การอ้างเหตุผลประกอบด้วยส่วนสาคัญสองส่วน คือ 
1. เหตุหรือส่งที่กาหนดให้ ได้แก่ ข้อความ 푃1,푃2,…,푃푛 
2. ผล ได้แก่ ข้อความ C 
การอ้างเหตุผลอาจจะสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลก็ได้ แต่สามารถตรวจสอบ ได้ว่าการอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยใช้ 
(1)ตัวเชื่อม ∧ เชื่อมเหตุเข้าด้วยกันทั้งหมด 
(2) ตัวเชื่อม → เชื่อมส่วนที่เป็นเหตุกับผล 
(푃1∧푃2∧…푃푛)→퐶เป็นสัจนิรันดร์จะกล่าวว่าการอ้างเหตุผลนี้ 
สมเหตุสมผล 
(푃1∧푃2∧…푃푛)→퐶ไม่เป็นสัจนิรันดร์จะกล่าวว่าการอ้างเหตุผลนี้ 
ไม่สมเหตุสมผล
กาหนดให้ p,q,r,sและ t เป็นประพจน์ จงตรวจสอบว่าการอ้างเหตุผลต่อไปนี้ สมเหตุสมผลหรือไม่ 
1.เหตุ1. p→ q 
2. p 
ผลq 
รูปแบบของประพจน์คือ [( p→ q ) ∧ p ] → q 
ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ 
T 
T 
F 
F 
T 
F 
T 
F 
T 
F 
T 
T 
T 
T 
F 
F 
T 
F 
F 
F 
T 
F 
T 
F 
T 
T 
T 
T 
จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [( p→ q ) ∧ p ] → q เป็นสัจนิรันดร์ 
ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ p] → q เป็นการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล 
[( p→ q ) ∧ p ] → q
2. เหตุ1. p∧ q 
2. q → r 
3. ∼s → ∼r 
ผลs 
รูปแบบของประพจน์คือ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → s 
ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ 
[( p ∧ q ) ∧ ( q→ r ) ∧ (∼s → ∼r) ] → s 
F 
F 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
T 
F 
F 
จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → sเป็นสัจนิรันดร์ 
ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → s 
เป็นการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล
2. เหตุ1. p→ q 
2. ∼P 
ผล∼q 
รูปแบบของประพจน์คือ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼q 
ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ 
[(p→ q ) ∧ ∼p] → ∼q 
F 
T 
F 
T 
T 
F 
F 
T 
T 
จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼qไม่เป็นสัจนิรันดร์ 
ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼qเป็นการอ้างเหตุผลนี้ไม่สมเหตุสมผล

การอ้างเหตุผล

  • 2.
    การอ้างเหตุผลประกอบด้วยส่วนสาคัญสองส่วน คือ 1.เหตุหรือส่งที่กาหนดให้ ได้แก่ ข้อความ 푃1,푃2,…,푃푛 2. ผล ได้แก่ ข้อความ C การอ้างเหตุผลอาจจะสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลก็ได้ แต่สามารถตรวจสอบ ได้ว่าการอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยใช้ (1)ตัวเชื่อม ∧ เชื่อมเหตุเข้าด้วยกันทั้งหมด (2) ตัวเชื่อม → เชื่อมส่วนที่เป็นเหตุกับผล (푃1∧푃2∧…푃푛)→퐶เป็นสัจนิรันดร์จะกล่าวว่าการอ้างเหตุผลนี้ สมเหตุสมผล (푃1∧푃2∧…푃푛)→퐶ไม่เป็นสัจนิรันดร์จะกล่าวว่าการอ้างเหตุผลนี้ ไม่สมเหตุสมผล
  • 3.
    กาหนดให้ p,q,r,sและ tเป็นประพจน์ จงตรวจสอบว่าการอ้างเหตุผลต่อไปนี้ สมเหตุสมผลหรือไม่ 1.เหตุ1. p→ q 2. p ผลq รูปแบบของประพจน์คือ [( p→ q ) ∧ p ] → q ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ T T F F T F T F T F T T T T F F T F F F T F T F T T T T จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [( p→ q ) ∧ p ] → q เป็นสัจนิรันดร์ ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ p] → q เป็นการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล [( p→ q ) ∧ p ] → q
  • 4.
    2. เหตุ1. p∧q 2. q → r 3. ∼s → ∼r ผลs รูปแบบของประพจน์คือ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → s ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ [( p ∧ q ) ∧ ( q→ r ) ∧ (∼s → ∼r) ] → s F F T T T T T T T T T T T F F จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → sเป็นสัจนิรันดร์ ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p∧q)∧(q→ r)∧ (∼s → ∼r) ] → s เป็นการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล
  • 5.
    2. เหตุ1. p→q 2. ∼P ผล∼q รูปแบบของประพจน์คือ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼q ตรวจสอบรูปแบบของประพจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์หรือไม่ [(p→ q ) ∧ ∼p] → ∼q F T F T T F F T T จะพบว่า รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼qไม่เป็นสัจนิรันดร์ ดังนั้น รูปแบบของประพจน์ [(p→ q)∧ ∼p] → ∼qเป็นการอ้างเหตุผลนี้ไม่สมเหตุสมผล