ความรู้เ บื้อ งต้น เกี่ย วกับ สถิต ิ
และการวิจ ย
ั

Introduction to

Statistic and Research
1
Research :
เขีย นรายงานการวิจ ัย

นัก วิจ ัย
ความรู้ + ความเข้า ใจ

วิเ คราะห์ผ ลการวิจ ัย

สร้า งเครื่อ งมือ วิจ ัย

2
Definition :
สถิต ิ (Statistic) มีค วามหมาย 2 ประการ :
1. ข้อมูลในเชิงตัวเลขหรือจำานวนต่าง ๆ ทีได้จาก
่
ข้อมูล หรือสารสนเทศ เช่น สถิติผู้ใช้มอถือ สถิติ
ื
การส่งออกไมโครชิฟ สถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
2. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการรวบรวม
จัดกลุ่ม ดำาเนินการ จัดการวิเคราะห์ แปลผล สรุป
ผล และนำาเสนอเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงตัวเลขหรือ
Statistics
Number
จำานวนต่าง ๆ
3
Definition :
วิจ ย (Research) มีค วามหมาย ดัง นี้ :
ั
ราชบัณ ฑิต ยสถาน : การสะสม การรวบรวม
และการค้นคว้า เพือหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลัก
่
วิชา
นพ . จรัส : การวิจัยเป็นกระบวนการที่ใช้เหตุผล
หาข้อเท็จจริงหรือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ แล้วใช้
ข้อเท็จจริงหรือกฎเกณฑ์เหล่านันมาใช้แก้ปัญหา
้
รวมทังวิเคราะห์และประเมินผลทีเกิดขึ้นว่าแก้
้
่
ปัญหาถูกต้องเพียงใด
ดร . ปาริช าต : Re = อีกครั้ง Search = การ

4
Definition :
ดร .บุญ ชม : กระบวนการในการค้นหาคำาตอบทีเชื่อ
่
ถือได้ โดยมีลักษณะ ดังนี้ 1) เป็นกระบวนการทีมี
่
ระบบแบบแผน 2) มีจุดมุงหมายทีแน่นอน 3) ดำาเนิน
่
่
การค้นคว้าอย่างรอบคอบ 4) มีหลักเหตุผล และ 5)
มีการบันทึกรายงาน

Southern Illinois University : การ

รวบรวม การศึกษา อย่างเป็นระบบและการวินจฉัย
ิ
เพือเพิ่มเติมความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิงต่าง ๆ
่
่

National Science Foundation : การ

ศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อเข้าสู่ความรู้ทสมบูรณ์ขึ้น
ี่
ทางวิทยาศาสตร์หรือเพือเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสิง
่
่

5
Definition :
วิจ ัย (Research) มีค วามหมาย ดัง นี้ :
Pan Pacific Science Congress : สรุป
ไว้ในปี 1961 เกี่ยวกับ Research ในความ
หมายของของตัวอักษรและนักวิจยไว้ว่า
ั
R = Recruitment and Relationship
E = Education and Efficiency
S = Science and
Stimulation
E=
Evaluation and Environment
A = Aim and Attitude
R = Result
C = Curiosity
H = Horizon

RESEARCH

6
Research Characteristics :
คุณ ลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ย :
ั
1. การวิจัยมักเริ่มต้นด้วย
ปัญหา ในรูปของคำาถาม เช่น

ทำาไมทำเพราะเหตุใดOS เป็น Hardwareซึ่งต้อง
• าไมไม่พัฒนา อะไรเป็นสาเหตุ แทนที่
เป็น
Software เช่นในปัจจุบัน

?

• การเขียน DFD กับ Flow Chart ให้ผลแตก
ต่างกันอย่างไร ในการพัฒนา DBMS

ปัญหาที่ดี
ชัดเจน ไม่คลุมเครือ และ Testable
7
Research Characteristics :
คุณ ลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ัย :
2.
การวิจัยต้องการวางแผนที่ดี เพือเป็นการชี้
่
ทาง มีขั้นตอน
วิธีการดำาเนินการวิจัยที่
แน่นอน มีกฎระเบียบและเงื่อนไข

ชัดเจน และมีรายงานการค้นพบอย่างเปิดเผย
8
Research Characteristics :
คุณ ลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ัย :
5. การวิจัยเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงและความ
หมาย โดยต้องเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการศึกษา
รวบรวม วิเคราะห์ หรือสังเกตข้อมูลทังทีเป็นและ
้ ่
ไม่เป็นสารสนเทศ และจะต้องมีการตีความหมาย
และวิเคราะห์

ข้อมูลดังกล่าว

ความสัมพันธ์ของ

6. การวิจัยเป็นเรื่องของ Public มากกว่าเรื่อง

9
Research Characteristics :
ลัก ษณะทีไ ม่เ ป็น การวิจ ัย :
่
1. การแสวงหาข้อเท็จริง (Fact
Finding) โดยการรวบรวมและนำาเสนอข้อมูล โดย
ไม่มการแปลความหมายของข้อมูลดังกล่าว
ี
• การสำารวจข้อมูลของผู้ใช้
อินเทอร์เน็ต หลังเทียงคืน
่
จำานวน 500,000 คน
• ข้อมูลของสมรรถนะของ CPU ของ
Intel ทีเข้ามาจำาหน่าย
่
ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2525
เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

?
10
Research Characteristics :
ลัก ษณะทีไ ม่เ ป็น การวิจ ัย :
่

2.
การเคลื่อนย้ายข้อเท็จจริง (Transportation of
Fact)

เป็นการเคลื่อนย้ายหรือ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลจากบันทึก
• ข้อมูลจากสมรรถนะของไมโครโพรเซสเซอร์ที่
ปรากฏ
ในคู่มอ แล้วนำา
ื
รายงานผล นแปลงจากเอกสารไปเป็นข้อมูล
• การเปลี่ย
มา
ทางอิเล็ก มการวิ คราะห์หรือตีความ โดย
รายงาน โดยไม่ทรอนิกเส์
ี
ไม่มการดำา3. นการแปรสภาพของข้อมูลต่าง
ี
เนิ การใด ๆ
11
Research Objectives :
จุด มุง หมายทัว ไปของการวิจ ัย :
่
่

1.
Prediction : ใช้ในการทำานายผลทีได้จากการวิจัย
่

สามารถนำาไปใช้ในการทำานายแนวโน้มในอนาคตได้
2. Explanation : ใช้ใน
การอธิบายผลทีได้จากการวิจัย
่

สามารถนำาไปใช้อธิบายปัญหา
12
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป
จำาแนกเป็น 7 ประเภท :
1. จำาแนกตามลักษณะของ
ข้อมูล :
1.1
การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Res.)
มุงเน้นการกระทำาข้อมูลเกี่ยวกับ
่
ตัวเลข แปลผล สรุปออกมาในเชิงตัวเลขและ
สารสนเทศ เช่น ผลการจดทะเบียน Mobile
Phone
1.2 การวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Res.)
มุงเน้นการกระทำา
่
เกี่ยวกับคุณภาพ ดี – ไม่ดีหรือผ่าน - ไม่ผ่าน ตาม

13
Research Types
:
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป (ต่อ )
2. จำาแนกตาม
เป้าหมายของการวิจัย :
2.1 การวิจัยพืนฐาน
้
(Basic Research)
เป็นการวิจัยที่ค้นหาความสัมพันธ์ของตัวแปร เพื่อ
พิสูจน์ ตรวจสอบ สร้างทฤษฏีใหม่ หรือขยาย
กรอบแนวความคิดเดิม เช่น การบีบอัดภาพ
เคลื่อนไหวโดยใช้เทคนิคใหม่
2.2 การวิจัยประยุกต์
(Applied Research)
เป็นการประยุกต์แก้ปัญหาโดยใช้ทฤษฎีทมอยูแล้ว
ี่ ี ่
14
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป ( ต่อ )
3. จำาแนก
ตามการทดลอง :
3.1 การวิจัยเชิงทดลอง
(Experimental Res.)
ยึด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพือศึกษาตามขั้น
่
ตอนที่กำาหนดไว้
โดยควบคุมตัวแปร สภาพ
แวดล้อม และการพัฒนาเครื่องมือ
หรือ
อุปกรณ์ใหม่ เพือแก้ปัญหาทีมอยู่
่
่ ี
3.2 การวิจัยกึ่งทดลอง
(Semi-Exp. Res.)
เป็นการ
ผสานระหว่างการศึกษากับการพัฒนาโดยอาจใช้
เครื่องมือเดิมทีมอยู่และทำาการเก็บข้อมูล เพือค้นหา
่ ี
่

15
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป (ต่อ )
4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย :
่

4.1
การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Res.)
มุ่งเน้นการศึกษา
ทำาความเข้าใจและอธิบายเหตุการณ์ในอดีต เพือ
่
ศึกษาสาเหตุและหาข้อยุติและศึกษาผลทีเกิดขึ้น
่
4.2 การวิจัยตามสภาพข้อมูล :
4.2.1 การวิจัยเชิงสำารวจ

16
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป (ต่อ )
4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย :
่
4.2.2 การวิเคราะห์เอกสาร (Docum. Res.)
เน้นการศึกษา
เอกสารในเชิงลึก โดยเปรียบเทียบกับเอกสารอื่น
เพื่อสรุป ความที่ได้และรายงานสาธารณชน
4.2.3 การศึกษาราย
กรณี (Case Studying)
เน้น
การศึกษารายกรณีของกลุ่มตัวอย่างในประเด็น
ปัญหาทีต้องการศึกษาหรือค้นหาคำาตอบทุกแง่ทุก
่
มุม เช่น Feasibility Study (FS) ในการใช้
อินเทอร์เน็ตประจำาหมูบ้าน
่

17
Research Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป ( ต่อ )
4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย :
่
4.3 การ
วิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ :
4.3.1 การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์
(Correlation)
มุงเน้นการศึกษา
่
ความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป เพือใช้
่
ใน การพยากรณ์ เช่น ผลคะแนนวิชา OS กับ
วิชา SA มีความสัมพันธ์กนอย่างไร
ั
4.3.2 การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Compar.)
มุงเน้นการศึกษาเปรียบเทียบ
่
ระหว่างกลุ่ม คล้ายกับการวิจัยเชิงทดลอง แต่ไม่

18
Research Types
:

ประเภทของการวิจ ย โดยสรุป (ต่อ )
ั
5. จำาแนกตามวัตถุประสงค์ในการวิจัย :
5.1 การ
วิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Res.)
มุงเน้นการบรรยายลักษณะ
่
หรือเหตุการณ์ตามเงื่อนไขที่เกียวข้อง เพื่อค้นหา
่
คำาตอบว่า เหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร เช่น การ
ศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตของนักเรียนประถม
ศึกษา
5.2 การวิจัยเชิงอธิบาย
(Explanatory Res.)
มุงเน้นการค้นหาสาเหตุ
่
เกี่ยวกับเหตุการณ์

19
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป (ต่อ )
6. จำาแนกตามบทบาทของผู้วิจัย :
6.1 การวิจัยแบบมีส่วนร่วม
(Participatory Res.) เป็นการวิจัยทีผู้วิจยได้
่
ั
เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยในฐานะ
สมาชิกของกลุ่ม เพื่อ ค้นหาคำาตอบจากกลุ่มที่
ต้องการศึกษา
6.2 การวิจัยแบบไม่มส่วน
ี
ร่วม (Non-Parti. Res.)
เป็นการวิจัยทีผู้
่
วิจัยไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มในฐานะสมาชิก แต่
สังเกตการณ์ภายนอก เพือเก็บข้อมูลจากกลุ่ม
่
20
Research
Types :
ประเภทของการวิจ ัย โดยสรุป ( ต่อ )
7. จำาแนกตามลักษณะวิชา :

7.1

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (Science Res.)
มุงเน้นการศึกษาเกี่ยวกับ
่
ธรรมชาติทมชีวิตและไม่มชีวิต เพือก่อให้เกิดสิ่ง
ี่ ี
ี
่
ประดิษฐ์และข้อค้นพบใหม่ ๆ ทีเป็นประโยชน์ต่อ
่
มนุษย์ แบ่งออกเป็นสาขาวิชาต่าง ๆ เป็นจำานวน
มาก
7.2 การวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Social
Res.)
มุงเน้น
่
การศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สังคม ประเพณี
วัฒนธรรม และพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น วิชา

21
Research Types :

22
Research
Types :
* ข้อ เสนอแนะในการพิจ ารณา
เลือ กประเภทของการวิจ ย :
ั

การพิจารณาว่าการวิจัยแบบใดเหมาะสม สำาหรับ
การวิจัยประเภทใด ขึ้นอยูกับปัญหาของผู้วิจัยเอง
่
เนื่องจากการวิจัยแต่ละวิธีจะแตกต่างกันตาม
กระบวนการวิจัย ตัวแปร และวิธีการกระทำาข้อมูล
การเลือกประเภทของการวิจัยผิดพลาด ไม่ได้
หมายความว่า ผลลัพธ์ล้มเหลว แต่อาจได้ผลการ
วิจัยไม่ครอบคลุมประเด็นปัญหาเท่านัน
้
23
Research Types
Example :
การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive)
เพือตรวจสอบความคาดหวังของผู้เรียน
่
ทีมีต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
่

ความคาดหวังของผู้เรียนทีมต่อ
่ ี
การ
เรียนวิชาคอมพิวเตอร์
การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlations)
เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนน
ความคาดหวังกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
24
Research Types Example :
การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Compar.)
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทาง การ
างการ
เรียนของผู้เรียนที่คาดหวังสูงและตำ่า

ความคาดหวังของผู้เรียนทีมต่อ
่ ี
การ
เรียนวิชาคอมพิวเตอร์
การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental)
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิทาง การ
์ างการ
เรียนของผู้เรียนที่คาดหวังสูงและตำ่า
25
Research Types Example
:
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ทีเรียนด้วยบทเรียน
่
e-Learning กับวิธี
PBL (Problem Based Learning)
การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)
สามารถควบคุมตัวแปรต้น คือ บทเรียน eLearning ได้ เนืองจากพัฒนาขึ้นเอง ตัวแปรตาม
่
คือ ผลสัมฤทธิ์จากบทเรียน e-Learning และวิธี
PBL
26
Research Types
Example :
เจตคติของนักศึกษาปริญญาตรีทมต่อการ
ี่ ี
จัดการศึกษาออนไลน์
การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research)
เป็นการสำารวจเจตคติของนักศึกษาทีมต่อการจัดการ
่ ี
ศึกษาออนไลน์ โดยใช้แบบสอบถาม/สัมภาษณ์แล้ว
สรุปผลทีได้
่

27
Research Types
Example :
แนวโน้มของการใช้มาตรฐานภาษาไทย สมอ. กับ
ไมโครคอมพิวเตอร์ ก่อนมีระบบปฏิบัติการที่
สนับสนุนภาษาไทย
การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical
Research)
เนืองจากเป็นการศึกษาอดีตทีผ่านมา เพือศึกษาแนว
่
่
่
โน้มของการเปลี่ยนแปลง
เพือประโยชน์ต่อ
่
การคาดหมายการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต

28
Research Types
Example :
การแทรกลายนำ้าดิจิตอล (Digital
Watermarking) แบบมองไม่เห็นลงในสัญญาณ
วีดิทศน์
ั
การวิจัยประยุกต์ (Application
Research)
เนื่องจาก Digital Watermarking เป็นเทคนิค
ใหม่ทไม่เคยมีการพัฒนามาก่อน ผู้วิจัยต้องพัฒนา
ี่
และค้นหาคำาตอบเหล่านีใหม่
้

29
Research on Information Technology :

สร้าง

พัฒนา

เปรียบเทียบ

การวิจัยทางด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศ ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยเชิง
ทดลอง และการวิจัยประยุกต์
ประยุกต์
ทดสอบ
ตรวจสอบ

วิเคราะห์
30
Advantage of Research
:
ประโยชน์ข องการวิจ ย :
ั
1. ช่วยให้เกิดวิทยาการใหม่ ๆ ทังทฤษฎีและ
้
ปฏิบัติ
2. สามารถใช้
แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ/ถูกต้อง
3. ช่วยให้เข้าใจ
ปรากฏการณ์และพฤติกรรมต่าง ๆ โดย

สามารถใช้พยากรณ์ได้ดีกว่าการใช้
สามัญสำานึก
4.
ช่วยในการกำาหนดนโยบาย วางแผน การตัดสิน
ใจ

31
Advantage of Research :
ประโยชน์ข องการวิจ ย (ต่อ ) :
ั
8. ทำาให้ผลงานวิจัยเพิ่มขึ้น ช่วยส่งเสริมให้ทราบ
ข้อเท็จ
จริงอย่างกว้างขวางและชัดเจน
9. ช่วยกระตุ้นให้บุคคลมีเหตุผล
รู้จักคิดและค้นหา
ความรู้อยู่

32

1. ความร เบ__องต_นเก__ยวก_บสถ_ต_และการว_จ_ย

  • 1.
    ความรู้เ บื้อ งต้นเกี่ย วกับ สถิต ิ และการวิจ ย ั Introduction to Statistic and Research 1
  • 2.
    Research : เขีย นรายงานการวิจัย นัก วิจ ัย ความรู้ + ความเข้า ใจ วิเ คราะห์ผ ลการวิจ ัย สร้า งเครื่อ งมือ วิจ ัย 2
  • 3.
    Definition : สถิต ิ(Statistic) มีค วามหมาย 2 ประการ : 1. ข้อมูลในเชิงตัวเลขหรือจำานวนต่าง ๆ ทีได้จาก ่ ข้อมูล หรือสารสนเทศ เช่น สถิติผู้ใช้มอถือ สถิติ ื การส่งออกไมโครชิฟ สถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 2. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการรวบรวม จัดกลุ่ม ดำาเนินการ จัดการวิเคราะห์ แปลผล สรุป ผล และนำาเสนอเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงตัวเลขหรือ Statistics Number จำานวนต่าง ๆ 3
  • 4.
    Definition : วิจ ย(Research) มีค วามหมาย ดัง นี้ : ั ราชบัณ ฑิต ยสถาน : การสะสม การรวบรวม และการค้นคว้า เพือหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลัก ่ วิชา นพ . จรัส : การวิจัยเป็นกระบวนการที่ใช้เหตุผล หาข้อเท็จจริงหรือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ แล้วใช้ ข้อเท็จจริงหรือกฎเกณฑ์เหล่านันมาใช้แก้ปัญหา ้ รวมทังวิเคราะห์และประเมินผลทีเกิดขึ้นว่าแก้ ้ ่ ปัญหาถูกต้องเพียงใด ดร . ปาริช าต : Re = อีกครั้ง Search = การ 4
  • 5.
    Definition : ดร .บุญชม : กระบวนการในการค้นหาคำาตอบทีเชื่อ ่ ถือได้ โดยมีลักษณะ ดังนี้ 1) เป็นกระบวนการทีมี ่ ระบบแบบแผน 2) มีจุดมุงหมายทีแน่นอน 3) ดำาเนิน ่ ่ การค้นคว้าอย่างรอบคอบ 4) มีหลักเหตุผล และ 5) มีการบันทึกรายงาน Southern Illinois University : การ รวบรวม การศึกษา อย่างเป็นระบบและการวินจฉัย ิ เพือเพิ่มเติมความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิงต่าง ๆ ่ ่ National Science Foundation : การ ศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อเข้าสู่ความรู้ทสมบูรณ์ขึ้น ี่ ทางวิทยาศาสตร์หรือเพือเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสิง ่ ่ 5
  • 6.
    Definition : วิจ ัย(Research) มีค วามหมาย ดัง นี้ : Pan Pacific Science Congress : สรุป ไว้ในปี 1961 เกี่ยวกับ Research ในความ หมายของของตัวอักษรและนักวิจยไว้ว่า ั R = Recruitment and Relationship E = Education and Efficiency S = Science and Stimulation E= Evaluation and Environment A = Aim and Attitude R = Result C = Curiosity H = Horizon RESEARCH 6
  • 7.
    Research Characteristics : คุณลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ย : ั 1. การวิจัยมักเริ่มต้นด้วย ปัญหา ในรูปของคำาถาม เช่น ทำาไมทำเพราะเหตุใดOS เป็น Hardwareซึ่งต้อง • าไมไม่พัฒนา อะไรเป็นสาเหตุ แทนที่ เป็น Software เช่นในปัจจุบัน ? • การเขียน DFD กับ Flow Chart ให้ผลแตก ต่างกันอย่างไร ในการพัฒนา DBMS ปัญหาที่ดี ชัดเจน ไม่คลุมเครือ และ Testable 7
  • 8.
    Research Characteristics : คุณลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ัย : 2. การวิจัยต้องการวางแผนที่ดี เพือเป็นการชี้ ่ ทาง มีขั้นตอน วิธีการดำาเนินการวิจัยที่ แน่นอน มีกฎระเบียบและเงื่อนไข ชัดเจน และมีรายงานการค้นพบอย่างเปิดเผย 8
  • 9.
    Research Characteristics : คุณลัก ษณะเฉพาะของการวิจ ัย : 5. การวิจัยเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงและความ หมาย โดยต้องเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ หรือสังเกตข้อมูลทังทีเป็นและ ้ ่ ไม่เป็นสารสนเทศ และจะต้องมีการตีความหมาย และวิเคราะห์ ข้อมูลดังกล่าว ความสัมพันธ์ของ 6. การวิจัยเป็นเรื่องของ Public มากกว่าเรื่อง 9
  • 10.
    Research Characteristics : ลักษณะทีไ ม่เ ป็น การวิจ ัย : ่ 1. การแสวงหาข้อเท็จริง (Fact Finding) โดยการรวบรวมและนำาเสนอข้อมูล โดย ไม่มการแปลความหมายของข้อมูลดังกล่าว ี • การสำารวจข้อมูลของผู้ใช้ อินเทอร์เน็ต หลังเทียงคืน ่ จำานวน 500,000 คน • ข้อมูลของสมรรถนะของ CPU ของ Intel ทีเข้ามาจำาหน่าย ่ ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ? 10
  • 11.
    Research Characteristics : ลักษณะทีไ ม่เ ป็น การวิจ ัย : ่ 2. การเคลื่อนย้ายข้อเท็จจริง (Transportation of Fact) เป็นการเคลื่อนย้ายหรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลจากบันทึก • ข้อมูลจากสมรรถนะของไมโครโพรเซสเซอร์ที่ ปรากฏ ในคู่มอ แล้วนำา ื รายงานผล นแปลงจากเอกสารไปเป็นข้อมูล • การเปลี่ย มา ทางอิเล็ก มการวิ คราะห์หรือตีความ โดย รายงาน โดยไม่ทรอนิกเส์ ี ไม่มการดำา3. นการแปรสภาพของข้อมูลต่าง ี เนิ การใด ๆ 11
  • 12.
    Research Objectives : จุดมุง หมายทัว ไปของการวิจ ัย : ่ ่ 1. Prediction : ใช้ในการทำานายผลทีได้จากการวิจัย ่ สามารถนำาไปใช้ในการทำานายแนวโน้มในอนาคตได้ 2. Explanation : ใช้ใน การอธิบายผลทีได้จากการวิจัย ่ สามารถนำาไปใช้อธิบายปัญหา 12
  • 13.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป จำาแนกเป็น 7 ประเภท : 1. จำาแนกตามลักษณะของ ข้อมูล : 1.1 การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Res.) มุงเน้นการกระทำาข้อมูลเกี่ยวกับ ่ ตัวเลข แปลผล สรุปออกมาในเชิงตัวเลขและ สารสนเทศ เช่น ผลการจดทะเบียน Mobile Phone 1.2 การวิจัย เชิงคุณภาพ (Qualitative Res.) มุงเน้นการกระทำา ่ เกี่ยวกับคุณภาพ ดี – ไม่ดีหรือผ่าน - ไม่ผ่าน ตาม 13
  • 14.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป (ต่อ ) 2. จำาแนกตาม เป้าหมายของการวิจัย : 2.1 การวิจัยพืนฐาน ้ (Basic Research) เป็นการวิจัยที่ค้นหาความสัมพันธ์ของตัวแปร เพื่อ พิสูจน์ ตรวจสอบ สร้างทฤษฏีใหม่ หรือขยาย กรอบแนวความคิดเดิม เช่น การบีบอัดภาพ เคลื่อนไหวโดยใช้เทคนิคใหม่ 2.2 การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เป็นการประยุกต์แก้ปัญหาโดยใช้ทฤษฎีทมอยูแล้ว ี่ ี ่ 14
  • 15.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป ( ต่อ ) 3. จำาแนก ตามการทดลอง : 3.1 การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Res.) ยึด กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพือศึกษาตามขั้น ่ ตอนที่กำาหนดไว้ โดยควบคุมตัวแปร สภาพ แวดล้อม และการพัฒนาเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ใหม่ เพือแก้ปัญหาทีมอยู่ ่ ่ ี 3.2 การวิจัยกึ่งทดลอง (Semi-Exp. Res.) เป็นการ ผสานระหว่างการศึกษากับการพัฒนาโดยอาจใช้ เครื่องมือเดิมทีมอยู่และทำาการเก็บข้อมูล เพือค้นหา ่ ี ่ 15
  • 16.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป (ต่อ ) 4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย : ่ 4.1 การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Res.) มุ่งเน้นการศึกษา ทำาความเข้าใจและอธิบายเหตุการณ์ในอดีต เพือ ่ ศึกษาสาเหตุและหาข้อยุติและศึกษาผลทีเกิดขึ้น ่ 4.2 การวิจัยตามสภาพข้อมูล : 4.2.1 การวิจัยเชิงสำารวจ 16
  • 17.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป (ต่อ ) 4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย : ่ 4.2.2 การวิเคราะห์เอกสาร (Docum. Res.) เน้นการศึกษา เอกสารในเชิงลึก โดยเปรียบเทียบกับเอกสารอื่น เพื่อสรุป ความที่ได้และรายงานสาธารณชน 4.2.3 การศึกษาราย กรณี (Case Studying) เน้น การศึกษารายกรณีของกลุ่มตัวอย่างในประเด็น ปัญหาทีต้องการศึกษาหรือค้นหาคำาตอบทุกแง่ทุก ่ มุม เช่น Feasibility Study (FS) ในการใช้ อินเทอร์เน็ตประจำาหมูบ้าน ่ 17
  • 18.
    Research Types : ประเภทของการวิจัย โดยสรุป ( ต่อ ) 4. จำาแนกตามความมุงหมายและวิธีวิจัย : ่ 4.3 การ วิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ : 4.3.1 การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlation) มุงเน้นการศึกษา ่ ความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป เพือใช้ ่ ใน การพยากรณ์ เช่น ผลคะแนนวิชา OS กับ วิชา SA มีความสัมพันธ์กนอย่างไร ั 4.3.2 การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Compar.) มุงเน้นการศึกษาเปรียบเทียบ ่ ระหว่างกลุ่ม คล้ายกับการวิจัยเชิงทดลอง แต่ไม่ 18
  • 19.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ยโดยสรุป (ต่อ ) ั 5. จำาแนกตามวัตถุประสงค์ในการวิจัย : 5.1 การ วิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Res.) มุงเน้นการบรรยายลักษณะ ่ หรือเหตุการณ์ตามเงื่อนไขที่เกียวข้อง เพื่อค้นหา ่ คำาตอบว่า เหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร เช่น การ ศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตของนักเรียนประถม ศึกษา 5.2 การวิจัยเชิงอธิบาย (Explanatory Res.) มุงเน้นการค้นหาสาเหตุ ่ เกี่ยวกับเหตุการณ์ 19
  • 20.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป (ต่อ ) 6. จำาแนกตามบทบาทของผู้วิจัย : 6.1 การวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Res.) เป็นการวิจัยทีผู้วิจยได้ ่ ั เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยในฐานะ สมาชิกของกลุ่ม เพื่อ ค้นหาคำาตอบจากกลุ่มที่ ต้องการศึกษา 6.2 การวิจัยแบบไม่มส่วน ี ร่วม (Non-Parti. Res.) เป็นการวิจัยทีผู้ ่ วิจัยไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มในฐานะสมาชิก แต่ สังเกตการณ์ภายนอก เพือเก็บข้อมูลจากกลุ่ม ่ 20
  • 21.
    Research Types : ประเภทของการวิจ ัยโดยสรุป ( ต่อ ) 7. จำาแนกตามลักษณะวิชา : 7.1 การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (Science Res.) มุงเน้นการศึกษาเกี่ยวกับ ่ ธรรมชาติทมชีวิตและไม่มชีวิต เพือก่อให้เกิดสิ่ง ี่ ี ี ่ ประดิษฐ์และข้อค้นพบใหม่ ๆ ทีเป็นประโยชน์ต่อ ่ มนุษย์ แบ่งออกเป็นสาขาวิชาต่าง ๆ เป็นจำานวน มาก 7.2 การวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Social Res.) มุงเน้น ่ การศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สังคม ประเพณี วัฒนธรรม และพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น วิชา 21
  • 22.
  • 23.
    Research Types : * ข้อเสนอแนะในการพิจ ารณา เลือ กประเภทของการวิจ ย : ั การพิจารณาว่าการวิจัยแบบใดเหมาะสม สำาหรับ การวิจัยประเภทใด ขึ้นอยูกับปัญหาของผู้วิจัยเอง ่ เนื่องจากการวิจัยแต่ละวิธีจะแตกต่างกันตาม กระบวนการวิจัย ตัวแปร และวิธีการกระทำาข้อมูล การเลือกประเภทของการวิจัยผิดพลาด ไม่ได้ หมายความว่า ผลลัพธ์ล้มเหลว แต่อาจได้ผลการ วิจัยไม่ครอบคลุมประเด็นปัญหาเท่านัน ้ 23
  • 24.
    Research Types Example : การวิจัยเชิงพรรณนา(Descriptive) เพือตรวจสอบความคาดหวังของผู้เรียน ่ ทีมีต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ่ ความคาดหวังของผู้เรียนทีมต่อ ่ ี การ เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlations) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนน ความคาดหวังกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 24
  • 25.
    Research Types Example: การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Compar.) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทาง การ างการ เรียนของผู้เรียนที่คาดหวังสูงและตำ่า ความคาดหวังของผู้เรียนทีมต่อ ่ ี การ เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิทาง การ ์ างการ เรียนของผู้เรียนที่คาดหวังสูงและตำ่า 25
  • 26.
    Research Types Example : การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ทีเรียนด้วยบทเรียน ่ e-Learningกับวิธี PBL (Problem Based Learning) การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) สามารถควบคุมตัวแปรต้น คือ บทเรียน eLearning ได้ เนืองจากพัฒนาขึ้นเอง ตัวแปรตาม ่ คือ ผลสัมฤทธิ์จากบทเรียน e-Learning และวิธี PBL 26
  • 27.
    Research Types Example : เจตคติของนักศึกษาปริญญาตรีทมต่อการ ี่ี จัดการศึกษาออนไลน์ การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) เป็นการสำารวจเจตคติของนักศึกษาทีมต่อการจัดการ ่ ี ศึกษาออนไลน์ โดยใช้แบบสอบถาม/สัมภาษณ์แล้ว สรุปผลทีได้ ่ 27
  • 28.
    Research Types Example : แนวโน้มของการใช้มาตรฐานภาษาไทยสมอ. กับ ไมโครคอมพิวเตอร์ ก่อนมีระบบปฏิบัติการที่ สนับสนุนภาษาไทย การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Research) เนืองจากเป็นการศึกษาอดีตทีผ่านมา เพือศึกษาแนว ่ ่ ่ โน้มของการเปลี่ยนแปลง เพือประโยชน์ต่อ ่ การคาดหมายการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต 28
  • 29.
    Research Types Example : การแทรกลายนำ้าดิจิตอล(Digital Watermarking) แบบมองไม่เห็นลงในสัญญาณ วีดิทศน์ ั การวิจัยประยุกต์ (Application Research) เนื่องจาก Digital Watermarking เป็นเทคนิค ใหม่ทไม่เคยมีการพัฒนามาก่อน ผู้วิจัยต้องพัฒนา ี่ และค้นหาคำาตอบเหล่านีใหม่ ้ 29
  • 30.
    Research on InformationTechnology : สร้าง พัฒนา เปรียบเทียบ การวิจัยทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยเชิง ทดลอง และการวิจัยประยุกต์ ประยุกต์ ทดสอบ ตรวจสอบ วิเคราะห์ 30
  • 31.
    Advantage of Research : ประโยชน์ของการวิจ ย : ั 1. ช่วยให้เกิดวิทยาการใหม่ ๆ ทังทฤษฎีและ ้ ปฏิบัติ 2. สามารถใช้ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ/ถูกต้อง 3. ช่วยให้เข้าใจ ปรากฏการณ์และพฤติกรรมต่าง ๆ โดย สามารถใช้พยากรณ์ได้ดีกว่าการใช้ สามัญสำานึก 4. ช่วยในการกำาหนดนโยบาย วางแผน การตัดสิน ใจ 31
  • 32.
    Advantage of Research: ประโยชน์ข องการวิจ ย (ต่อ ) : ั 8. ทำาให้ผลงานวิจัยเพิ่มขึ้น ช่วยส่งเสริมให้ทราบ ข้อเท็จ จริงอย่างกว้างขวางและชัดเจน 9. ช่วยกระตุ้นให้บุคคลมีเหตุผล รู้จักคิดและค้นหา ความรู้อยู่ 32