More Related Content
DOC
แอโรบิคเบื้องต้นประกอบจังหวะดนตรี ชุดที่ 4 PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 วอลเลย์บอล PDF
DOC
การเคลื่อนไหวเบื้องต้น ชุดที่ 2 PDF
แผน พล ม. 1 ภาค 1 ปี 54 ปิงปอง PDF
มคอ.3การเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหว2 PDF
DOCX
What's hot
PDF
DOC
PDF
คู่มือสนับสนุนการเรียนรู้โครงงาน PDF
แผนจัดการเรียนรู้เรื่องอารมณ์และความเครียด DOC
PDF
PDF
หลักสูตรมาตรฐานสากลสุขศึกษาและพลศึกษา ม. 5 PDF
PDF
การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รูปแบบบูรณาการ PDF
กำหนดการจัดการเรียนรู้อารมณ์และความเครียด PDF
DOC
ทดสอบสมรรถภาพทางกายชุดที่ 1 PDF
PDF
DOCX
ชื่อเรื่อง การบริหารสมองสนองศักยภาพการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สำห... PDF
PDF
มาตรฐานปฐมวัย 11 มาตรฐาน 51 ตังบ่งชี้.. PDF
DOC
PDF
Similar to แผนการสอนตัวจริง (ปรับปรุง)
DOC
สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดม.6 PDF
การวิเคราะห์หลักสูตรวิชาสุขศึกษาชั้นม.3 DOC
4.วิเคราะห์โครงสร้างการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาม.4 DOC
โครงสร้างและแผนแอมพัน์ม5อย่าไปหาสารเสพติด PDF
PDF
PDF
PDF
แผนการเรียนรู้เรื่อง เพศพัฒนา PDF
PDF
การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ เพศศึกษา PDF
PDF
แผนจัดการเรียนรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง โภชนาการกับสุขภาพ PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง โภชนาการกับสุขภาพ DOC
ตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ม.2เส้นแดง DOC
ตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ม.2เส้นแดง PDF
PDF
แผนจัดการเรียนรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ PDF
แผนการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง โภชนาการกับสุขภาพ PDF
แนวทางการพัฒนาคุณภาพกาเนะ More from sonsukda
PPT
DOC
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(ปรับปรุง) ม 3 PPT
PPT
เรื่องที่ 3 Passive Voice PPT
งานนำเสนอ Unit 7 How Much PPT
PPT
PPT
PPT
แผนการสอนตัวจริง (ปรับปรุง)
- 1.
Flow Chart: การจัดทำาแผนจัด
การเเรียนรู้
เริ่มต้น
หัวหน้ากลุ่มสา
วิเคราะห์โครงสร้างหลักสูตรและโครงสร้าง
ระฯ
รายวิชา
วิเคราะห์ศึกษาคำาอธิบายรายวิชา มาตรฐานการเรียนรู, ้ หัวหน้าระดับวิชา/
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ครูผู้สอน
จุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหารายวิชาที่จัดสอนใน
กำาหนดข้อตกลงเบื้องต้นในการเขียนในแบบข้อตกลง ครูผู้สอน
เบื้องต้นในการเรียน
จัดทำาแผนการจัดการเรียนรู้ในแบบการเขียนแผนจัดการ หัวหน้าระดับวิชา/
เรียนรู้ ครูผู้สอน
เห็นชอบ
แก้ไ หัวหน้ากลุ่มสา
หรือไม่
ข ระฯ
รวบรวมและบันทึกในแบบรายงานการส่งแผน หัวหน้าระดับ
จัดการเรียนรู้ วิชาการ
เสนอรองฯกลุ่มบริหารงานวิชาการเพื่อรับ หัวหน้ากลุ่มสา
ทราบ ระฯ
รองฯกลุ่มบริหารงาน
เสนอผู้อำานวยการโรงเรียนเพื่อลงนามอนุ วิชาการ
มัติ
ดำาเนินการสอนตามแผนจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน
บันทึกผลการใช้แผนจัดการเรียนรู้,การ ครูผู้สอน
ปรับปรุง/
เสนอแนะในแบบการเขียนแผนจัดการเรียน
สรุป/จัดทำา ครูผู้สอน
โรงเรียนบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ๔
รายงาน
คำาอธิสิ้นสุด
บายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
- 2.
รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชาพ 33101 ช่วงชั้นที่
3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
จำานวนหน่วยการเรียน 2.0 หน่วยกิต จำานวน 2 คาบ
/ สัปดาห์
ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะของวัยผู้ใหญ่วัยทอง วัยสูงอายุ เห็น
คุณค่าและแนวทางในการพัฒนาตน ให้เติบโตสมวัย รูปัจจัยที่มี
้
ผลกระทบต่อคุณค่าชีวิตและครอบครัว สังคมและวัฒนธรรม การ
เจริญเติบโตและพัฒนาการในวัยผู้ใหญ่วัยทองและวัยสูงอายุ การ
ป้องกันตนเองไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์
มีทักษะในการเตือนเพื่อนและผู้ใกล้ชิด เข้าใจในอารมณ์เพศและ
จัดการกับอารมณ์เพศ การปฏิบัติตนเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์ของ
วัยรุ่น ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่
คาดคิด ปฏิบัติทักษะการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน เกมและกีฬาตาม
สมัยนิยม การละเล่นพื้นเมือง การทดสอบและสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกาย มีทักษะการเล่นกีฬา วิธีการเล่น กฎกติกา
การแข่งขัน และความปลอดภัย ยอมรับและเห็นคุณค่าของการ
ออกกำาลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำา มีนำ้าใจนักกีฬา มีจิต
วิญญาณในการแข่งขัน
วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการ แนวทางการ
แก้ปัญหาทางภาวะทุพโภชนาการ สุขภาพผู้บริโภค แนวทางการ
ป้องกันสิทธิของผู้บริโภค ทราบหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค รู้หลัก
วิเคราะห์ประเมินสื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีความรูในเรื่อง
้
โรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำาคัญของประเทศ การให้ความสำาคัญ
ในการดูแลปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน เข้าใจ
พฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกัน ความปลอดภัยในอุบัติเหตุ ปัญหา
และผลกระทบการใช้สารเสพติด ความรับผิดชอบและการป้องกัน
แก้ไข ตลอดจนทักษะการปฏิเสธ ปัญหาและแนวทางแก้ไขในการ
ใช้ความรุนแรง เข้าใจหลักในการปฐมพยาบาล
- 3.
โรงเรียนบดินทรเดชา ( สิงห์สิงหเสนี ) ๔
ตารางการวิเคราะห์เนื้อหา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ 33101 ช่วงชั้นที่
3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
- 4.
เรื่อง / เนื้อหา รายละเอียดของเนื้อหา
1. การดูแลและส่งเสริมสุขภาพ 1.1 ประสิทธิภาพทางร่างกาย
ของผู้ใหญ่ และสมองของ
วัยทองและวัยสูงอายุ ผู้ใหญ่วัยทองและวัยสูงอายุ
1.2 ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ
การเจริญเติบโตและพัฒนาการ
ของผู้ใหญ่วยทองและวัยสูง
ั
อายุ
1.3 คุณค่าและแนวทางการ
ปฏิบัติตนที่เหมาะสมของ
ผู้ใหญ่วัยทองและวัยสูงอายุ
2. สุขอนามัย พฤติกรรม และ 2.1 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับ
สัมพันธภาพ อนามัยเจริญพันธุ์ของวัยรุ่น
ทางเพศ
2.2 อารมณ์ทางเพศและการ
จัดการกับอารมณ์ทางเพศ
2.3 การปฏิบัติตนเพื่อหลีก
เลียงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่
่
คาดคิด
2.4 วิธีสร้างและรักษา
สัมพันธภาพกับผู้อื่น
3. อาหารและโภชนาการ 3.1 การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิด
จากภาวะโภชนาการ
3.2 แนวทางการแก้ปัญหา ภา
วะทุพโภชนาการ
4. การดูแลสุขภาพตนเอง 4.1 แนวคิดเกี่ยวกับการดูแล
เบื้องต้น สุขภาพตนเอง
4.2 ความสำาคัญของการดูแล
สุขภาพตนเอง
4.3 การดูแลสุขภาพตนเองใน
ภาวะปกติ
4.4 การดูแลสุขภาพตนเอง
เมื่อเจ็บป่วย
5. สิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ 5.1 การดูแลรักษาและ
ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน
5.2 การดูแลรักษาและ
ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- 5.
เรื่อง / เนื้อหา รายละเอียดของเนื้อหา
6. การป้องกันโรคไม่ติดต่อที่
6.1 โรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหา
เป็นปัญหา สำาคัญของประเทศไทยและ
สาธารณสุขในปัจจุบัน แนวทางการป้องกัน
7. สุขภาพผู้บริโภคและการ 7.1 แนวทางการป้องกันสิทธิ
คุ้มครองผู้บริโภค ของผู้บริโภค
7.2 หน่วยงานคุ้มครองผู้
บริโภค
7.3 หลักการวิเคราะห์และ
ประเมินสื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์
สุขภาพ
8. การจัดการกับอารมณ์และ 8.1 การปฏิบัติและสร้าง
ความเครียด เสริมสุขภาพกายและสุขภาพ
จิต
8.2 การปฏิบัติตนให้พ้นจาก
ความเครียดและแนวทางการ
แก้ไขปัญหาทางอารมณ์
9. พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ 9.1 พฤติกรรมเสี่ยงทาง
และการป้องกัน สุขภาพและการป้องกัน
9.2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาวะ
สุขภาพและปัจจัยเสี่ยงทาง
สุขภาพ
10. ความปลอดภัยในการ 10.1 โรคและอันตรายจากการ
ประกอบอาชีพ ประกอบวิชาชีพ
10.2 หลักทั่วไปในการปฏิบัติ
งานด้วยความปลอดภัย
10.3 ความสัมพันธ์ระหว่าง
สุขภาพกับการประกอบอาชีพ
10.4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
การควบคุมและป้องกันโรค
11. สารเสพติด 11.1 ผลกระทบของปัญหา
สารเสพติดและความรับผิด
ชอบในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหาสารเสพติด
11.2 ทักษะการปฏิเสธในการ
- 6.
เข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติด
12. อุบัติเหตุ 12.1 หลักความปลอดภัยใน
การดำาเนินชีวิต
12.2 อุบัติเหตุและภัยไม่คาด
คิด
13. ความรุนแรง 13.1 ความรุนแรงในครอบครัว
และชุมชน
เรื่อง / เนื้อหา รายละเอียดของเนื้อหา
14. การปฐมพยาบาล 14.1 หลักการให้การ
ปฐมพยาบาล
14.2 การปฐมพยาบาลผู้ได้
รับสารพิษ
14.3 การปฐมพยาบาลคนเป็น
ลม สำาลัก เลือดกำาเดา สะอึก
และเป็นตะคริว
14.4 ทักษะการปฐมพยาบาล
โดยการพันผ้า
15. การทดสอบและสร้าง 15.1 องค์ประกอบของ
เสริมสมรรถภาพ สมรรถภาพที่สัมพันธ์กับ
ทางกาย สุขภาพ
15.2 องค์ประกอบของ
สมรรถภาพที่สัมพันธ์กับ
ทักษะ
15.3 แบบทดสอบ
สมรรถภาพทางกายที่
สัมพันธ์กับสุขภาพ
15.4 การเคลื่อนไหวเบื้อง
ต้น
15.5 การเต้นแอโรบิคเบื้อง
ต้น
15.5 การเต้นแอโรบิค
ประกอบจังหวะดนตรี
15.6 การจัดโปรแกรมเพื่อ
ผลทางแอโรบิค
- 7.
16. กิจกรรมการใช้กีฬาเป็น 16.2 ทักษะกีฬาวอลเลย์บอล
สื่อ
16.3 ทักษะกีฬาบาสเกตบอล
โรงเรียนบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ๔
ปีการศึกษา 2550
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ 33101 จำานวน 2 คาบ/สัปดาห์
1. เห็นคุณค่าและความสำาคัญในการอยู่ร่วมกับผู้ใหญ่วัยทอง
และวัยสูงอายุได้อย่างมีความสุข
2. ตระหนัก เห็นคุณค่าของการปฏิบัติตนให้มีคุณค่าและรักษา
สัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น
3. วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ เห็นความสำาคัญ เสนอแนะแนวทาง
และวิธีการป้องกันตลอดจนการดูแลรักษาสุขภาพ
4. อธิบายเกี่ยวกับสุขภาพตนเองและวิธีการรักษาอาการเจ็บ
ป่วยที่สามารถรักษาเองได้
5. ปฏิบัติตนในการดูแลรักษาและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมใน
โรงเรียนและชุมชน
6. อธิบายเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสำาคัญของประเทศ
กำาหนดวิธีการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ
7. เห็นคุณค่าและความสำาคัญของการป้องกันสิทธิของผู้บริโภค
และเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 8.
8. กำาหนดแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาทางอารมณ์ได้อย่าง
เหมาะสม
9. อธิบายเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงทาง
สุขภาพ
10.สามารถดูแลตนเอง และป้องกันตนเองจากโรคและอันตราย
จากการประกอบอาชีพได้
11.มีทักษะการปฏิเสธในการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติด
12. อธิบายเกี่ยวกับหลักความปลอดภัยในการดำาเนินชีวิตการ
ป้องกันอุบัติเหตุและภัยไม่คาดคิด
13. เห็นคุณค่าและความสำาคัญของการเสริมสร้างและความ
รุนแรงในครอบครัวและชุมชน
14. อธิบายเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลและสามารถปฏิบัติการ
ปฐมพยาบาลได้อย่างถูกวิธี
15.ระบุคุณค่า แนวทาง และความสำาคัญในการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย
16.อธิบายหลักการ ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติกิจกรรมการออก
กำาลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ
โรงเรียนบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ๔
ตารางวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา สุขศึกษา
และพลศึกษา รหัสวิชา พ 33101
แผน จำาน ผลการ มาตรฐาน
จัดการ เรื่อง วน เรียนรูที่ การเรียนรู้
้
เรียนรู้ คาบ คาดหวัง ที่
1 ปฐมนิเทศ 1 -
2 การดูแลและส่งเสริมสุขภาพ 2 1 พ 1.1
ของผู้ใหญ่วยทองและวัยสูง
ั ข้อ 1
- 9.
อายุ
3 สุขอนามัย พฤติกรรม และ 2 2 พ 2 .1
สัมพันธภาพ ข้อ 1, 2,3,
ทางเพศ 4, 5
4 ทักษะกีฬาวอลเลย์บอล 20 16 พ 3 .1
ข้อ 1, 2,3
5 ทักษะกีฬาบาสเกตบอล 20 16 พ 3 .1
ข้อ 1, 2,3
6 การดูแลสุขภาพตนเองเบื้อง 2 4 พ 4.1
ต้น ข้อ 1
7 สิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ 2 5 พ 4.1
ข้อ 1
8 การป้องกันโรคไม่ติดต่อที่ 2 6 พ 4.1
เป็นปัญหาสาธารณสุขใน ข้อ 1
ปัจจุบัน
9 สุขภาพผู้บริโภคและการ 2 7 พ 4.1
คุ้มครองผู้บริโภค ข้อ 1
10 อาหารและโภชนาการ 2 3 พ 4.1
ข้อ 2
11 การจัดการกับอารมณ์และ 2 8 พ 4.1
ความเครียด ข้อ 3, 4, 5
12 การสร้างเสริมสมรรถภาพ 12 15 พ 4.1
ทางกาย (2) ข้อ 5,6,7
การทดสอบสมรรถภาพ (1)
ทางกาย ครั้งที่ 1 (2)
การเคลื่อนไหวเบื้องต้น (2)
การเต้นแอโรบิคเบื้องต้น (3)
การเต้นแอโรบิคประกอบ (2)
จังหวะดนตรี
การจัดโปรแกรมเพื่อผล
ทางแอโรบิค
การทดสอบสมรรถภาพ
ทางกาย ครั้งที่ 2
แผน จำาน ผลการ มาตรฐาน
จัดการ เรื่อง วน เรียนรูที่ การเรียนรู้
้
เรียนรู้ คาบ คาดหวัง ที่
13 พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ 2 9 พ 5.1
- 10.
และการป้องกัน ข้อ 1,
2,3,4
14 ความปลอดภัยในการ 2 10 พ 5.1
ประกอบอาชีพ ข้อ 2,3
15 สารเสพติด 2 11 พ 5.1
ข้อ 1,
2,3,4
16 อุบัติเหตุ 2 12 พ 5.1
ข้อ 1,3
17 ความรุนแรง 2 13 พ 5.1
ข้อ 1,
2,3,4
18 การปฐมพยาบาล 2 14 พ 5.1
ข้อ 4
การกรอกคะแนนลงโปรแกรมสำาหรับครูประจำาวิชา
การกรอกคะแนนลงโปรแกรมสำาหรับครูประจำาวิชาให้ดำาเนินการ
ดังนี้
1. อัตราส่วนการประเมิน คือ
- 11.
ม.ต้น ระหว่างปี : ปลายปี
ม.ปลาย ระหว่างภาค : ปลายภาค
2. เตรียมผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและแบ่งสัดส่วนของ
คะแนนแต่ละข้อให้เรียบร้อยโดยทุกข้อรวมกันคะแนนเต็ม 100
คะแนน
3. การประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวังมีการประเมิน ด้าน
พุทธพิสัย ด้านทักษะพิสัย
ด้านจิตพิสัย
4. การประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง สำาหรับครูประจำา
วิชาควรมีการประเมินอย่างน้อย
2 ด้าน
5. การลงคะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในโปรแกรมระบบ
บริหารฯให้ครูประจำาวิชาลงคะแนน ตามที่กำาหนดดังนี้
5.1 คะแนนครั้งที่ 1 , 2 , 3 , 4 เป็นการลงคะแนน
ด้านพุทธพิสัย
5.2 คะแนนครั้งที่ 5 เป็นการลงคะแนนการประเมินผลก่อน
กลางปี / กลางภาคเทอม 1
5.3 คะแนนครั้งที่ 6 เป็นการลงคะแนนการประเมินผลก
ลางปี (เฉพาะช่วงชั้นที่ 3)
5.4 คะแนนครั้งที่ 7 เป็นการลงคะแนนการประเมินผลหลัง
กลางปี / กลางภาคเทอม 2
5.5 คะแนนครั้งที่ 8 เป็นการลงคะแนนด้านทักษะพิสัย
5.6 คะแนนครั้งที่ 9 เป็นการลงคะแนนด้านจิตพิสัย (
คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์)
6. การลงคะแนน ครั้งที่ 5 , 6 , 7 เป็นครั้งที่แจ้งผู้
ปกครองให้ลงคะแนนที่นักเรียนทำาได้จริงและกรณีที่นักเรียนตกให้
ครูประจำาวิชาดำาเนินการสอบซ่อมได้แต่ให้แก้ไขคะแนนใน
โปรแกรมหลังจากทีงานวัดผลทำาใบแจ้งคะแนนผู้ปกครองแล้ว
่
7. การลงคะแนนปลายภาค / ปลายปี ให้เลือกวัดผล
บันทึกคะแนน (หลักสูตรใหม่) →
สิ้นสุดการเรียน ผลการเรียนรูที่คาดหวังข้อที.. →ลงคะแนน
้ ่
- 12.
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)๔
แบบบันทึกคะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ 33101 หน่วย
การเรียน 2.0 หน่วย
ปีการศึกษา 2550
อัตราส่วนคะแนน ระหว่างเรียน : ปลายปี = 80 : 20
ครูผู้สอน นายสุพัฒน์ อัตจริต
สอนระดับชั้น ม. 3/1 ถึง 3/ 8
ผลการเรียนรู้ คะแน ครั้งที่ ปลาย
ที่คาดหวัง นเต็ม 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ปี
1 5 5
2 5 5
3 5 5
4 5 5
5 4 4
6 4 4
7 4 4
8 4 4
9 4 4
10 4
4
11 4 4
12 4 4
13 4 4
14 4 4
15 20 1 8
2
16 20 2
0
รวม 100 5 5 4 4 1 1 8 2 1 20
0 2 0 2
- 13.
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 1
จำานวน 2 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………
…………………………………….
1. สาระสำาคัญ
สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) หมายถึง
สภาวะของร่างกายที่อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อที่จะช่วยให้บุคคล
สามารถทำางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคคลที่มีสมรรถภาพทาง
กายดี ก็จะสามารถปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวัน การออก
กำาลังกาย การเล่นกีฬาและแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆไ ด้เป็นอย่างดี
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 ทดสอบสมรรถภาพทางกายหรือ
สมรรถภาพทางกลไก ด้วยวิธที่ถูกต้อง
ี
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพผ่านเกณฑ์
มาตรฐาน
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อประเมินความเหมาะสมของสัดส่วนของร่างกาย
(นำ้าหนักและส่วนสูง)
2. เพื่อทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย
3. เพื่อทดสอบความอ่อนตัวของร่างกาย
4. เพื่อทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว
- 14.
5. เพื่อทดสอบความอดทนของระบบหายใจและระบบ
ไหลเวียนโลหิต
5. เนื้อหาสาระ
สมรรถภาพทางกายแบ่งออกเป็น ٢ ชนิด คือ สมรรถภาพ
ทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ (Health-Related Physical
Fitness) และสมรรถภาพทางกาย ทีสัมพันธ์กับทักษะ (Skill-
่
Related Physical Fitness)
สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ เป็น
สมรรถภาพทางกายที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดปัญหา
ทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย
١. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular
Strength ) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อ ซึ่งทำาให้เกิด
ความตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อใช้แรงในการยกหรือดึงสิ่งของต่าง ๆ
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะช่วยทำาให้รางกายทรงตัวเป็นรูปร่าง
่
ขึ้นมาได้ ซึ่งจะเป็นความสามารถของกล้ามเนื้อที่ช่วยให้รางกาย
่
ทรงตัวต้านกับแรงศูนย์ของโลกอยู่ได้โดยไม่ล้ม เป็นความแข็ง
แรงของกล้ามเนื้อทีใช้ในการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน เช่น การวิง
่ ่
การกระโดด การเขย่ง การกระโจน การกระโดดขาเดียว การก
ระโดดสลับเท้า เป็นต้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกชนิดหนึ่ง
เรียกว่า ความแข็งแรงเพื่อเคลื่อนไหวในมุมต่างๆ เช่น การ
เคลื่อนไหวแขนและขาในมุมต่าง ๆ เพื่อเล่นเกมกีฬา หรือใช้ใน
การปา การขว้าง การเตะ การตี เป็นต้น และความแข็งแรงชนิด
สุดท้ายเรียกว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการเกร็ง เป็นความ
สามารถของร่างกายหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ในการ
ต้านทานแรงที่มากระทำาจากภายนอกโดยไม่ล้มหรือสูญเสียการ
ทรงตัวไป
٢. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular
Endurance) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อในการออกแรง
ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ หรือหลายครั้งต่อ
เนื่องกันได้ ความอดทนของกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มได้มากขึ้นโดย
การเพิ่มจำานวนครั้งในการปฏิบัติกิจกรรมซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัจจัย
หลายอย่าง เช่น อายุ เพศ ระดับสมรรถภาพทางกายของเด็ก และ
ชนิดของการออกกำาลังกาย
٣. ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบ
หายใจ(Cardiorespiratory Endurance) หมายถึง ความสามารถ
ของหัวใจ ปอด และหลอดเลือดในการที่จะลำาเลียงออกซิเจน
- 15.
และสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกแรง และขณะ
เดียวกันก็นำาสารที่ไม่ต้องการ ซึงเกิดขึ้นภายหลังการทำางานของ
่
กล้ามเนื้อ ออกจากกล้ามเนื้อทีใช้ในการออกแรง ในการพัฒนา
่
หรือเสริมสร้างนั้นเด็กจะต้องมีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ
เช่น การวิ่ง การกระโดด โดยใช้ระยะเวลาติดต่อกันอย่างน้อย
ครั้งละ ١٥ – ١٠ นาที
٤. ความอ่อนตัว ( Flexibility ) หมายถึง ความสามารถ
ในการเคลื่อนไหวของส่วนแขน ส่วนขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่าง
ก่ายให้เต็มขีดจำากัดของการเคลื่อนไหวนั้น ๆ การพัฒนาทางด้าน
ความอ่อนตัวทำาได้โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเอ็น หรือการ
ใช้แรงต้านทานในกล้ามเนื้อและเอ็นต้องทำางานมากขึ้น การยืด
เหยียดของกล้ามเนื้อทำาได้ทั้งแบบอยู่กับที่หรือมีการเคลื่อนที่
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรใช้การเหยียดของกล้ามเนื้อใน
ลักษณะอยู่กับที่ นั่นคืออวัยวะส่วนแขนและขาหรือลำาตัวจะต้อง
เหยียด จนกว่ากล้ามเนื้อจะรู้สึกตึงและจะต้องอยู่ในท่าเหยียด
กล้ามเนื้อในลักษณะนี้ประมาณ ١٥ – ١٠ นาที
สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับทักษะ เป็นสมรรถภาพ
ทางกายที่จำาเป็นจะต้องใช้สำาหรับการเล่นกีฬา ซึงจะทำาให้การ
่
เล่นกีฬามีประสิทธิภาพที่สุด โดยจะประกอบด้วยสมรรถภาพทาง
กายที่สัมพันธ์กับสุขภาพควบคู่กับองค์ประกอบด้านอื่น ๆ ดังนี้
١. ความเร็ว (Speed) หมายถึง ความสามารถในการ
เคลื่อนไหวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการโดยใช้ระยะเวลาอันสั้นที่สุด
ซึ่งกล้ามเนื้อจะต้องออกแรงและหดตัวด้วยความเร็วสูงสุด
٢. กำาลังของกล้ามเนื้อ (Muscle Power) หมายถึง ความ
สามารถของกล้ามเนื้อในการทำางานโดยการออกแรงสูงสุด ในช่วง
ระยะเวลาที่สั้นที่สุด ซึ่งจะต้องมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและ
ความเร็วเป็นองค์ประกอบหลัก
3. ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) หมายถึง ความ
สามารถในการเปลี่ยนทิศทางและตำาแหน่งร่างกายในขณะที่กำาลัง
เคลื่อนไหวโดยใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ จัดเป็นสมรรถภาพทาง
กายที่จำาเป็นในการนำาไปสู่การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานสำาหรับทักษะ
ในการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
٤. การทรงตัว (Balance) หมายถึง ความสามารถในการ
ควบคุมรักษาตำาแหน่งและท่าทางของร่างกายให้อยูในลักษณะ
่
ตามที่ต้องการได้ ทังขณะที่อยู่กับที่หรือในขณะที่มีการ
้
เคลื่อนไหว
- 16.
٥. เวลาปฏิกิริยา (ReactionTime) หมายถึง ระยะ
เวลาที่เร็วที่สุดทีร่างกายเริ่มมีการตอบสนองหลังจากที่ได้รบการก
่ ั
ระตุ้น ซึ่งเป็นความสามารถของระบบประสาท เมื่อรับรู้การถูก
กระตุ้นแล้วสามารถสั่งการให้อวัยวะที่ทำาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ
เคลื่อนไหวให้มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
٦. การทำางานทีประสานกัน (Coordination) หมายถึง
่
ความสัมพันธ์ระหว่างการทำางานของระบบประสาทและระบบกล้าม
เนื้อ ในการที่จะปฏิบัติกิจกรรมทางกลไกที่สลับซับซ้อนในเวลา
เดียวกัน อย่างราบรื่นและแม่นยำา
แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ
สำาหรับเด็กไทย อายุ ١٨ – ٧ ปี
รายการทดสอบ องค์ประกอบที่ต้องการวัด
١. ดัชนีมวลกาย เพื่อประเมินความเหมาะสมของสัดส่วน
( Body Mass Index : ร่างกาย (นำ้าหนักและส่วนสูง)
BMI )
٢. ลุก-นัง ٦٠ วินาที
่ เพื่อวัดความแข็งแรงและความอดทน
( Sit-Ups 60 Seconds ของกล้ามเนื้อท้อง
)
٣. ดันพื้น ٣٠ วินาที เพื่อวัดความแข็งแรงและความอดทน
( Push- Ups 30 ของกล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อส่วน
Seconds) บนของร่างกาย
٤. นังงอตัวไปข้างหน้า
่ เพื่อวัดความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อหลัง
( Sit and Reach ) และต้นขาด้านหลัง
٥. วิงอ้อมหลัก ( Zig-
่ เพื่อวัดความแคล่วคล่องว่องไว
Zag Run )
٦. วิงระยะไกล
่ เพื่อวัดความอดทนของระบบหายใจและ
( Distance Run ) ระบบไหลเวียนโลหิต
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. สำารวจรายชื่อนักเรียน
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
- 17.
1. ครูอธิบายวัตถุประสงค์การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. ครูบอกขั้นตอนการทดสอบโดยกำาหนดวันทดสอบออก
เป็น 2 วัน
2.1 วันแรก ทดสอบ การลุก-นัง 60 วินาที ดันพื้น 30
่
วินาที วิงอ้อมหลัก
่
2.2 วันที่สอง ทดสอบนั่งงอตัวไปด้านหน้า และวิ่ง
ระยะไกล
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
นักเรียนทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็นฐาน
ขั้นนำาไปใช้
1. จดข้อมูลสถิตการทดสอบ
2. นักเรียนนำาผลจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
มาเทียบเกณฑ์มาตรฐาน
3. บันทึกข้อมูลลงในใบบันทึกสมรรถภาพทางกาย
ครั้งที่ 1
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. รวมแถว
2. นำาใบทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 1 มาประมวล
ผล
3. สุขปฏิบัติ
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. อุปกรณ์การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
แบบฝึกการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง
ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
- 18.
-
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการทดสอบสมรรถภาพทาง
กายเพื่อสุขภาพ มีเนื้อหาสาระที่เข้าใจ มีการสอนที่ถูกขั้นตอน
มีเกณฑ์มาตรฐานสำาหรับนักเรียนสามารถเปรียบเทียบเกณฑ์ได้
ชัดเจน
ในเรื่องสุขภาพของนักเรียนควรวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นราย
บุคคล ควรตรวจสอบหรือสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ โรคประจำา
ตัวของนักเรียน เพื่อป้องกันการเหตุ โดยทำาบันทึกสอบถามผู้
ปกครองจะเป็นการดี และควรให้ความเอาใจใส่ในการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
เห็นด้วยตามข้อเสนอแนะรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหาร
วิชาการ
- 19.
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจวิธีการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย สามารถปฏิบัติตามฐานต่าง ๆได้เป็นอย่างดี
ด้านพฤติกรรม
นักเรียนมีความตั้งใจในการทดสอบสมรรถภาพทาง
กาย มีความรับผิดชอบ มีนำ้าใจต่อกัน ทำางานร่วมกันเป็นทีม
ปัญหาและอุปสรรค
เวลาทีใช้ในการทดสอบสมรรถภาพทางกายค่อนข้าง
่
น้อย อากาศร้อน อุปกรณ์การทดสอบยังน้อยไม่เพียงพอกับ
จำานวนนักเรียน
ข้อเสนอแนะ
-
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
- 20.
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง การเคลื่อนไหวเบื้องต้น
จำานวน 1 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………………………
…………………….
1. สาระสำาคัญ
การเคลื่อนไหวและออกกำาลังกายอย่างสมำ่าเสมอ และความ
สมบูรณ์พร้อมทางกาย (Fitness) มีความสำาคัญยิ่งต่อสุขภาพและ
ความอภิรมณ์ของประชาชนทุกวัย และตลอดช่วงอายุขยความ ั
สมบูรณ์พร้อมทางกาย เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการ
เคลื่อนไหวออกกำาลังกาย พฤติกรรมจะเกิดขึ้นอย่างสมำ่าเสมอ
จำาเป็นต้องบูรณาการการเคลื่อนไหวและออกกำาลังกายร่วมเป็นอัน
หนึ่งอันเดียวกับวิถีชีวิต
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 เห็นความสำาคัญของการมีสมรรถภาพที่
ดีจากการออกกำาลังกายและเล่นกีฬา
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
เห็นความสำาคัญของหลักการเคลื่อนไปเบื้องต้น รู้เข้าใจ
และมีทักษะ สามารถนำาหลักการเคลื่อนไหวไปใช้ในชีวิตประจำาวัน
ได้
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
- 21.
1. นักเรียนรู้เข้าใจและอธิบายความสำาคัญของหลักการ
เคลื่อนไหวเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง
2. นักเรียนมีทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้นอย่างถูกต้อง
3. นักเรียนสามารถนำาไปปฏิบัติในการนำาไปใช้ใน
ชีวิตประจำาวันได้
5. เนื้อหาสาระ
การเคลื่อนไหวเบื้องต้น
1. การจัดท่าทางหรือการยืน ท่าที่สำาคัญในการเริ่ม
ต้นคือ ท่ายืน คนเราเมื่ออายุมากขึ้นมักจะหลังโกง พุงยื่น หลัง
แอ่น ก้นงอน ท่ายืนที่ถูกต้องจะต้องประกอบด้วย
1.1 ศีรษะตั้งตรงไม่ยนไปข้างหน้า หรือเอียง
ื่
ข้างใดข้างหนึ่ง
1.2 หลังยืดตรง ไหล่ไม่งุ้มหรือเอียง
1.3 พุงไม่ยื่นไปข้างหน้า
1.4 หลังบริเวณเอวไม่แอ่น
1.5 กระดูกเชิงกรานไม่เอนทำามุมมากจน
กระทั่งก้นยื่นไปข้างหลังมากเกินไป
1.6 มองจากด้านข้างเมื่อลากเส้นตรงในแนว
ดิ่งเริ่มต้นจากติ่งหู เส้นนั้นควรจะผ่านกึ่งกลางของไหล่ จุด
กึ่งกลางของกระดูกเชิงกราน ด้านหลังของสะบ้าหัวเข่าและตาตุ่ม
2. การก้าวเท้า เพื่อให้เกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งในชีวิต
ประจำาวันเรามักใช้กันอยู่ 2 ลักษณะคือ การเดินและการวิง การ ่
เคลื่อนไหวทังสองเป็นการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันด้วยความเร็ว
้
และลักษณะการก้าวเท้า การฝึกการเต้นแอโรบิคจะนำาการก้าวเท้า
มาฝึกหัดใหม่เพื่อเพิ่มทักษะในการประสานงานและความแข็งแรง
ของกล้ามเนื้อ โดยพัฒนาด้วยปัจจัยต่าง ๆ คือ
2.1 ทิศทาง เช่น การเดินหรือวิ่งตรง วิงผ่าน
่
ซิกแซก โค้งวงกลม ก้าวไปข้าง ๆ เดินหน้า ถอยหลัง
2.2 ระดับ การเดินหรือการวิ่งในระดับ
ต่างระดับ บนทางชัน ทางลาด
2.3 ระยะทาง ใกล้ ไกล ก้าวสั้น ก้าวยาว
2.4 การลงนำ้าหนัก การก้าวลงนำ้าหนัก การก้าว
อย่างแผ่วเบา การถ่ายนำ้าหนักจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย
2.5 ความเร็ว ก้าวช้า ก้าวเร็ว การหยุด
2.6 จังหวะ การก้าวเร็วสลับช้า หนึ่ง
จังหวะ สองจังหวะ สามจังหวะ
- 22.
3. การกระโดด
Jump หมายถึง การกระโดดลอยตัวขึ้นจาก
พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างพร้อมกันและกลับลงถึงพื้นพร้อมกันทัง ้
สอง
Hop หมายถึง การกระโดดลอยตัวขึ้นจากพื้น
ด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่งเท้าเดียวแล้วกลับลงสู่พื้นด้วยเท้าข้างเดิม
4. การหันหรือการหมุน เป็นการเคลื่อนไหวเบื้อง
ต้นที่จะนำาไปสู่การเปลี่ยนทิศทางและเปลี่ยนลีลา การหมุนแบ่ง
เป็น 3 แบบ คือ
1. หมุนแบบปิด
2. หมุนแบบเปิด
3. กระโดดหมุน
การหมุนแบบปิดและเปิดต่างกันทีท่าทางของ
่
ร่างกายว่ามีลักษณะม้วนหรือหุบเข้าเป็นลักษณะปิด ถ้ามีลักษณะ
กางหรือยืดออกก็เป็นการแสดงความรู้สึกเปิด การหันหรือการหมุน
มักจะเป็นสิ่งที่ยากสำาหรับคนหัดเต้นรำาเพราะจะต้องอาศัยการ
ทำางานที่สัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อหลายส่วนรวมทั้งลีลาการก้าว
เท้าที่ซับซ้อนขึ้น จึงเป็นกิจกรรมที่มประโยชน์อย่างหนึ่งในการ
ี
ฝึกหัดการประสานงานของกล้ามเนื้อและประสาท
การหมุนแบบง่าย ๆ และให้ประโยชน์มาก คือ การ
หมุนบนปลายเท้าเพียงครึงรอบ ่
ซึ่งจะใช้เท้าเดียวหรือสองเท้าก็ได้ จะทำาให้เราเปลียนทิศทางได้
่
ง่ายและรวดเร็วโดยไม่ก้าวเท้า
5. การโค้งตัว ตามความหมายการโค้งตัวลงทาง
ด้านหน้าเราเรียกว่า การก้ม และการม้วน การโค้งตัวไปด้านหลัง
เรียกว่า แอ่นหลัง โค้งตัวไปด้านข้างเรียกว่า เอียงข้าง การกระ
ทำาเช่นนั้นได้ต้องอาศัยความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
กระดูกสันหลังค่อนข้างมากซึ่งจะต้องมีการฝึกหัดอย่างค่อยเป็น
ค่อยไป สิ่งที่ควรจำาประการหนึงคือ ขณะที่เราโค้งตัวลงด้านข้าง
่
ขอให้เป็นการตะแคงตัวลงจริง ๆ อย่าบิดเอวหรือก้มตัว
6. การทรงตัว การฝึกหัดการทรงตัวควรจะกระทำา
ให้หลาย ๆ ท่า ทังท่ายืน นั่ง และนอน ทังนี้เพราะการทรงตัวจะ
้ ้
ต้องอาศัยทั้งความแข็งแรง และการประสานงานของกล้ามเนื้อ
รวมทั้งการทำางานของระบบประสาทด้วย จึงควรฝึกหัดเพื่อเพิ่ม
ทักษะให้มาก การฝึกหัดการทรงตัวควรทำาอย่างช้า ๆ และการ
- 23.
ทรงตัวอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งควรทำาให้นิ่งไว้ประมาณสองสามวินาที
เป็นอย่างน้อย
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆละ 10 คน
2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการออกกำาลังกายในชีวิต
ประจำาวัน
3. ครูกล่าวถึงการนำาแบบฝึกการเต้นแอโรบิคเพื่อสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกายมาฝึกปฏิบัติเนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่มี
ปัญหาในเรื่องของความอดทนหรือความทนทานของระบบหายใจ
และระบบไหลเวียนโลหิต โดยศึกษาข้อมูลจากการที่นักเรียน
ทำาการทดสอบสมรรถภาพทางกายและนำามาเปรียบเทียบกับ
เกณฑ์มาตรฐาน
4. ครูชี้แจงในเรื่องหลักการเคลื่อนไหวเบื้องต้นให้นักเรียน
5. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายและสาธิตท่าทางการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
ได้แก่ การยืน การก้าวเท้า
การกระโดด การหันหรือการหมุน การโค้งตัว การทรงตัว
2. นักเรียนเข้าแถวตามเดิมแต่ขยายแถวระยะห่างสองช่วง
แขน
3. อบอุ่นร่างกายด้วยการเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
4. มอบหมายให้นักเรียนรับผิดชอบการอบอุ่นร่างกายหน้า
แถว
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 10 คน
2. ฝึกการเคลื่อนไหวเบื้องต้นโดยแบ่งออกเป็น 6 ฐาน
3. ใช้เวลาในแต่ละฐาน 5 นาที
4. ครูเป็นผู้จับเวลาเมื่อครบเวลาให้นักเรียนเปลี่ยนฐาน
ขั้นนำาไปใช้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. ระยะห่างจากแถว 2 ช่วงแขน
3. แข่งขันการจัดท่าทางการยืน การก้าวเท้า การกระโดด
การหันหรือการหมุน
การโค้งตัว การทรงตัว
4. กล่าวคำาชมเชยในความตั้งใจของนักเรียน
- 24.
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. ครูสรุปเนื้อหาการเคลื่อนไหวเบื้องต้นอีกครั้งหนึ่ง
3. เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซักถาม
4. ครูอธิบายแบบประเมินการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
5. ครูอธิบายพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
ระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
6. สุขปฏิบัติ
7. นัดหมายการเรียนครั้งต่อไป
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินการเคลื่อนไหวเบื้องต้นเกี่ยวกับการ
เต้นแอโรบิค
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการฝึกปฏิบัติการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
-
- 25.
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ดี มีกิจกรรมการเรียนการ
สอน สอดคล้องกับผลการเรียนรูที่คาดหวัง เนื้อหาวิชาและสื่อ
้
การเรียนการสอน
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
จัดทำาแผนการจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับผลการ
เรียนรู้ที่คาดหวัง จุดประสงค์การเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมเน้นผู้
เรียนเป็นสำาคัญ
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
- 26.
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนเรียนรู้หลักการเคลื่อนไหวเบื้องต้นได้ดี เพราะ
ใช้ในชิวิตประจำาวันอยู่แล้ว เพียงแต่ปรับแก้เล็กน้อยผลสัมฤทธิ์จึง
ออกมาในเกณฑ์ ดีและดีมาก
ด้านพฤติกรรม
1. นักเรียนมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างในห้องท้าย ๆ แต่ส่วน
ใหญ่ตั้งใจเรียน มีความสนใจในการเรียนเป็นอย่างดี
2. ยังติดการเล่น มองข้ามความสนใจ แต่เป็นกิจกรรม
ง่ายจึงผ่านเกณฑ์ที่ดี
ปัญหาและอุปสรรค
สถานที่ไม่สะดวกเท่าที่ควรเพราะต้องใช้ใต้ตึกอาคาร
2 เป็นที่เรียนซึงเป็นสถานที่คับแคบเนื่องจากทางโรงเรียนไม่มี
่
โรงฝึกพลศึกษา
ข้อเสนอแนะ
การตรงต่อเวลานักเรียนยังต้องแก้ไข การกระโดด
หมุนตัวยังต้องมีการพัฒนา
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
- 27.
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง ท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
จำานวน 1 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………………………
…………………….
1. สาระสำาคัญ
การเต้นแอโรบิคเป็นการออกกำาลังกายแบบแอโรบิกชนิด
หนึ่งทีประยุกต์เอาท่า กายบริหารต่างๆ ทักษะการเคลือนไหวของ
่ ่
ร่างกายและทักษะการเต้นรำามาผสมผสานอย่างกลมกลืนไปกับ
จังหวะดนตรี ได้แก่ท่า Marching Walk Forward Walk
Backward Step Touch Two Touch V-Step L-Step U-
Step Grapevine Leg Curl Hop
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 เห็นความสำาคัญของการมีสมรรถภาพที่
ดีจากการออกกำาลังกายและเล่นกีฬา
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
นักเรียนรู้เข้าใจ มีทักษะการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น นำา
ไปใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
- 28.
1. นักเรียนรู้เข้าใจและอธิบายความสำาคัญของการเต้น
แอโรบิคเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง
2. นักเรียนมีทักษะการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นด้วยท่าทาง
ต่าง ๆได้อย่างถูกต้อง
3. นักเรียนสามารถนำาไปปฏิบัติในการนำาไปใช้ในชีวิต
ประจำาวันได้
5. เนื้อหาสาระ
ท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
1. Marching คือ การยำ่าเท้าอยู่กับที่ ตามจังหวะ
เพลง 8 จังหวะ โดยการยกขาซ้ายขึ้นให้อยู่เหนือพื้น ลดขาซ้าย
ลงแล้วเปลี่ยนเป็นยกขาขวาขึ้นทำาสลับกัน
2. Walk Forward คือ การก้าวหรือเดินไปข้างหน้า
4 จังหวะ โดยการก้าวเท้าซ้าย-ขวา-ซ้าย และก้าวเท้าขวามาชิด
เท้าซ้าย
3. Walk Backward คือ การก้าวหรือเดินถอยหลัง 4
จังหวะโดยการเดินถอยหลังโดยเริ่มจากถอยเท้าขวา-ซ้าย-ขวา
และถอยเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวา (ต่อเนื่องจากท่า Walk Forward)
4. Step Touch คือ การก้าวแตะซ้าย 2 จังหวะ และ
ขวา 2 จังหวะ โดยการก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้างแล้วก้าวเท้าขวา
ชิดเท้าซ้าย จากนั้นให้ก้าวเท้าขวาออกด้านข้างแล้วก้าวเท้าซ้าย
ชิดเท้าขวา
5. Two Touch คือ การก้าวแตะซ้าย 4 จังหวะ และ
ขวา 4 จังหวะ โดยการก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง ก้าวเท้าขวาชิด
เท้าซ้าย ก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง และก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย
จากนั้นก้าวเท้าขวาออกด้านข้าง ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ก้าวเท้า
ขวาออกด้านข้าง แล้วก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา
4 จังหวะ
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆละ 10 คน
2. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องเกี่ยวกับการเรียนครังที่ผ่านมา
้
พร้อมทบทวนท่าการ เคลื่อนไหวเบื้องต้น
3. ครูแนะนำาแบบฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
4. แจกแบบฝึกให้แก่นักเรียนโดยที่ครูเป็นผู้อธิบาย
เมื่อนักเรียนยังมีข้อสงสัย
- 29.
5. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายและสาธิตท่าทางการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
ได้แก่ท่า Marching
Walk Forward Walk Backward Step Touch Two Touch
2. นักเรียนขยายแถวระยะห่างสองช่วงแขน
3. อบอุ่นร่างกายด้วยการเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 10 คน
2. ฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นโดยแบ่งออกเป็น 5
ฐาน โดยใช้แบบฝึกเข้าช่วยใน
การเรียนการสอน
3. แบบฝึกมีจำานวน 5 ท่า ได้แก่ Marching Walk
Forward Walk Backward
Step Touch Two Touch
4. ครูเป็นผู้จับเวลาเมื่อครบเวลาให้นักเรียนเปลี่ยนฐาน ๆ
ละ 5 นาที
ขั้นนำาไปใช้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. ระยะห่างจากแถว 2 ช่วงแขน
3. ฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น ด้วยท่า
Marching Walk Forward Walk Backward
Step Touch Two Touch โดยการนับจังหวะทำาท่าละ 2 ครั้ง
4. กล่าวคำาชมเชยในความตั้งใจของนักเรียน
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. ครูสรุปเนื้อหาท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นอีกครั้งหนึ่ง
3. เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซักถาม
4. ให้นักเรียนนำาแบบฝึกกลับไปฝึกซ้อมที่บาน ้
5. สุขปฏิบัติ
6. นัดหมายการเรียนครั้งต่อไป
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
8. การวัดผลและประเมินผล
- 30.
วิธีวัดผล
1. ผลการฝึกปฏิบัติท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
ฝึกทบทวนการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ได้แก่ การจัดท่าทาง
หรือการยืน การก้าวเท้า
การกระโดด การหันหรือการหมุน การโค้งตัว การทรงตัว
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์
อัตจริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึก
ปฏิบัติ สามารถฝึกปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เพราะมีสื่อการเรียน
การสอนที่เป็นแบบฝึกมาประกอบการสอน สามารถนำามาใช้เป็น
- 31.
นวัตกรรมการสอนที่มีประสิทธิภาพได้
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
เห็นด้วยตามข้อเสนอแนะท่านรองผู้อำานวยการกลุ่ม
บริหารวิชาการ ควรทำาเป็นข้อมูลเชิงสถิติไว้เป็นหลักฐานเพราะ
ปัจจุบันการพัฒนาการเรียนการสอนต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานของ
ข้อมูล
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนสามารถเข้าใจในแบบฝึก ปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
มีจุดที่ยงต้องแก้ไขบางส่วนคือในเรื่องของการจัดระเบียบร่างกาย
ั
ความสัมพันธ์ในการเต้นอย่างต่อเนื่องจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่ง
ด้านพฤติกรรม
1. นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียน เข้าใจใน
การฝึกปฏิบัติในแต่ละฐาน
2. การแสดงออกของนักเรียนบางคนยังขี้อาย ขาด
การเป็นผูนำา
้
ปัญหาและอุปสรรค
การจัดระเบียบของร่างกายยังต้องปรับปรุงแก้ไข
ข้อเสนอแนะ
- 32.
การแต่งกายควรให้เหมาะสม การพูดจาควรให้เกียรติ
เพื่อนและครู ต้องฝึกตนเป็นผู้มีจิตอาสาและความตั้งใจฝึกปฏิบัติ
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง ท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
จำานวน 1 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………………………
…………………….
1. สาระสำาคัญ
การเต้นแอโรบิคเป็นการออกกำาลังกายแบบแอโรบิกช
นิดหนึ่งที่ประยุกต์เอาท่า กายบริหารต่างๆ ทักษะการเคลือนไหว
่
ของร่างกายและทักษะการเต้นรำามาผสมผสานอย่างกลมกลืนไปกับ
จังหวะดนตรี ได้แก่ ท่า Marching Walk Forward Walk
Backward Step Touch Two Touch V-Step L-Step U-
Step Grapevine Leg Curl Hop
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 เห็นความสำาคัญของการมีสมรรถภาพที่
ดีจากการออกกำาลังกายและเล่นกีฬา
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
นักเรียนรู้เข้าใจ มีทักษะการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น นำา
ไปใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
- 33.
1. นักเรียนรู้เข้าใจและอธิบายความสำาคัญของการเต้น
แอโรบิคเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง
2. นักเรียนมีทักษะการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นด้วยท่าทางต่าง
ๆได้อย่างถูกต้อง
3. นักเรียนสามารถนำาไปปฏิบัติในการนำาไปใช้ในชีวิต
ประจำาวันได้
5. เนื้อหาสาระ
ท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
1. V- Step คือ การก้าวเท้าซ้ายเฉียง 45 องศา ก้าว
เท้าขวาเฉียง 45 องศา จากนั้นถอยเท้าซ้าย 45 องศา ถอยเท้า
ขวา 45 องศา กลับสู่ทาเดิม รวม 4 จังหวะ
่
2. L-Step คือ การก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง ก้าวเท้า
ขวาชิดเท้าซ้าย บิดลำาตัวมาทางซ้ายพร้อมกับก้าวขวาไปด้านข้าง
ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง ก้าวเท้าขวาชิด
เท้าซ้าย จากนั้นบิดลำาตัวมาทางขวาพร้อมกับก้าวขวาไปด้านข้าง
ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา รวม 8 จังหวะ
3. U-Step คือ การก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง ก้าวเท้า
ขวาชิดเท้าซ้าย บิดลำาตัวมาทางซ้ายพร้อมกับก้าวขวาไปด้านข้าง
ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ก้าวเท้าซ้ายออกไปด้านข้าง ก้าวเท้าขวา
ชิดเท้าซ้าย จากนั้นบิดลำาตัวมาทางขวาพร้อมกับก้าวขวาไปด้าน
ข้าง ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา บิดลำาตัวมาทางขวาพร้อมกับก้าว
ซ้ายไปด้านข้าง ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวาออกไปด้าน
ข้าง ก้าวเท้าซ้ายชิดเท้าขวา บิดลำาตัวมาทางซ้ายพร้อมกับก้าว
ซ้ายไปด้านข้าง ก้าวเท้าขวาชิดเท้าซ้าย รวม 10 จังหวะ
4. Grapevine คือ การก้าวเท้าไขว้ไปด้านหลัง 4
จังหวะ และซ้าย 4 จังหวะ โดยการก้าวเท้าซ้ายไปด้านข้าง ไขว้เ
ท้าขวาไปด้านหลัง ก้าวเท้าซ้ายไปด้านข้าง และก้าวเท้าขวาไป
ชิดเท้าซ้ายจังหวะ 4 จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง ไขว้เท้าซ้าย
ไปด้านหลัง ก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง และก้าวเท้าซ้ายไปชิดเท้า
ขวาจังหวะ 4
5. Leg Curl คือ การพับขาไปด้านหลัง 1 ครั้ง สลับ
ซ้าย-ขวา โดยการก้าวเท้าซ้ายออกด้านข้าง แล้วพับขาขวาไป
ด้านหลัง 1 ครั้ง จากนั้นวางขาขวาลง แล้วพับขาซ้ายไปด้านหลัง
1 ครั้ง
- 34.
6. Hop คือการก้าวเท้าซ้ายไปด้านข้าง งอเข่าซ้าย
กระโดดลอยตัวขึ้นจากพื้นพร้อมกับยกเข่าขวาขึ้นแล้วกลับลงสู่พื้น
ด้วยเท้าเดิม (เท้าซ้าย) ก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง งอเข่าขวากระ
โดดลอยตัวขึ้นจากพื้นพร้อยกับยกเข่าซ้ายขึ้นแล้วกลับลงสู่พื้น
ด้วยเท้าเดิม (เท้าขวา)
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆละ 10 คน
2. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องเกี่ยวกับการเรียนครังที่
้
ผ่านมาพร้อมกับทบทวนท่าการเต้น
3. แจกแบบฝึกให้แก่นักเรียนโดยที่ครูเป็นผู้อธิบาย
เมื่อนักเรียนยังมีข้อสงสัย
4. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายและสาธิตท่าทางการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
ได้แก่ ท่า V- Step L-Step U-Step Grapevine Leg Curl
Hop
2. นักเรียนขยายแถวระยะห่างสองช่วงแขน
3. อบอุ่นร่างกายด้วยการเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 8 คน
2. ฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นโดยแบ่งออกเป็น 6 ฐาน
3. แบบฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น จำานวน 6 ท่า ได้แก่
V-Step L-Step U-Step
Grapevine Leg Curl Hop
4. ครูเป็นผู้จับเวลาเมื่อครบเวลาให้นักเรียนเปลี่ยนฐาน ๆ
ละ 5 นาที
ขั้นนำาไปใช้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. ระยะห่างจากแถว 2 ช่วงแขน
3. ฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น ด้วยท่า V-Step L-
Step U-Step Grapevine
Leg Curl Hop โดยการนับจังหวะทำาท่าละ 2 ครั้ง
4. กล่าวคำาชมเชยในความตั้งใจของนักเรียน
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
- 35.
2. ครูสรุปเนื้อหาท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้นอีกครั้งหนึ่ง
3. เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซักถาม
4. ให้นักเรียนนำาแบบฝึกกลับไปฝึกซ้อมที่บาน้
5. สุขปฏิบัติ
6. นัดหมายการเรียนครั้งต่อไป
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการฝึกปฏิบัติท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง
ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
ฝึกทบทวนการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น ท่า Marching Walk
Forward Walk Backward Step Touch Two Touch
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
- 36.
…… / ............/ .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่อ่านแล้วมีความเข้าใจใน
เนื้อหาการสอน เป็นแผนที่เน้นการฝึกจากท่าง่าย ๆ ไปสู่ท่าที่
ยาก มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถนำาไปใช้ได้จริง
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
เห็นด้วยตามข้อเสนอ ควรมีการเผยแพร่ผลงานไปสู่
โรงเรียนอื่นเพื่อเป็นการพัฒนาผลงานวิชาการต่อไป
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนเรียนรู้หลักท่าการเต้นแอโรบิคได้อย่าง
คล่องแคล่ว ส่วนใหญ่จะเป็นการฝึก
การใช้ขาในการเคลื่อนไหว ติดปัญหาอยู่บ้างในการจำาชื่อท่าการ
เต้นแบบต่าง ๆ เช่น Grapevine Leg Curl ยังสับสนในเรื่อง
ของการแยกแยะท่าทาง
ด้านพฤติกรรม
- 37.
1. นักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างดีมีการจัดการที่ดีภายใน
กลุมที่ตัวเองอยู่ ช่วยเหลือ
่
มีนำ้าใจให้กันมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างในห้องท้าย ๆ แต่ส่วนใหญ่
ตั้งใจเรียน มีความสนใจใน
การเรียนเป็นอย่างดี
2. การขาดเรียนยังเป็นปัญหาสำาคัญของการเรียน
เนื่องจากนักเรียนห้อง ม.3/7 และ ม. 3/8 ขาดเรียนค่อนข้างบ่อย
อยู่หลายคน
ปัญหาและอุปสรรค
1. การฝึกนับจังหวะกับท่าทางยังไม่ค่อยสัมพันธ์กัน
เท่าที่ควร
2. การจัดระเบียบของร่างกายยังต้องปรับปรุงแก้ไข
ข้อเสนอแนะ
ควรทบทวนแบบฝึกนอกเวลาเรียน และให้ความ
สำาคัญในเรื่องท่าทางทีถูกต้อง
่
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
- 38.
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง การเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะดนตรี
จำานวน 2 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………
…………………………………….
1. สาระสำาคัญ
การเต้นแอโรบิคประกอบดนตรีมีความจำาเป็นต้องรู้
จังหวะดนตรี การเต้นแอโรบิคทั้ง
3 ระยะ คือ ระยะอุ่นเครื่อง ระยะแอโรบิค และระยะเบาเครื่อง
จังหวะดนตรีจะมีความแตกต่างกันสิ่งนี้จะเป็นตัวกำาหนดความหนัก
เบาของกิจกรรม
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 เห็นความสำาคัญของการมีสมรรถภาพที่
ดีจากการออกกำาลังกายและเล่นกีฬา
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
- 39.
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ การเลือกจังหวะดนตรี
ตลอดจนการเต้นแอโรบิคอย่างถูกหลักการนำาไปใช้สร้างเสริมสุข
ภาพได้
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเลือกจังหวะ
ดนตรีประกอบการเต้นแอโรบิคได้
2. นักเรียนฝึกปฏิบัติการเต้นแอโรบิคอย่างถูกหลักการ
โดยมีจังหวะดนตรีประกอบ
3. นักเรียนสามารถนำาไปปฏิบัติในการนำาในการสร้าง
เสริมสุขภาพได้
5. เนื้อหาสาระ
การเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะดนตรีควรเป็นเพลงทีมี ่
ความต่อเนื่อง มีจังหวะแน่น มีความเร็วเหมาะสม เป็นเพลงที่
สนุกสนานเพลงมีจังหวะช้าหรือเร็วต่างกันดูได้จากค่าจังหวะบังคับ
ในหนึ่งนาที (Beat Per Minute = BMP) หลักการเลือกจังหวะ
ดนตรีนั้นขึ้นอยู่กับขั้นตอนการฝึกเช่น ระยะอุ่นเครื่องควรมีจังหวะ
ระหว่าง 135-140 BMP ระยะแอโรบิคควรมีจงหวะระหว่าง
ั
130-150 BMP ระยะเบาเครื่องควรมีจังหวะระหว่าง 118-125
BMP
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. สำารวจรายชื่อนักเรียน
3. ครูและนักเรียนทบทวนท่าการเต้นแอโรบิคเบื้องต้น
4. ให้นักเรียนฟังเพลงที่มีจังหวะแตกต่างกันและปรบมือให้
เข้ากับจังหวะ
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายถึงขั้นตอนการเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะ
ดนตรี
2. นักเรียนเข้าแถวตามเดิมแต่ขยายแถวระยะห่างสองช่วง
แขน
3. อบอุ่นร่างกายด้วยการเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
1. หลังจากการอบอุ่นร่างกาย
2. ฝึกการเต้นแอโรบิคประกอบเพลง
- 40.
3. แยกฝึกเป็นกลุ่มโดยให้แต่ละกลุมฝึกซ้อมเข้ากับจังหวะ
่
ดนตรี
ขั้นนำาไปใช้
1. ให้แต่ละกลุ่มฝึกการเต้นประกอบจังหวะดนตรี
2. ครูประเมินการเต้นชี้แจงข้อบกพร่องแก้ไขให้แต่ละกลุ่ม
ทราบ
3. ให้แต่ละกลุ่มช่วยเหลือเพื่อนที่ยงทำาไม่ได้ในข้อ
ั
บกพร่องด้านต่าง ๆ
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. รวมแถว
2. มอบหมายการฝึกให้แต่ละกลุ่มไปทบทวน
3. สุขปฏิบัติ
4. นัดหมายการเรียนครั้งต่อไป
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินการเคลื่อนไหวเบื้องต้นเกี่ยวกับการ
เต้นแอโรบิค
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
3. CD เพลง
4. เครื่องเสียง
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการฝึกปฏิบัติการเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะดนตรี
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกการเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะดนตรี
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง
ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
- 41.
ระดับ 5 ดีมากระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปาน
กลาง ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
-
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้เมื่อนำาไปสอนแล้วอาจจะเกิด
ความสับสนการฝึก เมื่อดูจากเนื้อหาแล้ว จำาเป็นต้องใช้สื่อการ
เรียนรู้ที่เป็นแบบฝึกเข้ามาช่วยค่อนข้างมาก ทีสำาคัญคือครูต้อง
่
ให้ความเอาใจใส่มากในการให้การแนะนำา
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
เห็นด้วยตามข้อเสนอ ควรมีการปรับในเรื่องของเวลา
การใช้สื่อการเรียนรูที่เป็นแบบฝึก และการให้คำาแนะนำาแก่
้
นักเรียน
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
- 42.
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนส่วนใหญ่เรียนรู้ได้อยู่ในระดับพอใช้
เนื่องจากการเต้นแอโรบิคประกอบจังหวะดนตรีมี 3 ขั้นตอนที่
สำาคัญ คือระยะอุ่นเครื่อง ระยะแอโรบิค และระยะเบาเครื่อง ซึงมี
่
จังหวะการเต้นที่แตกต่างกัน
อีกสาเหตุหนึ่งที่ถือว่ามีความยุงยากพอสมควรคือใน
่
เรื่องของการใช้แขนเพื่อให้สัมพันธ์กับขายังสับสน รวมถึงการจัด
ระเบียบร่างกายยังต้องมีการปรับปรุง
ด้านพฤติกรรม
1. นักเรียนมีความสนใจ ช่วยเหลือกัน มีนำ้าใจให้กัน
ระดับพอใช้
2. การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติยังต้องมีการอธิบาย
ทำาความเข้าใจกับนักเรียนอยู่เนื่องจากความสับสนในแบบฝึก ครู
ต้องแนะนำา และสาธิตการฝึกท่าการเต้นมากกว่าเดิม
ปัญหาและอุปสรรค
1. เวลาค่อนข้างจำากัด และขาดความต่อเนื่อง
2. ความสัมพันธ์ของแขนและขา ยังไม่สัมพันธ์กัน
3. แบบฝึกค่อนข้างมาก มีปัญหาในเรื่องความจำา
4. ความสัมพันธ์การเต้นกับจังหวะเพลงยังสับสน
ข้อเสนอแนะ
เนื่องจากปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ของขาและ
แขน ความสัมพันธ์การเต้นกับจังหวะเพลง การจดจำาท่าการเต้น
ซึ่งค่อนข้างมาก จำาเป็นที่จะต้องให้นักเรียนกลับไปทบทวนที่บ้าน
เพื่อให้เกิดความชำานาญ นักเรียนต้องให้ความสนใจในพื้นฐานการ
เต้นก่อนที่จะนำาไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
- 43.
( นายสุพัฒน์ อัตจริต) ผู้บันทึก
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง การจัดโปรแกรมเพื่อผลทางแอโรบิค
จำานวน 3 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………
…………………………………….
1. สาระสำาคัญ
การจัดโปรแกรมการฝึกมีวัตถุประสงค์ 6 ประการ คือ
เพื่อเพิ่มความอ่อนตัว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง เพื่อเพิ่มความ
ทนทาน เพื่อฝึกหัดการประสานงานของกล้ามเนื้อและประสาท
เพื่อปรับปรุงบุคลิกภาพและเพื่อผ่อนคลายความเครียด
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 5 วางแผนและจัดเวลาในการออกกำาลัง
กาย การพักผ่อน การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายและการเข้า
ร่วมกิจกรรมนันทนาการได้อย่างเหมาะสม
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ การจัดโปรแกรมการฝึก นำา
ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพ
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถออกแบบ
ท่าทางการเต้นแอโรบิคได้
- 44.
2. นักเรียนฝึกปฏิบัติการเต้นแอโรบิคตามโปรแกรมการ
ฝึกอย่างถูกต้อง
3. นักเรียนสามารถนำาประยุกต์ใช้ในการสร้างเสริมสุข
ภาพได้
5. เนื้อหาสาระ
การกำาหนดโปรแกรมการฝึกอาจกระทำาเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ทั้ง 6 ประการ คือ
1. การบริหารเพื่อเพิ่มความอ่อนตัวเป็นการยืด และ
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณข้อต่อ เพื่อเพิ่มพิกัดในการ
เคลื่อนไหวของข้อต่อต่าง ๆ ซึ่งจะให้ประโยชน์ทงในด้านความ
ั้
คล่องตัว การป้องกันข้อติด อีกทั้งสามารถช่วยรักษาโรคปวดหลัง
ความเครียดจากประสาทของกล้ามเนื้อและเอ็น และอาการปวด
กล้ามเนื้อได้ด้วย ส่วนมากจะปฏิบัติในระยะอุ่นเครื่อง และระยะเบา
เครื่อง เพราะจะต้องบริหารช้า ๆ โดยออกแรงต้านความตึงตัวของ
กล้ามเนื้อและเอ็น
2. การบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงอาจจะกระทำาเพื่อ
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยทั่วไปหรือจะเน้นเฉพาะส่วนก็ได้
กล้ามเนื้อบริเวณที่ค่อนข้างจะอ่อนแอและต้องการฟื้นฟูในคนที่ไม่
ค่อยได้ออกกำาลังกาย ได้แก่ กล้ามเนื้อท้อง กล้ามเนื้อหลัง และ
กล้ามเนื้อต้นขา
3. การบริหารเพื่อเพิ่มความทนทานมีความหมายสอง
ประการ ประการหนึง คือ ความทนทานของกล้ามเนื้อที่จะสามารถ
่
ทำางานหนักได้เป็นเวลานาน อีกประการหนึงคือ ความทนทานของ
่
ปอด หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ทีจะทำางานหนักได้ ความ
่
ทนทานทั้งสองประการนี้มีความเกี่ยวข้องและมีหลายปัจจัยหลาย
ประการเป็นเครื่องกำาหนด
4. การฝึกหัดประสานงานของกล้ามเนื้อ เป็นการปฏิบัติ
เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของระบบประสาทสั่งงานและความคล่องตัวใน
การทำางานของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน เป็นสิ่งหนึงที่
่
สำาคัญไม่เฉพาะนักกีฬาที่จะต้องว่องไวในการตัดสินใจเคลื่อนไหว
เพื่อความอยู่รอดของชีวิตอยู่เสมอจึงนับว่ามีส่วนสำาคัญมากพอ ๆ
กับความแข็งแรงของร่างกาย
5. การปรับปรุงบุคลิกภาพและการแก้ไขความบกพร่อง
ทางกายสามารถกระทำาได้ด้วยการบริหาร เมื่อความบกพร่องเหล่า
นั้นไม่ได้เกิดจากความพิการที่ต้องการการรักษาทางแพทย์ ความ
บกพร่องที่พบบ่อย ๆ ทีทำาให้เสียบุคลิกภาพ เช่น ท่าทาง ที่เกิด
่
- 45.
จากความเคยชิน ความอ้วน ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อบางกลุม ่
เป็นต้น เป็นสิ่งทีแก้ไขได้โดยการจัดโปรแกรมการบริหารให้เหมาะ
่
สมกับกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนนั้น ๆ
6. การผ่อนคลายความเครียดในด้านจิตใจเป็นอีกสิ่ง
หนึ่งที่จะเรียกว่าเป็นผลพลอยได้
จากการบริหารแบบแอโรบิคหรือจะถือเป็นเป้าหมายสำาคัญก็ได้
เพราะไม่ว่าทางทฤษฎีจะเป็นเช่นไร ผลที่ได้ในทางปฏิบัติจริง ๆ
คือ ความผ่อนคลายอารมณ์และจิตใจเป็นความจริงทีทุกคนประสบ
่
การจัดโปรแกรมเพื่อให้ได้ผลทางด้านแอโรบิคมีข้อที่
พิจารณาประกอบอยู่ 8 ประการคือ
ความหนัก
ผลของการฝึก (Training effect) ในการกีฬาโดยทั่วไป
ขึ้นอยู่กับปริมาณความหนักหรือความเครียดที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
ในส่วนที่ต้องการฝึก ปริมาณความหนักในการฝึกที่ให้ได้ผลดีที่สุด
คือปริมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ของความสามารถสูงสุดที่ร่างกายส่วน
นั้นจะทนได้ เช่น ถ้าต้องการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโคน
ขาด้านหน้า ด้วยการนังและลุก และเราทดสอบก่อนการฝึกว่าผู้ฝึก
่
สามารถทำาได้ 20 ครั้ง เราก็ใช้ 75 เปอร์เซ็นต์ของ 20 ครั้ง คือ
ประมาณ 15 ครั้งเป็นความหนักทีใช้ฝึก
่
โดยระยะแรกผู้ที่เริ่มฝึกใหม่ ๆ อาจจะใช้ 60 เปอร์เซ็นต์ของอัตรา
สูงสุดเป็นเป้าหมาย
ในการกำาหนดความหนักเบาของการเต้นแอโรบิคควรจะ
เป็นความเร็วของจังหวะและความแรงของลีลาการเคลื่อนไหว แต่
เนื่องจากความเร็วของจังหวะเป็นสิ่งที่กำาหนดได้ง่ายกว่าจึงขอ
แนะนำาให้ใช้ความเร็วช้าของจังหวะ จากการวิเคราะห์ความเร็ว
ของจังหวะเพลงที่ใช้ในการเต้นแอโรบิคจะพบว่า ความเร็วของ
จังหวะมีตั้งแต่ประมาณ 120 จังหวะต่อนาที ไปจนถึงกว่า 150
จังหวะต่อนาที หากเราเต้นด้วยเพลงที่มีความเร็ว 120 จังหวะต่อ
นาที เป็นเวลา 15 นาทีแล้วเปรียบเทียบอัตราชีพจรกับเมื่อเต้น
ด้วยเพลงที่มีความเร็ว 150 จังหวะต่อนาที เป็นเวลา 15 นาที จะ
พบว่าอัตราชีพจรขึ้นสูงไม่เท่ากัน จากความจริงในข้อนีทำาให้เรา
้
นำามาประยุกต์ได้ว่า ในการเต้นแอโรบิคนั้นในระยะอุ่นเครื่องนั้นเรา
อาจใช้เพลงช้า ประมาณ 80 – 100 จังหวะต่อนาที เมื่อเริ่มเข้า
ระยะแอโรบิคใหม่ ๆ ก็เริ่มจากเพลงปานกลาง ประมาณ 120
จังหวะต่อนาที แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเพลงเร็วขึ้นจนถึงขั้นสูงสุด
ประมาณ 140 – 150 จังหวะต่อนาที เพลงที่มีความเร็วกว่า 150
- 46.
จังหวะต่อนาที เป็นเพลงที่ไม่เหมาะสมเพราะจะทำาให้ต้อง
เคลื่อนไหวเร็วเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อข้อต่อต่าง ๆได้ จึงต้อง
ระมัดระวังเป็นพิเศษ
ระยะเวลา
ระยะเวลาการฝึกแต่ละครั้งก็มีผลต่อความสามารถทาง
แอโรบิคอยู่ไม่น้อยเพราะเวลาเป็นเครื่องกำาหนดจำานวนงานที่ได้
ในแต่ละครั้ง ยังเป็นทีถกเถียงกันอยู่วาจะใช้เวลานานเท่าไรจะพอ
่ ่
เหมาะบางคนพบว่าการฝึก 20 – 30 นาที จะได้ผลดีกว่า 10 นาที
แต่บางคนก็พบว่าระยะเวลาไม่สำาคัญ สิ่งสำาคัญอยู่ที่ความหนัก
ของการฝึกมากกว่า ข้องสรุปทีน่าจะใกล้เคียงความจริงมากกว่าก็
่
คือ ปริมาณงานที่ได้แต่ละครั้งหากเท่ากันก็ให้ผลเหมือนกันเพราะ
ฉะนั้นจึงมีผแนะว่าถ้าฝึกให้ชีพจรขึ้นสูงถึง 180 ครั้งต่อนาที ให้คง
ู้
ไว้ประมาณ 5 นาที ถ้าสูง 150 ครั้งต่อนาทีให้คงไว้ 10 นาที แต่
ถ้าตำ่ากว่า 150 ครั้งต่อนาที ให้ฝึกนาน 15 – 20 นาที
ความบ่อย
ปัญหาหนึ่งที่มีผู้ถามบ่อย ๆ ก็คือ ในสัปดาห์หนึ่งเราควร
จะฝึกกี่ครั้ง จึงจะได้ผลมีการศึกษามากมายทีให้ผลยืนยันว่าการ
่
ฝึกสัปดาห์ละหนึ่งครั้งนั้นไม่บังเกิดผลเลย อย่างน้อยที่สุดจะต้อง
2 ครั้ง ถ้าจะให้ผลดีควรฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เกินกว่า 3 ครั้ง ไม่
ให้ผลดีกว่า 3 ครั้งมากนัก และถ้าถึงสัปดาห์ละ 5 ครั้ง จะเสี่ยงต่อ
การบาดเจ็บ
การกำาหนดวัน
ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องมาจากความบ่อยก็คือ การกำาหนด
วันฝึกในแต่ละสัปดาห์วาควรเป็นเช่นไร มีผู้ศึกษาพบว่าการฝึกวัน
่
เว้นวันหรือฝึก 3 วันติดต่อกันแล้วหยุด 4 วัน จะให้ผลทางแอโรบิค
เท่ากัน แต่ในทัศนะของผู้รายงานเห็นว่า การฝึกวันเว้นวันซึ่งใน
สัปดาห์หนึ่งจะมีเว้น 2 วัน 1 ครั้ง น่าจะดีกว่าเพราะร่างกายจะมี
ความตื่นตัวสมำ่าเสมอตลอดสัปดาห์ การฝึกติดต่อกัน 3 วัน แล้ว
หยุด 4 วันนอกจากจะทำาให้อัตราการใช้พลังงานไม่สมำ่าเสมอแล้ว
ช่วงที่หยุดพักนาน ๆ นั้น คนมักจะเผอเรอตามใจตนเองตนเองมาก
ไป
สมรรถภาพทางกายเดิมผู้ฝึก
1. สมรรถภาพทางกายก่อนเริ่มฝึกจะช่วยให้การฝึกได้
ผลเร็วหรือช้าด้วย คนที่มีสมรรถภาพทางกายดีอยู่ก่อนแล้วจะฝึก
ได้ผลเร็วขึ้น
- 47.
2. สมรรถภาพทางกายก่อนเริ่มฝึกมีอิทธิพลต่อความเสี่ยง
ในการบาดเจ็บหรืออันตรายจากการบาดเจ็บ ผู้มีอายุเกิน40 ปี ทุก
คนควรได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเริ่มการฝึกและถ้า
เป็นไปได้ควรได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
อายุ
การฝึกเพื่อเพิ่มความทนทานทางแอโรบิคในเด็กกับ
ผู้ใหญ่จะให้ผลต่างกัน ในเด็กจะเห็นผลน้อยกว่าผู้ใหญ่ อาจเป็น
เพราะยิ่งอายุมากขึ้นความสามารถทางแอโรบิคก็ยิ่งลดลง เมื่อมา
รับการฝึกจึงเห็นผลต่าง ๆได้ชัดเจน สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ผลดีที่
เกิดขึ้นจากการฝึกนี้เกิดขึ้นได้ในคนสูงอายุแม้กระทั่งอายุถง 80 ปี
ึ
ความยาวนานของการฝึก
ความสามารถทางแอโรบิคจะเพิ่มมากขึ้นในช่วง 4 – 8
สัปดาห์แรกของการฝึก แต่หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นน้อยมากหรือไม่
เพิ่มเลย นอกจากเราจะฝึกให้หนักขึ้น แม้กระนั้นก็ตามหลังจาก 6
– 8 สัปดาห์ แล้วก็คงที่อีก แสดงว่าการฝึกให้ได้ผลจริง ๆ ใช้เวลา
ประมาณ 8 สัปดาห์ก็เพียงพอแต่หลังจากนั้นถ้าต้องการให้ร่างกาย
คงสภาพความสมบูรณ์อยู่เช่นนั้นก็ควรฝึกต่อไปอย่างสมำ่าเสมอ
6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. สำารวจรายชื่อนักเรียน
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายวัตถุประสงค์การกำาหนดโปรแกรมการฝึก
2. ครูบอกขั้นตอนการจัดโปรแกรมการฝึก
3. นักเรียนจับชีพจรการเต้นใน 1 นาที
4. นักเรียนคำานวณความสัมพันธ์ระหว่างอายุกับ
อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ
5. นักเรียนดูตารางความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์
การใช้ออกซิเจนกับการเต้นของหัวใจ
6. นักเรียนดูตารางความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์
การใช้ออกซิเจนกับระยะเวลาและความหนักของการออกกำาลัง
กาย
7. อบอุ่นร่างกายด้วยการเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
หลังจากการอบอุ่นร่างกายให้นักเรียนฝึกการเต้น
แอโรบิคประกอบเพลงมาขั้นตอนการเต้น 20 นาที
- 48.
ขั้นนำาไปใช้
1. นักเรียนดูตารางความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์
การใช้ออกซิเจนกับการเต้นของหัวใจ และเปรียบเทียบกับจับ
ชีพจรของตัวเอง
2. นักเรียนดูตารางความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์
การใช้ออกซิเจนกับระยะเวลาและ ความหนักของการออกกำาลัง
กาย
3. ครูชี้แนะและอธิบายในส่วนทีนักเรียนไม่เข้าใจให้ทราบ
่
อีกครั้งหนึ่ง
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. รวมแถว
2. มอบหมายการจัดโปรแกรมการฝึกโดยให้นักเรียนคิดแบบ
ฝึกการเต้นให้มีความ สอดคล้องกับโปรแกรมฝึก โดยมอบหมาย
งานเป็นกลุ่มเพื่อทดสอบการเต้น
3. สุขปฏิบัติ
4. นัดหมายการทดสอบ
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินการการจัดโปรแกรมเพื่อผลทาง
แอโรบิค
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
3. เครื่องเสียง พร้อม CD เพลง
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการฝึกปฏิบัติการจัดโปรแกรมการฝึก
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการจัดโปรแกรมการฝึก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบฝึกการจัดโปรแกรมการฝึก
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง ระดับ 2 ตำ่า
ระดับ 1 ตำ่ามาก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
- 49.
ระดับ 5 ดีมากระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง ระดับ 2 ตำ่า
ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
-
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้มีเนื้อหาสาระที่ชัดเจน มีสื่อการ
เรียนรู้ที่ช่วยอำานวยความสะดวกเข้าใจ และง่ายต่อการนำาไป
ปฏิบัติ
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
ควรติดตามความคืบหน้าในเรื่องของการพัฒนาการ
ของนักเรียน ควรจัดเก็บรวบรวม และบันทึกข้อมูลเพื่อการพัฒนา
- 50.
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนมีเวลาค่อนข้างน้อยในการฝึกปฏิบัตทำาให้
ิ
เกิดปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์ของร่างกายกับจังหวะดนตรี ให้
ความสำาคัญกับโปรแกรมการฝึกไม่มากเท่าที่ควร ส่วนใหญ่ให้
ความสำาคัญในเรื่องของความสนุกสนาน การทำากิจกรรมกลุ่ม
ด้านพฤติกรรม
1. นักเรียนมีความสนใจ ช่วยเหลือกัน มีนำ้าใจให้
กันระดับพอใช้
2. การฝึกทำากิจกรรมกลุ่ม บางกลุ่มยังต้องกำาชับใน
เรื่องความสนใจ ความรับผิดชอบ
ปัญหาและอุปสรรค
1. ขาดความต่อเนื่องในการจัดโปรแกมการฝึก
2. การให้ความใส่ใจในสุขภาพถือว่าเป็นเรื่องที่ยงั
มองข้าม
3. ขาดความเข้าใจในโปรแกรมการฝึก
ข้อเสนอแนะ
นักเรียนควรให้ความสำาคัญในเรื่องของโปรแกรมการ
ฝึก การที่นักเรียนสามารถเข้าใจ นำาไปประยุกต์ใช้ และถ่ายทอด
ความรู้จะเป็นสิ่งที่ดีเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
- 51.
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
รหัสวิชา พ 33101 รายวิชา สุขศึกษาและ
พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 2
จำานวน 2 คาบ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกัน
โรค
มาตรฐานการเรียนรู้ พ : 4.1 เห็นคุณค่า และมีทักษะในการ
สร้างเสริมสุขภาพ การดำารงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการ
สร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
…………………………………………………………………
…………………………………….
1. สาระสำาคัญ
การทดสอบสมรรถภาพทางกายครังที่ 2 เป็นการเปรียบ
้
เทียบถึงความแตกต่างของสมรรถภาพทางกายของผู้เรียนหลัง
จากได้รับการฝึกการเต้นแอโรบิคด้วยการจัดโปรแกรมการฝึก
ทำาให้นักเรียนทราบถึงผลการพัฒนาของร่างกายด้านต่าง ๆ ที่ดี
ขึ้น
- 52.
2. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
มาตรฐานที่ 6 ทดสอบสมรรถภาพทางกายหรือ
สมรรถภาพทางกลไก ด้วยวิธที่ถูกต้อง
ี
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
นักเรียนตระหนักถึงความสำาคัญของการเสริมสร้าง
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนมีความแตกต่างของผลการทดสอบ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
2. นักเรียนมีการพัฒนาในด้านพฤติกรรมการทำางานที่ดี
ขึ้น
5. เนื้อหาสาระ
สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) หมายถึง
สภาวะของร่างกายที่อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อที่จะช่วยให้บุคคล
สามารถทำางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคคลที่มีสมรรถภาพทาง
กายดี ก็จะสามารถปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวัน การออก
กำาลังกาย การเล่นกีฬาและแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่าง
ดี
ชนิดของสมรรถภาพทางกาย
สมรรถภาพทางกายแบ่งออกเป็น ٢ ชนิด คือ สมรรถภาพ
ทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ (Health-Related Physical
Fitness) และสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับทักษะ (Skill-
Related Physical Fitness)
สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ เป็นสมรรถภาพ
ทางกายที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดปัญหาทางด้าน
สุขภาพต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย
١. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular
Strength ) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อ ซึ่งทำาให้เกิด
ความตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อใช้แรงในการยกหรือดึงสิ่งของต่าง ๆ
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะช่วยทำาให้รางกายทรงตัวเป็นรูปร่าง
่
ขึ้นมาได้ ซึ่งจะเป็นความสามารถของกล้ามเนื้อที่ช่วยให้รางกาย
่
ทรงตัวต้านกับแรงศูนย์ของโลกอยู่ได้โดยไม่ล้ม เป็นความแข็ง
แรงของกล้ามเนื้อทีใช้ในการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน เช่น การวิง
่ ่
การกระโดด การเขย่ง การกระโจน การกระโดดขาเดียว การก
ระโดดสลับเท้า เป็นต้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกชนิดหนึ่ง
เรียกว่า ความแข็งแรงเพื่อเคลื่อนไหวในมุมต่างๆ เช่น การ
- 53.
เคลื่อนไหวแขนและขาในมุมต่าง ๆ เพื่อเล่นเกมกีฬาหรือใช้ใน
การปา การขว้าง การเตะ การตี เป็นต้น และความแข็งแรงชนิด
สุดท้ายเรียกว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการเกร็ง เป็นความ
สามารถของร่างกายหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ในการ
ต้านทานแรงที่มากระทำาจากภายนอกโดยไม่ล้มหรือสูญเสียการ
ทรงตัวไป
٢. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular
Endurance) หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อในการออกแรง
ทำาให้วัตถุเคลื่อนที่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ หรือหลายครั้งต่อ
เนื่องกันได้ ความอดทนของกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มได้มากขึ้นโดย
การเพิ่มจำานวนครั้งในการปฏิบัติกิจกรรมซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัจจัย
หลายอย่าง เช่น อายุ เพศ ระดับสมรรถภาพทางกายของเด็ก และ
ชนิดของการออกกำาลังกาย
٣. ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบ
หายใจ(Cardiorespiratory Endurance) หมายถึง ความสามารถ
ของหัวใจ ปอด และหลอดเลือดในการที่จะลำาเลียงออกซิเจน
และสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกแรง และขณะ
เดียวกันก็นำาสารที่ไม่ต้องการซึงเกิดขึ้นภายหลัง
่
การทำางานของกล้ามเนื้อ ออกจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกแรง
ในการพัฒนาหรือเสริมสร้างนั้นเด็กจะต้องมีการเคลื่อนไหวกล้าม
เนื้อมัดใหญ่ ๆ เช่น การวิ่ง การกระโดด โดยใช้ระยะเวลาติดต่อ
กันอย่างน้อยครังละ ١٥ – ١٠ นาที
้
٤. ความอ่อนตัว ( Flexibility ) หมายถึง ความสามารถ
ในการเคลื่อนไหวของส่วนแขน ส่วนขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่าง
ก่ายให้เต็มขีดจำากัดของการเคลื่อนไหวนั้น ๆ การพัฒนาทางด้าน
ความอ่อนตัวทำาได้โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเอ็น หรือการ
ใช้แรงต้านทานในกล้ามเนื้อและเอ็นต้องทำางานมากขึ้น การยืด
เหยียดของกล้ามเนื้อทำาได้ทั้งแบบอยู่กับที่หรือมีการเคลื่อนที่
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรใช้การเหยียดของกล้ามเนื้อใน
ลักษณะอยู่กับที่ นั่นคืออวัยวะส่วนแขนและขาหรือลำาตัวจะต้อง
เหยียด จนกว่ากล้ามเนื้อจะรู้สึกตึงและจะต้องอยู่ในท่าเหยียด
กล้ามเนื้อในลักษณะนี้ประมาณ ١٥ – ١٠ นาที
٥. องค์ประกอบของร่างกาย ( Body Composition ) จะ
เป็นดัชนีประมาณค่าที่ทำาให้ทราบถึงเปอร์เซ็นต์ของนำ้าหนักที่เป็น
ส่วนของไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย องค์ประกอบของร่างกาย
ประกอบด้วย ٢ ส่วน คือ ไขมันในร่างกายกับนำ้าหนักของส่วนต่าง
- 54.
ๆ ทีปราศจากไขมัน ได้แก่ส่วนของกระดูกและกล้ามเนื้อ การ
่
รักษาองค์ประกอบในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้
นักเรียนไม่เป็นโรคอ้วน ซึ่งโรคอ้วนจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น
โรคที่เสี่ยงอันตรายต่อไปอีกมาก เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
หัวใจวาย และโรคเบาหวาน เป็นต้น สำาหรับการหาองค์ประกอบ
ของร่างกายนั้น จะทำาได้โดยการวัดความหนาของไขมันใต้ผิวหนัง
(skinfold thickness )โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า skinfold
caliper
สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับทักษะ เป็นสมรรถภาพทาง
กายที่จำาเป็นจะต้องใช้สำาหรับการเล่นกีฬา ซึ่งจะทำาให้การเล่น
กีฬามีประสิทธิภาพที่สุด โดยจะประกอบด้วยสมรรถภาพทางกาย
ที่สัมพันธ์กับสุขภาพควบคู่กับองค์ประกอบด้านอื่น ๆ ดังนี้
١. ความเร็ว (Speed) หมายถึง ความสามารถในการ
เคลื่อนไหวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการโดยใช้ระยะเวลาอันสั้นที่สุด
ซึ่งกล้ามเนื้อจะต้องออกแรงและหดตัวด้วยความเร็วสูงสุด
٢. กำาลังของกล้ามเนื้อ (Muscle Power) หมายถึง ความ
สามารถของกล้ามเนื้อในการทำางานโดยการออกแรงสูงสุด ในช่วง
ระยะเวลาที่สั้นที่สุด ซึ่งจะต้องมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและ
ความเร็วเป็นองค์ประกอบหลัก
3. ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) หมายถึง ความ
สามารถในการเปลี่ยนทิศทางและตำาแหน่งร่างกายในขณะที่กำาลัง
เคลื่อนไหวโดยใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ จัดเป็นสมรรถภาพทาง
กายที่จำาเป็นในการนำาไปสู่การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานสำาหรับทักษะ
ในการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
٤. การทรงตัว (Balance) หมายถึง ความสามารถในการ
ควบคุมรักษาตำาแหน่งและท่าทางของร่างกายให้อยูในลักษณะ่
ตามที่ต้องการได้ ทังขณะที่อยู่กับที่หรือในขณะที่มีการ
้
เคลื่อนไหว
٥. เวลาปฏิกิริยา (Reaction Time) หมายถึง ระยะ
เวลาที่เร็วที่สุดทีร่างกายเริ่มมีการตอบสนองหลังจากที่ได้รบการก
่ ั
ระตุ้น ซึ่งเป็นความสามารถของระบบประสาท เมื่อรับรู้การถูก
กระตุ้นแล้วสามารถสั่งการให้อวัยวะที่ทำาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ
เคลื่อนไหวให้มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
٦. การทำางานทีประสานกัน (Coordination) หมายถึง
่
ความสัมพันธ์ระหว่างการทำางานของระบบประสาทและระบบกล้าม
- 55.
เนื้อ ในการที่จะปฏิบัติกิจกรรมทางกลไกที่สลับซับซ้อนในเวลา
เดียวกัน อย่างราบรื่นและแม่นยำา
6.กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำา
1. นักเรียนเข้าแถวตอน 5 แถว ๆ ละ 10 คน
2. สำารวจรายชื่อนักเรียน
ขั้นอธิบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติ
1. ครูอธิบายวัตถุประสงค์การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ครั้งที่ 2
2. ครูบอกขั้นตอนการทดสอบโดยกำาหนดวันทดสอบออก
เป็น 2 วัน
2.1 วันแรก ทดสอบ การลุก-นัง 60 วินาที ดันพื้น 30
่
วินาที วิงอ้อมหลัก
่
2.2 วันที่สอง ทดสอบนั่งงอตัวไปด้านหน้าและวิ่งระยะ
ไกล
ขั้นสอนหรือฝึกปฏิบัติ
นักเรียนทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็นฐาน
ขั้นนำาไปใช้
1. จดข้อมูลสถิตการทดสอบ
2. นักเรียนนำาผลจากการทดสอบสมรรถภาพทาง
กายมาเทียบเกณฑ์มาตรฐาน
3. บันทึกข้อมูลลงในใบบันทึกสมรรถภาพทางกาย
ครั้งที่ 2
4. เปรียบเทียบความแตกต่างทั้งสองครั้ง
ขั้นสรุปและประเมินผล
1. รวมแถว
2. นำาใบทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 2 มาประมวล
ผล
3. สุขปฏิบัติ
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบประเมินการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. อุปกรณ์การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
8. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึกปฏิบัติ
- 56.
เครื่องมือวัดผล
1. แบบประเมินการจัดโปรแกรมการฝึก
2. แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนและการฝึก
ปฏิบัติ
เกณฑ์การประเมินผล
แบบฝึกการจัดโปรแกรมการฝึก
ระดับ 5 ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 ปานกลาง
ระดับ 2 ตำ่า ระดับ 1 ตำ่ามาก
9. กิจกรรมสืบเนื่อง
-
ลงชื่อ
(นายสุพัฒน์ อัต
จริต)
ตำาแหน่ง
ครู
…… / ............ / .............
10. ข้อเสนอแนะของรองผู้อำานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการทดสอบสมรรถภาพทาง
กายเพื่อสุขภาพ มีเนื้อหาสาระ
มีเกณฑ์มาตรฐานที่นักเรียนสามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจน
ลงชื่อ พิศวาท คะลี
ล้วน
(นางพิศวาท
คะลีลวน)
้
ตำาแหน่ง รองผู้อำานวย
การกลุมบริหารวิชาการ
่
١1. ข้อเสนอแนะของผู้อำานวยการโรงเรียน
อนุมัติตามที่เสนอ
ลงชื่อ วิสิทธิ์
ใจเถิง
- 57.
(นายวิสทธิ์
ิ
ใจเถิง)
ผู้
อำานวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๔
12. บันทึกหลังการสอน
ด้านผลการเรียน
นักเรียนมีผลการพัฒนาการในด้านสมรรถภาพทาง
กายเพื่อสุขภาพในทางที่ดีขึ้น
ด้านพฤติกรรม
นักเรียนมีพฤติกรรมในการทำางานในทางที่ดีขึ้น
ปัญหาและอุปสรรค
ความตั้งใจในการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อ
สุขภาพยังเห็นความสำาคัญที่ไม่มากเท่าที่ควรถ้ามีความตั้งใจจะ
ทำาให้ผลการทดสอบพัฒนามากขึ้นกว่านี้
ข้อเสนอแนะ
ควรให้นักเรียนเห็นถึงความสำาคัญในการทดสอบ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ ปลูกฝังในเรื่องการดูแลสุขภาพ
ของตนเอง
ลงชื่อ สุพัฒน์ อัตจริต
( นายสุพัฒน์ อัตจริต ) ผู้บันทึก
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล
พฤติกรรม ความคิด
ความ ความมี
ความรับ ความ ริเริ่ม
ขยัน นำ้าใจ
ผิดชอบ สนใจ สร้างสร หมายเหตุ
ที่ อดทน เสียสละ
ชื่อ-สกุล รค์
5432154321543215432154321
- 58.
เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้
ดีมาก = 5 ดี = 4 ปานกลาง = 3 ตำ่า =
2 ตำ่ามาก = 1
ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต
(……………………………….)
…………/…………/………..
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
กลุ่มที…………..ชั้น………………
่
พฤติกรรม
การมี
การ การรับ ความ
ส่วนร่วม รว
ชื่อ-สกุล ความ แสดง ฟัง ตั้งใจใน
ที่ ในการ ม
สมาชิกกลุ่ม ร่วมมือ ความ ความ การ
อภิปรา
คิดเห็น คิดเห็น ทำางาน
ย
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
1
2
3
- 59.
4
5
6
7
8
9
1
0
เกณฑ์การให้คะแนน
ดีมาก = 4 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์
90-100% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง
ดี = 3 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์
70-89% หรือปฏิบัติบางครั้ง
ปานกลาง = 2 ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์
50-69% หรือปฏิบัติครั้งเดียว
ปรับปรุง = 1 ประสิทธิภาพตำ่ากว่าเกณฑ์ 50%
หรือไม่ปฏิบัติเลย
ลงชื่อ………………………………ผู้สังเกต
(…………………………….)
………./……………/………
โรงเรียนบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ๔
แบบรายงานการส่งแผนการจัดการเรียนรู้ภาคเรียนที่.........
......ปีการศึกษา....................
กลุ่มสาระการเรียนรู...................................
้
ครั้งที่...................วันที่..............เดือน......................
พ.ศ. .............
ที่ ชื่อ - สกุล ลายมือชื่อ รายวิชาที่ หมายเ
- 60.
ส่ง หตุ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
1
0
ผลการตรวจ / ข้อสังเกต
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
................
เสนอ ผู้อำานวยการโรงเรียลงชื่อ.............................หน้ากลุ่มสาระฯ
น
เพื่อทราบ (.....
.................................)
ลงชื่อ.......................... ......
.......... /....../.......
(...................................
.............)
ลงชื่อ....................................
ลงชื่อ........................................
(................................................)
(................................................)
....../....../.......
....../....../.......