คำำประพันธ์
คำำประพันธ์บทพระธรรมไม่จำำเพรำะ
ว่ำจะต้องไพเรำะเพรำะอักษร
หรือสัมผัสช้อยชดแห่งบทกลอน ที่
อรชรเชิงกวีตำมนิยม
ขอแต่เพียงให้อรรถแห่งธรรมะ
ได้แจ่มจะถนัดเห็นเป็นปฐม
แล้วได้รสแห่งพระธรรมดำ่ำอำรมณ์
พุทธทำส คำำ
กลอน
กำำมือเดียว
สัพพัญญู รู้ทั่วไป
เปรียบใบไม้ หมดทั้งป่ำ
แต่เลือก คัดเอำมำ
สอนชี้นำำ กำำมือเดียว ฯ
พุทธทำส คำำ
กลอน
สิ่งที่รู้จักยำกที่สุด
สิ่งที่รู้จัก ยำกที่สุด
กว่ำสิ่งใด
ไม่มีสิ่ง ไหนไหนได้ยำก
เท่ำ
สิ่งนั้นคือ ตัวเอง หรือตัว
เรำ
ที่คนเขลำ หลงว่ำกู
รู้จักดี
ที่พระดื้อ เณรดื้อ
และเด็กดื้อ
ไม่มีรื้อ ไม่มีสร่ำงอย่ำง
หมุนจี๋
เพรำะควำมรู้ เรื่องตัวกู มัน
ไม่มี
พุทธทำส คำำ
กลอน
ยำรับงับสรรพทุกข์
ต้น “ไม่รู้ ไม่ชี้” นี้เอำเปลือก
ต้น “ชั่งหัวมัน” นั้นเลือก เอำ
แก่นแข็ง
“อย่ำงนั้นเอง” เอำแต่รำก
ฤทธิ์มันแรง
“ไม่มีกู ของกู” แสวง
เอำแต่ใบ
“ไม่น่ำเอำ - น่ำเป็น” เฟ้นเอำ
ดอก
“ตำยก่อนตำย” เลือกออก ลูก
ใหญ่ๆ
หกอย่ำงนี้ อย่ำงละชั่ง ตั้งเกณฑ์
ไว้
“ดับไม่เหลือ” สิ่งสุดท้ำย ใช้เมล็ด
มัน
หนักหกชั่ง เท่ำกับ ยำทั้งหลำย
พุทธทำส คำำ
กลอน
เป็นอยู่ด้วยจิตว่ำง
จงทำำงำน ทุกชนิด ด้วยจิตว่ำง
ยกผลงำน ให้ควำมว่ำง ทุกอย่ำง
สิ้น
กินอำหำร ของควำมว่ำง อย่ำง
พระกิน
ตำยเสร็จสิ้น แล้วในตัว แต่
หัวที
ท่ำนผู้ใด ว่ำงได้ ดังว่ำ
มำ
ไม่มีท่ำ ทุกข์ทน หม่นหมอง
พุทธทำส คำำ
กลอน
มองแต่แง่ดีเถิด
เขำมีส่วน เลวบ้ำง
ช่ำงหัวเขำ
จงเลือกเอำ ส่วนที่ดี
เขำมีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้ำง ยัง
น่ำดู
ส่วนที่ชั่ว อย่ำไปรู้
ของเขำเลย
จะหำคน มีดี โดย
ส่วนเดียว
พุทธทำส คำำ
กลอน
มองถูก ทุกข์คลำย
มองอะไร ให้เห็น เป็นครู
สอน
มองไม้ขอน หรือมองคน ถ้ำ
ค้นหำ
มีสิ่งสอน เสมอกัน มี
ปัญญำ
จะพบว่ำ ล้วนมีพิษ อนิจจัง
จะมองทุกข์ หรือมองสุข
มองให้ดี
ว่ำจะเป็น อย่ำงที่ เรำนึกหวัง
หรือเป็นไป ตำมปัจจัย ให้
ระวัง
อย่ำคลุ้มคลั่ง จะมองเห็น เป็น
ธรรมดำ
พุทธทำส คำำ
กลอน
มังคุดธรรม
ไอ้จ๋อหนึ่ง กัดมังคุด ทั้ง
เปลือกฝำด
ก็อำละวำด ขว้ำงทิ้ง กลิ้ง
หลุนหลุน
ไอ้จ๋อหนึ่ง มีปัญญำ รู้ค่ำ
คุณ
หยิบบิดุน กินเนื้อใน ชื่นใจ
ลิง
คนโง่งับ ศำสนำ ร้องว่ำ
ฝำด
ก็อำละวำด โกรธใจ คล้ำย
ผีสิง
สัตบุรุษ ขุดพระธรรม
ได้ควำมจริง
พุทธทำส คำำ
กลอน
ถ้ำดูเป็น ให้ค่ำเรำ
ได้เท่ำกัน
แม้มีทุกข์ แทบว่ำ
เลือดตำไหล
ถ้ำดูไป มันสอนมำ
อย่ำงน่ำขัน
คือให้เห็น อรรถธรรม
อันสำำคัญ
ไม่ยึดมั่น มันยิ่งสุข
กว่ำสุขมี-
ตำมธรรมดำ ที่มำ
หลอกลวงเรำ
ให้โง่เขลำ ยึดเห็น
เป็นสุขี
แต่ที่แท้ มีแต่ให้
ทุกข์ทวี
มันมีสี เสน่ห์นอก ไว้
หลอกคน
พุทธทำส คำำ
กลอน
โลกนี้เปรียบ ศำลำ ให้อำศัย
ประเดี๋ยวใจ ผ่อนพัก แล้วจักผัน
ทำงที่ดี เมื่อพรำก ไป
จำกมัน
ควรสร้ำงสรร ส่งเสริม เพิ่ม
คะแนน
เมื่อเรำได้ เกิดมำ ในอำโลก
ได้พ้นโศก พ้นภัย สบำยแสน
จึงควรสร้ำง สิ่งชอบ ไว้
ตอบแทน
ให้เป็นแดน ดื่มสุข ขึ้นทุกกำล
คุณควำมดี ของท่ำน กำลก่อน
ก่อน
ที่ท่ำนสอน ไว้ประจักษ์ เป็นหลัก
ฐำน
เรำเกิดมำ อำศัย ได้สำำรำญ
พุทธทำส คำำ
กลอน
แม่นำ้ำคด นำ้ำไม่คด
แม่นำ้ำคด ส่วนนำ้ำ นั้น
ไม่คด
ไม่แกล้งปด ดูให้ดี มี
เหตุผล
กำยกับใจ ไม่ลำมก ไม่
วกวน
แต่กิเลส แสนกล นั้น
เหลือคด
จิตล้วนล้วน นั้นเป็น
ประภัสสร
กิเลสจร ครอบงำำ ทำำยุ่ง
หมด
กิเลสเปรียบ ลำำนำ้ำ ที่
เลี้ยวลด
จิตเปรียบนำ้ำ ตำมกฎ ไม่
คดงอ
อันจิตว่ำ มีได้ ใน
กำยวุ่น
พุทธทำส คำำ
กลอน
ดีในชั่ว
ส่วนที่ดี มีซ่อน อยู่ใน
ชั่ว
ซึ่งสอนให้ เต็มตัว ไม่ยั้งท่ำ
มันสอนให้ เจ็บชำ้ำ เป็น
ธรรมดำ
แต่มันสอน ลึกกว่ำ เมื่อได้ดี
ชั่วมันสอน มำกกว่ำ หรือจริง
กว่ำ
มันสอนได้ ดีกว่ำ ควำมสุข
ศรี
สอนดีกว่ำ ให้กลับตน จนถูก
วิธี
เกลียดกลัวชั่ว กว่ำก่อนนี้ ดี
อย่ำงจริง
พุทธทำส คำำ
กลอน
ชั่วในดี
ส่วนที่ชั่ว มีกลั้ว อยู่
ในดี
คือดีมี เลศยั่ว ให้มัว
หลง
ไม่ค่อยสอน ไม่ค่อยเตือน อาจ
เฟือนลง
สอนไม่ลึก สอนไม่ตรง จึ่ง
หลงดี
ยั่วให้หลง ในดีดี เป็นผี
บ้า
ไม่นานหนอ ต่อมา ก็สิ้นศรี
ดีมันสอน ไม่ค่อยจะ ถูกวิธี
ยึดมั่น“ดี” แล้วยิ่งยาก จะ
จากวาง
ยิ่งมีดี ก็ยิ่งมี คน
พุทธทาส คำา
กลอน
ให้เขาเถิด
เขาอยากดี เท่าไร ให้เขา
เถิด
ใม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่
เสีย
ริษยา คือทุรกรรม ทำาให้
เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำาบาก มัน
มากความ
เขาอยากเด่น เท่าไร ให้
เขาเถิด
จะไม่เกิด กรรมกะลี ที่
ซ้ำ้าสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำาให้
งาม
สมานความ รักใคร่ เป็น
พุทธทาส คำา
กลอน
ได้ดีเพราะถูกด่า
ฉันมีดี เพราะถูกด่า น่าหัวไหม
ยิ่งดีใจ เพราะถูกด่า ดูน่าหัว
ใครตจะด่า สักเท่าไร ไม่เคย
กลัว
เรื่องจะชั่ว อย่างเขาด่า นั้นอย่า
เกรง
ใครมีดี คนก็คิด ริษยา
หาแง่ด่า กันโขมง ล้วนโฉงเฉง
เมื่อยปากเข้า ปากก็มุบ หุบปาก
เอง
ยิ่งครื้นเครง คือฉันท้า ให้ด่า
ฟรี
ฉันเป็นคน ได้ดี เพราะคำาด่า
พุทธทาส คำา
กลอน
โลกนี้น่าขำา
โลกนี้มี แต่คนบ้า ไม่น่าอยู่
จงมองดู ให้ดีดี มีข้อ
ขำา
คือตัวกู ที่เกิดอยู่ เป็น
ประจำา
จงกระทำา อย่าให้เกิด
ประเสริฐแล
อย่าปล่อยให้ อารมณ์ใด
เข้ามาปรุง
เป็นจิตยุ่ง วุ่นวาย หลาย
พุทธทาส คำา
กลอน
ปัญหาเฉพาะหน้า
โลกกำาลัง มีปัญหา ว่าพระ
ธรรม
สำาคัญกว่า ข้าวนำ้า นั้น
ใช่ไหม
เราดีได้ เพราะศีลธรรม
บำารุงใจ
โลกวิไล เลิศลำ้า เพราะ
ธรรมพา
พวกหนึ่งว่า หิวนัก ต้องอิ่ม
ก่อน
แล้วค่อยสอน ศีลธรรม กัน
เถิดหนา
พวกหนึ่งว่า จะอิ่มท้อง
ธรรมต้องมา
พุทธทาส คำา
กลอน
กิเลสคุย
คุยเสียดี ที่แท้ แพ้
กิเลส
น่าสมเพช เตือนเท่าไร
ก็ไม่เห็น
ว่าเป็นทาส กิเลส อยู่
เช้าเย็น
จะอวดเป็น ปราชญ์ไป
ทำาไมนา
ค้นธรรมะ หาทางออก
พุทธทาส คำา
กลอน
ความเอ๋ยความเกิด
จงดูเถิด ยากเข็ญ เป็น
ไหนไหน
เจ็บปวดทั้ง แม่ลูก เหมือน
ถูกไฟ
เพื่ออะไร กันแน่ ลองแก้
มา
เกิดเพื่อกิน เพื่อเล่น หรือ
เพื่อหลับ
หรือเพื่อรับ มรดก
กระมังหนา
พุทธทาส คำา
กลอน
สำาคัญที่ศิลธรรม
ศีลธรรม มี
ประจำา อยู่คู่
โลก
ยิ่งกว่าโชค ใด
ใด ที่ใฝ่ฝัน
โชคจะดี หรือ
ร้าย อย่างไรกัน
พุทธทาส คำา
กลอน
ความทุกข์เกิด
ความทุกข์ เกิดที่จิต
เพราะเห็นผิด เมื่อ
ผัสสะ
ความทุกข์ จะไม่โผล่
ถ้าไม่โง่ เมื่อผัสสะ
ความทุกข์ เกิดไม่ได้
ถ้าเข้าใจ เรื่องผัสสะ
พุทธทาส คำา
กลอน
จริงซ้ี !
จริงซ้ี! เราบ้าบอก
ธรรมกัน
เพราเหตุ ที่ธรรมนำา
โลกแล้
ห่างทุกข์ สบศุขทัน
ใจอยาก
เป็นศุข ที่เที่ยงแท้
จุ่งเห็น ฯ
ธรรม ธรรม ธรรม เท่านั้น
ที่สมาน
พุทธทาส คำา
กลอน
ปิด-ปิด-ปิด
ปิดปิดตา อย่าสอดส่าย ให้
เกิดเหตุ
บางประเภท แกล้งทำาบอด
ยอดกุศล
มัวสอดรู้ สอดเห็น จะเป็น
คน-
เอาไฟลน ตนไป จนไหม้
พอง
ปิดปิดหู อย่าให้แส่ ไป
ฟังเรื่อง
ที่เป็นเครื่อง กวนใจ ให้
หม่นหมอง
หรือเข้าใจ ให้ฟุ้งซ้่าน พาล
ลำาพอง
พุทธทาส คำา
กลอน
เปิด-เปิด-เปิด
เปิดเปิดตา ให้รับแสง แห่งพระ
ธรรม
ยิ่งมืดคำ่า ยิ่งเห็นชัด ถนัดถนี่
สมาธิมาก ยิ่งเห็นชัด ถนัดดี
นี่วีธี เปิดตาใจ ใช้กันมา
เปิดเปิดหู ให้ยินเสียง สำาเนียง
ธรรม
ทั้งเช้าคำ่า มีก้องไป ในโลกหล้า
ล้านล้านปี ฟังให้ชัด เต็มอัตรา
คือเสียงแห่ง สูญญตา ค่าสุดใจ
เปิดเปิดปาก สนทนา พูดจา
ธรรม
วันยังคำ่า อย่าพูด เรื่องเหลวไหล
พูดแต่เรื่อง ดับทุกข์ได้ โดยสัจ
พุทธทาส คำา
กลอน
อะไร ที่ไหน
อันความงาม มีอยู่ตาม หมู่ซากผี
อันความดี อยู่ที่ละ สละยิ่ง
ความเป็นพระ อยู่ที่เพียร บวชเรียน
จริง
นิพพานดิ่ง อยู่ที่ตาย ก่อนตายเอย
พุทธทาส คำา
กลอน
บาปใหญ่ บาปลึก
คิดว่าดี กว่าเขา ซิเราแย่
มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่
บาปใหญ่
ส่วนตัวเอง บาปลึก นึก
ให้ไกล
มันบาปเบา อยู่เมื่อไร ให้
นึกดู
เขาติดซ้าย เราติดขวา
ถ้ามานึก
มันยังติด เหลือลึก กันทั้ง
คู่
แม้ติดซ้าย เลวกว่า ไม่
น่าดู
พุทธทาส คำา
กลอน
ตัวกู - ตัวสู
อันความจริง ตัวกู มิได้
มี
แต่พอโง่ มันก็มี ขึ้นจน
ได้
พอหายโง่ ตัวกู ก็หาย
ไป
หมดตัวกู เสียได้ เป็น
เรื่องดี
เหตุดังนั้น จงถอน ซึ่ง
พุทธทาส คำา
กลอน
ตัวกู - ของกู
อันความจริง ของกู
มิได้มี
แต่พอเผลอ ของกูมี
ขึ้นจนได้
พอหายเผลอ ของกู
ก็หายไป
หมดของกู เสียได้
เป็นเรื่องดี
สหายเอ๋ย จงถอน
พุทธทาส คำา
กลอน
สุจิต - ทุจิต
ทุจิต คือจิต เกิดตัวกู
เฝ้ายกหู ชูหาง อย่างบ้าหลัง
เขาตักเตือน อย่างไร ไม่ยอม
ฟัง
เฝ้าคลุ้มคลั่ง เดือดพล่าน เผา
ผลาญใจ
สุจิต คือจิต ว่างตัวกู
สะอาด อยู่ ด้วยสภาพ อัน
ผ่องใส
สว่าง อยู่ เพราะเห็นตาม
ความจริงไป
สงบ อยู่ เพราะเย็นได้ ไม่
ร้อนรน
พุทธทาส คำา
กลอน
มีอยู่แล้ว
ขณะใด จิตไม่ มีตัวกู
นิพพานก็ ปรากฏอยู่ ณ
จิตนั่น
พอตัวกู เกิดได้ ในจิต
นั้น
สังสารวัฏฏ์ ก็พลัน
พุทธทาส คำา
กลอน
ตายก่อนตาย
ตายเมื่อตาย ย่อมกลาย ไปเป็น
ผี
ตายไม่ดี ได้เป็นที่ ผีตายโหง
ตายทำาไม เพียงให้ เขาใส่โลง
ตายโอ่โถง นั้นคือตาย เสียก่อน
ตาย
ตายก่อนตาย มิใข่กลาย ไปเป็น
ผี
แต่กลายเป็น สิ่งที่ ไม่สูญหาย
ที่แท้คือ ความตาย ที่ไม่ตาย
มีความหมาย ไม่มีใคร ได้เกิด
แล
คำาพูดนี้ ผันผวน ชวนฉงน
พุทธทาส คำา
กลอน
รสแห่งความเปลี่ยนแปลง
สันดานจิต ชอบเวียน เปลี่ยน
เสมอ
มันเฝ้าเพ้อ หาใหม่ ใฝ่กระสัน
จะเปลี่ยนรส เปลี่ยนที่ เปลี่ยนสิ่ง
อัน
แวดล้อมมัน เปลี่ยนเวลา เปลี่ยน
อารมณ์
รสของความ เปลี่ยนแปลง แฝง
เจืออยู่
จึงได้ดู เป็นรส ที่เหมาะสม
พุทธทาส คำา
กลอน
ดับสังขาร
อนิจฺจา วต สงฺขารา
สิ่งที่เหตุ ปรุงขึ้นมา ไม่เที่ยงหนอ
อุปาทวยธมฺมิโน พอ
เกิดแล้วก็ แปรไป เป็นธรรมดา
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ
มันเกิดผลิ แล้วก็ดับ ลับต่อหน้า
เป็นเช่นนี้ เวียนวัฏฏ์ อยู่อัตรา
ใครจะว่า วอนอย่างไร ไม่ฟังกัน
เตสำ วูปสโม สุโข แปล
ว่าสุขแท้ คือสงบการ ปรุงแต่งนั่น
ไม่ปรุงแต่ง ตัวตนอะไร สักสิ่งอัน
ชีวิตดับ หรือไม่นั้น ไม่เป็น
ประมาณ
พุทธทาส คำา
กลอน
ยามไหนก็ได้
ยามจะได้ ได้ให้เป็น ไม่เป็น
ทุกข์
ยามจะเป็น เป็นให้ถูก ตามวิถี
ยามจะตาย ตายให้เป็น เห็น
สุดดี
ถ้าอย่างนี้ ไม่มีทุกข์ ทุกวัน
เอย ฯ
ได้ให้เป็น คือ อย่าได้เพื่อเอามา
เป็นตัวกู หรือของกู เหมือนที่เขา
ได้ๆ กัน
เป็นให้เป็น คือ อย่าเป็นด้วยรู้สึกยึด
มั่น ถือมั่น ด้วยอุปาทาน ว่า กู
เป็นนั่นเป็นนี่ ไปตานนั้น จริงๆ
แม้ที่สุดแต่การเป็นบิดามารดา
พุทธทาส คำา
กลอน
เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง
จงทำางาน ทุกชนิด ด้วยจิตว่าง
ยกผลงาน ให้ความว่าง ทุก
อย่างสิ้น
กินอาหาร ของความว่าง
อย่างพระกิน
ตายเสร็จสิ้น แล้วในตัว แต่
หัวที
ท่านผู้ใด ว่างได้ ดังว่ามา
ไม่มีท่า ทุกข์ทน หม่นหมองศรี
พุทธทาส คำา
กลอน
บุญ เป็นอะไร
สิ่งนั้นนั้น เป็นเหมือน ของ
เกลื่อนกลาด
ที่เป็นบาป เก็บกวาด ทิ้ง
ใต้ถุน
ที่เป็นบุญ มีไว้ เพียงเจือจุน
ใช้เป็นคุณ สะดวกดาย
คล้ายรถเรือ
หรือบ่าวไพร่ มีไว้ใช้ ใช่ไว้
แบก
กลัวตกแตก ใจสั่น ประหวั่น
เหลือ
เรากินเกลือ ใช่จะต้อง บูชา
เกลือ
บุญเหมือนเรือ มีไว้ขี่ ไป
พุทธทาส คำา
กลอน
ชาวบ้าน - ชายวัด
อันชาวบ้าน ทำางาน เพื่อกาม
เกียรติ
จึงเกิดความ ตึงเครียด จนสั่น
เสียว
ส่วนชาววัด มุ่งขจัด ไปท่าเดียว
มิให้เกี่ยว เกียรติกาม มุ่งงาม
ธรรม
จึงเกิดมี เครื่องวัด วัดชาวบ้าน
ด้วย เงิน งาน อดอยาก หรือ อิ่ม
หนำา
ส่วนเครื่องวัด ชาววัด วัด
กิจกรรม
ว่าเขาทำา ให้ว่างได้ เท่าไรแล
ถ้าชาววัด ฮึดฮัด มุ่งกามเกียรติ
มันน่าเกลียด แสนกล คนตอแหล
ถ้าชาวบ้าน เกียจคร้าน งาน
เชือนแช
พุทธทาส คำา
กลอน
เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน
เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะ
ใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แวว
ขน
ถ้าใจตำ่า เป็นได้ แต่เพียง
คน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจ
สงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุส
สา
เพราะทำาถูก พูดถูก ทุก
เวลา
เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสัน
ติ์จริง
ใจสกปรก มืดมัว และ
ร้อนเร่า
พุทธทาส คำา
กลอน
อตฺตา หิ อตฺตโน นา
โถ
มิใยใคร จะพึ่ง ซึ่งพระเจ้า
แต่พวกเรา ชาวพุทธ
ศาสนา
ผู้เชื่อฟัง โอวาท พระ
ศาสดา
พึ่งธรรมา คือพึ่ง ซึ่งตัว
เอง
ประกอบกรรม นำามา ซึ่ง
โภคผล
ตั้งแต่ต้น จนปลาย ได้
เหมาะเหม็ง
ทั้งทางโลก ทางธรรม ก็
ยำาเกรง
พุทธทาส คำา
กลอน
การพึ่งผู้อื่น
อันพึ่งท่าน พึ่งได้ แต่บาง
สิ่ง
เช่นพึ่งพิง ผ่านเกล้า เจ้า
อยู่หัว
หรือพึ่งแรง คนใช้ จน
ควายวัว
ใช่จะพ้น พึ่งตัว ไปเมื่อไร
ต้องทำาดี จึงเกิดมี ที่ให้พึ่ง
ไม่มีดี นิดหนึ่ง พึ่งเขาไฉน
ทำาดีไป พึ่งตัว ของตัวไป
แล้วจะได้ ที่พึ่ง ซึ่งถาวร
พึ่งผู้อื่น พึ่งได้ แต่ภายนอก
ท่านเพียงแต่ กล่าวบอก หรือ
พรำ่าสอน
ต้องทำาจริง เพียรจริง ทุกสิ่ง
ตอน
พุทธทาส คำา
กลอน
ตาบอด - ตาดี
หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่
เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น นำ้า
เย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน
ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูถ ที่
ดูดกิน
คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็น
พุทธทาส คำา
กลอน
โลกนี้ คืออะไรแน่
โลกเรานี้ ที่แท้คือ โรง
ละคร
ไม่ต้องสอน แสดงถูก
ทุกวิถี
ออกโรงกัน จริงจัง ทั้ง
ตาปี
ตามท่วงที อวิชชา จะ
ลากคอ
โลกนี้คือ กรงไก่ เขาใส่
พุทธทาส คำา
กลอน
โลกรอด เพราะ
กตัญญู
อันบุคคล กตัญญู
รู้คุณโลก
อุปโภค บริโภค มีให้
หลาย
ข้าวหรือเกลือ ผักหรือ
หญ้า ปลาหรือไม้
รู้จักใช้ อย่าทำาลาย
ให้หายไป
อนึ่งคน ต่อคน ทุกคน
นี้
ล้วนแต่มี คุณต่อกัน
นั้นเป็นไฉน
มองให้ดี ดูให้เห็น
พุทธทาส คำา
กลอน
ความสุข
ความเอ๋ย ความสุข
ใครใคร ทุก คนชอบเจ้า
เฝ้าวิ่งหา
แกก็สุข ฉันก็สุข ทุก
เวลา
แต่ดูหน้า ตาแห้ง ยัง
แคลงใจ
ถ้าเราเผา ตัวตัณหา ก็น่า
จะสุข
พุทธทาส คำา
กลอน
มีมาร ไม่มีมาร
มารไม่มี บารมี ยิ่งไม่แก่
จะมีแต่ ถอยถด หมดความ
หมาย
ไม่มีพลัง สร้างวิบาก ให้
มากมาย
หรือสอบไล่ ให้เรา เข้าใจ
ตัว
มารยิ่งมี บารมี ยิ่งแก่กล้า
ยิ่งรุดหน้า สามารถ ในธรรม
ทั่ว
สร้างวิบาก ได้มากมาย ไม่
เนียนัว
ให้ดอกบัว เบ่งบาน สะท้าน
พุทธทาส คำา
กลอน

040 buddhataspoetry