การแข่งขันในมิติแห่งเทคโนโลยีระดับโลก กล่าวได้ว่า Silicon Valley เป็นแหล่งรวมนวัตกรรม
ชั้นนําจํานวนมาก เมื่อถึงยุคนี้ที่จีนกําลังสร้างตัวตนทางเทคโนโลยี ชูธง 3 เมือง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้
และนานจิง ทุ่มงบมหาศาลในการสร้างเมืองวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ผลักดันด้วยมาตรการภาษี
ปั้นสตาร์ทอัพ พัฒนาบุคลากร กระทั่งถูกมองว่าจีนจะเป็น The New Silicon Valley หรือไม่ ?
ประเทศจีนบนเส้นทาง…
The New
Silicon Valley
IT TRENDS | SPECIAL REPORT20
บนเวทีการแข่งขันทางการค้าของสองยักษ์มหาอ�านาจอย่าง
สหรัฐอเมริกาและจีนคุกรุ่นขึ้นแล้ว ต่างฝ่ายต่างออกมาตรการทางการค้า
เพื่อสร้างกลไกตลาดที่จะเอาชนะกันให้ได้ ในขณะที่ด้านเทคโนโลยี
ก็มีการแข่งขันกันไม่น้อย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนมีความพยายามที่จะเป็นSiliconValley
แห่งใหม่ของโลกมาอย่างต่อเนื่องมีการสร้างเมืองนวัตกรรมด้วยการทุ่ม
งบประมาณมหาศาลที่เดินควบคู่กับนโยบายด้านภาษีด้านการสร้างคน
เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน และน�าไปสู่การสร้างนวัตกรรม ท�าให้เกิด
เทคสตาร์ทอัพขึ้นจ�านวนมาก
จุดตั้งต้นที่เป็นทางลัดของจีนคือ นโยบายที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามา
ลงทุน พร้อมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอดีตนับสิบๆ ปี วันนี้กลาย
เป็นแต้มต่อให้จีนคิดต่อยอดบนพื้นฐานทางเทคโนโลยีเหล่านั้น แต่หาก
จะเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่บ่มเพาะSiliconValleyมานานอาจ
จะมองความได้เปรียบเสียเปรียบได้ในหลายแง่มุม
แต่ดูเหมือนว่าอเมริกาเคลื่อนไหวช้าเกินไป เพราะขณะนี้บริษัท
ยักษ์ใหญ่ของจีน 2 บริษัท คือ อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง และเทนเซ็นต์
โฮลดิ้ง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุด 10 อันดับ
แรกของโลก ไล่หลังแอปเปิล อิงค์ และอเมซอนดอตคอม อิงค์ ที่น่ากลัว
คือ 3 ใน 4 ของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก เป็นบริษัทของจีน น�าโดย
แอ็นท์ไฟแนนเชียล(AntFinancial)(บริษัทแม่ของอาลีเพย์)ด้วยมูลค่า
บริษัท 150 พันล้านดอลลาร์
ปัจจัยหลักที่เอื้อหนุนให้จีนกลายเป็น
มหาอํานาจใหม่ และกําลังสร้าง
SILICON VALLEY แห่งใหม่ของโลก
นั่นคือการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
กลยุทธ์จีนสร้าง New Silicon Valley
ปัจจัยหลักที่เอื้อหนุนให้จีนกลายเป็นมหาอ�านาจใหม่ และก�าลัง
สร้าง Silicon Valley แห่งใหม่ของโลก นั่นคือการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
ทั้งในเชิงนโยบายที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนและให้ถ่ายทอด
เทคโนโลยีที่จูงใจด้วยแรงงานราคาถูกเกิดขึ้นนับสิบปีก่อนตามที่เกริ่น
น�าไว้แล้ว
นอกจากนี้ จีนยังมีนโยบายต่อเนื่องด้วยการลงทุนสร้างศูนย์
บ่มเพาะสตาร์ทอัพ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคตใน
3 เมืองหลัก คือ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง
ส่วนวิธีการดึงดูดให้คนจีนที่มีการศึกษาสูงเดินทางกลับมาท�างาน
ในประเทศมากขึ้นคือ การออกมาตรการด้านภาษีธุรกิจภาษีส่วนบุคคล
ของแรงงานไฮเทค ซึ่งนับว่าได้ผลเพราะคนกลุ่มนี้มุ่งหน้ากลับประเทศ
สูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา
photo : freepik.com
photo : www.freepik.com
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 21
photo : wikimedia.org
เซี่ยงไฮ้ สร้างแวลูเชนเชิงนวัตกรรม
ในขณะที่เซี่ยงไฮ้ เมืองศูนย์กลางความเจริญของจีน มีจ้านเจียง
ไฮเทค พาร์ค (Zhangjiang Hi-Tech Park) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือน
กรกฎาคม ปี 2535 ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ Pudong มีเนื้อที่ 25 ตาราง
กิโลเมตร แบ่งออกเป็นหลายโซน เช่น โซนนวัตกรรมด้านเทคนิค โซน
อุตสาหกรรมไฮเทค โซนวิจัยและการศึกษา โซนที่อยู่อาศัย
ต่อมาในปี 2542 คณะกรรมการเทศบาลเซี่ยงไฮ้ และรัฐบาล
ได้ตัดสินใจวางกลยุทธ์ให้โฟกัสเมืองจ้านเจียง และประกาศให้
เขตอุตสาหกรรมจ้านเจียงสร้างความเป็นผู้น�าในอุตสาหกรรมด้าน
ต่างๆ ประกอบด้วย วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ชีวการแพทย์
เพื่อสร้างให้จ้านเจียงเป็นศูนย์นวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ และสร้าง
ผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ที่จะท�าให้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา
อย่างรวดเร็ว
จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจ้านเจียงพาร์คได้สร้างแวลูเชนด้าน
นวัตกรรมเช่นแวลูเชนนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์วงจรอิเล็กทรอนิกส์
และซอฟต์แวร์ โดยปัจจุบันมีศูนย์ต่างๆ เกิดขึ้นจ�านวนมาก ประกอบ
ด้วย ศูนย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและวิทยาศาตร์ชีวการแพทย์แห่ง
เซี่ยงไฮ้,ศูนย์อุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งชาติ(NationalInformation
Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรมวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ
(National Integrated Circuit Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรม
เซมิคอนดักเตอร์ระบบแสงสว่างแห่งชาติ (National Semiconductor
Lighting Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
(National Software Industry Base), ศูนย์ส่งออกซอฟต์แวร์แห่งชาติ
(National Software Export Base), ศูนย์บ่มเพาะอุตสาหกรรมโมเดล
เบส (National Cultural Industry Model Base), ศูนย์พัฒนา
อุตสาหกรรมเกมออนไลน์และแอนิเมชั่นแห่งชาติ (National Online
Games and Animation Industry Development Base) และ
ศูนย์ต่างๆ
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จีนทุ่มทุนหลายพันล้าน
ดอลลาร์ในการยกเครื่องอุตสาหกรรมการผลิต อีกทั้งยังสร้างศูนย์
เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพียง
อย่างเดียว ด้วยเงินลงทุน 2.1 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ในประเทศจีนยังมีเทคโซนมากถึง156แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งด�าเนินการและสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเหมือนที่ท�าในเมืองใหญ่
เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไฮเทค และจัดเป็นนโยบายระดับชาติ โดย
รัฐบาลกลางของจีนได้ออกนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจทั้งในระดับเมือง
และระดับท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น สนับสนุนช่วยเหลือค่าเช่า มาตรการ
ปลอดภาษี และการคืนเงินภาษีให้กับผู้ท�างานในเทคโซน
3 เมืองยุทธศาสตร์แหล่งผุดไฮเทค
ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง เป็นเมืองยุทธศาสตร์ในการสร้าง
อุตสาหกรรมไฮเทคที่รัฐบาลปลุกปั้นเป็นเมืองหัวหอก
ปักกิ่ง สร้างคน
มีศูนย์ทดลองเทคโนโลยีใหม่หลายแห่งตัวอย่างเช่นเขตศูนย์กลาง
ทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จงกวนชุน (Zhongguancun Science
Park) หรือ Z-Park ซึ่งนับว่าเป็น Silicon Valley แห่งแรกในจีน โดย
รัฐบาลลงทุนสร้างด้วยงบประมาณ 36 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 และ
กลายเป็นแหล่งที่มีเงินลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาเฉพาะที่ Z-Park เพียง
แห่งเดียวถึง 17% จากแหล่งเงินลงทุนทั้งหมดที่เข้ามาในจีน
ในกรุงปักกิ่งมีมหาวิทยาลัย32แห่งและห้องทดลองวิทยาศาสตร์
84 แห่ง หนึ่งในนั้นเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัย
ชิงหัว (Tshinghua University) ซึ่งเป็นหัวแรงหลักอีกแห่งในการปลุกปั้น
นวัตกรรม ด้วยการก่อตั้ง ชิงหัว เอ็กซ์ แล็บ (Tshinghua x Lab) ซึ่งเป็น
ศูนย์ทดลองนวัตกรรมให้กับนักศึกษา และเรียกได้ว่าประสบความ
ส�าเร็จเป็นอย่างดี หลังก่อตั้งศูนย์นี้เพียง 18 เดือน มีสตาร์ทอัพเกิดขึ้น
400 ราย และยังคงสามารถด�าเนินกิจการอยู่ 300 ราย และ 30 ราย
สามารถระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้
photo : www.researchgate.net
เขตศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จงกวนชุน ซึ่งนับว่าเป็น Silicon Valley แห่งแรกในจีน
จ้านเจียง ไฮเทค พาร์ค (Zhangjiang Hi-Tech Park) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2535
ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ Pudong มีเนื้อที่ 25 ตารางกิโลเมตร
IT TRENDS | SPECIAL REPORT22
จ้านเจียงพาร์คได้บ่มเพาะการสร้างโมเดลนวัตกรรมในหลากหลาย
รูปแบบรวมถึงมีอุทยานสร้างผู้ประกอบการแห่งชาติ(NationalTorch
EntrepreneurshipPark)และอุทยานบุกเบิกนักเรียนเรียนต่างประเทศ
แห่งชาติ (National Overseas Student Pioneering Park) และที่
ส�าคัญคือ อุทยานจ้านเจียงแห่งนี้ได้ก่อเกิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา นั่นคือ
การออกแบบอย่างอิสระ การด�าเนินการทางธุรกิจอย่างอิสระ และไม่มี
การแข่งขัน ในขณะที่ได้สร้างบรรยากาศของความเป็นผู้ประกอบการ
สายพันธุ์ใหม่ นั่นคือ “กล้าที่จะเผชิญหน้าต่อสิ่งต่างๆ อดทนต่อความ
ล้มเหลว เพื่อก้าวสู่ความส�าเร็จ”
นานจิง ปลุกสตาร์ทอัพ
นานจิง อีกเมืองส�าคัญทางยุทธศาสตร์ เป็นเมืองที่ตั้งห่างออกไป
จากเซี่ยงไฮ้ประมาณ 300 กิโลเมตรทางแม่น�้าแยงซีเกียง เมืองที่เป็น
ศูนย์วิจัย หรือ Research Park แหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสายพันธ์ุใหม่
ตัวอย่างเช่น บริษัท ชวงซิน ซี่ซี่ (Chuangxin Qizhi) เป็นหนึ่งใน
สตาร์ทอัพที่บุกเบิกด้านAIก�าลังน�าเทคโนโลยีใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์
หรือ AI มาใช้เพื่อยกระดับงานด้านค้าปลีก โรงงาน รวมถึงการเงิน
ให้ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับองค์กร
ได้อย่างรวดเร็ว
อาลีบาบา พลิกประวัติศาสตร์
การด�าเนินการด้วยนโยบายสิทธิคุ้มครองทางการค้าของจีน
ที่ปกป้ องผู้ผลิตภายในประเทศ และการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติ
เข้ามาลงทุน และฉวยโอกาสนั้นในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ของ
ประเทศต่างๆในยุคบูมของดอตคอมบริษัทจีน3แห่งคืออาลีบาบา
เทนเซ็นต์และไป๋ ตู่สร้างเนื้อสร้างตัวจากสตาร์ทอัพเล็กๆจนปัจจุบัน
สามารถสร้างการเติบโต กลายเป็นผู้สร้างนวัตกรรม และเป็นยักษ์
ใหญ่ของโลก
อาลีบาบา สร้างประวัติศาสตร์ของการน�าเสนอหุ้นเข้า
ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2014 ด้วย IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดแบบที่
ไม่เคยปรากฏมาก่อน และนับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของจีน ท�าให้
นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและจีนหันทิศทางมาลงทุนกับสตาร์ทอัพ
ในจีน จากที่เคยมีเงินลงทุนเข้ามา 4.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2013
พุ่งสูงขึ้นเป็น 63.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017 (คิดเป็นเงินไทยราว
สองล้านล้านบาท)เรียกได้ว่าเงินลงทุนสูงขึ้น15เท่าในช่วงเวลาแค่
เพียง 4 ปี
อาลีบาบา เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสตาร์อัพในจีน เพราะ
อาลีบาบากรุ๊ปมีนโยบายในการลงทุนกับบริษัทสตาร์อัพในจีน
เรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ที่คอยค�้าจุนน้องๆให้ก้าวขึ้นมาผงาดในโลกธุรกิจ
นานจิงยังมีนโยบายกระตุ้นการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการออก
มาตรการจูงใจ นั่นคือหากมาท�างานหรือตั้งบริษัทสตาร์ทอัพใน
นานจิงจะได้สิทธิพิเศษ เช่น ลดดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อบ้าน ให้ออฟฟิศ
ท�างานฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า และมาตรการอื่นๆ ที่พิเศษไปกว่านั้น
หากมาจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D)ในนานจิงรัฐจะให้เงินสนับสนุน
สูงสุดถึง 5 ล้านหยวนต่อปี และให้เงินสนับสนุน 15 ล้านหยวนส�าหรับ
กลุ่มนักลงทุนถ้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ และยิ่งไปกว่านั้น หากการ
ลงทุนดังกล่าวล้มเหลว รัฐจะให้เงินชดเชยกับนักลงทุนสูงสุดถึง
6 ล้านหยวนด้วย
โซนพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในนานจิง มีรายได้จากภาษี
ประจ�าปี 9.5 พันล้านหยวน (หรือคิดเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์) ได้กัน
งบประมาณไว้ 1.9 พันล้านหยวนเพื่อใช้จ่ายในปี 2018 นี้ส�าหรับสิทธิ
ประโยชน์ทางภาษีธุรกิจ
ทางตอนเหนือของนานจิง มีกลุ่มบริษัทซิงหัว ยูนิกรุ๊ป บริษัทลูก
ของยูนิซอค ได้เปิดศูนย์วิจัยในการพัฒนาชิป และพัฒนาเทคโนโลยีเซมิ
คอนดักเตอร์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เป็นจุดอ่อนของจีนและจีนก�าลัง
เร่งพัฒนาอยู่
photo : www.bloomberg.com
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 23
จีนโดดเด่นด้าน AI
รัฐบาลจีนเปิดช่องในการสร้างนวัตกรรมอย่างมุ่งมั่นมีการเคลียร์
กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่
รัฐบาลจีนมุ่งเน้นเป็นพิเศษคือ เทคโนโลยีขับเคลื่อนไร้คนขับ และ
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สตาร์ทอัพในจีนสามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใน
เทคโนโลยีปัญญาประดิษ์ฐ์ได้เกือบๆ ครึ่งหนึ่งของโลก นั่นคือ 48% ใน
ขณะที่อเมริกาได้เงินลงทุนด้านนี้ราว 38%
มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่ช้าจีนจะสามารถไล่ทันอเมริกาในการ
พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าขณะนี้อเมริกาจะยังคงความ
ได้เปรียบในหลายเรื่อง เช่น มีมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด และความสามารถ
ในการดึงดูดคนเก่งให้ท�างานในอเมริกาในขณะที่จีนมีความแข็งแกร่งที่
ไม่แพ้กัน เพราะมีผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็ง มีแหล่งเงินทุนและการ
สนับสนุนจากรัฐบาล โดยรัฐบาลจีนประกาศยุทธศาสตร์และโรดแมป
ในการเป็นผู้น�าเทคโนโลยี AI ภายในปี 2030 และน�าไปสู่แผนการ
ปฏิบัติการในทันที ส่วนรัฐบาลโอบาม่าประกาศการสนับสนุน AI ใน
ช่วงปี 2016 แต่ดูเหมือนจะไม่เห็นผลเท่าไรนัก
หนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของการจริงจังกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ดังที่กล่าวข้างต้น คือ บริษัท ชวงซิน ซี่ซี่ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ
สตาร์ทอัพที่จะได้เงินทุนก้อนใหญ่จากรัฐบาลจีน
สตาร์ทอัพดาวเด่น
อาลีบาบา เทนเซ็นต์ ไป๋ตู่ และเสี่ยวมี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน
ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นตัวอย่างความส�าเร็จของบริษัทในจีนที่
สร้างการเติบโตและรายได้หลักพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่กี่ปี
ความส�าเร็จดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในจีน
ขณะที่สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของจีนที่เป็นกรณีศึกษาเช่นDiDi
Chuxing (ตี้ตี้ ชูสิง) แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ในจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่
รวมค่ายแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่รายใหญ่ในจีนไว้ทั้ง 3 แอป หนึ่งใน
นั้นคืออูเบอร์ที่ยอมจ�านนต่อเกมการแข่งขันครั้งนี้และถอยทัพกลับออก
ไปจากจีน DiDi Chuxing กลายเป็นเทคสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน
โลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ (หรือราวๆ 1.2 ล้านล้าน
บาท) มีผู้ใช้บริการกว่า 300 ล้านคน ใน 400 เมืองทั่วประเทศจีน มีการ
ให้บริการมากถึง 20 ล้านเที่ยวต่อวัน
Mobike (โมไบค์) สตาร์ทอัพดาวเด่น แพลตฟอร์มจักรยาน
สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของโลก ให้บริการจักรยานและจอดในแร็คจอด
สาธารณะที่ใดก็ได้ ไม่ต้องย้อนกลับมาเก็บที่เดิม และจ่ายเงินผ่านระบบ
ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 5 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ซึ่งเปิดให้บริการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และที่เชียงใหม่Mobike
เป็นตัวอย่างสตาร์ทอัพที่เป็นหนึ่งในค�ากล่าวที่ว่า “ก็อปจากจีน” จีน
กลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นก็อปปี้ตามแล้ว
อีกหนึ่งสตาร์ทอัพ คือ Ele.me ในภาษาจีนอ่านว่า เอ้อ เลอ เมอ
ที่แปลว่า “หิว” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสตาร์ทอัพดาวเด่นของจีน ท�า
แอปพลิเคชันในการส่งอาหารดิลิเวอร์รี่ ปัจจุบันถูกกลุ่มอาลีบาบา
เข้าซื้อกิจการไปเรียบร้อยแล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์มูลค่าของ
Ele.me ไว้ที่ราว 9.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งปีที่ผ่านมามีมูลค่าบริษัท
5.5พันล้านดอลลาร์Ele.meให้บริการด้วยสกูตเตอร์ไฟฟ้ามีผู้สั่งอาหาร
9-10 ล้านคนต่อวัน มีร้านค้าเข้าร่วมกับ Ele.me ราว 1.3 ล้านร้านค้า
ซึ่งรวมถึงแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังระดับโลกอย่างสตาร์บัคและเคเอฟซี
น�าร่องการส่งอาหารและเครื่องดื่มในเมืองปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันมี
ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว 260 ล้านคน
มีการคาดการณ์ว่า ในอีกไม่ช้า
จีนจะสามารถไล่ทันอเมริกาในการ
พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
แม้ว่าขณะนี้อเมริกาจะยังคงความ
ได้เปรียบในหลายเรื่อง
photo : freepik.com
photo : freepik.com
IT TRENDS | SPECIAL REPORT24
จุดได้เปรียบเสียเปรียบบนบริบท Silicon Valley
Silicon Valley ที่หมายถึงบริบทของอเมริกาในวันนี้ยังคงเป็น
ผู้น�าทางด้านบริษัทเทคโนโลยี แม้ว่าจะสูญเสียต�าแหน่งผู้น�าในแง่ของ
จ�านวนบริษัทสตาร์พอัพที่เติบโตเร็วที่สุดก็ตาม ตั้งแต่ปี 2012 บริษัท
ด้านเทคโนโลยีใน Silicon Valley สามารถดึงนักลงทุนได้ 12,000 ดีล
ตามมาด้วยนิวยอร์กที่มีแหล่งเงินทุนเข้ามา 5,000 ดีล และถ้านับเป็น
มูลค่าการลงทุนบริษัทเทคโนโลยีใน Silicon Valley คิดเป็นมูลค่า
ประมาณ140พันล้านดอลลาร์ตามมาด้วยปักกิ่งด้วยมูลค่า75พันล้าน
ดอลลาร์ ซึ่งวัดส่วนครึ่งหนึ่งนี้เป็นตัวเลขที่มีนัยส�าคัญ
ถ้านับบริษัทที่จัดเป็นยูนิคอร์นในSiliconValleyมี57ยูนิคอร์น
ในขณะที่ปักกิ่งมี29ยูนิคอร์นและเซี่ยงไฮ้มี11ยูนิคอร์นแต่ในไตรมาส
แรกของปี 2018 ที่ผ่านมานี้ ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ต่างมีบริษัทยูนิคอร์น
เกิดขึ้น 3 ยูนิคอร์น เท่ากันกับที่เกิดขึ้นใน Silicon Valley
สถานะเดียวที่ Silicon Valley ยังคงน่าดึงดูดเหนือจีน คือสถานที่
ท�างานที่น่าท�างานมากที่สุดแต่อย่างไรก็ดีค่าครองชีพในSiliconValley
นั้นแพงลิบลิ่ว เป็นปัจจัยส�าคัญอีกประการที่ท�าให้เกิดสภาวะสมองไหล
ใน Silicon Valley หนุ่มสาวเก่งๆ ชาวจีนต่างมุ่งหน้ากลับมาพัฒนา
เทคโนโลยีในบ้านเกิดของตัวเองรวมถึงหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ที่มุ่งหน้าไปสู่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง ที่แม้ว่าเงินเดือนอาจจะ
ไม่ได้สูงเท่าที่ Silicon Valley แต่ค่าครองชีพใน 3 เมืองนี้ถูกกว่า รวมถึง
รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนทั้งเรื่องของสถานที่ท�างานฟรี มาตรการทาง
ภาษี และสิทธิประโยชน์อื่นๆ
ที่มา Boomberg, Forbes, CNBC, Enterprenures, CB Insights
Boomberg (ก.ค. 2561) https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-07-10/china-s-technology-sector-takes-on-silicon-valley
ENTREPRENEUR (ก.ค. 2561) https://www.entrepreneur.com/article/316233
FORBES (พ.ค. 2561) https://www.forbes.com/sites/rebeccafannin/2018/05/29/is-china-crushing-silicon-valley/#32df65a460a5
Shanghai Municipal People's Government http://www.shanghai.gov.cn/shanghai/node27118/node27873/node27997/n31510/n31511/u22ai73224.html
Geopolitika (พ.ย. 2560) http://www.geopolitika.hu/en/2017/11/22/chinas-start-up-incubators/
หากจะเปรียบเทียบในเชิงยุทธศาสตร์ Silicon Valley เป็นเพียง
ยุทธศาสตร์แห่งเดียวของอเมริกาในการสร้างนวัตกรรม ในขณะที่จีน
สร้าง 3 เมืองหลักในการเป็นเมืองแห่งการสร้างนวัตกรรมของจีน คือ
ปักกิ่งเซี่ยงไฮ้และนานจิงรวมถึงจีนสร้างความร่วมมือใหม่ๆกับประเทศ
แถบยุโรป โดยการจัดตั้งไชน่าอียู (ChinaEU) เพื่อเป็นแหล่งชุมชนใน
การแลกเปลี่ยนความรู้ของมืออาชีพด้านไอทีระหว่างจีนและยุโรป
โครงการในแผนอื่นๆ ของจีน เช่น การปั้นโครงการสตาร์ทอัพ
ไชนีส-ฮังกาเรียน (Chinese-Hungarian) เพื่อเป็นแหล่งบ่มเพาะ
สตาร์ทอัพแหล่งใหม่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี รวมถึงเป็นแหล่งเงินทุนในการสร้างสตาร์ทอัพ
รัฐบาลจีนไม่ได้สร้างแค่ศูนย์นวัตกรรมแต่ยังสร้างวัฒนธรรมใหม่
และผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ ที่ทุกคนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ
ไม่ใช่แรงงานในโรงงาน วัฒนธรรมใหม่นี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้
เพราะการขับเคลื่อนประเทศจ�าเป็นต้องใช้การขับเคลื่อนด้วยบุคลากร
ที่เข้มแข็ง การวางยุทธศาสตร์สร้างเมืองส�าคัญที่กล่าวมาทั้ง เซี่ยงไฮ้
ปักกิ่ง และนานจิง เป็นบริบทที่น่าจับตา อีกทั้งจีนมีวิสัยทัศน์ยาวไกล
ไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศ แต่มองถึงตลาดโลก จึงไม่ต้องแปลกใจ
ที่วันนี้จีนจะผงาดขึ้นมา และถูกจับตามองว่า...หรือจะเป็น Silicon
Valley แห่งใหม่ของโลก
การวางยุทธศาสตร์สร้างเมืองสําคัญ
ที่กล่าวมาทั้ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และ
นานจิง เป็นบริบทที่น่าจับตา อีกทั้งจีน
มีวิสัยทัศน์ยาวไกล ไม่ได้มองแค่ตลาด
ในประเทศ แต่มองถึงตลาดโลก จึงไม่
ต้องแปลกใจที่วันนี้จีนจะผงาดขึ้นมา
photo : www.bloomberg.com
นานจิง อีกเมืองสําคัญทางยุทธศาสตร์ The New Silicon Valley
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 25
บทความ The New Silicon Valley

บทความ The New Silicon Valley

  • 1.
    การแข่งขันในมิติแห่งเทคโนโลยีระดับโลก กล่าวได้ว่า SiliconValley เป็นแหล่งรวมนวัตกรรม ชั้นนําจํานวนมาก เมื่อถึงยุคนี้ที่จีนกําลังสร้างตัวตนทางเทคโนโลยี ชูธง 3 เมือง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง ทุ่มงบมหาศาลในการสร้างเมืองวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ผลักดันด้วยมาตรการภาษี ปั้นสตาร์ทอัพ พัฒนาบุคลากร กระทั่งถูกมองว่าจีนจะเป็น The New Silicon Valley หรือไม่ ? ประเทศจีนบนเส้นทาง… The New Silicon Valley IT TRENDS | SPECIAL REPORT20
  • 2.
    บนเวทีการแข่งขันทางการค้าของสองยักษ์มหาอ�านาจอย่าง สหรัฐอเมริกาและจีนคุกรุ่นขึ้นแล้ว ต่างฝ่ายต่างออกมาตรการทางการค้า เพื่อสร้างกลไกตลาดที่จะเอาชนะกันให้ได้ ในขณะที่ด้านเทคโนโลยี ก็มีการแข่งขันกันไม่น้อย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนมีความพยายามที่จะเป็นSiliconValley แห่งใหม่ของโลกมาอย่างต่อเนื่องมีการสร้างเมืองนวัตกรรมด้วยการทุ่ม งบประมาณมหาศาลที่เดินควบคู่กับนโยบายด้านภาษีด้านการสร้างคน เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนและน�าไปสู่การสร้างนวัตกรรม ท�าให้เกิด เทคสตาร์ทอัพขึ้นจ�านวนมาก จุดตั้งต้นที่เป็นทางลัดของจีนคือ นโยบายที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามา ลงทุน พร้อมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอดีตนับสิบๆ ปี วันนี้กลาย เป็นแต้มต่อให้จีนคิดต่อยอดบนพื้นฐานทางเทคโนโลยีเหล่านั้น แต่หาก จะเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่บ่มเพาะSiliconValleyมานานอาจ จะมองความได้เปรียบเสียเปรียบได้ในหลายแง่มุม แต่ดูเหมือนว่าอเมริกาเคลื่อนไหวช้าเกินไป เพราะขณะนี้บริษัท ยักษ์ใหญ่ของจีน 2 บริษัท คือ อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง และเทนเซ็นต์ โฮลดิ้ง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุด 10 อันดับ แรกของโลก ไล่หลังแอปเปิล อิงค์ และอเมซอนดอตคอม อิงค์ ที่น่ากลัว คือ 3 ใน 4 ของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก เป็นบริษัทของจีน น�าโดย แอ็นท์ไฟแนนเชียล(AntFinancial)(บริษัทแม่ของอาลีเพย์)ด้วยมูลค่า บริษัท 150 พันล้านดอลลาร์ ปัจจัยหลักที่เอื้อหนุนให้จีนกลายเป็น มหาอํานาจใหม่ และกําลังสร้าง SILICON VALLEY แห่งใหม่ของโลก นั่นคือการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน กลยุทธ์จีนสร้าง New Silicon Valley ปัจจัยหลักที่เอื้อหนุนให้จีนกลายเป็นมหาอ�านาจใหม่ และก�าลัง สร้าง Silicon Valley แห่งใหม่ของโลก นั่นคือการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ทั้งในเชิงนโยบายที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนและให้ถ่ายทอด เทคโนโลยีที่จูงใจด้วยแรงงานราคาถูกเกิดขึ้นนับสิบปีก่อนตามที่เกริ่น น�าไว้แล้ว นอกจากนี้ จีนยังมีนโยบายต่อเนื่องด้วยการลงทุนสร้างศูนย์ บ่มเพาะสตาร์ทอัพ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคตใน 3 เมืองหลัก คือ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง ส่วนวิธีการดึงดูดให้คนจีนที่มีการศึกษาสูงเดินทางกลับมาท�างาน ในประเทศมากขึ้นคือ การออกมาตรการด้านภาษีธุรกิจภาษีส่วนบุคคล ของแรงงานไฮเทค ซึ่งนับว่าได้ผลเพราะคนกลุ่มนี้มุ่งหน้ากลับประเทศ สูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา photo : freepik.com photo : www.freepik.com SPECIAL REPORT | IT TRENDS 21
  • 3.
    photo : wikimedia.org เซี่ยงไฮ้สร้างแวลูเชนเชิงนวัตกรรม ในขณะที่เซี่ยงไฮ้ เมืองศูนย์กลางความเจริญของจีน มีจ้านเจียง ไฮเทค พาร์ค (Zhangjiang Hi-Tech Park) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ปี 2535 ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ Pudong มีเนื้อที่ 25 ตาราง กิโลเมตร แบ่งออกเป็นหลายโซน เช่น โซนนวัตกรรมด้านเทคนิค โซน อุตสาหกรรมไฮเทค โซนวิจัยและการศึกษา โซนที่อยู่อาศัย ต่อมาในปี 2542 คณะกรรมการเทศบาลเซี่ยงไฮ้ และรัฐบาล ได้ตัดสินใจวางกลยุทธ์ให้โฟกัสเมืองจ้านเจียง และประกาศให้ เขตอุตสาหกรรมจ้านเจียงสร้างความเป็นผู้น�าในอุตสาหกรรมด้าน ต่างๆ ประกอบด้วย วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ชีวการแพทย์ เพื่อสร้างให้จ้านเจียงเป็นศูนย์นวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ และสร้าง ผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ที่จะท�าให้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา อย่างรวดเร็ว จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจ้านเจียงพาร์คได้สร้างแวลูเชนด้าน นวัตกรรมเช่นแวลูเชนนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ โดยปัจจุบันมีศูนย์ต่างๆ เกิดขึ้นจ�านวนมาก ประกอบ ด้วย ศูนย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและวิทยาศาตร์ชีวการแพทย์แห่ง เซี่ยงไฮ้,ศูนย์อุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งชาติ(NationalInformation Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรมวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National Integrated Circuit Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ระบบแสงสว่างแห่งชาติ (National Semiconductor Lighting Industry Base), ศูนย์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (National Software Industry Base), ศูนย์ส่งออกซอฟต์แวร์แห่งชาติ (National Software Export Base), ศูนย์บ่มเพาะอุตสาหกรรมโมเดล เบส (National Cultural Industry Model Base), ศูนย์พัฒนา อุตสาหกรรมเกมออนไลน์และแอนิเมชั่นแห่งชาติ (National Online Games and Animation Industry Development Base) และ ศูนย์ต่างๆ ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จีนทุ่มทุนหลายพันล้าน ดอลลาร์ในการยกเครื่องอุตสาหกรรมการผลิต อีกทั้งยังสร้างศูนย์ เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพียง อย่างเดียว ด้วยเงินลงทุน 2.1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ในประเทศจีนยังมีเทคโซนมากถึง156แห่งทั่วประเทศ ซึ่งด�าเนินการและสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเหมือนที่ท�าในเมืองใหญ่ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไฮเทค และจัดเป็นนโยบายระดับชาติ โดย รัฐบาลกลางของจีนได้ออกนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจทั้งในระดับเมือง และระดับท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น สนับสนุนช่วยเหลือค่าเช่า มาตรการ ปลอดภาษี และการคืนเงินภาษีให้กับผู้ท�างานในเทคโซน 3 เมืองยุทธศาสตร์แหล่งผุดไฮเทค ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง เป็นเมืองยุทธศาสตร์ในการสร้าง อุตสาหกรรมไฮเทคที่รัฐบาลปลุกปั้นเป็นเมืองหัวหอก ปักกิ่ง สร้างคน มีศูนย์ทดลองเทคโนโลยีใหม่หลายแห่งตัวอย่างเช่นเขตศูนย์กลาง ทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จงกวนชุน (Zhongguancun Science Park) หรือ Z-Park ซึ่งนับว่าเป็น Silicon Valley แห่งแรกในจีน โดย รัฐบาลลงทุนสร้างด้วยงบประมาณ 36 ล้านดอลลาร์ในปี 2013 และ กลายเป็นแหล่งที่มีเงินลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาเฉพาะที่ Z-Park เพียง แห่งเดียวถึง 17% จากแหล่งเงินลงทุนทั้งหมดที่เข้ามาในจีน ในกรุงปักกิ่งมีมหาวิทยาลัย32แห่งและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ 84 แห่ง หนึ่งในนั้นเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัย ชิงหัว (Tshinghua University) ซึ่งเป็นหัวแรงหลักอีกแห่งในการปลุกปั้น นวัตกรรม ด้วยการก่อตั้ง ชิงหัว เอ็กซ์ แล็บ (Tshinghua x Lab) ซึ่งเป็น ศูนย์ทดลองนวัตกรรมให้กับนักศึกษา และเรียกได้ว่าประสบความ ส�าเร็จเป็นอย่างดี หลังก่อตั้งศูนย์นี้เพียง 18 เดือน มีสตาร์ทอัพเกิดขึ้น 400 ราย และยังคงสามารถด�าเนินกิจการอยู่ 300 ราย และ 30 ราย สามารถระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้ photo : www.researchgate.net เขตศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จงกวนชุน ซึ่งนับว่าเป็น Silicon Valley แห่งแรกในจีน จ้านเจียง ไฮเทค พาร์ค (Zhangjiang Hi-Tech Park) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2535 ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ Pudong มีเนื้อที่ 25 ตารางกิโลเมตร IT TRENDS | SPECIAL REPORT22
  • 4.
    จ้านเจียงพาร์คได้บ่มเพาะการสร้างโมเดลนวัตกรรมในหลากหลาย รูปแบบรวมถึงมีอุทยานสร้างผู้ประกอบการแห่งชาติ(NationalTorch EntrepreneurshipPark)และอุทยานบุกเบิกนักเรียนเรียนต่างประเทศ แห่งชาติ (National OverseasStudent Pioneering Park) และที่ ส�าคัญคือ อุทยานจ้านเจียงแห่งนี้ได้ก่อเกิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา นั่นคือ การออกแบบอย่างอิสระ การด�าเนินการทางธุรกิจอย่างอิสระ และไม่มี การแข่งขัน ในขณะที่ได้สร้างบรรยากาศของความเป็นผู้ประกอบการ สายพันธุ์ใหม่ นั่นคือ “กล้าที่จะเผชิญหน้าต่อสิ่งต่างๆ อดทนต่อความ ล้มเหลว เพื่อก้าวสู่ความส�าเร็จ” นานจิง ปลุกสตาร์ทอัพ นานจิง อีกเมืองส�าคัญทางยุทธศาสตร์ เป็นเมืองที่ตั้งห่างออกไป จากเซี่ยงไฮ้ประมาณ 300 กิโลเมตรทางแม่น�้าแยงซีเกียง เมืองที่เป็น ศูนย์วิจัย หรือ Research Park แหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสายพันธ์ุใหม่ ตัวอย่างเช่น บริษัท ชวงซิน ซี่ซี่ (Chuangxin Qizhi) เป็นหนึ่งใน สตาร์ทอัพที่บุกเบิกด้านAIก�าลังน�าเทคโนโลยีใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่อยกระดับงานด้านค้าปลีก โรงงาน รวมถึงการเงิน ให้ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว อาลีบาบา พลิกประวัติศาสตร์ การด�าเนินการด้วยนโยบายสิทธิคุ้มครองทางการค้าของจีน ที่ปกป้ องผู้ผลิตภายในประเทศ และการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาลงทุน และฉวยโอกาสนั้นในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ของ ประเทศต่างๆในยุคบูมของดอตคอมบริษัทจีน3แห่งคืออาลีบาบา เทนเซ็นต์และไป๋ ตู่สร้างเนื้อสร้างตัวจากสตาร์ทอัพเล็กๆจนปัจจุบัน สามารถสร้างการเติบโต กลายเป็นผู้สร้างนวัตกรรม และเป็นยักษ์ ใหญ่ของโลก อาลีบาบา สร้างประวัติศาสตร์ของการน�าเสนอหุ้นเข้า ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2014 ด้วย IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดแบบที่ ไม่เคยปรากฏมาก่อน และนับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของจีน ท�าให้ นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและจีนหันทิศทางมาลงทุนกับสตาร์ทอัพ ในจีน จากที่เคยมีเงินลงทุนเข้ามา 4.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2013 พุ่งสูงขึ้นเป็น 63.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017 (คิดเป็นเงินไทยราว สองล้านล้านบาท)เรียกได้ว่าเงินลงทุนสูงขึ้น15เท่าในช่วงเวลาแค่ เพียง 4 ปี อาลีบาบา เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสตาร์อัพในจีน เพราะ อาลีบาบากรุ๊ปมีนโยบายในการลงทุนกับบริษัทสตาร์อัพในจีน เรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ที่คอยค�้าจุนน้องๆให้ก้าวขึ้นมาผงาดในโลกธุรกิจ นานจิงยังมีนโยบายกระตุ้นการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการออก มาตรการจูงใจ นั่นคือหากมาท�างานหรือตั้งบริษัทสตาร์ทอัพใน นานจิงจะได้สิทธิพิเศษ เช่น ลดดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อบ้าน ให้ออฟฟิศ ท�างานฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า และมาตรการอื่นๆ ที่พิเศษไปกว่านั้น หากมาจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D)ในนานจิงรัฐจะให้เงินสนับสนุน สูงสุดถึง 5 ล้านหยวนต่อปี และให้เงินสนับสนุน 15 ล้านหยวนส�าหรับ กลุ่มนักลงทุนถ้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ และยิ่งไปกว่านั้น หากการ ลงทุนดังกล่าวล้มเหลว รัฐจะให้เงินชดเชยกับนักลงทุนสูงสุดถึง 6 ล้านหยวนด้วย โซนพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในนานจิง มีรายได้จากภาษี ประจ�าปี 9.5 พันล้านหยวน (หรือคิดเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์) ได้กัน งบประมาณไว้ 1.9 พันล้านหยวนเพื่อใช้จ่ายในปี 2018 นี้ส�าหรับสิทธิ ประโยชน์ทางภาษีธุรกิจ ทางตอนเหนือของนานจิง มีกลุ่มบริษัทซิงหัว ยูนิกรุ๊ป บริษัทลูก ของยูนิซอค ได้เปิดศูนย์วิจัยในการพัฒนาชิป และพัฒนาเทคโนโลยีเซมิ คอนดักเตอร์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เป็นจุดอ่อนของจีนและจีนก�าลัง เร่งพัฒนาอยู่ photo : www.bloomberg.com SPECIAL REPORT | IT TRENDS 23
  • 5.
    จีนโดดเด่นด้าน AI รัฐบาลจีนเปิดช่องในการสร้างนวัตกรรมอย่างมุ่งมั่นมีการเคลียร์ กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่ รัฐบาลจีนมุ่งเน้นเป็นพิเศษคือ เทคโนโลยีขับเคลื่อนไร้คนขับ และ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สตาร์ทอัพในจีนสามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใน เทคโนโลยีปัญญาประดิษ์ฐ์ได้เกือบๆ ครึ่งหนึ่งของโลก นั่นคือ 48% ใน ขณะที่อเมริกาได้เงินลงทุนด้านนี้ราว 38% มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่ช้าจีนจะสามารถไล่ทันอเมริกาในการ พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าขณะนี้อเมริกาจะยังคงความ ได้เปรียบในหลายเรื่อง เช่น มีมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด และความสามารถ ในการดึงดูดคนเก่งให้ท�างานในอเมริกาในขณะที่จีนมีความแข็งแกร่งที่ ไม่แพ้กัน เพราะมีผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็ง มีแหล่งเงินทุนและการ สนับสนุนจากรัฐบาล โดยรัฐบาลจีนประกาศยุทธศาสตร์และโรดแมป ในการเป็นผู้น�าเทคโนโลยี AI ภายในปี 2030 และน�าไปสู่แผนการ ปฏิบัติการในทันที ส่วนรัฐบาลโอบาม่าประกาศการสนับสนุน AI ใน ช่วงปี 2016 แต่ดูเหมือนจะไม่เห็นผลเท่าไรนัก หนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของการจริงจังกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ดังที่กล่าวข้างต้น คือ บริษัท ชวงซิน ซี่ซี่ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ สตาร์ทอัพที่จะได้เงินทุนก้อนใหญ่จากรัฐบาลจีน สตาร์ทอัพดาวเด่น อาลีบาบา เทนเซ็นต์ ไป๋ตู่ และเสี่ยวมี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นตัวอย่างความส�าเร็จของบริษัทในจีนที่ สร้างการเติบโตและรายได้หลักพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ความส�าเร็จดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในจีน ขณะที่สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของจีนที่เป็นกรณีศึกษาเช่นDiDi Chuxing (ตี้ตี้ ชูสิง) แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ในจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่ รวมค่ายแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่รายใหญ่ในจีนไว้ทั้ง 3 แอป หนึ่งใน นั้นคืออูเบอร์ที่ยอมจ�านนต่อเกมการแข่งขันครั้งนี้และถอยทัพกลับออก ไปจากจีน DiDi Chuxing กลายเป็นเทคสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดใน โลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ (หรือราวๆ 1.2 ล้านล้าน บาท) มีผู้ใช้บริการกว่า 300 ล้านคน ใน 400 เมืองทั่วประเทศจีน มีการ ให้บริการมากถึง 20 ล้านเที่ยวต่อวัน Mobike (โมไบค์) สตาร์ทอัพดาวเด่น แพลตฟอร์มจักรยาน สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของโลก ให้บริการจักรยานและจอดในแร็คจอด สาธารณะที่ใดก็ได้ ไม่ต้องย้อนกลับมาเก็บที่เดิม และจ่ายเงินผ่านระบบ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 5 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเปิดให้บริการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และที่เชียงใหม่Mobike เป็นตัวอย่างสตาร์ทอัพที่เป็นหนึ่งในค�ากล่าวที่ว่า “ก็อปจากจีน” จีน กลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นก็อปปี้ตามแล้ว อีกหนึ่งสตาร์ทอัพ คือ Ele.me ในภาษาจีนอ่านว่า เอ้อ เลอ เมอ ที่แปลว่า “หิว” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสตาร์ทอัพดาวเด่นของจีน ท�า แอปพลิเคชันในการส่งอาหารดิลิเวอร์รี่ ปัจจุบันถูกกลุ่มอาลีบาบา เข้าซื้อกิจการไปเรียบร้อยแล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์มูลค่าของ Ele.me ไว้ที่ราว 9.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งปีที่ผ่านมามีมูลค่าบริษัท 5.5พันล้านดอลลาร์Ele.meให้บริการด้วยสกูตเตอร์ไฟฟ้ามีผู้สั่งอาหาร 9-10 ล้านคนต่อวัน มีร้านค้าเข้าร่วมกับ Ele.me ราว 1.3 ล้านร้านค้า ซึ่งรวมถึงแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังระดับโลกอย่างสตาร์บัคและเคเอฟซี น�าร่องการส่งอาหารและเครื่องดื่มในเมืองปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันมี ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว 260 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่า ในอีกไม่ช้า จีนจะสามารถไล่ทันอเมริกาในการ พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าขณะนี้อเมริกาจะยังคงความ ได้เปรียบในหลายเรื่อง photo : freepik.com photo : freepik.com IT TRENDS | SPECIAL REPORT24
  • 6.
    จุดได้เปรียบเสียเปรียบบนบริบท Silicon Valley SiliconValley ที่หมายถึงบริบทของอเมริกาในวันนี้ยังคงเป็น ผู้น�าทางด้านบริษัทเทคโนโลยี แม้ว่าจะสูญเสียต�าแหน่งผู้น�าในแง่ของ จ�านวนบริษัทสตาร์พอัพที่เติบโตเร็วที่สุดก็ตาม ตั้งแต่ปี 2012 บริษัท ด้านเทคโนโลยีใน Silicon Valley สามารถดึงนักลงทุนได้ 12,000 ดีล ตามมาด้วยนิวยอร์กที่มีแหล่งเงินทุนเข้ามา 5,000 ดีล และถ้านับเป็น มูลค่าการลงทุนบริษัทเทคโนโลยีใน Silicon Valley คิดเป็นมูลค่า ประมาณ140พันล้านดอลลาร์ตามมาด้วยปักกิ่งด้วยมูลค่า75พันล้าน ดอลลาร์ ซึ่งวัดส่วนครึ่งหนึ่งนี้เป็นตัวเลขที่มีนัยส�าคัญ ถ้านับบริษัทที่จัดเป็นยูนิคอร์นในSiliconValleyมี57ยูนิคอร์น ในขณะที่ปักกิ่งมี29ยูนิคอร์นและเซี่ยงไฮ้มี11ยูนิคอร์นแต่ในไตรมาส แรกของปี 2018 ที่ผ่านมานี้ ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ต่างมีบริษัทยูนิคอร์น เกิดขึ้น 3 ยูนิคอร์น เท่ากันกับที่เกิดขึ้นใน Silicon Valley สถานะเดียวที่ Silicon Valley ยังคงน่าดึงดูดเหนือจีน คือสถานที่ ท�างานที่น่าท�างานมากที่สุดแต่อย่างไรก็ดีค่าครองชีพในSiliconValley นั้นแพงลิบลิ่ว เป็นปัจจัยส�าคัญอีกประการที่ท�าให้เกิดสภาวะสมองไหล ใน Silicon Valley หนุ่มสาวเก่งๆ ชาวจีนต่างมุ่งหน้ากลับมาพัฒนา เทคโนโลยีในบ้านเกิดของตัวเองรวมถึงหนุ่มสาวในแถบเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ที่มุ่งหน้าไปสู่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และนานจิง ที่แม้ว่าเงินเดือนอาจจะ ไม่ได้สูงเท่าที่ Silicon Valley แต่ค่าครองชีพใน 3 เมืองนี้ถูกกว่า รวมถึง รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนทั้งเรื่องของสถานที่ท�างานฟรี มาตรการทาง ภาษี และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มา Boomberg, Forbes, CNBC, Enterprenures, CB Insights Boomberg (ก.ค. 2561) https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-07-10/china-s-technology-sector-takes-on-silicon-valley ENTREPRENEUR (ก.ค. 2561) https://www.entrepreneur.com/article/316233 FORBES (พ.ค. 2561) https://www.forbes.com/sites/rebeccafannin/2018/05/29/is-china-crushing-silicon-valley/#32df65a460a5 Shanghai Municipal People's Government http://www.shanghai.gov.cn/shanghai/node27118/node27873/node27997/n31510/n31511/u22ai73224.html Geopolitika (พ.ย. 2560) http://www.geopolitika.hu/en/2017/11/22/chinas-start-up-incubators/ หากจะเปรียบเทียบในเชิงยุทธศาสตร์ Silicon Valley เป็นเพียง ยุทธศาสตร์แห่งเดียวของอเมริกาในการสร้างนวัตกรรม ในขณะที่จีน สร้าง 3 เมืองหลักในการเป็นเมืองแห่งการสร้างนวัตกรรมของจีน คือ ปักกิ่งเซี่ยงไฮ้และนานจิงรวมถึงจีนสร้างความร่วมมือใหม่ๆกับประเทศ แถบยุโรป โดยการจัดตั้งไชน่าอียู (ChinaEU) เพื่อเป็นแหล่งชุมชนใน การแลกเปลี่ยนความรู้ของมืออาชีพด้านไอทีระหว่างจีนและยุโรป โครงการในแผนอื่นๆ ของจีน เช่น การปั้นโครงการสตาร์ทอัพ ไชนีส-ฮังกาเรียน (Chinese-Hungarian) เพื่อเป็นแหล่งบ่มเพาะ สตาร์ทอัพแหล่งใหม่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี รวมถึงเป็นแหล่งเงินทุนในการสร้างสตาร์ทอัพ รัฐบาลจีนไม่ได้สร้างแค่ศูนย์นวัตกรรมแต่ยังสร้างวัฒนธรรมใหม่ และผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ ที่ทุกคนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ใช่แรงงานในโรงงาน วัฒนธรรมใหม่นี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ เพราะการขับเคลื่อนประเทศจ�าเป็นต้องใช้การขับเคลื่อนด้วยบุคลากร ที่เข้มแข็ง การวางยุทธศาสตร์สร้างเมืองส�าคัญที่กล่าวมาทั้ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และนานจิง เป็นบริบทที่น่าจับตา อีกทั้งจีนมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศ แต่มองถึงตลาดโลก จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่วันนี้จีนจะผงาดขึ้นมา และถูกจับตามองว่า...หรือจะเป็น Silicon Valley แห่งใหม่ของโลก การวางยุทธศาสตร์สร้างเมืองสําคัญ ที่กล่าวมาทั้ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และ นานจิง เป็นบริบทที่น่าจับตา อีกทั้งจีน มีวิสัยทัศน์ยาวไกล ไม่ได้มองแค่ตลาด ในประเทศ แต่มองถึงตลาดโลก จึงไม่ ต้องแปลกใจที่วันนี้จีนจะผงาดขึ้นมา photo : www.bloomberg.com นานจิง อีกเมืองสําคัญทางยุทธศาสตร์ The New Silicon Valley SPECIAL REPORT | IT TRENDS 25