6
บทที่2
แนวคิดทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศ รษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ชุมชนเมืองพัทยาผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นามาใช้สนับสนุนการวิจัย
สรุปสาระสาคัญได้ ดังนี้
2.1 ความหมายของระบบเศรษฐกิจ
2.2 ความหมาย แนวคิดทางสังคมและทฤษฎีสังคม
2.3แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรม
2.1 ความหมายของระบบเศรษฐกิจ
ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ห ม า ย ถึ ง
กลุ่มบุ คคล ขอ ง สัง ค มที่ รวมตัวกัน เป็ น ก ลุ่มของ ส ถ าบัน ท าง เศ รษ ฐกิจต่าง ๆ
ซึ่ ง ยึดถือแน วปฏิ บัติแน วทางเดียวกัน ใ น ก ารป ระ กอบกิจกรรมท าง เศรษฐกิจ
โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือ อานวยความสะดวกในการที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
เพื่อให้สามารถบาบัดความต้องการให้แก่บุคคลต่างๆที่อยู่ร่วมกันในสังคมนั้นให้ได้รับประโยชน์มา
กที่สุด เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
รูปแบบของระบบเศรษฐกิจ
1.ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ เ ส รี นิ ย ม ห รื อ ทุ น นิ ย ม ( Laissez-faire or
capitalism)ระบบเศรษฐกิจนี้เป็นระบบเศรษฐกิจที่ให้เสรีภาพแก่เอกชนในการเลือกดาเนินกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจแต่ทว่าเสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย
ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
7
1).เอกชนมีเสรีภาพในการเลือกตั้ง เลือกตัดสินใจในการดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2). กาไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นแรงจูงใจในการทางานให้เป็นไปอย่างมี
อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
1).ก่อให้เกิดปัญหาการเหลื่อมล้าอันเนื่องมาจากความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
โดยพื้นฐานทาให้การหารายได้ไม่เท่ากัน
2).ในหลายๆกรณีกลไกทางการตลาดยังไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสาหรับ
การจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ
3).การใช้ระบบการแข่งขันหรือกลไกราคาอาจทาให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ
อย่างสิ้นเปลือง
2.ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ ค อ ม มิ ว นิ ส ต์ ( communism)
ระบบเศรษฐกิจนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทั้งทรัพยากรต่าง ๆ และปัจจัยการผลิตทุกชนิด
เ อ ก ช น ไ ม่ ก ร ร ม สิ ท ธิ์ ใ น ก า ร เ ลื อ ก ใ ช้ ปั จ จั ย ก า ร ผ ลิ ต ไ ด้
ก ล ไ ก ร า ค าไ ม่มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร แ ก้ไ ข ปั ญ ห าพื้ น ฐ า น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
การตัดสินใจมักจะทาอยู่ในรูปของการวางแผนแบบบังคับ จากส่วนกลาง (central planning)
โดยคานึงถึงสวัสดิการของสังคมเป็นสาคัญ
ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์
1). เป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้ของบุคคลในสังคม
2).ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้เอกชนจะทาการผลิตและปริโภคตามคาสั่งของรัฐ
ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์
8
1).ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการผลิตหรือบริโภคอะไรได้ตามใจ
2).สินค้ามีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากผู้ผลิตขาดแรงทุนทรัพย์ในการผลิต
3).การใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอาจเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
3.ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ สั ง ค ม นิ ย ม
(socialism)ระ บบ เศ รษ ฐกิจแ บบ นี้ เป็ น ระ บ บ ที่ใ กล้เคียง กับ ระ บบ คอ มมิวนิ ส ต์
ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้ รัฐจะเป็ น ผู้ครอบครองทรัพ ยากรพื้น ฐาน ไว้เกือบทั้งหมด
แ ต่อ ย่า ง ไ ร ก็ ต า ม รั ฐ ยั ง ใ ห้ เ ส รี ภ า พ แ ก่ป ร ะ ช า ช น บ้ า ง พ อ ส ม ค ว ร
เ อ ก ช น มี เ ส รี ภ า พ แ ล ะ ก ร ร ม สิ ท ธิ์ ใ น ก า ร ถื อ ค ร อ ง ท รั พ ย์ สิ น
ระบบกลไกราคามีผลอยู่บ้างในระบบเศรษฐกิจนี้
ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
1).ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้ของบุคคล
2).เอกชนมีสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินได้บ้าง
ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
1).การผลิตถูกจากัดเพราะต้องผลิตตามที่รัฐกาหนด
2).โอกาสที่จะขยายการผลิตหรือพัฒนาคุณภาพการผลิตเป็นไปได้อย่างลาบาก
4. ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ ผ ส ม ( mixed
economy)ระบบเศรษฐกิจแบบผสมเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างแบบทุนนิยม
แ ล ะ สั ง ค ม นิ ย ม ก ล่ า ว คื อ
ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบผสมทั้งรัฐและเอกชนต่างมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศร
ษฐกิจ ปัจจัยการผลิตมีทั้งส่วนที่เป็นของรัฐและเอกชน
ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสม
9
1).เป็นระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีความคล่องตัว
ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบผสม’’
1).การมีกาไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอาจทาให้เกิดการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้
2).การที่รัฐสามารถเข้าแทรกแซงตลาดโดยใช้กลไกรัฐอาจก่อให้เกิดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง
3) . ปั ญ ห า เ อ ก ช น ไ ม่ ก ล้ า ล ง ทุ น อ ย่ า ง เ ต็ ม ที่
เนื่องจากไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีความผันผวนและเปลี่ยน
แปลงได้ง่าย
2.2. แนวคิดทางสังคมและทฤษฎีทางสังคม
สังคมวิทยาเป็ นการศึกษาหรือเป็ นศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพัน ธ์ระห ว่างมนุ ษย์
เป็ น ก ารใ ห้ ข้อเท็ จ จริ ง แ ล ะ ใ ช้วิธี ก าร ใ น ท าง วิท ย า ศ าส ต ร์ เข้ ามาป ระ ก อ บ
เพื่ อ จ ะ ใ ห้ ผ ล ต ร ง กับ ส ภ า ว ะ ที่ เ ป็ น จ ริ ง ใ ห้ ม า ก ที่ สุ ด เ ท่ า ที่ จ ะ ท า ไ ด้
นั ก เ ขี ย น บ า ง ค น ไ ม่ ช อ บ ใ ห้ ค า จ า กั ด ค ว า ม เ พ ร า ะ เ ห็ น ว่ า
เป็ นการยากที่จะสร้างขึ้นและยังง่ายต่อการเข้าใจผิดด้วย คน บางคนอาจจะโต้แย้งว่า
อารัมภ บ ท ทั้ง ห มด ที่ก ล่าวมาเป็ น คาจากัดค วามที่ ย าก ออก ไป อย่าง ไรก็ต าม
ผู้ศึกษาอาจจะค้นพบประโยคที่สั้นๆ ย่อ ๆ ที่ใช้ประโยชน์ได้บ้างเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น P. A.
Sorokonก ล่ า ว ว่ า “สั ง ค ม วิ ท ย า เ ป็ น วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ทั่ ว ๆ
ไปเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของสังคมโดยดูจากรูปทั่วๆ ไปชนิด และความสัมพันธ์อัน
ซั บ ซ้ อ น ” Kovalevsky ก ล่ า ว ว่ า
“สังคมวิทยาเป็นศาสตร์ของการจัดระเบียบและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” 1
MaxWeber อธิบายว่า สังคมวิทยามุ่งศึกษาเพื่อกาหน ดแบบแนวความคิดต่าง ๆ
และหาหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งที่ปรากฏที่เป็นแบบเกี่ยวกับของขบวนการที่เกิดขึ้นตามสภาพค
วามเป็นจริง สังคมวิทยาแตกต่างกับประวัติศาสตร์ตรงที่ว่า ประวัติศาสตร์ มุ่งศึกษาเหตุการณ์เฉพาะ
1
จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 4
10
วิเคราะห์หาสาเหตุ และอธิบายพฤติกรรมที่สาคัญของบุคคล สถาบัน และบุคลิกภาพพิเศษบางอย่าง
Small เห็ น ว่า เ ป็ น ก า ร ศึ ก ษ า ข บ ว น ก า ร ท า ง สั ง ค ม Durkheim ก ล่า ว ว่า
“สังคมวิทยาเป็นศาสตร์เกี่ยวกับสถาบัน เกี่ยวกับแหล่งกาเนิด และการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบัน
ต า ม ค ว า ม เ ห็ น ข อ ง ง E. Tiryakian
“สังคมวิทยานั้นเป็นศาสตร์ที่มุ่งหาความรู้หรือหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับทางสังคมของมนุษย์ในลัก
ษณะเฉพาะและทั่วไป เหตุผลสาคัญในการศึกษานั้น ก็คือ ต้องการพิสูจน์ข้อสมมุติฐานของ
Aristotle ที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมหรือสัตว์การเมือง 2
สรุ ปแล้ว สัง คมวิท ยา เป็ น การศึกษ าความสัมพัน ธ์ ของมนุ ษย์ใ น สั งค ม
ค วาม สั ม พั น ธ์ เห ล่านั้ น ไม่ว่าใ น รู ป ใ ด ๆ ห รื อ เพื่ อ วัต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ อั น ใ ด
มีความสาคัญต่อชีวิตมนุษย์ในการดารงอยู่ต่อไปของสังคมสังคมวิทยา เชื่อว่า ความสัมพันธ์เหล่านี้
ประกอบกันเป็ นโครงสร้างของสังคม มีอิทธิพ ลอย่างมากเหนือพฤติกรรมของมนุษย์
จากความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อกัน ทาให้เขาได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ และพัฒนาบุคลิกภาพ
นิ สั ย ใ จ ค อ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ แ บ บ ข อ ง ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต
ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้ขึ้นอยู่กับการอบรมที่เขาได้รับมา
2.2.1แนวคิดทางสังคม
แนวคิดทางสังคม (Social thought)หมายถึง ความคิดของมนุษย์โดยมนุษย์และเพื่อมนุษย์
ความคิดที่มนุ ษย์ประดิษฐ์คิดค้น ขึ้ น มา จะ กระทาโดยคน เดียวห รื อห ลายคน ก็ได้
กรณีที่คิดคนเดียวก็ต้องเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นด้วย แม้ไม่ยอมรับทั้งหมดก็อาจยอมรับเพียงบางส่วน
ความคิ ดนั้ น จึง คง อยู่ได้ Emory Bogardusได้ใ ห้ ความห มายแน วคิดท างสั ง คมว่า
“เป็นความคิดเกี่ยวกับการสอบถามหรือปัญหาทางสังคมของบุคคลต่างๆไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุ
บั น เ ป็ น ก า ร คิ ด ร่ ว ม กัน ข อ ง เ พื่ อ น ห รื อ ผู้ ที่ อ ยู่ ใ น ค ว า ม สั ม พั น ธ์
เป็ น ค ว า ม คิ ด ข อ ง แ ต่ล ะ ค น แ ล ะ ข อ ง ก ลุ่ม ค น ใ น เ รื่ อ ง ร อ บ ตั ว ม นุ ษ ย์
2
ศิริรัตน์ แอดสกุล. (2555).ความรู้เบื้องต้นสังคมวิทยา. สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 14
11
ซึ่งมนุษย์ของสังคมแต่ละยุคแต่ละสมัยก็ต้องคิด เพื่อหาทางแก้ปัญหาหรือทาให้ปัญหาบรรเทาลง
ค ว าม คิ ด ค ว า ม อ่าน ที่ ไ ด้ ป ร ะ ดิ ษ ฐ์ คิ ด ค้ น ขึ้ น ม าแ ล้ ว แ ล ะ ใ ช้ ก า ร ไ ด้ ดี
ก็จะได้รับการเก็บรักษาสืบทอดจากจุดหนึ่ งไปยังอีกจุดห นึ่ ง ” อาจารย์วราคม ทีสุกะ
ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ว่า “แ น ว คิ ด ท า ง สั ง ค ม เ ป็ น ค ว า ม คิ ด ข อ ง ม นุ ษ ย์
เกิดจากการรวมกันเป็ นกลุ่มเป็นก้อนของมนุษย์ เป็ นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์โดยทั่วไป
และ ปั ญ ห าที่ ปร ะ ส บ ค วามคิด นี้ เป็ น ที่ ยอ มรับ กัน ใ น ห มู่มนุ ษ ย์ ไม่สู ญ ห าย
มีการสืบความคิดกันต่อไป” 3
ประเภทของแนวคิดทางสังคม
ไ ด้ เรี ย บ เ รี ย ง จ า ก ค ว า ม คิ ด ข อ ง Bogardusไ ด้ 5 ป ร ะ เ ภ ท เ รี ย ก ว่า
“แนวทางห้าสายของความคิดมนุษย์” (five lines of human thought)ดังนี้4
1.ความคิดเกี่ยวกับจักรวาล เป็นความคิดของคนโบราณเกี่ยวข้องกับลักษณะของสากล
จักรวาล และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจักรวาล มนุษย์ยุคโบราณสนใจในศาสนา
ในจิตและวิญญาณ มีความคิดความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า ภูต ผี เทวดา ลัทธิศาสนาต่างๆ เช่น
ลัทธิเทพเจ้าองค์เดียว (monotheism) ลัทธิเทพเจ้าหลายองค์ (polytheism) การปกครองโดยสงฆ์
3
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2534).ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 8
4
จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2540). การกระทาทางสังคม.กรุงเทพฯ :ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยา คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.หน้า 36
12
( monotheism) สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ ท า ใ ห้ ม นุ ษ ย์ เ กิ ด ค ว า ม ก ลั ว แ ล ะ ค ว า ม ห วั ง
อุดมการณ์และการบูชายันต์ด้วยชีวิต
2. ความคิ ดเกี่ยวกับ ป รัช ญ า ใ น ขั้น นี้ มีระ ดับ ความ คิดเชิง ปั ญ ญ าสู ง ขึ้ น
แต่ก็ยังเป็ นความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับจักรวาลเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
แต่ไม่เกี่ยวกับศาสน าหรือไม่ใช่ความคิดที่สน องความจาเป็ นทางศาสนา ความเชื่อ
มนุษย์พยายามลดความคลุมเครือ หาความกระจ่างในสิ่งแวดล้อมของจักรวาล
เ ก ณ ฑ์ ค า อ ธิ บ า ย ต่ า ง ๆ อ ย่ า ง มี เ ห ตุ ผ ล
ห า เอ ก ภ า พ จ าก ก าร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ห าแ ก่น ส า ร ใ น ค ว าม ซั บ ซ้ อ น
มนุษย์ได้พบว่าในยุคนี้ควรมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์
แ ล ะ รู้ ว่ า ใ น ที่ สุ ด ทุ ก สิ่ ง จ ะ ต้ อ ง แ ต ก ดั บ ไ ป
มนุษย์พยายามสร้างความหมายสูงสุดของสิ่งต่างๆอย่างไม่มีอคติตามความรู้ความสามารถที่สูงขึ้นข
องตน
3.ความคิดเกี่ยวกับตนเอง เมื่อมีความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและความรู้ทางปรัชญาเพียงพอแล้ว
ม นุ ษ ย์ ก็ ห ว น ก ลั บ ม า คิ ด ถึ ง ตั ว เ อ ง คิ ด ถึ ง บุ ค ลิ ก ลั ก ษ ณ ะ
โครงสร้างและหน้าที่ของการคิดการกระทาหรือการประพฤติปฏิบัติของตนเอง คิดถึงความฉลาด
ความโง่ ความจา ความฝันและสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งเป็นที่มาของวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่
4. ความคิ ดเกี่ยวกับ วัตถุ ได้แ ก่ ความรู้สึ กเกี่ยวกับ หิ น ดิ น น้ า อ าก าศ
ซึ่ งเป็ น สิ่ ง ที่อยู่รอบตัวมนุ ษ ย์ และ มนุ ษย์จาเป็ น ต้องรู้จัก เพื่ อป้ อง กัน อัน ตราย
หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ การคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ทาให้มนุษย์ได้บ่อถ่านหิน บ่อน้ามัน
บ่อแก๊ส น ามาปรับปรุ งการคมน าคมขน ส่ง ความคิดความรู้อัน แยบยลของมนุ ษย์
ทาใ ห้ มนุ ษ ย์รู้จักใ ช้ป ระ โยช น์ จาก วัตถุ ต่าง ๆ ส ามารถ ควบ คุมธรรมช าติไ ด้
นั่นคือที่มาของความคิดทางวิทยาศาสตร์ ที่ทาให้เกิดความสะดวกสบาย
5. ค ว า ม คิ ด เ กี่ ย ว กั บ เ พื่ อ น ม นุ ษ ย์ ห รื อ สั ง ค ม ม นุ ษ ย์
ใน ประวัติศาสตร์มนุ ษย์มีความคิดเกี่ยวกับเพื่อน มนุ ษย์ใน ลักษณ ะเป็ น กลุ่มน้อย
13
เมื่ อ เ ป รี ย บ เ ที ย บ กั บ สั ด ส่ ว น ที่ ท า ใ ห้ กั บ เ รื่ อ ง ต่ า ง ๆ ใ น 4 ข้ อ แ ร ก
และได้หันมาสนใจเรื่องของเพื่อนมนุษย์เมื่อไม่นานมานี้ โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่
ความคิดเกี่ยวกับความสัมพัน ธ์ระ ห ว่างมนุ ษย์ด้วยกัน ระ ห ว่างมนุ ษ ย์กับสัง คม
ภาระหน้าที่ความผูกพันที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ต่อสังคมลักษณะของชีวิตสังคมแนวโน้มทางสังคม
ปั ญ ห า สั ง ค ม ห ลั ก ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ สั ง ค ม
อันเป็นความคิดพื้นฐานของสังคมศาสตร์ในสังคมสมัยใหม่
ตัวอย่างความคิดทางสังคม อาจแยกออกเป็นกลุ่ม ดังนี้
1. ป รั ช ญ า ชี วิ ต
สังคมไทยหรือสังคมอื่นความคิดทางสังคมอาจแสดงออกในรูปของปรัชญาชีวิต หมายถึง
เ ป้ า ห ม า ย สู ง สุ ด ข อ ง ชี วิ ต ร ว ม ทั้ ง แ น ว ท า ง ก า ร ไ ป สู่ เ ป้ า ห ม า ย
สัง คมแต่ละ สัง ค มจะ มีป รัช ญ าชี วิตข อง สัง ค มด้วย เช่น กรณี ข อง สั งค มไท ย
ปรัชญาชีวิตจะเป็นแบบเรียบง่าย รักอิสระเสรี โอบอ้อมอารี มีศีลธรรม
2. ศาส น า คว ามคิ ดท าง สั ง ค มดูจาก ศาส น าป ร ะ จาช าติ ป ระ จาสั ง ค ม
สั ง ค ม ไ ท ย ค น ส่ ว น ใ ห ญ่ นั บ ถื อ ศ า ส น า พุ ท ธ เ รี ย ก ว่า พุ ท ธ ศ า ส ต ร์
ครอบ คลุ มความคิ ดด้าน ต่าง ๆ ของ สั ง คม ทั้ ง ครอบ ครัว เศ รษฐ กิจ ก ารศึก ษ า
หรือการเมืองการปกครอง
3.ประวัติศาสตร์ เป็ นอีกแห ล่งหนึ่ งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความคิดทางสังคม
เป็นข้อมูลที่ประมวลเรื่องราวความเป็นมาของชนชาตินั้นๆ เช่น การจัดชุมชน การทามาหากิน
การปกครองบังคับบัญชา วิธีต่อสู้ การป้องกันการรุกราน
4. ว ร ร ณ ค ดี เ ป็ น อี ก รู ป แ บ บ ห นึ่ ง ที่ ใ ห้ ข้ อ มู ล ท า ง สั ง ค ม
เป็นการบันทึกเรื่องราวทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น นิทาน ตานาน
จะมีแง่มุมแสดงให้เห็นถึงความละเอียดลออต่างๆ
14
5.ภูมิปัญญาไทย หรือความรู้พื้นบ้าน ศึกษาได้จากด้านอนามัย สาธารณสุข เช่น
ยาสมุนไพร ความรู้เกี่ยวกับฤดูกาล เกี่ยวกับต้นไม้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้การช่างประเภทต่างๆการรบ
การกีฬา
6. สุภาษิต เป็นคติ คาพังเพย ปริศนาคาทาย มีอยู่ในแหล่งต่างๆที่เป็นสังคม ชุมชน
2.2.2 ทฤษฎีสังคม (Social Theory)
ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ท ฤ ษ ฎี คื อ
ค าอ ธิ บ าย สิ่ ง ห นึ่ ง สิ่ ง ใ ด ห รื อ เรื่ อ ง ห นึ่ ง เรื่ อ ง ใ ด ส าห รั บ นั ก วิท ย าศ าส ต ร์
ทฤษฎีจะต้องเป็นคาอธิบายตามหลักเหตุผลแสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆของสิ่งนั้นอย่างมี
ระบบจนสามารถพยากรณ์สิ่งนั้นในอนาคตได้
ดั ง นั้ น ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม คื อ
ค าอ ธิ บ าย เรื่ อ ง ข อ ง ค น แ ล ะ ค วา มสั มพั น ธ์ ร ะ ห ว่าง ค น ต ามห ลั ก เห ตุ ผ ล
และ ความสัมพัน ธ์ ระห ว่างส่วน ต่างๆของคน ห รื อระห ว่างคน ต่อคน คน ต่อกลุ่ม
คนต่อสภาพแวดล้อม อย่างมีระบบจนสามารถพยากรณ์ได้
ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม ต า ม ค ว าม ห ม า ย ดั ง ก ล่า ว จึ ง มี ข อ บ เ ข ต ก ว้า ง ข ว า ง
เ ป็ น ค า อ ธิ บ า ย เ กี่ ย ว กั บ ค น แ ต่ ล ะ บุ ค ค ล ก ลุ่ ม ค น
ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างๆรวมไปถึงคาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็
น สิ่ ง มี ชี วิต แ ล ะ ไ ม่มีชี วิต ข้ อ ส าคัญ นั้ น จ ะ ต้ อ ง เป็ น ไป ต า ม ห ลัก เห ตุ ผ ล
มีระบบระเบียบพอที่จะเป็นฐานในการพยากรณ์เรื่องทานองเดียวกันในอนาคตได้ Jame Miley
“โด ยทั่วไป ค วามพ ยายาม ที่จะ อธิ บายส่วน ห นึ่ ง ส่วน ใ ดของ สั ง คม (Social life)
ถือได้ว่าเป็ น ทฤษฎีสังคม” และ Henry P Fairchild ให้ความหมายว่า “ทฤษฎีสังคม คือ
การวางนัยทั่วๆไปหรือข้อสรุปที่ใช้ได้ทั่วไป เพื่ออธิบายปรากฏการณ์สังคมอย่างใดอย่างหนึ่ง”5
5
อานนท์ อาภาภิรม.(2543).สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา.หน้า 18
15
2.2.3 การเปรียบเทียบทฤษฎีทางสังคมกับแนวคิดทางสังคม
ประการแรกทฤษฎีทางสังคมเป็นคาอธิบายเรื่องเกี่ยวกับคน หรือความสัมพันธ์ระหว่างคน
ซึ่งเป็นการรู้ระดับหนึ่งที่ยังไม่ถึงขั้นอธิบาย
ป ร ะ ก า ร ที่ ส อ ง ท ฤ ษ ฎี ท า ง สั ง ค ม
แสดงความสัมพัน ธ์ระห ว่างส่วน ต่างๆของคน ห รือระ หว่างคนต่อคนอย่างมีระบบ
แต่ความคิดทางสังคมไม่กาหนดว่าต้องเป็นเช่นนั้น
ปร ะ ก ารที่ ส าม ท ฤษ ฎี ท าง สั ง คมมีค วามส ามารถพ ยาก รณ์ อน าค ตไ ด้
แต่ความคิดทางสังคมไม่ถึงขั้นนั้น
ป ร ะ ก า ร ที่ สี่
ทฤษฎีทางสังคมอาจมีรูปของข้อความที่เตรียมไว้สาหรับการพิสูจน์ด้วยข้อมูลประจักษ์
ทฤษฎีทางสัง คมอาจมีทั้ง ที่เคยตรวจสอบด้วยข้อมูลประ จักษ์ ห รือยัง ไม่เคยผ่าน
แต่ได้มีการเตรียมหรือมีลักษณะที่พร้อมจะให้พิสูจน์6
ก ล่ า ว โ ด ย ส รุ ป ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม คื อ
ค า อ ธิ บ า ย ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ สั ง ค ม อ ย่า ง ใ ด อ ย่า ง ห นึ่ ง ต า ม ห ลั ก เ ห ตุ ผ ล
โดยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของปรากฏการณ์สังคมนั้น จนสามารถที่จะ
พยากรณ์ปรากฏการณ์สังคมในอนาคตได้ทฤษฎีสังคมมีความหมายกว้างเป็นทฤษฎีของจิตวิทยา
ซึ่งอาจหมายถึงเรื่องของคนแต่ละคนก็ได้ (Psychology studieshuman interactionof individuals)
หรืออาจหมายถึงทฤษฎีรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องของอานาจของคนหลายคนที่เกี่ยวข้องกัน
ห รื อ อ า จ ห ม า ย ถึ ง ท ฤ ษ ฎี เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์
อันเป็นเรื่องของคนหลายคนกับวัตถุในการผลิตการจาหน่ายจ่ายแจกผลิตภัณฑ์และบริการในการอุ
ป โ ภ ค บ ริ โ ภ ค ไ ด้ แ ล ะ อ า จ เ ป็ น ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม วิ ท ย า
เป็นเรื่องของรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หรืออาจจะเป็นทฤษฎีของมานุษยวิทยาเป็นเรื่องข
6
อานนท์ อาภาภิรม.(2543).สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา.หน้า 24
16
อ ง ค น ที่ มีแ บ บ แ ผ น ก า ร คิ ด ก า ร ก ร ะ ท า ห รื อ วัฒ น ธ ร ร ม ที่ แ ต ก ต่า ง กัน
ทฤษฎีทางสังคมจึงคล้ายกับแนวคิดทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับคนและความสัมพันธ์ระหว่างคน
ร ว ม ทั้ ง ร ะ ห ว่ า ง ค น กั บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม
แ ต่ก็มีค วาม แ ต ก ต่าง กัน ที่ ท ฤ ษ ฎี เป็ น ข้อ ค วามที่ เป็ น ไป ต ามห ลัก เห ตุ ผ ล
มีระบบและพยากรณ์ปรากฏการณ์ในอนาคต
2.2.4 ความหมายของทฤษฎีสังคมวิทยา (Sociological Theory)
ความห มายขอ งท ฤ ษฎี สัง ค มวิท ยาอ าจมีได้ทั้ ง ความ ห มายอย่าง กว้าง
ห รื อ ค ว า ม ห ม า ย อ ย่ า ง แ ค บ เ จ า ะ จ ง
ทฤษฎีสัง คมวิทยาทุกทฤษฎีจะต้อง มีลักษณ ะ พื้ น ฐาน เดียวกับทฤษฎีสัง คม คือ
ต้องเป็ น คาอธิบายปรากฏการณ์ สังคมตามห ลักเห ตุผล มีระบบและ พ ยากรณ์ได้
ตัวอย่าง ทฤษฎีสังคมอย่าง กว้าง คือ ทฤษฎีเชิงสังคมวิทยามห ภา พ (Grand Theroies)
ซึ่งเป็ นทฤษฎีเชิงบรรยายความ หากจะพิสู จน์ ความจริงก็ต้องนามาเขียน ใหม่จัดรูป
กาหนดสังกัปให้มีจานวนพอสมควรแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสังกัป แล้วจึงสามารถพิสูจน์ได้
ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม อ ย่า ง แ ค บ คื อ ท ฤ ษ ฎี ส มั ย ใ ห ม่ยั ง มี จ า น ว น น้ อ ย
มีข้ อ ค ว าม ก ะ ทั ด รั ด ชั ด เ จ น พิ สู จ น์ ไ ด้ด้ ว ย ห ลั ก ฐ าน ป ร ะ จัก ษ์ ตั ว อ ย่า ง
ถ้ามีคนตั้งแต่สองคนหรือมากกว่ามีการกระทาระหว่างกัน ถ้าเขาสามารถพูดคุยกัน เข้าใจกัน
ถ้าการกระทานั้นยืนยาวเป็นเวลา 15นาที หรือนานกว่านั้นแล้วกลุ่มขนาดเล็กแบบซึ่งหน้า(face-to-
face) ก็ เ กิ ด ขึ้ น ท ฤ ษ ฎี แ บ บ นี้ มี สั ง กั ป จ า น ว น
แ ส ด ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่า ง สั ง กั ป แ ล ะ ค น ต า ม ห ลั ก เ ห ตุ ผ ล
มีระบบสามารถทานายเหตุการณ์ข้างหน้าได้ ความหมายของทฤษฎีสังคมวิทยาจึงหมายถึง
ค า อ ธิ บ าย ป ร า ก ฏ ก าร ณ์ สั ง ค ม ต าม ห ลั ก เห ตุ ผ ล แ ส ด ง ค ว า มสั ม พั น ธ์
ระหว่างองค์ประกอบของปรากฏการณ์นั้นอย่างมีระบบ จนสามารถพิสูจน์ความจริงนั้นได้ 7
7
สัญญา สัญญาวิวัฒน์.(2534). ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 20
17
2.2.5 ขนาดของทฤษฎีสังคมวิทยา
เพื่อให้ทราบทั้งขนาดของทฤษฎีสังคมวิทยาและอาจรู้วิวัฒนาการของประเภททฤษฎีด้วย
Ian Robertson นักสังคมวิทยาชาวอังกฤษ ได้แบ่งทฤษฎีสังคมวิทยาออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ8
1. ห ลั ก ส า ก ล เ ชิ ง ป ร ะ จั ก ษ์ ( Empirical generalization)ไ ด้ แ ก่
ทฤษฎีสังคมวิทยาที่ประกอบด้วยประพจน์อย่างหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นจากข้อมูลประจักษ์ เช่น
อัตราการเกิดของประชากรในสังคมหนึ่งสังคมใดค่อยๆลดลงเมื่อระดับการเป็นอุตสาหกรรมของนั้
น ค่อย ๆ สู งขึ้ น / การลดของ อัตราประ ช ากรการตายของ ประ ชากร ใ น สังคมใ ด
มักจะมาก่อนการลดลงของอัตราการเกิดของประชากรในสังคม
2. ท ฤ ษ ฎี มั ช ฌิ ม พิ สั ย ( Middle-Range Theory)ไ ด้ แ ก่
ทฤษฎีสังคมวิทยาที่ประกอบด้วยหลักสากลภาพเชิงประจักษ์อย่างน้อยสองหลักสากลภาพด้วยกัน
เป็นทฤษฎีขนาดกลางระหว่างทฤษฎีขนาดเล็กที่เรียกว่า หลักสากลภาพกับทฤษฎีใหญ่ที่เรียกว่า
ทฤ ษ ฎี ส ห ภ าพ Robert Mertonเส น อว่าท ฤ ษ ฎี กับ ก ารวิจัย จะ ต้อง เป็ น ข อง คู่กัน
ทฤษฎีที่ปราศจากการวิจัยเป็ นทฤษฎีเลื่อนลอย การวิจัยที่ไร้ทฤษฎีก็ไม่มีหลัก ไม่มีทิศทาง
ทฤ ษ ฎี ขน าด กล าง นี้ จะ ช่วยใ ห้ ส ามารถท าวิจัยได้ เพ ราะ มีข น าดพ อเห มาะ
เมื่อทาวิจัยสร้างและพิสูจน์ทฤษฎีขนาดกลางแบบนี้ มากๆครอบคลุมทุ กด้านของสังคม
8
สัญญา สัญญาวิวัฒน์.(2534). ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 23
18
หรือมีจานวนมากพอแล้วก็อาจสร้างทฤษฎีมหภาพได้ในอนาคตตัวอย่างของทฤษฎีขนาดกลางนี้
คือ ก ารน าเอ าห ลักส าก ล ส อง ห ลักข้าง ต้น มารวมกัน เป็ น ท ฤษ ฎี เดียว ดัง นี้
ประชากรของสังคมที่กาลังกลายเป็นสังคมอุตสาหกรรมจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในระยะแรก
หลังจากนั้นแล้วจะค่อยๆคงตัวเมื่ออัตราการตายและอัตราการเกิดเริ่มลดลง
3.ทฤษฎีมหภาพ (GrandTheory) ได้แก่ทฤษฎีขนาดใหญ่ครอบคลุมชีวิตสังคมทุกด้าน
เป็ น ท ฤ ษ ฎี ที่ มี ระ ดับ แ ห่ ง ภ าว ะ ส าก ล แ ล ะ ค ว ามเ ป็ น น ามธ รร มสู ง มา ก
มีสังกัปและประพจน์หรือสงากลภาพต่างๆมากมาย รวมทั้งทฤษฎีขนาดกลางปะปนอยู่มาก
ทฤษฎีประเภทนี้มีลักษณะเป็นการบรรยาย มีคาอธิบายให้เหตุผลประกอบด้วยหลักฐาน
ยืน ยัน ความเป็ น จริงของทฤษฎี ห ากจะ ทาเป็ น ห ลักฐาน สากลภาพ ห รือประพ จน์
จะต้องมาเรียงเสียใหม่ทฤษฎีมหภาพอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในหมู่นักสังคมวิทยามีดังนี้ คือ
ก. ทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่นิยม (Structural-functional Theory)
ข. ทฤษฎีขัดแย้ง (Conflict Theory)
ค. ทฤษฎีปริวรรต (Exchange Theory)
ง. ทฤษฎีการกระทาระหว่างกันโดยใช้สัญลักษณ์ (Symabolic interactionism)
จ. ทฤษฎีปรากฏการณ์นิยม (Phenomenology or Ethnomethodology)
ทฤษฎีมหภาพเหล่านี้เป็ นทฤษฎีขนาดใหญ่ดังนั้น จึงสามารถที่จะแบ่งแยกเป็ น
ท ฤ ษ ฎี ข น า ด ย่อ ม ก ล่าว ถึ ง เฉ พ า ะ ด้ า น ใ ด ด้ า น ห นึ่ ง ข อ ง ชี วิต สั ง ค ม
หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งของชีวิตสังคมได้มากมาย9
9
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2534).ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 23
19
2.3 แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
วัฒนธรรม หมายถึง ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ความกลมเลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน
วัฒนธรรม จึงมีสถานภาพ ๒ แบบ10
๑. มรดกทางวัฒนธรรมคือรากเหง้าพัฒนาการของคนนิรนามที่ผ่านจากยุคหิน เติบโต
ป รั บ ป รุ ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง
สืบต่อมาจากสภาพของกาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคมจนถึงปัจจุบัน
ต้องรักษาไว้ไม่ให้สูญหาย เพื่อเกื้อกูลเกียรติภูมิของท้องถิ่น
๒. วัฒน ธรรมร่วมสมัย คือ แบบแผน การพัฒ น าสังคมให้เกิดการสุ ขสบาย
สบายใจในการดารงชีพ (อาหารเสื้อผ้า ยารักษาโรคและที่อยู่อาศัย) การประพฤติทางด้านศาสนา
การใช้ภาษาถิ่น ภาษาต่างชาติ การสร้างสรรค์ศิลปะ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เหมาะสม สวยงาม
ไม่รก หู รกตา รกใ จ ตลอ ดจน สัง ค ม เศรษฐ กิจ สั ง คม ก ารเมือง ที่ มีเกีย รติภู มิ
ไม่เป็ น ที่ ดู ห มิ่ น ดู แ ค ล น ข อ ง ค น ต่า ง ช าติ ต่าง ศ าส น า ต้ อ ง รั ก ษ าเมื อ ง
สืบทอดและพัฒนาให้ผสมผสานกลมกลืนกับโลกภายนอก
10
นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 63
20
เมื่ อ วัฒ น ธ ร ร ม คื อ วิถี ชี วิต ข อ ง ค น ทุ ก สั ง ค ม เ ป็ น แ บ บ แ ผ น
การแสดงออกซึ่งความรู้สึ กนึ กคิดใน สถาน การณ์ต่าง ๆ ยอมรั บและปฏิบัติร่วมกัน
เป็นหนทางไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละสังคม ก่อให้เกิดเอกลักษณ์ทางสังคมนั้น ๆ
เพราะทุกชนชั้นทุกสังคมย่อมมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองและยึดแบบอย่างวัฒนธรรมของตนเป็นแ
บบ อย่าง ใ น การดารง ชี วิต ทาใ ห้ เอก ลักษณ์ มีการเป ลี่ยน แปลง อยู่ตล อดเวล า
จึงต้องมีการรักษาและดารงคงอยู่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของคน ใน สังคม
ที่ บ่ ง บ อ ก ถึ ง ร า ก เ ห ง้ า พื้ น ฐ า น ที่ สื บ ท อ ด ป ร ะ พ ฤ ติ
ปฏิบัติต่อกัน มาการเชื่ อมโยง ระ ห ว่างวัฒ น ธรรมดั่งเดิม วัฒ น ธรรมสมัยใ ห ม่
ให้คงอยู่ดาเนินต่อไปร่วมกันอย่างถูกวิธีเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วัฒนธรรมดั่งเดิมสูญหายไป
2.3.1 แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน
การที่มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันในสังคมทาให้ต้องมีการจัดระบบความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นทั้
งนี้เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในชุมชนเป็ นไปอย่างสันติ ความสัมพันธ์และการจัดการ ดังกล่าว
ก่อให้เกิดวัฒนธรรมจารีตประเพณี ระบบคุณค่า กฎเกณฑ์ ความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆซึ่งล้วน
เกี่ยวข้องกับวิถีการดารงชีวิตทั้งสิ้น แนวคิดวัฒนธรรมชุมชนให้ความสาคัญกับภูมิปัญญาชาวบ้าน
อัน ห มายถึ ง ระ บ บ คิดข อง ช าวบ้าน ที่ สื บท อ ดห รื อผ ลิต ซ้ ามาจาก บ รรพ บุ รุ ษ
ก ล่า ว ไ ด้ ว่า เ ป็ น อ ง ค์ ค ว า ม รู้ จ า ก ภู มิ ปั ญ ญ า ช า ว บ้ า น น อ ก จ า ก นั้ น
วัฒนธรรมชุมชนยังก่อตัวขึ้นจากการต่อสู้เพื่อให้ทุกคนมีอยู่มีกินการมีความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกั
น ข อ ง ชุ ม ช น ใ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร ต่ อ สู้ เ พื่ อ ก า ร มี อ ยู่ มี กิ น
การศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนจึงเป็ นกระบวนการศึกษาที่ให้ความสาคัญกับคุณค่า
ก า ร ด า ร ง อ ยู่ ข อ ง ชุ ม ช น
โดยมุ่งเน้นการค้นหาวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชนจากประวัติศาสตร์และมีการดาเนินการที่
21
พัฒนาสอดคล้องกับชุมชนภายใต้ความร่วมมือของชาวบ้าน มีการให้ความสาคัญต่อวัฒนธรรมใน
ฐ า น ะ เ ป็ น สิ่ ง ที่ มี คุ ณ ค่ า ภ า ย ใ น ชุ ม ช น
สามารถนามาเป็ นแนวทางในการพัฒนาชุมชนโดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองของชุมชน
การศึกษาเพื่อการพัฒนาในแนววัฒนธรรมชุมชนเน้นถึงการนาเอาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในชุม
ชนและเกิดการสื บทอดต่อๆกันมาภายในชุมชนเป็ นวิถีการดารงชีวิตของคนในชุมชน
ความสาคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆในวัฒนธรรมของชุมชนปรากฏชัดดังทรรศนะของที่
ได้แสดงให้เห็นว่าความรู้ทั้งหลายจะตั้งอยู่ลอยๆ ไม่ได้จาเป็นต้องมีวัฒนธรรมเกื้อหนุนให้ดารงอยู่
และสามารถนาไปเผยแพร่ให้คนในชุมชนได้11
สุรเชษฐ์ เวชชาพิทักษ์ ได้เสนอระบบ หรือโครงสร้างทางวัฒนธรรมของชุมชนไว้ 3
ประการ คือ12
1. ระบบการผลิต หรือระบบการทามาหากิน
2. ระบบการอยู่ร่วมสัมพันธ์กัน ประกอบด้วยครอบครัวเครือญาติ และความ สัมพันธ์ระหว่างชุมชน
3. ร ะ บ บ ท า ง ค ว า ม เ ชื่ อ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ศ า ส น า คุ ณ ค่า แ ล ะ พิ ธี ก ร ร ม
จากการศึกษาข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนได้ว่า
11
นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 63
12
จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 21
22
วัฒนธรรมชุมชนคือ วัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีอยู่ในชุมชน วัฒนธรรมเก่าแก่ที่แข็งแกร่ง
ก า ร ต่อ สู้ เพื่ อ ก า ร มี อ ยู่ มี กิ น ซึ่ ง ก่อ ใ ห้ เกิ ด วัฒ น ธ ร ร ม ท า ง ก าร ผ ลิ ต
มีการช่วยเห ลื อกัน แ ละ กัน ใ น ชุมช น แล ะ มีการ ผ ลิต ซ้ าขึ้ น ท าง วัฒ น ธรร ม
โดยชุมช น แ ต่ล ะ ชุมช น ล้วน มีพ ล ยัง อ ยู่ทั้ ง สิ้ น ถ้าช าว บ้ าน ส ามารถ รักษ า
วัฒนธรรมชุมชนไว้ให้เข้มแข็งแล้ว ก็จะนาชุมชนให้เข้มแข็งตามไปด้วย
2.3.2 แนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์
ทฤษฎีอัตลักษณ์ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1950– 1960โดยนักปรัชญา 3ท่าน คือ เจ.เจ.ซี.
สมารท, ยู.ที. เพลส และเฮอร เบิรต์ฟิลก์ (J.J.C.Smart, U.T.Place andHerbert Feigl) ซึ่งในช่วง
ห ลังของศตวรรษที่ 20 โดยเฉพ าะ อย่างยิ่ง ตั้งแต่ช่วง ทศวรรษที่ 1980 เป็ น ต้น มา
โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ร ะ บ บ โ ล ก เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป อ ย่ า ง ม า ก
โด ยเฉ พ าะ ใ น ท าง เศ รษ ฐ กิจ ที่ ส่ ง ผ ล มาจาก ก ารป ฏิ วัติ อุ ต ส าห ก รร มแ ล ะ
การปฏิวัติระบบสื่อสารในกระบวนการโลกาภิวัตน์ ก่อให้เกิดการบริโภควัฒนธรรมที่ขยายตัวอย่าง
รวดเร็วในโลกตะวันตกภาพรวมของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมค่อยๆเปลี่ยนจากการเน้นลงทุน
ผลิตสิน ค้าอุปโภ คบริโภคมายังสิ น ค้าใน ภาคบริการและสิ น ค้าวัฒน ธรรมมากขึ้ น
การเน้ น สิ น ค้าวัฒ น ธ รรมค อยๆ กระ จายสู ง ป ระ เทศ โลก ที่ ส ามด้วยเช่น กัน
สิ น ค้ าวัฒ น ธ รร มท าใ ห้ ป ร ะ เด็ น เรื่ อ ง อัต ลัก ษ ณ์ ก ล าย เป็ น หั ว ใ จส าคั ญ
เ พ ร า ะ บ ริ โ ภ ค นิ ย ม นั้ น อ า ศั ย ก า ร ส ร้ า ง สั ญ ญ ะ เ ป็ น แ ก น
และสัญญะต่างๆก็เกาะติดกับอัตลักษณ์แบบใดแบบหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอัตลักษณ์ระดับปัจเจก
ระดับ ท้องถิ่น หรือระดับชาติก็ล้วนสามารถถูกทาให้กลายเป็นสินค้าได้ทั้งสิ้น 13
ดังนั้น การศึกษาการสร้างอัตลักษณ์ในมุมมองของแนวคิดอุตสาหกรรมวัฒนธรรม
และในมุมมองของแนวคิดสัญญวิทยา จึงเริ่มต้นจากการศึกษาว่าแนวคิดอัตลักษณ์และกระบวนการ
สร้าง อัตลักษณ์ คืออะ ไร จากนั้ น จึง ศึกษ าว่าแน วคิด อุตสาห กรรมวัฒ น ธรรม
13
จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .หน้า 52
23
แ ล ะ แ น ว คิ ด สั ญ ญ วิ ท ย า มี มุ ม ม อ ง ใ น ก า ร นิ ย า ม อั ต ลั ก ษ ณ์ อ ย่า ง ไ ร
เพื่อนาไปสู่การเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเหมือนและ ความแตกต่างในบทวิเคราะห์ต่อไป
นิยามและความหมาย
อัตลักษณ์ เป็นลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงความเป็ นตัวตน ความเป็นชาติพันธุ์เฉพาะของตน
ซึ่ ง ก่อใ ห้ เกิดความมั่น ใ จ ความภ าคภู มิใ จใ น ต น เอง ห รื อใ น คุณ ค่าแ ห่ง ต น
และ อัตลักษ ณ ของชุมช น นั้ น เกิดจากการอยู่ร่วมกัน การมีป ฏิสัมพัน ธ์ ต่อกัน
มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น ก า ร ใ ช้ ชี วิ ต อ ยู่ ร่ ว ม กั น ข อ ง ค น ใ น ชุ ม ช น
ทาให้ สมาชิกใน ชุมช น ต้องพ ยายามปรับตัวและดารงตน ให้ สอดคล้องเห มาะ สม
กับความต้องการและความคาดหวัง ก่อให้เกิดเป็นกฎเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติ ธรรมเนียมประเพณี
ของไปกับมโนทัศน์เรื่องอานาจการนิยามความหมายหรือการสร้างภาพตัวแทน (representation)
ทาให้ความหมายของ identityเปลี่ยนจาก “เอกลักษณ์”ซึ่งหมายถึง “คุณสมบัติของคนหรือสิ่งหนึ่ง
ที่ทา ให้สิ่งนั้นโดดเด่นขึ้นมาหรือแตกต่างจากสิ่งอื่น” มาสู่คาว่า อัตลักษณ์ ในปัจจุบัน
ซึ่ ง สั มพัน ธ์ กับ การเป ลี่ยน แป ลง ท าง สัง ค มแ ละ วัฒ น ธ รรมที่ มีค วามรวด เร็ ว
หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น 14
อัตลักษณ์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ อัตลักษณ์ระดับปัจเจก ( Individual Identity)
และอัตลักษณ์ร่วม (Collective Identity) ซึ่งที่จริงแล้วอัตลักษณ์ ร่วมก่อให้เกิดความสงบอยู่
ร่ ว ม กั น ข อ ง ก ลุ่ ม ช น
และไม่สามารถแยกออกจากการกระ ทาหรือละทิ้งสถาน ภาพของปั จเจกในกลุ่มได้
กลุ่มที่มีลักษณะร่วมกันนี้จะต้องมีประเพณีบางอย่างซึ่งเรียกได้ว่าเป็ นของกลุ่มตัวเอง โดยที่
สมาชิกของและ subject จึงซ้อน ทับกันอยู่ จึงมีการแบ่งอัตลักษณ์ ออกเป็ น 2 ระดับ คือ
อัตลักษณ์บุคคล (Personnel Identity) และอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity)
ก า ร ก่ อ รู ป แ ล ะ ก า ร ป ร า ก ฏ ตั ว ข อ ง อั ต ลั ก ษ ณ์
มีเนื้อหามาจากจิตสานึกส่วนตัวและจิตสานึกร่วมในระดับสังคมที่เกิดจากการนิยามตัวเองว่า
14
นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ :สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 64
24
ตัวเองคือใคร มีความเป็ น มาอย่างไร แตกต่างจากคนอื่น กลุ่มอื่น และสังคมอื่นอย่างไร
และใช้อะไรเป็นเครื่องหมายในการแสดงออก ซึ่งอัตลักษณ์ดังกล่าว โดยสามารถแสดงผ่านสื่อ
สัญญะต่างๆที่มีอิทธิพลครอบงาภายในสังคมนั้นๆเช่น ภาษา ศาสนา เครื่องแต่งกาย และการบริโภค
ท า ใ ห้ อัต ลัก ษ ณ์ ก ล าย เป็ น สิ่ ง ที่ แ ป ร เป ลี่ ย น ไ ป ต าม บ ริ บ ท อ ย่าง ไ ม่รู้ จ บ
และเป็นคุณสมบัติที่สร้างขึ้นตามสถานการณ์เฉพาะหน้ากลุ่มไม่จาเป็นต้องรู้จักสมาชิกอื่นๆทั้งหมด
แ ต่ เ ข า จ ะ ต้ อ ง รู้ ว่า ป ร ะ เ พ ณี อ ย่ า ง นั้ น ๆ เ ป็ น ป ร ะ เ พ ณี ก ลุ่ ม เ ร า
ประเพณีเฉพาะของกลุ่มมีเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ
อ ภิ ญ ญ า เ ฟื่ อ ง ฟู ส กุ ล ( 2 5 4 6 ) ไ ด้ เ ส น อ ว่ า
อัตลักษณ์ เป็ น การเชื่อมต่อระหว่างความเป็ น ปัจเจกกับโครงสร้างสังคม (socialaspect)
สังคมกาหนดบทบาทหน้าที่และระบบคุณค่าที่ติดตัวมา ในมิตินี้อัตลักษณ์จึงเป็นการใช้สัญลักษณ์
( symbolic aspect)ด้ ว ย เ พ ร า ะ เ ป็ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ซึ่ ง
ความสัมพันธ์ต่างๆดังกล่าวกระทาผ่านสัญลักษณ์หลากหลายแบบ ในอีกด้านหนึ่งอัตลักษณ์ก็
เกี่ยวข้องกับมิติ “ภายใน”ของความเป็นตัวเราอย่างมากทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด เพราะ
มนุษย์ให้ความหมายหรือเปลี่ยนแปลงความหมาย เกี่ยวกับตนเองในสวนที่สัมพันธ์ กับโลก
identityและ subject จึงซ้อนทับกันอยู่จึงมีการแบ่งอัตลักษณ์ออกเป็น 2 ระดับ คือ อัตลักษณ์บุคคล
(Personnel Identity) และอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity)
2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ปั ท ม า ศุ ข เ ก ษ ม ( 2537)
ได้ศึกษาการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากา
รท่องเที่ยวเมือพัทยาในอนาคต และเน้นถึงความสาคัญของการท่องเที่ยวของพัทยาในปัจจุบัน
โดยการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สภาพพื้นฐานทั่วไปที่ตั้งและอาณาเขตปกครอง
ส ภ า พ ท า ง ภู มิ ศ า ส ต ร์
และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมเนื่องจากพัทยาเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวมีสิ่งอานวยความสะดวก
แ น ว ท า ง ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ส่ ง เ ส ริ ม
25
เพื่อให้พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพมากขึ้นที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังเมืองพัทยาได้
อย่างมากขึ้น
พ ช ร ภิ ญ โ ญ ( 2544) ไ ด้ ศึ ก ษ า ถึ ง เ รื่ อ ง
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมาท่องเที่ยวถนนคนเดินท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่“ถนนคนเดิน”(walking
street) เป็นหนึ่ งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและกาหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน
โดยเป็ น การใช้พื้นทิ่พัฒนาใช้สอยให้เกิดประโยชน์ เป็ นศูน ย์รวมแห ล่งงานศิลปะ
สถานที่ที่ศิลปินอิสระจะได้ใช้เป็นเวทีในการแสดงออกทั้งงานดนตรี วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ
ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องแวะมาเยี่ยมเยือนจากการตอบรับ
“ถน น คน เดิ น ที่ สี ลม ” ท าใ ห้ รัฐบ าลเห็ น ว่ารู ป แ บบ กิจกรรม “ถ น น ค น เดิน ”
ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการส่งเสริการท่องเที่ยว
การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนตลอดจน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตสาหรับคนในเมืองใหญ่ ๆนั้น
แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม
วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า
ทาให้เห็นภาพทัศนคติการเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างมากของชุมชนชาวเมืองพัทยา
ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งลงทุนของกลุ่มคนต่างชาติ มีการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ
มากขึ้นโดยสรรสร้างมาจากฝีมือมนุษย์ และยังเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก
โ ด ย ไ ด้ รั บ ก า ร ย อ ม รั บ มี โ ค ร ง ก า ร ต่ า ง ๆ
มากมายที่พ ยายามกระ ตุ้น เศรษฐกิจเมืองพัทยาให้มีความเจริญก้าวห น้าทุก ๆ ด้าน
โด ย ไ ด้รั บ ค ว าม ร่ว ม มือ จ าก ห ล าย ส่ ว น ทั้ ง ป ร ะ ช า ช น ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร
ที่มีส่วนได้ในการลงทุนเพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นของเมืองพัทยาทาให้เห็นว่าทฤษฎีต่าง
ๆ
นั้นเป็นแนวโน้มในการหาข้อบกพร่องและข้อดีของระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นให้เกิดสังคมรูปแบบใ
ห ม่ ที่ ห ล า ก ห ล า ย ภ า ษ า วั ฒ น ธ ร ร ม
จน เป็ น เอ ก ลัก ษ ณ์ ขอ ง เมือ ง พั ท ยาที่ มุ่ง เน้ น ก าร พัฒ น าที่ ห ล ากห ล ายด้าน
ปั จ จัย ใ น ก าร เป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ต่ล ะ ด้ า น นั้ น ย่อ ม มี ผ ล ดี ม าก ก ว่า ผ ล เสี ย
26
เพื่อความเป็นอยู่ของเมืองพัทยาจึงต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความคิด วิถีชีวิต หลากหลายด้าน
เพื่อเป็นการดารงอยู่ที่สะดวกสบายต่อประชากรชุมชนเมืองพัทยาและนักท่องเที่ยว
จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า แ น ว คิ ด เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม
ทาให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบันของระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่ม
สั ง ค ม ปั จ จุ บั น ที่ ก่อ ใ ห้ เกิ ด วัฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก ร ร ม ต่าง ๆ
เ พื่ อ แ ก้ ไ ข พื้ น ฐ า น ปั ญ ห า ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
ที่มีรูปแบบของเศรษฐกิจที่ช่วยในการกระตุ้นทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์สูง
สุ ด เ ส ม อ กั น
ทาให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาที่มีแผนพัฒนาในการกระตุ้นปัจจัยในการสร้างแรงจูงใจนัก
ท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนเศรษฐกิจที่มีทรัพยากรและสังคมที่มีปัจจัยในการดาเนินเศรษฐกิจ
ที่ มี ผ ล ต อ บ แ ท น สู ง โ ด ย มี ลั ก ษ ณ ะ สั ง ค ม ที่ มี พื้ น ฐ าน ท าง ด้า น ฐ าน ะ
ห รื อ ก าร จู ง ใ จ นั ก ท่อ ง เที่ ย ว ใ ห้ เข้ าม าเที่ ย ว ชุ ม ช น เมื อ ง พั ท ย าม าก ขึ้ น
โดยใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและฐานสังคมเป็นตัวสร้างแรงผลักดันให้เห็นถึงธุรกิจที่มีเครือข่ายขยา
ยจากผู้ลงทุนมากมายสังคมก็เป็นจุดสาคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวประกอบในการเกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ
เข้ามาในชุมชนยอมรับการขยายตัวของสังคมใหม่และยึดถือปฎิบัติร่วมกันจนเป็นสังคมขนาดใหญ่
ท า ใ ห้ เห็ น ภ าพ ถึ ง ก าร อ ยู่ร่วม กัน ข อ ง ค น ใ น ชุ มช น แ ล ะ นั ก ท่อ ง เ ที่ ย ว
การยอมรับในวัฒน ธรรมที่แตกต่างและยอมรับที่จะเรียน รู้วัฒน ธรรมของกันและกัน
การอยู่ร่วมกัน ของชุมช น ย่อมต้อง มีการจัดระบ บความสัมพัน ธ์ ระ ห ว่างกัน ขึ้ น
เ พื่ อ ใ ห้ ค น ใ น ชุ ม ช น อ ยู่ อ า ศั ย ร่ ว ม กั น อ ย่ า ง สั น ติ
สาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมในชุมชน อาทิเช่น สิ่งแวดล้อม การอพยพถิ่นฐาน
เปลี่ยน อาชีพ ห รือมีการคิดค้น วิธี ให ม่ เพื่ อแก้ปั ญ ห า การเพิ่มขึ้ น ของประ ช ากร
เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ พั ฒ น า เ ร็ ว ขึ้ น เ ป็ น ต้ น
เป็ น สาเห ตุห ลักที่เราจะต้องยอมรับและเป็ น ปั จจัยที่เกิดขึ้น ในแทบจะทุก ๆ สังคม
วัฒ น ธ ร ร ม ก็ เ ป็ น ส่ ว น ส า คั ญ ที่ เ ป็ น ร า ก ฐ า น ใ น ตั ว ข อ ง ม นุ ษ ย์
และ การถ่ายทอดวัฒ น ธรรมจากอดีตสู่ปั จจุบัน ย่อมมีกา รเป ลี่ยน แปลง ที่แน่ชัด
ทาให้วัฒนธรรมมีความหลากหลายมากขึ้น อยู่ที่ตัวของชุมชนจะยึดถือหรือปฏิบัติสืบทอดหรือไม่
27
ยิ่ง เป็ น วัฒ น ธ รรมที่ เป็ น ศูน ย์กล าง ห รื อวัฒ น ธรรมที่ เคร่ง ต่อสั ง คมกลุ่มใ ห ญ่
เพื่อเป็นการเสริมสร้างความผูกพันทางจิตให้คนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกันโดยนาทฤษฎีต่าง ๆ
เข้ า ม า แ ก้ไ ข เพื่ อ พั ฒ น า ป รั บ เ ป ลี่ ย น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม วัฒ น ธ ร ร ม
ชุมชนเมืองพัทยาให้มีแบบแผนในการดารงชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุขในการดารงอยู่และรับ
สภาพกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนต่อไป
บทที่3
ปัจจัยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชุมชนเมืองพัทยา
ปัจจัยที่เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เจริญเติบโตและมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจการ
ท่อ ง เที่ ย ว ไ ป อ ย่าง ร ว ด เ ร็ ว โ ค ร ง ก าร ก ร ะ ตุ้ น ก าร ท่อ ง เที่ ย ว แ บ บ ยั่ง ยื น
ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ต่า ง ๆ ใ น ทุ ก ๆ
ปีเมืองพัทยาจะมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีความสนใจมากขึ้น เช่น งานประเพณีกองข้าว
การปรับปรุงพื้นที่ถน น การพัฒนาพื้น ที่ช ายหาดให้มีความสวยงามมากขึ้น เป็ นต้น
การที่พัทยามีความเจริญมากขึ้นย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงไปในหลากหลายด้าน อย่างเช่น
ด้านเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้ามาอยู่ของชาวต่างชาติที่หลากหลายเชื้อชาติ
ก า ร ผ ส ม ผ ส า น ค ว า ม เ ป็ น วัฒ น ธ ร ร ม ดั้ ง เ ดิ ม แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม ส า ก ล
จน เมื่ อ เมื อ ง พั ท ย าแ ย ก ตัว อ อ ก มาป ก ค ร อ ง ต น เอ ง จึ ง เป็ น ปั จ จัย ต่าง ๆ
ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านชุมชนเมืองพัทยา
28
3.1 จุดเริ่มต้นของเมืองพัทยา
เมือง พัท ยาตั้งอยู่ใน เขต ตาบลน าเกลือ อาเภ อบ างละ มุง จังห วัดช ลบุ รี
เป็นเพียงเมืองหนึ่งในจังหวัดชลบุรีที่มีเรื่องราวเล่าขานทางประวัติศาสตร์ที่สาคัญในช่วงสมัยกรุงศรี
อยุธยาเป็ นราชธานี พ.ศ. 2310 ห ลังจากนั้ น มาเมืองพัทยาเริ่มมีการกล่าวขานมากขึ้ น
มีการบุกเบิกพัฒนาที่ดิน ใน พ.ศ.2419 มีบุคคลสาคัญ คือ มีบุคคลสาคัญ คือ คุณปริญญา
ช ว ลิ ต ธ า ร ง ซึ่ ง ท่า น ซื้ อ ที่ ดิ น แ ล ะ ส ร้ า ง ค ว าม เจ ริ ญ ใ ห้ แ ก่เ มือ ง พั ท ย า
เมื่อได้เล็งเห็ น ถึงมน ต์เสน่ห์ ของห าดทรายขาว น้ าทะเลใส ทัศนี ยภาพ ที่สวยงาม
และคาดถึงความเจริญในภายภาคหน้า จึงตัดสินใจซื้อที่ดินระหว่างการพัฒนา คุณปริญญา
ช ว ลิ ต ธ า ร ง ไ ด้ น า เส น อ แ ล ะ ข อ ร้ อ ง ท่ าน น าย ก ใ ห้ เป ลี่ ย น ภ าษ า เขี ย น
เพ ราะการเขียน แบบเดิมนั้นไม่ทันสมัยและโบราณ โดยเปลี่ยนจาก “พัทยา” น า ธ.ธง
ออกมาเป็นคาว่า “พัทยา” ในปัจจุบัน
ใ น ส มัยก่อ น เมื่อ มีก าร ซื้ อ ข า ยที่ ดิ น ผู้ซื้ อ จ ะ ไ ด้รั บ ใ บ ค รอ บ ค รอ ง
ส .ค.1( ใ บ แ จ้ง ค รอ บ ค รอง ที่ ดิ น เป็ น ห ลัก ฐ าน แ ส ด ง ก าร ครอ บ ค รอ ง ที่ ดิ น )
เ พื่ อ ก า ร เ ข้ า ม า ใ น ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ โ ย ช น์
จึงเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาที่ดินในเมืองพัทยาและการคมนาคมที่สะดวกจวบจนปัจจุบันที่มีหลากหลาย
ภ าคส่วน เข้ามามีส่วน ร่วม พ ร้อ มทั้ ง ปรับ ทัศนี ยภ าพ เมือง พัท ยาใ ห้ ส วยง าม
จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เป็ นผลมาจากการพัฒนา คือภายหลังจากที่
“ถ น น ส า ย พั ท ย า -น า เ ก ลื อ ” มี นั ก ห นั ง สื อ พิ ม พ์ “เ พ ลิ น จิ ต ต์ ”
และ นั กประ พัน ธ์ ชื่อดัง มาเที่ ยวพัทยาด้วยรถตู้ ได้เดิน ทาง ไปที่ห าดแห่งห นึ่ ง
ซึ่งในปัจจุบันนี้คือที่ตั้งของ “โรงแรมดุสิต รีสอร์ท”ซึ่งทุกท่านเห็นแล้วชอบและประทับใจมาก
ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอ่าวนี้ช่างสวยงาม15
เมื่อกลับไปได้นาเรื่องราวของหาดพัทยาเขียนลงตีพิม
พ์ในหนังสือพิมพ์ เพลินจิต ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทาให้ทุกคนได้รู้จักพัทยากันมากขึ้นหลังจากนั้น
ในปี พ.ศ.2498 เริ่มมีการนาคนกรุงเทพมาเที่ยวที่พัทยาคราวละ 30-40 คนบ้าง จนถึงปี พ.ศ.2515
ความสะดวก สบายของถนนหนทาง ทาให้คนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวโดยทางรถยนต์
15
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
29
และการเดินทางโดยรถโดยสาร ที่สถานีขน ส่งสายใต้ใช้เวลาเดินท างมาถึง “พัทยา”
ใน เวลาไม่น าน จน เมือง พัทยาได้ถูกน าบัน ทึกเรื่ อง ราวและ บรรยายบรรยากาศ
ไปตีพิมพ์ เผยแพ ร่ไว้ใน อนุ สาร อ .ส.ท. ฉ บับที่ 6 ปี ที่ 12 เดือน มกราคม พ .ศ.2515
และยังมีโครงสร้างของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรที่มากขึ้น มีเคลื่อนย้ายถิ่นฐานแรงงาน
นั ก ท่อ ง เที่ ยว ที่ มีจา น วน ม าก ขึ้ น แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ อื่ น ๆ อี ก ห ล ายด้า น
ส่งผลให้การปกครองในรูปแบบสุขาภิบาลไม่สามารถบริหารงานและแก้ไขได้ตามเวลา
ยิ่ง ป ระ ก อ บ กับ รัฐ บ าลใ น ขณ ะ นั้ น ได้เล็ ง เห็ น ความส าคัญ ขอ ง เมือ ง พัท ย า
และเห็นถึงความสาคัญด้านกิจกรรมที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวได้จึงเสนอรูปแบบการปกครองรูปแบ
บ พิ เ ศ ษ ม า ใ ช้ ที่ เ มื อ ง พั ท ย า
เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่เมืองพัทยาต่อไป16
จากศักยภาพของเมืองพัทยาที่มีค
ว า ม พ ร้ อ ม ใ น ด้ า น ต่า ง ๆ แ ล้ ว พั ท ย า จึ ง เ ป็ น เ มื อ ง ที่ น่ า จั บ ต า ม อ ง
และให้ความสาคัญในการพิจารณามากที่สุด
ในช่วงปี พ.ศ. 2518- 2521 เป็ นช่วงที่ยุครัฐบาลและภาคเอกชน เข้ามาแทรกแซง
ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ต ก ต่ า ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
จึงมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นสถานที่ตากอากาศสู่ธุรกิจการท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่
ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา เกิดการท่องเที่ยวรูปแบบหลากหลาย
ทั้ ง กิ จ ก ร ร ม ที่ ท า ง อ ง ค์ ก ร จั ด ขึ้ น ม า
เพื่ อ เ ป็ น ก ล ยุท ธ์ ดึ ง ดู ด นั ก ท่อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ มี นั ก ท่อ ง เที่ ยว ห ลั่ง ไ ห ล เ ข้าม า
จึง กลายเป็ น ที่มาของ ธุ รกิจขอ งส ถาน บัน เทิ ง ยามค่ าคืน ที่ห ลากห ลายรู ปแบ บ
ใ น ปั จ จุ บั น แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว พั ฒ น า อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ บ บ ใ ห ม่
มี ก า ร จั ด ก า ร ส ภ า พ ข อ ง ก า ร ค ม น า ค ม ที่ มี ก า ร เ ดิ น ร ถ ท า ง เ ดี ย ว
เพื่ อให้ เกิดความคล่อง ตัวของ การจราจรและ ความปลอดภัยของ นักท่อง เที่ยว
เ กิ ด ก า ร ว า ง แ ผ น พั ฒ น า ที่ ดิ น
ที่พยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการท่องเที่ยวและมีการเกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ที่หลากหลายเกิ
16
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
30
ด ขึ้ น
มีการพัฒนาเป็นชุมชนเมืองอย่างเป็นระบบควบคู่กันไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรร
มการท่องเที่ยว
ปั จ จั ย ที่ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง นั้ น คื อ
ก า ร ข ย า ย ตั ว ข อ ง วัฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว จ า ก ช น ชั้ น สู ง
และขยายตัวลงมาสู่ชนชั้นกลางตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลจอมพ ล
ป.พิบูลสงคราม ห ลังจากนั้ น ได้มีการจัดอง ค์กรปกครองท้องถิ่น รู ปแบบพิเศษ
ก าร ว าง แ ผ น แ ม่บ ท ท า ง ท าง ก าร พั ฒ น า ก า รท่อ ง เที่ ย ว โ ด ย อ ง ค์ ก ร JICA
ห รื อ ป ร ะ ก า ศ น โ ย บ า ย ปี ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ น ปี พ .ศ .2530
ประกอบกับการสลายตัวโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทาให้การขยายตัวทางธุรกิจการท่องเที่ยวขยาย
ตัวอย่างรวดเร็ว17
3.2 สภาพภูมิศาสตร์เมืองพัทยา
เ มื อ ง พั ท ย า ตั้ ง อ ยู่ ใ น เ ข ต อ า เ ภ อ บ า ง ล ะ มุ ง
มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตตาบลหนองปรือและพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตตาบลนาเกลือ
ตาบลห้วยใหญ่และตาบลหนองปลาไหล
ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ เ ป็ น ที่ เ นิ น มี ที่ ร า บ น้ อ ย
ที่ ร า บ ส า คั ญ จ ะ เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง ย่า น พ า ณิ ช ย ก ร ร ม ห รื อ แ ห ล่ง ก า ร ค้ า
แ ล ะ บ ริ เว ณ ย่าน ที่ พั ก อ า ศัย จะ อ ยู่ถัด จ าก ห าด พั ท ย าขึ้ น ไป ท าง ต อ น บ น
โดยที่ราบจะถูกล้อมรอบเนินเขาเตี้ย ๆ สูงไม่เกิน 100เมตรที่ระดับน้ าทะเลปานกลาง
นั บ ตั้ ง แ ต่ทิ ศ เ ห นื อ ล ง ม า เ ป็ น เ นิ น เ ข า เ ตี้ ย ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 3 5
เมตรที่ระดับน้าทะเลปานกลางบริเวณถัดลงมาเป็นเขาน้อยเขาตาโลและเขาเสาธง สูงประมาณ 65
เมตรที่ระดับน้าทะเลปานกลางแนวเขานี้แตกตัวออกไปต่อเนื่องกับเขาพัทยาทางด้านทิศตะวันตก
ซึ่ ง ติ ด กั บ ช า ย ฝั่ ง ท ะ เ ล สู ง ป ร ะ ม า ณ 9 8
17
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
31
เมตรที่ระดับน้ าทะเลปานกลางซึ่งทาให้เกิดที่ราบระหว่างเชิงเขากับชายฝั่งทะเลอีก 2 แห่ง
อยู่ทางตอนบน และตอนล่าง โดยที่ราบตอน บน ส่วนให ญ่เป็ น พื้น ที่บริเวณนาเกลือ
ซึ่ ง เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง ศู น ย์ ก ล าง ข อ ง ชุ ม ช น แ ถ บ นี้ ส่ ว น ที่ ร า บ ต อ น ล่า ง
มีลักษณะเป็นแถบยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเล ซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร18
ภาพที่ 1ชายหาดเมืองพัทยา
ที่มา : http://www.108trips.com/
จากลักษณะของเนิ น เขาและที่ราบดังกล่าว ทาให้เกิดทางน้ าตามธรรมช าติ
ลักษณะลาน้ าโดยทั่ว ๆ ไป มีขนาดเล็กและตื้นเขินในช่วงฤดูแล้ง เช่น คลองนาเกลือ
ค ล อ ง เ สื อ แ ผ้ ว ค ล อ ง พั ท ย า เ ป็ น ต้ น
รวมทั้งในเขตการปกครองของเมืองพัทยาบางส่วนยังมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะอยู่ห่างจากชายฝั่
งทะเลประมาณ 8กิโลเมตรเช่น เกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก19
18
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
19
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
32
ภาพที่ 2แผนที่ท่องเที่ยวพัทยา
ที่มา : http://www.novabizz.com/
3.3 แผนการพัฒนาเมืองพัทยา
เมืองพัทยาได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สาคัญของประเ
ท ศ ไ ท ย ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม ทั้ ง ช า ว ไ ท ย แ ล ะ ช า ว ต่ า ง ช า ติ
ก่อให้เกิดความสาคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศสามารถทารายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับ 3
ของประเทศ คิดเป็นรายได้ปีละ 60,000 ล้านบาท
ผู้บ ริ ห าร เมือ ง พั ท ย า น าย อิ ท ธิ พ ล คุณ ป ลื้ ม ไ ด้ป ร ะ ก าศ น โ ยบ า ย
หลักการนาพ าเมืองพัทยาสู่ความสมดุล (Balanced up) 5 หลัก 7 สร้าง 13ยุทธศาสตร์ 14
นโยบายเร่วด่วน ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาเมืองแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่“เอสทูอี”(City Modernization
by “S” to “E” Concept) ภ า ย ใ ต้ ก า ร บ ริ ห า ร ค ว า ม เ สี่ ย ง ( Risk Management)
เป็ น น โยบายการบริห ารจัดการของนายกเมืองพัทยาและคณ ะผู้บริห ารเมืองพัทยา
โ ด ย ไ ด้ รั บ ฉั น ท ม ติ จ า ก ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร เ ลื อ ก ตั้ ง ค รั้ ง ที่ ผ่า น ม า
33
ซึ่งได้ประกาศสัญญาประชาคมในการกาหนดภารกิจนาพาเมืองพัทยามุ่งสู่ “เมืองท่องเที่ยวน่าอยู่”
ร่ ว ม คิ ด ร่ ว ม ท า อ ย่ า ง มี แ บ บ แ ผ น แ ล ะ ยั่ ง ยื น ดั ง นั้ น
เพื่อให้การบริหารและการพัฒนาเมืองพัทยามีทิศทางการทางานที่ชัดเจนสอดรับกับแนวนโยบายขอ
ง ค ณ ะ ผู้บ ริ ห าร เมื อ ง พั ท ย าไ ด้ อ ย่า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ทั้ ง ด้ าน เศ ร ษ ฐ กิ จ
สังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เมืองพัทยาสามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน
นายอิทธิพลคุณปลื้มนายกเมืองพัทยา จึงมีนโยบายให้จัดทาแผนแม่บทการพัฒนาเมืองพัทยา 10 ปี
(ปี งบประ มาณ พ.ศ.2554-2563) แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองพัทยา 5 ปี (งบประมาณ
พ.ศ.2554ข2558) และจัดทาแผน พัฒนาเมืองพัทยา 3 ปี ( ปี งบประมาณ พ .ศ.2554-2556)
ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่สาคัญดังนี้ 20
3.3.1 เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร พั ฒ น า เ มื อ ง พั ท ย า เ ป็ น ไ ป อ ย่า ง มี ทิ ศ ท า ง
มั่นคงและยั่งยืนโดยมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว
ที่ ชั ด เ จ น ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ น โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ บ า ล ก ร ะ ท ร ว ง จั ง ห วั ด
และนโยบายของเมืองที่สอดคล้องและกลมกลืนและสามารถนาไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและ
มีประสิทธิภาพสูงสุด
3.3.2
เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรั
พย์สินทั้งในและนอกบ้านให้แก่ประชาชนเมืองพัทยา ผู้มาประกอบธุรกิจ นักท่องเที่ยว
และประชาชน ผู้สัญจรภายในจังหวัดและระหว่างจังหวัด
3.3.3เพื่อให้มีแผน แม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเพิ่มศักยภาพ ของชุมช น
เชื่ อมโยง เป็ น เครื อ ข่าย เป็ น ราก ฐาน ข อง การพั ฒ น าเศ รษ ฐกิจ คุณ ภ าพ ชี วิต
และอนุ รักษ์ฟื้ น ฟูการใช้ประโยช น์ ทรัพ ยากรธรรมช าติสิ่ งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืน
นาไปสู่การพัฒนาตนเองและลดปัญหาความยากจนอย่างบูรณาการ
20
เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
34
3.3.4
เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างให้ประชาชนเมืองพัทยาทุกคนได้รับการ
พัฒ น าใ ห้ พ ร้อมทั้ ง ทาง ด้าน ร่าง กาย สติ ปั ญ ญ า คุณ ธรรม จริ ยธรรม อารม ณ์
มีค ว า ม ส าม า ร ถ ใ น ก าร แ ก้ไ ข ปั ญ ห า มี ทั ก ษ ะ ใ น ก าร ป ร ะ ก อ บ อ าชี พ
มีความมั่นคงในการดารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
3.3.5
เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และคุณค่าของทรัพยา
กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นฐานของการดารงชีวิตและความมั่นคงของการพัฒนาประเทศ
รวมทั้งสร้างกลไกในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนในประเทศชาติ
3.3.6
เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเมืองพัทยา
โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ที่เมืองพัทยามีส่วนร่วมในการคิด ดาเนินการและพัฒนาเมืองพัทยา
สามารถตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารจัดการเมืองพัทยาได้
หลักการจัดทาแผนแม่บทเมืองพัทยานั้น ได้กาหนดแผนพัฒนาไว้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรของเมืองพัทยาให้มีระบบแบบแผนและดูแลคุ้มครองประชาชนชาวเมือง
พัทยาให้เป็ นระเบียบตามกฎข้อบังคับของกฎหมายและยึดถือปฏิบัติร่วมกันตามนโยบายที่ได้จัดตั้ง
ไว้แผนแม่บททั้งหมดนี้จะเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของเมืองพัทยาและยังเป็นตัวอย่างที่สาคั
ญ ที่ จ ะ เ ป็ น แ บ บ อ ย่ า ง ที่ ดี แ ก่ เ มื อ ง อื่ น ๆ
ที่ต้องการมีการทาแผนแม่บทเพื่อพัฒนาแต่ละเมืองนอกจากจะเป็นการบริหารที่มีประสิทธิภาพแล้ว
ยังเป็ น การสร้างสานึ กแ ก่องค์กรระ ดับให ญ่และ คุณ ภ าพ ของ น ายก เมืองพัทยา
ที่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลที่จะพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้มีชื่อเสียงระดับโล
กและเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่าท่องเที่ยวและสวยงามที่สุด
3.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว
35
เมืองพัทยาได้ตั้งจัดทาแผน แม่บทการพัฒน าเมืองพัทยา 10ปี อย่างเป็ นระบบ
นับตั้งแต่การกาหนดวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแผนพัฒนาเมืองพัทยา 3 ปี
ก า ร ก า ห น ด วิ สั ย ทั ศ น์ แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า เมื อ ง พั ท ย า 5 ปี
และการกาหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองพัทยา 10ปี เพื่อสอดรับแนวนโยบายแห่งรัฐ
ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ไ ท ย ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2550
อ า น า จ ห น้ า ที่ ข อ ง เ มื อ ง พั ท ย า ต า ม ที่ ก ฎ ห ม า ย บั ญ ญั ติ ไ ว้
โดยนาเสนอความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาควิชาการภาคธุรกิจ เอกชน และภาคประชาสังคม
การจัดประชุมระดมความคิดเห็ นจากกลุ่มผู้บริหารเมืองพัทยา (Executive Focus Group)
ส่วนราชการเมืองพัทยา (Management Workshop) และประชาชนชาวพัทยา (Key Stakeholder
Focus Group) ทั้ ง ใ น ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ด้ า น สั ง ค ม ด้ า น ก า ร เมื อ ง บ ริ ห า ร
ด้าน สิ่ ง แ วด ล้อ ม แ ล ะ ท รั พ ยา ก รธ ร รม ช าติ แ ล ะ ด้าน โค ร ง ส ร้ าง พื้ น ฐ า น
ทั้งนี้ เราได้รับฟั ง ความคิดเห็ น ของนักท่องเที่ยวทั้งช าวไทยและ ช าวต่างประเทศ
และการศึกษาเปรียบเทียบหน่วยงานที่ประสบความสาเร็จ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รวมทั้งการประเมินศักยภาพ (Capacity) ของเมืองพัทยาเป็นปัจจัยในการจัดทาแผนด้วยการร่วมคิด
ร่วมทา อย่างมีแบบแผน
ในการพัฒนาให้เมืองท่องเที่ยวที่น่าอยู่นั้น ต้องเพิ่มมาตรฐานให้ดีในทุก ๆ ด้าน
สี่ ปั จ จั ย ส า คั ญ เ รื่ อ ง ข อ ง อ า ห าร ก า ร กิ น อ ยู่ค ว าม พ ร้ อ ม ต่อ ก า ร ร อ ง รั บ
ร้า น ค้ าอ าห า ร ที่ มีอ าห า ร ห ล าก ห ล า ย ป ร ะ เท ศ แ ล ะ ส ะ อ าด ถู ก ลัก ษ ณ ะ
ด้านเรื่องสุขภาพมีทีมแพทย์และโรงพยาบาลที่ถูกสุขลักษณะอนามัยเพียงพอต่อการรักษาผู้ที่เจ็บป่ว
ย เ นื่ อ ง จ า ก สุ ข ภ า พ แ ล ะ อุ บั ติ เ ห ตุ เ รื่ อ ง ก า ร ศึ ก ษ า เ รื่ อ ง เ ย า ว ช น
ต้องมีโรงเรียนที่มีมาตรฐานเพียงพอต่อการรองรับเยาวชน เรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง
ระ บ บ ข น ส่ง มว ลช น รถป ระ จาทาง ที่ ใ ช้ใ น การเดิน ทาง ใ น ชี วิตป ระ จาวัน
ระ บ บ ส าธ าร ณู ป โภ ค พื้ น ฐาน ไฟ ฟ้ า ป ระ ป า บ น เก าะ ล้าน ต้อ ง แ ล้วเส ร็ จ
สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทาให้เมืองพัทยาเป็นเมืองน่าอยู่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการ
เข้า มา ป ร ะ ก อ บ อ าชี พ แ ล ะ ใ ช้ ชี วิต อ ยู่ที่ เมื อ ง พั ท ย า ซึ่ ง ค ว าม จริ ง แ ล้ ว
ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพัทยาก็มีให้เห็นในรูปแบบนี้ เริ่มจากมาเที่ยวแล้วมาอยู่แบบ
36
Long stay จ า ก นั้ น เ ริ่ ม มี ส่ ว น ล ง ทุ น ท า ธุ ร กิ จ
ตลอดจนเป็ น เจ้าของกิจการเอง21
และขณะนี้ ทางเมืองพัทยาก็กาลังดาเนิน การตาม 14
นโยบายเร่งด่วนซึ่งครอบคลุมทุกด้านการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่พื้นฐาน
ภาพที่ 3ตลาดน้าสี่ภาค พัทยา
ที่มา : http//www.travel.edtguide.com/
3.5ปัญหาที่ส่งผลต่อชุมชนเมืองพัทยา
ปั ญ ห า ที่ ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ เ กิ ด ใ น ปั จ จุ บั น นั้ น
ส่ ว น ม า ก ล้ ว น เ กิ ด จ า ก ก า ร ก ร ะ ท า ข อ ง ม นุ ษ ย์ แ ท บ ทั้ ง สิ้ น
ท า ใ ห้ ค ว า ม อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ ท รุ ด โ ท ร ม อ ย่า ง ร ว ด เ ร็ ว
แ ล ะ ยั ง มี ก า ร แ ย่ ง ชิ ง ด้ า น ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก ท รั พ ย า ก ร ที่ มี อ ยู่
ย่อมก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่เพื่อผลประโยชน์ใน การทามาหากิน ของชุมช น
แต่ละชุมชนจะมีทรัพยากรที่เป็นจุดขายของแต่ละพื้นที่แตกต่างออกไปตามสภาพพื้นที่
เพี ย ง แ ต่ปั ญ ห าเห ล่านี้ จ ะ จัด ก ารไ ด้นั้ น ผู้น า ป ร ะ ช าช น นั ก ท่อ ง เที่ ย ว
21
เข้าถึงได้จากhttp://www.pattaya.go.th/.( วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
37
ต้ อ ง ร่ ว ม มื อ กั น แ ล ะ ส ร้ า ง จิ ต ส า นึ ก ใ น ก า ร ดู แ ล
ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งกฎบังคับที่ทุกคนต้องปฎิบัติเพื่อความเป็นร
ะ เ บี ย บ เ รี ย บ ร้ อ ย ข อ ง สั ง ค ม ใ น ชุ ม ช น แ ล ะ ล ด ปั ญ ห า ต่ า ง ๆ
ที่ จ ะ ก่อ ใ ห้ เกิ ด ปั ญ ห า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ เกิ ด จ าก ก าร ก ร ะ ท า ข อ ง ม นุ ษ ย์
และยังต้องร่วมมือในการบูรณะให้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในชุมชนกลับคงสู่สภาพเดิมซึ่ง
ปัญหาของชุมชนเมืองพัทยา มีดังนี้
3.5.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมืองพัทยา
ชายหาดพัทยา เป็นหาดรูปโค้ง อยู่ในตัวเมืองพัทยา มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร
นั ก ท่อ ง เที่ ย ว นิ ย ม ไ ป เ ล่น น้ านั่ ง พั ก ผ่อ น ห รื อ เล่น กีฬ า ท าง น้ า ต่า ง ๆ
ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น
ทั้ ง แ ห ล่ง ท าง อ าห าร เค รื่ อ ง ดื่ ม ห้ าง ส ร รพ สิ น ค้า ร้ าน ข าย ข อ ง ที่ ร ะ ลึ ก
ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆมากมาย
เนื่ อง จากเกิดก ารขยายตัวของ กิจการท่อง เที่ยวบริ เวณ ช า ยห าดมากขึ้ น
ท า ใ ห้ มี ปั ญ ห า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ต า ม ม า ด้ ว ย
ถึ ง แ ม้ท า ง เ มื อ ง พั ท ย า จ ะ จัด บ ริ เว ณ ที่ ทิ้ ง ข ย ะ ไ ว้ห ล า ย จุ ด แ ล้ ว ก็ ต า ม
แต่ก็ยังมีคนที่มักง่ายทิ้งขยะลงชายหาดอยู่ดี เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนบริเวณชายหาด
แ ล้ว จ ะ มี พ่อ ค้ าแ ม่ค้า มาข าย อ าห าร โด ย ใ ช้ ภ า ช น ะ โ ฟ มแ ล ะ พ ล าส ติ ก
เมื่อ ท าน เส ร็ จแ ล้วนั ก ท่อ ง เที่ ย วก็ข าด คว ามรั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สิ่ ง ที่ ห ล ง เห ลื อ
เพ ราะ ถึง ข ยะ ที่ ท าง เมือง พัท ยาเตรี ยม ไว้นั้ น อ ยู่บ ริ เวณ บ น ทาง เท้าริ ม ถน น
ซึ่ ง ต้อ ง เดิ น อ อ ก ไป อี ก เป็ น ระ ยะ ท าง ห นึ่ ง ท าง เมือ ง พั ท ยาก็ไม่ได้นิ่ ง เฉ ย
แ ล ะ ไ ด้ จั ด กิ จ ก ร ร ม เ ก็ บ ข ย ะ ช า ย ห า ด ส า ก ล ขึ้ น เป็ น ป ร ะ จ า ทุ ก ปี
38
บ ริ เวณ ช าย ห าด พั ท ยาเนื่ อง ด้ว ยทุ ก เส าร์ ข อ ง ที่ 3 ข อ ง เดือ น กัน ย ายน ทุ ก ปี
ถือว่าเป็ นวัน เก็บขยะชายหาดสากล ซึ่งกระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นหน่วยงานหลักในการประสานข้อมูลขยะทะเลกับองค์กร InternationalCoastalCleanup (ICC)
ในปี 2554มีอาสาสมัครเข้าร่วมเก็บขยะใต้ทะเลและชายหาดจานวน 600คน แต่สาหรับครั้งนี้มีถึง
2,000 คน ซึ่งจะเก็บขยะตลอดชายฝั่งพัทยาระยะทาง 2.7 กิโลเมตร และดาน้าเก็บขยะที่เกาะล้าน22
ทั้ ง นี้ เ พื่ อ รั ก ษ า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ช า ย ห า ด แ ล ะ ท้ อ ง ท ะ เ ล
เนื องจากขยะถือเป็ นสิ่งคุกคามหลักต่อระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนสัตว์ห ลายชนิ ด
โดยในแต่ละปี กิจกรรมเก็บขยะชายหาด และดาน้ าเก็บขยะจะมีปริมาณมากกว่า 20 ตัน
ซึ่งจะมีขยะทั้งขวดเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ กระป๋ องเครื่องดื่มขวดน้าพลาสติก ถุงพลาสติกกล่องโฟม
ก้นบุหรี่ และถุงขนม ซึ่งขยะเหล่านี้ส่งผลต่อระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก
ภาพที่ 4บริเวณชายหาดเมืองพัทยา
ที่มา : นางสาว นภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558
3.5.2 ปัญหาสภาพแวดล้อมชุมชนเมืองพัทยา
22
เข้าถึงได้จาก.http://pattayatrashecoproblem.blogspot.com/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
39
เมืองพัทยาได้เล็งเห็นถึงความสาคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและประ
ช าช น จึง ได้จัดตั้ ง ศูน ย์อาน วยการแก้ไขปั ญ ห าร้อง ทุ ก ข์ (ศ อท .) เมือพั ทย า
เพื่อหาทางดาเนิ น การแก้ไขปั ญห าความเดือดร้อนของประช าชน ใน ชุมช น ต่าง ๆ
รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยเฉพาะกิจ
“ทัพยาเคลื่อนที่เร็ว”ในการปฎิบัติการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเป็นกรณีฉุกเฉิน Pattaya
callCenter 1337 เพื่อตอบสน องต่อข้อร้องเรียน ได้อย่างรวดเร็วและ มีประ สิ ทธิ ภ าพ
และยังมีหน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยาเป็นต้น
ร่วมลงพื้นที่รับฟังปัญห าของชุมชน โซน 3ได้แก่ชุมชน ซอยกอไผ่ ชุมชนทัพพ ระยา
ชุ ม ช น ว อ ล์ ค กิ้ ง ส ต รี ท ชุ ม ช น เ ก า ะ ล้ า น
โดยดาเนินการแก้ไขปัญหาของแต่ละชุมชนภายใต้โครงการเพิ่มขยายบริการเพื่อให้เข้าถึงการแก้ไข
ปัญห าของประช าชน อย่างเร่งด่วน ฉุกเฉิ น ตลอด 24 ชั่วโมง ชุมช น วอล์คกิ้งสตรีท
มีปัญ หาเรื่องสิ่งปฎิกูล ขยะมูลฝอย โดยทาขยะ ตกค้างและการทิ้งขยะไม่เป็ น เวลา
ซึ่ ง มีก าร ข อ ป รับ เวล าใ น ก ารจัด เก็บ โด ยใ ห้ เพิ่ ม ร อ บ ใ น ก ารเก็บ เพิ่ ม ขึ้ น
น อ ก จ า ก นี้ ป ร ะ ช า ช น ไ ด้ ข อ ใ ห้ เ พิ่ ม แ ส ง ส ว่า ง ภ า ย ใ น ซ อ ย
ก า ร จั ด ร ะ เ บี ย บ ก า ร จ อ ด ร ถ แ ล ะ ตี เ ส้ น ช่ อ ง จ อ ด ร ถ ใ ห้ ชั ด เ จ น
ร ว ม ไ ป ถึ ง ก า ร จั ด ร ะ เ บี ย บ ป้ า ย โ ฆ ษ ณ า ร้ า น ค้ า ใ ห้ เ ป็ น ร ะ เ บี ย บ
เนื่องจากชุมชนวอล์คกิ้งสตรีทเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้บริการนักท่องเที่ยวยามราตรีถึงเช้า
ทาให้สภาพแวดล้อมจาเป็นต้องเจอกับปัญหาสภาพขยะที่เพิ่มมากขึ้น อาจเกิดจากธุรกิจร้านอาหาร
ผั บ บ า ร์
ที่เป็นปัจจัยแรกของจานวนขยะที่เพิ่มขึ้นและปัญหานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไม่มี
จิตสานึกในการทิ้งขยะให้เป็นที่ จึงเกิดปัญหาขยะที่มากขึ้นในแต่ละวัน23
3.6 ลักษณะทางเศรษฐกิจของชุมชนเมืองพัทยา
23
เข้าถึงได้จาก.http://pattayatrashecoproblem.blogspot.com/.(วันที่ค้นหาข้อมูล 14 มกราคม 2558.)
40
เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่
ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว ที่ ส า คั ญ ข อ ง ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก
กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็ นอย่างมาก
โด ย ป ระ ช าก ร ใ น พื้ น ที่ เมือ ง พั ท ยาจ ะ ป ระ ก อ บ อ าชี พ ด้าน ธุ ร กิจก ารค้ า
การบริการเป็นส่วนมากในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สาคัญที่สุดของเมืองพัทยา
ปั จจุบัน มีการจ้างแรงงาน ใน ภ าคอุตสาห กรรมการท่อง เที่ยวมากกว่าร้อยละ 90
ของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมโดยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โรงแรมบังกะโล ไนต์คลับ เป็นต้น
มีโรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 3 เช่น โรงงาน ทาคอนกรีต อิฐบล็อก แผ่นพื้นคอนกรีต
วงกบประตูหน้าต่าง โรงงานแป้งมันสาปะหลัง โรงงานอัดมันเส้น เป็นต้น
การเกษตรกรรม
พื้ น ที่ เก ษ ต รก ร ร มข อ ง เมือ ง พั ท ย าอ ยู่ใ น บ ริ เว ณ ต า บ ล ห้ ว ย ใ ห ญ่
และตาบลหนองปลาไหลโดยมีการปลูกมันสาปะหลัง สับปะรดและมะพ ร้าว เป็ นต้น
ประช ากรประ กอบอาชีพ ด้าน นี้ ประมาณร้อยละ 3 เพ ราะปั จจุบัน ที่ดิน มีราคาสู ง
ทาให้การลงทุนการเกษตรน้อย
การพาณิชยกรรมและการบริการ
41
มีการประกอบการด้านพาณิชยกรรมประมาณร้อยละ 4เช่นการทาธุรกิจการค้าปลีกธุรกิจ
น า เ ข้ า ส่ ง อ อ ก แ ล ะ ก า ร บ ริ ก า ร แ ก่ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ประเภทขายหรือเช่าอุปกรณ์ในการอานวยความสะดวกและความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว เช่น
การให้เช่ารถจักรยานยนต์ หรือเจ็ทสกี เรือนาเที่ยว เรือลากร่ม เรือลากกล้วย เป็นต้น
ภาพที่ 5 ริมถนนเมืองพัทยา
ที่มา : นางสาว นภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558
ภาพที่ 6 ร้านอาหารริมถนนเมืองพัทยา
42
ที่มา : นางสาว นภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558
สรุป
จากการสารวจปั จจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยน แปลงชุมชน เมืองพัทยามานั้ น
ท า ใ ห้ ท ร า บ ว่าเ มือ ง พั ท ย า เจ ริ ญ เติ บ โ ต เป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป จ าก เดิ ม ม า ก
ทั้ ง นี้ เกิด จา ก ปั จ จัย ที่ ห ล าก ห ล า ยที่ น าค ว าม เป ลี่ ย น แ ป ล ง สู่ เมือ ง พั ท ย า
การพัฒนาศักยภาพของสังคมที่ขยายเครือข่ายให้พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเจริญเติบโต
การลงทุนทางเศรษฐกิจที่เป็นส่วนกระตุ้นในการมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่
างชาติและการร่วมลงทุนเพื่อผลกาไรทางพื้นที่ที่สามารถต่อยอดผลทางเศรษฐกิจของเมืองพัทยาได้
และวัฒนธรรมที่ยังคงดารงอยู่มายาวนานแม้จะมีการผสมกลมกลืนความหลากหลายวัฒนธรรมเข้าไ
ปแต่ก็ยังมีหน่วยงานหลากหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมการจัดการสืบสานประเพณีดั้งเดิมและมี
กลยุ ทธ์ ใ น ก ารเชิ ญ ช วน นั กท่อง เที่ ยวใ ห้ เข้ามาเที่ ยวใ น เมือง พัท ยาม ากขึ้ น
โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเข้าไปให้เกิดความหลากหลายและพยายามเน้นนาเสนอวัฒ
นธรรมไทยให้แก่ชาวต่างชาติเพราะเนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติที่ไม่เห
มือ น กัน วัฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ที่ มี ห ล า ก ห ล า ย ภ า ษ า ห ล า ก ห ล าย ถิ่ น ฐ า น
และรอยยิ้มของคนไทยเป็นจุดดึงดูดที่ทาให้ชาวต่างชาติอยากมาเที่ยวเมืองไทย
ชุมชนเมืองพัทยาเป็นอีกหนึ่งชุนชนที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและช
าวไทยที่ให้ความสนใจ ผู้ประกอบการหรือพนักงาน คนในชุมชนที่ทางานในผับ บาร์ คลับ
ใ น ชุมช น เมือ ง พั ท ยา ก ารพัฒ น าชุมช น ใ ห้ เป็ น ที่ ยอ มรั บ แก่นั กท่อ ง เที่ ย ว
จากแผนพัฒนาเมืองพัทยานั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งนโยบายในการทาให้เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่สาคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยมียุทธศาสตร์ในการพัฒนา ระยะสั้น ระยะกลาง
แ ล ะ ร ะ ย ะ ย า ว
ที่ชัดเจนและทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐและกระทรวงเพื่อให้เป็นระบบในการนาไปปฏิบัติ
ได้อย่างเป็นระบบรูปธรรมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
43
ผู้ ที่ สั ญ จ ร ไ ป ม า เ ป็ น ต้ น
ทาให้ทราบถึงระบบการทางานของเมืองพัทยาที่พยายามเน้นการพัฒนาแต่ละแหล่งท่องเที่ยวให้เป็น
แหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่มาลงทุนได้อย่างมาก
แผนยุทธศาสตร์เมืองพัทยาได้จัดทาเป็นอย่างระบบที่มีมาตราฐานสากลโดยพยายามแก้ปั
ญ ห า ค ว า ม เ ดื อ ด ร้ อ น ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ชุ ม ช น ต่ า ง ๆ
ชุ ม ช น เมื อ ง พั ท ย า ก็เ ป็ น อี ก ห นึ่ ง ชุ ม ช น ที่ เ กิด ปั ญ ห าส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม
สาเหตุอาจเกิดจากตัวของคนในชุมชน รวมไปถึงผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เข้ามา
ย่อ ม เ กิ ด ปั ญ ห า ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ที่ ก ล า ย เ ป็ น ชุ ม ช น แ อ อั ด ม า ก ขึ้ น
ยิ่งในช่วงกลางคืนเป็นช่วงเวลาแห่งการทามาหากินของผู้คนที่เข้ามาทางานในชุมชนแสงสีในยาม
ค่ า คื น ท า ใ ห้ เมื อ ง พั ท ย า แ ต ก ต่า ง จ า ก เ มื่ อ ต อ น เ ช้ า ม า ก เ รี ย ก ไ ด้ ว่า
เ ป็ น ชุ ม ช น ที่ มี ทั ศ นี ย ภ า พ ที่ ส ม บู ร ณ์ ที่ สุ ด
บริเวณรอบชุมชนมีสิ่งเอื้ออานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น โรงแรม
ชายหาดพัทยา ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีชร้านอาห าร ผับ บาร์ คลับ
และแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายมากมายในเมืองพัทยา
การเข้ามาท่องเที่ยวหรือตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาตินั้นย่อมเป็นส่วนสาคัญที่มีผลต่อปัจจัยใ
นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนเมืองพัทยา การที่ชาวต่างชาตินิ ยมมีภรรยาเป็ นคนไทย
แ ล ะ ผู้ ห ญิ ง ส่ ว น ใ ห ญ่ ใ น พั ท ย า ที่ นิ ย ม มี ส า มี ต่ า ง ช า ติ นั้ น
กลายเป็ น การแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมที่เกิดจากการท่องเที่ยวแล้วถูกใจกัน เป็ น ที่สาคัญ
แ ล ะ ส ร้ า ง ฐ า น ค ร อ บ ค รั ว ที่ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
ทาให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองพัทยา
ด้ ว ย ก า ล เ ว ล า ที่ เ ป ลี่ ย น ไ ป นั้ น
ชุมชนเมืองพัทยามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่จึงเป็นอีกเหตุผลสาคัญที่เมืองพัทย
านี้จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีกาลังจ่ายในค่าเงินที่สูงขึ้นกลายเป็นอีกหนทางหนึ่งที่มีความ
แตกต่างระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติที่แตกต่างกัน ในการเลือกสรรการท่องเที่ยว
44
การเดินทางของเมืองพัทยาในปัจจุบันที่สะดวกสบายขึ้นก็เป็นปัจจัยสาคัญอีกอย่างหนึ่ง
เรื่องระบบขนส่งมวลชน รถประจาทางโดยสารที่ใช้ในการเดิน ทางในชีวิตประจาวัน
ระ บ บ ส าธ าร ณู ป โ ภ ค ไฟ ฟ้ า ป ร ะ ป า ที่ ค รอ บ ค ลุ มไ ป จ น ถึ ง เก า ะ ต่าง ๆ
ในเมืองพัทยาสิ่งเหล่าเป็นพื้นฐานที่สาคัญยิ่งต่อความทันสมัย เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุน
การเข้ามาประกอบอาชีพ หรือการเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะนิยมเข้ามาแบบพัก
Long stay จ า ก นั้ น จึ ง เ ริ่ ม มี ส่ ว น ร่ ว ม ล ง ทุ น ข อ ง ธุ ร กิ จ
และได้เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของธุรกิจเองการจะทาให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบนั้น
การเข้ามาของหลากหลายฝ่ายและมีแบบแผนที่จัดตั้งเพื่อเป็นแผนที่พัฒนาอย่างยั่งยืนและเหมาะสม
กับเขตพื้นที่เมืองพัทยา ที่พยายามสร้างจุดแข็งให้เมืองพัทยาที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ
ที่ทุกคนจะต้องรู้จักที่มาที่เดียวมีทุกอย่างครบครัน และเป็นเมืองที่ทุกคนต้องกลับมาเที่ยวอีก
45
บทที่4
ผลการสารวจและวิเคราะห์ข้อมูล
การ ศึ ก ษ าวิจัย ก ารเป ลี่ย น แ ป ล ง ท าง เศ รษ ฐกิจ สั ง ค ม วัฒ น ธ รร ม
ชุมชนเมืองพัทยาปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวในชุมชนเมืองพัทยาเ
ป็ น อย่าง ดี ท าใ ห้ ท ร าบ ถึ ง พั ฒ น าก ารก ารเป ลี่ ยน แ ป ล ง จ ากอ ดี ต สู่ปั จจุบั น
ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และมีอีกหน่วยงาน และสถาบันต่าง ๆ
สนใจเข้ามาทาวิจัยชุมชนเมืองพัทยาขึ้นยิ่งเป็นการต่อยอดในการทราบและเข้าใจในจุดด้อยของเมือ
ง พั ท ย า แ ล ะ ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า ยั ง ต้ อ ง ช่ ว ย กั น แ ก้ ไ ข ใ ห้ ดี ขึ้ น
ผู้วิจัยได้ดาเนินการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลาดับขั้นตอนดังนี้
ใน การศึกษ าวิจัย ครั้ งนี้ ผู้วิจัยได้การดาเนิ น ติดตามข้อมูลโดยการสัง เก ต
สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวและคนในชุมชนเมืองพัทยาถึงรองประธานชุมชนเมืองพัทยา
ผู้วิจัยได้ดาเนินการศึกษาและสังเกตพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผู้ค น ใ น ชุ มช น เมื อ ง พั ท ย า ข ณ ะ ที่ ไ ด้ ล ง สั ม ภ าษ ณ์ ผู้ ค น ใ น ชุ ม ช น นั้ น
บรรยากาศต อน เช้าจะ เป็ น บ รรยาก าศ ที่ มีนั ก ท่อง เที่ ยวเดิ น ผ่าน ไม่ขาดส าย
แม่ค้าพ่อค้าก็เริ่มทยอยออกมาตั้งร้านขายของ ภายในชุมชนจะมีร้านอาหารผับ บาร์ เป็นส่วนมาก
โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็ นคนไทยเป็นผู้ประกอบกิจการ และร้านอาหาร ผับ บาร์
สิ่งเหล่านี้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นดื่มกินเป็นส่วนมากถึงแม้รอบชุมชนจะมีทรัพยากรที่
น่าสนใจแต่ชุมชนเมืองพัทยาก็เป็ นถนนทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิเช่น
ท่าเรือแหลมบาลีฮาย หาดพัทยาโรงแรมห้าดาว ห้างสรรพสินค้าและนอกรอบก็ยังมีร้านอาหารผับ
บาร์ อีกมากมาย จากปัจจัยในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นชุมชนเมืองพัทยาเป็ นเพียงชุมชนเล็ก
จนต่อมาพัฒนาเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวแล้วมีการพูดปากต่อปากถึงความสวยงาม
ของเมืองพัทยา ทาให้พัทยากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
จากการสั มภ าษณ์ ประช าช น ใน ชุมช น เมืองพัทยานั้ น ใน ช่วง ปี พ .ศ.2558
เ ป็ น ช่ ว ง ที่ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ งี ย บ เ ห ง า ม า ก ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
46
เพ ราะ จากการสั ง เกตนั กท่อง เที่ ยวเริ่ม น้อ ยลง และ มีกาลัง ซื้อสิ น ค้าที่ น้ อยล ง
ทาให้ปั จจุบัน เป็ น ช่วง ยุคซบเซา แต่ใน ช่วง 5-6 ปี ก่อน เป็ น ช่วงเศรษฐกิจเฟื่ อง ฟู
มี นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ ค ว า ม ส น ใ จ แ ล ะ เข้ า ม า ล ง ทุ น อ ย่า ง ล้ น ห ล า ม
ทาให้ผู้ประกอบการสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพัทยาได้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คิดค่าหัวที่แ
พงมากขึ้นเป็นหลายเท่า
ในอดีตจะมีทหารอเมริกันเข้ามาเมืองพัทยาโดยสารทางเรือเข้ามาเพื่อติดต่อราชการที่ฐานทัพเ
รื อ สั ต หี บ แ ล ะ แ ว ะ พั ก ที่ เ มื อ ง พั ท ย า เ ป็ น ห มู่ ค ณ ะ
ปั จ จุ บั น ก า ร เ ดิ น ท า ง ม า เ มื อ ง พั ท ย า ที่ ส ะ ด ว ก ส บ า ย ม า ก ขึ้ น
จังหวัดชลบุรีเป็ นจังหวัดที่ติดอยู่กับกรุงเทพมหานครใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงพัทยา
แ ล ะ ใ น ปั จ จุ บั น เ ป็ น ยุ ค แ ห่ ง เ ท ค โ น โ ล ยี โ ล ก ข อ ง สั ง ค ม ส า ร ส น เท ศ
เ ป็ น ยุ ค ที่ ส า ม า ร ถ ติ ด ต่ อ สื่ อ ส า ร กั น ไ ด้
ยิ่งเป็นหนทางแก่ความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในชุมชนเมืองพัทยามากขึ้น
อาทิเช่น การจองโรงแรม หรือหาร้านที่นิยมนั่งดื่มกิน เป็นต้น
ความร่วมมือของคนในชุมชนก็เป็นสิ่งสาคัญที่จะพัฒนาหรือดูแลที่อยู่อาศัยของตนเองให้เป็น
ที่ทากินที่ทามาหาเลี้ยงชีพได้ช่วยเหลือเกื้อกูลสอดส่องดูแลที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรม
ซึ่ ง จ ะ เ กิ ด ขึ้ น บ่ อ ย ใ น ทุ ก ชุ ม ช น
ในตอนกลางคืนชุมชนเมืองพัทยาจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและรับร้
อง ทุ ก ข์ป ระ ช าช น ที่ เดือ ดร้อ น ต ามบ ริ เวณ จุด ต่าง ๆ ตามส ถ าน ที่ ท่อ ง เที่ ย ว
แต่ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยิ่งทาให้ปัญหาอาชญากรรมและการฉกชิงวิ่งราวของพวกกระเทย
ห รื อเรี ยกว่า สาวป ระ เภ ทสอง ที่ห าช่อง ทาง ทากิน โดยขโมยของ นักท่องเที่ยว
ยิ่งเวลามีเทศกาลงานคอนเสริต์หรือประเพณีของเมืองพัทยาที่จัดขึ้นนั้นจะเป็นช่วงที่เกิดอาชญากรร
มได้ง่ายขึ้น ยิ่งผู้คน เบียดเสียดกันก็ง่ายต่อการโจรกรรมแก่ผู้ที่หากินในทางที่ไม่สุจริต
แม้ว่าจะ จับได้ไป ดาเนิ น คดี ตามกฎห มายแต่ก็ยัง กลับ มาก่อ เห ตุซ้ าแล้วซ้ าอี ก
ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางชุมชนจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อป้ องกันภาพลักษณ์และชื่อเสียงของปร
ะเทศชาติ
47
ภาพที่ 4.1 รองประธานชุมชนเมืองพัทยา
จากาการลงสัมภาษณ์ผู้เขียนได้คาแนะนาจากชาวบ้านในละแวกชุมชนที่ให้ข้อมูลและยังแ
นะนาให้มาสอบถามรองประธานชุมชนเมืองพัทยา ซึ่งท่านทาอาชีพธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับผ้า
และชุดสูท จากการสัมภาษณ์ทาให้ทราบถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงชุมชุนที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
ในเรื่องของด้านเศรษฐกิจที่ปัจจุบันเริ่มซบเซาและนักท่องเที่ยวเริ่มลดน้อยไปตามช่วงของฤดูกาล
นั ก ท่อง เที่ ยว จะ เข้ามาท่อ ง เที่ ย วเยอ ะ ใ น ช่วง เท ศก าล เป็ น ส่ วน ใ ห ญ่เช่น
งานเทศกาลดนตรีคอนเสริต์ใหญ่งานประเพณีสงกรานต์ งานประเพณีกองข้าว เป็นต้น
เป็นช่วงที่ชุมชนจะมีรายได้มากขึ้น จุดเด่นที่สาคัญของชุมชนพัทยาก็จะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์
ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชุมชนมาตั้งแต่อดีต กลายเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวยามราตรี
ก า ร ร่ว มมื อ ข อ ง ค น ใ น ชุ มช น จ ะ เป็ น เรื่ อ ง ข อ ง ข ย ะ แ ล ะ ค ว าม ส ะ อ า ด
จากการที่สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ก็เคยมีนักศึกษาเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับปัญหามลพิษขยะของชุมชน
แ ล ะ มี ห ล า ย ๆ อ ง ค์ ก ร ที่ เ ข้ า ม า ท า วิ จั ย ข อ ง ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า
ทาให้เราทราบว่าชุมชนเมืองพัทยาก็เป็ นที่สนใจแก่นักวิจัยทั้งหลายที่เข้ามาศึกษาในทุก ๆ
เรื่องของชุมชนออกมาเป็นงานวิจัย และทุกคนในชุมชนเมือพัทยาก็ร่วมมือในโครงการต่าง ๆ
48
ของทั้งตัวชุมชนเองและเมืองพัทยา ทาให้คนในชุมชนอยู่อย่างสงบสุขและมีอาชีพค้าขาย
เปิดห้องเช่า ร้านอาหาร และรับจ้าง สามารถอยู่ได้ตามวิถีชีวิตของแต่ละคน
บทที่5
สรุป ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาโครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม
วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า
ทาให้ทราบถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในภาคตะวันออกและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเ
ที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หลงใหลในบรรยากาศความงดงามของท้องทะเลเมืองพัทยาที่มีท
รัพ ยากรธรรม ช าติที่ส มบู รณ์ ผู้ค น ห ลากห ล ายถิ่น ฐาน ทางภ าษ า วัฒ น ธรรม
ที่ เป็ น เห มื อ น ศู น ย์ ร ว ม สี สั น ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง ช า ว ต่า ง ช า ติ
ภ า พ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า เ ริ่ ม โ ด ด เ ด่ น ขึ้ น
เมื่อคนในชุมชนหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อบริการนักท่องเที่ยวและมีรายได้จากการประกอบ
ธุ ร กิ จ ส่ ว น ตั ว ม า ก ก ว่ า ก า ร ท า ง า น อ ย่ า ง อื่ น
กลายเป็ นสิ่งสาคัญที่หันมาใช้พื้ นที่ทากินของตนในการสร้างทาเลเป็น พื้นที่ท่องเที่ยว
ยิ่งชุมชนไหนติดกับทะเลก็จะเป็นจุดสาคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมากเป็นพิเศษ
ใ น แ ต่ ล ะ ปี ท า ง เ มื อ ง พั ท ย า จ ะ มี เ ท ศ ก า ล ส า คั ญ ต่ า ง ๆ
ที่เป็ นเทศกาลที่พ ยายามดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวออกมาท่องเที่ยวเมืองพัทยามากขึ้น
โดยแต่ละเทศกาลจะช่วยขยายเศรษฐกิจทางด้านการเงินในแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนเมืองพัทยา
จากที่วันธรรมดามีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เมื่อถึงเทศกาลก็จะมีการเพิ่มอัตราการท่องเที่ยวมากขึ้น
ทาให้ภาพลักษณ์ของชุมชนเมืองพัทยาเต็มไปด้วยแสงสีของเทศกาลและบรรดานักท่องเที่ยวที่เข้าม
า ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ ค ว า ม ส น ใ จ ก า ร ห ลั่ ง ไ ห ล ข อ ง นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
เป็นจุดสาคัญที่ทาให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและมีการกระจายรายได้สู่ประเทศไทยและแหล่งท่องเที่ยวต
49
ามชุมชนต่าง ๆ ส่วนปัจจัยทางสังคม การอยู่รวมกันของสังคมปัจจุบันที่ห นาแน่น ขึ้น
การประกอบอาชีพที่มากขึ้นของคนในชุมชนเป็นการร่วมกันพัฒนาชุมชนเมืองพัทยาให้มีนักท่องเที่
ย ว ม า ก ขึ้ น
จึงขึ้นอยู่ที่การบริหารการวางแผนและพัฒนาของคนในชุมชนที่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับให้ดาเนินงานร่
ว ม กั น
เพราะต้องเกิดจากการร่วมมือของคนในชุมชนที่เข้มแข็งก็จะสร้างแรงกระตุ้นความน่าสนใจการท่อ
ง เ ที่ ย ว
และพยายามพัฒนาชุมชนให้สะอาดและยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจที่แปรผันตา
ม ฤ ดู ก า ล ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
และสามารถรับมือกับสภาพเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเปิดกว้างทางด้านภาษาที่ต้องเป็นหนทางในการ
ดาเนินการทางเศรษฐกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา
เมืองพัทยามีเป้ าหมายจะพัฒนาให้เป็นเมืองที่สามารถมาท่องเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว
เป็นเมืองน่าอยู่ของคนทั่วโลกและเป็นเมืองท่องเที่ยวสากลโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบและโครงสร้าง
ต่าง ๆ ให้เป็ น “พัทยา เอ็กซ์โป”มีทั้งศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้าระดับนาน าชาติ
นอกจากนี้ ยังจะ ปรับภูมิทัศน์ ถน น สุขุมวิทความยาว 14กิโลเมตรสุดเขตทะเลพัทยา
โดยความร่วมมือระหว่างคณะที่ปรึกษาของเมืองพัทยาและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบูรพา
ซึ่งยืนยันได้ว่าชุมชนเมือพัทยาจะเติบโตอย่างมีศักยภาพไปสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็วและยั่งยืนได้นั้น
จาเป็ นต้องมีนักวิช าการมาช่วยเหลือ ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม
และ ความปลอดภัย ทั้งนี้ เมือง พัทยาโช คดีที่ไม่ถูกต่อต้าน การลง ทุน จากช าวบ้าน
จึงมีจุดขายที่มีแหล่งบันเทิงในยามค่าคืนและถนนคนเดิน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 9
ห มื่น ล้าน บาท โดยได้รับ ความร่วมมือจากส มาคมโร ง แรมไทยภ าคตะ วัน ออก
สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา
ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองพัทยาก็ได้ปลูกฝังชุมชนต่าง ๆ ในเมืองพัทยาทั้ง 40ชุมชน
โดยการนานักวิชาการเข้าช่วยพัฒนาอาชีพบนพื้นฐานความต้องการของนักท่องเที่ยวในการจับจ่ายใ
ช้สอย เช่น จัดห าของที่ระลึก คัดเลือกทาแบรน ด์พัทยา สิ น ค้าวัฒน ธรรมของตน
50
เ พื่ อ ใ ห้ ชุ ม ช น มี ร า ย ไ ด้ ท า ใ ห้ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ดี สั ง ค ม ดี
และมีอานาจในการซื้อสูง จึงนับเป็ นเรื่องที่น่ายิน ดีอย่างยิ่งที่มีนักวิจัยเข้ามาช่วยเหลือ
ทั้งนี้เมืองพัทยามีเป้ าหมายและยุทธศาสตร์เพิ่มเติมที่จะพัฒนาเกาะล้านให้เป็นแหล่งดาน้าดูปะการัง
จึงเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วยการเพิ่มระบบสาธารณูปโภคทั้งน้าประปาและไฟ
ฟ้ า ต ล อ ด จ น ป รั บ ก า ร ข น ส่ ง เพื่ อ ร อ ง รั บ ป ร ะ ช า ค ม เศ ร ษ ฐ กิจ อ าเซี ย น
โ ด ย เชื่ อ ม ต่อ เ ส้ น ท า ง ค ม น า ค ม ทั้ ง ด้ า น ใ น แ ล ะ ด้ า น น อ ก ร อ บ เ ก า ะ
โดยวางแผนควบคู่กับนักวิชาการตลอดเวลาเพื่อให้การทางานเป็นไปตามแผนและเป้าหมาย
สรุปได้ว่าชุมชนเมืองพัทยาเป็นชุมชนที่ได้รับการพัฒนาจากการบริหารเมืองพัทยาอย่างมีแบ
บแ ผน ใ น การพัฒ น าใ ห้ ชุมช น ร่วมมือ ใ น การจัดส รรพื้ น ที่ แห ล่ง ท่อง เที่ ยว
เพื่อสร้างรายได้และความเจริญแก่ท้องถิ่น และการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมให้เป็ นที่รู้จัก
การเจริญเติบโตของชุมชนเมืองพัทยามีทั้งข้อดีและข้อเสียตามมาที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา เช่น
การใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพและทาลายสิ่งแวดล้อม การจราจร อาชญูากรรม
ซึ่งเป็ นผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยในชุมชุนและความประทับใจของนักท่องเที่ยว
ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไขไม่หมดซึ่งเป็นสิ่งสาคัญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของชุมชนเมืองพัทยา
51

บทที่ 2-แก้ใหม่ครั้งที่

  • 1.
    6 บทที่2 แนวคิดทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศ รษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม ชุมชนเมืองพัทยาผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นามาใช้สนับสนุนการวิจัย สรุปสาระสาคัญได้ ดังนี้ 2.1 ความหมายของระบบเศรษฐกิจ 2.2 ความหมาย แนวคิดทางสังคมและทฤษฎีสังคม 2.3แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรม 2.1 ความหมายของระบบเศรษฐกิจ ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ห ม า ย ถึ ง กลุ่มบุ คคล ขอ ง สัง ค มที่ รวมตัวกัน เป็ น ก ลุ่มของ ส ถ าบัน ท าง เศ รษ ฐกิจต่าง ๆ ซึ่ ง ยึดถือแน วปฏิ บัติแน วทางเดียวกัน ใ น ก ารป ระ กอบกิจกรรมท าง เศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือ อานวยความสะดวกในการที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถบาบัดความต้องการให้แก่บุคคลต่างๆที่อยู่ร่วมกันในสังคมนั้นให้ได้รับประโยชน์มา กที่สุด เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รูปแบบของระบบเศรษฐกิจ 1.ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ เ ส รี นิ ย ม ห รื อ ทุ น นิ ย ม ( Laissez-faire or capitalism)ระบบเศรษฐกิจนี้เป็นระบบเศรษฐกิจที่ให้เสรีภาพแก่เอกชนในการเลือกดาเนินกิจกรรม ทางเศรษฐกิจแต่ทว่าเสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
  • 2.
    7 1).เอกชนมีเสรีภาพในการเลือกตั้ง เลือกตัดสินใจในการดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 2). กาไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นแรงจูงใจในการทางานให้เป็นไปอย่างมี อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม 1).ก่อให้เกิดปัญหาการเหลื่อมล้าอันเนื่องมาจากความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยพื้นฐานทาให้การหารายได้ไม่เท่ากัน 2).ในหลายๆกรณีกลไกทางการตลาดยังไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสาหรับ การจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ 3).การใช้ระบบการแข่งขันหรือกลไกราคาอาจทาให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ อย่างสิ้นเปลือง 2.ระ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ ค อ ม มิ ว นิ ส ต์ ( communism) ระบบเศรษฐกิจนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทั้งทรัพยากรต่าง ๆ และปัจจัยการผลิตทุกชนิด เ อ ก ช น ไ ม่ ก ร ร ม สิ ท ธิ์ ใ น ก า ร เ ลื อ ก ใ ช้ ปั จ จั ย ก า ร ผ ลิ ต ไ ด้ ก ล ไ ก ร า ค าไ ม่มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร แ ก้ไ ข ปั ญ ห าพื้ น ฐ า น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ การตัดสินใจมักจะทาอยู่ในรูปของการวางแผนแบบบังคับ จากส่วนกลาง (central planning) โดยคานึงถึงสวัสดิการของสังคมเป็นสาคัญ ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ 1). เป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้ของบุคคลในสังคม 2).ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้เอกชนจะทาการผลิตและปริโภคตามคาสั่งของรัฐ ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์
  • 3.
    8 1).ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการผลิตหรือบริโภคอะไรได้ตามใจ 2).สินค้ามีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากผู้ผลิตขาดแรงทุนทรัพย์ในการผลิต 3).การใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอาจเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ 3.ร ะ บบ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ สั ง ค ม นิ ย ม (socialism)ระ บบ เศ รษ ฐกิจแ บบ นี้ เป็ น ระ บ บ ที่ใ กล้เคียง กับ ระ บบ คอ มมิวนิ ส ต์ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้ รัฐจะเป็ น ผู้ครอบครองทรัพ ยากรพื้น ฐาน ไว้เกือบทั้งหมด แ ต่อ ย่า ง ไ ร ก็ ต า ม รั ฐ ยั ง ใ ห้ เ ส รี ภ า พ แ ก่ป ร ะ ช า ช น บ้ า ง พ อ ส ม ค ว ร เ อ ก ช น มี เ ส รี ภ า พ แ ล ะ ก ร ร ม สิ ท ธิ์ ใ น ก า ร ถื อ ค ร อ ง ท รั พ ย์ สิ น ระบบกลไกราคามีผลอยู่บ้างในระบบเศรษฐกิจนี้ ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม 1).ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้ของบุคคล 2).เอกชนมีสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินได้บ้าง ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม 1).การผลิตถูกจากัดเพราะต้องผลิตตามที่รัฐกาหนด 2).โอกาสที่จะขยายการผลิตหรือพัฒนาคุณภาพการผลิตเป็นไปได้อย่างลาบาก 4. ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ บ บ ผ ส ม ( mixed economy)ระบบเศรษฐกิจแบบผสมเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างแบบทุนนิยม แ ล ะ สั ง ค ม นิ ย ม ก ล่ า ว คื อ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบผสมทั้งรัฐและเอกชนต่างมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศร ษฐกิจ ปัจจัยการผลิตมีทั้งส่วนที่เป็นของรัฐและเอกชน ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสม
  • 4.
    9 1).เป็นระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีความคล่องตัว ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบผสม’’ 1).การมีกาไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอาจทาให้เกิดการเหลื่อมล้าทางฐานะและรายได้ 2).การที่รัฐสามารถเข้าแทรกแซงตลาดโดยใช้กลไกรัฐอาจก่อให้เกิดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง 3) . ปัญ ห า เ อ ก ช น ไ ม่ ก ล้ า ล ง ทุ น อ ย่ า ง เ ต็ ม ที่ เนื่องจากไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีความผันผวนและเปลี่ยน แปลงได้ง่าย 2.2. แนวคิดทางสังคมและทฤษฎีทางสังคม สังคมวิทยาเป็ นการศึกษาหรือเป็ นศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพัน ธ์ระห ว่างมนุ ษย์ เป็ น ก ารใ ห้ ข้อเท็ จ จริ ง แ ล ะ ใ ช้วิธี ก าร ใ น ท าง วิท ย า ศ าส ต ร์ เข้ ามาป ระ ก อ บ เพื่ อ จ ะ ใ ห้ ผ ล ต ร ง กับ ส ภ า ว ะ ที่ เ ป็ น จ ริ ง ใ ห้ ม า ก ที่ สุ ด เ ท่ า ที่ จ ะ ท า ไ ด้ นั ก เ ขี ย น บ า ง ค น ไ ม่ ช อ บ ใ ห้ ค า จ า กั ด ค ว า ม เ พ ร า ะ เ ห็ น ว่ า เป็ นการยากที่จะสร้างขึ้นและยังง่ายต่อการเข้าใจผิดด้วย คน บางคนอาจจะโต้แย้งว่า อารัมภ บ ท ทั้ง ห มด ที่ก ล่าวมาเป็ น คาจากัดค วามที่ ย าก ออก ไป อย่าง ไรก็ต าม ผู้ศึกษาอาจจะค้นพบประโยคที่สั้นๆ ย่อ ๆ ที่ใช้ประโยชน์ได้บ้างเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น P. A. Sorokonก ล่ า ว ว่ า “สั ง ค ม วิ ท ย า เ ป็ น วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ทั่ ว ๆ ไปเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของสังคมโดยดูจากรูปทั่วๆ ไปชนิด และความสัมพันธ์อัน ซั บ ซ้ อ น ” Kovalevsky ก ล่ า ว ว่ า “สังคมวิทยาเป็นศาสตร์ของการจัดระเบียบและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” 1 MaxWeber อธิบายว่า สังคมวิทยามุ่งศึกษาเพื่อกาหน ดแบบแนวความคิดต่าง ๆ และหาหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งที่ปรากฏที่เป็นแบบเกี่ยวกับของขบวนการที่เกิดขึ้นตามสภาพค วามเป็นจริง สังคมวิทยาแตกต่างกับประวัติศาสตร์ตรงที่ว่า ประวัติศาสตร์ มุ่งศึกษาเหตุการณ์เฉพาะ 1 จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 4
  • 5.
    10 วิเคราะห์หาสาเหตุ และอธิบายพฤติกรรมที่สาคัญของบุคคล สถาบันและบุคลิกภาพพิเศษบางอย่าง Small เห็ น ว่า เ ป็ น ก า ร ศึ ก ษ า ข บ ว น ก า ร ท า ง สั ง ค ม Durkheim ก ล่า ว ว่า “สังคมวิทยาเป็นศาสตร์เกี่ยวกับสถาบัน เกี่ยวกับแหล่งกาเนิด และการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบัน ต า ม ค ว า ม เ ห็ น ข อ ง ง E. Tiryakian “สังคมวิทยานั้นเป็นศาสตร์ที่มุ่งหาความรู้หรือหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับทางสังคมของมนุษย์ในลัก ษณะเฉพาะและทั่วไป เหตุผลสาคัญในการศึกษานั้น ก็คือ ต้องการพิสูจน์ข้อสมมุติฐานของ Aristotle ที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมหรือสัตว์การเมือง 2 สรุ ปแล้ว สัง คมวิท ยา เป็ น การศึกษ าความสัมพัน ธ์ ของมนุ ษย์ใ น สั งค ม ค วาม สั ม พั น ธ์ เห ล่านั้ น ไม่ว่าใ น รู ป ใ ด ๆ ห รื อ เพื่ อ วัต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ อั น ใ ด มีความสาคัญต่อชีวิตมนุษย์ในการดารงอยู่ต่อไปของสังคมสังคมวิทยา เชื่อว่า ความสัมพันธ์เหล่านี้ ประกอบกันเป็ นโครงสร้างของสังคม มีอิทธิพ ลอย่างมากเหนือพฤติกรรมของมนุษย์ จากความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อกัน ทาให้เขาได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ และพัฒนาบุคลิกภาพ นิ สั ย ใ จ ค อ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ แ บ บ ข อ ง ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้ขึ้นอยู่กับการอบรมที่เขาได้รับมา 2.2.1แนวคิดทางสังคม แนวคิดทางสังคม (Social thought)หมายถึง ความคิดของมนุษย์โดยมนุษย์และเพื่อมนุษย์ ความคิดที่มนุ ษย์ประดิษฐ์คิดค้น ขึ้ น มา จะ กระทาโดยคน เดียวห รื อห ลายคน ก็ได้ กรณีที่คิดคนเดียวก็ต้องเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นด้วย แม้ไม่ยอมรับทั้งหมดก็อาจยอมรับเพียงบางส่วน ความคิ ดนั้ น จึง คง อยู่ได้ Emory Bogardusได้ใ ห้ ความห มายแน วคิดท างสั ง คมว่า “เป็นความคิดเกี่ยวกับการสอบถามหรือปัญหาทางสังคมของบุคคลต่างๆไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุ บั น เ ป็ น ก า ร คิ ด ร่ ว ม กัน ข อ ง เ พื่ อ น ห รื อ ผู้ ที่ อ ยู่ ใ น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ เป็ น ค ว า ม คิ ด ข อ ง แ ต่ล ะ ค น แ ล ะ ข อ ง ก ลุ่ม ค น ใ น เ รื่ อ ง ร อ บ ตั ว ม นุ ษ ย์ 2 ศิริรัตน์ แอดสกุล. (2555).ความรู้เบื้องต้นสังคมวิทยา. สานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 14
  • 6.
    11 ซึ่งมนุษย์ของสังคมแต่ละยุคแต่ละสมัยก็ต้องคิด เพื่อหาทางแก้ปัญหาหรือทาให้ปัญหาบรรเทาลง ค วาม คิ ด ค ว า ม อ่าน ที่ ไ ด้ ป ร ะ ดิ ษ ฐ์ คิ ด ค้ น ขึ้ น ม าแ ล้ ว แ ล ะ ใ ช้ ก า ร ไ ด้ ดี ก็จะได้รับการเก็บรักษาสืบทอดจากจุดหนึ่ งไปยังอีกจุดห นึ่ ง ” อาจารย์วราคม ทีสุกะ ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ว่า “แ น ว คิ ด ท า ง สั ง ค ม เ ป็ น ค ว า ม คิ ด ข อ ง ม นุ ษ ย์ เกิดจากการรวมกันเป็ นกลุ่มเป็นก้อนของมนุษย์ เป็ นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์โดยทั่วไป และ ปั ญ ห าที่ ปร ะ ส บ ค วามคิด นี้ เป็ น ที่ ยอ มรับ กัน ใ น ห มู่มนุ ษ ย์ ไม่สู ญ ห าย มีการสืบความคิดกันต่อไป” 3 ประเภทของแนวคิดทางสังคม ไ ด้ เรี ย บ เ รี ย ง จ า ก ค ว า ม คิ ด ข อ ง Bogardusไ ด้ 5 ป ร ะ เ ภ ท เ รี ย ก ว่า “แนวทางห้าสายของความคิดมนุษย์” (five lines of human thought)ดังนี้4 1.ความคิดเกี่ยวกับจักรวาล เป็นความคิดของคนโบราณเกี่ยวข้องกับลักษณะของสากล จักรวาล และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจักรวาล มนุษย์ยุคโบราณสนใจในศาสนา ในจิตและวิญญาณ มีความคิดความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า ภูต ผี เทวดา ลัทธิศาสนาต่างๆ เช่น ลัทธิเทพเจ้าองค์เดียว (monotheism) ลัทธิเทพเจ้าหลายองค์ (polytheism) การปกครองโดยสงฆ์ 3 สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2534).ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 8 4 จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2540). การกระทาทางสังคม.กรุงเทพฯ :ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.หน้า 36
  • 7.
    12 ( monotheism) สิ่ง เ ห ล่ า นี้ ท า ใ ห้ ม นุ ษ ย์ เ กิ ด ค ว า ม ก ลั ว แ ล ะ ค ว า ม ห วั ง อุดมการณ์และการบูชายันต์ด้วยชีวิต 2. ความคิ ดเกี่ยวกับ ป รัช ญ า ใ น ขั้น นี้ มีระ ดับ ความ คิดเชิง ปั ญ ญ าสู ง ขึ้ น แต่ก็ยังเป็ นความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับจักรวาลเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต แต่ไม่เกี่ยวกับศาสน าหรือไม่ใช่ความคิดที่สน องความจาเป็ นทางศาสนา ความเชื่อ มนุษย์พยายามลดความคลุมเครือ หาความกระจ่างในสิ่งแวดล้อมของจักรวาล เ ก ณ ฑ์ ค า อ ธิ บ า ย ต่ า ง ๆ อ ย่ า ง มี เ ห ตุ ผ ล ห า เอ ก ภ า พ จ าก ก าร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ห าแ ก่น ส า ร ใ น ค ว าม ซั บ ซ้ อ น มนุษย์ได้พบว่าในยุคนี้ควรมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์ แ ล ะ รู้ ว่ า ใ น ที่ สุ ด ทุ ก สิ่ ง จ ะ ต้ อ ง แ ต ก ดั บ ไ ป มนุษย์พยายามสร้างความหมายสูงสุดของสิ่งต่างๆอย่างไม่มีอคติตามความรู้ความสามารถที่สูงขึ้นข องตน 3.ความคิดเกี่ยวกับตนเอง เมื่อมีความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและความรู้ทางปรัชญาเพียงพอแล้ว ม นุ ษ ย์ ก็ ห ว น ก ลั บ ม า คิ ด ถึ ง ตั ว เ อ ง คิ ด ถึ ง บุ ค ลิ ก ลั ก ษ ณ ะ โครงสร้างและหน้าที่ของการคิดการกระทาหรือการประพฤติปฏิบัติของตนเอง คิดถึงความฉลาด ความโง่ ความจา ความฝันและสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งเป็นที่มาของวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่ 4. ความคิ ดเกี่ยวกับ วัตถุ ได้แ ก่ ความรู้สึ กเกี่ยวกับ หิ น ดิ น น้ า อ าก าศ ซึ่ งเป็ น สิ่ ง ที่อยู่รอบตัวมนุ ษ ย์ และ มนุ ษย์จาเป็ น ต้องรู้จัก เพื่ อป้ อง กัน อัน ตราย หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ การคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ทาให้มนุษย์ได้บ่อถ่านหิน บ่อน้ามัน บ่อแก๊ส น ามาปรับปรุ งการคมน าคมขน ส่ง ความคิดความรู้อัน แยบยลของมนุ ษย์ ทาใ ห้ มนุ ษ ย์รู้จักใ ช้ป ระ โยช น์ จาก วัตถุ ต่าง ๆ ส ามารถ ควบ คุมธรรมช าติไ ด้ นั่นคือที่มาของความคิดทางวิทยาศาสตร์ ที่ทาให้เกิดความสะดวกสบาย 5. ค ว า ม คิ ด เ กี่ ย ว กั บ เ พื่ อ น ม นุ ษ ย์ ห รื อ สั ง ค ม ม นุ ษ ย์ ใน ประวัติศาสตร์มนุ ษย์มีความคิดเกี่ยวกับเพื่อน มนุ ษย์ใน ลักษณ ะเป็ น กลุ่มน้อย
  • 8.
    13 เมื่ อ เป รี ย บ เ ที ย บ กั บ สั ด ส่ ว น ที่ ท า ใ ห้ กั บ เ รื่ อ ง ต่ า ง ๆ ใ น 4 ข้ อ แ ร ก และได้หันมาสนใจเรื่องของเพื่อนมนุษย์เมื่อไม่นานมานี้ โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ความคิดเกี่ยวกับความสัมพัน ธ์ระ ห ว่างมนุ ษย์ด้วยกัน ระ ห ว่างมนุ ษ ย์กับสัง คม ภาระหน้าที่ความผูกพันที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ต่อสังคมลักษณะของชีวิตสังคมแนวโน้มทางสังคม ปั ญ ห า สั ง ค ม ห ลั ก ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า วิ เ ค ร า ะ ห์ สั ง ค ม อันเป็นความคิดพื้นฐานของสังคมศาสตร์ในสังคมสมัยใหม่ ตัวอย่างความคิดทางสังคม อาจแยกออกเป็นกลุ่ม ดังนี้ 1. ป รั ช ญ า ชี วิ ต สังคมไทยหรือสังคมอื่นความคิดทางสังคมอาจแสดงออกในรูปของปรัชญาชีวิต หมายถึง เ ป้ า ห ม า ย สู ง สุ ด ข อ ง ชี วิ ต ร ว ม ทั้ ง แ น ว ท า ง ก า ร ไ ป สู่ เ ป้ า ห ม า ย สัง คมแต่ละ สัง ค มจะ มีป รัช ญ าชี วิตข อง สัง ค มด้วย เช่น กรณี ข อง สั งค มไท ย ปรัชญาชีวิตจะเป็นแบบเรียบง่าย รักอิสระเสรี โอบอ้อมอารี มีศีลธรรม 2. ศาส น า คว ามคิ ดท าง สั ง ค มดูจาก ศาส น าป ร ะ จาช าติ ป ระ จาสั ง ค ม สั ง ค ม ไ ท ย ค น ส่ ว น ใ ห ญ่ นั บ ถื อ ศ า ส น า พุ ท ธ เ รี ย ก ว่า พุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ครอบ คลุ มความคิ ดด้าน ต่าง ๆ ของ สั ง คม ทั้ ง ครอบ ครัว เศ รษฐ กิจ ก ารศึก ษ า หรือการเมืองการปกครอง 3.ประวัติศาสตร์ เป็ นอีกแห ล่งหนึ่ งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความคิดทางสังคม เป็นข้อมูลที่ประมวลเรื่องราวความเป็นมาของชนชาตินั้นๆ เช่น การจัดชุมชน การทามาหากิน การปกครองบังคับบัญชา วิธีต่อสู้ การป้องกันการรุกราน 4. ว ร ร ณ ค ดี เ ป็ น อี ก รู ป แ บ บ ห นึ่ ง ที่ ใ ห้ ข้ อ มู ล ท า ง สั ง ค ม เป็นการบันทึกเรื่องราวทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น นิทาน ตานาน จะมีแง่มุมแสดงให้เห็นถึงความละเอียดลออต่างๆ
  • 9.
    14 5.ภูมิปัญญาไทย หรือความรู้พื้นบ้าน ศึกษาได้จากด้านอนามัยสาธารณสุข เช่น ยาสมุนไพร ความรู้เกี่ยวกับฤดูกาล เกี่ยวกับต้นไม้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้การช่างประเภทต่างๆการรบ การกีฬา 6. สุภาษิต เป็นคติ คาพังเพย ปริศนาคาทาย มีอยู่ในแหล่งต่างๆที่เป็นสังคม ชุมชน 2.2.2 ทฤษฎีสังคม (Social Theory) ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ท ฤ ษ ฎี คื อ ค าอ ธิ บ าย สิ่ ง ห นึ่ ง สิ่ ง ใ ด ห รื อ เรื่ อ ง ห นึ่ ง เรื่ อ ง ใ ด ส าห รั บ นั ก วิท ย าศ าส ต ร์ ทฤษฎีจะต้องเป็นคาอธิบายตามหลักเหตุผลแสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆของสิ่งนั้นอย่างมี ระบบจนสามารถพยากรณ์สิ่งนั้นในอนาคตได้ ดั ง นั้ น ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม คื อ ค าอ ธิ บ าย เรื่ อ ง ข อ ง ค น แ ล ะ ค วา มสั มพั น ธ์ ร ะ ห ว่าง ค น ต ามห ลั ก เห ตุ ผ ล และ ความสัมพัน ธ์ ระห ว่างส่วน ต่างๆของคน ห รื อระห ว่างคน ต่อคน คน ต่อกลุ่ม คนต่อสภาพแวดล้อม อย่างมีระบบจนสามารถพยากรณ์ได้ ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม ต า ม ค ว าม ห ม า ย ดั ง ก ล่า ว จึ ง มี ข อ บ เ ข ต ก ว้า ง ข ว า ง เ ป็ น ค า อ ธิ บ า ย เ กี่ ย ว กั บ ค น แ ต่ ล ะ บุ ค ค ล ก ลุ่ ม ค น ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างๆรวมไปถึงคาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็ น สิ่ ง มี ชี วิต แ ล ะ ไ ม่มีชี วิต ข้ อ ส าคัญ นั้ น จ ะ ต้ อ ง เป็ น ไป ต า ม ห ลัก เห ตุ ผ ล มีระบบระเบียบพอที่จะเป็นฐานในการพยากรณ์เรื่องทานองเดียวกันในอนาคตได้ Jame Miley “โด ยทั่วไป ค วามพ ยายาม ที่จะ อธิ บายส่วน ห นึ่ ง ส่วน ใ ดของ สั ง คม (Social life) ถือได้ว่าเป็ น ทฤษฎีสังคม” และ Henry P Fairchild ให้ความหมายว่า “ทฤษฎีสังคม คือ การวางนัยทั่วๆไปหรือข้อสรุปที่ใช้ได้ทั่วไป เพื่ออธิบายปรากฏการณ์สังคมอย่างใดอย่างหนึ่ง”5 5 อานนท์ อาภาภิรม.(2543).สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา.หน้า 18
  • 10.
    15 2.2.3 การเปรียบเทียบทฤษฎีทางสังคมกับแนวคิดทางสังคม ประการแรกทฤษฎีทางสังคมเป็นคาอธิบายเรื่องเกี่ยวกับคน หรือความสัมพันธ์ระหว่างคน ซึ่งเป็นการรู้ระดับหนึ่งที่ยังไม่ถึงขั้นอธิบาย ปร ะ ก า ร ที่ ส อ ง ท ฤ ษ ฎี ท า ง สั ง ค ม แสดงความสัมพัน ธ์ระห ว่างส่วน ต่างๆของคน ห รือระ หว่างคนต่อคนอย่างมีระบบ แต่ความคิดทางสังคมไม่กาหนดว่าต้องเป็นเช่นนั้น ปร ะ ก ารที่ ส าม ท ฤษ ฎี ท าง สั ง คมมีค วามส ามารถพ ยาก รณ์ อน าค ตไ ด้ แต่ความคิดทางสังคมไม่ถึงขั้นนั้น ป ร ะ ก า ร ที่ สี่ ทฤษฎีทางสังคมอาจมีรูปของข้อความที่เตรียมไว้สาหรับการพิสูจน์ด้วยข้อมูลประจักษ์ ทฤษฎีทางสัง คมอาจมีทั้ง ที่เคยตรวจสอบด้วยข้อมูลประ จักษ์ ห รือยัง ไม่เคยผ่าน แต่ได้มีการเตรียมหรือมีลักษณะที่พร้อมจะให้พิสูจน์6 ก ล่ า ว โ ด ย ส รุ ป ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม คื อ ค า อ ธิ บ า ย ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ สั ง ค ม อ ย่า ง ใ ด อ ย่า ง ห นึ่ ง ต า ม ห ลั ก เ ห ตุ ผ ล โดยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของปรากฏการณ์สังคมนั้น จนสามารถที่จะ พยากรณ์ปรากฏการณ์สังคมในอนาคตได้ทฤษฎีสังคมมีความหมายกว้างเป็นทฤษฎีของจิตวิทยา ซึ่งอาจหมายถึงเรื่องของคนแต่ละคนก็ได้ (Psychology studieshuman interactionof individuals) หรืออาจหมายถึงทฤษฎีรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องของอานาจของคนหลายคนที่เกี่ยวข้องกัน ห รื อ อ า จ ห ม า ย ถึ ง ท ฤ ษ ฎี เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ อันเป็นเรื่องของคนหลายคนกับวัตถุในการผลิตการจาหน่ายจ่ายแจกผลิตภัณฑ์และบริการในการอุ ป โ ภ ค บ ริ โ ภ ค ไ ด้ แ ล ะ อ า จ เ ป็ น ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม วิ ท ย า เป็นเรื่องของรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์หรืออาจจะเป็นทฤษฎีของมานุษยวิทยาเป็นเรื่องข 6 อานนท์ อาภาภิรม.(2543).สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา.หน้า 24
  • 11.
    16 อ ง คน ที่ มีแ บ บ แ ผ น ก า ร คิ ด ก า ร ก ร ะ ท า ห รื อ วัฒ น ธ ร ร ม ที่ แ ต ก ต่า ง กัน ทฤษฎีทางสังคมจึงคล้ายกับแนวคิดทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับคนและความสัมพันธ์ระหว่างคน ร ว ม ทั้ ง ร ะ ห ว่ า ง ค น กั บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ต่ก็มีค วาม แ ต ก ต่าง กัน ที่ ท ฤ ษ ฎี เป็ น ข้อ ค วามที่ เป็ น ไป ต ามห ลัก เห ตุ ผ ล มีระบบและพยากรณ์ปรากฏการณ์ในอนาคต 2.2.4 ความหมายของทฤษฎีสังคมวิทยา (Sociological Theory) ความห มายขอ งท ฤ ษฎี สัง ค มวิท ยาอ าจมีได้ทั้ ง ความ ห มายอย่าง กว้าง ห รื อ ค ว า ม ห ม า ย อ ย่ า ง แ ค บ เ จ า ะ จ ง ทฤษฎีสัง คมวิทยาทุกทฤษฎีจะต้อง มีลักษณ ะ พื้ น ฐาน เดียวกับทฤษฎีสัง คม คือ ต้องเป็ น คาอธิบายปรากฏการณ์ สังคมตามห ลักเห ตุผล มีระบบและ พ ยากรณ์ได้ ตัวอย่าง ทฤษฎีสังคมอย่าง กว้าง คือ ทฤษฎีเชิงสังคมวิทยามห ภา พ (Grand Theroies) ซึ่งเป็ นทฤษฎีเชิงบรรยายความ หากจะพิสู จน์ ความจริงก็ต้องนามาเขียน ใหม่จัดรูป กาหนดสังกัปให้มีจานวนพอสมควรแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสังกัป แล้วจึงสามารถพิสูจน์ได้ ท ฤ ษ ฎี สั ง ค ม อ ย่า ง แ ค บ คื อ ท ฤ ษ ฎี ส มั ย ใ ห ม่ยั ง มี จ า น ว น น้ อ ย มีข้ อ ค ว าม ก ะ ทั ด รั ด ชั ด เ จ น พิ สู จ น์ ไ ด้ด้ ว ย ห ลั ก ฐ าน ป ร ะ จัก ษ์ ตั ว อ ย่า ง ถ้ามีคนตั้งแต่สองคนหรือมากกว่ามีการกระทาระหว่างกัน ถ้าเขาสามารถพูดคุยกัน เข้าใจกัน ถ้าการกระทานั้นยืนยาวเป็นเวลา 15นาที หรือนานกว่านั้นแล้วกลุ่มขนาดเล็กแบบซึ่งหน้า(face-to- face) ก็ เ กิ ด ขึ้ น ท ฤ ษ ฎี แ บ บ นี้ มี สั ง กั ป จ า น ว น แ ส ด ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่า ง สั ง กั ป แ ล ะ ค น ต า ม ห ลั ก เ ห ตุ ผ ล มีระบบสามารถทานายเหตุการณ์ข้างหน้าได้ ความหมายของทฤษฎีสังคมวิทยาจึงหมายถึง ค า อ ธิ บ าย ป ร า ก ฏ ก าร ณ์ สั ง ค ม ต าม ห ลั ก เห ตุ ผ ล แ ส ด ง ค ว า มสั ม พั น ธ์ ระหว่างองค์ประกอบของปรากฏการณ์นั้นอย่างมีระบบ จนสามารถพิสูจน์ความจริงนั้นได้ 7 7 สัญญา สัญญาวิวัฒน์.(2534). ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 20
  • 12.
    17 2.2.5 ขนาดของทฤษฎีสังคมวิทยา เพื่อให้ทราบทั้งขนาดของทฤษฎีสังคมวิทยาและอาจรู้วิวัฒนาการของประเภททฤษฎีด้วย Ian Robertsonนักสังคมวิทยาชาวอังกฤษ ได้แบ่งทฤษฎีสังคมวิทยาออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ8 1. ห ลั ก ส า ก ล เ ชิ ง ป ร ะ จั ก ษ์ ( Empirical generalization)ไ ด้ แ ก่ ทฤษฎีสังคมวิทยาที่ประกอบด้วยประพจน์อย่างหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นจากข้อมูลประจักษ์ เช่น อัตราการเกิดของประชากรในสังคมหนึ่งสังคมใดค่อยๆลดลงเมื่อระดับการเป็นอุตสาหกรรมของนั้ น ค่อย ๆ สู งขึ้ น / การลดของ อัตราประ ช ากรการตายของ ประ ชากร ใ น สังคมใ ด มักจะมาก่อนการลดลงของอัตราการเกิดของประชากรในสังคม 2. ท ฤ ษ ฎี มั ช ฌิ ม พิ สั ย ( Middle-Range Theory)ไ ด้ แ ก่ ทฤษฎีสังคมวิทยาที่ประกอบด้วยหลักสากลภาพเชิงประจักษ์อย่างน้อยสองหลักสากลภาพด้วยกัน เป็นทฤษฎีขนาดกลางระหว่างทฤษฎีขนาดเล็กที่เรียกว่า หลักสากลภาพกับทฤษฎีใหญ่ที่เรียกว่า ทฤ ษ ฎี ส ห ภ าพ Robert Mertonเส น อว่าท ฤ ษ ฎี กับ ก ารวิจัย จะ ต้อง เป็ น ข อง คู่กัน ทฤษฎีที่ปราศจากการวิจัยเป็ นทฤษฎีเลื่อนลอย การวิจัยที่ไร้ทฤษฎีก็ไม่มีหลัก ไม่มีทิศทาง ทฤ ษ ฎี ขน าด กล าง นี้ จะ ช่วยใ ห้ ส ามารถท าวิจัยได้ เพ ราะ มีข น าดพ อเห มาะ เมื่อทาวิจัยสร้างและพิสูจน์ทฤษฎีขนาดกลางแบบนี้ มากๆครอบคลุมทุ กด้านของสังคม 8 สัญญา สัญญาวิวัฒน์.(2534). ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 23
  • 13.
    18 หรือมีจานวนมากพอแล้วก็อาจสร้างทฤษฎีมหภาพได้ในอนาคตตัวอย่างของทฤษฎีขนาดกลางนี้ คือ ก ารนาเอ าห ลักส าก ล ส อง ห ลักข้าง ต้น มารวมกัน เป็ น ท ฤษ ฎี เดียว ดัง นี้ ประชากรของสังคมที่กาลังกลายเป็นสังคมอุตสาหกรรมจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในระยะแรก หลังจากนั้นแล้วจะค่อยๆคงตัวเมื่ออัตราการตายและอัตราการเกิดเริ่มลดลง 3.ทฤษฎีมหภาพ (GrandTheory) ได้แก่ทฤษฎีขนาดใหญ่ครอบคลุมชีวิตสังคมทุกด้าน เป็ น ท ฤ ษ ฎี ที่ มี ระ ดับ แ ห่ ง ภ าว ะ ส าก ล แ ล ะ ค ว ามเ ป็ น น ามธ รร มสู ง มา ก มีสังกัปและประพจน์หรือสงากลภาพต่างๆมากมาย รวมทั้งทฤษฎีขนาดกลางปะปนอยู่มาก ทฤษฎีประเภทนี้มีลักษณะเป็นการบรรยาย มีคาอธิบายให้เหตุผลประกอบด้วยหลักฐาน ยืน ยัน ความเป็ น จริงของทฤษฎี ห ากจะ ทาเป็ น ห ลักฐาน สากลภาพ ห รือประพ จน์ จะต้องมาเรียงเสียใหม่ทฤษฎีมหภาพอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในหมู่นักสังคมวิทยามีดังนี้ คือ ก. ทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่นิยม (Structural-functional Theory) ข. ทฤษฎีขัดแย้ง (Conflict Theory) ค. ทฤษฎีปริวรรต (Exchange Theory) ง. ทฤษฎีการกระทาระหว่างกันโดยใช้สัญลักษณ์ (Symabolic interactionism) จ. ทฤษฎีปรากฏการณ์นิยม (Phenomenology or Ethnomethodology) ทฤษฎีมหภาพเหล่านี้เป็ นทฤษฎีขนาดใหญ่ดังนั้น จึงสามารถที่จะแบ่งแยกเป็ น ท ฤ ษ ฎี ข น า ด ย่อ ม ก ล่าว ถึ ง เฉ พ า ะ ด้ า น ใ ด ด้ า น ห นึ่ ง ข อ ง ชี วิต สั ง ค ม หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งของชีวิตสังคมได้มากมาย9 9 สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2534).ทฤษฎีสังคมวิทยา. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.หน้า 23
  • 14.
    19 2.3 แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วัฒนธรรมหมายถึง ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน วัฒนธรรม จึงมีสถานภาพ ๒ แบบ10 ๑. มรดกทางวัฒนธรรมคือรากเหง้าพัฒนาการของคนนิรนามที่ผ่านจากยุคหิน เติบโต ป รั บ ป รุ ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง สืบต่อมาจากสภาพของกาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคมจนถึงปัจจุบัน ต้องรักษาไว้ไม่ให้สูญหาย เพื่อเกื้อกูลเกียรติภูมิของท้องถิ่น ๒. วัฒน ธรรมร่วมสมัย คือ แบบแผน การพัฒ น าสังคมให้เกิดการสุ ขสบาย สบายใจในการดารงชีพ (อาหารเสื้อผ้า ยารักษาโรคและที่อยู่อาศัย) การประพฤติทางด้านศาสนา การใช้ภาษาถิ่น ภาษาต่างชาติ การสร้างสรรค์ศิลปะ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เหมาะสม สวยงาม ไม่รก หู รกตา รกใ จ ตลอ ดจน สัง ค ม เศรษฐ กิจ สั ง คม ก ารเมือง ที่ มีเกีย รติภู มิ ไม่เป็ น ที่ ดู ห มิ่ น ดู แ ค ล น ข อ ง ค น ต่า ง ช าติ ต่าง ศ าส น า ต้ อ ง รั ก ษ าเมื อ ง สืบทอดและพัฒนาให้ผสมผสานกลมกลืนกับโลกภายนอก 10 นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 63
  • 15.
    20 เมื่ อ วัฒน ธ ร ร ม คื อ วิถี ชี วิต ข อ ง ค น ทุ ก สั ง ค ม เ ป็ น แ บ บ แ ผ น การแสดงออกซึ่งความรู้สึ กนึ กคิดใน สถาน การณ์ต่าง ๆ ยอมรั บและปฏิบัติร่วมกัน เป็นหนทางไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละสังคม ก่อให้เกิดเอกลักษณ์ทางสังคมนั้น ๆ เพราะทุกชนชั้นทุกสังคมย่อมมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองและยึดแบบอย่างวัฒนธรรมของตนเป็นแ บบ อย่าง ใ น การดารง ชี วิต ทาใ ห้ เอก ลักษณ์ มีการเป ลี่ยน แปลง อยู่ตล อดเวล า จึงต้องมีการรักษาและดารงคงอยู่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของคน ใน สังคม ที่ บ่ ง บ อ ก ถึ ง ร า ก เ ห ง้ า พื้ น ฐ า น ที่ สื บ ท อ ด ป ร ะ พ ฤ ติ ปฏิบัติต่อกัน มาการเชื่ อมโยง ระ ห ว่างวัฒ น ธรรมดั่งเดิม วัฒ น ธรรมสมัยใ ห ม่ ให้คงอยู่ดาเนินต่อไปร่วมกันอย่างถูกวิธีเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วัฒนธรรมดั่งเดิมสูญหายไป 2.3.1 แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน การที่มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันในสังคมทาให้ต้องมีการจัดระบบความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นทั้ งนี้เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในชุมชนเป็ นไปอย่างสันติ ความสัมพันธ์และการจัดการ ดังกล่าว ก่อให้เกิดวัฒนธรรมจารีตประเพณี ระบบคุณค่า กฎเกณฑ์ ความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆซึ่งล้วน เกี่ยวข้องกับวิถีการดารงชีวิตทั้งสิ้น แนวคิดวัฒนธรรมชุมชนให้ความสาคัญกับภูมิปัญญาชาวบ้าน อัน ห มายถึ ง ระ บ บ คิดข อง ช าวบ้าน ที่ สื บท อ ดห รื อผ ลิต ซ้ ามาจาก บ รรพ บุ รุ ษ ก ล่า ว ไ ด้ ว่า เ ป็ น อ ง ค์ ค ว า ม รู้ จ า ก ภู มิ ปั ญ ญ า ช า ว บ้ า น น อ ก จ า ก นั้ น วัฒนธรรมชุมชนยังก่อตัวขึ้นจากการต่อสู้เพื่อให้ทุกคนมีอยู่มีกินการมีความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกั น ข อ ง ชุ ม ช น ใ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร ต่ อ สู้ เ พื่ อ ก า ร มี อ ยู่ มี กิ น การศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนจึงเป็ นกระบวนการศึกษาที่ให้ความสาคัญกับคุณค่า ก า ร ด า ร ง อ ยู่ ข อ ง ชุ ม ช น โดยมุ่งเน้นการค้นหาวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชนจากประวัติศาสตร์และมีการดาเนินการที่
  • 16.
    21 พัฒนาสอดคล้องกับชุมชนภายใต้ความร่วมมือของชาวบ้าน มีการให้ความสาคัญต่อวัฒนธรรมใน ฐ าน ะ เ ป็ น สิ่ ง ที่ มี คุ ณ ค่ า ภ า ย ใ น ชุ ม ช น สามารถนามาเป็ นแนวทางในการพัฒนาชุมชนโดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองของชุมชน การศึกษาเพื่อการพัฒนาในแนววัฒนธรรมชุมชนเน้นถึงการนาเอาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในชุม ชนและเกิดการสื บทอดต่อๆกันมาภายในชุมชนเป็ นวิถีการดารงชีวิตของคนในชุมชน ความสาคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆในวัฒนธรรมของชุมชนปรากฏชัดดังทรรศนะของที่ ได้แสดงให้เห็นว่าความรู้ทั้งหลายจะตั้งอยู่ลอยๆ ไม่ได้จาเป็นต้องมีวัฒนธรรมเกื้อหนุนให้ดารงอยู่ และสามารถนาไปเผยแพร่ให้คนในชุมชนได้11 สุรเชษฐ์ เวชชาพิทักษ์ ได้เสนอระบบ หรือโครงสร้างทางวัฒนธรรมของชุมชนไว้ 3 ประการ คือ12 1. ระบบการผลิต หรือระบบการทามาหากิน 2. ระบบการอยู่ร่วมสัมพันธ์กัน ประกอบด้วยครอบครัวเครือญาติ และความ สัมพันธ์ระหว่างชุมชน 3. ร ะ บ บ ท า ง ค ว า ม เ ชื่ อ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ศ า ส น า คุ ณ ค่า แ ล ะ พิ ธี ก ร ร ม จากการศึกษาข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนได้ว่า 11 นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 63 12 จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 21
  • 17.
    22 วัฒนธรรมชุมชนคือ วัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีอยู่ในชุมชน วัฒนธรรมเก่าแก่ที่แข็งแกร่ง กา ร ต่อ สู้ เพื่ อ ก า ร มี อ ยู่ มี กิ น ซึ่ ง ก่อ ใ ห้ เกิ ด วัฒ น ธ ร ร ม ท า ง ก าร ผ ลิ ต มีการช่วยเห ลื อกัน แ ละ กัน ใ น ชุมช น แล ะ มีการ ผ ลิต ซ้ าขึ้ น ท าง วัฒ น ธรร ม โดยชุมช น แ ต่ล ะ ชุมช น ล้วน มีพ ล ยัง อ ยู่ทั้ ง สิ้ น ถ้าช าว บ้ าน ส ามารถ รักษ า วัฒนธรรมชุมชนไว้ให้เข้มแข็งแล้ว ก็จะนาชุมชนให้เข้มแข็งตามไปด้วย 2.3.2 แนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ทฤษฎีอัตลักษณ์ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1950– 1960โดยนักปรัชญา 3ท่าน คือ เจ.เจ.ซี. สมารท, ยู.ที. เพลส และเฮอร เบิรต์ฟิลก์ (J.J.C.Smart, U.T.Place andHerbert Feigl) ซึ่งในช่วง ห ลังของศตวรรษที่ 20 โดยเฉพ าะ อย่างยิ่ง ตั้งแต่ช่วง ทศวรรษที่ 1980 เป็ น ต้น มา โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ร ะ บ บ โ ล ก เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป อ ย่ า ง ม า ก โด ยเฉ พ าะ ใ น ท าง เศ รษ ฐ กิจ ที่ ส่ ง ผ ล มาจาก ก ารป ฏิ วัติ อุ ต ส าห ก รร มแ ล ะ การปฏิวัติระบบสื่อสารในกระบวนการโลกาภิวัตน์ ก่อให้เกิดการบริโภควัฒนธรรมที่ขยายตัวอย่าง รวดเร็วในโลกตะวันตกภาพรวมของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมค่อยๆเปลี่ยนจากการเน้นลงทุน ผลิตสิน ค้าอุปโภ คบริโภคมายังสิ น ค้าใน ภาคบริการและสิ น ค้าวัฒน ธรรมมากขึ้ น การเน้ น สิ น ค้าวัฒ น ธ รรมค อยๆ กระ จายสู ง ป ระ เทศ โลก ที่ ส ามด้วยเช่น กัน สิ น ค้ าวัฒ น ธ รร มท าใ ห้ ป ร ะ เด็ น เรื่ อ ง อัต ลัก ษ ณ์ ก ล าย เป็ น หั ว ใ จส าคั ญ เ พ ร า ะ บ ริ โ ภ ค นิ ย ม นั้ น อ า ศั ย ก า ร ส ร้ า ง สั ญ ญ ะ เ ป็ น แ ก น และสัญญะต่างๆก็เกาะติดกับอัตลักษณ์แบบใดแบบหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอัตลักษณ์ระดับปัจเจก ระดับ ท้องถิ่น หรือระดับชาติก็ล้วนสามารถถูกทาให้กลายเป็นสินค้าได้ทั้งสิ้น 13 ดังนั้น การศึกษาการสร้างอัตลักษณ์ในมุมมองของแนวคิดอุตสาหกรรมวัฒนธรรม และในมุมมองของแนวคิดสัญญวิทยา จึงเริ่มต้นจากการศึกษาว่าแนวคิดอัตลักษณ์และกระบวนการ สร้าง อัตลักษณ์ คืออะ ไร จากนั้ น จึง ศึกษ าว่าแน วคิด อุตสาห กรรมวัฒ น ธรรม 13 จานงค์อดิวัฒนสิทธิ์. (2543).สังคมวิทยา. สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .หน้า 52
  • 18.
    23 แ ล ะแ น ว คิ ด สั ญ ญ วิ ท ย า มี มุ ม ม อ ง ใ น ก า ร นิ ย า ม อั ต ลั ก ษ ณ์ อ ย่า ง ไ ร เพื่อนาไปสู่การเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเหมือนและ ความแตกต่างในบทวิเคราะห์ต่อไป นิยามและความหมาย อัตลักษณ์ เป็นลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงความเป็ นตัวตน ความเป็นชาติพันธุ์เฉพาะของตน ซึ่ ง ก่อใ ห้ เกิดความมั่น ใ จ ความภ าคภู มิใ จใ น ต น เอง ห รื อใ น คุณ ค่าแ ห่ง ต น และ อัตลักษ ณ ของชุมช น นั้ น เกิดจากการอยู่ร่วมกัน การมีป ฏิสัมพัน ธ์ ต่อกัน มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น ก า ร ใ ช้ ชี วิ ต อ ยู่ ร่ ว ม กั น ข อ ง ค น ใ น ชุ ม ช น ทาให้ สมาชิกใน ชุมช น ต้องพ ยายามปรับตัวและดารงตน ให้ สอดคล้องเห มาะ สม กับความต้องการและความคาดหวัง ก่อให้เกิดเป็นกฎเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติ ธรรมเนียมประเพณี ของไปกับมโนทัศน์เรื่องอานาจการนิยามความหมายหรือการสร้างภาพตัวแทน (representation) ทาให้ความหมายของ identityเปลี่ยนจาก “เอกลักษณ์”ซึ่งหมายถึง “คุณสมบัติของคนหรือสิ่งหนึ่ง ที่ทา ให้สิ่งนั้นโดดเด่นขึ้นมาหรือแตกต่างจากสิ่งอื่น” มาสู่คาว่า อัตลักษณ์ ในปัจจุบัน ซึ่ ง สั มพัน ธ์ กับ การเป ลี่ยน แป ลง ท าง สัง ค มแ ละ วัฒ น ธ รรมที่ มีค วามรวด เร็ ว หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น 14 อัตลักษณ์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ อัตลักษณ์ระดับปัจเจก ( Individual Identity) และอัตลักษณ์ร่วม (Collective Identity) ซึ่งที่จริงแล้วอัตลักษณ์ ร่วมก่อให้เกิดความสงบอยู่ ร่ ว ม กั น ข อ ง ก ลุ่ ม ช น และไม่สามารถแยกออกจากการกระ ทาหรือละทิ้งสถาน ภาพของปั จเจกในกลุ่มได้ กลุ่มที่มีลักษณะร่วมกันนี้จะต้องมีประเพณีบางอย่างซึ่งเรียกได้ว่าเป็ นของกลุ่มตัวเอง โดยที่ สมาชิกของและ subject จึงซ้อน ทับกันอยู่ จึงมีการแบ่งอัตลักษณ์ ออกเป็ น 2 ระดับ คือ อัตลักษณ์บุคคล (Personnel Identity) และอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity) ก า ร ก่ อ รู ป แ ล ะ ก า ร ป ร า ก ฏ ตั ว ข อ ง อั ต ลั ก ษ ณ์ มีเนื้อหามาจากจิตสานึกส่วนตัวและจิตสานึกร่วมในระดับสังคมที่เกิดจากการนิยามตัวเองว่า 14 นิยพรรณ วรรณศิริ. (2540).มานุษยวิทยาสังคมละวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ :สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 64
  • 19.
    24 ตัวเองคือใคร มีความเป็ นมาอย่างไร แตกต่างจากคนอื่น กลุ่มอื่น และสังคมอื่นอย่างไร และใช้อะไรเป็นเครื่องหมายในการแสดงออก ซึ่งอัตลักษณ์ดังกล่าว โดยสามารถแสดงผ่านสื่อ สัญญะต่างๆที่มีอิทธิพลครอบงาภายในสังคมนั้นๆเช่น ภาษา ศาสนา เครื่องแต่งกาย และการบริโภค ท า ใ ห้ อัต ลัก ษ ณ์ ก ล าย เป็ น สิ่ ง ที่ แ ป ร เป ลี่ ย น ไ ป ต าม บ ริ บ ท อ ย่าง ไ ม่รู้ จ บ และเป็นคุณสมบัติที่สร้างขึ้นตามสถานการณ์เฉพาะหน้ากลุ่มไม่จาเป็นต้องรู้จักสมาชิกอื่นๆทั้งหมด แ ต่ เ ข า จ ะ ต้ อ ง รู้ ว่า ป ร ะ เ พ ณี อ ย่ า ง นั้ น ๆ เ ป็ น ป ร ะ เ พ ณี ก ลุ่ ม เ ร า ประเพณีเฉพาะของกลุ่มมีเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ อ ภิ ญ ญ า เ ฟื่ อ ง ฟู ส กุ ล ( 2 5 4 6 ) ไ ด้ เ ส น อ ว่ า อัตลักษณ์ เป็ น การเชื่อมต่อระหว่างความเป็ น ปัจเจกกับโครงสร้างสังคม (socialaspect) สังคมกาหนดบทบาทหน้าที่และระบบคุณค่าที่ติดตัวมา ในมิตินี้อัตลักษณ์จึงเป็นการใช้สัญลักษณ์ ( symbolic aspect)ด้ ว ย เ พ ร า ะ เ ป็ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ซึ่ ง ความสัมพันธ์ต่างๆดังกล่าวกระทาผ่านสัญลักษณ์หลากหลายแบบ ในอีกด้านหนึ่งอัตลักษณ์ก็ เกี่ยวข้องกับมิติ “ภายใน”ของความเป็นตัวเราอย่างมากทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด เพราะ มนุษย์ให้ความหมายหรือเปลี่ยนแปลงความหมาย เกี่ยวกับตนเองในสวนที่สัมพันธ์ กับโลก identityและ subject จึงซ้อนทับกันอยู่จึงมีการแบ่งอัตลักษณ์ออกเป็น 2 ระดับ คือ อัตลักษณ์บุคคล (Personnel Identity) และอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity) 2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ปั ท ม า ศุ ข เ ก ษ ม ( 2537) ได้ศึกษาการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากา รท่องเที่ยวเมือพัทยาในอนาคต และเน้นถึงความสาคัญของการท่องเที่ยวของพัทยาในปัจจุบัน โดยการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สภาพพื้นฐานทั่วไปที่ตั้งและอาณาเขตปกครอง ส ภ า พ ท า ง ภู มิ ศ า ส ต ร์ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมเนื่องจากพัทยาเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวมีสิ่งอานวยความสะดวก แ น ว ท า ง ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ส่ ง เ ส ริ ม
  • 20.
    25 เพื่อให้พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพมากขึ้นที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังเมืองพัทยาได้ อย่างมากขึ้น พ ช รภิ ญ โ ญ ( 2544) ไ ด้ ศึ ก ษ า ถึ ง เ รื่ อ ง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมาท่องเที่ยวถนนคนเดินท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่“ถนนคนเดิน”(walking street) เป็นหนึ่ งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและกาหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน โดยเป็ น การใช้พื้นทิ่พัฒนาใช้สอยให้เกิดประโยชน์ เป็ นศูน ย์รวมแห ล่งงานศิลปะ สถานที่ที่ศิลปินอิสระจะได้ใช้เป็นเวทีในการแสดงออกทั้งงานดนตรี วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องแวะมาเยี่ยมเยือนจากการตอบรับ “ถน น คน เดิ น ที่ สี ลม ” ท าใ ห้ รัฐบ าลเห็ น ว่ารู ป แ บบ กิจกรรม “ถ น น ค น เดิน ” ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการส่งเสริการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนตลอดจน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตสาหรับคนในเมืองใหญ่ ๆนั้น แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า ทาให้เห็นภาพทัศนคติการเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างมากของชุมชนชาวเมืองพัทยา ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งลงทุนของกลุ่มคนต่างชาติ มีการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้นโดยสรรสร้างมาจากฝีมือมนุษย์ และยังเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โ ด ย ไ ด้ รั บ ก า ร ย อ ม รั บ มี โ ค ร ง ก า ร ต่ า ง ๆ มากมายที่พ ยายามกระ ตุ้น เศรษฐกิจเมืองพัทยาให้มีความเจริญก้าวห น้าทุก ๆ ด้าน โด ย ไ ด้รั บ ค ว าม ร่ว ม มือ จ าก ห ล าย ส่ ว น ทั้ ง ป ร ะ ช า ช น ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ที่มีส่วนได้ในการลงทุนเพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นของเมืองพัทยาทาให้เห็นว่าทฤษฎีต่าง ๆ นั้นเป็นแนวโน้มในการหาข้อบกพร่องและข้อดีของระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นให้เกิดสังคมรูปแบบใ ห ม่ ที่ ห ล า ก ห ล า ย ภ า ษ า วั ฒ น ธ ร ร ม จน เป็ น เอ ก ลัก ษ ณ์ ขอ ง เมือ ง พั ท ยาที่ มุ่ง เน้ น ก าร พัฒ น าที่ ห ล ากห ล ายด้าน ปั จ จัย ใ น ก าร เป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ต่ล ะ ด้ า น นั้ น ย่อ ม มี ผ ล ดี ม าก ก ว่า ผ ล เสี ย
  • 21.
    26 เพื่อความเป็นอยู่ของเมืองพัทยาจึงต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความคิด วิถีชีวิตหลากหลายด้าน เพื่อเป็นการดารงอยู่ที่สะดวกสบายต่อประชากรชุมชนเมืองพัทยาและนักท่องเที่ยว จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า แ น ว คิ ด เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม ทาให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบันของระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่ม สั ง ค ม ปั จ จุ บั น ที่ ก่อ ใ ห้ เกิ ด วัฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก ร ร ม ต่าง ๆ เ พื่ อ แ ก้ ไ ข พื้ น ฐ า น ปั ญ ห า ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่มีรูปแบบของเศรษฐกิจที่ช่วยในการกระตุ้นทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์สูง สุ ด เ ส ม อ กั น ทาให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาที่มีแผนพัฒนาในการกระตุ้นปัจจัยในการสร้างแรงจูงใจนัก ท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนเศรษฐกิจที่มีทรัพยากรและสังคมที่มีปัจจัยในการดาเนินเศรษฐกิจ ที่ มี ผ ล ต อ บ แ ท น สู ง โ ด ย มี ลั ก ษ ณ ะ สั ง ค ม ที่ มี พื้ น ฐ าน ท าง ด้า น ฐ าน ะ ห รื อ ก าร จู ง ใ จ นั ก ท่อ ง เที่ ย ว ใ ห้ เข้ าม าเที่ ย ว ชุ ม ช น เมื อ ง พั ท ย าม าก ขึ้ น โดยใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและฐานสังคมเป็นตัวสร้างแรงผลักดันให้เห็นถึงธุรกิจที่มีเครือข่ายขยา ยจากผู้ลงทุนมากมายสังคมก็เป็นจุดสาคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวประกอบในการเกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ เข้ามาในชุมชนยอมรับการขยายตัวของสังคมใหม่และยึดถือปฎิบัติร่วมกันจนเป็นสังคมขนาดใหญ่ ท า ใ ห้ เห็ น ภ าพ ถึ ง ก าร อ ยู่ร่วม กัน ข อ ง ค น ใ น ชุ มช น แ ล ะ นั ก ท่อ ง เ ที่ ย ว การยอมรับในวัฒน ธรรมที่แตกต่างและยอมรับที่จะเรียน รู้วัฒน ธรรมของกันและกัน การอยู่ร่วมกัน ของชุมช น ย่อมต้อง มีการจัดระบ บความสัมพัน ธ์ ระ ห ว่างกัน ขึ้ น เ พื่ อ ใ ห้ ค น ใ น ชุ ม ช น อ ยู่ อ า ศั ย ร่ ว ม กั น อ ย่ า ง สั น ติ สาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมในชุมชน อาทิเช่น สิ่งแวดล้อม การอพยพถิ่นฐาน เปลี่ยน อาชีพ ห รือมีการคิดค้น วิธี ให ม่ เพื่ อแก้ปั ญ ห า การเพิ่มขึ้ น ของประ ช ากร เ ท ค โ น โ ล ยี ที่ พั ฒ น า เ ร็ ว ขึ้ น เ ป็ น ต้ น เป็ น สาเห ตุห ลักที่เราจะต้องยอมรับและเป็ น ปั จจัยที่เกิดขึ้น ในแทบจะทุก ๆ สังคม วัฒ น ธ ร ร ม ก็ เ ป็ น ส่ ว น ส า คั ญ ที่ เ ป็ น ร า ก ฐ า น ใ น ตั ว ข อ ง ม นุ ษ ย์ และ การถ่ายทอดวัฒ น ธรรมจากอดีตสู่ปั จจุบัน ย่อมมีกา รเป ลี่ยน แปลง ที่แน่ชัด ทาให้วัฒนธรรมมีความหลากหลายมากขึ้น อยู่ที่ตัวของชุมชนจะยึดถือหรือปฏิบัติสืบทอดหรือไม่
  • 22.
    27 ยิ่ง เป็ นวัฒ น ธ รรมที่ เป็ น ศูน ย์กล าง ห รื อวัฒ น ธรรมที่ เคร่ง ต่อสั ง คมกลุ่มใ ห ญ่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความผูกพันทางจิตให้คนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกันโดยนาทฤษฎีต่าง ๆ เข้ า ม า แ ก้ไ ข เพื่ อ พั ฒ น า ป รั บ เ ป ลี่ ย น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม วัฒ น ธ ร ร ม ชุมชนเมืองพัทยาให้มีแบบแผนในการดารงชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุขในการดารงอยู่และรับ สภาพกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนต่อไป บทที่3 ปัจจัยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชุมชนเมืองพัทยา ปัจจัยที่เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เจริญเติบโตและมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจการ ท่อ ง เที่ ย ว ไ ป อ ย่าง ร ว ด เ ร็ ว โ ค ร ง ก าร ก ร ะ ตุ้ น ก าร ท่อ ง เที่ ย ว แ บ บ ยั่ง ยื น ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ต่า ง ๆ ใ น ทุ ก ๆ ปีเมืองพัทยาจะมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีความสนใจมากขึ้น เช่น งานประเพณีกองข้าว การปรับปรุงพื้นที่ถน น การพัฒนาพื้น ที่ช ายหาดให้มีความสวยงามมากขึ้น เป็ นต้น การที่พัทยามีความเจริญมากขึ้นย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงไปในหลากหลายด้าน อย่างเช่น ด้านเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้ามาอยู่ของชาวต่างชาติที่หลากหลายเชื้อชาติ ก า ร ผ ส ม ผ ส า น ค ว า ม เ ป็ น วัฒ น ธ ร ร ม ดั้ ง เ ดิ ม แ ล ะ วัฒ น ธ ร ร ม ส า ก ล จน เมื่ อ เมื อ ง พั ท ย าแ ย ก ตัว อ อ ก มาป ก ค ร อ ง ต น เอ ง จึ ง เป็ น ปั จ จัย ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านชุมชนเมืองพัทยา
  • 23.
    28 3.1 จุดเริ่มต้นของเมืองพัทยา เมือง พัทยาตั้งอยู่ใน เขต ตาบลน าเกลือ อาเภ อบ างละ มุง จังห วัดช ลบุ รี เป็นเพียงเมืองหนึ่งในจังหวัดชลบุรีที่มีเรื่องราวเล่าขานทางประวัติศาสตร์ที่สาคัญในช่วงสมัยกรุงศรี อยุธยาเป็ นราชธานี พ.ศ. 2310 ห ลังจากนั้ น มาเมืองพัทยาเริ่มมีการกล่าวขานมากขึ้ น มีการบุกเบิกพัฒนาที่ดิน ใน พ.ศ.2419 มีบุคคลสาคัญ คือ มีบุคคลสาคัญ คือ คุณปริญญา ช ว ลิ ต ธ า ร ง ซึ่ ง ท่า น ซื้ อ ที่ ดิ น แ ล ะ ส ร้ า ง ค ว าม เจ ริ ญ ใ ห้ แ ก่เ มือ ง พั ท ย า เมื่อได้เล็งเห็ น ถึงมน ต์เสน่ห์ ของห าดทรายขาว น้ าทะเลใส ทัศนี ยภาพ ที่สวยงาม และคาดถึงความเจริญในภายภาคหน้า จึงตัดสินใจซื้อที่ดินระหว่างการพัฒนา คุณปริญญา ช ว ลิ ต ธ า ร ง ไ ด้ น า เส น อ แ ล ะ ข อ ร้ อ ง ท่ าน น าย ก ใ ห้ เป ลี่ ย น ภ าษ า เขี ย น เพ ราะการเขียน แบบเดิมนั้นไม่ทันสมัยและโบราณ โดยเปลี่ยนจาก “พัทยา” น า ธ.ธง ออกมาเป็นคาว่า “พัทยา” ในปัจจุบัน ใ น ส มัยก่อ น เมื่อ มีก าร ซื้ อ ข า ยที่ ดิ น ผู้ซื้ อ จ ะ ไ ด้รั บ ใ บ ค รอ บ ค รอ ง ส .ค.1( ใ บ แ จ้ง ค รอ บ ค รอง ที่ ดิ น เป็ น ห ลัก ฐ าน แ ส ด ง ก าร ครอ บ ค รอ ง ที่ ดิ น ) เ พื่ อ ก า ร เ ข้ า ม า ใ น ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ โ ย ช น์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาที่ดินในเมืองพัทยาและการคมนาคมที่สะดวกจวบจนปัจจุบันที่มีหลากหลาย ภ าคส่วน เข้ามามีส่วน ร่วม พ ร้อ มทั้ ง ปรับ ทัศนี ยภ าพ เมือง พัท ยาใ ห้ ส วยง าม จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เป็ นผลมาจากการพัฒนา คือภายหลังจากที่ “ถ น น ส า ย พั ท ย า -น า เ ก ลื อ ” มี นั ก ห นั ง สื อ พิ ม พ์ “เ พ ลิ น จิ ต ต์ ” และ นั กประ พัน ธ์ ชื่อดัง มาเที่ ยวพัทยาด้วยรถตู้ ได้เดิน ทาง ไปที่ห าดแห่งห นึ่ ง ซึ่งในปัจจุบันนี้คือที่ตั้งของ “โรงแรมดุสิต รีสอร์ท”ซึ่งทุกท่านเห็นแล้วชอบและประทับใจมาก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอ่าวนี้ช่างสวยงาม15 เมื่อกลับไปได้นาเรื่องราวของหาดพัทยาเขียนลงตีพิม พ์ในหนังสือพิมพ์ เพลินจิต ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทาให้ทุกคนได้รู้จักพัทยากันมากขึ้นหลังจากนั้น ในปี พ.ศ.2498 เริ่มมีการนาคนกรุงเทพมาเที่ยวที่พัทยาคราวละ 30-40 คนบ้าง จนถึงปี พ.ศ.2515 ความสะดวก สบายของถนนหนทาง ทาให้คนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวโดยทางรถยนต์ 15 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 24.
    29 และการเดินทางโดยรถโดยสาร ที่สถานีขน ส่งสายใต้ใช้เวลาเดินทางมาถึง “พัทยา” ใน เวลาไม่น าน จน เมือง พัทยาได้ถูกน าบัน ทึกเรื่ อง ราวและ บรรยายบรรยากาศ ไปตีพิมพ์ เผยแพ ร่ไว้ใน อนุ สาร อ .ส.ท. ฉ บับที่ 6 ปี ที่ 12 เดือน มกราคม พ .ศ.2515 และยังมีโครงสร้างของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรที่มากขึ้น มีเคลื่อนย้ายถิ่นฐานแรงงาน นั ก ท่อ ง เที่ ยว ที่ มีจา น วน ม าก ขึ้ น แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ อื่ น ๆ อี ก ห ล ายด้า น ส่งผลให้การปกครองในรูปแบบสุขาภิบาลไม่สามารถบริหารงานและแก้ไขได้ตามเวลา ยิ่ง ป ระ ก อ บ กับ รัฐ บ าลใ น ขณ ะ นั้ น ได้เล็ ง เห็ น ความส าคัญ ขอ ง เมือ ง พัท ย า และเห็นถึงความสาคัญด้านกิจกรรมที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวได้จึงเสนอรูปแบบการปกครองรูปแบ บ พิ เ ศ ษ ม า ใ ช้ ที่ เ มื อ ง พั ท ย า เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่เมืองพัทยาต่อไป16 จากศักยภาพของเมืองพัทยาที่มีค ว า ม พ ร้ อ ม ใ น ด้ า น ต่า ง ๆ แ ล้ ว พั ท ย า จึ ง เ ป็ น เ มื อ ง ที่ น่ า จั บ ต า ม อ ง และให้ความสาคัญในการพิจารณามากที่สุด ในช่วงปี พ.ศ. 2518- 2521 เป็ นช่วงที่ยุครัฐบาลและภาคเอกชน เข้ามาแทรกแซง ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ต ก ต่ า ใ น เ รื่ อ ง ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว จึงมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นสถานที่ตากอากาศสู่ธุรกิจการท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา เกิดการท่องเที่ยวรูปแบบหลากหลาย ทั้ ง กิ จ ก ร ร ม ที่ ท า ง อ ง ค์ ก ร จั ด ขึ้ น ม า เพื่ อ เ ป็ น ก ล ยุท ธ์ ดึ ง ดู ด นั ก ท่อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ มี นั ก ท่อ ง เที่ ยว ห ลั่ง ไ ห ล เ ข้าม า จึง กลายเป็ น ที่มาของ ธุ รกิจขอ งส ถาน บัน เทิ ง ยามค่ าคืน ที่ห ลากห ลายรู ปแบ บ ใ น ปั จ จุ บั น แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว พั ฒ น า อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ บ บ ใ ห ม่ มี ก า ร จั ด ก า ร ส ภ า พ ข อ ง ก า ร ค ม น า ค ม ที่ มี ก า ร เ ดิ น ร ถ ท า ง เ ดี ย ว เพื่ อให้ เกิดความคล่อง ตัวของ การจราจรและ ความปลอดภัยของ นักท่อง เที่ยว เ กิ ด ก า ร ว า ง แ ผ น พั ฒ น า ที่ ดิ น ที่พยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการท่องเที่ยวและมีการเกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ที่หลากหลายเกิ 16 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 25.
    30 ด ขึ้ น มีการพัฒนาเป็นชุมชนเมืองอย่างเป็นระบบควบคู่กันไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรร มการท่องเที่ยว ปัจ จั ย ที่ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง นั้ น คื อ ก า ร ข ย า ย ตั ว ข อ ง วัฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว จ า ก ช น ชั้ น สู ง และขยายตัวลงมาสู่ชนชั้นกลางตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลจอมพ ล ป.พิบูลสงคราม ห ลังจากนั้ น ได้มีการจัดอง ค์กรปกครองท้องถิ่น รู ปแบบพิเศษ ก าร ว าง แ ผ น แ ม่บ ท ท า ง ท าง ก าร พั ฒ น า ก า รท่อ ง เที่ ย ว โ ด ย อ ง ค์ ก ร JICA ห รื อ ป ร ะ ก า ศ น โ ย บ า ย ปี ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ น ปี พ .ศ .2530 ประกอบกับการสลายตัวโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทาให้การขยายตัวทางธุรกิจการท่องเที่ยวขยาย ตัวอย่างรวดเร็ว17 3.2 สภาพภูมิศาสตร์เมืองพัทยา เ มื อ ง พั ท ย า ตั้ ง อ ยู่ ใ น เ ข ต อ า เ ภ อ บ า ง ล ะ มุ ง มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตตาบลหนองปรือและพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตตาบลนาเกลือ ตาบลห้วยใหญ่และตาบลหนองปลาไหล ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ เ ป็ น ที่ เ นิ น มี ที่ ร า บ น้ อ ย ที่ ร า บ ส า คั ญ จ ะ เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง ย่า น พ า ณิ ช ย ก ร ร ม ห รื อ แ ห ล่ง ก า ร ค้ า แ ล ะ บ ริ เว ณ ย่าน ที่ พั ก อ า ศัย จะ อ ยู่ถัด จ าก ห าด พั ท ย าขึ้ น ไป ท าง ต อ น บ น โดยที่ราบจะถูกล้อมรอบเนินเขาเตี้ย ๆ สูงไม่เกิน 100เมตรที่ระดับน้ าทะเลปานกลาง นั บ ตั้ ง แ ต่ทิ ศ เ ห นื อ ล ง ม า เ ป็ น เ นิ น เ ข า เ ตี้ ย ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 3 5 เมตรที่ระดับน้าทะเลปานกลางบริเวณถัดลงมาเป็นเขาน้อยเขาตาโลและเขาเสาธง สูงประมาณ 65 เมตรที่ระดับน้าทะเลปานกลางแนวเขานี้แตกตัวออกไปต่อเนื่องกับเขาพัทยาทางด้านทิศตะวันตก ซึ่ ง ติ ด กั บ ช า ย ฝั่ ง ท ะ เ ล สู ง ป ร ะ ม า ณ 9 8 17 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 26.
    31 เมตรที่ระดับน้ าทะเลปานกลางซึ่งทาให้เกิดที่ราบระหว่างเชิงเขากับชายฝั่งทะเลอีก 2แห่ง อยู่ทางตอนบน และตอนล่าง โดยที่ราบตอน บน ส่วนให ญ่เป็ น พื้น ที่บริเวณนาเกลือ ซึ่ ง เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง ศู น ย์ ก ล าง ข อ ง ชุ ม ช น แ ถ บ นี้ ส่ ว น ที่ ร า บ ต อ น ล่า ง มีลักษณะเป็นแถบยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเล ซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร18 ภาพที่ 1ชายหาดเมืองพัทยา ที่มา : http://www.108trips.com/ จากลักษณะของเนิ น เขาและที่ราบดังกล่าว ทาให้เกิดทางน้ าตามธรรมช าติ ลักษณะลาน้ าโดยทั่ว ๆ ไป มีขนาดเล็กและตื้นเขินในช่วงฤดูแล้ง เช่น คลองนาเกลือ ค ล อ ง เ สื อ แ ผ้ ว ค ล อ ง พั ท ย า เ ป็ น ต้ น รวมทั้งในเขตการปกครองของเมืองพัทยาบางส่วนยังมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะอยู่ห่างจากชายฝั่ งทะเลประมาณ 8กิโลเมตรเช่น เกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก19 18 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.) 19 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/history/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 27.
    32 ภาพที่ 2แผนที่ท่องเที่ยวพัทยา ที่มา :http://www.novabizz.com/ 3.3 แผนการพัฒนาเมืองพัทยา เมืองพัทยาได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สาคัญของประเ ท ศ ไ ท ย ไ ด้ รั บ ค ว า ม นิ ย ม ทั้ ง ช า ว ไ ท ย แ ล ะ ช า ว ต่ า ง ช า ติ ก่อให้เกิดความสาคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศสามารถทารายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับ 3 ของประเทศ คิดเป็นรายได้ปีละ 60,000 ล้านบาท ผู้บ ริ ห าร เมือ ง พั ท ย า น าย อิ ท ธิ พ ล คุณ ป ลื้ ม ไ ด้ป ร ะ ก าศ น โ ยบ า ย หลักการนาพ าเมืองพัทยาสู่ความสมดุล (Balanced up) 5 หลัก 7 สร้าง 13ยุทธศาสตร์ 14 นโยบายเร่วด่วน ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาเมืองแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่“เอสทูอี”(City Modernization by “S” to “E” Concept) ภ า ย ใ ต้ ก า ร บ ริ ห า ร ค ว า ม เ สี่ ย ง ( Risk Management) เป็ น น โยบายการบริห ารจัดการของนายกเมืองพัทยาและคณ ะผู้บริห ารเมืองพัทยา โ ด ย ไ ด้ รั บ ฉั น ท ม ติ จ า ก ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร เ ลื อ ก ตั้ ง ค รั้ ง ที่ ผ่า น ม า
  • 28.
    33 ซึ่งได้ประกาศสัญญาประชาคมในการกาหนดภารกิจนาพาเมืองพัทยามุ่งสู่ “เมืองท่องเที่ยวน่าอยู่” ร่ วม คิ ด ร่ ว ม ท า อ ย่ า ง มี แ บ บ แ ผ น แ ล ะ ยั่ ง ยื น ดั ง นั้ น เพื่อให้การบริหารและการพัฒนาเมืองพัทยามีทิศทางการทางานที่ชัดเจนสอดรับกับแนวนโยบายขอ ง ค ณ ะ ผู้บ ริ ห าร เมื อ ง พั ท ย าไ ด้ อ ย่า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ทั้ ง ด้ าน เศ ร ษ ฐ กิ จ สังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เมืองพัทยาสามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน นายอิทธิพลคุณปลื้มนายกเมืองพัทยา จึงมีนโยบายให้จัดทาแผนแม่บทการพัฒนาเมืองพัทยา 10 ปี (ปี งบประ มาณ พ.ศ.2554-2563) แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองพัทยา 5 ปี (งบประมาณ พ.ศ.2554ข2558) และจัดทาแผน พัฒนาเมืองพัทยา 3 ปี ( ปี งบประมาณ พ .ศ.2554-2556) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่สาคัญดังนี้ 20 3.3.1 เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร พั ฒ น า เ มื อ ง พั ท ย า เ ป็ น ไ ป อ ย่า ง มี ทิ ศ ท า ง มั่นคงและยั่งยืนโดยมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ที่ ชั ด เ จ น ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ น โ ย บ า ย ข อ ง รั ฐ บ า ล ก ร ะ ท ร ว ง จั ง ห วั ด และนโยบายของเมืองที่สอดคล้องและกลมกลืนและสามารถนาไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและ มีประสิทธิภาพสูงสุด 3.3.2 เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรั พย์สินทั้งในและนอกบ้านให้แก่ประชาชนเมืองพัทยา ผู้มาประกอบธุรกิจ นักท่องเที่ยว และประชาชน ผู้สัญจรภายในจังหวัดและระหว่างจังหวัด 3.3.3เพื่อให้มีแผน แม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเพิ่มศักยภาพ ของชุมช น เชื่ อมโยง เป็ น เครื อ ข่าย เป็ น ราก ฐาน ข อง การพั ฒ น าเศ รษ ฐกิจ คุณ ภ าพ ชี วิต และอนุ รักษ์ฟื้ น ฟูการใช้ประโยช น์ ทรัพ ยากรธรรมช าติสิ่ งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืน นาไปสู่การพัฒนาตนเองและลดปัญหาความยากจนอย่างบูรณาการ 20 เข้าถึงได้จาก.http://www.pattaya.go.th/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 29.
    34 3.3.4 เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างให้ประชาชนเมืองพัทยาทุกคนได้รับการ พัฒ น าให้ พ ร้อมทั้ ง ทาง ด้าน ร่าง กาย สติ ปั ญ ญ า คุณ ธรรม จริ ยธรรม อารม ณ์ มีค ว า ม ส าม า ร ถ ใ น ก าร แ ก้ไ ข ปั ญ ห า มี ทั ก ษ ะ ใ น ก าร ป ร ะ ก อ บ อ าชี พ มีความมั่นคงในการดารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี 3.3.5 เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และคุณค่าของทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นฐานของการดารงชีวิตและความมั่นคงของการพัฒนาประเทศ รวมทั้งสร้างกลไกในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนในประเทศชาติ 3.3.6 เพื่อให้มีแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเมืองพัทยา โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ที่เมืองพัทยามีส่วนร่วมในการคิด ดาเนินการและพัฒนาเมืองพัทยา สามารถตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารจัดการเมืองพัทยาได้ หลักการจัดทาแผนแม่บทเมืองพัทยานั้น ได้กาหนดแผนพัฒนาไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรของเมืองพัทยาให้มีระบบแบบแผนและดูแลคุ้มครองประชาชนชาวเมือง พัทยาให้เป็ นระเบียบตามกฎข้อบังคับของกฎหมายและยึดถือปฏิบัติร่วมกันตามนโยบายที่ได้จัดตั้ง ไว้แผนแม่บททั้งหมดนี้จะเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของเมืองพัทยาและยังเป็นตัวอย่างที่สาคั ญ ที่ จ ะ เ ป็ น แ บ บ อ ย่ า ง ที่ ดี แ ก่ เ มื อ ง อื่ น ๆ ที่ต้องการมีการทาแผนแม่บทเพื่อพัฒนาแต่ละเมืองนอกจากจะเป็นการบริหารที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็ น การสร้างสานึ กแ ก่องค์กรระ ดับให ญ่และ คุณ ภ าพ ของ น ายก เมืองพัทยา ที่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลที่จะพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้มีชื่อเสียงระดับโล กและเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่าท่องเที่ยวและสวยงามที่สุด 3.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว
  • 30.
    35 เมืองพัทยาได้ตั้งจัดทาแผน แม่บทการพัฒน าเมืองพัทยา10ปี อย่างเป็ นระบบ นับตั้งแต่การกาหนดวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแผนพัฒนาเมืองพัทยา 3 ปี ก า ร ก า ห น ด วิ สั ย ทั ศ น์ แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า เมื อ ง พั ท ย า 5 ปี และการกาหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองพัทยา 10ปี เพื่อสอดรับแนวนโยบายแห่งรัฐ ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ไ ท ย ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2550 อ า น า จ ห น้ า ที่ ข อ ง เ มื อ ง พั ท ย า ต า ม ที่ ก ฎ ห ม า ย บั ญ ญั ติ ไ ว้ โดยนาเสนอความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาควิชาการภาคธุรกิจ เอกชน และภาคประชาสังคม การจัดประชุมระดมความคิดเห็ นจากกลุ่มผู้บริหารเมืองพัทยา (Executive Focus Group) ส่วนราชการเมืองพัทยา (Management Workshop) และประชาชนชาวพัทยา (Key Stakeholder Focus Group) ทั้ ง ใ น ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ด้ า น สั ง ค ม ด้ า น ก า ร เมื อ ง บ ริ ห า ร ด้าน สิ่ ง แ วด ล้อ ม แ ล ะ ท รั พ ยา ก รธ ร รม ช าติ แ ล ะ ด้าน โค ร ง ส ร้ าง พื้ น ฐ า น ทั้งนี้ เราได้รับฟั ง ความคิดเห็ น ของนักท่องเที่ยวทั้งช าวไทยและ ช าวต่างประเทศ และการศึกษาเปรียบเทียบหน่วยงานที่ประสบความสาเร็จ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการประเมินศักยภาพ (Capacity) ของเมืองพัทยาเป็นปัจจัยในการจัดทาแผนด้วยการร่วมคิด ร่วมทา อย่างมีแบบแผน ในการพัฒนาให้เมืองท่องเที่ยวที่น่าอยู่นั้น ต้องเพิ่มมาตรฐานให้ดีในทุก ๆ ด้าน สี่ ปั จ จั ย ส า คั ญ เ รื่ อ ง ข อ ง อ า ห าร ก า ร กิ น อ ยู่ค ว าม พ ร้ อ ม ต่อ ก า ร ร อ ง รั บ ร้า น ค้ าอ าห า ร ที่ มีอ าห า ร ห ล าก ห ล า ย ป ร ะ เท ศ แ ล ะ ส ะ อ าด ถู ก ลัก ษ ณ ะ ด้านเรื่องสุขภาพมีทีมแพทย์และโรงพยาบาลที่ถูกสุขลักษณะอนามัยเพียงพอต่อการรักษาผู้ที่เจ็บป่ว ย เ นื่ อ ง จ า ก สุ ข ภ า พ แ ล ะ อุ บั ติ เ ห ตุ เ รื่ อ ง ก า ร ศึ ก ษ า เ รื่ อ ง เ ย า ว ช น ต้องมีโรงเรียนที่มีมาตรฐานเพียงพอต่อการรองรับเยาวชน เรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ระ บ บ ข น ส่ง มว ลช น รถป ระ จาทาง ที่ ใ ช้ใ น การเดิน ทาง ใ น ชี วิตป ระ จาวัน ระ บ บ ส าธ าร ณู ป โภ ค พื้ น ฐาน ไฟ ฟ้ า ป ระ ป า บ น เก าะ ล้าน ต้อ ง แ ล้วเส ร็ จ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทาให้เมืองพัทยาเป็นเมืองน่าอยู่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการ เข้า มา ป ร ะ ก อ บ อ าชี พ แ ล ะ ใ ช้ ชี วิต อ ยู่ที่ เมื อ ง พั ท ย า ซึ่ ง ค ว าม จริ ง แ ล้ ว ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพัทยาก็มีให้เห็นในรูปแบบนี้ เริ่มจากมาเที่ยวแล้วมาอยู่แบบ
  • 31.
    36 Long stay จา ก นั้ น เ ริ่ ม มี ส่ ว น ล ง ทุ น ท า ธุ ร กิ จ ตลอดจนเป็ น เจ้าของกิจการเอง21 และขณะนี้ ทางเมืองพัทยาก็กาลังดาเนิน การตาม 14 นโยบายเร่งด่วนซึ่งครอบคลุมทุกด้านการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่พื้นฐาน ภาพที่ 3ตลาดน้าสี่ภาค พัทยา ที่มา : http//www.travel.edtguide.com/ 3.5ปัญหาที่ส่งผลต่อชุมชนเมืองพัทยา ปั ญ ห า ที่ ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ เ กิ ด ใ น ปั จ จุ บั น นั้ น ส่ ว น ม า ก ล้ ว น เ กิ ด จ า ก ก า ร ก ร ะ ท า ข อ ง ม นุ ษ ย์ แ ท บ ทั้ ง สิ้ น ท า ใ ห้ ค ว า ม อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ ท รุ ด โ ท ร ม อ ย่า ง ร ว ด เ ร็ ว แ ล ะ ยั ง มี ก า ร แ ย่ ง ชิ ง ด้ า น ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก ท รั พ ย า ก ร ที่ มี อ ยู่ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่เพื่อผลประโยชน์ใน การทามาหากิน ของชุมช น แต่ละชุมชนจะมีทรัพยากรที่เป็นจุดขายของแต่ละพื้นที่แตกต่างออกไปตามสภาพพื้นที่ เพี ย ง แ ต่ปั ญ ห าเห ล่านี้ จ ะ จัด ก ารไ ด้นั้ น ผู้น า ป ร ะ ช าช น นั ก ท่อ ง เที่ ย ว 21 เข้าถึงได้จากhttp://www.pattaya.go.th/.( วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 32.
    37 ต้ อ งร่ ว ม มื อ กั น แ ล ะ ส ร้ า ง จิ ต ส า นึ ก ใ น ก า ร ดู แ ล ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งกฎบังคับที่ทุกคนต้องปฎิบัติเพื่อความเป็นร ะ เ บี ย บ เ รี ย บ ร้ อ ย ข อ ง สั ง ค ม ใ น ชุ ม ช น แ ล ะ ล ด ปั ญ ห า ต่ า ง ๆ ที่ จ ะ ก่อ ใ ห้ เกิ ด ปั ญ ห า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ที่ เกิ ด จ าก ก าร ก ร ะ ท า ข อ ง ม นุ ษ ย์ และยังต้องร่วมมือในการบูรณะให้ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในชุมชนกลับคงสู่สภาพเดิมซึ่ง ปัญหาของชุมชนเมืองพัทยา มีดังนี้ 3.5.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมืองพัทยา ชายหาดพัทยา เป็นหาดรูปโค้ง อยู่ในตัวเมืองพัทยา มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร นั ก ท่อ ง เที่ ย ว นิ ย ม ไ ป เ ล่น น้ านั่ ง พั ก ผ่อ น ห รื อ เล่น กีฬ า ท าง น้ า ต่า ง ๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้ ง แ ห ล่ง ท าง อ าห าร เค รื่ อ ง ดื่ ม ห้ าง ส ร รพ สิ น ค้า ร้ าน ข าย ข อ ง ที่ ร ะ ลึ ก ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆมากมาย เนื่ อง จากเกิดก ารขยายตัวของ กิจการท่อง เที่ยวบริ เวณ ช า ยห าดมากขึ้ น ท า ใ ห้ มี ปั ญ ห า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ต า ม ม า ด้ ว ย ถึ ง แ ม้ท า ง เ มื อ ง พั ท ย า จ ะ จัด บ ริ เว ณ ที่ ทิ้ ง ข ย ะ ไ ว้ห ล า ย จุ ด แ ล้ ว ก็ ต า ม แต่ก็ยังมีคนที่มักง่ายทิ้งขยะลงชายหาดอยู่ดี เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนบริเวณชายหาด แ ล้ว จ ะ มี พ่อ ค้ าแ ม่ค้า มาข าย อ าห าร โด ย ใ ช้ ภ า ช น ะ โ ฟ มแ ล ะ พ ล าส ติ ก เมื่อ ท าน เส ร็ จแ ล้วนั ก ท่อ ง เที่ ย วก็ข าด คว ามรั บ ผิ ด ช อ บ ต่อ สิ่ ง ที่ ห ล ง เห ลื อ เพ ราะ ถึง ข ยะ ที่ ท าง เมือง พัท ยาเตรี ยม ไว้นั้ น อ ยู่บ ริ เวณ บ น ทาง เท้าริ ม ถน น ซึ่ ง ต้อ ง เดิ น อ อ ก ไป อี ก เป็ น ระ ยะ ท าง ห นึ่ ง ท าง เมือ ง พั ท ยาก็ไม่ได้นิ่ ง เฉ ย แ ล ะ ไ ด้ จั ด กิ จ ก ร ร ม เ ก็ บ ข ย ะ ช า ย ห า ด ส า ก ล ขึ้ น เป็ น ป ร ะ จ า ทุ ก ปี
  • 33.
    38 บ ริ เวณช าย ห าด พั ท ยาเนื่ อง ด้ว ยทุ ก เส าร์ ข อ ง ที่ 3 ข อ ง เดือ น กัน ย ายน ทุ ก ปี ถือว่าเป็ นวัน เก็บขยะชายหาดสากล ซึ่งกระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการประสานข้อมูลขยะทะเลกับองค์กร InternationalCoastalCleanup (ICC) ในปี 2554มีอาสาสมัครเข้าร่วมเก็บขยะใต้ทะเลและชายหาดจานวน 600คน แต่สาหรับครั้งนี้มีถึง 2,000 คน ซึ่งจะเก็บขยะตลอดชายฝั่งพัทยาระยะทาง 2.7 กิโลเมตร และดาน้าเก็บขยะที่เกาะล้าน22 ทั้ ง นี้ เ พื่ อ รั ก ษ า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง ช า ย ห า ด แ ล ะ ท้ อ ง ท ะ เ ล เนื องจากขยะถือเป็ นสิ่งคุกคามหลักต่อระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนสัตว์ห ลายชนิ ด โดยในแต่ละปี กิจกรรมเก็บขยะชายหาด และดาน้ าเก็บขยะจะมีปริมาณมากกว่า 20 ตัน ซึ่งจะมีขยะทั้งขวดเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ กระป๋ องเครื่องดื่มขวดน้าพลาสติก ถุงพลาสติกกล่องโฟม ก้นบุหรี่ และถุงขนม ซึ่งขยะเหล่านี้ส่งผลต่อระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก ภาพที่ 4บริเวณชายหาดเมืองพัทยา ที่มา : นางสาว นภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558 3.5.2 ปัญหาสภาพแวดล้อมชุมชนเมืองพัทยา 22 เข้าถึงได้จาก.http://pattayatrashecoproblem.blogspot.com/.(วันที่ค้นหาข้อมูล14 มกราคม 2558.)
  • 34.
    39 เมืองพัทยาได้เล็งเห็นถึงความสาคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและประ ช าช นจึง ได้จัดตั้ ง ศูน ย์อาน วยการแก้ไขปั ญ ห าร้อง ทุ ก ข์ (ศ อท .) เมือพั ทย า เพื่อหาทางดาเนิ น การแก้ไขปั ญห าความเดือดร้อนของประช าชน ใน ชุมช น ต่าง ๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยเฉพาะกิจ “ทัพยาเคลื่อนที่เร็ว”ในการปฎิบัติการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเป็นกรณีฉุกเฉิน Pattaya callCenter 1337 เพื่อตอบสน องต่อข้อร้องเรียน ได้อย่างรวดเร็วและ มีประ สิ ทธิ ภ าพ และยังมีหน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยาเป็นต้น ร่วมลงพื้นที่รับฟังปัญห าของชุมชน โซน 3ได้แก่ชุมชน ซอยกอไผ่ ชุมชนทัพพ ระยา ชุ ม ช น ว อ ล์ ค กิ้ ง ส ต รี ท ชุ ม ช น เ ก า ะ ล้ า น โดยดาเนินการแก้ไขปัญหาของแต่ละชุมชนภายใต้โครงการเพิ่มขยายบริการเพื่อให้เข้าถึงการแก้ไข ปัญห าของประช าชน อย่างเร่งด่วน ฉุกเฉิ น ตลอด 24 ชั่วโมง ชุมช น วอล์คกิ้งสตรีท มีปัญ หาเรื่องสิ่งปฎิกูล ขยะมูลฝอย โดยทาขยะ ตกค้างและการทิ้งขยะไม่เป็ น เวลา ซึ่ ง มีก าร ข อ ป รับ เวล าใ น ก ารจัด เก็บ โด ยใ ห้ เพิ่ ม ร อ บ ใ น ก ารเก็บ เพิ่ ม ขึ้ น น อ ก จ า ก นี้ ป ร ะ ช า ช น ไ ด้ ข อ ใ ห้ เ พิ่ ม แ ส ง ส ว่า ง ภ า ย ใ น ซ อ ย ก า ร จั ด ร ะ เ บี ย บ ก า ร จ อ ด ร ถ แ ล ะ ตี เ ส้ น ช่ อ ง จ อ ด ร ถ ใ ห้ ชั ด เ จ น ร ว ม ไ ป ถึ ง ก า ร จั ด ร ะ เ บี ย บ ป้ า ย โ ฆ ษ ณ า ร้ า น ค้ า ใ ห้ เ ป็ น ร ะ เ บี ย บ เนื่องจากชุมชนวอล์คกิ้งสตรีทเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้บริการนักท่องเที่ยวยามราตรีถึงเช้า ทาให้สภาพแวดล้อมจาเป็นต้องเจอกับปัญหาสภาพขยะที่เพิ่มมากขึ้น อาจเกิดจากธุรกิจร้านอาหาร ผั บ บ า ร์ ที่เป็นปัจจัยแรกของจานวนขยะที่เพิ่มขึ้นและปัญหานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไม่มี จิตสานึกในการทิ้งขยะให้เป็นที่ จึงเกิดปัญหาขยะที่มากขึ้นในแต่ละวัน23 3.6 ลักษณะทางเศรษฐกิจของชุมชนเมืองพัทยา 23 เข้าถึงได้จาก.http://pattayatrashecoproblem.blogspot.com/.(วันที่ค้นหาข้อมูล 14 มกราคม 2558.)
  • 35.
    40 เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่ ง ท่ อง เ ที่ ย ว ที่ ส า คั ญ ข อ ง ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็ นอย่างมาก โด ย ป ระ ช าก ร ใ น พื้ น ที่ เมือ ง พั ท ยาจ ะ ป ระ ก อ บ อ าชี พ ด้าน ธุ ร กิจก ารค้ า การบริการเป็นส่วนมากในรูปแบบที่แตกต่างออกไป การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สาคัญที่สุดของเมืองพัทยา ปั จจุบัน มีการจ้างแรงงาน ใน ภ าคอุตสาห กรรมการท่อง เที่ยวมากกว่าร้อยละ 90 ของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมโดยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โรงแรมบังกะโล ไนต์คลับ เป็นต้น มีโรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 3 เช่น โรงงาน ทาคอนกรีต อิฐบล็อก แผ่นพื้นคอนกรีต วงกบประตูหน้าต่าง โรงงานแป้งมันสาปะหลัง โรงงานอัดมันเส้น เป็นต้น การเกษตรกรรม พื้ น ที่ เก ษ ต รก ร ร มข อ ง เมือ ง พั ท ย าอ ยู่ใ น บ ริ เว ณ ต า บ ล ห้ ว ย ใ ห ญ่ และตาบลหนองปลาไหลโดยมีการปลูกมันสาปะหลัง สับปะรดและมะพ ร้าว เป็ นต้น ประช ากรประ กอบอาชีพ ด้าน นี้ ประมาณร้อยละ 3 เพ ราะปั จจุบัน ที่ดิน มีราคาสู ง ทาให้การลงทุนการเกษตรน้อย การพาณิชยกรรมและการบริการ
  • 36.
    41 มีการประกอบการด้านพาณิชยกรรมประมาณร้อยละ 4เช่นการทาธุรกิจการค้าปลีกธุรกิจ น าเ ข้ า ส่ ง อ อ ก แ ล ะ ก า ร บ ริ ก า ร แ ก่ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ประเภทขายหรือเช่าอุปกรณ์ในการอานวยความสะดวกและความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว เช่น การให้เช่ารถจักรยานยนต์ หรือเจ็ทสกี เรือนาเที่ยว เรือลากร่ม เรือลากกล้วย เป็นต้น ภาพที่ 5 ริมถนนเมืองพัทยา ที่มา : นางสาว นภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558 ภาพที่ 6 ร้านอาหารริมถนนเมืองพัทยา
  • 37.
    42 ที่มา : นางสาวนภาพรบุญประกอบ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2558 สรุป จากการสารวจปั จจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยน แปลงชุมชน เมืองพัทยามานั้ น ท า ใ ห้ ท ร า บ ว่าเ มือ ง พั ท ย า เจ ริ ญ เติ บ โ ต เป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ป จ าก เดิ ม ม า ก ทั้ ง นี้ เกิด จา ก ปั จ จัย ที่ ห ล าก ห ล า ยที่ น าค ว าม เป ลี่ ย น แ ป ล ง สู่ เมือ ง พั ท ย า การพัฒนาศักยภาพของสังคมที่ขยายเครือข่ายให้พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเจริญเติบโต การลงทุนทางเศรษฐกิจที่เป็นส่วนกระตุ้นในการมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่ างชาติและการร่วมลงทุนเพื่อผลกาไรทางพื้นที่ที่สามารถต่อยอดผลทางเศรษฐกิจของเมืองพัทยาได้ และวัฒนธรรมที่ยังคงดารงอยู่มายาวนานแม้จะมีการผสมกลมกลืนความหลากหลายวัฒนธรรมเข้าไ ปแต่ก็ยังมีหน่วยงานหลากหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมการจัดการสืบสานประเพณีดั้งเดิมและมี กลยุ ทธ์ ใ น ก ารเชิ ญ ช วน นั กท่อง เที่ ยวใ ห้ เข้ามาเที่ ยวใ น เมือง พัท ยาม ากขึ้ น โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเข้าไปให้เกิดความหลากหลายและพยายามเน้นนาเสนอวัฒ นธรรมไทยให้แก่ชาวต่างชาติเพราะเนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติที่ไม่เห มือ น กัน วัฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ที่ มี ห ล า ก ห ล า ย ภ า ษ า ห ล า ก ห ล าย ถิ่ น ฐ า น และรอยยิ้มของคนไทยเป็นจุดดึงดูดที่ทาให้ชาวต่างชาติอยากมาเที่ยวเมืองไทย ชุมชนเมืองพัทยาเป็นอีกหนึ่งชุนชนที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและช าวไทยที่ให้ความสนใจ ผู้ประกอบการหรือพนักงาน คนในชุมชนที่ทางานในผับ บาร์ คลับ ใ น ชุมช น เมือ ง พั ท ยา ก ารพัฒ น าชุมช น ใ ห้ เป็ น ที่ ยอ มรั บ แก่นั กท่อ ง เที่ ย ว จากแผนพัฒนาเมืองพัทยานั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งนโยบายในการทาให้เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สาคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยมียุทธศาสตร์ในการพัฒนา ระยะสั้น ระยะกลาง แ ล ะ ร ะ ย ะ ย า ว ที่ชัดเจนและทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐและกระทรวงเพื่อให้เป็นระบบในการนาไปปฏิบัติ ได้อย่างเป็นระบบรูปธรรมการรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
  • 38.
    43 ผู้ ที่ สัญ จ ร ไ ป ม า เ ป็ น ต้ น ทาให้ทราบถึงระบบการทางานของเมืองพัทยาที่พยายามเน้นการพัฒนาแต่ละแหล่งท่องเที่ยวให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่มาลงทุนได้อย่างมาก แผนยุทธศาสตร์เมืองพัทยาได้จัดทาเป็นอย่างระบบที่มีมาตราฐานสากลโดยพยายามแก้ปั ญ ห า ค ว า ม เ ดื อ ด ร้ อ น ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ชุ ม ช น ต่ า ง ๆ ชุ ม ช น เมื อ ง พั ท ย า ก็เ ป็ น อี ก ห นึ่ ง ชุ ม ช น ที่ เ กิด ปั ญ ห าส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม สาเหตุอาจเกิดจากตัวของคนในชุมชน รวมไปถึงผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ย่อ ม เ กิ ด ปั ญ ห า ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ที่ ก ล า ย เ ป็ น ชุ ม ช น แ อ อั ด ม า ก ขึ้ น ยิ่งในช่วงกลางคืนเป็นช่วงเวลาแห่งการทามาหากินของผู้คนที่เข้ามาทางานในชุมชนแสงสีในยาม ค่ า คื น ท า ใ ห้ เมื อ ง พั ท ย า แ ต ก ต่า ง จ า ก เ มื่ อ ต อ น เ ช้ า ม า ก เ รี ย ก ไ ด้ ว่า เ ป็ น ชุ ม ช น ที่ มี ทั ศ นี ย ภ า พ ที่ ส ม บู ร ณ์ ที่ สุ ด บริเวณรอบชุมชนมีสิ่งเอื้ออานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น โรงแรม ชายหาดพัทยา ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีชร้านอาห าร ผับ บาร์ คลับ และแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายมากมายในเมืองพัทยา การเข้ามาท่องเที่ยวหรือตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาตินั้นย่อมเป็นส่วนสาคัญที่มีผลต่อปัจจัยใ นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนเมืองพัทยา การที่ชาวต่างชาตินิ ยมมีภรรยาเป็ นคนไทย แ ล ะ ผู้ ห ญิ ง ส่ ว น ใ ห ญ่ ใ น พั ท ย า ที่ นิ ย ม มี ส า มี ต่ า ง ช า ติ นั้ น กลายเป็ น การแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมที่เกิดจากการท่องเที่ยวแล้วถูกใจกัน เป็ น ที่สาคัญ แ ล ะ ส ร้ า ง ฐ า น ค ร อ บ ค รั ว ที่ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ทาให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองพัทยา ด้ ว ย ก า ล เ ว ล า ที่ เ ป ลี่ ย น ไ ป นั้ น ชุมชนเมืองพัทยามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่จึงเป็นอีกเหตุผลสาคัญที่เมืองพัทย านี้จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีกาลังจ่ายในค่าเงินที่สูงขึ้นกลายเป็นอีกหนทางหนึ่งที่มีความ แตกต่างระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติที่แตกต่างกัน ในการเลือกสรรการท่องเที่ยว
  • 39.
    44 การเดินทางของเมืองพัทยาในปัจจุบันที่สะดวกสบายขึ้นก็เป็นปัจจัยสาคัญอีกอย่างหนึ่ง เรื่องระบบขนส่งมวลชน รถประจาทางโดยสารที่ใช้ในการเดิน ทางในชีวิตประจาวัน ระบ บ ส าธ าร ณู ป โ ภ ค ไฟ ฟ้ า ป ร ะ ป า ที่ ค รอ บ ค ลุ มไ ป จ น ถึ ง เก า ะ ต่าง ๆ ในเมืองพัทยาสิ่งเหล่าเป็นพื้นฐานที่สาคัญยิ่งต่อความทันสมัย เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุน การเข้ามาประกอบอาชีพ หรือการเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะนิยมเข้ามาแบบพัก Long stay จ า ก นั้ น จึ ง เ ริ่ ม มี ส่ ว น ร่ ว ม ล ง ทุ น ข อ ง ธุ ร กิ จ และได้เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของธุรกิจเองการจะทาให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบนั้น การเข้ามาของหลากหลายฝ่ายและมีแบบแผนที่จัดตั้งเพื่อเป็นแผนที่พัฒนาอย่างยั่งยืนและเหมาะสม กับเขตพื้นที่เมืองพัทยา ที่พยายามสร้างจุดแข็งให้เมืองพัทยาที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนจะต้องรู้จักที่มาที่เดียวมีทุกอย่างครบครัน และเป็นเมืองที่ทุกคนต้องกลับมาเที่ยวอีก
  • 40.
    45 บทที่4 ผลการสารวจและวิเคราะห์ข้อมูล การ ศึ กษ าวิจัย ก ารเป ลี่ย น แ ป ล ง ท าง เศ รษ ฐกิจ สั ง ค ม วัฒ น ธ รร ม ชุมชนเมืองพัทยาปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวในชุมชนเมืองพัทยาเ ป็ น อย่าง ดี ท าใ ห้ ท ร าบ ถึ ง พั ฒ น าก ารก ารเป ลี่ ยน แ ป ล ง จ ากอ ดี ต สู่ปั จจุบั น ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และมีอีกหน่วยงาน และสถาบันต่าง ๆ สนใจเข้ามาทาวิจัยชุมชนเมืองพัทยาขึ้นยิ่งเป็นการต่อยอดในการทราบและเข้าใจในจุดด้อยของเมือ ง พั ท ย า แ ล ะ ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า ยั ง ต้ อ ง ช่ ว ย กั น แ ก้ ไ ข ใ ห้ ดี ขึ้ น ผู้วิจัยได้ดาเนินการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลาดับขั้นตอนดังนี้ ใน การศึกษ าวิจัย ครั้ งนี้ ผู้วิจัยได้การดาเนิ น ติดตามข้อมูลโดยการสัง เก ต สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวและคนในชุมชนเมืองพัทยาถึงรองประธานชุมชนเมืองพัทยา ผู้วิจัยได้ดาเนินการศึกษาและสังเกตพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้ค น ใ น ชุ มช น เมื อ ง พั ท ย า ข ณ ะ ที่ ไ ด้ ล ง สั ม ภ าษ ณ์ ผู้ ค น ใ น ชุ ม ช น นั้ น บรรยากาศต อน เช้าจะ เป็ น บ รรยาก าศ ที่ มีนั ก ท่อง เที่ ยวเดิ น ผ่าน ไม่ขาดส าย แม่ค้าพ่อค้าก็เริ่มทยอยออกมาตั้งร้านขายของ ภายในชุมชนจะมีร้านอาหารผับ บาร์ เป็นส่วนมาก โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็ นคนไทยเป็นผู้ประกอบกิจการ และร้านอาหาร ผับ บาร์ สิ่งเหล่านี้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นดื่มกินเป็นส่วนมากถึงแม้รอบชุมชนจะมีทรัพยากรที่ น่าสนใจแต่ชุมชนเมืองพัทยาก็เป็ นถนนทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิเช่น ท่าเรือแหลมบาลีฮาย หาดพัทยาโรงแรมห้าดาว ห้างสรรพสินค้าและนอกรอบก็ยังมีร้านอาหารผับ บาร์ อีกมากมาย จากปัจจัยในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นชุมชนเมืองพัทยาเป็ นเพียงชุมชนเล็ก จนต่อมาพัฒนาเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวแล้วมีการพูดปากต่อปากถึงความสวยงาม ของเมืองพัทยา ทาให้พัทยากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการสั มภ าษณ์ ประช าช น ใน ชุมช น เมืองพัทยานั้ น ใน ช่วง ปี พ .ศ.2558 เ ป็ น ช่ ว ง ที่ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ งี ย บ เ ห ง า ม า ก ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว
  • 41.
    46 เพ ราะ จากการสัง เกตนั กท่อง เที่ ยวเริ่ม น้อ ยลง และ มีกาลัง ซื้อสิ น ค้าที่ น้ อยล ง ทาให้ปั จจุบัน เป็ น ช่วง ยุคซบเซา แต่ใน ช่วง 5-6 ปี ก่อน เป็ น ช่วงเศรษฐกิจเฟื่ อง ฟู มี นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ ค ว า ม ส น ใ จ แ ล ะ เข้ า ม า ล ง ทุ น อ ย่า ง ล้ น ห ล า ม ทาให้ผู้ประกอบการสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพัทยาได้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คิดค่าหัวที่แ พงมากขึ้นเป็นหลายเท่า ในอดีตจะมีทหารอเมริกันเข้ามาเมืองพัทยาโดยสารทางเรือเข้ามาเพื่อติดต่อราชการที่ฐานทัพเ รื อ สั ต หี บ แ ล ะ แ ว ะ พั ก ที่ เ มื อ ง พั ท ย า เ ป็ น ห มู่ ค ณ ะ ปั จ จุ บั น ก า ร เ ดิ น ท า ง ม า เ มื อ ง พั ท ย า ที่ ส ะ ด ว ก ส บ า ย ม า ก ขึ้ น จังหวัดชลบุรีเป็ นจังหวัดที่ติดอยู่กับกรุงเทพมหานครใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงพัทยา แ ล ะ ใ น ปั จ จุ บั น เ ป็ น ยุ ค แ ห่ ง เ ท ค โ น โ ล ยี โ ล ก ข อ ง สั ง ค ม ส า ร ส น เท ศ เ ป็ น ยุ ค ที่ ส า ม า ร ถ ติ ด ต่ อ สื่ อ ส า ร กั น ไ ด้ ยิ่งเป็นหนทางแก่ความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในชุมชนเมืองพัทยามากขึ้น อาทิเช่น การจองโรงแรม หรือหาร้านที่นิยมนั่งดื่มกิน เป็นต้น ความร่วมมือของคนในชุมชนก็เป็นสิ่งสาคัญที่จะพัฒนาหรือดูแลที่อยู่อาศัยของตนเองให้เป็น ที่ทากินที่ทามาหาเลี้ยงชีพได้ช่วยเหลือเกื้อกูลสอดส่องดูแลที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรม ซึ่ ง จ ะ เ กิ ด ขึ้ น บ่ อ ย ใ น ทุ ก ชุ ม ช น ในตอนกลางคืนชุมชนเมืองพัทยาจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและรับร้ อง ทุ ก ข์ป ระ ช าช น ที่ เดือ ดร้อ น ต ามบ ริ เวณ จุด ต่าง ๆ ตามส ถ าน ที่ ท่อ ง เที่ ย ว แต่ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยิ่งทาให้ปัญหาอาชญากรรมและการฉกชิงวิ่งราวของพวกกระเทย ห รื อเรี ยกว่า สาวป ระ เภ ทสอง ที่ห าช่อง ทาง ทากิน โดยขโมยของ นักท่องเที่ยว ยิ่งเวลามีเทศกาลงานคอนเสริต์หรือประเพณีของเมืองพัทยาที่จัดขึ้นนั้นจะเป็นช่วงที่เกิดอาชญากรร มได้ง่ายขึ้น ยิ่งผู้คน เบียดเสียดกันก็ง่ายต่อการโจรกรรมแก่ผู้ที่หากินในทางที่ไม่สุจริต แม้ว่าจะ จับได้ไป ดาเนิ น คดี ตามกฎห มายแต่ก็ยัง กลับ มาก่อ เห ตุซ้ าแล้วซ้ าอี ก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางชุมชนจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อป้ องกันภาพลักษณ์และชื่อเสียงของปร ะเทศชาติ
  • 42.
    47 ภาพที่ 4.1 รองประธานชุมชนเมืองพัทยา จากาการลงสัมภาษณ์ผู้เขียนได้คาแนะนาจากชาวบ้านในละแวกชุมชนที่ให้ข้อมูลและยังแ นะนาให้มาสอบถามรองประธานชุมชนเมืองพัทยาซึ่งท่านทาอาชีพธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับผ้า และชุดสูท จากการสัมภาษณ์ทาให้ทราบถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงชุมชุนที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ในเรื่องของด้านเศรษฐกิจที่ปัจจุบันเริ่มซบเซาและนักท่องเที่ยวเริ่มลดน้อยไปตามช่วงของฤดูกาล นั ก ท่อง เที่ ยว จะ เข้ามาท่อ ง เที่ ย วเยอ ะ ใ น ช่วง เท ศก าล เป็ น ส่ วน ใ ห ญ่เช่น งานเทศกาลดนตรีคอนเสริต์ใหญ่งานประเพณีสงกรานต์ งานประเพณีกองข้าว เป็นต้น เป็นช่วงที่ชุมชนจะมีรายได้มากขึ้น จุดเด่นที่สาคัญของชุมชนพัทยาก็จะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชุมชนมาตั้งแต่อดีต กลายเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวยามราตรี ก า ร ร่ว มมื อ ข อ ง ค น ใ น ชุ มช น จ ะ เป็ น เรื่ อ ง ข อ ง ข ย ะ แ ล ะ ค ว าม ส ะ อ า ด จากการที่สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ก็เคยมีนักศึกษาเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับปัญหามลพิษขยะของชุมชน แ ล ะ มี ห ล า ย ๆ อ ง ค์ ก ร ที่ เ ข้ า ม า ท า วิ จั ย ข อ ง ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า ทาให้เราทราบว่าชุมชนเมืองพัทยาก็เป็ นที่สนใจแก่นักวิจัยทั้งหลายที่เข้ามาศึกษาในทุก ๆ เรื่องของชุมชนออกมาเป็นงานวิจัย และทุกคนในชุมชนเมือพัทยาก็ร่วมมือในโครงการต่าง ๆ
  • 43.
    48 ของทั้งตัวชุมชนเองและเมืองพัทยา ทาให้คนในชุมชนอยู่อย่างสงบสุขและมีอาชีพค้าขาย เปิดห้องเช่า ร้านอาหารและรับจ้าง สามารถอยู่ได้ตามวิถีชีวิตของแต่ละคน บทที่5 สรุป ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ จากการศึกษาโครงการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า ทาให้ทราบถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในภาคตะวันออกและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเ ที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หลงใหลในบรรยากาศความงดงามของท้องทะเลเมืองพัทยาที่มีท รัพ ยากรธรรม ช าติที่ส มบู รณ์ ผู้ค น ห ลากห ล ายถิ่น ฐาน ทางภ าษ า วัฒ น ธรรม ที่ เป็ น เห มื อ น ศู น ย์ ร ว ม สี สั น ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง ช า ว ต่า ง ช า ติ ภ า พ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ชุ ม ช น เ มื อ ง พั ท ย า เ ริ่ ม โ ด ด เ ด่ น ขึ้ น เมื่อคนในชุมชนหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อบริการนักท่องเที่ยวและมีรายได้จากการประกอบ ธุ ร กิ จ ส่ ว น ตั ว ม า ก ก ว่ า ก า ร ท า ง า น อ ย่ า ง อื่ น กลายเป็ นสิ่งสาคัญที่หันมาใช้พื้ นที่ทากินของตนในการสร้างทาเลเป็น พื้นที่ท่องเที่ยว ยิ่งชุมชนไหนติดกับทะเลก็จะเป็นจุดสาคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมากเป็นพิเศษ ใ น แ ต่ ล ะ ปี ท า ง เ มื อ ง พั ท ย า จ ะ มี เ ท ศ ก า ล ส า คั ญ ต่ า ง ๆ ที่เป็ นเทศกาลที่พ ยายามดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวออกมาท่องเที่ยวเมืองพัทยามากขึ้น โดยแต่ละเทศกาลจะช่วยขยายเศรษฐกิจทางด้านการเงินในแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนเมืองพัทยา จากที่วันธรรมดามีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เมื่อถึงเทศกาลก็จะมีการเพิ่มอัตราการท่องเที่ยวมากขึ้น ทาให้ภาพลักษณ์ของชุมชนเมืองพัทยาเต็มไปด้วยแสงสีของเทศกาลและบรรดานักท่องเที่ยวที่เข้าม า ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใ ห้ ค ว า ม ส น ใ จ ก า ร ห ลั่ ง ไ ห ล ข อ ง นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว เป็นจุดสาคัญที่ทาให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและมีการกระจายรายได้สู่ประเทศไทยและแหล่งท่องเที่ยวต
  • 44.
    49 ามชุมชนต่าง ๆ ส่วนปัจจัยทางสังคมการอยู่รวมกันของสังคมปัจจุบันที่ห นาแน่น ขึ้น การประกอบอาชีพที่มากขึ้นของคนในชุมชนเป็นการร่วมกันพัฒนาชุมชนเมืองพัทยาให้มีนักท่องเที่ ย ว ม า ก ขึ้ น จึงขึ้นอยู่ที่การบริหารการวางแผนและพัฒนาของคนในชุมชนที่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับให้ดาเนินงานร่ ว ม กั น เพราะต้องเกิดจากการร่วมมือของคนในชุมชนที่เข้มแข็งก็จะสร้างแรงกระตุ้นความน่าสนใจการท่อ ง เ ที่ ย ว และพยายามพัฒนาชุมชนให้สะอาดและยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจที่แปรผันตา ม ฤ ดู ก า ล ข อ ง ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว และสามารถรับมือกับสภาพเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเปิดกว้างทางด้านภาษาที่ต้องเป็นหนทางในการ ดาเนินการทางเศรษฐกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เมืองพัทยามีเป้ าหมายจะพัฒนาให้เป็นเมืองที่สามารถมาท่องเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว เป็นเมืองน่าอยู่ของคนทั่วโลกและเป็นเมืองท่องเที่ยวสากลโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบและโครงสร้าง ต่าง ๆ ให้เป็ น “พัทยา เอ็กซ์โป”มีทั้งศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้าระดับนาน าชาติ นอกจากนี้ ยังจะ ปรับภูมิทัศน์ ถน น สุขุมวิทความยาว 14กิโลเมตรสุดเขตทะเลพัทยา โดยความร่วมมือระหว่างคณะที่ปรึกษาของเมืองพัทยาและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งยืนยันได้ว่าชุมชนเมือพัทยาจะเติบโตอย่างมีศักยภาพไปสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็วและยั่งยืนได้นั้น จาเป็ นต้องมีนักวิช าการมาช่วยเหลือ ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และ ความปลอดภัย ทั้งนี้ เมือง พัทยาโช คดีที่ไม่ถูกต่อต้าน การลง ทุน จากช าวบ้าน จึงมีจุดขายที่มีแหล่งบันเทิงในยามค่าคืนและถนนคนเดิน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 9 ห มื่น ล้าน บาท โดยได้รับ ความร่วมมือจากส มาคมโร ง แรมไทยภ าคตะ วัน ออก สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองพัทยาก็ได้ปลูกฝังชุมชนต่าง ๆ ในเมืองพัทยาทั้ง 40ชุมชน โดยการนานักวิชาการเข้าช่วยพัฒนาอาชีพบนพื้นฐานความต้องการของนักท่องเที่ยวในการจับจ่ายใ ช้สอย เช่น จัดห าของที่ระลึก คัดเลือกทาแบรน ด์พัทยา สิ น ค้าวัฒน ธรรมของตน
  • 45.
    50 เ พื่ อใ ห้ ชุ ม ช น มี ร า ย ไ ด้ ท า ใ ห้ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ดี สั ง ค ม ดี และมีอานาจในการซื้อสูง จึงนับเป็ นเรื่องที่น่ายิน ดีอย่างยิ่งที่มีนักวิจัยเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้เมืองพัทยามีเป้ าหมายและยุทธศาสตร์เพิ่มเติมที่จะพัฒนาเกาะล้านให้เป็นแหล่งดาน้าดูปะการัง จึงเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วยการเพิ่มระบบสาธารณูปโภคทั้งน้าประปาและไฟ ฟ้ า ต ล อ ด จ น ป รั บ ก า ร ข น ส่ ง เพื่ อ ร อ ง รั บ ป ร ะ ช า ค ม เศ ร ษ ฐ กิจ อ าเซี ย น โ ด ย เชื่ อ ม ต่อ เ ส้ น ท า ง ค ม น า ค ม ทั้ ง ด้ า น ใ น แ ล ะ ด้ า น น อ ก ร อ บ เ ก า ะ โดยวางแผนควบคู่กับนักวิชาการตลอดเวลาเพื่อให้การทางานเป็นไปตามแผนและเป้าหมาย สรุปได้ว่าชุมชนเมืองพัทยาเป็นชุมชนที่ได้รับการพัฒนาจากการบริหารเมืองพัทยาอย่างมีแบ บแ ผน ใ น การพัฒ น าใ ห้ ชุมช น ร่วมมือ ใ น การจัดส รรพื้ น ที่ แห ล่ง ท่อง เที่ ยว เพื่อสร้างรายได้และความเจริญแก่ท้องถิ่น และการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมให้เป็ นที่รู้จัก การเจริญเติบโตของชุมชนเมืองพัทยามีทั้งข้อดีและข้อเสียตามมาที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา เช่น การใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพและทาลายสิ่งแวดล้อม การจราจร อาชญูากรรม ซึ่งเป็ นผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยในชุมชุนและความประทับใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไขไม่หมดซึ่งเป็นสิ่งสาคัญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของชุมชนเมืองพัทยา
  • 46.