเนิดและประโยชน์ของกล้วย . 14 มกรำคม 2557 .
http://www.prc.ac.th/montage/BananaWeb
GooD~Ö~GirL . 2552 . ประโยชน์ของกล้วย . 14 มกรำคม 2557 .
http:// www.variety.teenee.com/foodforbrain/๑๖๒๘๘.html
ภำคผนวก
ภาพประกอบการทาการศึกษาค้นคว้า
กำรค้นหำข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของสมำชิกในกลุ่ม
กำรค้นหำข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของสมำชิกในกลุ่ม
ประวัติของผู้ศึกษาค้นคว้า
1. เด็กหญิง รุจิรำ มีชิน วันเกิด 20 พฤศจิกำยน 2542
สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 261 หมู่ 6 ตำบล ซำยำง อำเภอ สีชมพู
จังหวัด ขอนแก่น 40220
กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ
อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 095-9258764
2. เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน วันเกิด 27 พฤษภำคม 2543
สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 334 หมู่ 10 ตำบล ไชยสอ อำเภอชุมแพ
จังหวัด ขอนแก่น 40130
กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ
อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 084-9346502
3. เด็กหญิง นภสร จันทำตีด วันเกิด 25 ตุลำคม 2542
สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 115 หมู่ 4 ตำบล โนนหัน อำเภอ ชุมแพ
จังหวัด ขอนแก่น 40290
กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ
อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 080-7567514

เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ

  • 1.
    เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ คณะผู้จัดทำ เด็กหญิง รุจิรำมีชิน เลขที่ 35 เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน เลขที่ 48 เด็กหญิง นภสร จันทำตีด เลขที่ 50 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2/1 เสนอ คุณครู อุไร ทองดี เอกสำรเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรำยวิชำกำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2) ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2556 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนชุมแพศึกษำ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต 25 กระทรวงศึกษำธิกำร
  • 2.
    ชื่อเรื่องการศึกษาค้นคว้า มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ชื่อผู้ศึกษาค้นคว้า เด็กหญิงรุจิรำ มีชิน เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน เด็กหญิง นภสร จันทำตีด ชื่อครูที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้า คุณครู อุไร ทองดี ระดับชั้น ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2/1 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ ปีการศึกษาที่ค้นคว้า 2556 บทคัดย่อ กำรศึกษำค้นคว้ำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ นั้น จัดทำขึ้นเพื่อศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆ ของกล้วยต่อจำกกำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้(IS1) เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆของกล้วยให้มีควำมรู้มำกยิ่งขึ้น 2. เพื่อศึกษำประโยชน์ของกล้วยว่ำมีประโยชน์อย่ำงไร 3. เพื่อเผยแพร่ให้ประชำชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องรำวต่ำงๆของกล้วยมำกขึ้นและนำควำมรู้ไปปรับใช้ในชี วิตประจำวันได้ ทำงคณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลโดยกำรสืบค้นหำควำมรู้ในหลำยๆ ด้ำน ทั้งกำรค้นหำในเว็บไซต์ต่ำงๆ หนังสือที่เกี่ยวข้อง และกำรแสดงควำมคิดเห็นจำกเพื่อนๆ ชั้นม. 2/1 ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ได้รับควำมรู้ต่ำงๆ ซึ่งเกี่ยวกับกล้วยมำกมำยทั้งควำมหมำยและลักษณะของกล้วย ถิ่นกำเนิดของกล้วย สำยพันธุ์ของกล้วย ประโยชน์ของกล้วย คุณค่ำทำงอำหำรและประโยชน์ของกำรกินกล้วย ซึ่งได้ข้อมูลดังนี้ คือ กล้วยเป็นพืชพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่ ก้ำนใบเป็นกำบยำวหุ้มซ้อนเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็นปลี มีลูกเป็นหวีๆ เรียกว่ำเครือ กล้วยมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชียตอนใต้ จำกกำรอพยพประชำกรจำกเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกำะในมหำสมุทรแปซิฟิก
  • 3.
    สำหรับประวัติกล้วยในประเทศไทยเข้ำใจว่ำเป็นแหล่งกำเนิดของกล้วยป่ำและต่อมำได้มีกำรนำเข้ำ กล้วยตำนี ในช่วงที่มีกำรอพยพของคนไทยในกำรตั้งถิ่นฐำนอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กล้วยนั้นมี200- 300 ชนิด แต่ประเทศไทยแบ่งออกเป็น5 ชนิด คือ 1. กล้วยป่ำออร์นำตำ 2. กล้วยป่ำอะคิวมินำตำ 3. กล้วยในสำยพันธุ์อะคิวมินำตำคัลทิฟำร์ 4. กล้วยป่ำบำลบิเชียน่ำ และ 5. กล้วยลูกผสมอะคิวมินำตำกับบำลบิเชียน่ำ กล้วยมีประโยชน์มำกมำย เช่น กล้วยใช้เพื่อห่ออำหำรได้ ทำพำนบำยสี ใช้ทำเป็นของเล่น นำมำประกอบอำหำร และกล้วยยังมีคุณค่ำทำงอำหำรมำกมำยซึ่งมีมำกกว่ำผลไม้หลำยชนิด และสำมำรถกินกล้วยเพื่อบรรเทำโรคต่ำงๆ ได้อีกด้วย โดยจำกข้อมูลที่ได้สำมำรถทำให้เพื่อนๆ ชั้นม.2/1 และผู้ที่สนใจได้รับควำมรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วยและนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อประกอบอำชี พหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
  • 4.
    สารบัญ บทที่ หน้ำ 1 บทนำ………………………………………………………………………………………….1 ที่มำและควำมสำคัญ……………………………………………………………………1 สมมุติฐำนของกำรศึกษำค้นคว้ำ………………………………………………………..1 วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………...1 ขอบเขตของกำรศึกษำ…………………………………………………………………..2 ผลที่คำดว่ำจะได้รับ……………………………………………………………………..2 2เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………………………………..3 ควำมหมำยและลักษณะทั่วไปของกล้วย……………………………………………….3 ประโยชน์ของกล้วย……………………………………………………………………4 คุณประโยชน์ของกล้วย………………………………………………………4 คุณค่ำทำงอำหำรและ…………………………………………………….......4 ประโยชน์ของกำรกินกล้วยของกล้วย ถิ่นกำเนิดของกล้วย……………………………………………………………………7 สำยพันธุ์ของกล้วย…………………………………………………………………….7 งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………….9 3 วิธีกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………………….12 วัสดุ อุปกรณ์และโปรมแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………….12 วิธีกำรดำเนินงำกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………...12
  • 5.
    4 ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ….……………………………………………………………………….14 ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ……………..……………………………………………………..14 5 สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำและข้อเสนอแนะ……………………………………………….15 กำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ…....………………………………………………………15 วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………15 วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ………………………………...15 สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ……………………………………………………15 ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………16 ข้อเสนอแนะทั่วไป……………………………………………………………16 ปัญหำ อุปสรรคและแนวทำงในกำรศึกษำ…………………………………….16 บรรณำนุกรม…………………………………………………………………………...18 ภำคผนวก……………………………………………………………………………….19 กำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1) เอกสำรประกอบกำรสอน รำยวิชำ กำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2) ภำพประกอบกำรทำกำรศึกษำค้นคว้ำ ประวัติของผู้ศึกษำค้นคว้ำ………………………………………………………………20
  • 6.
    สารบัญรูปภาพ ภำพที่ หน้ำ ภำพที่ 1รูปกล้วย………………………………………………………………………………...2 ภำพที่ 2 รูปกล้วยที่ถูกแปรรูปเป็นอำหำร………………………………………………………..5 ภำพที่ 3 รูปกล้วย………………………………………………………………………………..11 ภำพที่ 4 รูปคอมพิวเตอร์………………………………………………………………………...13 ภำพที่ 5 รูปกล้วย………………………………………………………………………………..14 ภำพที่ 6 รูปคอมพิวเตอร์…………………………………………………………………………17
  • 7.
    บทที่1 บทนำ ที่มำและควำมสำคัญ กล้วยเป็นพืชในท้องถิ่นไทยที่สามารถพบเห็นได้ง่าย และยังมีคุณประโยชน์มากมายแต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าภายใต้ต้นกล้วยนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง กล้วยเป็นพืชที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถนาส่วนต่างๆ มาประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวาน นามาทาเป็นของใช้ก็ได้ หรือแม้นามาทาเป็นของเล่นของเด็กๆก็ยังได้ อีกทั้งผลของกล้วยยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงต้องการที่จะศึกษาเรื่องราวของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้นาความรู้เรื่องของกล้วยไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน และยังสามารถนาไปเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดจากพืชในท้องถิ่นธรรมด าๆ ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเราอีกด้วย วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ 1. เพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น 2. เพื่อศึกษาประโยชน์ของกล้วยว่ามีประโยชน์อย่างไร 3. เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของกล้วยมากขึ้นและนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิ ตประจาวันได้ สมมุติฐำนของกำรศึกษำค้นคว้ำ 1. กล้วยสามารถใช้ประกอบอาหารได้ 2. กล้วยสามารถนามาทาเป็นของใช้ได้
  • 8.
    3. กล้วยสามารถนามาทาเป็นของเล่นให้เด็กๆได้ 4. กล้วยสามารถนามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์OTOPเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ขอบเขตของกำรศึกษำค้นคว้ำ 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา - ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ต่างๆของกล้วยว่าสามารถนามาทาอะไรได้บ้าง - ศึกษาเกี่ยวกับถิ่นกาเนิดของกล้วย 2. ด้านสถานที่ศึกษา - โรงเรียน ชุมแพศึกษา โดยศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ตและการแสดงความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ม.2/1 3. ระยะเวลาในการค้นษา - ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 1. ผู้ศึกษามีความรู้เกี่ยวกับกล้วยมากขึ้น 2. ผู้ที่ศึกษาได้รู้ถึงประโยชน์ของกล้วย 3. สามารถนาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันและพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง
  • 9.
    บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ คณะผู้จัดทาได้ศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลจากเอกสารต่างๆซึ่งจะนาเสนอ ดังนี้ 1. ความหมายและลักษณะทั่วไปของกล้วย 2. ประโยชน์ของกล้วย 2.1 คุณประโยชน์ของกล้วย 2.2 คุณค่าทางอาหารของกล้วย 3. ถิ่นกาเนิดของกล้วย 4. สายพันธุ์ของกล้วย 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. ความหมายและลักษณะทั่วไปของกล้วย กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa มีหลำยชนิดในสกุล บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่ ก้ำนใบตอนล่ำงเป็นกำบยำวหุ้มห่อซ้อนกันเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็น ปลี และมักยำวเป็นงวง มีลูกเป็นหวี ๆ รวมเรียกว่ำ เครือ พืชบำงชนิดมีลำต้นคล้ำยปำล์ม ออกใบเรียงกันเป็นแถวทำนองพัดคลี่ คล้ำยใบกล้วย เช่น กล้วยพัด (Ravenalamadagascariensis) ทว่ำควำมจริงแล้วเป็นพืชในสกุลอื่น ที่มิใช่ทั้งปำล์มและกล้วย ลักษณะทั่วไปของกล้วย เป็นไม้ผล ลาต้น เกิดจากกาบหุ้มซ้อนกัน สูงประมาณ 2 – 5 เมตร เป็นใบเดี่ยว เกิดกระจายส่วนปลายของลาต้นเวียนสลับซ้ายขวาต่างระนาบกัน ก้านใบยาว
  • 10.
    แผ่นใบกว้าง เส้นของใบขนานกัน ปลายใบมนมีติ่ง ผิวใบเรียบลื่น ใบมีสีเขียวด้านล่างมีไขนวลหรือแป้ งปกคลุม เส้นและขอบใบเรียบ ขนาดและความยาวของใบขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ ดอกจะห้อยลงมายาวประมาณ 60 – 130 ซม. ซึ่งเรียกว่าหัวปลี ตามช่อจะมีกาบหุ้มสีแดงเป็นรูปกลมรี ยาว 15 – 30 ซม. ช่อดอกมีเจริญก็จะกลายเป็นผล ผล เป็นผลสดจะประกอบด้วยหวีกล้วย เครือละ 7 – 8 หวี แต่ละหวีมีกล้วยอยู่ประมาณ 10 กว่าลูก ขนาดและสีของกล้วยจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของแต่ละพันธุ์ บางชนิดมีผลสีเขียว , เหลือง , แดง แต่ละต้นให้ผลครั้งเดี่ยวเท่านั้น เมล็ด มีลักษณะกลมขรุขระ เปลือกหุ้มเมล็ดมีสีดา หนาเหนียวเนื้อในเมล็ดมีสีขาว กล้วยขยายพันธุ์ ด้วยการแยกหน่อ หรือแยกเหง้า มีรสชาติฝาด 2. ประโยชน์ของกล้วย 1. กล้วยก็สามารถนามาทาเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านบนผิว วิธีง่ายๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้าผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนามาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก 2. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง 3. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางปดลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปแปะไว้ 4. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อ ที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย 5. สรรพคุณกล้วย ยางกล้วยสามารถใช้ในการห้ามเลือดได้ 6. ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตาให้แหลกเสียก่อน 7. ใบอ่อนของกล้วย หากนาไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้ 8. หัวปลี นามารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้าตาลในเลือด และบารุงและขับน้านมสาหรับมารดาหลังคลอดบุตร 9. ผลดิบนามาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้าสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
  • 11.
    10. ใบตอง อีกส่วนที่นามาใช้ประโยชน์กันอย่างมากเช่น กระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทาบายศรี บวงสรวงต่างๆ 2.1 คุณประโยชน์และคุณค่ำทำงอำหำรของกล้วยของกล้วย กล้วย (Banana) ที่นิยมรับประทานกันในบ้านเรานั้นมีอยู่หลากหลายสานพันธุ์ เช่น กล้วยหอมกล้วยน้าว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุม เป็นต้น แต่สาหรับต่างชาติแล้วกล้วยที่นิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกล้วยหอม เนื่องจากกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์แล้วมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุชัดเจนว่าการรับประทานกล้วยแค่ 2 ลูกจะช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกาลังกายถึง 90 นาทีเลยทีเดียว! เพราะกล้วยอุดมไปด้วยน้าตาลจากธรรมชาติรวมถึง 3 ชนิดเลยทีเดียวนั่นก็คือ ซูโครส กลูโคส และฟรุคโทส ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้แล้วในกล้วยยังอุดมไปด้วยเส้นใยและกากอาหาร และยังวิตามินและแร่ธาตุนาๆชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่นธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิ ตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี เป็นต้น ผลไม้อย่างแอปเปิ้ลที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีประโยชน์ก็ยังแพ้กล้วย เพราะว่าในกล้วยนั้นมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 2 เท่า โดยมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่าด้วยกัน!! โดยการกินกล้วยจะให้ดีที่สุดคือกินตอนเช้าเพื่อจะช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทางานได้ดี และการกินกล้วยทุกวันวันละ 2 ผลถือเป็นสิ่งที่ดีและวิเศษมากๆ จะกล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้าว้าก็ได้ทั้งนั้น คุณค่าทางโภชนาการของกล้วย ต่อ 100 กรัม  พลังงาน 89 กิโลแคลอรี  คาร์โบไฮเดรต 22.84 กรัม  น้าตาล 12.23 กรัม  เส้นใย 2.6 กรัม  ไขมัน 0.33 กรัม  โปรตีน 1.09 กรัม  วิตามินบี1 0.031 มิลลิกรัม 3%
  • 12.
     วิตามินบี2 0.073มิลลิกรัม 6%  วิตามินบี3 0.665 มิลลิกรัม 4%  วิตามินบี5 0.334 มิลลิกรัม 7%  วิตามินบี6 0.4 มิลลิกรัม 31%  วิตามินบี9 20 ไมโครกรัม 5%  โคลีน 9.8 มิลลิกรัม 2%  วิตามินซี 8.7 มิลลิกรัม 10%  ธาตุเหล็ก 0.26 มิลลิกรัม 2%  ธาตุแมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม 8%  ธาตุแมงกานีส 0.27 มิลลิกรัม 13%  ธาตุฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม 3%  โพแทสเซียม 358 มิลลิกรัม 8%  ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%  ธาตุสังกะสี 0.15 มิลลิกรัม 2%  ธาตุฟลูออไรด์ 2.2 ไมโครกรัม (ร้อยละของปริมาณแนะนาที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสาหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database) 2.2 ประโยชน์ของกำรกินกล้วย 1. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้าว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น 2. กล้วย ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ 3. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่สาคัญและจาเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาโบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 และวิตามินซี 4. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง เพราะมีสารที่ช่วยทาให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา 5. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการชะลอความแก่ตัวของร่างกายนั่นเอง
  • 13.
    6. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้าตาลในเลือกช่วยให้ลดอาการอยากกินของจุกจิกลงได้พอสมควร 7. สาหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับกล้วยคือคาตออบสาหรับคุณ 8. อาการหงุดหงิดยามเช้า กล้วยก็ช่วยคุณได้เหมือนกัน 9. ช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงประจาเดือนมา 10. ช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้าตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์ 11. เป็นตัวช่วยสาหรับผู้ที่ต้องการอยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ ซี บี6 บี12 โพรแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน 12. ช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ 13. ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร หรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา 14. ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทาให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้ 15. ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกาลัง 16. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้ 17. ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้ 18. สาหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง 19. ช่วยรักษาแผลในลาไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทาให้ไม่เกิดการละคายเคืองในผนังลาไส้และกระเพาะอาหารด้วย 20. ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือ ฮอร์โมนแห่งความสุข จึงส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น 21. ช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้ 22. ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้ 23. กล้วย สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง 3.ถิ่นกำเนิดของกล้วย
  • 14.
    กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ถิ่นแรกของกล้วยจึงอยู่แถบเอเชียตอนใต้ ซึ่งจะพบกล้วยพื้นเมืองทั้งที่มีเมล็ดและไม่มีเมล็ด และจากผลของการย้ายถิ่นฐานในการทามาหากิน การอพยพประชากรจากเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ต้นคริสต์ศักราชเป็นต้นมา ในการอพยพแต่ละครั้งจะต้องมีการนาเอาเสบียงอาหารติดตัวไปด้วย จึงได้มีการนาเอากล้วยไปปลูกแถบหมู่เกาะฮาวายและหมู่เกาะทางด้านตะวันออกคาสิโน,คาสิโนอ อนไลน์,บาคาร่า สาหรับประวัติกล้วยในประเทศไทย เข้าใจว่าประเทศไทยเป็นแหล่งกาเนิดของกล้วยป่าและต่อมาได้มีการนาเข้ากล้วยตานี และกล้วยชนิดอื่นในช่วงที่มีการอพยพของคนไทยในการตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย มีเอกสารกล่าวว่าในสมัยอยุธยาพบว่ามีกล้วยร้อยหวี 4.สำยพันธ์ของกล้วย กล้วยทั่วโลกมีกล้วยอยู่ประมาณ 200-300 ชนิดสาหรับชนิดของกล้วยที่มีในประเทศไทยนั้นได้เก็บรวบรวมพันธุ์ไว้เมื่อปีพ.ศ.2524 ซึ่งแบ่งออกเป็น5กลุ่มดังนี้ 1. กล้วยป่าออร์นาตา ปลูกกันแถบภาคเหนือนิยมเรียก "กล้วยบัว" หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "กล้วยป่า" (ลาปาง) 2. กล้วยป่าอะคิวมินาตา กล้วยในกลุ่มนี้มีแพร่หลายในประเทศไทยแต่ละถิ่นอาจเรียกชื่อต่างกันเช่น ที่จังหวัดสงขลาเรียก "กล้วยทอง" ที่จังหวัดแพร่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดลาปางเรียก "กล้วยแข" 3. กล้วยในสายพันธุ์อะคิวมินาตาคัลทิฟาร์ กล้วยในกลุ่มนี้มีหลายชนิดได้แก่ 3.1 กล้วยเล็บมือนาง ปลูกกันมากในภาคใต้บางท้องถิ่นเช่นจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยหมาก" จังหวัดพัทลุงเรียก "กล้วยทองหมาก" ส่วนจังหวัดนครสวรรค์เรียก "กล้วยเล็บมือ" 3.2 กล้วยทองร่วง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยไข่ทองร่วง" ที่จังหวัดสงขลาเรียก "ค่อมเบา" 3.3 กล้วยไข่ ปลูกกันทั่วไปที่จังหวัดสุรินทร์เรียก "เจ็กบง"
  • 15.
    3.4 กล้วยหอม ปลูกในสวนหลังบ้านแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.5กล้วยหอมทองสาน ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.6 กล้วยสา ปลูกกันมากภาคใต้ 3.7 กล้วยนมสาว ปลูกกันมากภาคใต้ 3.8 กล้วยลาย ปลูกกันมากภาคใต้ 3.9 กล้วยทองกาบดา ปลูกกันมากภาคใต้เช่นกัน 3.10 กล้วยนาก กล้วยชนิดนี้มีการเรียกต่างกันหลายแห่งที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดแพร่เรียก "กล้วยน้าครั่ง" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยกุ้ง" ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์เรียก "กล้วยครั่ง" 3.11 กล้วยหอมทอง ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "หอมทอง" นิยมรับประทานสดมากที่สุด 3.12 กล้วยหอมเขียว ที่จังหวัดแพร่เรียกกล้วยคร้าวจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยเขียวคอหักหรือกล้วยเขียว" ส่วนที่จังหวัดพะเยาเรียก "กล้วยหอมคร้าว" 3.13 กล้วยกุ้งเขียว เป็นลูกผ่าเหล่าของกล้วยนากที่จังหวัดแพร่เรียก "กล้วยหอมทอง" 3.14 กล้วยหอมค่อม ที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดอุบลราชธานีเรียก "กล้วยเตี้ย" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก 3.15 กล้วยไข่บอง ที่จังหวัดนครราชสีมาเรียก "กล้วยไข่พระตะบอง" 3.16 กล้วยดอกไม้ เมื่อสุกผลจะเป็นสีทองจัดอยู่พวกเดียวกับกล้วยหอมทอง 4. กล้วยป่าบาลบิเชียน่า นิยมเรียก "กล้วยตานี" มีแพร่หลายทั่วประเทศไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยพองลา" ส่วนที่จังหวัดแพร่และจังหวัดลาปางเรียก "กล้วยป่า" 5. กล้วยลูกผสมอะคิวมินาตากับบาลบิเชียน่า กล้วยในกลุ่มนี้มีหลายชนิดได้แก่ 5.1 กล้วยลังกา ที่จังหวัดพัทลุงเรียก "กล้วยจีน" 5.2 กล้วยเงิน เป็นกล้วยที่หาพันธุ์ยากมีเฉพาะที่จังหวัดสงขลา 5.3 กล้วยน้าพัด ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "กล้วยน้ากาบดา" 5.4 กล้วยทองเดช มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา
  • 16.
    5.5 กล้วยนางนวล มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา 5.6กล้วยไข่โบราณ มีเฉพาะที่จังหวัดตราดเป็นกล้วยที่หาพันธุ์ยากเช่นกัน 5.7 กล้วยน้า มีหลายถิ่นเรียกต่างกันที่จังหวัดนครนายกเรียก "กล้วยหอมนางนวล" จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียก "กล้วยแก้ว" จังหวัดสกลนายกและจังหวัดชัยภูมิเรียก "กล้วยหอม" จังหวัดยโสธรเรียก "กล้วยหอมเล็ก" และที่จังหวัดกาฬสินธุ์เรียก "กล้วยหอมจันทร์" 5.8 กล้วยขม เป็นกล้วยที่มีรสขมเช่นเดียวกับชื่อปลูกมากที่ภาคใต้ 5.9 กล้วยขมนาก ปลูกมากแภบภาถใต้ 5.10 กล้วยร้อยหวีหรือกล้วยงวงช้าง ถิ่นกาเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียนิยมเป็นไม้ประดับ 5.11 กล้วยนมหมี ที่จังหวัดอ่างทองเรียก "กล้วยแหกคุก" 5.12 กล้วยปลวกนา มีการปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครนายกเรียก "กล้วยน้าไทย" จังหวัดยโสธรเรียก "กล้วยส้ม" และจังหวัดอุบลราชธานีเรียก "กล้วยทิพย์ใหญ่" 5.13 กล้วยน้าว้า ปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยที่จังหวัดแพร่เรียก "กล้วยน้าว้าเหลือง" จังหวัดเชียงรายเรียก "กล้วยใต้" 5.14 กล้วยน้าว้าค่อม มีลักษณะแคระกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้า 5.15 กล้วยน้าว้าขาว เนื้อของผลมีสีขาวกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้า กล้วยน้าว้าแดง เนื้อของผลมีสีแดงกลายพันธุ์มาจากกล้วยน้าว้าเช่นกันบางทีเรียกต่างกัน ที่จังหวัดชัยภูมิเรียก "กล้วยอ่อง" จังหวัดนครสวรรค์เรียก "กล้วยสุกไสแดง" ส่วนจังหวัดแพร่เรียก "กล้วยน้าว้าในออก" 5.16 กล้วยเทพรส ที่จังหวัดเชียงรายเรียก "กล้วยทิพย์คุ้ม" 5.17 กล้วยพญา มีการปลูกมากในจังหวัดสงขลา 5.18 กล้วยส้ม ที่จังหวัดจันทบุรีเรียก "กล้วยหักมุก" 5. งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาจารย์อรุณทรงมณี: ได้มีการรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยบางกอกน้อยโดยอาจารย์คณะกสิกรรมและสัตวบาลหลวงสมา นวรกิจอดีตคณบดีคณะกสิกรรมและสัตวบาลและศาสตราจารย์โชติสุวัตถิอดีตคณบดีคณะประมง
  • 17.
    ได้ทาการรวบรวมและศึกษาในเรื่องของกล้วยรวมทั้งศาสตราจารย์อินทรีย์จันทรสถิตย์อดีตอธิการ บดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้มีความสนใจในเรื่องพันธุ์ของกล้วยแต่ในการรวบรวมในครั้งนั้นไ ม่มีรายงานที่ชัดเจนและพันธุ์ที่รวบรวมไว้ได้สูญหายไปในเวลาต่อมา ศาสตราจารย์วัฒนาเสถียรสวัสดิ์และ ศาสตราจารย์ปวิณปุณศรี:ได้รับทุนสนับสนุ นจากสภาวิจัยแห่งชาติในการรวบรวมพันธุ์กล้วยในประเทศไทยการรวบรวมในครั้งนั้นได้ประมาณ 125 สายพันธุ์รวมทั้งพันธุ์จากต่างประเทศด้วยพันธุ์ที่รวบรวมได้ ได้ปลูกไว้ที่สถานีฝึกนิสิตเกษตรปากช่ อง(สถานีวิจัยปากช่องในปัจจุบัน) ต่อมาเนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์กล้วยส่วนใหญ่ได้สูญหายไปในการรวบรวมพันธุ์ครั้งนั้นได้ทาก ารศึกษาถึงการปลูกระยะปลูกการให้ปุ๋ ยการปลูกพืชบังลมและการศึกษาอนุกรมวิธานของกล้วยโด ยวิธีทางไซโตและสัณฐานวิทยาด้วย ปีพ.ศ. 2523 - 2526 เบญจมาศศิลาย้อยและฉลองชัยแบบประเสริฐแห่งภาควิชาพืชสวนได้รับทุนวิจัยจากIBPGR/FAO ในการรวบรวมเชื้อพันธุกรรมกล้วยในประเทศไทยการรวบรวมพันธุ์ได้รวบรวมทั้งกล้วยป่าและกล้ว ยปลูกตามแนวเขตเศรษฐกิจของประเทศได้323 สายพันธุ์และเมื่อทาการจาแนกชนิดแล้วพบว่ามี53 พันธุ์หลังจากนั้นได้มีผู้ช่วยทาการสารวจและรวบรวมเพิ่มขึ้นคือ กวิศร์วานิชกุลและกัลยาณีสุวิทวัส จนกระทั่งปัจจุบันได้71 พันธุ์พันธุ์ที่รวบรวมได้ได้เก็บรักษาไว้ที่สถานีวิจัยปากช่อง อาเภอปากช่องจั งหวัดนครราชสีมาและรวบรวมไว้โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ภาควิชาพืชสวนคณะเกษตรวิทยาเขต บางเขน งานวิจัยในเรื่องกล้วยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากเรื่องการรวบรวมพันธุ์การ จาแนกพันธุ์แล้วยังได้มีการทดลองนาเข้ากล้วยที่ขายในตลาดต่างประเทศเพื่อนามาทดลองปลูกใน ประเทศไทยในการส่งเสริมให้มีการปลูกเพื่อส่งออกให้มากขึ้นในเรื่องของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้ วยพันธุ์ต่างๆ โดยการหาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับกล้วยพันธุ์ต่างๆเพื่อให้เกิดหน่อที่สมบูรณ์มากแ ละเร็วการทดสอบและเปรียบเทียบศักยภาพของกล้วยพันธุ์การค้าที่ขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเลี้ย งเนื้อเยื่อในแหล่งปลูกต่างๆในประเทศไทยการพัฒนาพันธุ์และการผลิตกล้วยหอมโดยวิธีเทคโนโล ยีชีวภาพการชักนาให้เกิดแคลลัสในกล้วยการเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมกล้วยในสภาพปลอดเชื้อผลข องยีโนมกล้วยที่มีต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยการศึกษาโครโมโซมของกล้วยลักษณะทางสัณฐา นบางประการของกล้วยที่มีจานวนโครโมโซมต่างกัน คุณค่าทางอาหารของกล้วยได้มีการศึกษาคุ ณค่าทางอาหารของกล้วยไม่ต่ากว่า10
  • 18.
    พันธุ์มีการศึกษาสารที่มีประโยชน์จากเปลือกกล้วยการแปรรูปกล้วยให้เป็นอาหารที่เก็บได้นานเช่น การทากล้วยตากกล้วยกวนท๊อฟฟี่กล้วยการบรรจุกระป๋ องเช่นกล้วยบวชชีกล้วยน้าว้าในน้าเชื่อมแ กงเหลืองหยวกกล้วยซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานและส่งออกขายต่างประเทศได้อีกด้วยนอกจากนี้ได้มี การแปรรูปกล้วยเป็นแป้ งกล้วย(banana flour) และกล้วยผง (banana powder) การทาเครื่องดื่มจากกล้วยเช่นการทาน้ากล้วย (banana juice) มีการทาไวน์กล้วยจากกล้วยหอมทองกล้วยหอมแกรนด์เนนกล้วยน้าว้าและกล้วยไข่ นอกจากการแ ปรรูปจากผลผลิตแล้วได้มีการนาใบตองมาทาเป็นภาชนะทดแทนภาชนะพลาสติกและโฟมเพื่อใช้ใ นการบรรจุอาหารชั่วคราวเพื่อลดปัญหาขยะและมลภาวะทางอากาศพบว่า ใบตองของกล้วยน้าว้า ดาและกล้วยหอมเขียวให้คุณสมบัติดีและแข็งแรงส่วนลาต้นเทียมที่อยู่เหนือดินของกล้วยนามาทา กระดาษประเภทกระดาษสาได้คุณภาพที่ดีในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์กล้วยได้ทดสอบความมีชีวิ ตของละอองเกสรกล้วยเพื่อนาประโยชน์มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ พบว่าละอองเกสรกล้วยส่วนให ญ่มีชีวิตสั้นและไม่ค่อยมีชีวิต ดังนั้นในการปรับปรุงพันธุ์ส่วนใหญ่จึงศึกษาในเรื่องของการปรับปรุง พันธุ์ด้วยวิธีการชักนาให้เกิดการกลายพันธุ์ด้วยการใช้สารเคมี และรังสีโดยทากับต้นที่ได้จากการเ พาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเช่นทดลองใช้รังสีกับกล้วยหอมทองและกล้วยไข่เพื่อให้ได้ต้นที่ต้านทานต่อใบจุด สาหรับการใช้สารเคมีกับต้นอ่อนกล้วยไข่ทาให้ได้ต้นกล้วยที่มีขนาดเตี้ยมากเหมาะในการทาไม้ปร ะดับกระถางได้ตั้งชื่อว่า"เบพ" ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จดทะเบียนกล้วยประดับต้นนี้ไว้กับกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหก รณ์สาหรับการใช้รังสี ได้ทดลองใช้กับรังสีแกมมาได้ต้นกล้วยไข่ที่ไม่ต่างจากเดิม รสชาติเหมือนเดิม แต่ผลกล้วยมีรูปร่างต่างจากเดิมเล็กน้อย กล่าวคือผลผอมเรียวทาให้การจัดเรียงของหวีดีกว่าพันธุ์ ปกติ ให้ชื่อว่า "KB2" (Kasetsart Banana no 2) และผลคล้ายเดิมแต่มีขนาดสั้นก้านยาวขึ้นให้ชื่อว่า "KB3"ส่วนพันธุ์ที่ไม่ได้ใช้รังสีได้ผิวของเปลือกเงาขึ้นได้ให้ชื่อว่า"KB1" ขณะนี้งานวิจัยของมหาวิทย าลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทาการตรวจสอบDNA ของกล้วยเพื่อหากาเนิดของพันธุ์กล้วยหลายชนิดและมีการหาวิธีการให้ได้พันธุ์กล้วยน้าว้าที่ต้านท านต่อโรคเหี่ยว นอกจากงานวิจัยเกี่ยวกับกล้วยกินได้แล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้ทาการ ศึกษากล้วยประดับซึ่งหมายถึงกล้วยบัวกล้วยกัทลีกล้วยผากล้วยนวลด้วย จะเห็นได้ว่าจากงานวิจัยที่คณะผู้จัดทาได้ศึกษามานั้นเป็นเรื่องการวิจัยที่เกี่ยวกับกล้วยทั้ง สิ้น โดยอาจารย์ท่านต่างๆ ได้นากล้วยพันธุ์ดั้งเดิมมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนพันธุกรรมให้ดียิ่งขึ้น
  • 19.
    เช่น ทาให้กล้วยสามารถต่อต้านโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นมีคุณค่าทางอาหารมากขึ้น ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่แต่ล่ะท่านได้ศึกษาวิจัยออกมานั้นต่างเป็นประโยชน์ต่อประเทศเราอย่างยิ่ง บทที่ 3 วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ ในการศึกษาเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ คณะผู้จัดทาได้มีวิธีการดาเนินงานในการศึกษาเรื่อง กล้วยซึ่งมีดังนี้ 1. วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ 1.1 คอมพิวเตอร์ 1.2 โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
  • 20.
    1.3. เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของโครงงาน 1.4. หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของโครงงาน 2.วิธีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ 2.1 คิดหัวข้อที่สนใจเพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำ 2.2 ศึกษำและค้นคว้ำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ คือ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ว่ำมีเนื้อหำมำกน้อยเพียงใด และต้องศึกษำค้นคว้ำเพิ่มเติมเพียงใดจำกเว็บไซต์ต่ำงๆ และเก็บข้อมูลไว้เพื่อจัดทำเนื้อหำต่อไป 2.3 ทบทวนเรื่องที่ศึกษำจำกกำรเรียน IS 1 (กำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้) เรื่อง พืชในท้องถิ่น (กล้วย) 2.4 จัดทำโครงร่ำงกำรเขียนรำยงำนทำงวิชำกำร 2.5 จัดทำโครงร่ำงต่อครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำเพื่อพิจำรณำอนุมัติ 2.6 ศึกษำวิธีกำรจัดทำรำยงำนทำงวิชำกำรเป็นรูปเล่ม 2.7 นำเสนอควำมก้ำวหน้ำเป็นระยะๆ ตำมระยะเวลำที่ครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำกำหนด เพื่อตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำ 2.8 ศึกษำวิธีกำรเขียนอ้ำงอิงและบรรณำนุกรม 2.9 จัดทำร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำรและเป็นรูปเล่ม 2.10 ตรวจสอบควำมถูกต้องของร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำร 2.11 นำเสนอร่ำงรำยงำนทำงวิชำกำรเป็นรูปเล่มต่อครูที่ปรึกษำกำรค้นคว้ำเพื่อตรวจสอบควำมถูกต้อง 2.12 จัดทำรำยงำนเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ 2.13 จัดทำ Power Point นำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน 2.14 เผยแพร่ผลงำนสู่สำธำรณชนผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น social media online (facebook)
  • 21.
    บทที่4 ผลกำรศึกษำค้นคว้ำ กำรศึกษำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆคณะผู้จัดทำได้ศึกษำค้นคว้ำข้อมูล มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้ำเรื่องเกี่ยวกับกล้วย ประโยชน์ของกล้วย เป็นแหล่งควำมรู้และเผยแพร่ให้ประชำชนได้รับรู้ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยำวชนและผู้สนใจทั่วไป ซึ่งมีผลกำรดำเนินกำรศึกษำ ดังนี้
  • 22.
    1. ผลการศึกษาค้นคว้า จำกกำรได้ศึกษำข้อมูลต่ำงๆ เกี่ยวกับกล้วย คณะผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินกำรศึกษำตำมขั้นตอนกำรศึกษำที่เสนอในบทที่3 แล้ว และได้รับควำมรู้เรื่องกล้วยจำกเว็บไซต์ต่ำงๆ ดังนี้ กล้วยเป็นพืชพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa บำงชนิดก็ออกหน่อแต่ว่ำบำงชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยำวใหญ่ ก้ำนใบเป็นกำบยำวหุ้มซ้อนเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลำยลำต้นเป็นปลี มีลูกเป็นหวีๆ เรียกว่ำเครือ กล้วยมีถิ่นกาเนิดอยู่แถบเอเชียตอนใต้ จากการอพยพประชากรจากเอเชียตอนใต้ไปยังหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก สาหรับประวัติกล้วยในประเทศไทยเข้าใจว่าเป็นแหล่งกาเนิดของกล้วยป่าและต่อมาได้มีการนาเข้ ากล้วยตานี และกล้วยชนิดอื่นในช่วงที่มีการอพยพของคนไทยในการตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กล้วยนั้นมี 200-300 ชนิด แต่ประเทศไทยแบ่งออกเป็น5 ชนิด คือ 1. กล้วยป่าออร์นาตา 2. กล้วยป่าอะคิวมินาตา 3. กล้วยในสายพันธุ์อะคิวมินาตาคัลทิฟาร์ 4. กล้วยป่าบาลบิเชียน่า และ 5. กล้วยลูกผสมอะคิวมินาตากับบาลบิเชียน่า กล้วยมีประโยชน์มากมาย เช่น กล้วยใช้เพื่อห่ออาหารได้ ทาพานบายสี ใช้ทาเป็นของเล่น นามาประกอบอาหาร และกล้วยยังมีคุณค่าทางอาหารมากมายซึ่งมีมากกว่าผลไม้หลายชนิด และสามารถกินกล้วยเพื่อบรรเทาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเพื่อนๆ ในชั้นม.2 /1 ก็ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วย ดังนี้ดังนี้1) เด็กหญิง กาญจนา ทัพซ้าย ได้ให้ความคิดเห็นว่า กล้วยมีประโยชน์ทางด้านการนามาทายารักษาโรคได้ 2) เด็กหญิง ศศิญาฎา พรมสุบรรณ์ ได้ให้ความคิดเห็นว่า กล้วยสามารถนามาทาสินค้า OTOP ได้ 3) เด็กหญิง ณิชากร ขนชัยภูมิ ได้ให้ความคิดเห็นว่า หยวกกล้วยสามารถนามาทาน้าหมักชีวภาพได้ และ 4) เด็กชาย ณัฐดนัย แดงน้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า เปลือกกล้วยสามารถนามาลบรอยขีดข่วนบนเครื่องหนังได้
  • 23.
    จากงานวิจัยที่คณะผู้จัดทาได้สืบค้นมามีเนื้อหา ดังนี้คือ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกล้วยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการคัดแยกสายพันธุ์ของกล้วยในประเทศไทย การทาให้กล้วยทนทานต่อศัตรูพืชและโรคต่างๆ การเพิ่มคุณค่าทางอาหารของกล้วย และการปรับปรุงพันธุ์ของกล้วยให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น และนี่ก็คือประโยชน์ของกล้วยที่คณะผู้จัดทาได้รับจากการศึกษาค้นคว้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องตรงกัน บทที่5 สรุปผลการดาเนินการศึกษาและข้อเสนอแนะ
  • 24.
    กำรศึกษำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ นี้สำมำรถสรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำ และข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 1. การดาเนินการศึกษาค้นคว้า 1.1วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆของกล้วยให้มีความรู้มากยิ่งขึ้นเพื่อนาความรู้ในเรื่องนี้ไปพัฒนาต่อยอ ดให้ดียิ่งขึ้น 2. เพื่อศึกษาประโยชน์ของกล้วยว่ามีประโยชน์อย่างไร 3. เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของกล้วยมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนนาความรู้ ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ 1.2 วัสดุ อุปกรณ์ และโปรแกรมที่ใช้ในกำรศึกษำ 1.คอมพิวเตอร์ 2.โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 3.เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกล้วย 4.หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกล้วย 2. สรุปผลกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ กำรศึกษำ เรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆ ในรำยวิชำ กำรศึกษำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1) และได้รวบรวมข้อมูลและพร้อมนำเสนอในรำยวิชำ กำรสื่อสำรและกำรนำเสนอ (IS2) คณะผู้จัดทำได้ศึกษำค้นคว้ำข้อมูล มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้ำเรื่องเกี่ยวกับกล้วย ประโยชน์ของกล้วย เพื่อเป็นแหล่งควำมรู้และเผยแพร่ให้ประชำชนได้รับรู้ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยำวชนและผู้สนใจทั่วไป คณะผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินกำรศึกษำตำมขั้นตอนกำรศึกที่เสนอในบทที่ 3 แล้ว และได้รับควำมรู้ต่ำงๆ เกี่ยวกับกล้วยมำกยิ่งขึ้น เช่น ได้รู้จักควำมหมำยของกล้วย , ถิ่นกำเนิดของกล้วย , สำยพันธุ์ของกล้วย , งำนวิจัยต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกล้วย , ประโยชน์ในส่วนต่ำงๆ ของกล้วย , คุณค่ำทำงอำหำรและประโยชน์ของกำรกินกล้วย ทั้งนี้ทำงคณะผู้จัดทำได้จัดทำ Power Point เรื่อง พืชในท้องถิ่น (กล้วย)
  • 25.
    ที่มีควำมน่ำสนใจด้ำนเนื้อหำและรูปลักษณ์ขึ้นมำ เพื่อเผยแพร่ควำมรู้ที่มีประโยชน์ให้ประชำชนทั่วไปได้ศึกษำเพื่อนำควำมรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตป ระจำวันและต่อยอดเพื่อสร้ำงรำยได้ให้แก่ตนเอง 3. ข้อเสนอแนะ ในกำรศึกษำเรื่อง มหัศจรรย์เรื่องกล้วยๆนั้น คณะผู้จัดทำได้ศึกษำเพื่อสร้ำงองค์ควำมรู้ให้แก่ตนเองและผู้อื่น ซึ่งสำมำรถนำควำมรู้ที่ได้รับนี้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสำมำรถนำควำมรู้ที่ได้รับไปสนับสนุนกำรเรียนกำรสอนของกำรศึกษำได้เป็นอย่ำงดีและส ำมำรถนำไปพัฒนำได้ในอนำคต ในกำรศึกษำครั้งนี้มีข้อเสนอแนะดังนี้ 3.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป 1. ควรจัดทำเป็นสื่อชนิดต่ำงๆ ที่สำมำรถให้ประชำชนทั่วไปเรียนรู้ได้หลำยช่องทำง เพื่อเผยแพร่ควำมรู้ต่ำงๆ ให้แก่บุคคลทั่วไปได้ศึกษำเพื่อเป็นประโยชน์ 2.จัดทำรูปแบบให้น่ำสนใจ มีเนื้อหำที่เข้ำใจง่ำย และรูปภำพประกอบ เพื่อทำให้เกิดกำรเรียนรู้ และกระตุ้นให้ผู้ที่ศึกษำเกิดควำมสนใจ ดังนั้นควรสร้ำงสื่อกำรสอนในลักษณะที่เป็นสื่อประสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพในกำรเรียนรู้ของผู้ศึกษำมำกยิ่งขึ้น 3. ควรมีกำรจัดทำเนื้อหำให้หลำกหลำยให้ครบทุกกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ 3.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการศึกษา 1. ระบบอินเตอร์เน็ตมีปัญหำบ่อยครั้งจึงทำให้กำรศึกษำเรื่องดังกล่ำวเกิดกำรสะดุด ไม่ต่อเนื่อง ทำให้เสียเวลำในกำรค้นหำข้อมูล 2.เนื้อหำข้อมูลที่ค้นหำมำจำกหลำยๆ สื่อไม่ตรงกัน จึงต้องพิจำรณำข้อมูลที่เป็นควำมจริงมำกที่สุด ทำให้เสียเวลำต่อกำรหำข้อมูล
  • 26.
    บรรณานุกรม เดียว วงศ์สุวรรณ และคณะ . 2530 . กล้วยๆๆ . กองบรรณำธิกำรเฉพำะกิจ ฐำนเกษตรกรรม . สำนักพิมพ์ฐำนเกษตรกรรม . สมศักดิ์ วรรณศิริ . 2541 . สวนกล้วย . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฐำนเกษตรกรรม . ศุภิสรา สิงหภาณุพงศ์ . 2554 . กล้วย . 14 มกรำคม 2557 . http:// www.tanida๑๕.blogspot.com/๒๐๑๑/๐๑/blog-post_๐๘.html ศุภิสรา สิงหภาณุพงศ์ . 2554 . ถิ่นกำเนิดและประโยชน์ของกล้วย . 14 มกรำคม 2557 . http://www.prc.ac.th/montage/BananaWeb GooD~Ö~GirL . 2552 . ประโยชน์ของกล้วย . 14 มกรำคม 2557 . http:// www.variety.teenee.com/foodforbrain/๑๖๒๘๘.html
  • 27.
  • 28.
  • 29.
    กำรค้นหำข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของสมำชิกในกลุ่ม ประวัติของผู้ศึกษาค้นคว้า 1. เด็กหญิง รุจิรำมีชิน วันเกิด 20 พฤศจิกำยน 2542 สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 261 หมู่ 6 ตำบล ซำยำง อำเภอ สีชมพู จังหวัด ขอนแก่น 40220 กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 095-9258764 2. เด็กหญิง ปำนชีวำ สมลือแสน วันเกิด 27 พฤษภำคม 2543 สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 334 หมู่ 10 ตำบล ไชยสอ อำเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น 40130 กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ
  • 30.
    อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 084-9346502 3. เด็กหญิงนภสร จันทำตีด วันเกิด 25 ตุลำคม 2542 สถำนที่อยู่ปัจจุบัน 115 หมู่ 4 ตำบล โนนหัน อำเภอ ชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น 40290 กำลังศึกษำอยู่ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 โรงเรียน ชุมแพศึกษำ อีเมลล์/เบอร์โทรศัพท์ 080-7567514