ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ e-commerce
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้าน
การปรับปรุงประสิทธิภาพและการลดต้นทุน
(B2B Activities : Improving)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective)
หลังจากได้อ่านและศึกษาจนจบบทนี้แล้วท่านจะสามารถ
1. มีความรู้ความเข้าใจในการนาอินเทอร์เน็ตมาใช้กับองค์กร เพื่อปรับปรุงงานด้านการ
จัดซื้อ โลจิสติกส์ และกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ
2. อธิบายรูปแบบงานบริการต่างๆ ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง
3. อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับระยะของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ในการไประดับไปสู่รัฐบาล
อิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วทั้งองค์กรได้
4. เข้าใจในบทบาทของระบบ EDI และเล็งเห็นความสาคัญของระบบ EDI ที่มีต่อธุรกิจ
5. อธิบายรายละเอียดในส่วนประกอบของระบบ EDI ได้อย่างถูกต้อง
6. มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการโซ่อุปทาน และรู้ถึงวิธีการนาอินเทอร์เน็ตและระบบ EDI
มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์
กิจกรรมหลัก (Primary Activies) เป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การกระจาย
สินค้าการส่งมอบสินค้า และการบริการลูกค้า และโลจิสติกส์ก็จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก
กิจกรรมหลักของโลจิสติกส์ประกอบด้วย การจัดการความเครื่องไหวด้าน โลจิสติกส์ขาเข้า
(Inbound) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลาเลียงวัตถุดิบจากผู้ขายปัจจัยการผลิต และการจัดการความเคลื่อน
ไหวของ โลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายสินค้าที่ผลิต
สาเร็จแล้ว (Finished Goods) ออกสู่ท้องตลาด นั่นรวมถึงกิจกรรมการส่งมอบ การจัดเก็บ การ
ควบคุมคลังสินค้า การควบคุมและจัดตารางเวลารถเพื่อการขนส่ง และการกระจายสินค้า และด้วย
กิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในด้านงานโลจิสติกส์นี้เอง การนาเทคโนโลยีเว็บ และอินเทอร์เน็ตมาใช้
เพื่อเชื่อมโยงสื่อสารเกี่ยวกับการทาธุรกรรมอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทที่อยู่ภายใน โซ่อุปทานย่อม
ส่งผลต่อการลดต้นทุนและประสิทธิภาพจึงเป็นที่มาของ e-Logistice
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์
โลจิสติกส์ประกอบด้วยกิจกรรมและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย และด้วยระบบ e-
Logistics ที่เชื่อมโยงข่าวสาร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงนาไปสู่การ
ดาเนินงานด้านโลจิสติกส์ ที่สามารถทาแบบเบ็ดเสร็จได้ภายใน หน้าต่างเดียว (Single Window)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์
เทคโนโลยี e-Logistices จะใช้ระบบอิเล็คทรอนิกส์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนกระบวนการ
โลจิสติกส์ ด้วยการนาส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสาร ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการ
อานวยความสะดวกและความรวดเร็วได้เป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันในเรื่องความปลอดภัยเพื่อ
ป้องกันการปลอมแปลง ก็จะมีระบบความปลอดภัยแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เช่น การระบุตัวตน การ
ควบคุมการเข้าถึง การเข้ารหัส และลายเซ็นดิจิตอล ด้วยระบบ e-Logistics ที่มีเป้าหมายในการ
บูรณาการให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ สามารถเชื่อมโยงข่าวสารเข้าด้วยกันภายในโซ่
อุปทาน ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการบริหารและช่วยลดต้นทุนการทาธุรกรรมให้กับ
ผู้ประกอบการ จนนาไปสู่การทาธุรกรรมด้านโลจิสติกส์ทั้งขาเข้าและขาออก สามารถดาเนินการแบบ
เบ็ดเสร็จภายในหน้าต่างเดียว
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์
แผนภาพแสดงถึงระบบ GPS ที่บริษัทขนส่งสินค้าสามารถนามาใช้เพื่อตรวจสอบ ความ
เคลื่อนไหวของยานพาหนะ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.2 กิจกรรมสนับสนุน
กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) เป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการ
ปฏิบัติงานในแต่ละวันของธุรกิจให้ดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนประกอบดังนี้
6.2.1 โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Firm Infrastructure)
เกี่ยวข้องกับการบริหารและการจัดการภายในองค์กร ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ
ทางกฎหมาย การบัญชี และการจัดการการเงิน โดยสามารถใช้เทคโนโลยีด้านระบบสาระสนเทศเข้า
มาช่วย เพื่อสนับสนุนการทางานร่วมกันภายในองค์กร การใช้เครือข่ายอินทราเน็ต การส่งข้อความ
อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดตารางงานทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.2.2 การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management)
เกี่ยวข้องกับการสรรหาและการว่าจ้างพนักงาน การฝึกอบรม การพัฒนาวิชาชีพ การจัดการ
ผลประโยชน์ด้านสวัสดิการ การเลื่อนขั้น การประเมินผล และการจ่ายค่าตอบแทน เป็นต้น โดยมี
ระบบสารสนเทศที่ใช้เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลของพนักงาน ที่สามารถสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย หรือ
อินทราเน็ต
6.2.3 การพัฒนาด้านเทคโนโลยี (Technology Development)
เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลาย และขึ้นอยู่กับ
รูปแบบการทาธุรกิจของแต่ละองค์กรเป็นสาคัญ กิจกรรมการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วย
การสร้างเครือข่ายเสมือนขึ้นมา ที่เป็นแหล่งรวมของนักวิจัยที่สามารถเข้ามาร่วมกันทางาน การนา
เสนองานวิจัย การเผยแพร่งานวิจัยแบบออนไลน์ และการสนับสนุนให้นักวิจัยร่วมมือกับหน่วยงาน
ภายนอกหรือบริษัทคู่ค้า เพื่อบริการและพัฒนางานวิจัยร่วมกัน ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย
อินทราเน็ตในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันกับคู่ค้าทางธุรกิจ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.2.4 การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
กิจกรรมด้านการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ประกอบด้วยการคัดเลือกและการประเมินผู้ขายที่มี
ศักยภาพ การคัดเลือกสินค้าที่มีความเป็นเฉพาะ การสั่งซื้อ และการแก้ปัญหาเรื่องราวต่างๆ
ภายหลังจากการได้รับสินค้าหรือบริการ ในด้านองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อนั้น
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ จัดเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสาคัญต่อการรักษาคุณภาพสินค้า และการลดต้นทุน
โดยเฉพาะในเรื่องของโซ่อุปทาน ที่มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ส่วนต้นทางไปยังปลายทาง อันได้แก่
ผู้ขายปัจจัยการผลิต ผู้ผลิต ผู้จัดจาหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ลูกค้า และผู้ให้บริการ
การจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ (e-Procurement) ได้ครอบคลุมถึงแหล่งผลิตสินค้า
การเจรจาต่อรองกับผู้ขายปัจจัยการผลิต การชาระเงินค่าสินค้า และการจัดการในเรื่องการส่งมอบ
สินค้า ทั้งนี้ธุรกิจยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ต ในการค้นหาราคาวัตถุดิบที่ต้องการ เพื่อให้ได้มาซึ่ง
ราคาที่ต่าที่สุดจากผู้ค้ารายต่างๆ ผ่านการสืบค้น จากแคตตาล็อกออนไลน์บนเว็บของผู้ขาย การ
ต่อรองกับผู้ขาย การสั่งซื้อ การชาระเงิน และการขนส่ง ซึ่งสามารถดาเนินการโดยเบ็ดเสร็จบนโต๊ะ
ทางานผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมโยง เครือข่ายบนระบบ EDI
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.2.4 การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
ในการจัดซื้อก็จะมีทั้งการจัดซื้อวัตถุดิบทางตรงและทางอ้อม
วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ซึ่งถือเป็น
ส่วนประกอบสาคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต เพื่อผลิตเป็นสินค้าสาเร็จรูปขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบทางตรงของโรงงานถลุงเหล็กก็คือแร่เหล็กหรือ
สาหรับในด้านกระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบทางตรงนั้น โรงงานทุกแห่งล้วนตระหนักถึง
ความสาคัญ เพราะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต จะสามารถระบุถึงต้นทุนในการผลิตสินค้าชนิดใด
ชนิดหนึ่งว่าต้องใช้ปริมาณวัตถุดิบจานวนเท่าไร และคิดเป็นต้นทุนเท่าไร นอกจากนี้ ต้นทุนของ
วัตถุดิบทางตรงปกติมักจะสูง ดังนั้นบริษัทหรือโรงงานผลิตขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผู้ผลิตรถยนต์
จะสามารถซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตโดยตรงได้ 2 แนวด้วยกัน คือ
1. การจัดซื้อเพื่อเติมเต็ม (Replenishment Purchasing) หรือ การจัดซื้อตามสัญญา
(Contract Purchasing) ซึ่งปกติจะเป็นการทาสัญญาซื้อขายแบบระยะยาว โดยบริษัทจะมี
การเจรจาตกลงทาสัญญากับผู้ขายปัจจัยการผลิต เพื่อกาหนดให้เป็นผู้ป้อนวัตถุดิบให้กับทาง
บริษัทด้วยการเติมเต็มวัตถุดิบคงค้างให้เพียงพอตลอดเวลา
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
2. ตลาดซื้อขายแบบปัจจุบัน (Spot Market) เป็นการซื้อขายตามปกติทั่วไป หากความ
ต้องการจริงมีสูงกว่าที่คาดการณ์ไว ้้ทางโรงงานผลิตอาจต้องสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มในตลาด
อิสระ เช่น ตามโรงงานจาหน่าย เหล็กทั่วไป รวมถึงนักเก่งกาไรที่มีการกักตุนวัตถุดิบ
เหล่านั้นไว้ในคลังสินค้า
วัตถุดิบทางอ้อม (Indeirect Market) จะหมายถึง วัตถุดิบใดๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม
กับการผลิตสินค้า หรือที่มักเรียกกันว่า วัสดุโรงงาน ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องจักร
กระดาษทราย น็อต ตะปู กาว และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เป็นต้น
สินค้าประเภท MRO (Maintenance, Repair and Operating) ซึ่งหมายถึงสินค้าประเภท
อะไรที่นามาใช้เพื่อการซ่อมแซมเครื่องจักรกลต่างๆ ในโรงงานหรือสานักงาน เมื่อครบรอบการ
บารุงรักษาอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งก็คือวัตถุดิบทางอ้อม
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
เว็บไซต์ grainger.com ซึ่งขายวัตถุดิบทางอ้อม
(MRO) รายใหญ่ โดยที่หน้าเว็บได้แบ่งสินค้า
ตามแต่ละประเภท มีช่องค้นหาสินค้า และการ
สั่งซื้อแบบเร็ว
บนเว็บ grainger.com ลูกค้าสามารถเลือกสินค้า/วัตถุดิบตาม
ยี่ห้อ และกาหนดช่วงราคาสินค้า/วัตถุดิบที่ต้องการได้
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.3 รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) เป็นวิธีการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นนา
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทางานของหน่วย งาน
ภาครัฐ ซึ่งครอบคลุมการบริการแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ แม้กระทั่งพนักงานของรัฐเอง ส่งผลต่อการ
ทางานภายในภาครัฐ และการติดต่อระหว่างภาครัฐด้วยการมีความรวดเร็ว อานวยความสะดวก ต่อ
ประชาชนในการติดต่อราชการกับภาครัฐ อีกทั้งรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่มีการ
ติดต่อกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ
สาหรับแนวทางในการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะมีหลักอยู่ 4 ประการด้วยกันคือ
1. การสร้างงานบริการตามความต้องการของประชาชน
2. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงงานบริการของภาครัฐได้มากขึ้น
3. สร้างคุณประโยชน์และความเท่าเทียมกันให้กับสั่งคมโดยทั่ว
4. มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.3.1 ภาครัฐกับประชาชน (Government-to-Citizens : G2C)
เป็นงานบริการของภาครัฐที่มุ่งสู่ประชาชนโดยตรง ซึ่งการบริการดังกล่าว ประชาชนสามารถ
ดาเนินธุรกรรมโดยผ่านเครือข่ายสารสนเทศของรัฐในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การชาระภาษี การ
จดทะเบียน การจ่ายค่าปรับ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแทน
ประชาชนกับผู้ลงคะแนนเสียง และการบริการค้นหาข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น
เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ที่บริการ
ประชาชนผ่านคาแนะนาย่านช้อปปิ้ง
ในกทม.
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2C คือ
• สร้างจุดบริการของภาครัฐที่บริการให้กับประชาชน ซึ่งอยู่กระจัดกระจายให้มารวมอยู่ ณ
จุดเดียว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่ายและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เช่น การเปิดเป็นเว็บพอร์ทัล
ที่เป็นแหล่งรวมงานบริการของภาครัฐที่มีต่อประชาชน เป็นต้น
• ลดเวลาเฉลี่ยสาหรับประชาชนในการค้นหาสิทธิประโยชน์ และการค้นหาบัญชีผู้มีสิทธิ์
เลือกตั้ง
• เพิ่มจานวนประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว
• ตอบสนองความต้องการด้านข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนถึงที่สุด
• ปรับปรุงคุณประโยชน์จากภาครัฐไปสู่ประชาชน
• ขยายช่องทางการเข้าถึงข่าวสารให้กับบุคคลพิการหรือทุพพลภาพ
• การขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากภาครัฐ มีความง่ายขึ้น ราคาถูก เร็ว และมีความ
เข้าใจมากขึ้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ที่บริการประชาชนในเรื่องการรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ผ่าน Call Center
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
เว็บไซต์กรมสรรพากรกับการบริการประชาชนในเรื่องการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านเว็บ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.3.2 ภาครัฐกับภาคธุรกิจ (Government-to-Business : G2B)
เป็นการให้บริการแก่ภาคธุรกิจหรือผู้ประกอบการ โดยภาครัฐจะอานวยความสะดวกในเรื่องการ
ทาธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการเปิดให้เอกชนมีการแข่งขันกันเพื่อเสนอสินค้าหรือบริการให้กับ ภาครัฐ
ภายใต้ความโปร่งใสและเป็นธรรม ตัวอย่างเช่น การจดทะเบียนการค้า การลงทุน และการ ส่งเสริม
การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ การส่งออกและนาเข้า การชาระภาษี และการช่วยเหลือ
ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก
ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่รัฐบาลเปิด
โอกาสให้ผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจราย
ต่างๆ สามารถเข้าร่วมประกวดราคาซื้อ
แบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการประกาศเชิญ
ชวนบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2B คือ
• เพิ่มความสามารถให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในเรื่องการค้นหา การดู และการแสดงความ
คิดเห็นภายใต้กฎเกณฑ์และข้อบังคับ
• ลดภาระเกี่ยวกับการทาธุรกิจจากการบริการจดทะเบียนทางธุรกิจแบบออนไลน์ รวมถึงการ
ชาระภาษีแบบออนไลน์
• ลดเวลาในการกรอกเอกสารข้อมูลลงในแบบฟอร์ม และการค้นหาข่าวสาร
• ลดเวลาให้กับภาคธุรกิจในเรื่องการยื่นแบบคาร้องและอนุโลมบ้างตามกฎข้อบังคับ
• การดาเนินธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐมีความง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็ว ราคาถูก และมี
ความเข้าใจกันมากขึ้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.3.3 ภาครัฐกับภาครัฐ (Government-to-Government : G2G)
เป็นรูปแบบการดาเนินงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่าย
ระดับประเทศ (Wide Area Network : WAN) และอินเทอร์เน็ต เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลในด้านกระบวนการทางาน ผ่านการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ การลงนามด้วยลายเซ็นดิจิตอลแทนการลงนามแบบ
เดิมๆ เพื่อมุ่งไปสู่ความได้เปรียบจากความรวดเร็ว (Economy of Speed) ที่มุ่งตอบสนองต่อ
เหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที การบูรณาการให้หน่วยงานในภาครัฐทางาน
ร่วมกัน (Collaboration) การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (Government Data
Exchange) ทั้งนี้รวมไปถึงการเชื่อมโยงเข้ากับรัฐบาลต่างประเทศ องค์กรปกครองท้องถิ่น สาหรับ
ระบบงานที่ใช้ ส่วนใหญ่เป็นงานส่วนหลัง (Back Office) อันได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็คทรอนิกส์
ระบบบัญชี และการเงินระบบจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2G คือ
• ลดเวลาเกี่ยวกับการประสานงานในเรื่องคดีความที่เกี่ยวกับอานาจศาล และกระตุ้น การทางาน
ผ่านการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี
• ลดเวลาการตรวจสอบข้อมูลการเกิดและการตายของบุคคล
• เพิ่มจานวนการใช้โปรแกรมประยุกต์ทางอิเล็คทรอนิกส์
• อานวยความสะดวก และแบ่งปันการใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง
ประเทศ ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมถึงระหว่างภาครัฐด้วยกัน
• ปรับปรุงความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงภาครัฐและสถาบันต่างๆ
• กระบวนการภายในที่ทางานแบบอัตโนมัติ นาไปสู่การลดค่าใช้จ่ายให้กับภาครัฐ ด้วยการ
เผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีให้ทุกๆ หน่วยงานถือปฏิบัติ
• วางแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การบริการที่มีความปลอดภัยขั้นสูง บนต้นทุนที่ต่า
• ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดาเนินงานภายในภาครัฐ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.3.4 ภาครัฐจากพนักงานของรัฐ (Government-to-Employee : G2E)
เป็นการนาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นเครื่องมือในการดาเนินกิจกรรมและงานบริการ ต่างๆ
ระหว่างภาครัฐกับพนักงานของรัฐเอง ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานของรัฐมีการกระจายทางานอยู่ตาม
สถานที่ต่างๆ ในทั่วประเทศ ดังนั้นการนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แบบ G2E มาประยุกต์ใช้ย่อมส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพในเรื่องการสื่อสารและการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ของพนักงาน ซึ่งรวมถึงการดาเนินงานใน
เรื่องการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรภาครัฐ การจัดการเงินเดือนและสวัสดิการระบบที่ปรึกษา
ทางด้านกฎหมาย และข้อบังคับการปฏิบัติงานของภาครัฐ เป็นต้น
วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2E คือ
• เพิ่มความพร้อมด้านโปรแกรมฝึกอบรมให้กับพนักงานของภาครัฐ
• กระบวนการสะสางงานทางด้านเอกสาร ใช้เวลาโดยเฉลี่ยลดลง
• เพิ่มการใช้บริการ e-Travel ในแต่ละหน่วยงาน
• ลดเวลาให้กับประชาชนในการค้นหาแหล่งงานของภาครัฐ
• ลดเวลาและลดค่าโสหุ้ยต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการให้กับภาครัฐในทุกภาคส่วน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.4 การแปลงรูปสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
จากกระแสคือโลกาภิวัตน์ที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่ว รัฐบาลก็ต้องปรับตัวเพื่อแปลงรูปเข้าสู่ยุค
ดิจิตอลเช่นกัน เพื่อเพิ่มคุณภาพงานบริการให้กับประชาชน คล้ายๆ กับภาคธุรกิจที่ปรับปรุง
ธุรกิจมา เป็นอีคอมเมิร์ซในรูปแบบคลิกแอนด์มอร์ตาร์นั่นเอง กล่าวคือประชาชนสามารถเข้าถึง
งานบริการด้วยการเดินทางมาติดต่อเอง หรืออาจใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ก็ได้
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระยะที่ 1 : การเผยแพร่ข่าวสาร
เป็นระยะเริ่มแรกที่หน่วยงานภาครัฐตามแผนกต่างๆ จะทาการติดตั้งเว็บไซต์ตนเองขึ้นมา เพื่อ
เตรียมการเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับแผนกให้สาธารณะชนรับทราบรวมถึงขอบเขตของงาน
บริการ และงานบริการช่วยเหลือที่จะเปิดใช้ในอนาคต ซึ่งการนาเสนอแบบออนไลน์ นอกจากจะช่วย
ลดงานด้านเอกสารแล้ว ยังช่วยลดจานวนพนักงานที่เปิดบริการให้คาปรึกษาทางโทรศัพท์ด้วย
ระยะที่ 2 : การรับรองการทาธุรกรรม
ด้วยระบบงานที่เปิดบริการผ่านทางเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ประชาชนทั่วไป
สามารถส่งข้อมูลส่วนตัวเพื่อทาธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ในหลาย
ประเทศ การที่ภาครัฐจะชาระเงินคืนให้กับประชาชน หรือประชาชนจะชาระเงิน/ค่าธรรมเนียมให้กับ
ภาครัฐ สามารถดาเนินการในรูปแบบออนไลน์ได้แล้วในบางหน่วยงาน เช่น การยื่นแบบรายการ
ชาระ ภาษีแบบออนไลน์ และการคืนเงินภาษีของกรมสรรพากร เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระยะที่ 3 : การจัดตั้งเป็นเว็บพอร์ทัลอเนกประสงค์
บนพื้นฐานความจริงเกี่ยวกับการทาธุรกรรมกับภาครัฐ ประชาชนล้วนมีความต้องการให้
ระบบสามารถติดต่อแบบข้ามหน่วยงานได้ ดังนั้นภายใต้แนวคิดของ Single Point of Entry จึง
เกิดขึ้น โดยภาครัฐจะก่อตั้งเว็บพอร์ทัล (e-Government Portal) ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งรวม ข้อมูล
ข่าวสารต่างๆ รวมถึงงานบริการทั้งหลายจะมากองรวมกันไว้ ณ สถานที่แห่งนี้เพียงแห่งเดียว
ดังนั้นประชาชนที่เข้ามาใช้บริการสามารถเข้าถึงเว็บพอร์ทัลแห่งนี้ เพื่อเลือกใช้บริการแบบเบ็ดเสร็จ
ภายใต้การเข้าถึงแบบ ณ จุดเดียว
ระยะที่ 4 : การจัดตั้งเป็นเว็บพอร์ทัลแบบ Personalization
ในระยะที่ 4 ภาครัฐจะเพิ่มระดับความสามารถให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยการอนุญาตให้ผู้ใช้หรือ
ประชาชนสามารถเข้าไปปรับแต่งเนื้อหาบนพอร์ทัล ให้เป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคลได้
สาหรับประโยชน์จากการเพิ่มคุณสมบัติของ Personalization นี้ ทาให้ภาครัฐสามารถอ่านความ
ต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องความพึงพอใจได้ถูกต้องแม่นยาขึ้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระยะที่ 5 : การแบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐาน
มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ด้วยการแบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐานให้เป็นสัดส่วน ด้วยการสื่อถึง
ชื่อสถานที่ราชการเป็นหลัก เนื่องจากผู้ใช้หรือประชาชนทั่วไปมีความคุ้นเคยกับการติดต่อราชการ
ตามชื่อสถานที่มากกว่ากลุ่มของหน่วยงาน เช่น ในการชาระภาษีออนไลน์ ประชาชนจะนึกถึงชื่อ
สถานที่ในมโนภาพของเขาทันที นั่นก็คือ กรมสรรพากร เมื่อคลิกเข้าไปในกรมสรรพากร ก็จะมีการ
แบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐานที่เป็นสัดส่วน เช่น การจดทะเบียนธุรกิจเฉพาะ การชาระภาษี เพื่อให้
ผู้ใช้ค้นหาได้สะดวกและเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง
ระยะที่ 6 : การจัดตั้งเป็นศูนย์บริการเต็มรูปแบบ
จะเข้าสู่การเป็นศูนย์บริการเต็มรูปแบบ โดยจะมีการบูรณาการเทคโนโลยีทั้งหลายเข้ากับ
โครงสร้างใหม่ และการบริการของภาครัฐทุกอย่างจะถูกดาเนินงานผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์ทั้งหมด
ส่งผลให้สะพานเชื่อมต่อระหว่างระบบ Front Offices กับ Back Offices มีช่องว่างแคบลง ความ
ร่วมมือการทางานภายใต้ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะดาเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง
หน่วยงานในภาครัฐ ระหว่างรัฐบาลประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระยะที่ 7 : การส่งผ่านไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์และ m-Government
มีการขึ้นย้ายไปสู่ m-Government (Mobile Government) ที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่าง
หน่วยงานภาครัฐผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ต่างๆ ซึ่งถือ
เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน รวมถึงเพิ่มระดับ
ความใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านบริการอิเล็คทรอนิกส์ (e-Service)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ปัญหาการดาเนินงานของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ขึ้นอยู่กับการพัฒนาตาม ขั้นตอนทั้ง 7 ดังที่
ได้กล่าวมา โดยเฉพาะแผนในการเคลื่อนไปสู่ระยะที่สูงขึ้น และสิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ รัฐบาลต้องคานึงถึง
อันประกอบด้วย
• ความเร็วในการปรับเปลี่ยน โดยปกติมักจะเปลี่ยนแปลงได้ช้ามาก ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากแรง
ต่อต้านจากตัวพนักงานของรัฐเอง อัตราการยอมรับของประชาชนที่มีต่อแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ
รวมถึงงบประมาณและสภาพแวดล้อมทางกฏหมาย
• เริ่มต้นจากการพัฒนา G2B ก่อน ต้องเข้าใจว่าระบบ G2B นามาใช้งานได้ง่ายกว่าแบบ G2C
มาก โดยในบางประเทศ อย่างเช่น ฮ่องกง ระบบ G2B ถูกใช้งานด้วยการว่าจ้างบริษัท เอกชน
เป็นผู้พัฒนาให้ทั้งหมด (Outsource) และด้วยการบริการในรูปแบบ G2B นี้เอง มีศักยภาพ
เพียงพอต่อการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างรวดเร็ว และจัดเป็นแนวทางที่ดีของรัฐบาลกับการเริ่มต้นจาก
การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2B ก่อน ยกตัวอย่างเช่น ได้จัดทาระบบการจัดซื้อจัด
จ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• ปัญหาด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ
เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับประกันสังคม ที่แพทย์ส่วนใหญ่ล้วนมีมุมมองเดียวกันว่า จะต้อง
สามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละบุคคลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ประโยชน์ต่อการรักษาโรคได้อย่าง
ทันท่วงที ซึ่งอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทการ์ดสามารถ รองรับความสามารถเหล่านี้ได้ แต่อย่างไรก็
ตาม การป้องกันข้อมูลดังกล่าวต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง และการตัดสินใจว่าจะใช้ระบบการรักษาความ
ปลอดภัยจานวนมากน้อยเพียงไรนั้น เป็นสิ่งสาคัญที่ต้องได้รับการบริหารจัดการที่ดี
• มุมมองในเชิงธุรกิจ มีนักวิเคราะห์บางคนได้กล่าวถึงกลยุทธ์การจัดการคุณค่าในโครงการ
รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการวิเคราะห์ตามมุมมองเชิงธุรกิจ โดยได้ร้องขอให้การเปลี่ยนรูปของ
ทางรัฐบาล ดาเนินงานขายกับภาคธุรกิจ ซึ่งเปรียบเสมือนกับประชาชนก็คือลูกค้าคนสาคัญคน
หนึ่งที่สมควรได้รับการบริการที่ดีและทัดเทียมกัน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.5 การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange) หรือที่มัก
เรียกกันสั้นๆ ว่า ระบบ EDI คือการแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจระหว่างคู่ค้าที่ทาธุรกิจร่วมกัน ด้วย
การส่งผ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ ถูก
นามาใช้แทนเอกสารกระดาษนั้น จะต้องเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานสากล หรือมาตรฐานเปรียบ
เสมือนกับภาษากลางที่ใช้สื่อสารระหว่างคู่ค้าด้วยกัน ทาให้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้สามารถแลก
เปลี่ยนกันได้ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการประมวลผลแบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลด้วยมือ
เหมาะกับงานที่ต้องทาซ้าๆ เป็นประจาทุกวัน (Jop Routines) และงานที่ต้องใช้เอกสารจานวนมาก
เช่น ใบสั่งซื้อ ใบกากับสินค้า ใบตราส่งสินค้า และใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
กลยุทธ์ของอีคอมเมิร์ซซึ่งหมาย (ซึ่งหมายถึงระบบ EDI) ที่ต้องการเปลี่ยนรูปงานเอกสารมาเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ด้วยการบูรณาการเข้ากับระบบสารสนเทศ โดยสามารถสร้างข้อมูลเพียงครั้งเดียว และนาไปใช้กี่ครั้งก็ได้ตามความต้องการ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระบบ EDI ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน ลดความล่าช้า และลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากงาน
ประจาที่ทาด้วยมือ ซึ่งผู้ใช้อาจกรอกเอกสารข้อมูลผิดพลาดได้ทุกเมื่อ และการช่วยลดข้อผิดพลาด
นี้เองย่อมนาไปสู่ความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างองค์กรเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อผิดพลาด
ที่เกิดขึ้นย่อมก่อให้เกิดความสูญเสีย และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมามากมาย อันได้แก่
• การสูญเสียรายได้ เนื่องจากเรียกเก็บเงินไม่ถูกต้อง
• การปฏิเสธการชาระเงิน กรณีไม่เป็นไปตามสัญญาข้อตกลงระหว่างคู่ค้า
• ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม กับการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเหล่านั้น
• ความล่าช้าในกระบวนการสั่งซื้อ แทนที่จะได้รับการประมวลผลในทันที
• เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระบบ EDI จัดเป็นรูปแบบหนึ่งหรือเป็นส่วนย่อยของอีคอมเมิร์ซก็ว่าได้ จุดสาคัญหลักๆ ก็คือ
มุมมองด้านการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์นั้น เกิดขึ้นจากระบบสาระสนเทศของทั้งสองฝั่งมากกว่า
การพิจารณาเพียงเฉพาะตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น นั่นหมายความว่า ต้องใช้ระบบสาระสนเทศ
ในการประมวลผลและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ EDI รวมถึงการบูรณาการระบบ EDI เข้ากับ
ระบบสาระสนเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เช่น การประมวลผลใบสั่งซื้อ/ใบสั่งขาย ซึ่งสามารถ
เชื่อมโยงเข้ากับระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบจัดส่ง ระบบบัญชี เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ระบบ EDI ได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเป็นที่ยอมรับเมื่อปีค.ศ. 1980
จะพบว่าในขั้นแรกนั้น EDI มุ่งประเด็นในเรื่อง การจัดการเอกสารแบบอัตโนมัติ (Document
Automation) เป็นหลัก โดยตัวแทนจัดซื้อสามารถสร้างใบสั่งซื้อด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์และส่งไป
ยังคู่ค้าของพวกเขา และในที่สุดการดาเนินงานเพื่อการสั่งซื้อจะเสร็จสมบูรณ์ จากการที่ผู้ขายได้แจ้ง
การจัดส่งสินค้าผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์กลับมายังผู้ซื้อ จากนั้นใบกากับสินค้า การชาระเงิน และ
เอกสารอื่นๆ ก็จะถูกส่งตามมาเป็นลาดับ
ขั้นที่สองของการพัฒนาระบบ EDI เริ่มในปี ค.ศ. 1990 ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากระบบ
อัตโนมัติของกระบวนการผลิตภายในอุตสาหกรรม เทคนิคการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-In-
Time) และการผลิตอย่างต่อเนื่อง วิธีการใหม่ๆ ของการผลิตเหล่านี้ นามาซึ่งความยืดหยุ่นในเรื่อง
การกาหนดตารางเวลา การจัดส่งสินค้า และการจัดหาเงินทุนสาหรับวัสดุ ขณะเดียวกันระบบ EDI ก็
ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อ ขจัดเอกสาร (Document Elimination) เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิต
อัตโนมัติในรูปแบบใหม่จากโรงงานผลิต ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างคู่ค้าเพื่อการสั่งซื้อสินค้าทาง
อิเล็กทรอนิกส์สามารถดาเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ขั้นที่สามของระบบ EDI เริ่มต้นเมื่อกลางปี ค.ศ. 1990 ผู้ขายปัจจัยการผลิตรายต่างๆ สามารถ
เข้าถึงระบบงานของบริษัทคู่ค้าผ่านเครือข่าย EDI (ภายใต้สัญญาระยะยาวระหว่างคู่ค้าในการ ทา
ธุรกิจร่วมกัน) เพื่อตรวจดูปริมาณสินค้าหรือวัตถุดิบคงเหลือ หากระดับถึงจุดที่ควรสั่งซื้อเพิ่มก็จะ ทา
การป้อนวัตถุดิบที่จาเป็นต่อกระบวนการผลิต ด้วยการส่งมอบตรงตามตารางเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งถือ
เป็นการดาเนินงานในรูปแบบ การเติมเต็มสินค้า/วัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง (Continuous
Replenishment) เพื่อมีให้วัตถุดิบที่จาเป็นต่อกระบวนการผลิตต้องขาดช่วง สาหรับการส่งมอบ
วัตถุดิบเพื่อเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา ทาให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าได้ทันเวลาตามจานวนที่ต้องการ
โดยไม่ต้องพึ่งพาวิธีการจัดซื้อในรูปแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งกระบวนการใหม่ๆ ในรูปแบบดังกล่าว
นามาซึ่งการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ขายปัจจัยการผลิตที่เป็นคู่ค้าของบริษัทได้เป็นอย่างดี
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
วิวัฒนาการของ EDI ซึ่งเริ่มจาก
การสื่อสารดิจิตอลที่เชื่อมโยงแบบ
point-to-point มาเป็น many-to-
many ที่ผู้ขายปัจจัยการผลิตราย
ต่างๆ สามารถเติมเต็มสินค้า/
วัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ให้กับบริษัท
ที่เป็นคู่ค้า โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ
จัดซื้อในรูปแบบเดิมอีกต่อไป
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.5.1 ส่วนประกอบของ EDI
มาตรฐานของ EDI เกี่ยวข้องกับ ทรานแซกชั่นเซต
(Transaction Set) หรือ ชุดธุรกรรม ซึ่งเปรียบเสมือนกับไฟล์
EDI ที่ใช้แทนเอกสารกระดาษ และถือเป็นหน่วยการส่งผ่านของ
EDI กล่าวคือ ข้อมูลที่ส่งผ่านระบบ EDI จะมีความแตกต่างจาก
ข้อมูลตามเอกสารทั่วไปที่ส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างไม่แน่นอน ใน
ขณะเดียวกันข้อมูลใน EDI จะถูกจัดระเบียบด้วยการเก็บค่า
ข้อมูลลงใน Data Element (Field) ที่แสดงข้อมูลเดียวกัน เช่น
วันที่ทาธุรกรรม วันที่ซื้อสินค้า จานวน ราคา ชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ และ
ชื่อผู้รับ เป็นต้น ครั้นเมื่อนาฟิลด์ดังกล่าวรวมเข้าด้วยกันก็จะเป็น
Data Segment (Record) และเมื่อนาหลายๆ เรคอร์ดมารวมกัน
ก็จะ กลายเป็น Transaction Set (File) และชุดทรานแซกชั่นนี้
เองก็จะกลายเป็นเอกสาร EDI ซึ่งเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้
แลกเปลี่ยนการแทนเอกสารต้นฉบับที่เป็นกระดาษ
File = Transaction Set
Record = Data Segment
Field = Data Element
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
Purechase Order Purchaser
ในขณะเดียวกัน ทรานแซกชั่นเซตก็จากเกี่ยวข้องกับชนิดของเอกสาร EDI ตามมาตรฐาน
นั้นๆ ตัวอย่างมาตรฐานที่นิยมเช่น ANSI X12 (American Nation Standards Institute X12
Standards) และ UN/EDIFACT (United Nation/EDI for Administration, Commerce and
Transpot) ที่แสดงไว้ดังรูป (ประเทศไทยใช้มาตรฐานของ UN/EDIFACT) ซึ่งประกอบ ไปด้วย
เอกสารต่างๆ ให้เลือกใช้งานหลายด้านด้วยกัน โดยสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจต่างๆ ได้
มากมายหลายแขนง ตามรหัสของธุรกรรมนั้นๆ เช่น รหัสหมายเลข 850 (มาตรฐาน ANSI X12)
ก็จะตรงกับทรานแซกชั่นเซตที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อ (Purchase Order) เป็นต้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ทรานแซกชั่นเซตตามมาตรฐาน ANSI X12
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ทรานแซกชั่นเซตตามมาตรฐาน UN/EDIFACT
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Hardware and Software)
ฮาร์ดแวร์ในที่นี้ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่
ซอฟต์แวร์ EDI (Translation Software) ที่ติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทาหน้าที่แปลข่าวสาร
จากเอกสาร (หรือดึงข้อมูลเอกสารที่บันทึกอยู่ในฐานข้อมูลขึ้นมา) ให้มาเป็นเอกสาร EDI และในทาง
กลับกัน ก็สามารถแปลงกลับมาเป็นรูปแบบที่ผู้รับสามารถนาไปใช้ภายในองค์กรได้ นอกจากนี้แล้ว
ซอฟต์แวร์ยังรวมถึงซอฟต์แวร์สื่อสารที่เกี่ยวข้องกับโพรโทคอลในระบบสื่อสาร ที่ผนวกรวมเข้ากับ
ข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมส่งผ่านเครือข่ายต่อไป
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ตัวอย่างใบสั่งซื้อ ที่ได้รับการแปลงเป็นเอกสาร EDI ตามมาตรฐาน
ANSI X12 โดย EDI ทรานแซกชั่นเซตจะถูก นามาใช้แลก เปลี่ยน
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารกระดาษ (Paper Document)
ใบสั่งซื้อที่ถูกแปลงเป็นทรานแซกชั่นเซต
850 ตามมาตรฐาน ANSI X12 ซึ่งจากรูปได้
แสดงให้เห็นถึง Data Element, Data
Segment และตัวคั่นระหว่างข้อมูล
(Delimiter)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 การสื่อสาร (Communication)
ในเรื่องของระบบการสื่อสาร ก็คือเทคโนโลยีที่นามาใช้เพื่อการส่งผ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์
เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการเครือข่าย โดยรายละเอียดจะขอกล่าวใน
หัวข้อผู้ให้บริการเครือข่ายต่อไป
6.5.2 EDI ทางานอย่างไร
แม้ว่าแนวความคิดพื้นฐานของระบบ EDI จะแลดูตรงไปตรงมาก็ตาม แต่ในด้านการนาไปใช้
งานจริงนั้น กลับมีความยุ่งยากอยู่ไม่น้อย แม้อยู่ในสถานการณ์ทางธุรกิจแบบง่ายๆ ก็ตาม โดย
รายละเอียดต่อไปนี้ จะเปรียบเทียบถึงกระบวนการจัดซื้อด้วยระบบเอกสารกับระบบ EDI ของบริษัท
แห่งหนึ่ง ที่ต้องการเครื่องจักร ซึ่งก็คือเครื่องตัดโลหะตัวใหม่มาใช้ในโรงงาน โดยสมมติว่า ฝ่ายผู้ขาย
ใช้วิธีการส่งมอบสินค้าด้วยยานพาหนะของตนเอง เพื่อส่งมอบสินค้ามายังบริษัท (ลูกค้า)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 กระบวนการจัดซื้อโดยใช้ระบบเอกสาร (Paper-Based Purchasing Process)
กระแสข้อมูลของกระบวนการ
จัดซื้อแบบดั้งเดิมที่ใช้ระบบ
เอกสารเป็นตัวขับเคลื่อน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 กระบวนการจัดซื้อโดยใช้ระบบเอกสาร (Paper-Based Purchasing Process)
เมื่อผู้จัดการฝ่ายผลิต ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องตัดโลหะมาใช้ทดแทนเครื่องเดิม จึงมีการดาเนินงาน
ตามกระบวนการต่อไปนี้
• ผู้จัดการฝ่ายผลิตได้ร่างแบบฟอร์มใบขอซื้อ (Purchase Requisition) และส่งไปยังแผนก จัดซื้อ
ซึ่งภายในแบบโฟมได้อธิบายถึงความต้องการเครื่องตัดโลหะเพื่อนามาใช้ในโรงงาน
• แผนกจัดซื้อได้ติดต่อไปยังผู้ขายรายต่างๆ เพื่อเจรจาต่อรองเรื่องราคา พร้อมเงื่อนไขการส่งมอบ
เมื่อแผนกจัดซื้อได้คัดเลือกผู้ขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะจัดเตรียมใบสั่งซื้อ (Purchase Order)
และส่งไปยังห้องจดหมาย (Mail Room)
• แผนกจัดซื้อจะส่งสาเนาใบสั่งซื้อหนึ่งชุดไปยังแผนกรับสินค้า (Receiving Department) เพื่อให้
เขานาไปวางแผนการรับสินค้าที่ส่งมอบมาถึงตามตารางวันเวลาที่กาหนด นอกจากนี้แผนกจัดซื้อ
ยังส่งสาเนาใบสั่งซื้อไปยังแผนกบัญชี เพื่อให้เขารับทราบถึงยอดเงินที่ สั่งซื้อในครั้งนี้
• ห้องจดหมายได้นาใบสั่งซื้อ (ที่ได้รับจากแผนกจัดซื้อ) ส่งไปยังผู้ขาย ซึ่งอาจใช้วิธีการส่ง จดหมาย
หรือให้พนักงานเดินเอกสารนาไปส่งให้
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อได้รับใบสั่งซื้อและส่งต่อไปยังแผนกขาย (Sales Department)
• แผนกขายของฝั่งผู้ขาย จัดทาใบสั่งขาย (Sales Order) ส่งไปยังแผนกบัญชี และจัดทาใบสั่งผลิต
(Work Order) ไปยังฝ่ายผลิต โดยใบสั่งผลิตจะระบุรายละเอียดข้อมูลของตัวเครื่องจักร พร้อม
อนุญาตให้ผลิตหรือประกอบเครื่องจักรตามใบสั่งงาน
• เมื่อเครื่องจักร (เครื่องตัดโลหะ) ถูกผลิตขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ฝ่ายผลิตก็จะแจ้งให้ทาง บัญชี
รับทราบ และส่งเครื่องจักรไปเพื่อทาการจัดส่ง
• แผนกบัญชีจะส่งต้นฉบับใบกากับสินค้า (Invoice) ไปยังห้องจดหมาย ส่วนสาเนาจะถูกส่งไปยัง
แผนกจัดส่งสินค้า (Shipping Department)
• ห้องจดหมายส่งใบกากับสินค้าไปยังผู้ซื้อผ่านทางจดหมาย หรืออาจให้พนักงานเดินเอกสาร นาส่ง
ไปให้
• แผนกจัดส่งสินค้าของฝั่งผู้ขาย นาสาเนาใบกากับสินค้าไปประกอบการสร้างใบตราส่งสินค้า (Bill
of Lading) เพื่อส่งไปพร้อมกับเครื่องจักรที่จะส่งไปยังผู้ซื้อ
• ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อได้รับใบกากับสินค้า ในขณะเดียวกันแผนกรับสินค้าก็ได้รับ เครื่องจักร
พร้อมใบตราส่งสินค้า
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อ จะส่งต้นฉบับใบกากับสินค้าไปยังแผนกบัญชี และนาสาเนาส่งไปยัง
แผนกจัดซื้อ จากนั้นแผนกจัดซื้อก็จะรับทราบว่า เครื่องจักรที่สั่งซื้อได้ถูกส่งมาแล้ว
• แผนกรับสินค้า (ฝั่งผู้ซื้อ) ทาการตรวจสอบเครื่องจักร ร่วมกับใบตราส่งสินค้าพร้อมกับสาเนา
ใบสั่งซื้อ ถ้าเครื่องจักรอยู่ในสภาพดี ตรงตามสเปค ตรงตามใบตราส่งและใบสั่งซื้อ จึงถือเป็น
การรับสินค้าโดยสมบูรณ์ ต่อไปก็จะจัดทารายงานรับสินค้า (Receiving Report) และส่งมอบ
เครื่องจักรไปยังหน่วยปฏิบัติงานนั้นๆ
• แผนกรับสินค้า ส่งรายงานการรับสินค้าไปยังแผนกบัญชี
• เพื่อความมั่นใจ แผนกบัญชีจะนารายละเอียดทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับสาเนาใบสั่งซื้อ รายงาน
การรับสินค้าว่ามีข้อมูลตรงกันกับต้นฉบับใบกากับสินค้าหรือไม่ จากนั้นก็จะทาบัญชีตรวจ สอบ
และส่งต่อไปยังห้องจดหมาย
• ห้องจดหมาย (ฝั่งผู้ซื้อ) ทาการส่งเช็คผ่านจดหมาย หรือผ่อนพนักงานเดินเอกสาร
• ห้องจดหมาย (ฝั่งผู้ขาย) ได้รับเช็คและส่งไปยังแผนกบัญชี
• แผนกบัญชีทาการตรวจสอบเช็คสั่งจ่ายกับสาเนาใบกากับสินค้า ใบตราส่ง และใบสั่งขาย ถ้า
รายละเอียดตรงกันทั้งหมด แผนกบัญชีก็จะนาฝากเช็คเข้าธนาคารและบันทึกการรับชาระเงิน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 กระบวนการจัดซื้อด้วยระบบ EDI (EDI Purchasing
Process)
กระแสข้อมูลของกระบวนการ
จัดซื้อผ่านระบบ EDI
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 กระบวนการจัดซื้อด้วยระบบ EDI (EDI Purchasing
Process)
เมื่อผู้จัดการฝ่ายผลิตได้ตัดสินใจซื้อเครื่องตัดโลหะมาใช้ทดแทนเครื่องเดิม โดยดาเนินงาน
ผ่านระบบ EDI จึงมีการดาเนินงานตามกระบวนการต่อไปนี้
• ผู้จัดการฝ่ายผลิตส่งอีเมล์ไปยังแผนกจัดซื้อ โดยข่าวสารภายในจดหมายจะอธิบายถึงความ
ต้องการเครื่องตัดโลหะ เพื่อนามาใช้ในโรงงาน
• แผนกจัดซื้อติดต่อไปยังผู้ขายรายต่างๆ ผ่านโทรศัพท์ อีเมล หรือเว็บไซต์ของผู้ขาย เพื่อเจรจา
ต่อรองเรื่องราคา พร้อมเงื่อนไขการส่งมอบ ซึ่งภายหลังจากแผนกจัดซื้อได้คัดเลือก ผู้ขายเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งข่าวสารไปยังแผนกขาย (ฝั่งผู้ขาย)
• คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ EDI จะแปลเอกสารใบสั่งซื้อให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Purchase Order Transaction Set) และส่งไปยังผู้ขายผ่านเครือข่าย EDI
• แผนกจัดซื้อส่งอีเมล์ไปยังแผนกรับสินค้า เพื่อให้เขาสามารถนาไปวางแผนการรับสินค้าที่จะ ส่ง
มอบมาถึงตามตารางวันเวลาที่กาหนด นอกจากนี้แผนกจัดซื้อยังส่งอีเมล์ไปยังแผนกบัญชี
เพื่อให้เขารับทราบถึงยอดที่สั่งซื้อในครั้งนี้
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• คอมพิวเตอร์ฝั่งผู้ขาย ได้รับทรานแซกชั่นเซต ใบสั่งซื้อจากนั้นตัวระบบจะทาการแปลง
เอกสาร EDI มาเป็นรูปแบบไฟล์เอกสารเพื่อนาไปใช้งานต่อไป
• ใบสั่งซื้อ EDI ที่ได้รับการแปลงเป็นไฟล์เอกสาร จะถูกส่งไปยังแผนกขาย จากนั้นก็จะถูกส่ง
ต่อโดยอัตโนมัติไปยังแผนกบัญชีและฝ่ายผลิต เพื่อทาการผลิตหรือประกอบเครื่องจักร
• ข่าวสารจะส่งต่อแบบอัตโนมัติไปยังฝ่ายผลิต ที่อธิบายถึงรายละเอียดของเครื่องจักร พร้อม
อนุญาตให้ผลิตเครื่องจักรตามใบสั่งงาน
• เมื่อเครื่องจักรได้รับการผลิตจนเสร็จสมบูรณ์ ฝ่ายผลิตก็จะอีเมลแจ้งไปยังทางแผนกบัญชี ให้
รับทราบ จากนั้นก็จะส่งเครื่องจักรไปยังแผนกจัดส่งสินค้า
• แผนกจัดส่งสินค้า (ฝั่งผู้ขาย) ได้ส่งอีเมล์แจ้งไปยังแผนกบัญชีว่าเครื่องจักรพร้อมส่งมอบแล้ว
• แผนกจัดส่งสินค้า ส่งข้อมูลเข้าไปยังระบบ EDI เพื่อให้รับรู้ถึงสถานะของเครื่องจักรว่าพร้อม
• ส่งมอบ ระบบจะทาการแปลงข่าวสารมาเป็นเอกสาร EDI (856 Transaction Set : Advance
Ship Notification) และส่งผ่านเครือข่าย EDI ไปยังผู้ซื้อ
• แผนกบัญชี (ฝั่งผู้ขาย) ส่งข่าวสารผ่านระบบ EDI เพื่อแปลงข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ (Invoice
Transaction Set) มาตรฐานและส่งผ่านเครือข่าย EDI ไปยังผู้ซื้อ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• ระบบคอมพิวเตอร์บนฝั่งผู้ซื้อ จะได้รับใบกากับสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Invoice
Transaction Set) ก่อน โดยซอฟต์แวร์ EDI จะทาการถอดรหัส Transactiion Set ดังกล่าว มา
เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารที่มนุษย์สามารถอ่านได้ และส่งไปยังแผนกบัญชีและแผนกรับสินค้า
• เมื่อเครื่องจักรได้ส่งมอบถึงที่แล้ว แผนกรับสินค้า (ฝั่งผู้ซื้อ) จะทาการตรวจสอบเครื่องจักร
พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลใบกากับสินค้าผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องจักรอยู่ในสภาพดี และ
จับคู่ตรงกันกับรายละเอียดที่แสดงในระบบของผู้ซื้อ แผนกรับสินค้าก็จะส่งข่าวสารไป ยังแผนก
บัญชี เพื่อยืนยันว่าเครื่องจักรที่สั่งซื้อได้รับเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็จะนาเครื่องจักรดังกล่าว ส่ง
มอบไปยังหน่วยปฏิบัติการณ์นั้นๆ ต่อไป
• ระบบบัญชี (แผนกบัญชีของฝั่งผู้ซื้อ) จะเปรียบเทียบรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด ที่เกี่ยวข้อง กับ
ข้อมูลการสั่งซื้อ การรับข้อมูล และการถอดรหัสทรานแซกชั่นเซตใบกากับสินค้าจาก ผู้ขาย จะ
ถ้าทุกอย่างถูกต้องตรงกัน ตัวระบบก็จะแจ้งไปยังทางธนาคารเพื่อถอนเงินจากบัญชี ของผู้ซื้อ
เพื่อนาฝากเข้าบัญชีให้กับผู้ขายตามยอดเงินที่ปรากฏอยู่ในใบแจ้งหนี้ (ใบกากับสินค้า) ทั้งนี้
เครือข่าย EDI จะดาเนินงานบริการดังกล่าวจนสาเร็จโดยอัตโนมัติ
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ตัวอย่างแสดงการไหลของข้อมูลระหว่างคู่ค้าผ่านระบบ EDI ซึ่งในที่นี้ ขอนาเสนอแบบย่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจในขั้นตอน
การโต้ตอบของระบบ EDI เป็นสาคัญ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ คือ
ขั้นตอนที่ 1 : ผู้ซื้อส่งใบสั่งซื้อด้วยชุด Transaction Set 850
(Purchase Order) ไปยังผู้ขาย
ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ขายตอบรับกลับไปยังคู่ค้า (ผู้ซื้อ) แบบอัตโนมัติ
ด้วยชุด Transaction Set 997
(Functional Acknowledgment) เพื่อยืนยันและ
ยอมรับในใบสั่งซื้อที่ส่งมา
ขั้นตอนที่ 3 : ผู้ขายได้แจ้งถึงการจัดส่งสินค้าไปยังคู่ค้า ว่าจะ
ส่งมอบสินค้าไปถึงเมื่อไร ด้วยชุด Transaction
Set 856
ขั้นตอนที่ 4 : ผู้ซื้อตอบรับกลับไป เพื่อยืนยันถึงวันที่และเวลา
ในการส่งมอบสินค้า ด้วยชุด Transection Set 997
ขั้นตอนที่ 5 : ผู้ขายส่งใบกากับสินค้า (Invoice) ไปยังผู้ซื้อ ด้วยชุด
Transaction Set 810
ขั้นตอนที่ 6 : ผู้ซื้อตอบรับเพื่อยืนยัน ด้วยชุด Transaction Set
997
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
สาหรับข้อดีของระบบ EDI สามารถแบ่งออกเป็นข้อดีทางตรงและทางอ้อม ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
ข้อดีทางตรง
• ช่วยให้กระบวนการทาธุรกรรม (เช่น การประมวลผลคาสั่งซื้อ) มีความแม่นยาสูงขึ้น ลด
ข้อผิดพลาด และใช้เวลาสั้นลง
• ช่วยให้ปริมาณการประมวลผลธุรกรรม (เช่น การประมวลผลคาสั่งซื้อ) ในแต่ละวันมีมากขึ้น
• ช่วยให้การสื่อสารดีขึ้น ระหว่างสานักงานใหญ่และพนักงานขาย
• สามารถเข้าถึงสต๊อกสินค้าของผู้ขายปัจจัยการผลิต หรือผู้ขายแต่ละราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
• ช่วยให้การติดต่อซื้อขายทันเวลากับการขายมากขึ้น (ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค)
• สามารถนาข้อมูลจากฐานข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อวิเคราะห์การขายตามส่วนแบ่งตลาด
• วิเคราะห์การขายตามแต่ละพื้นที่ ตามกลุ่มของผู้บริโภค และตามกลุ่มผู้ขาย
มีค่าใช้จ่ายต่า
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ข้อดีทางอ้อม
• เพิ่มความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงข้อมูลที่ส่งผ่านไปยังผู้ขายก็มีความปลอดภัย
เช่นกัน
• ใช้งานง่ายเนื่องจากเข้าถึงเฉพาะผู้ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น
• ใบสั่งซื้อที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือ
• เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคู่ค้า
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.5.3 ผู้ให้บริการ EDI (Value-Added Networks : VAN)
เมื่อเปรียบเทียบขั้นตอนการจัดซื้อด้วยระบบเอกสารกับระบบ EDI จะพบว่าแต่ละแผนกจะมี
การแลกเปลี่ยนข่าวสารเดียวกันนี้ระหว่างแผนกด้วยกัน แต่ด้วยระบบ EDI นั้นจะช่วยลดการไหล
ของเอกสาร และเพิ่มความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วย งานภายในและระหว่าง
บริษัทด้วยกัน ก็จะพบว่ามีส่วนประกอบ หลักๆ อยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่แปล
เอกสาร EDI ทั้งฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย และเครือข่าย EDI โดยกระบวนการที่ถูกปรับเปลี่ยนและทางาน
ได้อย่างรวดเร็ว ก็คือเครือข่าย EDI ที่ได้เชื่อมต่อระหว่างบริษัทที่เป็นคู่ค้า พร้อมกับคอมพิวเตอร์ทั้ง
สองฝ่ายที่จัดการในเรื่องการแปลง ข้อมูล เช่น ใบสั่งซื้อ เมื่อเข้าสู่ตัวระบบ EDI ก็จะถูกแปลงเป็น
เอกสาร EDI ตามมาตรฐาน เพื่อส่งไปยังฝั่งผู้ขาย เพื่อทาธุรกรรมผ่านระบบ EDI ที่เป็นไปตาม
มาตรฐานที่กาหนด ทั้งนี้คู่ค้ายังสามารถเลือกวิธี ใช้งานเครือข่าย EDI ได้หลายแนวทางด้วยกัน แต่
วิธีพื้นฐานที่นิยมใช้กันอยู่มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ การเชื่อมต่อโดยตรงกับการเชื่อมต่อผ่าน
เครือข่าย VAN
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 การเชื่อมต่อโดยตรง (Direct Connection EDI)
เป็นวิธีการเชื่อมต่อที่คู่ค้าภายในเครือข่าย ต้องมีคอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่แปลเอกสาร EDI โดย
เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อโดยตรงไปยังคู่ค้าแต่ละแห่ง ด้วยอุปกรณ์โมเด็มที่เชื่อมต่อ กับ
สายโทรศัพท์ (Dial-up) หรือสายเช่าความเร็วสูง (Leased Lines) ซึ่งการเชื่อมต่อโดยตรงด้วยวิธี
Dial-up ไม่ค่อยนิยมเนื่องจากความเร็วต่าและมีความน่าเชื่อถือต่า ดังนั้นจึงมักนิยมใช้ Leased Line
มากกว่าเนื่องจากมีความเสถียรและส่งผ่านข้อมูลด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องแลก
กับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเช่นกัน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
 การเชื่อมต่อ EDI ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (Value-Added Network : VAN)
เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่คู่ค้าแต่ละแห่งได้หันมาใช้บริการ VAN (Value-Added Network) ซึ่ง
เป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่าย ที่จัดเตรียมอุปกรณ์แบบเบ็ดเสร็จมาให้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การ
สื่อสารซอฟต์แวร์ ตู้จดหมายที่ใช้รับส่งข่าวสารระหว่างกัน รวมถึงการส่งต่อข่าวสารอิเล็คทรอนิกส์ที่
ผนวกข้อมูลของชุดทรานแซกชั่นเซต สาหรับการใช้บริการ VAN นั้น ผู้ค้าแต่ละแห่ง จะต้องติดตั้ง
ซอฟต์แวร์ EDI Translator ซึ่งปกติผู้ให้บริการเครือข่าย EDI หรือ VAN จะเป็น ผู้ดาเนินการและทา
หน้าที่เป็นศูนย์กลางไปรษณีย์สาหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างคู่ค้าที่สามารถรับส่งข่าวสารได้ตลอด 24
ชั่วโมง โดยข่าวสารที่รับส่งกันอาจเป็นข่าวสารแบบ EDI หรือ Non-EDI ก็ได้ เช่น การส่งผ่าน
ไฟล์ข้อมูล และอีเมล เป็นต้น สาหรับผู้ให้บริการ VAN จะมีระบบป้องกันและรักษา ความปลอดภัย
ให้กับตู้จดหมาย (Mailbox) ของลูกค้าแต่ละราย ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงย่อมไม่สามารถเข้า ไปรุกล้าหรือ
แอบดูข้อมูลได้
เมื่อต้องการชุดทรานแซกชั่น (EDI Transaction Set) ไปยังคู่ค้า ขั้นตอนแรกจะต้องเชื่อมต่อ
เข้ากับเครือข่าย VAN ก่อน (ด้วยวิธี Dial-Up หรือ Leased Line) จากนั้นก็ส่งข่าวสารที่ถูกแปลงเป็น
เอกสาร EDI ผ่านไปยัง VAN ในขณะเดียวกัน VAN ก็จะบันทึกข่าวสารและส่งไปยังตู้จดหมายของ คู่
ค้าและเมื่อคู่ค้าได้เชื่อมต่อเข้ากับ VAN ก็สามารถเรียกดูข่าวสาร EDI จากตู้จดหมายของตน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
การเชื่อมต่อ EDI ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (VAN)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
บริษัท ไทยเทรดเน็ท จากัด (www.ttn.co.th) ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท สามารถเทเลคอม จากัด
เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ EDI แบบครบวงจรที่ก่อตั้งโดยคนไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนอง
การทาธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน (B2B) และระหว่างภาคธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐ (B2G)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.5.4 การชาระเงินบน EDI
สาหรับทรานแซกชั่นเซตของ EDI บางชุด เตรียมชุดคาสั่งไปยังธนาคารของคู่ค้า ซึ่งทราน
แซกชั่นเซตเหล่านี้เปรียบเสมือนตราสารเปลี่ยนมือ ที่สามารถโอนเปลี่ยนมือได้จากการส่งมอบหรือ
สลักหลัง เช่น ตั๋วเงิน เป็นต้น ซึ่งตั๋วเงินอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เทียบเท่ากับเช็คสั่งจ่าย ที่ผู้สั่งจ่ายได้
จ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงิน ตามจานวนเงินที่ระบุไว้ในเช็ค ซึ่งสามารถนาไปใช้เพื่อดาเนินธุรกรรมการโอน
เงิน
ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfers : EFT) กับธนาคารได้ทุกแห่ง ด้วยการขึ้นย้ายเงิน
จากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งไปยังบัญชีธนาคารอื่นๆ โดยทางธนาคารจะทาการเคลียร์ริ่งผ่านสานักหัก
บัญชีอัตโนมัติ (Automated Clearing House : ACH)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.5.5 EDI บนอินเทอร์เน็ต
ธุรกิจเริ่มหันมาใช้บริการ EDI ผ่านอินเทอร์เน็ตแทนสายเช่าความเร็วสูง เนื่องจากมีราคาแพง
อีกทั้งก็ยังคงสนับสนุนการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบโดยตรงหรือผ่าน VAN
อุปสรรคสาคัญในการดาเนิน EDI ผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น คงไม่พ้นเรื่องความปลอดภัย การทา
ธุรกรรม EDI ส่วนใหญ่เป็นสัญญาการค้าทางธุรกิจที่มักเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจานวนมาก ปัญหา
เกี่ยวกับการปฎิเสธหรือการไม่ยอมรับในธุรกรรมที่เคยติดต่อกัน จึงเป็นเรื่องที่สาคัญมาก ดังนั้น การ
ห้ามปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-Repudiation) จึงเป็นความสามารถในการสร้างหลักฐานที่
เกิดขึ้นจริงในการทาธุรกรรม ซึ่งช่วยป้องกันบุคคลที่จะปฏิเสธความถูกต้องในธุรกรรมที่เคยทาสัญญา
ร่วมกันมาก่อน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.6 การจัดการโซ่อุปทานโดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management : SCM) เป็นการจัดการกิจกรรมใน แต่
ละกระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการกับผู้ขายปัจจัยการผลิต เพื่อช่วยลดต้นทุน
ด้านการผลิตและนาไปสู่การเพิ่มผลกาไรให้แก่องค์กร ซึ่งประกอบด้วย กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ
การผลิต การจัดเก็บ เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดจาหน่าย และการขนส่ง ซึ่งภาพรวมของการ
จัดการโซ่อุปทานนั้น ถือเป็นการบูรณาการทั้งระบบในด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องทั้งอุปสงค์
และอุปทานให้บรรลุผลอย่างลงตัว เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ส่งผลต่อการลดต้นทุน
เพิ่มผลกาไรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ดังนั้นองค์กรหรืออุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบันต่างล้วนต้องการหาพันธมิตรร่วมค้า เพื่อเข้ามาอยู่ภายในห่วงโซ่อุปทาน
เดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการใช้พันธมิตรเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและเติบโตไปด้วยกัน
โดยสร้างความสัมพันธ์หรือมีสัญญาระยะยาวระหว่างกัน คู่ค้าภายในห่วงโซ่จะมีความเกี่ยวข้องกัน
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงปลายทาง กล่าวคือตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การแปรรูปวัตถุดิบผ่านกระบวน
การผลิตเป็นสินค้าขั้นสุดท้าย และการกระจายสินค้าเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภคในที่สุด
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ผู้มีส่วนร่วมในโซอุปทาน ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันตลอดห่วงโซ่
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.6.1 การสร้างคุณค่าในโซอุปทาน
ธุรกิจส่วนใหญ่ได้ตระหนักถึงความสามารถในการประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณค่าในตัว
ผลิตภัณฑ์ จากการเข้าไปมีบทบาทเจรจากับผู้ขายปัจจัยการผลิต ด้วยการดึงดูดผู้ขายปัจจัยการ
ผลิตให้เข้ามามีส่วนร่วมผ่านการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีด้วยการเป็นคู่ค้าแบบระยะยาว เพื่อตอบสนอง
แก่ลูกค้าของพวกเขาผ่านการบริการที่รวดเร็วกว่า ถูกกว่า และดีกว่า จากการประสานความ
พยายามของผู้มีส่วนร่วมในโซอุปทานนั่นเอง
เดลล์ คอมพิวเตอร์ (Dell Computer) เป็นหนึ่งในบริษัทที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในโซ่อุปทาน
จากการแบ่งปันข่าวสารร่วมกันกับผู้ขายปัจจัยการผลิตของตน เมื่อเดลล์ได้รับคาสั่งซื้อจากลูกค้า
ก็จะส่งข้อมูลไปยังผู้ขายปัจจัยการผลิต ว่าใครสามารถพยากรณ์เพื่อการผลิตให้กับเดลล์ได้อย่าง
แม่นยา และตรงตามแผนความต้องการของเดลล์มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตไดรฟ์ซีดี/ดีวีดี
สามารถปรับเปลี่ยนแผนการผลิตได้ทันที เมื่อเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในคาสั่งซื้อของเดลล์ที่ลูกค้า
ส่วนใหญ่มีความต้องการไดรฟ์ดีวีดีมากขึ้น จึงลดการผลิตไดรฟ์ซีดีลงเพื่อป้องกันไดรฟ์ซีดีถูกผลิต
เกินกว่าลูกค้าต้องการ (Overproducing) ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนของผู้ขายปัจจัยการผลิต รวมถึง
ต้นทุนในโซ่อุปทานโดยรวมด้วย
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ข้อดีของการนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้จัดการโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ขายปัจจัย
การผลิตสามารถ
• แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในความต้องการของลูกค้าให้กับผู้มีส่วนร่วม
ได้รับทราบทั่วถึงกัน
• ได้รับข่าวสารที่แจ้งอย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์
• จัดเตรียมข้อกาหนดรายละเอียดและงานเขียนแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
• เพิ่มความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม
• ลดค่าใช้จ่ายด้านการดาเนินธุรกรรม
• ลดข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลเพื่อดาเนินธุรกรรม
• แบ่งปันข่าวสารเกี่ยวกับการสูญเสียจากการผลิต (Defect Rates) และนาไปสู่การควบคุม
อัตราการสูญเสียในระดับที่ต่า เพื่อสะท้อนถึงผลิตภาพ (Productivity) ที่ดี กล่าวคือ เป็นการ
ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณหรือมีมูลค่ามากขึ้น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.6.2 การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซ่อุปทาน
หลายบริษัทด้วยกันได้นาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเว็บมาใช้เพื่อจัดการโซ่อุปทาน ด้วยวิธี
การที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลอดภายในห่วงโซ่ บริษัทเหล่านี้ได้ค้นพบถึงแนวทางในการเพิ่มความ
เร็วในกระบวนการทางาน การลดต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต ที่พวกเขาสามารถตอบ
สนองต่อปริมาณการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองต่อความเป็นธรรมชาติของผู้บริโภคอย่างสูงสุด
ตัวอย่าง บริษัท โบอิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของโลก เบื้องหน้าเป็น
งานที่ใหญ่มาก ในเรื่องของการรักษากระบวนการผลิตให้ตรงตามตารางเวลา โดยเครื่องบินแต่ละลา
จะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ กว่าหนึ่งล้านชิ้น เพื่อประกอบเป็นลาขึ้นมา และเครื่องบินแต่ละลา
จะได้รับการติดตั้งค่าตามข้อกาหนดในสัญญาการสั่งซื้อเครื่องบินลาดังกล่าว การประกอบชิ้นส่วน
ต่างๆ ของเครื่องบิน สามารถเป็นหนึ่งในสองกรณีด้วยกัน คือ เสร็จสมบูรณ์และพร้อมส่งมอบตรง
ตามกาหนด หรือกระบวนการผลิตอาจมีความจาเป็นต้องหยุดชะงักไปด้วยเหตุจาเป็น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ในปีค.ศ. 1997 ได้เกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการ
ผลิต และตารางกาหนดเวลาการผลิต บริษัท โบอิ้ง ได้
ปิดสายงานประกอบเครื่องบินทั่วทั้งระบบยาวนานทา
ให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 ล้านดอลล่าร์ และ
เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโบอิ้งจึงได้
ลงทุนไปกับระบบสารสนเทศใหม่ๆ เป็นจานวนมาก
เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต
มีระบบการวางแผนและควบคุมงานด้านโลจิสติกส์ในทุกส่วนประกอบของโซ่อุปทาน มีการนาระบบ
EDI และอินเทอร์เน็ตมาใช้เพื่อเชื่อมโยงสื่อสารกัน โดยโบอิ้งได้ทางานร่วมกันกับผู้ขายปัจจัยการผลิต
รายต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดเตรียมและส่งชิ้นส่วนประกอบเครื่องบินได้อย่างถูกต้อง ภายใต้
กรอบเวลาที่เหมาะสม แม้กระทั่งก่อนที่เครื่องบินจะเข้าสู่สายการผลิต โบอิ้งก็ยังมีการจัดทาข้อกาหนด
ทางวิศวกรรมและภาพวาด ที่พร้อมส่งให้กับผู้ขายปัจจัยการผลิตของตน ผ่านการเชื่อมต่อบน
อินเทอร์เน็ตที่มีความปลอดภัย โดยจะมีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้าของการประกอบเครื่องบิน
นอกจากนี้ทางโบอิ้งยังได้คุ้มครองรักษาสมาชิกทุกคนภายในโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง มีการแจ้งให้
ทราบถึงการบรรลุในผลผลิตของงาน และการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาหากมีความจาเป็น
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ช่วงปีที่สองของการใช้ระบบใหม่นี้ ทางโบอิ้งสามารถตัดเวลาไปกว่าครึ่งหนึ่ง ในขั้นตอนการ
ประกอบเครื่องบินลาใหม่จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ กล่าวคือ รอบระยะเวลาในการ ดาเนินงานโดยรวม (Total Cycle Time)
ของกระบวนการประกอบเครื่องบินนั้นสั้นลง โดยนับจากวันรับคาสั่งซื้อจนกระทั่งวันส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า ซึ่งแต่
เดิมนั้นเวลาส่วนใหญ่สูญเสียไปกับ การรอคอยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรอคอยชิ้นส่วนวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบการรอ
คาสั่งอนุมัติในการเขียนแบบ รวมถึงเวลาที่ต้องเสียไปกับงานด้านเอกสาร และด้วย Cycle Time ที่สั้นลงนี้เอง ทางโบอิ้
งจึงสามารถส่งมอบเครื่องบินลาใหม่ที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาเพียง 10 เดือน หรือน้อยกว่า ซึ่งแต่เดิมนั้นต้อง
ใช้เวลาในการประกอบนานกว่า 36 เดือน
เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้กับลูกค้าทางโบอิ้ง ได้ดาเนินการเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการบริการชิ้น ส่วนอะไหล่ ภายใต้
ชื่อว่า “Boeing PART” เพื่อวิเคราะห์และติดตามความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่ ของลูกค้าทั้งนี้มีสายการบินมากกว่า 500
สถานีที่เป็นลูกค้าของโบว์อิ้ง ไม่ได้ใช้ระบบ EDI ในการสั่ง ซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ ดังนั้นเว็บไซต์ Boeing PART ได้เปิด
ช่องทางให้ลูกค้าของเขาได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ และสามารถสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบินผ่านทางเว็บไซต์ของเขา
โดยในแต่ละวันเว็บไซต์ได้มีการประมวลผลธุรกรรมนับพันรายการ และต้นทุนในการดาเนินงานต่างๆ ลดลงอย่างมี
นัยสาคัญ เมื่อเทียบกับระบบการทางานแบบเดิมที่ใช้วิธีการติดต่อผ่านโทรศัพท์ โทรสาร และการสั่งซื้อผ่าน ไปรษณีย์
และด้วยการใช้เทคโนโลยี Web EDI ผ่านการเปิดเว็บ Boeing PART เพื่อรับคาสั่งซื้อจาก ลูกค้าผ่านช่องทางเว็บ จึงทา
ให้โบอิ้งสามารถส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับลูกค้าได้ภายในวันเดียวกัน หรือในวันถัดไป
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
การหาคู่ค้ามาเป็นพันธมิตรในโซ่อุปทาน ต้องพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้
• ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
• ความเข้ากันได้อย่างลงตัวในสายผลิตภัณฑ์ (Product Line)
• เทคโนโลยีอยู่ในระดับเดียวกัน หรือไม่แตกต่างกันมากนัก
• วัฒนธรรมองค์กรไม่แตกต่างกัน
• สถานะของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.6.3 การใช้เทคโนโลยีติดตามวัสดุ (Materials-Tracking Technologies)
การติดตามวัสดุที่เคลื่อนย้ายจากบริษัทหนึ่งไปยังสถานที่อื่นๆ และรวมถึงการติดตามความ
เคลื่อนไหวของวัสดุภายในตัวบริษัทเอง นับว่าเป็นงานที่มีความยุ่งยากทีเดียว ที่ผ่านมาหลาย
บริษัทได้ใช้เครื่องอ่านสแกนเนอร์และบาร์โค้ดมายาวนานหลายปี เพื่อช่วยติดตามความเคลื่อนไหว
ของวัสดุ โดยอุตสาหกรรมหลายแห่งได้มีการผนวกรวมรหัสบาร์โค้ดและ EDI เข้าด้วยกัน จนมีการ
ใช้งานอย่างแพร่หลาย
รหัสบาร์โค้ดที่กากับอยู่บนฉลากสินค้า พร้อมกับทรานแซกชั่นเซต 856 (Advance Ship Notification)
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
สาหรับคลื่นลูกที่สองของอีคอมเมิร์ซ บริษัทได้หันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า RFID
(Radio Frequency Identification Devices) ซึ่ง RFID คือระบบบ่งชี้ด้วยคืนความถี่วิทยุมี
ความสามารถสูงในการระบุเพื่อค้นหาวัตถุ และด้วยจุดเด่นของ RFID มีเองปัจจุบันจึงถูกนามา
ประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการนามาใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้า
ระบบ RFID ประกอบด้วย เครื่องอ่าน (RFID Reader) และ แผ่นป้าย (RFID Tag) ซึ่งเป็น
แผ่นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ที่ภายในจะมีไมโครชิพฟังอยู่ สามารถนามาบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ
รายละเอียด ของผลิตภัณฑ์ ว่าเป็นสินค้าอะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็นผู้ผลิต ผลิตเมื่อไร สินค้าชิ้นนี้ ณ
ปัจจุบันตั้งอยู่ ตาแหน่งที่ใด เป็นต้น ที่สาคัญแผ่นป้าย RFID สามารถฝังไว้ในตัวผลิตภัณฑ์ หรือ
เก็บไว้ภายในหีบห่อ หรือบรรจุภัณฑ์ได้ ทั้งนี้แผ่นป้าย RFID จะส่งขึ้นวิทยุออกมาโดยรอบ
ครอบคลุมระยะทางไกลกว่า 100 ฟุต อีกทั้งยังสามารถอ่านข้อมูลจากแผ่นป้ายได้หลายๆ ชิ้น ใน
ขณะเดียวกัน ด้วยการส่งผ่านขึ้นวิทยุโดย ไม่ต้องสัมผัสกับแผ่นป้ายอย่างใกล้ชิดเหมือนกับระบบ
บาร์โค้ด ระบบ RFID จึงทาให้ประหยัดเวลาและแรงงานได้มาก นอกจากนี้ข้อมูลที่อ่านได้จากแผ่น
ป้าย ยังสามารถส่งผ่านระบบเครือข่าย (ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย) เพื่อส่งไปยังเครื่อง
คอมพิวเตอร์และนาไปประมวลผลต่อไป
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ความสามารถของในการอ่าน RFID ข้อมูลจากฉลาก โดยไม่ต้องจ่อเข้าใกล้
กับบรรจุภัณฑ์ รวมถึงความสามารถในการอ่าน ฉลากได้หลายชิ้นในเวลา
เดียวกัน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
สาหรับชิปภายในแผ่นป้าย RFID จะมีอยู่ 2 ชนิด ด้วยกัน คือ
1. ชิปแบบพาสซีฟ (Passive RFID) เป็นแผ่นป้ายที่ภายในชิบไม่มีแหล่งพลังงานที่ใช้สาหรับ
ส่งคืนออกไป เนื่องจากไม่มีการบรรจุแบตเตอรี่อยู่ภายในนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องอาศัยพลังงาน
ที่เกิดจากการเหนี่ยวนาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวเครื่องอ่าน สาหรับชิบแบบพาสซีฟจัดเป็น
ป้ายที่นิยมใช้ เนื่องจากมีราคาถูก ขนาดเล็ก น้าหนักเบา และอายุการใช้งานไม่จากัด
2. ชิบแบบแอกทีฟ (Active RFID) เป็นแผ่นป้ายที่ภายในชิบจะมีการบรรจุแบตเตอรี่ลงไป
ด้วย ส่งผลให้มีกาลังส่งคลื่นออกไปได้ไกลกว่า แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่แพงกว่า มีน้าหนัก
และขนาดใหญ่ และอายุการใช้งานเป็นไปตามอายุของแบตเตอรี่
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ป้าย RFID แบบ Passive
ภาพแสดงหลักการทางานของ RFID
ในปัจจุบันเทคโนโลยี RFID ถูกนามาใช้กับภาคธุรกิจต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะระบบโซ่
อุปทาน ที่ทาให้องค์กรสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของวัสดุและตรวจสอบสินค้าในคลังได้
ทุกเมื่อ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีก Wal-Mart ได้ออกข้อกาหนดด้วยการขอความร่วมมือจาก
ผู้ขายปัจจัยการผลิตทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ที่เป็นคู่ค้ากับทางห้าง ให้ติดแผ่น
ป้ายบนหีบห่อ สินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะนาส่งมายังห้าง โดยการดาเนินงานดังกล่าวจะ
ทาให้ห้างสามารถติดตามและทราบข้อมูลการเดินทางของสินค้าได้ในทุกระยะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
คือโรงงาน จนกระทั่งเคลื่อนมายังศูนย์การกระจายสินค้าของทางห้าง และถูกจาหน่ายออกไป
ถึงมือผู้บริโภคในที่สุด
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
บนแผ่นป้าย RFID ที่มีไมโครชิปฝัง
อยู่นั้น จะบรรจุรหัสเอาไว้ซึ่งเรียกว่า เลข
รหัสสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Product Code : EPC) ซึ่งสามารถบรรจุ
ข่าวสารต่างๆ ได้มากมายเมื่อเทียบกับ
รหัสบาร์โค้ด กล่าวคือ เมื่อเครื่องอ่านได้
อ่านข้อมูลจากรหัส EPC นี้แล้ว จะบ่งชี้
ถึงข้อมูลข่าวสารในตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ
ได้ว่าเป็นสินค้าอะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็น
ผู้ผลิต ผลิตเมื่อไร หมดอายุเมื่อไร สินค้า
ชนิดนี้ ณ ปัจจุบัน ได้ตั้งอยู่ตาแหน่งที่ใด
บนโลก
ตัวอย่างเลขรหัส EPC
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
รหัส EPC นอกจากนามาใช้อ้างอิงถึงข้อมูลข่าวสารได้ตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็น รหัสสินค้า
แบบสากล (Universal Product Cord : UPC) ที่มีหมายเลขไม่ซ้ากันกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้า
ใดๆ ในโลก โดยจะมีองค์กรกลางที่เข้ามากากับดูแลในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าหากปล่อยให้
ผู้ประกอบการรายใดๆ กาหนดรหัสขึ้นเอง ย่อมก่อให้เกิดความสูญเปล่าและควบคุมยาก เพราะ
รหัสที่ตั้งขึ้นอาจมีการซ้ากับสินค้าตัวอื่นๆ ได้
6.6.4 การประยุกต์ใช้ RFID จัดการกับโลจิสติกส์ในโซ่อุปทาน
ในปัจจุบัน เทคโนโลยี RFID ได้รับความนิยมในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการนา
มาใช้เพื่อบ่งชี้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่จาเป็นต้องติดตั้งเครื่องอ่านไว้ทุกที่ แต่จะติดตั้งเฉพาะจุดที่
ต้องการตรวจสอบ เช่น ประตูทางเข้าออก หรืออาจใช้เครื่องอ่านแบบมือถือที่สามารถพกพาใช้
งานได้อย่างสะดวก และต่อไปนี้เป็นรายละเอียดของการนาระบบ RFID มาใช้จัดการกับโลจิสติกส์
ในโซ่อุปทาน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
1. การจัดการทรัพย์สินในคลังสินค้า
แผ่นป้าย RFID นอกจากจะนาไปติดกับตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังสามารถ
นาไปติดอย่างถาวรกับอุปกรณ์หรือทรัพย์สินอื่นๆ ที่เครื่องที่ได้ เช่น แท่งรองรับสินค้าหรือพาล
เล็ต (Pallet) รถบรรทุกขนส่ง ยานพาหนะ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในคลังสินค้า
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
2. การติดตามการผลิต
สามารถมองเห็นสถานะวัตถุดิบในครั้งสินค้าในลักษณะเรียลไทม์ รวมถึงความสามารถใน
การต่อยอด เพื่อนาไปสู่การบริหารจัดการงานคงคลังที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เช่น เมื่อมีการนาระบบ
RFID มาผนวกเข้าด้วยกันกับระบบการควบคุมและระบบจัดการวัสดุแล้ว จะทาให้สามารถระบุ
การเคลื่อนย้ายวัสดุในสายการผลิต โดยเส้นทางที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นได้เดินทางไปไม่ว่าจะถูก
เคลื่อนย้ายไปยังแผนกประกอบหรือแผนกทดสอบระบบก็จะสามารถตรวจสอบให้ โดยอัตโนมัติ
โดยไม่จาเป็นต้องใช้แรงงานคนตรวจสอบหรือติดตามอีกต่อไป
3. การควบคุมสินค้าคงคลัง
ข้อดีประการหนึ่งของการนาระบบ RFID มาใช้เพื่อจัดการโซ่อุปทานก็คือ ทาให้การติดตาม
สินค้าคงคลังดีขึ้น ผู้ผลิต ตัวแทนจาหน่าย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และผู้ค้าปลีก สามารถใช้ RFID
กับโปรแกรมประยุกต์ด้านงานคงคลังได้ทั้งหมด สาหรับการอ่านข้อมูลจากแผ่นป้ายที่ติดอยู่กับตัว
บรรจุภัณฑ์ ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ อันเนื่องมาจาก
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
• การอ่านข้อมูลจากแผ่นป้าย จะเป็น
วิธีการส่งคลื่นที่ครอบคุมบริเวณกว้าง
ไม่ต้องสัมผัสโดยตรงหรือต้องจ่อใกล้
เข้ากับตัวบรรจุภัณฑ์
• สามารถอ่านข้อมูลบนแผ่นป้ายที่ติด
กับตัววัตถุ ถึงแม้ว่าวัตถุนั้นกาลัง
เคลื่อนที่อยู่ก็ตาม
• ทนทานต่อความร้อน ความชื้น และ
การถูกกระแทก
• อ่านข้อมูลได้อย่างแม่นยาถูกต้อง
100%
• สามารถสื่อสารผ่านทะลุเข้าไปยังวัตถุ
ที่เป็นได้ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง
เครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งคงที่ตรงตาแหน่งสายพานขับเคลื่อน ครั้นเมื่อ
วัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์ที่ติดป้าย RFID เคลื่อนผ่าน ก็จะทาการตรวจ
นับ ติดตาม และบันทึกข้อมูลความเคลื่อนไหว
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
เครื่องอ่าน RFID แบบติดตั้งเฉพาะจุด กับแบบพกพาที่สามารถพกติดตัวเพื่อใช้งานได้อย่างสะดวก
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
4. การจัดส่งและการรับสินค้า
แผ่นป้าย RFID ที่ใช้อยู่อันเดียวกันนั้น นอกจากนามาใช้เพื่อระบุสถานะของขั้นตอนการผลิต
หรือระดับสินค้าคงคลังแล้ว ยังสามารถใช้ติดตามการจัดส่งแบบอัตโนมัติได้ โดยกล่องบรรจุภัณฑ์
หรือแท่นรองรับสินค้าที่ได้รับการติดแผ่นป้าย RFID เหล่านี้ จะสามารถถูกอ่านได้ในทุกขั้นตอนเมื่อ
มีการเคลื่อนไหวซึ่งการอ่านในแต่ละครั้งจะมีการอัปเดทข้อมูลการจัดส่ง ซึ่งเป็นแบบเรียลไทม์เอาไว้
และยังสามารถสั่งพิมพ์ออกมาในรูปแบบของเอกสาร เพื่อเก็บไว้อ้างอิงกับระบบจะส่งอัตโนมัติได้
5. การเรียกคืนสินค้าและการส่งสินค้ากลับคืน
บริษัทต่างๆ สามารถบันทึกข้อมูลการจัดส่งพื้นฐาน อันประกอบด้วย ข้อมูลลูกค้า และเวลา
การจัดส่งลงไปในแผ่นป้าย RFID ก่อนที่จะถูกส่งออกไป ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์จาเป็นที่จะต้อง
เรียกคืนสินค้าขึ้นมา บริษัทก็จะสามารถติดตามการจัดส่งตามจุดหมายปลายทางต่างๆ เพื่อเข้าถึง
ข้อมูลเป้าหมายและดาเนินการเรียกคืนสินค้าได้ทันที
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6. การจัดการและการควบคุมการขนส่ง
ระบบ RFID มีส่วนช่วยให้งานด้านการขนส่งและการบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดัง
ตัวอย่างบริษัท Old Dominion Freight Line (ODFL) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่ง สินค้าและโลจิ
สติกส์ โดยมีศูนย์บริการกว่า 117 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ มีการนาระบบ RFID มาใช้กับ กองทัพ
รถบรรทุกกว่า 2,600 คัน ซึ่งได้ติดแผ่นป้าย RFID แบบถาวรไว้กับรถบรรทุกทุกคัน และ พัฒนา
โปรแกรมให้สามารถรับข้อมูลจากเครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งไว้ประตูทางเข้า/ออก เพื่อส่งข้อมูล ไป
ยังผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบเครือข่ายแลนไร้สาย โดยเมื่อรถบรรทุกคันใดได้เคลื่อนเข้ามายัง
ศูนย์กลางบริการขนส่งแห่งนี้ เครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งไว้ประตูทางเข้า/ออก ก็จะแจ้งเตือนถึงการ
มาของรถบรรทุกผ่านเครือข่ายแลนไร้สาย จากนั้นผู้ดูแลก็จะกาหนดตารางการเดินรถว่าจะต้อง
เทียบท่า ณ จุดใด โดยคนขับรถบรรทุกแต่ละคัน จะได้รับคาสั่งผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่
ภายในรถที่เชื่อมต่อผ่านแลนไร้สาย โดยหลังจาก ที่ทางบริษัทได้นาระบบนี้มาใช้ ได้ช่วยให้การ
ปรับปรุงกระบวนการขนส่งดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดปัญหาเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการขนถ่าย
สินค้า และสามารถอ้างอิงระบุตัวพนักงานขับรถได้อย่างถูกต้องแม่นยา
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
7. การตรวจสอบย้อนกลับ
สืบเนื่องมาจากแผ่นป้าย RFID ที่สามารถเก็บบันทึกข้อมูลได้ โดยเมื่ออ่านรหัสจากแผ่นป้าย
ก็จะทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น สินค้านี้ผลิตเมื่อใด มาจากโรงงานที่ไหน ใช้
เวลา ในการขนส่งมายังร้านนานเท่าใด รวมถึงข้อมูลสาคัญอื่นๆ ดังนั้นเทคโนโลยี RFID จึง
สามารถนามาใช้ ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการผลิตต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางจนกระทั่ง
ถึงมือผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น เหล้าไวน์ขวดนี้ถูกผลิตขึ้นเมื่อใด บ่มนานเท่าไร มาจากโรงงานไหน
การขนส่งมายังร้าน ใช้เวลานานเท่าใด ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนไปยังแหล่งที่มาที่ไปได้ หรือใน
อีกกรณีหนึ่งที่สินค้าได้ส่ง ถึงมือผู้บริโภคไปแล้ว และทางบริษัทเพิ่งค้นพบข้อผิดพลาดจาก
กระบวนการผลิตในสินค้าเหล่านั้น ก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่า สินค้าชิ้นนั้นผลิตขึ้น
เมื่อใด ล็อตใด สินค้าล็อตนี้เคยส่งไปขายยังที่ใด บ้างเพื่อดาเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้
ทันท่วงทีได้ต่อไป
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
ขั้นตอนการประยุกต์ใช้ RFID
ของร้านค้าปลีกใหญ่ใน
สหรัฐอเมริกาอย่าง Wal-Mart
กับผู้ขายปัจจัยการผลิตของเขา
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
6.6.5 การจัดการ e-Supply Chains
ความสามารถของอินเทอร์เน็ตได้ส่งผลกระทบต่อโซอุปทานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง บริษัท
ต่างก็ตระหนักถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเรื่องการไหลของข่าวสารและวัสดุไปพร้อมๆ กับ
โซ่อุปทานของพวกเขา ซึ่งเป็นที่มาของการชิงความได้เปรียบและการสร้างความแตกต่าง โดยการ
จัดการโซ่อุปทานในรูปแบบ e-SCM (Electronics Supply Chain Management) นั้น เป็นการ
ร่วมมือกันทางาน ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อปรับกระบวนการของอีคอมเมิร์ซระหว่าง
ภาคองค์กร (B2B) ให้ดียิ่งขึ้น
องค์ประกอบสาคัญของโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ ของ e-Supply Chains
1. ระบบ EDI ถือเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนามาใช้โดยบริษัทขนาดใหญ่ เพื่ออานวยความสะดวก
ในด้านการเชื่อมความสัมพันธ์ในโซ่อุปทาน โดยหลายบริษัทด้วยกัน ได้มีการเปลี่ยนจากระบบแบบ
ดั้งเดิม มาเป็นระบบ EDI ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
2. เอ็กซ์ทราเน็ต (Extranets) จุดประสงค์หลักของเอ็กซ์ทราเน็ตก็คือ การสนับสนุนการ สื่อสาร
และทางานร่วมกันระหว่างองค์กร
3. อินทราเน็ต (Intranets) เป็นเครือข่ายที่ใช้สาหรับสื่อสารเพื่อทางานร่วมกันภายในองค์กร
4. พอร์ทัลองค์กร (Corporate Portals) เปรียบเสมือนกับประตูสื่อสาร ที่ใช้เป็นศูนย์กลางการ
สื่อสารและการทางานร่วมกันทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร
5. ระบบเวิร์กโฟลว์ (Workflow) และเครื่องมือ เป็นระบบที่นามาใช้เพื่อจัดการการไหลของ
ข้อมูลข่าวสารภายในองค์กร
6. กรุ๊ปแวร์และเครื่องมืออื่นๆ มีเครื่องมือจานวนมากที่อานวยความสะดวกในการทางาน
ร่วมกัน และใช้สื่อสารระหว่างคู่ค้าและระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ระบบการ
ประชุม อิเล็คทรอนิกส์ร่วมกัน การส่งข้อความ/อีเมล ระบบปฏิทินและตารางนัด หมายกลุ่ม
และระบบติดตามผลงาน ซึ่งซอฟต์แวร์นี้สามารถ เรียกรวมว่า กรุ๊ปแวร์ (Groupware)
7. เครื่องมือเฝ้าติดตามและชี้ระบุ เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อชี้ระบุถึงรายการ และ
สถานที่ของพวกเขาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากเดิมใช้ระบบบาร์โค้ด ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ
RFID แทน
ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ
บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)

บทที่ 6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพและการลดต้นทุน

  • 1.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ e-commerce บทที่6 กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้าน การปรับปรุงประสิทธิภาพและการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)
  • 2.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) หลังจากได้อ่านและศึกษาจนจบบทนี้แล้วท่านจะสามารถ 1. มีความรู้ความเข้าใจในการนาอินเทอร์เน็ตมาใช้กับองค์กร เพื่อปรับปรุงงานด้านการ จัดซื้อ โลจิสติกส์ และกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ 2. อธิบายรูปแบบงานบริการต่างๆ ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง 3. อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับระยะของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ในการไประดับไปสู่รัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วทั้งองค์กรได้ 4. เข้าใจในบทบาทของระบบ EDI และเล็งเห็นความสาคัญของระบบ EDI ที่มีต่อธุรกิจ 5. อธิบายรายละเอียดในส่วนประกอบของระบบ EDI ได้อย่างถูกต้อง 6. มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการโซ่อุปทาน และรู้ถึงวิธีการนาอินเทอร์เน็ตและระบบ EDI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ
  • 3.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ กิจกรรมหลัก (Primary Activies) เป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การกระจาย สินค้าการส่งมอบสินค้า และการบริการลูกค้า และโลจิสติกส์ก็จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก กิจกรรมหลักของโลจิสติกส์ประกอบด้วย การจัดการความเครื่องไหวด้าน โลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลาเลียงวัตถุดิบจากผู้ขายปัจจัยการผลิต และการจัดการความเคลื่อน ไหวของ โลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายสินค้าที่ผลิต สาเร็จแล้ว (Finished Goods) ออกสู่ท้องตลาด นั่นรวมถึงกิจกรรมการส่งมอบ การจัดเก็บ การ ควบคุมคลังสินค้า การควบคุมและจัดตารางเวลารถเพื่อการขนส่ง และการกระจายสินค้า และด้วย กิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในด้านงานโลจิสติกส์นี้เอง การนาเทคโนโลยีเว็บ และอินเทอร์เน็ตมาใช้ เพื่อเชื่อมโยงสื่อสารเกี่ยวกับการทาธุรกรรมอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทที่อยู่ภายใน โซ่อุปทานย่อม ส่งผลต่อการลดต้นทุนและประสิทธิภาพจึงเป็นที่มาของ e-Logistice
  • 4.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ โลจิสติกส์ประกอบด้วยกิจกรรมและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย และด้วยระบบ e- Logistics ที่เชื่อมโยงข่าวสาร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงนาไปสู่การ ดาเนินงานด้านโลจิสติกส์ ที่สามารถทาแบบเบ็ดเสร็จได้ภายใน หน้าต่างเดียว (Single Window)
  • 5.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยี e-Logistices จะใช้ระบบอิเล็คทรอนิกส์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนกระบวนการ โลจิสติกส์ ด้วยการนาส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสาร ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการ อานวยความสะดวกและความรวดเร็วได้เป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันในเรื่องความปลอดภัยเพื่อ ป้องกันการปลอมแปลง ก็จะมีระบบความปลอดภัยแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เช่น การระบุตัวตน การ ควบคุมการเข้าถึง การเข้ารหัส และลายเซ็นดิจิตอล ด้วยระบบ e-Logistics ที่มีเป้าหมายในการ บูรณาการให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ สามารถเชื่อมโยงข่าวสารเข้าด้วยกันภายในโซ่ อุปทาน ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการบริหารและช่วยลดต้นทุนการทาธุรกรรมให้กับ ผู้ประกอบการ จนนาไปสู่การทาธุรกรรมด้านโลจิสติกส์ทั้งขาเข้าและขาออก สามารถดาเนินการแบบ เบ็ดเสร็จภายในหน้าต่างเดียว
  • 6.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.1 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ แผนภาพแสดงถึงระบบ GPS ที่บริษัทขนส่งสินค้าสามารถนามาใช้เพื่อตรวจสอบ ความ เคลื่อนไหวของยานพาหนะ
  • 7.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.2 กิจกรรมสนับสนุน กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) เป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการ ปฏิบัติงานในแต่ละวันของธุรกิจให้ดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนประกอบดังนี้ 6.2.1 โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Firm Infrastructure) เกี่ยวข้องกับการบริหารและการจัดการภายในองค์กร ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ทางกฎหมาย การบัญชี และการจัดการการเงิน โดยสามารถใช้เทคโนโลยีด้านระบบสาระสนเทศเข้า มาช่วย เพื่อสนับสนุนการทางานร่วมกันภายในองค์กร การใช้เครือข่ายอินทราเน็ต การส่งข้อความ อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดตารางงานทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  • 8.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.2.2 การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) เกี่ยวข้องกับการสรรหาและการว่าจ้างพนักงาน การฝึกอบรม การพัฒนาวิชาชีพ การจัดการ ผลประโยชน์ด้านสวัสดิการ การเลื่อนขั้น การประเมินผล และการจ่ายค่าตอบแทน เป็นต้น โดยมี ระบบสารสนเทศที่ใช้เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลของพนักงาน ที่สามารถสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย หรือ อินทราเน็ต 6.2.3 การพัฒนาด้านเทคโนโลยี (Technology Development) เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลาย และขึ้นอยู่กับ รูปแบบการทาธุรกิจของแต่ละองค์กรเป็นสาคัญ กิจกรรมการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วย การสร้างเครือข่ายเสมือนขึ้นมา ที่เป็นแหล่งรวมของนักวิจัยที่สามารถเข้ามาร่วมกันทางาน การนา เสนองานวิจัย การเผยแพร่งานวิจัยแบบออนไลน์ และการสนับสนุนให้นักวิจัยร่วมมือกับหน่วยงาน ภายนอกหรือบริษัทคู่ค้า เพื่อบริการและพัฒนางานวิจัยร่วมกัน ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย อินทราเน็ตในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันกับคู่ค้าทางธุรกิจ
  • 9.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.2.4 การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) กิจกรรมด้านการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ประกอบด้วยการคัดเลือกและการประเมินผู้ขายที่มี ศักยภาพ การคัดเลือกสินค้าที่มีความเป็นเฉพาะ การสั่งซื้อ และการแก้ปัญหาเรื่องราวต่างๆ ภายหลังจากการได้รับสินค้าหรือบริการ ในด้านองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อนั้น ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ จัดเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสาคัญต่อการรักษาคุณภาพสินค้า และการลดต้นทุน โดยเฉพาะในเรื่องของโซ่อุปทาน ที่มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ส่วนต้นทางไปยังปลายทาง อันได้แก่ ผู้ขายปัจจัยการผลิต ผู้ผลิต ผู้จัดจาหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ลูกค้า และผู้ให้บริการ การจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ (e-Procurement) ได้ครอบคลุมถึงแหล่งผลิตสินค้า การเจรจาต่อรองกับผู้ขายปัจจัยการผลิต การชาระเงินค่าสินค้า และการจัดการในเรื่องการส่งมอบ สินค้า ทั้งนี้ธุรกิจยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ต ในการค้นหาราคาวัตถุดิบที่ต้องการ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ราคาที่ต่าที่สุดจากผู้ค้ารายต่างๆ ผ่านการสืบค้น จากแคตตาล็อกออนไลน์บนเว็บของผู้ขาย การ ต่อรองกับผู้ขาย การสั่งซื้อ การชาระเงิน และการขนส่ง ซึ่งสามารถดาเนินการโดยเบ็ดเสร็จบนโต๊ะ ทางานผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมโยง เครือข่ายบนระบบ EDI
  • 10.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.2.4 การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) ในการจัดซื้อก็จะมีทั้งการจัดซื้อวัตถุดิบทางตรงและทางอ้อม วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ซึ่งถือเป็น ส่วนประกอบสาคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต เพื่อผลิตเป็นสินค้าสาเร็จรูปขึ้นมา ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบทางตรงของโรงงานถลุงเหล็กก็คือแร่เหล็กหรือ สาหรับในด้านกระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบทางตรงนั้น โรงงานทุกแห่งล้วนตระหนักถึง ความสาคัญ เพราะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต จะสามารถระบุถึงต้นทุนในการผลิตสินค้าชนิดใด ชนิดหนึ่งว่าต้องใช้ปริมาณวัตถุดิบจานวนเท่าไร และคิดเป็นต้นทุนเท่าไร นอกจากนี้ ต้นทุนของ วัตถุดิบทางตรงปกติมักจะสูง ดังนั้นบริษัทหรือโรงงานผลิตขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผู้ผลิตรถยนต์ จะสามารถซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตโดยตรงได้ 2 แนวด้วยกัน คือ 1. การจัดซื้อเพื่อเติมเต็ม (Replenishment Purchasing) หรือ การจัดซื้อตามสัญญา (Contract Purchasing) ซึ่งปกติจะเป็นการทาสัญญาซื้อขายแบบระยะยาว โดยบริษัทจะมี การเจรจาตกลงทาสัญญากับผู้ขายปัจจัยการผลิต เพื่อกาหนดให้เป็นผู้ป้อนวัตถุดิบให้กับทาง บริษัทด้วยการเติมเต็มวัตถุดิบคงค้างให้เพียงพอตลอดเวลา
  • 11.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 2. ตลาดซื้อขายแบบปัจจุบัน (Spot Market) เป็นการซื้อขายตามปกติทั่วไป หากความ ต้องการจริงมีสูงกว่าที่คาดการณ์ไว ้้ทางโรงงานผลิตอาจต้องสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มในตลาด อิสระ เช่น ตามโรงงานจาหน่าย เหล็กทั่วไป รวมถึงนักเก่งกาไรที่มีการกักตุนวัตถุดิบ เหล่านั้นไว้ในคลังสินค้า วัตถุดิบทางอ้อม (Indeirect Market) จะหมายถึง วัตถุดิบใดๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยอ้อม กับการผลิตสินค้า หรือที่มักเรียกกันว่า วัสดุโรงงาน ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องจักร กระดาษทราย น็อต ตะปู กาว และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เป็นต้น สินค้าประเภท MRO (Maintenance, Repair and Operating) ซึ่งหมายถึงสินค้าประเภท อะไรที่นามาใช้เพื่อการซ่อมแซมเครื่องจักรกลต่างๆ ในโรงงานหรือสานักงาน เมื่อครบรอบการ บารุงรักษาอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งก็คือวัตถุดิบทางอ้อม
  • 12.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) เว็บไซต์ grainger.com ซึ่งขายวัตถุดิบทางอ้อม (MRO) รายใหญ่ โดยที่หน้าเว็บได้แบ่งสินค้า ตามแต่ละประเภท มีช่องค้นหาสินค้า และการ สั่งซื้อแบบเร็ว บนเว็บ grainger.com ลูกค้าสามารถเลือกสินค้า/วัตถุดิบตาม ยี่ห้อ และกาหนดช่วงราคาสินค้า/วัตถุดิบที่ต้องการได้
  • 13.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.3 รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) เป็นวิธีการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นนา เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทางานของหน่วย งาน ภาครัฐ ซึ่งครอบคลุมการบริการแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ แม้กระทั่งพนักงานของรัฐเอง ส่งผลต่อการ ทางานภายในภาครัฐ และการติดต่อระหว่างภาครัฐด้วยการมีความรวดเร็ว อานวยความสะดวก ต่อ ประชาชนในการติดต่อราชการกับภาครัฐ อีกทั้งรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่มีการ ติดต่อกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ สาหรับแนวทางในการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะมีหลักอยู่ 4 ประการด้วยกันคือ 1. การสร้างงานบริการตามความต้องการของประชาชน 2. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงงานบริการของภาครัฐได้มากขึ้น 3. สร้างคุณประโยชน์และความเท่าเทียมกันให้กับสั่งคมโดยทั่ว 4. มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
  • 14.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.3.1 ภาครัฐกับประชาชน (Government-to-Citizens : G2C) เป็นงานบริการของภาครัฐที่มุ่งสู่ประชาชนโดยตรง ซึ่งการบริการดังกล่าว ประชาชนสามารถ ดาเนินธุรกรรมโดยผ่านเครือข่ายสารสนเทศของรัฐในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การชาระภาษี การ จดทะเบียน การจ่ายค่าปรับ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแทน ประชาชนกับผู้ลงคะแนนเสียง และการบริการค้นหาข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ที่บริการ ประชาชนผ่านคาแนะนาย่านช้อปปิ้ง ในกทม.
  • 15.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2C คือ • สร้างจุดบริการของภาครัฐที่บริการให้กับประชาชน ซึ่งอยู่กระจัดกระจายให้มารวมอยู่ ณ จุดเดียว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่ายและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เช่น การเปิดเป็นเว็บพอร์ทัล ที่เป็นแหล่งรวมงานบริการของภาครัฐที่มีต่อประชาชน เป็นต้น • ลดเวลาเฉลี่ยสาหรับประชาชนในการค้นหาสิทธิประโยชน์ และการค้นหาบัญชีผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง • เพิ่มจานวนประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว • ตอบสนองความต้องการด้านข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนถึงที่สุด • ปรับปรุงคุณประโยชน์จากภาครัฐไปสู่ประชาชน • ขยายช่องทางการเข้าถึงข่าวสารให้กับบุคคลพิการหรือทุพพลภาพ • การขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากภาครัฐ มีความง่ายขึ้น ราคาถูก เร็ว และมีความ เข้าใจมากขึ้น
  • 16.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ที่บริการประชาชนในเรื่องการรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ผ่าน Call Center
  • 17.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) เว็บไซต์กรมสรรพากรกับการบริการประชาชนในเรื่องการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านเว็บ
  • 18.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.3.2 ภาครัฐกับภาคธุรกิจ (Government-to-Business : G2B) เป็นการให้บริการแก่ภาคธุรกิจหรือผู้ประกอบการ โดยภาครัฐจะอานวยความสะดวกในเรื่องการ ทาธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการเปิดให้เอกชนมีการแข่งขันกันเพื่อเสนอสินค้าหรือบริการให้กับ ภาครัฐ ภายใต้ความโปร่งใสและเป็นธรรม ตัวอย่างเช่น การจดทะเบียนการค้า การลงทุน และการ ส่งเสริม การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ การส่งออกและนาเข้า การชาระภาษี และการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่รัฐบาลเปิด โอกาสให้ผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจราย ต่างๆ สามารถเข้าร่วมประกวดราคาซื้อ แบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการประกาศเชิญ ชวนบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
  • 19.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2B คือ • เพิ่มความสามารถให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในเรื่องการค้นหา การดู และการแสดงความ คิดเห็นภายใต้กฎเกณฑ์และข้อบังคับ • ลดภาระเกี่ยวกับการทาธุรกิจจากการบริการจดทะเบียนทางธุรกิจแบบออนไลน์ รวมถึงการ ชาระภาษีแบบออนไลน์ • ลดเวลาในการกรอกเอกสารข้อมูลลงในแบบฟอร์ม และการค้นหาข่าวสาร • ลดเวลาให้กับภาคธุรกิจในเรื่องการยื่นแบบคาร้องและอนุโลมบ้างตามกฎข้อบังคับ • การดาเนินธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐมีความง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็ว ราคาถูก และมี ความเข้าใจกันมากขึ้น
  • 20.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.3.3 ภาครัฐกับภาครัฐ (Government-to-Government : G2G) เป็นรูปแบบการดาเนินงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ด้วยการเชื่อมโยงเครือข่าย ระดับประเทศ (Wide Area Network : WAN) และอินเทอร์เน็ต เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในด้านกระบวนการทางาน ผ่านการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นทางการ ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ การลงนามด้วยลายเซ็นดิจิตอลแทนการลงนามแบบ เดิมๆ เพื่อมุ่งไปสู่ความได้เปรียบจากความรวดเร็ว (Economy of Speed) ที่มุ่งตอบสนองต่อ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที การบูรณาการให้หน่วยงานในภาครัฐทางาน ร่วมกัน (Collaboration) การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (Government Data Exchange) ทั้งนี้รวมไปถึงการเชื่อมโยงเข้ากับรัฐบาลต่างประเทศ องค์กรปกครองท้องถิ่น สาหรับ ระบบงานที่ใช้ ส่วนใหญ่เป็นงานส่วนหลัง (Back Office) อันได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็คทรอนิกส์ ระบบบัญชี และการเงินระบบจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็คทรอนิกส์ เป็นต้น
  • 21.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2G คือ • ลดเวลาเกี่ยวกับการประสานงานในเรื่องคดีความที่เกี่ยวกับอานาจศาล และกระตุ้น การทางาน ผ่านการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี • ลดเวลาการตรวจสอบข้อมูลการเกิดและการตายของบุคคล • เพิ่มจานวนการใช้โปรแกรมประยุกต์ทางอิเล็คทรอนิกส์ • อานวยความสะดวก และแบ่งปันการใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง ประเทศ ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมถึงระหว่างภาครัฐด้วยกัน • ปรับปรุงความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงภาครัฐและสถาบันต่างๆ • กระบวนการภายในที่ทางานแบบอัตโนมัติ นาไปสู่การลดค่าใช้จ่ายให้กับภาครัฐ ด้วยการ เผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีให้ทุกๆ หน่วยงานถือปฏิบัติ • วางแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ • การบริการที่มีความปลอดภัยขั้นสูง บนต้นทุนที่ต่า • ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดาเนินงานภายในภาครัฐ
  • 22.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.3.4 ภาครัฐจากพนักงานของรัฐ (Government-to-Employee : G2E) เป็นการนาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นเครื่องมือในการดาเนินกิจกรรมและงานบริการ ต่างๆ ระหว่างภาครัฐกับพนักงานของรัฐเอง ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานของรัฐมีการกระจายทางานอยู่ตาม สถานที่ต่างๆ ในทั่วประเทศ ดังนั้นการนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แบบ G2E มาประยุกต์ใช้ย่อมส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในเรื่องการสื่อสารและการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ของพนักงาน ซึ่งรวมถึงการดาเนินงานใน เรื่องการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรภาครัฐ การจัดการเงินเดือนและสวัสดิการระบบที่ปรึกษา ทางด้านกฎหมาย และข้อบังคับการปฏิบัติงานของภาครัฐ เป็นต้น วัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2E คือ • เพิ่มความพร้อมด้านโปรแกรมฝึกอบรมให้กับพนักงานของภาครัฐ • กระบวนการสะสางงานทางด้านเอกสาร ใช้เวลาโดยเฉลี่ยลดลง • เพิ่มการใช้บริการ e-Travel ในแต่ละหน่วยงาน • ลดเวลาให้กับประชาชนในการค้นหาแหล่งงานของภาครัฐ • ลดเวลาและลดค่าโสหุ้ยต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการให้กับภาครัฐในทุกภาคส่วน
  • 23.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.4 การแปลงรูปสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จากกระแสคือโลกาภิวัตน์ที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่ว รัฐบาลก็ต้องปรับตัวเพื่อแปลงรูปเข้าสู่ยุค ดิจิตอลเช่นกัน เพื่อเพิ่มคุณภาพงานบริการให้กับประชาชน คล้ายๆ กับภาคธุรกิจที่ปรับปรุง ธุรกิจมา เป็นอีคอมเมิร์ซในรูปแบบคลิกแอนด์มอร์ตาร์นั่นเอง กล่าวคือประชาชนสามารถเข้าถึง งานบริการด้วยการเดินทางมาติดต่อเอง หรืออาจใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ก็ได้
  • 24.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระยะที่ 1 : การเผยแพร่ข่าวสาร เป็นระยะเริ่มแรกที่หน่วยงานภาครัฐตามแผนกต่างๆ จะทาการติดตั้งเว็บไซต์ตนเองขึ้นมา เพื่อ เตรียมการเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับแผนกให้สาธารณะชนรับทราบรวมถึงขอบเขตของงาน บริการ และงานบริการช่วยเหลือที่จะเปิดใช้ในอนาคต ซึ่งการนาเสนอแบบออนไลน์ นอกจากจะช่วย ลดงานด้านเอกสารแล้ว ยังช่วยลดจานวนพนักงานที่เปิดบริการให้คาปรึกษาทางโทรศัพท์ด้วย ระยะที่ 2 : การรับรองการทาธุรกรรม ด้วยระบบงานที่เปิดบริการผ่านทางเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ประชาชนทั่วไป สามารถส่งข้อมูลส่วนตัวเพื่อทาธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ในหลาย ประเทศ การที่ภาครัฐจะชาระเงินคืนให้กับประชาชน หรือประชาชนจะชาระเงิน/ค่าธรรมเนียมให้กับ ภาครัฐ สามารถดาเนินการในรูปแบบออนไลน์ได้แล้วในบางหน่วยงาน เช่น การยื่นแบบรายการ ชาระ ภาษีแบบออนไลน์ และการคืนเงินภาษีของกรมสรรพากร เป็นต้น
  • 25.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระยะที่ 3 : การจัดตั้งเป็นเว็บพอร์ทัลอเนกประสงค์ บนพื้นฐานความจริงเกี่ยวกับการทาธุรกรรมกับภาครัฐ ประชาชนล้วนมีความต้องการให้ ระบบสามารถติดต่อแบบข้ามหน่วยงานได้ ดังนั้นภายใต้แนวคิดของ Single Point of Entry จึง เกิดขึ้น โดยภาครัฐจะก่อตั้งเว็บพอร์ทัล (e-Government Portal) ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งรวม ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ รวมถึงงานบริการทั้งหลายจะมากองรวมกันไว้ ณ สถานที่แห่งนี้เพียงแห่งเดียว ดังนั้นประชาชนที่เข้ามาใช้บริการสามารถเข้าถึงเว็บพอร์ทัลแห่งนี้ เพื่อเลือกใช้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ภายใต้การเข้าถึงแบบ ณ จุดเดียว ระยะที่ 4 : การจัดตั้งเป็นเว็บพอร์ทัลแบบ Personalization ในระยะที่ 4 ภาครัฐจะเพิ่มระดับความสามารถให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยการอนุญาตให้ผู้ใช้หรือ ประชาชนสามารถเข้าไปปรับแต่งเนื้อหาบนพอร์ทัล ให้เป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคลได้ สาหรับประโยชน์จากการเพิ่มคุณสมบัติของ Personalization นี้ ทาให้ภาครัฐสามารถอ่านความ ต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องความพึงพอใจได้ถูกต้องแม่นยาขึ้น
  • 26.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระยะที่ 5 : การแบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐาน มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ด้วยการแบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐานให้เป็นสัดส่วน ด้วยการสื่อถึง ชื่อสถานที่ราชการเป็นหลัก เนื่องจากผู้ใช้หรือประชาชนทั่วไปมีความคุ้นเคยกับการติดต่อราชการ ตามชื่อสถานที่มากกว่ากลุ่มของหน่วยงาน เช่น ในการชาระภาษีออนไลน์ ประชาชนจะนึกถึงชื่อ สถานที่ในมโนภาพของเขาทันที นั่นก็คือ กรมสรรพากร เมื่อคลิกเข้าไปในกรมสรรพากร ก็จะมีการ แบ่งกลุ่มงานบริการพื้นฐานที่เป็นสัดส่วน เช่น การจดทะเบียนธุรกิจเฉพาะ การชาระภาษี เพื่อให้ ผู้ใช้ค้นหาได้สะดวกและเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง ระยะที่ 6 : การจัดตั้งเป็นศูนย์บริการเต็มรูปแบบ จะเข้าสู่การเป็นศูนย์บริการเต็มรูปแบบ โดยจะมีการบูรณาการเทคโนโลยีทั้งหลายเข้ากับ โครงสร้างใหม่ และการบริการของภาครัฐทุกอย่างจะถูกดาเนินงานผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์ทั้งหมด ส่งผลให้สะพานเชื่อมต่อระหว่างระบบ Front Offices กับ Back Offices มีช่องว่างแคบลง ความ ร่วมมือการทางานภายใต้ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะดาเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่าง หน่วยงานในภาครัฐ ระหว่างรัฐบาลประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ
  • 27.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระยะที่ 7 : การส่งผ่านไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์และ m-Government มีการขึ้นย้ายไปสู่ m-Government (Mobile Government) ที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่าง หน่วยงานภาครัฐผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ต่างๆ ซึ่งถือ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน รวมถึงเพิ่มระดับ ความใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านบริการอิเล็คทรอนิกส์ (e-Service)
  • 28.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ปัญหาการดาเนินงานของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ขึ้นอยู่กับการพัฒนาตาม ขั้นตอนทั้ง 7 ดังที่ ได้กล่าวมา โดยเฉพาะแผนในการเคลื่อนไปสู่ระยะที่สูงขึ้น และสิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ รัฐบาลต้องคานึงถึง อันประกอบด้วย • ความเร็วในการปรับเปลี่ยน โดยปกติมักจะเปลี่ยนแปลงได้ช้ามาก ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากแรง ต่อต้านจากตัวพนักงานของรัฐเอง อัตราการยอมรับของประชาชนที่มีต่อแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ รวมถึงงบประมาณและสภาพแวดล้อมทางกฏหมาย • เริ่มต้นจากการพัฒนา G2B ก่อน ต้องเข้าใจว่าระบบ G2B นามาใช้งานได้ง่ายกว่าแบบ G2C มาก โดยในบางประเทศ อย่างเช่น ฮ่องกง ระบบ G2B ถูกใช้งานด้วยการว่าจ้างบริษัท เอกชน เป็นผู้พัฒนาให้ทั้งหมด (Outsource) และด้วยการบริการในรูปแบบ G2B นี้เอง มีศักยภาพ เพียงพอต่อการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างรวดเร็ว และจัดเป็นแนวทางที่ดีของรัฐบาลกับการเริ่มต้นจาก การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ G2B ก่อน ยกตัวอย่างเช่น ได้จัดทาระบบการจัดซื้อจัด จ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน เป็นต้น
  • 29.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • ปัญหาด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับประกันสังคม ที่แพทย์ส่วนใหญ่ล้วนมีมุมมองเดียวกันว่า จะต้อง สามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละบุคคลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ประโยชน์ต่อการรักษาโรคได้อย่าง ทันท่วงที ซึ่งอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทการ์ดสามารถ รองรับความสามารถเหล่านี้ได้ แต่อย่างไรก็ ตาม การป้องกันข้อมูลดังกล่าวต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง และการตัดสินใจว่าจะใช้ระบบการรักษาความ ปลอดภัยจานวนมากน้อยเพียงไรนั้น เป็นสิ่งสาคัญที่ต้องได้รับการบริหารจัดการที่ดี • มุมมองในเชิงธุรกิจ มีนักวิเคราะห์บางคนได้กล่าวถึงกลยุทธ์การจัดการคุณค่าในโครงการ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการวิเคราะห์ตามมุมมองเชิงธุรกิจ โดยได้ร้องขอให้การเปลี่ยนรูปของ ทางรัฐบาล ดาเนินงานขายกับภาคธุรกิจ ซึ่งเปรียบเสมือนกับประชาชนก็คือลูกค้าคนสาคัญคน หนึ่งที่สมควรได้รับการบริการที่ดีและทัดเทียมกัน
  • 30.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.5 การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange) หรือที่มัก เรียกกันสั้นๆ ว่า ระบบ EDI คือการแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจระหว่างคู่ค้าที่ทาธุรกิจร่วมกัน ด้วย การส่งผ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง สาหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ ถูก นามาใช้แทนเอกสารกระดาษนั้น จะต้องเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานสากล หรือมาตรฐานเปรียบ เสมือนกับภาษากลางที่ใช้สื่อสารระหว่างคู่ค้าด้วยกัน ทาให้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้สามารถแลก เปลี่ยนกันได้ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการประมวลผลแบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลด้วยมือ เหมาะกับงานที่ต้องทาซ้าๆ เป็นประจาทุกวัน (Jop Routines) และงานที่ต้องใช้เอกสารจานวนมาก เช่น ใบสั่งซื้อ ใบกากับสินค้า ใบตราส่งสินค้า และใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
  • 31.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) กลยุทธ์ของอีคอมเมิร์ซซึ่งหมาย (ซึ่งหมายถึงระบบ EDI) ที่ต้องการเปลี่ยนรูปงานเอกสารมาเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการบูรณาการเข้ากับระบบสารสนเทศ โดยสามารถสร้างข้อมูลเพียงครั้งเดียว และนาไปใช้กี่ครั้งก็ได้ตามความต้องการ
  • 32.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระบบ EDI ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน ลดความล่าช้า และลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากงาน ประจาที่ทาด้วยมือ ซึ่งผู้ใช้อาจกรอกเอกสารข้อมูลผิดพลาดได้ทุกเมื่อ และการช่วยลดข้อผิดพลาด นี้เองย่อมนาไปสู่ความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างองค์กรเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นย่อมก่อให้เกิดความสูญเสีย และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมามากมาย อันได้แก่ • การสูญเสียรายได้ เนื่องจากเรียกเก็บเงินไม่ถูกต้อง • การปฏิเสธการชาระเงิน กรณีไม่เป็นไปตามสัญญาข้อตกลงระหว่างคู่ค้า • ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม กับการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเหล่านั้น • ความล่าช้าในกระบวนการสั่งซื้อ แทนที่จะได้รับการประมวลผลในทันที • เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • 33.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระบบ EDI จัดเป็นรูปแบบหนึ่งหรือเป็นส่วนย่อยของอีคอมเมิร์ซก็ว่าได้ จุดสาคัญหลักๆ ก็คือ มุมมองด้านการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์นั้น เกิดขึ้นจากระบบสาระสนเทศของทั้งสองฝั่งมากกว่า การพิจารณาเพียงเฉพาะตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น นั่นหมายความว่า ต้องใช้ระบบสาระสนเทศ ในการประมวลผลและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ EDI รวมถึงการบูรณาการระบบ EDI เข้ากับ ระบบสาระสนเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เช่น การประมวลผลใบสั่งซื้อ/ใบสั่งขาย ซึ่งสามารถ เชื่อมโยงเข้ากับระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบจัดส่ง ระบบบัญชี เป็นต้น
  • 34.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ระบบ EDI ได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเป็นที่ยอมรับเมื่อปีค.ศ. 1980 จะพบว่าในขั้นแรกนั้น EDI มุ่งประเด็นในเรื่อง การจัดการเอกสารแบบอัตโนมัติ (Document Automation) เป็นหลัก โดยตัวแทนจัดซื้อสามารถสร้างใบสั่งซื้อด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์และส่งไป ยังคู่ค้าของพวกเขา และในที่สุดการดาเนินงานเพื่อการสั่งซื้อจะเสร็จสมบูรณ์ จากการที่ผู้ขายได้แจ้ง การจัดส่งสินค้าผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์กลับมายังผู้ซื้อ จากนั้นใบกากับสินค้า การชาระเงิน และ เอกสารอื่นๆ ก็จะถูกส่งตามมาเป็นลาดับ ขั้นที่สองของการพัฒนาระบบ EDI เริ่มในปี ค.ศ. 1990 ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากระบบ อัตโนมัติของกระบวนการผลิตภายในอุตสาหกรรม เทคนิคการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-In- Time) และการผลิตอย่างต่อเนื่อง วิธีการใหม่ๆ ของการผลิตเหล่านี้ นามาซึ่งความยืดหยุ่นในเรื่อง การกาหนดตารางเวลา การจัดส่งสินค้า และการจัดหาเงินทุนสาหรับวัสดุ ขณะเดียวกันระบบ EDI ก็ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อ ขจัดเอกสาร (Document Elimination) เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิต อัตโนมัติในรูปแบบใหม่จากโรงงานผลิต ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างคู่ค้าเพื่อการสั่งซื้อสินค้าทาง อิเล็กทรอนิกส์สามารถดาเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • 35.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ขั้นที่สามของระบบ EDI เริ่มต้นเมื่อกลางปี ค.ศ. 1990 ผู้ขายปัจจัยการผลิตรายต่างๆ สามารถ เข้าถึงระบบงานของบริษัทคู่ค้าผ่านเครือข่าย EDI (ภายใต้สัญญาระยะยาวระหว่างคู่ค้าในการ ทา ธุรกิจร่วมกัน) เพื่อตรวจดูปริมาณสินค้าหรือวัตถุดิบคงเหลือ หากระดับถึงจุดที่ควรสั่งซื้อเพิ่มก็จะ ทา การป้อนวัตถุดิบที่จาเป็นต่อกระบวนการผลิต ด้วยการส่งมอบตรงตามตารางเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งถือ เป็นการดาเนินงานในรูปแบบ การเติมเต็มสินค้า/วัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง (Continuous Replenishment) เพื่อมีให้วัตถุดิบที่จาเป็นต่อกระบวนการผลิตต้องขาดช่วง สาหรับการส่งมอบ วัตถุดิบเพื่อเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา ทาให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าได้ทันเวลาตามจานวนที่ต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาวิธีการจัดซื้อในรูปแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งกระบวนการใหม่ๆ ในรูปแบบดังกล่าว นามาซึ่งการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ขายปัจจัยการผลิตที่เป็นคู่ค้าของบริษัทได้เป็นอย่างดี
  • 36.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) วิวัฒนาการของ EDI ซึ่งเริ่มจาก การสื่อสารดิจิตอลที่เชื่อมโยงแบบ point-to-point มาเป็น many-to- many ที่ผู้ขายปัจจัยการผลิตราย ต่างๆ สามารถเติมเต็มสินค้า/ วัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ให้กับบริษัท ที่เป็นคู่ค้า โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ จัดซื้อในรูปแบบเดิมอีกต่อไป
  • 37.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.5.1 ส่วนประกอบของ EDI มาตรฐานของ EDI เกี่ยวข้องกับ ทรานแซกชั่นเซต (Transaction Set) หรือ ชุดธุรกรรม ซึ่งเปรียบเสมือนกับไฟล์ EDI ที่ใช้แทนเอกสารกระดาษ และถือเป็นหน่วยการส่งผ่านของ EDI กล่าวคือ ข้อมูลที่ส่งผ่านระบบ EDI จะมีความแตกต่างจาก ข้อมูลตามเอกสารทั่วไปที่ส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างไม่แน่นอน ใน ขณะเดียวกันข้อมูลใน EDI จะถูกจัดระเบียบด้วยการเก็บค่า ข้อมูลลงใน Data Element (Field) ที่แสดงข้อมูลเดียวกัน เช่น วันที่ทาธุรกรรม วันที่ซื้อสินค้า จานวน ราคา ชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ และ ชื่อผู้รับ เป็นต้น ครั้นเมื่อนาฟิลด์ดังกล่าวรวมเข้าด้วยกันก็จะเป็น Data Segment (Record) และเมื่อนาหลายๆ เรคอร์ดมารวมกัน ก็จะ กลายเป็น Transaction Set (File) และชุดทรานแซกชั่นนี้ เองก็จะกลายเป็นเอกสาร EDI ซึ่งเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ แลกเปลี่ยนการแทนเอกสารต้นฉบับที่เป็นกระดาษ File = Transaction Set Record = Data Segment Field = Data Element
  • 38.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) Purechase Order Purchaser ในขณะเดียวกัน ทรานแซกชั่นเซตก็จากเกี่ยวข้องกับชนิดของเอกสาร EDI ตามมาตรฐาน นั้นๆ ตัวอย่างมาตรฐานที่นิยมเช่น ANSI X12 (American Nation Standards Institute X12 Standards) และ UN/EDIFACT (United Nation/EDI for Administration, Commerce and Transpot) ที่แสดงไว้ดังรูป (ประเทศไทยใช้มาตรฐานของ UN/EDIFACT) ซึ่งประกอบ ไปด้วย เอกสารต่างๆ ให้เลือกใช้งานหลายด้านด้วยกัน โดยสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจต่างๆ ได้ มากมายหลายแขนง ตามรหัสของธุรกรรมนั้นๆ เช่น รหัสหมายเลข 850 (มาตรฐาน ANSI X12) ก็จะตรงกับทรานแซกชั่นเซตที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อ (Purchase Order) เป็นต้น
  • 39.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ทรานแซกชั่นเซตตามมาตรฐาน ANSI X12
  • 40.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ทรานแซกชั่นเซตตามมาตรฐาน UN/EDIFACT
  • 41.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Hardware and Software) ฮาร์ดแวร์ในที่นี้ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ ซอฟต์แวร์ EDI (Translation Software) ที่ติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทาหน้าที่แปลข่าวสาร จากเอกสาร (หรือดึงข้อมูลเอกสารที่บันทึกอยู่ในฐานข้อมูลขึ้นมา) ให้มาเป็นเอกสาร EDI และในทาง กลับกัน ก็สามารถแปลงกลับมาเป็นรูปแบบที่ผู้รับสามารถนาไปใช้ภายในองค์กรได้ นอกจากนี้แล้ว ซอฟต์แวร์ยังรวมถึงซอฟต์แวร์สื่อสารที่เกี่ยวข้องกับโพรโทคอลในระบบสื่อสาร ที่ผนวกรวมเข้ากับ ข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมส่งผ่านเครือข่ายต่อไป
  • 42.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ตัวอย่างใบสั่งซื้อ ที่ได้รับการแปลงเป็นเอกสาร EDI ตามมาตรฐาน ANSI X12 โดย EDI ทรานแซกชั่นเซตจะถูก นามาใช้แลก เปลี่ยน เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารกระดาษ (Paper Document) ใบสั่งซื้อที่ถูกแปลงเป็นทรานแซกชั่นเซต 850 ตามมาตรฐาน ANSI X12 ซึ่งจากรูปได้ แสดงให้เห็นถึง Data Element, Data Segment และตัวคั่นระหว่างข้อมูล (Delimiter)
  • 43.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  การสื่อสาร (Communication) ในเรื่องของระบบการสื่อสาร ก็คือเทคโนโลยีที่นามาใช้เพื่อการส่งผ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการเครือข่าย โดยรายละเอียดจะขอกล่าวใน หัวข้อผู้ให้บริการเครือข่ายต่อไป 6.5.2 EDI ทางานอย่างไร แม้ว่าแนวความคิดพื้นฐานของระบบ EDI จะแลดูตรงไปตรงมาก็ตาม แต่ในด้านการนาไปใช้ งานจริงนั้น กลับมีความยุ่งยากอยู่ไม่น้อย แม้อยู่ในสถานการณ์ทางธุรกิจแบบง่ายๆ ก็ตาม โดย รายละเอียดต่อไปนี้ จะเปรียบเทียบถึงกระบวนการจัดซื้อด้วยระบบเอกสารกับระบบ EDI ของบริษัท แห่งหนึ่ง ที่ต้องการเครื่องจักร ซึ่งก็คือเครื่องตัดโลหะตัวใหม่มาใช้ในโรงงาน โดยสมมติว่า ฝ่ายผู้ขาย ใช้วิธีการส่งมอบสินค้าด้วยยานพาหนะของตนเอง เพื่อส่งมอบสินค้ามายังบริษัท (ลูกค้า)
  • 44.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  กระบวนการจัดซื้อโดยใช้ระบบเอกสาร (Paper-Based Purchasing Process) กระแสข้อมูลของกระบวนการ จัดซื้อแบบดั้งเดิมที่ใช้ระบบ เอกสารเป็นตัวขับเคลื่อน
  • 45.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  กระบวนการจัดซื้อโดยใช้ระบบเอกสาร (Paper-Based Purchasing Process) เมื่อผู้จัดการฝ่ายผลิต ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องตัดโลหะมาใช้ทดแทนเครื่องเดิม จึงมีการดาเนินงาน ตามกระบวนการต่อไปนี้ • ผู้จัดการฝ่ายผลิตได้ร่างแบบฟอร์มใบขอซื้อ (Purchase Requisition) และส่งไปยังแผนก จัดซื้อ ซึ่งภายในแบบโฟมได้อธิบายถึงความต้องการเครื่องตัดโลหะเพื่อนามาใช้ในโรงงาน • แผนกจัดซื้อได้ติดต่อไปยังผู้ขายรายต่างๆ เพื่อเจรจาต่อรองเรื่องราคา พร้อมเงื่อนไขการส่งมอบ เมื่อแผนกจัดซื้อได้คัดเลือกผู้ขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะจัดเตรียมใบสั่งซื้อ (Purchase Order) และส่งไปยังห้องจดหมาย (Mail Room) • แผนกจัดซื้อจะส่งสาเนาใบสั่งซื้อหนึ่งชุดไปยังแผนกรับสินค้า (Receiving Department) เพื่อให้ เขานาไปวางแผนการรับสินค้าที่ส่งมอบมาถึงตามตารางวันเวลาที่กาหนด นอกจากนี้แผนกจัดซื้อ ยังส่งสาเนาใบสั่งซื้อไปยังแผนกบัญชี เพื่อให้เขารับทราบถึงยอดเงินที่ สั่งซื้อในครั้งนี้ • ห้องจดหมายได้นาใบสั่งซื้อ (ที่ได้รับจากแผนกจัดซื้อ) ส่งไปยังผู้ขาย ซึ่งอาจใช้วิธีการส่ง จดหมาย หรือให้พนักงานเดินเอกสารนาไปส่งให้
  • 46.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อได้รับใบสั่งซื้อและส่งต่อไปยังแผนกขาย (Sales Department) • แผนกขายของฝั่งผู้ขาย จัดทาใบสั่งขาย (Sales Order) ส่งไปยังแผนกบัญชี และจัดทาใบสั่งผลิต (Work Order) ไปยังฝ่ายผลิต โดยใบสั่งผลิตจะระบุรายละเอียดข้อมูลของตัวเครื่องจักร พร้อม อนุญาตให้ผลิตหรือประกอบเครื่องจักรตามใบสั่งงาน • เมื่อเครื่องจักร (เครื่องตัดโลหะ) ถูกผลิตขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ฝ่ายผลิตก็จะแจ้งให้ทาง บัญชี รับทราบ และส่งเครื่องจักรไปเพื่อทาการจัดส่ง • แผนกบัญชีจะส่งต้นฉบับใบกากับสินค้า (Invoice) ไปยังห้องจดหมาย ส่วนสาเนาจะถูกส่งไปยัง แผนกจัดส่งสินค้า (Shipping Department) • ห้องจดหมายส่งใบกากับสินค้าไปยังผู้ซื้อผ่านทางจดหมาย หรืออาจให้พนักงานเดินเอกสาร นาส่ง ไปให้ • แผนกจัดส่งสินค้าของฝั่งผู้ขาย นาสาเนาใบกากับสินค้าไปประกอบการสร้างใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) เพื่อส่งไปพร้อมกับเครื่องจักรที่จะส่งไปยังผู้ซื้อ • ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อได้รับใบกากับสินค้า ในขณะเดียวกันแผนกรับสินค้าก็ได้รับ เครื่องจักร พร้อมใบตราส่งสินค้า
  • 47.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • ห้องจดหมายของฝั่งผู้ซื้อ จะส่งต้นฉบับใบกากับสินค้าไปยังแผนกบัญชี และนาสาเนาส่งไปยัง แผนกจัดซื้อ จากนั้นแผนกจัดซื้อก็จะรับทราบว่า เครื่องจักรที่สั่งซื้อได้ถูกส่งมาแล้ว • แผนกรับสินค้า (ฝั่งผู้ซื้อ) ทาการตรวจสอบเครื่องจักร ร่วมกับใบตราส่งสินค้าพร้อมกับสาเนา ใบสั่งซื้อ ถ้าเครื่องจักรอยู่ในสภาพดี ตรงตามสเปค ตรงตามใบตราส่งและใบสั่งซื้อ จึงถือเป็น การรับสินค้าโดยสมบูรณ์ ต่อไปก็จะจัดทารายงานรับสินค้า (Receiving Report) และส่งมอบ เครื่องจักรไปยังหน่วยปฏิบัติงานนั้นๆ • แผนกรับสินค้า ส่งรายงานการรับสินค้าไปยังแผนกบัญชี • เพื่อความมั่นใจ แผนกบัญชีจะนารายละเอียดทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับสาเนาใบสั่งซื้อ รายงาน การรับสินค้าว่ามีข้อมูลตรงกันกับต้นฉบับใบกากับสินค้าหรือไม่ จากนั้นก็จะทาบัญชีตรวจ สอบ และส่งต่อไปยังห้องจดหมาย • ห้องจดหมาย (ฝั่งผู้ซื้อ) ทาการส่งเช็คผ่านจดหมาย หรือผ่อนพนักงานเดินเอกสาร • ห้องจดหมาย (ฝั่งผู้ขาย) ได้รับเช็คและส่งไปยังแผนกบัญชี • แผนกบัญชีทาการตรวจสอบเช็คสั่งจ่ายกับสาเนาใบกากับสินค้า ใบตราส่ง และใบสั่งขาย ถ้า รายละเอียดตรงกันทั้งหมด แผนกบัญชีก็จะนาฝากเช็คเข้าธนาคารและบันทึกการรับชาระเงิน
  • 48.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  กระบวนการจัดซื้อด้วยระบบ EDI (EDI Purchasing Process) กระแสข้อมูลของกระบวนการ จัดซื้อผ่านระบบ EDI
  • 49.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  กระบวนการจัดซื้อด้วยระบบ EDI (EDI Purchasing Process) เมื่อผู้จัดการฝ่ายผลิตได้ตัดสินใจซื้อเครื่องตัดโลหะมาใช้ทดแทนเครื่องเดิม โดยดาเนินงาน ผ่านระบบ EDI จึงมีการดาเนินงานตามกระบวนการต่อไปนี้ • ผู้จัดการฝ่ายผลิตส่งอีเมล์ไปยังแผนกจัดซื้อ โดยข่าวสารภายในจดหมายจะอธิบายถึงความ ต้องการเครื่องตัดโลหะ เพื่อนามาใช้ในโรงงาน • แผนกจัดซื้อติดต่อไปยังผู้ขายรายต่างๆ ผ่านโทรศัพท์ อีเมล หรือเว็บไซต์ของผู้ขาย เพื่อเจรจา ต่อรองเรื่องราคา พร้อมเงื่อนไขการส่งมอบ ซึ่งภายหลังจากแผนกจัดซื้อได้คัดเลือก ผู้ขายเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งข่าวสารไปยังแผนกขาย (ฝั่งผู้ขาย) • คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ EDI จะแปลเอกสารใบสั่งซื้อให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Purchase Order Transaction Set) และส่งไปยังผู้ขายผ่านเครือข่าย EDI • แผนกจัดซื้อส่งอีเมล์ไปยังแผนกรับสินค้า เพื่อให้เขาสามารถนาไปวางแผนการรับสินค้าที่จะ ส่ง มอบมาถึงตามตารางวันเวลาที่กาหนด นอกจากนี้แผนกจัดซื้อยังส่งอีเมล์ไปยังแผนกบัญชี เพื่อให้เขารับทราบถึงยอดที่สั่งซื้อในครั้งนี้
  • 50.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • คอมพิวเตอร์ฝั่งผู้ขาย ได้รับทรานแซกชั่นเซต ใบสั่งซื้อจากนั้นตัวระบบจะทาการแปลง เอกสาร EDI มาเป็นรูปแบบไฟล์เอกสารเพื่อนาไปใช้งานต่อไป • ใบสั่งซื้อ EDI ที่ได้รับการแปลงเป็นไฟล์เอกสาร จะถูกส่งไปยังแผนกขาย จากนั้นก็จะถูกส่ง ต่อโดยอัตโนมัติไปยังแผนกบัญชีและฝ่ายผลิต เพื่อทาการผลิตหรือประกอบเครื่องจักร • ข่าวสารจะส่งต่อแบบอัตโนมัติไปยังฝ่ายผลิต ที่อธิบายถึงรายละเอียดของเครื่องจักร พร้อม อนุญาตให้ผลิตเครื่องจักรตามใบสั่งงาน • เมื่อเครื่องจักรได้รับการผลิตจนเสร็จสมบูรณ์ ฝ่ายผลิตก็จะอีเมลแจ้งไปยังทางแผนกบัญชี ให้ รับทราบ จากนั้นก็จะส่งเครื่องจักรไปยังแผนกจัดส่งสินค้า • แผนกจัดส่งสินค้า (ฝั่งผู้ขาย) ได้ส่งอีเมล์แจ้งไปยังแผนกบัญชีว่าเครื่องจักรพร้อมส่งมอบแล้ว • แผนกจัดส่งสินค้า ส่งข้อมูลเข้าไปยังระบบ EDI เพื่อให้รับรู้ถึงสถานะของเครื่องจักรว่าพร้อม • ส่งมอบ ระบบจะทาการแปลงข่าวสารมาเป็นเอกสาร EDI (856 Transaction Set : Advance Ship Notification) และส่งผ่านเครือข่าย EDI ไปยังผู้ซื้อ • แผนกบัญชี (ฝั่งผู้ขาย) ส่งข่าวสารผ่านระบบ EDI เพื่อแปลงข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ (Invoice Transaction Set) มาตรฐานและส่งผ่านเครือข่าย EDI ไปยังผู้ซื้อ
  • 51.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • ระบบคอมพิวเตอร์บนฝั่งผู้ซื้อ จะได้รับใบกากับสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Invoice Transaction Set) ก่อน โดยซอฟต์แวร์ EDI จะทาการถอดรหัส Transactiion Set ดังกล่าว มา เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารที่มนุษย์สามารถอ่านได้ และส่งไปยังแผนกบัญชีและแผนกรับสินค้า • เมื่อเครื่องจักรได้ส่งมอบถึงที่แล้ว แผนกรับสินค้า (ฝั่งผู้ซื้อ) จะทาการตรวจสอบเครื่องจักร พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลใบกากับสินค้าผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องจักรอยู่ในสภาพดี และ จับคู่ตรงกันกับรายละเอียดที่แสดงในระบบของผู้ซื้อ แผนกรับสินค้าก็จะส่งข่าวสารไป ยังแผนก บัญชี เพื่อยืนยันว่าเครื่องจักรที่สั่งซื้อได้รับเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็จะนาเครื่องจักรดังกล่าว ส่ง มอบไปยังหน่วยปฏิบัติการณ์นั้นๆ ต่อไป • ระบบบัญชี (แผนกบัญชีของฝั่งผู้ซื้อ) จะเปรียบเทียบรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด ที่เกี่ยวข้อง กับ ข้อมูลการสั่งซื้อ การรับข้อมูล และการถอดรหัสทรานแซกชั่นเซตใบกากับสินค้าจาก ผู้ขาย จะ ถ้าทุกอย่างถูกต้องตรงกัน ตัวระบบก็จะแจ้งไปยังทางธนาคารเพื่อถอนเงินจากบัญชี ของผู้ซื้อ เพื่อนาฝากเข้าบัญชีให้กับผู้ขายตามยอดเงินที่ปรากฏอยู่ในใบแจ้งหนี้ (ใบกากับสินค้า) ทั้งนี้ เครือข่าย EDI จะดาเนินงานบริการดังกล่าวจนสาเร็จโดยอัตโนมัติ
  • 52.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ตัวอย่างแสดงการไหลของข้อมูลระหว่างคู่ค้าผ่านระบบ EDI ซึ่งในที่นี้ ขอนาเสนอแบบย่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจในขั้นตอน การโต้ตอบของระบบ EDI เป็นสาคัญ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ คือ ขั้นตอนที่ 1 : ผู้ซื้อส่งใบสั่งซื้อด้วยชุด Transaction Set 850 (Purchase Order) ไปยังผู้ขาย ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ขายตอบรับกลับไปยังคู่ค้า (ผู้ซื้อ) แบบอัตโนมัติ ด้วยชุด Transaction Set 997 (Functional Acknowledgment) เพื่อยืนยันและ ยอมรับในใบสั่งซื้อที่ส่งมา ขั้นตอนที่ 3 : ผู้ขายได้แจ้งถึงการจัดส่งสินค้าไปยังคู่ค้า ว่าจะ ส่งมอบสินค้าไปถึงเมื่อไร ด้วยชุด Transaction Set 856 ขั้นตอนที่ 4 : ผู้ซื้อตอบรับกลับไป เพื่อยืนยันถึงวันที่และเวลา ในการส่งมอบสินค้า ด้วยชุด Transection Set 997 ขั้นตอนที่ 5 : ผู้ขายส่งใบกากับสินค้า (Invoice) ไปยังผู้ซื้อ ด้วยชุด Transaction Set 810 ขั้นตอนที่ 6 : ผู้ซื้อตอบรับเพื่อยืนยัน ด้วยชุด Transaction Set 997
  • 53.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) สาหรับข้อดีของระบบ EDI สามารถแบ่งออกเป็นข้อดีทางตรงและทางอ้อม ดังรายละเอียด ต่อไปนี้ ข้อดีทางตรง • ช่วยให้กระบวนการทาธุรกรรม (เช่น การประมวลผลคาสั่งซื้อ) มีความแม่นยาสูงขึ้น ลด ข้อผิดพลาด และใช้เวลาสั้นลง • ช่วยให้ปริมาณการประมวลผลธุรกรรม (เช่น การประมวลผลคาสั่งซื้อ) ในแต่ละวันมีมากขึ้น • ช่วยให้การสื่อสารดีขึ้น ระหว่างสานักงานใหญ่และพนักงานขาย • สามารถเข้าถึงสต๊อกสินค้าของผู้ขายปัจจัยการผลิต หรือผู้ขายแต่ละราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย • ช่วยให้การติดต่อซื้อขายทันเวลากับการขายมากขึ้น (ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค) • สามารถนาข้อมูลจากฐานข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อวิเคราะห์การขายตามส่วนแบ่งตลาด • วิเคราะห์การขายตามแต่ละพื้นที่ ตามกลุ่มของผู้บริโภค และตามกลุ่มผู้ขาย มีค่าใช้จ่ายต่า
  • 54.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ข้อดีทางอ้อม • เพิ่มความปลอดภัยในการทางาน รวมถึงข้อมูลที่ส่งผ่านไปยังผู้ขายก็มีความปลอดภัย เช่นกัน • ใช้งานง่ายเนื่องจากเข้าถึงเฉพาะผู้ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น • ใบสั่งซื้อที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือ • เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคู่ค้า
  • 55.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.5.3 ผู้ให้บริการ EDI (Value-Added Networks : VAN) เมื่อเปรียบเทียบขั้นตอนการจัดซื้อด้วยระบบเอกสารกับระบบ EDI จะพบว่าแต่ละแผนกจะมี การแลกเปลี่ยนข่าวสารเดียวกันนี้ระหว่างแผนกด้วยกัน แต่ด้วยระบบ EDI นั้นจะช่วยลดการไหล ของเอกสาร และเพิ่มความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วย งานภายในและระหว่าง บริษัทด้วยกัน ก็จะพบว่ามีส่วนประกอบ หลักๆ อยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่แปล เอกสาร EDI ทั้งฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย และเครือข่าย EDI โดยกระบวนการที่ถูกปรับเปลี่ยนและทางาน ได้อย่างรวดเร็ว ก็คือเครือข่าย EDI ที่ได้เชื่อมต่อระหว่างบริษัทที่เป็นคู่ค้า พร้อมกับคอมพิวเตอร์ทั้ง สองฝ่ายที่จัดการในเรื่องการแปลง ข้อมูล เช่น ใบสั่งซื้อ เมื่อเข้าสู่ตัวระบบ EDI ก็จะถูกแปลงเป็น เอกสาร EDI ตามมาตรฐาน เพื่อส่งไปยังฝั่งผู้ขาย เพื่อทาธุรกรรมผ่านระบบ EDI ที่เป็นไปตาม มาตรฐานที่กาหนด ทั้งนี้คู่ค้ายังสามารถเลือกวิธี ใช้งานเครือข่าย EDI ได้หลายแนวทางด้วยกัน แต่ วิธีพื้นฐานที่นิยมใช้กันอยู่มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ การเชื่อมต่อโดยตรงกับการเชื่อมต่อผ่าน เครือข่าย VAN
  • 56.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  การเชื่อมต่อโดยตรง (Direct Connection EDI) เป็นวิธีการเชื่อมต่อที่คู่ค้าภายในเครือข่าย ต้องมีคอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่แปลเอกสาร EDI โดย เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อโดยตรงไปยังคู่ค้าแต่ละแห่ง ด้วยอุปกรณ์โมเด็มที่เชื่อมต่อ กับ สายโทรศัพท์ (Dial-up) หรือสายเช่าความเร็วสูง (Leased Lines) ซึ่งการเชื่อมต่อโดยตรงด้วยวิธี Dial-up ไม่ค่อยนิยมเนื่องจากความเร็วต่าและมีความน่าเชื่อถือต่า ดังนั้นจึงมักนิยมใช้ Leased Line มากกว่าเนื่องจากมีความเสถียรและส่งผ่านข้อมูลด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องแลก กับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเช่นกัน
  • 57.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)  การเชื่อมต่อ EDI ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (Value-Added Network : VAN) เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่คู่ค้าแต่ละแห่งได้หันมาใช้บริการ VAN (Value-Added Network) ซึ่ง เป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่าย ที่จัดเตรียมอุปกรณ์แบบเบ็ดเสร็จมาให้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การ สื่อสารซอฟต์แวร์ ตู้จดหมายที่ใช้รับส่งข่าวสารระหว่างกัน รวมถึงการส่งต่อข่าวสารอิเล็คทรอนิกส์ที่ ผนวกข้อมูลของชุดทรานแซกชั่นเซต สาหรับการใช้บริการ VAN นั้น ผู้ค้าแต่ละแห่ง จะต้องติดตั้ง ซอฟต์แวร์ EDI Translator ซึ่งปกติผู้ให้บริการเครือข่าย EDI หรือ VAN จะเป็น ผู้ดาเนินการและทา หน้าที่เป็นศูนย์กลางไปรษณีย์สาหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างคู่ค้าที่สามารถรับส่งข่าวสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข่าวสารที่รับส่งกันอาจเป็นข่าวสารแบบ EDI หรือ Non-EDI ก็ได้ เช่น การส่งผ่าน ไฟล์ข้อมูล และอีเมล เป็นต้น สาหรับผู้ให้บริการ VAN จะมีระบบป้องกันและรักษา ความปลอดภัย ให้กับตู้จดหมาย (Mailbox) ของลูกค้าแต่ละราย ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงย่อมไม่สามารถเข้า ไปรุกล้าหรือ แอบดูข้อมูลได้ เมื่อต้องการชุดทรานแซกชั่น (EDI Transaction Set) ไปยังคู่ค้า ขั้นตอนแรกจะต้องเชื่อมต่อ เข้ากับเครือข่าย VAN ก่อน (ด้วยวิธี Dial-Up หรือ Leased Line) จากนั้นก็ส่งข่าวสารที่ถูกแปลงเป็น เอกสาร EDI ผ่านไปยัง VAN ในขณะเดียวกัน VAN ก็จะบันทึกข่าวสารและส่งไปยังตู้จดหมายของ คู่ ค้าและเมื่อคู่ค้าได้เชื่อมต่อเข้ากับ VAN ก็สามารถเรียกดูข่าวสาร EDI จากตู้จดหมายของตน
  • 58.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) การเชื่อมต่อ EDI ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (VAN)
  • 59.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) บริษัท ไทยเทรดเน็ท จากัด (www.ttn.co.th) ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท สามารถเทเลคอม จากัด เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ EDI แบบครบวงจรที่ก่อตั้งโดยคนไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนอง การทาธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน (B2B) และระหว่างภาคธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐ (B2G)
  • 60.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.5.4 การชาระเงินบน EDI สาหรับทรานแซกชั่นเซตของ EDI บางชุด เตรียมชุดคาสั่งไปยังธนาคารของคู่ค้า ซึ่งทราน แซกชั่นเซตเหล่านี้เปรียบเสมือนตราสารเปลี่ยนมือ ที่สามารถโอนเปลี่ยนมือได้จากการส่งมอบหรือ สลักหลัง เช่น ตั๋วเงิน เป็นต้น ซึ่งตั๋วเงินอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เทียบเท่ากับเช็คสั่งจ่าย ที่ผู้สั่งจ่ายได้ จ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงิน ตามจานวนเงินที่ระบุไว้ในเช็ค ซึ่งสามารถนาไปใช้เพื่อดาเนินธุรกรรมการโอน เงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfers : EFT) กับธนาคารได้ทุกแห่ง ด้วยการขึ้นย้ายเงิน จากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งไปยังบัญชีธนาคารอื่นๆ โดยทางธนาคารจะทาการเคลียร์ริ่งผ่านสานักหัก บัญชีอัตโนมัติ (Automated Clearing House : ACH)
  • 61.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.5.5 EDI บนอินเทอร์เน็ต ธุรกิจเริ่มหันมาใช้บริการ EDI ผ่านอินเทอร์เน็ตแทนสายเช่าความเร็วสูง เนื่องจากมีราคาแพง อีกทั้งก็ยังคงสนับสนุนการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบโดยตรงหรือผ่าน VAN อุปสรรคสาคัญในการดาเนิน EDI ผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น คงไม่พ้นเรื่องความปลอดภัย การทา ธุรกรรม EDI ส่วนใหญ่เป็นสัญญาการค้าทางธุรกิจที่มักเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจานวนมาก ปัญหา เกี่ยวกับการปฎิเสธหรือการไม่ยอมรับในธุรกรรมที่เคยติดต่อกัน จึงเป็นเรื่องที่สาคัญมาก ดังนั้น การ ห้ามปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-Repudiation) จึงเป็นความสามารถในการสร้างหลักฐานที่ เกิดขึ้นจริงในการทาธุรกรรม ซึ่งช่วยป้องกันบุคคลที่จะปฏิเสธความถูกต้องในธุรกรรมที่เคยทาสัญญา ร่วมกันมาก่อน
  • 62.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.6 การจัดการโซ่อุปทานโดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management : SCM) เป็นการจัดการกิจกรรมใน แต่ ละกระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการกับผู้ขายปัจจัยการผลิต เพื่อช่วยลดต้นทุน ด้านการผลิตและนาไปสู่การเพิ่มผลกาไรให้แก่องค์กร ซึ่งประกอบด้วย กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดจาหน่าย และการขนส่ง ซึ่งภาพรวมของการ จัดการโซ่อุปทานนั้น ถือเป็นการบูรณาการทั้งระบบในด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องทั้งอุปสงค์ และอุปทานให้บรรลุผลอย่างลงตัว เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ส่งผลต่อการลดต้นทุน เพิ่มผลกาไรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ดังนั้นองค์กรหรืออุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบันต่างล้วนต้องการหาพันธมิตรร่วมค้า เพื่อเข้ามาอยู่ภายในห่วงโซ่อุปทาน เดียวกันนี้ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการใช้พันธมิตรเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและเติบโตไปด้วยกัน โดยสร้างความสัมพันธ์หรือมีสัญญาระยะยาวระหว่างกัน คู่ค้าภายในห่วงโซ่จะมีความเกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงปลายทาง กล่าวคือตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การแปรรูปวัตถุดิบผ่านกระบวน การผลิตเป็นสินค้าขั้นสุดท้าย และการกระจายสินค้าเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภคในที่สุด
  • 63.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ผู้มีส่วนร่วมในโซอุปทาน ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันตลอดห่วงโซ่
  • 64.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.6.1 การสร้างคุณค่าในโซอุปทาน ธุรกิจส่วนใหญ่ได้ตระหนักถึงความสามารถในการประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณค่าในตัว ผลิตภัณฑ์ จากการเข้าไปมีบทบาทเจรจากับผู้ขายปัจจัยการผลิต ด้วยการดึงดูดผู้ขายปัจจัยการ ผลิตให้เข้ามามีส่วนร่วมผ่านการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีด้วยการเป็นคู่ค้าแบบระยะยาว เพื่อตอบสนอง แก่ลูกค้าของพวกเขาผ่านการบริการที่รวดเร็วกว่า ถูกกว่า และดีกว่า จากการประสานความ พยายามของผู้มีส่วนร่วมในโซอุปทานนั่นเอง เดลล์ คอมพิวเตอร์ (Dell Computer) เป็นหนึ่งในบริษัทที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในโซ่อุปทาน จากการแบ่งปันข่าวสารร่วมกันกับผู้ขายปัจจัยการผลิตของตน เมื่อเดลล์ได้รับคาสั่งซื้อจากลูกค้า ก็จะส่งข้อมูลไปยังผู้ขายปัจจัยการผลิต ว่าใครสามารถพยากรณ์เพื่อการผลิตให้กับเดลล์ได้อย่าง แม่นยา และตรงตามแผนความต้องการของเดลล์มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตไดรฟ์ซีดี/ดีวีดี สามารถปรับเปลี่ยนแผนการผลิตได้ทันที เมื่อเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในคาสั่งซื้อของเดลล์ที่ลูกค้า ส่วนใหญ่มีความต้องการไดรฟ์ดีวีดีมากขึ้น จึงลดการผลิตไดรฟ์ซีดีลงเพื่อป้องกันไดรฟ์ซีดีถูกผลิต เกินกว่าลูกค้าต้องการ (Overproducing) ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนของผู้ขายปัจจัยการผลิต รวมถึง ต้นทุนในโซ่อุปทานโดยรวมด้วย
  • 65.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ข้อดีของการนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้จัดการโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ขายปัจจัย การผลิตสามารถ • แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในความต้องการของลูกค้าให้กับผู้มีส่วนร่วม ได้รับทราบทั่วถึงกัน • ได้รับข่าวสารที่แจ้งอย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ • จัดเตรียมข้อกาหนดรายละเอียดและงานเขียนแบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น • เพิ่มความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม • ลดค่าใช้จ่ายด้านการดาเนินธุรกรรม • ลดข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลเพื่อดาเนินธุรกรรม • แบ่งปันข่าวสารเกี่ยวกับการสูญเสียจากการผลิต (Defect Rates) และนาไปสู่การควบคุม อัตราการสูญเสียในระดับที่ต่า เพื่อสะท้อนถึงผลิตภาพ (Productivity) ที่ดี กล่าวคือ เป็นการ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณหรือมีมูลค่ามากขึ้น
  • 66.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.6.2 การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซ่อุปทาน หลายบริษัทด้วยกันได้นาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเว็บมาใช้เพื่อจัดการโซ่อุปทาน ด้วยวิธี การที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลอดภายในห่วงโซ่ บริษัทเหล่านี้ได้ค้นพบถึงแนวทางในการเพิ่มความ เร็วในกระบวนการทางาน การลดต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต ที่พวกเขาสามารถตอบ สนองต่อปริมาณการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองต่อความเป็นธรรมชาติของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ตัวอย่าง บริษัท โบอิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของโลก เบื้องหน้าเป็น งานที่ใหญ่มาก ในเรื่องของการรักษากระบวนการผลิตให้ตรงตามตารางเวลา โดยเครื่องบินแต่ละลา จะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ กว่าหนึ่งล้านชิ้น เพื่อประกอบเป็นลาขึ้นมา และเครื่องบินแต่ละลา จะได้รับการติดตั้งค่าตามข้อกาหนดในสัญญาการสั่งซื้อเครื่องบินลาดังกล่าว การประกอบชิ้นส่วน ต่างๆ ของเครื่องบิน สามารถเป็นหนึ่งในสองกรณีด้วยกัน คือ เสร็จสมบูรณ์และพร้อมส่งมอบตรง ตามกาหนด หรือกระบวนการผลิตอาจมีความจาเป็นต้องหยุดชะงักไปด้วยเหตุจาเป็น
  • 67.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ในปีค.ศ. 1997 ได้เกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการ ผลิต และตารางกาหนดเวลาการผลิต บริษัท โบอิ้ง ได้ ปิดสายงานประกอบเครื่องบินทั่วทั้งระบบยาวนานทา ให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 ล้านดอลล่าร์ และ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโบอิ้งจึงได้ ลงทุนไปกับระบบสารสนเทศใหม่ๆ เป็นจานวนมาก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต มีระบบการวางแผนและควบคุมงานด้านโลจิสติกส์ในทุกส่วนประกอบของโซ่อุปทาน มีการนาระบบ EDI และอินเทอร์เน็ตมาใช้เพื่อเชื่อมโยงสื่อสารกัน โดยโบอิ้งได้ทางานร่วมกันกับผู้ขายปัจจัยการผลิต รายต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดเตรียมและส่งชิ้นส่วนประกอบเครื่องบินได้อย่างถูกต้อง ภายใต้ กรอบเวลาที่เหมาะสม แม้กระทั่งก่อนที่เครื่องบินจะเข้าสู่สายการผลิต โบอิ้งก็ยังมีการจัดทาข้อกาหนด ทางวิศวกรรมและภาพวาด ที่พร้อมส่งให้กับผู้ขายปัจจัยการผลิตของตน ผ่านการเชื่อมต่อบน อินเทอร์เน็ตที่มีความปลอดภัย โดยจะมีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้าของการประกอบเครื่องบิน นอกจากนี้ทางโบอิ้งยังได้คุ้มครองรักษาสมาชิกทุกคนภายในโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง มีการแจ้งให้ ทราบถึงการบรรลุในผลผลิตของงาน และการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาหากมีความจาเป็น
  • 68.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ช่วงปีที่สองของการใช้ระบบใหม่นี้ ทางโบอิ้งสามารถตัดเวลาไปกว่าครึ่งหนึ่ง ในขั้นตอนการ ประกอบเครื่องบินลาใหม่จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ กล่าวคือ รอบระยะเวลาในการ ดาเนินงานโดยรวม (Total Cycle Time) ของกระบวนการประกอบเครื่องบินนั้นสั้นลง โดยนับจากวันรับคาสั่งซื้อจนกระทั่งวันส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า ซึ่งแต่ เดิมนั้นเวลาส่วนใหญ่สูญเสียไปกับ การรอคอยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรอคอยชิ้นส่วนวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบการรอ คาสั่งอนุมัติในการเขียนแบบ รวมถึงเวลาที่ต้องเสียไปกับงานด้านเอกสาร และด้วย Cycle Time ที่สั้นลงนี้เอง ทางโบอิ้ งจึงสามารถส่งมอบเครื่องบินลาใหม่ที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาเพียง 10 เดือน หรือน้อยกว่า ซึ่งแต่เดิมนั้นต้อง ใช้เวลาในการประกอบนานกว่า 36 เดือน เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้กับลูกค้าทางโบอิ้ง ได้ดาเนินการเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการบริการชิ้น ส่วนอะไหล่ ภายใต้ ชื่อว่า “Boeing PART” เพื่อวิเคราะห์และติดตามความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่ ของลูกค้าทั้งนี้มีสายการบินมากกว่า 500 สถานีที่เป็นลูกค้าของโบว์อิ้ง ไม่ได้ใช้ระบบ EDI ในการสั่ง ซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ ดังนั้นเว็บไซต์ Boeing PART ได้เปิด ช่องทางให้ลูกค้าของเขาได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ และสามารถสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบินผ่านทางเว็บไซต์ของเขา โดยในแต่ละวันเว็บไซต์ได้มีการประมวลผลธุรกรรมนับพันรายการ และต้นทุนในการดาเนินงานต่างๆ ลดลงอย่างมี นัยสาคัญ เมื่อเทียบกับระบบการทางานแบบเดิมที่ใช้วิธีการติดต่อผ่านโทรศัพท์ โทรสาร และการสั่งซื้อผ่าน ไปรษณีย์ และด้วยการใช้เทคโนโลยี Web EDI ผ่านการเปิดเว็บ Boeing PART เพื่อรับคาสั่งซื้อจาก ลูกค้าผ่านช่องทางเว็บ จึงทา ให้โบอิ้งสามารถส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับลูกค้าได้ภายในวันเดียวกัน หรือในวันถัดไป
  • 69.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) การหาคู่ค้ามาเป็นพันธมิตรในโซ่อุปทาน ต้องพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้ • ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน • ความเข้ากันได้อย่างลงตัวในสายผลิตภัณฑ์ (Product Line) • เทคโนโลยีอยู่ในระดับเดียวกัน หรือไม่แตกต่างกันมากนัก • วัฒนธรรมองค์กรไม่แตกต่างกัน • สถานะของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง
  • 70.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.6.3 การใช้เทคโนโลยีติดตามวัสดุ (Materials-Tracking Technologies) การติดตามวัสดุที่เคลื่อนย้ายจากบริษัทหนึ่งไปยังสถานที่อื่นๆ และรวมถึงการติดตามความ เคลื่อนไหวของวัสดุภายในตัวบริษัทเอง นับว่าเป็นงานที่มีความยุ่งยากทีเดียว ที่ผ่านมาหลาย บริษัทได้ใช้เครื่องอ่านสแกนเนอร์และบาร์โค้ดมายาวนานหลายปี เพื่อช่วยติดตามความเคลื่อนไหว ของวัสดุ โดยอุตสาหกรรมหลายแห่งได้มีการผนวกรวมรหัสบาร์โค้ดและ EDI เข้าด้วยกัน จนมีการ ใช้งานอย่างแพร่หลาย รหัสบาร์โค้ดที่กากับอยู่บนฉลากสินค้า พร้อมกับทรานแซกชั่นเซต 856 (Advance Ship Notification)
  • 71.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) สาหรับคลื่นลูกที่สองของอีคอมเมิร์ซ บริษัทได้หันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า RFID (Radio Frequency Identification Devices) ซึ่ง RFID คือระบบบ่งชี้ด้วยคืนความถี่วิทยุมี ความสามารถสูงในการระบุเพื่อค้นหาวัตถุ และด้วยจุดเด่นของ RFID มีเองปัจจุบันจึงถูกนามา ประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการนามาใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้า ระบบ RFID ประกอบด้วย เครื่องอ่าน (RFID Reader) และ แผ่นป้าย (RFID Tag) ซึ่งเป็น แผ่นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ที่ภายในจะมีไมโครชิพฟังอยู่ สามารถนามาบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ รายละเอียด ของผลิตภัณฑ์ ว่าเป็นสินค้าอะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็นผู้ผลิต ผลิตเมื่อไร สินค้าชิ้นนี้ ณ ปัจจุบันตั้งอยู่ ตาแหน่งที่ใด เป็นต้น ที่สาคัญแผ่นป้าย RFID สามารถฝังไว้ในตัวผลิตภัณฑ์ หรือ เก็บไว้ภายในหีบห่อ หรือบรรจุภัณฑ์ได้ ทั้งนี้แผ่นป้าย RFID จะส่งขึ้นวิทยุออกมาโดยรอบ ครอบคลุมระยะทางไกลกว่า 100 ฟุต อีกทั้งยังสามารถอ่านข้อมูลจากแผ่นป้ายได้หลายๆ ชิ้น ใน ขณะเดียวกัน ด้วยการส่งผ่านขึ้นวิทยุโดย ไม่ต้องสัมผัสกับแผ่นป้ายอย่างใกล้ชิดเหมือนกับระบบ บาร์โค้ด ระบบ RFID จึงทาให้ประหยัดเวลาและแรงงานได้มาก นอกจากนี้ข้อมูลที่อ่านได้จากแผ่น ป้าย ยังสามารถส่งผ่านระบบเครือข่าย (ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย) เพื่อส่งไปยังเครื่อง คอมพิวเตอร์และนาไปประมวลผลต่อไป
  • 72.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ความสามารถของในการอ่าน RFID ข้อมูลจากฉลาก โดยไม่ต้องจ่อเข้าใกล้ กับบรรจุภัณฑ์ รวมถึงความสามารถในการอ่าน ฉลากได้หลายชิ้นในเวลา เดียวกัน
  • 73.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) สาหรับชิปภายในแผ่นป้าย RFID จะมีอยู่ 2 ชนิด ด้วยกัน คือ 1. ชิปแบบพาสซีฟ (Passive RFID) เป็นแผ่นป้ายที่ภายในชิบไม่มีแหล่งพลังงานที่ใช้สาหรับ ส่งคืนออกไป เนื่องจากไม่มีการบรรจุแบตเตอรี่อยู่ภายในนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องอาศัยพลังงาน ที่เกิดจากการเหนี่ยวนาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวเครื่องอ่าน สาหรับชิบแบบพาสซีฟจัดเป็น ป้ายที่นิยมใช้ เนื่องจากมีราคาถูก ขนาดเล็ก น้าหนักเบา และอายุการใช้งานไม่จากัด 2. ชิบแบบแอกทีฟ (Active RFID) เป็นแผ่นป้ายที่ภายในชิบจะมีการบรรจุแบตเตอรี่ลงไป ด้วย ส่งผลให้มีกาลังส่งคลื่นออกไปได้ไกลกว่า แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่แพงกว่า มีน้าหนัก และขนาดใหญ่ และอายุการใช้งานเป็นไปตามอายุของแบตเตอรี่
  • 74.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ป้าย RFID แบบ Passive ภาพแสดงหลักการทางานของ RFID ในปัจจุบันเทคโนโลยี RFID ถูกนามาใช้กับภาคธุรกิจต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะระบบโซ่ อุปทาน ที่ทาให้องค์กรสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของวัสดุและตรวจสอบสินค้าในคลังได้ ทุกเมื่อ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีก Wal-Mart ได้ออกข้อกาหนดด้วยการขอความร่วมมือจาก ผู้ขายปัจจัยการผลิตทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ที่เป็นคู่ค้ากับทางห้าง ให้ติดแผ่น ป้ายบนหีบห่อ สินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะนาส่งมายังห้าง โดยการดาเนินงานดังกล่าวจะ ทาให้ห้างสามารถติดตามและทราบข้อมูลการเดินทางของสินค้าได้ในทุกระยะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือโรงงาน จนกระทั่งเคลื่อนมายังศูนย์การกระจายสินค้าของทางห้าง และถูกจาหน่ายออกไป ถึงมือผู้บริโภคในที่สุด
  • 75.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) บนแผ่นป้าย RFID ที่มีไมโครชิปฝัง อยู่นั้น จะบรรจุรหัสเอาไว้ซึ่งเรียกว่า เลข รหัสสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Product Code : EPC) ซึ่งสามารถบรรจุ ข่าวสารต่างๆ ได้มากมายเมื่อเทียบกับ รหัสบาร์โค้ด กล่าวคือ เมื่อเครื่องอ่านได้ อ่านข้อมูลจากรหัส EPC นี้แล้ว จะบ่งชี้ ถึงข้อมูลข่าวสารในตัวผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ว่าเป็นสินค้าอะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็น ผู้ผลิต ผลิตเมื่อไร หมดอายุเมื่อไร สินค้า ชนิดนี้ ณ ปัจจุบัน ได้ตั้งอยู่ตาแหน่งที่ใด บนโลก ตัวอย่างเลขรหัส EPC
  • 76.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) รหัส EPC นอกจากนามาใช้อ้างอิงถึงข้อมูลข่าวสารได้ตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็น รหัสสินค้า แบบสากล (Universal Product Cord : UPC) ที่มีหมายเลขไม่ซ้ากันกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ใดๆ ในโลก โดยจะมีองค์กรกลางที่เข้ามากากับดูแลในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าหากปล่อยให้ ผู้ประกอบการรายใดๆ กาหนดรหัสขึ้นเอง ย่อมก่อให้เกิดความสูญเปล่าและควบคุมยาก เพราะ รหัสที่ตั้งขึ้นอาจมีการซ้ากับสินค้าตัวอื่นๆ ได้ 6.6.4 การประยุกต์ใช้ RFID จัดการกับโลจิสติกส์ในโซ่อุปทาน ในปัจจุบัน เทคโนโลยี RFID ได้รับความนิยมในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการนา มาใช้เพื่อบ่งชี้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่จาเป็นต้องติดตั้งเครื่องอ่านไว้ทุกที่ แต่จะติดตั้งเฉพาะจุดที่ ต้องการตรวจสอบ เช่น ประตูทางเข้าออก หรืออาจใช้เครื่องอ่านแบบมือถือที่สามารถพกพาใช้ งานได้อย่างสะดวก และต่อไปนี้เป็นรายละเอียดของการนาระบบ RFID มาใช้จัดการกับโลจิสติกส์ ในโซ่อุปทาน
  • 77.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 1. การจัดการทรัพย์สินในคลังสินค้า แผ่นป้าย RFID นอกจากจะนาไปติดกับตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังสามารถ นาไปติดอย่างถาวรกับอุปกรณ์หรือทรัพย์สินอื่นๆ ที่เครื่องที่ได้ เช่น แท่งรองรับสินค้าหรือพาล เล็ต (Pallet) รถบรรทุกขนส่ง ยานพาหนะ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในคลังสินค้า
  • 78.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 2. การติดตามการผลิต สามารถมองเห็นสถานะวัตถุดิบในครั้งสินค้าในลักษณะเรียลไทม์ รวมถึงความสามารถใน การต่อยอด เพื่อนาไปสู่การบริหารจัดการงานคงคลังที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เช่น เมื่อมีการนาระบบ RFID มาผนวกเข้าด้วยกันกับระบบการควบคุมและระบบจัดการวัสดุแล้ว จะทาให้สามารถระบุ การเคลื่อนย้ายวัสดุในสายการผลิต โดยเส้นทางที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นได้เดินทางไปไม่ว่าจะถูก เคลื่อนย้ายไปยังแผนกประกอบหรือแผนกทดสอบระบบก็จะสามารถตรวจสอบให้ โดยอัตโนมัติ โดยไม่จาเป็นต้องใช้แรงงานคนตรวจสอบหรือติดตามอีกต่อไป 3. การควบคุมสินค้าคงคลัง ข้อดีประการหนึ่งของการนาระบบ RFID มาใช้เพื่อจัดการโซ่อุปทานก็คือ ทาให้การติดตาม สินค้าคงคลังดีขึ้น ผู้ผลิต ตัวแทนจาหน่าย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และผู้ค้าปลีก สามารถใช้ RFID กับโปรแกรมประยุกต์ด้านงานคงคลังได้ทั้งหมด สาหรับการอ่านข้อมูลจากแผ่นป้ายที่ติดอยู่กับตัว บรรจุภัณฑ์ ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ อันเนื่องมาจาก
  • 79.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) • การอ่านข้อมูลจากแผ่นป้าย จะเป็น วิธีการส่งคลื่นที่ครอบคุมบริเวณกว้าง ไม่ต้องสัมผัสโดยตรงหรือต้องจ่อใกล้ เข้ากับตัวบรรจุภัณฑ์ • สามารถอ่านข้อมูลบนแผ่นป้ายที่ติด กับตัววัตถุ ถึงแม้ว่าวัตถุนั้นกาลัง เคลื่อนที่อยู่ก็ตาม • ทนทานต่อความร้อน ความชื้น และ การถูกกระแทก • อ่านข้อมูลได้อย่างแม่นยาถูกต้อง 100% • สามารถสื่อสารผ่านทะลุเข้าไปยังวัตถุ ที่เป็นได้ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง เครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งคงที่ตรงตาแหน่งสายพานขับเคลื่อน ครั้นเมื่อ วัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์ที่ติดป้าย RFID เคลื่อนผ่าน ก็จะทาการตรวจ นับ ติดตาม และบันทึกข้อมูลความเคลื่อนไหว
  • 80.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) เครื่องอ่าน RFID แบบติดตั้งเฉพาะจุด กับแบบพกพาที่สามารถพกติดตัวเพื่อใช้งานได้อย่างสะดวก
  • 81.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 4. การจัดส่งและการรับสินค้า แผ่นป้าย RFID ที่ใช้อยู่อันเดียวกันนั้น นอกจากนามาใช้เพื่อระบุสถานะของขั้นตอนการผลิต หรือระดับสินค้าคงคลังแล้ว ยังสามารถใช้ติดตามการจัดส่งแบบอัตโนมัติได้ โดยกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือแท่นรองรับสินค้าที่ได้รับการติดแผ่นป้าย RFID เหล่านี้ จะสามารถถูกอ่านได้ในทุกขั้นตอนเมื่อ มีการเคลื่อนไหวซึ่งการอ่านในแต่ละครั้งจะมีการอัปเดทข้อมูลการจัดส่ง ซึ่งเป็นแบบเรียลไทม์เอาไว้ และยังสามารถสั่งพิมพ์ออกมาในรูปแบบของเอกสาร เพื่อเก็บไว้อ้างอิงกับระบบจะส่งอัตโนมัติได้ 5. การเรียกคืนสินค้าและการส่งสินค้ากลับคืน บริษัทต่างๆ สามารถบันทึกข้อมูลการจัดส่งพื้นฐาน อันประกอบด้วย ข้อมูลลูกค้า และเวลา การจัดส่งลงไปในแผ่นป้าย RFID ก่อนที่จะถูกส่งออกไป ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์จาเป็นที่จะต้อง เรียกคืนสินค้าขึ้นมา บริษัทก็จะสามารถติดตามการจัดส่งตามจุดหมายปลายทางต่างๆ เพื่อเข้าถึง ข้อมูลเป้าหมายและดาเนินการเรียกคืนสินค้าได้ทันที
  • 82.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6. การจัดการและการควบคุมการขนส่ง ระบบ RFID มีส่วนช่วยให้งานด้านการขนส่งและการบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดัง ตัวอย่างบริษัท Old Dominion Freight Line (ODFL) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่ง สินค้าและโลจิ สติกส์ โดยมีศูนย์บริการกว่า 117 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ มีการนาระบบ RFID มาใช้กับ กองทัพ รถบรรทุกกว่า 2,600 คัน ซึ่งได้ติดแผ่นป้าย RFID แบบถาวรไว้กับรถบรรทุกทุกคัน และ พัฒนา โปรแกรมให้สามารถรับข้อมูลจากเครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งไว้ประตูทางเข้า/ออก เพื่อส่งข้อมูล ไป ยังผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบเครือข่ายแลนไร้สาย โดยเมื่อรถบรรทุกคันใดได้เคลื่อนเข้ามายัง ศูนย์กลางบริการขนส่งแห่งนี้ เครื่องอ่าน RFID ที่ติดตั้งไว้ประตูทางเข้า/ออก ก็จะแจ้งเตือนถึงการ มาของรถบรรทุกผ่านเครือข่ายแลนไร้สาย จากนั้นผู้ดูแลก็จะกาหนดตารางการเดินรถว่าจะต้อง เทียบท่า ณ จุดใด โดยคนขับรถบรรทุกแต่ละคัน จะได้รับคาสั่งผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ ภายในรถที่เชื่อมต่อผ่านแลนไร้สาย โดยหลังจาก ที่ทางบริษัทได้นาระบบนี้มาใช้ ได้ช่วยให้การ ปรับปรุงกระบวนการขนส่งดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดปัญหาเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการขนถ่าย สินค้า และสามารถอ้างอิงระบุตัวพนักงานขับรถได้อย่างถูกต้องแม่นยา
  • 83.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 7. การตรวจสอบย้อนกลับ สืบเนื่องมาจากแผ่นป้าย RFID ที่สามารถเก็บบันทึกข้อมูลได้ โดยเมื่ออ่านรหัสจากแผ่นป้าย ก็จะทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น สินค้านี้ผลิตเมื่อใด มาจากโรงงานที่ไหน ใช้ เวลา ในการขนส่งมายังร้านนานเท่าใด รวมถึงข้อมูลสาคัญอื่นๆ ดังนั้นเทคโนโลยี RFID จึง สามารถนามาใช้ ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการผลิตต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางจนกระทั่ง ถึงมือผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น เหล้าไวน์ขวดนี้ถูกผลิตขึ้นเมื่อใด บ่มนานเท่าไร มาจากโรงงานไหน การขนส่งมายังร้าน ใช้เวลานานเท่าใด ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนไปยังแหล่งที่มาที่ไปได้ หรือใน อีกกรณีหนึ่งที่สินค้าได้ส่ง ถึงมือผู้บริโภคไปแล้ว และทางบริษัทเพิ่งค้นพบข้อผิดพลาดจาก กระบวนการผลิตในสินค้าเหล่านั้น ก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่า สินค้าชิ้นนั้นผลิตขึ้น เมื่อใด ล็อตใด สินค้าล็อตนี้เคยส่งไปขายยังที่ใด บ้างเพื่อดาเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้ ทันท่วงทีได้ต่อไป
  • 84.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) ขั้นตอนการประยุกต์ใช้ RFID ของร้านค้าปลีกใหญ่ใน สหรัฐอเมริกาอย่าง Wal-Mart กับผู้ขายปัจจัยการผลิตของเขา
  • 85.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 6.6.5 การจัดการ e-Supply Chains ความสามารถของอินเทอร์เน็ตได้ส่งผลกระทบต่อโซอุปทานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง บริษัท ต่างก็ตระหนักถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเรื่องการไหลของข่าวสารและวัสดุไปพร้อมๆ กับ โซ่อุปทานของพวกเขา ซึ่งเป็นที่มาของการชิงความได้เปรียบและการสร้างความแตกต่าง โดยการ จัดการโซ่อุปทานในรูปแบบ e-SCM (Electronics Supply Chain Management) นั้น เป็นการ ร่วมมือกันทางาน ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อปรับกระบวนการของอีคอมเมิร์ซระหว่าง ภาคองค์กร (B2B) ให้ดียิ่งขึ้น องค์ประกอบสาคัญของโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ ของ e-Supply Chains 1. ระบบ EDI ถือเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนามาใช้โดยบริษัทขนาดใหญ่ เพื่ออานวยความสะดวก ในด้านการเชื่อมความสัมพันธ์ในโซ่อุปทาน โดยหลายบริษัทด้วยกัน ได้มีการเปลี่ยนจากระบบแบบ ดั้งเดิม มาเป็นระบบ EDI ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
  • 86.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving) 2. เอ็กซ์ทราเน็ต (Extranets) จุดประสงค์หลักของเอ็กซ์ทราเน็ตก็คือ การสนับสนุนการ สื่อสาร และทางานร่วมกันระหว่างองค์กร 3. อินทราเน็ต (Intranets) เป็นเครือข่ายที่ใช้สาหรับสื่อสารเพื่อทางานร่วมกันภายในองค์กร 4. พอร์ทัลองค์กร (Corporate Portals) เปรียบเสมือนกับประตูสื่อสาร ที่ใช้เป็นศูนย์กลางการ สื่อสารและการทางานร่วมกันทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร 5. ระบบเวิร์กโฟลว์ (Workflow) และเครื่องมือ เป็นระบบที่นามาใช้เพื่อจัดการการไหลของ ข้อมูลข่าวสารภายในองค์กร 6. กรุ๊ปแวร์และเครื่องมืออื่นๆ มีเครื่องมือจานวนมากที่อานวยความสะดวกในการทางาน ร่วมกัน และใช้สื่อสารระหว่างคู่ค้าและระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ระบบการ ประชุม อิเล็คทรอนิกส์ร่วมกัน การส่งข้อความ/อีเมล ระบบปฏิทินและตารางนัด หมายกลุ่ม และระบบติดตามผลงาน ซึ่งซอฟต์แวร์นี้สามารถ เรียกรวมว่า กรุ๊ปแวร์ (Groupware) 7. เครื่องมือเฝ้าติดตามและชี้ระบุ เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อชี้ระบุถึงรายการ และ สถานที่ของพวกเขาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากเดิมใช้ระบบบาร์โค้ด ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ RFID แทน
  • 87.
    ดร.ธีทัต ตรีศิริโชติ บทที่ 6กิจกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างภาคธุรกิจ ในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลดต้นทุน (B2B Activities : Improving)