Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
Jame Boonrod
815 views
วิจัยความคิดเห็นของอสม.ต่อการใช้สมุดบันทึกการเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน
วิจัยความคิดเห็นของอสม.ต่อการใช้สมุดบันทึกการเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน
Health & Medicine
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 41
2
/ 41
3
/ 41
4
/ 41
5
/ 41
6
/ 41
7
/ 41
8
/ 41
9
/ 41
10
/ 41
11
/ 41
12
/ 41
13
/ 41
14
/ 41
15
/ 41
16
/ 41
17
/ 41
18
/ 41
19
/ 41
20
/ 41
21
/ 41
22
/ 41
23
/ 41
24
/ 41
25
/ 41
26
/ 41
27
/ 41
28
/ 41
29
/ 41
30
/ 41
31
/ 41
32
/ 41
33
/ 41
34
/ 41
35
/ 41
36
/ 41
37
/ 41
38
/ 41
39
/ 41
40
/ 41
41
/ 41
More Related Content
PDF
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่สุขาภิบาล นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ-นักวิชาการสาธารณสุข-นั...
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
PPTX
งานนำเสนอเบาหวาน
by
Muay Muay Somruthai
PPT
044สถานการณ์ยาเสพติดในสถานศึกษา
by
niralai
PPT
1.เคมีเกษตรภัยเงียบที่ท่านไม่รู้
by
Sathit Seethaphon
PDF
สรุป พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
DOCX
การทำ Ehia (เหมืองแร่)
by
AmPere Si Si
PDF
ใบงานที่ 2.8 ประเด็นโลกศึกษาdocx
by
Artittaya Tabtimtong
PDF
โครงสร้างสาธารณสุขไทย
by
Surasak Tumthong
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่สุขาภิบาล นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ-นักวิชาการสาธารณสุข-นั...
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
งานนำเสนอเบาหวาน
by
Muay Muay Somruthai
044สถานการณ์ยาเสพติดในสถานศึกษา
by
niralai
1.เคมีเกษตรภัยเงียบที่ท่านไม่รู้
by
Sathit Seethaphon
สรุป พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
by
ประพันธ์ เวารัมย์ แบ่งปันความรู้ส่ความก้าวหน้า
การทำ Ehia (เหมืองแร่)
by
AmPere Si Si
ใบงานที่ 2.8 ประเด็นโลกศึกษาdocx
by
Artittaya Tabtimtong
โครงสร้างสาธารณสุขไทย
by
Surasak Tumthong
What's hot
PDF
สรรพคุณเภสัช
by
Nop Pirom
PDF
องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย
by
Vorawut Wongumpornpinit
PPT
พลวัตและการจัดการเกษตรไทยในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 26 01-58 (1)
by
somporn Isvilanonda
PPTX
โภชนบำบัดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
by
CAPD AngThong
PDF
ใบความรู้ เรื่อง ข้อดีและข้อเสียของอินเทอร์เน็ต
by
เทวัญ ภูพานทอง
PPTX
โครงงานยาเสพติด
by
Pear Pimnipa
PDF
แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนที่เท...
by
Utai Sukviwatsirikul
PPT
การปฏิรูประบบสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ
by
softganz
PDF
SWU 361 "โครงการขยะแลกเงิน"
by
DusitSripong
PDF
กฎหมายการจัดการเรียนรวม
by
iTylor
PDF
ใบความรู้ที่ 15 เทคนิคการใช้เครื่องมือในโปรแกรมเพ้นท์
by
ณัฐพล บัวพันธ์
PDF
ปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มการเข้าร่วมพัฒนา “ร้านยาคุณภาพ” ของร้านยา
by
Utai Sukviwatsirikul
PPTX
Pp+บุหรี่..
by
Prachaya Sriswang
PDF
สุขภาพผู้สูงอายุ
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
PPTX
เหตุการณ์ปฏิวัติ
by
tinnaphop jampafaed
PPTX
การดูแลความต้องการพื้นฐานของบุคคลด้านการทรงตัว การเคลื่อนไหว การจ ากัดการเคลื...
by
Nakhon Pathom Rajabhat University
PPTX
อริยสัจ ๔ (ตอน ๒)
by
Padvee Academy
PDF
Adobe Flash CS6
by
siwaporn_jo
PDF
มคอ3 GS 105 สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและประชาคมโลก
by
Chalit Arm'k
สรรพคุณเภสัช
by
Nop Pirom
องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย
by
Vorawut Wongumpornpinit
พลวัตและการจัดการเกษตรไทยในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 26 01-58 (1)
by
somporn Isvilanonda
โภชนบำบัดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
by
CAPD AngThong
ใบความรู้ เรื่อง ข้อดีและข้อเสียของอินเทอร์เน็ต
by
เทวัญ ภูพานทอง
โครงงานยาเสพติด
by
Pear Pimnipa
แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนที่เท...
by
Utai Sukviwatsirikul
การปฏิรูประบบสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ
by
softganz
SWU 361 "โครงการขยะแลกเงิน"
by
DusitSripong
กฎหมายการจัดการเรียนรวม
by
iTylor
ใบความรู้ที่ 15 เทคนิคการใช้เครื่องมือในโปรแกรมเพ้นท์
by
ณัฐพล บัวพันธ์
ปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มการเข้าร่วมพัฒนา “ร้านยาคุณภาพ” ของร้านยา
by
Utai Sukviwatsirikul
Pp+บุหรี่..
by
Prachaya Sriswang
สุขภาพผู้สูงอายุ
by
Utai Sukviwatsirikul
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
เหตุการณ์ปฏิวัติ
by
tinnaphop jampafaed
การดูแลความต้องการพื้นฐานของบุคคลด้านการทรงตัว การเคลื่อนไหว การจ ากัดการเคลื...
by
Nakhon Pathom Rajabhat University
อริยสัจ ๔ (ตอน ๒)
by
Padvee Academy
Adobe Flash CS6
by
siwaporn_jo
มคอ3 GS 105 สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและประชาคมโลก
by
Chalit Arm'k
Similar to วิจัยความคิดเห็นของอสม.ต่อการใช้สมุดบันทึกการเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน
PDF
การจัดการโรคDm&htใน อปท.
by
สปสช นครสวรรค์
PDF
Attitude
by
ManassanuntChompoovi
PDF
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00
by
JeenNe915
PDF
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00
by
JeenNe915
PDF
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ
by
supatra39
PDF
Nhes4 20 oct10
by
สปสช นครสวรรค์
PDF
04 develop2
by
etcenterrbru
PDF
ทัศนคติกับพฤติกรรมผู้บริโภค1
by
Sarawut Messi Single
PDF
การเพิ่มขีดความสามารถในงานวิจัย เพื่อพัฒนาการให้การบริการในเขตพื้นที่ของตนเอง
by
Channarong Chokbumrungsuk
PDF
3 dynamic of behavioural management
by
Watcharin Chongkonsatit
PPTX
Kh pca 2015
by
กันย์ สมรักษ์
PPTX
พระมงกุฎ.pptx
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PDF
Isstrain
by
Tung' Jitrapon
PPTX
Enneagram
by
Watcharin Chongkonsatit
PPT
Part 31
by
Aaesah
PDF
การไม ตัดสินใจ
by
Tanapat Tanakulpaisal
PDF
รู้ทันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
by
อบต. เหล่าโพนค้อ
PDF
Thai Emergency Medicine Journal no. 3
by
taem
PDF
Htn
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
ความเครียดก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลครั้งแรกของบัณฑิตใหม่ ...
by
Chutchavarn Wongsaree
การจัดการโรคDm&htใน อปท.
by
สปสช นครสวรรค์
Attitude
by
ManassanuntChompoovi
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00
by
JeenNe915
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00
by
JeenNe915
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ
by
supatra39
Nhes4 20 oct10
by
สปสช นครสวรรค์
04 develop2
by
etcenterrbru
ทัศนคติกับพฤติกรรมผู้บริโภค1
by
Sarawut Messi Single
การเพิ่มขีดความสามารถในงานวิจัย เพื่อพัฒนาการให้การบริการในเขตพื้นที่ของตนเอง
by
Channarong Chokbumrungsuk
3 dynamic of behavioural management
by
Watcharin Chongkonsatit
Kh pca 2015
by
กันย์ สมรักษ์
พระมงกุฎ.pptx
by
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
Isstrain
by
Tung' Jitrapon
Enneagram
by
Watcharin Chongkonsatit
Part 31
by
Aaesah
การไม ตัดสินใจ
by
Tanapat Tanakulpaisal
รู้ทันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
by
อบต. เหล่าโพนค้อ
Thai Emergency Medicine Journal no. 3
by
taem
Htn
by
Utai Sukviwatsirikul
ความเครียดก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลครั้งแรกของบัณฑิตใหม่ ...
by
Chutchavarn Wongsaree
More from Jame Boonrod
PDF
ประเมินรพ.สต.ติดดาว60
by
Jame Boonrod
PDF
ผลงานอนามัยแม่และเด็ก โรคติดต่อและNCD
by
Jame Boonrod
PDF
สถานการณ์แรงงานนอกระบบปี2561
by
Jame Boonrod
PDF
ผลการปฏิบัติงานปี 2560
by
Jame Boonrod
PDF
ผลงานพัฒนารพ.สต.ติดดาว
by
Jame Boonrod
PDF
นำเสนอรพ.สต.ติดดาว ปี 2560
by
Jame Boonrod
ประเมินรพ.สต.ติดดาว60
by
Jame Boonrod
ผลงานอนามัยแม่และเด็ก โรคติดต่อและNCD
by
Jame Boonrod
สถานการณ์แรงงานนอกระบบปี2561
by
Jame Boonrod
ผลการปฏิบัติงานปี 2560
by
Jame Boonrod
ผลงานพัฒนารพ.สต.ติดดาว
by
Jame Boonrod
นำเสนอรพ.สต.ติดดาว ปี 2560
by
Jame Boonrod
วิจัยความคิดเห็นของอสม.ต่อการใช้สมุดบันทึกการเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน
1.
1 ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ ศักดิ์กยะ บุญรอด โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา ป
2560
2.
2 บทที่ 1 บทนํา ความเปนมาและความสําคัญ โรคเบาหวานเปนโรคไมติดตอที่เปนปญหาสาธารณสุขทั่วโลก อัตราความชุกของโรคเบาหวานมี แนวโนมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ในประเทศไทยพบวาในประชากร 100คนจะมีผูปวยเบาหวานถึง 6คน (เทพ หิมะ ทองคํา, 2547) จํานวนผูปวยเบาหวานที่มากขึ้นสงผลกระทบตอการจัดบริการของสถานบริการสาธารณสุข ทํา ใหผูปวยตองรอนาน ไดรับบริการไมทั่วถึง เปนบริการที่เนนการรักษาพยาบาลมากกวาการสงเสริมความรูเพื่อ ปรับพฤติกรรมของผูปวย การจัดบริการที่ไมมีประสิทธิภาพดังกลาวสงผลกระทบตอความเจ็บปวยและการดูแล ตนเองของผูปวย คือผูปวยไมสามารถควบคุมเบาหวานไดทําใหเกิดโรคแทรกซอนตางๆ ตามมาอยางรวดเร็ว เชน เบาหวานขึ้นตา ตอกระจก โรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสวน ปลาย โรคประสาทสวนปลาย ความดันโลหิตสูงหมายถึงภาวะที่แรงดันในหลอดเลือดแดงมีคาสูงเกินปกติ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ผูคนจํานวนมากอยูกับความดันโลหิตสูงโดยที่ไมทราบวาตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากเปนโรคที่ไมคอยปรากฏ อาการที่ชัดเจน แตเมื่อปลอยนานไปแรงดันเลือดจะไปทําลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สําคัญทั่วรางกาย จากการที่ความดันโลหิตสูงจะไมแสดงอาการ ทําใหเรียกกันวา “เพชฌฆาตเงียบ” องคการอนามัยโลกรายงาน วาในปจจุบันโรคความดันโลหิตสูงเปนสาเหตุการตายทั่วโลกสูงถึง7.5 ลานคน หรือรอยละ12.8 ของสาเหตุ การตายทั้งหมด ทั้งยังมีผลสูญเสียปสุขภาวะ 57 ลานป หรือคิดเปนรอยละ3.7 ของ DALYsเมื่อดูรายงาน สถานการณโรคความดันโลหิตสูงในประเทศไทยขอมูลจากขอมูลสถิติสํานักนโยบายและยุทธศาสตร สํานักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพบวาในป พ.ศ.2556 มีผูเสียชีวิตจากสาเหตุความดันโลหิตสูง เปนจํานวน 5,165 คน ซึ่งสูงกวาขอมูลการตายป 2555 ที่มีจํานวน 3,684 คนสถานการณปวยและเขารับการรักษาในสถาน บริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขดวยโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโนมเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องในทุกภาค เมื่อเปรียบเทียบ จากป 2546และป 2556พบวา อัตราผูปวยในตอประชากรแสนคนดวยโรคความดันโลหิต สูงเพิ่มจาก 389.8(จํานวน 218,218ราย) เปน 1,621.72(จํานวน 1,047,979ราย) ถือวามีอัตราเพิ่มขึ้นกวา 4เทา (4.16เทา) (ธาริณี พังจุนันทและนิตยา พันธุเวทย, 2558) โรงพยาบาลสงเสริมตําบลบอตรุไดดําเนินงานการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน มาอยางตอเนื่อง ผลจากการดําเนินงานการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของอสม.ตําบลบอตรุที่ ผานมาปรากฏวา พบผูปวยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในชุมชนอยางตอเนื่องและมีจํานวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุมประชากรอายุ35ปขึ้นไป การดําเนินงานโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุมีทั้งการรักษาพยาบาลในคลินิกเบาหวานและความดันโลหิตสูงและบริการเชิงรุกใน ชุมชน ซึ่งกิจกรรมเชิงรุกในชุมชนนั้นอสม.และเจาหนาที่จะประสานการทํากิจกรรมรวมกัน สําหรับการดําเนิน กิจกรรมของอสม.ในชุมชนนั้นมีภารกิจสําคัญไดแก การสํารวจกลุมเปาหมายอายุมากกวา 35 ปขึ้นไปทุกคน หลังจากนั้นจะเขาไปคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในชุมชนปละ 1ครั้งแลวแยกประเภทผลการ คัดกรองเปน 3กลุมคือ กลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวย ตอจากนั้นจะวางแผนการดําเนินกิจกรรมการเยี่ยม บานเพื่อติดตามอาการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุมเสี่ยงและกลุมปวยคือ กลุมเสี่ยงใหความรูเกี่ยวกับ3อ2
3.
3 ส.และติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุก3เดือนโดยเจาหนาที่และอสม. สวนกลุมปวยจะจําแนกผลการ ดูแลสุขภาพตามเกณฑปงปองจราจร 7
สี โดยการติดตามใหความรู3อ2ส.และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและ สงตอพบเจาหนาที่ในรายที่ผิดปกติ ในป 2559โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุไดพัฒนานวัตกรรมการ เฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยอสม. ซึ่งไดคิดคนการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน โดยใหอสม.นําไปใชในการดําเนินงานโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูง ในการพัฒนานวัตกรรมดังกลาวขางตนผูวิจัยจึงมีความประสงคจะทําการศึกษาเรื่องดังกลาวนี้ โดยมี วัตถุประสงคเพื่อศึกษาความคิดเห็นของ อสม.ตอการใชสมุดเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน เพื่อนําผลการวิจัยดังกลาวมาใชในการพัฒนาการดําเนินงานและปรับปรุงงานใหดียิ่งขึ้นในอนาคต วัตถุประสงค 1.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธของปจจัยสวนบุคคลและระยะเวลาที่เปนอสม.ตอความคิดเห็นของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน 3.เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเฝาระวังการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรอิสระ 1.ปจจัยสวนบุคคล -เพศ -อายุ -การศึกษา -หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม. 2.ระยะเวลาที่เปน อ.ส.ม. ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน
4.
4 ขอบเขตการวิจัย อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน(อสม.) ที่ใชในการศึกษาครั้งนี้เปนอสม.ที่ปฏิบัติงานจริงของ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ อ.ระโนด
จ.สงขลาและใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในชุมชนซึ่งเปนนวัตกรรมที่โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุนํามาใชในการดําเนินงาน เฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งการบันทึกกิจกรรมในสมุดฯของอสม.ประกอบดวย 1) การคัดกรองกลุมเปาหมายและจําแนกเปนกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวย 2) การเยี่ยมบานติดตามอาการและการใหความรู 3อ2ส แกกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวยในการ เฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนตามระยะเวลาที่กําหนดไว โดยการประยุกตใชปงปอง จราจร 7สี รวมดวย 3. การสงตอพบเจาหนาที่ของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ ผลการวิจัยคาดวามีประโยชนหลายประการ 1.เพื่อปรับปรุงสมุดบันทึกการเฝาระวังการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ของ อสม.เพื่อใหสามารถนํามาใชในการดําเนินงานในชุมชนไดอยางมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนของอสม. 3.ใชเปนแนวทางในการพัฒนางานโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตําบลบอตรุ คําจํากัดความที่ใชในการวิจัย ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงความเห็นของอสม.ตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังการเฝา ระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน(อสม.) หมายถึง อาสาสมัครที่ปฏิบัติงานการดูแลครัวเรือนดาน สุขภาพในหมูบานตามทะเบียน อสม.ของรพ.สต.บอตรุป 2560 การใช หมายถึง การบันทึกการคัดกรอง การบันทึกการเยี่ยมบานกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวย โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของอสม. สมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมายถึง คูมือการบันทึกที่นํามาใชในการ ดูแลสุขภาพประชากรกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
5.
5 บทที่ 2 การทบทวนเอกสาร การวิจัยความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน มีแนวคิดที่เกี่ยวของดังนี้ แนวคิดเกี่ยวกับความคิดเห็น ความหมายของความคิดเห็น Good
(1973: 339) ใหคําจํากัดความวา ความคิดเห็นหมายถึง ความเชื่อ การตัดสินใจ ความรูสึก ประทับใจที่ไมไดมาจากการพิสูจนหรือชั่งน้ําหนักความถูกตองหรือไม Best (1977: 169) กลาววา ความคิดเห็นคือ การแสดงออกในดานความเชื่อและความรูสึกของแตละ บุคคล โดยการพูดที่นําไปสูการคาดคะเน หรือการแปลผลในพฤติกรรมหรือเหตุการณ จํารอง (2534: 2) ไดใหความหมายของความคิดเห็นวา เปนความรูสึกของบุคคลที่มีตอสิ่งใดใน ลักษณะที่ไมลึกซึ้งเหมือนทัศนคติ ความคิดเห็นนั้นอาจกลาวไดวาเปนการแสดงออกของทัศนคติ ก็ได สังเกต และวัดไดจากคน แตมีสวนที่แตกตางไปจากทัศนคตินั้นเจาตัวอาจจะตระหนักหรือไมตระหนักก็ได บุญเรียง (2534: 78) ความคิดเห็นหมายถึง การแสดงออกทางวาจาของเจตคติการที่บุคคลกลาววา เขามีความเชื่อ หรือความรูสึกอยางไรเปนการแสดงความคิดเห็นของบุคคลดังนั้นการวัด ความคิดเห็นของ บุคคลนั้นเปนสิ่งที่เปนไปได ประเภทของความคิดเห็น Remmer (1954: 6-7) กลาววาความคิดเห็นมี 2 ประการดวยกัน คือ 1. ความคิดเห็นเชิงบวกสุด – เชิงลบสุด (Extreme opinion)เปนความคิดเห็นที่เกิดจากการเรียนรู และประสบการณ ซึ่งสามารถทราบทิศทางได ทิศทางบวกสุด ไดแก ความรักจนหลงทิศทางลบสุด ไดแก ความรังเกียจ ความคิดเห็นนี้รุนแรงเปลี่ยนแปลงยาก 2. ความคิดเห็นจากความรูความเขาใจ(Cognitive contents) การมีความเห็นตอสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นอยู กับความรูความเขาใจที่มีตอสิ่งนั้น เชน ความรูความเขาใจในทางที่ดี ชอบ ยอมรับ เห็นดวย ความรูความ เขาใจในทางที่ไมดี ไดแก ไมชอบ ไมยอมรับ ไมเห็นดวย ปจจัยที่มีอิทธิพลตอความคิดเห็น Oskamp (1977: 119-133) ไดสรุปปจจัยที่ทําใหเกิดความคิดเห็นดังนี้ 1. ปจจัยทางพันธุกรรมและรางกาย (Genetic and physiological factors ) เปนปจจัยตัวแรกที่ ไมคอยจะไดพูดถึงมากนัก โดยมีการศึกษาพบวา ปจจัยดานพันธุกรรม จะมีผลตอระดับความกาวราวของ บุคคล ซึ่งจะมีผลตอการศึกษา เจตคติ หรือความคิดเห็นของบุคคลนั้นๆได ปจจัยดาน รางกาย เชน อายุ ความเจ็บปวย และผลกระทบจากการใชยาเสพยติดจะมีผลตอความคิดเห็นและเจตคติของบุคคล เชน คนที่มี ความคิดอนุรักษนิยมมักจะเปนคนที่มีอายุมาก เปนตน
6.
6 2. ประสบการณโดยตรงของบุคคล (Direct
personal experience ) คือบุคคลไดรับความรูสึกและ ความคิดตางๆจากประสบการณโดยตรง เปนการกระทําหรือพบเห็นตอสิ่งตางๆโดยตนเอง ทําใหเกิดเจตคติ หรือความคิดเห็นจากประสบการณที่ตนเองไดรับ เชน เด็กทารกที่แมไดปอนน้ําสมคั้นใหทาน เขาจะมี ความรูสึกชอบ เนื่องมาจากน้ําสมหวาน เย็น หอม ชื่นใจ ทําใหเขามีความรูสึกตอน้ําสมที่ไดทานเปนครั้งแรก เปนประสบการณ โดยตรงที่เขาไดรับ 3. อิทธิพลจากครอบครัว ( Parental influence) เปนปจจัยที่บุคคลเมื่อเปนเด็กจะไดรับอิทธิพลจาก การอบรมเลี้ยงดูของพอแมและครอบครัว ทั้งนี้เมื่อตอนเปนเด็กเล็กๆจะไดรับการ อบรมสั่งสอน ทั้งในดาน ความคิด การตอบสนองความตองการทางดานรางกาย การใหรางวัลและการลงโทษ ซึ่งเด็กจะไดรับจาก ครอบครัว และจากประสบการณที่ตนเองไดรับมา 4. เจตคติและความคิดเห็นของกลุม ( Group determinants of attitude ) เปนปจจัย ที่มี อิทธิพลอยางมากตอความคิดเห็นหรือเจตคติของแตละบุคคล เนื่องจากบุคคลจะตองมีสังคมและอยูรวมกันเปน กลุม ดังนั้น ความคิดเห็นและเจตคติตางๆจะไดรับการถายทอดและมีแรงกดดันจากกลุม ไมวาจะเปนเพื่อนใน โรงเรียน กลุมอางอิงตางๆซึ่งทําใหเกิดความคลอยตามเปนไปตามกลุมได 5. สื่อมวลชน ( Mass media ) เปนสื่อตางๆที่บุคคลไดรับสื่อเหลานี้ไมวาจะเปนหนังสือพิมพ ภาพยนตร วิทยุ โทรทัศน จะมีผลทําใหบุคคลมีความคิดเห็นมีความรูสึกตางๆเปนไปตามขอมูลขาวสารที่ไดรับ จากสื่อ จําเรียง (2536: 248-249) ไดกลาวถึงปจจัยที่กอใหเกิดความคิดเห็นวา ขึ้นอยูกับกลุมทางสังคมใน หลายประการ คือ 1. ภูมิหลังทางสังคม หมายถึงกลุมคนที่มีภูมิหลังที่แตกตางกัน โดยทั่วไปจะมีความคิดเห็นที่แตกตาง กันไปดวย เชน ความคิดเห็นระหวางผูเยาวกับผูสูงอายุ ชาวเมืองกับชาวชนบท เปนตน 2. กลุมอางอิง หมายถึง การที่คนเราจะคบหาสมาคมกับใคร หรือกระทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดใหแกผูใด หรือ การกระทําที่คํานึงถึงอะไรบางอยางรวมกันหรืออางอิงกันได เชน ประกอบอาชีพเดียวกัน การเปนษมาชิกกลุม หรือษมาคมเดียวกัน เปนตน สิ่งเหลานี้ยอมมีอิทธิพลตอความคิดเห็นของบุคคลเหลานั้นดวย 3. กลุมกระตือรือรน หรือกลุมเฉื่อยชา หมายถึง การกระทําใดที่กอใหเกิดความกระตือรือรนเปน พิเศษอันจะกอใหเกิดกลุมผลประโยชนขึ้นมาได ยอมสงผลตอการจูงใจใหบุคคลที่เปนสมาชิกเหลานั้นมีความ คิดเห็นที่คลอยตามไดไมวาจะใหคลอยตามในทางที่เห็นดวยหรือไมเห็นดวยก็ตาม ในทางตรงกันขามกลุมเฉื่อย ชาก็จะไมมีอิทธิพลตอสมาชิกมากนัก แนวคิดเรื่องโรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง เปนโรคที่พบไดบอยในปจจุบัน คนสวนใหญที่มีความดันโลหิตสูงมักจะไมรูตัววา เปน เมื่อรูตัววาเปนสวนมากจะไมไดรับการดูแลรักษา สวนหนึ่งอาจจะเนื่องจากไมมีอาการทําใหคนสวนใหญ ไมไดใหความสนใจ เมื่อเริ่มมีอาการหรือภาวะแทรกซอนแลวจึงจะเริ่มสนใจและรักษา ซึ่งบางครั้งก็อาจจะทํา ใหผลการรักษาไมดีเทาที่ควร การควบคุมความดันโลหิตใหปกติอยางสม่ําเสมอ สามารถลดโอกาสเกิดโรคอัม
7.
7 พฤกษ อัมพาต หรือโรคกลามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ไดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ เปนขอเท็จจริงทางการแพทยที่ เปนที่ยอมรับกันโดยทั่วไป โรคความดันโลหิตสูงหมายถึง การมีความดันโลหิตตัวบน(Systolic Blood pressure ,SBP)มีคา มากกวา 140 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตตัวลาง(Diastolic Blood pressure ,DBP) มีคามากกวา 90 มิลลิเมตรปรอท โดยมีหรือไมมีความผิดปกติทางสมอง, จอตา, หัวใจ หรือไต(WHO,1996) ปจจัยที่มีผลตอความดันโลหิต ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงไดตามปจจัยแวดลอมตางๆ ดังนี้ 1. อายุ สวนใหญเมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้น ตัวอยางเชน ขณะอายุ 18ป ความดัน โลหิต เทากับ120/70มม.ปรอท แตพออายุ 60ป ความดันโลหิต อาจจะเพิ่มขึ้นเปน 140/90แตก็ไมไดเปน กฎตายตัววาอายุมากขึ้นความดันโลหิตจะสูงขึ้นเสมอไป อาจวัดได 120/70เทาเดิมก็ได 2. เวลา ความดันโลหิตจะขึ้นๆ ลงๆ ไมเทากันตลอดวัน ตัวอยางเชน ในตอนเชาความดันซิสโตลิก อาจจะวัดได 130 มม.ปรอท ขณะที่ ตอนชวงบายอาจวัดไดถึง 140 มม.ปรอท ขณะนอนหลับอาจวัดไดต่ําถึง 100มม.ปรอท เปนตน 3. จิตใจและอารมณ พบวามีผลตอความดันโลหิตไดมาก ขณะที่ไดรับความเครียด อาจทําให ความดันโลหิตสูงกวาปกติไดถึง 30 มม.ปรอท ขณะที่พักผอนความดันโลหิตก็จะสามารถกลับมาสูภาวะปกติได เมื่อรูสึกเจ็บปวดก็เปนเหตุหนึ่งที่ทําใหความดันโลหิตสูงขึ้นไดเชนกัน 4. เพศ พบวาเพศชายจะเปนโรคความดันโลหิตสูงไดบอยกวาเพศหญิง 5. พันธุกรรมและสิ่งแวดลอม ผูที่มีบิดาและมารดา เปนโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโนมที่จะเปน โรคนี้มากกวาผูที่ไมมีประวัติ ในครอบครัว สิ่งแวดลอม ที่เครงเครียด ก็ทําใหมีแนวโนมการเปนโรค ความดันสูงขึ้นดวยเชนกัน 6. สภาพภูมิศาสตร ผูที่อยูในสังคมเมืองจะพบภาวะความดันโลหิตสูงมากกวาในสังคมชนบท 7. ปริมาณเกลือ ผูที่รับประทานเกลือมากจะมีโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงมากกวาผูที่รับ ประทานเกลือนอย ตัวอยางเชน ชาวญี่ปุนตอนเหนือรับประทานเกลือมากกวา 27 กรัม/วัน มีผูปวยความดัน โลหิตสูงถึง 39% สวนชาวญี่ปุนตอนใตรับประทานเกลือวันละ 17 กรัม/วัน เปนมีผูปวยโรคความดันโลหิตสูง เพียง 21% ระดับความรุนแรง ระดับที่ 1ความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก คาความดันโลหิต ระหวาง 140-159/90-99มม.ปรอท ระดับที่ 2ความดันโลหิตสูงระยะปานกลาง คาความดันโลหิต ระหวาง 160-179/100-109มม.ปรอท ระดับที่ 3ความดันโลหิตสูงระยะรุนแรง คาความดันโลหิต มากกวา 180/110มม.ปรอท อาการของผูปวย ผูปวยความดันโลหิตสูงอาจจะไมมีอาการใดๆ เลย หรืออาจจะพบวามีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียน ศีรษะ และเหนื่อยงายผิดปกติ อาจมีอาการแนนหนาอกหรือนอนไมหลับ ความดันโลหิตสูงอาจทําใหเกิด ภาวะแทรกซอนได 2กรณีดวยกันคือ
8.
8 กรณีที่ 1ภาวะแทรกซอนจากความดันโลหิตสูงโดยตรง ไดแกภาวะหัวใจวายหรือหลอดเลือดในสมอง แตก กรณีที่
2ภาวะแทรกซอนจากหลอดเลือดแดงตีบหรือตันเชน กลามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือ เรื้อรัง ทําใหหัวใจเตนผิดจังหวะ อาจจะทําใหถึงแกชีวิตได หลอดเลือดสมองตีบ เกิดอัมพฤกษ อัมพาต หรือ หลอดเลือดแดงในไตตีบมากถึงขั้นไตวายเรื้อรังได จากขอมูลทางการแพทยระบุไววา ผูปวยที่เปนโรคความดันโลหิตสูงและไมไดรับการรักษาจะเสียชีวิต จากหัวใจ วายถึง 60-75% เสียชีวิตจากเสนเลือดในสมองอุดตัดหรือแตก 20-30% และเสียชีวิตจากไตวาย เรื้อรัง 5-10%ภาวะแทรกซอน 1.หัวใจทํางานหนักขึ้น ทําใหผนังหัวใจหนาตัวและถาไมไดรับการรักษาอยางถูกตอง ผนังหัวใจจะ ยืดออกและเสียหนาที่ ทําใหเกิดหัวใจโต และหัวใจวายไดในที่สุด 2.อาจเกิดภาวะหลอดเลือดในสมองตีบตันหรือแตก ทําใหเปนอัมพาตหรือเสียชีวิตได ถาเปนเรื้อรัง อาจกลายเปนโรคความจําเสื่อม สมาธิลดลง 3.เลือดอาจไปเลี้ยงไตไมพอ เนื่องจากหลอดเลือดเสื่อม ทําใหไตวายเรื้อรังและภาวะไตวายจะยิ่ง ทําใหความดันโลหิตสูงขึ้นอีก 4.หลอดเลือดแดงในตาจะเสื่อมลงอยางชาๆ อาจมีเลือดที่จอตา ทําใหประสาทตาเสื่อม ตามัวลง เรื่อยๆ จนตาบอดได แนวคิดเรื่องโรคเบาหวาน โรคเบาหวานคืออะไร คนปกติกอนรับประทานอาหารเชาจะมีระดับน้ําตาลในเลือด 70-110มก.% หลังรับประทานอาหาร แลว 2ชม.ระดับน้ําตาลไมเกิน 140มก.% ผูที่ระดับน้ําตาลสูงไมมากอาจจะไมมีอาการอะไร การวินิจฉัยโรค เบาหวานจะทําไดโดยการเจาะเลือด โรคเบาหวานเปนภาวะที่รางกายมีระดับน้ําตาลในเลือดสูงกวาปกติ เกิดเนื่องจากการขาดฮอรโมน อินซูลิน หรือประสิทธิภาพของอินซูลินลดลงเนื่องจากภาวะดื้อตออินซูลิน ทําใหน้ําตาลในเลือดสูงขึ้นอยูเปน เวลานานจนเปนโรคเรื้อรัง และกอใหเกิดปญหาตอสุขภาพ กอใหเกิดปญหากับ ฟน, เหงือก, ตา, ไต, หัวใจ และ หลอดเลือดแดง แตสามารถปองกันโรคแทรกซอนตางๆได โดยการปรับอาหาร การออกกําลังกาย และยา ใหเหมาะสม อาการของโรคเบาหวาน 1.คนปกติมักจะไมตองลุกขึ้นมาปสสาวะในเวลากลางดึกหรือปสสาวะอยางมากไมเกิน 1ครั้ง เมื่อ น้ําตาลในกระแสเลือดมากกวา180มก.% โดยเฉพาะในเวลากลางคืนน้ําตาลจะถูกขับออกทางปสสาวะทําให น้ําถูกขับออกมากขึ้น จึงมีอาการปสสาวะบอยและเกิดการสูญเสียน้ํา และอาจจะพบวาปสสาวะมีมดตอม 2.ผูปวยจะหิวน้ําบอยเนื่องจากตองทดแทนน้ําที่ถูกขับออกทางปสสาวะ 3.ออนเพลีย น้ําหนักลดเกิดเนื่องจากรางกายไมสามารถใชน้ําตาลจึงยอยสลายสวนที่เปนโปรตีและ ไขมัน ออกมา
9.
9 4.ผูปวยจะกินเกงหิวเกงแตน้ําหนักจะลดลงเนื่องจากรางกายนําน้ําตาลไปใชเปนพลังงานไมได จึง มีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนจากกลามเนื้อ 5.คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา
โดยเฉพาะอยางยิ่งบริเวณชองคลอดของผูหญิง สาเหตุของ อาการคันเนื่องจากผิวแหงไป หรือมีการอักเสบของผิวหนัง 6.เห็นภาพไมชัด ตาพรามัวตองเปลี่ยนแวนบอย ทั้งนี้อาจจะเปนเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายตา เชน สายตาสั้น ตอกระจก น้ําตาลในเลือดสูง 7.ชาไมมีความรูสึก เจ็บตามแขนขาหยอนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากน้ําตาลสูงนานๆทําให เสนประสาทเสื่อม เกิดแผลที่เทาไดงาย เพราะไมรูสึก น้ําตาลในกระแสเลือดสูงเมื่อเปนโรคนี้ระยะหนึ่งจะเกิดโรคแทรกซอนที่เกิดกับหลอดเลือดเล็กเรียก microvacular หากมีโรคแทรกซอนนี้จะทําใหเกิดโรคไต เบาหวานเขาตา หากเกิดหลอดเลือดเลือดแดงใหญ แข็งเรียก macrovascular โดยจะทําใหเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ นอกจากนั้นยังอาจจะเกิดปลายประสาทอักเสบ neuropathic ทําใหเกิดอาการชาขา กลามเนื้อออนแรง ประสาทอัตโนมัติเสื่อม องคประกอบสําคัญที่เปนตนเหตุของการเกิด กรรมพันธุ อวน ขาดการออกกําลังกาย หากบุคคลใดมีปจจัยเสี่ยงมากยอมมี่โอกาสที่จะเปนเบาหวาน มากขึ้น ผูปวยเบาหวานมักจะวินิจฉัยไมไดในระยะแรก การที่มีภาวะน้ําตาลสูงเปนเวลานานๆทําใหเกิดการ เสื่อมของอวัยวะตางๆเชน ตา หัวใจ ไต เสนประสาท เสนเลือด นอกจากนี้ยังพบวามีโรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในโลหิตสูงรวมดวย ดังนั้นจึงจําเปนอยางยิ่งในการวินิจฉัยใหเร็วที่สุดเพื่อลดภาวะแทรกซอน การ ตรวจคัดกรองเบาหวานในผูใหญที่ไมมีอาการ ผูที่สมควรไดรับการเจาะเลือดตรวจหาเบาหวาน คือ 1.ประวัติครอบครัวพอแม พี่ หรือ นอง เปนเบาหวานควรจะตรวจเลือดแมวาคุณจะไมมีอาการ 2.อวน ดัชนีมวลกายมากกวา27% หรือน้ําหนักเกิน20%ของน้ําหนักที่ควร 3.อายุมากกวา45ป 4.ความดันโลหิตสูงมากกวา140/90mmHg 5.ระดับไขมัน HDL นอยกวา35มก%และหรือ TG มากกวา250มก.% 6.ผูที่ไมคอยไดออกกําลังกาย 7.ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภหรือน้ําหนักเด็กแรกคลอดมากกวา4กิโลกรัม บุคคลที่มีปจจัยเสี่ยงดังกลาวควรที่จะไดรับการตรวจหาระดับน้ําตาลในเลือดทุก 3ป คนที่มีปจจัย เสี่ยงดังกลาวการปองกันจะเปนวิธีที่ดีที่สุดโดยการออกกําลังกาย การควบคุมอาหาร การคุมน้ําหนัก
10.
10 กรอบแนวคิดการวิจัย สมมติฐานการวิจัย 1.เพศมีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึก การเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 2.อายุมีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึก การเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 3.การศึกษามีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 4.หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 5.ระยะเวลาที่เปนอสม.มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 1.ปจจัยสวนบุคคล -เพศ -อายุ -การศึกษา -หมูบานที่ปฏิบัติงานของ อสม. 2.ระยะเวลาที่เปน อสม. ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝา ระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน
11.
11 บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน มีวิธีดําเนินการวิจัยดังนี้ ประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากรที่ใชในการวิจัยคือ
อาสาสมัครสาธารณสุขตําบลบอตรุ จํานวน 136คน ตามทะเบียน อส ม.ของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ ป 2560และผูวิจัยใช อสม.ทั้งหมดเปนกลุมตัวอยางที่ใชในการ วิจัยครั้งนี้ โดยอสม.ที่เปนกลุมตัวอยางจําแนกตามหมูบานดังนี้ ตาราง1 อสม.ของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุจําแนกรายหมูบาน ป 2560 หมูที่ จํานวน อสม. (คน) รอยละ ม.1บานบอตรุ 38 27.94 ม.2บานเจดียงาม 31 22.79 ม.3บานพังขี้พรา 17 12.50 ม.4บานวัดประดู 20 14.70 ม.5บานโพธิ์ 30 22.07 รวม 136 100.00 การเก็บรวบรวมขอมูล การเก็บรวบรวมแบบสอบถามโดยผูวิจัยดําเนินการเอง โดยการแจกแบบสอบถามใหอสม.ตําบลบอ ตรุในวันประชุมประจําเดือนในวันที่ 20มีนาคม 2560พรอมทั้งชี้แจงแบบสอบถามรายขอ เพื่อความเขาใจที่ ตรงกัน เมื่อ อสม.ตอบแบบสอบถามเสร็จสิ้น ผูวิจัยไดตรวจสอบความสมบูรณถูกตองของแบบสอบถามทุก ฉบับ หลังจากนั้นไดนําแบบสอบถามไปบันทึกดวยโปรแกรมประยุกตทางสถิติดวยคอมพิวเตอร เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เครื่องมือที่ใชเปนแบบสอบถามที่ผูวิจัยไดออกแบบขึ้นเอง ประกอบดวย 3สวน คือ 1) ขอมูลทั่วไป ของผูตอบแบบสอบถามและ2) แบบสอบถามความคิดเห็นของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝา ระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน เปนแบบสํารวจความคิดเห็นแบบใหประมาณคาแบงคะแนนเปน 5ระดับคือ -เห็นดวยมากที่สุด คะแนน 5 -เห็นดวยมาก คะแนน 4
12.
12 -เห็นดวยปานกลาง คะแนน 3 -เห็นดวยนอย
คะแนน 2 -เห็นดวยนอยที่สุด คะแนน 1 3)ขอเสนอแนะอื่นๆ เปนแบบสอบถามปลายเปด ใหผูตอบแบบสอบถามเสนอแนะสิ่งที่อยากให ผูวิจัยพัฒนาสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยไดวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรม SPSS โดยดําเนินการวิเคราะหขอมูลดังนี้ 1.วิเคราะหขอมูลสวนบุคคล โดยการนับจํานวนและหาคารอยละ 2.ความคิดเห็นของอสม.ตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ใชการวิเคราะห รวบรวมขอมูลโดยการนับจํานวน หาคารอยละและคาสถิติบรรยายเชิงพรรณนา คะแนนความคิดเห็นตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน คะแนนเต็ม 50คะแนน แบงความคิดเห็นเปน 5ระดับดังนี้ 1) เห็นดวยมากที่สุด คะแนน 41-50 2) เห็นดวยมาก คะแนน 31-40 3) เห็นดวยปานกลาง คะแนน 21-30 4) เห็นดวยนอย คะแนน 11-20 5) เห็นดวยนอยที่สุด คะแนน 0-10 การทดสอบความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระและตัวแปรตามดวยสถิติไคสแควร(Chi-Square Test) และกําหนดนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05
13.
13 บทที่ 4 ผลการวิจัย ผลการวิจัยเรื่องความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝา ระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ แบงผล การศึกษาเปน
2สวนคือ ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถามและการทดสอบสมมติฐาน ปรากฏผลดังนี้ สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ตาราง 2 ขอมูลทั่วไปและระยะเวลาที่เปนอสม.ของผูตอบแบบสอบถาม n=100 ปจจัยสวนบุคคล จํานวน รอยละ 1.เพศ - ชาย 3 3.0 - หญิง 97 97.0 2.อายุ(ป) - 25-40ป 14 14.0 - 41-60ป 68 68.0 - 61ปขึ้นไป 18 18.0 คาเฉลี่ย 51.30 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10.40 3.การศึกษา - ประถมศึกษา 63 63.0 - มัธยมศึกษาตอนตน 10 10.0 - มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. 19 19.0 - อนุปริญญา ปวส. 2 2.0 - ปริญญาตรี 6 6.0 4.หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม. - ม.1 25 25.0 - ม.2 20 20.0 - ม.3 14 14.0 - ม.4 20 20.0 - ม.5 21 21.0
14.
14 จากตาราง2ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ปรากฏวา สวนใหญเปนเพศหญิง
รอยละ 97อายุ สวนใหญ 41-60ป รอยละ 68นอยที่สุดอายุ 25-40รอยละ 14(คาเฉลี่ย 51.30ป) สวนใหญการศึกษาระดับ ประถมศึกษา รอยละ 63รองลงมามัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. รอยละ 19และต่ําสุดอนุปริญญา ปวส. รอย ละ 2การปฏิบัติงานพบวาสวนใหญปฏิบัติงานหมูที่ 1รอยละ 25รองลงมา หมูที่ 5รอยละ 21และนอยที่สุด หมูที่ 3รอยละ 14 ตาราง3 ระยะเวลาที่เปนอสม.ของกลุมตัวอยาง n=100 ระยะเวลาที่เปนอสม. จํานวน รอยละ - 1-10ป 43 43.0 -11-20ป 32 32.0 -21ปขึ้นไป 25 25.0 คาเฉลี่ย 14.97 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10.28 จากตาราง 3ระยะเวลาที่เปนอสม.ของกลุมตัวอยาง ปรากฏวา สวนใหญเปนอสม. 1-10ป รอยละ 43และนอยที่สุดเปนอสม. 21ปขึ้นไป รอยละ 25(คาเฉลี่ย 14.97ป) ตาราง 4 ความคิดเห็นของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในชุมชน n=100 ขอ คําถาม ความคิดเห็น คาเฉลี่ย สวน เบี่ยงเบน มาตรฐาน ระดับ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง นอย นอย ที่สุด 1. ขนาดรูปเลมสะดวกตอการใช 46 46.0 42 42.00 10 10.0 2 2.0 0 4.32 0.74 มาก 2. ตัวอักษรเหมาะสม อานงาย 52 52.0 31 31.0 17 17.0 0 0 4.35 0.75 มาก 3. เนื้อหาไมยาก เขาใจงาย 49 49.0 39 39.0 6 6.0 6 6.0 0 4.31 0.84 มาก 4. ใชสํารวจกลุมเปาหมายใน ชุมชนไดสะดวก 48 48.0 38 38.0 14 14.0 0 0 4.34 0.71 มาก 5. การบันทึกผลการคัดกรอง กลุมเปาหมายไดงาย 40 40.0 42 42.0 18 18.0 0 0 4.22 0.73 มาก 6. ใชแยกประเภทกลุมปกติ กลุม เสี่ยง กลุมปวยไดงาย 43 43.0 41 41.0 16 160 0 0 4.27 0.72 มาก
15.
15 ตาราง 4(ตอ) n=100 ขอ คําถาม
ความคิดเห็น คาเฉลี่ย สวน เบี่ยงเบน มาตรฐาน ระดับ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง นอย นอย ที่สุด 7. ใชแยกสีกลุมปวยดวยปงปอง 7สี ไดงาย 30 30.0 53 53.0 17 17.0 0 0 4.13 0.68 มาก 8. การบันทึกผลการติดตามเยี่ยม กลุมเสี่ยงไดงาย 35 35.0 50 50.0 15 15.0 0 0 4.20 0.68 มาก 9. การบันทึกผลการติดตามเยี่ยม กลุมปวยไดงาย 45 45.0 42 42.0 13 13.0 0 0 4.32 0.69 มาก 10. การบันทึกการสงตอผูปวยมาพบ เจาหนาที่ รพ.สต.ไดงาย 43 43.0 40 40.0 17 17.0 0 0 4.26 0.73 มาก คาเฉลี่ยรวม 42.72 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5.79 จากตาราง 4ความคิดเห็นของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในชุมชนพบวามีคาเฉลี่ยรวมทุกขอ 42.72เมื่อพิจารณารายขอ ปรากฏผลดังนี้ ขอ1ขนาดรูปเลมสะดวกตอการใชพบวา คาเฉลี่ย 4.32ระดับมาก ขอ2ตัวอักษรเหมาะสม อานงายพบวา คาเฉลี่ย 4.35ระดับมาก ขอ3เนื้อหาไมยาก เขาใจงายพบวา คาเฉลี่ย 4.31ระดับมาก ขอ4ใชสํารวจกลุมเปาหมายในชุมชนไดสะดวกพบวา คาเฉลี่ย 4.34ระดับมาก ขอ5การบันทึกผลการคัดกรองกลุมเปาหมายไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.22ระดับมาก ขอ6ใชแยกประเภทกลุมปกติ กลุมเสี่ยง กลุมปวยไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.27ระดับมาก ขอ7ใชแยกสีกลุมปวยดวยปงปอง 7สี ไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.13ระดับมาก ขอ8การบันทึกผลการติดตามเยี่ยมกลุมเสี่ยงไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.20ระดับมาก ขอ9การบันทึกผลการติดตามเยี่ยมกลุมปวยไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.32ระดับมาก ขอ10การบันทึกการสงตอผูปวยมาพบเจาหนาที่ รพ.สต.ไดงายพบวา คาเฉลี่ย 4.26ระดับมาก
16.
16 ตาราง5ความคิดเห็นภาพรวมของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในชุมชน n=100 ระดับความคิดเห็น จํานวน (คน)
รอยละ - มากที่สุด (41-50คะแนน) 70 70.0 - มาก (31-40คะแนน) 22 22.0 - ปานกลาง (21-30คะแนน) 8 8.0 - นอย (11-20คะแนน) 0 0 - นอยที่สุด (0-10คะแนน) 0 0 คาเฉลี่ย 42.72 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5.79 จากตาราง5ความคิดเห็นภาพรวมของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ปรากฏวาสวนใหญกลุมตัวอยางมีความคิดเห็นภาพรวมมากที่สุด รอยละ 70รองละมาระดับมาก รอยละ 22และระดับปานกลาง รอยละ 8ตามลําดับ สวนที่ 2 การทดสอบสมมติฐาน การวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการวิเคราะหหาความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระ ซึ่งไดแก เพศ อายุ การศึกษา หมูที่ปฏิบัติงานและระยะเวลาที่เปนอสม. สวนตัวแปรตามไดแก ความคิดเห็นของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ซึ่ง สถิติที่นํามาใชในการศึกษาวิเคราะห ไดแก คาไคสแควร (Chi-Square) ใชทดสอบความสัมพันธระหวางตัว แปร สําหรับนัยสําคัญทางสถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลครั้งนี้กําหนดไวที่ระดับ 0.05 ซึ่งผลการทดสอบ สมมติฐานที่ตั้งไวปรากฏดังนี้
17.
17 สมมติฐานที่1เพศมีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใช สมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ตารางที่ 6แสดงความสัมพันธระหวางเพศชายและหญิงกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน เพศ ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน รวม นอย
มาก ชาย 33.33 66.67 3.0(3) หญิง 42.27 57.73 97.0(97) รวม 42.00 58.00 100.0(100) Chi-Square =0.095 df = 1 Sig = 0.75 Crammer’s v = 0.031 เมื่อทดสอบความสัมพันธระหวางเพศชายและหญิงความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยใชสถิติไคสแควร ผลการทดสอบพบวาคานัยสําคัญที่คํานวณได เทากับ 0.75 ซึ่งมีคามากกวาระดับนัยสําคัญ ( ) ที่ กําหนดไวที่ระดับ 0.05 แสดงวาอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานที่มีเพศตางกันมีความคิดเห็นตอการใช สมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนไมแตกตางกัน ผลการศึกษาจึงไมเปนตาม สมมติฐานที่ตั้งไว
18.
18 สมมติฐานที่ 2 อายุมีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการ ใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ตารางที่
7แสดงความสัมพันธระหวางอายุกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใช สมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน อายุ ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน รวม นอย มาก 25-40ป 42.85 57.15 14.0(14) 41-60ป 45.58 54.42 68.0(68) 61ปขึ้นไป 27.77 72.23 18.0(18) รวม 42.00 58.00 100.0(100) Chi-Square =1.86 df = 2 Sig = 0.39 Crammer’s v = 0.136 เมื่อทดสอบความสัมพันธระหวางอายุกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยใชสถิติไคสแควร ผลการทดสอบพบวาคานัยสําคัญที่คํานวณได เทากับ 0.39 ซึ่งมีคามากกวาระดับนัยสําคัญ ( ) ที่ กําหนดไวที่ระดับ 0.05 แสดงวาอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานที่มีอายุตางกันมีความคิดเห็นตอการใช สมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนไมแตกตางกัน ผลการศึกษาจึงไมเปนตาม สมมติฐานที่ตั้งไว
19.
19 สมมติฐานที่3 การศึกษามีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ตารางที่ 8แสดงความสัมพันธระหวางการศึกษากับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน การศึกษา
ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในชุมชน รวม นอย มาก ประถมศึกษา 42.85 57.15 63.0(63) มัธยมศึกษาตอนตนขึ้นไป 40.54 59.46 37.0(37) รวม 42.00 58.00 100.0(100) Chi-Square =0.05 df = 1 Sig = 0.82 Crammer’s v = 0.023 เมื่อทดสอบความสัมพันธระหวางการศึกษากับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน ตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยใชสถิติไคสแควร ผลการทดสอบพบวาคานัยสําคัญที่คํานวณได เทากับ 0.82 ซึ่งมีคามากกวาระดับนัยสําคัญ ( ) ที่ กําหนดไวที่ระดับ 0.05 แสดงวาอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานที่มีการศึกษาตางกันมีความคิดเห็นตอ การใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนไมแตกตางกัน ผลการศึกษาจึงไม เปนตามสมมติฐานที่ตั้งไว
20.
20 สมมติฐานที่4หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ตารางที่ 9แสดงความสัมพันธระหวางหมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.กับความคิดเห็นของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน หมูบานที่ ปฏิบัติงาน ของอสม. ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน รวม นอย มาก หมู
1 20.00 80.00 25.0(25) หมู 2 60.00 40.00 20.0(20) หมู 3 50.00 50.00 14.0(14) หมู 4 55.00 45.00 20.0(20) หมู 5 33.33 66.67 21.0(21) รวม 42.00 58.00 100.0(100) Chi-Square =10.03 df = 4 Sig = 0.04 Crammer’s v = 0.317 เมื่อทดสอบความสัมพันธระหวางหมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.ตอความคิดเห็นของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยใช สถิติไคสแควร ผลการทดสอบพบวาคานัยสําคัญที่คํานวณได เทากับ 0.04 ซึ่งมีคานอยกวาระดับนัยสําคัญ ( ) ที่ กําหนดไวที่ระดับ 0.05 แสดงวาอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานที่หมูบานที่ปฏิบัติงานตางกันมีความ คิดเห็นตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนแตกตางกัน ผลการศึกษา จึงเปนตามสมมติฐานที่ตั้งไว
21.
21 สมมติฐานที่5ระยะเวลาที่เปนอสม.มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมช ตารางที่ 10แสดงความสัมพันธระยะเวลาที่เปนอสม.กับความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ระยะเวลาที่ เปนอสม. ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุด บันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน รวม นอย มาก 1-10ป
55.81 44.19 43.0(43) 11ปขึ้นไป 31.57 68.43 57.0(57) รวม 42.00 58.00 100.0(100) Chi-Square = 5.91 df = 1 Sig = 0.02 Crammer’s v = 0.243 เมื่อทดสอบความสัมพันธระหวางระยะเวลาที่เปนอสม.ตอความคิดเห็นของอาสมัครสาธารณสุข ประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนโดยใชสถิติไคส แควร ผลการทดสอบพบวาคานัยสําคัญที่คํานวณได เทากับ 0.02 ซึ่งมีคานอยกวาระดับนัยสําคัญ ( ) ที่ กําหนดไวที่ระดับ 0.05 แสดงวาระยะเวลาที่เปนอสม.ตางกันมีความคิดเห็นตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนแตกตางกัน ผลการศึกษาจึงเปนตามสมมติฐานที่ตั้งไว
22.
22 สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการทดสอบสมมติฐาน เพื่อหาปจจัยสวนบุคคลและระยะเวลาที่เปนอสม.ที่มีความสัมพันธกับ ความคิดเห็นของอาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความ ดันโลหิตสูงในชุมชน ไดแก
เพศ อายุ การศึกษา หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.และระยะเวลาที่เปนอสม. ปรากฏผลดังนี้ ตัวแปรหมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.และระยะเวลาที่เปนอสม. มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอา สมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ตางกัน ตัวแปรอื่นๆ ไดแก เพศ อายุ การศึกษา มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสมัครสาธารณสุข ประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนไมแตกตางกัน ตารางที่ 11 สรุปผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัยตัวแปรกับความคิดเห็นของอาสมัครสาธารณสุขประจํา หมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน * มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตัวแปร คานัยสําคัญ ผลการทดสอบสมมติฐาน เปนไปตาม ไมเปนไป ตามสมมติฐาน ตามสมมติฐาน 1. เพศ 0.09 2. อายุ 0.39 3. การศึกษา 0.82 4. หมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม. 0.04 5. ระยะเวลาที่เปนอสม. 0.02
23.
23 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ การวิจัยเรื่องความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ สรุปผลวิจัยดังนี้ สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่องความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ
มีวัตถุประสงค 1)เพื่อ ศึกษาความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในชุมชน 2)เพื่อศึกษาความสัมพันธของปจจัยสวนบุคคลและระยะเวลาที่เปนอสม.ตอ ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในชุมชนและ3)เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเฝาระวังการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในชุมชน การออกแบบวิจัย ใชวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรคืออาสาสมัครสาธารณสุขตําบลบอตรุจํานวน 136คนและนํามาใชเปนกลุมตัวอยางในการศึกษาทั้งหมด เก็บขอมูลจากแบบสอบถามได 100ตัวอยาง รอย ละ 73.52ซึ่งผูวิจัยเห็นวามีความเพียงพอตอการวิจัยในครั้งนี้ การเครื่องมือที่ใชในการวิจัยเปนแบบสอบถาม ที่ผูวิจัยออกแบบเองซึ่งไดตรวจสอบความครบถวนสมบูรณและความถูกตองจากผูเชี่ยวชาญของสํานักงาน สาธารณสุขอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา เก็บรวบรวมขอมูลโดยผูวิจัยและวิเคราะหขอมูลโดยโปรแกรม สําเร็จรูปทางสถิติและใชสถิติเชิงพรรณาและคาไควสแควรในการทดสอบความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม กําหนดคานัยสําคัญที่ 0.05ผลการวิจัยปรากฏผลดังนี้ ขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยาง ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ปรากฏวา สวนใหญเปนเพศหญิง รอยละ 97อายุสวนใหญ 41- 60ป รอยละ 68นอยที่สุดอายุ 25-40รอยละ 14(คาเฉลี่ย 51.30ป) สวนใหญการศึกษาระดับประถมศึกษา รอยละ 63รองลงมามัธยมศึกษาตอนปลายหรือปวช. รอยละ 19และต่ําสุดอนุปริญญาหรือปวส. รอยละ 2 หมูบานที่ปฏิบัติงานพบวาสวนใหญปฏิบัติงานหมูที่ 1รอยละ 25รองลงมา หมูที่ 5รอยละ 21และนอยที่สุด หมูที่ 3รอยละ 14 ระยะเวลาการเปนอสม.ของกลุมตัวอยาง ปรากฏวา สวนใหญปฏิบัติงาน 1-10ป รอยละ 43และ นอยที่สุดปฏิบัติงาน 21ปขึ้นไป รอยละ 25(คาเฉลี่ย 14.97ป)
24.
24 ความคิดเห็นของผูกลุมตัวอยางตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิต สูงในชุมชน ความคิดเห็นภาพรวมของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในชุมชน ปรากฏวาความคิดเห็นภาพรวมมีคาเฉลี่ยรวม 42.72กลุมตัวอยางสวนใหญมีความ คิดเห็นระดับมากที่สุด
รอยละ 70รองละมาระดับมาก รอยละ 22และระดับปานกลาง รอยละ 8ตามลําดับ) ความคิดเห็นของผูตอบแบบสอบถามตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในชุมชนเมื่อพิจารณารายขอ พบวาขอ2ตัวอักษรเหมาะสม อานงาย มีคาเฉลี่ยสูงที่สุด(คาเฉลี่ย 4.35) รองลงมาคือ ขอ4ใชสํารวจกลุมเปาหมายในชุมชนไดสะดวก(คาเฉลี่ย 4.34)และต่ําสุดคือ ขอ7ใชแยกสีกลุม ปวยดวยปงปอง 7สี ไดงาย(คาเฉลี่ย 4.13) การทดสอบสมมติฐาน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวาหมูบานที่ปฏิบัติงานของอสม.และระยะเวลาที่เปนอสม. มี ความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวัง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนตางกัน ปจจัยดานอื่นๆ ไดแก เพศ อายุ การศึกษา มีความสัมพันธกับความคิดเห็นของอาสมัคร สาธารณสุขประจําหมูบานตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนไม แตกตางกัน ขอเสนอแนะการวิจัย ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งนี้ 1. พัฒนาทักษะการใชสมุดบันทึกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนแกอสม.ที่ปฏิบัติงานไม เกิน10ปและรายหมูบานใหมากขึ้น 2. พัฒนาทักษะอสม.เกี่ยวกับการแปรผลดวยปงปองจราจร 7สีใหมากขึ้น 3. พัฒนาความรูและทักษะการติดตามเยี่ยมบานกลุมเสี่ยงและกลุมปวยโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงแกอสม.ที่มีระยะเวลาการปฏิบัติงานไมเกิน10ปใหมากขึ้น ขอเสนอแนะการวิจัยในครั้งตอไป ผูวิจัยมีขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยในครั้งตอไปดังนี้ 1. การเพิ่มตัวแปรอิสระเกี่ยวกับตัวแปรนโยบายใหมากขึ้นเพื่อประโยชนสําหรับการวิจัยครั้งตอไป 2. การใชการวิจัยเชิงคุณภาพควบคูไปกับการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อเพิ่มความชัดเจนในเนื้อหาการวิจัย มากขึ้น
25.
25 บรรณานุกรม จํารอง เงินดี. 2534.
เอกสารคําสอนวิชาจิตวิทยาสังคม. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. จําเรียง ภาวจิตร. 2536. “สาธารณมิติ”. เอกสารการสอนชุดวิชาสังคมศึกษา 4 (เลม 2). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสารมวลขน จํากัด. ธาริณี พังจุนันทและนิตยา พันธุเวทย.2558. สารรณรงควันความดันโลหิตสูง2558(online). Available:. www.thaincd.com. 20เมษายน 2560 บุญเรียง ขจรศิลป. 2534. วิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: พิชาญพริ้นติ้ง. Best, J.W. 1977. Research in Education. (3rd ed). New Jersey: Prentice Hall Inc Good, C.V. 1973. Dictionary of Education. New York: McGraw-Hill Book. Oskamp, S. 1977. Attitudes and Opinions. New Jersey: Prentice-Hall Inc. Remmer, H.H. 1954. Introduction to Opinion and Attitude. New York: Harper and Brothers Publisher Measurement.
26.
26 ภาคผนวก
27.
27 ภาคผนวก ก การพัฒนาการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนของ อสม.ตําบลบอตรุ นวัตกรรม การเฝาระวังโรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูงในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขตําบลบอตรุ หลักการและเหตุผล ปจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว สงผลตอการดําเนินชีวิต ของประชาชน ประชาชนมีการแขงขันสรางความมั่นคงใหแกครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมาก ขึ้น จึงทําใหวิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เชน การเรงรีบกับการทํางาน บริโภคอาหารโดยไมไดคํานึงถึงคุณคา ทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวรางกายนอยลง ขาดการออกกําลังกาย เครียด ทําใหมีโอกาสเสี่ยงตอการ เจ็บปวยดวยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเปนปญหาสําคัญทางดานสาธารณสุข เปนกลุมโรคที่มี ปจจัยสาเหตุการนําสูโรคจากปจจัยเสี่ยงรวมและเสียชีวิตกอนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถปองกันไดโดยการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เชน การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม สถานการณในประเทศไทยพบวาในป 2551-2552 คนไทยปวยเปนเบาหวาน 3.5 ลานคน โรค ความดันโลหิตสูง 10.8 ลานคนและมีแนวโนมสูงขึ้น สําหรับตําบลบอตรุ อําเภอระโนด จังหวัดสงขลา จาก ขอมูลของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ ณ กรกฎาคม 2556 ปรากฏวา มีผูปวยเบาหวาน 112 คน ความดันโลหิตสูง 518 คน โรคเบาหวานและความดันโลหิต179 คนและมีแนวโนมสูงขึ้นเชนเดียวกัน สวนผลการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานในประชากรอายุ 35 ปขึ้นไปป 2556 ของโรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุ ปรากฏวา มีกลุมเสี่ยงสูงโรคความดันโลหิตสูง 111 คน รอยละ 3.07 กลุมเสี่ยง สูงเบาหวาน 3 คน รอยละ 0.09 การสงเสริมสุขภาพประชาชนเพื่อปองกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงจึงตองดําเนินกิจกรรมอยาง ตอเนื่อง เพื่อเพิ่มกลุมปกติและลดกลุมเสี่ยง กลุมปวย ซึ่งในระยะเวลาที่ผานมากระทรวงสาธารณสุขไดมีการ พัฒนากิจกรรมดังกลาวโดยใช “ปงปองจราจรชีวิต 7 สี”ในการจัดระดับความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวานและการสงเสริมกิจกรรมที่เหมาะสม โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบอตรุจึงไดประยุกต แนวคิดดังกลาวมาพัฒนาเปนนวัตกรรม “การเฝาระวังโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในชุมชนของอาสาสมัคร สาธารณสุขตําบลบอตรุ” ทั้งนี้มีจุดมุงหมายเพื่อพัฒนาการเฝาระวังโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานใน ชุมชนของอสม.ซึ่งจะเปนประโยชนกับการดูแลสุขภาพของประชาชนในตําบลบอตรุตอไป วัตถุประสงค เพื่อพัฒนาการเฝาระวังโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในชุมชนของอสม.โดยประยุกตใชปงปอง จราจรชีวิต 7สี
28.
28 เปาหมาย 1.พัฒนา อสม.ตําบลบอตรุในการประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7สี
จํานวน 136 คน 2. ประชากรอายุ 35 ปขึ้นไปไดรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน รอยละ 100 3.ประชากรกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานไดรับการติดตามดูแล จากอสม.โดยการประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7สี รอยละ 100 วิธีการดําเนินงาน 1.เจาหนาที่รวมพัฒนาและจัดทํานวัตกรรมการประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7 สี สําหรับอสม. 2.ประชุมชี้แจงอสม.เกี่ยวกับการเฝาระวังโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโดยการใชนวัตกรรมการ ประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7สี 3.อสม.นํานวัตกรรมการประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7สีไปดําเนินการในชุมชนที่รับผิดชอบและ ประสานการใชนวัตกรรมกับเจาหนาที่ประจําครอบครัว 4.อสม.จัดกลุมประชากรตามปงปองจราจรชีวิต 7 สีและดําเนินการสงเสริมสุขภาพและปองกัน โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยเนนกิจกรรมที่เหมาะสมตามปงปองจราจรชีวิต 7 สีกับกลุมปกติ กลุม เสี่ยงและกลุมปวยในชุมชน รายละเอียดดังนี้ 4.1 กลุมปกติ เยี่ยมบานปละ 2 ครั้งสงเสริมพฤติกรรม3อ 2ส 4.2 กลุมเสี่ยง เยี่ยมบานปละ 4 ครั้ง สํารวจและสงเสริมพฤติกรรม 3อ2ส และติดตามตรวจ ความดันโลหิตและเบาหวานทุก 1-3 เดือน - อสม.วิเคราะหคะแนน 3อ2ส ของกลุมเสี่ยงแบงคะแนนกลุมเสี่ยงเปน 3 กลุม(กองสุข ศึกษา,2556) คือ 1) 0-3 คะแนน (เสี่ยงนอย) พฤติกรรมสวนใหญถูกตอง สงเสริมพฤติกรรมขอที่ยังทําไมได 2) 4-7 คะแนน (เสี่ยงปานกลาง) มีโอกาสปวยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตองปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง 3) 8-10 คะแนน (เสี่ยงมาก) มีโอกาสปวยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รีบปรับเปลี่ยน พฤติกรรมใหถูกตอง อสม.สงตอพบเจาหนาที่เพื่อใหคําแนะนําการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ - อสม.ใหคําแนะนํารายบุคคล/รายกลุมและผานทางหอกระจายขาวในชุมชนและวิทยุชุมชน - อสม.ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม3อ2ส ของกลุมเสี่ยงทุกเดือน - อสม.ติดตามตรวจวัดความดันโลหิตของกลุมเสี่ยงทุกเดือนและตรวจเลือดของกลุมเสี่ยงทุก 3 เดือน 4.3 กลุมปวย เยี่ยมบานตามสีปงปองจราจร คือ สีดํา แดง สม เหลือง เขียว เยี่ยมทุกเดือน
29.
29 เนนกิจกรรม 3อ 2ส
การลดหวาน มัน เค็ม การกินยา พบเจาหนาที่ตามนัด การสงตอพบ จนท.เพื่อปองกันภาวะแทรกซอน - อสม.ใหคําแนะนํารายบุคคล /รายกลุม - อสม.ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม3อ2ส ของกลุมปวยทุกเดือน - อสม.ติดตามตรวจวัดความดันโลหิต/ ตรวจเลือดของของกลุมปวยทุกเดือน 5. ประชุมกลุม อสม.ทุกเดือน เพื่อทราบความกาวหนาและติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุม เสี่ยง กลุมปวยตามกิจกรรม 3อ2ส 6.ประเมินผลการใชนวัตกรรมทุก 3 เดือนและเมื่อสิ้นสุดโครงการ ระยะเวลาดําเนินการ ระยะแรก ตุลาคม 2558 – กันยายน 2559 พัฒนานวัตกรรมและทดลองใช ระยะที่สอง ตุลาคม 2559 –กันยายน 2560 พัฒนานวัตกรรมตอเนื่อง งบประมาณ งบประมาณทั้งสิ้น 5,440 บาท รายละเอียดดังนี้ - คาจัดทําสมุดบันทึกการประยุกตใชปงปองจราจรชีวิต 7สี จํานวน 136 เลมๆละ 40บ. รวม 5,440 บาท ผูรับผิดชอบ นายศักดิ์กยะ บุญรอด นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการ การประเมินผล ประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ รายละเอียดดังนี้ 1.จํานวนและรอยละของอสม.ที่ใชนวัตกรรมไดถูกตอง รอยละ 100 2.จํานวนและรอยละของกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและกลุมปวยไดรับการดูแลตามนวัตกรรมปงปองจราจร ชีวิต 7 สี โดยอสม. รอยละ 100 3.การประเมินผลลัพธดังนี้ 1) รอยละของกลุมปกติ/กลุมปวย 0 เพิ่มขึ้น 2) รอยละของกลุมเสี่ยง กลุมปวย 1,2,3 ลดลง 3) รอยละของกลุมปวยแทรกซอนที่มีอาการคงที่ 4) ความคิดเห็นของผูใชนวัตกรรม มากกวารอยละ 80 ผลที่คาดวาจะไดรับ
30.
30 1.ประชากรอายุ 35 ปขึ้นไปไดรับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานโดย อาสาสมัครสาธารณสุข 2.ประชากรกลุมปกติ
กลุมเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไดรับการติดตามเยี่ยมบานเพื่อ สงเสริมสุขภาพโดยเนนกิจกรรมตามปงปองจราจรชีวิต 7 สี ในการปองกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยอาสาสมัครสาธารณสุข 3.กลุมปวยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไดรับการดูแลตอเนื่อง เพื่อสงเสริมสุขภาพโดยเนน กิจกรรมตามปงปองจราจรชีวิต 7สี โดยอาสาสมัครสาธารณสุข กระบวนการดําเนินงาน ระยะ กิจกรรม ผลงาน ระยะที่ 1 การเตรียมการ 1.ทบทวนผลการดําเนินงานการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในชุมชนรวมกันของเจาหนาที่ สรุปขอบกพรองในการทํางาน 2.คิดคนรูปแบบการจัดทํานวัตกรรมเพื่อการทํางานการเฝาระวัง เบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน โดยการมีสวนรวมของอสม. 3.พัฒนาและจัดทํานวัตกรรมสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงในชุมชน -จนท.รวมประชุม 1 ครั้ง -จนท.รวมการหา รูปแบบการพัฒนา นวัตกรรม -สมุดบันทึก นวัตกรรมฯ จํานวน 136 เลม ระยะที่ 2 ดําเนินการและ ปรับปรุง นวัตกรรม 1.ชี้แจงนวัตกรรมแกอสม.และใหอสม.ไปดําเนินกิจกรรมในเขตที่ตนเอง รับผิดชอบ 1.1 คัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานในประชากรอายุ 35 ปขึ้น ไป 1.2 จําแนกผลการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานเปน 3 กลุม หลัก 3 กลุมเพื่อการลงเยี่ยมบานและจําแนกกลุมตางๆตามปงปอง จราจร 7 สี 1.2.1กลุมปกติ เยี่ยมบานปละ 2 ครั้ง+จําแนกกลุมสี+ติดตาม3อ2ส+ สงเสริมสุขภาพตามกลุมสี 1.2.2กลุมเสี่ยง เยี่ยมบานปละ 4 ครั้ง +จําแนกกลุมสี+ติดตาม3อ2ส+ สงเสริมสุขภาพตามกลุมสี 1.2.3กลุมปวย เยี่ยมบานปละ 12 ครั้ง+จําแนกกลุมสี+สงเสริม สุขภาพตามกลุมสี 2 ครั้ง
31.
31 ตอ ระยะ กิจกรรม ผลงาน 2.ติดตามผลการเยี่ยมบานจากอสม.โดยเจาหนาที่ประจําครอบครัวและ พัฒนาแกไขจุดบกพรองของนวัตกรรม ระยะที่3 สรุปผล 1.สรุปผลการดําเนินงาน 2.จัดทํารูปเลมและเผยแพร
32.
32 แผนผัง การพัฒนานวัตกรรม การเฝาระวังโรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูงในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุข ตําบลบอตรุ 1.ชี้แจง อสม.ถึงที่มาและปญหาการดําเนินงานเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในชุมชนเพื่อจัดทํานวัตกรรม 2.พัฒนานวัตกรรม สมุดบันทึกเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน 3.ประชุมชี้แจงการใชนวัตกรรม สมุดบันทึกเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน 4.ประชุมชี้แจงการใชนวัตกรรม สมุดบันทึกเบาหวานและความดันโลหิตสูงใน ชุมชน 5.ฝกการใชสมุดบันทึกเบาหวานและความดันโลหิตสูงและจัดเวรการใหบริการ ของอสม.ในรพ.สต. 6. อสม.นําสมุดบันทึกเบาหวานและความดันโลหิตสูงไปใชคัดกรองและเยี่ยม บานในชุมชนแกกลุมเปาหมายและสงผลงานใหเจาหนาที่รพ.สต. กลุมปกติเยี่ยมปละ 2 ครั้ง กลุมเสี่ยงเยี่ยมปละ 4 ครั้ง กลุมปวยเยี่ยมทุกเดือน
33.
33 1.พัฒนาสมุดเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงสําหรับ อสม.เพื่อใชบันทึกการคัดกรอง การ เยี่ยมบานตามปงปองจราจร
7 สี ภาพ 1 2. แฟมสะสมผลงานการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานประจําปของอสม. ภาพ 2
34.
34 3.พัฒนาการแปรผลและนํา3อ2ส มาใชในนวัตกรรม ภาพ 3
35.
35 4.เจาหนาที่อบรมใหความรูและทักษะอสม.ในการใชนวัตกรรม ภาพ 4
36.
5.พัฒนาแบบฟอรมสําหรับการสงตอผูปวย ภาพ 5 6. อสม.นํานวัตกรรมไปใชในชุมชน ภาพ
6 แบบฟอรมสําหรับการสงตอผูปวยกลับชุมชน/สงตอผูปวยพบเจาหนาที่รพ นํานวัตกรรมไปใชในชุมชน 36 สงตอผูปวยพบเจาหนาที่รพ.สต.
37.
37 7. อสม.รวมใหบริการในคลินิกเบาหวานความดันโลหิตสูง พรอมนํานวัตกรรมมาใชในคลินิกบริการ ภาพ
7
38.
38 8. การฝกทักษะหนางานอสม.ในการแปรผลและการใชนวัตกรรมที่ถูกตอง ภาพ 8
39.
39 9.คลินิกความดันโลหิตสูงและเบาหวานนํานวัตกรรมและการแปรผลตามปงปองจราจร 7 สีมาใชใน การจัดบริการแกผูปวย ภาพ
9 การประเมินผล การประเมินผลครั้งที่ 1 (กันยายน 2559) 1.การสงขอมูล 1.1 ขอมูลการคัดกรองสง รอยละ 100 ขอมูลการคัดกรองถูกตอง รอยละ 100 1.2 ขอมูลการแปรผลปงปองจราจร 7 สี อสม. - รอยละการสงขอมูล 83 คน รอยละ 63.97 - รอยละการแปรผลตามปงปองจราจร 7 สีถูกตอง รอยละ 85.54 2.การสงตอกลุมเสี่ยง กลุมปวยจากอสม.เพื่อพบเจาหนาที่ของรพ.สต. มีจํานวนนอย ซึ่งตองดําเนินการพัฒนาตอไป โดยการแกไขปญหาดังนี้ -การพัฒนาแบบฟอรมการสงตอเพื่อพบเจาหนาที่และแจกให อสม.ทุกคนมีไว สําหรับการสงตอและใหผูปวยถือมาเองเพื่อพบเจาหนาที่ -ติดตามผลการสงตอในการประชุมประจําเดือนของอสม.ทุกเดือนโดยกําหนดให อสม.ทุกคนที่มีกลุมเสี่ยงใหสงตอมาพบเจาหนาที่
40.
40 -กําหนดวันสงตอคือทุกวันศุกรเชาเวลา 08.00-12.00น.เพื่อใหตรงกับคลินิก เบาหวาน ทําใหผูปวยสะดวกในการติดตามการเจาะเลือดและการพบเจาหนาที่ประจําคลินิกบริการ 3.ความถี่การเยี่ยมบานที่ออกแบบตามปงปอง
7 สี ไมเหมาะสม แกไขโดยการปรับความถี่ของการเยี่ยมบานในกลุมปวยทุกประเภทจากเดิมทุก 3 เดือนเปน เยี่ยมทุกเดือน 4.ขอมูลสงกลับจากรพ.สต.สําหรับ อสม.ติดตามในชุมชนไมตอเนื่อง แกไขโดยการจัดทําแบบฟอรมสงกลับจากรพ.สต.และแจกใหอสม.ในที่ประชุมประจําเดือน เพื่อการติดตามในชุมชน การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ(รอประเมิน ก.ย. 2560) 1.ผลการทดสอบความเห็นของอสม.ตอการใชสมุดบันทึกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในชุมชน 2.ผลการสงตอผูปวยพบเจาหนาที่รพ.สต. 3.ผลการติดตามเยี่ยมบานกลุมสีตามเกณฑ ดังนี้ 3.1 กลุมปกติ(สีขาว) 3.2 กลุมเสี่ยง(สีเขียวออน) 3.3 กลุมปวย 1) ปวย 0 สีเขียวแก 2) ปวย 1 สีเหลือง 3) ปวย 2 สีสม 4) ปวย 3 สีแดง 5) ปวยเรื้อรัง สีดํา ขอเสนอแนะการดําเนินการครั้งตอไป ควรปรับรูปแบบการติดตามกลุมเสี่ยงโดยการนํา3อ2ส มาใชและมีผลการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม
41.
41 ภาคผนวก ข แบบสอบถามความคิดเห็นของอสม.ตอการใชสมุดบันทึกการเฝาระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในชุมชนของรพ.สต.บอตรุ 1.เพศ (
) ชาย ( )หญิง 2.อายุ..................ป 3.การศึกษา (ระบุ)................................................................... 4.หมูบานที่ปฏิบัติงาน หมูที่............................... 5.ระยะเวลาการเปน อสม....................................................ป คําชี้แจง โปรดทําเครื่องหมาย / ในชองที่ตรงกับความคิดเห็นของทานมากที่สุด เห็นดวยมากที่สุด คะแนน 5 เห็นดวยมาก คะแนน 4 เห็นดวยปานกลาง คะแนน 3 เห็นดวยนอย คะแนน 2 เห็นดวยมากนอยที่สุด คะแนน 1 ขอ รายการ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 ขนาดรูปเลมสะดวกตอการใช 2 ตัวอักษรเหมาะสม อานงาย 3 เนื้อหาไมยาก เขาใจงาย 4 ใชสํารวจกลุมเปาหมายในชุมชนไดสะดวก 5 การบันทึกผลการคัดกรองกลุมเปาหมายไดงาย 6 ใชแยกประเภทกลุมปกติ กลุมเสี่ยง กลุมปวยไดงาย 7 ใชแยกสีกลุมปวยดวยปงปอง 7สี ไดงาย 8 การบันทึกผลการติดตามเยี่ยมกลุมเสี่ยงไดงาย 9 การบันทึกผลการติดตามเยี่ยมกลุมปวยไดงาย 10 การบันทึกการสงตอผูปวยมาพบเจาหนาที่ รพ.สต.ไดงาย
Download