~ ก ~
คำนำ
เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลาย
ทางชีวภาพ จัดทาขึ้นตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551ในสาระที่1สิ่งมีชีวิต
กับกระบวนการดารงชีวิต มีทั้งหมด 7 ชุด ดังนี้
ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม
ชุดที่ 2 การแบ่งเซลล์
ชุดที่ 3 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ชุดที่ 4 ความผิดปกติทางพันธุกรรม
ชุดที่ 5 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
ชุดที่ 6 เทคโนโลยีชีวภาพ
ชุดที่ 7 ความหลากหลายทางชีวภาพ
เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้เป็นชุดที่ 1 เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม
ขอให้นักเรียนอ่านคาชี้แจงให้เข้าใจก่อน และปฏิบัติตามด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพื่อเป็นผลดี
ในการสร้างองค์ความรู้ที่ยั่งยืน
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ
เรียนรู้ และเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ต่างๆทางวิทยาศาสตร์
พรศิริ ทิพย์สันเทียะ
~ ข ~
คำแนะนำในกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน
สำหรับนักเรียน
เอกสารเล่มนี้ เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียน และเป็นเอกสารที่นักเรียนสามารถศึกษา
ได้ด้วยตนเอง ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา ทาตามคาชี้แจงแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ นักเรียนจะ
ได้รับความรู้อย่างครบถ้วน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่าเมื่อเรียนจบบทแล้ว นักเรียนสามารถเรียนรู้อะไร
ได้บ้าง
2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วตรวจคาตอบที่เฉลยไว้ท้ายแบบกิจกรรมของแต่ละเรื่อง เพื่อให้รู้
ว่านักเรียนมีความรู้พื้นฐานมากน้อยเพียงใด
3. ศึกษาเอกสารและปฏิบัติกิจกรรมตามที่กาหนดไว้เพื่อเป็นการทบทวนให้มีความรู้ความเข้าใจ
ในเนื้อหามากยิ่งขึ้น
4. ทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง
~ ค ~
สำระ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ และตัวชี้วัด
สำระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต
มำตรฐำน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผล
ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
สำระที่ 8 ธรรมชำติของวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
มำตรฐำน ว8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา
ความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอนสามารถ
อธิบายและตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด ว 1.2 ม. 4-6/1 อธิบายกระบวนการถ่ายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทาง
พันธุกรรม มิวเทชัน และการเกิดความหลากหลายทางชีวภาพ
~ ง ~
ขั้นตอนกำรดำเนินกิจกรรม
เรื่อง ลักษณะทำงพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม
ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement Phase) (เวลา 20 นาที)
1. ครูตั้งคาถามกระตุ้นความคิดแล้วให้นักเรียนตอบเพื่อนาเข้าสู่กิจกรรมที่ 1
- นักเรียนคิดว่านักเรียนมีความเหมือนหรือแตกต่างกับคนในครอบครัวบ้างหรือไม่ ?
- นักเรียนเหมือนใครในครอบครัวมากที่สุด ?
2. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโคโมโซม
ขั้นที่ 2 การสารวจและค้นคว้า (Exploration Phase) (เวลา 60 นาที)
1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและ
โครโมโซม
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอนในกิจกรรมที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรมที่
สังเกตเห็นได้
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอนในกิจกรรมที่ 2 การแปรผันทางพันธุกรรม
4. นักเรียนร่วมกันบันทึกผลและตอบคาถามท้ายกิจกรรมที่ 1 และกิจกรรมที่ 2
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase) (เวลา 60 นาที)
1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration Phase) (เวลา 20 นาที)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะ
ทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซมจากเอกสารประกอบการเรียน ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม
ยีน และโครโมโซม
ขั้นที่ 5 การประเมิน (Evaluation Phase) (เวลา 20 นาที)
1. นักเรียนทาใบงานที่ 1 เรื่อง ยีนและโครโมโซม
2. นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม
โดยให้นักเรียนแต่ละคนตรวจคาตอบด้วยตนเอง
~ จ ~
สำระสำคัญ
ลักษณะทางพันธุกรรม (genetic character) เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด
ที่ถ่ายทอดจากพ่อ – แม่ สู่ลูกและหลาน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุม
ด้วยหน่วยพันธุกรรมหรือยีน (gene) ที่อยู่บนโครโมโซมซึ่งอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ จานวน
โครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะมีจานวนคงที่และเท่ากันเสมอในแต่ละสิ่งมีชีวิต โดยในเซลล์สืบพันธุ์
จะมีจานวนโครโมโซมเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
หลังจากที่ศึกษาเนื้อหาและทากิจกรรมในเอกสารประกอบการเรียนนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ
ทาสิ่งต่อไปนี้
1. อธิบายและยกตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดไปยังรุ่นต่างๆในสิ่งมีชีวิต
2. อธิบายและยกตัวอย่างประเภทของการแปรผันทางพันธุกรรม
3. อธิบายรูปร่างและลักษณะของยีนและโครโมโซม
4. บอกความแตกต่างระหว่างจานวนโครโมโซมของเซลล์ร่างกายกับเซลล์สืบพันธุ์ของคน
~ 1 ~
ลักษณะทำงพันธุกรรม (Genetic Character)
ยีน จากเซลล์สืบพันธุ์ เป็นตัวกาหนดลักษณะต่างๆของเซลล์ที่เกิดใหม่ พันธุกรรมจึงเป็น
สาเหตุสาคัญของความแตกต่างระหว่างบุคคล
พันธุกรรม หมายถึง ปรากฏการณ์ที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอดลักษณะต่างๆ จากรุ่นหนึ่งๆไปสู่อีก
รุ่นหนึ่ง เช่น จากพ่อแม่ ไปสู่ลูก จากปู่ ย่า ตา ยาย ไปสู่หลาน
ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะต่ำงๆที่ได้รับกำรถ่ำยทอดจำกพันธุกรรม ได้แก่
1. ลักษณะทางกาย
- เพศ และลักษณะประจาเพศ
- สีผิว
- สีของนัยน์ตา
- สัดส่วนของร่างกาย เช่น อ้วน ผอม เตี้ย สูง จมูกแบน จมูกโด่ง เป็นต้น
- ระบบการทางานต่างๆของร่างกาย หรือความบกพร่องบางอย่าง เช่น โรคตาบอดสี
โรคธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น
2. ลักษณะทางจิต
- เชาวน์ หรือความฉลาด (Intelligence)
~ 2 ~
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในมนุษย์ เช่น สีผิว ความสูง ความฉลาด การห่อลิ้น
การมีติ่งหู และสัตว์ เช่น สีขน รูปร่าง ลักษณะโครงร่าง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในพืช
เช่น รูปร่างลักษณะของใบ ดอก จานวนกลีบดอก การเรียงตัวของใบ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่ง
ไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ ดังนั้นในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจึงมีความคล้ายคลึงกัน และถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตใน
ครอบครัวเดียวกันความคล้ายคลึงจะยิ่งมีมากยิ่งขึ้น ทาให้เกิดลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ขึ้น
แต่ลักษณะทางพันธุกรรมที่แสดงออกมานั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น อาหาร อุณหภูมิ แสง
สว่าง ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่ ฮอร์โมนและระบบประสาท
ภำพที่ 1 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของพืช (ดอกไม้)
ที่มา : /http://2.bp.blogspot.com
~ 3 ~
ภำพที่ 2 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมบำงอย่ำงของคน
ที่มา : https://pichayanakkaew.files.wordpress.com/2013/01/6.jpg
~ 4 ~
ภำพที่ 3 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของสัตว์ (ยีรำฟ)
ที่มา : http://www.th.wikipedia.org/wiki/ไฟล์:South_African_Giraffes,_fighting.jpg
ภำพที่ 4 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของแม่และลูก
ที่มำ: พรศิริ ทิพย์สันเทียะ
~ 5 ~
ตารางที่ 1 แสดงลักษณะทางพันธุกรรม (ลักษณะเด่นและลักษณะด้อย)
ที่มา : http://www.suthidajansong.files.wordpress.com/2013/01/9.jpg
~ 6 ~
กำรแปรผันทำงพันธุกรรม (Genetic Variation)
1. ความแปรผันทางพันธุกรรมแบบต่อเนื่อง (continuous variation)
ลักษณะความแปรผันแบบต่อเนื่อง คือ ลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถแยกความ
แตกต่างได้ชัดเจน เช่น ความสูง น้าหนัก สีผิว เป็นต้น เป็นลักษณะที่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม
และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เช่น ความสูงของคน ถ้าได้รับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีการออก
กาลังกายอย่างสม่าเสมอ จะทาให้ความสูงเพิ่มขึ้นได้แม้รุ่นพ่อแม่ไม่สูงก็ตาม
2. ความแปรผันทางพันธุกรรมแบบไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation)
ลักษณะความแปรผันแบบไม่ต่อเนื่อง คือ ลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถแยกความ
แตกต่างได้ชัดเจน เช่น การมีลักยิ้มและไม่มีลักยิ้ม การมี ติ่งหูและไม่มีติ่งหู การห่อลิ้นได้และห่อ
ลิ้นไม่ได้การมีหมู่เลือด A , B, O และ AB การมีหนังตาชั้นเดียวและหนังตาสองชั้น เป็นต้น เป็น
ลักษณะที่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว เท่านั้น
~ 7 ~
ยีนและโครโมโซม (Genes and Chromosome)
โครงสร้างที่พบอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์แต่ละเซลล์เรียกว่า โครโมโซม ในโครโมโซมมี
โมเลกุลของข้อมูลที่จาเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมเซลล์ โดยยีน
เป็นตัวกาหนดลักษณะของคนแต่ละคน เช่น สีผม สีตา ในระหว่างที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
เซลล์สืบพันธุ์เป็นตัวถ่ายยีนไปสู่รุ่นที่เกิดขึ้นใหม่
ภำพที่ 5 แสดงโครโมโซม
ที่มา : http://www.baanjomyut.com/library/heledity/01.jpg
~ 8 ~
ยีน (Gene)
ยีน คือ หน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซม (chromosome) ทาหน้าที่ควบคุมลักษณะต่างๆ
ของสิ่งมีชีวิต เช่น สีผิว ลักษณะเส้นผม ความสูง – ต่า ลักยิ้ม เป็นต้น แต่ละยีนจะควบคุม
ลักษณะต่างๆทางพันธุกรรมลักษณะเดียว ยีนที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างจะมี
2ชนิด คือ
ยีนเด่น คือ ยีนที่แสดงลักษณะนั้นออกมา แม้ว่าจะมียีนนั้นยีนเดียว
ยีนด้อย คือ ยีนที่จะแสดงลักษณะนั้นออกมาได้ก็ต่อเมื่อต้องมียีนนั้นทั้ง 2 ยีน
ภายในนิวเคลียสของเซลล์มีสารพันธุกรรม เรียกว่า ดีเอ็นเอ (DNA) มีโครงสร้างเป็น
สายยาวๆพันเป็นเกลียวคู่เวียนขวา แต่ละสายจะประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์จานวนมาก แต่ละ
นิวคลีโอไทด์ ประกอบด้วย น้าตาลเพนโทส ไนโตรจีนัสเบส หมู่ฟอสเฟต
ภำพที่ 6 แสดงตำแหน่งของยีนในสำยดีเอ็นเอ
ที่มา : http://www.bloggang.com/data/c/chamaipron/picture/1285512323.jpg
~ 9 ~
โครโมโซม (Chromosome)
เป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ โดยเซลล์ของสิ่งมีชีวิตประกอบด้วย นิวเคลียส
เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูนิวเคลียสของเซลล์ที่กาลังแบ่งตัวจะเห็น
โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ เล็กๆ ขดไปมา เรียกว่า โครมาติน เมื่อขดกันแน่นมากขึ้นและ
หดสั้นลง จะมีลักษณะเป็นแท่ง เรียกว่า โครโมโซมแต่ละโครโมโซมประกอบด้วยแขน 2 ข้าง
เรียกว่า โครมาติด (chromatid) ซึ่งแขนทั้ง 2 จะมีจุดเชื่อมกันเรียกว่า เซนโทรเมียร์ (centromere)
โครโมโซมแต่ละคู่มียีนควบคุม ลักษณะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยยีนที่มาจากพ่อ 1 หน่วย และมาจาก
แม่อีก 1 หน่วย
ภำพที่ 7 แสดงลักษณะของโครโมโซม
ที่มา : http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/dna/edit_image/chromosomeblue.jpg
~ 10 ~
จานวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะมีจานวนคงที่และเท่ากันเสมอในแต่ละสิ่งมีชีวิต โดย
จานวนโครโมโซมในเซลล์ร่างกายจะมีจานวนต่างกับจานวนโครโมโซมในเซลล์สืบพันธุ์
โครโมโซมในเซลล์ร่างกายจะมีลักษณะเหมือนกันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่เรียกว่า โฮโมโลกัสโครโมโซม
(Homologous Chromosome) จานวนโครโมโซมของเซลล์ร่างกาย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน 2 ชุด
เขียนแทนด้วย 2n ส่วนเซลล์สืบพันธุ์มีจานวนโครโมโซมเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย เขียน
แทนจานวนนี้ด้วย n ดังตาราง
ตารางที่ 2 แสดงจานวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิต
จานวนโครโมโซม (แท่ง)
สิ่งมีชีวิต
จานวนโครโมโซม (แท่ง)
เซลล์ร่างกาย
(2n)
เซลล์สืบพันธุ์
(n)
เซลล์ร่างกาย
(2n)
เซลล์สืบพันธุ์
(n)
แมลงหวี่ 8 4 สุกร 40 20
ข้าวโพด 20 10 กระต่าย 44 22
กล้วย 22 11 มนุษย์ 46 23
แตงโม 22 11 วัว 60 30
ข้าว 24 12 ม้า 66 33
กบ 26 13 สุนัข 78 39
แมว 38 19 ไก่ 78 39
~ 11 ~
การศึกษาจานวนและรูปร่างโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต เช่น คน ทาโดยนาเซลล์ร่างกาย
เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดมาศึกษา และนามาถ่ายภาพของโครโมโซม จากนั้นจึงนาภาพถ่าย
โครโมโซมมาจัดเรียงตามรูปร่าง ลักษณะ และขนาด โดยนาโครโมโซมที่มีรูปร่างลักษณะ
เหมือนกันและขนาดใกล้เคียงกันมาจัดไว้ในคู่เดียวกันเรียกว่า
โครโมโซมในร่างกายมนุษย์มี 46 แท่ง นามาจับคู่กันได้ 23 คู่ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. ออโตโซม (autosome) คือ โครโมโซมที่แสดงลักษณะต่างๆของร่างกาย มีทั้งหมด 22
คู่ หากมีคู่ใดขาดหรือเกิน จะเกิดความผิดปกติกับร่างากาย
2. โครโมโซมเพศ (sex chromosome) คือ โครโมโซมแสดงลักษณะเพศ โดยขึ้นอยู่กับ
โครโมโซมเพศทีมาจับคู่กัน โดยโครโมโซมที่มีแท่งขนาดใหญ่เรียกว่า โครโมโซม X
และโครโมโซมที่มีขนาดเล็กเรียกว่า โครโมโซม Y เมื่อมาจับคู่กัน คู่โครโมโซมเพศ
หญิงมีมีโครโมโซมเป็น XX และคู่โครโมโซมเพศชายจะมีโครโมโซมเป็น XY
ภำพที่ 8 แสดงโครโมโซมของเซลล์ร่ำงกำยในเพศชำย
ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
~ 12 ~
ภำพที่ 9 แสดงโครโมโซมของเซลล์ร่ำงกำยในเพศหญิง
ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
ในเพศชายมีโครโมโซมเพศหนึ่งแท่งขนาดใหญ่เรียกว่า โครโมโซม X และโครโมโซมเพศ
อีกแท่งหนึ่งมีขนาดเล็กเรียกว่า โครโมโซม Y สัญลักษณ์เพศชายคือ XY ส่วนโครโมโซมเพศของ
เพศหญิงเป็นโครโมโซม X เหมือนกันทั้งคู่ สัญลักษณ์เพศหญิงคือ XX
ภายในนิวเคลียสของแต่ละเซลล์ประกอบเป็นร่างกายของสิ่งมีชีวิต จะมีจานวนโครโมโซม
เท่ากันหมดทุกเซลล์ เช่น ทุกๆ เซลล์ของร่างกายคนมีโครโมโซมจานวน 46 แท่ง ส่วนในเซลล์
สืบพันธุ์จะมีโครโมโซมเพียงครึ่งเดียวของเซลล์ร่างกายดังแผนภาพ
~ 13 ~
ภำพที่ 10 แสดงเซลล์สืบพันธุ์เพศชำยและเพศหญิง
ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
เมื่อเซลล์อสุจิ (Sperm) ของพ่อและเซลล์ไข่ (Egg) ของแม่ ซึ่งมีโครโมโซมเซลล์ละ 23 แท่ง
มารวมกันเป็นเซลล์ใหม่ มีจานวนโครโมโซม 46 แท่ง ซึ่งเท่ากับเซลล์ร่างกายปกติดังรูป
ภำพที่ 11 แสดงจำนวนโครโมโซมภำยหลังกำรปฏิสนธิ
ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
~ 14 ~
คำศัพท์กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม
1. เซลล์สืบพันธุ์ (Gamete) หมายถึง อสุจิ (Sperm) เซลล์ไข่ (Egg Cell) และรวมถึง
โครงสร้างอื่นๆ ที่ทาหน้าที่เช่นเดียวกันซึ่งจะพบในพืช
2.ยีน(Gene)หมายถึง หน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่เป็นคู่
และจะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก โดยในทางพันธุศาสตร์ได้มีการกาหนดสัญลักษณ์แทนยีนไว้
หลายแบบ แต่ที่นิยมใช้คือ การใช้อักษรภาษาอังกฤษเป็นสัญลักษณ์แทนยีน เช่น อักษรภาษาอังกฤษ
ตัวพิมพ์ใหญ่แทน ยีนเด่น และตัวพิมพ์เล็กแทน ยีนด้อย
3. แอลลีล (Allele) หมายถึง ยีนต่างชนิดกันที่เข้าคู่กันได้โดยจะอยู่ในตาแหน่งเดียวกันของ
โครโมโซมที่เป็นคู่เหมือน (Homologous Chromosome) ซึ่งเป็นยีนที่ควบคุมลักษณะเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น ลักษณะต้นสูงของต้นถั่วถูกควบคุมโดยยีน 2 แอลลีล คือ ยีนที่ควบคุมลักษณะเด่น (T)
และยีนที่ควบคุมลักษณะด้อย (t) ดังนั้น ยีน T จึงเป็นแอลลีลกับยีน t
4. โฮโมไซกัสยีน (Homozygous Gene) หมายถึง คู่ของยีนที่เหมือนกันอยู่ด้วยกันเพื่อ
ควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิต เช่น TT, tt, IAIA เป็นต้น โฮโมไซกัสยีน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พันธุ์
แท้ โฮโมไซกัสยีน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
4.1 Homozygous Dominance หมายถึง คู่ของยีนเด่นที่เหมือนกันอยู่ด้วยกัน หรือ
เรียกว่าเป็นพันธุ์แท้ของลักษณะเด่น
4.2 Homozygous Recessive หมายถึง คู่ของยีนด้อยที่เหมือนกันอยู่ด้วยกัน หรือ
เรียกว่าเป็นพันธุ์แท้ของลักษณะด้อย
5. เฮเทอโรไซกัสยีน (Heterozygous Gene) หมายถึง คู่ของยีนที่ต่างกันอยู่ด้วยกันเพื่อควบคุม
ลักษณะของสิ่งมีชีวิต เช่น Tt, Rr, IAiIAIB เป็นต้น เฮเทอโรไซกัสยีน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พันธุ์ทาง
~ 15 ~
6. ลักษณะเด่น (Dominance หรือ Dominant Trait) หมายถึง ลักษณะที่มีโอกาสปรากฏออกมาใน
รุ่นลูกและรุ่นต่อ ๆ ไปได้เสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้านาสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตรงข้ามกัน และเป็นพันธุ์แท้
ทั้ง 2 ฝ่ายมาผสมพันธุ์กัน เป็นต้นว่า นาถั่วต้นสูงพันธุ์แท้ผสมพันธุ์กับถั่วต้นเตี้ยพันธุ์แท้ลูกที่เกิดขึ้น
จะมีลักษณะต้นสูงทั้งหมด (แต่เป็นพันธุ์ทาง)และถ้านารุ่นลูกมาผสมพันธุ์กันเองรุ่นหลานที่เกิดขึ้นก็
ยังมีต้นสูงปรากฏอยู่อีก กรณีดังกล่าวจะถือว่า ถั่วต้นสูงเป็นลักษณะเด่น
7. ลักษณะด้อย (Recessive Trait) หมายถึง ลักษณะที่ปรากฏออกมาเฉพาะบางรุ่น และมี
โอกาสปรากฏออกมาได้น้อยกว่า (ลักษณะเด่น)
8. ฟีโนไทป์ (Phenotype) หมายถึง ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏออกมาให้เห็นได้ด้วยตา
เช่น สีของดอกถั่ว สีผิวของคน จานวนชั้นของหนังตา ลักษณะของเส้นผม หมู่เลือด เป็นต้น
9. จีโนไทป์ (Genotype) หมายถึง รูปแบบของยีนที่ควบคุมฟีโนไทป์ ต่างๆ เช่น จีโนไทป์ที่
ควบคุมความยาวของลาต้นถั่วมีได้3 แบบ ได้แก่ TT, Tt และ tt
~ 16 ~
บรรณำนุกรม
เกริก ท่วมกลาง และจินตนา ท่วมกลาง. (2555). กำรพัฒนำสื่อนวัตกรรมทำงกำรศึกษำเพื่อเลื่อน
วิทยฐำนะ.กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์.
บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด. (2555). กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม. สืบค้น 18 มีนาคม 2557,
จาก บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด: http://www.maceducation.com/e-knowledge/
2432210100/01.htm
บ้านจอมยุทธ. (2557). พันธุกรรม พันธุศำสตร์. สืบค้น 18 มีนาคม 2557, จาก บ้านจอมยุทธ:
http://www.baanjomyut.com/library/heledity/
ปรีชา สุวรรณพินิจ, นงลักษณ์ สุวรรณพินิจ และปิยดา สุวรรณพินิจ. (2553). ประมวลคำศัพท์
ชีววิทยำ ระดับมัธยมศึกษำ. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพับลิชชิ่ง.
รัฐศาสตร์ เกตุผาสุข. (2556). คู่มือเตรียมสอบ PAT ชีววิทยำ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ลาวัลย์ บัวแก้ว. (2557). ชีววิทยำ (พื้นฐำน) ม.4-5-6. นนทบุรี : ธิงค์บียอนด์ บุ๊คส์.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน
ชีววิทยำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ สำหรับนักเรียนที่เน้นวิทยำศำสตร์. กรุงเทพฯ
: สกสค. ลาดพร้าว.
อุษณีย์ ยศยิ่งยวด. (2554). พจนำนุกรมชีววิทยำ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

  • 2.
    ~ ก ~ คำนำ เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลาย ทางชีวภาพ จัดทาขึ้นตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551ในสาระที่1สิ่งมีชีวิต กับกระบวนการดารงชีวิต มีทั้งหมด 7 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม ชุดที่ 2 การแบ่งเซลล์ ชุดที่ 3 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ชุดที่ 4 ความผิดปกติทางพันธุกรรม ชุดที่ 5 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ชุดที่ 6 เทคโนโลยีชีวภาพ ชุดที่ 7 ความหลากหลายทางชีวภาพ เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้เป็นชุดที่ 1 เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม ขอให้นักเรียนอ่านคาชี้แจงให้เข้าใจก่อน และปฏิบัติตามด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพื่อเป็นผลดี ในการสร้างองค์ความรู้ที่ยั่งยืน ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ เรียนรู้ และเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ต่างๆทางวิทยาศาสตร์ พรศิริ ทิพย์สันเทียะ
  • 3.
    ~ ข ~ คำแนะนำในกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน สำหรับนักเรียน เอกสารเล่มนี้เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการเรียน และเป็นเอกสารที่นักเรียนสามารถศึกษา ได้ด้วยตนเอง ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา ทาตามคาชี้แจงแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ นักเรียนจะ ได้รับความรู้อย่างครบถ้วน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่าเมื่อเรียนจบบทแล้ว นักเรียนสามารถเรียนรู้อะไร ได้บ้าง 2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วตรวจคาตอบที่เฉลยไว้ท้ายแบบกิจกรรมของแต่ละเรื่อง เพื่อให้รู้ ว่านักเรียนมีความรู้พื้นฐานมากน้อยเพียงใด 3. ศึกษาเอกสารและปฏิบัติกิจกรรมตามที่กาหนดไว้เพื่อเป็นการทบทวนให้มีความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหามากยิ่งขึ้น 4. ทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง
  • 4.
    ~ ค ~ สำระมำตรฐำนกำรเรียนรู้ และตัวชี้วัด สำระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต มำตรฐำน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผล ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สำระที่ 8 ธรรมชำติของวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มำตรฐำน ว8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา ความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอนสามารถ อธิบายและตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด ว 1.2 ม. 4-6/1 อธิบายกระบวนการถ่ายทอดสารพันธุกรรม การแปรผันทาง พันธุกรรม มิวเทชัน และการเกิดความหลากหลายทางชีวภาพ
  • 5.
    ~ ง ~ ขั้นตอนกำรดำเนินกิจกรรม เรื่องลักษณะทำงพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement Phase) (เวลา 20 นาที) 1. ครูตั้งคาถามกระตุ้นความคิดแล้วให้นักเรียนตอบเพื่อนาเข้าสู่กิจกรรมที่ 1 - นักเรียนคิดว่านักเรียนมีความเหมือนหรือแตกต่างกับคนในครอบครัวบ้างหรือไม่ ? - นักเรียนเหมือนใครในครอบครัวมากที่สุด ? 2. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโคโมโซม ขั้นที่ 2 การสารวจและค้นคว้า (Exploration Phase) (เวลา 60 นาที) 1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและ โครโมโซม 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอนในกิจกรรมที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรมที่ สังเกตเห็นได้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอนในกิจกรรมที่ 2 การแปรผันทางพันธุกรรม 4. นักเรียนร่วมกันบันทึกผลและตอบคาถามท้ายกิจกรรมที่ 1 และกิจกรรมที่ 2 ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase) (เวลา 60 นาที) 1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration Phase) (เวลา 20 นาที) 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะ ทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซมจากเอกสารประกอบการเรียน ชุดที่ 1 ลักษณะทางพันธุกรรม ยีน และโครโมโซม ขั้นที่ 5 การประเมิน (Evaluation Phase) (เวลา 20 นาที) 1. นักเรียนทาใบงานที่ 1 เรื่อง ยีนและโครโมโซม 2. นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรม ยีนและโครโมโซม โดยให้นักเรียนแต่ละคนตรวจคาตอบด้วยตนเอง
  • 6.
    ~ จ ~ สำระสำคัญ ลักษณะทางพันธุกรรม(genetic character) เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ที่ถ่ายทอดจากพ่อ – แม่ สู่ลูกและหลาน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุม ด้วยหน่วยพันธุกรรมหรือยีน (gene) ที่อยู่บนโครโมโซมซึ่งอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ จานวน โครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะมีจานวนคงที่และเท่ากันเสมอในแต่ละสิ่งมีชีวิต โดยในเซลล์สืบพันธุ์ จะมีจานวนโครโมโซมเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย จุดประสงค์กำรเรียนรู้ หลังจากที่ศึกษาเนื้อหาและทากิจกรรมในเอกสารประกอบการเรียนนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ ทาสิ่งต่อไปนี้ 1. อธิบายและยกตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดไปยังรุ่นต่างๆในสิ่งมีชีวิต 2. อธิบายและยกตัวอย่างประเภทของการแปรผันทางพันธุกรรม 3. อธิบายรูปร่างและลักษณะของยีนและโครโมโซม 4. บอกความแตกต่างระหว่างจานวนโครโมโซมของเซลล์ร่างกายกับเซลล์สืบพันธุ์ของคน
  • 7.
    ~ 1 ~ ลักษณะทำงพันธุกรรม(Genetic Character) ยีน จากเซลล์สืบพันธุ์ เป็นตัวกาหนดลักษณะต่างๆของเซลล์ที่เกิดใหม่ พันธุกรรมจึงเป็น สาเหตุสาคัญของความแตกต่างระหว่างบุคคล พันธุกรรม หมายถึง ปรากฏการณ์ที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอดลักษณะต่างๆ จากรุ่นหนึ่งๆไปสู่อีก รุ่นหนึ่ง เช่น จากพ่อแม่ ไปสู่ลูก จากปู่ ย่า ตา ยาย ไปสู่หลาน ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะต่ำงๆที่ได้รับกำรถ่ำยทอดจำกพันธุกรรม ได้แก่ 1. ลักษณะทางกาย - เพศ และลักษณะประจาเพศ - สีผิว - สีของนัยน์ตา - สัดส่วนของร่างกาย เช่น อ้วน ผอม เตี้ย สูง จมูกแบน จมูกโด่ง เป็นต้น - ระบบการทางานต่างๆของร่างกาย หรือความบกพร่องบางอย่าง เช่น โรคตาบอดสี โรคธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น 2. ลักษณะทางจิต - เชาวน์ หรือความฉลาด (Intelligence)
  • 8.
    ~ 2 ~ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในมนุษย์เช่น สีผิว ความสูง ความฉลาด การห่อลิ้น การมีติ่งหู และสัตว์ เช่น สีขน รูปร่าง ลักษณะโครงร่าง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในพืช เช่น รูปร่างลักษณะของใบ ดอก จานวนกลีบดอก การเรียงตัวของใบ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่ง ไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ ดังนั้นในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจึงมีความคล้ายคลึงกัน และถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตใน ครอบครัวเดียวกันความคล้ายคลึงจะยิ่งมีมากยิ่งขึ้น ทาให้เกิดลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ขึ้น แต่ลักษณะทางพันธุกรรมที่แสดงออกมานั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น อาหาร อุณหภูมิ แสง สว่าง ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่ ฮอร์โมนและระบบประสาท ภำพที่ 1 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของพืช (ดอกไม้) ที่มา : /http://2.bp.blogspot.com
  • 9.
    ~ 3 ~ ภำพที่2 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมบำงอย่ำงของคน ที่มา : https://pichayanakkaew.files.wordpress.com/2013/01/6.jpg
  • 10.
    ~ 4 ~ ภำพที่3 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของสัตว์ (ยีรำฟ) ที่มา : http://www.th.wikipedia.org/wiki/ไฟล์:South_African_Giraffes,_fighting.jpg ภำพที่ 4 แสดงลักษณะทำงพันธุกรรมของแม่และลูก ที่มำ: พรศิริ ทิพย์สันเทียะ
  • 11.
    ~ 5 ~ ตารางที่1 แสดงลักษณะทางพันธุกรรม (ลักษณะเด่นและลักษณะด้อย) ที่มา : http://www.suthidajansong.files.wordpress.com/2013/01/9.jpg
  • 12.
    ~ 6 ~ กำรแปรผันทำงพันธุกรรม(Genetic Variation) 1. ความแปรผันทางพันธุกรรมแบบต่อเนื่อง (continuous variation) ลักษณะความแปรผันแบบต่อเนื่อง คือ ลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถแยกความ แตกต่างได้ชัดเจน เช่น ความสูง น้าหนัก สีผิว เป็นต้น เป็นลักษณะที่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เช่น ความสูงของคน ถ้าได้รับอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีการออก กาลังกายอย่างสม่าเสมอ จะทาให้ความสูงเพิ่มขึ้นได้แม้รุ่นพ่อแม่ไม่สูงก็ตาม 2. ความแปรผันทางพันธุกรรมแบบไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation) ลักษณะความแปรผันแบบไม่ต่อเนื่อง คือ ลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถแยกความ แตกต่างได้ชัดเจน เช่น การมีลักยิ้มและไม่มีลักยิ้ม การมี ติ่งหูและไม่มีติ่งหู การห่อลิ้นได้และห่อ ลิ้นไม่ได้การมีหมู่เลือด A , B, O และ AB การมีหนังตาชั้นเดียวและหนังตาสองชั้น เป็นต้น เป็น ลักษณะที่ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว เท่านั้น
  • 13.
    ~ 7 ~ ยีนและโครโมโซม(Genes and Chromosome) โครงสร้างที่พบอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์แต่ละเซลล์เรียกว่า โครโมโซม ในโครโมโซมมี โมเลกุลของข้อมูลที่จาเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมเซลล์ โดยยีน เป็นตัวกาหนดลักษณะของคนแต่ละคน เช่น สีผม สีตา ในระหว่างที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เซลล์สืบพันธุ์เป็นตัวถ่ายยีนไปสู่รุ่นที่เกิดขึ้นใหม่ ภำพที่ 5 แสดงโครโมโซม ที่มา : http://www.baanjomyut.com/library/heledity/01.jpg
  • 14.
    ~ 8 ~ ยีน(Gene) ยีน คือ หน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซม (chromosome) ทาหน้าที่ควบคุมลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น สีผิว ลักษณะเส้นผม ความสูง – ต่า ลักยิ้ม เป็นต้น แต่ละยีนจะควบคุม ลักษณะต่างๆทางพันธุกรรมลักษณะเดียว ยีนที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างจะมี 2ชนิด คือ ยีนเด่น คือ ยีนที่แสดงลักษณะนั้นออกมา แม้ว่าจะมียีนนั้นยีนเดียว ยีนด้อย คือ ยีนที่จะแสดงลักษณะนั้นออกมาได้ก็ต่อเมื่อต้องมียีนนั้นทั้ง 2 ยีน ภายในนิวเคลียสของเซลล์มีสารพันธุกรรม เรียกว่า ดีเอ็นเอ (DNA) มีโครงสร้างเป็น สายยาวๆพันเป็นเกลียวคู่เวียนขวา แต่ละสายจะประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์จานวนมาก แต่ละ นิวคลีโอไทด์ ประกอบด้วย น้าตาลเพนโทส ไนโตรจีนัสเบส หมู่ฟอสเฟต ภำพที่ 6 แสดงตำแหน่งของยีนในสำยดีเอ็นเอ ที่มา : http://www.bloggang.com/data/c/chamaipron/picture/1285512323.jpg
  • 15.
    ~ 9 ~ โครโมโซม(Chromosome) เป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ โดยเซลล์ของสิ่งมีชีวิตประกอบด้วย นิวเคลียส เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูนิวเคลียสของเซลล์ที่กาลังแบ่งตัวจะเห็น โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ เล็กๆ ขดไปมา เรียกว่า โครมาติน เมื่อขดกันแน่นมากขึ้นและ หดสั้นลง จะมีลักษณะเป็นแท่ง เรียกว่า โครโมโซมแต่ละโครโมโซมประกอบด้วยแขน 2 ข้าง เรียกว่า โครมาติด (chromatid) ซึ่งแขนทั้ง 2 จะมีจุดเชื่อมกันเรียกว่า เซนโทรเมียร์ (centromere) โครโมโซมแต่ละคู่มียีนควบคุม ลักษณะต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยยีนที่มาจากพ่อ 1 หน่วย และมาจาก แม่อีก 1 หน่วย ภำพที่ 7 แสดงลักษณะของโครโมโซม ที่มา : http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/dna/edit_image/chromosomeblue.jpg
  • 16.
    ~ 10 ~ จานวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะมีจานวนคงที่และเท่ากันเสมอในแต่ละสิ่งมีชีวิตโดย จานวนโครโมโซมในเซลล์ร่างกายจะมีจานวนต่างกับจานวนโครโมโซมในเซลล์สืบพันธุ์ โครโมโซมในเซลล์ร่างกายจะมีลักษณะเหมือนกันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่เรียกว่า โฮโมโลกัสโครโมโซม (Homologous Chromosome) จานวนโครโมโซมของเซลล์ร่างกาย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน 2 ชุด เขียนแทนด้วย 2n ส่วนเซลล์สืบพันธุ์มีจานวนโครโมโซมเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย เขียน แทนจานวนนี้ด้วย n ดังตาราง ตารางที่ 2 แสดงจานวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิต จานวนโครโมโซม (แท่ง) สิ่งมีชีวิต จานวนโครโมโซม (แท่ง) เซลล์ร่างกาย (2n) เซลล์สืบพันธุ์ (n) เซลล์ร่างกาย (2n) เซลล์สืบพันธุ์ (n) แมลงหวี่ 8 4 สุกร 40 20 ข้าวโพด 20 10 กระต่าย 44 22 กล้วย 22 11 มนุษย์ 46 23 แตงโม 22 11 วัว 60 30 ข้าว 24 12 ม้า 66 33 กบ 26 13 สุนัข 78 39 แมว 38 19 ไก่ 78 39
  • 17.
    ~ 11 ~ การศึกษาจานวนและรูปร่างโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตเช่น คน ทาโดยนาเซลล์ร่างกาย เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดมาศึกษา และนามาถ่ายภาพของโครโมโซม จากนั้นจึงนาภาพถ่าย โครโมโซมมาจัดเรียงตามรูปร่าง ลักษณะ และขนาด โดยนาโครโมโซมที่มีรูปร่างลักษณะ เหมือนกันและขนาดใกล้เคียงกันมาจัดไว้ในคู่เดียวกันเรียกว่า โครโมโซมในร่างกายมนุษย์มี 46 แท่ง นามาจับคู่กันได้ 23 คู่ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. ออโตโซม (autosome) คือ โครโมโซมที่แสดงลักษณะต่างๆของร่างกาย มีทั้งหมด 22 คู่ หากมีคู่ใดขาดหรือเกิน จะเกิดความผิดปกติกับร่างากาย 2. โครโมโซมเพศ (sex chromosome) คือ โครโมโซมแสดงลักษณะเพศ โดยขึ้นอยู่กับ โครโมโซมเพศทีมาจับคู่กัน โดยโครโมโซมที่มีแท่งขนาดใหญ่เรียกว่า โครโมโซม X และโครโมโซมที่มีขนาดเล็กเรียกว่า โครโมโซม Y เมื่อมาจับคู่กัน คู่โครโมโซมเพศ หญิงมีมีโครโมโซมเป็น XX และคู่โครโมโซมเพศชายจะมีโครโมโซมเป็น XY ภำพที่ 8 แสดงโครโมโซมของเซลล์ร่ำงกำยในเพศชำย ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
  • 18.
    ~ 12 ~ ภำพที่9 แสดงโครโมโซมของเซลล์ร่ำงกำยในเพศหญิง ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555 ในเพศชายมีโครโมโซมเพศหนึ่งแท่งขนาดใหญ่เรียกว่า โครโมโซม X และโครโมโซมเพศ อีกแท่งหนึ่งมีขนาดเล็กเรียกว่า โครโมโซม Y สัญลักษณ์เพศชายคือ XY ส่วนโครโมโซมเพศของ เพศหญิงเป็นโครโมโซม X เหมือนกันทั้งคู่ สัญลักษณ์เพศหญิงคือ XX ภายในนิวเคลียสของแต่ละเซลล์ประกอบเป็นร่างกายของสิ่งมีชีวิต จะมีจานวนโครโมโซม เท่ากันหมดทุกเซลล์ เช่น ทุกๆ เซลล์ของร่างกายคนมีโครโมโซมจานวน 46 แท่ง ส่วนในเซลล์ สืบพันธุ์จะมีโครโมโซมเพียงครึ่งเดียวของเซลล์ร่างกายดังแผนภาพ
  • 19.
    ~ 13 ~ ภำพที่10 แสดงเซลล์สืบพันธุ์เพศชำยและเพศหญิง ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555 เมื่อเซลล์อสุจิ (Sperm) ของพ่อและเซลล์ไข่ (Egg) ของแม่ ซึ่งมีโครโมโซมเซลล์ละ 23 แท่ง มารวมกันเป็นเซลล์ใหม่ มีจานวนโครโมโซม 46 แท่ง ซึ่งเท่ากับเซลล์ร่างกายปกติดังรูป ภำพที่ 11 แสดงจำนวนโครโมโซมภำยหลังกำรปฏิสนธิ ที่มา : บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด, 2555
  • 20.
    ~ 14 ~ คำศัพท์กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม 1.เซลล์สืบพันธุ์ (Gamete) หมายถึง อสุจิ (Sperm) เซลล์ไข่ (Egg Cell) และรวมถึง โครงสร้างอื่นๆ ที่ทาหน้าที่เช่นเดียวกันซึ่งจะพบในพืช 2.ยีน(Gene)หมายถึง หน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่เป็นคู่ และจะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก โดยในทางพันธุศาสตร์ได้มีการกาหนดสัญลักษณ์แทนยีนไว้ หลายแบบ แต่ที่นิยมใช้คือ การใช้อักษรภาษาอังกฤษเป็นสัญลักษณ์แทนยีน เช่น อักษรภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่แทน ยีนเด่น และตัวพิมพ์เล็กแทน ยีนด้อย 3. แอลลีล (Allele) หมายถึง ยีนต่างชนิดกันที่เข้าคู่กันได้โดยจะอยู่ในตาแหน่งเดียวกันของ โครโมโซมที่เป็นคู่เหมือน (Homologous Chromosome) ซึ่งเป็นยีนที่ควบคุมลักษณะเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ลักษณะต้นสูงของต้นถั่วถูกควบคุมโดยยีน 2 แอลลีล คือ ยีนที่ควบคุมลักษณะเด่น (T) และยีนที่ควบคุมลักษณะด้อย (t) ดังนั้น ยีน T จึงเป็นแอลลีลกับยีน t 4. โฮโมไซกัสยีน (Homozygous Gene) หมายถึง คู่ของยีนที่เหมือนกันอยู่ด้วยกันเพื่อ ควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิต เช่น TT, tt, IAIA เป็นต้น โฮโมไซกัสยีน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พันธุ์ แท้ โฮโมไซกัสยีน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ 4.1 Homozygous Dominance หมายถึง คู่ของยีนเด่นที่เหมือนกันอยู่ด้วยกัน หรือ เรียกว่าเป็นพันธุ์แท้ของลักษณะเด่น 4.2 Homozygous Recessive หมายถึง คู่ของยีนด้อยที่เหมือนกันอยู่ด้วยกัน หรือ เรียกว่าเป็นพันธุ์แท้ของลักษณะด้อย 5. เฮเทอโรไซกัสยีน (Heterozygous Gene) หมายถึง คู่ของยีนที่ต่างกันอยู่ด้วยกันเพื่อควบคุม ลักษณะของสิ่งมีชีวิต เช่น Tt, Rr, IAiIAIB เป็นต้น เฮเทอโรไซกัสยีน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พันธุ์ทาง
  • 21.
    ~ 15 ~ 6.ลักษณะเด่น (Dominance หรือ Dominant Trait) หมายถึง ลักษณะที่มีโอกาสปรากฏออกมาใน รุ่นลูกและรุ่นต่อ ๆ ไปได้เสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้านาสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตรงข้ามกัน และเป็นพันธุ์แท้ ทั้ง 2 ฝ่ายมาผสมพันธุ์กัน เป็นต้นว่า นาถั่วต้นสูงพันธุ์แท้ผสมพันธุ์กับถั่วต้นเตี้ยพันธุ์แท้ลูกที่เกิดขึ้น จะมีลักษณะต้นสูงทั้งหมด (แต่เป็นพันธุ์ทาง)และถ้านารุ่นลูกมาผสมพันธุ์กันเองรุ่นหลานที่เกิดขึ้นก็ ยังมีต้นสูงปรากฏอยู่อีก กรณีดังกล่าวจะถือว่า ถั่วต้นสูงเป็นลักษณะเด่น 7. ลักษณะด้อย (Recessive Trait) หมายถึง ลักษณะที่ปรากฏออกมาเฉพาะบางรุ่น และมี โอกาสปรากฏออกมาได้น้อยกว่า (ลักษณะเด่น) 8. ฟีโนไทป์ (Phenotype) หมายถึง ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏออกมาให้เห็นได้ด้วยตา เช่น สีของดอกถั่ว สีผิวของคน จานวนชั้นของหนังตา ลักษณะของเส้นผม หมู่เลือด เป็นต้น 9. จีโนไทป์ (Genotype) หมายถึง รูปแบบของยีนที่ควบคุมฟีโนไทป์ ต่างๆ เช่น จีโนไทป์ที่ ควบคุมความยาวของลาต้นถั่วมีได้3 แบบ ได้แก่ TT, Tt และ tt
  • 22.
    ~ 16 ~ บรรณำนุกรม เกริกท่วมกลาง และจินตนา ท่วมกลาง. (2555). กำรพัฒนำสื่อนวัตกรรมทำงกำรศึกษำเพื่อเลื่อน วิทยฐำนะ.กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์. บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด. (2555). กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม. สืบค้น 18 มีนาคม 2557, จาก บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จากัด: http://www.maceducation.com/e-knowledge/ 2432210100/01.htm บ้านจอมยุทธ. (2557). พันธุกรรม พันธุศำสตร์. สืบค้น 18 มีนาคม 2557, จาก บ้านจอมยุทธ: http://www.baanjomyut.com/library/heledity/ ปรีชา สุวรรณพินิจ, นงลักษณ์ สุวรรณพินิจ และปิยดา สุวรรณพินิจ. (2553). ประมวลคำศัพท์ ชีววิทยำ ระดับมัธยมศึกษำ. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพับลิชชิ่ง. รัฐศาสตร์ เกตุผาสุข. (2556). คู่มือเตรียมสอบ PAT ชีววิทยำ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ลาวัลย์ บัวแก้ว. (2557). ชีววิทยำ (พื้นฐำน) ม.4-5-6. นนทบุรี : ธิงค์บียอนด์ บุ๊คส์. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน ชีววิทยำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ สำหรับนักเรียนที่เน้นวิทยำศำสตร์. กรุงเทพฯ : สกสค. ลาดพร้าว. อุษณีย์ ยศยิ่งยวด. (2554). พจนำนุกรมชีววิทยำ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.