เอนไซม์(Enzyme)
www.company.com
เอนไซม์(Enzyme)
• คือตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพ (Biocatalyst)
หรือตัวเร่งปฏิกิริยาในสิ่งมีชีวิต ช่วยลดพลังงาน
กระตุ้นในการเกิดปฏิกิริยา มีความจาเพาะต่อการ
เกิดปฏิกิริยา และสารตั้งต้น จึงได้ผลิตภัณฑ์จาก
ปฏิกิริยาที่จาเพาะ รวมถึงโครงสร้างเอนไซม์ก่อน
เกิดปฏิกิริยาและหลังเกิดปฏิกิริยาจะเป็ นแบบเดิม
หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง
• เอนไซม์เกือบทุกชนิดเป็ นโปรตีน ยกเว้นไรโบไซม์
ตัวอย่างเอนไซม์เช่น อะไมเล
www.company.com
Amino acid and Peptide structure
C
H
CO
NH2
R
C
H
NH
2
COO
H
R
C
H
NH
2
COO
H
R’
C
H
R’
COO
H
N
H
Peptide
bond
Where:
and
Represent two typical amino
www.company.com
กลไกการทางานของเอนไซม์
เอนไซม์มีความจาเพาะต่อสารตั้งต้น (Substrate) เมื่อ
โมเลกุลทั้งสองจับกันแล้ว จะเกิดเป็ น Enzyme substrate
complex (ES complex) เมื่อเอนไซม์ทางานเสร็จแล้วจะ
แยกจากสารตั้งต้น โดยโครงสร้างเอนไซม์ไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง แล้วจะเกิดผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาที่มี
www.company.com
กลไกการทางานของเอนไซม์(ต่อ)
www.company.com
ความจาเพาะเจาะจงของเอนไซม์
•ทฤษฎีเหมือนแบบกุญแจและลูกกุญแจ (Lock- and-
key analog)
- อีมิล ฟี ชเชอร ์(Emil Fischer) นักเคมีชาว
เยอรมัน เป็ นผู้เสนอทฤษฎีนี้
- โดยเปรียบเทียบโครงสร้างเอนไซม์เป็ นแม่กุญแจ
(Lock) และสับสเตรทหรือสารตั้งต้นเป็ นลูกกุญแจ
(Key) ซึ่งจะสวมกันได้พอดี ซึ่งเอนไซม์ต้องมีบริเวณ
เร่ง (Active site) สอดคล้องกับส่วนของสารตั้งต้น
ทั้งด้านขนาด รูปร่างและการเกิดปฏิกิริยาหรือ
ธรรมชาติทางเคมี
www.company.com
ทฤษฎีเหมือนแบบกุญแจและลูกกุญแจ (Lock- and-
key analog)
www.company.com
•ทฤษฎีเอนไซม์ยืดหยุ่น (Flexible enzyme) หรือ
ทฤษฏีเหนี่ยวนาให้พอดี (Induced fit)
- โคชแลนด์(Koshland) นักเคมีชาวเยอรมัน เป็ นผู้
เสนอทฤษฎีนี้
- โดยบริเวณเร่งเอนไซม์ไม่จาเป็ นต้องมีลักษณะ
ขนาด รูปร่างเป็ นทรงเรขาคณิตที่คงตัว แต่สามารถ
ยืดหยุ่นได้ด้วยการจัดเรียงของหมู่อัลคิล (R-group)
ของกรดอะมิโนใหม่ และเมื่อถูกชักนาด้วยโมเลกุลของ
สับสเตรท จนกระทั่งบริเวณต่างๆ บนบริเวณเร่งของ
เอนไซม์จับกับสับสเตรทได้ดี
ความจาเพาะเจาะจงของเอนไซม์(ต่อ)
www.company.com
ทฤษฎีเหนี่ยวนาให้พอดี (Induced fit
theory)
www.company.com
ชนิดของเอนไซม์
•การแบ่งชนิดเอนไซม์ตามลักษณะปฏิกิริยาที่เกิด ซึ่ง
เป็ นตามข้อตกลงของเอนไซม์(Commission on
enzymes; EC) ที่มีการจาแนกชนิดเอนไซม์เป็ น 6
ชนิด ดังนี้
(1) ออกซิโดรีดักเตส (Oxidoreductase)
(2) ทรานซ ์เฟอร ์เรส (Transferase)
(5) ไอโซเมอเรส (Isomerase)
(6) ไลเกส (Ligase หรือ Sysnthase หรือ
Synthetase)
(3) ไฮโดรเลส (Hydrolase)
(4) ไลเอส (Lyase)
www.company.com
ชนิดของเอนไซม์
(1) ออกซิโดรีดักเตส (Oxidoreductase)
 เป็ นเอนไซม์ที่ทางานโดยการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
(Oxidation) หรือรีดักชั่น (Reduction) เช่นดีไฮโดร
จีเนส (Dehydrogenase) ซึ่งทาหน้าที่ดึงไฮโดรเจนออก
จากสารประกอบหนึ่งไปยังสารประกอบหนึ่ง
(2) ทรานสเฟอเรส (Tranferase)
 เป็ นเอนไซม์ที่แลกเปลี่ยนฟังก์ชั่นแนลกรุ๊ป
(Functional group) เช่น เมธิลทรานสเฟอ
เรส (Methyltransferase) ทาหน้าที่ย้ายหมู่เมทธิลจาก
สารหนึ่งไปยังสารหนึ่ง
www.company.com
ชนิดของเอนไซม์
(3) ไฮโดรเลส (Hydrolase)
 เป็ นเอนไซม์ที่ทางานโดยเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
(Hydrolysis) เช่น มอลเตส ไลเปส ฟอสฟา
เดส
(4) ไลเอส (Lyase)
 เป็ นเอนไซม์ที่ทางานโดยทาให้สารตั้งต้นแตกตัว
บริเวณ C–C, C–N หรือ C=O เช่นดีคาร ์บอกซิเลส
(Decarboxylase)
www.company.com
ชนิดของเอนไซม์
(5) ไอโซเมอเรส (Isomerase)
 เป็ นเอนไซม์ที่ทางานโดยเร่งการเปลี่ยนไอโซเมอร ์
ของสารตั้งต้น เช่นอะลานีน เรซิเมส
(Alanine racemase) เปลี่ยน L-alanine เป็ น D-alanine
(คือจาก L-isomer เป็ น D-isomer นั่นเอง)
(6) ไลเกส (Ligase หรือ Sysnthase หรือ Synthetase)
 เป็ นเอนไซม์เร่งการสร้างพันธะระหว่างโมเลกุล 2
โมเลกุล ด้วยการใช้พลังงานการสลายพันธะไพโร
ฟอสเฟตใน ATP เช่น Glutamine synthetase ทาให้
Glutamate และแอมโมเนียสร้างพันธะกันกลายเป็ น
www.company.com
ชื่อเอนไซม์
โดยทั่วไปการเรียกชื่อเอนไซม์จะลงท้ายด้วยเอส (-
ase) ลงท้ายสารตั้งต้น
- เช่นเอนไซม์ไลเปส (Lipase) เป็ นเอนไซม์ย่อยไขมัน
(Lipid)
เอนไซม์ไซโตโครมออกซิเดส (Cytochrome
oxidase) ใช้เป็ นตัวเร่งในการเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ ์ไซ
โตโครม (Cytochrome)
- อย่างไรก็ตามมีเอนไซม์บางชนิดไม่เป็ นตามหลักการ
เรียกชื่อ
- เช่นเอนไซม์โปรติเอส (Protease) เป็ นเอนไซม์ย่อย
โปรตีน (Protein)
www.company.com
อะโพเอนไซม์(Apoenzyme) และ
โฮโลเอนไซม์(Holoenzyme)
• อะโพเอนไซม์
(Apoezyme) เป็ นส่วน
ของเอนไซม์ที่ไม่สามารถ
ทางานได้
• โฮโลเอนไซม์
(Apoenzyme) เป็ น
เอนไซม์ที่ทางานได้ก็
ต่อเมื่อมีโคแฟคเตอร ์มา
จับอยู่
www.company.com
www.company.com
โคแฟคเตอร ์(Cofactor)
•หมายถึง ส่วนที่ไม่ใช่โปรตีนเป็ นส่วนประกอบ
ของเอนไซม์ โคแฟคเตอร ์เป็ นสารอนินทรีย์
หรือสารอินทรีย์ก็ได้ ซึ่งมีความสาคัญในการ
เกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์ โคแฟคเตอร ์มี 3
ประเภท ดังนี้
(1) แอคติเวเตอร ์(Activator)
(2) โคเอนไซม์(Coenzyme)
(3) โปรสทีติกกรุป (Prosthetic group)
www.company.com
(1) แอคติเวเตอร ์(Activator)
•เมทัลโลเอนไซม์ (Metallo enzyme) คือเอนไซม์ที่มี
โคแฟคเตอร ์เป็ นอิออนของโลหะ
•ตัวอย่างเช่น
การแข็งตัวของเลือด แคลเซียมไอออน ที่เรียกว่า
แฟคเตอร ์ IV ต้องการสาหรับการแอกติเวต ทรอมโบ
ไคเนส (Thrombokinase) แล้วจะเปลี่ยนไปเป็ น โปรท
อมบิน (Prothrombin) และไปเป็ น ทรอมบิน
(Thrombin)
•คือโคแฟคเตอร ์ที่เป็ นไอออนโลหะ เช่น แคลเซียมอิ
ออน (Ca+)
www.company.com
การทางานของเอนไซม์ในการแข็งตัวของ
เลือด
www.company.com
แอคติเวเตอร ์(Activator) (ต่อ)
ตัวอย่างเช่น (ต่อ)
- ไซโตโครม ออกซิเดส (Cytochrome oxidase)
ต้องการ Cu+2
- ไพรูเวท ไคเนส (Pyruvate Kinase) ต้องการ K+
และ Mg+2 เป็ นต้น
www.company.com
คือโคแฟกเตอร ์ที่เป็ นสารอินทรีย์ที่ไม่ใช่โปรตีน โค
เอนไซม์จะช่วยในการทางานของเอนไซม์ โดยทั่วไป
โคเอนไซม์เป็ นอนุพันธ ์ของวิตามินที่ละลายน้าได้
•โคเอนไซม์ทาหน้าที่ในปฏิกิริยาที่มีการโยกย้ายของ
หมู่เคมี อะตอม หรืออิเลคตรอน โดยทาปฏิกิริยากับ
สับสเตรทหรือฟังก์ชันนัลกรุ๊ปจากเอนไซม์ไปยัง
สับสเตรท เช่น NAD, NADP ที่ทาหน้าที่ขนย้าย
ไฮโดรเจน (H+) และโคเอนไซม์เอที่ขนย้ายอะซิติล
กรุ๊ป เป็ นต้น
(2) โคเอนไซม์ (Coenzyme)
www.company.com
(3) โปรสทีติกกรุ๊ป (Prosthetic
group)
•โคแฟคเตอร ์ที่เป็ นสารประกอบอินทรีย์ที่ไม่ใช่
โปรตีนที่เกาะกับโมเลกุลของเอนไซม์อย่างแน่น
หนา โปรสทีติกกรุ๊ปจะเชื่อมต่อส่วนที่ทาหน้าที่
เร่งปฏิกิริยาทั้งหมด
www.company.com
ไอโซเอนไซม์(Isoenzymes) หรือ ไอโซ
ไซม์
คือ กลุ่มเอ็นไซม์ที่ทาหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเดียวกัน
แต่ตัวเอ็นไซม์มีคุณสมบัติทางฟิ สิกส์และเคมีแตกต่าง
กัน
เป็ นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาเดียวกัน มีน้าหนักโมเลกุล
เท่ากัน มีการเรียงตัวของกรดอะมิโนคล้ายคลึงกัน
แต่ การเรียงตัวของกรดอะมิโนต่างกัน ทาให้เมื่อแยก
เ อ นไ ซ ม์ โ ด ย วิ ธี ท า ง อิ เ ล ค โ ต ร โ ฟ รี ซิ ส
(Electrophoresis) แล้วจะทาให้ไอโซไซม์แยกจากกัน
ได้
อีเลคโตรโฟรีซิสสามารถแยกโปรตีนหรือโมเลกุลอื่นที่
www.company.com
• Competitive Inhibitor สามารถรวมตัวกับ
โมเลกุลของเอ็นไซม์ตรงตาแหน่ง Active site โดย
การแย่งจับกับสับสเตรท
• Non competitive Inhibitor เป็ นตัวยับยั้งที่จับกับ
เอ็นไซม์ หรือ ES-complex ซึ่งจะได้ EI และ ESI ซึ่ง
จะไม่สามารถเปลี่ยนต่อเป็ นผลิตภัณฑ์ได้
• Irreversible Inhibitor เป็ นการยับยั้งแบบ
ย้อนกลับไม่ได้ โดยมีการจับโมเลกุลของเอ็นไซม์ที่
บริเวณ Active site ทาให้เอนไซม์ไม่สามารถ
กลับมาทางานได้ตามปกติอีก ถึงจะมีการเพิ่มความ
ตัวยับยั้งการทางานของเอนไซม์
(Inhibitors)
www.company.com
www.company.com
www.company.com
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทางานของ
เอนไซม์
(1) อุณหภูมิ (Temperature)
- ส่วนใหญ่เอนไซม์จะทางานได้ที่อุณหภูมิ 25-
40 °C และกิจกรรมของเอนไซม์มักจะลดลงเมื่อ
อุณหภูมิเพิ่มขึ้น
- เอนไซม์แต่ละชนิดจะมีอุณหภูมิที่เหมาะสม
(Optimum temperature) ในการทางานได้
แตกต่างกัน
www.company.com
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทางานของเอนไซม์
(2) ความเป็ นกรด-เบส (pH)
- ส่วนใหญ่เอนไซม์จะทางานได้ที่pH 6-7.5 และ
กิจกรรมของเอนไซม์มักจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
- เอนไซม์แต่ละชนิดต้องการค่าพีเอชที่เหมาะสม
(Optimum pH) ในการทางานได้แตกต่างกัน
- เช่น ไลเปส (Lipase) ทางานได้ดีที่ pH 7
เปปซิน (Pepsin) ทางานได้ดีที่ pH 1.5-
2.5
www.company.com
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทางานของเอนไซม์
(3) ปริมาณสารตั้งต้น (Substrate quality)
- ถ้าเอนไซม์มีมากพอ ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว แต่ถ้ามีเอนไซม์มากเกินพอในปฏิกิริยาก็ไม่
ทาให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วกว่าเดิม เพราะไม่มีสารตั้งต้น
เหลือที่จะเข้าทาปฏิกิริยา
- ถ้ามีปริมาณสารตั้งต้นมากเกินไปก็จะไม่
เกิดปฏิกิริยา เพราะปริมาณเอนไซม์ไม่เพียงพอที่จะ
ทาปฏิกิริยากับสารตั้งต้นที่มากเกินพอนั้น
(4) ปริมาณเอนไซม์(Enzyme quality)
www.company.com
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทางานของเอนไซม์
www.company.com
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทางานของเอนไซม์

3. Enzyme Earn.pptx