ความเครียดก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลครั้งแรก
ของบัณฑิตใหม่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
Oral Presentation : 21 กรกฎาคม 2560
การประชุมวิชาการระดับชาติ การศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ประจำปี 2560
ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
อ.ดร.ลักษณ์วิรุฬม์ โชติศิริ อ.เอื้ออารีย์ สาริกา
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
อ.ชัชวาล วงค์สารี
คณะผู้ศึกษาวิจัย
อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ความเป็นมาเเละความสำคัญ
ตั้งเเต่ปี 2547 สภาการ
พยาบาลใช้ผลการสอบ 8
รายวิชาหลัก ร้อยละ 70
ของ ผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละ
ปีมาเป็นเกณฑ์สำคัญในการ
รับรองสถาบันการศึกษา
พยาบาล ปี 2556 เปลี่ยนมา
เป็น 3 ครั้งใน 1 ปี นับน้ำ
หนักคะเเนนเเบบเทียบ
บัญญัติไตรยางค์ มีผลต่อ
การรับรองสถาบัน
(สำนักมาตรฐานการศึกษา
พยาบาล และผดุงครรภ์, 2556)
การไม่ได้รับใบอนุญาต
ในการประกอบวิชาชีพ
ทำให้สถานพยาบาลต่างๆ ใ ช้
เป็นช่องทางต่อรองรายได้ที่
พึงได้รับ เนื่องจาก ความ
สำ ค ั ญ ข อ ง บุ ค ค ล ที่ จะ
สามารถประกอบวิชาชีพการ
พยาบาลหรือ/และการ
ผดุงครรภ์ได้ตามกฎหมาย
ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพก่อนเริ่ม
ปฏิบัติงาน
(ชัชวาล วงค์สารี,และอุทัยวรรณ พงษ์บริบูรณ์,2557)
ความเครียด ส่งผลต่อ
ตนเอง และบุคคลรอบข้าง
เช่น พฤติกรรม การ
แสดงออก การติดต่อกับ
บุคคลในครอบครัว รวมทั้ง
การตัดสินใจในการหางาน
ทำ และค่าตอบแทนใน
วิ ช า ชี พ เ ป ็ น ต ้ น
ความเครียดเป็นปัญหาที่
สามารถสะสมได้ทีละเล็กที
ละน้อย แสดงอาการทาง
กาย จิตสังคม
(Allen, Larue and Santrock, John W.,1993)
1
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ความเป็นมาเเละความสำคัญ
ความเครียดที่เกิดขึ้นระดับรุนเรงหากไม่ได้รับการเเก้ไข
หรือมีประสบการณ์ในการเผชิญความเครียดที่ไม่เพียงพอ
จะทำให้นักศึกษาที่เตรียมตัวสอบเเสดงออกทางด้านร่า
งกายเเละทางจิตใจที่รุนเเรงมากขึ้นซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งในระ
ยะสั้นเเละระยะยาวต่อนักศึกษา เพื่อประโยชน์ในการ
ป้องกัน ช่วยเหลือและดูเเลนักศึกษา
คณะผู้วิจัยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการดำเนิน
การให้บัณฑิตใหม่เข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมทบทวน
สาระตามหมวด 8 รายวิชา เพื่อให้ประสบความสำเร็จ อย่างมี
ประสิทธิภาพและมีผลกระทบด้านลบให้น้อยที่สุดจึงสนในศึกษา
2
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อศึกษาความเครียดของบัณฑิต ใ นหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัย
พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบ
ประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรกที่จะสอบรอบแรกในปี 2560
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ทราบระดับความรุนเเรงของภาวะเครียดของนักศึกษาฯ เเละให้การดูเเล
ช่วยเหลือกลุ่มที่มีความเครียดระดับสูงหรือเครียดรุนเเรงได้อย่างทันท่วงที
2. ได้ข้อมูลพื้นฐานด้านระดับและการเเสดงออกของนักศึกษาที่มีภาวะเครียดไป
พัฒนารูปแบบการจัดเตรียมนักศึกษาเพื่อการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
และนำไปใช้กับนักศึกษารุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3
วิธีดำเนินการวิจัย
เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study)
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling)
คือ บัณฑิตหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2559 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มี
จำนวน 84 คน ซึ่งได้สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนรับใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลเป็นครั้งแรก
ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2560
1 สัปดาห์ก่อนกำหนดการสอบ คณะผู้วิจัยได้ชี้แจงแนวทางการจัดเก็บข้อมูลให้กลุ่มผู้มีส่วน
ร่วมในการวิจัยรับทราบและเข้าใจก่อนจึงทำการแจกแบบสอบถามเพื่อให้บันทึกข้อมูลด้วยตนเอง
ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีต่อคน ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยครั้งนี้ มีจำนวน 66 คน หรือคิดเป็น
อัตราการตอบรับ ร้อยละ 82.5
ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมการวิจัยมีจำนวน 18 คน เนื่องจากป่วย กลับบ้านต่างจังหวัด ติดภารกิจส่วน
ตัว เป็นต้น
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th4
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
วิธีดำเนินการวิจัย (ต่อ)
2. เครื่องมือในการเก็บข้อมูลครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อมูล 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เป็นต้น
ส่วนที่ 2 แบบทดสอบความเครียดสวนปรุง ของกรมสุขภาพจิต (SPST20) จำนวน 20 ข้อ
(สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุลและคณะ,2540) ผลรวมของค่าคะแนน นำมาจัดแบ่งกลุ่มระดับ
ความเครียดตามมาตรฐานแบบวัดความเครียดสวนปรุง มี 4 ระดับ คือ
ระดับความเครียดน้อย มีค่าผลรวมคะแนน 0-23
ระดับความเครียดปานกลาง มีค่าผลรวมของคะแนน 24-41
ระดับความเครียดสูง มีค่าผลรวมคะแนน 42-61 และ
ระดับความเครียดรุนแรง มีค่าผลรวมคะแนนตั้งแต่ 62 คะแนนขึ้นไป และ
ส่วนที่ 3 เป็นคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับเหตุผลหลัก หรือความตั้งใจในการผ่านเกณฑ์การสอบของ
สภาการพยาบาล เพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรก
5
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
วิธีดำเนินการวิจัย (ต่อ)
ผู้วิจัยได้นำเครื่องมือไปทดลองใช้ (Try out) กับกลุ่มตัวอย่างที่
มีลักษณะคล้ายกันจำนวน 30 คน ได้ค่าความเชื่อมั่น (Reliability)
วิเคราะห์หาความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา(Alpha
coefficient) ตามวิธีของคอนบาค (Conbach,s method) ไ ด้ค่า
เท่ากับ 0.92 ก่อนนำเครื่องมือไปใช้จริง
Reliability
3. การวิเคราะห์ข้อมูล ใ ช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สำหรับการวิเคราะห์
ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา แสดงจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด ผลรวมและระดับค่าคะแนนความเครียด
6
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ผลการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงจำนวน 63
คน คิดเป็นร้อยละ 95.5 อายุเฉลี่ย 22.35±0.97 ปี มี
การกู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.)
จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 62.1 กลุ่มตัวอย่างที่
สำรวจครั้งนี้ สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนของสภาการ
พยาบาลเป็นครั้งแรก และได้ที่นั่งสอบ ในสนามสอบ
เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล กลุ่มตัวอย่าง
ทั้งหมดร้อยละ 100 คาดหวังว่า จะผ่านเกณฑ์การ
สอบขึ้นทะเบียนจากสภาการพยาบาลทั้งหมด 8
รายวิชา ใ นระยะ 3 เดือนมานี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ
69.2 ประเมินภาวะสุขภาพของ ตนเองอยู่ในเกณฑ์ ดี
ถึง ดีมาก
7
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ผลการวิจัย (ต่อ)
ตาราง 2 ค่าคะแนนความเครียดในระยะ 3 เดือน
8
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
จากตารางที่ 2 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือก ปัญหาค่าใช้จ่าย และ ความ
รู้สึกวิตกกังวล ให้ค่าน้ำหนัก 5 คะแนน การไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ และความ
จำไม่ดี ให้ค่าน้ำหนัก 4 คะแนน ความกลัวทำงานผิดพลาด รู้สึกว่าต้องแข่งขัน
หรือเปรียบเทียบ กล้ามเนื้อตึงหรือปวด ปวดหัวจากความตึงเครียด ปวดหลัง
ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง และตั้งสมาธิลำบาก กลุ่มตัวอย่างให้ค่าน้ำหนัก 3
คะแนน และที่เหลือให้ค่าน้ำหนักคะแนนน้อยที่สุด 1 คะแนน คือ เรื่องครอบครัว
มีความขัดแย้งกันในเรื่องเงินหรือเรื่องงานในบ้าน เป็นกังวลกับเรื่องสารพิษหรือ
มลภาวะในอากาศ น้ำ เสียง และดิน ปวดศีรษะข้างเดียว รู้สึกคับข้องใจ รู้สึกโกรธ
หรือหงุดหงิด รู้สึกเศร้า รู้สึกสับสน รู้สึกสับสน เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า
ความรู้สึกวิตกกังวล เป็นความเครียดที่มีผลกระทบมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.6 ±
1.3 คะแนน ใ นขณะที่ความเครียดรายข้อที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด คือ การปวด
หลัง โดยมีค่าเฉลี่ย 1.3 ± 1.9 คะแนน ตามลำดับ
ผลการวิจัย (ต่อ)
9
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ผลการวิจัย (ต่อ)
จากตาราง 3 ผลรวมของความเครียดนำมา
จัดแบ่งกลุ่มตามระดับความรุนแรง โ ดยใช้
เกณฑ์มาตรฐานของกรมสุขภาพจิต มี 3 กลุ่ม
ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อย
ละ 37.9 มีระดับความเครียดรุนแรง รองลงมา
จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 34.8 มีระดับ
ความเครียดสูงและกลุ่มตัวอย่างจำนวน 18 คน
คิดเป็นร้อยละ 27.3 มีระความเครียดระดับ
ปานกลาง ตามลำดับ
10
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ)
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงจำนวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 95.5 อายุเฉลี่ย
22.35±0.97 ปี มีการกู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อย
ละ 62.1 กลุ่มตัวอย่างที่สำรวจครั้งนี้ สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนของสภาการพยาบาลเป็นครั้ง
แรก และได้ที่นั่งสอบ ในสนามสอบเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ข้อค้นพบ อภิปรายผล
กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดคาดหวังว่า
จะผ่านเกณฑ์การสอบขึ้นทะเบียน
จากสภาการพยาบาลทั้งหมด 8 รายวิชา
ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของละเอียด แจ่มจันทร์และ
คณะ(2558) เรื่องการศึกษาทัศนคติและแรงบันดาลใจของนักศึกษา
พยาบาลวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบขึ้น
ทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลพบว่า นักศึกษามี
ความคาดหวังที่จะสอบผ่าน 8 วิชาในครั้งแรก มีความพยายามที่จะ
เอาชนะอุปสรรค โ ดยได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวและคนใกล้ชิด
ซึ่งนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้รับ
แรงสนับสนุนจากเพื่อนและคณาจารย์ในการช่วยเสริมทักษะให้สอบ
ผ่านในครั้งแรก11
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ)
ข้อค้นพบ อภิปรายผล
ด้านระดับความเครียด พบว่า บัณฑิตทุก
คนที่เข้าสอบ ล้วนมีความเครียดเกิดขึ้นกับตน
พบว่าร้อยละ 37.9 มีระดับความเครียดรุนแรง
รองลงมาร้อยละ 34.8 มีระดับความเครียดสูง
และร้อยละ 27.3 มีความเครียดระดับปาน
กลาง
โดยส่วนใหญ่แสดงอาการของภาวะเครียด
ในรูปแบบของความวิตกกังวล ปวดตึงกล้าม
เนื้อ ปวดหลัง ตัดสินใจและทำงานผิดพลาด
สมาธิจดจ่อสั้นลง และเกิดอาการนอนไม่หลับ
สอดคล้องกับการศึกษาของ ยุวดี วัฒนา
นนท์และคณะ (2553) ที่พบว่า นักศึกษากลุ่มที่
จะเข้าสอบร้อยละ 89.12 มีความเครียดระดับ
สูง
โดยมีอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย รับ
ประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักตัวลดลง
ปวดศีรษะ ไ ม่มีสมาธิอ่านหนังสือ ปวดท้อง
และวิตกกังวลเรื่องการสอบ ซึ่งอาการเหล่านี้
มักปรากฏกับผู้ที่มีความความเครียดที่รุนแรง
(สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราช
นครินทร์,2009)
12
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
อาการต่างๆที่พบในกลุ่มตัวอย่าง บ่งชี้ว่ามีความเครียดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กลุ่ม
ตัวอย่างทุกคนมีความรู้จากการศึกษาในชั้นเรียนในการจัดการกับความเครียด เมื่อเผชิญ
กับความเครียด บางคนอาจค้นพบแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความเครียด โ ดยการ
สำรวจตนเองว่า เครียดหรือไม่ เมื่อยอมรับความจริงและคิดในแง่บวก จะสามารถวางแผน
แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการสอบ และผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม (ทัศน์
วรรณ ปานศิริอาษา, 2547) แต่ถ้าไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ อาจส่งผลกระทบ
ต่อการสอบได้ (ยุวดี วัฒนานนท์และคณะ,2553) ผลการศึกษาครั้งนี้ จึงสรุปได้ว่านักศึกษา
หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ที่สอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพส่วน
ใหญ่มีความเครียดระดับสูง ถึงรุนแรง
สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ)
กลุ่มที่พบความเครียดระดับรุนเเรงได้รับการให้คำ
ปรึกษาเเละดูแลเพื่อเผชิญความเครียดให้ดีขึ้นทุกคน
13
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
ข้อเสนอแนะ
ศึกษาเเยกความเครียดเฉพาะ
หน้าออกจากความเครียดที่
เกิดจากความคาดหวัง
จะได้ความเคียดที่เกิด
จากการเตรียมตัวที่จะ
เข้าสอบอย่างเเท้จริง
จากผลการศึกษาความเครียดระดับสูงเเละระดับรุนเเรงที่
เกิดขึ้นกับนักศึกษา คณาจารย์เเละคณะผู้ทำการวิจัยได้ให้คำ
ปรึกษา ติดตามเเละช่วยเหลือจนผ่านการเผชิญความเครียดที่
เหมาะสมเเละสามารถเข้าสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การนำไปใช้
การศึกษาในอนาคต
14
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
!
ชัชวาล วงค์สารี,และอุทัยวรรณ พงษ์บริบูรณ์.(2557). กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพการ
พยาบาลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง.คณะพยาบาลศาสตร์ กาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเวส
เทิร์น: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น พี เพรส.
ทัศน์วรรณ ปานศิริอาษา.(2547). ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับ ความวิตกกังวลในการสอบใบ
ประกอบโรคศิลป์ของ นักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยคริสเตียน จังหวัด นครปฐม.
(วิทยานิพนธ์) กรุงเทพฯ; มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ.
ยุวดีวัฒนานนท์ ,วชิรา วรรณสถิตย์, วิลาวัลย์ ดวงล้อมจันทร์, ฉวีวรรณ สาระคง, และวรรณ
ทิน ยิ่งพัฒนพันธ.(2553).ปัจจัยทำนายผลการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ์ของผู้สอบ.ประจำปีพ.ศ. 2553 คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
J Nurs Sci,29(2):65-72.
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. “ความเครียด” อ้างใน วิชาการ.คอม. [cited
2017, June 28]: Available from: URL:http://www.vcharkam.com/varticle/3975
เอกสารอ้างอิง
15
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
สภาการพยาบาลสำนักมาตรฐานการศึกษาพยาบาล และผดุงครรภ์.(2556).คู่มือการรับรอง
สถาบันการศึกษา วิชาการพยาบาลและการผดุงครรภ ์.นนทบุรี: สภา การพยาบาล.
ละเอียด แจ่มจันทร์และคณะ.(2558).ทัศนคติและแรงบันดาลใจของนักศึกษาพยาบาล
วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพการพยาบาล.วารสารพยาบาลสาธารณสุข.25(3): 199-208.
วิภาดา คณาวิกติกุล , อารีวรรณ กลั่นกลิ่น , รัตนวดี ชอนตะวัน , และสุปราณี อัทธเสรี.
(2555).ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ์.วารสารสภาการพยาบาล.27(3): 11-18.
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, และ พิมพ์มาศ ตาปัญญา .(2540).การสร้าง
แบบ วัดความเครียดสวนปรุง. วารสารสวนปรุง.13(3): 1-20.
Allen, Larue and Santrock, John W. (1993).Psychology :The Context of
Behavior .U.S.A :Wm.C.Brown Communications Ins.
เอกสารอ้างอิง (ต่อ)
16
E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th
Thank you for attention

ความเครียดก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลครั้งแรกของบัณฑิตใหม่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • 1.
    ความเครียดก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลครั้งแรก ของบัณฑิตใหม่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา Oral Presentation: 21 กรกฎาคม 2560 การประชุมวิชาการระดับชาติ การศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ประจำปี 2560 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อ.ดร.ลักษณ์วิรุฬม์ โชติศิริ อ.เอื้ออารีย์ สาริกา E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th อ.ชัชวาล วงค์สารี คณะผู้ศึกษาวิจัย อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • 3.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ความเป็นมาเเละความสำคัญ ตั้งเเต่ปี 2547 สภาการ พยาบาลใช้ผลการสอบ 8 รายวิชาหลัก ร้อยละ 70 ของ ผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละ ปีมาเป็นเกณฑ์สำคัญในการ รับรองสถาบันการศึกษา พยาบาล ปี 2556 เปลี่ยนมา เป็น 3 ครั้งใน 1 ปี นับน้ำ หนักคะเเนนเเบบเทียบ บัญญัติไตรยางค์ มีผลต่อ การรับรองสถาบัน (สำนักมาตรฐานการศึกษา พยาบาล และผดุงครรภ์, 2556) การไม่ได้รับใบอนุญาต ในการประกอบวิชาชีพ ทำให้สถานพยาบาลต่างๆ ใ ช้ เป็นช่องทางต่อรองรายได้ที่ พึงได้รับ เนื่องจาก ความ สำ ค ั ญ ข อ ง บุ ค ค ล ที่ จะ สามารถประกอบวิชาชีพการ พยาบาลหรือ/และการ ผดุงครรภ์ได้ตามกฎหมาย ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพก่อนเริ่ม ปฏิบัติงาน (ชัชวาล วงค์สารี,และอุทัยวรรณ พงษ์บริบูรณ์,2557) ความเครียด ส่งผลต่อ ตนเอง และบุคคลรอบข้าง เช่น พฤติกรรม การ แสดงออก การติดต่อกับ บุคคลในครอบครัว รวมทั้ง การตัดสินใจในการหางาน ทำ และค่าตอบแทนใน วิ ช า ชี พ เ ป ็ น ต ้ น ความเครียดเป็นปัญหาที่ สามารถสะสมได้ทีละเล็กที ละน้อย แสดงอาการทาง กาย จิตสังคม (Allen, Larue and Santrock, John W.,1993) 1
  • 4.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ความเป็นมาเเละความสำคัญ ความเครียดที่เกิดขึ้นระดับรุนเรงหากไม่ได้รับการเเก้ไข หรือมีประสบการณ์ในการเผชิญความเครียดที่ไม่เพียงพอ จะทำให้นักศึกษาที่เตรียมตัวสอบเเสดงออกทางด้านร่า งกายเเละทางจิตใจที่รุนเเรงมากขึ้นซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งในระ ยะสั้นเเละระยะยาวต่อนักศึกษา เพื่อประโยชน์ในการ ป้องกัน ช่วยเหลือและดูเเลนักศึกษา คณะผู้วิจัยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการดำเนิน การให้บัณฑิตใหม่เข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมทบทวน สาระตามหมวด 8 รายวิชา เพื่อให้ประสบความสำเร็จ อย่างมี ประสิทธิภาพและมีผลกระทบด้านลบให้น้อยที่สุดจึงสนในศึกษา 2
  • 5.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาความเครียดของบัณฑิต ใ นหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัย พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อนการสอบขึ้นทะเบียนใบ ประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรกที่จะสอบรอบแรกในปี 2560 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ทราบระดับความรุนเเรงของภาวะเครียดของนักศึกษาฯ เเละให้การดูเเล ช่วยเหลือกลุ่มที่มีความเครียดระดับสูงหรือเครียดรุนเเรงได้อย่างทันท่วงที 2. ได้ข้อมูลพื้นฐานด้านระดับและการเเสดงออกของนักศึกษาที่มีภาวะเครียดไป พัฒนารูปแบบการจัดเตรียมนักศึกษาเพื่อการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และนำไปใช้กับนักศึกษารุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3
  • 6.
    วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) 1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) คือ บัณฑิตหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2559 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มี จำนวน 84 คน ซึ่งได้สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนรับใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลเป็นครั้งแรก ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 1 สัปดาห์ก่อนกำหนดการสอบ คณะผู้วิจัยได้ชี้แจงแนวทางการจัดเก็บข้อมูลให้กลุ่มผู้มีส่วน ร่วมในการวิจัยรับทราบและเข้าใจก่อนจึงทำการแจกแบบสอบถามเพื่อให้บันทึกข้อมูลด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีต่อคน ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยครั้งนี้ มีจำนวน 66 คน หรือคิดเป็น อัตราการตอบรับ ร้อยละ 82.5 ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมการวิจัยมีจำนวน 18 คน เนื่องจากป่วย กลับบ้านต่างจังหวัด ติดภารกิจส่วน ตัว เป็นต้น E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th, chutchavarn.wo@ssru.ac.th4
  • 7.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th วิธีดำเนินการวิจัย (ต่อ) 2. เครื่องมือในการเก็บข้อมูลครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อมูล 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เป็นต้น ส่วนที่ 2 แบบทดสอบความเครียดสวนปรุง ของกรมสุขภาพจิต (SPST20) จำนวน 20 ข้อ (สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุลและคณะ,2540) ผลรวมของค่าคะแนน นำมาจัดแบ่งกลุ่มระดับ ความเครียดตามมาตรฐานแบบวัดความเครียดสวนปรุง มี 4 ระดับ คือ ระดับความเครียดน้อย มีค่าผลรวมคะแนน 0-23 ระดับความเครียดปานกลาง มีค่าผลรวมของคะแนน 24-41 ระดับความเครียดสูง มีค่าผลรวมคะแนน 42-61 และ ระดับความเครียดรุนแรง มีค่าผลรวมคะแนนตั้งแต่ 62 คะแนนขึ้นไป และ ส่วนที่ 3 เป็นคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับเหตุผลหลัก หรือความตั้งใจในการผ่านเกณฑ์การสอบของ สภาการพยาบาล เพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรก 5
  • 8.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th วิธีดำเนินการวิจัย (ต่อ) ผู้วิจัยได้นำเครื่องมือไปทดลองใช้ (Try out) กับกลุ่มตัวอย่างที่ มีลักษณะคล้ายกันจำนวน 30 คน ได้ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) วิเคราะห์หาความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา(Alpha coefficient) ตามวิธีของคอนบาค (Conbach,s method) ไ ด้ค่า เท่ากับ 0.92 ก่อนนำเครื่องมือไปใช้จริง Reliability 3. การวิเคราะห์ข้อมูล ใ ช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สำหรับการวิเคราะห์ ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา แสดงจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด ผลรวมและระดับค่าคะแนนความเครียด 6
  • 9.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ผลการวิจัย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงจำนวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 95.5 อายุเฉลี่ย 22.35±0.97 ปี มี การกู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 62.1 กลุ่มตัวอย่างที่ สำรวจครั้งนี้ สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนของสภาการ พยาบาลเป็นครั้งแรก และได้ที่นั่งสอบ ในสนามสอบ เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล กลุ่มตัวอย่าง ทั้งหมดร้อยละ 100 คาดหวังว่า จะผ่านเกณฑ์การ สอบขึ้นทะเบียนจากสภาการพยาบาลทั้งหมด 8 รายวิชา ใ นระยะ 3 เดือนมานี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.2 ประเมินภาวะสุขภาพของ ตนเองอยู่ในเกณฑ์ ดี ถึง ดีมาก 7
  • 10.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ผลการวิจัย (ต่อ) ตาราง 2 ค่าคะแนนความเครียดในระยะ 3 เดือน 8
  • 11.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th จากตารางที่ 2 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือก ปัญหาค่าใช้จ่าย และ ความ รู้สึกวิตกกังวล ให้ค่าน้ำหนัก 5 คะแนน การไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ และความ จำไม่ดี ให้ค่าน้ำหนัก 4 คะแนน ความกลัวทำงานผิดพลาด รู้สึกว่าต้องแข่งขัน หรือเปรียบเทียบ กล้ามเนื้อตึงหรือปวด ปวดหัวจากความตึงเครียด ปวดหลัง ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง และตั้งสมาธิลำบาก กลุ่มตัวอย่างให้ค่าน้ำหนัก 3 คะแนน และที่เหลือให้ค่าน้ำหนักคะแนนน้อยที่สุด 1 คะแนน คือ เรื่องครอบครัว มีความขัดแย้งกันในเรื่องเงินหรือเรื่องงานในบ้าน เป็นกังวลกับเรื่องสารพิษหรือ มลภาวะในอากาศ น้ำ เสียง และดิน ปวดศีรษะข้างเดียว รู้สึกคับข้องใจ รู้สึกโกรธ หรือหงุดหงิด รู้สึกเศร้า รู้สึกสับสน รู้สึกสับสน เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ความรู้สึกวิตกกังวล เป็นความเครียดที่มีผลกระทบมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.6 ± 1.3 คะแนน ใ นขณะที่ความเครียดรายข้อที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด คือ การปวด หลัง โดยมีค่าเฉลี่ย 1.3 ± 1.9 คะแนน ตามลำดับ ผลการวิจัย (ต่อ) 9
  • 12.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ผลการวิจัย (ต่อ) จากตาราง 3 ผลรวมของความเครียดนำมา จัดแบ่งกลุ่มตามระดับความรุนแรง โ ดยใช้ เกณฑ์มาตรฐานของกรมสุขภาพจิต มี 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อย ละ 37.9 มีระดับความเครียดรุนแรง รองลงมา จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 34.8 มีระดับ ความเครียดสูงและกลุ่มตัวอย่างจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 27.3 มีระความเครียดระดับ ปานกลาง ตามลำดับ 10
  • 13.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงจำนวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 95.5 อายุเฉลี่ย 22.35±0.97 ปี มีการกู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อย ละ 62.1 กลุ่มตัวอย่างที่สำรวจครั้งนี้ สมัครสอบเพื่อขึ้นทะเบียนของสภาการพยาบาลเป็นครั้ง แรก และได้ที่นั่งสอบ ในสนามสอบเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ข้อค้นพบ อภิปรายผล กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดคาดหวังว่า จะผ่านเกณฑ์การสอบขึ้นทะเบียน จากสภาการพยาบาลทั้งหมด 8 รายวิชา ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของละเอียด แจ่มจันทร์และ คณะ(2558) เรื่องการศึกษาทัศนคติและแรงบันดาลใจของนักศึกษา พยาบาลวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบขึ้น ทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลพบว่า นักศึกษามี ความคาดหวังที่จะสอบผ่าน 8 วิชาในครั้งแรก มีความพยายามที่จะ เอาชนะอุปสรรค โ ดยได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวและคนใกล้ชิด ซึ่งนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้รับ แรงสนับสนุนจากเพื่อนและคณาจารย์ในการช่วยเสริมทักษะให้สอบ ผ่านในครั้งแรก11
  • 14.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ) ข้อค้นพบ อภิปรายผล ด้านระดับความเครียด พบว่า บัณฑิตทุก คนที่เข้าสอบ ล้วนมีความเครียดเกิดขึ้นกับตน พบว่าร้อยละ 37.9 มีระดับความเครียดรุนแรง รองลงมาร้อยละ 34.8 มีระดับความเครียดสูง และร้อยละ 27.3 มีความเครียดระดับปาน กลาง โดยส่วนใหญ่แสดงอาการของภาวะเครียด ในรูปแบบของความวิตกกังวล ปวดตึงกล้าม เนื้อ ปวดหลัง ตัดสินใจและทำงานผิดพลาด สมาธิจดจ่อสั้นลง และเกิดอาการนอนไม่หลับ สอดคล้องกับการศึกษาของ ยุวดี วัฒนา นนท์และคณะ (2553) ที่พบว่า นักศึกษากลุ่มที่ จะเข้าสอบร้อยละ 89.12 มีความเครียดระดับ สูง โดยมีอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย รับ ประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักตัวลดลง ปวดศีรษะ ไ ม่มีสมาธิอ่านหนังสือ ปวดท้อง และวิตกกังวลเรื่องการสอบ ซึ่งอาการเหล่านี้ มักปรากฏกับผู้ที่มีความความเครียดที่รุนแรง (สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราช นครินทร์,2009) 12
  • 15.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th อาการต่างๆที่พบในกลุ่มตัวอย่าง บ่งชี้ว่ามีความเครียดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กลุ่ม ตัวอย่างทุกคนมีความรู้จากการศึกษาในชั้นเรียนในการจัดการกับความเครียด เมื่อเผชิญ กับความเครียด บางคนอาจค้นพบแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการความเครียด โ ดยการ สำรวจตนเองว่า เครียดหรือไม่ เมื่อยอมรับความจริงและคิดในแง่บวก จะสามารถวางแผน แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการสอบ และผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม (ทัศน์ วรรณ ปานศิริอาษา, 2547) แต่ถ้าไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ อาจส่งผลกระทบ ต่อการสอบได้ (ยุวดี วัฒนานนท์และคณะ,2553) ผลการศึกษาครั้งนี้ จึงสรุปได้ว่านักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ที่สอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพส่วน ใหญ่มีความเครียดระดับสูง ถึงรุนแรง สรุปผลและอภิปรายผล (ต่อ) กลุ่มที่พบความเครียดระดับรุนเเรงได้รับการให้คำ ปรึกษาเเละดูแลเพื่อเผชิญความเครียดให้ดีขึ้นทุกคน 13
  • 16.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ข้อเสนอแนะ ศึกษาเเยกความเครียดเฉพาะ หน้าออกจากความเครียดที่ เกิดจากความคาดหวัง จะได้ความเคียดที่เกิด จากการเตรียมตัวที่จะ เข้าสอบอย่างเเท้จริง จากผลการศึกษาความเครียดระดับสูงเเละระดับรุนเเรงที่ เกิดขึ้นกับนักศึกษา คณาจารย์เเละคณะผู้ทำการวิจัยได้ให้คำ ปรึกษา ติดตามเเละช่วยเหลือจนผ่านการเผชิญความเครียดที่ เหมาะสมเเละสามารถเข้าสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำไปใช้ การศึกษาในอนาคต 14
  • 17.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th ! ชัชวาล วงค์สารี,และอุทัยวรรณ พงษ์บริบูรณ์.(2557). กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพการ พยาบาลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง.คณะพยาบาลศาสตร์ กาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเวส เทิร์น: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น พี เพรส. ทัศน์วรรณ ปานศิริอาษา.(2547). ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับ ความวิตกกังวลในการสอบใบ ประกอบโรคศิลป์ของ นักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยคริสเตียน จังหวัด นครปฐม. (วิทยานิพนธ์) กรุงเทพฯ; มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ยุวดีวัฒนานนท์ ,วชิรา วรรณสถิตย์, วิลาวัลย์ ดวงล้อมจันทร์, ฉวีวรรณ สาระคง, และวรรณ ทิน ยิ่งพัฒนพันธ.(2553).ปัจจัยทำนายผลการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์ของผู้สอบ.ประจำปีพ.ศ. 2553 คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. J Nurs Sci,29(2):65-72. สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. “ความเครียด” อ้างใน วิชาการ.คอม. [cited 2017, June 28]: Available from: URL:http://www.vcharkam.com/varticle/3975 เอกสารอ้างอิง 15
  • 18.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th สภาการพยาบาลสำนักมาตรฐานการศึกษาพยาบาล และผดุงครรภ์.(2556).คู่มือการรับรอง สถาบันการศึกษา วิชาการพยาบาลและการผดุงครรภ ์.นนทบุรี: สภา การพยาบาล. ละเอียด แจ่มจันทร์และคณะ.(2558).ทัศนคติและแรงบันดาลใจของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ในการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพการพยาบาล.วารสารพยาบาลสาธารณสุข.25(3): 199-208. วิภาดา คณาวิกติกุล , อารีวรรณ กลั่นกลิ่น , รัตนวดี ชอนตะวัน , และสุปราณี อัทธเสรี. (2555).ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์.วารสารสภาการพยาบาล.27(3): 11-18. สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, และ พิมพ์มาศ ตาปัญญา .(2540).การสร้าง แบบ วัดความเครียดสวนปรุง. วารสารสวนปรุง.13(3): 1-20. Allen, Larue and Santrock, John W. (1993).Psychology :The Context of Behavior .U.S.A :Wm.C.Brown Communications Ins. เอกสารอ้างอิง (ต่อ) 16
  • 19.
    E-mail: luckwirun.ch@ssru.ac.th, euarree.sa@ssru.ac.th,chutchavarn.wo@ssru.ac.th Thank you for attention