More Related Content
PDF
ตัวอย่างแผนพอเพียงกับคณิตศาสตร์ PDF
PPTX
PDF
แนวทางการจัดค่ายยุวชนคนคุณธรรม PPTX
แนวคิด ทฤษฎีการเรียนรู้ร่วมสมัย PDF
แผนบูรณาการสะเต็ม ร่มพยุงไข่ ODT
PDF
6.โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับดอกเบี้ย What's hot
PDF
PDF
แนะนำอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการวิทย์ PPT
PDF
แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน DOC
PDF
2ชุดฝึกทักษะกระบวนการคิดตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ PDF
โครงงานคณิตศาสตร์ออนไลน์เรื่อง ฟังก์ชันตรีโกณมิติ PDF
DOCX
PDF
PPT
DOC
PDF
การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง DOCX
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ gpas 5 step ภาษาไทย.docx PDF
PDF
PDF
๑ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวัดผลการศึกษา PDF
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ PDF
PDF
44 ตรีโกณมิติ ตอนที่1_อัตราส่วนตรีโกณมิติ Viewers also liked
PDF
PDF
DOC
แผนการสอนตัวจริง (ปรับปรุง) DOC
PDF
Best practice โรงเรียนสุจริต PDF
การเขียนผังงาน (Flowchart) PDF
หลักการเขียนผังงาน(Flow chart) PDF
How to Make Awesome SlideShares: Tips & Tricks PDF
Getting Started With SlideShare Similar to Best practice
PDF
Best ไม้เด็ดครู เรื่องที่ 1 PDF
PDF
DOCX
แนวการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ.docx PDF
PDF
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด DOC
PDF
PDF
รายงานผลการจัดการเรียนรู้นวัตกรรมคุณธรรมนำความคิด เรื่องสารละลาย ชั้น ม.1 ครู... DOC
รูปแบบการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง PDF
PDF
รายงานการประเมินตนเอง 2 54 PDF
เครื่องมือวัดคุณภาพผู้เรียนตามจุดเน้น PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
DOC
PDF
Best practice
- 1.
Best Practice ระบบการเรียนรู้
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
1. ความเป็นมา
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาด
ใหญ่ สังกัดสำานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 สำานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนในระดับช่วงชั้นที่ 3
และ ช่วงชั้นที่ 4 คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
6 ในปีการศึกษา 2548 มีบุคลากรครูทั้งสิ้น 118 คน เป็น
ครูชาย 48 คน ครูหญิง 70 คน มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 2,472
คน
ผลการประเมินภายนอก ของ สำานักงานรับรองมาตรฐาน
คุณภาพการศึกษา ครั้งที่ 1 วันที่ 10 – 12 กันยายน 2544 พบ
ว่านักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพมีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้
สองมาตรฐาน คือมาตรฐานที่ 4 (ผู้เรียนมีความสามารถในการ
คิดวิคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิด
ไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ ) มาตรฐานที่ 9 (ผู้เรียนมีทักษะใน
การทำางาน รัก การทำางาน สามารถทำางานร่วมกับผู้อื่นได้และ
มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต) และมีคุณภาพระดับปรับปรุงใน
มาตรฐานที่ 5 ( ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำาเป็นตามหลักสูตร)
โรงเรียนได้ดำาเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
ทุก ๆ ด้าน ได้เข้าร่วมโครงการพิเศษต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้
เรียน เช่น โครงการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น
สำาคัญเพื่อสร้างสุขภาวะและจริยธรรม โครงการโรงเรียนส่ง
เสริมสุขภาพ โครงการโรงเรียนแสนสุข โครงการโรงเรียนวิถี
พุทธ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนตามโครงการอนุรักษ์
พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริในสมเด็จพระเทพรัตนราช
สุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการเทคโนโลยีสะอาดเพื่อรักษา
สิ่งแวดล้อม โครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษของนักเรียน
โครงการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาสำาหรับเด็กและเยาวชน
และเข้าร่วมโครงการระบบดีโรงเรียนมีคุณภาพของสถาบันวิจัยและ
พัฒนาการเรียนรู้ใน ปีการศึกษา 2547 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา โดยนำาระบบการเรียนรู้เป็น
- 2.
2
เครื่องมือในการดำาเนินงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทาง
นโยบาย เป้าหมายการจัดการศึกษาของโรงเรียนและให้เป็นไป
ตามความคาดหวังของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และ ชุมชน ที่มุ่ง
หวังให้นักเรียน เป็นคนดี มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความ
สามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ คิดไตร่ตรอง
และคิดสร้างสรรค์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถศึกษา
ต่อในระดับอุดมศึกษาได้
2. การพัฒนาระบบคุณภาพของโรงเรียน
โรงเรียนมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกด้าน โดย
เฉพาะด้านการเรียนรู้ จึงได้นำาระบบคุณภาพมาใช้ในการบริหาร
และจัดการศึกษาของโรงเรียน การนำาระบบการเรียนรู้มาใช้
เพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนนั้น ครูผู้สอนมีบทบาท
สำาคัญในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเชิงระบบ มี
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนด้านการคิดวิเคราะห์ ทักษะการ
ทำางาน รู้จักสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสามารถนำาความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำาวันได้ ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวัง
ของผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องการให้โรงเรียนพัฒนานักเรียนให้
เป็นคนดี มีปัญญาและมีความสุข ตามขั้นตอนที่แสดงไว้ใน Flow
Chart ของระบบการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้
- 3.
(ใช่)
3
FlowChart ระบบการเรียนรู้
ศึกษาและ
วิเคราะห์
หลักสูตร
วิเคราะห์ผู้เรียน
ต้องให้
ความ
ช่วยเหลือ
หรือ(ไม่
)
(ไม่)
ผ่าน
เกณฑ์
หรือไม่
(ผ่าน)
ปรับพื้นฐาน
จัดกลุ่มผู้เรียน
จัดทำาแผนการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
ดำาเนินการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้
ประเมินผลการเรียนรู้
แก้ไข
ปรับปรุง/
วิจัยปฏิบัติ
พัฒนาการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้/วิจัยพัฒนา
สรุป / รายงานผลระบบ
การเรียนรู้
- 4.
4
ขั้นตอนการดำาเนินงานที่มีการปฏิบัติที่เป็นเลิศในระบบการ
เรียนรู้
(ใช่)
ศึกษาและ
วิเคราะห์
หลักสูตร
วิเคราะห์ผู้เรียน
ต้องให้
ความ
ช่วยเหลือ
หรือ(ไม่
)
(ไม่)
จัดทำาแผนการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้
ดำาเนินการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
ประเมินผลการเรียนรู้
ผ่าน
เกณฑ์
หรือไม่
พัฒนาการจัดกิจกรรมการ
(ผ่าน)
ปรับพื้นฐาน
จัดกลุ่มผู้เรียน
การนิเทศการสอน
แบบกัลยาณมิตร
แก้ไข
ปรับปรุง/
วิจัยปฏิบัติ
เรียนรู้/วิจัยพัฒนา
สรุป / รายงานผลระบบ
การเรียนรู้
การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
บูรณาการ
โครงการ 1 คน
1 อาชีพ
3. การปฏิบัติที่เป็นเลิศ : นวัตกรรมในระบบเรียนรู้
ในกา ร ดำา เนินก า ร พัฒนา คุณภาพกา ร จัด กา ร ศึกษา
โรงเรียนได้พัฒนาศักยภาพครูและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในขั้น
- 5.
5
ตอนการจัดทำาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การดำาเนินการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนรู้ และ การ
พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ / วิจัยพัฒนา ซึ่งการพัฒนาดัง
กล่าวทำาให้เกิดนวัตกรรมที่ถือเป็นการปฏิบัติที่เป็นเลิศของระบบเรียน
รู้ ได้แก่
3.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ
3.2 โครงการ 1 คน 1 อาชีพ
3.3 การนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร
3.1 ก า ร จัด กิจ ก ร ร ม ก า ร เ รีย น รู้บูรณา ก า ร เป็น
นวัตกรรมในระบบการเรียนรู้ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการจัดทำาแผนการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ การดำาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การ
ประเมินผลการเรียนรู้ และ การพัฒนา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
/ วิจัยพัฒนา
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการมา
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 ในรูปแบบกิจกรรมบูรณาการแบบสอด
แทรก แบบคู่ขนาน และแบบสหวิทยาการ ในปีการศึกษา
2545 โรงเรียนจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์แบบองค์รวม
เนื่องจากได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ใน
โรงเรียนเครือข่ายของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ต่อมาในปีการศึกษา 2547 โรงเรียนจึงได้ประยุกต์แนวคิดและ
วิธีการของค่ายวิทยาศาสตร์แบบองค์รวมมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้
บูรณาการ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
3.1.1 การจัดกิจกรรมค่ายองค์รวม
3.1.2 การจัดกิจรรมการเรียนรู้บูรณาการแบบองค์
รวม
3.1.3 การบูรณาการแบบสอดแทรก
รายละเอียดของการดำาเนินการ
3.1.1 การจัดกิจกรรมค่ายองค์รวม
การจัดกิจกรรมค่ายองค์รวม เป็นกิจกรรมที่กลุ่มสาระ
วิทยาศาสตร์ จัดขึ้นสำาหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ
4 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ ฝึก
ทักษะกระบวนการต่าง ๆ เช่นทักษะการสังเกต การหาปัญหา
การตั้งสมมติฐาน การค้นคว้าหาความรู้ การทำางานกลุ่ม และ
- 6.
6
การนำาเสนอผลงาน สามารถทำาโครงงานได้โดยมีขั้นตอน
การดำาเนินงาน ตาม Flow Chart ดังนี้
การจัดกิจกรรม ค่ายองค์รวม
ประชุมวางแผนและ
เตรียมการ
ครูและนักเรียนพี่เลี้ยงสำารวจและ
เลือกแหล่งเรียนรู้
ครูกำาหนดแผนปฏิบัติการเข้าค่าย
องค์รวม
ครูและนักเรียนพี่เลี้ยงดำาเนินการจัด
กิจกรรม ค่ายองค์รวม
สรุปรายงานผลการจัด
กิจกรรม ค่ายองค์รวม
ปรับปรุง / แก้ไข
นักเรียนจัดทำาโครงงาน/นำา
เสนอผลงาน
ผลงานผ่านเกณฑ์
หรือไม่
นักเรียนจัดทำารายงานฉบับ
สมบูรณ์
ไม่ผ่าน
ผ่าน
- 7.
การวางแผนและเตรียมการ
7
1)ครูและนักเรียนพี่เลี้ยง (นักเรียนที่ผ่านการเข้าค่ายพี่
เลี้ยงแล้ว)สำารวจแหล่งเรียนรู้ที่จะนำานักเรียนไปศึกษา ได้แก่แหล่ง
เรียนรู้ที่ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับ
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ศาสนาและประเพณี วัฒนธรรม
- ธรรมชาติศึกษาและนิเวศวิทยา
- การบริหารจัดการด้านธุรกิจ เกษตร อุตสาหกรรม
- แหล่งเสื่อมโทรมจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร
2) วางแผนในการกำาหนดสถานที่ที่จะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้
โดยมีเกณฑ์ในการเลือกดังนี้
- เหมาะสมกับระดับช่วงชั้นและวัยของนักเรียน
- ปลอดภัย และสะดวกในการเดินทาง
- เป็นสถานที่ที่มีองค์ความรู้ครบ 5 ด้าน ตามข้อ 1)
3) ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขออนุญาตใช้แหล่งเรียน
รู้ และขอความอนุเคราะห์วิทยากร
4) ทำาหนังสือแจ้งผู้ปกครองนักเรียนเพื่อขออนุญาตให้นักเรียน
ร่วมกิจกรรม
5) ประชุมนักเรียนพี่เลี้ยงค่าย และมอบหมายงาน
การดำาเนินกิจกรรมค่ายองค์รวม
ระยะเวลาการจัดค่ายองค์รวม ใช้เวลาเข้าค่าย 2 คืน 3 วัน
โดยปฏิบัติกิจกรรมดังนี้
1) แบ่งกลุ่มนักเรียนโดยมีนักเรียนพี่เลี้ยงและครูประจำากลุ่ม
ดูแล แนะนำาการทำากิจกรรม
ค่าย
2) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้โดยใช้วิธีการสังเกต สัมผัส
สัมภาษณ์แล้วตั้งคำาถามหรือ
ปัญหาที่เกิดจากข้อสงสัยของตนเอง
3) นักเรียนรวบรวมคำาถามหรือปัญหาที่พบ ส่งครูประจำากลุ่ม
4) ครูประจำากลุ่มและนักเรียนพี่เลี้ยงจัดกลุ่มปัญหา ซึ่งจำาแนก
เป็น 4 ประเภท ได้แก่
- 8.
- ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหา
8
- ปัญหาระยะสั้น (สามารถค้นคว้าหาคำาตอบได้ในช่วง
เวลาสั้น ๆ)
- ปัญหาที่ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
- ปัญหาที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตอบ
5) ครูประจำากลุ่มและนักเรียนพี่เลี้ยง แนะนำาให้นักเรียนเลือก
ปัญหาระยะสั้นและปัญหาที่ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หนึ่งปัญหา
เพื่อทำาโครงงาน
6) จัดทำาโครงงาน โดย
- ตั้งชื่อโครงงาน
- ตั้งสมมุติฐาน
- กำาหนดตัวแปร (ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
ตัวแปรที่ต้องควบคุม)
- ออกแบบการทดลอง
- ศึกษาแหล่งเรียนรู้เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในการ
ทดลอง
- สรุปผลการทดลอง / นำาเสนอผลงาน
การประเมินผล
1) นักเรียนนำาเสนอผลการทดลองในกลุ่มและหลัง
จากปรับปรุงภายในกลุ่มแล้วนำาเสนอในกลุ่มใหญ่ทั้งระดับชั้น
นักเรียนพี่เลี้ยงและครู ตรวจสอบความสมบูรณ์ ถูกต้องและให้ข้อ
เสนอแนะ
2) นักเรียนปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม
3) นักเรียนทำารายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งแบ่งเป็น
3 ประเภทได้แก่ รายงานการทดลอง รายงานการสำารวจ และ สิ่ง
ประดิษฐ์
กิจกรรมค่ายองค์รวมทำาให้นักเรียนมีความสามารถในการ
ทำาโครงงาน โครงงานของนักเรียน มีความหลากหลายตามความ
สนใจของนักเรียน ทำาให้โรงเรียนสามารถคัดเลือกโครงงาน
สำาหรับส่งเข้าประกวดในระดับต่าง ๆ ต่อไป
- 9.
- 10.
10
ครูศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานการ
เรียนรู้กลุ่มสาระและ
ตัวบ่งชี้ (Benchmark) ในหลักสูตร
ท้องถิ่น
ครูจัดทำาแผนการจัดกิจกรรมการเรียน
รู้บูรณาการ
ครูสำารวจแหล่งเรียนรู้
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้
นักเรียนนำาเสนอผลงาน
ผลงาน
นักเรียน
ผ่านเกณฑ์
หรือไม่
ไม่
ผ่าน
ผ่า
ครูทำาวิจัยในชั้นเรียนหนน่วยบูรณาการ
แบบองค์รวม
สรุป/รายผลการจัดกิจกรรมบูรณาการ
แบบองค์รวม
รายละเอียดการดำาเนินงานตาม Flow Chart
ปรับปรุงผลงาน
โรงเรียนกำาหนดสัปดาห์การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณ
าการแบบองค์รวมภาคเรียนละ หนึ่งครั้ง โดยดำาเนินการดังนี้
1) ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระที่สอนในระดับชั้นเดียวกัน
ประชุมเพื่อพิจารณา และวิเคราะห์
- 11.
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ มาตรฐานช่วงชั้น และตัวบ่งชี้
(Benchmark) ของหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อนำามาบูรณาการกับสาระ
การเรียนรู้แกนกลาง หลักสูตรท้องถิ่นที่จะให้แต่ละระดับได้ใช้
บูรณาการ คือ
- ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 บูรณาการหลักสูตร
ท้องถิ่น “ดอยสุเทพ-ปุย”
- ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 5 บูรณาการหลักสูตร
ท้องถิ่น “โรงเรียนของเรา”
- ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 บูรณาการหลักสูตรท้อง
ถิ่น “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”
2) คณะครูแต่ละระดับชั้น จัดทำาแผนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ และปฏิทินการจัดกิจกรรม
3) ครูผู้รับผิดชอบเรื่องแหล่งเรียนรู้ สำารวจแหล่งเรียนรู้ที่
จะนำานักเรียนไปศึกษา และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งวิทยากรท้องถิ่น ทำาหนังสือแจ้งผู้ปกครองนักเรียนเพื่อขอ
อนุญาตนำานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่
4) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแผนที่วางไว้ คือ
- นำานักเรียนไปศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ที่กำาหนด
- นักเรียนเข้ากลุ่ม 3 – 5 คน ศึกษาหัวข้อในประเด็นที่
ตนสนใจ โดยมีครูเป็นผู้ให้
คำาแนะนำาปรึกษา วางแผนการนำาเสนอและเตรียม
การนำาเสนอสิ่งที่ศึกษาในรูปแบบ
ต่าง ๆ เช่น สารคดี บทบาทสมมุติ นิทรรศการ
โครงงาน รายงาน เป็นต้น
- นักเรียนนำาเสนอผลงาน
5) ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย
- ประเมินกระบวนการทำางานกลุ่มขณะที่นักเรียนทำางาน
กลุ่มโดยการสังเกต
- ประเมินการนำาเสนอผลงานของนักเรียน มีผู้ประเมิน
สองกลุ่มคือ ครูทุกกลุ่มสาระที่
สอนในระดับชั้นนั้นและเพื่อนนักเรียน
- ประเมินองค์ความรู้ของนักเรียน 3 ด้าน คือ การรับรู้
ข้อเท็จจริง ทักษะกระบวนการ
และความรู้สึกนึกคิด
- ประมวลผลการประเมินจากการประเมินทั้งสามวิธีข้างต้น
เพื่อให้ระดับคะแนนหรือระดับ
คุณภาพแก่นักเรียน
11
- 12.
12
6) จัดทำาวิจัยในชั้นเรียนหน่วยบูรณาการเพื่อศึกษา
ว่านักเรียนมีความสามารถในด้านการรับรู้ข้อเท็จจริง มี
กระบวนการทำางาน และมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ในหน่วยบูรณ
าการที่จัด เพื่อจะได้นำาไปพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
7) สรุปผลการจัดกิจกรรม เสนอฝ่ายบริหารเพื่อรับทราบและ
ให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำาไปปรับปรุงการจัดกิจกรรมต่อไป
3.1.3 การบูรณาการแบบสอดแทรก
โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการพิเศษต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ได้แก่ โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โครงการโรงเรียนส่ง
เสริมสุขภาพ โครงการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาสำาหรับเด็กและ
เยาวชน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จึงกำาหนดให้ครูผู้
สอนทุกคนได้จัดกิจกรรมบูรณาการโครงการพิเศษต่าง ๆ ของ
โรงเรียนในรายวิชาที่สอน อย่างน้อย 1 แผนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและมีเจตคติที่ดีใน
โครงการพิเศษต่าง ๆ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
1) ครูผู้สอนทุกระดับชั้นจัดทำาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่
มีกิจกรรมบูรณาการกับ โครงการพิเศษ
2) หัวหน้ากลุ่มสาระและกลุ่มจัดการศึกษาตรวจแผนการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้
3) ครูดำาเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียน
รู้
4) ครูประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5) สรุปผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำาผลและปัญหา ข้อเสนอแนะ
ไปปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
3.2โครงงาน 1 คน 1 อาชีพ
เป็นโครงการที่ปฏิบัติตามกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาการงาน
อาชีพและเทคโนโลยี (โครงงาน
อาชีพ) รหัส ง 33101 (สาระพื้นฐาน) ระดับชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 โดยนักเรียนที่เรียนรายวิชานี้ทุกคนจะต้องปฏิบัติกิจกรรม
ภาคบังคับ 2 ส่วน ได้แก่
1. กิจกรรมโครงงานอาชีพ (ปฏิบัติในเวลาเรียน) โดย
กำาหนดสัดส่วนการประเมินผลคิดเป็นร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม
- 13.
13
นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้กระบวนการกลุ่ม ทำาโครงงานอาชีพ
ตามกระบวนการเรียนการสอนโครงงานอาชีพ
2. กิจกรรม “โครงการ 1 คน 1 อาชีพ”
เป็นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการอาชีพอิสระใน
ท้องถิ่น (ปฏิบัตินอกเวลาเรียน) โดยกำาหนดสัดส่วนการประเมินผล
คิดเป็นร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม
3. นำาผลการประเมินในข้อ 1 และ 2 มารวมกันเพื่อตัดสิน
ผลการเรียน
ขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมในรายวิชา ง 33101 เป็นไป
ตามแผนผังดังต่อไปนี้
แผนผังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รายวิชา ง 33101 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ( โครงงานอาชีพ )
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
กิจกรรมโครงงาน
อาชีพ
( ในโรงเรียน ) 50 %
แบ่งกลุ่มนักเรียน
กลุ่มละ 3-5 คน
นักเรียนเลือกทำาโครง
งานอาชีพ กลุ่มละ 1
โครงงาน
นักเรียนวางแผนทำา
โครงงานอาชีพ (
เขียนโครงงาน /
ปฏิทินปฏิบัติงาน )
ดำาเนินการตามแผน
บันทึกผลการปฏิบัติ
งาน
นำาเสนอผลงาน
ประเมินผลการปฏิบัติ
งาน/โครงการโดย
นักเรียน ครู กลุ่ม
กิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ
โครงงาน 1 คน 1 อาชีพ (ฝึกประสบการณ์
วิชาชีพในสถานประกอบการอาชีพอิสระใน
ท้องถิ่น ) ( นอกโรงเรียน ) 50 %
นักเรียนชั้นม.3 ทุกคนเลือกฝึกประสบการณ์
วิชาชีพคนละ 1 แห่ง
( นักเรียนเลือกสถานที่ฝึกด้วยตนเอง )
นักเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพคนละ 10 ครั้ง
ครั้งละไม่ตำ่ากว่า
3 ชั่วโมง ( เลือกในวันหยุดหรือตอนเย็น )
นักเรียนบันทึกรายละเอียดกระบวนการฝึกลง
ใน
คู่มือฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
นักเรียนสรุปผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
และนำาเสนอผลงาน
ประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยครู นักเรียน ผู้
ปกครอง
และผู้ประกอบการ
- 14.
14
ในการดำาเนินงานตามโครงการ 1คน 1 อาชีพ มีขั้นตอนการ
ดำาเนินงานดัง Flow Chart ต่อไปนี้
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ( โครงงานอาชีพ )
ง 33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โครงการ 1 คน 1 อาชีพ
( ฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการอาชีพอิสระใน
ท้องถิ่น )
นักเรียนเลือกสถานที่ประกอบการ 1 แห่ง
ดำาเนินการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ( นอกเวลาเรียน )
นักเรียนบันทึกรายละเอียดกระบวนการฝึกปฏิบัติในคู่มือ
นักเรียนสรุปผลการศึกษา
นักเรียนนำาเสนอผลงาน
ประเมินผลงานโดยครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ผู้ประกอบการ
ครูสรุปผลการปฏิบัติ
งาน
ครูสรุปผลการปฏิบัติงาน
ครูรวบรวมผลการประเมิน และให้ระดับ
คุณภาพการศึกษา
ครูรายงานผลการสอนวิชาการงานอาชีพและ
เทคโนโลยี
( โครงงานอาชีพ ง 33101 )
ปรับปรุง/
แก้ไข
ไม่ผ่าน
ผ่าน
- 15.
15
ครูสรุปผลการปฏิบัติงาน
สรุป/รายงานผลโครงการ 1 คน 1 อาชีพ
3.3 การนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร
การนิเทศภายในของโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จะมีระบบการ
นิเทศเป็นขั้นตอน และนิเทศในหลายลักษณะ ได้แก่
3.3.1 นิเทศโดยการประชุม
- แต่ละเดือนจะมีการประชุมครูประจำาเดือน เดือนละ 1
ครั้ง เพื่อให้การนิเทศจากฝ่ายบริหาร
- ทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป จะมีการประชุม
หัวหน้ากลุ่มสาระ เพื่อรับการนิเทศจากฝ่ายวิชาการ
เป็นการนิเทศแบบกัลยาณมิตร มีการร่วมคิด ร่วมแก้
ปัญหา โดยการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างหลาก
หลาย
- ฝ่ายบริหารโดยผู้อำานวยการ และรองผู้อำานวยการ เข้า
ร่วมประชุมกับกลุ่มสาระ แต่ละกลุ่มสาระ ทั้ง 8 กลุ่ม
สาระ เพื่อให้แนวคิด และรับฟังความคิดเห็นของครู
ร่วมแก้ปัญหากับครูในกลุ่มสาระ
- ในแต่ละกลุ่มสาระ จะมีการประชุมภายในกลุ่มสาระ
เพื่อให้การนิเทศครูในกลุ่มฯ
และในแต่ละกลุ่มจะมีผู้ทำาหน้าที่เป็นครูผู้นิเทศของ
กลุ่มสาระ
3.3.2 ผู้สอนในรายวิชาเดียวกันจะจับคู่เพื่อเป็นคู่นิเทศแบบ
กัลยาณมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และให้คำาปรึกษาซึ่งกันและกัน
ในรูปแบบการนิเทศทั้งหลาย การนิเทศการสอนแบบ
กัลยาณมิตร เป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในขั้นตอนการดำาเนินการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ครูได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
โดยครูในกลุ่มสาระเดียวกัน จะจับคู่สัญญาเพื่อเป็นคู่นิเทศที่คอยช่วย
เหลือซึ่งกันและกัน มีการสังเกตการสอน ให้ข้อเสนอแนะ ในการ
- 16.
16
ปรับปรุงการเรียนกาสอน อย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครั้ง ผล
การดำาเนินงาน ทำาให้เกิดบรรยากาศ ในการทำางานที่อบอุ่น จากการ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำาให้เกิดความรัก ความจริงใจ และความ
ร่วมมือในองค์กร ส่งผลให้โรงเรียนได้พัฒนากระบวนการจัดการ
เรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามาตรฐานการศึกษา และบรรลุผลตาม
นโยบาย เป้าหมาย และทิศทางการจัดการศึกษาของโรงเรียน การ
ดำาเนินงานมีขั้นตอน ดังนี้
Flow Chart
การนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร
ประชุมวางแผน
คู่กัลยาณมิตรทำาปฏิทินการ
นิเทศ
สังเกต / นิเทศการสอน
ประเมินผลการนิเทศ
สรุปพรัฒายนงาางนาผนลอกยา่ารงนติเ่อทศ
เนื่อง
ปรับปรุง / แก้ไข
ไม่ผ่าน
- 17.
17
บรรลุผลหรือไม่
ผ่าน
ขั้นตอนการดำาเนินงานตาม Flow Chart การนิเทศการสอนแบบ
กัลยาณมิตร มีดังนี้
1. กลุ่มจัดการศึกษาโดยงานนิเทศวิชาการและหัวหน้ากลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ประชุมเพื่อ
วางแผนการนิเทศการสอนแบบกัลยาณมิตร ก่อนเปิดภาคเรียน
2. หัวหน้ากลุ่มสาระประชุมครูผู้สอนในกลุ่มสาระ ให้ครูจับคู่
กัลยาณมิตร เพื่อวางแผน การสังเกต และนิเทศการสอนร่วม
กัน และจัดทำาปฏิทินการนิเทศ
3. คู่กัลยาณมิตร ดำาเนินการสังเกตการสอน และบันทึกผล
การสังเกต ในแบบสังเกตการณ์สอน พร้อมทั้งนิเทศการสอน แลก
เปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภาคเรียนละ 2 ครั้ง
4. ส่งแบบสังเกตการสอน ให้หัวหน้ากลุ่มสาระ เพื่อให้
กรรมการวิชาการของกลุ่มสาระตรวจสอบและประเมินผลการดำาเนิน
งาน
5. ถ้าการดำาเนินงานไม่บรรลุผล แจ้งให้ครูผู้สอนนำาไป
พัฒนาปรับปรุงแก้ไข ถ้าบรรลุผล ให้หัวหน้ากลุ่มสาระสรุปผล และ
รายงานผลการนิเทศแบบกัลยาณมิตรของครูในกลุ่มสาระ
6. หัวหน้ากลุ่มสาระคัดเลือกแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีสื่อ และ
นวัตกรรมการเรียนการสอนที่ดีไว้เป็นแบบอย่าง เพื่อเผยแพร่แก่ครู
ในโรงเรียน โดยจัดเก็บไว้ในห้องแสดงผลงานดีเด่นของโรงเรียน
และเผยแพร่แก่ผู้มาเยี่ยมชม ศึกษาดูงานการจัดการศึกษาของ
- 18.
โรงเรียนในโอกาสต่าง ๆ เช่นงานเปิดบ้าน วัฒโนทัย งานสัปดาห์
บูรณาการ เป็นต้น
4. ผลการดำาเนินงาน
4.1 จากการที่ครูผู้สอนได้พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอน ทำาให้นักเรียนมีคุณลักษณะ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สามารถแก้ปัญหา
และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง มีทักษะกระบวนการคิด มี
กระบวนการในการทำางาน มีความสามารถในการเป็นผู้นำาและผู้ตาม
ในการทำางาน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำาหนด
จากการประเมินตนเอง (SAR) ของโรงเรียน ปีการศึกษา 2548
พบว่า
1) นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์
ร้อยละ 97.57
2) นักเรียนมีทักษะในการทำางาน รักการทำางาน สามารถ
ทำางานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต ร้อย
ละ 99.70
3) นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มี
วิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมี
วิสัยทัศน์ ร้อยละ 83.22
4) นักเรียนมีความรู้และทักษะที่จำาเป็นตามหลักสูตร ร้อยละ
82.68
5) นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการ
เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 98.53
6) นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ปีการศึกษา 2548 ลด
ลงจากปีการศึกษา 2547 ร้อยละ 3.02
4.2 จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2547 พบว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ของ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ สูง
กว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละระดับชาติ ดังนี้
ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ของนักเรียน
ชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2547
วิชา คะแนนเฉลี่ยร้อยละ
ระดับชาติ วัฒโนทัย
พายัพ
18
- 19.
ภ า ษา ไ ท ย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษาฯ
วิทยาศาสตร์กาย
ภาพฯ
เคมี
ชีววิทยา
ฟิสิกส์
คณิตศาสตร์
19
49.25
32.45
42.05
44.33
35.56
42.02
35.24
35.08
62.76
47.45
52.99
57.77
49.38
51.51
40.88
41.81
หมายเหตุ ปีการศึกษา 2548 ไม่มีการประเมินระดับชาติ
4.3 จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 พบว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ของ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ สูง
ขึ้น กว่าปีการศึกษา 2547 ดังนี้
ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ของนักเรียน
ชั้น ม.3
ปีการศึกษา 2547 และปีการศึกษา 2548
วิชา ร้อยละของคะแนนเฉลี่ย
ปีการศึกษา 2547 ปีการศึกษา
2548
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์
สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม
วิทยาศาสตร์
ภาษาอังกฤษ
46.15
39.37
49.80
44.82
43.75
62.45
43.95
57.80
50.20
39.08
4.4 จากการประเมินความถนัดทางการเรียน (SAT) ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2547 พบว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ
ของความถนัดทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละระดับชาติ ดังนี้
ผลการประเมินความถนัดทางการเรียน (SAT) ของนักเรียนชั้น ม.6
ปีการศึกษา 2547
- 20.
20
รายการประเมิน คะแนนเฉลี่ยร้อยละ
ระดับ
ชาติ
วัฒโนทัย
พายัพ
ความถนัดด้านภาษา
ความถนัดด้านคิด
คำานวณ
ความถนัดด้านการคิด
วิเคราะห์
39.96
41.63
46.12
51.42
52.92
65.94
ปีการศึกษา 2548 ไม่มีการประเมินความถนัดทางการเรียน
ระดับชาติ แต่ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้มีการประเมินการอ่าน
คิดวิเคราะห์ และเขียน ของนักเรียนในโรงเรียนทุกโรง
ทั้งโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษา
เชียงใหม่ เขต 1
ผลการประเมินพบว่า นักเรียนในช่วงชั้นที่ 3 และ ช่วงชั้นที่ 4
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ชนะเลิศในการประเมินการอ่าน คิด
วิเคราะห์และเขียน ทั้ง 2 ช่วงชั้น
4.5 ผลการดำาเนินงานตามโครงการ 1 คน 1 ชีพ เกิดผลดี
ต่อหลายฝ่าย ได้แก่
- ผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นวิทยากรท้องถิ่น เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้
ให้แก่นักเรียนโดยตรง
- ผู้ปกครองเห็นชอบ สนับสนุน และคอยติดตาม มีส่วน
เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ของเด็ก
- ครูคอยติดตามนักเรียน โดยวิธีการโทรศัพท์ติดต่อสอบถาม
ผู้ประกอบการโดยตรง หรือ ไปเยี่ยมบ้าน
- นักเรียนได้แสวงหาความรู้ในงานอาชีพอิสระที่ตนเองสนใจ
โดยศึกษาจากประสบการณ์ตรง
- นักเรียนได้ฝึกกระบวนการทำางาน ฝึกความรับผิดชอบ มี
วินัย และฝึกการทำางานร่วมกับผู้อื่น สอดคล้องกับมาตรฐาน
ที่ 9 ในเรื่องนักเรียนมีทักษะในการทำางานฯ มีเจตคติที่ดีต่อ
อาชีพสุจริต
- จากการบันทึกของผู้ปกครองในแบบประเมินการฝึก
ประสบการณ์วิชาชีพของนักเรียน ผู้ปกครอง ร้อยละ
100 มีความพึงพอใจและเห็นด้วยกับโครงการฝึก
ประสบการณ์วิชาชีพ ที่โรงเรียนได้ดำาเนินการ
- 21.
21
จากการประเมินผลการฝึกประสบการณ์ฯ และผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน รายวิชา ง 33101 (การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี)ของนักเรียน ในปีการศึกษา 2547 และ 2548 มีผล
การประเมิน ดังนี้
ปีการ
ศึกษา
จำานวน
นักเรีย
น
ร้อยละของจำานวนนักเรียนตามระดับผลการเรียน
4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0
2547 319 52.
04
0 38.
24
0 8.7
8
0 0 0.
94
2548 394 68.
53
14.
47
5.3
3
5.0
8
2.0
3
2.0
3
0.
50
2.
03
4.6 ในการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2548
โรงเรียนได้สอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครองในการจัดการ
ศึกษาของโรงเรียน ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบตรวจรายการ โดย
ประเมินค่าความพึงพอใจเป็น 5 ระดับคุณภาพ พบว่า โดยรวมแล้วผู้
ปกครองร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในระดับดี ขึ้นไป และมีค่า
เฉลี่ยของความพึงพอใจทุกรายการอยู่ในระดับดี ดังตารางต่อไปนี้
รายการ
ร้อยละของจำานวนผู้
ปกครองตามระดับความ
พึงพอใจ
ไม่
ตอบ
รวม ค่า
เฉลี่ย
5 4 3 2 1
1. การจัดการเรียน
การสอน 22.
38
56
.6
4
16
.1
4
2.
3
1
0.
33
1.2
0
911 3.97
2. การดูแลนักเรียน 27.
11
53
.7
9
15
.7
0
1.
5
4
0.
77
1.0
9
911 4.02
3. การจัดกิจกรรม
สนับสนุนการเรียน
การสอน
26.
34
56
.0
9
14
.3
8
1.
8
7
0.
77
0.5
5
911 3.96
4. ความตั้งใจ 29. 44 20 3. 1. 1.3 911 3.88
- 22.
เอาใจใส่ การทำา
การบ้าน31
.4
6
22
.0
9
5
0
32 2
5. การเป็นสมาชิกที่
ดีของครอบครัว 39.
96
46
.1
0
11
.0
9
0.
7
7
0.
66
1.4
2
911 4.20
6. การตรงต่อเวลา 27.
77
46
.8
7
21
.1
9
1.
8
7
1.
09
1.2
1
911 3.95
7. มีนำ้าใจ เอื้อเฟื้อ
เผื่อแผ่ 39.
19
46
.4
3
11
.7
4
0.
9
9
0.
77
0.8
8
911 4.20
รวม 30.
44
50
.0
5
15
.7
6
1.
8
3
0.
82
1.1
0
637
7
4.02
4.7 ข้อมูลการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ของนักเรียนที่จบ
ระดับชั้น ม.6 ปีการศึกษา 254
และปีการศึกษา 2547 ที่งานแนะแนวได้จัดทำาขึ้นมีผลดังนี้
ปีการศึกษา จำานวนนักเรียน
ชั้น ม. 6
จำานวนนักเรียน
ที่ศึกษาต่อ
ระดับ
อุดมศึกษา
ร้อยละ
2546 402 363 90.30
2547 419 401 95.70
นอกจากนั้นโรงเรียนยังได้รับเชิญจากหน่วยงานทางการศึกษา
หลายหน่วยงาน ได้แก่ สำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้ไปนำาเสนอผลงาน
และเป็นวิทยากร ในเรื่อง ค่ายองค์รวมสู่หลักสูตรท้องถิ่น และบูรณ
าการแบบองค์รวมและการวิจัยในชั้นเรียน สร้างความภาคภูมิใจแก่
นักเรียน ครูและผู้ปกครอง ของโรงเรียนเป็นอย่างยิ่ง
5. ปัจจัยความสำาเร็จ
- 23.
23
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำาเร็จของการดำาเนินการตามขั้นตอน
ของระบบเรียนรู้ได้แก่ ครูผู้สอนซึ่ง มีความตระหนัก เห็นความ
สำาคัญ และมีความพยายามที่จะพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน
เป็นสำาคัญ นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยภายนอก ที่ทำาให้กิจกรรมต่าง ๆ
ประสบผลสำาเร็จ ได้แก่
- ผู้บริหาร ซึ่งให้ความสำาคัญ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัด
กิจกรรมทางวิชาการทุกด้านเป็นอย่างดียิ่ง กำาหนดนโยบายให้มีการ
จัดการเรียนรู้บูรณาการไว้ชัดเจน และจัดกิจกรรมในการพัฒนาครู
และพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง
- การพัฒนา บุคลากรของโรงเรียน โรงเรียน ได้จัด
อบรมสัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดประชุมปฏิบัติการทาง
วิชาการเป็นประจำา ภาคเรียนละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ทำาให้บุคลากร
มีการร่วมคิดร่วมทำา ร่วมพัฒนางานและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
การทำางานเป็นระบบยิ่งขึ้น งานทุกงานที่ทำาได้รับความร่วมมือจาก
บุคลากรทุกคนของโรงเรียนจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ทำาให้การ
พัฒนางานทุก ๆ ระบบมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย นักเรียนได้รับ
การพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ อย่างเต็มตามศักยภาพ
- ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก ให้ความ
ร่วมมือและช่วยเหลือโรงเรียนในด้าน ต่าง ๆ เป็นอย่างดี ช่วย
เหลือในการระดมทรัพยากรในการจัดการศึกษา ให้ความ
อนุเคราะห์โรงเรียนในเรื่องแหล่งเรียนรู้ และเป็นวิทยากรแก่นักเรียน
- นโยบายของโรงเรียน กำาหนดให้มีการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ อย่างต่อเนื่อง
ทุกภาคเรียน รวมทั้งการดำาเนินการตามโครงการฝึกประสบการณ์
วิชาชีพในสถานประกอบการอาชีพอิสระ ซึ่งต้องจัดให้แก่นักเรียน
ชั้น ม.3 ทุกปีการศึกษา
6. บทเรียนที่ได้รับ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ และ โครงการ 1 คน 1
อาชีพ ทำาให้นักเรียนได้นำาเสนอ
ผลงานจากการเรียนรู้ของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ นอกจาก
การนำาเสนอผลงานในโรงเรียนแล้วในวันเปิดบ้านวัฒโนทัย ฯ ซึ่ง
จัดในเดือนมกราคมของทุกปี นักเรียนยังได้มีโอกาสเผยแพร่ผล
งานแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ผู้ปกครอง ครู นักเรียน
โรงเรียนอื่น ๆ ที่มาร่วมงาน
- 24.
24
จากความพยายามคิดค้นนวัตกรรมการเรียนการสอน และการ
ดำาเนินการอย่างจริงจัง
ต่อเนื่องของครูผู้สอน ตลอดจนการนิเทศติดตามอย่างเป็นระบบ
ทำาให้การดำาเนินงานประสบผลสำาเร็จ ส่งผลต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ถือเป็นบทเรียนที่ได้รับ ดังนี้
- นักเรียนมีความรู้ มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วย
ตนเอง มีความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และประสบผลสำาเร็จใน
การศึกษาต่อ
- ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีความภาคภูมิใจ และ
ชื่นชมในผลที่เกิดแก่นักเรียน
- โรงเรียนได้รับรางวัลต่าง ๆ หลายด้าน มีชื่อเสียงทั้งในระดับ
จังหวัด และระดับประเทศ ได้รับการชื่นชมจากผู้ปกครอง
และชุมชน
- ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน
และภาคภูมิใจในตัวบุตรหลาน
- ชุมชนมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ
ศึกษาของโรงเรียน
ข้อเสนอแนะ
ในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ต้องคำานึงถึงองค์ประกอบของ
การจัดการความรู้ได้แก่ บุคลากรครู สื่อ เทคโนโลยี และ
กระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาวิธีการ
ทำางานที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้
1) วิเคราะห์หลักสูตรและผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเพื่อให้รู้เป้า
หมายของการจัดการเรียนรู้
2) การทำางานร่วมกันเป็นทีมเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แลก
เปลี่ยนเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน
3) การนำาความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้มีผลงานที่มีประสิทธิภาพ
ส่งผลถึงเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามข้อ
กำาหนดและผลลัพธ์ของระบบ
ข้อควรระวัง
1) ต้องสร้างความรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรอย่างชัดเจน
และทั่วถึงถึงวิธีการจัดการเรียนรู้
- 25.
25
2) ต้องมีการกำากับดูแลนักเรียนในการศึกษาเรียนรู้ให้ตรง
ประเด็นและเป้าหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แผนการในอนาคต
โรงเรียนจะได้ดำาเนินการพัฒนาระบบการเรียนรู้โดย
1) จัดทำาสื่อท้องถิ่นของโรงเรียนเรื่อง“มรดกล้านนา”เพื่อใช้
เป็นสื่อและแหล่งเรียนรู้ให้หลากหลายยิ่งขึ้น และเอื้อต่อ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรสาระแกน
กลาง
2) จัดทำาแหล่งเรียนรู้ บูรณาการเฉลิมพระเกียรติพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี
โดยมีจุดศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และงานสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรียน 16 จุด ในโรงเรียน
3) ดำา เนินการตามโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพใน
สถานประกอบการอาชีพอิสระ ( 1 คน 1 อาชีพ)
อย่างต่อเนื่องต่อไป
- 26.
คณะกรรมการระบบการเรียนรู้
1. นางอมราโชติชะวงศ์ประธานกรรมการ
2. นางพิมพ์ภรณ์ รักถิ่น รองประธานกรรมการ
3. นางอารมย์ บุญญา กรรมการ
4. นายนวเรศร์ เขื่อนแก้ว กรรมการ
5. นางวรวรรณ ศรีเสถียร กรรมการ
6. นางนวรัตน์ กัลปเพ็ญ กรรมการ
7. นางเบญจา รักพงษ์ กรรมการ
8. นางรวยสิตา กฤษณะดิลก กรรมการ
9. นางดารณี เทพสาร กรรมการ
10. นายสำาราญ กิติศรี กรรมการ
11. นายพยุงศักดิ์ ชัยแก้ว กรรมการ
12. นายสวัสดิ์ กรรำา กรรมการ
13. นางสาวปัณนิกานต์ ช่วยมั่นคง กรรมการ
14. นายชาตรี มีชัย กรรมการ
15. นางสาวอรนุช โอสถาพันธ์ กรรมการ
16. นางอรวรรณ สาริวาท กรรมการ
17. นายสถาพร ดวงเขตต์ กรรมการ
18. นางดาลัด ย้อยพลแสน กรรมการและ
เลขานุการ
19. นายระเบียบ บัวคำาซาว กรรมการและผู้ช่วย
เลขานุการ
26