1
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6
ปีการศึกษา 2560
ชื่อโครงงาน สุขภาพดีไปกับอาหารเหนือ
ชื่อผู้ทาโครงงาน
1. นางสาวกนกพร ไชยโย เลขที่ 8 ชั้น ม. 6 ห้อง 4
2. นายสิงขร ไชยถา เลขที่ 46 ชั้น ม. 6 ห้อง 4
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี)…………………………………………………
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
2
ใบงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
สมาชิกในกลุ่ม 2
1. นางสาวกนกพร ไชโย เลขที่ 8 2. นายสิงขร ไชยถา เลขที่ 46
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
สุขภาพดีไปกับอาหารเหนือ
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Health Food in North in Thailand
ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน นายสิงขร ไชยถา นางสาวกนกพร ไชยโย
ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์
ชื่อที่ปรึกษาร่วม -
ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน)
ในสภาพสังคมในปัจจุบันนี้อาหารล้วนมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมากไม่ว่า จะเป็น
อาหารที่มาจากต่างประเทศหรืออาหารจากทางบ้านเราล้วนแต่จะมีความแตกต่างในด้านของ สารอาหารและ
คุณประโยชน์ที่ผู้ทานจะได้รับจากอาหารที่ได้ทานเข้าไป เราอาจจะยกตัวอย่างอาหารแถว บ้านเราเช่นต้มย ากุ้ง ต้มยา
กุ้งของบ้านเราให้พลังงานประมาณ 43.47 กิโลแคลอรี่ ซึ่งปริมาณพลังงานที่ วัยรุ่นควรจะได้รับในแต่ละวันคือ 2,200-
3,300 กิโลแคลอรี่ ซึ่งมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ร่างกายดังนนั้ร่างกายอาจจะได้รับพลังงานไม่เพียงพอและ
อาจก่อให้เกิดผลที่ตามมาได้มากมาย และ สารอาหารทมี่าจากต้มย ากุ้งด้วย ดังนั้นผู้จัดท าจึงอยากจะท าโครงงานนี้
ขึ้นมาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาหาร และสารอาหารที่วัยรุ่นควรจะได้รับเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับประทานเอง และ
อาจจะรวมไปถึง ประโยชน์และโทษหลังจากได้รับสารอาหารที่เพียงพอหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกา
ในการกินแต่ละครั้งเราอาจจะกินอาหารที่ไม่เหมือนกันแต่หลักๆเราก็จะทานอาหารท้องถิ่นโดยเราจะเจาะไป
ที่อาหารเหนือ โดยที่ภาคเหนือมีอาหารอร่อยๆอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น แกงฮังเล เนื้อหมูติดมันล้วนๆ น้าพริกอ่อง
เป็นต้นดังนั้นจึงผนวกรวมกันเข้าไปเป็นสารอาหารที่เด็กๆวัยรุ่นควารจะได้รับเมื่อทานอาหารพวกนี้เข้าไปก็จะมี
พลังงานเราจึ้งจะศึกษาว่าเมื่อทานอาหารเหนือ อันไหนมีประโยชน์และอันไหนเกินประโยชน์ที่ควรได้รับ
3
วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ)
1. เพื่อศึกษาสารอาหารของอาหารเหนือที่วัยรุ่นควรได้รับ
2. ศึกษาอาหารเหนือที่มีประโยชน์
ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน)
บุคคลตัวอย่างในโรงเรียนยุพราช มัธยมศึกษาปีที่ 6/4
หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน)
ในยุคของการแข่งขัน ที่เรากาลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ชีวิตมีความรีบเร่งมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาที่จะให้
ความสาคัญกับเรื่อง ความสมดุลของอาหารที่รับประทานรวมทั้งค่านิยมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก ซึ่ง
ประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ไขมัน นม เนย เป็นส่วนใหญ่ ทาให้คนไทยมีโรค ซึ่งเกิดจากการกินดีเกินไป เช่น เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอัมพาต ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับความเสื่อมของหลอดเลือด
ในปัจจุบันชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงพิษภัยของการกินอาหาร ซึ่งไม่สมดุลได้มีการชักชวนให้ลดการ
รับประทาน เนื้อสัตว์ นม เนย ให้เพิ่มการรับประทาน พืช ผัก และธัญพืช ซึ่งอุดมด้วยเส้นใยจากธรรมชาติ และ
วิตามิน
ในวัยเด็ก เนื้อสัตว์และนม ยังเป็นสิ่งจาเป็น เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตในวัยผู้ใหญ่ร่างกาย
ต้องการโปรตีนลดลง การรับประทานเนื้อสัตว์ และนมมากเกินไปยังทาให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่ม เนื่องจากในเนื้อสัตว์
และนมจะมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์มาก ๆ มีโอกาสเกิดมะเร็งลาไส้
ใหญ่ได้สงูควรเปลี่ยนแปลงมารับประทานโปรตีนจากพืชพวกถั่วแทน
อาหารอีกกลุ่มซึ่งไม่ควรรับประทานมากเกินไป คือ น้าตาล พบว่าน้าตาลทาให้หลอดเลือดมีความเสื่อม
เร็วขึ้น ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้าตาลสูงจะพบว่าหลอดเลือดแก่ก่อนวัย ไขมันก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรจากัด และใช้
น้ามันจากพืชแทน น้ามันจากสัตว์ ยกเว้นน้ามันมะพร้าวและน้ามันปาล์มควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีโคเรสเตอรอลสูง
อาหารที่ควรรับประทานคือ ผัก ผลไม้ ธัญพืช เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เพราะอุดมไปด้วย กากใยธรรมชาติ
วิตามิน และเกลือแร่
สุขภาพของเราขึ้นกับกรรมพันธุ์ การออกกาลังกายและอาหาร เราควรเริ่มเอาใจใส่กับอาหารที่รับประทาน
เสียแต่วันนี้ รอให้เกิดโรคก่อนอาจไม่ทันการ
Functional Food หรืออาหารเพื่อสุขภาพ หมายถึง อาหารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย
นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่จาเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้อาจช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
ปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการวิจัยและเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นมูลค่ามาก ทั้งนี้
เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสาคัญกับอาหารและสุขภาพมากขึ้นจึงทาให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
สุขภาพ เช่น การเสริมวิตามิน,เส้นใยและกรดไขมันที่จาเป็นต่อร่างกาย
อาหารเป็นปัจจัยสาคัญในการดาเนินชีวิต ดังนั้นเราต้องใส่ใจในเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ
4
การรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจะช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และจะส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดีด้วย
อาหารทางเหนือนั้นถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ามีผักเป็นจานวนมาก หรือพูดง่ายๆว่าอาหารเกือบทุกชนิดจะต้องมีผัก
เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือผักต้มอะไรก็ตาม ปกติแล้วทางเหนือก็เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย
พืชพันธุ์ธัญญาหาร นอกจากนั้นคนทางเหนือยังได้อาหารที่ดีไม่มีที่ไหนจะเทียมได้คือ อากาศ
บรรยากาศของทางเหนือร่มรื่น สดชื่น จะสังเกตได้ง่ายๆว่า คนทางเหนือจะมีผิวพรรณดี สาเหตุมาจากได้อากาศที่ดี
แล้วอาหารที่กินไปแต่ละวันนั้นมักประกอบไปด้วยพืชผักธัญญาหารต่างๆ โดยมากมักจะมีคุณค่าทางยา หรือเป็นยา
รักษาโรคได้ผู้เขียนเคยสังเกตจากอาหารต่างๆที่ลองไปกินดู แล้วนาตัวอย่างอาหารนั้นมาวิเคราะห์ หรือมาแยกแยะ
ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทางเหนือที่มีชื่อว่า แกงแค
แกงแค เป็นอาหารที่รวมสารพัดผัก คือ ตาลึง ถั่วฝักยาว ถั่วพู ชะอม เห็ดลม หน่อไม้ ดอกกะหล่าปลี ใบชะพลู ผักชี
ฝรั่ง ตะไคร้ หัวหอม ข่า กระเทียม รายชื่อต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ชื่อบางชื่อไม่ทราบว่าทาง
ภาคกลางเรียกว่าอะไร หรือทางภาษายาว่าอะไร มีสรรพคุณทางใดผู้เขียนไม่สามารถจะตอบได้ เช่น หน่อหวาย เห็ด
ลม ถั่วปลี ผักเผ็ด ข่าปอย ได้ถามคนทางเหนือแล้วว่าเป็นชื่ออะไร มีลักษณะอย่างไร เขาก็ตอบให้ไม่ได้ นอกจากนั้นยัง
มีมะระขี้นก กะปิ ปลาร้า ยอดพญายอ ยอดเท้ายายม่อม
รายชื่อต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นเครื่องแกงนั้น หรือพูดง่ายๆว่า ยาใหญ่เลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะเครื่องแกงที่กล่าว
มาแล้ว จะว่าเป็นเครื่องแกงก็ไม่ถูกนัก เครื่องแกงก็มีเพียงตะไคร้ ข่า หัวหอม กระเทียม กะทิ ปลาร้า ส่วนผักต่างๆ
เป็นเพียงองค์ประกอบให้มีรสชาติเท่านั้น ถ้าจะสังเกตให้ดีๆแล้ว ผักที่ว่านี้สามารถเป็นยารักษาโรคได้ทั้งสิ้น
ในตอนต้นๆ ได้กล่าวมาบ้างแล้วว่า ตัวยาแต่ละอย่างนั้นนามาประกอบเป็นอาหารได้ เช่น ตาลึง ถั่วพู ชะอม ชะพลู
ผักชีฝรั่ง หัวหอม ตะไคร้ ข่า กระเทียม ซึ่งเป็นยาทั้งสิ้น ส่วนจะแยกแยะว่าแต่ละอย่างนั้นมีสรรพคุณแก้อะไร ก็จะทา
ให้เสียเวลาไปมาก หากท่านผู้อ่านท่านใดสงสัย ให้จดหมายถามมาที่ หมอชาวบ้านได้
นอกจากแกงแคแล้ว อาหารอีกประเภทหนึ่งที่รสชาติค่อนข้างจะรุนแรง แต่อร่อยอย่าบอกใครเชียว นั่นคือ แกงป่า
แกงป่า นอกจากจะใช้เป็นแกงแห้ง จะใส่เนื้อสัตว์บางชนิดลงไปก็ได้ หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้ เครื่องแกงของแกงป่า
ประกอบไปด้วยตัวยาทั้งหมด พูดได้เลยว่าเรากินยาหม้อใหญ่ไปแล้วขนานหนึ่ง แต่อร่อย มีคุณค่าทางอาหาร ใช้คลุก
ร้อนๆ หรือจิ้มข้าวเหนียวก็ใช้ได้ เครื่องแกงจาแนกออกมาได้มีข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผิวมะกรูด กระชาย ลูกผักชี
ยี่หร่า พริกไทย ล้วนมีรสเผ็ดร้อนทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกไทย อาหารเหนือมักจะหนักพริกไทย ตามด้วยกระชาย
จะมีกลิ่นกระเทียมนาเล็กน้อย
เครื่องเคียงที่กินกับแกงป่าก็คือผักสดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว ผักตาลึง หรือถั่วพู ชะอม ฯลฯ พูดถึงแกงทาง
เหนือแล้วถ้าลืมแกงฮังเลอีกอย่างหนึ่งเห็นทีจะให้อภัยกันไม่ได้ เป็นของขึ้นหน้าขึ้นตาของเขาทีเดียว
5
แกงฮังเล ถ้าหากได้เนื้อ 3 ชั้น ดีๆ แล้วไม่ติดมันมากก็จะทาให้เจริญอาหารได้มากทีเดียว เครื่องแกงฮังเลนั้นจะว่าไป
แล้วก็หนีไม่พ้นเครื่องแกงสดเป็นส่วนมาก มีตะไคร้ ข่า พริกไทย มะขาเปียก หัวหอม กระเทียม ยี่หร่า กานพลู ลูก
จันทน์ ดอกจันทน์ หรือพูดง่ายๆคือ มีกลิ่นเครื่องเทศของเราดีๆนี่เอง ถ้าใครไปทางเหนือ ไม่ได้กินแกงฮังเลแล้วจะรู้สึก
ว่าจะไปไม่ถึงทางเหนือเลย
แกงโฮะ ชื่อออกจะแปลกไปสักหน่อย ได้ถามคนทางพื้นเมืองแล้ว (ได้แม่ครัวที่ปรุงมา) พอจะทราบเป็นเลาๆว่า
เครื่องแกงโฮะประกอบด้วยถั่วฝักยาว ตะไคร้ ใบมะกรูด มะเขือพวง หัวหอม หัวกระเทียม มะเขือ
มะเขือของทางเหนือแปลกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนมะเขือของกรุงเทพฯ ถ้าหากได้มะเขือของพวกแม้วแล้วจะมีรสชาติ
กลมกล่อมยิ่งขึ้น ลักษณะลูกกลมเล็กๆขนาดกามือ นอกจากมีมะเขือแล้ว ยังมียอดตาลึงและหน่อไม้ดอง ที่จะขาดเสีย
ไม่ได้ในลักษณะเป็นเม็ดยาวๆเผ็ดไม่มาก แต่หอมน่ากิน คนที่ชอบเผ็ดจะเคี้ยวได้สบายๆ
อาหารที่ขึ้นชื่อลือชาของทางเหนือ ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลยก็คือ ลาบ
ลาบ ทางเหนือไม่เหมือนกับทางอีสาน ลาบทางเหนือไม่ว่าจะเป็นลาบเนื้อหรือลาบหมูก็ตาม เครื่องปรุงแปลกไป และ
มีกลิ่นรุนแรงพอใช้ทีเดียว สอบถามได้ความว่า เป็นอาหารของทางไทยใหญ่ ซึ่งทางไทยใหญ่มักหนักไปทางเครื่องเทศ
การทาลาบเนื้อของทางเหนือนั้นมักจะใช้ลูกกระวาน ดีปลี ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกผักชี ยี่หร่า ข่า ตะไคร้ หัวหอม
หัวกระเทียม พริกไทย กะปิ และจะขาดเสียไม่ได้คือ พริกขี้หนู เมื่อปรุงออกมาแล้วรสชาติเด็ดอย่าบอกใครเหมือนกัน
การกินลาบเนื้อทางเหนือนั้นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทางอีสาน ทางอีสานจะมีผักหลักๆอยู่ ไม่กี่ชนิดเท่านั้น ส่วนทางเหนือ
มีมากทีเดียว บางอย่างก็มีชื่อทางเหนือ ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าทางภาคกลางเรียกว่าอะไร มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
ผักอ้านอ้อ (ไม่ทราบว่ากรุงเทพฯเรียกว่าอะไร) เป็นพืชน้า มีรสขมปะแล่มๆ มีสรรพคุณทางแก้ไอ
ผักเพียทราน ผักนี้มีรสขมเหมือนกับต้นมะระขี้นก สอบถามได้ความว่ามีสรรพคุณทางแก้ช้าใน
นอกจากนั้นยังมีผักอีกหลายชนิดที่ผู้เขียนไม่ทราบว่าทางภาคกลางเรียกว่าอะไรบ้าง เช่น เอี๋ยงไพรใย ผักดาวตอง ซึ่ง
เป็นชื่อของทางเหนือทั้งสิ้น ส่วนผักอื่นๆที่เป็นกับแกล้มในการกินกับลาบเนื้อนั้น มีสะระแหน่ ต้นผักชี ต้นหอม ดอก
สะเดา หรือยอดสะเดาอ่อน ผักไผ่บ้าง ยอดเล็บครุฑ ยอดมะกอก ใบบัวบก ผักอ้านอ้อ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
การกินลาบนี้บางคนก็เอาคลุกกับข้าวเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือใช้ข้าวเหนียวเป็นหลัก โดยมากจะ
ปั้นข้าวเหนียวแล้วจิ้ม แต่จะคลุกกับข้าวสวยไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ เพราะไม่ได้ลอง
6
วิธีดาเนินงาน
แนวทางการดาเนินงาน
ลงมือทาแบบสอบถามและการวิเคราะห์สารอาหารที่ควรได้รับในวัยรุ่น
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
แบบสอบถาม
งบประมาณ
ค่าเอกสาร 50 บาท
ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน
ลาดับ
ที่
ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9
1
0
1
1
12
1
3
1
4
1
5
16 17
1 คิดหัวข้อโครงงาน กนกพร สิงขร
2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล กนกพร สิงขร
3 จัดทาโครงร่างงาน กนกพร สิงขร
4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน กนกพร สิงขร
5 ปรับปรุงทดสอบ สิงขร
6 การทาเอกสารรายงาน กนกพร สิงขร
7 ประเมินผลงาน กนกพร
8 นาเสนอโครงงาน กนกพร สิงขร
7
ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน)
1. ได้รู้สารอาหารในอาหารเหนือที่วัยรุ่นควารได้รับ
2. รู้จักอาหารเหนือที่มีประโยชน์
สถานที่ดาเนินการ
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
สุขศึกษาและพละศึกษา
แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน)
https://www.doctor.or.th/article/detail/4219

กิจกรรมที่ 5

  • 1.
    1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2560 ชื่อโครงงาน สุขภาพดีไปกับอาหารเหนือ ชื่อผู้ทาโครงงาน 1. นางสาวกนกพร ไชยโย เลขที่ 8 ชั้น ม. 6 ห้อง 4 2. นายสิงขร ไชยถา เลขที่ 46 ชั้น ม. 6 ห้อง 4 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี)………………………………………………… ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  • 2.
    2 ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 2 1. นางสาวกนกพรไชโย เลขที่ 8 2. นายสิงขร ไชยถา เลขที่ 46 คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) สุขภาพดีไปกับอาหารเหนือ ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Health Food in North in Thailand ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นายสิงขร ไชยถา นางสาวกนกพร ไชยโย ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม - ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน (อธิบายถึงที่มา แนวคิด และเหตุผล ของการทาโครงงาน) ในสภาพสังคมในปัจจุบันนี้อาหารล้วนมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมากไม่ว่า จะเป็น อาหารที่มาจากต่างประเทศหรืออาหารจากทางบ้านเราล้วนแต่จะมีความแตกต่างในด้านของ สารอาหารและ คุณประโยชน์ที่ผู้ทานจะได้รับจากอาหารที่ได้ทานเข้าไป เราอาจจะยกตัวอย่างอาหารแถว บ้านเราเช่นต้มย ากุ้ง ต้มยา กุ้งของบ้านเราให้พลังงานประมาณ 43.47 กิโลแคลอรี่ ซึ่งปริมาณพลังงานที่ วัยรุ่นควรจะได้รับในแต่ละวันคือ 2,200- 3,300 กิโลแคลอรี่ ซึ่งมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ร่างกายดังนนั้ร่างกายอาจจะได้รับพลังงานไม่เพียงพอและ อาจก่อให้เกิดผลที่ตามมาได้มากมาย และ สารอาหารทมี่าจากต้มย ากุ้งด้วย ดังนั้นผู้จัดท าจึงอยากจะท าโครงงานนี้ ขึ้นมาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาหาร และสารอาหารที่วัยรุ่นควรจะได้รับเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับประทานเอง และ อาจจะรวมไปถึง ประโยชน์และโทษหลังจากได้รับสารอาหารที่เพียงพอหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกา ในการกินแต่ละครั้งเราอาจจะกินอาหารที่ไม่เหมือนกันแต่หลักๆเราก็จะทานอาหารท้องถิ่นโดยเราจะเจาะไป ที่อาหารเหนือ โดยที่ภาคเหนือมีอาหารอร่อยๆอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น แกงฮังเล เนื้อหมูติดมันล้วนๆ น้าพริกอ่อง เป็นต้นดังนั้นจึงผนวกรวมกันเข้าไปเป็นสารอาหารที่เด็กๆวัยรุ่นควารจะได้รับเมื่อทานอาหารพวกนี้เข้าไปก็จะมี พลังงานเราจึ้งจะศึกษาว่าเมื่อทานอาหารเหนือ อันไหนมีประโยชน์และอันไหนเกินประโยชน์ที่ควรได้รับ
  • 3.
    3 วัตถุประสงค์ (สิ่งที่ต้องการในการทาโครงงาน ระบุเป็นข้อ) 1.เพื่อศึกษาสารอาหารของอาหารเหนือที่วัยรุ่นควรได้รับ 2. ศึกษาอาหารเหนือที่มีประโยชน์ ขอบเขตโครงงาน (คุณลักษณะ ขอบเขต เงื่อนไขและข้อจากัดของการทาโครงงาน) บุคคลตัวอย่างในโรงเรียนยุพราช มัธยมศึกษาปีที่ 6/4 หลักการและทฤษฎี (ความรู้ หลักการ หรือทฤษฎีที่สนับสนุนการทาโครงงาน) ในยุคของการแข่งขัน ที่เรากาลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ชีวิตมีความรีบเร่งมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาที่จะให้ ความสาคัญกับเรื่อง ความสมดุลของอาหารที่รับประทานรวมทั้งค่านิยมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก ซึ่ง ประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ไขมัน นม เนย เป็นส่วนใหญ่ ทาให้คนไทยมีโรค ซึ่งเกิดจากการกินดีเกินไป เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอัมพาต ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับความเสื่อมของหลอดเลือด ในปัจจุบันชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงพิษภัยของการกินอาหาร ซึ่งไม่สมดุลได้มีการชักชวนให้ลดการ รับประทาน เนื้อสัตว์ นม เนย ให้เพิ่มการรับประทาน พืช ผัก และธัญพืช ซึ่งอุดมด้วยเส้นใยจากธรรมชาติ และ วิตามิน ในวัยเด็ก เนื้อสัตว์และนม ยังเป็นสิ่งจาเป็น เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตในวัยผู้ใหญ่ร่างกาย ต้องการโปรตีนลดลง การรับประทานเนื้อสัตว์ และนมมากเกินไปยังทาให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่ม เนื่องจากในเนื้อสัตว์ และนมจะมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์มาก ๆ มีโอกาสเกิดมะเร็งลาไส้ ใหญ่ได้สงูควรเปลี่ยนแปลงมารับประทานโปรตีนจากพืชพวกถั่วแทน อาหารอีกกลุ่มซึ่งไม่ควรรับประทานมากเกินไป คือ น้าตาล พบว่าน้าตาลทาให้หลอดเลือดมีความเสื่อม เร็วขึ้น ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้าตาลสูงจะพบว่าหลอดเลือดแก่ก่อนวัย ไขมันก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรจากัด และใช้ น้ามันจากพืชแทน น้ามันจากสัตว์ ยกเว้นน้ามันมะพร้าวและน้ามันปาล์มควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีโคเรสเตอรอลสูง อาหารที่ควรรับประทานคือ ผัก ผลไม้ ธัญพืช เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เพราะอุดมไปด้วย กากใยธรรมชาติ วิตามิน และเกลือแร่ สุขภาพของเราขึ้นกับกรรมพันธุ์ การออกกาลังกายและอาหาร เราควรเริ่มเอาใจใส่กับอาหารที่รับประทาน เสียแต่วันนี้ รอให้เกิดโรคก่อนอาจไม่ทันการ Functional Food หรืออาหารเพื่อสุขภาพ หมายถึง อาหารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่จาเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้อาจช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการวิจัยและเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นมูลค่ามาก ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสาคัญกับอาหารและสุขภาพมากขึ้นจึงทาให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สุขภาพ เช่น การเสริมวิตามิน,เส้นใยและกรดไขมันที่จาเป็นต่อร่างกาย อาหารเป็นปัจจัยสาคัญในการดาเนินชีวิต ดังนั้นเราต้องใส่ใจในเรื่องการรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ
  • 4.
    4 การรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจะช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และจะส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดีด้วย อาหารทางเหนือนั้นถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ามีผักเป็นจานวนมาก หรือพูดง่ายๆว่าอาหารเกือบทุกชนิดจะต้องมีผัก เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือผักต้มอะไรก็ตาม ปกติแล้วทางเหนือก็เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย พืชพันธุ์ธัญญาหาร นอกจากนั้นคนทางเหนือยังได้อาหารที่ดีไม่มีที่ไหนจะเทียมได้คือ อากาศ บรรยากาศของทางเหนือร่มรื่น สดชื่น จะสังเกตได้ง่ายๆว่า คนทางเหนือจะมีผิวพรรณดี สาเหตุมาจากได้อากาศที่ดี แล้วอาหารที่กินไปแต่ละวันนั้นมักประกอบไปด้วยพืชผักธัญญาหารต่างๆ โดยมากมักจะมีคุณค่าทางยา หรือเป็นยา รักษาโรคได้ผู้เขียนเคยสังเกตจากอาหารต่างๆที่ลองไปกินดู แล้วนาตัวอย่างอาหารนั้นมาวิเคราะห์ หรือมาแยกแยะ ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทางเหนือที่มีชื่อว่า แกงแค แกงแค เป็นอาหารที่รวมสารพัดผัก คือ ตาลึง ถั่วฝักยาว ถั่วพู ชะอม เห็ดลม หน่อไม้ ดอกกะหล่าปลี ใบชะพลู ผักชี ฝรั่ง ตะไคร้ หัวหอม ข่า กระเทียม รายชื่อต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ชื่อบางชื่อไม่ทราบว่าทาง ภาคกลางเรียกว่าอะไร หรือทางภาษายาว่าอะไร มีสรรพคุณทางใดผู้เขียนไม่สามารถจะตอบได้ เช่น หน่อหวาย เห็ด ลม ถั่วปลี ผักเผ็ด ข่าปอย ได้ถามคนทางเหนือแล้วว่าเป็นชื่ออะไร มีลักษณะอย่างไร เขาก็ตอบให้ไม่ได้ นอกจากนั้นยัง มีมะระขี้นก กะปิ ปลาร้า ยอดพญายอ ยอดเท้ายายม่อม รายชื่อต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นเครื่องแกงนั้น หรือพูดง่ายๆว่า ยาใหญ่เลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะเครื่องแกงที่กล่าว มาแล้ว จะว่าเป็นเครื่องแกงก็ไม่ถูกนัก เครื่องแกงก็มีเพียงตะไคร้ ข่า หัวหอม กระเทียม กะทิ ปลาร้า ส่วนผักต่างๆ เป็นเพียงองค์ประกอบให้มีรสชาติเท่านั้น ถ้าจะสังเกตให้ดีๆแล้ว ผักที่ว่านี้สามารถเป็นยารักษาโรคได้ทั้งสิ้น ในตอนต้นๆ ได้กล่าวมาบ้างแล้วว่า ตัวยาแต่ละอย่างนั้นนามาประกอบเป็นอาหารได้ เช่น ตาลึง ถั่วพู ชะอม ชะพลู ผักชีฝรั่ง หัวหอม ตะไคร้ ข่า กระเทียม ซึ่งเป็นยาทั้งสิ้น ส่วนจะแยกแยะว่าแต่ละอย่างนั้นมีสรรพคุณแก้อะไร ก็จะทา ให้เสียเวลาไปมาก หากท่านผู้อ่านท่านใดสงสัย ให้จดหมายถามมาที่ หมอชาวบ้านได้ นอกจากแกงแคแล้ว อาหารอีกประเภทหนึ่งที่รสชาติค่อนข้างจะรุนแรง แต่อร่อยอย่าบอกใครเชียว นั่นคือ แกงป่า แกงป่า นอกจากจะใช้เป็นแกงแห้ง จะใส่เนื้อสัตว์บางชนิดลงไปก็ได้ หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้ เครื่องแกงของแกงป่า ประกอบไปด้วยตัวยาทั้งหมด พูดได้เลยว่าเรากินยาหม้อใหญ่ไปแล้วขนานหนึ่ง แต่อร่อย มีคุณค่าทางอาหาร ใช้คลุก ร้อนๆ หรือจิ้มข้าวเหนียวก็ใช้ได้ เครื่องแกงจาแนกออกมาได้มีข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผิวมะกรูด กระชาย ลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทย ล้วนมีรสเผ็ดร้อนทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกไทย อาหารเหนือมักจะหนักพริกไทย ตามด้วยกระชาย จะมีกลิ่นกระเทียมนาเล็กน้อย เครื่องเคียงที่กินกับแกงป่าก็คือผักสดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว ผักตาลึง หรือถั่วพู ชะอม ฯลฯ พูดถึงแกงทาง เหนือแล้วถ้าลืมแกงฮังเลอีกอย่างหนึ่งเห็นทีจะให้อภัยกันไม่ได้ เป็นของขึ้นหน้าขึ้นตาของเขาทีเดียว
  • 5.
    5 แกงฮังเล ถ้าหากได้เนื้อ 3ชั้น ดีๆ แล้วไม่ติดมันมากก็จะทาให้เจริญอาหารได้มากทีเดียว เครื่องแกงฮังเลนั้นจะว่าไป แล้วก็หนีไม่พ้นเครื่องแกงสดเป็นส่วนมาก มีตะไคร้ ข่า พริกไทย มะขาเปียก หัวหอม กระเทียม ยี่หร่า กานพลู ลูก จันทน์ ดอกจันทน์ หรือพูดง่ายๆคือ มีกลิ่นเครื่องเทศของเราดีๆนี่เอง ถ้าใครไปทางเหนือ ไม่ได้กินแกงฮังเลแล้วจะรู้สึก ว่าจะไปไม่ถึงทางเหนือเลย แกงโฮะ ชื่อออกจะแปลกไปสักหน่อย ได้ถามคนทางพื้นเมืองแล้ว (ได้แม่ครัวที่ปรุงมา) พอจะทราบเป็นเลาๆว่า เครื่องแกงโฮะประกอบด้วยถั่วฝักยาว ตะไคร้ ใบมะกรูด มะเขือพวง หัวหอม หัวกระเทียม มะเขือ มะเขือของทางเหนือแปลกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนมะเขือของกรุงเทพฯ ถ้าหากได้มะเขือของพวกแม้วแล้วจะมีรสชาติ กลมกล่อมยิ่งขึ้น ลักษณะลูกกลมเล็กๆขนาดกามือ นอกจากมีมะเขือแล้ว ยังมียอดตาลึงและหน่อไม้ดอง ที่จะขาดเสีย ไม่ได้ในลักษณะเป็นเม็ดยาวๆเผ็ดไม่มาก แต่หอมน่ากิน คนที่ชอบเผ็ดจะเคี้ยวได้สบายๆ อาหารที่ขึ้นชื่อลือชาของทางเหนือ ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลยก็คือ ลาบ ลาบ ทางเหนือไม่เหมือนกับทางอีสาน ลาบทางเหนือไม่ว่าจะเป็นลาบเนื้อหรือลาบหมูก็ตาม เครื่องปรุงแปลกไป และ มีกลิ่นรุนแรงพอใช้ทีเดียว สอบถามได้ความว่า เป็นอาหารของทางไทยใหญ่ ซึ่งทางไทยใหญ่มักหนักไปทางเครื่องเทศ การทาลาบเนื้อของทางเหนือนั้นมักจะใช้ลูกกระวาน ดีปลี ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกผักชี ยี่หร่า ข่า ตะไคร้ หัวหอม หัวกระเทียม พริกไทย กะปิ และจะขาดเสียไม่ได้คือ พริกขี้หนู เมื่อปรุงออกมาแล้วรสชาติเด็ดอย่าบอกใครเหมือนกัน การกินลาบเนื้อทางเหนือนั้นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทางอีสาน ทางอีสานจะมีผักหลักๆอยู่ ไม่กี่ชนิดเท่านั้น ส่วนทางเหนือ มีมากทีเดียว บางอย่างก็มีชื่อทางเหนือ ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าทางภาคกลางเรียกว่าอะไร มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง ผักอ้านอ้อ (ไม่ทราบว่ากรุงเทพฯเรียกว่าอะไร) เป็นพืชน้า มีรสขมปะแล่มๆ มีสรรพคุณทางแก้ไอ ผักเพียทราน ผักนี้มีรสขมเหมือนกับต้นมะระขี้นก สอบถามได้ความว่ามีสรรพคุณทางแก้ช้าใน นอกจากนั้นยังมีผักอีกหลายชนิดที่ผู้เขียนไม่ทราบว่าทางภาคกลางเรียกว่าอะไรบ้าง เช่น เอี๋ยงไพรใย ผักดาวตอง ซึ่ง เป็นชื่อของทางเหนือทั้งสิ้น ส่วนผักอื่นๆที่เป็นกับแกล้มในการกินกับลาบเนื้อนั้น มีสะระแหน่ ต้นผักชี ต้นหอม ดอก สะเดา หรือยอดสะเดาอ่อน ผักไผ่บ้าง ยอดเล็บครุฑ ยอดมะกอก ใบบัวบก ผักอ้านอ้อ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง การกินลาบนี้บางคนก็เอาคลุกกับข้าวเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือใช้ข้าวเหนียวเป็นหลัก โดยมากจะ ปั้นข้าวเหนียวแล้วจิ้ม แต่จะคลุกกับข้าวสวยไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ เพราะไม่ได้ลอง
  • 6.
    6 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน ลงมือทาแบบสอบถามและการวิเคราะห์สารอาหารที่ควรได้รับในวัยรุ่น เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ แบบสอบถาม งบประมาณ ค่าเอกสาร 50 บาท ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอนสัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน กนกพร สิงขร 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูล กนกพร สิงขร 3 จัดทาโครงร่างงาน กนกพร สิงขร 4 ปฏิบัติการสร้างโครงงาน กนกพร สิงขร 5 ปรับปรุงทดสอบ สิงขร 6 การทาเอกสารรายงาน กนกพร สิงขร 7 ประเมินผลงาน กนกพร 8 นาเสนอโครงงาน กนกพร สิงขร
  • 7.
    7 ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดการทาโครงงาน) 1. ได้รู้สารอาหารในอาหารเหนือที่วัยรุ่นควารได้รับ 2.รู้จักอาหารเหนือที่มีประโยชน์ สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง สุขศึกษาและพละศึกษา แหล่งอ้างอิง (เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่นามาใช้การทาโครงงาน) https://www.doctor.or.th/article/detail/4219