photo : stories, starline / FreepikFr /net a nenerierotoph s,t es,es,o : stort it ririeioo Fstarline //nennotot FF ee /// FFFFrFFFrFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF eeee:: ss s sstotorrrieierieioss: ss FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFhoohpp eppp pprestttttt ssssssppp o ssssstttstttstttts eesssessssssss
eMagazine by IMC Institute
-19
Work
from Home
- -
นิตยสารยุคดิจิทัล ราย 4 เดือน VOL.5 NO.14 MAY-AUGUST 2020
02 What's New
• AI
Post-Covid Era
04 IT News
• 5G to Infinity and Beyond
08 Interview
•
CRM Marketing Automation
Collaborative Tool
13 Digital Trends
• Digital Trends 2020:
The 7 Elements of Digital Transformation
22 Impression
• -
23 Expert Talk
• AI-Big Data -19
• Top 10 Cybersecurity and
Privacy Trends 2020
28 knowledge Vantage
•
• . . .
31 Instructor
• Salesforce
32 Survey
• 2562
37 Training
• Course Schedule 2020
นิตยสาร IT Trends เปลี่ยนชื่อเป็น Digital Trends eMagazine by IMC Institute
พลิกกลยุทธ์การตลาดด้วย AI
พร้อมเดินต่อ POST-COVID ERA
“โลกกำ�ลังเปลี่ยน” ภายหลังจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือ Covid-19 สิ้นสุดลงแล้วทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
อีกต่อไป ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก ต้องเร่งวางแผนเพื่อเปลี่ยนตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นแล้วและกำ�ลังจะขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ Digital มาเป็นองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนอนาคตนับจากนี้
สถาบันไอเอ็มซี ได้น�ำเสนอทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ด้านการตลาด
ที่จะพลิกโฉมองค์กรไปสู่โลกดิจิทัลในแบบที่ก้าวข้ามจาก Online
Marketing ไปสู่ AI Marketing ด้วยซอฟต์แวร์ของบริษัท Appier
เครื่องมือด้านการตลาดที่ถูกพัฒนาขึ้นบนรากฐานของเทคโนโลยี AI
หรือปัญญาประดิษฐ์ ช่วยให้การน�ำเสนอแคมเปญส่งตรงถึงกลุ่ม
เป้าหมายที่ “ใช่” ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ต้องหว่านข้อมูลออกไป
แบบไร้ทิศทาง ซึ่งแน่นอนว่าประโยชน์คือ “ประหยัดกว่า” การตลาด
แบบเดิมๆ ที่มีรูปแบบโฆษณาเป็นหลัก จึงหมดข้อสงสัยเรื่อง ROI
ซอฟต์แวร์ของบริษัท Appier เป็นมากกว่าการโฆษณา เพราะ
มีความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์
และสร้างโมเดลการตลาดจากข้อมูลบุคคลให้ชาญฉลาดกว่า Online
Marketing แบบเดิมๆ ด้วยงบประมาณที่จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องหว่านโดย
ไม่รู้ทิศทางที่อาจจะไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เลย ซึ่งสถาบัน
ไอเอ็มซี น�ำเสนอ 2 บริการหลัก คือ AIQUA สุดยอดแพลตฟอร์มด้าน
AI Marketing ใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิม และ AIXON ตัวช่วยใน
การขยายฐานลูกค้าใหม่
AIQUA แพลตฟอร์มการตลาดอัตโนมัติเชิงรุก
AIQUA จะท�ำให้คุณเข้าใจความสนใจของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง
จากการที่ลูกค้าเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณด้วยวิธีการดึงข้อมูลจากเว็บเพจ
หรือที่เรียกว่า Web Crawling ท�ำให้นักการตลาดสามารถปล่อย
แคมเปญที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละราย ด้วยการใช้ AI เป็นเครื่องมือใน
การวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า โดย AIQUA มีวิธี
การท�ำงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ระบุตัวบุคคลที่เข้ามายังเว็บไซต์ โดยระบบจะ
ท�ำการรวบรวมข้อมูลความสนใจต่างๆ ของลูกค้าทั้งจากภายนอกและ
ภายในเว็บไซต์ อีกทั้งยังมีความสามารถในการท�ำงานข้ามอุปกรณ์
ยิ่งกว่านั้นยังช่วยให้นักการตลาดสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ตามหัวข้อ
หรือกิจกรรมได้ด้วย
ขั้นตอนที่ 2 ก�ำหนดแคมเปญให้แก่ลูกค้า พร้อมกับสร้างข้อความ
ที่มีความเฉพาะเพื่อส่งตรงถึงลูกค้าในช่องทางที่เหมาะสมที่สุดโดยระบบ
สามารถเชื่อมโยงได้หลากหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็น e-mail, Facebook
หรือ LINE
ขั้นตอนที่ 3 วัดประสิทธิภาพของแคมเปญ มีการติดตามตัวชี้วัด
ที่ส�ำคัญ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดรายงานโดยละเอียดเพื่อท�ำการ
วิเคราะห์ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Google Analytics ได้ด้วย
ทั้งหมดนี้คุณสามารถใช้งานAIQUAได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง
การตัดสินใจ และยังสามารถเชื่อมกับระบบ CRM ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย
ขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วย AIXON ที่มี AI เป็นตัวช่วย
แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะที่ Appier มีฐานรายชื่ออยู่ถึง 2 พัน
ล้านรายชื่อ พร้อมให้บริการต่อลูกค้าผ่าน AIXON ที่จะท�ำหน้าที่ใน
การวิเคราะห์ ศึกษาพฤติกรรม เพื่อให้เกิดการคาดการณ์ความต้องการ
ของลูกค้าได้อย่างแม่นย�ำกว่าการตลาดแบบเดิมๆ โดย AI จะเรียนรู้
เพื่อท�ำนายรูปแบบความต้องการต่างๆ น�ำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์
มาน�ำเสนอแคมเปญออนไลน์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า จากนั้นนักการตลาด
เพียงแค่รอการสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่โดยที่คุณไม่ต้องออกไปหาเองแล้วมา
คัดเลือกอีกครั้งก่อนส่งออกแคมเปญต่างๆ
หมดกังวลส�ำหรับผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กที่มองว่าจะต้อง
มีนักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งไม่จ�ำเป็นอีกต่อไป เพราะ AIXON จะท�ำงาน
ทั้งหมดให้เพียงแค่กรอกความต้องการบางอย่างเข้าไปเท่านั้น โดยไม่
ต้องมีพื้นฐานทางเทคนิคด้าน Data Science แม้แต่น้อย
จากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ AIXON จะช่วยให้คุณสร้างฐานลูกค้า
ใหม่ที่ตรงกลุ่ม และบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างง่ายดาย รวมทั้ง
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดด้วยค่าใช้จ่ายที่ต�่ำกว่าวิธีการแบบเดิมๆ
Appier กับบริการ AIQUA และ AIXON เป็น AI as a Service
ที่ใช้ง่าย ช่วยองค์กรยกระดับการตลาดไปสู่โลกดิจิทัลโดยใช้ AI เป็น
ตัวช่วยอัจฉริยะ ซึ่งจะสร้างความส�ำเร็จในการด�ำเนินธุรกิจของคุณ
ได้ในชั่วข้ามคืน
Scan เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ดู demo หรือ
สนใจท�ำ Free Workshop เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์
ตอบโจทย์ธุรกิจท่านหรือไม่
หรือ e-mail : contact@imcinstitute.com
2 DIGITAL TRENDS WHAT'S NEW
SMART THAILAND | IT TRENDS 3
ในช่วงที่ไวรัสโคโรน่าหรือCovid-19ก�ำลังระบาดหนักทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย
รัฐได้ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ปิดสถานที่ต่างๆ มากมาย และขอความร่วมมือ
ให้ทุกคนอยู่บ้านนั้น องค์กรเอกชนหลายแห่งต่างก็ใช้นโยบาย Work from Home กัน
นับว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคนจ�ำนวนมาก
คาดการณ์กันว่า Work from Home จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการน�ำ
เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ มาใช้ท�ำงานร่วมกัน ตลอดจนการท�ำงานบนไฟล์เดียวกัน
การประชุมผ่านVDOการใช้แอปฯต่างๆในการบริหารจัดการงานที่มีให้เลือกมากมาย
ซึ่งในคอลัมน์ Special Report รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ได้เขียนไว้อย่างน่าสนใจ
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ต่อการใช้เครื่องมือออนไลน์ในการท�ำงาน
อย่างต่อเนื่องหลังการระบาดของไวรัสได้จบสิ้นลงไปแล้ว (Post-Coronavirus) ทั้งนี้
เพราะผู้คนต่างเคยชินกับเครื่องมือเหล่านั้น และมีความเป็นไปได้ว่าจะหาแอปฯ ใหม่ๆ
มาใช้เพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น เช่น แอปฯ เช็กอินลงเวลาเข้าออกงาน สัมมนา
เสมือนผ่านออนไลน์อย่าง Webinar ที่รวมไปถึงการอบรมผ่านห้องเรียนเสมือน ตลอด
จนระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่จะท�ำให้รัดกุมมากขึ้น และจะท�ำอย่างไรเพื่อสกัดกั้น
ไม่ให้พนักงานน�ำข้อมูลออกจากระบบ การใช้แอปฯ ที่สามารถมอนิเตอร์พนักงานว่า
ท�ำงานได้คืบหน้ามากน้อยแค่ไหน ฯลฯ
แม้แต่ในชีวิตประจ�ำวัน ปรากฏการณ์ใหม่ของ Post-Coronavirus ก็จะเกิดขึ้น
เช่นกัน โดยผู้คนจะใช้บริการจากDigitalPlatformมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเงิน
ด้วยแอปฯแทนเงินสดที่จะมีมากขึ้นไปอีกมาก การชอปปิงออนไลน์การสั่งอาหารผ่าน
FoodDeliveryเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากแอปฯ และเคยชินกับการอยู่บ้านสักระยะ
หนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ใช้มากๆ คือ อินเทอร์เน็ต ใช้เพื่อการท�ำงาน แชต ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม
และเป็นไปได้ว่าบางคนอาจจะคุ้นเคยกับการเรียนหรือการอบรมผ่านออนไลน์
และที่อดกล่าวถึงไม่ได้นั่นคือ ในช่วงก่อนที่จะมี Work from Home
พบว่าโน้ตบุ๊กมียอดขายพุ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนๆ มีการตัดสินใจใช้บริการ
แอปฯ ท�ำงานออนไลน์มากขึ้น และในช่วงที่ไวรัสระบาด คนต่างอยู่บ้านกันมากนั้น ก็มี
ยอดการเล่นเกมมากขึ้นด้วยเช่นกัน
สุดท้ายขอแจ้งเรื่องการปรับรูปแบบ Digital Trends (eMagazine by IMC
Institute) ของฉบับนี้ โดยบนปกได้น�ำเสนอหัวข้อเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจภายในเล่ม
เพื่อสะดุดตาค้นหาง่าย เพียงคลิกที่หัวข้อก็จะเข้าสู่เนื้อหาเรื่องนั้นๆ ได้ทันทีผ่าน
แพลตฟอร์ม eBook ที่สถาบันไอเอ็มซีได้ตั้งใจจัดท�ำขึ้นเพื่อผู้อ่านทุกท่าน (และท่าน
สามารถอ่านเล่มต่างๆ ย้อนหลังได้ที่ http://www.imcinstitute.com/index.php/
research-menu/e-magazine
ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากมายจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า สถาบันไอเอ็มซี
จึงได้เว้นการออกนิตยสารประจ�ำเดือนมกราคม-เมษายนไป ซึ่งฉบับที่ท่านก�ำลังอ่าน
อยู่นี้เป็นการออกปกติของนิตยสารประจ�ำเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2563
มั่นใจว่าพนักงาน ทีมงาน จะได้ความรู้และทักษะเพิ่ม เมื่อเรียนรู้และทำ�งาน
ที่บ้าน หรือที่ไหนก็ได้ เพียงเลือกวันที่ผู้เรียนพร้อม
หลักสูตรอบรม : IT Trends, Big Data, Data Sciences, Software
Development, Soft Skill, Digital Transformation, Work from Home
เป็นต้น (คลิก: http://cutt.ly/ItSCknt)
• มีหลักสูตรหลากหลาย สำ�หรับ Technical และ Non-Technical
• มีเนื้อหาออกแบบสำ�หรับพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้บริหาร
• มีระบบการสอนออนไลน์ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Zoom, Microsoft
Team เป็นต้น
• มีระบบ LMS สำ�หรับคู่มือการอบรมและการวัดผล
• มี TA ช่วยดูแลทางด้านเทคนิค ผ่านระบบ AnyDesk และ
TeamViewer
• มี Attendee Report หลังจบการอบรม
• มีระบบ Q&A เพื่อตอบข้อซักถามระหว่างอบรม
• มีระบบการทำ�งานกลุ่มย่อย เช่น breakout session, online
flipchart
• มี Pre-Test และ Post-Test เพื่อประเมินผล
• การันตีด้วย eCertificate สำ�หรับผู้อบรมที่จบหลักสูตร
จำ�นวนผู้อบรม : ไม่จำ�กัดจำ�นวน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหลักสูตร
EDITOR NOTE
นัยนา แย้มอรุณ
บรรณาธิการ
นิตยสารยุคดิจิทัล ราย 4 เดือน
VOL.5 NO.14 MAY-AUGUST 2020
Post-Coronavirus
• Learning Anywhere for Corporate Staff
• Upskill your staff with Interactive Online Courses
สอบถามเพิ่มเติม
Ms. Chalalai Jaihan (น�้ำ)
Mobile: 082-452-6464
E-mail: chalalai@imcinstitute.com
Ms. Kanthiyaphon Bongdaeng (ปุ๊ก)
Mobile: 065-925-9245
E-mail: kanthiyaphon@imcinstitute.com
In-House
Online Learning Platform
photo : freepik
photo : starline / Freepik.com
การเดินหน้าของ 5G ทุกวันนี้ไม่ได้ถูกจ�ำกัดในวงนิยามที่ให้ไว้
แค่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมหรือ ICT เหมือนแต่ก่อน แต่ขยายวง
กว้างและแพร่หลายออกไปทุกอุตสาหกรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
ยุค 1G หรือ 2G แทบไม่มีใครพูดถึงเส้นที่จะบรรจบกันได้
ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสารสนเทศในแง่ของบุคคล
ธรรมดา พอจะได้เห็นความ “วิบวับ” ของการรวมตัวกันบ้าง
ก็ช่วงรอยต่อเทคโนโลยีในยุค 2.5G ก้าวผ่านไปสู่ 3G และต้อง
ยอมรับว่าการผลักดันของทุกฝ่ายทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี
และทางด้านแอปพลิเคชันเพื่อให้เกิดการใช้งานที่ง่ายขึ้นในยุค 3G
จนถึง 4G ท�ำให้ทุกวันนี้ หากจะถามว่าทุกคนและทุกอุตสาหกรรม
ขาดเทคโนโลยีไร้สายนี้ได้หรือไม่ แน่นอนทุกคนคงตอบว่า
ยากมากๆ
มีค�ำถามมากมายต่อ 5G ว่าแตกต่างอย่างไรกับเทคโนโลยี 4G
ในวันนี้ที่ทุกคนยอมรับทั้งในแง่ของรูปแบบการใช้งานค�ำตอบส่วนใหญ่
ที่ไม่ต้องอาศัยฐานความรู้ของผู้รับสารโดยส่วนใหญ่ ก็มักจะตอบ
ไปว่า 5G คือเทคโนโลยีที่จะเพิ่มความเร็วของการใช้งานอุปกรณ์ไร้สาย
การเกิดของ 5G ไม่ได้สร้างคำ�ถามให้กับผู้คน
ในบ้านเราเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างที่นักทำ�นายใน
อุตสาหกรรมกล่าวไว้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเส้น
สตาร์ตของโลกใหม่ ที่คำ�ว่า Digital Transform
and Disruption กำ�ลังจะไปสู่ความจริง
ในมือให้เร็วยิ่งขึ้นตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งยังมีรูปแบบการใช้งาน
ที่หลากหลาย ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วก็เป็นเพียงส่วนเดียวที่สามารถ
บอกสาธารณชนทั่วไปได้ แต่จากนี้บน 5G จะมีอะไรมากกว่า
และน่าตื่นเต้น จะต้องดูต่อไป
Trending into Normal
เมื่อวันนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยก�ำลังขยายเครือข่าย 5G
ทุกคนอยากเห็นว่าแนวโน้มต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้
ข้อมูลจากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย คาดการณ์
ว่า 5G จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับโลกที่มีมูลค่ากว่า 12.4 ล้าน
ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างอาชีพใหม่กว่า 20 ล้านอาชีพภายในปี
2025 โดยปัจจุบันเมืองส�ำคัญหลายแห่งทั่วโลกได้น�ำ 5G มาทดลอง
ใช้แล้ว เช่น กรุงลอนดอน อังกฤษ, ซูริค สวิสเซอร์แลนด์, กรุงปักกิ่ง
เซี่ยงไฮ้ หางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน, มิลาน อิตาลี, กรุงเบอร์ลิน
เยอรมนี,โดฮาการ์ตาและบาร์เซโลนาสเปนซึ่งปัจจุบันมีโอเปอเรเตอร์
มากกว่า 60 ราย จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวการใช้ 5G
ในเชิงพาณิชย์
4 DIGITAL TRENDS IT NEWS
ส�ำหรับประเทศไทย ปี 2563 อุตสาหกรรมหลักที่ 5G จะเข้า
มามีบทบาทอย่างแน่นอน คือ การขนส่งเดินทาง, ภาคการผลิต,
อุตสาหกรรมเกม และโลจิสติกส์ ส่วนประเทศเกาหลีใต้ ปีที่ผ่านมา
มีผู้ใช้งาน 5G เพิ่มมากขึ้นเป็น 3.5 ล้านราย ภายใน 6 เดือน ประเทศ
จีนน�ำเทคโนโลยี 5G เข้ามายกระดับการขนส่งในอุตสาหกรรม
เหมืองแร่ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบรถบรรทุกไร้คนขับแทนรถบรรทุก
ทั่วไปเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการท�ำงานให้เร็วยิ่งขึ้น
ประเทศไทยกับ 5G
ในประเทศไทยความคืบหน้าของเครือข่ายระบบ 5G นั้นได้
เดินหน้าไปพร้อมกับในต่างประเทศ โดยมีการประมูลคลื่นความถี่
ไปแล้ว ซึ่งมุมมองของภาคธุรกิจนั้น คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายก
สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยกล่าวไว้ว่าปี2563
เทคโนโลยียุคที่ 5 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ บริบทการใช้ชีวิตของ
มนุษยชาติจะเปลี่ยนไปมาก วิถีการท�ำงานจะอยู่ที่ไหนก็ท�ำงานได้
การเชื่อมต่อกับบุคคลอื่นๆ ทั่วโลกท�ำได้ง่ายแค่คลิกที่ปลายนิ้ว ซึ่งจะ
ท�ำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ
New Technology, New Model
การเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติของการท�ำธุรกิจ แต่การเข้า
มาของระบบ 5G นั้นถือว่าเป็นตัวแปรที่ท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทั้งในเชิงปริมาณและรูปแบบในการท�ำธุรกิจค่อนข้างมากและชัดเจน
มีนักท�ำนายอุตสาหกรรมพูดเสมอว่า“องค์รวมของธุรกิจทั้งโลกก�ำลัง
ถูกปรับและท�ำลายล้างอย่างรุนแรง” Digital Transform and
Disruption ก�ำลังเข้าใกล้ธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กอย่างรวดเร็ว
ขอยกตัวอย่างหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในโลกธุรกิจอย่าง คุณปฐม
อินทรโรดม ได้เคยให้ความเห็นไว้ใน Facebook ส่วนตัว โดยสรุป
คร่าวๆ ว่า ธุรกิจโดยเฉพาะในประเทศไทยจะต้องเจอปัญหาหนัก
หากยังไม่ตระหนักถึงเรื่องของการน�ำ“ข้อมูล”มาใช้ในยุค5Gเพราะ
สิ่งที่ก�ำลังพูดถึงเหมือนเป็น “ยาขม” ของธุรกิจส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ
SME ที่บางรายก็ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
“อีก 3 ปีข้างหน้าหากทัศนคติเรายังเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าเรา
จะท�ำธุรกิจกันแบบตาบอดคือไม่รู้เลยว่าลูกค้าอยู่ไหนความต้องการ
คืออะไร แนวโน้มธุรกิจเป็นอย่างไร ในขณะที่บริษัทต่างชาติรู้ลึกว่า
คนไทยมีพฤติกรรมอย่างไร ชอบสินค้าใด มีไลฟ์สไตล์ชอบดูหนัง
ฟังเพลงแบบไหน ออกก�ำลังกายบ่อยหรือไม่ เพราะต่างชาติใช้
เครือข่าย 5G เก็บข้อมูลพฤติกรรมคนไทยทุกรูปแบบผ่านอุปกรณ์
Smart Device รอบตัว ทั้ง IoT ที่ให้บริการทุกจุดทั้งในบ้านและ
นอกบ้าน มีเซนเซอร์แฝงในทุกที่ทั่วเมือง มีกล้องที่มองเห็นว่าเรา
ชอบไปไหน มีรถที่เก็บข้อมูลการเดินทาง มีสารพัดแอปฯ ที่เปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัวตลอด 24 ชม.”
photo : macrovector / Freepik.com
5IT NEWS DIGITAL TRENDS
หนึ่งในโมเดลธุรกิจที่จะเปลี่ยนไปก็คือ การน�ำเอาข้อมูลมาใช้
มากขึ้นเรื่อยๆ 5G ท�ำให้เกิดปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ได้จากทั้ง
รูปแบบการใช้งานและอุปกรณ์จ�ำนวนมาก ยกตัวอย่างในยุค 4G
ก่อให้เกิดโอกาสมหาศาลทางธุรกิจบริษัทเกิดใหม่ใช้แอปฯที่พัฒนาเอง
เป็นเครื่องมือต่อกรบริษัทยักษ์ใหญ่ เกิดแพลตฟอร์มที่คนใช้
ขาดไม่ได้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น ใช้ Grab เรียกรถ (มาเลเซีย) จอง
โรงแรมด้วยTraveloka(อินโดนีเซีย)แต่ไม่เห็นการเกิดธุรกิจใหม่จาก
การเปลี่ยนแปลงในการอาศัย “ข้อมูล” จากบริษัทที่เป็นคนไทยเลย
ในยุค 5G ความเข้มข้นของเทคโนโลยีคู่ขนานที่เรียกว่า IoT
และ IIoT จะเป็นยุครุ่งเรือง นั่นหมายถึงปริมาณข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น
มานั้น เครื่องจักรทุกตัวจะสื่อสารและบอกทุกสถานการณ์ของตัวเอง
เซนเซอร์ที่มีอยู่รอบตัว พร้อมที่จะร้องเตือนเพื่อบอกแม้กระทั่ง
นมในตู้เย็นที่ก�ำลังจะหมดอายุ หากธุรกิจยังมองไม่เห็นความ
เปลี่ยนแปลงที่กระทบอย่างหนักจากเทคโนโลยี 5G ที่ก�ำลังมาถึง
คงจะอยู่ในธุรกิจอย่างล�ำบาก และอาจตายไปในที่สุด
ส่วนในอีกมุมของรูปแบบทางธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนไปจากการมา
ของ 5G ก็คือการท�ำงานที่จะเปลี่ยนไป บริษัทที่มียอดขายหรือลูกค้า
จ�ำนวนมาก ณ วันนี้ก็ไม่จ�ำเป็นต้องสร้างส�ำนักงานขนาดใหญ่ให้
พนักงานต้องเดินทางมาท�ำงาน เพราะ 5G เป็นเทคโนโลยีที่เปิด
โอกาสให้เครือข่ายไร้สายสามารถเชื่อมโยงทุกคนจากที่ไหนก็ได้ให้
เหมือนนั่งท�ำงานอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ
ในหลายบริษัทที่เดินหน้าในเรื่องของการท�ำDigitalTransformation
ไปแล้ว อีกทั้งสถานการณ์การแพร่เชื้อของไวรัสสายพันธ์ุใหม่อย่าง
COVID-19ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดรูปแบบเหล่านี้และการขยายเครือข่าย
5G ให้ครอบคลุมต้องท�ำให้เร็วยิ่งขึ้น
ยังไม่รวมถึงรูปแบบทางธุรกิจที่จะเกิดจากเทคโนโลยีอย่าง
Smart Cities ที่ทั่วโลกก�ำลังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เมืองอัจฉริยะ
นั้นเกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูลจ�ำนวนมากจากทุกคนที่อาศัยอยู่
ในเมือง ซึ่งหากใช้ข้อมูลเป็นก็สามารถเชื่อมโยงน�ำมาใช้งาน ไม่ว่าจะ
เป็น Smart Advertising หรือสร้าง Smart Service ไปยังทุกคน
หรือทุกอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่าย 5G
New Technology Drive New Norm
ในยุคที่เทคโนโลยี 4G นั้นเดินมาถึงปัจจุบัน ท�ำให้เกิดธุรกิจใน
รูปแบบใหม่มากมาย ยกตัวอย่างที่ชัดเจน คือ Video on Demand
ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+ เป็นต้น ดังนั้นการเดินหน้าของ 5G
จะยิ่งท�ำให้บริการใหม่กลายเป็นพื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อยอดให้
เกิดขึ้นได้อีกมากมาย
ความนิยมของการใช้บริการคอนเทนต์ในรูปแบบของวิดีโอ
กลายเป็นสื่อกระแสหลัก บริษัท Zenith ได้ท�ำการส�ำรวจซึ่งพบว่า
โดยเฉลี่ยผู้บริโภคทั่วไปใช้เวลาในการดูวิดีโอแบบออนไลน์ (ไม่รวม
บริการแบบ On-demand) อยู่ที่ 84 นาที ต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น
100 นาที ภายในปี 2021
Digital Transformation ท�ำให้แนวคิดของ Virtual Office
หรือ Anywhere Office ดูเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง ด้วยความเร็ว
พื้นฐานของเครือข่าย 5G ที่ประมาณ 1 Gbps. (บนคลื่นความถี่
2600 MHz) เรียกว่าเหลือเฟือส�ำหรับการท�ำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะ
โอนย้ายไฟล์เอกสาร ไปจนถึงการนั่งอยู่หน้าจอแล้วท�ำการประชุม
ผ่าน Video Conference ในคุณภาพระดับ HD
ในยุคที่เทคโนโลยี 4G นั้นเดินมาถึง
ปัจจุบัน ทำ�ให้เกิดธุรกิจในรูปแบบใหม่
มากมาย ยกตัวอย่างที่ชัดเจน คือ Video
on Demand ไม่ว่าจะเป็น Netflix,
Disney+ เป็นต้น ดังนั้นการเดินหน้าของ
5G จะยิ่งทำ�ให้บริการใหม่กลายเป็น
พื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดขึ้น
ได้อีกมากมาย
photo : Freepik.com
6 DIGITAL TRENDS IT NEWS
เทคโนโลยีเครือข่าย5Gนั้นจะท�ำให้เกิดบริการเพื่อธุรกิจใหม่ๆ
เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันเราได้เห็นบริการจากรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น
Microsoft, AWS, Google แต่หลังจากนี้จะมีบริการใหม่ๆ ที่อาศัย
ทั้งขนาดและความสามารถของเครือข่าย 5G ที่เร็วและมีค่า
ความหน่วงในการสื่อสารที่ต�่ำกว่า
นับจากนี้ 5G จะท�ำให้ IoT กลายเป็นกุญแจส�ำคัญของการ
เปลี่ยนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นเครื่องมืออัจฉริยะ5Gมีความสามารถ
ในการบริหารจัดการให้อุปกรณ์ใดๆ จ�ำนวนมากๆ หลายหมื่นหลาย
พันตัวสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
5G in Real World
ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มเดินหน้าขยายเครือข่ายระบบ 5G
ไปพอสมควรรวมถึงประเทศไทยด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะของการ
ใช้งานมีมากมาย ดังเช่น
Drone ส่งของที่บินได้ไกลกว่าเดิม
ในประเทศจีนธุรกิจโลจิสติกส์เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดหลักของ
โลกธุรกิจ หลายบริษัทเริ่มน�ำ Drone มาใช้ส�ำหรับการส่งสินค้า
แต่ปัญหาเดิมของการใช้ Drone นั้นคือจะต้องส่งเจ้าหน้าที่บังคับ
อุปกรณ์ไปอยู่ในบริเวณใกล้ๆ เนื่องจากข้อจ�ำกัดของระยะการ
ควบคุม เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนได้เริ่มน�ำเอา Drone
มาใช้ส่งสินค้าอยู่แล้ว และก�ำลังวางแผนที่จะส่ง Drone ที่รองรับ
เครือข่าย 5G ออกใช้งานในช่วงปี 2020 โดยสามารถท�ำการควบคุม
การจัดส่งได้จากศูนย์กลางไม่กี่แห่งในประเทศจีน ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็
รอเพียงแต่การขยายเครือข่ายระบบ 5G ให้ทั่วถึง
Smart Farming ที่ง่ายขึ้น
แนวคิดของการท�ำเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่ต้องมีอุปกรณ์
เซนเซอร์จ�ำนวนมากคอยรายงานเข้าสู่ระบบประมวลผลกลาง
ซึ่งผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ได้ช่วยให้
ผู้เลี้ยงโคนมในยุโรปนั้นสามารถรวบรวมข้อมูลของแม่วัวทุกตัวที่
อยู่ในฟาร์ม ทั้งในแง่ของการให้ผลผลิต รวมไปถึงอาหารที่กินเข้าไป
และสามารถใช้เซนเซอร์หลายแบบที่ติดกับตัวแม่วัว และติดอยู่กับ
อุปกรณ์ต่างๆ ในฟาร์ม สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G ส่งข้อมูล
ไปยังระบบประมวลผลที่ฝากอยู่บนคลาวด์ ซึ่งหากไม่มี 5G จะเป็น
ไปได้ยากมาก เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องของจ�ำนวนอุปกรณ์และ
เซนเซอร์ที่จะสามารถรองรับและความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล ที่มี
ความต้องการในระดับแม่วัวขยับตัวเจ้าของฟาร์มก็สามารถรับรู้ได้
ไม่ใช่เพียงตัวเดียว แต่หมายถึงแม่วัวในฟาร์มเป็นร้อยตัว
Smart Cities ทั่วโลกกำ�ลังเปลี่ยนสู่ 5G
ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึง Smart Cities เทคโนโลยีที่จะมารองรับ
การท�ำงานร่วมกันของอุปกรณ์และเซนเซอร์ต่างๆก็คือเครือข่ายแบบ
4G และ WiFi Mesh Network ถึงแม้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีนั้นจะ
สามารถสร้างอาณาเขตการเชื่อมต่อได้กว้างขึ้น แต่ไม่สามารถเทียบ
ได้กับการน�ำเอาเครือข่ายระบบ 5G มาใช้ เพราะ 5G พูดถึงการเป็น
เครือข่ายไร้สายที่ครอบคลุมแบบเดียวกับที่สัญญาณมือถือของทุกคน
บวกกับความเร็วที่มีมากเกินพอในระดับเดียวกับ WiFi Mesh
Network ซึ่งในตอนนี้ มหานครใหญ่ๆ อย่างลอนดอน ได้เริ่ม
ปรับเปลี่ยนไปสู่ 5G แล้ว รวมทั้งในหลายเมืองของจีน ณ วันนี้ถือว่า
ได้น�ำเอาเครือข่าย 5G ไปประสานเข้ากับระบบ Smart Cities
สามารถบริหารจัดการเมืองได้อย่างอัจฉริยะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บนคลื่นลูกใหม่อย่าง 5G “วิกฤติและโอกาส” ของธุรกิจไทย
นั้นจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูว่าจากนี้ไปการเติบโตของ 5G นั้นจะ
สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงต่อการเกิดเทคโนโลยีใหม่ได้
มากน้อยเพียงใด หรือจะกลายเป็นของเล่นราคาแพงส�ำหรับคน
ทั่วไปเหมือนอย่างที่เคยตั้งความหวังกับ 4G มาก่อนหรือไม่
ต้องรอคอยก้าวต่อไป
นับจากนี้ 5G จะทำ�ให้ IoT กลายเป็นกุญแจ
สำ�คัญของการเปลี่ยนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็น
เครื่องมืออัจฉริยะ 5G มีความสามารถในการ
บริหารจัดการให้อุปกรณ์ใดๆ จำ�นวนมากๆ
หลายหมื่นหลายพันตัวสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
pikisuperstar / Freepik
7IT NEWS DIGITAL TRENDS
ซันเด โซลูชันส์
ต่อยอด CRM ด้วย MARKETING AUTOMATION
ส่ง COLLABORATIVE TOOL สานประสบการณ์ลูกค้า
เปิดแผนธุรกิจปี 2563 ซันเด โซลูชันส์ ตอบกระแส Customer Experience ที่ลูกค้ามองหาประสบการณ์ใหม่
เชื่อมต่อการทำ�งานให้สมาร์ท รวดเร็ว คล่องตัว ดัน 2 ซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาด Marketing Automation
เครื่องมือช่วยสร้างการตลาดรูปแบบใหม่ และ Collaborative Tool แอปฯ เดียวจบครบทุกการใช้งาน พร้อม
รุกตลาดสถาบันการเงิน ค้าปลีก
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซันเด โซลูชันส์ ให้บริการค�ำปรึกษา จ�ำหน่าย
และติดตั้งระบบCRMและERPมาโดยตลอดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส�ำหรับแผนธุรกิจในปี 2563 เป็นอีกปีหนึ่งที่ตั้งเป้าหมายการเติบโต
จากฐานเดิมราว 10% โดยกลยุทธ์ในปีนี้มีการเพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามา
ท�ำตลาดซึ่งสอดรับกับกระแสCustomerExperienceหนึ่งในแนวโน้ม
ในยุคนี้ที่ลูกค้าต้องการประสบการณ์ใหม่ที่ดี
นาวิก นำ�เสียง
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ซันเด โซลูชันส์ จำ�กัด
นาวิก น�ำเสียง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันเด โซลูชันส์ จ�ำกัด
กล่าวว่า แผนการด�ำเนินธุรกิจในปี 2563 ยังคงเน้นท�ำตลาด CRM และ
ERP เช่นเดิม แต่ขณะเดียวกันได้เพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามาอีก 2 ด้าน
ซึ่งต่อยอดจากรากฐานเดิม ประกอบด้วย Marketing Automation
และ Collaborative ซึ่งจะใช้เจาะลูกค้าเดิมในกลุ่มการเงิน ค้าปลีก
รวมทั้งจะหาตลาดใหม่ควบคู่ไปด้วย
Clever Tap เป็นซอฟต์แวร์ด้าน Marketing Automation
จากต่างประเทศที่ซันเด โซลูชันส์ เพิ่งได้น�ำเข้ามาท�ำตลาด เป็นการเก็บ
พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าจากการใช้แอปฯ บนมือถือ
จากนั้นจะน�ำข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้ามาวิเคราะห์และน�ำเสนอ
สินค้า บริการ โปรโมชันที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานั้น
รวมถึงการจัดแบ่งลูกค้าตามความต้องการ หรือให้ AI จัดแบ่งลูกค้าแบบ
RFM ((Recency, Frequency, Monetary) เช่น เมื่อลูกค้าใช้แอปฯ
ในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ จากนั้นระบบก็จะน�ำเสนอโปรโมชัน หรือ
ส่วนลดคูปองฯลฯไปยังลูกค้าโดยตรงโดยพิจารณาจากเส้นทางของลูกค้า
(Customer Journey)
8 DIGITAL TRENDS INTERVIEW
ภาพ : pikisuperstar / Freepik
เข้ามาอินทริเกรตได้ ท�ำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเปิดหลายแอปฯ ให้ยุ่งยาก
แต่สามารถใช้เพียงแอปฯ เดียวท�ำงานได้ทุกอย่าง
Lark Suite มีลักษณะคล้ายกับแอปฯ โซเชียลอย่าง LINE หรือ
Google Suite ที่คนไทยทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ส�ำหรับ Lark
Suite เป็นเครื่องมือการใช้งานทางธุรกิจจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความ
ปลอดภัย ซึ่งการท�ำตลาดจะเริ่มต้นจากการสร้างประสบการณ์และการ
ตระหนักรู้
นาวิกกล่าวว่าซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งสองรายการข้างต้นนั้นเหมาะกับ
ความต้องการในปัจจุบันคือเป็นSoftwareasaService(SaaS)ที่ช่วย
ให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนซื้อไลเซนส์ ติดตั้งใช้งานได้ง่าย ซึ่งซันเด โซลูชันส์
เป็นผู้ให้บริการและให้ค�ำปรึกษา ท�ำการอินทริเกรตระบบตามที่ลูกค้า
ต้องการ โดยเห็นช่องทางและโอกาสทางการตลาดที่มีอีกมหาศาล
เพราะปัจจุบันการใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นส�ำหรับ
ตลาดไทย
ส�ำหรับเป้าหมายรายได้ในการด�ำเนินธุรกิจปี 2563
บริษัทคาดหวังอัตราการเติบโตราว 10% จากปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน
บริษัทมีฐานลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมการเงินและประกัน ค้าปลีก
อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ และภาครัฐ โดยเป็นภาคเอกชน 95%
และหน่วยงานภาครัฐราว 5% เท่านั้น
“ซอฟต์แวร์ CleverTap นับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะท�ำให้ลูกค้าก้าวสู่
ยุคดิจิทัลขั้นก้าวหน้าซึ่งขยับจากBackendเข้าไปถึงกลุ่มผู้บริโภคหรือ
Consumer โดยตรง เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าได้มี
โอกาสเข้าถึงผู้บริโภครายบุคคล โดยอาจกล่าวได้ว่าเป็นการต่อยอด
ระบบ CRM ไปสู่การตลาดรูปแบบใหม่” นาวิก เสริม
อีกซอฟต์แวร์หนึ่งที่บริษัทใช้เป็นหัวหมอกในการน�ำเสนอให้
แก่ลูกค้าเดิม และเจาะตลาดกลุ่มใหม่ในปีนี้คือ Lark Suite เป็น
Collaborative Tool สัญชาติจีนที่บริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็น
ตัวแทนจ�ำหน่ายในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเป็นเครื่องมือประสาน
การท�ำงานทุกอย่างรวมเข้ามาในแอปฯ เดียว ทั้ง Chat, Talk, Share,
Calendar, Meeting, VDO Conferrence, Document, Check in
เพื่อบันทึกเวลาเข้างาน ฯลฯ โดยมีจุดเด่นที่สามารถน�ำแอปฯ อื่นๆ
9INTERVIEW DIGITAL TRENDS
ไวรัสโควิด-19
สร้างปรากฏการณ์การใช้ดิจิทัล
เปลี่ยนพฤติกรรมคนครั้งใหญ่
ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำ�ให้หน่วยงานรัฐตลอดจนองค์กรธุรกิจขอความร่วมมือ
ไม่ให้ผู้คนเดินทางออกจากบ้าน ทำ�ให้เกิดปรากฏการณ์การใช้ดิจิทัลอย่างมาก และพฤติกรรมนี้จะยังคงอยู่ต่อไป
คุณอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาค
เอเชียและธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้เดลล์เทคโนโลยีส์กล่าวว่า
อุตสาหกรรมไอซีทีหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้จบสิ้นลง
จะท�ำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปโดยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เป็นผลจากช่วงที่มีการระบาดท�ำให้คนใช้เครื่องมือออนไลน์มีการท�ำงาน
ผ่านระบบCloud มีการใช้ModernAppมากมายที่ช่วยให้การท�ำงาน
ง่ายและท�ำจากที่ใดก็ได้
“ไม่ว่าสถานการณ์การระบาดจะใช้เวลา 6 เดือน 8 เดือน หรือ
มากกว่านั้นก็ตาม จะสร้างความเคยชินให้กับผู้คนได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ
เพื่อการท�ำงาน เพื่อการเรียนการสอน และเพื่อกิจกรรมอื่นๆ ความ
เคยชินดังกล่าวจะส่งผลต่อเนื่องไปตลอดนับจากนี้ นั่นหมายความว่า
พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนแปลงไป” คุณอโณทัย กล่าว
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการพัฒนาคอนเทนต์ จะท�ำอย่างไรให้ผู้คน
ท�ำงานร่วมกันบนออนไลน์ห้างสรรพสินค้าจะเร่งท�ำการขายออนไลน์และ
มีการใช้DigitalServiceมากขึ้นเช่นOnlineShopping,FoodDelivery
ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนของการอยู่บ้านที่ท�ำให้ผู้คนต้องเปลี่ยนวิถีการ
ด�ำรงชีวิตโดยการใช้เทคโนโลยีเป็นกลจักรในการด�ำเนินกิจกรรมต่างๆ
อุตสาหกรรมไอทีท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย
หลายองค์กรใช้นโยบายWorkfromHomeท�ำให้เกิดการน�ำเทคโนโลยี
ต่างๆเข้ามาใช้ในการท�ำงานมากขึ้นโดยเฉพาะองค์กรที่ยังไม่ได้วางแผน
หรือวางระบบให้สามารถท�ำงานจากภายนอกองค์กรได้นั้นก็ได้เร่งศึกษา
และสร้างระบบให้พนักงานสามารถท�ำงานได้จากที่บ้านอย่างเร่งด่วน
ในสถานการณ์ดังกล่าว พบว่ายอดขายโน้ตบุ๊กในช่วงปลายเดือน
กุมภาพันธ์จนถึงมีนาคมมีอัตราการเติบโตกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งเป็น
ผลจากเร่งการตัดสินใจซื้อ คือ องค์กรที่มีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊กก็ตัดสินใจ
ซื้อทันที รวมทั้งบางองค์กรที่พนักงานมีโน้ตบุ๊กไม่ครบตามจ�ำนวนคน
ก็ตัดสินใจซื้อเพิ่ม เพื่อให้พนักงานน�ำกลับไปท�ำงานที่บ้าน นอกจากนี้
ยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการท�ำงานที่บ้านเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
เครื่องมือหรือแอปฯต่างๆได้แก่VMware,VPN,Webcam,มอนิเตอร์
รวมถึงเทคโนโลยีWorkspaceของเดลล์ที่มียอดขายเติบโตกว่าปกติใน
ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามในขณะนี้บริษัทผู้ประกอบการทางด้านไอทีต่างๆ
นั้นได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เนื่องจากศูนย์กลางในการผลิตของชิ้นส่วน
คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ท�ำให้หลายบริษัทผลิตสินค้า
ออกสู่ตลาดได้น้อยลง ดังนั้นลูกค้ายิ่งต้องตัดสินใจซื้อให้รวดเร็วขึ้น
ส่วนด้านการขาย ผู้ค้าหลายรายต่างเน้นขายผ่านออนไลน์ โดยมีสัดส่วน
การขายผ่านช่องทางออนไลน์ 80-90% เนื่องจากผู้คนไม่ออกจากบ้าน
					
เดลล์ เล็งเห็นความส�ำคัญต่อการใช้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการ
ท�ำงานที่บ้าน จึงได้ออกแคมเปญให้ใช้ Workspace One ของเดลล์
เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการที่
ยังไม่มีงบประมาณในการลงทุนระบบ โดยองค์กรที่สนใจสามารถเข้า
ลงทะเบียนเพื่อใช้งานได้ฟรี 90 วัน
คุณอโณทัย เวทยากร
รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย
และธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์
10 DIGITAL TRENDS INTERVIEW
11ECONOMY NEWS DIGITAL TRENDS
ธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงในช่วงระหว่าง
ปี2563-2565จากก�ำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับต�่ำ ประกอบกับความต้องการเปลี่ยนมือ
รถยนต์ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรกคาดว่าจะทยอยสิ้นสุดลงในระยะ
ข้างหน้า นอกจากนี้การเข้ามาก�ำกับดูแลสินเชื่อรายย่อยของภาครัฐ
ที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลให้ผู้ให้บริการที่เป็นCaptiveFinance(ธุรกิจ
เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากบริษัทแม่หรือค่ายรถยนต์)
เข้ามาแข่งขันและเพิ่มบทบาทภายในอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่วนผู้ให้
บริการสินเชื่อที่เป็นสถาบันการเงินจึงต้องเร่งสร้างกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อ
ขยายตลาด โดยเฉพาะผ่านช่องทาง Digital Platform เพื่อให้เข้าถึง
ผู้บริโภคที่มีศักยภาพได้หลากหลายกลุ่มขึ้น
วิจัยกรุงศรีมีมุมมองว่าการขยายตลาดผ่าน Digital Platform
จะพบในกลุ่มสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สามารถผสานจุดแข็งกับการ
มีฐานลูกค้าของธนาคารและการท�ำการตลาดกับเครือข่าย Dealer
โดยการพัฒนาเทคโนโลยี Data Analytics ในการวิเคราะห์ข้อมูล
เชิงลึกเพื่อให้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงจากการที่ลูกค้าเปรียบเทียบ
ราคารถยนต์ผ่าน Online Marketplace ซึ่งแสดงถึงความสนใจซื้อ
รถยนต์ในอนาคต ท�ำให้สถาบันการเงินสามารถยื่นข้อเสนอสินเชื่อ
รถยนต์แก่ลูกค้า โดยให้ดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย
​ในปี 2563 นี้ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายของไทยก�ำลังจะเข้าสู่
จุดเปลี่ยนที่ส�ำคัญอีกครั้งหนึ่ง จากการประมูลคลื่นความถี่ส�ำหรับ
บริการ 5G โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เกิดการเปิดให้บริการได้ใน
บางพื้นที่ภายในกลางปีนี้ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้
ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่
Thailand 4.0 และเป็นการสร้างปัจจัยดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยี
ชั้นสูงจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จากความพร้อมด้านโครงสร้าง
พื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคตของไทย
เช่าซื้อยานยนต์มีแนวโน้มชะลอ 3 ปี
การลงทุนเทคโนโลยี 5G...พบโจทย์ใหญ่
ตลาด-ต้นทุน-เทคโนโลยี
จากข้อมูลการท�ำธุรกรรมการเงินและพฤติกรรมด้านอื่นจากข้อมูล
ทางเลือกใน Platform ที่เกี่ยวข้อง ท�ำให้สามารถน�ำเสนอสินเชื่อ
เช่าซื้อให้กับลูกค้าได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องรอให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อก่อน
ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี
www.krungsri.com/bank/th/Other/research.html
ข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563
ด้านผู้ประกอบการโทรคมนาคมน่าจะเผชิญโจทย์รอบด้านทั้ง
ประเด็นความพร้อมของตลาดและเทคโนโลยี รวมไปถึงภาระต้นทุน
ต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกที่คาดว่าอุปสงค์ในบริการ 5G น่า
จะอยู่ในวงจ�ำกัด ท�ำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจ�ำเป็นต้องวางแผน
ธุรกิจอย่างรัดกุมเพื่อตอบโจทย์ด้านการเงินของธุรกิจโดยด�ำเนินการ
วางแผนเลือกพื้นที่ลงทุนโครงข่ายและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะ
องค์กรธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิดความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ ก�ำหนดราคา
ค่าบริการ 5G ที่ไม่สูงจนเกินไป โดยหาแนวทางควบคุมต้นทุนการ
ลงทุนโครงข่าย เช่น ท�ำความตกลงใช้โครงข่ายร่วม เป็นต้น นอกจากนี้
การสร้างความแตกต่างจากบริการในยุค 4G โดยพัฒนาบริการ 5G
ที่หลากหลาย โดยเน้นคุณสมบัติด้านความเร็วและการตอบสนองที่
ฉับไวก็มีส่วนส�ำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่
เทคโนโลยี IoT ยังไม่แพร่หลายในไทย
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย
www.kasikornresearch.com
12 DIGITAL TRENDS ECONOMY NEWS
ต่อยอดอุตสาหกรรมอัจฉริยะ 4.0 ด้วย Digital Twin
ศูนย์วิจัยออมสินชี้ COVID-19 กระทบ GDP
เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สถาบันไอเอ็มซีร่วมกับบริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำ�กัด
จัดงานสัมมนา Digital Trends ปีนี้เป็นปีที่ 7 เพื่ออัปเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวโน้มแห่ง
ปี 2020 มีผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมาเล่าประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิด 18 ท่าน โดยครั้งนี้
จัดในหัวข้อ Digital Trends 2020 : The 7 Elements of Digital Transformation
โดยเน้นถึงองค์ประกอบ 7 ด้าน ดังนี้
The 7 Elements of Digital Transformation
Digital Trends 2020 :
ในโอกาสนี้นิตยสาร Digital Trends จึงขอน�ำเนื้อหา
บางส่วนมาสรุปประเด็นให้ท่านผู้อ่านได้รับสาระดีๆภายในงานและ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านที่ยังไม่เคยได้เข้าร่วมงานสัมมนา
จะได้รับองค์ความรู้จากการอ่านในนิตยสาร อันจะเป็นโอกาส
ในการสร้างแนวทางให้ท่านได้คิดและต่อยอดต่อไป พร้อมกับ
ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาประจ�ำปีทุกๆ ปลายปี
ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยความรู้ต่างๆ เทคโนโลยีแนวโน้มแห่งปี และ
ภาพของกรณีศึกษาที่สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้
Digital Trends ฉบับนี้ ได้สรุปสาระส�ำคัญบางส่วนของ 5
จาก 18 ท่าน ไว้ในเนื้อหานับจากนี้
องค์ประกอบ (Element)			 ประเด็นการบรรยาย			 ผลลัพธ์ที่ได้
1. Customer Experience		 VP, Customer Centric, Solving Problems		 New services
2. Culture			 Involve Everyone, Enable IDEAs			 Digital DNA
3. Business Model		 Creating New Business MODELs			 New SKU
4. Organization			 Digital in the Core				 Micro Services
5. Processes			 Digitalization / Agility / Automation		 Digitalization
6. Leadership/Capability		 Reskill / Attract Digital Talents / Growth Mindset/ 	 Reskill / New hires
					 Digital First
7. Infrastructure		 Agile Platforms & Technology Trends		 Network/Apps/Tools
photo : pikisuperstar / Freepik.com
13T DIGITAL TRENDS
Platform Economy
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา
ประเทศไทย (TDRI) บรรยายในหัวข้อ Digital Transformation is
Faster than We Expected สรุปได้ว่า Digital Transformation
เกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรมและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหากองค์กรไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงก็ยากที่จะด�ำเนินธุรกิจในสภาวะปัจจุบันและอนาคตได้
สิ่งส�ำคัญที่สุดคือ Mindset
ปัจจุบันเข้าสู่ยุค“เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม”(PlatformEconomy)
ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจแบบเดิมๆ อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น มีการซื้อ
ขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการจับคู่ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อให้พบกัน
โดยตัดกระบวนการคนกลางออกไป ขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่เริ่มมี
แพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น
แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ต่อไปในอนาคตจะกลืนแพลตฟอร์มขนาดเล็ก
มีกรณีศึกษาหลายด้านที่น่าสนใจ ในที่นี้ได้ยกตัวอย่าง Transfer-
Wiseบริการโอนเงินระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน
ขณะนี้ เนื่องจากเสียค่าธรรมเนียมต�่ำกว่าการโอนผ่านธนาคาร ระบบ
TransferWise เป็นการจับคู่ระหว่างผู้ที่ต้องการโอนเงินจากประเทศ
หนึ่งไปยังประเทศหนึ่งเป็นบริการที่ดิสรัปต์ธุรกิจของธนาคารอย่างเห็น
ได้ชัดเจน
นอกจากนี้ยังมี Digital Disruption ที่เกิดขึ้นอีกมากมาย เราพบ
ว่าปัจจุบัน Quantum Computing สามารถโทรเช็กข้อมูลได้เร็วมาก
ใช้ระยะเวลาในการค�ำนวณเพียง1-2นาทีจากเดิมที่อาจจะต้องใช้เวลา
นานถึง 1 ปี
ไม่เพียงเท่านั้นคอมพิวเตอร์ยังเป็นแชมป์หมากรุกชนะคนอีกด้วย
มีการใช้ซอฟต์แวร์ Deep Learning ที่เรียนรู้ด้วยตนเองจากข้อมูล
ที่มีอยู่อย่างมหาศาล
ส�ำหรับประเทศไทยขอยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนา
ตนเองได้แบบที่คนทั่วไปไม่คาดคิด เช่น “บางจาก” ที่เราคุ้นเคยกันใน
ภาพของผู้ประกอบการด้านพลังงานแต่อาจไม่มีใครรู้ว่าปัจจุบันบางจาก
ก�ำลังพัฒนาพลาสติกชีวภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงเครื่องส�ำอาง
มีคอลลาเจน เช่นเดียวกับ “มิตรผล” ผู้ผลิตน�้ำตาล ก�ำลังศึกษาและจะ
ท�ำเครื่องส�ำอาง เป็นเพราะว่าเมื่อน�ำน�้ำตาลมาท�ำเครื่องส�ำอางจะได้
สินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า โดยเครื่องส�ำอางอาจได้ 20 ดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่น�้ำตาลจะขายได้เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
ในยุคของDigitalDisruptionท�ำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
ต่างๆ จ�ำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และการแข่งขันที่อาจจะมี
มากกว่ารายเดิมๆ
photo : fanjianhua / Freepik.com
14 DIGITAL TRENDS
2.	 Complementary/Augmenting ใช้ดิจิทัลท�ำให้เกิด
นวัตกรรมการให้บริการเน้นการเสริมบริการเพื่อสร้างคุณค่า
ให้ลูกค้า
3.	 Accessibility ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปรับปรุงการท�ำงาน
สนับสนุนให้โลกกายภาพท�ำงานให้ก่อเกิดผลเพิ่มขึ้นอย่างที่
ไม่เคยเป็นมาก่อน
4.	 Product Life Cycle (Value Creation) อาศัยการส่งเสริม
กันและกันระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกกายภาพ ท�ำให้เกิด
คุณค่าใหม่ๆ เพื่อคุณค่าร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างที่
ไม่เคยเป็นมาก่อน
โดยสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เดินหน้า
อย่างถูกทาง เพื่อให้ก้าวตามทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
ในยุคนี้
Experience Economy
ดร.มนูอรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคม กล่าวในภาพรวมของ Why 7 Elements for 2020 ที่ธุรกิจ
ในยุคนี้จะต้องพยายามตอบโจทย์ใน 7 เรื่องดังภาพประกอบนี้ให้ได้
โดยเน้นย�้ำว่าโลกก�ำลังทรานส์ฟอร์มไปสู่ยุค Experience Economy
นั่นคือ ธุรกิจหรือผู้ให้บริการจะต้องท�ำให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์
ยกตัวอย่างเช่นแท็กซี่ นอกจากจะรับส่งผู้โดยสารแล้ว ยังให้ค�ำแนะน�ำ
แก่นักท่องเที่ยวถึงสถานที่เที่ยว ร้านอาหาร เป็นต้น
การทรานส์ฟอร์มคือการเปลี่ยน Business model เพื่อน�ำไปสู่
Experience และ Value กรณีที่ร้านก๋วยเตี๋ยวขายผ่าน Food Panda
หรือ Grab Food ก็ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวเช่นเดิม แต่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
และประสบการณ์นั้นต้องท�ำอย่างไรให้ดีกว่าเดิม เช่น ท�ำให้ก๋วยเตี๋ยว
ยังร้อนอยู่เมื่อถึงมือลูกค้าหากท�ำได้เช่นนั้นจะเป็นผู้ชนะซึ่งอาจจะต้อง
ใช้ Innovation หรือนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการช่วยให้ก๋วยเตี๋ยว
ยังร้อนอยู่
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการมองระบบเศรษฐกิจในลักษณะเครือข่าย
ซึ่งหมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันเพื่อร่วมกัน
สร้างคุณค่า หรือข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมให้แก่ลูกค้า
ส�ำหรับการสร้างเฟรมเวิร์กด้าน Value ประกอบด้วย 4 ประการ
คือ
1.	 Product Usability การสร้างคุณค่าจากสินค้าด้วยการ
ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ใช้งานดีขึ้น
photo : Freepik.com
15T DIGITAL TRENDS
Trend # 1: DARQ
โดยธุรกิจราว 89% น�ำไปทดลองใช้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับ
องค์กรของตนเอง ซึ่ง DARQ คือ
• 	 Distributedleadertechnologyเทคโนโลยีด้านการบันทึก
ข้อมูลอย่าง Blockchain ที่จะช่วยให้องค์กรหรือบุคคลต่างๆ
ท�ำธุรกรรมและเชื่อมโยงกันได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องมีคนกลาง
• 	 Artificial Intelligence (AI) การน�ำปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนา
จากข้อมูลจ�ำนวนมหาศาลมาใช้ในกระบวนการท�ำงานต่างๆ
• 	Extended Reality เทคโนโลยีจ�ำลองภาพบรรยากาศจริงที่
เรียกว่า Virtual Reality หรือ Augmented Reality
• 	 Quantum Computing ระบบคอมพิวเตอร์ที่ท�ำงานด้วย
ทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผล
ได้อย่างมหาศาล
Trend # 2: 5G Netwok
โลกก�ำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ5Gซึ่งจะท�ำให้ระบบการสื่อสารรวดเร็ว
ขึ้นมาก มีอุปกรณ์เข้ามาเชื่อมต่อกับโครงข่ายอีกจ�ำนวนมาก รวมทั้งจะ
ท�ำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบใหม่ขึ้นด้วย เกิดแอปฯ ใหม่ๆ อีกจ�ำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีผลต่อการเติบโตของ IoT เพราะหากไม่มี 5G จะเป็น
อุปสรรคต่อการเติบโตของ IoT
ปัจจุบันพบว่าขณะนี้มีโอเปอเรเตอร์ที่ก�ำลังปรับใช้โครงข่าย 5G
อยู่ถึง 102 รายทั่วโลก ส�ำหรับประเทศไทยในปี 2563 จะมีการประมูล
5G เกิดขึ้นด้วย
Trend # 3: The Empowered Edge
อุปกรณ์ต่างๆ จะมีความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ดังเช่น IoT โดยเทคโนโลยีจะท�ำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคพบกันโดยตรง
ไม่จ�ำเป็นต้องมีคนกลาง มีการยกระดับ IoT ให้มีความสามารถในการ
ประมวลผลและวิเคราะห์ได้ด้วยภายในตัวเอง นั่นคือการพัฒนา
ไปสู่ AI
Trend #4 : Distributed Cloud
เป็นแนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้นจากความกังวลด้านความปลอดภัยของ
ข้อมูลอยู่บน Cloud ส�ำหรับรูปแบบใหม่ของ Cloud ที่จะเกิดขึ้นคือ
น�ำระบบ Cloud เข้ามาอยู่ภายในส�ำนักงาน ซึ่งจะท�ำให้มั่นใจถึง
ความปลอดภัย และมีความเร็ว (Speed) สูงขึ้นด้วย
Trend #5 : AI Devices
เป็นยุคที่สินค้ามีความฉลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ รถยนต์
ไร้คนขับ อุปกรณ์ Smart Home จะเกิดขึ้นอีกจ�ำนวนมาก และสินค้า
ต่างๆดังกล่าวจะท�ำงานด้วยระบบAI มีการสั่งงานกันเองได้ยกตัวอย่าง
การใช้โดรนจ�ำนวนมากบินขึ้นเพื่อแปรอักษรหรือแปรรูปต่างๆ ซึ่งเป็น
การท�ำงานที่โดรนสั่งงานระหว่างกันเอง
ดังนั้นองค์กรยุคใหม่จะต้องศึกษา และมองว่าจะน�ำมาปรับใช้กับ
องค์กรได้อย่างไร AI จะเข้ามาผสมผสานให้เกิดประโยชน์ต่อการด�ำเนิน
ธุรกิจอย่างไร
ในที่นี้ขอสรุปแนวโน้มไว้เพียง 5 จาก 10 แนวโน้มที่กล่าว
ภายในงาน Digital Trends 2020 : The 7 Elements of
Digital Transformation
Technology Trends 2020
ภายในงานสัมมนาทุกๆ ปี รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการ
สถาบันไอเอ็มซีจะมากล่าวถึงแนวโน้มเทคโนโลยีปีถัดไปส�ำหรับปี2020
นี้มีแนวโน้มเทคโนโลยีกลุ่มใหม่ที่น่าจับตามอง นั้นคือ DARQ ท�ำให้เกิด
การทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ ซึ่งขยับจากแนวโน้มเดิมที่เป็น SMAC
(Social, Mobile, Cloud, Information หรือ Big Data)
ในช่วงปี 2017-2019 การ์ทเนอร์ได้เน้นแนวโน้ม 3 กลุ่ม คือ
Intelligent,MeshและDigitalแต่ในปี2020เน้น2กลุ่มคือPeople
Centric และ Smart Spaces ดังภาพประกอบด้านล่าง
photo : Freepik.com
16 DIGITAL TRENDS
ปัจจุบันมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออกมาจ�ำนวนมาก แต่ความ
ส�ำเร็จเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งคุณไผทกล่าวว่าการสร้างแพลตฟอร์ม
ต้องคิดว่าจะท�ำอย่างไรให้สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้ โดยมอง
3 ด้านที่จะต้องเกิดขึ้นเวลาเดียวกันคือ Motivation, Ability และ
Trigger ดังภาพประกอบ
ยกตัวอย่างกรณีของ shopee สร้างการจูงใจโดยการขายของ
ราคาถูกคุณสามารถเข้าไปเลือกหาสินค้าได้สะดวกและง่ายท�ำให้เข้าไป
ซื้อเป็นประจ�ำ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมา
ซื้อของทางออนไลน์ทดแทนการซื้อในรูปแบบเดิมนั่นเอง
สร้างแพลตฟอร์มเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จ�ำกัด เป็น 1 ใน Case Study ที่มากล่าว
ถึงแนวคิดและความส�ำเร็จของการด�ำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม
ด้านก่อสร้าง โดยคุณไผท ผดุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เล่าถึง
ประสบการณ์ต่างๆ ในงานสัมมนา
บิลค์เกิดขึ้นมาราวสิบปีที่ผ่านมา(ปี2010)ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ
ของธุรกิจก่อสร้างที่มีการใช้ดิจิทัลน้อยมาก ดังนั้นในช่วง 5 ปีแรก
บิลค์จึงปรับการท�ำงานให้เป็นดิจิทัล(Digitize)ทุกส่วนทั้งตนเองลูกค้า
ลูกค้าของลูกค้า ไปจนถึงเวนเดอร์ จากนั้นต่อมาได้พัฒนาไปสู่การใช้
ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytics) เพื่อให้เข้าใจตลาด สามารถน�ำ
ข้อมูลไปใช้ในการวางแผน มีข้อมูลแหล่งจ�ำหน่ายสินค้าราคาถูก
ปัจจุบันบิลค์มีลูกค้าจ�ำนวน 25,000 บริษัทในประเทศไทย และ
30,000 บริษัทในเอเชีย ในปี 2561 มีเอกสารอยู่ในระบบจ�ำนวน 3 ล้าน
เอกสาร เป็นข้อมูล (Big Data) ที่บิลค์น�ำมาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดได้
เป็นอย่างดี แต่ข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการน�ำไปขาย นอกจากนี้ยังใช้ AI
ในการสั่งซื้อสินค้าอีกด้วย
photo : macrovector / Freepik.com
photo : rawpixel.com / Freepik.com
17T DIGITAL TRENDS
4.การค้าข้ามประเทศ(CrossBorder)เติบโตแบบก้าวกระโดด
การค้าขายไร้พรมแดน มีการซื้อขายสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นสินค้าจากประเทศจีนซึ่งมีราคาถูก ใช้ระยะเวลาในการ
ขนส่งเร็วขึ้นจาก 12 วันหรือ 6 วัน ท�ำให้ผู้บริโภคหันไปสั่งซื้อสินค้าจาก
ประเทศจีนมากขึ้น และไม่เฉพาะคนในกรุงเทพฯ เท่านั้น ล่าสุด
พบว่าคนต่างจังหวัดมีการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์สูงกว่าคนกรุงเทพฯ
(ดังภาพประกอบ) ดังนั้นผู้ค้าควรจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
5. Live & Conversational Commerce
การค้าแบบไลฟ์สด+Chat
การค้าในยุคใหม่ที่ผู้คนนิยมออนไลน์ ซึ่งก�ำลังเป็นที่นิยมของ
ผู้บริโภคในตอนนี้คือ การไลฟ์สด โดยควรจะมีเทคนิคที่ดีเพื่อจูงใจ
สร้างแรงกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนคนไลฟ์ให้มีคาแรคเตอร์
ที่ชัดเจนและโดดเด่น มีการวางแผนล่วงหน้า เช่น เขียนสคริปต์ มีธีม
มีเวลาในการออกอากาศที่ชัดเจน บอกล่วงหน้า เนื้อหาในการไลฟ์
ต้องน่าสนใจ พูดจามีน�้ำหนัก อธิบายสินค้าและบริการแบบลงลึก
ทุกรายละเอียด มีอารมณ์ความรู้สึก (Over Acting) ทักทายผู้ชม
ตอบค�ำถามที่เข้ามา ชวนคนแชร์ Live แล้วแจกของ (ให้แคปหน้าจอ
ส่งเข้ามา)วางสินค้าเพื่อดึงดูดให้โดดเด่นน่าสนใจมีโปรโมชันเพื่อดึงดูด
(เช่น โอนเงิน 3 คนแรกได้ของแถม) กระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถซื้อ
ให้คนอื่นได้ (แม่ฉันต้องได้กิน เป็นต้น)
นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มอีกหลายด้านที่น่าจับตามองในปีนี้ เช่น
ข้อมูล e-Commerce น�ำไปสู่ธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ยุครุ่งโรจน์ของ
e-Commerceเฉพาะทาง(Verticale-Commerce)OmniChannal
ทุกช่องทางประสานด้วยกัน เป็นต้น
แนวโน้มแห่งปี 2020 ภายใต้หัวข้อ Digital Trends 2020 :
The 7 Elements of Digital Transformation ที่นิตยสารฉบับนี้
ได้หยิบยกจากบางท่านบางประเด็นมาน�ำเสนอนั้น หวังให้ผู้อ่านได้
ประโยชน์ สามารถน�ำไปคิดและวางแผนงานต่อไปได้
เผยแนวโน้ม e-Commerce ปี 2020
คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์
TARAD.com กล่าวถึงแนวโน้ม 12 ประการของตลาด e-Commerce
ในประเทศไทย (ในที่นี้จะสรุปไว้ 5 ประการ)
1. ปีที่เริ่มท�ำรายได้ของ JSL Marketplace
JSL หมายถึง JD (เว็บไซต์ขายสินค้าในเครือเซ็นทรัล) shopee
และ lazada ซึ่ง JD เริ่มมีรายได้ราว 400 ล้านบาทในปี 2561 ขณะที่
shopee เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมในการขาย จากเดิมที่ไม่ได้มีการเก็บ
จึงท�ำให้มีรายได้จากค่าธรรมเนียม แม้ที่ผ่านมาจะขาดทุนต่อเนื่องมา
หลายปีก็ตาม
2. สงคราม e-Wallet
ในปีนี้จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทุกรายพยายามกระตุ้นให้
คนใช้บริการของตนเองทั้งในรูปแบบของการเติมเงินการช�ำระค่าสินค้า
และในรูปแบบการใช้บริการทั่วไปดูสถิติของการใช้งานจากรายงานของ
ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ในปี 2561 มีปริมาณการใช้ e-Money
ราว 1,500 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 2.09 แสนล้านบาท ในขณะที่
ไตรมาสแรกของปี2562 มีปริมาณการใช้e-Moneyมากกว่า470ล้าน
รายการ คิดเป็นมูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท โดย e-Wallet แบ่งออกเป็น
4 ประเภท ดังนี้
•	 Pure Wallet : True Money, Rabbit Line Pay (mPay),
Cash, Dolfin, Blue Pay
•	 e-CommerceWallet:LazadaWallet,Airpay(Shopee),
Grab Pay, Get Pay
•	 Bank Wallet : All Bank
•	 Mobile Device Wallet : Samsung Pay
3. บริการเก็บ-แพ็ก-ส่งสินค้า (Fulfillment) จะเติบโต
ผู้ขายสินค้าออนไลน์จะหันมาใช้บริการเก็บ-แพ็ก-ส่งสินค้า และ
เก็บสต็อกจากผู้ให้บริการ Fulfillment มากขึ้น เนื่องจากจะช่วยลด
ต้นทุนการบริหารจัดการดังกล่าวโดยไม่ต้องจ้างคนมาท�ำงานประจ�ำ
อีกทั้งยังท�ำให้ผู้ขายได้มีเวลาในการโฟกัสตลาดให้มากขึ้น
Buy Now
photo : pikisuperstar / Freepik.com
18 DIGITAL TRENDS
ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เริ่มมาตรการให้พนักงานทำ�งานจากที่บ้านแล้ว (Work from Home)
บางหน่วยงานเตรียมแผนการที่ดีก่อนจะตัดสินใจให้พนักงานเริ่มทำ�งานจากที่บ้าน แต่หลายหน่วยงาน
ก็ต้องเริ่มทำ�แบบกะทันหัน มีการสั่งงานให้ทำ�งานจากที่บ้านทันทีทันใดโดยแทบไม่มีเวลาเตรียมการ
ด้านนโยบาย เทคโนโลยีมากนัก โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมการทำ�งานของพนักงาน
Work from Home กู้วิกฤติโควิด-19
ปรับคน-เทคโนโลยี-นโยบาย ขับเคลื่อนองค์กร
photo : Freepik.com
รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์
ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี
ผมคุ้นเคยกับการท�ำงานที่ไหนก็ได้มาเป็นเวลาสิบห้าปีตั้งแต่
ท�ำงานอยู่ที่ Sun Microsystems เพราะบริษัทไม่มีโต๊ะท�ำงานประจ�ำให้
และบ่อยครั้งก็ต้องไปท�ำงานนอกสถานที่โดยไม่ได้มีเวลาเข้างานที่
แน่นอน และเมื่อมาท�ำงานที่สถาบันไอเอ็มซี ผมก็ไม่ได้จัดให้มีโต๊ะ
ท�ำงานส่วนตัว และได้ก�ำหนดให้พนักงานในออฟฟิศใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยการลดใช้เอกสารให้มากที่สุด มีการใช้
ซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ ใช้ระบบแชร์ไฟล์ต่างๆ และมีการน�ำ
ซอฟต์แวร์ในการท�ำงานร่วมกันต่างๆมาใช้งานท�ำให้พนักงานคุ้นเคย
กับวัฒนธรรมการท�ำงานแบบออนไลน์ท�ำงานที่ใดก็ได้อุปกรณ์ใดก็ได้
และเวลาใดก็ได้
ดังนั้นเมื่อสถาบันไอเอ็มซีเห็นความจ�ำเป็นที่เราจะต้องให้
พนักงานท�ำงานจากที่บ้านก็เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงของ
พนักงานต่อการติดเชื้อโควิด-19 และเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล
ในการช่วยเหลือสังคมในเรื่องของการท�ำ Social Distancing ทาง
สถาบันจึงสามารถก�ำหนดให้พนักงานเริ่มท�ำงานจากที่บ้านทุกคนได้
ทันทีตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
การท�ำงานจากที่บ้าน หากพนักงานมีความคุ้นเคยและมี
วัฒนธรรมการท�ำงานในลักษณะแบบนี้มาอย่างดี ก็จะพบว่าสามารถ
ท�ำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการต้องเดินทางมาท�ำงานในที่
ท�ำงานทั้งนี้นอกจากจะเป็นการลดเวลาในการเดินทางแล้วจะพบว่า
ผู้ท�ำงานอาจมีสมาธิในการท�ำงานได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้การท�ำงานจากที่
บ้านจะประสบความส�ำเร็จได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยส�ำคัญอยู่3ด้านคือ
คน เทคโนโลยี และนโยบาย
19SPECIAL REPORT DIGITAL TRENDS
•	 โปรแกรมเพื่อการประชุมออนไลน์ ซึ่งมีความส�ำคัญมาก
เพราะพนักงานท�ำงานจากที่บ้านจ�ำเป็นจะต้องมีการ
ประชุมกันบ่อยๆ ทั้งในกลุ่มใหญ่หรือประชุมกลุ่มย่อย
รวมถึงบางครั้งอาจเป็นการประชุมใหญ่ของพนักงานบริษัท
ทั้งองค์กรทางออนไลน์ในรูปแบบ Webinar ซึ่งจากข้อมูล
พบว่าในปัจจุบันมีการนิยมใช้โปรแกรมแบบนี้อยู่หลาย
โปรแกรม เช่น Zoom, Microsoft Team, Google Meet
และ Cisco WebEx
•	 โปรแกรมสื่อสารเพื่อการตอบโต้ข้อความแบบทันทีทันใด
เช่น โปรแกรมแชต หรือโทรผ่านออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เรา
จะใช้LINEหรือบางครั้งใช้FacebookMessengerในการ
ท�ำงานร่วมกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมทั้งสองนี้
ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อท�ำงานในองค์กร หลายที่จะแนะน�ำ
โปรแกรม Slack
•	 โปรแกรมส�ำนักงานในการท�ำงานอย่างเช่น อีเมล ปฏิทิน
นัดหมายรวมถึงโปรแกรมการท�ำเอกสารการท�ำไฟล์น�ำเสนอ
หรือสเปรดชีตต่างๆซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ควรเป็นแบบท�ำงาน
ร่วมกันได้กล่าวคือแก้ไขพร้อมกันได้ท�ำงานบนระบบคลาวด์
โดยมีโปรแกรมที่นิยมใช้คือ Google G-Suite และ
Microsoft Office 365
•	 ระบบรวบรวมไฟล์หรือเอกสาร ซึ่งเมื่อพนักงานในองค์กร
ท�ำงานกันคนละที่ จ�ำเป็นต้องมีการใช้ไฟล์ส่วนใหญ่ร่วมกัน
ที่จะต้องสามารถเข้าถึงได้ โดยมักจะใช้ระบบคลาวด์อย่าง
Google Drive, Dropbox, Onedrive หรือ iCloud
•	 โปรแกรมการบริหารจัดการโครงการเพื่อให้องค์กรสามารถ
บริหารจัดการการท�ำงานของพนักงานได้ ทราบความ
คืบหน้างานคงค้าง หรืองานที่วางแผนเพิ่มเติม ซึ่งจะมี
โปรแกรมที่น่าสนใจ เช่น Trello, Microsoft Team หรือ
Asana
photo : zoom.us
“คน” ต้องมีวินัย-มีวัฒนธรรมท�ำงานออนไลน์
มากกว่าความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี คนหรือพนักงานต้อง
มีวัฒนธรรมในการท�ำงานแบบออนไลน์ ต้องแชร์ข้อมูลเป็น ที่ส�ำคัญ
สุดต้องมีวินัยในการท�ำงานรับผิดชอบตัวเองและสังคมนอกจากนี้จะ
ต้องเป็นคนที่เปิดกว้างไม่ยึดติดกับวิธีการท�ำงานแบบเดิมๆและพร้อม
ที่จะรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ก�ำลังก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
การท�ำงานจากที่บ้านบางครั้งนอกจากพนักงานจะต้องมีวินัยที่
ดีแล้วก็จ�ำเป็นจะต้องให้พวกเขาสร้างความเข้าใจกับคนในครอบครัว
และเพื่อนๆด้วยว่าการอยู่บ้านคือการท�ำงานเพราะบางคนอาจเข้าใจ
ไปว่าคือวันหยุดยาว คนในครอบครัวก็อยากให้ใช้เวลากับครอบครัว
ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง
สิ่งส�ำคัญที่พนักงานควรบอกก็คืออาจมีเวลาให้กับครอบครัว
มากขึ้นในตอนเช้าก่อนเข้าท�ำงาน และเวลาเย็นหลังเลิกงาน ทั้งนี้ก็
เพราะสามารถลดเวลาในการเดินทางพนักงานเองเมื่อถึงเวลาท�ำงาน
ก็ควรท�ำตัวให้ปกติเสมือนมาท�ำงานในที่ท�ำงาน การแต่งตัวและ
หน้าตาต้องมีความเรียบร้อยคล้ายกับการมาท�ำงานตามปกติ
หลากหลาย “เทคโนโลยี” เอื้อการท�ำงานบนโลกออนไลน์
ในด้านของเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ใช่แค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์
โทรศัพท์มือถือหรือการมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดีและเสถียรแต่หมายถึง
การใช้โปรแกรมต่างๆมากมายที่จ�ำเป็นเพื่อการสื่อสารและการท�ำงาน
ร่วมกัน โดยเฉพาะโปรแกรมที่อยู่บนระบบคลาวด์ โดยต้องใช้
โปรแกรมในหลายๆ ด้าน ดังเช่น
โปรแกรมเพื่อการประชุมออนไลน์
ซึ่งมีความสำ�คัญมาก เพราะ
พนักงานทำ�งานจากที่บ้านจำ�เป็นจะ
ต้องมีการประชุมกันบ่อยๆ ทั้งใน
กลุ่มใหญ่หรือประชุมกลุ่มย่อย
20 DIGITAL TRENDS SPECIAL REPORT
“นโยบาย” ต้องชัดเจน ข้อมูลปลอดภัย ลูกค้าได้รับบริการที่ดีเช่นเดิม
อีกด้านที่มีความส�ำคัญอย่างยิ่งคือองค์กรจะต้องมีนโยบายที่จะ
ก�ำหนดวิธีการในการท�ำงานจากที่บ้านของพนักงานเพื่อก�ำหนดเป็น
แนวทางปฏิบัติ ซึ่งในกรณีของสถาบันไอเอ็มซี ได้ก�ำหนดนโยบายที่
ส�ำคัญ ดังนี้
มีการก�ำหนดต�ำแหน่งงานของพนักงานที่มีสิทธิ์ท�ำงานนอก
สถานที่โดยจะต้องวิเคราะห์จากลักษณะงานของพนักงานว่าต�ำแหน่ง
ใดสามารถจะปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ซึ่งบางต�ำแหน่งอาจไม่สามารถ
ท�ำงานนอกสถานที่ได้แต่กรณีของวิกฤติโควิด-19ได้พิจารณาอนุโลม
และก�ำหนดลักษณะงานให้กับพนักงานทุกคนตามความเหมาะสมเพื่อ
สามารถท�ำงานจากที่บ้านได้
•	 มีนโยบายก�ำหนดเวลาในการท�ำงาน คือ 9.00 - 17.00 น.
หรืออาจอนุญาตให้พนักงานเลือกเวลาท�ำงานได้เองซึ่งบางคน
แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อทางบริษัทสามารถจะตรวจสอบได้
•	 มีการก�ำหนดวิธีการประเมินประสิทธิภาพในการท�ำงานของ
พนักงานที่ท�ำงานจากที่บ้าน ซึ่งวิธีการประเมินอาจมีได้
หลายรูปแบบ ตั้งแต่ประเมินเวลาในการท�ำงาน ประเมิน
จ�ำนวนชิ้นงาน ประเมินรายได้ของหน่วยงาน หรือประเมิน
จ�ำนวนลูกค้าที่พนักงานติดต่อ
•	 มีนโยบายในการให้พนักงานที่ท�ำงานจากที่บ้านสื่อสารกับ
เพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา ตลอดจนลูกค้า ว่าควรจะ
ต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไรในการสื่อสาร ซึ่งหากเป็นเวลา
ท�ำงานก็ควรจะต้องตอบอย่างทันทีทันใด ตลอดจนต้อง
ก�ำหนดวิธีการหรือเครื่องมือที่จะใช้ในการสื่อสารด้วย
•	 ทางบริษัทได้จัดหาเครื่องมือที่สามารถใช้ในการท�ำงานได้
เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนซอฟต์แวร์ต่างๆ ในการ
ท�ำงานแต่ทั้งนี้พนักงานจะจัดหาระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ที่ดีเอง ซึ่งสามารถใช้อินเทอร์เน็ตบ้านหรือผ่านมือถือก็ได้
•	 บริษัทได้จัดทีมงานด้านเทคนิคซึ่งจะให้การสนับสนุนกับ
พนักงานที่ท�ำงานที่บ้านที่อาจต้องการความช่วยเหลือหรือ
ขอค�ำปรึกษาทางด้านไอทีต่างๆ
•	 บริษัทเห็นความส�ำคัญของการท�ำงานทางไกลและในกฎ
ระเบียบของบริษัทจะต้องระบุอย่างชัดเจนว่าการท�ำงานทาง
ไกลโดยไม่เข้ามาในที่ท�ำงานถือว่าเป็นการมาท�ำงานตามปกติ
หากพนักงานปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัท
•	 มีนโยบายในการพิจารณาอนุมัติสถานที่ซึ่งพนักงานจะ
ต้องการใช้ในการท�ำงานจากที่บ้านว่ามีความเหมาะสมและ
มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการท�ำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
หรือไม่
•	 การท�ำงานทางไกลบางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
ทางด้านไอทีจึงมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการใช้ข้อมูลของ
บริษัทการส่งข้อมูลและเอกสารของบริษัทตลอดจนการใช้
ซอฟต์แวร์ต่างๆ ต้องมีระบบความปลอดภัยด้านไอทีที่ดี
•	 บริษัทมีนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าหรือ
ผู้ใช้บริการว่าการท�ำงานจากที่บ้านของพนักงานจะท�ำให้
ได้รับการบริการที่ดีเช่นเดิมตลอดจนข้อมูลต่างๆของลูกค้า
และบริษัทมีความปลอดภัยไม่รั่วไหลออกไปภายนอก
อย่างไรก็ตามแม้สถาบันไอเอ็มซีจะมีความพร้อมในการท�ำงาน
ทางไกลพอสมควร แต่ในสัปดาห์แรกของการท�ำงานจากที่บ้านของ
พนักงานทุกคนแบบเต็มรูปแบบก็ยังมีข้อติดขัดบางประการ เช่น มี
พนักงานบางคนอยากกลับมาที่ท�ำงานเพื่อจะได้พบกับเพื่อนร่วมงาน
อินเทอร์เน็ตของพนักงานบางคนมีความล่าช้าและยิ่งพนักงานหลายๆ
องค์กรต่างเริ่มท�ำงานจากที่บ้านก็ยิ่งมีการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นก็ยิ่ง
ท�ำให้ล่าช้าขึ้น
นอกจากนี้ประการส�ำคัญคือ ต้องกวดขันวินัยในการท�ำงานของ
พนักงานทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าการท�ำงานจากที่บ้านจะสามารถได้
ประสิทธิภาพของการท�ำงานที่เทียบเท่าหรือมากกว่าการท�ำงานในรูปปกติ
สุดท้ายเมื่อค่อยๆ ปรับปรุงก็พบว่าการท�ำงานที่บ้านของพนักงาน
ทุกคนเริ่มท�ำให้ทุกคนสนุกกับการท�ำงานมีความสุขในการลดเวลา
การเดินทาง ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 และสุดท้าย
งานส่วนรวมก็มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง
photo : slidesgo / Freepik.com
21SPECIAL REPORT DIGITAL TRENDS
22 DIGITAL TRENDS IMPRESSION
คุณวรรณา สำ�ราญใจ
นักวิชาการคอมพิวเตอร์
สำ�นักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ด้วยภารกิจที่ต้องพัฒนาระบบงานต่างๆ ทางด้านไอที ไม่ว่าจะเป็น
ระบบงาน Back Office และระบบบริการประชาชน ดูแลโครงสร้าง
พื้นฐานและเน็ตเวิร์กให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาผนวกรวมกับอีกภารกิจ
ด้านการท�ำแผนพัฒนาดิจิทัลขององค์กร ซึ่งเป็นส่วนของงานด้านบริหาร
ท�ำให้ฝ่ายไอทีของ สคบ. ต้องใฝ่หาความรู้ไม่รู้จบ
เมื่อมีเทคโนโลยีเกิดใหม่ก็จะต้องค้นหาความรู้ทันทีทั้งการหาข้อมูล
มาอ่าน การฟังบรรยาย รวมถึงการเข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้มี
ความรู้อย่างถ่องแท้ สามารถน�ำไปปรับใช้และพัฒนาองค์กรได้ต่อไป
สถาบันไอเอ็มซี มีการเปิดหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
และมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเรื่องใหม่ที่อยู่ในความสนใจของ
ระดับผู้บริหาร ยกตัวอย่างเช่น Digital Transformation, Big Data และ
Blockchain เป็นต้น มีเนื้อหาหลักสูตรที่เข้มข้น เตรียมการสอนได้ดี
มีการน�ำเสนอ อธิบาย ถ่ายทอดประสบการณ์ และกรณีศึกษา ท�ำให้
สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้
คุณวรรณาได้ผ่านการอบรมจากสถาบันไอเอ็มซีหลายหลักสูตร
ทั้งทางด้านเทคนิค รวมถึงหลักสูตรเชิงบริหาร ซึ่งแต่ละหลักสูตรมีวิธี
การสอนที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม เช่น หลักสูตรบริหารเน้นด้าน
การบรรยาย ในขณะที่หลักสูตรเทคนิคเน้นเวิร์กชอป
การเข้าร่วมอบรม Digital Transformation ได้รับความรู้จาก
วิทยากรผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีการยกตัวอย่างกรณี
ศึกษาเพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน สามารถซักถามข้อสงสัยต่างๆ ได้
ตลอดเวลา การอบรมท�ำให้ได้มุมมองจากภาคเอกชน ได้มุมมองใน
ระดับผู้บริหาร รวมถึงมุมของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร ซึ่งแต่ละมุม
สะท้อนให้เห็นภาพรวมที่หลากหลาย
เมื่ออธิบายขยายความให้ผู้บริหารองค์กรได้ทราบว่า Digital
Transformation ไม่ได้เป็นงานของฝ่ายไอที หรือการลงทุนระบบ
แต่เป็นเรื่องระดับนโยบาย ซึ่งไอทีท�ำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนและเตรียม
เครื่องมือให้พร้อมตามนโยบายดังกล่าว โดยต่อมาได้น�ำความรู้จากการ
อบรมไปจัดท�ำเป็นกรอบและแนวทางในการจัดท�ำแผน Digital
Transformation
หลักสูตรเข้มข้น-แชร์กรณีศึกษาประยุกต์ใช้ได้
การอบรมเกี่ยวกับ Big Data ได้ตอกย�้ำความรู้ที่ได้ค้นคว้ามา
และท�ำให้เข้าใจ Business Process ที่จะน�ำไปสร้างให้เกิดประโยชน์
ซึ่งหลังจากผ่านการอบรมคุณวรรณาได้ใช้หลักการและความรู้อธิบายต่อ
ผู้บริหาร โดยมีใบรับรองหรือ Certificate เป็นเครื่องยืนยันองค์ความรู้
ดังกล่าว ซึ่ง Big Data ควรจะต้องเริ่มต้นจากการวางแผน และการ
แยกประเภทของข้อมูลภายในองค์กร ต่อมาจึงท�ำให้มีการจัดตั้งโครงการ
เกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการคุ้มครองผู้บริโภคใน28หน่วยงานขึ้น
นอกจากนี้ คุณวรรณายังได้น�ำความรู้จากการอบรมไปถ่ายทอดให้
กับฝ่ายไอทีและส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร ตลอดจนถ่ายทอดให้แก่
องค์กรภายนอก
ส�ำหรับวิธีการเลือกหลักสูตรนั้นพิจารณาจากความสนใจในเรื่อง
นั้นๆ หลังจากที่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว แต่เพื่อให้มีความรู้
แน่นและชัวร์มากขึ้นก็จะตัดสินใจไปเข้าร่วมอบรมกับสถาบันไอเอ็มซี
ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมแล้วยังสามารถน�ำมาอธิบายให้แก่องค์กรได้เข้าใจ
เส้นทางการพัฒนาองค์กรอีกด้วย
การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำ� AI และ Big Data มาใช้งานที่น่าสนใจ ซึ่งปกติ
จีนเป็นประเทศที่มีการเก็บข้อมูลของประชากรอยู่จำ�นวนมาก และเป็นประเทศที่มีนักวิจัยและคนวงการไอทีที่มีความสามารถในด้าน AI
อยู่มาก จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการนำ�เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะทางด้าน Big Data และ AI มาใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของ
ไวรัสในครั้งนี้
เทคโนโลยี AI-Big Data
กับวิกฤติไวรัสโควิด-19
ข้อมูลการเดินทางของประชาชนในประเทศจีนถูกเก็บไว้ทั้งหมด
จึงท�ำให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเดินทางไปไหนโดยเฉพาะ
เมืองที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของโรค มีข่าวว่าประชาชนบางคนที่
เดินทางไปยังอู่ฮั่นซึ่งเป็นแหล่งก�ำเนิดของไวรัสโควิด-19ในช่วงแรกๆ
แล้วกลับมายังถิ่นฐานเดิมของตัวเองจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐมาหา
ถึงที่บ้านแล้วขอตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยรัฐบาลทราบได้จาก
ข้อมูล Big Data
น�ำไปใช้บริเวณสถานีรถไฟเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและจดจ�ำใบหน้า
ของผู้โดยสารที่มีอุณหูมิสูงกว่า 37.3 องศา
ส่วนบริษัท Megvii ซึ่งเป็น Start-up ที่มีความเชี่ยวชาญ
ด้านระบบจดจ�ำใบหน้าก็ได้พัฒนาระบบ AI ที่จะคัดกรองผู้ที่มี
อุณหภูมิสูงจากฝูงชนแม้คนนั้นจะสวมหน้ากากก็ตาม นอกจากนี้
ที่เมืองกว่างโจวมีหุ่นยนต์ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่สามารถ
ตรวจสอบคนที่ไม่สวมหน้ากากเดินผ่านไปมาได้
บริษัทBaiduและAlibabaยังได้พัฒนาระบบAIจัดเก็บข้อมูล
ของประชาชนที่โทรศัพท์มาติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไวรัสนี้
เพื่อจะน�ำไปพัฒนาและปรับปรุงการเฝ้าระวังให้ดีขึ้น ที่ส�ำคัญสุดคือ
ระบบ AI ยังถูกน�ำไปใช้ในการแพทย์เพื่อช่วยวิเคราะห์จีโนม
(Genome)ของไวรัสโควิด-19เพื่อที่จะหาแนวทางในการพัฒนาวัคซีน
ป้องกันไวรัส ซึ่งเทคโนโลยีก็จะท�ำให้สามารถประมวลผลได้อย่าง
รวดเร็วขึ้น ซึ่งบริษัท Alibaba ได้ให้หน่วยงานวิจัยต่างๆ สามารถใช้
ระบบ AI ขนาดใหญ่ของบริษัทเพื่อการวิจัยวัคซีนและยาตัวใหม่นี้ได้
บริษัทเทคโนโลยีของจีนหลายบริษัทต่างบริจาคเงินมาช่วย
สนับสนุนทั้งการรักษาพยาบาลการป้องกันการระบาดและการวิจัย
เพื่อแก้วิกฤติไวรัสโควิด-19 เป็นจ�ำนวนมากอีกด้วย ดังเช่น
Alibabaบริจาค1พันล้านหยวนและให้การสนับสนุนทั้งระบบ
ออนไลน์หรือการช่วยด้านอาหารและการอ�ำนวยความสะดวกแก่
บุคลากรทางการแพทย์
Tencent บริจาค 300 ล้านหยวนในการจัดตั้งกองทุนป้องกัน
และควบคุมโรคระบาด
Baidu บริจาค 300 ล้านหยวนในการจัดตั้งกองทุนวิจัยด้านยา
China Mobile, China Telecom, China Unicom และ
Huawei ต่างก็จัดหาอุปกรณ์ 5G มาให้กับโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่
สร้างขึ้นในเมืองอู่ฮั่นรวมถึงLenovoที่บริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ให้กับโรงพยาบาล
ความร่วมมือร่วมใจของบริษัทเทคโนโลยีในจีน นอกจากจะ
เป็นการช่วยเหลือประชาชนและรัฐบาลจีนในการป้องกันการ
ระบาดของไวรัสแล้ว ยังท�ำให้เห็นว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
ดิจิทัลในจีน โดยเฉพาะด้าน AI อาจมีส่วนที่ท�ำให้วิกฤติไวรัสครั้งนี้
สามารถแก้ไขได้เร็วขึ้นก็เป็นได้
นอกจากนี้ในการระบาดของไวรัสครั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีใน
ประเทศจีนหลายบริษัทก็ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแสดงข้อมูลต่างๆ
ให้กับประชาชนเช่นWechatได้จัดท�ำแผนที่การระบาดแบบเรียลไทม์
รวมถึงข้อมูลของโรงพยาบาลและคลินิกสุขภาพให้กับประชาชน
รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ China Mobile และ
China Unicom ก็ช่วยส่งข้อความมากกว่า 4 พันล้านข้อความ ให้กับ
ประชาชนเพื่อแจ้งข้อมูลการแพร่ระบาดที่ถูกต้องและช่วยควบคุม
ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่หลายของข่าวลือหรือข่าวลวง โดยเฉพาะ
จากสื่อสังคมออนไลน์ที่จะท�ำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
หรือตื่นตระหนกจนเกินเหตุ มีการเปิดบริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้
กับประชาชนที่มีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการค�ำปรึกษาใช้ฟรีและมีหลาย
บริษัทที่ท�ำแอปพลิเคชันให้คนตรวจสอบได้ว่าเดินทางมาทางเที่ยวบิน
หรือรถไฟขบวนเดียวกับคนไข้ที่ติดไวรัสหรือไม่
บริษัทหลายแห่งในจีนมีการน�ำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการ
ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส เช่น Baidu ได้พัฒนาระบบ AI ที่
ตรวจสอบอุณหภูมิโดยใช้ระบบอินฟาเรดและระบบจดจ�ำใบหน้าที่
photo : BiZkettE1 / Freepik.com
รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์
ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี
23EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
ปัจจุบันวิวัฒนาการของโลกอยู่ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มาพร้อมกับกระแสแห่ง
Digital Transformation วันนี้ได้ผ่านจากยุคอินเทอร์เน็ตมาสู่ยุคไซเบอร์ที่มี
4 องค์ประกอบสำ�คัญวิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ตที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน นั่นคือ
Social, Mobile, Cloud, Big Data (S-M-C-I)
Cybersecurity and
Privacy Trends 2020
ปริญญา หอมเอนก
CISSP, CISA
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จ�ำกัด	
TOP 10
จากนี้ไป Information หรือ Data ไม่ใช่เพียงแค่การน�ำสารสนเทศหรือการน�ำข้อมูลมาใช้
แต่ขยายความไปถึง“InformationGovernance”หรือ“DataGovernance”เป็นเรื่องการบริหารจัดการ
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อองค์กรซึ่งสอดคล้องกับยุคไซเบอร์ดังกล่าว	
24 DIGITAL TRENDS EXPERT TALK
Cyber Fraud with the Rise of Deepfake
Deepfake Technology เป็นการน�ำด้านมืดของ
AI มาใช้ในการหลอกลวงด้วยการสร้างวิดีโอปลอมแปลง
เป็นบุคคลนั้นๆ จากจุดแข็งของ AI ที่สามารถเก็บข้อมูลมา
ประมวลผล วิเคราะห์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ท�ำให้สามารถสร้างวิดีโอ
ปลอมแปลงขึ้นมาได้ค่อนข้างเหมือนจริง เช่น การปลอมแปลงเป็น
ประธานาธิบดีดอนัลด์จอห์นทรัมป์สามารถท�ำได้โดยการตัดต่อใบหน้า
จากคนอื่น โดย AI จะเรียนรู้สีหน้าใบหน้า การขยับปากเมื่อพูดหรือ
การขยับใบหน้าต่างๆจากประธานาธิบดีทรัมป์มาตัดต่อแทนที่ใบหน้า
คนอื่นซึ่งในความเป็นจริงบุคคลนั้นสามารถพูดอะไรก็ได้แล้วตัดต่อ
ให้เป็นใบหน้าของประธานาธิบดีทรัมป์จนดูแทบไม่ออก
การหลอกลวงด้วยวิดีโอปลอมแปลงเช่นนี้เป็นภัยที่น่ากลัว
ในยุคปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นแล้ว และท�ำได้แนบเนียนมากจนผู้ชมวิดีโอ
จับผิดได้ยาก ทั้งนี้วิดีโออาจถูกตัดต่อปลอมแปลงเป็นใครก็ได้
เช่น อาจเป็นผู้น�ำประเทศต่างๆ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งจะให้พูดอะไร
ที่เสียหายย่อมสามารถท�ำได้โดยง่ายดังนั้นภัยจากการน�ำDeepfake
Technology มาใช้จึงสามารถสร้างปัญหาในระดับประเทศหรือ
ระดับโลกได้อย่างง่ายดาย หากผู้ชมวิดีโอไม่รู้เท่าทัน
Beyond Fake News
ภัยที่น่ากลัวกว่าข่าวปลอม (Fake News) เปรียบได้
กับกระบวนการล้างสมอง (Brainwashing) สามารถ
ท�ำได้โดยการสร้างภาพการ์ตูนด้านลบหรืออินโฟกราฟิกด้านลบ
ของบุคคล หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งขึ้นมาลงสื่อสังคมโซเชียล
อย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ออกไปเป็นระยะๆ ในเวลาที่ค่อนข้างยาว
เช่น หลายเดือน หรือเป็นปี เพื่อตอกย�้ำภาพด้านลบของบุคคล
หรือสถาบันนั้นๆ โดยมีเป้าหมายให้คนที่ได้เห็นภาพการ์ตูนหรือ
อินโฟกราฟิกดังกล่าวเกิดความเชื่อทีละเล็กทีละน้อยสะสมไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเป็นความเชื่ออย่างถาวร
Beyond Fake News จึงเป็นกระบวนการล้างสมองโดยการ
สร้างข่าวจริง (Real News) ที่ท�ำได้อย่างแยบยล ลึกซึ้งมุ่งโจมตี
เป้าหมายทางอ้อม และอาจไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายจาก
ผู้กระท�ำได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้กระท�ำอยู่ในต่างประเทศซึ่ง
ไม่สามารถฟ้องศาลไทยได้
Cyber Sovereignty
ในยุคข้อมูลคือ ขุมทรัพย์แห่งใหม่ หรือการที่มี
ผู้กล่าวไว้ว่า “Data is the New Oil” นั้นแฝงมาด้วย
ปัญหาอธิปไตยไซเบอร์ (Cyber Sovereignty ที่ผู้คนบนโลกใบนี้
ล้วนน�ำข้อมูลส่วนหนึ่งของชีวิตตนไปเก็บไว้บนโลกออนไลน์ที่เรา
เรียกว่า Digital Footprint ไม่ว่าจะเป็นการใช้แพลตฟอร์มใดก็ตาม
ข้อมูลเหล่านั้นล้วนเป็นข้อมูลส่วนตัวข้อมูลทางธุรกิจหรือข้อมูลอื่นๆ
ที่เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถน�ำไปศึกษาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์
ต่อไปได้หากผู้ใช้บริการยินยอม ซึ่งอาจเป็นการรุกล�้ำความเป็น
ส่วนตัว หรือการรุกล�้ำข้อมูลทางธุรกิจที่ผู้ใช้บริการไม่รู้ตัวหรือ
ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
photo:katemangostar/freepik.com
เมื่อสารสนเทศหรือข้อมูลมีความส�ำคัญและวิ่งอยู่บนโลกไซเบอร์
ตลอดเวลาทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และบุคคลทั่วไป จึงมี
ความจ�ำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งใน
บทความนี้ ผู้เขียนขอสรุปแนวโน้ม Top 10 Cybersecurity and
Privacy Trends 2020 ไว้ดังนี้
25EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
การที่เรานิยมใช้ Google และ Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่
มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการซึ่งข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้นเป็น
ประโยชน์ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ การแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือ
ข้อมูลธุรกิจบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถ
น�ำข้อมูลไปใช้ประโยชน์หรือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อศึกษาพฤติกรรม
ของผู้ใช้แต่ละรายเพื่อน�ำเสนอสินค้าและบริการที่เข้าถึงผู้ใช้ได้โดยตรง
ยกตัวอย่าง เมื่อผู้ใช้บริการเสิร์ชหาข้อมูลโรงแรม ผู้ใช้บริการ
แต่ละคนจะได้ข้อมูลที่แตกต่างกันไป บางคนอาจได้ข้อมูลโรงแรม
ระดับ 5 ดาว ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะได้ข้อมูลโรงแรมระดับ 3 ดาว
หรือจองโรงแรมเดียวกันในวันเดียวกันซึ่งผู้ใช้บริการแต่ละคนอาจ
ได้ราคาที่แตกต่างกัน เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะ Google ท�ำการ
วิเคราะห์ข้อมูล หรือท�ำ Data Analytics พฤติกรรมของผู้บริโภค
แต่ละคนเพื่อน�ำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของ
คนคนนั้น ดังที่เรียกว่า Filter Bubble Effect นั่นก็คือผู้ใช้บริการ
แต่ละคนถูกรุกล�้ำความเป็นส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นที่มาของปัญหา
อธิปไตยไซเบอร์
ปัญหาอธิปไตยไซเบอร์จึงเป็นภัยที่อาจจะลุกลามไปถึงความ
มั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว มีความเชื่อที่ว่า ปัญหา
อธิปไตยไซเบอร์อาจเกิดขึ้นจากรัฐบาลในบางประเทศอยู่เบื้องหลัง
การรุกล�้ำอ�ำนาจอธิปไตยทางไซเบอร์ของประเทศอื่นก็อาจเป็นได้
“Cyberattack and Data Breach” :
A New Normal in Cybersecurity
ความปกติแบบใหม่ หรือ The New Normal
ที่เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์ซึ่งทุกคนต้องพร้อมรับเข้าสู่ยุคแห่งการ
เตรียมการรับมือเมื่อถูกจู่โจมทางไซเบอร์ เพราะต่อไปภัยคุกคามทาง
ไซเบอร์ถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กร
ต้องวางแผนคือจะท�ำอย่างไรหากองค์กรถูกจู่โจมทางไซเบอร์ซึ่งเรียก
ได้ว่าหมดยุคของ Cybersecurity แต่เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของ
Cyber Resilience ซึ่งผู้บริหารต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ในการ
วางมาตรการให้รองรับกับภัยไซเบอร์ที่องค์กรอาจจะถูกคุกคาม
อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ดังนั้น องค์กรต้องเตรียมพร้อมและบริหารจัดการความเสี่ยง
ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารจึงจ�ำเป็นต้องมีการวางแผนส�ำรองเมื่อถูก
จู่โจมทางไซเบอร์ เนื่องจากทุกวันนี้เราอยู่บนโลกที่เรียกว่า VUCA
World คืออยู่กับความไม่แน่นอนที่กลายเป็นความแน่นอนที่
เราต้องเผชิญ ได้แก่ Volatility - ความผันผวน, Uncertainty -
ความไม่แน่นอน, Complexity - ความซับซ้อน และ Ambiguity -
ความคลุมเครือ ดังนั้นMindsetของผู้บริหารระดับสูงคงต้องเปลี่ยน
จาก “if” เป็น “when”
Tighten in Cybersecurity and
Data Protection Regulatory Compliance
ในปัจจุบันองค์กรทั่วโลกเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหล
บ่อยครั้ง ดังนั้นองค์กรควรมีมาตรการรองรับการจู่โจมทางไซเบอร์
การท�ำระบบให้รองรับต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจาก
ข้อมูลที่รั่วไหล รวมทั้งองค์กรจ�ำเป็นต้องท�ำระบบรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยเพื่อให้การบริการทางดิจิทัลขององค์กรมีเสถียรภาพมากขึ้น
โดยเป็นการลงทุนในมุมมองที่เรียกว่า Value Preservation
การให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เช่น การโอนเงินจากมือถือ ต้องมี
เสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยต่อการใช้งาน ซึ่งในยุคดิจิทัล
ถือว่ามีความส�ำคัญอย่างมาก
ในยุคนี้ผู้บริหารจึงจ�ำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ และเห็นความส�ำคัญ
ต่อการลงทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยบนบริการ
ดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจ และเกิดมูลค่าต่อแบรนด์
ไม่ใช่แค่ค�ำนึงถึงแต่เพียงความคุ้มค่าจากการลงทุน(ValueCreation
หรือ ROI) เพียงแง่มุมเดียว
ดังนั้นประเทศไทยจึงมีความจ�ำเป็นจะต้องมีกฎหมายด้าน
ไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความปลอดภัยมั่นคง
ไซเบอร์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง
พระราชบัญญัติฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวกับดิจิทัล
“Data Breaches”
as the Top concerns for Business
การเจาะช่องโหว่เพื่อขโมยข้อมูลจะเป็นประเด็นที่ธุรกิจ
ต้องให้ความสนใจ ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการตั้งค่าบนระบบ
Cloud ที่ไม่รัดกุมหรือไม่มั่นคงปลอดภัยเพียงพอ รวมไปถึงความ
ผิดพลาดอันเนื่องมาจากตัวบุคคลที่ไม่ตระหนักในเรื่องCybersecurity
หรือ Data Privacy องค์กรจึงควรเพิ่มมาตรการควบคุม เช่น
การเข้ารหัสข้อมูล ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยคุกคาม
และด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่บุคลากรภายใน
องค์กร
photo : macrovector / Freepik.com
26 DIGITAL TRENDS EXPERT TALK
ในอนาคตปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลในองค์กรทั้งOn-premise
และ Cloud อาจจะกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หรือที่
เราเรียกว่า The New Normal ดังนั้นผู้บริหารองค์กรควรก�ำหนด
แนวทางในการแก้ปัญหาเอาไว้ล่วงหน้า และควรมีความตระหนักรู้
ใน 5 Global Risks ประกอบด้วย Environmental, Geopolitical,
Societal, Technological และ Economic ซึ่งควรพิจารณาว่า
ความเสี่ยงทั้ง 5 จะส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างไรทั้งในระยะสั้น
และระยะยาว
Orchestration and Automation Boosting
Security Staff Effectiveness
การใช้เทคโนโลยี AI & Automation ในการรับมือ
กับภัยคุกคาม เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามและการจู่โจมฉลาดขึ้น
ท�ำให้ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยมีความซับซ้อนและยุ่งยากเพิ่ม
ขึ้นตามวิวัฒนาการของภัยคุกคาม ผู้ดูแลระบบต้องเผชิญกับการแจ้ง
เตือนและเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยปริมาณมหาศาลจน
เริ่มรับมือไม่ไหวจึงต้องใช้เทคโนโลยีอย่างAIเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วย
ปิดช่องโหว่ตรงจุดนี้และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคาม
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ Managed Security
Service Provider ก็ต้องผันตัวเองมาเป็น Managed Detection
and Response ด้วย
Increasing on Impact of
State-Sponsored Cyberattacks
การโจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานด้านโครงสร้าง
พื้นฐานที่ส�ำคัญมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะการโจมตีทางไซเบอร์
ในรูปแบบState-Sponsoredหรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีหน่วยงาน
รัฐในแต่ละประเทศหนุนหลังการโจมตีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การโจมตีที่มีเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญของประเทศ
เป้าหมายเช่นโรงไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนเป็นต้นหน่วยงานโครงสร้าง
พื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ(CriticalInformationInfrastructure:
CII)จ�ำเป็นต้องมีกลไกในการปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกัน
และบริหารจัดการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้ทัน
ท่วงที โดยการโจมตีในรูปแบบนี้อาจเปรียบเสมือนการท�ำสงคราม
รูปแบบใหม่ก็ว่าได้ ซึ่งการโจมตีทางไซเบอร์ถูกก�ำหนดให้เป็น The
Fifth Domain หรือโดเมนที่ 5 นอกจากทางบก ทางน�้ำ ทางอากาศ
และทางอวกาศ
The Cybersecurity Skills Gap Crisis
เมื่อมีภัยไซเบอร์มากขึ้นและฉลาดขึ้นการขาดแคลน
บุคลากรเป็นเรื่องที่ตามมา จากที่มีการขาดแคลนบุคลากร
ด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่แล้วองค์กรจะยิ่งเผชิญกับ
การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านนี้อย่างหนักหน่วง เนื่องจากการ
โจมตีไซเบอร์จะกลายเป็นเรื่องปกติสามัญและกฎหมายดิจิทัลหลาย
ฉบับได้ถูกบังคับใช้ ส่งผลให้ตลาดต้องการผู้ที่มีความสามารถด้านนี้
เป็นอย่างมาก ในขณะที่ CISO (Chief Information Security
Officer) จะถูกยกระดับขึ้นมาให้มีต�ำแหน่งเทียบเท่า CIO/CTO
และขึ้นตรงกับ CEO แทน
จากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่กล่าวมานั้น มีความ
เป็นไปได้ว่าองค์กรธุรกิจจ�ำนวนหนึ่งจะเลือกแนวทางการเอาต์ซอร์ส
ให้มืออาชีพไปดูแล จัดระบบ และบริหารจัดการเพื่อให้มั่นใจได้ถึง
ความปลอดภัยต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม ต�ำแหน่ง CISO ยังคงต้องมีอยู่
ภายในองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่
5G Networks Require
New Approaches to Cybersecurity
การมาถึงแห่งยุคของเครือข่าย 5G ท�ำให้
เป็นการเปิดช่องทางใหม่ๆ ให้แฮกเกอร์อย่างไม่ตั้งใจ โดยแฮกเกอร์
สามารถโจมตีผู้ใช้โดยตรงได้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้โดยตรง ไม่จ�ำเป็นต้องผ่านระบบป้องกันหรือ
SecurityGatewayที่ช่วยกลั่นกรองอีกต่อไปอีกทั้งการที่อินเทอร์เน็ต
มีความเร็วเพิ่มขึ้น ท�ำให้การมาถึงของภัยคุกคามก็ย่อมเร็วขึ้นมาก
สิ่งส�ำคัญที่ผู้ใช้ 5G จะป้องกันตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยได้ดีที่สุด
คือการรู้เท่าทันเทคโนโลยีด้วยการหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมหมั่นสังเกต
ตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์อยู่ตลอดเวลา
จาก 10 แนวโน้มดังกล่าวข้างต้น ปัจจัยส�ำคัญที่สุดในการ
บริหารจัดการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ “คน”
ต้องมีจิตส�ำนึกตระหนักรู้รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ไม่อยู่ในความประมาท
รวมไปถึงผู้บริหารจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญต่อระบบรักษาความ
มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์องค์กรควรก�ำหนดให้เรื่องการบริหารจัดการ
ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์
การพัฒนาองค์กรต่อไปในอนาคต
photo : pikisuperstar / Freepik.com
27EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
การใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย
ใน Digital Trends eMagazine by IMC Institute ฉบับปลายปี ได้นำ�เสนอความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชน
เอาไว้ โดยกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำ�หรับภาครัฐ ในฉบับนึ้จึงถึงโอกาสนำ�เสนอบล็อกเชนในมุมของ
ภาคเอกชนที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมากล่าวถึงต่อไป
บทความนี้ได้น�ำมาจาก www.scbeic.com/th/detail/
product/6639 ซึ่งเขียนโดย ดร.สุปรีย์ ศรีส�ำราญ โดยอุตสาหกรรม
ก่อสร้างถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ก�ำลังเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัล
จากการส�ำรวจของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey ในปี 2016 พบว่า
อุตสาหกรรมก่อสร้างถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลเกือบจะน้อยที่สุด เป็นรองก็เพียงอุตสาหกรรมเกษตรเท่านั้น
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจมี
ราคาสูงซึ่งเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการใน
อุตสาหกรรมก่อสร้าง อีกทั้งบุคลากรที่มีความสามารถใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลยังมีจ�ำนวนน้อย รวมถึงลักษณะของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มี
ลักษณะที่ค่อนข้างต้องปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะเฉพาะของพื้นที่
หน้างานตลอดจนอุตสาหกรรมก่อสร้างยังต้องมีการติดต่อประสานงาน
กับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างเป็นจ�ำนวนมากทั้งการประสานงาน
กับหน่วยงานภาครัฐ การประสานงานภายในของผู้ประกอบการ
และการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง
ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง บริษัทที่ปรึกษา ผู้รับเหมาช่วง ท�ำให้เทคโนโลยี
ดิจิทัลที่จะน�ำมาใช้ต้องมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
ตามหน้างาน อีกทั้งยังต้องสามารถที่จะสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการ
ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างทั้งหมดได้อย่างแม่นย�ำอีกด้วย
ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะ
ผู้รับเหมาก่อสร้างยังคงประสบกับปัญหาเดิมๆ เช่น การก่อสร้าง
ล่าช้าท�ำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น (Cost Overrun) ราคาวัสดุก่อสร้าง
ที่มีความผันผวน ค่าแรงที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับ
กระแสการปรับเปลี่ยนองค์กรโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม
(Digital Transformation) ท�ำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้เล่น
ในอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มมีการน�ำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา
แก้ปัญหาเหล่านี้มากขึ้น ได้แก่ การส�ำรวจหน้างานก่อสร้างโดยการ
ใช้โดรน (Drone) การเขียนแบบและสร้างโมเดลโดย Building
Information Modeling (BIM) การซื้อขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์
เป็นต้น
28 DIGITAL TRENDS KNOWLEDGE VANTAGE
4. การช�ำระเงิน (Payment) เช่น การใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบ
ธุรกรรมการรับ/จ่ายเงินระหว่างผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ค้าวัสดุ
ก่อสร้าง ท�ำให้ธุรกรรมการเงินเหล่านี้โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง
เมื่อหันกลับมามองการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน
อีไอซี (Economic Intelligence Center) พบว่า บล็อกเชนได้
ถูกน�ำมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้างแล้ว เช่น บริษัท Digital
Ventures ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ จ�ำกัด (SCB) ได้จับมือกับ
บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จ�ำกัด (SCG) ในการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้าง
ที่ใช้เทคโนโลยี B2P (Blockchain Solution for Procure-to-Pay)
ครอบคลุมเครือข่าย Supply Chain ตั้งแต่ต้นน�้ำถึงปลายน�้ำในกลุ่ม
ธุรกิจของ SCG และกลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จ�ำกัด ผู้ผลิตและ
ผู้จ�ำหน่ายเหล็กรายส�ำคัญของไทย ที่ได้ร่วมมือกับบริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป
จ�ำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์และอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในการ
พัฒนาโซลูชันส�ำหรับงานขาย โดยการน�ำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้งาน
ด้านเอกสารซื้อขายออนไลน์เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และสามารถ
ตรวจสอบได้
อย่างไรก็ดี ในอนาคต อีไอซีมองว่าภาครัฐควรเป็นผู้สนับสนุน
ในการสร้างระบบนิเวศ(Ecosystem)ในการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรม
ก่อสร้าง เนื่องจากภาครัฐถือเป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลในการก่อสร้าง
ทั้งงานก่อสร้างของภาครัฐและภาคเอกชน เริ่มตั้งแต่ข้อมูลการยื่นแบบ
ก่อสร้าง ข้อมูลการรับจ่ายเงินค่าก่อสร้างในกรณีโครงการของภาครัฐ
ตลอดจนข้อมูลการบ�ำรุงรักษาและข้อมูลการปรับปรุงโครงการ
ก่อสร้างอีกทั้งภาครัฐยังสามารถสร้างแรงจูงใจจากการให้สิทธิพิเศษต่อ
ผู้ประกอบการที่ใช้บล็อกเชนในการส่งผ่านข้อมูลการก่อสร้างอีกด้วย
ในระยะแรก อีไอซีเสนอว่าภาครัฐอาจเริ่มต้นจากการใช้ BIM
กับโครงการก่อสร้างภาครัฐ โดยพยายามให้บริษัทสถาปนิก บริษัทที่
ปรึกษาก่อสร้าง และบริษัทก่อสร้าง ยื่นแบบโดยใช้ BIM ซึ่งทุกฝ่าย
ที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาครัฐจะได้ข้อมูลชุดเดียวกัน ซึ่งจะท�ำให้เกิดความ
สะดวกในการก่อสร้างโครงการและบริหารโครงการ ซึ่งการใช้ BIM
จะช่วยสร้างฐานข้อมูลที่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้บล็อกเชนต่อไปใน
อนาคต
ถึงแม้ว่าการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังอยู่
ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศ แต่เมื่อน�ำมาใช้จริงจะ
ท�ำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง
ในการประเมินราคาก่อสร้าง ควบคุมการก่อสร้าง ลดปัญหา
งบประมาณบานปลายรวมถึงเพิ่มความเชื่อถือระหว่างผู้ประกอบการ
ทั้งหมดใน Value Chain อีกด้วย
ภาครัฐควรเป็นผู้สนับสนุนในการสร้างระบบนิเวศ
(Ecosystem) ในการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรม
ก่อสร้าง เนื่องจากภาครัฐถือเป็นศูนย์กลาง
แหล่งข้อมูลในการก่อสร้าง ทั้งงานก่อสร้างของ
ภาครัฐและภาคเอกชน
อย่างไรก็ดีข้อมูลในการก่อสร้างจากเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ยังคง
ไม่ถูกส่งผ่านอย่าง Real-time ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดใน
Value Chain เช่น บริษัทผู้ค้าและผู้ขนส่งวัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงิน
หรือแม้กระทั่งเจ้าของโครงการก่อสร้าง ซึ่งการกระจายข้อมูลเหล่านี้
ไปยังผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจะท�ำให้การบริหารงานก่อสร้างสะดวก
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บล็อกเชน (Blockchain) เป็นอีกเทคโนโลยีดิจิทัลหนึ่งที่สามารถ
แก้ไขปัญหาการส่งผ่านข้อมูลของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้าง
ทั้งหมด ส�ำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง บล็อกเชนสามารถเข้าไปพัฒนา
อุตสาหกรรมก่อสร้างได้ใน 4 ส่วนส�ำคัญ ได้แก่ 1.สัญญาอัจฉริยะ
(Smart Contract) 2.การบริหารการก่อสร้าง 3.การบริหารห่วง
โซ่อุปทาน (Supply Chain Management) และ 4.การช�ำระเงิน
(Payment) โดย PlanGrid ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์งานก่อสร้าง
รายส�ำคัญ ได้ให้รายละเอียดการใช้งานบล็อกเชนในอุตสาหกรรม
ก่อสร้าง ดังนี้
1. สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ซึ่งบล็อกเชนสามารถ
ใช้บันทึกและติดตามข้อมูลในการท�ำสัญญาต่างๆ เช่น สัญญาว่าจ้าง
ก่อสร้าง สัญญาการซื้อวัสดุก่อสร้าง หลักประกันซองและหลักประกัน
ราคา เป็นต้น
2.การบริหารการก่อสร้างโดยเป็นการท�ำควบคู่ไปกับแบบจ�ำลอง
สารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) ที่ใช้เก็บ
และบริหารข้อมูลตั้งแต่การวางแนวคิดของโครงการ การออกแบบ
จนถึงการก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ ซึ่งจะท�ำให้ผู้ประกอบการทั้งหมดที่
เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างสามารถเข้าถึง แชร์ และให้ข้อเสนอแนะ
ในการก่อสร้างได้อย่าง Real-time
3. การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
เช่น การใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบการจัดส่งวัสดุก่อสร้างให้เหมาะสม
กับปริมาณที่ต้องการใช้และปริมาณคงคลังที่เหลืออยู่
ข้อมูลจาก https://www.scbeic.com/th/detail/product/6639 ผู้เขียน: ดร.สุปรีย์ ศรีสำ�ราญ
29KNOWLEDGE VANTAGE DIGITAL TRENDS
PDPA
PDPA
PDPA ?
PDPA
27 2563
• 5
• 1
•
•
•
• /PDPA?
• –
/
• –
/
• /
• ( )
•
/
?
•
• PDPA
• PDPA
•
•
•
• 72
• / PDPA
•
• PDPA
•
•
* KPMG Network (GDPR)
ข้อมูลจาก https://home.kpmg/content/dam/kpmg/th/pdf/2019/11/pdpa-brochure-thai.pdf
รู้จัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
30 DIGITAL TRENDS KNOWLEDGE VANTAGE
20 ปี ของประสบการณ์ในแวดวงไอที และงานด้าน CRM หรือ
การบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจส�ำคัญในการด�ำเนิน
ธุรกิจในหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งวันนี้ CRM มีเครื่องมือจ�ำนวน
มากใช้บนระบบ Cloud ซึ่งคุณเฉลิมพล ศรีสุวรรณ ผ่านประสบการณ์
มามากมาย โดยในช่วง 20 ปีแรก ได้สัมผัสกับ CRM ชื่อดังระดับโลก
อย่าง Siebel, Oracle SAP ท�ำให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เรียกได้ว่า
“รู้ลึก รู้จริง” ทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น CRM หรือเทคโนโลยี
CRM and Cloud และยิ่งไปกว่านั้นยังท�ำงานด้านวางระบบมาแล้วกว่า
50 โครงการ
ประสบการณ์อันน่าศึกษานี้ก�ำลังจะถูกถ่ายทอดออกมาใน
หลักสูตรCRMจากเครื่องมืออย่างSalesforceถึง6หลักสูตรที่สถาบัน
ไอเอ็มซี โดยจะเริ่มจาก Salesforce for Business Use และจะเปิด
สอนผ่านออนไลน์ในช่วงที่ผู้คนท�ำงานที่บ้านตามแผนรับสถานการณ์
Covid-19จากนโยบายบริษัทซึ่งช่วงเวลานี้หลายคนสามารถพลิกวิกฤติ
ให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติม เตรียมตนเองให้มีองค์ความรู้
เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วจะลงสนามงานได้อย่างเชี่ยวชาญ
สถาบันไอเอ็มซี โดยการสอนของคุณเฉลิมพล ได้วางหลักสูตร
ออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
1. หลักสูตรส�ำหรับบุคลากรด้านการตลาด การขาย และการ
พัฒนาธุรกิจมีเนื้อหาการสอนเน้นใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและฟีเจอร์
ต่างๆ เพื่อปรับพื้นฐานให้แน่น โดยเรียนภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
ในสัดส่วน 50:50
2. หลักสูตรส�ำหรับฝ่ายไอที โดยผู้เรียนกลุ่มนี้มักจะต้องการ
ใบประกาศหรือใบรับรองเพื่อใช้เปิดเส้นทางไปสู่ความก้าวหน้าใน
สายอาชีพ ซึ่งจะต้องมีพื้นฐานด้านทฤษฎีที่แน่น จึงเน้นสอนทฤษฎี
80% และสอนภาคปฏิบัติ 20%
3. หลักสูตรส�ำหรับผู้บริหาร มีเนื้อหาเน้นหนักเรื่องกรณีศึกษาถึง
80% เพื่อให้สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรให้ได้
มากที่สุด สามารถตัดสินใจแก้โจทย์ต่างๆ ได้ดี ส่วนอีก 20% นั้นเรียน
เนื้อหาเชิงทฤษฎี
จากความรู้และประสบการณ์ของผู้สอนท่านนี้ที่สะสมมายาวนาน
มีกรณีศึกษาจากหลายอุตสาหกรรมจะส่งถึงผู้เรียนให้ได้“ประสบการณ์
ทางลัด”ที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆเพราะกรณีศึกษาในแต่ละอุตสาหกรรมไม่
ว่าจะเป็นด้านการเงิน ค้าปลีก หรืออีคอมเมิร์ซ จะมีโจทย์และการแก้
ปัญหาที่แตกต่างกันไป ประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดจากหลาย
อุตสาหกรรมดังกล่าวจะท�ำให้ผู้เรียนสามารถน�ำไปปรับและประยุกต์ใช้
หรือแก้ปัญหาในงานของตนเองได้โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก
การสอนนั้นคาดหวังว่าผู้เรียนจะได้เปิดโลกทัศน์ ได้เรียนรู้
เครื่องมือใหม่ ฟีเจอร์ใหม่ ที่สามารถน�ำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เพิ่มความคล่องตัวต่อการใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะบุคลากรด้าน
การตลาดการขายและการให้บริการลูกค้าซึ่งจะน�ำไปสู่การเพิ่มยอดขาย
เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการลูกค้า
สถาบันไอเอ็มซี เป็นผู้น�ำอันดับต้นๆ ที่มีการน�ำเสนอหลักสูตร
หลากหลาย ในฐานะผู้สอนจึงมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสอนกับ
สถาบันไอเอ็มซี
			
เรียน SALESFORCE รู้ฟีเจอร์ใหม่ใช้งานคล่อง
เสริมประสบการณ์ด้วยทางลัด
คุณเฉลิมพล ศรีสุวรรณ
31INSTRUCTOR DIGITAL TRENDS
ไอบีเอ็ม ซีเคียวริตี้ เผยรายงาน IBM X-Force Threat Intelligence Index ประจำ�ปี 2020
แสดงถึงวิวัฒนาการใหม่ๆ ของเทคนิคที่อาชญากรไซเบอร์นำ�มาใช้ หลังจากตลอดหลายสิบปีที่ผ่าน
มานี้สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบริษัทหลายหมื่นล้านเรคคอร์ด รวมถึงช่องโหว่ใน
ซอฟต์แวร์อีกนับแสนรายการมาแล้ว
ภัยไซเบอร์กับ
อาวุธโจมตีธุรกิจ
จากรายงานพบว่า60%ของการเริ่มเจาะเข้าถึงเครือข่ายของผู้ตกเป็นเป้าหมาย
นั้นอาศัยข้อมูลประจ�ำตัวที่ถูกขโมยมา หรือช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่เคยมีการ
แจ้งเตือนให้ทราบแล้ว โดยที่ผู้โจมตีไม่ต้องพยายามวางแผนเพื่อใช้วิธีหลอกลวง
ที่แยบยลในการเข้าถึงระบบมากเหมือนเมื่อก่อน
IBM X-Force Threat Intelligence Index ได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อ
วิวัฒนาการต่างๆ ข้างต้น คือ
•	 การเจาะระบบครั้งแรกส�ำเร็จด้วยวิธีฟิชชิ่งถือเป็นสัดส่วน1ใน3จากเหตุ
ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือราว 31% เมื่อเทียบกับสัดส่วน 50% ในปี 2561
•	 การสแกนและการโจมตีช่องโหว่คิดเป็น 30% ของเหตุทั้งหมดเมื่อ
เทียบกับสัดส่วนเพียง 8% ในปี 2561 โดยช่องโหว่เก่าๆ บน Microsoft
Office และ Windows Server Message Block ที่เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว
ยังคงถูกโจมตีด้วยอัตราที่สูงจนน่าตกใจใน
ปี 2562
•	 จากการเฝ้าสังเกตพบว่าการใช้ข้อมูลประจ�ำตัว
ที่ถูกขโมยมาเพื่อเป็นตัวน�ำเข้าถึงระบบได้รับ
ความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยคิดเป็นสัดส่วน
29% จากทั้งหมด เฉพาะในปี 2562 เพียง
ปีเดียว มีข้อมูลรั่วไหลกว่า 8.5 พันล้าน
เรคคอร์ดท�ำให้มีการรับแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 200% ส่วนข้อมูล
ประจ�ำตัวที่ถูกขโมยและถูกอาชญากรไซเบอร์
น�ำไปใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นนั้นก็เพิ่มสูงขึ้น
เช่นกัน
ในปี 2562
32 DIGITAL TRENDS SURVEY
photo:macrovector/Freepik.com
Top Banking Trojans Families (IBM X-Force)
เวนดี้ วิตมอร์ รองประธานของ IBM X-Force Threat Intelligence กล่าวว่า
ข้อมูลรั่วไหลปริมาณมากที่เราเห็นในทุกวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์มีกุญแจ
ที่สามารถใช้ไขเข้ามาที่บ้านหรือธุรกิจของเรามากขึ้นกว่าเดิม และผู้โจมตีก็ไม่ต้องเสีย
เวลาคิดหาวิธีที่แยบยลในการเจาะเข้ามายังธุรกิจเลย เพราะสามารถโจมตีได้ทันทีโดย
ใช้ข้อมูลแสดงตัวตนที่มีอยู่อย่างเช่นการล็อกอินด้วยข้อมูลประจ�ำตัวที่ขโมยมาเป็นต้น
IBM X-Force ท�ำการวิเคราะห์โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกและข้อสังเกตที่ได้จาก
การเฝ้าตรวจสอบเหตุด้านซิเคียวริตี้7หมื่นล้านเหตุการณ์ต่อวันในกว่า130ประเทศ
ร่วมกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น X-Force IRIS,
X-Force Red, IBM Managed Security Services รวมถึงรายละเอียดการรั่วไหล
ของข้อมูลที่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ นอกจากนี้ IBM X-Force ยังวางกับดัก
หลอกล่อสแปมทั่วโลกหลายพันแห่ง เฝ้าตรวจสอบสแปมและการโจมตีแบบฟิชชิ่ง
ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และวิเคราะห์เว็บเพจและรูปภาพหลายพันล้านรายการ
เพื่อตรวจหากิจกรรมในลักษณะฉ้อโกงและการแอบอ้างชื่อแบรนด์ไปใช้ในทางมิชอบ
ข้อสังเกตที่น่าสนใจบางส่วนที่ชี้แจงไว้ในรายงานมีดังนี้
• การตั้งค่าผิด
รายงานชี้ให้เห็นว่าจากจ�ำนวนข้อมูลที่รั่วไหลมากกว่า 8.5 พันล้านเรคคอร์ด
ในปี 2562 นั้นมีถึง 7 พันล้านเรคคอร์ด หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ที่มีสาเหตุ
มาจากการตั้งค่าคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ไม่ถูกต้อง และการก�ำหนดค่าระบบไม่เหมาะสม
ทิ้งห่างจากปี 2561 ที่มีไม่ถึงครึ่ง
• ภาคธนาคารโดนแรนซัมแวร์เล่นงาน
จากรายงานของปีนี้ โทรจันภาคธนาคารที่มีการใช้มากที่สุดอย่าง TrickBot
เริ่มกลายเป็นตัวปูทางสู่การเข้าโจมตีด้วยแรนซัมแวร์แบบเต็มตัว โดยมีการพบโค้ด
รูปแบบใหม่ที่ใช้โดยโทรจันและแรนซัมแวร์ในภาคธนาคารสูงเป็นอันดับต้นๆ
เมื่อเทียบกับมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ ที่มีการพูดถึงในรายงาน
• ฟิชชิ่งเบนเข็มไปสู่ภาคเทคโนโลยี
แบรนด์ 10 อันดับแรกที่อาชญากรไซเบอร์น�ำไป
สวมรอยเพื่อใช้ในการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งนั้นมีทั้ง
แบรนด์ด้านเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และบริการ
คอนเทนต์สตรีมมิ่งที่ใช้ตามบ้าน โดยการเปลี่ยนแปลง
ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนหันมาเชื่อใจผู้ให้บริการด้าน
เทคโนโลยีมากกว่าแบรนด์ค้าปลีกและการเงินที่เคยเป็น
ที่น่าเชื่อถือมายาวนานโดยแบรนด์ยอดนิยมที่ถูกน�ำไป
แอบอ้างมากที่สุด ได้แก่ Google, YouTube และ
Apple
วิวัฒนาการของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์
รายงานยังเผยให้เห็นถึงเทรนด์การโจมตีด้วย
แรนซัมแวร์ที่มีเป้าหมายเป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
โดยในปี2562นั้นพบว่ามีการใช้แรนซัมแวร์เพิ่มสูงขึ้นมาก
และได้มีการส่งทีม IBM X-Force ไปช่วยแก้ไขเหตุ
แรนซัมแวร์ใน 13 ภาคธุรกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยัน
ว่าการโจมตีลักษณะนี้เกิดขึ้นได้กับทุกภาคธุรกิจ
นอกจากหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ กว่า 100 แห่ง
จะได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ในปีที่
ผ่านมาแล้วIBMX-Forceยังพบว่ามีการเน้นโจมตีธุรกิจ
ในภาคค้าปลีก การผลิต และการคมนาคมอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่ทราบกันดีว่ามีข้อมูลมากมาย
ที่สามารถท�ำเงินได้ หรือยังใช้เทคโนโลยีล้าสมัยอยู่
จึงมีช่องโหว่มากมายนับไม่ถ้วนโดยจาก80%ของการ
พยายามโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่ได้เฝ้าสังเกตนั้นพบว่า
ผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่ใน Windows Server Message
Block ซึ่งเป็นกลวิธีเดียวกันกับที่ใช้ในการกระจาย
WannaCry ซึ่งท�ำให้ธุรกิจหลายแห่งใน 150 ประเทศ
ต้องเป็นอัมพาตในปี 2560
photo : macrovector / Freepik.com
33SURVEY DIGITAL TRENDS
Malware genetic code innovation (IBM X-Force and Intezer researchers)
Top Malicious Domain Threat Types (IBM X-Force and Quad9)
การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์สร้างความเสียหายให้
แก่องค์กรต่างๆ มากกว่า 2 แสนล้านบาทในปี 2562
โดยที่ผลประโยชน์ตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีและ
เหตุการณ์ลักษณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในปี 2563
ทั้งนี้ ในรายงานที่ไอบีเอ็มร่วมท�ำกับ Intezer นั้น ระบุ
ว่ามีการพบโค้ดมัลแวร์ใหม่ในโค้ดของโทรจันภาค
ธนาคารถึง 45% และพบในโค้ดของแรนซัมแวร์ถึง
36% โดยการสร้างโค้ดใหม่ขึ้นมานั้นแสดงให้เห็นว่า
ผู้โจมตียังคงให้ความส�ำคัญกับการหาวิธีหลบเลี่ยงการ
ตรวจจับอยู่
ในขณะเดียวกัน IBM X-Force ยังสังเกตเห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง
แรนซัมแวร์และโทรจันที่ใช้ในภาคธนาคาร โดยมีการใช้โทรจันดังกล่าวเพื่อเบิกทางให้
กับการใช้แรนซัมแวร์ในการโจมตีเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการใช้งาน
แรนซัมแวร์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นตัวอย่างเช่นมัลแวร์ที่มีการใช้ในภาคธุรกรรม
ทางการเงินมากที่สุดตามรายงานอย่าง TrickBot นั้นต้องสงสัยว่าเป็นตัวการปล่อย
Ryuk เข้าสู่เครือข่ายองค์กร ในขณะที่โทรจันภาคธนาคารอีกหลายตัว เช่น QakBot,
GootKit และ Dridex ต่างก็หันมาใช้แรนซัมแวร์เพื่อเพิ่มความหลากหลายเช่นกัน
มีการพบโค้ดมัลแวร์ใหม่ในโค้ดของ
โทรจันภาคธนาคารถึง 45% และพบ
ในโค้ดของแรนซัมแวร์ถึง 36% โดย
การสร้างโค้ดใหม่ขึ้นมานั้นแสดงให้เห็น
ว่าผู้โจมตียังคงให้ความสำ�คัญกับการ
หาวิธีหลบเลี่ยงการตรวจจับอยู่
ผู้ไม่หวังดีแอบอ้างบริษัทเทคโนโลยี
และโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง
เมื่อผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มจับทางอีเมลฟิชชิ่งได้ กลวิธีฟิชชิ่งหลายๆ แบบก็ตกเป็น
เป้าหมายเสียเอง โดยไอบีเอ็มได้ร่วมมือกับ Quad9 และสังเกตเห็นแนวโน้มการ
ฟิชชิ่งในรูปแบบที่ผู้โจมตีสวมรอยเป็นแบรนด์ด้านเทคโนโลยีส�ำหรับผู้บริโภค
พร้อมใส่ลิงก์ที่ดูน่าสนใจ โดยใช้บริษัทเทคโนโลยีโซเชียลมีเดีย และคอนเทนต์
สตรีมมิ่ง ในการหลอกล่อให้ผู้ใช้คลิกลิงก์อันตรายด้วยวิธีการแบบฟิชชิ่ง
34 DIGITAL TRENDS SURVEY
photo : snowing / Freepik.com
เกือบ 60% ของแบรนด์ที่ถูกแอบอ้างและตรวจพบ 10 อันดับแรกนั้นใช้
โดเมนของ Google และ YouTube ในขณะที่ Apple (15%) และ Amazon
(12%) ก็ถูกแอบอ้างโดยผู้โจมตีที่หวังจะขโมยข้อมูลที่ท�ำเงินได้ของผู้ใช้ โดยจาก
การประเมินของ IBM X-Force พบว่าสาเหตุหลักที่ท�ำให้แบรนด์เหล่านี้ตกเป็น
เป้าหมายคือข้อมูลที่ท�ำเงินได้ที่แบรนด์เหล่านี้จัดเก็บไว้
Facebook, Instagram และ Netflix เองก็ติด 10 อันดับแรกของแบรนด์
ที่ถูกแอบอ้างมากที่สุด แต่อยู่ในอัตราที่ต�่ำกว่ามาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการที่
บริการเหล่านี้มักไม่ค่อยเก็บข้อมูลที่ท�ำเงินได้ไว้โดยตรง นอกจากนี้ ผู้โจมตียังหวัง
Top 10 Spoofed Brands (IBM X-Force)
Operational Technology Attack 2016-2019 (IBM X-Force)
พึ่งการใช้ข้อมูลประจ�ำตัวซ�้ำในการเข้าถึงบัญชีที่ท�ำเงิน
ได้สูง โดย IBM X-Force ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้รหัส
ผ่านเดิมซ�้ำบ่อยๆ ได้น่าจะเป็นปัจจัยที่ท�ำให้แบรนด์
เหล่านี้ตกเป็นเป้าหมาย ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Future of
Identity Study ของไอบีเอ็มชี้ให้เห็นว่า 41% ของ
ชาวมิลเลนเนียลใช้รหัสผ่านเดิมซ�้ำหลายครั้ง ในขณะ
ที่กลุ่มเจน Z ใช้รหัสผ่านเฉลี่ยเพียง 5 รหัส ซึ่งแสดงให้
เห็นถึงอัตราการใช้รหัสผ่านซ�้ำที่สูงมาก
การแยกแยะโดเมนที่ถูกแอบอ้างเป็นเรื่องที่ยาก
มาก และผู้โจมตีเองก็หวังพึ่งจุดแข็งในเรื่องนี้ โดยเมื่อ
รวมบัญชีทั้งหมดจากแบรนด์ 10 อันดับแรกที่ถูกแอบ
อ้างตามที่ระบุไว้ในรายงานแล้วพบว่ามีบัญชีรวมกันถึง
1 หมื่นล้านบัญชี ท�ำให้ผู้ไม่หวังดีมีเป้าหมายให้เลือก
โจมตีหลากหลายกลุ่ม และยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้
ผู้ใช้ที่ไม่ระวังจะคลิกลิงก์ที่ดูไม่มีพิษมีภัยจากแบรนด์ที่
ถูกแอบอ้างอีกด้วย
ข้อสรุปสำ�คัญเพิ่มเติมที่มีการชี้แจงในรายงาน
• ธุรกิจค้าปลีกกลับมาอยู่ในลิสต์กลุ่ม
อุตสาหกรรมเป้าหมาย: ธุรกิจค้าปลีกพุ่งขึ้นมาเป็น
ธุรกิจที่ถูกโจมตีมากที่สุดเป็นอันดับ2ในรายงานของปี
นี้ สูสีกับบริการทางการเงิน ซึ่งครองอันดับ 1 มานาน
4ปีติดต่อกันการโจมตีของกลุ่มMagecartถือเป็นการ
โจมตีธุรกิจในภาคค้าปลีกที่รุนแรงที่สุด มีเว็บไซต์ e-
Commerce ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ในช่วงฤดูร้อนปี 2562 ถึง 80 แห่ง โดยอาชญากร
มีเว็บไซต์ e-Commerce ที่ได้รับ
ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวใน
ช่วงฤดูร้อนปี 2562 ถึง 80 แห่ง
โดยอาชญากรไซเบอร์พุ่งเป้าไปที่
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลได้
(PII) ของลูกค้า ข้อมูลบัตรชำ�ระเงิน
หรือแม้แต่ข้อมูลโปรแกรมสมาชิก
สะสมคะแนนที่มีมูลค่า
photo : macrovector / Freepik.com
35SURVEY DIGITAL TRENDS
Top 20 Spam C2 Hosting Countries (IBM X-Force)
Top 20 Countries for Spam botnet Victims (IBM X-Force)
• อเมริกาเหนือและเอเชียคือภูมิภาคที่ตกเป็น
เป้าหมายมากที่สุด: ภูมิภาคเหล่านี้ถูกโจมตีมากที่สุด
อีกทั้งยังได้รับความเสียหายจากข้อมูลรั่วไหลมากที่สุด
ในปีที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลรั่วไหลมากกว่า 5 พันล้าน
เรคคอร์ด และ 2 พันล้านเรคคอร์ดตามล�ำดับ
รายงาน IBM X-Force Threat Intelligence
Index รวบรวมข้อมูลที่ไอบีเอ็มได้จัดเก็บในปี 2562
เพื่อให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านภัย
คุกคามทั่วโลก และเป็นแหล่งให้ผู้ที่ท�ำงานด้านซิเคียว
ริตี้ได้ทราบข้อมูลภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของ
ตนมากที่สุด สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่
https://ibm.biz/downloadxforcethreatindex
ไซเบอร์พุ่งเป้าไปที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลได้(PII)ของลูกค้าข้อมูลบัตรช�ำระ
เงินหรือแม้แต่ข้อมูลโปรแกรมสมาชิกสะสมคะแนนที่มีมูลค่านอกจากนี้เมื่อพิจารณา
จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการที่ไอบีเอ็มเข้าไปช่วยรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆยังพบว่า
มีการโจมตีธุรกิจค้าปลีกด้วยแรนซัมแวร์สูงมาก
• การโจมตีระบบที่ใช้ควบคุมเครื่องจักรในอุตสาหกรรมต่างๆ (Industrial
Control System หรือ ICS) และเทคโนโลยีส่วนปฏิบัติการ (Operational
Technology หรือ OT) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: ในปี 2562 นั้น เทคโนโลยีส่วน
ปฏิบัติการตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพิ่มขึ้นถึง2000%เมื่อเทียบกับปีก่อนเรียกได้
ว่าเป็นปีที่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานICSและOTสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี2559เป็นต้น
มา และการโจมตีส่วนใหญ่ที่สังเกตเห็นนั้นเป็นการใช้ช่องโหว่ที่ทราบอยู่แล้วภายใน
ฮาร์ดแวร์ SCADA และ ICS ร่วมกับการพยายามเข้าถึงบัญชีผู้ใช้จ�ำนวนมากด้วยรหัส
ผ่านที่คนมักใช้ไม่กี่รหัส (Password-spraying)
36 DIGITAL TRENDS SURVEY
37TRAINING DIGITAL TRENDS
COURSE SCHEDULE 2020
BIGDATACERTIFICATIONCOURSE
INSTRUCTOR:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
	 MR.DANAIRATTHANABODITHAMMACHARI
	 MR.AEKANUNTHONGTAE
	 MR.SANTISOOKLIMPEETICHAROENCHOT
	 MR.ANAPATPIPATKITIBODEE
DATASCIENCECERTIFICATION120HRS.
INSTRUCTOR:	MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN
BIGDATAINACTIONFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
	 ANDTEAM
DATASCIENCEFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN
BUSINESSINTELLIGENCEFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL
AIFOREVERYONE
INSTRUCTOR:	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
BIGDATAARCHITECTUREANDANALYTICSPLATFORM
INSTRUCTOR:	MR.AEKANUNTHONGTAE
	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
BIGDATAANALYTICSASASERVICEFORDEVELOPER
INSTRUCTOR:	MR.AEKANUNTHONGTAEAND
	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS
INSTRUCTOR:	 MR.AEKANUNTHONGTAE
MACHINELEARNINGFORBIGDATADEVELOPER
INSTRUCTOR:	 MR.AEKANUNTHONGTAE
	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
DATA&IMAGEANALYTICSUSINGDEEPLEARNING
INSTRUCTOR:	MR.AEKANUNTHONGTAE
	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
DATASCIENCEUSINGR
INSTRUCTOR:	 MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN
VISUALANALYTICWORKSHOP
INSTRUCTOR:	MR.SANTISOOKLIMPEETICHAROENCHOT
	 MR.ANAPATPIPATKITIBODEE
BUSINESSINTELLIGENCEDESIGNANDPROCESS
INSTRUCTOR::MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL
DATAWAREHOUSEDESIGN&SYSTEMDEVELOPMENT
INSTRUCTOR:MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL
BLOCKCHAINTECHNOLOGYFORDEVELOPER
INSTRUCTOR:	 MR.TITITORNSEMANGERN
BLOCKCHAINFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	 MR.TITITORNSEMANGERN
BLOCKCHAINCONCEPTANDUSECASES
INSTRUCTOR:	 MR.TITITORNSEMANGERN
PRACTICALCLOUDCOMPUTINGFOR MANAGEMENT
INSTRUCTOR:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA
	 ANDTEAM
-
-
-
-
16-17 JAN
-
-
-
-
21-23 JAN
-
-
-
-
29-31 JAN
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
4-6 FEB
-
-
12-14 FEB
-
-
-
-
-
-
-
-
25 FEB 6 OCT
-
-
-
-
-
4-6 MAR
-
-
-
-
-
-
-
-
-
10-11 MAR
-
24-26 MAR
3, 10, 17, 24
MAR
-
28-29 APR
-
-
16-17 APR
-
-
1-2 APR
-
-
-
28-30 APR
-
-
8-9 APR
-
-
-
-
21-22 APR
-
-
-
-
-
19-21 MAY
-
25-26 MAY
-
-
-
-
-
26-27 MAY
-
-
-
-
-
-
9-11 JUN
-
-
17-19 JUN
1-2 JUN
-
23-25 JUN
-
-
-
-
-
-
-
-
-
13-14 JUL
15-17 JUL
-
-
-
-
-
-
-
20 - 22 JUL
-
9-10 JUL
-
-
-
-
20 - 21 AUG
-
3- 4 AUG
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5-6 AUG
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
2-4 SEP
22-24 SEP
-
-
-
-
-
-
-
22-23 SEP
-
-
6-7 OCT
-
21-22 OCT
17-18 OCT
6-8 OCT
-
-
-
-
14-16 OCT
-
-
-
-
-
6-8 OCT
-
-
-
-
-
-
-
-
25-27 NOV
17-18,23-24
NOV
-
-
-
-
17-18 NOV
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
14-16 DEC
-
1-2 DEC
-
-
-
BIG DATA & AI TRACK
BLOCKCHAIN TRACK
CLOUD COMPUTING TRACK
เริ่มเรียน 12 มีนาคม 2020 (120 HR.)
เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น.
และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น.
เริ่มเรียน 10 กันยายน 2020 (120 HR.)
เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น.
และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น.
เริ่มเรียน 20 พฤษภาคม 2020 (120 HR.)
เรียนทุกวันพุธ ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น.
และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น.
เริ่มเรียน 11 พฤศจิกายน 2020 (120 HR.)
เรียนทุกวันพุธ ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น. และ
วันเสาร์ 9.00 - 17.00 น.
DIGITAL TRANSFORMATION TRACK
DIGITALTRANSFORMATIONFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA,
	 MR.PRINYAHOM-ANEKANDTEAM
- - - - - - - -
8, 15, 22, 29
SEP
DESCRIPTION
MOBILE DEVELOPMENT TRACK
IPHONEDEVELOPMENTUSINGSWIFT
INSTRUCTOR:	MR.THONGROPRODSAVAS
AUTOMATETESTINGFORIOSAPPLICATIONONSWIFT
INSTRUCTOR:	 MR.SOMKIATPUISUNGNOEN
	 MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN
AUTOMATETESTINGFORANDROIDAPPLICATION
INSTRUCTOR:	MR.SOMKIATPUISUNGNOEN
	 MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN
MOBILEPROGRAMMINGWITHFLUTTER
INSTRUCTOR:	 MR.SOMMAIKRANGPANICH
-
-
-
-
3-7 FEB
-
-
-
-
-
-
-
-
-
1-2 APR
22-24 APR
-
19-20 MAY
-
-
-
-
-
-
13-17 JUL
-
-
-
-
-
-
-
-
-
17-18 SEP
-
-
20-21 OCT
-
28-30 OCT
-
-
-
-
-
-
-
-
PROJECT/SERVICE MANAGEMENT TRACK						
PROJECTMANAGEMENTESSENTIALS
INSTRUCTOR:	MR.PIYACHIEWCHARAT
AGILEPROJECTMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	 SIAMCHAMNANKITTEAM
-
-
28-29 FEB
-
-
17-18 MAR
-
-
-
-
-
-
21-23 JUL
-
-
27-28 AUG
-
-
-
-
9-11 NOV
-
-
15-16 DEC
DESCRIPTION
38 DIGITAL TRENDS TRAINING
SOFTWARE DEVELOPMENT TRACK
SOFTWARE ENGINEERING TRACK
SALEFORCE TRACK
ONLINE TRAINING
ON REQUEST
SALEFORCE.COMFORBUSINESSPROFESSIONAL
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
SALEFORCE.COMFORCERTIFIEDITADMISNISTRATORPREP.
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
SALEFORCE.COMFORSALES&MARKETINGMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
SALEFORCE.COMFORCUSTOMERSERVICESMANAGEMENT
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
CRMANDDIGITALMARKETINGBESTPRACTICE
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
BASICSALEFORCEPROGRAMMING
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
ADVANCESALEFORCEPROGRAMMING
INSTRUCTOR:	MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
BIGDATAANALYSTICSASASERVICEFORDEVELOPERS
INSTRUCTORS:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA
	 MR.AEKANUNTHONGTAE	
BIGDATAARCHITECTUREANDANALYTICSPLATFORM 
INSTRUCTORS:	ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA
	 MR.AEKANUNTHONGTAE	
HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS
INSTRUCTOR:	 MR.AEKANUNTHONGTAE"	
AIFOREVERYONE
INSTRUCTOR:	 ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA	
BASICSOFTWARETESTING
INSTRUCTOR:	 MS.CHERAPAWANNASUK	
SALEFORCE.COMFORBUSINESSPROFESSIONAL
INSTRUCTOR:MR.CHALERMPOLSRISUWAN	
BASICSOFTWARETESTINGFORFINTECHAPPLICATION
INSTRUCTOR:	MR.NARUPATKUMNURTRATH	
DATAGOVERNANCEFORTHEPUBLICANDPRIVATESECTOR
INSTRUCTOR:	MR.AEKANUNTHONGTAE	
TEST-DRIVENDEVELOPMENT
INSTRUCTOR:	MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN
	 MR.SOMKIATPUISUNGNOEN	
INTRODUCTIONTODOCKER
INSTRUCTOR:	MR.SOMMAIKRANGPANICH	
DIGITALTRANSFORMATIONSTRATEGYWORKSHOP
INSTRUCTOR:	 DR.MANOOORADEEDOLCHETANDTEAM
ADVANCEDIPHONEDEVELOPMENTUSINGSWIFT
INSTRUCTOR:	 MR.THONGROPRODSAVAS
2DGAMEDEVELOPMENTWITHUNITY
INSTRUCTOR:	 MR.THONGROPRODSAVAS
DESIGNPATTERNS&CODEARCHITECTURE
INSTRUCTOR:	 MR.PASSAPONGTHAITHATGOON
REACTIVEMICROSERVICESDESIGN
INSTRUCTOR:	 MR.PASSAPONGTHAITHATGOON
JAVAENTERPRISEFROMBASICTOSPRINGBOOT
INSTRUCTOR:	 MR.PANUPONGCHANTAKLANG
IMPLEMENTNOSQLDATABASEWITHMONGODB
INSTRUCTOR:	 MR.SOMMAIKRANGPANICH
SOURCECODEMANAGEMENTUSINGGIT
INSTRUCTOR:	MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN
TEST-DRIVENDEVELOPMENT
INSTRUCTOR:	MR.SOMKIATPUISUNGNOEN
	 ANDMR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN
INTRODUCTIONTODOCKER
INSTRUCTOR:	MR.SOMKIATPUISUNGNOEN
MICROSERVICESWITHSPRINGBOOT
INSTRUCTOR:	MR.SOMMAIKRANGPANICH
ANGULAR7&FIREBASE
INSTRUCTOR:	MR.SOMMAIKRANGPANICH
DEVOPSCI/CDWITHJENKINS&DOCKER
INSTRUCTOR:	MR.SOMMAIKRANGPANICH
DevOpsFORDEVELOPER
INSTRUCTOR:MR.JIRAYUTNIMSAENG
DevOpsFORMANAGEMENT
INSTRUCTOR:MR.JIRAYUTNIMSAENG
MICROSERVICEFORMANAGEMENT	
INSTRUCTOR:MR.SOMMAIKRANGPANICH
AGILEFORSOFTWAREDEVELOPMENTWORKSHOP
INSTRUCTOR:	SIAMCHAMNANKITTEAM
BASICSOFTWARETESTING
INSTRUCTOR:	MS.CHERAPAWANNASUK
AGILETESTINGINPRACTICE
INSTRUCTOR:	SIAMCHAMNANKITTEAM"
ISTQB-CERTIFIEDTESTERFOUNDATIONLEVEL(CTFL)TRAINING
INSTRUCTOR:	MR.NARUPATKUMNURTRATH
BASICSOFTWARETESTINGFORFINTECHAPPLICATION
INSTRUCTOR:	MR.MARUPATKUMNURTRATH	
-
-
-
-
-
-
13-15 JAN
-
-
-
-
-
25-26 JAN
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
20-21 FEB
-
-
-
19-21 FEB
-
-
19 FEB
-
11-13 FEB
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
26-27 MAR
11-13 MAR
-
-
-
-
-
-
19-20 MAR
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
12-14 APR
-
22-24 APR
-
-
20-22 APR
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7-8 MAY
-
-
-
13-15 MAY
-
-
-
-
-
-
-
5 MAY
-
-
-
19-20 MAY
12-13 MAY
-
9 MAY
13 MAY
7-8 MAY
-
-
-
-
-
15-17 JUN
-
-
-
5 JUN
-
29-30 JUN
-
-
-
-
30 JUN
15-17 JUN
-
-
-
-
-
-
1-2
-
-
21-22 JUL
8-10 JUL
-
-
1-3 JUL
24 JUL
-
-
-
-
25-26 JUL
-
-
1-2 JUL
-
-
-
-
-
-
-
-
25-26 AUG
-
-
-
-
-
-
-
-
10-11 AUG
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
7-9 SEP
-
-
25 SEP
-
10-11 SEP
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
20 OCT
-
-
-
26-28 OCT
-
-
-
5-6 NOV
19-20 NOV
23-25 NOV
9-11 NOV
-
-
-
-
23-25 NOV
-
-
28-29 NOV
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
21-22 DEC
-
-
-
นิตยสาร Digital Trends ฉบับที่ 14
นิตยสาร Digital Trends ฉบับที่ 14

นิตยสาร Digital Trends ฉบับที่ 14

  • 1.
    photo : stories,starline / FreepikFr /net a nenerierotoph s,t es,es,o : stort it ririeioo Fstarline //nennotot FF ee /// FFFFrFFFrFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF eeee:: ss s sstotorrrieierieioss: ss FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFhoohpp eppp pprestttttt ssssssppp o ssssstttstttstttts eesssessssssss eMagazine by IMC Institute -19 Work from Home - - นิตยสารยุคดิจิทัล ราย 4 เดือน VOL.5 NO.14 MAY-AUGUST 2020 02 What's New • AI Post-Covid Era 04 IT News • 5G to Infinity and Beyond 08 Interview • CRM Marketing Automation Collaborative Tool 13 Digital Trends • Digital Trends 2020: The 7 Elements of Digital Transformation 22 Impression • - 23 Expert Talk • AI-Big Data -19 • Top 10 Cybersecurity and Privacy Trends 2020 28 knowledge Vantage • • . . . 31 Instructor • Salesforce 32 Survey • 2562 37 Training • Course Schedule 2020 นิตยสาร IT Trends เปลี่ยนชื่อเป็น Digital Trends eMagazine by IMC Institute
  • 2.
    พลิกกลยุทธ์การตลาดด้วย AI พร้อมเดินต่อ POST-COVIDERA “โลกกำ�ลังเปลี่ยน” ภายหลังจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือ Covid-19 สิ้นสุดลงแล้วทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก ต้องเร่งวางแผนเพื่อเปลี่ยนตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นแล้วและกำ�ลังจะขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ Digital มาเป็นองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนอนาคตนับจากนี้ สถาบันไอเอ็มซี ได้น�ำเสนอทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ด้านการตลาด ที่จะพลิกโฉมองค์กรไปสู่โลกดิจิทัลในแบบที่ก้าวข้ามจาก Online Marketing ไปสู่ AI Marketing ด้วยซอฟต์แวร์ของบริษัท Appier เครื่องมือด้านการตลาดที่ถูกพัฒนาขึ้นบนรากฐานของเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ช่วยให้การน�ำเสนอแคมเปญส่งตรงถึงกลุ่ม เป้าหมายที่ “ใช่” ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ต้องหว่านข้อมูลออกไป แบบไร้ทิศทาง ซึ่งแน่นอนว่าประโยชน์คือ “ประหยัดกว่า” การตลาด แบบเดิมๆ ที่มีรูปแบบโฆษณาเป็นหลัก จึงหมดข้อสงสัยเรื่อง ROI ซอฟต์แวร์ของบริษัท Appier เป็นมากกว่าการโฆษณา เพราะ มีความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ และสร้างโมเดลการตลาดจากข้อมูลบุคคลให้ชาญฉลาดกว่า Online Marketing แบบเดิมๆ ด้วยงบประมาณที่จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องหว่านโดย ไม่รู้ทิศทางที่อาจจะไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เลย ซึ่งสถาบัน ไอเอ็มซี น�ำเสนอ 2 บริการหลัก คือ AIQUA สุดยอดแพลตฟอร์มด้าน AI Marketing ใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิม และ AIXON ตัวช่วยใน การขยายฐานลูกค้าใหม่ AIQUA แพลตฟอร์มการตลาดอัตโนมัติเชิงรุก AIQUA จะท�ำให้คุณเข้าใจความสนใจของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง จากการที่ลูกค้าเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณด้วยวิธีการดึงข้อมูลจากเว็บเพจ หรือที่เรียกว่า Web Crawling ท�ำให้นักการตลาดสามารถปล่อย แคมเปญที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละราย ด้วยการใช้ AI เป็นเครื่องมือใน การวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า โดย AIQUA มีวิธี การท�ำงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ระบุตัวบุคคลที่เข้ามายังเว็บไซต์ โดยระบบจะ ท�ำการรวบรวมข้อมูลความสนใจต่างๆ ของลูกค้าทั้งจากภายนอกและ ภายในเว็บไซต์ อีกทั้งยังมีความสามารถในการท�ำงานข้ามอุปกรณ์ ยิ่งกว่านั้นยังช่วยให้นักการตลาดสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ตามหัวข้อ หรือกิจกรรมได้ด้วย ขั้นตอนที่ 2 ก�ำหนดแคมเปญให้แก่ลูกค้า พร้อมกับสร้างข้อความ ที่มีความเฉพาะเพื่อส่งตรงถึงลูกค้าในช่องทางที่เหมาะสมที่สุดโดยระบบ สามารถเชื่อมโยงได้หลากหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็น e-mail, Facebook หรือ LINE ขั้นตอนที่ 3 วัดประสิทธิภาพของแคมเปญ มีการติดตามตัวชี้วัด ที่ส�ำคัญ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดรายงานโดยละเอียดเพื่อท�ำการ วิเคราะห์ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Google Analytics ได้ด้วย ทั้งหมดนี้คุณสามารถใช้งานAIQUAได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง การตัดสินใจ และยังสามารถเชื่อมกับระบบ CRM ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วย AIXON ที่มี AI เป็นตัวช่วย แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะที่ Appier มีฐานรายชื่ออยู่ถึง 2 พัน ล้านรายชื่อ พร้อมให้บริการต่อลูกค้าผ่าน AIXON ที่จะท�ำหน้าที่ใน การวิเคราะห์ ศึกษาพฤติกรรม เพื่อให้เกิดการคาดการณ์ความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างแม่นย�ำกว่าการตลาดแบบเดิมๆ โดย AI จะเรียนรู้ เพื่อท�ำนายรูปแบบความต้องการต่างๆ น�ำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ มาน�ำเสนอแคมเปญออนไลน์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า จากนั้นนักการตลาด เพียงแค่รอการสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่โดยที่คุณไม่ต้องออกไปหาเองแล้วมา คัดเลือกอีกครั้งก่อนส่งออกแคมเปญต่างๆ หมดกังวลส�ำหรับผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กที่มองว่าจะต้อง มีนักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งไม่จ�ำเป็นอีกต่อไป เพราะ AIXON จะท�ำงาน ทั้งหมดให้เพียงแค่กรอกความต้องการบางอย่างเข้าไปเท่านั้น โดยไม่ ต้องมีพื้นฐานทางเทคนิคด้าน Data Science แม้แต่น้อย จากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ AIXON จะช่วยให้คุณสร้างฐานลูกค้า ใหม่ที่ตรงกลุ่ม และบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างง่ายดาย รวมทั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดด้วยค่าใช้จ่ายที่ต�่ำกว่าวิธีการแบบเดิมๆ Appier กับบริการ AIQUA และ AIXON เป็น AI as a Service ที่ใช้ง่าย ช่วยองค์กรยกระดับการตลาดไปสู่โลกดิจิทัลโดยใช้ AI เป็น ตัวช่วยอัจฉริยะ ซึ่งจะสร้างความส�ำเร็จในการด�ำเนินธุรกิจของคุณ ได้ในชั่วข้ามคืน Scan เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ดู demo หรือ สนใจท�ำ Free Workshop เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ธุรกิจท่านหรือไม่ หรือ e-mail : contact@imcinstitute.com 2 DIGITAL TRENDS WHAT'S NEW
  • 3.
    SMART THAILAND |IT TRENDS 3 ในช่วงที่ไวรัสโคโรน่าหรือCovid-19ก�ำลังระบาดหนักทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย รัฐได้ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ปิดสถานที่ต่างๆ มากมาย และขอความร่วมมือ ให้ทุกคนอยู่บ้านนั้น องค์กรเอกชนหลายแห่งต่างก็ใช้นโยบาย Work from Home กัน นับว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคนจ�ำนวนมาก คาดการณ์กันว่า Work from Home จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการน�ำ เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ มาใช้ท�ำงานร่วมกัน ตลอดจนการท�ำงานบนไฟล์เดียวกัน การประชุมผ่านVDOการใช้แอปฯต่างๆในการบริหารจัดการงานที่มีให้เลือกมากมาย ซึ่งในคอลัมน์ Special Report รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ได้เขียนไว้อย่างน่าสนใจ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ต่อการใช้เครื่องมือออนไลน์ในการท�ำงาน อย่างต่อเนื่องหลังการระบาดของไวรัสได้จบสิ้นลงไปแล้ว (Post-Coronavirus) ทั้งนี้ เพราะผู้คนต่างเคยชินกับเครื่องมือเหล่านั้น และมีความเป็นไปได้ว่าจะหาแอปฯ ใหม่ๆ มาใช้เพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น เช่น แอปฯ เช็กอินลงเวลาเข้าออกงาน สัมมนา เสมือนผ่านออนไลน์อย่าง Webinar ที่รวมไปถึงการอบรมผ่านห้องเรียนเสมือน ตลอด จนระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่จะท�ำให้รัดกุมมากขึ้น และจะท�ำอย่างไรเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้พนักงานน�ำข้อมูลออกจากระบบ การใช้แอปฯ ที่สามารถมอนิเตอร์พนักงานว่า ท�ำงานได้คืบหน้ามากน้อยแค่ไหน ฯลฯ แม้แต่ในชีวิตประจ�ำวัน ปรากฏการณ์ใหม่ของ Post-Coronavirus ก็จะเกิดขึ้น เช่นกัน โดยผู้คนจะใช้บริการจากDigitalPlatformมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเงิน ด้วยแอปฯแทนเงินสดที่จะมีมากขึ้นไปอีกมาก การชอปปิงออนไลน์การสั่งอาหารผ่าน FoodDeliveryเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากแอปฯ และเคยชินกับการอยู่บ้านสักระยะ หนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ใช้มากๆ คือ อินเทอร์เน็ต ใช้เพื่อการท�ำงาน แชต ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม และเป็นไปได้ว่าบางคนอาจจะคุ้นเคยกับการเรียนหรือการอบรมผ่านออนไลน์ และที่อดกล่าวถึงไม่ได้นั่นคือ ในช่วงก่อนที่จะมี Work from Home พบว่าโน้ตบุ๊กมียอดขายพุ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนๆ มีการตัดสินใจใช้บริการ แอปฯ ท�ำงานออนไลน์มากขึ้น และในช่วงที่ไวรัสระบาด คนต่างอยู่บ้านกันมากนั้น ก็มี ยอดการเล่นเกมมากขึ้นด้วยเช่นกัน สุดท้ายขอแจ้งเรื่องการปรับรูปแบบ Digital Trends (eMagazine by IMC Institute) ของฉบับนี้ โดยบนปกได้น�ำเสนอหัวข้อเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจภายในเล่ม เพื่อสะดุดตาค้นหาง่าย เพียงคลิกที่หัวข้อก็จะเข้าสู่เนื้อหาเรื่องนั้นๆ ได้ทันทีผ่าน แพลตฟอร์ม eBook ที่สถาบันไอเอ็มซีได้ตั้งใจจัดท�ำขึ้นเพื่อผู้อ่านทุกท่าน (และท่าน สามารถอ่านเล่มต่างๆ ย้อนหลังได้ที่ http://www.imcinstitute.com/index.php/ research-menu/e-magazine ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากมายจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า สถาบันไอเอ็มซี จึงได้เว้นการออกนิตยสารประจ�ำเดือนมกราคม-เมษายนไป ซึ่งฉบับที่ท่านก�ำลังอ่าน อยู่นี้เป็นการออกปกติของนิตยสารประจ�ำเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2563 มั่นใจว่าพนักงาน ทีมงาน จะได้ความรู้และทักษะเพิ่ม เมื่อเรียนรู้และทำ�งาน ที่บ้าน หรือที่ไหนก็ได้ เพียงเลือกวันที่ผู้เรียนพร้อม หลักสูตรอบรม : IT Trends, Big Data, Data Sciences, Software Development, Soft Skill, Digital Transformation, Work from Home เป็นต้น (คลิก: http://cutt.ly/ItSCknt) • มีหลักสูตรหลากหลาย สำ�หรับ Technical และ Non-Technical • มีเนื้อหาออกแบบสำ�หรับพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้บริหาร • มีระบบการสอนออนไลน์ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Zoom, Microsoft Team เป็นต้น • มีระบบ LMS สำ�หรับคู่มือการอบรมและการวัดผล • มี TA ช่วยดูแลทางด้านเทคนิค ผ่านระบบ AnyDesk และ TeamViewer • มี Attendee Report หลังจบการอบรม • มีระบบ Q&A เพื่อตอบข้อซักถามระหว่างอบรม • มีระบบการทำ�งานกลุ่มย่อย เช่น breakout session, online flipchart • มี Pre-Test และ Post-Test เพื่อประเมินผล • การันตีด้วย eCertificate สำ�หรับผู้อบรมที่จบหลักสูตร จำ�นวนผู้อบรม : ไม่จำ�กัดจำ�นวน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหลักสูตร EDITOR NOTE นัยนา แย้มอรุณ บรรณาธิการ นิตยสารยุคดิจิทัล ราย 4 เดือน VOL.5 NO.14 MAY-AUGUST 2020 Post-Coronavirus • Learning Anywhere for Corporate Staff • Upskill your staff with Interactive Online Courses สอบถามเพิ่มเติม Ms. Chalalai Jaihan (น�้ำ) Mobile: 082-452-6464 E-mail: chalalai@imcinstitute.com Ms. Kanthiyaphon Bongdaeng (ปุ๊ก) Mobile: 065-925-9245 E-mail: kanthiyaphon@imcinstitute.com In-House Online Learning Platform photo : freepik
  • 4.
    photo : starline/ Freepik.com การเดินหน้าของ 5G ทุกวันนี้ไม่ได้ถูกจ�ำกัดในวงนิยามที่ให้ไว้ แค่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมหรือ ICT เหมือนแต่ก่อน แต่ขยายวง กว้างและแพร่หลายออกไปทุกอุตสาหกรรม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยุค 1G หรือ 2G แทบไม่มีใครพูดถึงเส้นที่จะบรรจบกันได้ ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสารสนเทศในแง่ของบุคคล ธรรมดา พอจะได้เห็นความ “วิบวับ” ของการรวมตัวกันบ้าง ก็ช่วงรอยต่อเทคโนโลยีในยุค 2.5G ก้าวผ่านไปสู่ 3G และต้อง ยอมรับว่าการผลักดันของทุกฝ่ายทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และทางด้านแอปพลิเคชันเพื่อให้เกิดการใช้งานที่ง่ายขึ้นในยุค 3G จนถึง 4G ท�ำให้ทุกวันนี้ หากจะถามว่าทุกคนและทุกอุตสาหกรรม ขาดเทคโนโลยีไร้สายนี้ได้หรือไม่ แน่นอนทุกคนคงตอบว่า ยากมากๆ มีค�ำถามมากมายต่อ 5G ว่าแตกต่างอย่างไรกับเทคโนโลยี 4G ในวันนี้ที่ทุกคนยอมรับทั้งในแง่ของรูปแบบการใช้งานค�ำตอบส่วนใหญ่ ที่ไม่ต้องอาศัยฐานความรู้ของผู้รับสารโดยส่วนใหญ่ ก็มักจะตอบ ไปว่า 5G คือเทคโนโลยีที่จะเพิ่มความเร็วของการใช้งานอุปกรณ์ไร้สาย การเกิดของ 5G ไม่ได้สร้างคำ�ถามให้กับผู้คน ในบ้านเราเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างที่นักทำ�นายใน อุตสาหกรรมกล่าวไว้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเส้น สตาร์ตของโลกใหม่ ที่คำ�ว่า Digital Transform and Disruption กำ�ลังจะไปสู่ความจริง ในมือให้เร็วยิ่งขึ้นตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งยังมีรูปแบบการใช้งาน ที่หลากหลาย ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วก็เป็นเพียงส่วนเดียวที่สามารถ บอกสาธารณชนทั่วไปได้ แต่จากนี้บน 5G จะมีอะไรมากกว่า และน่าตื่นเต้น จะต้องดูต่อไป Trending into Normal เมื่อวันนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยก�ำลังขยายเครือข่าย 5G ทุกคนอยากเห็นว่าแนวโน้มต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้ ข้อมูลจากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย คาดการณ์ ว่า 5G จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับโลกที่มีมูลค่ากว่า 12.4 ล้าน ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างอาชีพใหม่กว่า 20 ล้านอาชีพภายในปี 2025 โดยปัจจุบันเมืองส�ำคัญหลายแห่งทั่วโลกได้น�ำ 5G มาทดลอง ใช้แล้ว เช่น กรุงลอนดอน อังกฤษ, ซูริค สวิสเซอร์แลนด์, กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน, มิลาน อิตาลี, กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี,โดฮาการ์ตาและบาร์เซโลนาสเปนซึ่งปัจจุบันมีโอเปอเรเตอร์ มากกว่า 60 ราย จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวการใช้ 5G ในเชิงพาณิชย์ 4 DIGITAL TRENDS IT NEWS
  • 5.
    ส�ำหรับประเทศไทย ปี 2563อุตสาหกรรมหลักที่ 5G จะเข้า มามีบทบาทอย่างแน่นอน คือ การขนส่งเดินทาง, ภาคการผลิต, อุตสาหกรรมเกม และโลจิสติกส์ ส่วนประเทศเกาหลีใต้ ปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน 5G เพิ่มมากขึ้นเป็น 3.5 ล้านราย ภายใน 6 เดือน ประเทศ จีนน�ำเทคโนโลยี 5G เข้ามายกระดับการขนส่งในอุตสาหกรรม เหมืองแร่ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบรถบรรทุกไร้คนขับแทนรถบรรทุก ทั่วไปเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการท�ำงานให้เร็วยิ่งขึ้น ประเทศไทยกับ 5G ในประเทศไทยความคืบหน้าของเครือข่ายระบบ 5G นั้นได้ เดินหน้าไปพร้อมกับในต่างประเทศ โดยมีการประมูลคลื่นความถี่ ไปแล้ว ซึ่งมุมมองของภาคธุรกิจนั้น คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายก สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยกล่าวไว้ว่าปี2563 เทคโนโลยียุคที่ 5 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ บริบทการใช้ชีวิตของ มนุษยชาติจะเปลี่ยนไปมาก วิถีการท�ำงานจะอยู่ที่ไหนก็ท�ำงานได้ การเชื่อมต่อกับบุคคลอื่นๆ ทั่วโลกท�ำได้ง่ายแค่คลิกที่ปลายนิ้ว ซึ่งจะ ท�ำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ New Technology, New Model การเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติของการท�ำธุรกิจ แต่การเข้า มาของระบบ 5G นั้นถือว่าเป็นตัวแปรที่ท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเชิงปริมาณและรูปแบบในการท�ำธุรกิจค่อนข้างมากและชัดเจน มีนักท�ำนายอุตสาหกรรมพูดเสมอว่า“องค์รวมของธุรกิจทั้งโลกก�ำลัง ถูกปรับและท�ำลายล้างอย่างรุนแรง” Digital Transform and Disruption ก�ำลังเข้าใกล้ธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กอย่างรวดเร็ว ขอยกตัวอย่างหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในโลกธุรกิจอย่าง คุณปฐม อินทรโรดม ได้เคยให้ความเห็นไว้ใน Facebook ส่วนตัว โดยสรุป คร่าวๆ ว่า ธุรกิจโดยเฉพาะในประเทศไทยจะต้องเจอปัญหาหนัก หากยังไม่ตระหนักถึงเรื่องของการน�ำ“ข้อมูล”มาใช้ในยุค5Gเพราะ สิ่งที่ก�ำลังพูดถึงเหมือนเป็น “ยาขม” ของธุรกิจส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ SME ที่บางรายก็ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้ประโยชน์ได้อย่างไร “อีก 3 ปีข้างหน้าหากทัศนคติเรายังเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าเรา จะท�ำธุรกิจกันแบบตาบอดคือไม่รู้เลยว่าลูกค้าอยู่ไหนความต้องการ คืออะไร แนวโน้มธุรกิจเป็นอย่างไร ในขณะที่บริษัทต่างชาติรู้ลึกว่า คนไทยมีพฤติกรรมอย่างไร ชอบสินค้าใด มีไลฟ์สไตล์ชอบดูหนัง ฟังเพลงแบบไหน ออกก�ำลังกายบ่อยหรือไม่ เพราะต่างชาติใช้ เครือข่าย 5G เก็บข้อมูลพฤติกรรมคนไทยทุกรูปแบบผ่านอุปกรณ์ Smart Device รอบตัว ทั้ง IoT ที่ให้บริการทุกจุดทั้งในบ้านและ นอกบ้าน มีเซนเซอร์แฝงในทุกที่ทั่วเมือง มีกล้องที่มองเห็นว่าเรา ชอบไปไหน มีรถที่เก็บข้อมูลการเดินทาง มีสารพัดแอปฯ ที่เปิดเผย ข้อมูลส่วนตัวตลอด 24 ชม.” photo : macrovector / Freepik.com 5IT NEWS DIGITAL TRENDS
  • 6.
    หนึ่งในโมเดลธุรกิจที่จะเปลี่ยนไปก็คือ การน�ำเอาข้อมูลมาใช้ มากขึ้นเรื่อยๆ 5Gท�ำให้เกิดปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ได้จากทั้ง รูปแบบการใช้งานและอุปกรณ์จ�ำนวนมาก ยกตัวอย่างในยุค 4G ก่อให้เกิดโอกาสมหาศาลทางธุรกิจบริษัทเกิดใหม่ใช้แอปฯที่พัฒนาเอง เป็นเครื่องมือต่อกรบริษัทยักษ์ใหญ่ เกิดแพลตฟอร์มที่คนใช้ ขาดไม่ได้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น ใช้ Grab เรียกรถ (มาเลเซีย) จอง โรงแรมด้วยTraveloka(อินโดนีเซีย)แต่ไม่เห็นการเกิดธุรกิจใหม่จาก การเปลี่ยนแปลงในการอาศัย “ข้อมูล” จากบริษัทที่เป็นคนไทยเลย ในยุค 5G ความเข้มข้นของเทคโนโลยีคู่ขนานที่เรียกว่า IoT และ IIoT จะเป็นยุครุ่งเรือง นั่นหมายถึงปริมาณข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น มานั้น เครื่องจักรทุกตัวจะสื่อสารและบอกทุกสถานการณ์ของตัวเอง เซนเซอร์ที่มีอยู่รอบตัว พร้อมที่จะร้องเตือนเพื่อบอกแม้กระทั่ง นมในตู้เย็นที่ก�ำลังจะหมดอายุ หากธุรกิจยังมองไม่เห็นความ เปลี่ยนแปลงที่กระทบอย่างหนักจากเทคโนโลยี 5G ที่ก�ำลังมาถึง คงจะอยู่ในธุรกิจอย่างล�ำบาก และอาจตายไปในที่สุด ส่วนในอีกมุมของรูปแบบทางธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนไปจากการมา ของ 5G ก็คือการท�ำงานที่จะเปลี่ยนไป บริษัทที่มียอดขายหรือลูกค้า จ�ำนวนมาก ณ วันนี้ก็ไม่จ�ำเป็นต้องสร้างส�ำนักงานขนาดใหญ่ให้ พนักงานต้องเดินทางมาท�ำงาน เพราะ 5G เป็นเทคโนโลยีที่เปิด โอกาสให้เครือข่ายไร้สายสามารถเชื่อมโยงทุกคนจากที่ไหนก็ได้ให้ เหมือนนั่งท�ำงานอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ในหลายบริษัทที่เดินหน้าในเรื่องของการท�ำDigitalTransformation ไปแล้ว อีกทั้งสถานการณ์การแพร่เชื้อของไวรัสสายพันธ์ุใหม่อย่าง COVID-19ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดรูปแบบเหล่านี้และการขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมต้องท�ำให้เร็วยิ่งขึ้น ยังไม่รวมถึงรูปแบบทางธุรกิจที่จะเกิดจากเทคโนโลยีอย่าง Smart Cities ที่ทั่วโลกก�ำลังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เมืองอัจฉริยะ นั้นเกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูลจ�ำนวนมากจากทุกคนที่อาศัยอยู่ ในเมือง ซึ่งหากใช้ข้อมูลเป็นก็สามารถเชื่อมโยงน�ำมาใช้งาน ไม่ว่าจะ เป็น Smart Advertising หรือสร้าง Smart Service ไปยังทุกคน หรือทุกอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่าย 5G New Technology Drive New Norm ในยุคที่เทคโนโลยี 4G นั้นเดินมาถึงปัจจุบัน ท�ำให้เกิดธุรกิจใน รูปแบบใหม่มากมาย ยกตัวอย่างที่ชัดเจน คือ Video on Demand ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+ เป็นต้น ดังนั้นการเดินหน้าของ 5G จะยิ่งท�ำให้บริการใหม่กลายเป็นพื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อยอดให้ เกิดขึ้นได้อีกมากมาย ความนิยมของการใช้บริการคอนเทนต์ในรูปแบบของวิดีโอ กลายเป็นสื่อกระแสหลัก บริษัท Zenith ได้ท�ำการส�ำรวจซึ่งพบว่า โดยเฉลี่ยผู้บริโภคทั่วไปใช้เวลาในการดูวิดีโอแบบออนไลน์ (ไม่รวม บริการแบบ On-demand) อยู่ที่ 84 นาที ต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 นาที ภายในปี 2021 Digital Transformation ท�ำให้แนวคิดของ Virtual Office หรือ Anywhere Office ดูเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง ด้วยความเร็ว พื้นฐานของเครือข่าย 5G ที่ประมาณ 1 Gbps. (บนคลื่นความถี่ 2600 MHz) เรียกว่าเหลือเฟือส�ำหรับการท�ำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะ โอนย้ายไฟล์เอกสาร ไปจนถึงการนั่งอยู่หน้าจอแล้วท�ำการประชุม ผ่าน Video Conference ในคุณภาพระดับ HD ในยุคที่เทคโนโลยี 4G นั้นเดินมาถึง ปัจจุบัน ทำ�ให้เกิดธุรกิจในรูปแบบใหม่ มากมาย ยกตัวอย่างที่ชัดเจน คือ Video on Demand ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+ เป็นต้น ดังนั้นการเดินหน้าของ 5G จะยิ่งทำ�ให้บริการใหม่กลายเป็น พื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดขึ้น ได้อีกมากมาย photo : Freepik.com 6 DIGITAL TRENDS IT NEWS
  • 7.
    เทคโนโลยีเครือข่าย5Gนั้นจะท�ำให้เกิดบริการเพื่อธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันเราได้เห็นบริการจากรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft,AWS, Google แต่หลังจากนี้จะมีบริการใหม่ๆ ที่อาศัย ทั้งขนาดและความสามารถของเครือข่าย 5G ที่เร็วและมีค่า ความหน่วงในการสื่อสารที่ต�่ำกว่า นับจากนี้ 5G จะท�ำให้ IoT กลายเป็นกุญแจส�ำคัญของการ เปลี่ยนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นเครื่องมืออัจฉริยะ5Gมีความสามารถ ในการบริหารจัดการให้อุปกรณ์ใดๆ จ�ำนวนมากๆ หลายหมื่นหลาย พันตัวสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน 5G in Real World ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มเดินหน้าขยายเครือข่ายระบบ 5G ไปพอสมควรรวมถึงประเทศไทยด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะของการ ใช้งานมีมากมาย ดังเช่น Drone ส่งของที่บินได้ไกลกว่าเดิม ในประเทศจีนธุรกิจโลจิสติกส์เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดหลักของ โลกธุรกิจ หลายบริษัทเริ่มน�ำ Drone มาใช้ส�ำหรับการส่งสินค้า แต่ปัญหาเดิมของการใช้ Drone นั้นคือจะต้องส่งเจ้าหน้าที่บังคับ อุปกรณ์ไปอยู่ในบริเวณใกล้ๆ เนื่องจากข้อจ�ำกัดของระยะการ ควบคุม เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนได้เริ่มน�ำเอา Drone มาใช้ส่งสินค้าอยู่แล้ว และก�ำลังวางแผนที่จะส่ง Drone ที่รองรับ เครือข่าย 5G ออกใช้งานในช่วงปี 2020 โดยสามารถท�ำการควบคุม การจัดส่งได้จากศูนย์กลางไม่กี่แห่งในประเทศจีน ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ รอเพียงแต่การขยายเครือข่ายระบบ 5G ให้ทั่วถึง Smart Farming ที่ง่ายขึ้น แนวคิดของการท�ำเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่ต้องมีอุปกรณ์ เซนเซอร์จ�ำนวนมากคอยรายงานเข้าสู่ระบบประมวลผลกลาง ซึ่งผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ได้ช่วยให้ ผู้เลี้ยงโคนมในยุโรปนั้นสามารถรวบรวมข้อมูลของแม่วัวทุกตัวที่ อยู่ในฟาร์ม ทั้งในแง่ของการให้ผลผลิต รวมไปถึงอาหารที่กินเข้าไป และสามารถใช้เซนเซอร์หลายแบบที่ติดกับตัวแม่วัว และติดอยู่กับ อุปกรณ์ต่างๆ ในฟาร์ม สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G ส่งข้อมูล ไปยังระบบประมวลผลที่ฝากอยู่บนคลาวด์ ซึ่งหากไม่มี 5G จะเป็น ไปได้ยากมาก เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องของจ�ำนวนอุปกรณ์และ เซนเซอร์ที่จะสามารถรองรับและความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล ที่มี ความต้องการในระดับแม่วัวขยับตัวเจ้าของฟาร์มก็สามารถรับรู้ได้ ไม่ใช่เพียงตัวเดียว แต่หมายถึงแม่วัวในฟาร์มเป็นร้อยตัว Smart Cities ทั่วโลกกำ�ลังเปลี่ยนสู่ 5G ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึง Smart Cities เทคโนโลยีที่จะมารองรับ การท�ำงานร่วมกันของอุปกรณ์และเซนเซอร์ต่างๆก็คือเครือข่ายแบบ 4G และ WiFi Mesh Network ถึงแม้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีนั้นจะ สามารถสร้างอาณาเขตการเชื่อมต่อได้กว้างขึ้น แต่ไม่สามารถเทียบ ได้กับการน�ำเอาเครือข่ายระบบ 5G มาใช้ เพราะ 5G พูดถึงการเป็น เครือข่ายไร้สายที่ครอบคลุมแบบเดียวกับที่สัญญาณมือถือของทุกคน บวกกับความเร็วที่มีมากเกินพอในระดับเดียวกับ WiFi Mesh Network ซึ่งในตอนนี้ มหานครใหญ่ๆ อย่างลอนดอน ได้เริ่ม ปรับเปลี่ยนไปสู่ 5G แล้ว รวมทั้งในหลายเมืองของจีน ณ วันนี้ถือว่า ได้น�ำเอาเครือข่าย 5G ไปประสานเข้ากับระบบ Smart Cities สามารถบริหารจัดการเมืองได้อย่างอัจฉริยะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บนคลื่นลูกใหม่อย่าง 5G “วิกฤติและโอกาส” ของธุรกิจไทย นั้นจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูว่าจากนี้ไปการเติบโตของ 5G นั้นจะ สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงต่อการเกิดเทคโนโลยีใหม่ได้ มากน้อยเพียงใด หรือจะกลายเป็นของเล่นราคาแพงส�ำหรับคน ทั่วไปเหมือนอย่างที่เคยตั้งความหวังกับ 4G มาก่อนหรือไม่ ต้องรอคอยก้าวต่อไป นับจากนี้ 5G จะทำ�ให้ IoT กลายเป็นกุญแจ สำ�คัญของการเปลี่ยนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็น เครื่องมืออัจฉริยะ 5G มีความสามารถในการ บริหารจัดการให้อุปกรณ์ใดๆ จำ�นวนมากๆ หลายหมื่นหลายพันตัวสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน pikisuperstar / Freepik 7IT NEWS DIGITAL TRENDS
  • 8.
    ซันเด โซลูชันส์ ต่อยอด CRMด้วย MARKETING AUTOMATION ส่ง COLLABORATIVE TOOL สานประสบการณ์ลูกค้า เปิดแผนธุรกิจปี 2563 ซันเด โซลูชันส์ ตอบกระแส Customer Experience ที่ลูกค้ามองหาประสบการณ์ใหม่ เชื่อมต่อการทำ�งานให้สมาร์ท รวดเร็ว คล่องตัว ดัน 2 ซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาด Marketing Automation เครื่องมือช่วยสร้างการตลาดรูปแบบใหม่ และ Collaborative Tool แอปฯ เดียวจบครบทุกการใช้งาน พร้อม รุกตลาดสถาบันการเงิน ค้าปลีก กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซันเด โซลูชันส์ ให้บริการค�ำปรึกษา จ�ำหน่าย และติดตั้งระบบCRMและERPมาโดยตลอดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส�ำหรับแผนธุรกิจในปี 2563 เป็นอีกปีหนึ่งที่ตั้งเป้าหมายการเติบโต จากฐานเดิมราว 10% โดยกลยุทธ์ในปีนี้มีการเพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามา ท�ำตลาดซึ่งสอดรับกับกระแสCustomerExperienceหนึ่งในแนวโน้ม ในยุคนี้ที่ลูกค้าต้องการประสบการณ์ใหม่ที่ดี นาวิก นำ�เสียง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันเด โซลูชันส์ จำ�กัด นาวิก น�ำเสียง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันเด โซลูชันส์ จ�ำกัด กล่าวว่า แผนการด�ำเนินธุรกิจในปี 2563 ยังคงเน้นท�ำตลาด CRM และ ERP เช่นเดิม แต่ขณะเดียวกันได้เพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามาอีก 2 ด้าน ซึ่งต่อยอดจากรากฐานเดิม ประกอบด้วย Marketing Automation และ Collaborative ซึ่งจะใช้เจาะลูกค้าเดิมในกลุ่มการเงิน ค้าปลีก รวมทั้งจะหาตลาดใหม่ควบคู่ไปด้วย Clever Tap เป็นซอฟต์แวร์ด้าน Marketing Automation จากต่างประเทศที่ซันเด โซลูชันส์ เพิ่งได้น�ำเข้ามาท�ำตลาด เป็นการเก็บ พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าจากการใช้แอปฯ บนมือถือ จากนั้นจะน�ำข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้ามาวิเคราะห์และน�ำเสนอ สินค้า บริการ โปรโมชันที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานั้น รวมถึงการจัดแบ่งลูกค้าตามความต้องการ หรือให้ AI จัดแบ่งลูกค้าแบบ RFM ((Recency, Frequency, Monetary) เช่น เมื่อลูกค้าใช้แอปฯ ในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ จากนั้นระบบก็จะน�ำเสนอโปรโมชัน หรือ ส่วนลดคูปองฯลฯไปยังลูกค้าโดยตรงโดยพิจารณาจากเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) 8 DIGITAL TRENDS INTERVIEW
  • 9.
    ภาพ : pikisuperstar/ Freepik เข้ามาอินทริเกรตได้ ท�ำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเปิดหลายแอปฯ ให้ยุ่งยาก แต่สามารถใช้เพียงแอปฯ เดียวท�ำงานได้ทุกอย่าง Lark Suite มีลักษณะคล้ายกับแอปฯ โซเชียลอย่าง LINE หรือ Google Suite ที่คนไทยทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ส�ำหรับ Lark Suite เป็นเครื่องมือการใช้งานทางธุรกิจจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความ ปลอดภัย ซึ่งการท�ำตลาดจะเริ่มต้นจากการสร้างประสบการณ์และการ ตระหนักรู้ นาวิกกล่าวว่าซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งสองรายการข้างต้นนั้นเหมาะกับ ความต้องการในปัจจุบันคือเป็นSoftwareasaService(SaaS)ที่ช่วย ให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนซื้อไลเซนส์ ติดตั้งใช้งานได้ง่าย ซึ่งซันเด โซลูชันส์ เป็นผู้ให้บริการและให้ค�ำปรึกษา ท�ำการอินทริเกรตระบบตามที่ลูกค้า ต้องการ โดยเห็นช่องทางและโอกาสทางการตลาดที่มีอีกมหาศาล เพราะปัจจุบันการใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นส�ำหรับ ตลาดไทย ส�ำหรับเป้าหมายรายได้ในการด�ำเนินธุรกิจปี 2563 บริษัทคาดหวังอัตราการเติบโตราว 10% จากปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน บริษัทมีฐานลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมการเงินและประกัน ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ และภาครัฐ โดยเป็นภาคเอกชน 95% และหน่วยงานภาครัฐราว 5% เท่านั้น “ซอฟต์แวร์ CleverTap นับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะท�ำให้ลูกค้าก้าวสู่ ยุคดิจิทัลขั้นก้าวหน้าซึ่งขยับจากBackendเข้าไปถึงกลุ่มผู้บริโภคหรือ Consumer โดยตรง เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าได้มี โอกาสเข้าถึงผู้บริโภครายบุคคล โดยอาจกล่าวได้ว่าเป็นการต่อยอด ระบบ CRM ไปสู่การตลาดรูปแบบใหม่” นาวิก เสริม อีกซอฟต์แวร์หนึ่งที่บริษัทใช้เป็นหัวหมอกในการน�ำเสนอให้ แก่ลูกค้าเดิม และเจาะตลาดกลุ่มใหม่ในปีนี้คือ Lark Suite เป็น Collaborative Tool สัญชาติจีนที่บริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ตัวแทนจ�ำหน่ายในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเป็นเครื่องมือประสาน การท�ำงานทุกอย่างรวมเข้ามาในแอปฯ เดียว ทั้ง Chat, Talk, Share, Calendar, Meeting, VDO Conferrence, Document, Check in เพื่อบันทึกเวลาเข้างาน ฯลฯ โดยมีจุดเด่นที่สามารถน�ำแอปฯ อื่นๆ 9INTERVIEW DIGITAL TRENDS
  • 10.
    ไวรัสโควิด-19 สร้างปรากฏการณ์การใช้ดิจิทัล เปลี่ยนพฤติกรรมคนครั้งใหญ่ ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำ�ให้หน่วยงานรัฐตลอดจนองค์กรธุรกิจขอความร่วมมือ ไม่ให้ผู้คนเดินทางออกจากบ้านทำ�ให้เกิดปรากฏการณ์การใช้ดิจิทัลอย่างมาก และพฤติกรรมนี้จะยังคงอยู่ต่อไป คุณอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาค เอเชียและธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้เดลล์เทคโนโลยีส์กล่าวว่า อุตสาหกรรมไอซีทีหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้จบสิ้นลง จะท�ำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปโดยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เป็นผลจากช่วงที่มีการระบาดท�ำให้คนใช้เครื่องมือออนไลน์มีการท�ำงาน ผ่านระบบCloud มีการใช้ModernAppมากมายที่ช่วยให้การท�ำงาน ง่ายและท�ำจากที่ใดก็ได้ “ไม่ว่าสถานการณ์การระบาดจะใช้เวลา 6 เดือน 8 เดือน หรือ มากกว่านั้นก็ตาม จะสร้างความเคยชินให้กับผู้คนได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อการท�ำงาน เพื่อการเรียนการสอน และเพื่อกิจกรรมอื่นๆ ความ เคยชินดังกล่าวจะส่งผลต่อเนื่องไปตลอดนับจากนี้ นั่นหมายความว่า พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนแปลงไป” คุณอโณทัย กล่าว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการพัฒนาคอนเทนต์ จะท�ำอย่างไรให้ผู้คน ท�ำงานร่วมกันบนออนไลน์ห้างสรรพสินค้าจะเร่งท�ำการขายออนไลน์และ มีการใช้DigitalServiceมากขึ้นเช่นOnlineShopping,FoodDelivery ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนของการอยู่บ้านที่ท�ำให้ผู้คนต้องเปลี่ยนวิถีการ ด�ำรงชีวิตโดยการใช้เทคโนโลยีเป็นกลจักรในการด�ำเนินกิจกรรมต่างๆ อุตสาหกรรมไอทีท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย หลายองค์กรใช้นโยบายWorkfromHomeท�ำให้เกิดการน�ำเทคโนโลยี ต่างๆเข้ามาใช้ในการท�ำงานมากขึ้นโดยเฉพาะองค์กรที่ยังไม่ได้วางแผน หรือวางระบบให้สามารถท�ำงานจากภายนอกองค์กรได้นั้นก็ได้เร่งศึกษา และสร้างระบบให้พนักงานสามารถท�ำงานได้จากที่บ้านอย่างเร่งด่วน ในสถานการณ์ดังกล่าว พบว่ายอดขายโน้ตบุ๊กในช่วงปลายเดือน กุมภาพันธ์จนถึงมีนาคมมีอัตราการเติบโตกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งเป็น ผลจากเร่งการตัดสินใจซื้อ คือ องค์กรที่มีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊กก็ตัดสินใจ ซื้อทันที รวมทั้งบางองค์กรที่พนักงานมีโน้ตบุ๊กไม่ครบตามจ�ำนวนคน ก็ตัดสินใจซื้อเพิ่ม เพื่อให้พนักงานน�ำกลับไปท�ำงานที่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการท�ำงานที่บ้านเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือหรือแอปฯต่างๆได้แก่VMware,VPN,Webcam,มอนิเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยีWorkspaceของเดลล์ที่มียอดขายเติบโตกว่าปกติใน ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในขณะนี้บริษัทผู้ประกอบการทางด้านไอทีต่างๆ นั้นได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เนื่องจากศูนย์กลางในการผลิตของชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ท�ำให้หลายบริษัทผลิตสินค้า ออกสู่ตลาดได้น้อยลง ดังนั้นลูกค้ายิ่งต้องตัดสินใจซื้อให้รวดเร็วขึ้น ส่วนด้านการขาย ผู้ค้าหลายรายต่างเน้นขายผ่านออนไลน์ โดยมีสัดส่วน การขายผ่านช่องทางออนไลน์ 80-90% เนื่องจากผู้คนไม่ออกจากบ้าน เดลล์ เล็งเห็นความส�ำคัญต่อการใช้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการ ท�ำงานที่บ้าน จึงได้ออกแคมเปญให้ใช้ Workspace One ของเดลล์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการที่ ยังไม่มีงบประมาณในการลงทุนระบบ โดยองค์กรที่สนใจสามารถเข้า ลงทะเบียนเพื่อใช้งานได้ฟรี 90 วัน คุณอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย และธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ 10 DIGITAL TRENDS INTERVIEW
  • 11.
    11ECONOMY NEWS DIGITALTRENDS ธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงในช่วงระหว่าง ปี2563-2565จากก�ำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับต�่ำ ประกอบกับความต้องการเปลี่ยนมือ รถยนต์ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรกคาดว่าจะทยอยสิ้นสุดลงในระยะ ข้างหน้า นอกจากนี้การเข้ามาก�ำกับดูแลสินเชื่อรายย่อยของภาครัฐ ที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลให้ผู้ให้บริการที่เป็นCaptiveFinance(ธุรกิจ เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากบริษัทแม่หรือค่ายรถยนต์) เข้ามาแข่งขันและเพิ่มบทบาทภายในอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่วนผู้ให้ บริการสินเชื่อที่เป็นสถาบันการเงินจึงต้องเร่งสร้างกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อ ขยายตลาด โดยเฉพาะผ่านช่องทาง Digital Platform เพื่อให้เข้าถึง ผู้บริโภคที่มีศักยภาพได้หลากหลายกลุ่มขึ้น วิจัยกรุงศรีมีมุมมองว่าการขยายตลาดผ่าน Digital Platform จะพบในกลุ่มสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สามารถผสานจุดแข็งกับการ มีฐานลูกค้าของธนาคารและการท�ำการตลาดกับเครือข่าย Dealer โดยการพัฒนาเทคโนโลยี Data Analytics ในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงลึกเพื่อให้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงจากการที่ลูกค้าเปรียบเทียบ ราคารถยนต์ผ่าน Online Marketplace ซึ่งแสดงถึงความสนใจซื้อ รถยนต์ในอนาคต ท�ำให้สถาบันการเงินสามารถยื่นข้อเสนอสินเชื่อ รถยนต์แก่ลูกค้า โดยให้ดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ​ในปี 2563 นี้ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายของไทยก�ำลังจะเข้าสู่ จุดเปลี่ยนที่ส�ำคัญอีกครั้งหนึ่ง จากการประมูลคลื่นความถี่ส�ำหรับ บริการ 5G โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เกิดการเปิดให้บริการได้ใน บางพื้นที่ภายในกลางปีนี้ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0 และเป็นการสร้างปัจจัยดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยี ชั้นสูงจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จากความพร้อมด้านโครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคตของไทย เช่าซื้อยานยนต์มีแนวโน้มชะลอ 3 ปี การลงทุนเทคโนโลยี 5G...พบโจทย์ใหญ่ ตลาด-ต้นทุน-เทคโนโลยี จากข้อมูลการท�ำธุรกรรมการเงินและพฤติกรรมด้านอื่นจากข้อมูล ทางเลือกใน Platform ที่เกี่ยวข้อง ท�ำให้สามารถน�ำเสนอสินเชื่อ เช่าซื้อให้กับลูกค้าได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องรอให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อก่อน ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี www.krungsri.com/bank/th/Other/research.html ข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ด้านผู้ประกอบการโทรคมนาคมน่าจะเผชิญโจทย์รอบด้านทั้ง ประเด็นความพร้อมของตลาดและเทคโนโลยี รวมไปถึงภาระต้นทุน ต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกที่คาดว่าอุปสงค์ในบริการ 5G น่า จะอยู่ในวงจ�ำกัด ท�ำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจ�ำเป็นต้องวางแผน ธุรกิจอย่างรัดกุมเพื่อตอบโจทย์ด้านการเงินของธุรกิจโดยด�ำเนินการ วางแผนเลือกพื้นที่ลงทุนโครงข่ายและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะ องค์กรธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิดความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ ก�ำหนดราคา ค่าบริการ 5G ที่ไม่สูงจนเกินไป โดยหาแนวทางควบคุมต้นทุนการ ลงทุนโครงข่าย เช่น ท�ำความตกลงใช้โครงข่ายร่วม เป็นต้น นอกจากนี้ การสร้างความแตกต่างจากบริการในยุค 4G โดยพัฒนาบริการ 5G ที่หลากหลาย โดยเน้นคุณสมบัติด้านความเร็วและการตอบสนองที่ ฉับไวก็มีส่วนส�ำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ เทคโนโลยี IoT ยังไม่แพร่หลายในไทย ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย www.kasikornresearch.com
  • 12.
    12 DIGITAL TRENDSECONOMY NEWS ต่อยอดอุตสาหกรรมอัจฉริยะ 4.0 ด้วย Digital Twin ศูนย์วิจัยออมสินชี้ COVID-19 กระทบ GDP
  • 13.
    เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สถาบันไอเอ็มซีร่วมกับบริษัท ออพติมุส(ประเทศไทย) จำ�กัด จัดงานสัมมนา Digital Trends ปีนี้เป็นปีที่ 7 เพื่ออัปเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวโน้มแห่ง ปี 2020 มีผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมาเล่าประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิด 18 ท่าน โดยครั้งนี้ จัดในหัวข้อ Digital Trends 2020 : The 7 Elements of Digital Transformation โดยเน้นถึงองค์ประกอบ 7 ด้าน ดังนี้ The 7 Elements of Digital Transformation Digital Trends 2020 : ในโอกาสนี้นิตยสาร Digital Trends จึงขอน�ำเนื้อหา บางส่วนมาสรุปประเด็นให้ท่านผู้อ่านได้รับสาระดีๆภายในงานและ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านที่ยังไม่เคยได้เข้าร่วมงานสัมมนา จะได้รับองค์ความรู้จากการอ่านในนิตยสาร อันจะเป็นโอกาส ในการสร้างแนวทางให้ท่านได้คิดและต่อยอดต่อไป พร้อมกับ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาประจ�ำปีทุกๆ ปลายปี ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยความรู้ต่างๆ เทคโนโลยีแนวโน้มแห่งปี และ ภาพของกรณีศึกษาที่สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้ Digital Trends ฉบับนี้ ได้สรุปสาระส�ำคัญบางส่วนของ 5 จาก 18 ท่าน ไว้ในเนื้อหานับจากนี้ องค์ประกอบ (Element) ประเด็นการบรรยาย ผลลัพธ์ที่ได้ 1. Customer Experience VP, Customer Centric, Solving Problems New services 2. Culture Involve Everyone, Enable IDEAs Digital DNA 3. Business Model Creating New Business MODELs New SKU 4. Organization Digital in the Core Micro Services 5. Processes Digitalization / Agility / Automation Digitalization 6. Leadership/Capability Reskill / Attract Digital Talents / Growth Mindset/ Reskill / New hires Digital First 7. Infrastructure Agile Platforms & Technology Trends Network/Apps/Tools photo : pikisuperstar / Freepik.com 13T DIGITAL TRENDS
  • 14.
    Platform Economy ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (TDRI) บรรยายในหัวข้อ Digital Transformation is Faster than We Expected สรุปได้ว่า Digital Transformation เกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรมและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหากองค์กรไม่มีการ เปลี่ยนแปลงก็ยากที่จะด�ำเนินธุรกิจในสภาวะปัจจุบันและอนาคตได้ สิ่งส�ำคัญที่สุดคือ Mindset ปัจจุบันเข้าสู่ยุค“เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม”(PlatformEconomy) ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจแบบเดิมๆ อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น มีการซื้อ ขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการจับคู่ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อให้พบกัน โดยตัดกระบวนการคนกลางออกไป ขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่เริ่มมี แพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ต่อไปในอนาคตจะกลืนแพลตฟอร์มขนาดเล็ก มีกรณีศึกษาหลายด้านที่น่าสนใจ ในที่นี้ได้ยกตัวอย่าง Transfer- Wiseบริการโอนเงินระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน ขณะนี้ เนื่องจากเสียค่าธรรมเนียมต�่ำกว่าการโอนผ่านธนาคาร ระบบ TransferWise เป็นการจับคู่ระหว่างผู้ที่ต้องการโอนเงินจากประเทศ หนึ่งไปยังประเทศหนึ่งเป็นบริการที่ดิสรัปต์ธุรกิจของธนาคารอย่างเห็น ได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมี Digital Disruption ที่เกิดขึ้นอีกมากมาย เราพบ ว่าปัจจุบัน Quantum Computing สามารถโทรเช็กข้อมูลได้เร็วมาก ใช้ระยะเวลาในการค�ำนวณเพียง1-2นาทีจากเดิมที่อาจจะต้องใช้เวลา นานถึง 1 ปี ไม่เพียงเท่านั้นคอมพิวเตอร์ยังเป็นแชมป์หมากรุกชนะคนอีกด้วย มีการใช้ซอฟต์แวร์ Deep Learning ที่เรียนรู้ด้วยตนเองจากข้อมูล ที่มีอยู่อย่างมหาศาล ส�ำหรับประเทศไทยขอยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนา ตนเองได้แบบที่คนทั่วไปไม่คาดคิด เช่น “บางจาก” ที่เราคุ้นเคยกันใน ภาพของผู้ประกอบการด้านพลังงานแต่อาจไม่มีใครรู้ว่าปัจจุบันบางจาก ก�ำลังพัฒนาพลาสติกชีวภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงเครื่องส�ำอาง มีคอลลาเจน เช่นเดียวกับ “มิตรผล” ผู้ผลิตน�้ำตาล ก�ำลังศึกษาและจะ ท�ำเครื่องส�ำอาง เป็นเพราะว่าเมื่อน�ำน�้ำตาลมาท�ำเครื่องส�ำอางจะได้ สินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า โดยเครื่องส�ำอางอาจได้ 20 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่น�้ำตาลจะขายได้เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ในยุคของDigitalDisruptionท�ำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ต่างๆ จ�ำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และการแข่งขันที่อาจจะมี มากกว่ารายเดิมๆ photo : fanjianhua / Freepik.com 14 DIGITAL TRENDS
  • 15.
    2. Complementary/Augmenting ใช้ดิจิทัลท�ำให้เกิด นวัตกรรมการให้บริการเน้นการเสริมบริการเพื่อสร้างคุณค่า ให้ลูกค้า 3. Accessibility ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปรับปรุงการท�ำงาน สนับสนุนให้โลกกายภาพท�ำงานให้ก่อเกิดผลเพิ่มขึ้นอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อน 4. Product Life Cycle (Value Creation) อาศัยการส่งเสริม กันและกันระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกกายภาพ ท�ำให้เกิด คุณค่าใหม่ๆ เพื่อคุณค่าร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เดินหน้า อย่างถูกทาง เพื่อให้ก้าวตามทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ในยุคนี้ Experience Economy ดร.มนูอรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวในภาพรวมของ Why 7 Elements for 2020 ที่ธุรกิจ ในยุคนี้จะต้องพยายามตอบโจทย์ใน 7 เรื่องดังภาพประกอบนี้ให้ได้ โดยเน้นย�้ำว่าโลกก�ำลังทรานส์ฟอร์มไปสู่ยุค Experience Economy นั่นคือ ธุรกิจหรือผู้ให้บริการจะต้องท�ำให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ ยกตัวอย่างเช่นแท็กซี่ นอกจากจะรับส่งผู้โดยสารแล้ว ยังให้ค�ำแนะน�ำ แก่นักท่องเที่ยวถึงสถานที่เที่ยว ร้านอาหาร เป็นต้น การทรานส์ฟอร์มคือการเปลี่ยน Business model เพื่อน�ำไปสู่ Experience และ Value กรณีที่ร้านก๋วยเตี๋ยวขายผ่าน Food Panda หรือ Grab Food ก็ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวเช่นเดิม แต่การสร้างมูลค่าเพิ่ม และประสบการณ์นั้นต้องท�ำอย่างไรให้ดีกว่าเดิม เช่น ท�ำให้ก๋วยเตี๋ยว ยังร้อนอยู่เมื่อถึงมือลูกค้าหากท�ำได้เช่นนั้นจะเป็นผู้ชนะซึ่งอาจจะต้อง ใช้ Innovation หรือนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการช่วยให้ก๋วยเตี๋ยว ยังร้อนอยู่ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการมองระบบเศรษฐกิจในลักษณะเครือข่าย ซึ่งหมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันเพื่อร่วมกัน สร้างคุณค่า หรือข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมให้แก่ลูกค้า ส�ำหรับการสร้างเฟรมเวิร์กด้าน Value ประกอบด้วย 4 ประการ คือ 1. Product Usability การสร้างคุณค่าจากสินค้าด้วยการ ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ใช้งานดีขึ้น photo : Freepik.com 15T DIGITAL TRENDS
  • 16.
    Trend # 1:DARQ โดยธุรกิจราว 89% น�ำไปทดลองใช้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับ องค์กรของตนเอง ซึ่ง DARQ คือ • Distributedleadertechnologyเทคโนโลยีด้านการบันทึก ข้อมูลอย่าง Blockchain ที่จะช่วยให้องค์กรหรือบุคคลต่างๆ ท�ำธุรกรรมและเชื่อมโยงกันได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องมีคนกลาง • Artificial Intelligence (AI) การน�ำปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนา จากข้อมูลจ�ำนวนมหาศาลมาใช้ในกระบวนการท�ำงานต่างๆ • Extended Reality เทคโนโลยีจ�ำลองภาพบรรยากาศจริงที่ เรียกว่า Virtual Reality หรือ Augmented Reality • Quantum Computing ระบบคอมพิวเตอร์ที่ท�ำงานด้วย ทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผล ได้อย่างมหาศาล Trend # 2: 5G Netwok โลกก�ำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ5Gซึ่งจะท�ำให้ระบบการสื่อสารรวดเร็ว ขึ้นมาก มีอุปกรณ์เข้ามาเชื่อมต่อกับโครงข่ายอีกจ�ำนวนมาก รวมทั้งจะ ท�ำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบใหม่ขึ้นด้วย เกิดแอปฯ ใหม่ๆ อีกจ�ำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีผลต่อการเติบโตของ IoT เพราะหากไม่มี 5G จะเป็น อุปสรรคต่อการเติบโตของ IoT ปัจจุบันพบว่าขณะนี้มีโอเปอเรเตอร์ที่ก�ำลังปรับใช้โครงข่าย 5G อยู่ถึง 102 รายทั่วโลก ส�ำหรับประเทศไทยในปี 2563 จะมีการประมูล 5G เกิดขึ้นด้วย Trend # 3: The Empowered Edge อุปกรณ์ต่างๆ จะมีความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังเช่น IoT โดยเทคโนโลยีจะท�ำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคพบกันโดยตรง ไม่จ�ำเป็นต้องมีคนกลาง มีการยกระดับ IoT ให้มีความสามารถในการ ประมวลผลและวิเคราะห์ได้ด้วยภายในตัวเอง นั่นคือการพัฒนา ไปสู่ AI Trend #4 : Distributed Cloud เป็นแนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้นจากความกังวลด้านความปลอดภัยของ ข้อมูลอยู่บน Cloud ส�ำหรับรูปแบบใหม่ของ Cloud ที่จะเกิดขึ้นคือ น�ำระบบ Cloud เข้ามาอยู่ภายในส�ำนักงาน ซึ่งจะท�ำให้มั่นใจถึง ความปลอดภัย และมีความเร็ว (Speed) สูงขึ้นด้วย Trend #5 : AI Devices เป็นยุคที่สินค้ามีความฉลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ รถยนต์ ไร้คนขับ อุปกรณ์ Smart Home จะเกิดขึ้นอีกจ�ำนวนมาก และสินค้า ต่างๆดังกล่าวจะท�ำงานด้วยระบบAI มีการสั่งงานกันเองได้ยกตัวอย่าง การใช้โดรนจ�ำนวนมากบินขึ้นเพื่อแปรอักษรหรือแปรรูปต่างๆ ซึ่งเป็น การท�ำงานที่โดรนสั่งงานระหว่างกันเอง ดังนั้นองค์กรยุคใหม่จะต้องศึกษา และมองว่าจะน�ำมาปรับใช้กับ องค์กรได้อย่างไร AI จะเข้ามาผสมผสานให้เกิดประโยชน์ต่อการด�ำเนิน ธุรกิจอย่างไร ในที่นี้ขอสรุปแนวโน้มไว้เพียง 5 จาก 10 แนวโน้มที่กล่าว ภายในงาน Digital Trends 2020 : The 7 Elements of Digital Transformation Technology Trends 2020 ภายในงานสัมมนาทุกๆ ปี รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการ สถาบันไอเอ็มซีจะมากล่าวถึงแนวโน้มเทคโนโลยีปีถัดไปส�ำหรับปี2020 นี้มีแนวโน้มเทคโนโลยีกลุ่มใหม่ที่น่าจับตามอง นั้นคือ DARQ ท�ำให้เกิด การทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ ซึ่งขยับจากแนวโน้มเดิมที่เป็น SMAC (Social, Mobile, Cloud, Information หรือ Big Data) ในช่วงปี 2017-2019 การ์ทเนอร์ได้เน้นแนวโน้ม 3 กลุ่ม คือ Intelligent,MeshและDigitalแต่ในปี2020เน้น2กลุ่มคือPeople Centric และ Smart Spaces ดังภาพประกอบด้านล่าง photo : Freepik.com 16 DIGITAL TRENDS
  • 17.
    ปัจจุบันมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออกมาจ�ำนวนมาก แต่ความ ส�ำเร็จเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งคุณไผทกล่าวว่าการสร้างแพลตฟอร์ม ต้องคิดว่าจะท�ำอย่างไรให้สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้ โดยมอง 3ด้านที่จะต้องเกิดขึ้นเวลาเดียวกันคือ Motivation, Ability และ Trigger ดังภาพประกอบ ยกตัวอย่างกรณีของ shopee สร้างการจูงใจโดยการขายของ ราคาถูกคุณสามารถเข้าไปเลือกหาสินค้าได้สะดวกและง่ายท�ำให้เข้าไป ซื้อเป็นประจ�ำ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมา ซื้อของทางออนไลน์ทดแทนการซื้อในรูปแบบเดิมนั่นเอง สร้างแพลตฟอร์มเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จ�ำกัด เป็น 1 ใน Case Study ที่มากล่าว ถึงแนวคิดและความส�ำเร็จของการด�ำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม ด้านก่อสร้าง โดยคุณไผท ผดุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เล่าถึง ประสบการณ์ต่างๆ ในงานสัมมนา บิลค์เกิดขึ้นมาราวสิบปีที่ผ่านมา(ปี2010)ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ของธุรกิจก่อสร้างที่มีการใช้ดิจิทัลน้อยมาก ดังนั้นในช่วง 5 ปีแรก บิลค์จึงปรับการท�ำงานให้เป็นดิจิทัล(Digitize)ทุกส่วนทั้งตนเองลูกค้า ลูกค้าของลูกค้า ไปจนถึงเวนเดอร์ จากนั้นต่อมาได้พัฒนาไปสู่การใช้ ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytics) เพื่อให้เข้าใจตลาด สามารถน�ำ ข้อมูลไปใช้ในการวางแผน มีข้อมูลแหล่งจ�ำหน่ายสินค้าราคาถูก ปัจจุบันบิลค์มีลูกค้าจ�ำนวน 25,000 บริษัทในประเทศไทย และ 30,000 บริษัทในเอเชีย ในปี 2561 มีเอกสารอยู่ในระบบจ�ำนวน 3 ล้าน เอกสาร เป็นข้อมูล (Big Data) ที่บิลค์น�ำมาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดได้ เป็นอย่างดี แต่ข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการน�ำไปขาย นอกจากนี้ยังใช้ AI ในการสั่งซื้อสินค้าอีกด้วย photo : macrovector / Freepik.com photo : rawpixel.com / Freepik.com 17T DIGITAL TRENDS
  • 18.
    4.การค้าข้ามประเทศ(CrossBorder)เติบโตแบบก้าวกระโดด การค้าขายไร้พรมแดน มีการซื้อขายสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสินค้าจากประเทศจีนซึ่งมีราคาถูก ใช้ระยะเวลาในการ ขนส่งเร็วขึ้นจาก12 วันหรือ 6 วัน ท�ำให้ผู้บริโภคหันไปสั่งซื้อสินค้าจาก ประเทศจีนมากขึ้น และไม่เฉพาะคนในกรุงเทพฯ เท่านั้น ล่าสุด พบว่าคนต่างจังหวัดมีการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์สูงกว่าคนกรุงเทพฯ (ดังภาพประกอบ) ดังนั้นผู้ค้าควรจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 5. Live & Conversational Commerce การค้าแบบไลฟ์สด+Chat การค้าในยุคใหม่ที่ผู้คนนิยมออนไลน์ ซึ่งก�ำลังเป็นที่นิยมของ ผู้บริโภคในตอนนี้คือ การไลฟ์สด โดยควรจะมีเทคนิคที่ดีเพื่อจูงใจ สร้างแรงกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนคนไลฟ์ให้มีคาแรคเตอร์ ที่ชัดเจนและโดดเด่น มีการวางแผนล่วงหน้า เช่น เขียนสคริปต์ มีธีม มีเวลาในการออกอากาศที่ชัดเจน บอกล่วงหน้า เนื้อหาในการไลฟ์ ต้องน่าสนใจ พูดจามีน�้ำหนัก อธิบายสินค้าและบริการแบบลงลึก ทุกรายละเอียด มีอารมณ์ความรู้สึก (Over Acting) ทักทายผู้ชม ตอบค�ำถามที่เข้ามา ชวนคนแชร์ Live แล้วแจกของ (ให้แคปหน้าจอ ส่งเข้ามา)วางสินค้าเพื่อดึงดูดให้โดดเด่นน่าสนใจมีโปรโมชันเพื่อดึงดูด (เช่น โอนเงิน 3 คนแรกได้ของแถม) กระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถซื้อ ให้คนอื่นได้ (แม่ฉันต้องได้กิน เป็นต้น) นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มอีกหลายด้านที่น่าจับตามองในปีนี้ เช่น ข้อมูล e-Commerce น�ำไปสู่ธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ยุครุ่งโรจน์ของ e-Commerceเฉพาะทาง(Verticale-Commerce)OmniChannal ทุกช่องทางประสานด้วยกัน เป็นต้น แนวโน้มแห่งปี 2020 ภายใต้หัวข้อ Digital Trends 2020 : The 7 Elements of Digital Transformation ที่นิตยสารฉบับนี้ ได้หยิบยกจากบางท่านบางประเด็นมาน�ำเสนอนั้น หวังให้ผู้อ่านได้ ประโยชน์ สามารถน�ำไปคิดและวางแผนงานต่อไปได้ เผยแนวโน้ม e-Commerce ปี 2020 คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ TARAD.com กล่าวถึงแนวโน้ม 12 ประการของตลาด e-Commerce ในประเทศไทย (ในที่นี้จะสรุปไว้ 5 ประการ) 1. ปีที่เริ่มท�ำรายได้ของ JSL Marketplace JSL หมายถึง JD (เว็บไซต์ขายสินค้าในเครือเซ็นทรัล) shopee และ lazada ซึ่ง JD เริ่มมีรายได้ราว 400 ล้านบาทในปี 2561 ขณะที่ shopee เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมในการขาย จากเดิมที่ไม่ได้มีการเก็บ จึงท�ำให้มีรายได้จากค่าธรรมเนียม แม้ที่ผ่านมาจะขาดทุนต่อเนื่องมา หลายปีก็ตาม 2. สงคราม e-Wallet ในปีนี้จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทุกรายพยายามกระตุ้นให้ คนใช้บริการของตนเองทั้งในรูปแบบของการเติมเงินการช�ำระค่าสินค้า และในรูปแบบการใช้บริการทั่วไปดูสถิติของการใช้งานจากรายงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ในปี 2561 มีปริมาณการใช้ e-Money ราว 1,500 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 2.09 แสนล้านบาท ในขณะที่ ไตรมาสแรกของปี2562 มีปริมาณการใช้e-Moneyมากกว่า470ล้าน รายการ คิดเป็นมูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท โดย e-Wallet แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ • Pure Wallet : True Money, Rabbit Line Pay (mPay), Cash, Dolfin, Blue Pay • e-CommerceWallet:LazadaWallet,Airpay(Shopee), Grab Pay, Get Pay • Bank Wallet : All Bank • Mobile Device Wallet : Samsung Pay 3. บริการเก็บ-แพ็ก-ส่งสินค้า (Fulfillment) จะเติบโต ผู้ขายสินค้าออนไลน์จะหันมาใช้บริการเก็บ-แพ็ก-ส่งสินค้า และ เก็บสต็อกจากผู้ให้บริการ Fulfillment มากขึ้น เนื่องจากจะช่วยลด ต้นทุนการบริหารจัดการดังกล่าวโดยไม่ต้องจ้างคนมาท�ำงานประจ�ำ อีกทั้งยังท�ำให้ผู้ขายได้มีเวลาในการโฟกัสตลาดให้มากขึ้น Buy Now photo : pikisuperstar / Freepik.com 18 DIGITAL TRENDS
  • 19.
    ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เริ่มมาตรการให้พนักงานทำ�งานจากที่บ้านแล้ว (Work fromHome) บางหน่วยงานเตรียมแผนการที่ดีก่อนจะตัดสินใจให้พนักงานเริ่มทำ�งานจากที่บ้าน แต่หลายหน่วยงาน ก็ต้องเริ่มทำ�แบบกะทันหัน มีการสั่งงานให้ทำ�งานจากที่บ้านทันทีทันใดโดยแทบไม่มีเวลาเตรียมการ ด้านนโยบาย เทคโนโลยีมากนัก โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมการทำ�งานของพนักงาน Work from Home กู้วิกฤติโควิด-19 ปรับคน-เทคโนโลยี-นโยบาย ขับเคลื่อนองค์กร photo : Freepik.com รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี ผมคุ้นเคยกับการท�ำงานที่ไหนก็ได้มาเป็นเวลาสิบห้าปีตั้งแต่ ท�ำงานอยู่ที่ Sun Microsystems เพราะบริษัทไม่มีโต๊ะท�ำงานประจ�ำให้ และบ่อยครั้งก็ต้องไปท�ำงานนอกสถานที่โดยไม่ได้มีเวลาเข้างานที่ แน่นอน และเมื่อมาท�ำงานที่สถาบันไอเอ็มซี ผมก็ไม่ได้จัดให้มีโต๊ะ ท�ำงานส่วนตัว และได้ก�ำหนดให้พนักงานในออฟฟิศใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยการลดใช้เอกสารให้มากที่สุด มีการใช้ ซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ ใช้ระบบแชร์ไฟล์ต่างๆ และมีการน�ำ ซอฟต์แวร์ในการท�ำงานร่วมกันต่างๆมาใช้งานท�ำให้พนักงานคุ้นเคย กับวัฒนธรรมการท�ำงานแบบออนไลน์ท�ำงานที่ใดก็ได้อุปกรณ์ใดก็ได้ และเวลาใดก็ได้ ดังนั้นเมื่อสถาบันไอเอ็มซีเห็นความจ�ำเป็นที่เราจะต้องให้ พนักงานท�ำงานจากที่บ้านก็เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงของ พนักงานต่อการติดเชื้อโควิด-19 และเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล ในการช่วยเหลือสังคมในเรื่องของการท�ำ Social Distancing ทาง สถาบันจึงสามารถก�ำหนดให้พนักงานเริ่มท�ำงานจากที่บ้านทุกคนได้ ทันทีตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การท�ำงานจากที่บ้าน หากพนักงานมีความคุ้นเคยและมี วัฒนธรรมการท�ำงานในลักษณะแบบนี้มาอย่างดี ก็จะพบว่าสามารถ ท�ำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการต้องเดินทางมาท�ำงานในที่ ท�ำงานทั้งนี้นอกจากจะเป็นการลดเวลาในการเดินทางแล้วจะพบว่า ผู้ท�ำงานอาจมีสมาธิในการท�ำงานได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้การท�ำงานจากที่ บ้านจะประสบความส�ำเร็จได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยส�ำคัญอยู่3ด้านคือ คน เทคโนโลยี และนโยบาย 19SPECIAL REPORT DIGITAL TRENDS
  • 20.
    • โปรแกรมเพื่อการประชุมออนไลน์ ซึ่งมีความส�ำคัญมาก เพราะพนักงานท�ำงานจากที่บ้านจ�ำเป็นจะต้องมีการ ประชุมกันบ่อยๆทั้งในกลุ่มใหญ่หรือประชุมกลุ่มย่อย รวมถึงบางครั้งอาจเป็นการประชุมใหญ่ของพนักงานบริษัท ทั้งองค์กรทางออนไลน์ในรูปแบบ Webinar ซึ่งจากข้อมูล พบว่าในปัจจุบันมีการนิยมใช้โปรแกรมแบบนี้อยู่หลาย โปรแกรม เช่น Zoom, Microsoft Team, Google Meet และ Cisco WebEx • โปรแกรมสื่อสารเพื่อการตอบโต้ข้อความแบบทันทีทันใด เช่น โปรแกรมแชต หรือโทรผ่านออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เรา จะใช้LINEหรือบางครั้งใช้FacebookMessengerในการ ท�ำงานร่วมกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมทั้งสองนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อท�ำงานในองค์กร หลายที่จะแนะน�ำ โปรแกรม Slack • โปรแกรมส�ำนักงานในการท�ำงานอย่างเช่น อีเมล ปฏิทิน นัดหมายรวมถึงโปรแกรมการท�ำเอกสารการท�ำไฟล์น�ำเสนอ หรือสเปรดชีตต่างๆซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ควรเป็นแบบท�ำงาน ร่วมกันได้กล่าวคือแก้ไขพร้อมกันได้ท�ำงานบนระบบคลาวด์ โดยมีโปรแกรมที่นิยมใช้คือ Google G-Suite และ Microsoft Office 365 • ระบบรวบรวมไฟล์หรือเอกสาร ซึ่งเมื่อพนักงานในองค์กร ท�ำงานกันคนละที่ จ�ำเป็นต้องมีการใช้ไฟล์ส่วนใหญ่ร่วมกัน ที่จะต้องสามารถเข้าถึงได้ โดยมักจะใช้ระบบคลาวด์อย่าง Google Drive, Dropbox, Onedrive หรือ iCloud • โปรแกรมการบริหารจัดการโครงการเพื่อให้องค์กรสามารถ บริหารจัดการการท�ำงานของพนักงานได้ ทราบความ คืบหน้างานคงค้าง หรืองานที่วางแผนเพิ่มเติม ซึ่งจะมี โปรแกรมที่น่าสนใจ เช่น Trello, Microsoft Team หรือ Asana photo : zoom.us “คน” ต้องมีวินัย-มีวัฒนธรรมท�ำงานออนไลน์ มากกว่าความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี คนหรือพนักงานต้อง มีวัฒนธรรมในการท�ำงานแบบออนไลน์ ต้องแชร์ข้อมูลเป็น ที่ส�ำคัญ สุดต้องมีวินัยในการท�ำงานรับผิดชอบตัวเองและสังคมนอกจากนี้จะ ต้องเป็นคนที่เปิดกว้างไม่ยึดติดกับวิธีการท�ำงานแบบเดิมๆและพร้อม ที่จะรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ก�ำลังก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว การท�ำงานจากที่บ้านบางครั้งนอกจากพนักงานจะต้องมีวินัยที่ ดีแล้วก็จ�ำเป็นจะต้องให้พวกเขาสร้างความเข้าใจกับคนในครอบครัว และเพื่อนๆด้วยว่าการอยู่บ้านคือการท�ำงานเพราะบางคนอาจเข้าใจ ไปว่าคือวันหยุดยาว คนในครอบครัวก็อยากให้ใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง สิ่งส�ำคัญที่พนักงานควรบอกก็คืออาจมีเวลาให้กับครอบครัว มากขึ้นในตอนเช้าก่อนเข้าท�ำงาน และเวลาเย็นหลังเลิกงาน ทั้งนี้ก็ เพราะสามารถลดเวลาในการเดินทางพนักงานเองเมื่อถึงเวลาท�ำงาน ก็ควรท�ำตัวให้ปกติเสมือนมาท�ำงานในที่ท�ำงาน การแต่งตัวและ หน้าตาต้องมีความเรียบร้อยคล้ายกับการมาท�ำงานตามปกติ หลากหลาย “เทคโนโลยี” เอื้อการท�ำงานบนโลกออนไลน์ ในด้านของเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ใช่แค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือหรือการมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดีและเสถียรแต่หมายถึง การใช้โปรแกรมต่างๆมากมายที่จ�ำเป็นเพื่อการสื่อสารและการท�ำงาน ร่วมกัน โดยเฉพาะโปรแกรมที่อยู่บนระบบคลาวด์ โดยต้องใช้ โปรแกรมในหลายๆ ด้าน ดังเช่น โปรแกรมเพื่อการประชุมออนไลน์ ซึ่งมีความสำ�คัญมาก เพราะ พนักงานทำ�งานจากที่บ้านจำ�เป็นจะ ต้องมีการประชุมกันบ่อยๆ ทั้งใน กลุ่มใหญ่หรือประชุมกลุ่มย่อย 20 DIGITAL TRENDS SPECIAL REPORT
  • 21.
    “นโยบาย” ต้องชัดเจน ข้อมูลปลอดภัยลูกค้าได้รับบริการที่ดีเช่นเดิม อีกด้านที่มีความส�ำคัญอย่างยิ่งคือองค์กรจะต้องมีนโยบายที่จะ ก�ำหนดวิธีการในการท�ำงานจากที่บ้านของพนักงานเพื่อก�ำหนดเป็น แนวทางปฏิบัติ ซึ่งในกรณีของสถาบันไอเอ็มซี ได้ก�ำหนดนโยบายที่ ส�ำคัญ ดังนี้ มีการก�ำหนดต�ำแหน่งงานของพนักงานที่มีสิทธิ์ท�ำงานนอก สถานที่โดยจะต้องวิเคราะห์จากลักษณะงานของพนักงานว่าต�ำแหน่ง ใดสามารถจะปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ซึ่งบางต�ำแหน่งอาจไม่สามารถ ท�ำงานนอกสถานที่ได้แต่กรณีของวิกฤติโควิด-19ได้พิจารณาอนุโลม และก�ำหนดลักษณะงานให้กับพนักงานทุกคนตามความเหมาะสมเพื่อ สามารถท�ำงานจากที่บ้านได้ • มีนโยบายก�ำหนดเวลาในการท�ำงาน คือ 9.00 - 17.00 น. หรืออาจอนุญาตให้พนักงานเลือกเวลาท�ำงานได้เองซึ่งบางคน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อทางบริษัทสามารถจะตรวจสอบได้ • มีการก�ำหนดวิธีการประเมินประสิทธิภาพในการท�ำงานของ พนักงานที่ท�ำงานจากที่บ้าน ซึ่งวิธีการประเมินอาจมีได้ หลายรูปแบบ ตั้งแต่ประเมินเวลาในการท�ำงาน ประเมิน จ�ำนวนชิ้นงาน ประเมินรายได้ของหน่วยงาน หรือประเมิน จ�ำนวนลูกค้าที่พนักงานติดต่อ • มีนโยบายในการให้พนักงานที่ท�ำงานจากที่บ้านสื่อสารกับ เพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา ตลอดจนลูกค้า ว่าควรจะ ต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไรในการสื่อสาร ซึ่งหากเป็นเวลา ท�ำงานก็ควรจะต้องตอบอย่างทันทีทันใด ตลอดจนต้อง ก�ำหนดวิธีการหรือเครื่องมือที่จะใช้ในการสื่อสารด้วย • ทางบริษัทได้จัดหาเครื่องมือที่สามารถใช้ในการท�ำงานได้ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนซอฟต์แวร์ต่างๆ ในการ ท�ำงานแต่ทั้งนี้พนักงานจะจัดหาระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่ดีเอง ซึ่งสามารถใช้อินเทอร์เน็ตบ้านหรือผ่านมือถือก็ได้ • บริษัทได้จัดทีมงานด้านเทคนิคซึ่งจะให้การสนับสนุนกับ พนักงานที่ท�ำงานที่บ้านที่อาจต้องการความช่วยเหลือหรือ ขอค�ำปรึกษาทางด้านไอทีต่างๆ • บริษัทเห็นความส�ำคัญของการท�ำงานทางไกลและในกฎ ระเบียบของบริษัทจะต้องระบุอย่างชัดเจนว่าการท�ำงานทาง ไกลโดยไม่เข้ามาในที่ท�ำงานถือว่าเป็นการมาท�ำงานตามปกติ หากพนักงานปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัท • มีนโยบายในการพิจารณาอนุมัติสถานที่ซึ่งพนักงานจะ ต้องการใช้ในการท�ำงานจากที่บ้านว่ามีความเหมาะสมและ มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการท�ำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่ • การท�ำงานทางไกลบางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ทางด้านไอทีจึงมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการใช้ข้อมูลของ บริษัทการส่งข้อมูลและเอกสารของบริษัทตลอดจนการใช้ ซอฟต์แวร์ต่างๆ ต้องมีระบบความปลอดภัยด้านไอทีที่ดี • บริษัทมีนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าหรือ ผู้ใช้บริการว่าการท�ำงานจากที่บ้านของพนักงานจะท�ำให้ ได้รับการบริการที่ดีเช่นเดิมตลอดจนข้อมูลต่างๆของลูกค้า และบริษัทมีความปลอดภัยไม่รั่วไหลออกไปภายนอก อย่างไรก็ตามแม้สถาบันไอเอ็มซีจะมีความพร้อมในการท�ำงาน ทางไกลพอสมควร แต่ในสัปดาห์แรกของการท�ำงานจากที่บ้านของ พนักงานทุกคนแบบเต็มรูปแบบก็ยังมีข้อติดขัดบางประการ เช่น มี พนักงานบางคนอยากกลับมาที่ท�ำงานเพื่อจะได้พบกับเพื่อนร่วมงาน อินเทอร์เน็ตของพนักงานบางคนมีความล่าช้าและยิ่งพนักงานหลายๆ องค์กรต่างเริ่มท�ำงานจากที่บ้านก็ยิ่งมีการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นก็ยิ่ง ท�ำให้ล่าช้าขึ้น นอกจากนี้ประการส�ำคัญคือ ต้องกวดขันวินัยในการท�ำงานของ พนักงานทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าการท�ำงานจากที่บ้านจะสามารถได้ ประสิทธิภาพของการท�ำงานที่เทียบเท่าหรือมากกว่าการท�ำงานในรูปปกติ สุดท้ายเมื่อค่อยๆ ปรับปรุงก็พบว่าการท�ำงานที่บ้านของพนักงาน ทุกคนเริ่มท�ำให้ทุกคนสนุกกับการท�ำงานมีความสุขในการลดเวลา การเดินทาง ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 และสุดท้าย งานส่วนรวมก็มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง photo : slidesgo / Freepik.com 21SPECIAL REPORT DIGITAL TRENDS
  • 22.
    22 DIGITAL TRENDSIMPRESSION คุณวรรณา สำ�ราญใจ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำ�นักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วยภารกิจที่ต้องพัฒนาระบบงานต่างๆ ทางด้านไอที ไม่ว่าจะเป็น ระบบงาน Back Office และระบบบริการประชาชน ดูแลโครงสร้าง พื้นฐานและเน็ตเวิร์กให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาผนวกรวมกับอีกภารกิจ ด้านการท�ำแผนพัฒนาดิจิทัลขององค์กร ซึ่งเป็นส่วนของงานด้านบริหาร ท�ำให้ฝ่ายไอทีของ สคบ. ต้องใฝ่หาความรู้ไม่รู้จบ เมื่อมีเทคโนโลยีเกิดใหม่ก็จะต้องค้นหาความรู้ทันทีทั้งการหาข้อมูล มาอ่าน การฟังบรรยาย รวมถึงการเข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้มี ความรู้อย่างถ่องแท้ สามารถน�ำไปปรับใช้และพัฒนาองค์กรได้ต่อไป สถาบันไอเอ็มซี มีการเปิดหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเรื่องใหม่ที่อยู่ในความสนใจของ ระดับผู้บริหาร ยกตัวอย่างเช่น Digital Transformation, Big Data และ Blockchain เป็นต้น มีเนื้อหาหลักสูตรที่เข้มข้น เตรียมการสอนได้ดี มีการน�ำเสนอ อธิบาย ถ่ายทอดประสบการณ์ และกรณีศึกษา ท�ำให้ สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้ คุณวรรณาได้ผ่านการอบรมจากสถาบันไอเอ็มซีหลายหลักสูตร ทั้งทางด้านเทคนิค รวมถึงหลักสูตรเชิงบริหาร ซึ่งแต่ละหลักสูตรมีวิธี การสอนที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม เช่น หลักสูตรบริหารเน้นด้าน การบรรยาย ในขณะที่หลักสูตรเทคนิคเน้นเวิร์กชอป การเข้าร่วมอบรม Digital Transformation ได้รับความรู้จาก วิทยากรผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีการยกตัวอย่างกรณี ศึกษาเพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน สามารถซักถามข้อสงสัยต่างๆ ได้ ตลอดเวลา การอบรมท�ำให้ได้มุมมองจากภาคเอกชน ได้มุมมองใน ระดับผู้บริหาร รวมถึงมุมของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร ซึ่งแต่ละมุม สะท้อนให้เห็นภาพรวมที่หลากหลาย เมื่ออธิบายขยายความให้ผู้บริหารองค์กรได้ทราบว่า Digital Transformation ไม่ได้เป็นงานของฝ่ายไอที หรือการลงทุนระบบ แต่เป็นเรื่องระดับนโยบาย ซึ่งไอทีท�ำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนและเตรียม เครื่องมือให้พร้อมตามนโยบายดังกล่าว โดยต่อมาได้น�ำความรู้จากการ อบรมไปจัดท�ำเป็นกรอบและแนวทางในการจัดท�ำแผน Digital Transformation หลักสูตรเข้มข้น-แชร์กรณีศึกษาประยุกต์ใช้ได้ การอบรมเกี่ยวกับ Big Data ได้ตอกย�้ำความรู้ที่ได้ค้นคว้ามา และท�ำให้เข้าใจ Business Process ที่จะน�ำไปสร้างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งหลังจากผ่านการอบรมคุณวรรณาได้ใช้หลักการและความรู้อธิบายต่อ ผู้บริหาร โดยมีใบรับรองหรือ Certificate เป็นเครื่องยืนยันองค์ความรู้ ดังกล่าว ซึ่ง Big Data ควรจะต้องเริ่มต้นจากการวางแผน และการ แยกประเภทของข้อมูลภายในองค์กร ต่อมาจึงท�ำให้มีการจัดตั้งโครงการ เกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการคุ้มครองผู้บริโภคใน28หน่วยงานขึ้น นอกจากนี้ คุณวรรณายังได้น�ำความรู้จากการอบรมไปถ่ายทอดให้ กับฝ่ายไอทีและส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร ตลอดจนถ่ายทอดให้แก่ องค์กรภายนอก ส�ำหรับวิธีการเลือกหลักสูตรนั้นพิจารณาจากความสนใจในเรื่อง นั้นๆ หลังจากที่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว แต่เพื่อให้มีความรู้ แน่นและชัวร์มากขึ้นก็จะตัดสินใจไปเข้าร่วมอบรมกับสถาบันไอเอ็มซี ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมแล้วยังสามารถน�ำมาอธิบายให้แก่องค์กรได้เข้าใจ เส้นทางการพัฒนาองค์กรอีกด้วย
  • 23.
    การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำ�AI และ Big Data มาใช้งานที่น่าสนใจ ซึ่งปกติ จีนเป็นประเทศที่มีการเก็บข้อมูลของประชากรอยู่จำ�นวนมาก และเป็นประเทศที่มีนักวิจัยและคนวงการไอทีที่มีความสามารถในด้าน AI อยู่มาก จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการนำ�เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะทางด้าน Big Data และ AI มาใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัสในครั้งนี้ เทคโนโลยี AI-Big Data กับวิกฤติไวรัสโควิด-19 ข้อมูลการเดินทางของประชาชนในประเทศจีนถูกเก็บไว้ทั้งหมด จึงท�ำให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเดินทางไปไหนโดยเฉพาะ เมืองที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของโรค มีข่าวว่าประชาชนบางคนที่ เดินทางไปยังอู่ฮั่นซึ่งเป็นแหล่งก�ำเนิดของไวรัสโควิด-19ในช่วงแรกๆ แล้วกลับมายังถิ่นฐานเดิมของตัวเองจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐมาหา ถึงที่บ้านแล้วขอตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยรัฐบาลทราบได้จาก ข้อมูล Big Data น�ำไปใช้บริเวณสถานีรถไฟเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและจดจ�ำใบหน้า ของผู้โดยสารที่มีอุณหูมิสูงกว่า 37.3 องศา ส่วนบริษัท Megvii ซึ่งเป็น Start-up ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านระบบจดจ�ำใบหน้าก็ได้พัฒนาระบบ AI ที่จะคัดกรองผู้ที่มี อุณหภูมิสูงจากฝูงชนแม้คนนั้นจะสวมหน้ากากก็ตาม นอกจากนี้ ที่เมืองกว่างโจวมีหุ่นยนต์ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่สามารถ ตรวจสอบคนที่ไม่สวมหน้ากากเดินผ่านไปมาได้ บริษัทBaiduและAlibabaยังได้พัฒนาระบบAIจัดเก็บข้อมูล ของประชาชนที่โทรศัพท์มาติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไวรัสนี้ เพื่อจะน�ำไปพัฒนาและปรับปรุงการเฝ้าระวังให้ดีขึ้น ที่ส�ำคัญสุดคือ ระบบ AI ยังถูกน�ำไปใช้ในการแพทย์เพื่อช่วยวิเคราะห์จีโนม (Genome)ของไวรัสโควิด-19เพื่อที่จะหาแนวทางในการพัฒนาวัคซีน ป้องกันไวรัส ซึ่งเทคโนโลยีก็จะท�ำให้สามารถประมวลผลได้อย่าง รวดเร็วขึ้น ซึ่งบริษัท Alibaba ได้ให้หน่วยงานวิจัยต่างๆ สามารถใช้ ระบบ AI ขนาดใหญ่ของบริษัทเพื่อการวิจัยวัคซีนและยาตัวใหม่นี้ได้ บริษัทเทคโนโลยีของจีนหลายบริษัทต่างบริจาคเงินมาช่วย สนับสนุนทั้งการรักษาพยาบาลการป้องกันการระบาดและการวิจัย เพื่อแก้วิกฤติไวรัสโควิด-19 เป็นจ�ำนวนมากอีกด้วย ดังเช่น Alibabaบริจาค1พันล้านหยวนและให้การสนับสนุนทั้งระบบ ออนไลน์หรือการช่วยด้านอาหารและการอ�ำนวยความสะดวกแก่ บุคลากรทางการแพทย์ Tencent บริจาค 300 ล้านหยวนในการจัดตั้งกองทุนป้องกัน และควบคุมโรคระบาด Baidu บริจาค 300 ล้านหยวนในการจัดตั้งกองทุนวิจัยด้านยา China Mobile, China Telecom, China Unicom และ Huawei ต่างก็จัดหาอุปกรณ์ 5G มาให้กับโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ สร้างขึ้นในเมืองอู่ฮั่นรวมถึงLenovoที่บริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ให้กับโรงพยาบาล ความร่วมมือร่วมใจของบริษัทเทคโนโลยีในจีน นอกจากจะ เป็นการช่วยเหลือประชาชนและรัฐบาลจีนในการป้องกันการ ระบาดของไวรัสแล้ว ยังท�ำให้เห็นว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดิจิทัลในจีน โดยเฉพาะด้าน AI อาจมีส่วนที่ท�ำให้วิกฤติไวรัสครั้งนี้ สามารถแก้ไขได้เร็วขึ้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ในการระบาดของไวรัสครั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีใน ประเทศจีนหลายบริษัทก็ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแสดงข้อมูลต่างๆ ให้กับประชาชนเช่นWechatได้จัดท�ำแผนที่การระบาดแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลของโรงพยาบาลและคลินิกสุขภาพให้กับประชาชน รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ China Mobile และ China Unicom ก็ช่วยส่งข้อความมากกว่า 4 พันล้านข้อความ ให้กับ ประชาชนเพื่อแจ้งข้อมูลการแพร่ระบาดที่ถูกต้องและช่วยควบคุม ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่หลายของข่าวลือหรือข่าวลวง โดยเฉพาะ จากสื่อสังคมออนไลน์ที่จะท�ำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือตื่นตระหนกจนเกินเหตุ มีการเปิดบริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้ กับประชาชนที่มีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการค�ำปรึกษาใช้ฟรีและมีหลาย บริษัทที่ท�ำแอปพลิเคชันให้คนตรวจสอบได้ว่าเดินทางมาทางเที่ยวบิน หรือรถไฟขบวนเดียวกับคนไข้ที่ติดไวรัสหรือไม่ บริษัทหลายแห่งในจีนมีการน�ำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการ ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส เช่น Baidu ได้พัฒนาระบบ AI ที่ ตรวจสอบอุณหภูมิโดยใช้ระบบอินฟาเรดและระบบจดจ�ำใบหน้าที่ photo : BiZkettE1 / Freepik.com รศ. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี 23EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
  • 24.
    ปัจจุบันวิวัฒนาการของโลกอยู่ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มาพร้อมกับกระแสแห่ง DigitalTransformation วันนี้ได้ผ่านจากยุคอินเทอร์เน็ตมาสู่ยุคไซเบอร์ที่มี 4 องค์ประกอบสำ�คัญวิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ตที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน นั่นคือ Social, Mobile, Cloud, Big Data (S-M-C-I) Cybersecurity and Privacy Trends 2020 ปริญญา หอมเอนก CISSP, CISA ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จ�ำกัด TOP 10 จากนี้ไป Information หรือ Data ไม่ใช่เพียงแค่การน�ำสารสนเทศหรือการน�ำข้อมูลมาใช้ แต่ขยายความไปถึง“InformationGovernance”หรือ“DataGovernance”เป็นเรื่องการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อองค์กรซึ่งสอดคล้องกับยุคไซเบอร์ดังกล่าว 24 DIGITAL TRENDS EXPERT TALK
  • 25.
    Cyber Fraud withthe Rise of Deepfake Deepfake Technology เป็นการน�ำด้านมืดของ AI มาใช้ในการหลอกลวงด้วยการสร้างวิดีโอปลอมแปลง เป็นบุคคลนั้นๆ จากจุดแข็งของ AI ที่สามารถเก็บข้อมูลมา ประมวลผล วิเคราะห์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ท�ำให้สามารถสร้างวิดีโอ ปลอมแปลงขึ้นมาได้ค่อนข้างเหมือนจริง เช่น การปลอมแปลงเป็น ประธานาธิบดีดอนัลด์จอห์นทรัมป์สามารถท�ำได้โดยการตัดต่อใบหน้า จากคนอื่น โดย AI จะเรียนรู้สีหน้าใบหน้า การขยับปากเมื่อพูดหรือ การขยับใบหน้าต่างๆจากประธานาธิบดีทรัมป์มาตัดต่อแทนที่ใบหน้า คนอื่นซึ่งในความเป็นจริงบุคคลนั้นสามารถพูดอะไรก็ได้แล้วตัดต่อ ให้เป็นใบหน้าของประธานาธิบดีทรัมป์จนดูแทบไม่ออก การหลอกลวงด้วยวิดีโอปลอมแปลงเช่นนี้เป็นภัยที่น่ากลัว ในยุคปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นแล้ว และท�ำได้แนบเนียนมากจนผู้ชมวิดีโอ จับผิดได้ยาก ทั้งนี้วิดีโออาจถูกตัดต่อปลอมแปลงเป็นใครก็ได้ เช่น อาจเป็นผู้น�ำประเทศต่างๆ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งจะให้พูดอะไร ที่เสียหายย่อมสามารถท�ำได้โดยง่ายดังนั้นภัยจากการน�ำDeepfake Technology มาใช้จึงสามารถสร้างปัญหาในระดับประเทศหรือ ระดับโลกได้อย่างง่ายดาย หากผู้ชมวิดีโอไม่รู้เท่าทัน Beyond Fake News ภัยที่น่ากลัวกว่าข่าวปลอม (Fake News) เปรียบได้ กับกระบวนการล้างสมอง (Brainwashing) สามารถ ท�ำได้โดยการสร้างภาพการ์ตูนด้านลบหรืออินโฟกราฟิกด้านลบ ของบุคคล หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งขึ้นมาลงสื่อสังคมโซเชียล อย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ออกไปเป็นระยะๆ ในเวลาที่ค่อนข้างยาว เช่น หลายเดือน หรือเป็นปี เพื่อตอกย�้ำภาพด้านลบของบุคคล หรือสถาบันนั้นๆ โดยมีเป้าหมายให้คนที่ได้เห็นภาพการ์ตูนหรือ อินโฟกราฟิกดังกล่าวเกิดความเชื่อทีละเล็กทีละน้อยสะสมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นความเชื่ออย่างถาวร Beyond Fake News จึงเป็นกระบวนการล้างสมองโดยการ สร้างข่าวจริง (Real News) ที่ท�ำได้อย่างแยบยล ลึกซึ้งมุ่งโจมตี เป้าหมายทางอ้อม และอาจไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายจาก ผู้กระท�ำได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้กระท�ำอยู่ในต่างประเทศซึ่ง ไม่สามารถฟ้องศาลไทยได้ Cyber Sovereignty ในยุคข้อมูลคือ ขุมทรัพย์แห่งใหม่ หรือการที่มี ผู้กล่าวไว้ว่า “Data is the New Oil” นั้นแฝงมาด้วย ปัญหาอธิปไตยไซเบอร์ (Cyber Sovereignty ที่ผู้คนบนโลกใบนี้ ล้วนน�ำข้อมูลส่วนหนึ่งของชีวิตตนไปเก็บไว้บนโลกออนไลน์ที่เรา เรียกว่า Digital Footprint ไม่ว่าจะเป็นการใช้แพลตฟอร์มใดก็ตาม ข้อมูลเหล่านั้นล้วนเป็นข้อมูลส่วนตัวข้อมูลทางธุรกิจหรือข้อมูลอื่นๆ ที่เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถน�ำไปศึกษาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ ต่อไปได้หากผู้ใช้บริการยินยอม ซึ่งอาจเป็นการรุกล�้ำความเป็น ส่วนตัว หรือการรุกล�้ำข้อมูลทางธุรกิจที่ผู้ใช้บริการไม่รู้ตัวหรือ ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ photo:katemangostar/freepik.com เมื่อสารสนเทศหรือข้อมูลมีความส�ำคัญและวิ่งอยู่บนโลกไซเบอร์ ตลอดเวลาทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และบุคคลทั่วไป จึงมี ความจ�ำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งใน บทความนี้ ผู้เขียนขอสรุปแนวโน้ม Top 10 Cybersecurity and Privacy Trends 2020 ไว้ดังนี้ 25EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
  • 26.
    การที่เรานิยมใช้ Google และFacebook เป็นแพลตฟอร์มที่ มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการซึ่งข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้นเป็น ประโยชน์ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ การแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือ ข้อมูลธุรกิจบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น เจ้าของแพลตฟอร์มสามารถ น�ำข้อมูลไปใช้ประโยชน์หรือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อศึกษาพฤติกรรม ของผู้ใช้แต่ละรายเพื่อน�ำเสนอสินค้าและบริการที่เข้าถึงผู้ใช้ได้โดยตรง ยกตัวอย่าง เมื่อผู้ใช้บริการเสิร์ชหาข้อมูลโรงแรม ผู้ใช้บริการ แต่ละคนจะได้ข้อมูลที่แตกต่างกันไป บางคนอาจได้ข้อมูลโรงแรม ระดับ 5 ดาว ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะได้ข้อมูลโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือจองโรงแรมเดียวกันในวันเดียวกันซึ่งผู้ใช้บริการแต่ละคนอาจ ได้ราคาที่แตกต่างกัน เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะ Google ท�ำการ วิเคราะห์ข้อมูล หรือท�ำ Data Analytics พฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ละคนเพื่อน�ำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของ คนคนนั้น ดังที่เรียกว่า Filter Bubble Effect นั่นก็คือผู้ใช้บริการ แต่ละคนถูกรุกล�้ำความเป็นส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นที่มาของปัญหา อธิปไตยไซเบอร์ ปัญหาอธิปไตยไซเบอร์จึงเป็นภัยที่อาจจะลุกลามไปถึงความ มั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว มีความเชื่อที่ว่า ปัญหา อธิปไตยไซเบอร์อาจเกิดขึ้นจากรัฐบาลในบางประเทศอยู่เบื้องหลัง การรุกล�้ำอ�ำนาจอธิปไตยทางไซเบอร์ของประเทศอื่นก็อาจเป็นได้ “Cyberattack and Data Breach” : A New Normal in Cybersecurity ความปกติแบบใหม่ หรือ The New Normal ที่เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์ซึ่งทุกคนต้องพร้อมรับเข้าสู่ยุคแห่งการ เตรียมการรับมือเมื่อถูกจู่โจมทางไซเบอร์ เพราะต่อไปภัยคุกคามทาง ไซเบอร์ถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กร ต้องวางแผนคือจะท�ำอย่างไรหากองค์กรถูกจู่โจมทางไซเบอร์ซึ่งเรียก ได้ว่าหมดยุคของ Cybersecurity แต่เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของ Cyber Resilience ซึ่งผู้บริหารต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ในการ วางมาตรการให้รองรับกับภัยไซเบอร์ที่องค์กรอาจจะถูกคุกคาม อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้น องค์กรต้องเตรียมพร้อมและบริหารจัดการความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้น ผู้บริหารจึงจ�ำเป็นต้องมีการวางแผนส�ำรองเมื่อถูก จู่โจมทางไซเบอร์ เนื่องจากทุกวันนี้เราอยู่บนโลกที่เรียกว่า VUCA World คืออยู่กับความไม่แน่นอนที่กลายเป็นความแน่นอนที่ เราต้องเผชิญ ได้แก่ Volatility - ความผันผวน, Uncertainty - ความไม่แน่นอน, Complexity - ความซับซ้อน และ Ambiguity - ความคลุมเครือ ดังนั้นMindsetของผู้บริหารระดับสูงคงต้องเปลี่ยน จาก “if” เป็น “when” Tighten in Cybersecurity and Data Protection Regulatory Compliance ในปัจจุบันองค์กรทั่วโลกเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหล บ่อยครั้ง ดังนั้นองค์กรควรมีมาตรการรองรับการจู่โจมทางไซเบอร์ การท�ำระบบให้รองรับต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจาก ข้อมูลที่รั่วไหล รวมทั้งองค์กรจ�ำเป็นต้องท�ำระบบรักษาความมั่นคง ปลอดภัยเพื่อให้การบริการทางดิจิทัลขององค์กรมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเป็นการลงทุนในมุมมองที่เรียกว่า Value Preservation การให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เช่น การโอนเงินจากมือถือ ต้องมี เสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยต่อการใช้งาน ซึ่งในยุคดิจิทัล ถือว่ามีความส�ำคัญอย่างมาก ในยุคนี้ผู้บริหารจึงจ�ำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ และเห็นความส�ำคัญ ต่อการลงทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยบนบริการ ดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจ และเกิดมูลค่าต่อแบรนด์ ไม่ใช่แค่ค�ำนึงถึงแต่เพียงความคุ้มค่าจากการลงทุน(ValueCreation หรือ ROI) เพียงแง่มุมเดียว ดังนั้นประเทศไทยจึงมีความจ�ำเป็นจะต้องมีกฎหมายด้าน ไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความปลอดภัยมั่นคง ไซเบอร์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง พระราชบัญญัติฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวกับดิจิทัล “Data Breaches” as the Top concerns for Business การเจาะช่องโหว่เพื่อขโมยข้อมูลจะเป็นประเด็นที่ธุรกิจ ต้องให้ความสนใจ ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการตั้งค่าบนระบบ Cloud ที่ไม่รัดกุมหรือไม่มั่นคงปลอดภัยเพียงพอ รวมไปถึงความ ผิดพลาดอันเนื่องมาจากตัวบุคคลที่ไม่ตระหนักในเรื่องCybersecurity หรือ Data Privacy องค์กรจึงควรเพิ่มมาตรการควบคุม เช่น การเข้ารหัสข้อมูล ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยคุกคาม และด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่บุคลากรภายใน องค์กร photo : macrovector / Freepik.com 26 DIGITAL TRENDS EXPERT TALK
  • 27.
    ในอนาคตปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลในองค์กรทั้งOn-premise และ Cloud อาจจะกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาหรือที่ เราเรียกว่า The New Normal ดังนั้นผู้บริหารองค์กรควรก�ำหนด แนวทางในการแก้ปัญหาเอาไว้ล่วงหน้า และควรมีความตระหนักรู้ ใน 5 Global Risks ประกอบด้วย Environmental, Geopolitical, Societal, Technological และ Economic ซึ่งควรพิจารณาว่า ความเสี่ยงทั้ง 5 จะส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างไรทั้งในระยะสั้น และระยะยาว Orchestration and Automation Boosting Security Staff Effectiveness การใช้เทคโนโลยี AI & Automation ในการรับมือ กับภัยคุกคาม เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามและการจู่โจมฉลาดขึ้น ท�ำให้ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยมีความซับซ้อนและยุ่งยากเพิ่ม ขึ้นตามวิวัฒนาการของภัยคุกคาม ผู้ดูแลระบบต้องเผชิญกับการแจ้ง เตือนและเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยปริมาณมหาศาลจน เริ่มรับมือไม่ไหวจึงต้องใช้เทคโนโลยีอย่างAIเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วย ปิดช่องโหว่ตรงจุดนี้และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคาม ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ Managed Security Service Provider ก็ต้องผันตัวเองมาเป็น Managed Detection and Response ด้วย Increasing on Impact of State-Sponsored Cyberattacks การโจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานด้านโครงสร้าง พื้นฐานที่ส�ำคัญมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะการโจมตีทางไซเบอร์ ในรูปแบบState-Sponsoredหรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีหน่วยงาน รัฐในแต่ละประเทศหนุนหลังการโจมตีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโจมตีที่มีเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญของประเทศ เป้าหมายเช่นโรงไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนเป็นต้นหน่วยงานโครงสร้าง พื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ(CriticalInformationInfrastructure: CII)จ�ำเป็นต้องมีกลไกในการปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกัน และบริหารจัดการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้ทัน ท่วงที โดยการโจมตีในรูปแบบนี้อาจเปรียบเสมือนการท�ำสงคราม รูปแบบใหม่ก็ว่าได้ ซึ่งการโจมตีทางไซเบอร์ถูกก�ำหนดให้เป็น The Fifth Domain หรือโดเมนที่ 5 นอกจากทางบก ทางน�้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ The Cybersecurity Skills Gap Crisis เมื่อมีภัยไซเบอร์มากขึ้นและฉลาดขึ้นการขาดแคลน บุคลากรเป็นเรื่องที่ตามมา จากที่มีการขาดแคลนบุคลากร ด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่แล้วองค์กรจะยิ่งเผชิญกับ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านนี้อย่างหนักหน่วง เนื่องจากการ โจมตีไซเบอร์จะกลายเป็นเรื่องปกติสามัญและกฎหมายดิจิทัลหลาย ฉบับได้ถูกบังคับใช้ ส่งผลให้ตลาดต้องการผู้ที่มีความสามารถด้านนี้ เป็นอย่างมาก ในขณะที่ CISO (Chief Information Security Officer) จะถูกยกระดับขึ้นมาให้มีต�ำแหน่งเทียบเท่า CIO/CTO และขึ้นตรงกับ CEO แทน จากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่กล่าวมานั้น มีความ เป็นไปได้ว่าองค์กรธุรกิจจ�ำนวนหนึ่งจะเลือกแนวทางการเอาต์ซอร์ส ให้มืออาชีพไปดูแล จัดระบบ และบริหารจัดการเพื่อให้มั่นใจได้ถึง ความปลอดภัยต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม ต�ำแหน่ง CISO ยังคงต้องมีอยู่ ภายในองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ 5G Networks Require New Approaches to Cybersecurity การมาถึงแห่งยุคของเครือข่าย 5G ท�ำให้ เป็นการเปิดช่องทางใหม่ๆ ให้แฮกเกอร์อย่างไม่ตั้งใจ โดยแฮกเกอร์ สามารถโจมตีผู้ใช้โดยตรงได้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้โดยตรง ไม่จ�ำเป็นต้องผ่านระบบป้องกันหรือ SecurityGatewayที่ช่วยกลั่นกรองอีกต่อไปอีกทั้งการที่อินเทอร์เน็ต มีความเร็วเพิ่มขึ้น ท�ำให้การมาถึงของภัยคุกคามก็ย่อมเร็วขึ้นมาก สิ่งส�ำคัญที่ผู้ใช้ 5G จะป้องกันตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยได้ดีที่สุด คือการรู้เท่าทันเทคโนโลยีด้วยการหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมหมั่นสังเกต ตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์อยู่ตลอดเวลา จาก 10 แนวโน้มดังกล่าวข้างต้น ปัจจัยส�ำคัญที่สุดในการ บริหารจัดการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ “คน” ต้องมีจิตส�ำนึกตระหนักรู้รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ไม่อยู่ในความประมาท รวมไปถึงผู้บริหารจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญต่อระบบรักษาความ มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์องค์กรควรก�ำหนดให้เรื่องการบริหารจัดการ ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ การพัฒนาองค์กรต่อไปในอนาคต photo : pikisuperstar / Freepik.com 27EXPERT TALK DIGITAL TRENDS
  • 28.
    การใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ใน Digital TrendseMagazine by IMC Institute ฉบับปลายปี ได้นำ�เสนอความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชน เอาไว้ โดยกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำ�หรับภาครัฐ ในฉบับนึ้จึงถึงโอกาสนำ�เสนอบล็อกเชนในมุมของ ภาคเอกชนที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมากล่าวถึงต่อไป บทความนี้ได้น�ำมาจาก www.scbeic.com/th/detail/ product/6639 ซึ่งเขียนโดย ดร.สุปรีย์ ศรีส�ำราญ โดยอุตสาหกรรม ก่อสร้างถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ก�ำลังเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัล จากการส�ำรวจของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey ในปี 2016 พบว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเกือบจะน้อยที่สุด เป็นรองก็เพียงอุตสาหกรรมเกษตรเท่านั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจมี ราคาสูงซึ่งเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อีกทั้งบุคลากรที่มีความสามารถใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลยังมีจ�ำนวนน้อย รวมถึงลักษณะของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มี ลักษณะที่ค่อนข้างต้องปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะเฉพาะของพื้นที่ หน้างานตลอดจนอุตสาหกรรมก่อสร้างยังต้องมีการติดต่อประสานงาน กับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างเป็นจ�ำนวนมากทั้งการประสานงาน กับหน่วยงานภาครัฐ การประสานงานภายในของผู้ประกอบการ และการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง บริษัทที่ปรึกษา ผู้รับเหมาช่วง ท�ำให้เทคโนโลยี ดิจิทัลที่จะน�ำมาใช้ต้องมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น ตามหน้างาน อีกทั้งยังต้องสามารถที่จะสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างทั้งหมดได้อย่างแม่นย�ำอีกด้วย ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะ ผู้รับเหมาก่อสร้างยังคงประสบกับปัญหาเดิมๆ เช่น การก่อสร้าง ล่าช้าท�ำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น (Cost Overrun) ราคาวัสดุก่อสร้าง ที่มีความผันผวน ค่าแรงที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับ กระแสการปรับเปลี่ยนองค์กรโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม (Digital Transformation) ท�ำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้เล่น ในอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มมีการน�ำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา แก้ปัญหาเหล่านี้มากขึ้น ได้แก่ การส�ำรวจหน้างานก่อสร้างโดยการ ใช้โดรน (Drone) การเขียนแบบและสร้างโมเดลโดย Building Information Modeling (BIM) การซื้อขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์ เป็นต้น 28 DIGITAL TRENDS KNOWLEDGE VANTAGE
  • 29.
    4. การช�ำระเงิน (Payment)เช่น การใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบ ธุรกรรมการรับ/จ่ายเงินระหว่างผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ค้าวัสดุ ก่อสร้าง ท�ำให้ธุรกรรมการเงินเหล่านี้โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง เมื่อหันกลับมามองการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน อีไอซี (Economic Intelligence Center) พบว่า บล็อกเชนได้ ถูกน�ำมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้างแล้ว เช่น บริษัท Digital Ventures ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ จ�ำกัด (SCB) ได้จับมือกับ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จ�ำกัด (SCG) ในการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้าง ที่ใช้เทคโนโลยี B2P (Blockchain Solution for Procure-to-Pay) ครอบคลุมเครือข่าย Supply Chain ตั้งแต่ต้นน�้ำถึงปลายน�้ำในกลุ่ม ธุรกิจของ SCG และกลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จ�ำกัด ผู้ผลิตและ ผู้จ�ำหน่ายเหล็กรายส�ำคัญของไทย ที่ได้ร่วมมือกับบริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จ�ำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์และอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ในการ พัฒนาโซลูชันส�ำหรับงานขาย โดยการน�ำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้งาน ด้านเอกสารซื้อขายออนไลน์เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และสามารถ ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี ในอนาคต อีไอซีมองว่าภาครัฐควรเป็นผู้สนับสนุน ในการสร้างระบบนิเวศ(Ecosystem)ในการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรม ก่อสร้าง เนื่องจากภาครัฐถือเป็นศูนย์กลางแหล่งข้อมูลในการก่อสร้าง ทั้งงานก่อสร้างของภาครัฐและภาคเอกชน เริ่มตั้งแต่ข้อมูลการยื่นแบบ ก่อสร้าง ข้อมูลการรับจ่ายเงินค่าก่อสร้างในกรณีโครงการของภาครัฐ ตลอดจนข้อมูลการบ�ำรุงรักษาและข้อมูลการปรับปรุงโครงการ ก่อสร้างอีกทั้งภาครัฐยังสามารถสร้างแรงจูงใจจากการให้สิทธิพิเศษต่อ ผู้ประกอบการที่ใช้บล็อกเชนในการส่งผ่านข้อมูลการก่อสร้างอีกด้วย ในระยะแรก อีไอซีเสนอว่าภาครัฐอาจเริ่มต้นจากการใช้ BIM กับโครงการก่อสร้างภาครัฐ โดยพยายามให้บริษัทสถาปนิก บริษัทที่ ปรึกษาก่อสร้าง และบริษัทก่อสร้าง ยื่นแบบโดยใช้ BIM ซึ่งทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาครัฐจะได้ข้อมูลชุดเดียวกัน ซึ่งจะท�ำให้เกิดความ สะดวกในการก่อสร้างโครงการและบริหารโครงการ ซึ่งการใช้ BIM จะช่วยสร้างฐานข้อมูลที่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้บล็อกเชนต่อไปใน อนาคต ถึงแม้ว่าการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังอยู่ ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศ แต่เมื่อน�ำมาใช้จริงจะ ท�ำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ในการประเมินราคาก่อสร้าง ควบคุมการก่อสร้าง ลดปัญหา งบประมาณบานปลายรวมถึงเพิ่มความเชื่อถือระหว่างผู้ประกอบการ ทั้งหมดใน Value Chain อีกด้วย ภาครัฐควรเป็นผู้สนับสนุนในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการใช้บล็อกเชนในอุตสาหกรรม ก่อสร้าง เนื่องจากภาครัฐถือเป็นศูนย์กลาง แหล่งข้อมูลในการก่อสร้าง ทั้งงานก่อสร้างของ ภาครัฐและภาคเอกชน อย่างไรก็ดีข้อมูลในการก่อสร้างจากเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ยังคง ไม่ถูกส่งผ่านอย่าง Real-time ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดใน Value Chain เช่น บริษัทผู้ค้าและผู้ขนส่งวัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงิน หรือแม้กระทั่งเจ้าของโครงการก่อสร้าง ซึ่งการกระจายข้อมูลเหล่านี้ ไปยังผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจะท�ำให้การบริหารงานก่อสร้างสะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บล็อกเชน (Blockchain) เป็นอีกเทคโนโลยีดิจิทัลหนึ่งที่สามารถ แก้ไขปัญหาการส่งผ่านข้อมูลของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้าง ทั้งหมด ส�ำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง บล็อกเชนสามารถเข้าไปพัฒนา อุตสาหกรรมก่อสร้างได้ใน 4 ส่วนส�ำคัญ ได้แก่ 1.สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) 2.การบริหารการก่อสร้าง 3.การบริหารห่วง โซ่อุปทาน (Supply Chain Management) และ 4.การช�ำระเงิน (Payment) โดย PlanGrid ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์งานก่อสร้าง รายส�ำคัญ ได้ให้รายละเอียดการใช้งานบล็อกเชนในอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ดังนี้ 1. สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ซึ่งบล็อกเชนสามารถ ใช้บันทึกและติดตามข้อมูลในการท�ำสัญญาต่างๆ เช่น สัญญาว่าจ้าง ก่อสร้าง สัญญาการซื้อวัสดุก่อสร้าง หลักประกันซองและหลักประกัน ราคา เป็นต้น 2.การบริหารการก่อสร้างโดยเป็นการท�ำควบคู่ไปกับแบบจ�ำลอง สารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) ที่ใช้เก็บ และบริหารข้อมูลตั้งแต่การวางแนวคิดของโครงการ การออกแบบ จนถึงการก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ ซึ่งจะท�ำให้ผู้ประกอบการทั้งหมดที่ เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างสามารถเข้าถึง แชร์ และให้ข้อเสนอแนะ ในการก่อสร้างได้อย่าง Real-time 3. การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เช่น การใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบการจัดส่งวัสดุก่อสร้างให้เหมาะสม กับปริมาณที่ต้องการใช้และปริมาณคงคลังที่เหลืออยู่ ข้อมูลจาก https://www.scbeic.com/th/detail/product/6639 ผู้เขียน: ดร.สุปรีย์ ศรีสำ�ราญ 29KNOWLEDGE VANTAGE DIGITAL TRENDS
  • 30.
    PDPA PDPA PDPA ? PDPA 27 2563 •5 • 1 • • • • /PDPA? • – / • – / • / • ( ) • / ? • • PDPA • PDPA • • • • 72 • / PDPA • • PDPA • • * KPMG Network (GDPR) ข้อมูลจาก https://home.kpmg/content/dam/kpmg/th/pdf/2019/11/pdpa-brochure-thai.pdf รู้จัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 30 DIGITAL TRENDS KNOWLEDGE VANTAGE
  • 31.
    20 ปี ของประสบการณ์ในแวดวงไอทีและงานด้าน CRM หรือ การบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจส�ำคัญในการด�ำเนิน ธุรกิจในหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งวันนี้ CRM มีเครื่องมือจ�ำนวน มากใช้บนระบบ Cloud ซึ่งคุณเฉลิมพล ศรีสุวรรณ ผ่านประสบการณ์ มามากมาย โดยในช่วง 20 ปีแรก ได้สัมผัสกับ CRM ชื่อดังระดับโลก อย่าง Siebel, Oracle SAP ท�ำให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เรียกได้ว่า “รู้ลึก รู้จริง” ทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น CRM หรือเทคโนโลยี CRM and Cloud และยิ่งไปกว่านั้นยังท�ำงานด้านวางระบบมาแล้วกว่า 50 โครงการ ประสบการณ์อันน่าศึกษานี้ก�ำลังจะถูกถ่ายทอดออกมาใน หลักสูตรCRMจากเครื่องมืออย่างSalesforceถึง6หลักสูตรที่สถาบัน ไอเอ็มซี โดยจะเริ่มจาก Salesforce for Business Use และจะเปิด สอนผ่านออนไลน์ในช่วงที่ผู้คนท�ำงานที่บ้านตามแผนรับสถานการณ์ Covid-19จากนโยบายบริษัทซึ่งช่วงเวลานี้หลายคนสามารถพลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติม เตรียมตนเองให้มีองค์ความรู้ เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วจะลงสนามงานได้อย่างเชี่ยวชาญ สถาบันไอเอ็มซี โดยการสอนของคุณเฉลิมพล ได้วางหลักสูตร ออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. หลักสูตรส�ำหรับบุคลากรด้านการตลาด การขาย และการ พัฒนาธุรกิจมีเนื้อหาการสอนเน้นใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและฟีเจอร์ ต่างๆ เพื่อปรับพื้นฐานให้แน่น โดยเรียนภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ในสัดส่วน 50:50 2. หลักสูตรส�ำหรับฝ่ายไอที โดยผู้เรียนกลุ่มนี้มักจะต้องการ ใบประกาศหรือใบรับรองเพื่อใช้เปิดเส้นทางไปสู่ความก้าวหน้าใน สายอาชีพ ซึ่งจะต้องมีพื้นฐานด้านทฤษฎีที่แน่น จึงเน้นสอนทฤษฎี 80% และสอนภาคปฏิบัติ 20% 3. หลักสูตรส�ำหรับผู้บริหาร มีเนื้อหาเน้นหนักเรื่องกรณีศึกษาถึง 80% เพื่อให้สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรให้ได้ มากที่สุด สามารถตัดสินใจแก้โจทย์ต่างๆ ได้ดี ส่วนอีก 20% นั้นเรียน เนื้อหาเชิงทฤษฎี จากความรู้และประสบการณ์ของผู้สอนท่านนี้ที่สะสมมายาวนาน มีกรณีศึกษาจากหลายอุตสาหกรรมจะส่งถึงผู้เรียนให้ได้“ประสบการณ์ ทางลัด”ที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆเพราะกรณีศึกษาในแต่ละอุตสาหกรรมไม่ ว่าจะเป็นด้านการเงิน ค้าปลีก หรืออีคอมเมิร์ซ จะมีโจทย์และการแก้ ปัญหาที่แตกต่างกันไป ประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดจากหลาย อุตสาหกรรมดังกล่าวจะท�ำให้ผู้เรียนสามารถน�ำไปปรับและประยุกต์ใช้ หรือแก้ปัญหาในงานของตนเองได้โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก การสอนนั้นคาดหวังว่าผู้เรียนจะได้เปิดโลกทัศน์ ได้เรียนรู้ เครื่องมือใหม่ ฟีเจอร์ใหม่ ที่สามารถน�ำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มความคล่องตัวต่อการใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะบุคลากรด้าน การตลาดการขายและการให้บริการลูกค้าซึ่งจะน�ำไปสู่การเพิ่มยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการลูกค้า สถาบันไอเอ็มซี เป็นผู้น�ำอันดับต้นๆ ที่มีการน�ำเสนอหลักสูตร หลากหลาย ในฐานะผู้สอนจึงมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสอนกับ สถาบันไอเอ็มซี เรียน SALESFORCE รู้ฟีเจอร์ใหม่ใช้งานคล่อง เสริมประสบการณ์ด้วยทางลัด คุณเฉลิมพล ศรีสุวรรณ 31INSTRUCTOR DIGITAL TRENDS
  • 32.
    ไอบีเอ็ม ซีเคียวริตี้ เผยรายงานIBM X-Force Threat Intelligence Index ประจำ�ปี 2020 แสดงถึงวิวัฒนาการใหม่ๆ ของเทคนิคที่อาชญากรไซเบอร์นำ�มาใช้ หลังจากตลอดหลายสิบปีที่ผ่าน มานี้สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบริษัทหลายหมื่นล้านเรคคอร์ด รวมถึงช่องโหว่ใน ซอฟต์แวร์อีกนับแสนรายการมาแล้ว ภัยไซเบอร์กับ อาวุธโจมตีธุรกิจ จากรายงานพบว่า60%ของการเริ่มเจาะเข้าถึงเครือข่ายของผู้ตกเป็นเป้าหมาย นั้นอาศัยข้อมูลประจ�ำตัวที่ถูกขโมยมา หรือช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่เคยมีการ แจ้งเตือนให้ทราบแล้ว โดยที่ผู้โจมตีไม่ต้องพยายามวางแผนเพื่อใช้วิธีหลอกลวง ที่แยบยลในการเข้าถึงระบบมากเหมือนเมื่อก่อน IBM X-Force Threat Intelligence Index ได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อ วิวัฒนาการต่างๆ ข้างต้น คือ • การเจาะระบบครั้งแรกส�ำเร็จด้วยวิธีฟิชชิ่งถือเป็นสัดส่วน1ใน3จากเหตุ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือราว 31% เมื่อเทียบกับสัดส่วน 50% ในปี 2561 • การสแกนและการโจมตีช่องโหว่คิดเป็น 30% ของเหตุทั้งหมดเมื่อ เทียบกับสัดส่วนเพียง 8% ในปี 2561 โดยช่องโหว่เก่าๆ บน Microsoft Office และ Windows Server Message Block ที่เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ยังคงถูกโจมตีด้วยอัตราที่สูงจนน่าตกใจใน ปี 2562 • จากการเฝ้าสังเกตพบว่าการใช้ข้อมูลประจ�ำตัว ที่ถูกขโมยมาเพื่อเป็นตัวน�ำเข้าถึงระบบได้รับ ความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยคิดเป็นสัดส่วน 29% จากทั้งหมด เฉพาะในปี 2562 เพียง ปีเดียว มีข้อมูลรั่วไหลกว่า 8.5 พันล้าน เรคคอร์ดท�ำให้มีการรับแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 200% ส่วนข้อมูล ประจ�ำตัวที่ถูกขโมยและถูกอาชญากรไซเบอร์ น�ำไปใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นนั้นก็เพิ่มสูงขึ้น เช่นกัน ในปี 2562 32 DIGITAL TRENDS SURVEY photo:macrovector/Freepik.com
  • 33.
    Top Banking TrojansFamilies (IBM X-Force) เวนดี้ วิตมอร์ รองประธานของ IBM X-Force Threat Intelligence กล่าวว่า ข้อมูลรั่วไหลปริมาณมากที่เราเห็นในทุกวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์มีกุญแจ ที่สามารถใช้ไขเข้ามาที่บ้านหรือธุรกิจของเรามากขึ้นกว่าเดิม และผู้โจมตีก็ไม่ต้องเสีย เวลาคิดหาวิธีที่แยบยลในการเจาะเข้ามายังธุรกิจเลย เพราะสามารถโจมตีได้ทันทีโดย ใช้ข้อมูลแสดงตัวตนที่มีอยู่อย่างเช่นการล็อกอินด้วยข้อมูลประจ�ำตัวที่ขโมยมาเป็นต้น IBM X-Force ท�ำการวิเคราะห์โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกและข้อสังเกตที่ได้จาก การเฝ้าตรวจสอบเหตุด้านซิเคียวริตี้7หมื่นล้านเหตุการณ์ต่อวันในกว่า130ประเทศ ร่วมกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น X-Force IRIS, X-Force Red, IBM Managed Security Services รวมถึงรายละเอียดการรั่วไหล ของข้อมูลที่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ นอกจากนี้ IBM X-Force ยังวางกับดัก หลอกล่อสแปมทั่วโลกหลายพันแห่ง เฝ้าตรวจสอบสแปมและการโจมตีแบบฟิชชิ่ง ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และวิเคราะห์เว็บเพจและรูปภาพหลายพันล้านรายการ เพื่อตรวจหากิจกรรมในลักษณะฉ้อโกงและการแอบอ้างชื่อแบรนด์ไปใช้ในทางมิชอบ ข้อสังเกตที่น่าสนใจบางส่วนที่ชี้แจงไว้ในรายงานมีดังนี้ • การตั้งค่าผิด รายงานชี้ให้เห็นว่าจากจ�ำนวนข้อมูลที่รั่วไหลมากกว่า 8.5 พันล้านเรคคอร์ด ในปี 2562 นั้นมีถึง 7 พันล้านเรคคอร์ด หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ที่มีสาเหตุ มาจากการตั้งค่าคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ไม่ถูกต้อง และการก�ำหนดค่าระบบไม่เหมาะสม ทิ้งห่างจากปี 2561 ที่มีไม่ถึงครึ่ง • ภาคธนาคารโดนแรนซัมแวร์เล่นงาน จากรายงานของปีนี้ โทรจันภาคธนาคารที่มีการใช้มากที่สุดอย่าง TrickBot เริ่มกลายเป็นตัวปูทางสู่การเข้าโจมตีด้วยแรนซัมแวร์แบบเต็มตัว โดยมีการพบโค้ด รูปแบบใหม่ที่ใช้โดยโทรจันและแรนซัมแวร์ในภาคธนาคารสูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ ที่มีการพูดถึงในรายงาน • ฟิชชิ่งเบนเข็มไปสู่ภาคเทคโนโลยี แบรนด์ 10 อันดับแรกที่อาชญากรไซเบอร์น�ำไป สวมรอยเพื่อใช้ในการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งนั้นมีทั้ง แบรนด์ด้านเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และบริการ คอนเทนต์สตรีมมิ่งที่ใช้ตามบ้าน โดยการเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนหันมาเชื่อใจผู้ให้บริการด้าน เทคโนโลยีมากกว่าแบรนด์ค้าปลีกและการเงินที่เคยเป็น ที่น่าเชื่อถือมายาวนานโดยแบรนด์ยอดนิยมที่ถูกน�ำไป แอบอ้างมากที่สุด ได้แก่ Google, YouTube และ Apple วิวัฒนาการของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ รายงานยังเผยให้เห็นถึงเทรนด์การโจมตีด้วย แรนซัมแวร์ที่มีเป้าหมายเป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยในปี2562นั้นพบว่ามีการใช้แรนซัมแวร์เพิ่มสูงขึ้นมาก และได้มีการส่งทีม IBM X-Force ไปช่วยแก้ไขเหตุ แรนซัมแวร์ใน 13 ภาคธุรกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยัน ว่าการโจมตีลักษณะนี้เกิดขึ้นได้กับทุกภาคธุรกิจ นอกจากหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ กว่า 100 แห่ง จะได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ในปีที่ ผ่านมาแล้วIBMX-Forceยังพบว่ามีการเน้นโจมตีธุรกิจ ในภาคค้าปลีก การผลิต และการคมนาคมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่ทราบกันดีว่ามีข้อมูลมากมาย ที่สามารถท�ำเงินได้ หรือยังใช้เทคโนโลยีล้าสมัยอยู่ จึงมีช่องโหว่มากมายนับไม่ถ้วนโดยจาก80%ของการ พยายามโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่ได้เฝ้าสังเกตนั้นพบว่า ผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่ใน Windows Server Message Block ซึ่งเป็นกลวิธีเดียวกันกับที่ใช้ในการกระจาย WannaCry ซึ่งท�ำให้ธุรกิจหลายแห่งใน 150 ประเทศ ต้องเป็นอัมพาตในปี 2560 photo : macrovector / Freepik.com 33SURVEY DIGITAL TRENDS
  • 34.
    Malware genetic codeinnovation (IBM X-Force and Intezer researchers) Top Malicious Domain Threat Types (IBM X-Force and Quad9) การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์สร้างความเสียหายให้ แก่องค์กรต่างๆ มากกว่า 2 แสนล้านบาทในปี 2562 โดยที่ผลประโยชน์ตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีและ เหตุการณ์ลักษณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในปี 2563 ทั้งนี้ ในรายงานที่ไอบีเอ็มร่วมท�ำกับ Intezer นั้น ระบุ ว่ามีการพบโค้ดมัลแวร์ใหม่ในโค้ดของโทรจันภาค ธนาคารถึง 45% และพบในโค้ดของแรนซัมแวร์ถึง 36% โดยการสร้างโค้ดใหม่ขึ้นมานั้นแสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตียังคงให้ความส�ำคัญกับการหาวิธีหลบเลี่ยงการ ตรวจจับอยู่ ในขณะเดียวกัน IBM X-Force ยังสังเกตเห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง แรนซัมแวร์และโทรจันที่ใช้ในภาคธนาคาร โดยมีการใช้โทรจันดังกล่าวเพื่อเบิกทางให้ กับการใช้แรนซัมแวร์ในการโจมตีเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการใช้งาน แรนซัมแวร์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นตัวอย่างเช่นมัลแวร์ที่มีการใช้ในภาคธุรกรรม ทางการเงินมากที่สุดตามรายงานอย่าง TrickBot นั้นต้องสงสัยว่าเป็นตัวการปล่อย Ryuk เข้าสู่เครือข่ายองค์กร ในขณะที่โทรจันภาคธนาคารอีกหลายตัว เช่น QakBot, GootKit และ Dridex ต่างก็หันมาใช้แรนซัมแวร์เพื่อเพิ่มความหลากหลายเช่นกัน มีการพบโค้ดมัลแวร์ใหม่ในโค้ดของ โทรจันภาคธนาคารถึง 45% และพบ ในโค้ดของแรนซัมแวร์ถึง 36% โดย การสร้างโค้ดใหม่ขึ้นมานั้นแสดงให้เห็น ว่าผู้โจมตียังคงให้ความสำ�คัญกับการ หาวิธีหลบเลี่ยงการตรวจจับอยู่ ผู้ไม่หวังดีแอบอ้างบริษัทเทคโนโลยี และโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง เมื่อผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มจับทางอีเมลฟิชชิ่งได้ กลวิธีฟิชชิ่งหลายๆ แบบก็ตกเป็น เป้าหมายเสียเอง โดยไอบีเอ็มได้ร่วมมือกับ Quad9 และสังเกตเห็นแนวโน้มการ ฟิชชิ่งในรูปแบบที่ผู้โจมตีสวมรอยเป็นแบรนด์ด้านเทคโนโลยีส�ำหรับผู้บริโภค พร้อมใส่ลิงก์ที่ดูน่าสนใจ โดยใช้บริษัทเทคโนโลยีโซเชียลมีเดีย และคอนเทนต์ สตรีมมิ่ง ในการหลอกล่อให้ผู้ใช้คลิกลิงก์อันตรายด้วยวิธีการแบบฟิชชิ่ง 34 DIGITAL TRENDS SURVEY photo : snowing / Freepik.com
  • 35.
    เกือบ 60% ของแบรนด์ที่ถูกแอบอ้างและตรวจพบ10 อันดับแรกนั้นใช้ โดเมนของ Google และ YouTube ในขณะที่ Apple (15%) และ Amazon (12%) ก็ถูกแอบอ้างโดยผู้โจมตีที่หวังจะขโมยข้อมูลที่ท�ำเงินได้ของผู้ใช้ โดยจาก การประเมินของ IBM X-Force พบว่าสาเหตุหลักที่ท�ำให้แบรนด์เหล่านี้ตกเป็น เป้าหมายคือข้อมูลที่ท�ำเงินได้ที่แบรนด์เหล่านี้จัดเก็บไว้ Facebook, Instagram และ Netflix เองก็ติด 10 อันดับแรกของแบรนด์ ที่ถูกแอบอ้างมากที่สุด แต่อยู่ในอัตราที่ต�่ำกว่ามาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการที่ บริการเหล่านี้มักไม่ค่อยเก็บข้อมูลที่ท�ำเงินได้ไว้โดยตรง นอกจากนี้ ผู้โจมตียังหวัง Top 10 Spoofed Brands (IBM X-Force) Operational Technology Attack 2016-2019 (IBM X-Force) พึ่งการใช้ข้อมูลประจ�ำตัวซ�้ำในการเข้าถึงบัญชีที่ท�ำเงิน ได้สูง โดย IBM X-Force ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้รหัส ผ่านเดิมซ�้ำบ่อยๆ ได้น่าจะเป็นปัจจัยที่ท�ำให้แบรนด์ เหล่านี้ตกเป็นเป้าหมาย ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Future of Identity Study ของไอบีเอ็มชี้ให้เห็นว่า 41% ของ ชาวมิลเลนเนียลใช้รหัสผ่านเดิมซ�้ำหลายครั้ง ในขณะ ที่กลุ่มเจน Z ใช้รหัสผ่านเฉลี่ยเพียง 5 รหัส ซึ่งแสดงให้ เห็นถึงอัตราการใช้รหัสผ่านซ�้ำที่สูงมาก การแยกแยะโดเมนที่ถูกแอบอ้างเป็นเรื่องที่ยาก มาก และผู้โจมตีเองก็หวังพึ่งจุดแข็งในเรื่องนี้ โดยเมื่อ รวมบัญชีทั้งหมดจากแบรนด์ 10 อันดับแรกที่ถูกแอบ อ้างตามที่ระบุไว้ในรายงานแล้วพบว่ามีบัญชีรวมกันถึง 1 หมื่นล้านบัญชี ท�ำให้ผู้ไม่หวังดีมีเป้าหมายให้เลือก โจมตีหลากหลายกลุ่ม และยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ ผู้ใช้ที่ไม่ระวังจะคลิกลิงก์ที่ดูไม่มีพิษมีภัยจากแบรนด์ที่ ถูกแอบอ้างอีกด้วย ข้อสรุปสำ�คัญเพิ่มเติมที่มีการชี้แจงในรายงาน • ธุรกิจค้าปลีกกลับมาอยู่ในลิสต์กลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมาย: ธุรกิจค้าปลีกพุ่งขึ้นมาเป็น ธุรกิจที่ถูกโจมตีมากที่สุดเป็นอันดับ2ในรายงานของปี นี้ สูสีกับบริการทางการเงิน ซึ่งครองอันดับ 1 มานาน 4ปีติดต่อกันการโจมตีของกลุ่มMagecartถือเป็นการ โจมตีธุรกิจในภาคค้าปลีกที่รุนแรงที่สุด มีเว็บไซต์ e- Commerce ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงฤดูร้อนปี 2562 ถึง 80 แห่ง โดยอาชญากร มีเว็บไซต์ e-Commerce ที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวใน ช่วงฤดูร้อนปี 2562 ถึง 80 แห่ง โดยอาชญากรไซเบอร์พุ่งเป้าไปที่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลได้ (PII) ของลูกค้า ข้อมูลบัตรชำ�ระเงิน หรือแม้แต่ข้อมูลโปรแกรมสมาชิก สะสมคะแนนที่มีมูลค่า photo : macrovector / Freepik.com 35SURVEY DIGITAL TRENDS
  • 36.
    Top 20 SpamC2 Hosting Countries (IBM X-Force) Top 20 Countries for Spam botnet Victims (IBM X-Force) • อเมริกาเหนือและเอเชียคือภูมิภาคที่ตกเป็น เป้าหมายมากที่สุด: ภูมิภาคเหล่านี้ถูกโจมตีมากที่สุด อีกทั้งยังได้รับความเสียหายจากข้อมูลรั่วไหลมากที่สุด ในปีที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลรั่วไหลมากกว่า 5 พันล้าน เรคคอร์ด และ 2 พันล้านเรคคอร์ดตามล�ำดับ รายงาน IBM X-Force Threat Intelligence Index รวบรวมข้อมูลที่ไอบีเอ็มได้จัดเก็บในปี 2562 เพื่อให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านภัย คุกคามทั่วโลก และเป็นแหล่งให้ผู้ที่ท�ำงานด้านซิเคียว ริตี้ได้ทราบข้อมูลภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของ ตนมากที่สุด สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://ibm.biz/downloadxforcethreatindex ไซเบอร์พุ่งเป้าไปที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลได้(PII)ของลูกค้าข้อมูลบัตรช�ำระ เงินหรือแม้แต่ข้อมูลโปรแกรมสมาชิกสะสมคะแนนที่มีมูลค่านอกจากนี้เมื่อพิจารณา จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการที่ไอบีเอ็มเข้าไปช่วยรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆยังพบว่า มีการโจมตีธุรกิจค้าปลีกด้วยแรนซัมแวร์สูงมาก • การโจมตีระบบที่ใช้ควบคุมเครื่องจักรในอุตสาหกรรมต่างๆ (Industrial Control System หรือ ICS) และเทคโนโลยีส่วนปฏิบัติการ (Operational Technology หรือ OT) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: ในปี 2562 นั้น เทคโนโลยีส่วน ปฏิบัติการตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพิ่มขึ้นถึง2000%เมื่อเทียบกับปีก่อนเรียกได้ ว่าเป็นปีที่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานICSและOTสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี2559เป็นต้น มา และการโจมตีส่วนใหญ่ที่สังเกตเห็นนั้นเป็นการใช้ช่องโหว่ที่ทราบอยู่แล้วภายใน ฮาร์ดแวร์ SCADA และ ICS ร่วมกับการพยายามเข้าถึงบัญชีผู้ใช้จ�ำนวนมากด้วยรหัส ผ่านที่คนมักใช้ไม่กี่รหัส (Password-spraying) 36 DIGITAL TRENDS SURVEY
  • 37.
    37TRAINING DIGITAL TRENDS COURSESCHEDULE 2020 BIGDATACERTIFICATIONCOURSE INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA MR.DANAIRATTHANABODITHAMMACHARI MR.AEKANUNTHONGTAE MR.SANTISOOKLIMPEETICHAROENCHOT MR.ANAPATPIPATKITIBODEE DATASCIENCECERTIFICATION120HRS. INSTRUCTOR: MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN BIGDATAINACTIONFORMANAGEMENT INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA ANDTEAM DATASCIENCEFORMANAGEMENT INSTRUCTOR: MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN BUSINESSINTELLIGENCEFORMANAGEMENT INSTRUCTOR: MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL AIFOREVERYONE INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA BIGDATAARCHITECTUREANDANALYTICSPLATFORM INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA BIGDATAANALYTICSASASERVICEFORDEVELOPER INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAEAND ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE MACHINELEARNINGFORBIGDATADEVELOPER INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA DATA&IMAGEANALYTICSUSINGDEEPLEARNING INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA DATASCIENCEUSINGR INSTRUCTOR: MR.VEERASAKKRITSANAPRAPHAN VISUALANALYTICWORKSHOP INSTRUCTOR: MR.SANTISOOKLIMPEETICHAROENCHOT MR.ANAPATPIPATKITIBODEE BUSINESSINTELLIGENCEDESIGNANDPROCESS INSTRUCTOR::MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL DATAWAREHOUSEDESIGN&SYSTEMDEVELOPMENT INSTRUCTOR:MR.PAIRATAPIROMRUEDEESAKUL BLOCKCHAINTECHNOLOGYFORDEVELOPER INSTRUCTOR: MR.TITITORNSEMANGERN BLOCKCHAINFORMANAGEMENT INSTRUCTOR: MR.TITITORNSEMANGERN BLOCKCHAINCONCEPTANDUSECASES INSTRUCTOR: MR.TITITORNSEMANGERN PRACTICALCLOUDCOMPUTINGFOR MANAGEMENT INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA ANDTEAM - - - - 16-17 JAN - - - - 21-23 JAN - - - - 29-31 JAN - - - - - - - - - - - 4-6 FEB - - 12-14 FEB - - - - - - - - 25 FEB 6 OCT - - - - - 4-6 MAR - - - - - - - - - 10-11 MAR - 24-26 MAR 3, 10, 17, 24 MAR - 28-29 APR - - 16-17 APR - - 1-2 APR - - - 28-30 APR - - 8-9 APR - - - - 21-22 APR - - - - - 19-21 MAY - 25-26 MAY - - - - - 26-27 MAY - - - - - - 9-11 JUN - - 17-19 JUN 1-2 JUN - 23-25 JUN - - - - - - - - - 13-14 JUL 15-17 JUL - - - - - - - 20 - 22 JUL - 9-10 JUL - - - - 20 - 21 AUG - 3- 4 AUG - - - - - - - - - - 5-6 AUG - - - - - - - - - - 2-4 SEP 22-24 SEP - - - - - - - 22-23 SEP - - 6-7 OCT - 21-22 OCT 17-18 OCT 6-8 OCT - - - - 14-16 OCT - - - - - 6-8 OCT - - - - - - - - 25-27 NOV 17-18,23-24 NOV - - - - 17-18 NOV - - - - - - - - - - - - - 14-16 DEC - 1-2 DEC - - - BIG DATA & AI TRACK BLOCKCHAIN TRACK CLOUD COMPUTING TRACK เริ่มเรียน 12 มีนาคม 2020 (120 HR.) เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น. และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. เริ่มเรียน 10 กันยายน 2020 (120 HR.) เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น. และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. เริ่มเรียน 20 พฤษภาคม 2020 (120 HR.) เรียนทุกวันพุธ ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น. และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. เริ่มเรียน 11 พฤศจิกายน 2020 (120 HR.) เรียนทุกวันพุธ ตอนเย็น 18.00 - 21.00 น. และ วันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. DIGITAL TRANSFORMATION TRACK DIGITALTRANSFORMATIONFORMANAGEMENT INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNONDA, MR.PRINYAHOM-ANEKANDTEAM - - - - - - - - 8, 15, 22, 29 SEP DESCRIPTION MOBILE DEVELOPMENT TRACK IPHONEDEVELOPMENTUSINGSWIFT INSTRUCTOR: MR.THONGROPRODSAVAS AUTOMATETESTINGFORIOSAPPLICATIONONSWIFT INSTRUCTOR: MR.SOMKIATPUISUNGNOEN MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN AUTOMATETESTINGFORANDROIDAPPLICATION INSTRUCTOR: MR.SOMKIATPUISUNGNOEN MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN MOBILEPROGRAMMINGWITHFLUTTER INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH - - - - 3-7 FEB - - - - - - - - - 1-2 APR 22-24 APR - 19-20 MAY - - - - - - 13-17 JUL - - - - - - - - - 17-18 SEP - - 20-21 OCT - 28-30 OCT - - - - - - - - PROJECT/SERVICE MANAGEMENT TRACK PROJECTMANAGEMENTESSENTIALS INSTRUCTOR: MR.PIYACHIEWCHARAT AGILEPROJECTMANAGEMENT INSTRUCTOR: SIAMCHAMNANKITTEAM - - 28-29 FEB - - 17-18 MAR - - - - - - 21-23 JUL - - 27-28 AUG - - - - 9-11 NOV - - 15-16 DEC
  • 38.
    DESCRIPTION 38 DIGITAL TRENDSTRAINING SOFTWARE DEVELOPMENT TRACK SOFTWARE ENGINEERING TRACK SALEFORCE TRACK ONLINE TRAINING ON REQUEST SALEFORCE.COMFORBUSINESSPROFESSIONAL INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN SALEFORCE.COMFORCERTIFIEDITADMISNISTRATORPREP. INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN SALEFORCE.COMFORSALES&MARKETINGMANAGEMENT INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN SALEFORCE.COMFORCUSTOMERSERVICESMANAGEMENT INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN CRMANDDIGITALMARKETINGBESTPRACTICE INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN BASICSALEFORCEPROGRAMMING INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN ADVANCESALEFORCEPROGRAMMING INSTRUCTOR: MR.CHALERMPOLSRISUWAN BIGDATAANALYSTICSASASERVICEFORDEVELOPERS INSTRUCTORS: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA MR.AEKANUNTHONGTAE BIGDATAARCHITECTUREANDANALYTICSPLATFORM  INSTRUCTORS: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA MR.AEKANUNTHONGTAE HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE" AIFOREVERYONE INSTRUCTOR: ASSOC.PROF.DR.THANACHARTNUMNINDA BASICSOFTWARETESTING INSTRUCTOR: MS.CHERAPAWANNASUK SALEFORCE.COMFORBUSINESSPROFESSIONAL INSTRUCTOR:MR.CHALERMPOLSRISUWAN BASICSOFTWARETESTINGFORFINTECHAPPLICATION INSTRUCTOR: MR.NARUPATKUMNURTRATH DATAGOVERNANCEFORTHEPUBLICANDPRIVATESECTOR INSTRUCTOR: MR.AEKANUNTHONGTAE TEST-DRIVENDEVELOPMENT INSTRUCTOR: MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN MR.SOMKIATPUISUNGNOEN INTRODUCTIONTODOCKER INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH DIGITALTRANSFORMATIONSTRATEGYWORKSHOP INSTRUCTOR: DR.MANOOORADEEDOLCHETANDTEAM ADVANCEDIPHONEDEVELOPMENTUSINGSWIFT INSTRUCTOR: MR.THONGROPRODSAVAS 2DGAMEDEVELOPMENTWITHUNITY INSTRUCTOR: MR.THONGROPRODSAVAS DESIGNPATTERNS&CODEARCHITECTURE INSTRUCTOR: MR.PASSAPONGTHAITHATGOON REACTIVEMICROSERVICESDESIGN INSTRUCTOR: MR.PASSAPONGTHAITHATGOON JAVAENTERPRISEFROMBASICTOSPRINGBOOT INSTRUCTOR: MR.PANUPONGCHANTAKLANG IMPLEMENTNOSQLDATABASEWITHMONGODB INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH SOURCECODEMANAGEMENTUSINGGIT INSTRUCTOR: MR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN TEST-DRIVENDEVELOPMENT INSTRUCTOR: MR.SOMKIATPUISUNGNOEN ANDMR.THAWATCHAIJONGSUWANPISAN INTRODUCTIONTODOCKER INSTRUCTOR: MR.SOMKIATPUISUNGNOEN MICROSERVICESWITHSPRINGBOOT INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH ANGULAR7&FIREBASE INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH DEVOPSCI/CDWITHJENKINS&DOCKER INSTRUCTOR: MR.SOMMAIKRANGPANICH DevOpsFORDEVELOPER INSTRUCTOR:MR.JIRAYUTNIMSAENG DevOpsFORMANAGEMENT INSTRUCTOR:MR.JIRAYUTNIMSAENG MICROSERVICEFORMANAGEMENT INSTRUCTOR:MR.SOMMAIKRANGPANICH AGILEFORSOFTWAREDEVELOPMENTWORKSHOP INSTRUCTOR: SIAMCHAMNANKITTEAM BASICSOFTWARETESTING INSTRUCTOR: MS.CHERAPAWANNASUK AGILETESTINGINPRACTICE INSTRUCTOR: SIAMCHAMNANKITTEAM" ISTQB-CERTIFIEDTESTERFOUNDATIONLEVEL(CTFL)TRAINING INSTRUCTOR: MR.NARUPATKUMNURTRATH BASICSOFTWARETESTINGFORFINTECHAPPLICATION INSTRUCTOR: MR.MARUPATKUMNURTRATH - - - - - - 13-15 JAN - - - - - 25-26 JAN - - - - - - - - - - - 20-21 FEB - - - 19-21 FEB - - 19 FEB - 11-13 FEB - - - - - - - - - - - - - - - - 26-27 MAR 11-13 MAR - - - - - - 19-20 MAR - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 12-14 APR - 22-24 APR - - 20-22 APR - - - - - - - - - - 7-8 MAY - - - 13-15 MAY - - - - - - - 5 MAY - - - 19-20 MAY 12-13 MAY - 9 MAY 13 MAY 7-8 MAY - - - - - 15-17 JUN - - - 5 JUN - 29-30 JUN - - - - 30 JUN 15-17 JUN - - - - - - 1-2 - - 21-22 JUL 8-10 JUL - - 1-3 JUL 24 JUL - - - - 25-26 JUL - - 1-2 JUL - - - - - - - - 25-26 AUG - - - - - - - - 10-11 AUG - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 7-9 SEP - - 25 SEP - 10-11 SEP - - - - - - - - - - 20 OCT - - - 26-28 OCT - - - 5-6 NOV 19-20 NOV 23-25 NOV 9-11 NOV - - - - 23-25 NOV - - 28-29 NOV - - - - - - - - - - - 21-22 DEC - - -