บทที่ 1 
บทนำ 
ควำมเป็นมำและควำมสำ คัญ 
ในปัจจุบันกำรค้ำขำยของบุคคลมีหลำกหลำยแต่ละอำชีพมี 
กำรแข่งขันกันและทำให้เกิดกำรเปรียบเทียบในกำรจัดกำรหรือกำ 
รบริหำรสินค้ำและบริกำร เช่นเดียวกันกับกำรทำธุรกิจค้ำปลีก 
ที่จำหน่ำยขนมปัง ขนมเค้ก 
และขนมอบด้วยเตำซึ่งเป็นอำหำรหลักประจำที่มีควำมนิยมแพร่หล 
ำยไปทั่วโลกและมีกำรพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง 
จนกลำยเป็นอำหำรประจำมื้อเช้ำ กลำงวัน 
และเย็นเป็นอำหำรต่ำงๆ และสำมำรถรับประทำนร่วมกับ กำแฟ 
ชำได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบัน ร้ำนเบอเกอรี่ 
มีปัญหำหลำยอย่ำงในกำรจัดกำรไม่ว่ำจะเป็นกำรบันทึกที่ใช้เล่มต่ 
อเล่มทำให้กำรใช้ทรัพยำกรมำกเกินไป และ 
เป็นปัญหำในกำรสืบค้นข้อมูล 
สินค้ำในสต็อกหมดในระยะเวลำที่ไม่ว่ำจะเป็นกำรซื้อขำย 
พนักงำน 
ซึ่งใช้เวลำมำกพอสมควรในกำรบริหำรจัดกำรซึ่งในปัจจุบันเป็นก 
ำรเสียเปรียบในด้ำนกำรแข่งขันและกำรผลิต 
และควำมนิยมในกำรบริโภคเบเกอรี่มีเพิ่มมำกขื้น 
ทั้งนี้เนื่องมำจำกกำรรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ำมำ ( ธงชัย
สันติวงษ์, 2535 ) เบเกอรี่หรือขนมฝรั่ง 
เริ่มมีในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนำรำยณ์มหำรำช 
นับตั้งแต่มีกำรนำเข้ำแป้งสำลีแต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมกันมำกนัก 
เพรำะขนมที่ทำกำรผลิตเป็นแบบเดิมๆ 
ส่วนผสมของของขนมก็ต้องนำเข้ำมำ รำคำจึงแพง ( เสริมพร 
สำรทพันธุ์, 2528 )อีกทั้งอุปกรณ์นำกรทำก็แพง 
และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เบเกอรี่เป็นที่นิยมอยู่ในวงแคบ 
( ธงชัย สันติวงษ์, 2528 ) 
ในปี2551นับเป็นปีแรกที่ธุรกิจจำหน่ำยผลิตภัณฑ์เบอเกอรี่ 
มีแนวโน้มชะลอตัวอย่ำงชัดเจน โดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 
จ ำ กัด ค ำ ด ว่ำ มูล ค่ำ ต ล ำด ผ ลิต ภัณ ฑ์ เบ เก อ รี่ ใ น ปี 2551 
นั้นเท่ำกับ7,000บำทหรือมีอัตรำกำรขยำยตัวเพยงร้อยละ 1-3 
เ ท่ ำ นั้ น 
จำกในช่วงหลำยปีที่ผ่ำนมำอัตรำกำรขยำยตัวของมูลค่ำตลำดผลิ 
ตภัณฑ์เบเกอรี่อยู่ในระดับเฉลี่ยร้อยละ 5-7 ต่อปี จำกปัจจัยหลำย

บทที่ 1 บทนำ หน้าแรก

  • 1.
    บทที่ 1 บทนำ ควำมเป็นมำและควำมสำ คัญ ในปัจจุบันกำรค้ำขำยของบุคคลมีหลำกหลำยแต่ละอำชีพมี กำรแข่งขันกันและทำให้เกิดกำรเปรียบเทียบในกำรจัดกำรหรือกำ รบริหำรสินค้ำและบริกำร เช่นเดียวกันกับกำรทำธุรกิจค้ำปลีก ที่จำหน่ำยขนมปัง ขนมเค้ก และขนมอบด้วยเตำซึ่งเป็นอำหำรหลักประจำที่มีควำมนิยมแพร่หล ำยไปทั่วโลกและมีกำรพัฒนำอย่ำงต่อเนื่อง จนกลำยเป็นอำหำรประจำมื้อเช้ำ กลำงวัน และเย็นเป็นอำหำรต่ำงๆ และสำมำรถรับประทำนร่วมกับ กำแฟ ชำได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบัน ร้ำนเบอเกอรี่ มีปัญหำหลำยอย่ำงในกำรจัดกำรไม่ว่ำจะเป็นกำรบันทึกที่ใช้เล่มต่ อเล่มทำให้กำรใช้ทรัพยำกรมำกเกินไป และ เป็นปัญหำในกำรสืบค้นข้อมูล สินค้ำในสต็อกหมดในระยะเวลำที่ไม่ว่ำจะเป็นกำรซื้อขำย พนักงำน ซึ่งใช้เวลำมำกพอสมควรในกำรบริหำรจัดกำรซึ่งในปัจจุบันเป็นก ำรเสียเปรียบในด้ำนกำรแข่งขันและกำรผลิต และควำมนิยมในกำรบริโภคเบเกอรี่มีเพิ่มมำกขื้น ทั้งนี้เนื่องมำจำกกำรรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ำมำ ( ธงชัย
  • 2.
    สันติวงษ์, 2535 )เบเกอรี่หรือขนมฝรั่ง เริ่มมีในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนำรำยณ์มหำรำช นับตั้งแต่มีกำรนำเข้ำแป้งสำลีแต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมกันมำกนัก เพรำะขนมที่ทำกำรผลิตเป็นแบบเดิมๆ ส่วนผสมของของขนมก็ต้องนำเข้ำมำ รำคำจึงแพง ( เสริมพร สำรทพันธุ์, 2528 )อีกทั้งอุปกรณ์นำกรทำก็แพง และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เบเกอรี่เป็นที่นิยมอยู่ในวงแคบ ( ธงชัย สันติวงษ์, 2528 ) ในปี2551นับเป็นปีแรกที่ธุรกิจจำหน่ำยผลิตภัณฑ์เบอเกอรี่ มีแนวโน้มชะลอตัวอย่ำงชัดเจน โดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จ ำ กัด ค ำ ด ว่ำ มูล ค่ำ ต ล ำด ผ ลิต ภัณ ฑ์ เบ เก อ รี่ ใ น ปี 2551 นั้นเท่ำกับ7,000บำทหรือมีอัตรำกำรขยำยตัวเพยงร้อยละ 1-3 เ ท่ ำ นั้ น จำกในช่วงหลำยปีที่ผ่ำนมำอัตรำกำรขยำยตัวของมูลค่ำตลำดผลิ ตภัณฑ์เบเกอรี่อยู่ในระดับเฉลี่ยร้อยละ 5-7 ต่อปี จำกปัจจัยหลำย