ปรัชญาในการท�ำงานร่วมกับ
ชุมชมโอเพนซอร์สของวีเอ็มแวร์
Use
Contribute
Create
Use
โค้ดของโอเพนซอร์ส
ในการสร้างมาตรฐาน เช่น
OpenSSL, curl ช่วยให้การใช้งาน
ซอฟต์แวร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(ผ่าน UI toolkits ใน Clarity
โปรเจ็กต์)เพื่อเร่งความเร็วในการ
พัฒนาซอฟต์แวร์ผ่าน Java
frameworks, และไลบรารี่ที่
หลากหลาย เช่น libpng, zlib, pango
Create และ Release
โปรเจ็กต์ใหม่ๆ เข้าสู่ชุมชน
โอเพนซอร์สสร้างหลากหลาย
โปรเจ็กต์ในชุมชนโอเพนซอร์ส
ตั้งแต่ Utilities และ เครื่องมือ
การใช้งานต่างๆ
Contribute
กลับสู่โปรเจ็กต์ต่างๆ ในชุมชน
โอเพนซอร์ส (Upstream Project)
ทั้งในแง่เพิ่มความสามารถ (Add
Features) และการแก้ปัญหา (Fix
Bugs) Linux Kernel Drivers
ส�ำหรับการท�ำงานร่วมกับ
คอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual
Hardware) เพิ่มประสิทธิภาพการ
ท�ำงานของ OpenStack ทั้งด้าน
Network, Storage ช่วยให้การ
ท�ำงานร่วมกันของ Kubenetes,
Container กับ vSphere เป็นไปได้
อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพทั้ง
Compute และ Storage ช่วยแก้
ปัญหา (Bugs fix) เล็กๆ น้อยๆ ใน
โอเพนซอร์สโปรเจ็กต์ต่างๆ
เมื่อCloudกลายเป็นส่วนส�ำคัญที่สุดของDigitalTransformationเทคโนโลยี
อย่าง Big Data กับ AI ก็กลายเป็น New Normal นับเป็นช่วงที่เหมาะสมส�ำหรับ
เทคโนโลยีที่มีอายุพอสมควรทั้งสองนี้ น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นเมื่อ PWC ได้ออกผลการ
ศึกษาว่า AI จะมีผลช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ของโลกมากกว่า 14% หรือเป็นมูลค่าถึง
15.5 Trillian USD ในปี 2030 ตัวเลขนี้ยังมากกว่าผลผลิตมวลรวมของจีนรวมกับ
อินเดียเสียอีก
ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ที่จะได้ประโยชน์หรือในทางกลับกันหากไม่ปรับตัวก็จะได้รับ
ผลกระทบที่รุนแรง ได้แก่ FSI, Healthcare, และ Retail ตามล�ำดับ ซึ่งในมุมมอง
ของ VMware เราเรียก AI, Cloud, Mobility และ IoT ว่าเป็น 4 IT Super power
เมื่อพิจารณาลงไปก็จะเห็นว่าเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เหล่านี้พัวพันใกล้ชิดโดยมี Clouds –
Hybrid Cloud – Multicloud เป็นที่เล่นตรงกลาง เป็นที่ทราบดีว่า VMware เป็นผู้น�ำ
ในเรื่อง Private, HCI, Hybrid cloud และ Multicloud การสร้างผลิตภัณฑ์หรือ
บริการใหม่ที่เป็น Cloud Native App นั้น ส�ำหรับองค์กรแล้วก็ต้องพิจารณาโครงสร้าง
การจัดการ Multicloud ที่ดีมีความปลอดภัยสูงและคุ้มค่าใช้จ่าย Open Sources
Softwareที่มีให้เลือกใช้กันแพร่หลายราว400กว่าชนิดนั้นควรจะท�ำงานได้อย่างปลอดภัย
บริหารจัดการได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน VMware ยังสนับสนุน Opensource ล�ำดับต้นๆ
ของโลก Kubernetes ที่ก�ำลังกลายเป็น Next Java ส�ำหรับ Cloud Platform
บริษัทก็เป็นผู้สนับสนุนมากเป็นล�ำดับที่สาม จึงอยากกล่าวถึงกลยุทธ์ในการสนับสนุน
Opensource ที่จะเป็นส่วนส�ำคัญในการพัฒนา น�ำเอาเทคโนโลยีต่างๆ ทั้ง Mobility
Big Data AI IOT มาสร้างเป็นสินค้าและบริการแก่ลูกค้าอย่างเข้าถึงและเข้าใจ
ปรัชญาในการท�ำงานร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์สของวีเอ็มแวร์ คือความร่วมมือ
เราใช้ความสนใจในเทคโนโลยี ซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กร เราท�ำงานร่วมกับชุมชน
โอเพนซอร์สปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสนับสนุน
ชุมชนโอเพนซอร์สน�ำเทคโนโลยีของเราไปท�ำงานร่วมกับชุมชนของโอเพนซอร์สทั้งในด้าน
การปรับปรุงโปรเจ็กต์ดั้งเดิมที่มีอยู่ และการเพิ่มโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ให้กับชุมชนของโอเพน
ซอร์สสามารถน�ำไปใช้ได้อีกด้วย
เรามีหน่วยงานภายในจัดตั้งมาดูเรื่องโอเพนซอร์สโดยตรง (Open Source
ProgramOffice)ซึ่งวางนโยบายในการท�ำงานและการปฏิสัมพันธ์ร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์ส
ซอฟต์แวร์ ทั้งในด้านการน�ำไปใช้อย่างถูกต้อง (Best Practice), ด้านการให้ค�ำแนะน�ำ
(Mentoring),และการซัพพอร์ตในการสนับสนุนโปรเจ็กต์ต่างๆ(UpstreamProjects)
รวมถึงการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ให้กับชุมชนโอเพนซอร์สอีกด้วย
วีเอ็มแวร์ท�ำงานร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์ส มีส่วนร่วมในการใช้งาน (Use),
มีส่วนร่วมในการสนับสนุน(Contribute)และการสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับชุมชนโอเพนซอร์ส
(Create)
วีเอ็มแวร์มีประวัติศาสตร์กับชุมชนโอเพนซอร์สอันยาวนานเรามีส่วนร่วมและลงทุน
กับโปรเจ็กต์โอเพนซอร์สต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เริ่มต้นบริษัท เรามีความสัมพันธ์อันดีกับ
ชุมชนโอเพนซอร์ส โดยในช่วงแรกที่ตั้งบริษัท เราเน้นเรื่องการสร้างนวัตรกรรมของการ
สร้างระบบ Virtualization และ Cloud Technologies
CloudFoundryเป็นโปรเจ็กต์หนึ่งที่เราเริ่มเพื่อช่วยให้Multi-CloudApplication
Platform สามารถเป็นไปได้ง่ายรวมทั้งSpringSource(ซึ่งภายหลังPivotalSoftware
ซึ่งเป็นบริษัทภายในกลุ่ม Dell/EMC Technologies แยกบริษัทออกไปและน�ำโปรเจ็กต์
เหล่านี้ไปดูแลต่อ)
OpenvSwitchเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เรามีส่วนร่วมในการสนับสนุนซึ่งโปรเจ็กต์
นี้เริ่มต้นจากทีมงานของ Nicira ตั้งแต่ปี 2009 (ภายหลัง Nicira ควบรวมกิจการกับ
วีเอ็มแวร์ปี 2012) แต่เราก็ยังคงมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโปรเจ็กต์ Open vSwitch
เสมอมา และไม่นานมานี้ เราก็มีการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับโปรเจ็กต์ด้าน IoT กับ
EdgeX และ ​NFV
เหล่านี้คือตัวอย่างของโปรเจ็กต์โอเพนซอร์สที่เราสร้างขึ้นและสามารถน�ำไปใช้งาน
ได้ผ่าน VMware GitHub (https://github.com/vmware)
	
	 enterprise-grade, identity and access management services
targeting critical security, governance, and compliance chal-
lenges for Cloud-Native Apps within the enterprise
	 (https://vmware.github.io/lightwave/)
	
	 a highly scalable and very lightweight Container Management
platformfordeployingandmanagingcontainer-basedapplications
Included in vSphere Integrated Containers feature, vSphere 6.0
release (https://vmware.github.io/admiral/)
	
	 design system that combines UX guidelines, an HTML/CSS
framework,andAngular2components.Clarityisforbothdesigners
and developers (https://vmware.github.io/clarity/)
	
	 Enterprise-class registry server that stores and distributes
DockerimagesIncludedinvSphereIntegratedContainersfeature,
vSphere 6.5 release (https://vmware.github.io/harbor/)
	
	 a tool that analyzes un-instrumented ELF core files for leaks,
memorygrowthandcorruption(https://github.com/vmware/chap)
	
	 application-levelperformancebenchmarktooldesignedtoallowthe
investigation of performance tradeoffs in modern virtualized and
cloud infrastructures (https://github.com/vmware/weathervane/)
	
	 bundle of client libraries, documentation and sample code for
accessing the vSphere Automation endpoint and providing the
abilitytomanageandconfiguretheservicesprovidedbythisAPI
in a variety of different languages (https://vmware.github.io/
vsphere-automation-sdk/ )
	
	 a vendor-neutral Open Source software development kit (SDK)
for building secure IoT gateway data and control orchestration
applications. (https://github.com/vmware/liota)
และในปีที่ผ่านมาวีเอ็มแวร์ก็ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทที่เป็นผู้น�ำในการสนับสนุน
ชุมชนโอเพนซอร์ส อาทิ Heptio ซึ่งก่อตั้งโดยคุณ Joe Beda และ Craig McLuckie
ผู้ซึ่งมีส่วนในการออกแบบและให้ก�ำเนิด Kubernetes โดย Heptio Kubernetes
Subscription นั้น เป็น Solution ที่สมบูรณ์แบบส�ำหรับองค์กรที่ต้องการจะน�ำ
Kubernetes มาใช้งาน ซึ่งครอบคลุมทั้งในเรื่องของเครื่องมือต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมา
รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญที่จะให้ค�ำปรึกษา ตลอดจนการให้บริการสนับสนุนหลังจากที่มีการ
ใช้งานมีโอเพนซอร์สโปรเจ็กต์ที่ช่วยให้การท�ำงานKubenetesในองค์กรเป็นไปได้ง่ายเช่น
Velero(เดิมชื่อHeptioArk)–CloudNativeDisasterRecoveryandData
Migration Tool ส�ำหรับ Kubenetes Application
Sonobouyเครื่องมือส�ำหรับDiagnosticและเพื่อดูความเป็นไป(viability)ของ
Kubenetes Cluster ผ่าน Upstream Conformance Testing
Contour ซึ่งเป็น Kubenetes Ingress Controller
Gimbal ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการ Ingress ใน Kubenetes Multi
-Cluster Environments
ล่าสุด ในปี 2019 วีเอ็มแวร์ก็ได้ลงทุนควบรวมกิจการกับ Bitnami ผู้น�ำในการน�ำ
Application Packaging Solution มาใช้งานในรูปแบบแคตาล็อก เพื่อคลิกและ
ใช้งานทั้งในMajorCloudVenderต่างๆและในระบบที่เป็นKubenetesEnvironment
ซึ่งจะช่วยให้การน�ำ Opensource ISVs มาใช้งานใน Environment ต่างๆ เป็นไปได้
ง่ายขึ้น
วิวัฒนาการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีแนวโน้ม
ว่า AI จะได้รับการพัฒนาไปถึง Artificial SuperIntelligence (ASI) เมื่อถึง
ตรงนั้น ASI จะฉลาดกว่ามนุษย์ แม้มนุษย์จะเป็นผู้สร้างขึ้นมาก็ตาม แต่ด้วย
ข้อมูลที่มากกว่า ความสามารถในการประมวลผลที่ดีกว่า คือค�ำตอบที่ท�ำไม
จึงฉลาดกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงมีข้อกังวลว่า เราจะควบคุม หรือใช้ ASI กัน
อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ ไม่มีโทษหรือความเสี่ยง
ในอีกมุมหนึ่งก็มีการพัฒนาให้มนุษย์ด�ำรงชีวิตอยู่ให้ยาวนานขึ้น
หรืออาจจะมี “ชีวิตอมตะ” ในอนาคต ในที่นี้จะกล่าวถึงสององค์กรที่
ท�ำการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แห่งหนึ่งคือ องค์การ 2045
(www.2045.com) มีเป้าหมายสร้างความเป็นอมตะให้แก่มนุษย์ เริ่มจาก
ย้ายการนึกคิดของคนเข้าสู่ร่างใหม่ ท�ำการผ่าตัดย้ายสมองคนไปฝังไว้ใน
ร่างหุ่นยนต์ จากนั้นพัฒนาให้เป็นหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์โดยการถ่ายโอน
ความคิด ลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลนั้นไปยังร่างที่เป็นหุ่นยนต์โดยไม่ต้อง
มีสมองของมนุษย์เป็นสื่อกลางอีกแล้ว และก้าวสู่ขั้นสุดยอดคือ มีแนวคิดที่
จะพัฒนาให้คนด�ำรงอยู่ในสภาวะของโฮโลแกรม หรือการไม่มีร่างกาย
อีกแห่งหนึ่งคือNeuralink(www.neuralink.com)ของElonMusk
ท�ำการวิจัยและพัฒนาการเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับสมองกล ท�ำให้มนุษย์
ถ่ายโอนความคิดต่างๆเข้าไปในคอมพิวเตอร์และสามารถดาวน์โหลดข้อมูล
จากคอมพิวเตอร์เข้าสู่สมองท�ำงานร่วมกันได้ ท�ำให้มนุษย์มีความสามารถ
มากขึ้นถึงขั้นที่ไม่ต้องกลัวว่าจะแข่งกับ AI ไม่ได้ และในที่สุดอาจจะผนวก
รวมคนเข้ากับ AI ก็ได้
ทั้งหมดนี้เป็นโลกอนาคตที่พึ่งพิงเทคโนโลยีซึ่งนับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งมนุษย์อาจมีเทคโนโลยีผสมกลมกลืนอยู่ในร่างกาย เทคโนโลยี
ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับ AI และเมื่อกลับมามองวันนี้ AI เป็นเพียง
จุดเริ่มต้น แต่เป็นประเด็นที่องค์กรควรต้องให้ความส�ำคัญ...ท่านสามารถ
อ่านเรื่อง AI ได้ใน Special Report เรื่องจากปกของฉบับนี้
ในโอกาสนี้ขอแจ้งข่าวเพิ่มเติม โดยสถาบันไอเอ็มซี จัดงานสัมมนา AI
& Big Data 2019 : The Power of Balance between Technology &
Business Values ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2562 มีเนื้อหาเข้มข้น
ครบทุกด้าน เหมาะส�ำหรับทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน มีทั้งแนวโน้ม
การวางแผนการน�ำไปใช้งานการเริ่มต้นAIและBigDataที่จะทรานฟอร์ม
องค์กร อีกทั้งเวิร์กชอปที่ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความ
เข้าใจยิ่งขึ้น งานนี้ไม่ควรพลาด ท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สถาบันฯ
หรือ http://www.imcinstitute.com/
EDITOR NOTE
AI เปลี่ยนโลก
นัยนา แย้มอรุณ
บรรณาธิการ
IMC NEWS
IT NEWS
SPECIAL REPORT
The evolution of AI
ไทยขานรับใช้งานพัฒนาต่อยอด
DIGITAL TRANSFORMATION
กลยุทธ์เปลี่ยนแปลงบริษัทสู่ยุค AI
EXPERT TALK
เข้าใจ & เตรียมพร้อมรับ พ.ร.บ. ใหม่
ไซเบอร์ & ข้อมูลส่วนบุคคล
INSTRUCTOR
	 ถ่ายทอดมุมถอดบทเรียนเดินให้ถูกทาง
	 กับยุทธศาสตร์ DIGITAL TRANSFORMATION
SURVEY
	 มองมุมองค์กรตระหนักถึงจริยธรรมจากการใช้ AI
TRAINING
IMC UPCOMING COURSES
5
9
11
19
23
29
31
37
39
นิตยสารไอที ราย 4 เดือน
VOL.4 NO.12 MAY-AUGUST 2019
CONTENTS
IMC NEWS | IT TRENDS 5
IMC นำ�ทีมผู้อบรมร่วมงาน China Information Technology Expo (CITE)
ที่เซินเจิ้น ประเทศจีน
งาน China Information Technology Expo (CITE) จัดที่เซินเจิ้น ประเทศจีน แสดงเทคโนโลยีไอทีทุกแขนงกว่า 1,500 บูธ บนพื้นที่
100,000 ตารางเมตร มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คนจากทั่วโลก ภายในงานยังมีสัมมนาอีกกว่า 30 รายการ ผู้ร่วมงานได้พบเทคโนโลยีใหม่
และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แทบทุกค่ายโชว์ Smart Devices, Robot, IoT และ AI รวมทั้งได้ความรู้ธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศจีน และสัมผัส
กับสังคมไร้เงินสด
นอกจากนี้ สถาบันไอเอ็มซียังได้น�ำศึกษาดูงานที่ UBTECH สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของจีน ที่พัฒนา
หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) โดยพัฒนามาจากพื้นฐานร่างกายมนุษย์ มีล�ำตัว
แขน ขา หรือ Humanoid Robots ผลิตเพื่อใช้งานใน 3 กลุ่ม คือ 1. หุ่นยนต์ของเล่น เพื่อเสริมทักษะการ
เรียนรู้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงระดับมหาวิทยาลัย 2. หุ่นยนต์เพื่อไลฟ์สไตล์ที่สามารถช่วยเหลือในชีวิตประจ�ำวัน
และ 3. หุ่นยนต์เพื่อรองรับธุรกิจทั้งภาคบริการและอุตสาหกรรม
ยกตัวอย่าง KURi หุ่นส�ำหรับใช้ในบ้าน JIMU หุ่นยนต์เสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็ก และหุ่นยนต์เพื่อ
ตรวจสอบสินค้า ทั้งนี้ UBTECH ให้ความส�ำคัญต่อการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย
ชื่อดังทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการวิจัยร่วมกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล อเมซอน เดอะวอลท์
ดิสนีย์ เทนเซ็นต์ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอีกรายหนึ่งของจีน ซึ่งการวิจัยและพัฒนาที่ต่อเนื่องส่งผลให้ปัจจุบัน
UBTECH ได้รับสิทธิบัตรแล้วกว่า 800 รายการ
IT TRENDS | IMC NEWS6
เปิดโครงการประจำ�ปี Big Data School
การอบรม Big Data School ในปีนี้เป็นรุ่นที่ 4 ผู้เข้าอบรมได้
เรียนรู้เรื่อง Big Data Technology สร้างทักษะ Data Engineer,
Data Analyst และสามารถต่อยอดเป็น Data Scientist ได้ เรียนรู้
การติดตั้ง Big Data Infrastructure บนระบบ Cloud เรียนรู้การ
ประมวลผลBigDataโดยใช้Hive,Impala,Sparkสามารถดึงข้อมูล
เข้าสู่ระบบโดยใช้ Sqoop, Flume, Kafka และเรียนรู้การท�ำ
Machine Learning โดยใช้ Spark Machine Learning
ผู้เข้าอบรมเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3-4 ในสาขา
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยอบรมแบบ On the Job Training เป็น
เวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน - 2 สิงหาคม 2562 (จันทร์-ศุกร์
: 8.30-17.00 น.) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ
เป้าหมายของโครงการนี้ ต้องการเสริมสร้างบุคลากรด้าน
Big Data ให้กับประเทศไทย คาดหวังให้ผู้อบรมสามารถน�ำความรู้
มาปรับใช้ต่อการท�ำงานในอนาคต ทั้งนี้ สถาบันไอเอ็มซี ท�ำการออก
ใบรับรองการอบรมหลังจบหลักสูตรส�ำหรับผู้ปฏิบัติตามเงื่อนไข
ด้วยการเข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 95% ของเวลาทั้งหมด และพร้อม
ท�ำหน้าที่ติดต่อประสานให้ผู้ผ่านการอบรมเข้าท�ำงานในบริษัท
ด้านไอทีด้วย
IMC NEWS | IT TRENDS 7
ร่วมงาน Computex 2019
อบรมหลักสูตร Agile เน้นปฏิบัติ
การอบรมหลักสูตร Agile for Software Development Workshop จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจาก
นักพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยรูปแบบแอจไจล์ (Agile) เป็นทางเลือกที่ท�ำให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้
รวดเร็ว และตรงกับโจทย์ ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เจาะลึกและลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile และ
Scrum Framework รวมทั้งเรียนรู้ตัวอย่างและเทคนิคต่างๆ ของการปรับและประยุกต์ใช้ โดยได้รับเกียรติจาก คุณประธาน ด่านสกุลเจริญกิจ
เป็นผู้บรรยายและท�ำเวิร์กชอป
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันไอเอ็มซี ร่วมกับ บริษัท ออพติมุส
(ประเทศไทย) จ�ำกัด และบริษัท นิปปอน ไซซิทส์ จ�ำกัด
น�ำคณะผู้อบรมร่วมศึกษาดูงานที่ Computex 2019
งานมหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยิ่งใหญ่
ระดับโลกจัดขึ้นที่กรุงไทเปประเทศไต้หวันส�ำหรับงานนี้เน้น
โชว์นวัตกรรมล่าสุดรวมถึงเปิดตัวสินค้าใหม่ๆมากมายอีกทั้ง
ยังน�ำสู่ Taiwan Association for Vitual and Augmented
Reality (tavar.tw) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาด้าน
AR/VR เครื่องมือส�ำคัญในการพัฒนาธุรกิจของไต้หวัน
IT TRENDS | IMC NEWS8
AI for Everyone
เปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้าสู่ยุค AI
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันไอเอ็มซีได้จัดอบรมหลักสูตร AI for
Everyoneโดยได้รับเกียรติจากรศ.ดร.ธนชาตินุ่มนนท์ผู้อ�ำนวยการ
สถาบันเป็นผู้บรรยายด้วยองค์ความรู้ที่ส�ำคัญได้แก่อธิบายถึงความ
หมายต่างๆ ของ AI, Machine Learning, Deep Learning, Data
Science เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จากนั้นเรียนรู้การ
ประยุกต์ใช้งาน AI ด้านต่างๆ ทั้ง Computer Vision, Speech,
Natural Language Processing และ Robotics พร้อมทั้งสาธิตการ
ใช้งานจริงๆ จากอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ เครื่องมือในการท�ำ
AI และแนวทางการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้าสู่ AI Company
เจาะลึก Machine Learning for Data Science
บรรยากาศการอบรมหลักสูตร Machine Learning for Data Science ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้แนะนําการสร้าง
แพลตฟอร์มส�ำหรับการท�ำ Predictive Analytics ที่รองรับการท�ำ Distributed Deep Learning นอกจากนี้ยังสาธิตการท�ำ Face Recognition
/ Image Classifier เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง ระหว่าง Machine Learning โดยทั่วไป กับ Use Cases ที่จ�ำเป็นต้องใช้ Deep Learning
ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data คือ รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ และอาจารย์เอกอนันต์ ทองแท้ ผู้ผ่านการ
อบรมสามารถน�ำความรู้ไปใช้งาน พร้อมให้เรียนรู้กรณีศึกษา เพื่อไม่ต้องลองผิดลองถูกต่อไป
IT NEWS | IT TRENDS 9
ภาครัฐและเอกชนเปิดตัวโครงการต้นแบบระบบจัดการเพื่อ
รักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โชว์ฝีมือการพัฒนาโดยคนไทย
ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวภาครัฐเผยจุดเด่น
ซอฟต์แวร์สามารถประยุกต์ใช้ได้ตามความต้องการ
จากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวสูญหายเมื่อปีที่ผ่านมา ท�ำให้หลาย
หน่วยงานตระหนักถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว
มากขึ้นท�ำให้เกิดโครงการระบบการจัดการและรักษาความปลอดภัย
นักท่องเที่ยว(TourismSafetySupportandManagementSystem)
ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัทกสทโทรคมนาคมจ�ำกัด(มหาชน)
ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สมาคมสมองกลฝังตัวไทย บริษัท
เอ็กซ์เซ้นส์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จ�ำกัด ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา
เและบริษัทน�ำเที่ยวต่างๆ เป็นโครงการต้นแบบด้านความปลอดภัย
การท่องเที่ยวทางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย) เพื่อทดสอบระบบ
การจัดการและรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า
"แคทได้ร่วมสนับสนุนโครงข่ายการกระจายสัญญาณบนเทคโนโลยี
ลอร่าแวน (Long-Range Wide Area Network) ในการทดสอบ
ระบบการท�ำงานของเซนเซอร์บนเรือ และเสื้อชูชีพของนักท่องเที่ยว
ในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ทะเลอันดามัน ซึ่งภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก ทั้งนี้
แคทมีเป้าหมายที่จะขยายโครงการให้บริการลอร่าแวนให้ครบ
77 จังหวัดภายในปีนี้
เปิดตัวต้นแบบระบบรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
รัฐเอกชนร่วมมือจุดประกายที่ท่าเรือเกาะภูเก็ต
ระบบติดตาม 3 ประสาน
การทดสอบระบบจัดการเพื่อความปลอดภัย
นักท่องเที่ยวภายใต้โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย
1. ระบบระบุต�ำแหน่งนักท่องเที่ยว โดยมีสายรัดข้อมือ หรือ Wristband
และเสื้อชูชีพติดเซนเซอร์ เป็นอุปกรณ์ปลายทาง ท�ำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยัง
ศูนย์ควบคุมและสั่งการเมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ
2.ระบบติดตามเรือท่องเที่ยว(AutomaticIdentificationSystem)แสดง
พิกัดต�ำแหน่งของเรือและเรือบริเวณรอบข้างแสดงความเร็วของเรือและระบบ
เข็มทิศน�ำทาง เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่ ประเมินความเสี่ยง และกิจกรรม
การปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมของหน่วยงานภาครัฐ
3.ระบบติดตามรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว(GPSVehicleTrackingSystem)
ท�ำการแสดงภาพวิดีโอ และระบบติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือน
เมื่อเข้าเขตพื้นที่เสี่ยงอันตรายและแจ้งเตือนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเกินก�ำหนด
สามารถแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย ด้วยการแชร์จุดพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS
Location)ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นโรงพยาบาลหน่วยกู้ภัยสามารถ
ควบคุมและป้องกัน ปราบปรามปัญหาอาชญากรรม เพื่อรักษาความความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยวอันจะน�ำไปสู่การสร้างความ
เชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
photo : yanalya / Freepik
IT TRENDS | IT NEWS10
“ระบบการจัดการเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจะช่วย
ยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์
4.0 และยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบยั่งยืน” พ.อ.สรรพชัย
กล่าว		
นางฐิติมา สุวรรณรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เซ้นส์
อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิสจ�ำกัดกล่าวว่าจากประสบการณ์ในการพัฒนา
และให้บริการระบบติดตามยานพาหนะมากว่า 15 ปี ในโครงการนี้
ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ
การให้บริการในโครงการต้นแบบนี้ จะท�ำการแจ้งเตือนทันที
เมื่อเกิดอุบัติเหตุเช่นนักท่องเที่ยวตกน�้ำอุปกรณ์ติดตัว(Wristband)
และเซนเซอร์ที่ติดไว้ในเสื้อชูชีพ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง
ศูนย์ควบคุมและสั่งการ (Control and Command Center)
เพื่อให้การช่วยเหลือในทันที นายสมมาตร วงสารศักดิ์ กรรมการ
บริษัทท่าเรือวิสิษฐ์พันวาจ�ำกัดกล่าวว่าโครงการอยู่ระหว่างทดสอบ
การใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ และ
จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการทัวร์ ได้รับการตอบรับอย่างดี
โดยทั้งนี้จะบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสม เพื่อให้บริการนี้
เกิดประโยชน์สูงสุด และได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
มากขึ้น
ระบบศูนย์ควบคุม
และสั่งการ
การท�ำงานของระบบจัดการเพื่อความ
ปลอดภัย จะท�ำการแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ
ไปยังระบบศูนย์ควบคุมและสั่งการ (Control and
Command Center) ท�ำให้รู้ต�ำแหน่งและการแจ้งเตือน
เหตุการณ์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
รู้ต�ำแหน่งของนักท่องเที่ยวแต่ละรายป้องกันการสูญหาย
หรือพลัดหลงกับทัวร์ รวมทั้งมีระบบจอภาพแสดงผล
ในห้องศูนย์ปฏิบัติการ อีกทั้งยังมีพยากรณ์อากาศ
เพื่อตรวจตราการออกเรือท่องเที่ยวในแต่ละวัน
มีศูนย์ประสานความช่วยเหลือ ณ จุดประชาสัมพันธ์ของ
โรงพยาบาลที่ส�ำคัญโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และล่ามภาษาต่างๆเพื่อช่วยเหลือและประสานงานผู้บาดเจ็บ
หรือเสียชีวิต
เมื่อมีข้อมูลนักท่องเที่ยว ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรม
การท่องเที่ยว เพื่อน�ำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวครั้งต่อไป
นางสาวขนิษฐา ประสารสุข ผู้จัดการ สมาคมสมองกลฝังตัว
ไทย หรือทีซ่า กล่าวว่า "สมาคมฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการช่วยให้
สมาชิกเติบโตเข้มแข็ง และแข่งขันได้ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว ท�ำให้
เกิดโปรดักต์และเซอร์วิสกลายเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยในการ
ให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตจะได้ขยายผลต่อไป
นายปริวรรต วงษ์ส�ำราญ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการ
นวัตกรรม ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า "ทางส�ำนักงาน
นวัตกรรมแห่งชาติ : สนช. (NIA) มีกลไกในการส่งเสริมและให้การ
สนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตเข้มแข็งในรูปแบบต่างๆ มากมาย
ตลอดจนความร่วมมือในโครงการเพื่อขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้ ทั้งใน
รูปแบบเงินทุนสนับสนุน และช่วยในการประสานงานเรื่องต่างๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการให้บริการของภาครัฐเพื่อให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น"
ทั้งนี้ ระบบจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
ดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนไทย มีจุดเด่นด้านซอฟต์แวร์ที่
สามารถปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ได้กับการติดตามรูปแบบอื่นๆ
เช่น ติดตามเรือน�ำเที่ยว ติดตามเรือขนส่งสินค้า ตลอดจน
การติดตามยานพาหนะทางบก แตกต่างจากซอฟต์แวร์ของ
ต่างประเทศที่ไม่สามารถแก้ไขการใช้งานได้ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น
ด้านความสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากสามารถเรียกดูระบบใน
หลายส่วนผ่านหน้าจอเดียว หรือที่เรียกว่า Single monitor
photo : jcomp / freepik.com
ก้าวสู่ยุค AI ทั่วโลกใช้งานแพร่หลายเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มนุษย์ ในอนาคตอาจฉลาดกว่าคน
แวดวงธุรกิจไทยตื่นตัวเร่งสร้าง AI ใช้งานทุกภาคส่วน ภาคการศึกษาตื่นรับจับหลักสูตร
ปูพื้น AI สอนตั้งแต่ระดับมัธยม แต่อย่างไรยังมีข้อกังวลด้านจริยธรรมที่ต้องให้ความ
สำ�คัญ
ไทยขานรับใช้งานพัฒนาต่อยอด
photo:freepik.com
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 11
photo : freepik.com
1. 	 เน้นการท�ำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาได้ก�ำหนด
ให้เป็นยุทธศาสตร์ส�ำคัญอันดับสองรองจากด้านความมั่นคงของ
ประเทศ
2.	 เร่งพัฒนาทรัพยากรด้าน AI ทั้งเรื่องข้อมูล ระบบประมวลผล และ
อัลกอริทึมต่างๆ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและภาคอุตสาหกรรม
สามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างรวดเร็ว
3. 	 เร่งก�ำหนดมาตรฐานกลางด้านต่างๆ ของ AI
4. 	 เร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI โดยเตรียมก�ำลังคน
ให้พร้อมและมีทักษะการใช้ AI เพื่องานในอนาคต
	 รวมทั้งสนับสนุนการศึกษา STEM (วิทยาศาสตร์,
เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ในภาค
	 การศึกษา
5. 	 ส่งเสริมความร่วมมือกับนานาชาติในด้านการ
วิจัยและพัฒนาทางด้าน AI โดยในขณะเดียวกัน
ก็ต้องปกป้องความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี AI
ของสหรัฐอเมริกาให้คงอยู่ท่ามกลางการ
แข่งขันหรือภัยคุกคามจากประเทศอื่น
American AI Initiative
จุดเริ่มต้นของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เกิดจากข้อมูลขนาดใหญ่
ที่สามารถน�ำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ด้วยการใช้เครื่องมือ
โดยการก�ำหนดอัลกอริทึมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามโจทย์ที่ต้องการAIมีการ
เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากข้อมูลจ�ำนวนมาก เมื่อน�ำมาใช้ในเชิงธุรกิจ
จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กร ช่วยลดโอกาสที่จะเกิด
ข้อผิดพลาด อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการทรานฟอร์มธุรกิจ และ
สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอีกด้วย
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิต
ประจ�ำวันของผู้คนอย่างมาก ทั้งเรื่องใกล้ตัวและไกลตัว จนในบางครั้ง
อาจไม่ทันได้คิดว่าก�ำลังปฏิสัมพันธ์อยู่กับ AI ที่ท�ำงานแทนมนุษย์
AI เปลี่ยนโลก
ในอนาคตAIจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจ�ำวันไม่ว่าจะ
เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง การพยากรณ์อากาศที่แม่นย�ำยิ่งขึ้น
การส�ำรวจอวกาศโดยหุ่นยนต์ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้เพื่อป้องกันการ
ก่อการร้ายทางไซเบอร์ที่สามารถเรียนรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เอง
รู้วิธีฉ้อโกงการช�ำระเงินและแจ้งเตือนอัตโนมัติ อีกทั้งยังพบว่าเป็น
เครื่องมือในการดูแลสุขภาพขั้นก้าวหน้า โดย AI มีความสามารถในการ
วิเคราะห์ข้อมูลจีโนมจ�ำนวนมหาศาลซึ่งน�ำไปสู่การป้องกันและรักษาโรค
ที่ถูกต้องมากขึ้นของในแต่ละบุคคล
บทความในนิตยสาร Gigabit กล่าวถึงวิวัฒนาการในอนาคตของ
AI ที่อาจจะได้เห็นในอีก 15-20 ปีข้างหน้า โดยมี 7 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 Rule Based Systems AI จะอยู่รอบตัวเราตั้งแต่
เครื่องใช้ภายในบ้านไปจนถึงเครื่องบินอัตโนมัติ และในโลกของการ
ท�ำงานยังมี RPA (Robotic Process Automation) เครื่องมือที่ช่วย
ท�ำงานแทนคน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและท�ำงานได้รวดเร็วขึ้น
ขั้นตอนที่2ContextAwarenessandRetentionอัลกอริทึม
จะสร้างเนื้อหาของข้อมูลในเรื่องนั้นๆ และเรียนรู้จากความรู้และ
ประสบการณ์ของมนุษย์ ยกตัวอย่างการท�ำงานของ Chatbots ซึ่งจะ
จัดการการสอบถามจากลูกค้า ตอบค�ำถาม และแนะน�ำให้ลูกค้า เช่น
ให้ค�ำแนะน�ำด้านการลงทุน เป็นต้น
ขั้นที่ 3 Domain Specific Expertise ระบบสามารถพัฒนา
ความเชี่ยวชาญที่มากกว่าความสามารถของมนุษย์เนื่องจากเข้าถึง
ปริมาณข้อมูลจ�ำนวนมากตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชันส�ำหรับการวินิจฉัย
โรคมะเร็งที่มีความแม่นย�ำสูงและAlphaGoของGoogleDeepMind
ที่เรียนรู้การเล่นหมากล้อมและสอนตัวเองว่าจะเล่นอย่างไรให้ชนะ
คู่แข่งขัน ซึ่งในเดือนมีนาคม 2559 นั้น AlphaGo เอาชนะแชมป์โลก
ได้หลายเกมกล่าวได้ว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความเป็น
ไปได้ที่เครื่องจักรสามารถรับข้อมูลได้ระดับเดียวกับมนุษย์
ขั้นตอนที่ 4 Reasoning Machinesความพยายามในการสร้าง
ให้อัลกอริทึมมีการคิดและสามารถใช้ตรรกะในการคิดจากความรู้ที่มีอยู่
ซึ่งจะท�ำให้AIสามารถให้เหตุผลในการเจรจาและโต้ตอบกับมนุษย์หรือ
โต้ตอบกับเครื่องจักรอื่นๆ ได้ โดยคาดว่าจะได้เห็นแอปพลิเคชัน
เชิงพาณิชย์ออกมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ขั้นตอนที่ 5 Self Aware Systems / Artificial General
Intelligence(AGI)ระบบการรับรู้ด้วยตนเองของAIที่ได้รับการพัฒนา
ให้มีความสามารถสูงขึ้นอีกระดับโดยจะมีความฉลาดใกล้เคียงกับมนุษย์
แม้วันนี้อาจยังไม่มีการใช้งาน แต่เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเกิดขึ้น
photo : freepik.com
IT TRENDS | SPECIAL REPORT12
ปักหมุด AI ชูเป็นยุทธศาสตร์ชาติ
หลายประเทศก�ำหนดให้เทคโนโลยี AI เป็นยุทธศาสตร์ชาติ
มีการวางแผน วางนโยบาย และงบประมาณที่ชัดเจนต่อเนื่องหลายปี
เพื่อปลุกปั้นให้ AI เกิดขึ้นในประเทศ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา
การพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม การผลักดันสนับสนุนให้ใช้งาน
ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งส�ำคัญยิ่งยวด โดยวิสัยทัศน์ของแต่ละประเทศต่างมองเห็น
โอกาสใหม่ ขุมทรัพย์ใหม่ ที่หากใครเป็นผู้น�ำในอนาคตจะมีชัยในเชิง
การแข่งขันในทุกๆ ด้าน
รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี ได้หยิบยก
นโยบายของประเทศผู้น�ำด้าน AI มากล่าวถึง โดยระบุว่า สหรัฐอเมริกา
และจีน เป็นสองประเทศที่ชิงความเป็นหนึ่งด้าน AI โดยล่าสุดเมื่อเดือน
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในค�ำสั่ง
พิเศษของผู้บริหารเพื่อกระตุ้นการพัฒนาและกฎระเบียบของเทคโนโลยี
AI ในชื่อ “American AI Initiative” ซึ่งรัฐบาลกลางให้ความส�ำคัญกับ
เทคโนโลยีAIโดยค�ำสั่งมีองค์ประกอบหลักอยู่5ด้านดังในภาพประกอบ1
ในขณะที่จีนได้ประกาศยุทธศาสตร์ เรียกว่า “New Generation
ArtificialIntelligenceDevelopmentPlan”โดยจีนต้องการจะสร้าง
อุตสาหกรรมนี้ให้มีมูลค่าถึง 150 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 ซึ่งได้
ก�ำหนดเป้าหมายไว้ 3 ขั้น ดังในภาพประกอบ 2
ที่มา: https://www.gigabitmagazine.com/ai/evolution-ai-seven-stages-leading-smarter-world
ภาพประกอบ 1
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี
2021-2025
•	 70-90% ของการโต้ตอบกับลูกค้า มีแนวโน้มที่จะ
ด�ำเนินการหรือจัดการโดย AI
•	 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายสาขา ตั้งแต่
สินค้าแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึง
อุปกรณ์การผลิต สามารถด�ำเนินการทดสอบโดย
AI มากขึ้น
•	 บุคคลจะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการส่วน
บุคคลได้ตามที่ต้องการ ตั้งแต่การเดินทาง ไปจนถึง
การออมทรัพย์กับธนาคาร และการประกันภัย
•	 เทคโนโลยีมีแนวโน้มว่าจะถูกน�ำไปใช้กับหน่วยงาน
ภาครัฐและระบบกฎหมายทั้งหมด มีเพียงกรณีที่
ซับซ้อนเท่านั้นที่ต้องใช้ผู้พิพากษาที่เป็นมนุษย์
•	 ยานพาหนะอัตโนมัติจะเริ่มปรากฏในหลายๆ เมือง
ทั่วโลก
•	 ผู้ช่วยอัจฉริยะของเราสามารถจัดการชีวิตส่วนใหญ่
ของเราได้ ตั้งแต่การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึง
การรวบรวมข้อมูลที่เราต้องการก่อนการประชุม
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี
2026-2035+
•	 ปัญญาประดิษฐ์มีแนวโน้มที่จะเจาะเข้าสู่ทุกภาคส่วน
ของการค้า
•	 วิวัฒนาการของ AI จะได้เห็นการเกิดขึ้นของธุรกิจ
อัตโนมัติ เช่น ธนาคาร ตัวแทนการท่องเที่ยว และ
บริษัทประกันภัย
•	 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เราสามารถ
พัฒนาสัตว์ประดิษฐ์และระบบนิเวศปัญญา
•	 การเกิดขึ้นของระบบซอฟต์แวร์และหุ่นยนต์ที่รู้ตัว
	 และเลียนแบบตัวเอง
•	 มีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผลในการบรรลุปัญญา
ประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence)
•	 มีโอกาสเล็กน้อยในการสร้างปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
(Artificial SuperIntelligence)
•	 ความแปลกประหลาดยังคงเป็นไปได้ยากในช่วง
	 เวลานี้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี
2020
•	 เมื่อมีข้อมูลเข้ามาระบบจะแปลทันที
•	 เครื่องเซนเซอร์และวัตถุที่อยู่รอบตัวคนจะมีความ
ฉลาด
•	 ซอฟต์แวร์สามารถแก้ไขตัวเองได้
•	 มีองค์กรอิสระแบบกระจายอ�ำนาจอัตโนมัติ (DAO:
Decentralized Autonomous Organization)
และมีองค์กรอัจฉริยะที่ไม่มีพนักงาน
•	 บริษัทส่วนใหญ่จะใช้ AI ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา
•	 อุปกรณ์ส่วนบุคคลจะจัดการชีวิต และปกป้องข้อมูล
ของเรา เช่น Siri เป็นต้น
•	 หุ่นยนต์จะรวมตัวกันท�ำงานให้ส�ำเร็จ เช่น การ
ท�ำความสะอาดสิ่งแวดล้อม การซ่อมแซมสะพาน
หรือการก่อสร้างอาคาร
ขั้นที่ 6 Artificial SuperIntelligence (ASI) ปัญญาประดิษฐ์
ขั้นสูง โดยมีแนวคิดของการพัฒนาอัลกอริทึม AI ที่มีประสิทธิภาพสูง
หรือฉลาดกว่ามนุษย์ ASI จะสามารถแก้ไขปัญหาโลกในปัจจุบัน เช่น
ความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตรายระบบ
ดังกล่าวอาจคิดค้นวิทยาศาสตร์สาขาใหม่ๆ ออกแบบระบบเศรษฐกิจ
ใหม่และพัฒนารูปแบบการปกครองแบบใหม่ทั้งหมดก็เป็นได้
ขั้นที่ 7 Singularity and Transcendence ASI อาจน�ำไปสู่
การขยายตัวครั้งใหญ่ในความสามารถของมนุษย์ วันหนึ่งเราอาจได้รับ
การพัฒนาให้มนุษย์สามารถเชื่อมต่อสมองของเราเข้าด้วยกัน ในเรื่องนี้
Ray Kurzweil ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Google บอกว่าเรา
สามารถเห็นภาวะนี้เกิดขึ้นภายในปี 2045 อันเป็นผลมาจากอัตรา
ความก้าวหน้าในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย
สิ่งที่จะเกิดขึ้นชัดเจนในอีก 15-20 ปีข้างหน้า โลกเรามีแนวโน้ม
ที่จะพบกับการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานหลายด้าน เช่น การปฏิวัติ
อุตสาหกรรมครั้งที่สี่ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องจักรอัจฉริยะที่สัมผัสได้
กับทุกชาติบนโลกนี้
ที่มา: https://www.gigabitmagazine.com/ai/evolution-ai-seven-stages-leading-smarter-world
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 13
“นอกจากสหรัฐอเมริกาและจีนแล้วหลายๆประเทศในโลกอย่าง
เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส แคนาดา สหราชอาณาจักร หรือแม้แต่เคนย่า ต่างก็
ประกาศยุทธศาสตร์ชาติด้านเทคโนโลยีAIเพราะตระหนักว่าการปฏิวัติ
อุตสาหกรรม4.0จะมีผลผลิตที่เติบโตขึ้นจากการน�ำหุ่นยนต์และปัญญา
ประดิษฐ์มาใช้ท�ำให้ใขณะนี้แต่ละประเทศมุ่งเน้นการท�ำวิจัยและพัฒนา
เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรม” รศ.ดร.ธนชาติ กล่าว
ยุทธศาสตร์AIของหลายประเทศมีการก�ำหนดงบประมาณจ�ำนวน
มากเพื่องานวิจัยและการพัฒนาบุคลากรเช่นประเทศจีนตั้งงบประมาณ
ไว้ถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเงิน 2.1 พันล้านดอลลาร์ในการตั้ง
เอไอพาร์คที่นครปักกิ่งขณะที่เกาหลีใต้ใช้งบประมาณจ�ำนวน2พันล้าน
ดอลลาร์ในแผนงาน AI จนถึงปี 2022 ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสได้ตั้งงบ
ประมาณไว้ 1.5 พันล้านยูโรจนถึงปี 2022 ด้วยงบประมาณจ�ำนวน
มหาศาลจะท�ำให้สถาบันการศึกษาและวิจัยของประเทศต่างๆ เหล่านี้
มุ่งเน้นมาท�ำวิจัยและการสอนทางด้าน AI และดึงบุคลากรเก่งๆ จากทั่ว
โลกมาศึกษาและท�ำงาน
New Generation Artificial Intelligence Development Plan
1. 	 ในช่วงแรกจนถึงปี 2020 เน้นเรื่องความชาญฉลาดด้าน Big Data และทฤษฎีพื้นฐานด้าน AI
2. 	 ช่วงที่สอง ปี 2025 มีเป้าหมายมุ่งเน้นประยุกต์ใช้งาน AI ในด้านต่างๆ ทั้งการแพทย์
	 เมืองอัจฉริยะ โรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม รวมถึงการป้องกันประเทศ
3. 	 ช่วงสุดท้ายภายในปี 2030 จะเป็นผู้น�ำของโลกทางด้าน AI
ภาพประกอบ 3
ภาพประกอบ 2
นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ AI ที่เป็นความร่วมมือของนานาชาติ
เช่น สหภาพยุโรปมีแผนที่จะระดมเงินงบประมาณทางด้านนี้
20,000 ล้านยูโร และได้จัดสรรงบประมาณวิจัยปีละ 1.5 พันล้านยูโร
จนถึงปี 2020
ส�ำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่ได้มีการก�ำหนดยุทธศาสตร์หลัก
ด้าน AI แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์
แห่งประเทศไทย (AI Research Institute of Thailand) นับเป็น
สัญญาณที่ดีที่จะเกิดการพัฒนาในอนาคต ซึ่งประเทศไทยควร
จะดึงจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และเน้นการพัฒนา AI
ในด้านภาษาไทยและท้องถิ่น รวมทั้งควรเน้นใช้ความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และส�ำคัญที่สุด คือต้องลงทุน
กับการศึกษาทางด้านนี้ ทั้งการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
ตลอดจนพัฒนาประชาชนให้มีทักษะการใช้ AI เพื่องานในอนาคต
ต่อไป
photo : freepik.com
ที่มา : https://medium.com/politics-ai/an-overview-of-national-ai-strategies-2a70ec6edfd
IT TRENDS | SPECIAL REPORT14
photo : vectorpouch
ภาคธุรกิจไทยใช้ AI
รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวถึงการใช้ AI ในภาคธุรกิจของประเทศไทยว่า
เริ่มแพร่หลายมากขึ้น หากแบ่งตามสาขาของ AI กลุ่มที่พบมากที่สุด
คือ Machine Learning โดยใช้อัลกอริทึมท�ำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้
ด้วยตัวเองในงานงานหนึ่งจากการป้อนข้อมูลจ�ำนวนมาก เช่น การ
วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ท�ำการแนะน�ำสินค้าให้กับลูกค้า ตรวจสอบ
การฉ้อโกงทางการเงิน มีการสร้างโปรแกรมแนะน�ำการลงทุนในสถาบัน
การเงินหรือที่เรียกว่า Robo-advisor รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูล
ทางการแพทย์เป็นต้นภาคธุรกิจที่พบว่ามีการใช้อย่างมากได้แก่ธนาคาร
โทรคมนาคม ธุรกิจค้าปลีก การแพทย์ การบริการ และอุตสาหกรรม
การผลิต
ยกตัวอย่างใช้ Chatbot ในการโต้ตอบกับลูกค้า พบมากใน
สื่อออนไลน์ขายสินค้าจะใช้ระบบอัตโนมัติตอบค�ำถามลูกค้าที่มักเป็น
ค�ำถามซ�้ำๆ และหลายหน่วยงานน�ำมาใช้แทนพนักงานคอลล์เซ็นเตอร์
นอกจากนี้ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการใช้AIด้านNaturalLanguage
Processing(NLP)แพร่หลายมากขึ้นเป็นกระบวนการประมวลผลทาง
ภาษาที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจหรือตีความภาษามนุษย์ได้
Machine Vision อีกสาขาหนึ่งของเทคโนโลยี AI ในด้านการ
มองเห็น หรือการจดจ�ำใบหน้า (Facial Recognition) ที่กล่าวกันว่า
ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะใบหน้าผู้คนได้ดีกว่ามนุษย์จึงเป็น
หนึ่งในวิธีที่ถูกน�ำมาใช้ในการพิสูจน์ตัวตนของหลายหน่วยงานใน
ประเทศไทย โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่เริ่มใช้ในการเปิดบัญชี หรือท�ำ
ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ
AIในด้านRoboticProcessAutomation(RPA)เป็นซอฟต์แวร์
ช่วยบันทึกหรือคีย์ข้อมูลเข้าระบบอัตโนมัติ RPA จะช่วยลดเวลาท�ำงาน
กระบวนการซ�้ำๆ และสามารถท�ำงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้คน
เพราะเป็นการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์โดยตรงและ
ไม่มีข้อผิดพลาดจึงท�ำให้องค์กรที่มีธุรกรรมจ�ำนวนมากเริ่มน�ำมาใช้งาน
ได้แก่ สถาบันการเงิน สายการบิน รวมไปถึงบริษัทขนาดใหญ่
ด้าน ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์
ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ประเด็นการใช้ AI ในภาคธุรกิจว่า ปัจจุบันมี
การใช้งานในธุรกิจหลายประเภท เช่น ธุรกิจบริการ บริการคอลล์
เซ็นเตอร์ด้วย Chatbot, อุตสาหกรรมการผลิต ใช้หุ่นยนต์ในสายการ
ผลิต, การแพทย์ ใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุที่มีความสามารถในการติดต่อ
แจ้งเตือนความผิดปกติ เป็นต้น
โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทย มีการใช้ AI
อย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะสร้างให้เป็นเครื่องตรวจ
วัดความสึกหรอของเครื่องจักรกล และเครื่องยนต์ ให้สามารถประเมิน
ได้ว่าควรจะต้องซ่อมบ�ำรุง หรือเปลี่ยนอะไหล่เมื่อใด ซึ่งหากมีเครื่อง
ตรวจวัดและประเมินความสึกหรอดังกล่าว จะช่วยให้ลดดาวน์ไทม์ของ
เครื่องจักรกลและเครื่องยนต์ภายในโรงงาน ลดความเสียหายที่จะเกิด
กับความต่อเนื่องในการผลิตโดยเครื่องตรวจวัดดังกล่าวจะตรวจจับแรง
สั่นสะเทือนของเครื่องจักรเพื่อวิเคราะห์ประเมินว่าควรจะเปลี่ยนอะไหล่
ในอีกกี่วันต่อจากนี้ ซึ่งจะท�ำให้บริหารจัดการเชิงต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 15
AI Research Institute of Thailand
สถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยส�ำนักงานส่งเสริม
เศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า ร่วมมือกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ลงนาม
ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์แห่ง
ประเทศไทย เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมดิจิทัล ต่อยอดให้
เกิดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิทยาการข้อมูล หรือ Data
Science และปัญญาประดิษฐ์
ทั้งนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการ และให้ค�ำปรึกษาส�ำหรับพัฒนา
อุตสาหกรรมและนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ ทั้งการให้บริการด้าน
อุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อการศึกษาเรียนรู้ ทดลองและทดสอบ ส�ำหรับการ
ศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนั้นยังจัดให้เป็นสถานที่ส�ำหรับการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ใน
ด้านปัญญาประดิษฐ์วิทยาการข้อมูลและไอโอที โดยได้รวบรวมคณะอาจารย์
และผู้ฝึกอบรมที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน AI ชั้นน�ำในระดับประเทศ
รวมถึงการเป็นพื้นที่ส�ำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานวิจัย
ทางด้านเทคโนโลยีส�ำหรับผู้สนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านวิทยาการข้อมูล
และปัญญาประดิษฐ์ให้แก่ก�ำลังคนภายในประเทศ ทั้งกลุ่มนักศึกษาและ
กลุ่มบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล
“เช่นเดียวกันกับรถยนต์ ช่างเก่งๆ จะมีความสามารถในการฟัง
เสียงเครื่องยนต์แล้วทราบความผิดปกติว่าเกิดจากส่วนใด ซึ่งหากน�ำAI
เข้ามาใช้กับการตรวจจับเสียงเครื่องยนต์ก็จะท�ำให้แก้ไขซ่อมแซมได้ตรง
กับสาเหตุ ขณะนี้มีความพยายามที่จะสร้าง AI ขึ้นมาตรวจจับความผิด
ปกติดังกล่าว “ศ.ดร.ธนารักษ์ กล่าวเสริมว่า ในขณะที่วงการประกันภัย
กล่าวถึงการสร้าง AI เพื่อท�ำหน้าที่ประเมินสภาพความเสียหายของ
รถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยใช้ImageProcessingประเมินและค�ำนวณ
ราคาในการเคลมประกัน
คุณก�ำพล โชคสุนทสุทธิ์ นายกสมาคมไทยไอโอที กล่าวในงาน
สัมมนา Working Group AIoT ถึงการผลักดันเทคโนโลยี AI ว่า สมาคมฯ
ได้เข้าร่วมการทดสอบระบบ 5G ที่ฉะเชิงเทราเพื่อให้เกิดการใช้งานจริง
รวมทั้งก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะสร้างก�ำลังคนด้านดิจิทัลเพื่อแก้
ปัญหาการขาดแคลน แต่เนื่องจากไม่สามารถสร้างคนได้ทัน จึงเปลี่ยน
แนวคิดไปสร้างผู้วางระบบ หรือเอสไอแทน เนื่องจากเอสไอจะสามารถ
รับงานได้ครั้งละหลายโครงการซึ่งจะช่วยบรรเทาความขาดแคลนคนลง
ไปได้บ้าง รวมทั้งมีแนวคิดที่จะขอให้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
แห่งประเทศไทยออกใบรองรับหรือ Certificate ให้แก่เอสไอด้วย
ล่าสุดภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27-30
มิถุนายนที่ผ่านมานี้ เครือสหพัฒน์ได้ใช้เทคโนโลยี AI น�ำเสนอบริการ
ใหม่สร้างประสบการณ์ที่ทันสมัยในการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในบูธ
His & Her Smart Shop “ร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน” เป็นโซลูชัน
ล�้ำสมัยให้ลูกค้าซื้อสินค้าและจ่ายเงินเองง่ายๆ ผ่านสมาร์ทเพย์เมนต์
โดยไม่มีพนักงานขาย (Unmanned Shop) ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ด้าน
การบริการนับจากนี้ เครือสหพัฒน์จะมุ่งเน้นการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัล
เช่น AI, Big Data หรือ IoT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่
ผู้บริโภค ดังเช่น การสร้างร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน ที่ได้ร่วมกับ
ทรู คอร์ปอเรชั่น พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งสินค้า บริการ และ
วัฒนธรรมที่จะเป็นเส้นทางสู่อนาคตของเครือสหพัฒน์
เครือสหพัฒน์จะทยอยน�ำระบบ “ร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน”
ไปใช้งานจริงที่บางสาขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ โดยโซลูชัน
ดังกล่าวได้ร่วมกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชัน พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับ
ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่ชอบความสะดวกสบายและรวดเร็วซึ่งการ
จับจ่ายสินค้าในร้านค้าอัจฉริยะนี้ จะท�ำการลงทะเบียนเมื่อเดินเข้า
ด้วยเทคโนโลยี Face Recognition ระบบกล้องจดจ�ำใบหน้า จากนั้น
ดาวน์โหลดแอปของร้านและกรอกข้อมูล ในระหว่างเลือกซื้อสินค้า
ระบบจะเก็บข้อมูลการแวะตามชั้นสินค้าต่างๆ เพื่อน�ำไปวิเคราะห์และ
ออกแบบการจัดวางสินค้าในอนาคต และเมื่อลูกค้าเลือกสินค้าเสร็จ
เรียบร้อย ไปยังจุดช�ำระค่าสินค้า เพียงวางตะกร้าที่เคาน์เตอร์ช�ำระเงิน
ระบบจะท�ำการค�ำนวณราคาสินค้าจากRFIDtagให้ทั้งหมดและลูกค้า
สามารถช�ำระเงินผ่านระบบAutoPaymentผ่านบัญชีหรือบัตรเครดิต
ที่ผูกไว้ในแอปด้วย QR Payment ไม่จ�ำเป็นต้องถือเงินสด สินค้าต่างๆ
ที่ซื้อจะถูกเก็บข้อมูลไว้เพื่อน�ำไปประมวลผลและจัดท�ำโปรโมชัน
ต่อไป
ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ
สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้เปิดตัวร้าน Sasin Scan N'Go Powered by SCB ร้านค้าอัจฉริยะ
ไร้พนักงานแห่งแรกของเมืองไทยอย่างเป็นทางการซึ่งหนึ่งในเป้าหมาย
ของศศินทร์ คือการเติบโตไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)
ผศ.ดร. พีรพล เวทีกูล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานสัมมนา Working Group AIoT
ที่จัดโดยสมาคมไอโอทีว่าปัจจุบันโลกก�ำลังก้าวเข้าสู่ยุค Autonomous
Things โดย AI มีความฉลาดที่สามารถคุยกันได้เอง ตัวอย่างเช่น
การใช้โดรนจ�ำนวนมากในการแปรอักษร โดรนแต่ละเครื่องจะต้องรู้ว่า
อยู่ที่ใด ห่างจากอีกเครื่องเท่าไร และจะต้องเปลี่ยนที่เปลี่ยนต�ำแหน่ง
ช่วงใดเวลาใด ซึ่งต้องมีความพร้อมเพรียงกัน
IT TRENDS | SPECIAL REPORT16
“ส�ำหรับการใช้งานในภาครัฐของไทย ล่าสุดกรมธนารักษ์พยายาม
ถอดตรรกะของวิธีคิดในการประเมินราคาที่ดินจากนักประเมินราคาที่ดิน
เพื่อสร้างให้ AI ท�ำหน้าที่ประเมินราคาที่ดิน ลดรอบในการประเมินให้
สั้นลงจากเดิมที่ต้องรอถึง 4 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นาน เนื่องจากมี
บุคลากรอยู่จ�ำนวนน้อย รวมทั้งยังพบว่าผู้ประเมินแต่ละคนอาจจะ
ประเมินราคาออกมาไม่เท่ากันด้วย” ผศ.ดร.พีรพล เสริม
ภาคการศึกษาตื่นตัว
สอดคล้องกับภาคธุรกิจของประเทศไทย ปัจจุบันสถาบันการ
ศึกษาหลายแห่งตื่นตัวรับกับเทคโนโลยีใหม่ได้มีการเรียนการสอนAIที่
นอกจากในระดับอุดมศึกษาซึ่งมีการเรียนการสอนแล้ว ในระดับมัธยม
ยังมีโรงเรียนหลายแห่งที่เริ่มน�ำองค์ความรู้ด้านนี้เข้าไปสอน
ศ.ดร.ธนารักษ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้รับเกียรติให้จัดท�ำและสอน
หลักสูตรคอมพิวติ้งให้แก่โรงเรียนปัญญาประทีปซึ่งเป็นองค์ความรู้หนึ่ง
ของเทคโนโลยี AI ปัจจุบันสอนในระดับมัธยมต้น เพื่อสร้างรากฐาน
ความรู้ให้นักเรียนอันจะเป็นพื้นฐานส�ำคัญในสาย AI
ระบบอัจฉริยะหรือAIใกล้ตัวมีให้ใช้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นด้านเสียงภาพข้อมูลที่สามารถ
คาดการณ์หรือท�ำนายสิ่งที่ยังมาไม่ถึงได้ รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวถึงตัวอย่าง ดังนี้
ในขณะที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ จะมี
การเรียนการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีAIในเทอมหน้าส่วนโรงเรียนสาธิต
แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ระหว่างเตรียมการเรียนการสอน
เช่นกัน
โดยบทบาทหนึ่งของสมาคมฯ คือ ส่งเสริมด้านการเรียนรู้ ซึ่งที่
ผ่านมาได้เปิดหลักสูตรอบรมให้แก่ครูอาจารย์ราว 400 คน ในจังหวัดที่
อยู่ภายใต้ EEC หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern
Economic Corridor) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูอาจารย์น�ำไปสอน
ให้กับนักเรียนนักศึกษา และต่อยอดความรู้ต่อไป
AI ใกล้ตัว
Google Map นอกจากบอกเส้นทางแล้ว ยังสามารถ
คาดการณ์เวลาที่จะถึงที่หมายให้ และแนะน�ำเส้นทางอื่นให้ใน
กรณีที่การจราจรติดขัด หรือหากต้องการหาโรงแรมที่พัก
ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง ก็มีบริการให้ใช้ได้ทันที
โดยไม่ต้องสืบค้นจากแอป Google
นอกจากนี้ยังมี Google Assistant หรือ Siri ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน สามารถใช้ค�ำสั่ง
ด้วยเสียงพร้อมโต้ตอบกับคนได้ในกรณีที่อยากทราบว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่เมื่อถามไป
Siri ก็จะตอบเสมือนว่าเราก�ำลังพูดกับเพื่อน
ในยามที่เดินทางไปต่างประเทศ มี Google Translator
ช่วยแปลภาษาทั้งแปลตัวหนังสือจากภาพถ่าย หรือแปลจาก
เสียงพูดแบบเรียลไทม์ที่ท�ำให้คนสองคนโต้ตอบกันได้แม้จะ
พูดกันคนละภาษาก็ตาม รวมถึงปฏิทินออนไลน์ ที่สามารถ
เลือกวันเวลานัดหมายที่คนทุกคนว่างพร้อมกัน
สิ่งที่ท�ำให้การท�ำงานง่ายยิ่งขึ้นเมื่อต้องการพิมพ์เอกสารสามารถใช้เสียงพูดแล้วระบบจะ
ท�ำการพิมพ์ตัวหนังสือให้โดยอัตโนมัติ โดยการใช้ผ่านโปรแกรม Google doc และหาก
ต้องการทราบว่ารูปภาพนี้คืออะไร ก็ง่ายนิดเดียว เพียงใช้ Google Lens โปรแกรมจะ
ค้นหาค�ำตอบให้ทันที
ทั้งหมดนี้คือการท�ำงานของเทคโนโลยีAIที่อยู่ใกล้ตัวเราซึ่งจะรวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะ
ภายในบ้าน (Smart Home) ระบบแจ้งเตือน ตรวจจับกันขโมยต่างๆ ที่ส่งสัญญาณทันที
ที่มีการเคลื่อนไหวภายในบ้านในขณะที่ไม่มีคนอยู่
สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นสร้างคนรุ่นใหม่
ให้เข้าสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น โดยให้การ
สนับสนุนด้านความรู้ AI และ IoT
ให้แก่นักศึกษาเพื่อให้สามารถทำ�งานได้
ทันทีที่จบการศึกษา
SPECIAL REPORT | IT TRENDS 17
นอกจากนี้ คุณก�ำพล นายกสมาคมไทยไอโอที ได้กล่าวว่า
สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น
โดยให้การสนับสนุนด้านความรู้ AI และ IoT ให้แก่นักศึกษาเพื่อ
ให้สามารถท�ำงานได้ทันทีที่จบการศึกษาซึ่งก่อนหน้านี้ได้น�ำเสนอหลักสูตร
ให้แก่มหาวิทยาลัยแล้วสองแห่ง และจะขยายผลต่อไป รวมทั้งมีการเชิญ
นักลงทุนจาก 10 ประเทศเข้าร่วมประชุมทางวิชาการและเปิดโอกาสให้
นักศึกษาได้เข้าพรีเซนต์ผลงาน ซึ่งหวังผลให้เกิดธุรกิจต่อไปในอนาคต
AI ในมุมจริยธรรม
ด้วยความอัจฉริยะของAIที่ถูกสร้างให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
น�ำไปสู่การใช้งานที่บางกรณีมีการตัดสินใจแทนคน การตัดสินใจเหล่านั้น
เกิดจากการออกแบบอัลกอริทึมดังนั้นนับจากนี้ไปการออกแบบจึงควรจะ
ต้องค�ำนึงถึงความปลอดภัย จริยธรรม และความเป็นส่วนตัว
ด้านความปลอดภัย พบข้อมูลจากต่างประเทศมีการยกตัวอย่าง
เรื่องรถยนต์ไร้คนขับที่หลบหลีกจักรยานบนท้องถนน แต่กลับชนคนที่
อยู่บนทางเท้า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด? ยังคงเป็น
ค�ำถามอยู่ และกรณีเช่นนี้จะเอาผิดจากใคร
ด้านจริยธรรมเพราะมนุษย์ทุกคนไม่ได้เป็นกลางในทุกเรื่องท�ำให้
การเลือกหรือการตัดสินใจในบางครั้งใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่า
การใช้เหตุผล ใช้หลักความจริง หรือใช้ความเป็นธรรม ซึ่งหาก AI
ถูกออกแบบมาให้เป็นเช่นนั้นก็จะท�ำให้ AI ตัดสินใจโดยไม่เป็นธรรม
เกิดความล�ำเอียงตามที่ออกแบบมา ตัวอย่างเช่น หากใช้ AI เลือก
ใบสมัครงานจ�ำนวนมากAIอาจจะไม่ได้เลือกที่ประสบการณ์การท�ำงาน
แต่เลือกเพราะว่าเป็นคนผิวขาว ในขณะที่คนผิวด�ำอาจจะมีคุณสมบัติ
และประสบการณ์ที่เหนือกว่าก็ได้ ซึ่งนั่นเป็นเพราะการออกแบบ AI ที่
มีประเด็นเรื่องสีผิวเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้านความเป็นส่วนตัว การเก็บข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลสุขภาพ
ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย แล้วน�ำข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นมาวิเคราะห์หา
พฤติกรรมของคนคนหนึ่งหากมองในเชิงลึกบางครั้งอาจจะละเมิดความ
เป็นส่วนตัวก็ได้
ประเด็นต่างๆเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในเวทีระดับโลกซึ่งต่างเห็นพ้อง
ต้องกันว่า ควรจะมีมาตรการในการก�ำหนดกฎระเบียบ มีการสร้าง
จรรยาบรรณและกรอบหรือแนวทางในการใช้ AI ในเชิงสร้างสรรค์
เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่จะเติบโตขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปี
ข้างหน้า
ท่านผู้อ่านสามารถติดตามผลส�ำรวจเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง
จริยธรรมที่ได้เผยแพร่แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ในคอลัมน์ Survey
photo : freepik.com
การใช้งานที่บางกรณีมีการตัดสินใจแทนคน
การตัดสินใจเหล่านั้นเกิดจากการออกแบบ
อัลกอริทึม ดังนั้นนับจากนี้ไปการออกแบบ
จึงควรจะต้องคำ�นึงถึงความปลอดภัย จริยธรรม
และความเป็นส่วนตัว
IT TRENDS | SPECIAL REPORT18
ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI)
กำ�ลังมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงองค์กร และจะเป็นแต้มต่อสร้างความได้เปรียบ
ในการแข่งขัน บ้างก็เชื่อกันว่า AI จะเข้ามาทำ�งานแทนมนุษย์ ซึ่งบางงานทำ�ได้ดีกว่า
ลดความผิดพลาดเกิดประสิทธิภาพที่ดีกว่า
กลยุทธ์เปลี่ยนแปลงบริษัท
สู่ยุค AI
photo : vectorpouch
DIGITAL TRANSFORMATION | IT TRENDS 19
แต่อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นพัฒนาAIในองค์กรอาจจะเป็นเรื่อง
ใหม่ที่จะต้องเรียนรู้เพื่อก้าวไปสู่ AI Company ตามยุคสมัยปัจจุบัน
ที่ต้องขับเคลื่อนไปตามการเปลี่ยนแปลง
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เรียนหลักสูตรออนไลน์ของ Andrew Ng
เรื่อง AI for Everyone ใน Coursera และได้อ่านหนังสือ AI
Transformation Playbook ของที่ท่านนี้เขียน มีเนื้อหาที่ดีและน่า
สนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เป็นบริษัท
ปัญญาประดิษฐ์หรือAICompanyโดยกล่าวไว้ว่าทุกบริษัทสามารถ
จะปรับเปลี่ยนได้ในยุคของ AI โดยมีกลยุทธ์ที่ควรค�ำนึง ดังนี้
•	 ต้องมีกลยุทธ์ในการเก็บข้อมูลจ�ำนวนมากเข้ามา โดยอาจ
ผ่านสินค้าหรือบริการที่บางอย่างอาจไม่ได้สร้างรายได้ให้
กับบริษัทโดยตรง เช่น Google ได้พัฒนา Gmail หรือ
Fitbit ได้พัฒนา Wearable Device
•	 ต้องมีการพัฒนา Data Warehouse ที่เป็นศูนย์กลางหนึ่ง
เดียวในการเก็บข้อมูลของทั้งบริษัทจากแหล่งต่างๆ หรือ
อาจสร้าง Data Lake ในการเก็บข้อมูลดิบ
•	 ให้ความส�ำคัญและมองเห็นโอกาสในการท�ำระบบ
Automation ในบริษัท
•	 มีแผนกและต�ำแหน่งใหม่ๆ ในบริษัท เช่น วิศวกรด้าน
Machine Learning, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือแผนก AI
ซึ่งทาง Andrew Ng ได้ระบุขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงบริษัท
ในยุค AI ไว้ 5 ขั้นตอน โดยบอกว่าไม่จ�ำเป็นต้องท�ำตามล�ำดับนี้ทุก
ขั้นตอน แต่ควรที่จะเริ่มต้นจากการท�ำขั้นตอนแรก (ท�ำ AI Pilot
Project) เสมอ โดย 5 ขั้นตอนมีดังนี้
•	 ขั้นตอนที่ 1 ทดลองท�ำ AI Pilot Project เพื่อสร้างแรง
กระตุ้นให้กับบริษัท ควรเลือกโปรเจ็กต์ที่น่าจะท�ำได้ส�ำเร็จมากกว่า
โปรเจ็กต์ที่อาจสร้างผลก�ำไรให้กับบริษัทโดยตรง โดยโปรเจ็กต์อาจมี
ระยะเวลา 6-12 เดือน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาโดยทีมภายในหรือจ้าง
จากทีมภายนอกก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้บริษัทเห็นผลสัมฤทธิ์ของการท�ำ
AI มีแรงกระตุ้นและความเข้าใจในการพัฒนาโปรเจ็กต์ AI อื่นๆ
ต่อไป
photo : macrovector
IT TRENDS | DIGITAL TRANSFORMATION20
•	 ขั้นตอนที่ 2 สร้างทีม In-house AI โดยเป็นทีมงานกลาง
ที่จะช่วยสนับสนุนการท�ำ AI ให้กับแผนกต่างๆ ของบริษัท
ทั้งนี้อาจจะมี AI Platform ที่ทุกแผนกสามารถใช้งานได้
และทีมนี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องการพัฒนา โดยทีมดังกล่าว
อาจอยู่ภายใต้ CEO, Chief Information Officer, Chief
Technology Officer หรือ Chief Data Officer ก็ได้
ดังรูปที่ 1
•	 ขั้นตอนที่ 3 ท�ำการอบรม  AI ให้กับบุคลากรทุกฝ่ายใน
บริษัทโดยAndrewNgได้สรุปให้เห็นว่าในแต่ละต�ำแหน่ง
ควรจะอบรมด้านใด ดังตารางด้านล่างนี้
•	 ขั้นตอนที่ 4 การก�ำหนดกลยุทธ์ด้าน AI โดย Andrew Ng
ได้แนะน�ำว่าไม่ควรก�ำหนดกลยุทธ์ไว้ขั้นตอนแรกเพราะควร
จะมีการท�ำ Pilot Project ก่อนเพื่อท�ำความเข้าใจด้าน AI
และเน้นการก�ำหนดกลยุทธ์ที่จะท�ำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบ
เหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรม และกลยุทธ์ควรสอดคล้องกับ
สิ่งที่เรียกว่า Virtuous Cycle of AI ดังรูปที่ 2 กล่าวคือ
หากบริษัทมีข้อมูลมากขึ้นก็จะสามารถท�ำAIได้ดีขึ้นท�ำให้
การสร้างโปรดักต์ดีขึ้น สุดท้ายก็จะมีลูกค้ามากขึ้นตาม
ล�ำดับ
รูปที่ 1 โครงสร้างทีมงาน In-house AI
[จาก AI Transformation Playbook]
ตารางที่ 1 การอบรม AI
[จากเอกสารอบรม AI for Everyone ของ Andrew Ng]
รูปที่ 2 Virtuous cycle of AI [จาก AI Transformation Playbook]
	 นอกจากนี้บริษัทควรมีกลยุทธ์ด้านข้อมูล(DataStrategy)
โดยเฉพาะเรื่องการเก็บและดึงข้อมูล, การพัฒนา Data
Lake และการเข้าใจถึงคุณค่าของข้อมูลต่างๆ
สร้างทีม In-house
AI โดยเป็นทีมงานกลาง
ที่จะช่วยสนับสนุนการทำ�
AI ให้กับแผนกต่างๆ
ของบริษัท ทั้งนี้อาจจะ
มี AI Platform ที่
ทุกแผนกสามารถใช้งานได้
และทีมนี้จะเข้ามาช่วยใน
เรื่องการพัฒนา
DIGITAL TRANSFORMATION | IT TRENDS 21
•	 ขั้นตอนที่ 5 ท�ำการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกบริษัท
เพื่อให้ทราบว่าบริษัทก�ำลังพัฒนาด้านAIท�ำการสื่อสารกับ
นักลงทุน ท�ำการสื่อสารกับหน่วยงานภาครัฐที่ AI อาจไป
กระทบกับกฎระเบียบต่างๆ และท�ำการสื่อสารกับลูกค้า
และผู้ใช้หากมีการน�ำAIเข้ามาใช้งานรวมทั้งท�ำการสื่อสาร
กับบุคลากรภายในเพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง
ทั้ง 5 ขั้นตอนข้างต้นเป็นแนวทางที่จะท�ำให้องค์กรของคุณ
สามารถปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อก้าวไปสู่ยุค AI ได้ไม่ยาก
แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรจะท�ำ AI ได้นั้น สิ่งส�ำคัญที่สุดคือจะ
ต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แล้วใช้ Machine Learning มา
เป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของ AI ขึ้นอยู่
กับปริมาณข้อมูลที่ต้องมากพอ และต้องใช้อัลกอริทึมอย่าง Deep
Learning ที่สามารถจะจ�ำลองโมเดลของ Neural Networks ที่ใหญ่
ขึ้นได้ นั่นคือต้องมีระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง แม้ว่าเราจะ
สามารถพัฒนาโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้แต่หากขาดข้อมูลที่มากพอหรือ
ไม่มีระบบประมวลขนาดใหญ่ก็ยากที่จะได้ AI ที่มีความถูกต้องที่ดี
พอต่อการใช้งาน
ดังที่ทราบกันดีว่า AI เป็นปัจจัยส�ำคัญที่สุดในการท�ำ Digital
Transformation ธุรกิจจะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่จึงจะได้เปรียบ
คู่แข่ง  สามารถน�ำข้อมูลเหล่านั้นมาท�ำ AI และ Data Analytics
เพื่อให้เข้าใจลูกค้าและแนวโน้มต่างๆ ได้ดีขึ้น ดังนั้นก่อนที่บริษัท
จะท�ำ AI  สิ่งแรกที่จ�ำเป็นอย่างยิ่งคือ การมีกลยุทธ์ด้านข้อมูล
การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อมาสร้าง Data Platform
ที่สามารถน�ำไปวิเคราะห์ต่อไปได้
องค์กรจะทำ� AI ได้นั้น สิ่งสำ�คัญที่สุด
คือจะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big
Data) แล้วใช้ Machine Learning
มาเป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล
ซึ่งความถูกต้องของ AI ขึ้นอยู่กับ
ปริมาณข้อมูลที่ต้องมากพอ
photo : macrovector
photo:katemangostar/Freepik
IT TRENDS | DIGITAL TRANSFORMATION22
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำ�ให้การใช้ชีวิตประจำ�วันของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เช่น
การสื่อสารของมนุษย์ในอดีตใช้จดหมายหรือโทรศัพท์บ้าน ต่อมาพัฒนาเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบัน
กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลในแต่ละประเทศทั่วโลก
ต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)
จึงจำ�เป็นที่จะต้องตรากฎหมายและปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง
เข้าใจ & เตรียมพร้อมรับ พ.ร.บ. ใหม่
ไซเบอร์ & ข้อมูลส่วนบุคคล
ปริญญา หอมเอนก
CISSP, CISA and ACIS Cyber LAB
ACIS Professional Center Co., Ltd. and Cybertron Co., Ltd.
photo : freepik.com
EXPERT TALK | IT TRENDS 23
ภาพรวมกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
จากเดิมประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
และกฎหมายว่าด้วยการกระท�ำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้วซึ่งถือว่า
การท�ำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถน�ำหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์
มาพิสูจน์ในชั้นศาลได้
ขณะที่กฎหมายการกระท�ำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีไว้เพื่อ
ลงโทษแฮกเกอร์หรืออาชญากรทางไซเบอร์ที่เข้ามาละเมิดโจมตีระบบ
ขององค์กรและบุคคลทั่วไป หากแต่กฎหมายการกระท�ำผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์จะมีลักษณะที่ว่าต้องมีการกระท�ำผิดเสียก่อนจึงมีการ
กล่าวหาเอาผิดผู้กระท�ำผิดเหล่านั้น หากแต่ยังมีกฎหมายในบางข้อที่
มีลักษณะที่องค์กรต้องปฏิบัติก่อนเหตุเกิดโดยถือเป็นวินัยขององค์กร
ปัจจุบันเกิดลักษณะการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันที่เรียกว่า“Digital
Life Style” มนุษย์ทุกคนบนโลกจ�ำเป็นต้องมีทักษะในการใช้งาน
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยทักษะดังกล่าวถูกกล่าวว่าเป็น “Digital
Literacy” เมื่อโลกเปลี่ยนจากยุค “Information Edge” ไปสู่ยุค
“Cyber Edge” และ “AI Edge” ตามล�ำดับ
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผยแพร่
พระราชบัญญัติชุดกฎหมายดิจิทัลโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
2ฉบับประกอบด้วย พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและป้องกันการ
ละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบ
หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวได้จากทั้งในและนอกประเทศ
ภาพประกอบ 1
และผู้ให้บริการ เช่น ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทาง
คอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบ
เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์หลังจาก
เกิดเหตุ เป็นต้น
ต่อมามีการตรากฎหมายหลายฉบับออกมา ซึ่งล่าสุดคือ
กฎหมายดิจิทัลที่กล่าวข้างต้นตามมา (ดูจากภาพประกอบ 1)
พ.ร.บ. ไซเบอร์ เพื่อป้องกัน-ลดความเสี่ยง
ปรัชญาในการออกแบบพัฒนากฎหมายใหม่ทั้งสองฉบับ
ดังกล่าว มีลักษณะที่เป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงไม่ให้เกิด
เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทางไซเบอร์จึงมองได้ว่าข้อก�ำหนดในตัวบท
กฎหมายเป็นวินัยที่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเกี่ยวกับการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต�่ำ ตลอดจนประมวลแนวทางในทาง
ปฏิบัติ (Code of Practices) ซึ่ง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยไซเบอร์เน้นไปที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่มีความส�ำคัญ
ของประเทศ (Critical Infrastructure) ได้แก่ บรรดาหน่วยงานหรือ
องค์กรหรือส่วนงานหนึ่งส่วนงานใดของหน่วยงานหรือองค์กรซึ่ง
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือองค์กรหรือส่วนงานของ
หน่วยงานหรือองค์กรนั้นมีผลเกี่ยวเนื่องส�ำคัญต่อความมั่นคงหรือ
ความสงบเรียบร้อยของประเทศหรือต่อสาธารณชน
ยกตัวอย่าง โรงไฟฟ้า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม
รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน สนามบินทั้งในเมืองหลวงและหัวเมือง
ต่างๆ สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์
IT TRENDS | EXPERT TALK24
หน่วยงานด้านสาธารณสุข ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาล
เอกชนหน่วยงานรัฐในการให้บริการประชาชนเช่นกรมการปกครอง
ส�ำนักงานเขต ส�ำนักงานที่ดิน หน่วยงานที่รัฐ Outsource ให้ผู้ให้
บริการ/ผู้รับจ้างปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐ เช่นหน่วยงานรับท�ำpassport
เป็นบริษัทที่รับหน้าที่ท�ำpassportแทนกรมการกงสุลกระทรวงต่าง
ประเทศ
ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจ�ำเป็นต้องมีวินัยในการบริหารจัดการ
“โครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ” (Critical Information
Infrastructure) หรือที่เรียกโดยย่อว่า “CII” หมายถึง คอมพิวเตอร์
หรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนใช้
ในกิจการของตนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ
ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือ
โครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ตามประกาศที่ทาง
กฎหมายได้ก�ำหนดไว้
หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ (CII)
(ภาพประกอบ 2) ดังกล่าว จ�ำเป็นต้องมีการจัดเตรียมการและ
ปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานในมาตรา 13 ซึ่งอ้างอิงมาจาก NIST
CybersecurityFrameworkที่สหรัฐน�ำมาใช้ในการขอความร่วมมือ
จากหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในความดูแลของDepartment
of Homeland Security (DHS) การที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน
ส�ำคัญของประเทศปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต�่ำตามที่ตัวบทกฎหมายที่
ได้ตราไว้ย่อมส่งผลท�ำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยโดยรวมต่อประเทศ
ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีประสิทธิภาพและ
เพื่อให้มีมาตรการป้องกันรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทาง
ไซเบอร์อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อย
ภายในประเทศ
ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน
ส�ำคัญของประเทศ ควรเริ่มศึกษาและตั้งคณะท�ำงานที่เกี่ยวข้องกับ
พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะ
พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป คือมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้
นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยัง
เป็นการป้องกันปัญหา“ReputationalRisk”ที่อาจส่งผลกระทบต่อ
ภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กรอีกด้วย
ภาพประกอบ 2
ภาพประกอบ 3
EXPERT TALK | IT TRENDS 25
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีผลบังคับใช้อีกหนึ่งปี
ปัจจุบันเรื่อง Privacy และ Data Protection กลายเป็น
กระแสโลกที่ทุกประเทศในโลกจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญจึงท�ำให้เกิด
กฎหมายเกี่ยวกับ “Data Protection” มีวัตถุประสงค์ในเรื่องการ
บริหารจัดการกับ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “Personal Data” ที่ไม่
ได้ครอบคลุมเฉพาะเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากการถูกโจมตีล้วงข้อมูลโดย
ผู้ไม่ประสงค์ดี แต่ยังรวมไปถึงการขออนุญาตเจ้าของข้อมูลก่อนที่จะ
น�ำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ในการท�ำการตลาดหรือการวิเคราะห์
ข้อมูลที่จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเจ้าของข้อมูล
27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ภายในหนึ่งปีนับ
จากวันประกาศ กฎหมายนี้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน
บุคคลของสหภาพยุโรป General Data Protection Regulation
(GDPR) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2561
การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ขอยกตัวอย่างที่มักพบเสมอ คือ
การน�ำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กับเทคโนโลยี Big Data หรือเทคโนโลยี
AIหลายกรณีกระท�ำอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยที่เจ้าของข้อมูล
ไม่ทราบมาก่อนว่าข้อมูลของตนถูกน�ำมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก
เจ้าของข้อมูลเสียก่อน โดยเฉพาะการใช้ในโซเชียลมีเดีย หรือการใช้
ในการให้บริการคลาวด์ของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก
ภาพรวม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ปรัชญาการบัญญัติให้มี พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่ว
โลก ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากหลักการ 8 ข้อ “Privacy Principle”
ของ OECD (ภาพประกอบ 4) ได้แก่
1. 	การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจ�ำกัด (Collection
Limitation)
2. 	คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Quality)
3. 	การระบุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม (Purpose
	 Specification)
4. 	ข้อจ�ำกัดในการน�ำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้(UseLimitation)
5. 	การรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security Safeguards)
6.	 การเปิดเผยเกี่ยวกับการด�ำเนินการแนวปฏิบัติและนโยบาย
ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล (Openness)
7. 	การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูล(IndividualParticipation)
8. ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งท�ำหน้าที่ควบคุมข้อมูล
(Accountability)
ภาพประกอบ 4
photo : freepik.com
IT TRENDS | EXPERT TALK26
ซึ่งใน 5 จาก 8 ข้อ เน้นเรื่อง “การรักษาความมั่นคงปลอดภัย”
ดังค�ำกล่าวที่ว่า “You can get security without privacy
butyoucan’tgetprivacywithoutsecurity”ในตัวบทกฎหมาย
จึงเน้นไปที่หลักการดังกล่าว โดยมุ่งไปที่การจัดให้มี “นโยบาย” และ
“แนวทางปฏิบัติ” เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอ้างอิง
มาจากหลายมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดี ดังภาพประกอบ 5
ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ “สิทธิของเจ้าของข้อมูล” เป็นส�ำคัญ
ภาพประกอบ 5 : Thailand & International Standards and Best Practices related to “Data Protection” and “Privacy”
ดังนั้นจึงจ�ำเป็นต้องเข้าใจค�ำศัพท์ต่างๆ เช่น เจ้าของข้อมูล
ส่วนบุคคล (Data Subject), ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data
Controller), ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)
และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer
หรือ DPO) ที่ทุกองค์กรจ�ำเป็นต้องมี
แนวทางในการด�ำเนินการเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ระดับองค์กร
เนื่องจากองค์กรมีเวลาเพียงหนึ่งปีในการเตรียมการ องค์กร
จึงควรจัดประชุมผู้บริหารระดับสูงและผู้เกี่ยวข้องเพื่อผลักดัน
และสนับสนุนให้องค์กรมีการเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติตาม
พ.ร.บ. ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ โดยมีการก�ำหนดกิจกรรมต่างๆ
ดังนี้
•	 ก�ำหนดแนวทางการก�ำกับดูแลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
•	 ก�ำหนดโครงสร้างการก�ำกับดูแล นโยบายการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล และกรอบการด�ำเนินงาน
•	 ก�ำหนด “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller)
•	 ก�ำหนด “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
	 (Data Protection Officer หรือ DPO)
•	 ก�ำหนด“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(DataProcessor)
•	 พิจารณาข้อมูลต่างๆ ขององค์กรเพื่อก�ำหนด “ข้อมูลส่วน
บุคคล” (PersonalData) ที่ต้องด�ำเนินการตามกฎหมาย
หรือกฎเกณฑ์ที่ประกาศบังคับใช้
•	 ก�ำหนดกรอบการก�ำกับดูแลและบริหารจัดการข้อมูลระดับ
องค์กร (Data Governance, Data Management, Data
Protection)
photo : freepik.com
EXPERT TALK | IT TRENDS 27
•	 ขยายขอบเขตการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001
(Information Security Management System)
ครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดการใน
ระบบคลาวด์
•	 มาตรฐานสากล ISO 29100 Privacy Framework
•	 ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการด�ำเนินงานในการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
•	 มาตรฐาน NIST Privacy Framework (Draft)
•	 ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการด�ำเนินงานในการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
•	 แนวทางการเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ที่รับมอบหมาย
“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Protection
Officer) และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องตามกรอบ Privacy/
Data Protection
กล่าวโดยสรุปการที่องค์กรจะสามารถปฏิบัติตามข้อก�ำหนดใน
พ.ร.บ. ดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง มีความจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญไป
ยัง 3 เรื่องหลัก ได้แก่ People, Process and Technology (PPT
concept) ผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรในองค์กรจ�ำเป็นต้อง
ท�ำความเข้าใจหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ OECD
Privacy Principles ทั้ง 8 ข้อให้ถ่องแท้
ตลอดจนกระบวนการภายในองค์กรควรมีการปรับเปลี่ยนให้
สอดคล้องกับข้อก�ำหนดในตัวบทกฎหมาย และมีความจ�ำเป็นอย่าง
ยิ่งยวดที่ต้องน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการป้องกันและปกป้อง
ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นเรื่องPseudonymisation,Encryption
ofPersonalDataรวมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Protection Officer) ที่เป็นต�ำแหน่งงานถาวรในองค์กรเพื่อ
ให้ค�ำแนะน�ำแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล
ส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.
ตลอดจนการประสานงานกับส�ำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งล้วนต้องการเวลาในการปฏิบัติงานจริง
ทั้งนี้ก�ำหนดเวลาไว้ให้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับว่าน้อยมาก
ดังนั้นองค์กรควรเริ่มให้ความส�ำคัญกับเรื่องการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจังนับตั้งแต่บัดนี้
•	 ก�ำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง
การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy/Data Protection Impact Assessment, Risk
Assessment)
•	 ก�ำหนด Business Owner และ Data Owner ให้ชัดเจน
•	 จัดให้มีวิธีปฏิบัติ ขั้นตอนปฏิบัติ คู่มือการปฏิบัติงานในการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
•	 จัดให้มีการสร้างความตระหนักการเสริมสร้างความรู้ให้กับ
ผู้ปฏิบัติงาน
•	 ก�ำหนดกรอบการประสานกับหน่วยงานก�ำกับดูแลหน่วยงาน
ภาครัฐ และหน่วยงานความร่วมมืออื่นๆ
องค์กรควรน�ำกฎหมายแนวทางด�ำเนินการตามกรอบมาตรฐาน
และแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เป็น
แนวทางในการด�ำเนินการ ได้แก่
•	 กฎหมาย GDPR (ด�ำเนินการตามกฎเกณฑ์และข้อก�ำหนด
ที่่เกี่ยวข้อง)
•	 มาตรฐานสากล ISO/IEC 27552 Privacy Information
Management
•	 ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการบริหารจัดการและ
มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
•	 ด�ำเนินการตรวจรับรองตามข้อก�ำหนดระบบบริหารจัดการ
Privacy Information Management
photo : rawpixel.com
photo : freepik.com
IT TRENDS | EXPERT TALK28
ถ่ายทอดมุม ถอดบทเรียนเดินให้ถูกทาง
กับยุทธศาสตร์ DIGITAL TRANSFORMATION
บนเป้าหมายและปรัชญาในการท�ำธุรกิจที่ต้องใช้ไอทีเป็น
เครื่องมือในการสร้างศักยภาพขององค์กร โดยใช้ให้คุ้มค่าที่สุดนั้น
คุณศุภชัยสัจไพบูลย์กิจมีแนวคิดเดียวกันกับบทบาทที่เป็นผู้บรรยายใน
หลักสูตรDigitalTransformationStrategyforSeniorManagement
ของสถาบันไอเอ็มซี โดยต้องการให้ผู้อบรมได้รับประโยชน์สูงสุด
เมื่อผ่านการอบรม
คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธาน บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย)
จ�ำกัด มีความฝันและความท้าทาย คือ “ความฝัน” อยากเป็นผู้สร้าง
เทคโนโลยี แต่เมื่อเดินหน้าไปแล้วพบอุปสรรคเรื่องบุคลากร ความรู้ และ
ภาษา ท�ำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดกลายเป็นผู้ใช้ แต่จะท�ำอย่างไรที่
จะใช้ศักยภาพของไอทีให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด เช่นเดียวกับ
การบรรยายที่ต้องการให้ผู้อบรมได้รับความรู้สามารถน�ำไปปฏิบัติได้
“ความท้าทาย” จะต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อ
กลั่นกรองและส่งต่อความรู้ให้แก่ผู้อบรมเข้าใจได้ง่ายเสมือนถอดบทเรียน
ให้สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้ถูกทาง
การยกตัวอย่างหรือ Case Study เป็นสิ่งที่ดีท�ำให้ผู้อบรมเกิด
ความเข้าใจ รู้แนวทาง และรู้หลักการทางวิชาการเป็นส่วนประกอบ
นอกจากนี้ยังมีการย่อยข่าวสารเหตุการณ์ส�ำคัญๆในแวดวงไอทีพร้อม
ขยายเป็นกรณีศึกษา มีการเปรียบเทียบต่อการพัฒนาในแง่มุมต่างๆ
ต่อการขับเคลื่อน Digital Transformation ขององค์กร
นอกจากหลักสูตรDigitalTransformationStrategyforSenior
Management ที่บรรยายร่วมกับทีมผู้มีชื่อเสียงของสถาบันไอเอ็มซี
แล้ว ผู้บรรยายท่านนี้ยังได้เล่าว่า ต่อมาได้ขยายจากหลักสูตร Digital
Transformation Strategy ซึ่งหัวใจส�ำคัญไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็น
วิธีคิด การสร้างวัฒนธรรมในองค์กร รวมไปถึงทักษะการใช้เครื่องมือ
อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้นจึงแตกหลักสูตรหัวข้อย่อยออกมา
เป็น Digital Culture, Digital Mindset และ Digital Literacy เพื่อให้
บรรลุความส�ำเร็จต่อการท�ำ Digital Transformation ขององค์กร
นอกจากนี้แล้วยังอยู่ระหว่างเตรียมการเปิดหลักสูตรใหม่ Disruption
withAIซึ่งจะต่อยอดด้านการแข่งขันของธุรกิจที่นับจากนี้ไปเป็นเรื่องที่
ขาดไม่ได้
ในฐานะผู้บรรยาย คุณศุภชัย เป็นผู้มากประสบการณ์อีกท่านหนึ่ง
ของสถาบันไอเอ็มซี มีจุดเด่นด้านการถ่ายทอดมุมมองที่เชื่อมโยง
ความรู้ความส�ำคัญกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ดิจิทัลพร้อมกับ
ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่จะท�ำให้เกิดความส�ำเร็จโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก
“เมื่อผู้อบรมเกิดความเข้าใจในกระบวนการต่างๆ แล้วจึงเข้าสู่
เรื่องเทคโนโลยีที่เป็นองค์ประกอบของการก้าวไปยังยุคดิจิทัล ซึ่งต้อง
ค�ำนึงถึงเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่ IoT, Cloud, Big Data, AI โดยเริ่มต้น
จาก 1-4 ตามล�ำดับ” คุณศุภชัย กล่าวและเสริมว่า สถาบันไอเอ็มซีจะ
จัดงานสัมมนาใหญ่ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคมนี้ ในหัวข้อ AI & Big
Data 2019 : The Power of Balance between Technology &
Business Values ซึ่งผู้บริหารไม่ควรพลาด
เรียนรู้ในสไตล์ ถอดบทเรียน เรียนแบบประยุกต์ใช้ให้ถูกทาง ด้วยความเชี่ยวชาญจากผู้บรรยาย เน้นกลั่นกรอง
ความรู้สู่ความเข้าใจ DIGITAL TRANSFORMATION เนื้อแท้ควรเริ่มจากวิธีคิด สร้างวัฒนธรรมองค์กร
ไม่ใช่นำ�หน้าด้วยเทคโนโลยี
คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ
INSTRUCTOR | IT TRENDS 29
ส่วนด้านประสบการณ์ได้คลุกคลีอยู่ในวงการไอซีที 19 ปี เป็น
ดิสทิบิวชั่นที่เน้นหนักด้านเน็ตเวิร์กและซีเคียวริตี้ นอกจากนี้ยังมี
ภารกิจทางสังคมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรรมการสมาคมด้านไอซีที
เป็นกรรมการตัดสินการประกวดซอฟต์แวร์ Asia Pacific ICT Alliance
(APICTA) Awards ตลอดจนร่วมออกแบบ วางแผน ประชุมระดมสมอง
การจัดท�ำแผนแม่บทไอซีทีของประเทศไทย
ประสบการณ์ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบส�ำคัญที่ผนวกเข้ากับความ
ชอบด้านเทคโนโลยีเทรนด์ ซึ่งนับว่าเป็นงานอดิเรกท�ำให้กลายเป็น
Technology Trends Specialist คนส�ำคัญ ซึ่งตลอด 14 ปีที่ผ่านมา
ท�ำ Market Outlook ให้แก่ สวทช. (ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งชาติ) ตลอดมา กระทั่งพบว่า มีเทรนด์หรือแนวโน้ม
5 ด้านเป็น Maga Trends หลักๆ มาติดต่อกันในช่วงสี่ปีมานี้ คือ IoT,
Cloud, Big Data, AI และ AR/VR
โดยทั้ง 5 นี้เองที่สร้างจุดก�ำเนิดโลกดิจิทัล (Digital World)
มีบริบทส�ำคัญท�ำให้หลายประเทศปักหมุดผลักดันประเทศก้าวสู่
ยุคดิจิทัลอย่างแข็งขัน ดังเช่นประเทศไทยมีนโยบาย Thailand 4.0,
ประเทศสิงคโปร์มีแผน Smart Nation 2020 ขณะที่ประเทศอินเดีย
มี Digital India เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อน Digital
Transformation เพื่อปรับตัวในยุค Digital Disruption ซึ่งองค์กร
จะต้องเปลี่ยนผ่านโดยไม่ตกขบวนนั่นเอง
Digital Transformation Strategy สาระส�ำคัญของหลักสูตรที่ผู้อบรมจะได้รับ
ส�ำหรับทีมวิทยากรผู้มีชื่อเสียง ประกอบด้วย
•	 ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อ
เศรษฐกิจและสังคม
•	 รองศาสตราจารย์ดร.ธนชาตินุ่มนนท์ผู้อ�ำนวยการสถาบัน
ไอเอ็มซี ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ
ธนาคารธนชาต จ�ำกัด (มหาชน), ประธานกรรมการ
บริษัท สยามอีสต์โซลูชั่น จ�ำกัด (มหาชน), กรรมการอิสระ
บริษัทวินท์คอมเทคโนโลยีจ�ำกัด(มหาชน)และกรรมการ
อิสระ บริษัท ฮิวแมนิก้า จ�ำกัด (มหาชน)
•	 อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง, ACIS
Professional Center ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity
•	 คุณปฐม อินทโรดม กรรมการ Creative Digital
Economy สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
•	 คุณธรรมนูญเวชวิทยาขลังเลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI)
•	 คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธาน
	 บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จ�ำกัด
•	 คุณสันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ กรรมการผู้จัดการ
	 บริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จ�ำกัด
•	 คุณสิทธิภรณ์ เมืองกลาง กรรมการผู้จัดการ
	 บริษัท อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จ�ำกัด
•	 คุณนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล
	 ผู้เชี่ยวชาญด้านCryptocurrency,ICOและBlockchain
น�ำโดยผู้อ�ำนวยการหลักสูตร คือ รองศาสตราจารย์
ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ และอาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญ
ที่มีชื่อเสียงในแวดวงดิจิทัลของประเทศไทย
หลักสูตร Digital Transformation Strategy for Senior
Management ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการเติมเต็มความรู้ความ
เข้าใจ และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อให้เข้าใจประด็น
ส�ำคัญอย่างถ่องแท้
1.	 เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในโลก
ดิจิทัล
2.	 เข้าใจถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ทั้งที่
ก�ำลังจะเข้ามา Disrupt การท�ำธุรกิจ ท�ำให้ด�ำเนินธุรกิจ
บนความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลง หรือก�ำลังเข้ามาเป็น
เครื่องมือในการสร้างมูลค่าต่อการท�ำธุรกิจ ทั้งนี้รวมถึง
นโยบายและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.	 รับทราบกรณีศึกษาส�ำคัญอันเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์
ต่อการปรับประยุกต์ใช้เพื่อการตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลง
ในโลกดิจิทัล
4.	 สามารถก�ำหนดทิศทาง วางแผน สร้างกลยุทธ์ด้านดิจิทัล
ให้กับองค์กร ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรม การพัฒนา
บุคลากรเพื่อให้องค์กรสามารถแข่งขันและก้าวทันภายใต้
กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล
5.	 สามารถติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าต่อการ
เปลี่ยนแปลงในองค์กรที่เกิดจากการวางกลยุทธ์ด้าน
ดิจิทัล
โดยหลักสูตร Digital Transformation Strategy for Senior
Management เหมาะกับผู้บริหารขององค์กร CEO, CIO, CFO,
CTO ผู้บริหารด้านไอทีของหน่วยงาน ผู้บริหารด้านอื่นๆ ของ
หน่วยงานที่สนใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบ
ต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กรในยุคปัจจุบัน
IT TRENDS | INSTRUCTOR30
92% ขององค์กรผู้นำ�ด้าน AI ได้อบรมจริยธรรมแก่
บุคลากรด้านเทคโนโลยี และ 74% ประเมินผลการใช้ AI
เป็นรายสัปดาห์ สองไฮไลต์ผลศึกษาแสดงถึงการตื่นตัวต่อ
การใช้งาน AI
photo : rawpixel.com
จริยธรรมจากการใช้
เมื่อก้าวสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่มีการใช้
งานอย่างแพร่หลาย ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้
คือ “จริยธรรม” ล่าสุดมีการส�ำรวจในหัวข้อ "AI
Momentum, Maturity and Models for Success"
ศึกษาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ภายใต้ความร่วมมือ
ระหว่าง SAS เอคเซนเชอร์ แอปไพลด์ อินเทลลิเจนซ์
และอินเทล โดยมอบหมายให้ ฟอร์บส์ อินไซต์ จัดท�ำ
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561
การศึกษานี้ได้จากการส�ำรวจข้อมูลและความคิดเห็น
จากผู้บริหารธุรกิจชั้นน�ำ 305 รายทั่วโลก โดยกว่าครึ่ง
เป็นผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน
สารสนเทศ (CIO), ด้านเทคโนโลยี (CTO) และด้าน
อนาลิติกส์ (CAO) รายละเอียดในภาพประกอบ 1
รายงานการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI
มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบัน
กรอบจริยธรรมส�ำหรับการใช้งานAIจึงมีความส�ำคัญมาก
และองค์กรที่น�ำ AI ไปใช้ได้อย่าง "ประสบผลส�ำเร็จ"
หรือ "ประสบผลส�ำเร็จอย่างสูง" ถือเป็นผู้น�ำด้าน AI ที่
เริ่มน�ำในด้านจริยธรรมด้วย โดยเกือบทั้งหมด 92%
(ภาพประกอบ2)ได้อบรมด้านจริยธรรมให้กับบุคลากร
ด้านเทคโนโลยีของตนแล้ว เทียบกับองค์กรอื่นทั่วไป
ที่ใช้ AI แต่อบรมด้านจริยธรรมแล้วประมาณ 48%
องค์กรผู้น�ำด้าน AI ยังตระหนักดีว่าระบบอนาลิติกส์
(Analytics) มีส่วนสัมพันธ์กับการน�ำ AI มาใช้ได้อย่าง
ประสบผลส�ำเร็จโดยองค์กรถึง79%(ภาพประกอบ2)
ยอมรับว่าระบบอนาลิติกส์มีบทบาทหลักหรือส�ำคัญต่อ
ประสิทธิภาพการท�ำงานของเอไอในองค์กรและมีเพียง
14%ที่ยังไม่เห็นผลหรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้
เทคโนโลยี AI
มองมุมองค์กรตระหนักถึง
AI
SURVEY | IT TRENDS 31
ภาพประกอบ 1
ภาพประกอบ 2
IT TRENDS | SURVEY32
รายงานศึกษาล่าสุดเผยให้เห็นว่าผู้บริหารธุรกิจชั้นน�ำเริ่มด�ำเนินการเสริมสร้าง
การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือAIด้วยความรับผิดชอบโดยองค์กรส่วนใหญ่ได้เริ่มอบรม
ด้านจริยธรรมให้กับบุคลากรด้านเทคโนโลยีของตนถึง 70% (ภาพประกอบ 3) และ
จัดให้มีคณะกรรมการด้านจริยธรรมเพื่อประเมินและตรวจสอบการใช้ AI ถึง 63%
(ภาพประกอบ 4)
นอกจากนี้องค์กรยังมีการประเมินหรือตรวจสอบงานที่ได้จาก AI ทุกสัปดาห์
ถึง 31% (ภาพประกอบ 5)
นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า
องค์กรต่างๆเริ่มตระหนักถึงประเด็นความกังวลและผลจากเทคโนโลยีAIที่เบี่ยงเบน
ไป เช่น ท�ำให้เกิดการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมและล�ำเอียง
การก�ำกับดูแล AI เป็นสิ่งจ�ำเป็น
แม้จะมีกระแสว่า AI ท�ำงานได้โดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์
แต่งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรผู้น�ำด้าน AI ต่างตระหนักดีว่า การก�ำกับดูแล
เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเรื่องจ�ำเป็น ไม่ใช่เรื่องเสริม โดย 74% (ภาพประกอบ 6) ของ
องค์กรผู้น�ำด้าน AI เปิดเผยว่าได้ดูแลการใช้งานอย่างระมัดระวัง โดยจัดให้มีการ
ประเมินและตรวจสอบผลอย่างน้อยทุกสัปดาห์ ขณะที่มีเพียง 33% ขององค์กรที่
ประสบความส�ำเร็จในการใช้ AI น้อยกว่า ได้ท�ำการตรวจสอบ
จากภาพประกอบ 4 มี 43% ของกลุ่มผู้น�ำด้าน AI ยังเผยว่าองค์กรมี
กระบวนการที่สามารถเพิ่มเติมหรือลดผลได้ที่ดูผิดสังเกตในระหว่างตรวจสอบ
ในขณะที่มีเพียง 28% ขององค์กรที่ประสบความส�ำเร็จในการใช้ AI น้อยกว่า
มีกระบวนการลักษณะนี้
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า กระบวนการก�ำกับดูแลยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกมาก
กว่าที่จะเท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI
ภาพประกอบ 3
ภาพประกอบ 4 ภาพประกอบ 5
SURVEY | IT TRENDS 33
photo:rawpixel.com
นนทวัฒน์ กล่าวและเสริมว่า หากสามารถเข้าใจวิธีการตัดสินใจของ AI ได้
จะท�ำให้เกิดความเชื่อมั่นและช่วยให้มนุษย์ก�ำกับดูแลAIได้อย่างมีประสิทธิภาพส�ำหรับ
นักพัฒนาและลูกค้าที่วางแผนน�ำ AI ไปใช้ โดยพัฒนาอัลกอริทึมที่โปร่งใสและอธิบาย
ได้ รวมทั้งใช้ระบบ AI ท�ำงานโดยแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ เส้นทางการพัฒนา
จึงยังอีกยาวไกลจนกว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นจนถึงระดับที่มีการน�ำ AI ไปใช้
อย่างแพร่หลาย
ดังนั้นการที่องค์กรต่างๆพัฒนาแนวทางการใช้AIอย่างมีจริยธรรมและเสริม
ความเชื่อมั่นว่าจะมีการก�ำกับดูแลที่ดี จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะองค์กร
ตระหนักดีว่าหากผลจากการใช้ AI ออกมาคลาดเคลื่อน จะส่งผลกระทบต่อไปยัง
ส่วนอื่นๆส�ำหรับองค์กรที่น�ำAIมาใช้แล้วหรือมีแผนจะน�ำมาใช้พบว่า60%มีความ
กังวลเรื่องการใช้ AI ในการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น องค์กรจะดู
แล้งน�้ำใจหรือไม่ หรือยิ่งท�ำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในองค์กรน้อยลงก็เป็นได้
ภาพประกอบ 6
IT TRENDS | SURVEY34
photo : rawpixel.com
SURVEY | IT TRENDS 35
ผลการศึกษาอื่นๆ ที่ได้จากการส�ำรวจนี้ ได้แก่
- 	 โดยรวมแล้ว72%ขององค์กรทั่วโลกมีการใช้
AI ในส่วนงานขององค์กร อย่างน้อยก็หนึ่ง
ธุรกิจ
- 	 ประมาณ44%หรือเกือบครึ่งขององค์กรที่น�ำ
AI มาใช้ ระบุว่าการใช้งานได้ผลส�ำเร็จจริง
โดยAIได้เข้ามาช่วยให้การประมาณการและ
ตัดสินใจถูกต้องแม่นย�ำขึ้นท�ำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นที่ส�ำคัญคือเพิ่มผลิตภาพ
การท�ำงานของทั่วทั้งองค์กร
- 	 46% หรือเกือบครึ่งขององค์กรที่น�ำ AI มาใช้ เผยว่าได้ใช้ AI ครอบคลุมทั้ง
ระบบงาน ไม่ว่าจะหนึ่งระบบ (use case) หรือมากกว่านั้น
- 	 ผู้ตอบแบบส�ำรวจที่ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง (C-suite) มักจะมองผลกระทบ
ของ AI ในเชิงบวก โดยมากกว่าครึ่งคือ 55% ของผู้บริหารระดับทั่วไป
เห็นว่าการน�ำ AI มาใช้งานนั้น "ประสบผลส�ำเร็จ" หรือ "ประสบผลส�ำเร็จ
อย่างสูง" ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงมีเพียง 38% ที่เห็นผลเชิงบวก
- 	 องค์กรหลายแห่งเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่พนักงานด้านการยกระดับการ
ท�ำงานโดย62%เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าAIให้ประโยชน์มากเพราะท�ำให้
พนักงานหันมาเน้นด้านกลยุทธ์มากกว่างานด้านปฏิบัติการ
- 	 อย่างไรก็ตาม มีองค์กรร้อยละ 20 ที่ระบุว่า "มีแรงต้านจากพนักงาน
เนื่องจากความกังวลเรื่องเสถียรภาพในหน้าที่การงาน"จึงเป็นความท้าทาย
อย่างหนึ่งของการน�ำ AI มาใช้งาน ส่วนอีก 57% เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า
"เราเป็นห่วงเรื่องผลกระทบของ AI ต่อประเด็นด้านพนักงานสัมพันธ์
(เช่น พนักงานอาจรู้สึกเหมือนโดนคุกคาม หรือต้องท�ำงานมากเกินก�ำลัง)"
ยิ่งกระแสการน�ำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งมีความ
ท้าทายหรือมีปัญหาที่ต้องแก้" รอส แกกนอน ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิจัยแห่ง Forbes
Insights กล่าวและทิ้งท้ายว่า คุณประโยชน์และโอกาสต่างๆ ที่จะได้จาก AI นั้น
มีมากมายอย่างไร้ขีดจ�ำกัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องประสิทธิภาพการด�ำเนินงาน ไป
จนถึงการเพิ่มผลิตภาพและรายได้ สิ่งที่ผู้บริหารควรถามตัวเอง ไม่ใช่ว่าควรใช้ AI
หรือไม่ แต่ควรถามตัวเองว่าจะน�ำมาใช้เร็วที่สุดได้เมื่อไร
IT TRENDS | SURVEY36
TRAINING | IT TRENDS 37
COURSE SCHEDULE 2019
DESCRIPTION PRICEINSTRUCTOR DAY JUL - SEP OCT - DEC
BIG DATA CERTIFICATION COURSE
BIG DATA IN ACTION FOR SENIOR MANAGEMENT
BIG DATA ARCHITECTURE AND ANALYTICS PLATFORM 
BIG DATA ANALYTICS AS A SERVICE FOR DEVELOPER 
MACHINE LEARNING FOR DATA SCIENCE 
ADVANCED ANALYTICS USING DEEP LEARNING 
VISUAL ANALYTIC WORKSHOP
BUSINESS INTELLIGENCE DESIGN AND PROCESS 
TREND&MENTALITYOFBUSINESSINTELLIGENCE                         
DATA WAREHOUSE DESIGN & SYSTEM DEVELOPMENT 
HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS                          
AI & BIG DATA 2019 
BLOCKCHAINTECHNOLOGYFORDEVELOPER                                         
BLOCKCHAIN FOR MANAGEMENT AND EXECUTIVES
BLOCKCHAIN CONCEPT AND USECASES
PRACTICAL CLOUD COMPUTING FOR SENIOR MANAGEMENT
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA
MR. DANAIRAT THANABODITHAMMACHARI
MR. AEKANUN THONGTAE     
MR. SANTISOOK LIMPEETICHAROENCHOT 
MR. ANAPAT PIPATKITIBODEE
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM
MR.AEKANUN THONGTAE
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA
MR.AEKANUN THONGTAE
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA
MR.AEKANUN THONGTAE
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA
MR.AEKANUN THONGTAE
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA
MR. SANTISOOK LIMPEETICHAROENCHOT
MR. ANAPAT PIPATKITIBODEE 
MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL 
MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL 
MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL 
MR.AEKANUN THONGTAE 
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM
MR.TITITORN SEMANGERN
MR.TITITORN SEMANGERN
MR.TITITORN SEMANGERN
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM
59,000 BAHT
BRING YOUR OWN COMPUTER
10,900
(EARLY BIRD 9,900)
8,900
(8,500 WITH YOUR
NOTEBOOK)
10,900
(8,500 WITH YOUR
NOTEBOOK)
12,900
(10,900 WITH YOUR
NOTEBOOK)
12,900
(10,900 WITH YOUR
NOTEBOOK)
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
15,900
(12,900 WITH YOUR
NOTEBOOK)
7,900
(EARLY BIRD 7,500)
9,900 (EARLY BIRD 9,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
11,900
(EARLY BIRD 10,900)
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
PLEASE BRING YOUR NOTEBOOK
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
11,900
(EARLY BIRD 9,500)
TRAINING
(120 HR.)
2
3
3
3
3
2
3
2
3
3
1
2
2
2
3
 20 - 21
AUG
22 - 24
JUL
24 - 26
SEP
18 - 19
SEP
9 - 11
JUL
2 - 4
SEP
24 - 25
JUL
6 - 7
AUG
9 - 10
JUL
6 - 7
AUG
25 - 27
NOV
		
10-ส.ค.
OCT
6 - 8
NOV
		
29 - 30
OCT
17 - 19
DEC
20 - 22
NOV
3 - 4
DEC
		
19 - 20
NOV
9 - 10
OCT
2 - 4
OCT
เริ่มเรียน 12 กันยายน 2019 (120 HR.)
เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 -21.00 น.
และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น.
BIG DATA TRACK
BLOCKCHAIN TRACK
CLOUD COMPUTING TRACK
IT TRENDS | TRAINING38
DESCRIPTION PRICEINSTRUCTOR DAY JUL - SEP OCT - DEC
DIGITAL TRANSFORMATION TRACK
MOBILE DEVELOPMENT TRACK
PROJECT/SERVICE MANAGEMENT TRACK						
SOFTWARE DEVELOPMENT TRACK
SOFTWARE ENGINEERING TRACK
IT SECURITY TRACK
DIGITAL TRANSFORMATION STRATEGY                  
DIGITAL TRANSFORMATION STRATEGY WORKSHOP
FOR EXECUTIVE MANAGEMENT
IPHONE DEVELOPMENT USING SWIFT
ADVANCED IPHONE DEVELOPMENT USING SWIFT
2D GAME DEVELOPMENT WITH UNITY
AUTOMATE TESTING FOR IOS APPLICATION ON SWIFT 
AUTOMATE TESTING FOR ANDROID APPLICATION 
MOBILE PROGRAMMING WITH FLUTTER
PROJECT MANAGEMENT ESSENTIALS
AGILE PROJECT MANAGEMENT
SOURCE CODE MANAGEMENT WITH GIT
TEST-DRIVEN DEVELOPMENT ON JAVA
INTRODUCTION TO DOCKER
DESIGN PATTERNS & CODE ARCHITECTURE
REACTIVE MICROSERVICES DESIGN
MICROSERVICES WITH SPRING BOOT                       
ANGULAR7 & FIREBASE                           
DEVOPSCI/CDWITHJENKINS&DOCKER                                             
JAVAENTERPRISEFROMBASICTOSPRINGBOOT                                  
IMPLEMENT NOSQL DATABASE WITH MONGODB 
AGILE FOR SOFTWARE DEVELOPMENT WORKSHOP
BASIC SOFTWARE TESTING
AGILE TESTING IN PRACTICE
ISTQB- CERTIFIED TESTER FOUNDATION LEVEL (CTFL)
TRAINING
DATA PROTECTION IN DATA-DRIVEN ECONOMY
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA,
MR. PRINYA HOM-ANEK AND TEAM
ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA,
MR. PRINYA HOM-ANEK AND TEAM
MR. THONGROP RODSAVAS
MR. THONGROP RODSAVAS
MR. THONGROP RODSAVAS
MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN
MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN
MR. THAWATCHAI JONGSUWANPISAN
MR.SOMMAI KRANGPANICH
MR. PIYA CHIEWCHARAT
SIAM CHAMNANKIT TEAM
MR. THAWATCHAI JONGSUWANPISAN
MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN AND MR. THAWATCHAI
JONGSUWANPISAN
MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN
MR. PASSAPONG THAITHATGOON
MR. PASSAPONG THAITHATGOON
MR.SOMMAI KRANGPANICH
MR.SOMMAI KRANGPANICH
MR.SOMMAI KRANGPANICH
MR.PANUPONG CHANTAKLANG
MR.SOMMAI KRANGPANICH
SIAM CHAMNANKIT TEAM
MS. CHERAPA WANNASUK
SIAM CHAMNANKIT TEAM
MR. NARUPAT KUMNURTRATH
MR.NAKORN SERIRAK 
65,500
(COURSE ONLY 36,000 BAHT)
(BUSINESS TRIP ONLY 27,000
BAHT) CHINA INFORMATION
TECHNOLOGY EXPO
29,500
12,900 (EARLY BIRD 11,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
12,900 (EARLY BIRD 11,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
12,900 (EARLY BIRD 11,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
BRING YOUR OWN MACBOOK
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
9,900 (EARLY BIRD 9,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
17,900 (EARLY BIRD 15,900)
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
8,900 (EARLY BIRD 8,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
8,900 (EARLY BIRD 8,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
8,900 (EARLY BIRD 8,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
8,900 (EARLY BIRD 8,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
9,900 (EARLY BIRD 9,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
9,900 (EARLY BIRD 9,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
20,900 (EARLY BIRD 19,900)
9,900 (EARLY BIRD 9,500)
BRING YOUR OWN COMPUTER
8,900 (EARLY BIRD 8,500)
PLEASE BRING YOUR NOTEBOOK
ON DAY 2 - 3
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
REGISTRATION 3 PERSONS PAY
ONLY 2
11,900 (EARLY BIRD 10,900)
BRING YOUR OWN COMPUTER
14,900
(EARLY BIRD 13,900)
8,900
(EARLY BIRD 8,500)
5
3
5
4
4
2
2
3
3
2
2
2
2
2
2
3
3
3
10
3
3
2
3
2
2
23 - 25
AUG
9
AUG
24 - 27
SEP
	
19 - 20
SEP
20 - 21 AUG
22 - 23
AUG
		
   		
25 - 26
JUL
		
   		
		
		
11
JUL
11 - 13
SEP
2, 3, 9, 10, 16, 17,
23, 24, 30, 31 AUG
 28 - 30
AUG
 14 - 16
AUG
		
10
SEP
		
   		
	
20 - 21
JUL
19 - 20
SEP
24 - 25
OCT
16 - 18
OCT
16 - 18 OCT
19 - 20 DEC
   		
		
		
5 - 6
NOV
		
19 - 20
NOV
		
13 - 14
NOV
		
3
OCT
		
2 - 4
DEC
16 - 18
DEC
 25 - 27
NOV
		
17 - 18
DEC
		
28 - 30
OCT
14 - 15
DEC
  รุ่นที่ 4
TRAINING  24 SEP,
1, 8, 15, 22 OCT
Big Data Cerrficaaon Course
ระยะเวลาอบรม: 120 ชั่วโมง
เรียนทุกวันพฤหัสบดีเวลา 18.00-21.00 น.
และวันเสาร์ 9.00-17.00 น. เริ่มเรียน 12 กันยายน 2019
Instructor: Dr. Thanachart Numnonda
and Team
UPCOMING
IMC COURSES
Dr.Thanachart Mr. Aekanun Mr. Santisook Mr. Anapat
23 - 25 August 2019
www.imcinstitute.com/DigitalWorkshop
“งานสัมมนา ที่คุณจะไดมากกวาการสัมมนา เพราะไดลงมือทำจริง
เตรียมพรอมรับมือกับเทคโนโลยียุกตดิจิทัลและ AI มากยิ่งขึ้น”
@Siam@Siam Design Hotel Pattaya

IT Trends eMagazine Vol 4. No.12

  • 2.
    ปรัชญาในการท�ำงานร่วมกับ ชุมชมโอเพนซอร์สของวีเอ็มแวร์ Use Contribute Create Use โค้ดของโอเพนซอร์ส ในการสร้างมาตรฐาน เช่น OpenSSL, curlช่วยให้การใช้งาน ซอฟต์แวร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ผ่าน UI toolkits ใน Clarity โปรเจ็กต์)เพื่อเร่งความเร็วในการ พัฒนาซอฟต์แวร์ผ่าน Java frameworks, และไลบรารี่ที่ หลากหลาย เช่น libpng, zlib, pango Create และ Release โปรเจ็กต์ใหม่ๆ เข้าสู่ชุมชน โอเพนซอร์สสร้างหลากหลาย โปรเจ็กต์ในชุมชนโอเพนซอร์ส ตั้งแต่ Utilities และ เครื่องมือ การใช้งานต่างๆ Contribute กลับสู่โปรเจ็กต์ต่างๆ ในชุมชน โอเพนซอร์ส (Upstream Project) ทั้งในแง่เพิ่มความสามารถ (Add Features) และการแก้ปัญหา (Fix Bugs) Linux Kernel Drivers ส�ำหรับการท�ำงานร่วมกับ คอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Hardware) เพิ่มประสิทธิภาพการ ท�ำงานของ OpenStack ทั้งด้าน Network, Storage ช่วยให้การ ท�ำงานร่วมกันของ Kubenetes, Container กับ vSphere เป็นไปได้ อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพทั้ง Compute และ Storage ช่วยแก้ ปัญหา (Bugs fix) เล็กๆ น้อยๆ ใน โอเพนซอร์สโปรเจ็กต์ต่างๆ เมื่อCloudกลายเป็นส่วนส�ำคัญที่สุดของDigitalTransformationเทคโนโลยี อย่าง Big Data กับ AI ก็กลายเป็น New Normal นับเป็นช่วงที่เหมาะสมส�ำหรับ เทคโนโลยีที่มีอายุพอสมควรทั้งสองนี้ น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นเมื่อ PWC ได้ออกผลการ ศึกษาว่า AI จะมีผลช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ของโลกมากกว่า 14% หรือเป็นมูลค่าถึง 15.5 Trillian USD ในปี 2030 ตัวเลขนี้ยังมากกว่าผลผลิตมวลรวมของจีนรวมกับ อินเดียเสียอีก ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ที่จะได้ประโยชน์หรือในทางกลับกันหากไม่ปรับตัวก็จะได้รับ ผลกระทบที่รุนแรง ได้แก่ FSI, Healthcare, และ Retail ตามล�ำดับ ซึ่งในมุมมอง ของ VMware เราเรียก AI, Cloud, Mobility และ IoT ว่าเป็น 4 IT Super power เมื่อพิจารณาลงไปก็จะเห็นว่าเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เหล่านี้พัวพันใกล้ชิดโดยมี Clouds – Hybrid Cloud – Multicloud เป็นที่เล่นตรงกลาง เป็นที่ทราบดีว่า VMware เป็นผู้น�ำ ในเรื่อง Private, HCI, Hybrid cloud และ Multicloud การสร้างผลิตภัณฑ์หรือ บริการใหม่ที่เป็น Cloud Native App นั้น ส�ำหรับองค์กรแล้วก็ต้องพิจารณาโครงสร้าง การจัดการ Multicloud ที่ดีมีความปลอดภัยสูงและคุ้มค่าใช้จ่าย Open Sources Softwareที่มีให้เลือกใช้กันแพร่หลายราว400กว่าชนิดนั้นควรจะท�ำงานได้อย่างปลอดภัย บริหารจัดการได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน VMware ยังสนับสนุน Opensource ล�ำดับต้นๆ ของโลก Kubernetes ที่ก�ำลังกลายเป็น Next Java ส�ำหรับ Cloud Platform บริษัทก็เป็นผู้สนับสนุนมากเป็นล�ำดับที่สาม จึงอยากกล่าวถึงกลยุทธ์ในการสนับสนุน Opensource ที่จะเป็นส่วนส�ำคัญในการพัฒนา น�ำเอาเทคโนโลยีต่างๆ ทั้ง Mobility Big Data AI IOT มาสร้างเป็นสินค้าและบริการแก่ลูกค้าอย่างเข้าถึงและเข้าใจ ปรัชญาในการท�ำงานร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์สของวีเอ็มแวร์ คือความร่วมมือ เราใช้ความสนใจในเทคโนโลยี ซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กร เราท�ำงานร่วมกับชุมชน โอเพนซอร์สปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสนับสนุน ชุมชนโอเพนซอร์สน�ำเทคโนโลยีของเราไปท�ำงานร่วมกับชุมชนของโอเพนซอร์สทั้งในด้าน การปรับปรุงโปรเจ็กต์ดั้งเดิมที่มีอยู่ และการเพิ่มโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ให้กับชุมชนของโอเพน ซอร์สสามารถน�ำไปใช้ได้อีกด้วย เรามีหน่วยงานภายในจัดตั้งมาดูเรื่องโอเพนซอร์สโดยตรง (Open Source ProgramOffice)ซึ่งวางนโยบายในการท�ำงานและการปฏิสัมพันธ์ร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์ส ซอฟต์แวร์ ทั้งในด้านการน�ำไปใช้อย่างถูกต้อง (Best Practice), ด้านการให้ค�ำแนะน�ำ (Mentoring),และการซัพพอร์ตในการสนับสนุนโปรเจ็กต์ต่างๆ(UpstreamProjects) รวมถึงการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ให้กับชุมชนโอเพนซอร์สอีกด้วย วีเอ็มแวร์ท�ำงานร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์ส มีส่วนร่วมในการใช้งาน (Use), มีส่วนร่วมในการสนับสนุน(Contribute)และการสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับชุมชนโอเพนซอร์ส (Create)
  • 3.
    วีเอ็มแวร์มีประวัติศาสตร์กับชุมชนโอเพนซอร์สอันยาวนานเรามีส่วนร่วมและลงทุน กับโปรเจ็กต์โอเพนซอร์สต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เริ่มต้นบริษัทเรามีความสัมพันธ์อันดีกับ ชุมชนโอเพนซอร์ส โดยในช่วงแรกที่ตั้งบริษัท เราเน้นเรื่องการสร้างนวัตรกรรมของการ สร้างระบบ Virtualization และ Cloud Technologies CloudFoundryเป็นโปรเจ็กต์หนึ่งที่เราเริ่มเพื่อช่วยให้Multi-CloudApplication Platform สามารถเป็นไปได้ง่ายรวมทั้งSpringSource(ซึ่งภายหลังPivotalSoftware ซึ่งเป็นบริษัทภายในกลุ่ม Dell/EMC Technologies แยกบริษัทออกไปและน�ำโปรเจ็กต์ เหล่านี้ไปดูแลต่อ) OpenvSwitchเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เรามีส่วนร่วมในการสนับสนุนซึ่งโปรเจ็กต์ นี้เริ่มต้นจากทีมงานของ Nicira ตั้งแต่ปี 2009 (ภายหลัง Nicira ควบรวมกิจการกับ วีเอ็มแวร์ปี 2012) แต่เราก็ยังคงมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโปรเจ็กต์ Open vSwitch เสมอมา และไม่นานมานี้ เราก็มีการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับโปรเจ็กต์ด้าน IoT กับ EdgeX และ ​NFV เหล่านี้คือตัวอย่างของโปรเจ็กต์โอเพนซอร์สที่เราสร้างขึ้นและสามารถน�ำไปใช้งาน ได้ผ่าน VMware GitHub (https://github.com/vmware) enterprise-grade, identity and access management services targeting critical security, governance, and compliance chal- lenges for Cloud-Native Apps within the enterprise (https://vmware.github.io/lightwave/) a highly scalable and very lightweight Container Management platformfordeployingandmanagingcontainer-basedapplications Included in vSphere Integrated Containers feature, vSphere 6.0 release (https://vmware.github.io/admiral/) design system that combines UX guidelines, an HTML/CSS framework,andAngular2components.Clarityisforbothdesigners and developers (https://vmware.github.io/clarity/) Enterprise-class registry server that stores and distributes DockerimagesIncludedinvSphereIntegratedContainersfeature, vSphere 6.5 release (https://vmware.github.io/harbor/) a tool that analyzes un-instrumented ELF core files for leaks, memorygrowthandcorruption(https://github.com/vmware/chap) application-levelperformancebenchmarktooldesignedtoallowthe investigation of performance tradeoffs in modern virtualized and cloud infrastructures (https://github.com/vmware/weathervane/) bundle of client libraries, documentation and sample code for accessing the vSphere Automation endpoint and providing the abilitytomanageandconfiguretheservicesprovidedbythisAPI in a variety of different languages (https://vmware.github.io/ vsphere-automation-sdk/ ) a vendor-neutral Open Source software development kit (SDK) for building secure IoT gateway data and control orchestration applications. (https://github.com/vmware/liota) และในปีที่ผ่านมาวีเอ็มแวร์ก็ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทที่เป็นผู้น�ำในการสนับสนุน ชุมชนโอเพนซอร์ส อาทิ Heptio ซึ่งก่อตั้งโดยคุณ Joe Beda และ Craig McLuckie ผู้ซึ่งมีส่วนในการออกแบบและให้ก�ำเนิด Kubernetes โดย Heptio Kubernetes Subscription นั้น เป็น Solution ที่สมบูรณ์แบบส�ำหรับองค์กรที่ต้องการจะน�ำ Kubernetes มาใช้งาน ซึ่งครอบคลุมทั้งในเรื่องของเครื่องมือต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมา รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญที่จะให้ค�ำปรึกษา ตลอดจนการให้บริการสนับสนุนหลังจากที่มีการ ใช้งานมีโอเพนซอร์สโปรเจ็กต์ที่ช่วยให้การท�ำงานKubenetesในองค์กรเป็นไปได้ง่ายเช่น Velero(เดิมชื่อHeptioArk)–CloudNativeDisasterRecoveryandData Migration Tool ส�ำหรับ Kubenetes Application Sonobouyเครื่องมือส�ำหรับDiagnosticและเพื่อดูความเป็นไป(viability)ของ Kubenetes Cluster ผ่าน Upstream Conformance Testing Contour ซึ่งเป็น Kubenetes Ingress Controller Gimbal ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการ Ingress ใน Kubenetes Multi -Cluster Environments ล่าสุด ในปี 2019 วีเอ็มแวร์ก็ได้ลงทุนควบรวมกิจการกับ Bitnami ผู้น�ำในการน�ำ Application Packaging Solution มาใช้งานในรูปแบบแคตาล็อก เพื่อคลิกและ ใช้งานทั้งในMajorCloudVenderต่างๆและในระบบที่เป็นKubenetesEnvironment ซึ่งจะช่วยให้การน�ำ Opensource ISVs มาใช้งานใน Environment ต่างๆ เป็นไปได้ ง่ายขึ้น
  • 4.
    วิวัฒนาการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีแนวโน้ม ว่า AI จะได้รับการพัฒนาไปถึง Artificial SuperIntelligence (ASI) เมื่อถึง ตรงนั้น ASI จะฉลาดกว่ามนุษย์ แม้มนุษย์จะเป็นผู้สร้างขึ้นมาก็ตาม แต่ด้วย ข้อมูลที่มากกว่า ความสามารถในการประมวลผลที่ดีกว่า คือค�ำตอบที่ท�ำไม จึงฉลาดกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงมีข้อกังวลว่า เราจะควบคุม หรือใช้ ASI กัน อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ ไม่มีโทษหรือความเสี่ยง ในอีกมุมหนึ่งก็มีการพัฒนาให้มนุษย์ด�ำรงชีวิตอยู่ให้ยาวนานขึ้น หรืออาจจะมี “ชีวิตอมตะ” ในอนาคต ในที่นี้จะกล่าวถึงสององค์กรที่ ท�ำการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แห่งหนึ่งคือ องค์การ 2045 (www.2045.com) มีเป้าหมายสร้างความเป็นอมตะให้แก่มนุษย์ เริ่มจาก ย้ายการนึกคิดของคนเข้าสู่ร่างใหม่ ท�ำการผ่าตัดย้ายสมองคนไปฝังไว้ใน ร่างหุ่นยนต์ จากนั้นพัฒนาให้เป็นหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์โดยการถ่ายโอน ความคิด ลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลนั้นไปยังร่างที่เป็นหุ่นยนต์โดยไม่ต้อง มีสมองของมนุษย์เป็นสื่อกลางอีกแล้ว และก้าวสู่ขั้นสุดยอดคือ มีแนวคิดที่ จะพัฒนาให้คนด�ำรงอยู่ในสภาวะของโฮโลแกรม หรือการไม่มีร่างกาย อีกแห่งหนึ่งคือNeuralink(www.neuralink.com)ของElonMusk ท�ำการวิจัยและพัฒนาการเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับสมองกล ท�ำให้มนุษย์ ถ่ายโอนความคิดต่างๆเข้าไปในคอมพิวเตอร์และสามารถดาวน์โหลดข้อมูล จากคอมพิวเตอร์เข้าสู่สมองท�ำงานร่วมกันได้ ท�ำให้มนุษย์มีความสามารถ มากขึ้นถึงขั้นที่ไม่ต้องกลัวว่าจะแข่งกับ AI ไม่ได้ และในที่สุดอาจจะผนวก รวมคนเข้ากับ AI ก็ได้ ทั้งหมดนี้เป็นโลกอนาคตที่พึ่งพิงเทคโนโลยีซึ่งนับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมนุษย์อาจมีเทคโนโลยีผสมกลมกลืนอยู่ในร่างกาย เทคโนโลยี ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับ AI และเมื่อกลับมามองวันนี้ AI เป็นเพียง จุดเริ่มต้น แต่เป็นประเด็นที่องค์กรควรต้องให้ความส�ำคัญ...ท่านสามารถ อ่านเรื่อง AI ได้ใน Special Report เรื่องจากปกของฉบับนี้ ในโอกาสนี้ขอแจ้งข่าวเพิ่มเติม โดยสถาบันไอเอ็มซี จัดงานสัมมนา AI & Big Data 2019 : The Power of Balance between Technology & Business Values ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2562 มีเนื้อหาเข้มข้น ครบทุกด้าน เหมาะส�ำหรับทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน มีทั้งแนวโน้ม การวางแผนการน�ำไปใช้งานการเริ่มต้นAIและBigDataที่จะทรานฟอร์ม องค์กร อีกทั้งเวิร์กชอปที่ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความ เข้าใจยิ่งขึ้น งานนี้ไม่ควรพลาด ท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สถาบันฯ หรือ http://www.imcinstitute.com/ EDITOR NOTE AI เปลี่ยนโลก นัยนา แย้มอรุณ บรรณาธิการ IMC NEWS IT NEWS SPECIAL REPORT The evolution of AI ไทยขานรับใช้งานพัฒนาต่อยอด DIGITAL TRANSFORMATION กลยุทธ์เปลี่ยนแปลงบริษัทสู่ยุค AI EXPERT TALK เข้าใจ & เตรียมพร้อมรับ พ.ร.บ. ใหม่ ไซเบอร์ & ข้อมูลส่วนบุคคล INSTRUCTOR ถ่ายทอดมุมถอดบทเรียนเดินให้ถูกทาง กับยุทธศาสตร์ DIGITAL TRANSFORMATION SURVEY มองมุมองค์กรตระหนักถึงจริยธรรมจากการใช้ AI TRAINING IMC UPCOMING COURSES 5 9 11 19 23 29 31 37 39 นิตยสารไอที ราย 4 เดือน VOL.4 NO.12 MAY-AUGUST 2019 CONTENTS
  • 5.
    IMC NEWS |IT TRENDS 5 IMC นำ�ทีมผู้อบรมร่วมงาน China Information Technology Expo (CITE) ที่เซินเจิ้น ประเทศจีน งาน China Information Technology Expo (CITE) จัดที่เซินเจิ้น ประเทศจีน แสดงเทคโนโลยีไอทีทุกแขนงกว่า 1,500 บูธ บนพื้นที่ 100,000 ตารางเมตร มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คนจากทั่วโลก ภายในงานยังมีสัมมนาอีกกว่า 30 รายการ ผู้ร่วมงานได้พบเทคโนโลยีใหม่ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แทบทุกค่ายโชว์ Smart Devices, Robot, IoT และ AI รวมทั้งได้ความรู้ธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศจีน และสัมผัส กับสังคมไร้เงินสด นอกจากนี้ สถาบันไอเอ็มซียังได้น�ำศึกษาดูงานที่ UBTECH สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของจีน ที่พัฒนา หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) โดยพัฒนามาจากพื้นฐานร่างกายมนุษย์ มีล�ำตัว แขน ขา หรือ Humanoid Robots ผลิตเพื่อใช้งานใน 3 กลุ่ม คือ 1. หุ่นยนต์ของเล่น เพื่อเสริมทักษะการ เรียนรู้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงระดับมหาวิทยาลัย 2. หุ่นยนต์เพื่อไลฟ์สไตล์ที่สามารถช่วยเหลือในชีวิตประจ�ำวัน และ 3. หุ่นยนต์เพื่อรองรับธุรกิจทั้งภาคบริการและอุตสาหกรรม ยกตัวอย่าง KURi หุ่นส�ำหรับใช้ในบ้าน JIMU หุ่นยนต์เสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็ก และหุ่นยนต์เพื่อ ตรวจสอบสินค้า ทั้งนี้ UBTECH ให้ความส�ำคัญต่อการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ชื่อดังทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการวิจัยร่วมกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล อเมซอน เดอะวอลท์ ดิสนีย์ เทนเซ็นต์ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอีกรายหนึ่งของจีน ซึ่งการวิจัยและพัฒนาที่ต่อเนื่องส่งผลให้ปัจจุบัน UBTECH ได้รับสิทธิบัตรแล้วกว่า 800 รายการ
  • 6.
    IT TRENDS |IMC NEWS6 เปิดโครงการประจำ�ปี Big Data School การอบรม Big Data School ในปีนี้เป็นรุ่นที่ 4 ผู้เข้าอบรมได้ เรียนรู้เรื่อง Big Data Technology สร้างทักษะ Data Engineer, Data Analyst และสามารถต่อยอดเป็น Data Scientist ได้ เรียนรู้ การติดตั้ง Big Data Infrastructure บนระบบ Cloud เรียนรู้การ ประมวลผลBigDataโดยใช้Hive,Impala,Sparkสามารถดึงข้อมูล เข้าสู่ระบบโดยใช้ Sqoop, Flume, Kafka และเรียนรู้การท�ำ Machine Learning โดยใช้ Spark Machine Learning ผู้เข้าอบรมเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3-4 ในสาขา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยอบรมแบบ On the Job Training เป็น เวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน - 2 สิงหาคม 2562 (จันทร์-ศุกร์ : 8.30-17.00 น.) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป้าหมายของโครงการนี้ ต้องการเสริมสร้างบุคลากรด้าน Big Data ให้กับประเทศไทย คาดหวังให้ผู้อบรมสามารถน�ำความรู้ มาปรับใช้ต่อการท�ำงานในอนาคต ทั้งนี้ สถาบันไอเอ็มซี ท�ำการออก ใบรับรองการอบรมหลังจบหลักสูตรส�ำหรับผู้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ด้วยการเข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 95% ของเวลาทั้งหมด และพร้อม ท�ำหน้าที่ติดต่อประสานให้ผู้ผ่านการอบรมเข้าท�ำงานในบริษัท ด้านไอทีด้วย
  • 7.
    IMC NEWS |IT TRENDS 7 ร่วมงาน Computex 2019 อบรมหลักสูตร Agile เน้นปฏิบัติ การอบรมหลักสูตร Agile for Software Development Workshop จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจาก นักพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยรูปแบบแอจไจล์ (Agile) เป็นทางเลือกที่ท�ำให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ รวดเร็ว และตรงกับโจทย์ ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เจาะลึกและลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile และ Scrum Framework รวมทั้งเรียนรู้ตัวอย่างและเทคนิคต่างๆ ของการปรับและประยุกต์ใช้ โดยได้รับเกียรติจาก คุณประธาน ด่านสกุลเจริญกิจ เป็นผู้บรรยายและท�ำเวิร์กชอป เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันไอเอ็มซี ร่วมกับ บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จ�ำกัด และบริษัท นิปปอน ไซซิทส์ จ�ำกัด น�ำคณะผู้อบรมร่วมศึกษาดูงานที่ Computex 2019 งานมหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยิ่งใหญ่ ระดับโลกจัดขึ้นที่กรุงไทเปประเทศไต้หวันส�ำหรับงานนี้เน้น โชว์นวัตกรรมล่าสุดรวมถึงเปิดตัวสินค้าใหม่ๆมากมายอีกทั้ง ยังน�ำสู่ Taiwan Association for Vitual and Augmented Reality (tavar.tw) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาด้าน AR/VR เครื่องมือส�ำคัญในการพัฒนาธุรกิจของไต้หวัน
  • 8.
    IT TRENDS |IMC NEWS8 AI for Everyone เปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้าสู่ยุค AI เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันไอเอ็มซีได้จัดอบรมหลักสูตร AI for Everyoneโดยได้รับเกียรติจากรศ.ดร.ธนชาตินุ่มนนท์ผู้อ�ำนวยการ สถาบันเป็นผู้บรรยายด้วยองค์ความรู้ที่ส�ำคัญได้แก่อธิบายถึงความ หมายต่างๆ ของ AI, Machine Learning, Deep Learning, Data Science เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จากนั้นเรียนรู้การ ประยุกต์ใช้งาน AI ด้านต่างๆ ทั้ง Computer Vision, Speech, Natural Language Processing และ Robotics พร้อมทั้งสาธิตการ ใช้งานจริงๆ จากอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่างๆ เครื่องมือในการท�ำ AI และแนวทางการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้าสู่ AI Company เจาะลึก Machine Learning for Data Science บรรยากาศการอบรมหลักสูตร Machine Learning for Data Science ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้แนะนําการสร้าง แพลตฟอร์มส�ำหรับการท�ำ Predictive Analytics ที่รองรับการท�ำ Distributed Deep Learning นอกจากนี้ยังสาธิตการท�ำ Face Recognition / Image Classifier เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง ระหว่าง Machine Learning โดยทั่วไป กับ Use Cases ที่จ�ำเป็นต้องใช้ Deep Learning ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data คือ รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ และอาจารย์เอกอนันต์ ทองแท้ ผู้ผ่านการ อบรมสามารถน�ำความรู้ไปใช้งาน พร้อมให้เรียนรู้กรณีศึกษา เพื่อไม่ต้องลองผิดลองถูกต่อไป
  • 9.
    IT NEWS |IT TRENDS 9 ภาครัฐและเอกชนเปิดตัวโครงการต้นแบบระบบจัดการเพื่อ รักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โชว์ฝีมือการพัฒนาโดยคนไทย ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวภาครัฐเผยจุดเด่น ซอฟต์แวร์สามารถประยุกต์ใช้ได้ตามความต้องการ จากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวสูญหายเมื่อปีที่ผ่านมา ท�ำให้หลาย หน่วยงานตระหนักถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว มากขึ้นท�ำให้เกิดโครงการระบบการจัดการและรักษาความปลอดภัย นักท่องเที่ยว(TourismSafetySupportandManagementSystem) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัทกสทโทรคมนาคมจ�ำกัด(มหาชน) ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สมาคมสมองกลฝังตัวไทย บริษัท เอ็กซ์เซ้นส์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จ�ำกัด ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา เและบริษัทน�ำเที่ยวต่างๆ เป็นโครงการต้นแบบด้านความปลอดภัย การท่องเที่ยวทางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย) เพื่อทดสอบระบบ การจัดการและรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า "แคทได้ร่วมสนับสนุนโครงข่ายการกระจายสัญญาณบนเทคโนโลยี ลอร่าแวน (Long-Range Wide Area Network) ในการทดสอบ ระบบการท�ำงานของเซนเซอร์บนเรือ และเสื้อชูชีพของนักท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ทะเลอันดามัน ซึ่งภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก ทั้งนี้ แคทมีเป้าหมายที่จะขยายโครงการให้บริการลอร่าแวนให้ครบ 77 จังหวัดภายในปีนี้ เปิดตัวต้นแบบระบบรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว รัฐเอกชนร่วมมือจุดประกายที่ท่าเรือเกาะภูเก็ต ระบบติดตาม 3 ประสาน การทดสอบระบบจัดการเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวภายใต้โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย 1. ระบบระบุต�ำแหน่งนักท่องเที่ยว โดยมีสายรัดข้อมือ หรือ Wristband และเสื้อชูชีพติดเซนเซอร์ เป็นอุปกรณ์ปลายทาง ท�ำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยัง ศูนย์ควบคุมและสั่งการเมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ 2.ระบบติดตามเรือท่องเที่ยว(AutomaticIdentificationSystem)แสดง พิกัดต�ำแหน่งของเรือและเรือบริเวณรอบข้างแสดงความเร็วของเรือและระบบ เข็มทิศน�ำทาง เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่ ประเมินความเสี่ยง และกิจกรรม การปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมของหน่วยงานภาครัฐ 3.ระบบติดตามรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว(GPSVehicleTrackingSystem) ท�ำการแสดงภาพวิดีโอ และระบบติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือน เมื่อเข้าเขตพื้นที่เสี่ยงอันตรายและแจ้งเตือนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเกินก�ำหนด สามารถแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย ด้วยการแชร์จุดพิกัดภูมิศาสตร์ (GPS Location)ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นโรงพยาบาลหน่วยกู้ภัยสามารถ ควบคุมและป้องกัน ปราบปรามปัญหาอาชญากรรม เพื่อรักษาความความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยวอันจะน�ำไปสู่การสร้างความ เชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี photo : yanalya / Freepik
  • 10.
    IT TRENDS |IT NEWS10 “ระบบการจัดการเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจะช่วย ยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบยั่งยืน” พ.อ.สรรพชัย กล่าว นางฐิติมา สุวรรณรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เซ้นส์ อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิสจ�ำกัดกล่าวว่าจากประสบการณ์ในการพัฒนา และให้บริการระบบติดตามยานพาหนะมากว่า 15 ปี ในโครงการนี้ ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ การให้บริการในโครงการต้นแบบนี้ จะท�ำการแจ้งเตือนทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุเช่นนักท่องเที่ยวตกน�้ำอุปกรณ์ติดตัว(Wristband) และเซนเซอร์ที่ติดไว้ในเสื้อชูชีพ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง ศูนย์ควบคุมและสั่งการ (Control and Command Center) เพื่อให้การช่วยเหลือในทันที นายสมมาตร วงสารศักดิ์ กรรมการ บริษัทท่าเรือวิสิษฐ์พันวาจ�ำกัดกล่าวว่าโครงการอยู่ระหว่างทดสอบ การใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ และ จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการทัวร์ ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยทั้งนี้จะบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสม เพื่อให้บริการนี้ เกิดประโยชน์สูงสุด และได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มากขึ้น ระบบศูนย์ควบคุม และสั่งการ การท�ำงานของระบบจัดการเพื่อความ ปลอดภัย จะท�ำการแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ ไปยังระบบศูนย์ควบคุมและสั่งการ (Control and Command Center) ท�ำให้รู้ต�ำแหน่งและการแจ้งเตือน เหตุการณ์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที รู้ต�ำแหน่งของนักท่องเที่ยวแต่ละรายป้องกันการสูญหาย หรือพลัดหลงกับทัวร์ รวมทั้งมีระบบจอภาพแสดงผล ในห้องศูนย์ปฏิบัติการ อีกทั้งยังมีพยากรณ์อากาศ เพื่อตรวจตราการออกเรือท่องเที่ยวในแต่ละวัน มีศูนย์ประสานความช่วยเหลือ ณ จุดประชาสัมพันธ์ของ โรงพยาบาลที่ส�ำคัญโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และล่ามภาษาต่างๆเพื่อช่วยเหลือและประสานงานผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เมื่อมีข้อมูลนักท่องเที่ยว ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรม การท่องเที่ยว เพื่อน�ำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวครั้งต่อไป นางสาวขนิษฐา ประสารสุข ผู้จัดการ สมาคมสมองกลฝังตัว ไทย หรือทีซ่า กล่าวว่า "สมาคมฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการช่วยให้ สมาชิกเติบโตเข้มแข็ง และแข่งขันได้ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว ท�ำให้ เกิดโปรดักต์และเซอร์วิสกลายเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยในการ ให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตจะได้ขยายผลต่อไป นายปริวรรต วงษ์ส�ำราญ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการ นวัตกรรม ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า "ทางส�ำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ : สนช. (NIA) มีกลไกในการส่งเสริมและให้การ สนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตเข้มแข็งในรูปแบบต่างๆ มากมาย ตลอดจนความร่วมมือในโครงการเพื่อขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้ ทั้งใน รูปแบบเงินทุนสนับสนุน และช่วยในการประสานงานเรื่องต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการให้บริการของภาครัฐเพื่อให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น" ทั้งนี้ ระบบจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนไทย มีจุดเด่นด้านซอฟต์แวร์ที่ สามารถปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ได้กับการติดตามรูปแบบอื่นๆ เช่น ติดตามเรือน�ำเที่ยว ติดตามเรือขนส่งสินค้า ตลอดจน การติดตามยานพาหนะทางบก แตกต่างจากซอฟต์แวร์ของ ต่างประเทศที่ไม่สามารถแก้ไขการใช้งานได้ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น ด้านความสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากสามารถเรียกดูระบบใน หลายส่วนผ่านหน้าจอเดียว หรือที่เรียกว่า Single monitor photo : jcomp / freepik.com
  • 11.
    ก้าวสู่ยุค AI ทั่วโลกใช้งานแพร่หลายเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มนุษย์ในอนาคตอาจฉลาดกว่าคน แวดวงธุรกิจไทยตื่นตัวเร่งสร้าง AI ใช้งานทุกภาคส่วน ภาคการศึกษาตื่นรับจับหลักสูตร ปูพื้น AI สอนตั้งแต่ระดับมัธยม แต่อย่างไรยังมีข้อกังวลด้านจริยธรรมที่ต้องให้ความ สำ�คัญ ไทยขานรับใช้งานพัฒนาต่อยอด photo:freepik.com SPECIAL REPORT | IT TRENDS 11
  • 12.
    photo : freepik.com 1. เน้นการท�ำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาได้ก�ำหนด ให้เป็นยุทธศาสตร์ส�ำคัญอันดับสองรองจากด้านความมั่นคงของ ประเทศ 2. เร่งพัฒนาทรัพยากรด้าน AI ทั้งเรื่องข้อมูล ระบบประมวลผล และ อัลกอริทึมต่างๆ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและภาคอุตสาหกรรม สามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างรวดเร็ว 3. เร่งก�ำหนดมาตรฐานกลางด้านต่างๆ ของ AI 4. เร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI โดยเตรียมก�ำลังคน ให้พร้อมและมีทักษะการใช้ AI เพื่องานในอนาคต รวมทั้งสนับสนุนการศึกษา STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ในภาค การศึกษา 5. ส่งเสริมความร่วมมือกับนานาชาติในด้านการ วิจัยและพัฒนาทางด้าน AI โดยในขณะเดียวกัน ก็ต้องปกป้องความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี AI ของสหรัฐอเมริกาให้คงอยู่ท่ามกลางการ แข่งขันหรือภัยคุกคามจากประเทศอื่น American AI Initiative จุดเริ่มต้นของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เกิดจากข้อมูลขนาดใหญ่ ที่สามารถน�ำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ด้วยการใช้เครื่องมือ โดยการก�ำหนดอัลกอริทึมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามโจทย์ที่ต้องการAIมีการ เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากข้อมูลจ�ำนวนมาก เมื่อน�ำมาใช้ในเชิงธุรกิจ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กร ช่วยลดโอกาสที่จะเกิด ข้อผิดพลาด อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการทรานฟอร์มธุรกิจ และ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอีกด้วย ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิต ประจ�ำวันของผู้คนอย่างมาก ทั้งเรื่องใกล้ตัวและไกลตัว จนในบางครั้ง อาจไม่ทันได้คิดว่าก�ำลังปฏิสัมพันธ์อยู่กับ AI ที่ท�ำงานแทนมนุษย์ AI เปลี่ยนโลก ในอนาคตAIจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจ�ำวันไม่ว่าจะ เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง การพยากรณ์อากาศที่แม่นย�ำยิ่งขึ้น การส�ำรวจอวกาศโดยหุ่นยนต์ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้เพื่อป้องกันการ ก่อการร้ายทางไซเบอร์ที่สามารถเรียนรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เอง รู้วิธีฉ้อโกงการช�ำระเงินและแจ้งเตือนอัตโนมัติ อีกทั้งยังพบว่าเป็น เครื่องมือในการดูแลสุขภาพขั้นก้าวหน้า โดย AI มีความสามารถในการ วิเคราะห์ข้อมูลจีโนมจ�ำนวนมหาศาลซึ่งน�ำไปสู่การป้องกันและรักษาโรค ที่ถูกต้องมากขึ้นของในแต่ละบุคคล บทความในนิตยสาร Gigabit กล่าวถึงวิวัฒนาการในอนาคตของ AI ที่อาจจะได้เห็นในอีก 15-20 ปีข้างหน้า โดยมี 7 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 Rule Based Systems AI จะอยู่รอบตัวเราตั้งแต่ เครื่องใช้ภายในบ้านไปจนถึงเครื่องบินอัตโนมัติ และในโลกของการ ท�ำงานยังมี RPA (Robotic Process Automation) เครื่องมือที่ช่วย ท�ำงานแทนคน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและท�ำงานได้รวดเร็วขึ้น ขั้นตอนที่2ContextAwarenessandRetentionอัลกอริทึม จะสร้างเนื้อหาของข้อมูลในเรื่องนั้นๆ และเรียนรู้จากความรู้และ ประสบการณ์ของมนุษย์ ยกตัวอย่างการท�ำงานของ Chatbots ซึ่งจะ จัดการการสอบถามจากลูกค้า ตอบค�ำถาม และแนะน�ำให้ลูกค้า เช่น ให้ค�ำแนะน�ำด้านการลงทุน เป็นต้น ขั้นที่ 3 Domain Specific Expertise ระบบสามารถพัฒนา ความเชี่ยวชาญที่มากกว่าความสามารถของมนุษย์เนื่องจากเข้าถึง ปริมาณข้อมูลจ�ำนวนมากตัวอย่างเช่นแอปพลิเคชันส�ำหรับการวินิจฉัย โรคมะเร็งที่มีความแม่นย�ำสูงและAlphaGoของGoogleDeepMind ที่เรียนรู้การเล่นหมากล้อมและสอนตัวเองว่าจะเล่นอย่างไรให้ชนะ คู่แข่งขัน ซึ่งในเดือนมีนาคม 2559 นั้น AlphaGo เอาชนะแชมป์โลก ได้หลายเกมกล่าวได้ว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความเป็น ไปได้ที่เครื่องจักรสามารถรับข้อมูลได้ระดับเดียวกับมนุษย์ ขั้นตอนที่ 4 Reasoning Machinesความพยายามในการสร้าง ให้อัลกอริทึมมีการคิดและสามารถใช้ตรรกะในการคิดจากความรู้ที่มีอยู่ ซึ่งจะท�ำให้AIสามารถให้เหตุผลในการเจรจาและโต้ตอบกับมนุษย์หรือ โต้ตอบกับเครื่องจักรอื่นๆ ได้ โดยคาดว่าจะได้เห็นแอปพลิเคชัน เชิงพาณิชย์ออกมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขั้นตอนที่ 5 Self Aware Systems / Artificial General Intelligence(AGI)ระบบการรับรู้ด้วยตนเองของAIที่ได้รับการพัฒนา ให้มีความสามารถสูงขึ้นอีกระดับโดยจะมีความฉลาดใกล้เคียงกับมนุษย์ แม้วันนี้อาจยังไม่มีการใช้งาน แต่เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเกิดขึ้น photo : freepik.com IT TRENDS | SPECIAL REPORT12
  • 13.
    ปักหมุด AI ชูเป็นยุทธศาสตร์ชาติ หลายประเทศก�ำหนดให้เทคโนโลยีAI เป็นยุทธศาสตร์ชาติ มีการวางแผน วางนโยบาย และงบประมาณที่ชัดเจนต่อเนื่องหลายปี เพื่อปลุกปั้นให้ AI เกิดขึ้นในประเทศ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม การผลักดันสนับสนุนให้ใช้งาน ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งส�ำคัญยิ่งยวด โดยวิสัยทัศน์ของแต่ละประเทศต่างมองเห็น โอกาสใหม่ ขุมทรัพย์ใหม่ ที่หากใครเป็นผู้น�ำในอนาคตจะมีชัยในเชิง การแข่งขันในทุกๆ ด้าน รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อ�ำนวยการสถาบันไอเอ็มซี ได้หยิบยก นโยบายของประเทศผู้น�ำด้าน AI มากล่าวถึง โดยระบุว่า สหรัฐอเมริกา และจีน เป็นสองประเทศที่ชิงความเป็นหนึ่งด้าน AI โดยล่าสุดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในค�ำสั่ง พิเศษของผู้บริหารเพื่อกระตุ้นการพัฒนาและกฎระเบียบของเทคโนโลยี AI ในชื่อ “American AI Initiative” ซึ่งรัฐบาลกลางให้ความส�ำคัญกับ เทคโนโลยีAIโดยค�ำสั่งมีองค์ประกอบหลักอยู่5ด้านดังในภาพประกอบ1 ในขณะที่จีนได้ประกาศยุทธศาสตร์ เรียกว่า “New Generation ArtificialIntelligenceDevelopmentPlan”โดยจีนต้องการจะสร้าง อุตสาหกรรมนี้ให้มีมูลค่าถึง 150 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 ซึ่งได้ ก�ำหนดเป้าหมายไว้ 3 ขั้น ดังในภาพประกอบ 2 ที่มา: https://www.gigabitmagazine.com/ai/evolution-ai-seven-stages-leading-smarter-world ภาพประกอบ 1 สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2021-2025 • 70-90% ของการโต้ตอบกับลูกค้า มีแนวโน้มที่จะ ด�ำเนินการหรือจัดการโดย AI • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายสาขา ตั้งแต่ สินค้าแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึง อุปกรณ์การผลิต สามารถด�ำเนินการทดสอบโดย AI มากขึ้น • บุคคลจะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการส่วน บุคคลได้ตามที่ต้องการ ตั้งแต่การเดินทาง ไปจนถึง การออมทรัพย์กับธนาคาร และการประกันภัย • เทคโนโลยีมีแนวโน้มว่าจะถูกน�ำไปใช้กับหน่วยงาน ภาครัฐและระบบกฎหมายทั้งหมด มีเพียงกรณีที่ ซับซ้อนเท่านั้นที่ต้องใช้ผู้พิพากษาที่เป็นมนุษย์ • ยานพาหนะอัตโนมัติจะเริ่มปรากฏในหลายๆ เมือง ทั่วโลก • ผู้ช่วยอัจฉริยะของเราสามารถจัดการชีวิตส่วนใหญ่ ของเราได้ ตั้งแต่การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึง การรวบรวมข้อมูลที่เราต้องการก่อนการประชุม สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2026-2035+ • ปัญญาประดิษฐ์มีแนวโน้มที่จะเจาะเข้าสู่ทุกภาคส่วน ของการค้า • วิวัฒนาการของ AI จะได้เห็นการเกิดขึ้นของธุรกิจ อัตโนมัติ เช่น ธนาคาร ตัวแทนการท่องเที่ยว และ บริษัทประกันภัย • ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เราสามารถ พัฒนาสัตว์ประดิษฐ์และระบบนิเวศปัญญา • การเกิดขึ้นของระบบซอฟต์แวร์และหุ่นยนต์ที่รู้ตัว และเลียนแบบตัวเอง • มีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผลในการบรรลุปัญญา ประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence) • มีโอกาสเล็กน้อยในการสร้างปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (Artificial SuperIntelligence) • ความแปลกประหลาดยังคงเป็นไปได้ยากในช่วง เวลานี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 • เมื่อมีข้อมูลเข้ามาระบบจะแปลทันที • เครื่องเซนเซอร์และวัตถุที่อยู่รอบตัวคนจะมีความ ฉลาด • ซอฟต์แวร์สามารถแก้ไขตัวเองได้ • มีองค์กรอิสระแบบกระจายอ�ำนาจอัตโนมัติ (DAO: Decentralized Autonomous Organization) และมีองค์กรอัจฉริยะที่ไม่มีพนักงาน • บริษัทส่วนใหญ่จะใช้ AI ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา • อุปกรณ์ส่วนบุคคลจะจัดการชีวิต และปกป้องข้อมูล ของเรา เช่น Siri เป็นต้น • หุ่นยนต์จะรวมตัวกันท�ำงานให้ส�ำเร็จ เช่น การ ท�ำความสะอาดสิ่งแวดล้อม การซ่อมแซมสะพาน หรือการก่อสร้างอาคาร ขั้นที่ 6 Artificial SuperIntelligence (ASI) ปัญญาประดิษฐ์ ขั้นสูง โดยมีแนวคิดของการพัฒนาอัลกอริทึม AI ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือฉลาดกว่ามนุษย์ ASI จะสามารถแก้ไขปัญหาโลกในปัจจุบัน เช่น ความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตรายระบบ ดังกล่าวอาจคิดค้นวิทยาศาสตร์สาขาใหม่ๆ ออกแบบระบบเศรษฐกิจ ใหม่และพัฒนารูปแบบการปกครองแบบใหม่ทั้งหมดก็เป็นได้ ขั้นที่ 7 Singularity and Transcendence ASI อาจน�ำไปสู่ การขยายตัวครั้งใหญ่ในความสามารถของมนุษย์ วันหนึ่งเราอาจได้รับ การพัฒนาให้มนุษย์สามารถเชื่อมต่อสมองของเราเข้าด้วยกัน ในเรื่องนี้ Ray Kurzweil ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Google บอกว่าเรา สามารถเห็นภาวะนี้เกิดขึ้นภายในปี 2045 อันเป็นผลมาจากอัตรา ความก้าวหน้าในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นชัดเจนในอีก 15-20 ปีข้างหน้า โลกเรามีแนวโน้ม ที่จะพบกับการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานหลายด้าน เช่น การปฏิวัติ อุตสาหกรรมครั้งที่สี่ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องจักรอัจฉริยะที่สัมผัสได้ กับทุกชาติบนโลกนี้ ที่มา: https://www.gigabitmagazine.com/ai/evolution-ai-seven-stages-leading-smarter-world SPECIAL REPORT | IT TRENDS 13
  • 14.
    “นอกจากสหรัฐอเมริกาและจีนแล้วหลายๆประเทศในโลกอย่าง เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส แคนาดาสหราชอาณาจักร หรือแม้แต่เคนย่า ต่างก็ ประกาศยุทธศาสตร์ชาติด้านเทคโนโลยีAIเพราะตระหนักว่าการปฏิวัติ อุตสาหกรรม4.0จะมีผลผลิตที่เติบโตขึ้นจากการน�ำหุ่นยนต์และปัญญา ประดิษฐ์มาใช้ท�ำให้ใขณะนี้แต่ละประเทศมุ่งเน้นการท�ำวิจัยและพัฒนา เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรม” รศ.ดร.ธนชาติ กล่าว ยุทธศาสตร์AIของหลายประเทศมีการก�ำหนดงบประมาณจ�ำนวน มากเพื่องานวิจัยและการพัฒนาบุคลากรเช่นประเทศจีนตั้งงบประมาณ ไว้ถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเงิน 2.1 พันล้านดอลลาร์ในการตั้ง เอไอพาร์คที่นครปักกิ่งขณะที่เกาหลีใต้ใช้งบประมาณจ�ำนวน2พันล้าน ดอลลาร์ในแผนงาน AI จนถึงปี 2022 ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสได้ตั้งงบ ประมาณไว้ 1.5 พันล้านยูโรจนถึงปี 2022 ด้วยงบประมาณจ�ำนวน มหาศาลจะท�ำให้สถาบันการศึกษาและวิจัยของประเทศต่างๆ เหล่านี้ มุ่งเน้นมาท�ำวิจัยและการสอนทางด้าน AI และดึงบุคลากรเก่งๆ จากทั่ว โลกมาศึกษาและท�ำงาน New Generation Artificial Intelligence Development Plan 1. ในช่วงแรกจนถึงปี 2020 เน้นเรื่องความชาญฉลาดด้าน Big Data และทฤษฎีพื้นฐานด้าน AI 2. ช่วงที่สอง ปี 2025 มีเป้าหมายมุ่งเน้นประยุกต์ใช้งาน AI ในด้านต่างๆ ทั้งการแพทย์ เมืองอัจฉริยะ โรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม รวมถึงการป้องกันประเทศ 3. ช่วงสุดท้ายภายในปี 2030 จะเป็นผู้น�ำของโลกทางด้าน AI ภาพประกอบ 3 ภาพประกอบ 2 นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ AI ที่เป็นความร่วมมือของนานาชาติ เช่น สหภาพยุโรปมีแผนที่จะระดมเงินงบประมาณทางด้านนี้ 20,000 ล้านยูโร และได้จัดสรรงบประมาณวิจัยปีละ 1.5 พันล้านยูโร จนถึงปี 2020 ส�ำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่ได้มีการก�ำหนดยุทธศาสตร์หลัก ด้าน AI แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์ แห่งประเทศไทย (AI Research Institute of Thailand) นับเป็น สัญญาณที่ดีที่จะเกิดการพัฒนาในอนาคต ซึ่งประเทศไทยควร จะดึงจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว การเกษตร และเน้นการพัฒนา AI ในด้านภาษาไทยและท้องถิ่น รวมทั้งควรเน้นใช้ความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และส�ำคัญที่สุด คือต้องลงทุน กับการศึกษาทางด้านนี้ ทั้งการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนพัฒนาประชาชนให้มีทักษะการใช้ AI เพื่องานในอนาคต ต่อไป photo : freepik.com ที่มา : https://medium.com/politics-ai/an-overview-of-national-ai-strategies-2a70ec6edfd IT TRENDS | SPECIAL REPORT14
  • 15.
    photo : vectorpouch ภาคธุรกิจไทยใช้AI รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวถึงการใช้ AI ในภาคธุรกิจของประเทศไทยว่า เริ่มแพร่หลายมากขึ้น หากแบ่งตามสาขาของ AI กลุ่มที่พบมากที่สุด คือ Machine Learning โดยใช้อัลกอริทึมท�ำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ ด้วยตัวเองในงานงานหนึ่งจากการป้อนข้อมูลจ�ำนวนมาก เช่น การ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ท�ำการแนะน�ำสินค้าให้กับลูกค้า ตรวจสอบ การฉ้อโกงทางการเงิน มีการสร้างโปรแกรมแนะน�ำการลงทุนในสถาบัน การเงินหรือที่เรียกว่า Robo-advisor รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูล ทางการแพทย์เป็นต้นภาคธุรกิจที่พบว่ามีการใช้อย่างมากได้แก่ธนาคาร โทรคมนาคม ธุรกิจค้าปลีก การแพทย์ การบริการ และอุตสาหกรรม การผลิต ยกตัวอย่างใช้ Chatbot ในการโต้ตอบกับลูกค้า พบมากใน สื่อออนไลน์ขายสินค้าจะใช้ระบบอัตโนมัติตอบค�ำถามลูกค้าที่มักเป็น ค�ำถามซ�้ำๆ และหลายหน่วยงานน�ำมาใช้แทนพนักงานคอลล์เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการใช้AIด้านNaturalLanguage Processing(NLP)แพร่หลายมากขึ้นเป็นกระบวนการประมวลผลทาง ภาษาที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจหรือตีความภาษามนุษย์ได้ Machine Vision อีกสาขาหนึ่งของเทคโนโลยี AI ในด้านการ มองเห็น หรือการจดจ�ำใบหน้า (Facial Recognition) ที่กล่าวกันว่า ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะใบหน้าผู้คนได้ดีกว่ามนุษย์จึงเป็น หนึ่งในวิธีที่ถูกน�ำมาใช้ในการพิสูจน์ตัวตนของหลายหน่วยงานใน ประเทศไทย โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่เริ่มใช้ในการเปิดบัญชี หรือท�ำ ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ AIในด้านRoboticProcessAutomation(RPA)เป็นซอฟต์แวร์ ช่วยบันทึกหรือคีย์ข้อมูลเข้าระบบอัตโนมัติ RPA จะช่วยลดเวลาท�ำงาน กระบวนการซ�้ำๆ และสามารถท�ำงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้คน เพราะเป็นการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์โดยตรงและ ไม่มีข้อผิดพลาดจึงท�ำให้องค์กรที่มีธุรกรรมจ�ำนวนมากเริ่มน�ำมาใช้งาน ได้แก่ สถาบันการเงิน สายการบิน รวมไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ ด้าน ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ประเด็นการใช้ AI ในภาคธุรกิจว่า ปัจจุบันมี การใช้งานในธุรกิจหลายประเภท เช่น ธุรกิจบริการ บริการคอลล์ เซ็นเตอร์ด้วย Chatbot, อุตสาหกรรมการผลิต ใช้หุ่นยนต์ในสายการ ผลิต, การแพทย์ ใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุที่มีความสามารถในการติดต่อ แจ้งเตือนความผิดปกติ เป็นต้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทย มีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะสร้างให้เป็นเครื่องตรวจ วัดความสึกหรอของเครื่องจักรกล และเครื่องยนต์ ให้สามารถประเมิน ได้ว่าควรจะต้องซ่อมบ�ำรุง หรือเปลี่ยนอะไหล่เมื่อใด ซึ่งหากมีเครื่อง ตรวจวัดและประเมินความสึกหรอดังกล่าว จะช่วยให้ลดดาวน์ไทม์ของ เครื่องจักรกลและเครื่องยนต์ภายในโรงงาน ลดความเสียหายที่จะเกิด กับความต่อเนื่องในการผลิตโดยเครื่องตรวจวัดดังกล่าวจะตรวจจับแรง สั่นสะเทือนของเครื่องจักรเพื่อวิเคราะห์ประเมินว่าควรจะเปลี่ยนอะไหล่ ในอีกกี่วันต่อจากนี้ ซึ่งจะท�ำให้บริหารจัดการเชิงต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต SPECIAL REPORT | IT TRENDS 15
  • 16.
    AI Research Instituteof Thailand สถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยส�ำนักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า ร่วมมือกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ลงนาม ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์แห่ง ประเทศไทย เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมดิจิทัล ต่อยอดให้ เกิดการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิทยาการข้อมูล หรือ Data Science และปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการ และให้ค�ำปรึกษาส�ำหรับพัฒนา อุตสาหกรรมและนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ ทั้งการให้บริการด้าน อุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อการศึกษาเรียนรู้ ทดลองและทดสอบ ส�ำหรับการ ศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนั้นยังจัดให้เป็นสถานที่ส�ำหรับการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ใน ด้านปัญญาประดิษฐ์วิทยาการข้อมูลและไอโอที โดยได้รวบรวมคณะอาจารย์ และผู้ฝึกอบรมที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน AI ชั้นน�ำในระดับประเทศ รวมถึงการเป็นพื้นที่ส�ำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานวิจัย ทางด้านเทคโนโลยีส�ำหรับผู้สนใจเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านวิทยาการข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ให้แก่ก�ำลังคนภายในประเทศ ทั้งกลุ่มนักศึกษาและ กลุ่มบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล “เช่นเดียวกันกับรถยนต์ ช่างเก่งๆ จะมีความสามารถในการฟัง เสียงเครื่องยนต์แล้วทราบความผิดปกติว่าเกิดจากส่วนใด ซึ่งหากน�ำAI เข้ามาใช้กับการตรวจจับเสียงเครื่องยนต์ก็จะท�ำให้แก้ไขซ่อมแซมได้ตรง กับสาเหตุ ขณะนี้มีความพยายามที่จะสร้าง AI ขึ้นมาตรวจจับความผิด ปกติดังกล่าว “ศ.ดร.ธนารักษ์ กล่าวเสริมว่า ในขณะที่วงการประกันภัย กล่าวถึงการสร้าง AI เพื่อท�ำหน้าที่ประเมินสภาพความเสียหายของ รถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยใช้ImageProcessingประเมินและค�ำนวณ ราคาในการเคลมประกัน คุณก�ำพล โชคสุนทสุทธิ์ นายกสมาคมไทยไอโอที กล่าวในงาน สัมมนา Working Group AIoT ถึงการผลักดันเทคโนโลยี AI ว่า สมาคมฯ ได้เข้าร่วมการทดสอบระบบ 5G ที่ฉะเชิงเทราเพื่อให้เกิดการใช้งานจริง รวมทั้งก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะสร้างก�ำลังคนด้านดิจิทัลเพื่อแก้ ปัญหาการขาดแคลน แต่เนื่องจากไม่สามารถสร้างคนได้ทัน จึงเปลี่ยน แนวคิดไปสร้างผู้วางระบบ หรือเอสไอแทน เนื่องจากเอสไอจะสามารถ รับงานได้ครั้งละหลายโครงการซึ่งจะช่วยบรรเทาความขาดแคลนคนลง ไปได้บ้าง รวมทั้งมีแนวคิดที่จะขอให้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทยออกใบรองรับหรือ Certificate ให้แก่เอสไอด้วย ล่าสุดภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27-30 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ เครือสหพัฒน์ได้ใช้เทคโนโลยี AI น�ำเสนอบริการ ใหม่สร้างประสบการณ์ที่ทันสมัยในการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในบูธ His & Her Smart Shop “ร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน” เป็นโซลูชัน ล�้ำสมัยให้ลูกค้าซื้อสินค้าและจ่ายเงินเองง่ายๆ ผ่านสมาร์ทเพย์เมนต์ โดยไม่มีพนักงานขาย (Unmanned Shop) ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ด้าน การบริการนับจากนี้ เครือสหพัฒน์จะมุ่งเน้นการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AI, Big Data หรือ IoT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ ผู้บริโภค ดังเช่น การสร้างร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน ที่ได้ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งสินค้า บริการ และ วัฒนธรรมที่จะเป็นเส้นทางสู่อนาคตของเครือสหพัฒน์ เครือสหพัฒน์จะทยอยน�ำระบบ “ร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน” ไปใช้งานจริงที่บางสาขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ โดยโซลูชัน ดังกล่าวได้ร่วมกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชัน พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับ ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่ชอบความสะดวกสบายและรวดเร็วซึ่งการ จับจ่ายสินค้าในร้านค้าอัจฉริยะนี้ จะท�ำการลงทะเบียนเมื่อเดินเข้า ด้วยเทคโนโลยี Face Recognition ระบบกล้องจดจ�ำใบหน้า จากนั้น ดาวน์โหลดแอปของร้านและกรอกข้อมูล ในระหว่างเลือกซื้อสินค้า ระบบจะเก็บข้อมูลการแวะตามชั้นสินค้าต่างๆ เพื่อน�ำไปวิเคราะห์และ ออกแบบการจัดวางสินค้าในอนาคต และเมื่อลูกค้าเลือกสินค้าเสร็จ เรียบร้อย ไปยังจุดช�ำระค่าสินค้า เพียงวางตะกร้าที่เคาน์เตอร์ช�ำระเงิน ระบบจะท�ำการค�ำนวณราคาสินค้าจากRFIDtagให้ทั้งหมดและลูกค้า สามารถช�ำระเงินผ่านระบบAutoPaymentผ่านบัญชีหรือบัตรเครดิต ที่ผูกไว้ในแอปด้วย QR Payment ไม่จ�ำเป็นต้องถือเงินสด สินค้าต่างๆ ที่ซื้อจะถูกเก็บข้อมูลไว้เพื่อน�ำไปประมวลผลและจัดท�ำโปรโมชัน ต่อไป ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัวร้าน Sasin Scan N'Go Powered by SCB ร้านค้าอัจฉริยะ ไร้พนักงานแห่งแรกของเมืองไทยอย่างเป็นทางการซึ่งหนึ่งในเป้าหมาย ของศศินทร์ คือการเติบโตไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ผศ.ดร. พีรพล เวทีกูล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานสัมมนา Working Group AIoT ที่จัดโดยสมาคมไอโอทีว่าปัจจุบันโลกก�ำลังก้าวเข้าสู่ยุค Autonomous Things โดย AI มีความฉลาดที่สามารถคุยกันได้เอง ตัวอย่างเช่น การใช้โดรนจ�ำนวนมากในการแปรอักษร โดรนแต่ละเครื่องจะต้องรู้ว่า อยู่ที่ใด ห่างจากอีกเครื่องเท่าไร และจะต้องเปลี่ยนที่เปลี่ยนต�ำแหน่ง ช่วงใดเวลาใด ซึ่งต้องมีความพร้อมเพรียงกัน IT TRENDS | SPECIAL REPORT16
  • 17.
    “ส�ำหรับการใช้งานในภาครัฐของไทย ล่าสุดกรมธนารักษ์พยายาม ถอดตรรกะของวิธีคิดในการประเมินราคาที่ดินจากนักประเมินราคาที่ดิน เพื่อสร้างให้ AIท�ำหน้าที่ประเมินราคาที่ดิน ลดรอบในการประเมินให้ สั้นลงจากเดิมที่ต้องรอถึง 4 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นาน เนื่องจากมี บุคลากรอยู่จ�ำนวนน้อย รวมทั้งยังพบว่าผู้ประเมินแต่ละคนอาจจะ ประเมินราคาออกมาไม่เท่ากันด้วย” ผศ.ดร.พีรพล เสริม ภาคการศึกษาตื่นตัว สอดคล้องกับภาคธุรกิจของประเทศไทย ปัจจุบันสถาบันการ ศึกษาหลายแห่งตื่นตัวรับกับเทคโนโลยีใหม่ได้มีการเรียนการสอนAIที่ นอกจากในระดับอุดมศึกษาซึ่งมีการเรียนการสอนแล้ว ในระดับมัธยม ยังมีโรงเรียนหลายแห่งที่เริ่มน�ำองค์ความรู้ด้านนี้เข้าไปสอน ศ.ดร.ธนารักษ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้รับเกียรติให้จัดท�ำและสอน หลักสูตรคอมพิวติ้งให้แก่โรงเรียนปัญญาประทีปซึ่งเป็นองค์ความรู้หนึ่ง ของเทคโนโลยี AI ปัจจุบันสอนในระดับมัธยมต้น เพื่อสร้างรากฐาน ความรู้ให้นักเรียนอันจะเป็นพื้นฐานส�ำคัญในสาย AI ระบบอัจฉริยะหรือAIใกล้ตัวมีให้ใช้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นด้านเสียงภาพข้อมูลที่สามารถ คาดการณ์หรือท�ำนายสิ่งที่ยังมาไม่ถึงได้ รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวถึงตัวอย่าง ดังนี้ ในขณะที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ จะมี การเรียนการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีAIในเทอมหน้าส่วนโรงเรียนสาธิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ระหว่างเตรียมการเรียนการสอน เช่นกัน โดยบทบาทหนึ่งของสมาคมฯ คือ ส่งเสริมด้านการเรียนรู้ ซึ่งที่ ผ่านมาได้เปิดหลักสูตรอบรมให้แก่ครูอาจารย์ราว 400 คน ในจังหวัดที่ อยู่ภายใต้ EEC หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูอาจารย์น�ำไปสอน ให้กับนักเรียนนักศึกษา และต่อยอดความรู้ต่อไป AI ใกล้ตัว Google Map นอกจากบอกเส้นทางแล้ว ยังสามารถ คาดการณ์เวลาที่จะถึงที่หมายให้ และแนะน�ำเส้นทางอื่นให้ใน กรณีที่การจราจรติดขัด หรือหากต้องการหาโรงแรมที่พัก ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง ก็มีบริการให้ใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องสืบค้นจากแอป Google นอกจากนี้ยังมี Google Assistant หรือ Siri ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน สามารถใช้ค�ำสั่ง ด้วยเสียงพร้อมโต้ตอบกับคนได้ในกรณีที่อยากทราบว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่เมื่อถามไป Siri ก็จะตอบเสมือนว่าเราก�ำลังพูดกับเพื่อน ในยามที่เดินทางไปต่างประเทศ มี Google Translator ช่วยแปลภาษาทั้งแปลตัวหนังสือจากภาพถ่าย หรือแปลจาก เสียงพูดแบบเรียลไทม์ที่ท�ำให้คนสองคนโต้ตอบกันได้แม้จะ พูดกันคนละภาษาก็ตาม รวมถึงปฏิทินออนไลน์ ที่สามารถ เลือกวันเวลานัดหมายที่คนทุกคนว่างพร้อมกัน สิ่งที่ท�ำให้การท�ำงานง่ายยิ่งขึ้นเมื่อต้องการพิมพ์เอกสารสามารถใช้เสียงพูดแล้วระบบจะ ท�ำการพิมพ์ตัวหนังสือให้โดยอัตโนมัติ โดยการใช้ผ่านโปรแกรม Google doc และหาก ต้องการทราบว่ารูปภาพนี้คืออะไร ก็ง่ายนิดเดียว เพียงใช้ Google Lens โปรแกรมจะ ค้นหาค�ำตอบให้ทันที ทั้งหมดนี้คือการท�ำงานของเทคโนโลยีAIที่อยู่ใกล้ตัวเราซึ่งจะรวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะ ภายในบ้าน (Smart Home) ระบบแจ้งเตือน ตรวจจับกันขโมยต่างๆ ที่ส่งสัญญาณทันที ที่มีการเคลื่อนไหวภายในบ้านในขณะที่ไม่มีคนอยู่ สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นสร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น โดยให้การ สนับสนุนด้านความรู้ AI และ IoT ให้แก่นักศึกษาเพื่อให้สามารถทำ�งานได้ ทันทีที่จบการศึกษา SPECIAL REPORT | IT TRENDS 17
  • 18.
    นอกจากนี้ คุณก�ำพล นายกสมาคมไทยไอโอทีได้กล่าวว่า สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น โดยให้การสนับสนุนด้านความรู้ AI และ IoT ให้แก่นักศึกษาเพื่อ ให้สามารถท�ำงานได้ทันทีที่จบการศึกษาซึ่งก่อนหน้านี้ได้น�ำเสนอหลักสูตร ให้แก่มหาวิทยาลัยแล้วสองแห่ง และจะขยายผลต่อไป รวมทั้งมีการเชิญ นักลงทุนจาก 10 ประเทศเข้าร่วมประชุมทางวิชาการและเปิดโอกาสให้ นักศึกษาได้เข้าพรีเซนต์ผลงาน ซึ่งหวังผลให้เกิดธุรกิจต่อไปในอนาคต AI ในมุมจริยธรรม ด้วยความอัจฉริยะของAIที่ถูกสร้างให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง น�ำไปสู่การใช้งานที่บางกรณีมีการตัดสินใจแทนคน การตัดสินใจเหล่านั้น เกิดจากการออกแบบอัลกอริทึมดังนั้นนับจากนี้ไปการออกแบบจึงควรจะ ต้องค�ำนึงถึงความปลอดภัย จริยธรรม และความเป็นส่วนตัว ด้านความปลอดภัย พบข้อมูลจากต่างประเทศมีการยกตัวอย่าง เรื่องรถยนต์ไร้คนขับที่หลบหลีกจักรยานบนท้องถนน แต่กลับชนคนที่ อยู่บนทางเท้า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด? ยังคงเป็น ค�ำถามอยู่ และกรณีเช่นนี้จะเอาผิดจากใคร ด้านจริยธรรมเพราะมนุษย์ทุกคนไม่ได้เป็นกลางในทุกเรื่องท�ำให้ การเลือกหรือการตัดสินใจในบางครั้งใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่า การใช้เหตุผล ใช้หลักความจริง หรือใช้ความเป็นธรรม ซึ่งหาก AI ถูกออกแบบมาให้เป็นเช่นนั้นก็จะท�ำให้ AI ตัดสินใจโดยไม่เป็นธรรม เกิดความล�ำเอียงตามที่ออกแบบมา ตัวอย่างเช่น หากใช้ AI เลือก ใบสมัครงานจ�ำนวนมากAIอาจจะไม่ได้เลือกที่ประสบการณ์การท�ำงาน แต่เลือกเพราะว่าเป็นคนผิวขาว ในขณะที่คนผิวด�ำอาจจะมีคุณสมบัติ และประสบการณ์ที่เหนือกว่าก็ได้ ซึ่งนั่นเป็นเพราะการออกแบบ AI ที่ มีประเด็นเรื่องสีผิวเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้านความเป็นส่วนตัว การเก็บข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย แล้วน�ำข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นมาวิเคราะห์หา พฤติกรรมของคนคนหนึ่งหากมองในเชิงลึกบางครั้งอาจจะละเมิดความ เป็นส่วนตัวก็ได้ ประเด็นต่างๆเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในเวทีระดับโลกซึ่งต่างเห็นพ้อง ต้องกันว่า ควรจะมีมาตรการในการก�ำหนดกฎระเบียบ มีการสร้าง จรรยาบรรณและกรอบหรือแนวทางในการใช้ AI ในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่จะเติบโตขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปี ข้างหน้า ท่านผู้อ่านสามารถติดตามผลส�ำรวจเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง จริยธรรมที่ได้เผยแพร่แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ในคอลัมน์ Survey photo : freepik.com การใช้งานที่บางกรณีมีการตัดสินใจแทนคน การตัดสินใจเหล่านั้นเกิดจากการออกแบบ อัลกอริทึม ดังนั้นนับจากนี้ไปการออกแบบ จึงควรจะต้องคำ�นึงถึงความปลอดภัย จริยธรรม และความเป็นส่วนตัว IT TRENDS | SPECIAL REPORT18
  • 19.
    ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ ArtificialIntelligence (AI) กำ�ลังมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงองค์กร และจะเป็นแต้มต่อสร้างความได้เปรียบ ในการแข่งขัน บ้างก็เชื่อกันว่า AI จะเข้ามาทำ�งานแทนมนุษย์ ซึ่งบางงานทำ�ได้ดีกว่า ลดความผิดพลาดเกิดประสิทธิภาพที่ดีกว่า กลยุทธ์เปลี่ยนแปลงบริษัท สู่ยุค AI photo : vectorpouch DIGITAL TRANSFORMATION | IT TRENDS 19
  • 20.
    แต่อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นพัฒนาAIในองค์กรอาจจะเป็นเรื่อง ใหม่ที่จะต้องเรียนรู้เพื่อก้าวไปสู่ AI Companyตามยุคสมัยปัจจุบัน ที่ต้องขับเคลื่อนไปตามการเปลี่ยนแปลง เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เรียนหลักสูตรออนไลน์ของ Andrew Ng เรื่อง AI for Everyone ใน Coursera และได้อ่านหนังสือ AI Transformation Playbook ของที่ท่านนี้เขียน มีเนื้อหาที่ดีและน่า สนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เป็นบริษัท ปัญญาประดิษฐ์หรือAICompanyโดยกล่าวไว้ว่าทุกบริษัทสามารถ จะปรับเปลี่ยนได้ในยุคของ AI โดยมีกลยุทธ์ที่ควรค�ำนึง ดังนี้ • ต้องมีกลยุทธ์ในการเก็บข้อมูลจ�ำนวนมากเข้ามา โดยอาจ ผ่านสินค้าหรือบริการที่บางอย่างอาจไม่ได้สร้างรายได้ให้ กับบริษัทโดยตรง เช่น Google ได้พัฒนา Gmail หรือ Fitbit ได้พัฒนา Wearable Device • ต้องมีการพัฒนา Data Warehouse ที่เป็นศูนย์กลางหนึ่ง เดียวในการเก็บข้อมูลของทั้งบริษัทจากแหล่งต่างๆ หรือ อาจสร้าง Data Lake ในการเก็บข้อมูลดิบ • ให้ความส�ำคัญและมองเห็นโอกาสในการท�ำระบบ Automation ในบริษัท • มีแผนกและต�ำแหน่งใหม่ๆ ในบริษัท เช่น วิศวกรด้าน Machine Learning, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือแผนก AI ซึ่งทาง Andrew Ng ได้ระบุขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงบริษัท ในยุค AI ไว้ 5 ขั้นตอน โดยบอกว่าไม่จ�ำเป็นต้องท�ำตามล�ำดับนี้ทุก ขั้นตอน แต่ควรที่จะเริ่มต้นจากการท�ำขั้นตอนแรก (ท�ำ AI Pilot Project) เสมอ โดย 5 ขั้นตอนมีดังนี้ • ขั้นตอนที่ 1 ทดลองท�ำ AI Pilot Project เพื่อสร้างแรง กระตุ้นให้กับบริษัท ควรเลือกโปรเจ็กต์ที่น่าจะท�ำได้ส�ำเร็จมากกว่า โปรเจ็กต์ที่อาจสร้างผลก�ำไรให้กับบริษัทโดยตรง โดยโปรเจ็กต์อาจมี ระยะเวลา 6-12 เดือน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาโดยทีมภายในหรือจ้าง จากทีมภายนอกก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้บริษัทเห็นผลสัมฤทธิ์ของการท�ำ AI มีแรงกระตุ้นและความเข้าใจในการพัฒนาโปรเจ็กต์ AI อื่นๆ ต่อไป photo : macrovector IT TRENDS | DIGITAL TRANSFORMATION20
  • 21.
    • ขั้นตอนที่ 2สร้างทีม In-house AI โดยเป็นทีมงานกลาง ที่จะช่วยสนับสนุนการท�ำ AI ให้กับแผนกต่างๆ ของบริษัท ทั้งนี้อาจจะมี AI Platform ที่ทุกแผนกสามารถใช้งานได้ และทีมนี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องการพัฒนา โดยทีมดังกล่าว อาจอยู่ภายใต้ CEO, Chief Information Officer, Chief Technology Officer หรือ Chief Data Officer ก็ได้ ดังรูปที่ 1 • ขั้นตอนที่ 3 ท�ำการอบรม AI ให้กับบุคลากรทุกฝ่ายใน บริษัทโดยAndrewNgได้สรุปให้เห็นว่าในแต่ละต�ำแหน่ง ควรจะอบรมด้านใด ดังตารางด้านล่างนี้ • ขั้นตอนที่ 4 การก�ำหนดกลยุทธ์ด้าน AI โดย Andrew Ng ได้แนะน�ำว่าไม่ควรก�ำหนดกลยุทธ์ไว้ขั้นตอนแรกเพราะควร จะมีการท�ำ Pilot Project ก่อนเพื่อท�ำความเข้าใจด้าน AI และเน้นการก�ำหนดกลยุทธ์ที่จะท�ำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบ เหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรม และกลยุทธ์ควรสอดคล้องกับ สิ่งที่เรียกว่า Virtuous Cycle of AI ดังรูปที่ 2 กล่าวคือ หากบริษัทมีข้อมูลมากขึ้นก็จะสามารถท�ำAIได้ดีขึ้นท�ำให้ การสร้างโปรดักต์ดีขึ้น สุดท้ายก็จะมีลูกค้ามากขึ้นตาม ล�ำดับ รูปที่ 1 โครงสร้างทีมงาน In-house AI [จาก AI Transformation Playbook] ตารางที่ 1 การอบรม AI [จากเอกสารอบรม AI for Everyone ของ Andrew Ng] รูปที่ 2 Virtuous cycle of AI [จาก AI Transformation Playbook] นอกจากนี้บริษัทควรมีกลยุทธ์ด้านข้อมูล(DataStrategy) โดยเฉพาะเรื่องการเก็บและดึงข้อมูล, การพัฒนา Data Lake และการเข้าใจถึงคุณค่าของข้อมูลต่างๆ สร้างทีม In-house AI โดยเป็นทีมงานกลาง ที่จะช่วยสนับสนุนการทำ� AI ให้กับแผนกต่างๆ ของบริษัท ทั้งนี้อาจจะ มี AI Platform ที่ ทุกแผนกสามารถใช้งานได้ และทีมนี้จะเข้ามาช่วยใน เรื่องการพัฒนา DIGITAL TRANSFORMATION | IT TRENDS 21
  • 22.
    • ขั้นตอนที่ 5ท�ำการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกบริษัท เพื่อให้ทราบว่าบริษัทก�ำลังพัฒนาด้านAIท�ำการสื่อสารกับ นักลงทุน ท�ำการสื่อสารกับหน่วยงานภาครัฐที่ AI อาจไป กระทบกับกฎระเบียบต่างๆ และท�ำการสื่อสารกับลูกค้า และผู้ใช้หากมีการน�ำAIเข้ามาใช้งานรวมทั้งท�ำการสื่อสาร กับบุคลากรภายในเพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง ทั้ง 5 ขั้นตอนข้างต้นเป็นแนวทางที่จะท�ำให้องค์กรของคุณ สามารถปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อก้าวไปสู่ยุค AI ได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรจะท�ำ AI ได้นั้น สิ่งส�ำคัญที่สุดคือจะ ต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แล้วใช้ Machine Learning มา เป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของ AI ขึ้นอยู่ กับปริมาณข้อมูลที่ต้องมากพอ และต้องใช้อัลกอริทึมอย่าง Deep Learning ที่สามารถจะจ�ำลองโมเดลของ Neural Networks ที่ใหญ่ ขึ้นได้ นั่นคือต้องมีระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง แม้ว่าเราจะ สามารถพัฒนาโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้แต่หากขาดข้อมูลที่มากพอหรือ ไม่มีระบบประมวลขนาดใหญ่ก็ยากที่จะได้ AI ที่มีความถูกต้องที่ดี พอต่อการใช้งาน ดังที่ทราบกันดีว่า AI เป็นปัจจัยส�ำคัญที่สุดในการท�ำ Digital Transformation ธุรกิจจะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่จึงจะได้เปรียบ คู่แข่ง สามารถน�ำข้อมูลเหล่านั้นมาท�ำ AI และ Data Analytics เพื่อให้เข้าใจลูกค้าและแนวโน้มต่างๆ ได้ดีขึ้น ดังนั้นก่อนที่บริษัท จะท�ำ AI สิ่งแรกที่จ�ำเป็นอย่างยิ่งคือ การมีกลยุทธ์ด้านข้อมูล การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อมาสร้าง Data Platform ที่สามารถน�ำไปวิเคราะห์ต่อไปได้ องค์กรจะทำ� AI ได้นั้น สิ่งสำ�คัญที่สุด คือจะต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แล้วใช้ Machine Learning มาเป็นอัลกอริทึมในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของ AI ขึ้นอยู่กับ ปริมาณข้อมูลที่ต้องมากพอ photo : macrovector photo:katemangostar/Freepik IT TRENDS | DIGITAL TRANSFORMATION22
  • 23.
    ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำ�ให้การใช้ชีวิตประจำ�วันของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เช่น การสื่อสารของมนุษย์ในอดีตใช้จดหมายหรือโทรศัพท์บ้าน ต่อมาพัฒนาเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือซึ่งปัจจุบัน กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลในแต่ละประเทศทั่วโลก ต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) จึงจำ�เป็นที่จะต้องตรากฎหมายและปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง เข้าใจ & เตรียมพร้อมรับ พ.ร.บ. ใหม่ ไซเบอร์ & ข้อมูลส่วนบุคคล ปริญญา หอมเอนก CISSP, CISA and ACIS Cyber LAB ACIS Professional Center Co., Ltd. and Cybertron Co., Ltd. photo : freepik.com EXPERT TALK | IT TRENDS 23
  • 24.
    ภาพรวมกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ จากเดิมประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายว่าด้วยการกระท�ำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้วซึ่งถือว่า การท�ำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถน�ำหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ มาพิสูจน์ในชั้นศาลได้ ขณะที่กฎหมายการกระท�ำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีไว้เพื่อ ลงโทษแฮกเกอร์หรืออาชญากรทางไซเบอร์ที่เข้ามาละเมิดโจมตีระบบ ขององค์กรและบุคคลทั่วไป หากแต่กฎหมายการกระท�ำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์จะมีลักษณะที่ว่าต้องมีการกระท�ำผิดเสียก่อนจึงมีการ กล่าวหาเอาผิดผู้กระท�ำผิดเหล่านั้น หากแต่ยังมีกฎหมายในบางข้อที่ มีลักษณะที่องค์กรต้องปฏิบัติก่อนเหตุเกิดโดยถือเป็นวินัยขององค์กร ปัจจุบันเกิดลักษณะการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันที่เรียกว่า“Digital LifeStyle” มนุษย์ทุกคนบนโลกจ�ำเป็นต้องมีทักษะในการใช้งาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยทักษะดังกล่าวถูกกล่าวว่าเป็น “Digital Literacy” เมื่อโลกเปลี่ยนจากยุค “Information Edge” ไปสู่ยุค “Cyber Edge” และ “AI Edge” ตามล�ำดับ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติชุดกฎหมายดิจิทัลโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2ฉบับประกอบด้วย พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและป้องกันการ ละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบ หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวได้จากทั้งในและนอกประเทศ ภาพประกอบ 1 และผู้ให้บริการ เช่น ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทาง คอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์หลังจาก เกิดเหตุ เป็นต้น ต่อมามีการตรากฎหมายหลายฉบับออกมา ซึ่งล่าสุดคือ กฎหมายดิจิทัลที่กล่าวข้างต้นตามมา (ดูจากภาพประกอบ 1) พ.ร.บ. ไซเบอร์ เพื่อป้องกัน-ลดความเสี่ยง ปรัชญาในการออกแบบพัฒนากฎหมายใหม่ทั้งสองฉบับ ดังกล่าว มีลักษณะที่เป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงไม่ให้เกิด เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทางไซเบอร์จึงมองได้ว่าข้อก�ำหนดในตัวบท กฎหมายเป็นวินัยที่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเกี่ยวกับการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต�่ำ ตลอดจนประมวลแนวทางในทาง ปฏิบัติ (Code of Practices) ซึ่ง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์เน้นไปที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่มีความส�ำคัญ ของประเทศ (Critical Infrastructure) ได้แก่ บรรดาหน่วยงานหรือ องค์กรหรือส่วนงานหนึ่งส่วนงานใดของหน่วยงานหรือองค์กรซึ่ง ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือองค์กรหรือส่วนงานของ หน่วยงานหรือองค์กรนั้นมีผลเกี่ยวเนื่องส�ำคัญต่อความมั่นคงหรือ ความสงบเรียบร้อยของประเทศหรือต่อสาธารณชน ยกตัวอย่าง โรงไฟฟ้า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน สนามบินทั้งในเมืองหลวงและหัวเมือง ต่างๆ สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ IT TRENDS | EXPERT TALK24
  • 25.
    หน่วยงานด้านสาธารณสุข ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาล เอกชนหน่วยงานรัฐในการให้บริการประชาชนเช่นกรมการปกครอง ส�ำนักงานเขต ส�ำนักงานที่ดินหน่วยงานที่รัฐ Outsource ให้ผู้ให้ บริการ/ผู้รับจ้างปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐ เช่นหน่วยงานรับท�ำpassport เป็นบริษัทที่รับหน้าที่ท�ำpassportแทนกรมการกงสุลกระทรวงต่าง ประเทศ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจ�ำเป็นต้องมีวินัยในการบริหารจัดการ “โครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ” (Critical Information Infrastructure) หรือที่เรียกโดยย่อว่า “CII” หมายถึง คอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนใช้ ในกิจการของตนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือ โครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ตามประกาศที่ทาง กฎหมายได้ก�ำหนดไว้ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานส�ำคัญทางสารสนเทศ (CII) (ภาพประกอบ 2) ดังกล่าว จ�ำเป็นต้องมีการจัดเตรียมการและ ปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานในมาตรา 13 ซึ่งอ้างอิงมาจาก NIST CybersecurityFrameworkที่สหรัฐน�ำมาใช้ในการขอความร่วมมือ จากหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในความดูแลของDepartment of Homeland Security (DHS) การที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน ส�ำคัญของประเทศปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต�่ำตามที่ตัวบทกฎหมายที่ ได้ตราไว้ย่อมส่งผลท�ำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยโดยรวมต่อประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีประสิทธิภาพและ เพื่อให้มีมาตรการป้องกันรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทาง ไซเบอร์อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน ส�ำคัญของประเทศ ควรเริ่มศึกษาและตั้งคณะท�ำงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะ พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป คือมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยัง เป็นการป้องกันปัญหา“ReputationalRisk”ที่อาจส่งผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กรอีกด้วย ภาพประกอบ 2 ภาพประกอบ 3 EXPERT TALK | IT TRENDS 25
  • 26.
    พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีผลบังคับใช้อีกหนึ่งปี ปัจจุบันเรื่องPrivacy และ Data Protection กลายเป็น กระแสโลกที่ทุกประเทศในโลกจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญจึงท�ำให้เกิด กฎหมายเกี่ยวกับ “Data Protection” มีวัตถุประสงค์ในเรื่องการ บริหารจัดการกับ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “Personal Data” ที่ไม่ ได้ครอบคลุมเฉพาะเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากการถูกโจมตีล้วงข้อมูลโดย ผู้ไม่ประสงค์ดี แต่ยังรวมไปถึงการขออนุญาตเจ้าของข้อมูลก่อนที่จะ น�ำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ในการท�ำการตลาดหรือการวิเคราะห์ ข้อมูลที่จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเจ้าของข้อมูล 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ภายในหนึ่งปีนับ จากวันประกาศ กฎหมายนี้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของสหภาพยุโรป General Data Protection Regulation (GDPR) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2561 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ขอยกตัวอย่างที่มักพบเสมอ คือ การน�ำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กับเทคโนโลยี Big Data หรือเทคโนโลยี AIหลายกรณีกระท�ำอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยที่เจ้าของข้อมูล ไม่ทราบมาก่อนว่าข้อมูลของตนถูกน�ำมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าของข้อมูลเสียก่อน โดยเฉพาะการใช้ในโซเชียลมีเดีย หรือการใช้ ในการให้บริการคลาวด์ของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก ภาพรวม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปรัชญาการบัญญัติให้มี พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่ว โลก ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากหลักการ 8 ข้อ “Privacy Principle” ของ OECD (ภาพประกอบ 4) ได้แก่ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจ�ำกัด (Collection Limitation) 2. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Quality) 3. การระบุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม (Purpose Specification) 4. ข้อจ�ำกัดในการน�ำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้(UseLimitation) 5. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security Safeguards) 6. การเปิดเผยเกี่ยวกับการด�ำเนินการแนวปฏิบัติและนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล (Openness) 7. การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูล(IndividualParticipation) 8. ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งท�ำหน้าที่ควบคุมข้อมูล (Accountability) ภาพประกอบ 4 photo : freepik.com IT TRENDS | EXPERT TALK26
  • 27.
    ซึ่งใน 5 จาก8 ข้อ เน้นเรื่อง “การรักษาความมั่นคงปลอดภัย” ดังค�ำกล่าวที่ว่า “You can get security without privacy butyoucan’tgetprivacywithoutsecurity”ในตัวบทกฎหมาย จึงเน้นไปที่หลักการดังกล่าว โดยมุ่งไปที่การจัดให้มี “นโยบาย” และ “แนวทางปฏิบัติ” เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอ้างอิง มาจากหลายมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดี ดังภาพประกอบ 5 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ “สิทธิของเจ้าของข้อมูล” เป็นส�ำคัญ ภาพประกอบ 5 : Thailand & International Standards and Best Practices related to “Data Protection” and “Privacy” ดังนั้นจึงจ�ำเป็นต้องเข้าใจค�ำศัพท์ต่างๆ เช่น เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล (Data Subject), ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller), ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer หรือ DPO) ที่ทุกองค์กรจ�ำเป็นต้องมี แนวทางในการด�ำเนินการเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระดับองค์กร เนื่องจากองค์กรมีเวลาเพียงหนึ่งปีในการเตรียมการ องค์กร จึงควรจัดประชุมผู้บริหารระดับสูงและผู้เกี่ยวข้องเพื่อผลักดัน และสนับสนุนให้องค์กรมีการเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ โดยมีการก�ำหนดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ • ก�ำหนดแนวทางการก�ำกับดูแลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล • ก�ำหนดโครงสร้างการก�ำกับดูแล นโยบายการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล และกรอบการด�ำเนินงาน • ก�ำหนด “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) • ก�ำหนด “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Protection Officer หรือ DPO) • ก�ำหนด“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(DataProcessor) • พิจารณาข้อมูลต่างๆ ขององค์กรเพื่อก�ำหนด “ข้อมูลส่วน บุคคล” (PersonalData) ที่ต้องด�ำเนินการตามกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ที่ประกาศบังคับใช้ • ก�ำหนดกรอบการก�ำกับดูแลและบริหารจัดการข้อมูลระดับ องค์กร (Data Governance, Data Management, Data Protection) photo : freepik.com EXPERT TALK | IT TRENDS 27
  • 28.
    • ขยายขอบเขตการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO/IEC27001 (Information Security Management System) ครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดการใน ระบบคลาวด์ • มาตรฐานสากล ISO 29100 Privacy Framework • ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการด�ำเนินงานในการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล • มาตรฐาน NIST Privacy Framework (Draft) • ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการด�ำเนินงานในการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล • แนวทางการเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ที่รับมอบหมาย “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Protection Officer) และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องตามกรอบ Privacy/ Data Protection กล่าวโดยสรุปการที่องค์กรจะสามารถปฏิบัติตามข้อก�ำหนดใน พ.ร.บ. ดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง มีความจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญไป ยัง 3 เรื่องหลัก ได้แก่ People, Process and Technology (PPT concept) ผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรในองค์กรจ�ำเป็นต้อง ท�ำความเข้าใจหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ OECD Privacy Principles ทั้ง 8 ข้อให้ถ่องแท้ ตลอดจนกระบวนการภายในองค์กรควรมีการปรับเปลี่ยนให้ สอดคล้องกับข้อก�ำหนดในตัวบทกฎหมาย และมีความจ�ำเป็นอย่าง ยิ่งยวดที่ต้องน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการป้องกันและปกป้อง ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นเรื่องPseudonymisation,Encryption ofPersonalDataรวมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ที่เป็นต�ำแหน่งงานถาวรในองค์กรเพื่อ ให้ค�ำแนะน�ำแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ตลอดจนการประสานงานกับส�ำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งล้วนต้องการเวลาในการปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้ก�ำหนดเวลาไว้ให้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับว่าน้อยมาก ดังนั้นองค์กรควรเริ่มให้ความส�ำคัญกับเรื่องการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจังนับตั้งแต่บัดนี้ • ก�ำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy/Data Protection Impact Assessment, Risk Assessment) • ก�ำหนด Business Owner และ Data Owner ให้ชัดเจน • จัดให้มีวิธีปฏิบัติ ขั้นตอนปฏิบัติ คู่มือการปฏิบัติงานในการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล • จัดให้มีการสร้างความตระหนักการเสริมสร้างความรู้ให้กับ ผู้ปฏิบัติงาน • ก�ำหนดกรอบการประสานกับหน่วยงานก�ำกับดูแลหน่วยงาน ภาครัฐ และหน่วยงานความร่วมมืออื่นๆ องค์กรควรน�ำกฎหมายแนวทางด�ำเนินการตามกรอบมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เป็น แนวทางในการด�ำเนินการ ได้แก่ • กฎหมาย GDPR (ด�ำเนินการตามกฎเกณฑ์และข้อก�ำหนด ที่่เกี่ยวข้อง) • มาตรฐานสากล ISO/IEC 27552 Privacy Information Management • ด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดกรอบการบริหารจัดการและ มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล • ด�ำเนินการตรวจรับรองตามข้อก�ำหนดระบบบริหารจัดการ Privacy Information Management photo : rawpixel.com photo : freepik.com IT TRENDS | EXPERT TALK28
  • 29.
    ถ่ายทอดมุม ถอดบทเรียนเดินให้ถูกทาง กับยุทธศาสตร์ DIGITALTRANSFORMATION บนเป้าหมายและปรัชญาในการท�ำธุรกิจที่ต้องใช้ไอทีเป็น เครื่องมือในการสร้างศักยภาพขององค์กร โดยใช้ให้คุ้มค่าที่สุดนั้น คุณศุภชัยสัจไพบูลย์กิจมีแนวคิดเดียวกันกับบทบาทที่เป็นผู้บรรยายใน หลักสูตรDigitalTransformationStrategyforSeniorManagement ของสถาบันไอเอ็มซี โดยต้องการให้ผู้อบรมได้รับประโยชน์สูงสุด เมื่อผ่านการอบรม คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธาน บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จ�ำกัด มีความฝันและความท้าทาย คือ “ความฝัน” อยากเป็นผู้สร้าง เทคโนโลยี แต่เมื่อเดินหน้าไปแล้วพบอุปสรรคเรื่องบุคลากร ความรู้ และ ภาษา ท�ำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดกลายเป็นผู้ใช้ แต่จะท�ำอย่างไรที่ จะใช้ศักยภาพของไอทีให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด เช่นเดียวกับ การบรรยายที่ต้องการให้ผู้อบรมได้รับความรู้สามารถน�ำไปปฏิบัติได้ “ความท้าทาย” จะต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อ กลั่นกรองและส่งต่อความรู้ให้แก่ผู้อบรมเข้าใจได้ง่ายเสมือนถอดบทเรียน ให้สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้ถูกทาง การยกตัวอย่างหรือ Case Study เป็นสิ่งที่ดีท�ำให้ผู้อบรมเกิด ความเข้าใจ รู้แนวทาง และรู้หลักการทางวิชาการเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังมีการย่อยข่าวสารเหตุการณ์ส�ำคัญๆในแวดวงไอทีพร้อม ขยายเป็นกรณีศึกษา มีการเปรียบเทียบต่อการพัฒนาในแง่มุมต่างๆ ต่อการขับเคลื่อน Digital Transformation ขององค์กร นอกจากหลักสูตรDigitalTransformationStrategyforSenior Management ที่บรรยายร่วมกับทีมผู้มีชื่อเสียงของสถาบันไอเอ็มซี แล้ว ผู้บรรยายท่านนี้ยังได้เล่าว่า ต่อมาได้ขยายจากหลักสูตร Digital Transformation Strategy ซึ่งหัวใจส�ำคัญไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็น วิธีคิด การสร้างวัฒนธรรมในองค์กร รวมไปถึงทักษะการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้นจึงแตกหลักสูตรหัวข้อย่อยออกมา เป็น Digital Culture, Digital Mindset และ Digital Literacy เพื่อให้ บรรลุความส�ำเร็จต่อการท�ำ Digital Transformation ขององค์กร นอกจากนี้แล้วยังอยู่ระหว่างเตรียมการเปิดหลักสูตรใหม่ Disruption withAIซึ่งจะต่อยอดด้านการแข่งขันของธุรกิจที่นับจากนี้ไปเป็นเรื่องที่ ขาดไม่ได้ ในฐานะผู้บรรยาย คุณศุภชัย เป็นผู้มากประสบการณ์อีกท่านหนึ่ง ของสถาบันไอเอ็มซี มีจุดเด่นด้านการถ่ายทอดมุมมองที่เชื่อมโยง ความรู้ความส�ำคัญกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ดิจิทัลพร้อมกับ ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่จะท�ำให้เกิดความส�ำเร็จโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก “เมื่อผู้อบรมเกิดความเข้าใจในกระบวนการต่างๆ แล้วจึงเข้าสู่ เรื่องเทคโนโลยีที่เป็นองค์ประกอบของการก้าวไปยังยุคดิจิทัล ซึ่งต้อง ค�ำนึงถึงเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่ IoT, Cloud, Big Data, AI โดยเริ่มต้น จาก 1-4 ตามล�ำดับ” คุณศุภชัย กล่าวและเสริมว่า สถาบันไอเอ็มซีจะ จัดงานสัมมนาใหญ่ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคมนี้ ในหัวข้อ AI & Big Data 2019 : The Power of Balance between Technology & Business Values ซึ่งผู้บริหารไม่ควรพลาด เรียนรู้ในสไตล์ ถอดบทเรียน เรียนแบบประยุกต์ใช้ให้ถูกทาง ด้วยความเชี่ยวชาญจากผู้บรรยาย เน้นกลั่นกรอง ความรู้สู่ความเข้าใจ DIGITAL TRANSFORMATION เนื้อแท้ควรเริ่มจากวิธีคิด สร้างวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่นำ�หน้าด้วยเทคโนโลยี คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ INSTRUCTOR | IT TRENDS 29
  • 30.
    ส่วนด้านประสบการณ์ได้คลุกคลีอยู่ในวงการไอซีที 19 ปีเป็น ดิสทิบิวชั่นที่เน้นหนักด้านเน็ตเวิร์กและซีเคียวริตี้ นอกจากนี้ยังมี ภารกิจทางสังคมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรรมการสมาคมด้านไอซีที เป็นกรรมการตัดสินการประกวดซอฟต์แวร์ Asia Pacific ICT Alliance (APICTA) Awards ตลอดจนร่วมออกแบบ วางแผน ประชุมระดมสมอง การจัดท�ำแผนแม่บทไอซีทีของประเทศไทย ประสบการณ์ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบส�ำคัญที่ผนวกเข้ากับความ ชอบด้านเทคโนโลยีเทรนด์ ซึ่งนับว่าเป็นงานอดิเรกท�ำให้กลายเป็น Technology Trends Specialist คนส�ำคัญ ซึ่งตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ท�ำ Market Outlook ให้แก่ สวทช. (ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ) ตลอดมา กระทั่งพบว่า มีเทรนด์หรือแนวโน้ม 5 ด้านเป็น Maga Trends หลักๆ มาติดต่อกันในช่วงสี่ปีมานี้ คือ IoT, Cloud, Big Data, AI และ AR/VR โดยทั้ง 5 นี้เองที่สร้างจุดก�ำเนิดโลกดิจิทัล (Digital World) มีบริบทส�ำคัญท�ำให้หลายประเทศปักหมุดผลักดันประเทศก้าวสู่ ยุคดิจิทัลอย่างแข็งขัน ดังเช่นประเทศไทยมีนโยบาย Thailand 4.0, ประเทศสิงคโปร์มีแผน Smart Nation 2020 ขณะที่ประเทศอินเดีย มี Digital India เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อน Digital Transformation เพื่อปรับตัวในยุค Digital Disruption ซึ่งองค์กร จะต้องเปลี่ยนผ่านโดยไม่ตกขบวนนั่นเอง Digital Transformation Strategy สาระส�ำคัญของหลักสูตรที่ผู้อบรมจะได้รับ ส�ำหรับทีมวิทยากรผู้มีชื่อเสียง ประกอบด้วย • ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม • รองศาสตราจารย์ดร.ธนชาตินุ่มนนท์ผู้อ�ำนวยการสถาบัน ไอเอ็มซี ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ธนาคารธนชาต จ�ำกัด (มหาชน), ประธานกรรมการ บริษัท สยามอีสต์โซลูชั่น จ�ำกัด (มหาชน), กรรมการอิสระ บริษัทวินท์คอมเทคโนโลยีจ�ำกัด(มหาชน)และกรรมการ อิสระ บริษัท ฮิวแมนิก้า จ�ำกัด (มหาชน) • อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง, ACIS Professional Center ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity • คุณปฐม อินทโรดม กรรมการ Creative Digital Economy สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย • คุณธรรมนูญเวชวิทยาขลังเลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) • คุณศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธาน บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จ�ำกัด • คุณสันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จ�ำกัด • คุณสิทธิภรณ์ เมืองกลาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จ�ำกัด • คุณนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านCryptocurrency,ICOและBlockchain น�ำโดยผู้อ�ำนวยการหลักสูตร คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ และอาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีชื่อเสียงในแวดวงดิจิทัลของประเทศไทย หลักสูตร Digital Transformation Strategy for Senior Management ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการเติมเต็มความรู้ความ เข้าใจ และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อให้เข้าใจประด็น ส�ำคัญอย่างถ่องแท้ 1. เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในโลก ดิจิทัล 2. เข้าใจถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ทั้งที่ ก�ำลังจะเข้ามา Disrupt การท�ำธุรกิจ ท�ำให้ด�ำเนินธุรกิจ บนความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลง หรือก�ำลังเข้ามาเป็น เครื่องมือในการสร้างมูลค่าต่อการท�ำธุรกิจ ทั้งนี้รวมถึง นโยบายและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. รับทราบกรณีศึกษาส�ำคัญอันเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์ ต่อการปรับประยุกต์ใช้เพื่อการตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลง ในโลกดิจิทัล 4. สามารถก�ำหนดทิศทาง วางแผน สร้างกลยุทธ์ด้านดิจิทัล ให้กับองค์กร ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรม การพัฒนา บุคลากรเพื่อให้องค์กรสามารถแข่งขันและก้าวทันภายใต้ กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล 5. สามารถติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าต่อการ เปลี่ยนแปลงในองค์กรที่เกิดจากการวางกลยุทธ์ด้าน ดิจิทัล โดยหลักสูตร Digital Transformation Strategy for Senior Management เหมาะกับผู้บริหารขององค์กร CEO, CIO, CFO, CTO ผู้บริหารด้านไอทีของหน่วยงาน ผู้บริหารด้านอื่นๆ ของ หน่วยงานที่สนใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบ ต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กรในยุคปัจจุบัน IT TRENDS | INSTRUCTOR30
  • 31.
    92% ขององค์กรผู้นำ�ด้าน AIได้อบรมจริยธรรมแก่ บุคลากรด้านเทคโนโลยี และ 74% ประเมินผลการใช้ AI เป็นรายสัปดาห์ สองไฮไลต์ผลศึกษาแสดงถึงการตื่นตัวต่อ การใช้งาน AI photo : rawpixel.com จริยธรรมจากการใช้ เมื่อก้าวสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่มีการใช้ งานอย่างแพร่หลาย ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ “จริยธรรม” ล่าสุดมีการส�ำรวจในหัวข้อ "AI Momentum, Maturity and Models for Success" ศึกษาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง SAS เอคเซนเชอร์ แอปไพลด์ อินเทลลิเจนซ์ และอินเทล โดยมอบหมายให้ ฟอร์บส์ อินไซต์ จัดท�ำ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 การศึกษานี้ได้จากการส�ำรวจข้อมูลและความคิดเห็น จากผู้บริหารธุรกิจชั้นน�ำ 305 รายทั่วโลก โดยกว่าครึ่ง เป็นผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน สารสนเทศ (CIO), ด้านเทคโนโลยี (CTO) และด้าน อนาลิติกส์ (CAO) รายละเอียดในภาพประกอบ 1 รายงานการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบัน กรอบจริยธรรมส�ำหรับการใช้งานAIจึงมีความส�ำคัญมาก และองค์กรที่น�ำ AI ไปใช้ได้อย่าง "ประสบผลส�ำเร็จ" หรือ "ประสบผลส�ำเร็จอย่างสูง" ถือเป็นผู้น�ำด้าน AI ที่ เริ่มน�ำในด้านจริยธรรมด้วย โดยเกือบทั้งหมด 92% (ภาพประกอบ2)ได้อบรมด้านจริยธรรมให้กับบุคลากร ด้านเทคโนโลยีของตนแล้ว เทียบกับองค์กรอื่นทั่วไป ที่ใช้ AI แต่อบรมด้านจริยธรรมแล้วประมาณ 48% องค์กรผู้น�ำด้าน AI ยังตระหนักดีว่าระบบอนาลิติกส์ (Analytics) มีส่วนสัมพันธ์กับการน�ำ AI มาใช้ได้อย่าง ประสบผลส�ำเร็จโดยองค์กรถึง79%(ภาพประกอบ2) ยอมรับว่าระบบอนาลิติกส์มีบทบาทหลักหรือส�ำคัญต่อ ประสิทธิภาพการท�ำงานของเอไอในองค์กรและมีเพียง 14%ที่ยังไม่เห็นผลหรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้ เทคโนโลยี AI มองมุมองค์กรตระหนักถึง AI SURVEY | IT TRENDS 31
  • 32.
  • 33.
    รายงานศึกษาล่าสุดเผยให้เห็นว่าผู้บริหารธุรกิจชั้นน�ำเริ่มด�ำเนินการเสริมสร้าง การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือAIด้วยความรับผิดชอบโดยองค์กรส่วนใหญ่ได้เริ่มอบรม ด้านจริยธรรมให้กับบุคลากรด้านเทคโนโลยีของตนถึง 70% (ภาพประกอบ3) และ จัดให้มีคณะกรรมการด้านจริยธรรมเพื่อประเมินและตรวจสอบการใช้ AI ถึง 63% (ภาพประกอบ 4) นอกจากนี้องค์กรยังมีการประเมินหรือตรวจสอบงานที่ได้จาก AI ทุกสัปดาห์ ถึง 31% (ภาพประกอบ 5) นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรต่างๆเริ่มตระหนักถึงประเด็นความกังวลและผลจากเทคโนโลยีAIที่เบี่ยงเบน ไป เช่น ท�ำให้เกิดการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมและล�ำเอียง การก�ำกับดูแล AI เป็นสิ่งจ�ำเป็น แม้จะมีกระแสว่า AI ท�ำงานได้โดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ แต่งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรผู้น�ำด้าน AI ต่างตระหนักดีว่า การก�ำกับดูแล เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเรื่องจ�ำเป็น ไม่ใช่เรื่องเสริม โดย 74% (ภาพประกอบ 6) ของ องค์กรผู้น�ำด้าน AI เปิดเผยว่าได้ดูแลการใช้งานอย่างระมัดระวัง โดยจัดให้มีการ ประเมินและตรวจสอบผลอย่างน้อยทุกสัปดาห์ ขณะที่มีเพียง 33% ขององค์กรที่ ประสบความส�ำเร็จในการใช้ AI น้อยกว่า ได้ท�ำการตรวจสอบ จากภาพประกอบ 4 มี 43% ของกลุ่มผู้น�ำด้าน AI ยังเผยว่าองค์กรมี กระบวนการที่สามารถเพิ่มเติมหรือลดผลได้ที่ดูผิดสังเกตในระหว่างตรวจสอบ ในขณะที่มีเพียง 28% ขององค์กรที่ประสบความส�ำเร็จในการใช้ AI น้อยกว่า มีกระบวนการลักษณะนี้ ทั้งนี้ รายงานระบุว่า กระบวนการก�ำกับดูแลยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกมาก กว่าที่จะเท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ภาพประกอบ 3 ภาพประกอบ 4 ภาพประกอบ 5 SURVEY | IT TRENDS 33 photo:rawpixel.com
  • 34.
    นนทวัฒน์ กล่าวและเสริมว่า หากสามารถเข้าใจวิธีการตัดสินใจของAI ได้ จะท�ำให้เกิดความเชื่อมั่นและช่วยให้มนุษย์ก�ำกับดูแลAIได้อย่างมีประสิทธิภาพส�ำหรับ นักพัฒนาและลูกค้าที่วางแผนน�ำ AI ไปใช้ โดยพัฒนาอัลกอริทึมที่โปร่งใสและอธิบาย ได้ รวมทั้งใช้ระบบ AI ท�ำงานโดยแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ เส้นทางการพัฒนา จึงยังอีกยาวไกลจนกว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นจนถึงระดับที่มีการน�ำ AI ไปใช้ อย่างแพร่หลาย ดังนั้นการที่องค์กรต่างๆพัฒนาแนวทางการใช้AIอย่างมีจริยธรรมและเสริม ความเชื่อมั่นว่าจะมีการก�ำกับดูแลที่ดี จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะองค์กร ตระหนักดีว่าหากผลจากการใช้ AI ออกมาคลาดเคลื่อน จะส่งผลกระทบต่อไปยัง ส่วนอื่นๆส�ำหรับองค์กรที่น�ำAIมาใช้แล้วหรือมีแผนจะน�ำมาใช้พบว่า60%มีความ กังวลเรื่องการใช้ AI ในการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น องค์กรจะดู แล้งน�้ำใจหรือไม่ หรือยิ่งท�ำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในองค์กรน้อยลงก็เป็นได้ ภาพประกอบ 6 IT TRENDS | SURVEY34 photo : rawpixel.com
  • 35.
    SURVEY | ITTRENDS 35
  • 36.
    ผลการศึกษาอื่นๆ ที่ได้จากการส�ำรวจนี้ ได้แก่ - โดยรวมแล้ว72%ขององค์กรทั่วโลกมีการใช้ AI ในส่วนงานขององค์กร อย่างน้อยก็หนึ่ง ธุรกิจ - ประมาณ44%หรือเกือบครึ่งขององค์กรที่น�ำ AI มาใช้ ระบุว่าการใช้งานได้ผลส�ำเร็จจริง โดยAIได้เข้ามาช่วยให้การประมาณการและ ตัดสินใจถูกต้องแม่นย�ำขึ้นท�ำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นที่ส�ำคัญคือเพิ่มผลิตภาพ การท�ำงานของทั่วทั้งองค์กร - 46% หรือเกือบครึ่งขององค์กรที่น�ำ AI มาใช้ เผยว่าได้ใช้ AI ครอบคลุมทั้ง ระบบงาน ไม่ว่าจะหนึ่งระบบ (use case) หรือมากกว่านั้น - ผู้ตอบแบบส�ำรวจที่ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง (C-suite) มักจะมองผลกระทบ ของ AI ในเชิงบวก โดยมากกว่าครึ่งคือ 55% ของผู้บริหารระดับทั่วไป เห็นว่าการน�ำ AI มาใช้งานนั้น "ประสบผลส�ำเร็จ" หรือ "ประสบผลส�ำเร็จ อย่างสูง" ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงมีเพียง 38% ที่เห็นผลเชิงบวก - องค์กรหลายแห่งเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่พนักงานด้านการยกระดับการ ท�ำงานโดย62%เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าAIให้ประโยชน์มากเพราะท�ำให้ พนักงานหันมาเน้นด้านกลยุทธ์มากกว่างานด้านปฏิบัติการ - อย่างไรก็ตาม มีองค์กรร้อยละ 20 ที่ระบุว่า "มีแรงต้านจากพนักงาน เนื่องจากความกังวลเรื่องเสถียรภาพในหน้าที่การงาน"จึงเป็นความท้าทาย อย่างหนึ่งของการน�ำ AI มาใช้งาน ส่วนอีก 57% เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า "เราเป็นห่วงเรื่องผลกระทบของ AI ต่อประเด็นด้านพนักงานสัมพันธ์ (เช่น พนักงานอาจรู้สึกเหมือนโดนคุกคาม หรือต้องท�ำงานมากเกินก�ำลัง)" ยิ่งกระแสการน�ำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งมีความ ท้าทายหรือมีปัญหาที่ต้องแก้" รอส แกกนอน ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิจัยแห่ง Forbes Insights กล่าวและทิ้งท้ายว่า คุณประโยชน์และโอกาสต่างๆ ที่จะได้จาก AI นั้น มีมากมายอย่างไร้ขีดจ�ำกัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องประสิทธิภาพการด�ำเนินงาน ไป จนถึงการเพิ่มผลิตภาพและรายได้ สิ่งที่ผู้บริหารควรถามตัวเอง ไม่ใช่ว่าควรใช้ AI หรือไม่ แต่ควรถามตัวเองว่าจะน�ำมาใช้เร็วที่สุดได้เมื่อไร IT TRENDS | SURVEY36
  • 37.
    TRAINING | ITTRENDS 37 COURSE SCHEDULE 2019 DESCRIPTION PRICEINSTRUCTOR DAY JUL - SEP OCT - DEC BIG DATA CERTIFICATION COURSE BIG DATA IN ACTION FOR SENIOR MANAGEMENT BIG DATA ARCHITECTURE AND ANALYTICS PLATFORM  BIG DATA ANALYTICS AS A SERVICE FOR DEVELOPER  MACHINE LEARNING FOR DATA SCIENCE  ADVANCED ANALYTICS USING DEEP LEARNING  VISUAL ANALYTIC WORKSHOP BUSINESS INTELLIGENCE DESIGN AND PROCESS  TREND&MENTALITYOFBUSINESSINTELLIGENCE                          DATA WAREHOUSE DESIGN & SYSTEM DEVELOPMENT  HADOOPADMINISTRATIONANDOPERATIONS                           AI & BIG DATA 2019  BLOCKCHAINTECHNOLOGYFORDEVELOPER                                          BLOCKCHAIN FOR MANAGEMENT AND EXECUTIVES BLOCKCHAIN CONCEPT AND USECASES PRACTICAL CLOUD COMPUTING FOR SENIOR MANAGEMENT ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA MR. DANAIRAT THANABODITHAMMACHARI MR. AEKANUN THONGTAE      MR. SANTISOOK LIMPEETICHAROENCHOT  MR. ANAPAT PIPATKITIBODEE ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM MR.AEKANUN THONGTAE ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA MR.AEKANUN THONGTAE ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA MR.AEKANUN THONGTAE ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA MR.AEKANUN THONGTAE ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA MR. SANTISOOK LIMPEETICHAROENCHOT MR. ANAPAT PIPATKITIBODEE  MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL  MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL  MR. PAIRAT APIROMRUEDEESAKUL  MR.AEKANUN THONGTAE  ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM MR.TITITORN SEMANGERN MR.TITITORN SEMANGERN MR.TITITORN SEMANGERN ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA AND TEAM 59,000 BAHT BRING YOUR OWN COMPUTER 10,900 (EARLY BIRD 9,900) 8,900 (8,500 WITH YOUR NOTEBOOK) 10,900 (8,500 WITH YOUR NOTEBOOK) 12,900 (10,900 WITH YOUR NOTEBOOK) 12,900 (10,900 WITH YOUR NOTEBOOK) 8,900 (EARLY BIRD 8,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 15,900 (12,900 WITH YOUR NOTEBOOK) 7,900 (EARLY BIRD 7,500) 9,900 (EARLY BIRD 9,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 11,900 (EARLY BIRD 10,900) 8,900 (EARLY BIRD 8,500) 8,900 (EARLY BIRD 8,500) PLEASE BRING YOUR NOTEBOOK 8,900 (EARLY BIRD 8,500) 8,900 (EARLY BIRD 8,500) 11,900 (EARLY BIRD 9,500) TRAINING (120 HR.) 2 3 3 3 3 2 3 2 3 3 1 2 2 2 3  20 - 21 AUG 22 - 24 JUL 24 - 26 SEP 18 - 19 SEP 9 - 11 JUL 2 - 4 SEP 24 - 25 JUL 6 - 7 AUG 9 - 10 JUL 6 - 7 AUG 25 - 27 NOV 10-ส.ค. OCT 6 - 8 NOV 29 - 30 OCT 17 - 19 DEC 20 - 22 NOV 3 - 4 DEC 19 - 20 NOV 9 - 10 OCT 2 - 4 OCT เริ่มเรียน 12 กันยายน 2019 (120 HR.) เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตอนเย็น 18.00 -21.00 น. และวันเสาร์ 9.00 - 17.00 น. BIG DATA TRACK BLOCKCHAIN TRACK CLOUD COMPUTING TRACK
  • 38.
    IT TRENDS |TRAINING38 DESCRIPTION PRICEINSTRUCTOR DAY JUL - SEP OCT - DEC DIGITAL TRANSFORMATION TRACK MOBILE DEVELOPMENT TRACK PROJECT/SERVICE MANAGEMENT TRACK SOFTWARE DEVELOPMENT TRACK SOFTWARE ENGINEERING TRACK IT SECURITY TRACK DIGITAL TRANSFORMATION STRATEGY                   DIGITAL TRANSFORMATION STRATEGY WORKSHOP FOR EXECUTIVE MANAGEMENT IPHONE DEVELOPMENT USING SWIFT ADVANCED IPHONE DEVELOPMENT USING SWIFT 2D GAME DEVELOPMENT WITH UNITY AUTOMATE TESTING FOR IOS APPLICATION ON SWIFT  AUTOMATE TESTING FOR ANDROID APPLICATION  MOBILE PROGRAMMING WITH FLUTTER PROJECT MANAGEMENT ESSENTIALS AGILE PROJECT MANAGEMENT SOURCE CODE MANAGEMENT WITH GIT TEST-DRIVEN DEVELOPMENT ON JAVA INTRODUCTION TO DOCKER DESIGN PATTERNS & CODE ARCHITECTURE REACTIVE MICROSERVICES DESIGN MICROSERVICES WITH SPRING BOOT                        ANGULAR7 & FIREBASE                            DEVOPSCI/CDWITHJENKINS&DOCKER                                              JAVAENTERPRISEFROMBASICTOSPRINGBOOT                                   IMPLEMENT NOSQL DATABASE WITH MONGODB  AGILE FOR SOFTWARE DEVELOPMENT WORKSHOP BASIC SOFTWARE TESTING AGILE TESTING IN PRACTICE ISTQB- CERTIFIED TESTER FOUNDATION LEVEL (CTFL) TRAINING DATA PROTECTION IN DATA-DRIVEN ECONOMY ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA, MR. PRINYA HOM-ANEK AND TEAM ASSOC. PROF. DR. THANACHART NUMNONDA, MR. PRINYA HOM-ANEK AND TEAM MR. THONGROP RODSAVAS MR. THONGROP RODSAVAS MR. THONGROP RODSAVAS MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN MR. THAWATCHAI JONGSUWANPISAN MR.SOMMAI KRANGPANICH MR. PIYA CHIEWCHARAT SIAM CHAMNANKIT TEAM MR. THAWATCHAI JONGSUWANPISAN MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN AND MR. THAWATCHAI JONGSUWANPISAN MR. SOMKIAT PUISUNGNOEN MR. PASSAPONG THAITHATGOON MR. PASSAPONG THAITHATGOON MR.SOMMAI KRANGPANICH MR.SOMMAI KRANGPANICH MR.SOMMAI KRANGPANICH MR.PANUPONG CHANTAKLANG MR.SOMMAI KRANGPANICH SIAM CHAMNANKIT TEAM MS. CHERAPA WANNASUK SIAM CHAMNANKIT TEAM MR. NARUPAT KUMNURTRATH MR.NAKORN SERIRAK  65,500 (COURSE ONLY 36,000 BAHT) (BUSINESS TRIP ONLY 27,000 BAHT) CHINA INFORMATION TECHNOLOGY EXPO 29,500 12,900 (EARLY BIRD 11,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 12,900 (EARLY BIRD 11,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 12,900 (EARLY BIRD 11,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 11,900 (EARLY BIRD 10,900) BRING YOUR OWN MACBOOK 11,900 (EARLY BIRD 10,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 9,900 (EARLY BIRD 9,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 17,900 (EARLY BIRD 15,900) 11,900 (EARLY BIRD 10,900) 11,900 (EARLY BIRD 10,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 8,900 (EARLY BIRD 8,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 8,900 (EARLY BIRD 8,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 8,900 (EARLY BIRD 8,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 8,900 (EARLY BIRD 8,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 11,900 (EARLY BIRD 10,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 9,900 (EARLY BIRD 9,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 9,900 (EARLY BIRD 9,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 20,900 (EARLY BIRD 19,900) 9,900 (EARLY BIRD 9,500) BRING YOUR OWN COMPUTER 8,900 (EARLY BIRD 8,500) PLEASE BRING YOUR NOTEBOOK ON DAY 2 - 3 11,900 (EARLY BIRD 10,900) REGISTRATION 3 PERSONS PAY ONLY 2 11,900 (EARLY BIRD 10,900) BRING YOUR OWN COMPUTER 14,900 (EARLY BIRD 13,900) 8,900 (EARLY BIRD 8,500) 5 3 5 4 4 2 2 3 3 2 2 2 2 2 2 3 3 3 10 3 3 2 3 2 2 23 - 25 AUG 9 AUG 24 - 27 SEP 19 - 20 SEP 20 - 21 AUG 22 - 23 AUG     25 - 26 JUL     11 JUL 11 - 13 SEP 2, 3, 9, 10, 16, 17, 23, 24, 30, 31 AUG  28 - 30 AUG  14 - 16 AUG 10 SEP     20 - 21 JUL 19 - 20 SEP 24 - 25 OCT 16 - 18 OCT 16 - 18 OCT 19 - 20 DEC     5 - 6 NOV 19 - 20 NOV 13 - 14 NOV 3 OCT 2 - 4 DEC 16 - 18 DEC  25 - 27 NOV 17 - 18 DEC 28 - 30 OCT 14 - 15 DEC   รุ่นที่ 4 TRAINING  24 SEP, 1, 8, 15, 22 OCT
  • 39.
    Big Data CerrficaaonCourse ระยะเวลาอบรม: 120 ชั่วโมง เรียนทุกวันพฤหัสบดีเวลา 18.00-21.00 น. และวันเสาร์ 9.00-17.00 น. เริ่มเรียน 12 กันยายน 2019 Instructor: Dr. Thanachart Numnonda and Team UPCOMING IMC COURSES
  • 40.
    Dr.Thanachart Mr. AekanunMr. Santisook Mr. Anapat 23 - 25 August 2019 www.imcinstitute.com/DigitalWorkshop “งานสัมมนา ที่คุณจะไดมากกวาการสัมมนา เพราะไดลงมือทำจริง เตรียมพรอมรับมือกับเทคโนโลยียุกตดิจิทัลและ AI มากยิ่งขึ้น” @Siam@Siam Design Hotel Pattaya