Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
การฝึกท่ามือเปล่า
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

การฝึกท่ามือเปล่า

  • 9,141 views
Published

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
9,141
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
106
Comments
0
Likes
2

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. คู่มอการฝึ ก ื ว่ าด้ วย แบบฝึ กบุคคลท่ ามือเปล่า คฝ.๗-๖ พ.ศ.๒๕๔๔ หน้าบทที่๑ - กล่าวทัวไป่ ๑บทที่๒ - การฝึ กบุคคลท่ามือเปล่า ๕ - ท่าตรง ๕ - ท่าพัก ๖ - ท่าหันอยู่กบที่ ั ๙ - ท่าก้าวทางข้าง ๑๖ - ท่าก้าวถอยหลัง ๑๗ - ท่าเดิ น ๑๘ - ท่าหยุดจากการเดิ น ๒๒ - ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาเดิ น ๒๓ - ท่าซอยเท้า ๒๕ - ท่าหันในเวลาเดิ น ๒๘ - ท่าเคารพ ๓๔ - ท่าวิ่ ง ๔๕ - ท่าหยุดจากการวิ่ ง ๔๖ - ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาวิ่ ง ๔๘ - ท่าเปลี่ยนจากการวิ่ งเป็ นการเดิ น ๔๙ - ท่าเปลี่ยนจากการเดิ นเป็ นการวิ่ ง ๕๑ - ท่าหันในเวลาวิ่ ง ๕๒ - ท่าถอดหมวกและสวมหมวก ๕๘ - ท่าหมอบและลุก ๖๖บทที่๓ - การฝึ กแถวชิ ด ๗๐ - แถวหน้ ากระดาน ๗๐ - แถวตอน ๘๓ - การตรวจแถว ๙๐ - การเปลี่ยนทิ ศทางขณะเคลื่อนที่ของรูปแถวตอน ๙๕
  • 2. - ๑ - บทที่ ๑ กล่าวทั ่วไป๑. กล่าวนา ๑.๑ บุคคลพลเรือนซึงเข้ารับราชการทหารใหม่ ไม่ว่าจะเข้ามารับราชการในฐานะเข้ารับราชการ ่ตามพระราชบัญญัตรบราชการทหาร เข้ารับราชการเป็นนักเรียนนายสิบ เข้ารับราชการเป็นนักเรียน ิันายทหาร หรือสมัครเข้ารับราชการซึงต้องแต่งตังยศให้กตาม จาเป็นจะต้องได้รบการฝึกท่าบุคคล ่ ้ ็ ัเบืองต้นก่อนเสมอ ทังนี้เพื่อปร ะสงค์จะฝึกให้บุคคลพลเรือนเหล่านี้มลกษณะทหารโดยสมบูรณ์ และ ้ ้ ีัให้มความรอบรูในลักษณะท่าทางส่วนบุคคล ซึงมีความจาเป็นจะต้องนาไปใช้ในการปฏิบตตนในเรือง ี ้ ่ ั ิ ่เกียวกับวินยและแบบธรรมเนียมของทหารตลอดเวลาทีรบราชการทหาร ่ ั ่ั ๑.๒ การฝึกท่าบุคคลเบืองต้นจึงถือได้ว่าเป็ นการฝึกเริมแรกทีมความสาคัญอย่างยิงต่อการเข้ารับ ้ ่ ่ ี ่ราชการทหาร เนื่องจากการฝึกนี้จะเป็นเครืองช่วยปูพนฐานบุคคลพลเรือนให้เปลียนลักษณะท่าทาง ่ ้ื ่เป็นทหารได้โดยสมบูรณ์ในโอกาสต่อไป ่๒. ความมุงหมาย คู่มอการฝึกเล่มนี้ได้กาหนดขึนโดยความมุงหมายเพื่อให้หน่วยทหาร หรือผูทมหน้าทีรบผิดชอบ ื ้ ่ ้ ่ี ี ่ัในการฝึกท่าบุคคลเบืองต้นให้กบบุคคลประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ได้นาไปใช้เป็นแบบฉบับใน ้ ัการฝึกบุคคลท่ามือเปล่าให้เป็นมาตรฐานอันเดียวกัน เพื่อปรับลักษณะท่าทางของบุคคลพลเรือนให้เป็นทหารโดยสมบูรณ์๓. ขอบเขต คู่มอการฝึกเล่มนี้จะกล่าวถึงการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ซึงครอบคลุมท่าทีสาคัญ ๆ และเป็นท่า ื ่ ่หลักๆ ได้แก่ ท่าตรง ท่าพัก ท่าหัน ท่าเดิน ท่าหยุด ท่าเคารพ ท่าวิง ท่าถอดหมวกและสวมหมวก ่ท่าหมอบลุก และรวมถึงการฝึกแถวชิดด้วย๔. การบรรลุผล เพื่อให้การฝึกบรรลุความมุงหมายดังกล่าวข้างต้น ผูบงคับบัญชาทุกชัน ตลอดจนผูมหน้าทีฝึก ่ ้ ั ้ ้ ี ่ทุกนายจะต้องคอยกวดขัน และหมันดูแลให้การฝึกดาเนินไปด้วยดีทสุด โดยจะต้องพยายามคิดค้นหา ่ ่ีวิธฝึกและใช้อุบายในการฝึกอย่างประณีตรอบคอบ เอาใจใส่ และเมือพบข้อบกพร่องต่าง ๆ ทีเกิดขึน ี ่ ่ ้จากการฝึกจะต้องจัดการแก้ไขทันที๕. การนาไปใช้ ผูฝึกจะต้องใช้ดุลพินิจในการกาหนดวิธการฝึก ให้เหมาะสมแก่ จานวนผูรบการฝึก จานวน ้ ี ้ัเครืองช่วยฝึก ครูฝึกและผูชวยครูฝึกทีมอยู่ ทังนี้เพื่อเป็ นการป้องกันไม่ให้ผรบการฝึกต้องรอคอย ่ ้่ ่ ี ้ ู้ ัการฝึกอัน เนื่องจากความจากัดของเครือง ช่วยฝึก และปฏิบตไปในทางผิด ๆ อันเนื่องจากการ ่ ั ิขาดการกากับดูแลการปฏิบตของครูฝึกและผูช่วยครูฝึกอย่างใกล้ชด ั ิ ้ ิ ๑
  • 3. - ๒ -๖. การปรับปรุงแก้ไข หากผูใช้ค่มอเล่มนี้ประสงค์ทจะให้ขอเสนอแนะในการเปลียนแปลงแก้ไข หรือให้ขอคิดเห็นต่าง ๆ ้ ู ื ่ี ้ ่ ้เพื่อปรับปรุงคู่มอให้ดขนย่อมกระทาได้ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทีจะเสนอให้เปลียนแปลงเหล่านี้ควรจะบ่ง ื ี ้ึ ่ ่หน้า ข้อ และบรรทัดตามทีปรากฏในคู่มอด้วย และควรจะให้เหตุผลประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ่ ือย่างถ่องแท้ และสามารถนามาประเมินค่าได้โดยสมบูรณ์ ข้อคิดเห็นเหล่านี้ขอให้ส่งตรงไปยังแผนกการฝึก กองวิทยาการ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อาเภอปราณบุร ี จังหวัดประจวบคีรขนธ์ ี ั๗. คาแนะนาในการใช้คาบอก เพื่อให้ผมหน้าทีในการฝึกได้มความเข้าใจ และสามารถใช้คาบอกตามทีกาหนดไว้ในคู่มอเล่มนี้ ู้ ี ่ ี ่ ืสาหรับสังการปฏิบตท่าต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ไม่สบสน แ ละเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงแนะนาให้ ่ ั ิ ัผูใช้ค่มอได้ทราบถึงรายละเอียดเกียวกับการใช้คาบอกดังต่อไปนี้ ้ ู ื ่ ๗.๑ ประเภทของคาบอก คาบอกทีกาหนดไว้ในคู่มอเล่มนี้แบ่งลักษณะออกเป็น ๔ ประเภท คือ ่ ื ๗.๑.๑ คาบอกแบ่ง ๗.๑.๒ คาบอกเป็นคา ๆ ๗.๑.๓ คาบอกรวด ๗.๑.๔ คาบอกผสม ๗.๒ การใช้คาบอก ลักษณะทีต่างกันของคาบอกประเภทต่าง ๆ จะเป็นเครืองบ่งให้ทราบถึง ่ ่ลักษณะการปฏิบตของท่านัน ๆ แนวทางในการใช้น้าเสียงเพื่อสัง่ และเขียนไว้ให้เห็นความ แตกต่าง ั ิ ้กันอย่างเด่นชัดโดยการแสดงเครืองหมายไว้่ ๗.๒.๑ คาบอกแบ่ง (รูปที่ ๑) เป็นคาบอกทีใช้เพื่อออกคาสังสาหรับท่าฝึกทีส่วนใหญ่แล้ว ่ ่ ่มักจะกาหนดไว้ให้ปฏิบตได้เป็นจังหวะเดียวหรือแบ่งเป็นจังหวะ ๆ ได้ คาบอกแบ่งนี้ผให้คาบอก ั ิ ู้จะต้องเปล่งเสียงบอกในคาแรกด้วยการลากเสียงค่อนข้างยาว แล้วเว้นจั งหวะไว้เล็กน้อยก่อนทีจะ ่เปล่งเสียงบอกในคาหลัง ด้วยการเน้นเสียงให้หนักและสัน การเขียนคาบอกชนิดนี้จะแสดงไว้ให้เห็น ้ด้วยการใช้เครืองหมาย - ขันกลางไว้ระหว่างคาบอกคาหน้าและคาหลัง ตัวอย่างเช่น “ขวา - หัน” ่ ้เป็นต้น หัน ขวา รูปที่ ๑ แสดงการบอก คาบอกแบ่ง ๗.๒.๒ คาบอกเป็นคา ๆ (รูปที่ ๒) เป็นคาบอกทีใช้เพื่อออกคาสังสาหรับท่าฝึกทีส่วน ่ ่ ่ใหญ่แล้วมักจะไม่กาหนดให้ปฏิบตแบ่งเป็นจังหวะ ๆ ไว้ (แต่สามารถแบ่งการฝึกออกเป็นตอน ๆ ได้) ั ิ ๒
  • 4. - ๓ -และจาเป็นต้องใช้คาบอกยืดยาวซึงอาจจะมีหลายพยางค์กได้ จึงจาเป็น ต้องเว้นจังหวะการบอกไว้เป็น ่ ็ตอน ๆ หรือคา ๆ คาบอกเป็นคา ๆ นี้ผให้คาบอกจะต้องเปล่งเสียงบอกทังในคาแรกและคาหลังด้วย ู้ ้การวางน้าหนักเสียงไว้เท่า ๆ กัน โดยเว้นจังหวะระหว่างคาไว้เล็กน้อย ไม่ตองลากเสียงยาวในคา ้แรก และเน้นหนักในคาหลัง เหมือนคาบอกแบ่ง การเขียนคาบอกช นิดนี้จะแสดงไว้ให้เห็นโดยการใช้เครืองหมาย, ขันกลางไว้ระหว่างคาบอกคาหน้าและคาหลัง ตัวอย่างเช่น “ ตามระเบียบ, พัก ” เป็น ่ ้ต้น ตาม พัก ระเบียบ รูปที่ ๒ แสดงการบอก คาบอกเป็ นคา ๆ ๗.๒.๓ คาบอกรวด (รูปที่ ๓) เป็นคาบอกทีใช้เพื่อออกคาสังสาหรับท่าฝึกทีส่วนใหญ่แล้ว ่ ่ ่มักจะไม่กาหนดให้ปฏิบตแบ่งเป็นจังหวะ ๆ ไว้ (แต่สามารถแบ่งการฝึกออกเป็นตอน ๆ ได้ ) และเป็น ั ิคาสังทีไม่ยดยาวหรือมีหลายพยางค์ จึงไม่มความจาเป็นต้อง แบ่งจังหวะการสังไว้เป็นตอน ๆ หรือ ่ ่ ื ี ่คา ๆ คาบอกรวดนี้ไม่ว่าจะมีกพยางค์กตาม ผูใ ห้คาบอกจะต้องบอกรวดเดียวจบโดยวางน้าหนักเสียง ่ี ็ ้เป็นระดับเดียว การเขียนคาบอกชนิดนี้จะแสดงไว้ให้เห็นโดยเขียนเป็นคาติดต่อกันทังหมด ไม่ใช้ ้เครืองหมายใด ๆ ทังสิน ตัวอย่างเช่น “ถอดหมวก” เป็นต้น ่ ้ ้ ถอด หมวก รูปที่ ๓ แสดงการบอก คาบอกรวด ๗.๒.๔ คาบอกผสม (รูปที่ ๔) เป็นคาบอกทีมลกษณะคล้ายคาบอกเป็นคา ๆ จะผิดกับคา ่ ีับอกเป็นคา ๆ ก็ตรงที่ คาบอกในคาหลังจะเป็นคาบอกแบ่ง เพราะฉะนันคาบอกประเภทนี้จงเป็นคา ้ ึบอกทีใช้เพื่อออกคาสังสาหรับท่าฝึก ทีส่วนใหญ่มกจะกาหนดให้ปฏิบตแบ่งเป็นจังหวะ ๆ ได้ตาม ่ ่ ่ ั ั ิลักษณะของคาบอกแบ่งทีผสมอยูในคาหลังของคาบอกผสมนี้เป็นหลัก คาบอกผสมนี้ผให้คาบอก ่ ่ ู้จะต้องเปล่งเสียงบอกในคาห้วงแรกเช่นเดียวกับคาบอกเป็นคา ๆ คือ วางน้าหนักเสียงไว้เท่า ๆ กันส่วนการเปล่งเสียงในคาบอกห้วงหลังก็คงเปล่งเสียงในลักษณะเดียวกันกับคาบอกแบ่ง คือ เปล่งเสียงบอกในคาแรกด้วยการลากเสียงค่อนข้างยาว แล้วเว้นจังหวะไว้เล็กน้อยก่อนทีจะเปล่งเสียงบอกในคา ่หลังด้วยการเน้นเสียงให้หนักและสัน การเขียนคาบอกชนิดนี้จะแสดงไว้ให้เห็นโดยใช้เครืองหมาย, ้ ่ขันกลางไว้ระหว่างคาบอกห้วงแรกและห้วงหลัง ส่วน คาบอกในห้วงหลังคงใช้เครืองหมาย-ขันกลางไว้ ้ ่ ้ระหว่างคาบอกคาหน้าและคาหลัง ตัวอย่างเช่น “ ทางขวา, แลขวา-ทา ” เป็นต้น ๓
  • 5. - ๔ - ทา ทางขวา แลขวา รูปที่ ๔ แสดงการบอก คาบอกผสม๘. คาแนะนาในการฝึ ก ๘.๑ ลาดับขันตอนในการฝึก สมควรฝึกแบบปิดขันตอนจนทหารปฏิบตได้คล่องแคล่วพอสมควร ้ ้ ั ิแล้ว จึงค่อยฝึกแบบเปิดขันตอน ้ ๘.๒ คาบอกปิดขันตอน ้ ๘.๒.๑ “จังหวะ” ใช้กบคาบอกแบ่งและคาบอกผสม ั ๘.๒.๒ “ตอน” ใช้กบคาบอกเป็นคา ๆ และคาบอกรวด ั ๘.๒.๓ ใช้คาบอกเช่นเดียวกับการฝึกแบบเปิดจังหวะหรือเปิดตอน โดยแจ้งเตือนให้ทหารทราบล่วงหน้าว่าจะฝึกปิดจังหวะหรือปิดตอน ในการปฏิบตของทหารเมือสินคาบอกให้ปฏิบตเฉพาะ ั ิ ่ ้ ั ิ“จังหวะ ๑” หรือ “ตอนที่ ๑” สาหรับจังหวะหรือตอนทีเหลือให้ใช้คาบอก “ต่อไป” จนกว่าจะปฏิบตจบ ่ ั ิท่านัน ๆ เช่น ท่าขวาหัน ซึงแบ่งออกเป็น ๒ จังหวะ ้ ่ ๘.๒.๓.๑ คาบอกเริมแรก “ขวา - หัน” ปฏิบตจงหวะที่ ๑ ่ ั ิั ๘.๒.๓.๒ คาบอก “ต่อไป” ปฏิบตจงหวะที่ ๒ ั ิั ๔
  • 6. - ๕ - บทที่ ๒ การฝึ กบุคคลท่ามือเปล่า๙. ท่าตรง (รูปที่ ๕) รูปที่ ๕ ท่าตรง ๙.๑ คาบอก “แถว - ตรง” (คาบอกแบ่ง) ๙.๒ การปฏิ บติ ท่านี้มจงหวะเดียว ั ีั ๙.๒.๑ ลักษณะของท่าตรงมีดงนี้คอ จะต้องยืนให้สนเท้าทังสองชิดและอยูในแนวเดียวกัน ั ื ้ ้ ่ปลายเท้าทังสองแบะออกไปทางข้าง ข้างละเท่า ๆ กัน จนปลายเท้าห่างกันประมาณ ๑ คืบ หรือให้ ้ความยาวของเท้าเฉียงเป็นมุมประมาณ ๔๕ องศา เข่าเห ยียดตรงและบีบเข้าหากัน แขนทังสองอยู่ ้ ่ข้างลาตัวในลักษณะงอข้อศอกไว้ จนเกิดเป็ นช่องว่างห่างจากลาตัวประมาณหนึ่งฝามือและพลิกข้อศอกไปทางข้างหน้าเล็กน้อยจนไหล่ทงสองข้างตึงและเสมอกัน นิ้วมือทังห้าเหยียดตรงเรียงชิด ั้ ้ ิ ่ี ่ ่ติดกัน และให้น้วกลางแตะไว้ทตรงกึงกลา งขาท่อนบนประมาณแนวตะเข็บกางเกงเปิดฝามือออกไปทางด้านนิ้วก้อยเล็กน้อย ลาคอตังตรงไม่ยนคาง สายตามองตรงไปทางข้างหน้าในแนวระดับ ้ ่ืวางน้าหนักตัวให้อยูบนเท้าทังสองข้างเท่า ๆ กันและนิ่ง ่ ้ ๕
  • 7. - ๖ - ๙.๒.๒ เมือได้ยนคาบอก “แถว -” ทหารจะต้องจัดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ยนอยูใน ่ ิ ื ่ลักษณะของท่าตรงตามทีได้กล่าวแล้ว ยกเว้นเข่าขวาหย่อนเล็กน้อย พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอด ่ให้เต็มที่ และยกอกให้ผงผาย ่ึ ๙.๒.๓ เมือได้ยนคาบอก “ตรง” ให้ทหารกระตุกเข่าขวาเข้ามาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงจน ่ ิตึง ในลักษณะทีให้บบเข่าทังสองเข้าหากันแล้วนิ่ง ่ ี ้ ๙.๒.๔ ท่าตรง ถือเป็นท่าพืนฐานของทุกท่าก่อนจะปฏิบตท่าใดก็ตาม จะต้องเริมต้นจาก ้ ั ิ ่ท่าตรงเสมอ๑๐. ท่าพัก ๑๐.๑ ท่าพักแบ่งออกเป็ น ๒ ประเภท คือ ๑๐.๑.๑ ท่าพักในแถว ประกอบด้วย ท่าพักตามปกติ ท่าพั กตามระเบียบ และท่าพักตามสบาย ๑๐.๑.๒ ท่าพักนอกแถว ประกอบด้วย ท่าพักแถวและท่าเลิกแถว ๑๐.๒ ท่าพักตามปกติ (รูปที่ ๖) ๑๐.๒.๑ คาบอก “พัก” (คาบอกรวด) ๑๐.๒.๒ การปฏิบติ ท่านี้มจงหวะเดียว แต่ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอนดังต่อไปนี้ ั ีั ั ิ ้ ๑๐.๒.๒.๑ ในขันแรกเมือได้ยนคาบอก “พัก” ให้ทหารหย่อนเข่าขวาลง ้ ่ ิเล็กน้อย โดยพยายามไม่ให้ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมีการไหวติงไปด้วยอย่างกระทันหัน ๑๐.๒.๒.๒ สาหรับในขันต่อไปนัน ้ ้ ท่านี้อนุญาตให้ทหารเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและเปลียนเข่าพักได้ตามสมควรและเท่าทีจาเป็น ่ ่ ๑๐.๒.๒.๓ ท่านี้หามทหารขยับเขยือน หรือเปลียนทียนของเท้าทังสองข้าง ้ ้ ่ ่ ื ้และห้ามพูดคุยกันโดยเด็ดขาด ๑๐.๒.๒.๔ เมือได้ยนคาบอก “แถว-” ให้ทหารยืดตัวขึนพร้อมกับสูดลม ่ ิ ้หายใจเข้าปอดจนเต็มที่ และจัดทุกส่วนของร่างกายให้อยูในลักษณะของท่าตรง เว้นเข่าขวายัง ่หย่อนอยู่ ถ้าได้ยนคาบอกขณะทีหย่อนเข่าซ้าย ก็ให้เปลียนมาหย่อนเข่าขวา ิ ่ ่ ๑๐.๒.๒.๕ เมือได้ยนคาบอก “ตรง” ให้กระตุกเข่าขวากลับไปอยูในลักษณะ ่ ิ ่ของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ๖
  • 8. - ๗ - รูปที่ ๖ ท่าพักตามปกติ ๑๐.๓ ท่าพักตามระเบียบ (รูปที่ ๗) ๑๐.๓.๑ คาบอก “ตามระเบียบ, พัก” (คาบอกเป็นคา ๆ) ๑๐.๓.๒ การปฏิบติ ท่านี้มจงหวะเดียว แต่ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอนดังต่อไปนี้ ั ีั ั ิ ้ ๑๐.๓.๒.๑ เมือได้ยนคาบอก “ตามระเบียบ, พัก” ให้ทหารแยกเท้าซ้ายออก ่ ิไปทางด้านซ้ายประมาณ ๓๐ ซม. อย่างแข็งแรงและผึงผายโดยให้เท้าทังสองข้างอยูระดับหัวไหล่ ่ ้ ่ในขณะเดียวกันให้นามือทังสองข้างไปจับกันไว้ทางด้านหลัง ในลักษณะหันหลังมือทังสองข้างเข้าหา ้ ้ลาตัว ใช้มอซ้ายจับมือขวาโดยให้มอขวาอยูทางด้านนอก วางนิ้วหัวแม่มอขวาให้ทบและจับนิ้วหัว ื ื ่ ื ัแม่มอซ้ายไว้ นิ้วมือทังสี่ (เว้นนิ้วหัวแม่มอ) ของมือขวาเหยียดตึงเรียงชิดติดกัน โดยให้เฉียงลงไปทาง ื ้ ืเบืองล่างทางซ้าย วางหลังมือซ้ายแตะไว้แนวกึงกลางด้านหลังลาตัวประมาณใต้แนวเข็มขัด และแบะ ้ ่ข้อศอกทังสองข้างไปข้างหน้าเล็กน้อยแต่พอสบาย ลักษณะของการยืนจะต้องให้ขาทังสองตึง ้ ้ ๗
  • 9. - ๘ - (๗ ก.) (๗ ข.) รูปที่ ๗ ท่าพักตามระเบียบน้าหนักตัวอยูบนเท้าทังสองข้างเท่า ๆ กัน ยกอกให้สง่าผ่าเผย จัดไหล่ทงสองข้างให้เสมอกัน ลาคอ ่ ้ ั้ตังตรง สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับและนิ่ง ้ ๑๐.๓.๒.๒ เมือได้ยนคาบอก “แถว-” ให้สดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มที่ ่ ิ ู ๑๐.๓.๒.๓ เมือได้ยนคาบอก “ตรง” ให้ชกเท้าซ้ายกลับมาชิดกับเท้าขวาใน ่ ิ ัลักษณะทีให้สนเท้าทังสองชิดและอยูในแนวเดียวกัน ปลายเท้าทังสองแบะออกไปทางข้าง ข้างละ ่ ้ ้ ่ ้เท่า ๆ กัน ห่างกันประมาณ ๑ คืบ พร้อมกันนันให้ลดมือทังสองข้า งลงมาอยูในลักษณะของท่าตรง ้ ้ ่อย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ๑๐.๔ ท่าพักตามสบาย ๑๐.๔.๑ คาบอก “ตามสบาย, พัก” (คาบอกเป็นคา ๆ) ๑๐.๔.๒ การปฏิบติ ท่านี้มจงหวะเดียว แต่ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอน ดังต่อไปนี้ ั ีั ั ิ ้ ๑๐.๔.๒.๑ เมือได้ยนคาบอก “ตามสบาย, พัก” ให้ทหารหย่อนเข่าขวาลง ่ ิเล็กน้อย โดยพยายามไม่ให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีการไหวติงไปด้วยอย่างกระทันหัน เช่นเดียวกับการทาท่าพักตามปกติในขันแรก ้ ๘
  • 10. - ๙ - ๑๐.๔.๒.๒ สาหรับในขันต่อไปนัน ท่านี้อนุ ญาตให้ทหารเคลื่อนไหวอิรยาบถ ้ ้ ิได้ตามสบาย ห้ามพูดคุยกันเว้นแต่ได้รบอนุญาต และเท้าข้างใดข้างหนึ่งจะต้องอยูกบที่ ั ่ ั ๑๐.๔.๒.๓ ท่านี้หามทหารออกนอกแถว ถ้าไม่อนุญาตให้นงจะนังไม่ได้ ถ้า ้ ั่ ่ ั่ ่ ่ ัได้รบอนุ ญาตให้นงจะต้องนังในลักษณะทีให้ปกเท้าข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลักอยูกบที่ ั ่ ั ๑๐.๔.๒.๔ เมือได้ยนคาบอก “แถว-” ไม่ว่าทหารจะอยูในอิรยาบถใดก็ตามให้ ่ ิ ่ ิทหารรีบกลับมาอยูในท่าพักตามปกติ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ และยกอกให้ผงผาย ่ ่ึ ๑๐.๔.๒.๕ เมือได้ยนคาบอก “ตรง” ให้ทหารกระตุกเข่าขวาเข้ามาอย่าง ่ ิรวดเร็วและแข็งแรงจนเข่าตึง ในลักษณะทีให้บบเข่าทังสองข้างเข้าหากันอยูในท่าตรงแล้วนิ่ง ่ ี ้ ่ ๑๐.๕ ท่าพักแถว ๑๐.๕.๑ คาบอก “พักแถว” (คาบอกรวด) ๑๐.๕.๒ การปฏิบติ ั ๑๐.๕.๒.๑ เมือได้ยนคาบอก “พักแถว” ให้ทหารทุกคนทีอยูในแถวต่างคน ่ ิ ่ ่ต่างแยกออกไปจากแถวในทันทีและอย่างฉับไว ท่าพักแถวนี้ทหารแต่ละคนสามารถจะหาทีนงพักได้ ่ ั่ตามสะดวก แต่ตองอยูในบริเวณใกล้เคียงนันและไม่ทาเสียงอึกทึก ้ ่ ้ ๑๐.๕.๒.๒ เมือได้ยนคาบอก “แถว” ให้ทุกคนรีบกลับมาเข้าแถวทีเดิม ่ ิ ่โดยเร็วในรูปแถวเดิม และเมือจัดแถวเป็นรูปแถวเรียบร้อยแล้ว ให้อยูในท่าตรงจนกว่าจะได้รบคาสัง่ ่ ่ ัปฏิบตอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป ั ิ ๑๐.๕.๓ โอกาสในการใช้ สาหรับพักนอกแถ วในระยะเวลาสัน เพื่อรอการฝึกหรือ ้ปฏิบตงานต่อไป ั ิ ๑๐.๕.๔ คาแนะนาสาหรับผูฝึก เมือผูฝึกเรียกแถวใหม่ดวยการใช้คาบอก “แถว” ้ ่ ้ ้แล้วผูฝึกจะสัง่ “แถว - ตรง” อีกไม่ได้ ถ้าเห็นว่าทหารทีกลับมาเข้าแถวใหม่ยงจัดแถวไม่เรียบร้อย ้ ่ ัผูฝึกจะต้องใช้คาบอก “จัดแถว” และ “นิ่ง” ตามลาดับเท่านัน ้ ้ ๑๐.๖ ท่าเลิ กแถว ๑๐.๖.๑ คาบอก “เลิกแถว” (คาบอกรวด) ๑๐.๖.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอกว่า “เลิกแถว” ให้ทหารทุกคนทีอยูในแถวแยก ั ่ ิ ่ ่กระจายกันออกไปจากแถวโดยเร็ว ๑๐.๖.๓ โอกาสในการใช้ สาหรับเลิกการฝึกหรือปฏิบตงานในครังนัน ั ิ ้ ้๑๑. ท่าหันอยู่กบที่ ั ท่าหันอยูกบทีแบ่งออกเป็น ๕ ท่า คือ ท่าขวาหัน , ท่าซ้ายหัน, ท่ากลับหลังหัน, ท่ากึงขวาหัน, ่ ั ่ ่และท่ากึงซ้ายหัน ่ ๙
  • 11. - ๑๐ - ๑๑.๑ ท่าขวาหัน (รูปที่ ๘) (๘/๑ ก.) (๘/๑ ข.) (๘/๒) จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง รูปที่ ๘ ท่าขวาหัน ๑๑.๑.๑ คาบอก “ขวา - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๑๑.๑.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๑.๑.๒.๑ จังหวะหนึ่ ง เมือได้ยนคาบอก “ขวา - หัน” ให้ทหารเปิดปลายเท้า ่ ิขวาให้สงขึนจากพืนเล็กน้อยโดยพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยูกบที่ แล้วหมุนตัวไปทางขวาจนได้ ๙๐ ู ้ ้ ่ ัองศา ด้วยการใช้สนเท้าขวาเป็นจุดหมุน ในขณะเดียวกันนัน ให้ใช้ปลายเท้าซ้ายกดแน่นไว้กบพืนเพื่อ ้ ้ ั ้ช่วยให้มการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว แล้วเปิดส้นเท้าหมุนตามไปด้วย โดยพยายามกด ปลาย ีเท้าไว้ ณ ทีเดิมในลักษณะให้ขาเหยียดตึง ในขณะทีหมุนตัวไปนันจะต้องพยายามรักษา ่ ่ ้ทรวดทรงของลาตัว และการวางมือทังสองให้อยูในลักษ ณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย เมือหมุนตัว ้ ่ ่ไปได้ทแล้ว ทหารจะต้องอยูในท่ายืนทีวางน้าหนักตัวทังหมดไว้บนเท้าขวา ขาซ้ายเหยียดตึงไปทาง ่ี ่ ่ ้ด้านหลังทางซ้าย ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลาตัว ๑๑.๑.๒.๒ จังหวะสอง ชักเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวา เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ๑๑.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกปิดจังหวะให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ ้เพื่อให้ทหารปฏิบตจงหวะหนึ่งโดยใช้คาบอก “ขวา - หัน” เมือจะให้ทหารปฏิบตต่อไปในจังหวะสอง ั ิั ่ ั ิให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ๑๐
  • 12. - ๑๑ -๑๑.๒ ท่าซ้ายหัน (รูปที่ ๙) (๙/๑ ก.) (๙/๑ ข.) รูปที่ ๙ ท่าซ้ายหันจังหวะหนึ่ ง (๙/๒) รูปที่ ๙ ท่าซ้ายหันจังหวะสอง ๑๑
  • 13. - ๑๒ - ๑๑.๒.๑ คาบอก “ซ้าย - หัน” ๑๑.๒.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๑.๒.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “ซ้าย - หัน” ให้ทหารเปิดปลาย ่ ิเท้าซ้ายให้สงขึนจากพืนเล็กน้อยโดยพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยูกบที่ แล้วหมุนตัวไปทางซ้ายจนได้ ู ้ ้ ่ ั๙๐ องศา ด้วยการใช้สนเท้าซ้ายเป็นจุดหมุน ในข ณะเดียวกันนันให้ใช้ปลายเท้าขวากดแน่นไว้กบพืน ้ ้ ั ้เพื่อให้มการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว แล้วเปิดส้นเท้าหมุนตามไปด้วย โดยพยายามกดปลายเท้า ีขวาไว้ ณ ทีเดิมในลักษณะให้ขาเหยียดตึง ในขณะทีหมุนตัวไปนันจะต้องพยายามรักษาทรวดทรง ่ ่ ้ของลาตัว และการวางมือทังสองให้อยูในลั กษณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย เมือหมุนตัวไปได้ทแล้ว ้ ่ ่ ่ีทหารจะอยูในท่ายืนทีวางน้าหนักตัวทังหมดไว้บนเท้าซ้าย ขาขวาเหยียดตึงไปทางด้านหลังทางขวา ่ ่ ้ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลาตัว ๑๑.๒.๒.๒ จังหวะสอง ชักเท้าขวามาชิดกับเท้าซ้าย เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ๑๑.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกปิดจังหวะให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ ้เพื่อให้ทหารปฏิบตจงหวะหนึ่ง โดยใช้คาบอก “ซ้าย - หัน” เมือจะให้ทหารปฏิบตต่อไปในจังหวะสอง ั ิั ่ ั ิให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ๑๑.๓ ท่ากลับหลังหัน (รูปที่ ๑๐) (๑๐/๑ ก.) (๑๐/๑ ข.) รูปที่ ๑๐ ท่ากลับหลังหันจังหวะหนึ่ ง ๑๒
  • 14. - ๑๓ - (๑๐/๒) รูปที่ ๑๐ ท่ากลับหลังหันจังหวะสอง ๑๑.๓.๑ คาบอก “กลับหลัง - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๑๑.๓.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๑.๓.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “กลับหลัง - หัน” ให้ทหารเปิด ่ ิปลายเท้าขวาให้สงขึนจากพืนเล็กน้อยและพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยูกบที่ แล้วหมุนตัวไปทางขวา ู ้ ้ ่ ัจนได้ ๑๘๐ องศา (กลับหน้าเป็นหลัง) ด้วยการใช้สนเท้าขวาเป็นจุดหมุน ในขณะเดียวกันนันให้ใช้ ้ ้ปลายเท้าซ้ายกดแน่นไว้กบพืนเพื่อให้มการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว แล้วเปิดส้นเท้าพร้อมกับ ั ้ ีเหวียงเท้าซ้ายไปทางซ้าย และนาปลายเท้าซ้ายไปแตะพืนไว้ทางด้านหลังในทิศทางเฉียงไปทางหลัง ่ ้ทางซ้ายของลาตัว ส้นเท้าเปิ ด เข่าเหยียดตึง ในขณะทีหมุนตัวไปนันจะต้องพยายามรักษา ่ ้ทรวดทรงของลาตัว และการวางมือทังสองให้อยูในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย เมือหมุนตัวไป ้ ่ ่ได้ทแล้วทหารจะอยูในท่ายืนทีวางน้าหนักตัวทังหมดไว้บนเท้าขวา ขาซ้ายเหยียดตึงไปทางด้านหลัง ่ี ่ ่ ้ทางซ้าย ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลาตัว ๑๓
  • 15. - ๑๔ - ๑๑.๓.๒.๒ จังหวะสอง ชักเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวา เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ๑๑.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกปิดจังหวะให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ ้เพื่อให้ทหารปฏิบตจงหวะหนึ่ง โดยใช้คาบอก “กลับหลัง - หัน” เมือจะให้ทหารปฏิบตต่อไปในจังหวะ ั ิั ่ ั ิสอง ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ๑๑.๔ ท่ากึ่งขวาหัน (๑๑/๑ ก.) (๑๑/๑ ข.) (๑๑/๒) จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง รูปที่ ๑๑ ท่ากึ่งขวาหัน ๑๑.๔.๑ คาบอก “กึงขวา - หัน” (คาบอกแบ่ง) ่ ๑๑.๔.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะ ในการปฏิบตคงมีขนตอนเหมือนกัน ั ั ิ ั้กับการทาท่าขวาหัน จะแตกต่างกันเฉพาะให้หนไปเพียง ๔๕ องศา เท่านัน ั ้ ๑๑.๔.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกปิดจังหวะให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิด ้จังหวะ เพื่อให้ทหารปฏิบตจงหวะหนึ่ง โดยใช้คาบอก “กึงขวา - หัน” เมือจะให้ทหารปฏิบตต่อไปใน ั ิั ่ ่ ั ิจังหวะสอง ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ๑๔
  • 16. - ๑๕ -๑๑.๕ ท่ากึ่งซ้ายหัน (๑๒/๑ ก.) (๑๒/๑ ข.) (๑๒/๒) จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง รูปที่ ๑๒ ท่ากึ่งซ้ายหัน ๑๑.๕.๑ คาบอก “กึงซ้าย - หัน” (คาบอกแบ่ง) ่ ๑๑.๕.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะ ในการปฏิบตคงมีขนตอนเหมือน กัน ั ั ิ ั้กับการทาท่าซ้ายหัน จะแตกต่างกันเฉพาะให้หนไปเพียง ๔๕ องศา เท่านัน ั ้ ๑๑.๕.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกปิดจังหวะให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิด ้จังหวะ เพื่อให้ทหารปฏิบตจงหวะหนึ่ง โดยให้คาบอก “กึงซ้าย - หัน” เมือจะให้ทหารปฏิบตต่อไปใน ั ิั ่ ่ ั ิจังหวะสอง ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ๑๕
  • 17. - ๑๖ -๑๒. ท่าก้าวทางข้าง (รูปที่ ๑๓) รูปที่ ๑๓ ท่าก้าวทางข้าง ๑๒.๑ คาบอก “ก้าวทางขวา. . . . . . .ก้าว, ทา” (คาบอกเป็นคา ๆ) “ก้าวทางซ้าย. . . . . . .ก้าว, ทา” ๑๒.๒ การปฏิ บติ เมือได้ยนคาบอก “ก้าวทางขวา. . . . . .ก้าว, ทา” หรือ “ก้าวทางซ้าย. . . . ั ่ ิ. . .ก้าว, ทา” ให้ทหารก้าวเท้าขวา (ซ้าย) ไปทางข้างในลักษณะเข่าทังสองข้างตึง วางปลายเท้าขวา ้ ้ ่(ซ้าย) จดพืนแล้วลดส้นเท้าสัมผัสพืนเต็มฝาเท้า หลังจากนันเปลียนน้ าหนักตัวไปอยูบนเท้าที่ ก้าว ้ ้ ่ ่ออกไป แล้วนาเท้าซ้าย (ขวา) ไปชิดเท้าทีกาวออกไปอยูในท่าตรง สาหรับก้าวต่อไปคงปฏิบติ ่ ้ ่ ัเหมือนเดิมทุกประการจนครบจานวนก้าว ทังนี้จะต้องรักษาการทรงตัว และร่างกายส่วนอื่นให้อยูใน ้ ่ท่าตรง ๑๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๒.๓.๑ ท่าก้าวทางข้างนี้มกจะนาไปใช้ในโอกาส ทีตองการให้ทหารเปลียนทีตงแถวไป ั ่ ้ ่ ่ ั้ทางข้างในระยะใกล้ไม่เกิน ๑๐ ก้าว ๑๒.๓.๒ ถ้าหากประสงค์จะให้แถวทหารเปลียนทีตงแถวไปทางขวา (ซ้าย) ในระยะ ่ ่ ั้มากกว่า ๑๐ ก้าว ให้ใช้วธบอกให้ทหารทาท่าขวา (ซ้าย) หัน เสียก่อน แล้วบอก “หน้า - เดิน”, ิี“แถว - หยุด”, “ขวา (ซ้าย) - หัน” กลับสู่ทศทางเดิม และจัดแถวใหม่ ิ ๑๖
  • 18. - ๑๗ - ๑๒.๓.๓ คาบอกทีเขียนไว้ว่า “ก้าวทางขวา (ซ้าย).....ก้าว, ทา” นัน ตรงเครืองหมาย ่ ้ ่….…ก้าว ทีเว้นไว้นน ผูฝึกจะต้องกาหนดจานวนก้าวให้ชดเจนด้วย เช่น “ก้าวทางขวา ๕ ก้าว, ทา” ่ ั้ ้ ัเป็นต้น๑๓. ท่าก้าวถอยหลัง (รูปที่ ๑๔) (๑๔/ก.) (๑๔/ข.) (๑๔/ค.) (๑๔/ง.) รูปที่ ๑๔ ท่าก้าวถอยหลัง ๑๓.๑ คาบอก “ก้าวถอยหลัง. . . . .ก้าว, ทา” (คาบอกเป็นคา ๆ) ๑๓.๒ การปฏิ บติ เมือได้ยนคาบอก “ก้าวถอยหลัง. . . . .ก้าว, ทา” ให้ทหารก้าวเท้าซ้าย ั ่ ิออกไปทางด้านหลังก่อนให้ได้ความยาวของก้าวประมาณ ๓๐ ซม. ในลักษณะทีเข่าทังสองเหยียดตึง ่ ้และรักษาทรวดทรงของร่างกายให้อยูในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลา แล้ววางปลายเท้าทีกาว ่ ่ ้ออกไปก่อนนันจดกับพืน ต่อจากนันให้ลดส้ นเท้าลงไปยืนกับพืนพร้อมกับเปลียนน้าหนักตัวไปวางอยู่ ้ ้ ้ ้ ่บนเท้าซ้ายและยกส้นเท้าขวาสูงขึนเล็กน้อย ้ แล้วยกเท้าขวาก้าวออกไปทางข้างหลังในลักษณะทีให้ผ่านเท้าซ้าย ออกไปทางด้านหลังของเท้าซ้ายอีกประมาณ ๓๐ ซม. และนาปลายเท้าขวา ่ไปจดกับพืนไว้ในลักษณะเดียวกันกับการก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหลังในครังแรก ในลาดับต่อไปให้ ้ ้เปลียนเท้าก้าวไปข้างหลังสลับกันไปเช่นนันเรือย ๆ จนกว่าจะครบจานวนก้าวตามทีได้รบคาสังให้ ่ ้ ่ ่ ั ่หยุดเท้าข้างทีกาวไปครบจานวนนันไว้กบทีในลักษณะวางน้าหนักตัวยืนอยูบนเท้าข้างนัน แล้วจึงนา ่ ้ ้ ั ่ ่ ้เท้าหน้าซึงเปิดส้นเท้าเล็กน้อยเข้ามาชิดกับเท้าข้างทีหยุดในลักษณะท่าตรง ่ ่ ในกรณีทได้รบคาสังให้กาวไปข้างหลังเพียงหนึ่งก้าว ก็ให้ปฏิบตโดยก้าวเท้าซ้ายออกไป ่ี ั ่ ้ ั ิก่อนในลักษณะตามทีได้อธิบายไว้ขางต้น แล้วดึงเท้าขวาเข้ามาชิดกับเท้าซ้ายโดยไม่ตองก้าวต่อไป ่ ้ ้ ๑๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๓.๓.๑ ท่าก้าวถอยหลังนี้ มักจะนาไปใช้ในโอกาสทีตองการให้ทหารเปลียนทีตง ่ ้ ่ ่ ั้แถวไปทางข้างหลังในระยะใกล้ ไม่เกิน ๑๐ ก้าว ๑๗
  • 19. - ๑๘ - ๑๓.๓.๒ ถ้าหากประสงค์จะให้แถวทหารเปลียนทีตงแถว ไปทางข้างหลัง ในระยะ ่ ่ ั้มากกว่า ๑๐ ก้าว ให้ใช้วธบอกให้ทหารทาท่ากลับหลังหันเสียก่อน แล้วบอก ิี “หน้า - เดิน”“แถว - หยุด”, “กลับหลัง - หัน” กลับสู่ทศทางเดิม และจัดแถวใหม่ ิ ๑๓.๓.๓ คาบอกทีเขียนไว้ว่า “ก้าวถอยหลัง. . . . .ก้าว, ทา” นัน ตรงเครืองหมาย ่ ้ ่. . . . ก้าวทีเว้นไว้นน ผูฝึกจะต้องกาหนดจานวนก้าวให้ชดเจนด้วย เช่น “ก้าวถอยหลัง ๕ ก้าว, ทา” ่ ั้ ้ ัเป็นต้น๑๔. ท่าเดิ น ท่าเดินแบ่งออกเป็น ๓ ท่า คือ ท่าเดินสวนสนาม, ท่าเดินตามปกติ, และท่าเดินตามสบาย ๑๔.๑ ท่าเดิ นสวนสนาม (รูปที่ ๑๕) (๑๕/ก.) (๑๕/ข.) รูปที่ ๑๕ ท่าเดิ นสวนสนาม ๑๔.๑.๑ คาบอก “สวนสนาม, หน้า - เดิน” (คาบอกผสม) ๑๔.๑.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “สวนสนาม, หน้า - เดิน” ให้ทหารเริมออกเดิน ั ่ ิ ่โดยเตะเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะขาเหยียดตึง ปลายเท้างุมลงจนรูสกว่าหลังเท้าตึง ฝาเท้า ้ ้ ึ ่สูงจากพืนประมาณ ๑ คืบ พร้อมกับยกมือขวาซึงนิ้วทังห้าเรียงชิดกันและเหยียดตึงผ่านขึนมาทาง ้ ่ ้ ้ด้านหน้า แล้วไปหยุดลงตรงประมาณแนวหัวเข็มขัด และให้ห่างจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่งฝามือ ่ ่ ิ ่ในลักษณะทีบดฝามือเฉียงลงไปทางข้างหน้า และยกศอกสูงขึนเล็กน้อยแต่ไม่ให้ศอกกาง ใน ้ขณะเดียวกันนันก็ให้สลัดแขน และมือซ้ายซึงนิ้วทังห้าเรียงชิดกันและเหยียดตึงเฉียงลงไปทางด้าน ้ ่ ้ ๑๘
  • 20. - ๑๙ -หลังทาง ซ้ายจนรูสกว่าแขนเหยียดตึง หันหลังมือออกทางด้านนอกลาตัวโดยไม่ให้ฝืนลักษณะตาม ้ ึธรรมชาติ น้าหนักตัวทังหมดอยูบนเท้าขวา ลาตัวยืดตรง ยกหน้าอก สายตามองไปยังข้างหน้าใน ้ ่แนวระดับ เมือจะสืบเท้าก้าวไปข้างหน้า ให้กาวเท้าซ้ายไปข้างหน้าให้ได้ระยะก้าวประมาณ ๘๐ ซม. ่ ้ ่ ่(นับจากส้นเท้าถึงส้นเท้า) แล้วจึงตบฝาเท้าลงไปกับพืนให้เต็มฝาเท้าอย่างแข็งแรงโดยไม่ให้เข่างอ ใน ้ลาดับต่อไปให้เปลียนน้าหนักตัวทังหมดไปวางอยูบนเท้าซ้าย ่ ้ ่ แล้วเตะเท้าขวาออกไปข้างหน้าในลักษณะเดียวกันกับการเตะเท้าซ้ายออกไปในครังแรก และในขณะเดียวกันนันก็ให้สะบัดแขนและมือ ้ ้ขวาเฉียงลงไปทางด้านหลังทางขวาจนรูสกว่าแขนเหยียดตึง หันหลังมือออกทางด้านนอกลาตัวโดย ้ ึไม่ให้ฝืนลักษณะตามธรรมชาติ พร้อมกับยกมือซ้ายผ่านขึนมาทางด้านหน้าแล้วไปหยุดลงตรง ้ ่ประมาณแนวหัวเข็มขัด และให้ห่างจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่งฝามือในลักษณะทีบดฝามือเฉียงลงไป ่ ิ ่ทางข้างหน้า และยกศอกสูงขึนเล็กน้อยแต่ไม่ให้ศอกกาง ลาตัวยืดตรง ยกหน้าอ ก สายตามองตรงไป ้ยังข้างหน้าในแนวระดับ ในลาดับต่อไปให้กาวสลับเท้ากันเดินต่อไปเช่นนี้เรือย ๆ ไป โดยพยายาม ้ ่รักษาจังหวะความเร็วในการเดินให้คงทีไว้ในอัตราความเร็วนาทีละประมาณ ๙๖ - ๑๐๐ ก้าว ่ เมือเดินเป็นแถวการก้าวและตบเท้าแต่ละก้าว ตลอดจนการแกว่งแขนจะต้ องกระทาให้พร้อม ่กันทังแถว และรักษาลักษณะท่าทางในทุกอิรยาบถของการเดินให้องอาจผึงผายและแข็งแรง อยูเสมอ ้ ิ ่ ่ด้วยการตบเท้าหนักตลอดเวลา ๑๔.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๔.๑.๓.๑ ในการฝึกทหารนัน ถ้าผูฝึกประสงค์จะให้ทหารฝึกปฏิ บัตทละ ้ ้ ิ ีขันตอน เพื่อผลในการตรวจการปฏิบตของทหารตามขันตอนต่าง ๆ ให้เป็นไปโดยถูกต้องแล้ว ผูฝึก ้ ั ิ ้ ้ย่อมสามารถจะกระทาได้ โดยให้ใช้คาบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ กล่าวคือ เมือจะเริมต้นทาการฝึก ่ ่ท่าเดินสวนสนามให้ใช้คาบอก “ต่อไปจะฝึกเดินสวนสนามแบบปิดจังหวะ” “สวนสนาม, หน้า - เดิน”เมือทหารได้ยนคาบอกดังกล่าวนี้ ให้ทาท่าเตะเท้าซ้ายไปข้างหน้าก่อนแล้วค้างไว้ และรอจนกว่าจะ ่ ิได้รบคาสังให้ปฏิบตต่อไป เมือผูฝึกจะให้ทหารปฏิบตในจังหวะต่อไป ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือ ั ่ ั ิ ่ ้ ั ิ ่ทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” จึงทาท่าเตะเท้าขวาต่อไปข้างหน้าแล้วค้างไว้ กระทาสลับกันไปเช่นนี้ ิเรือย ๆ ่ ๑๔.๑.๓.๒ ก่อนทีจะเริมให้ทหารฝึกท่าเดินสวนสนาม ผูฝึกจะต้องอธิบายและ ่ ่ ้แสดงตัวอย่างของท่าเดินสวนสนามให้ดู และนาเอาท่าหยุดจากการเดินมาสอนควบคู่กนไปด้วยเสมอ ั ๑๙
  • 21. - ๒๐ - ๑๔.๒ ท่าเดิ นตามปกติ (๑๖/ก.) (๑๖/ข.) รูปที่ ๑๖ ท่าเดิ นตามปกติ ๑๔.๒.๑ คาบอก “หน้า - เดิน” (คาบอกแบ่ง) ๑๔.๒.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “หน้า - เดิน” ให้ทหารเริมออกเดิน โดย ั ่ ิ ่ ่ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะขาเหยียดตึง ฝาเท้า ขนานกับพืนและสูงจากพืนประมาณ ๑ ้ ้ ่ฝามือ ปลายเท้าชีไปในทิศทางตรงหน้า ในขณะเดียวกันมือทังสองข้างกาแบบหลวม ๆ โดยนิ้วหัว ้ ้แม่มอจดกับข้อทีสองของนิ้วชี้ นิ้วทังสี่ (เว้นนิ้วหัวแม่มอ) เรียงชิดกัน แกว่งแขนขวาไปด้านหน้าและ ื ่ ้ ืแขนซ้ายมาทางด้านหลัง ในลักษณะงอข้อศ อกเล็กน้อยและหันหลังมือออกไปทางด้านนอกลาตัวแต่พองามโดยไม่ฝืนธรรมชาติ น้าหนักตัวอยูบนเท้าขวา แล้วจึงสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า ๑ ก้าว ระยะ ่ประมาณ ๖๐ เซนติเมตร วางส้นเท้าซ้ายลงจดพืนก่อนปลายเท้า เปลียนน้าหนักตัวมาอยูบนเท้าซ้าย ้ ่ ่ ่แขนแกว่งด้านข้างลาตัวให้เลยลาตัวไปด้านหน้าและด้านหลัง ประมาณ ๑ ฝามือ โดยสัมพันธ์กบขา ัทีกาว ลาตัวยืดตรง ยกอกผึงผาย สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ สาหรับในก้าวต่อไปให้ ่ ้ ่ปฏิบตในลักษณะเช่นเดียวกัน โดยก้าวสลับเท้าเดินอย่างต่อเนื่องและพยายามรักษาจังหวะความเร็ว ั ิในการเดินให้คงที่ ในอัตรานาทีละประมาณ ๑๑๖ ก้าว เมือเดินเป็นแถวการก้าวเท้าออกเดินแต่ละก้าว ตลอดจนการแกว่งแขนจะต้องกระทาให้พร้อม ่กันทังแถว และรักษาลักษณะท่าทางในทุกอิรยาบถของการเดินให้องอาจผึงผายอยูเสมอ ้ ิ ่ ่ ๑๔.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก เมือประสงค์จะให้ทหารฝึ กปฏิบตทละขันตอน ให้ใช้ ้ ่ ั ิ ี ้คาบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ ด้วยคาบอก “ต่อไปจะฝึกเดินตามปกติแบบปิดจังหวะ” “หน้า - เดิน”เมือทหารได้ยนคาบอกดังกล่าวนี้ ให้กาวเท้าซ้ายไปข้างหน้าและแกว่งแขนค้างไว้แล้วรอจนกว่าจะ ่ ิ ้ ๒๐
  • 22. - ๒๑ -ได้รบคาสังให้ปฏิบตต่อไป เมือผูฝึกจะให้ทหารปฏิบตในจังหวะต่อไป ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารจึง ั ่ ั ิ ่ ้ ั ิก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าพร้อมกับแกว่งแขนค้างไว้ กระทาสลับกันไปจนกว่าจะสังหยุด ่ ๑๔.๓ ท่าเดิ นตามสบาย ๑๔.๓.๑ คาบอก “เดินตามสบาย” (คาบอกรวด) ๑๔.๓.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “เดินตามสบาย” ให้ทหารปฏิบตการเดิน ั ่ ิ ั ิและรักษาจังหวะอัตราความเร็วและระยะก้าวในการเดินเช่นเดียวกับท่าเดินตามปกติ คงมีลกษณะที่ ัแตกต่างไปจากท่าเดินตามปกติตรงที่ ท่าเดินตามสบายไม่ตองรักษาท่าทางในการเดินอย่างเคร่งครัด ้และถ้าเดินเป็นแถวก็ไม่จาเป็นต้องเดินพร้อมเท้า ห้ามพูดคุยกัน เว้นแต่จะได้รบอนุญาต ั ๑๔.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๔.๓.๓.๑ ในการฝึกท่าเดินตามสบายนัน ผูฝึกมีความจาเป็นต้องสอน ้ ้ให้ทหารทราบถึงวิธการปฏิบตของท่าเปลียนเท้าในเวลาเดินเสียก่อน จึงจะทาการฝึกให้ทหารเดินท่า ี ั ิ ่เดินตามสบายได้ กล่าวคือ จะต้องนามาใช้เพื่อเปลียนจากท่าเดินตามสบายไปเป็นท่าเดินตามปกติ ่(เดินเข้าระเบียบ) ๑๔.๓.๓.๒ ตามปกติแล้วท่าเดินตามสบาย มักจะนาไปใช้ในโอกาสทีตองการให้ทหารผ่อนคลายอิรยาบถในการเดินจากท่าเดินตามปกติ เพราะฉะนันผูฝึกจาเป็นต้องหัด ่ ้ ิ ้ ้ท่าเดินตามสบายโดยบอกให้ทหารเดินตามปกติก่อน แล้วจึงสังให้เปลียนเป็นท่าเดินตามสบายโดยใช้ ่ ่คาบอกว่า “เดินตามสบาย” ๑๔.๓.๓.๓ เมือผูฝึกประสงค์จะให้ทหาร ซึงเดินอยูในท่าเดินตามสบาย ่ ้ ่ ่กลับไปทาท่าเดินตามปกติ ผูฝึกจะต้องใช้คาบอก “เดินเข้าระเบียบ” เมือทหารได้ยนคาบอก “เดิน ้ ่ ิเข้าระเบียบ” ให้ทหารกลับไปทาท่าเดินตามปกติซงบางคนอาจจาเป็นต้องทาท่าเปลียนเท้าเองโดยไม่ ่ึ ่ต้องมีคาบอกก่อนก็ได้ ๑๔.๓.๓.๔ ในขณะทีทหารเดินตามสบายอยูนน จะใช้คาบอก “แถว - ่ ่ ั้หยุด” ไม่ได้ เพราะว่าทหารในแถวนันอาจจะเดินเท้าไม่พร้อมกันอยูกได้ เมือผูฝึกประสงค์จะสังให้ ้ ่ ็ ่ ้ ่แถวทหารซึงกาลังเดินตามสบายทาท่าหยุดจากการเดิน ผูฝึกจะต้องสังให้ทหารเดินเข้าระเบียบ ่ ้ ่เสียก่อนจึงจะใช้คาบอก “แถว - หยุด” ได้ ๒๑
  • 23. - ๒๒ -๑๕. ท่าหยุดจากการเดิ น (รูปที่ ๑๗) จังหวะหนึ่ง (๑๗/๑) จังหวะสอง (๑๗/๒) รูปที่ ๑๗ ท่าหยุดจากการเดิ น ๑๕.๑ คาบอก “แถว - หยุด” (คาบอกแบ่ง) ๑๕.๒ การปฏิ บติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๕.๒.๑ จังหวะหนึ่ ง เมือได้ยนคาบอก “แถว - หยุด” พอสินคาบอก “หยุด” ไม่ว่า ่ ิ ้จะเป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้ทหารก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งไปข้างหน้าอีกครึงก้าว ่ ้ ่ประมาณ ๓๐ - ๔๐ เซนติเมตร แล้วหยุดเดิน พร้อมกันนันให้โน้มน้าหนั กตัวไปอยูทเี่ ท้าหน้า ้ ่(เท้าทีกาวออกไปข้างหน้าอีกครึงก้าวนัน) มือและแขนทังสองยังคงแกว่งอยูในลักษณะสลับกับเท้า ขา ่ ้ ่ ้ ้ ่ทังสองตึง ส้นเท้าหลังเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลาตัวเล็กน้อย ้ ๑๕.๒.๒ จังหวะสอง ชักเท้าหลังมาชิดกับเท้าหน้า พร้อมกับสะบัดมือและแขนทังสอง ้ข้างลงไปอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๒๒
  • 24. - ๒๓ - ๑๕.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๕.๓.๑ ในการใช้คาบอก ผูฝึกจะใช้คาบอก “แถว - หยุด” เมือเท้าข้างใด ข้างหนึ่งของ ้ ่ทหารในแถวตกถึงพืนก็ได้โดยยึดถือหลักดังนี้ เมือใช้คา บอก “แถว” ในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืน ้ ่ ่ ้ก็ให้ใช้คาบอก “หยุด” ในขณะทีเท้าข้างนันตกถึงพืนอีกครังในก้าวต่อไป ตัวอย่างเช่น ใช้คาบอก ่ ้ ้ ้“แถว” ในขณะทีเท้าข้างขวาของทหารตกถึงพืน จะต้องใช้คาบอก “หยุด” ในขณะทีเท้าข้างขวาของ ่ ้ ่ทหารตกถึงพืนในครังถัดไปเป็นต้น ้ ้ ๑๕.๓.๒ โดยธรรมดาแล้ว ทหารแต่ละคน ย่อมจะมีความถนัดในการใช้เท้า ทาท่า หยุดต่างกัน บางคนอาจถนัดนาเท้าขวามาชิดเมือหยุด หรือบางคนอาจถนัดนาเท้าซ้ายมาชิดเมือหยุดก็ได้ ่ ่ในรายทีไม่ถนัดย่อมแสดงออกให้เห็นด้วยการทาท่าหยุดทีไม่แข็งแรงหรือไม่ทะมัดทะแมง ่ ่ เพราะฉะนันเพื่อเป็นการฝึกให้ทหารเกิดความเคยชิน และถนัดใช้เท้าหยุดอย่างแข็งแรงได้ทงสองเท้า ผูฝึก ้ ั้ ้ควรจะได้พยายามฝึกให้ทหารทาท่าหยุดอย่างแข็งแรงได้ทงสองเท้า โดยพยายามฝึกให้ทหารทาท่า ั้หยุดด้วยการใช้คาบอกเมือทังเท้าขวาและเท้าซ้ายตกถึงพืนควบคู่กนไปอยูเสมอ ่ ้ ้ ั ่ ๑๕.๓.๓ ในการฝึกหากผูฝึกประสงค์จะฝึกทหารให้ทาท่าหยุดในท่าปิดจังหวะ ผูฝึก ้ ้จะต้องแจ้งให้ทหารทราบล่วงหน้าก่อนว่า “ต่อไปจะทาการฝึกท่าหยุดปิดจังหวะ” ส่วนการใช้คาบอก“แถว - หยุด” คงใช้ตามหลักการเดิมทีกล่าวแล้ว แต่ในการปฏิบตของทหารนัน เมื่ อทหารได้ยน ่ ั ิ ้ ิคาบอก “หยุด” ก็ให้ทหารทาท่าหยุดจังหวะหนึ่งแล้วค้างไว้ เมือผูฝึกจะให้ทหารทาท่าหยุดจังหวะสอง ่ ้ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่าหยุดจังหวะสอง ๑๕.๓.๔ ในการฝึกท่าหยุดจากการเดินนี้ ผูฝึกควรจะฝึกท่าหยุดจากท่าเดินสวนสนาม ้ก่อน เพราะว่ าท่าเดินสวนสนามเป็นท่าทีมจงหวะการเดินช้ากว่าท่าเดินตามปกติ การทาท่าหยุดของ ่ ีัทหารจะสามารถทาได้เป็นจังหวะและเรียนรูได้งายกว่า นอกจากนี้ยงทาให้ผฝึกมีโอกาสตรวจและ ้ ่ ั ู้ปรับปรุงแก้ไขลักษณะท่าทางของทหารได้ละเอียดขึนด้วย ้๑๖. ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาเดิ น (รูปที่ ๑๘) ๑๖.๑ คาบอก “เปลี่ยน, เท้า” (คาบอกเป็นคา ๆ) ๑๖.๒ การปฏิ บติ การเปลียนเท้าให้ปฏิบตเป็น ๓ ตอนดังต่อไปนี้ ั ่ ั ิ ๑๖.๒.๑ ตอนทีหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “เปลียน, เท้า” พอสินเสียงคาบอก “เท้า” ่ ่ ิ ่ ้ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน ก็ให้ก้ าวเท้าขวาเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ถ้าสินเสียงคาบอก “เท้า” ่ ้ ้ในขณะทีเท้าขวาตกถึงพืน ก็ให้กาวเท้าซ้ายเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว แล้วยังตัวหยุดไว้ วางน้าหนัก ่ ้ ้ ้ตัวอยูบนเท้าทีกาวออกไปข้างหน้านัน ่ ่ ้ ้ ๒๓
  • 25. - ๒๔ - (๑๘/๑) (๑๘/๒) (๑๘/๓) ตอนทีหนึ่ง ่ ตอนทีสอง ่ ตอนทีสาม ่ รูปที่ ๑๘ การเปลี่ยนเท้าเมื่อเท้าซ้ายตกถึงพื้น ๑๖.๒.๒ ตอนทีสอง ในลาดับต่อไปให้เลื่อนเท้าอีกข้างหนึ่งซึงอยูขางหลังขึนมาจนชิด ่ ่ ่ ้ ้กับเท้าหน้าในลักษณะให้ปลายเท้าหลังจดกับส้นเท้าหน้า ๑๖.๒.๓ ตอนทีสาม ในลาดับต่อไปให้กาวเท้าหน้า (ทีหยุดยังไว้ในตอนทีหนึ่ง) ออก ่ ้ ่ ้ ่เดินต่อไปในจังหวะการเดินเดิม สาหรับการแกว่งแขนและมือคงเป็นไปตามลักษณะของท่าเดิน ๑๖.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๖.๓.๑ ในการฝึกผูฝึกจะต้องใช้คาบอก “เปลียน, เท้า” ตามจังหวะการเดินของผูรบ ้ ่ ้ัการฝึกดังนี้ คือ ให้ใช้คาบอก “เปลียน” ในขณะทีเท้าของผูรบการฝึกข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ตกถึงพืน ่ ่ ้ั ้และใช้คาบอก “เท้า” ในขณะทีเท้าของผูรบการฝึกอีกข้างหนึ่งซึงอยูในลาดับก้าวของการเดินต่อไปตก ่ ้ั ่ ่ถึงพืน ้ ๑๖.๓.๒ สาหรับคาบอก “เปลียน, เท้า” ให้ใช้ได้เฉพาะในการฝึกเท่านัน ่ ้ ๑๖.๓.๓ เมือผูควบคุมแถวในขณะเดิน ทราบว่ามีทหารในแถวบางคนเดินไม่พร้อมกัน ่ ้และประสงค์จะให้ทหารในแถวเปลียนเท้าให้เดินเท้าพร้อมกัน จะใช้คาบอกตามแบบฝึกว่า “เปลียน, ่ ่เท้า” ไม่ได้ คาบอกที่จะใช้ได้กคอ ให้ใช้คาพูดตามธรรมดาอย่างใดก็ได้เพื่อบอกให้ทหารเปลียนเท้า ็ ื ่ให้ถูก เช่น ใช้คาบอกว่า “ให้ทหารเปลียนเท้าให้ถูกต้อง”หรือ “เดินเข้าระเบียบ” เป็นต้น ส่วน ่การปฏิบตของทหารคงกระทาในลักษณะต่างคนต่างทา ั ิ ๒๔
  • 26. - ๒๕ - ๑๖.๓.๔ ผูฝึกจะต้องอธิบายให้ผูรบการฝึกเข้าใจด้วยว่า ท่าเปลียนเท้าทีรบการฝึกนี้จะ ้ ้ั ่ ่ัสามารถนาไปใช้ได้ในโอกาสทีตนเองเดินผิดเท้ากับผูอ่นในขณะทีเดินอยูในแถว ซึงแต่ละคนจะ ่ ้ ื ่ ่ ่สามารถเปลียนเท้าด้วยวิธการตามทีได้รบการฝึกไปนี้ได้ตามลาพัง โดยไม่จาเป็นต้องรอให้มผควบคุม ่ ี ่ ั ี ู้หรือมีผหนึ่งผูใดสัง่ ในกรณีทได้ยนผูควบคุมแถวบอกให้เดินให้เท้าพร้อม ทหารต้องปฏิบตตามใน ู้ ้ ่ี ิ ้ ั ิลักษณะเช่นเดียวกันกับทีฝึกนี้ ่ ๑๖.๓.๕ ในการฝึกท่าเปลียนเท้านี้ ผูฝึกควรจะฝึกท่าเปลียนเท้าจากท่าเดินสวนสนาม ่ ้ ่เพราะว่าท่าเดินสวนสนามเป็นท่าทีมจงหวะการเดินช้ากว่าท่าเดินตามปกติ การทาท่าเปลียนเท้าของ ่ ีั ่ทหารจะสามารถทาได้เป็นขันตอนและเรียนรูได้งาย นอกจากนี้ยงทาให้ผฝึกมีโอกาสตรวจและ ้ ้ ่ ั ู้ปรับปรุงแก้ไขลักษณะท่าทางของทหารได้ละเอียดขึนด้วย ้ ๑๖.๓.๖ ถ้าผูฝึกประสงค์จะฝึกให้ทหารทาท่าเปลียนเท้าปิดตอน ผูฝึกจ ะต้องแจ้งให้ ้ ่ ้ทหารทราบล่วงหน้าก่อนว่า “ต่อไปจะทาการฝึกท่าเปลียนเท้าปิดตอน” ส่วนการใช้คาบอก “เปลียน, ่ ่เท้า” คงใช้ตามหลักการตามทีกล่าวแล้ว แต่ในการปฏิบตของทหารนัน เมือทหารได้ยนคาบอก ่ ั ิ ้ ่ ิ“เปลียน, เท้า” ก็ให้ทาท่าเปลียนเท้าตอนทีหนึ่งแล้วค้างไว้ เมือผูฝึ กจะให้ทหารทาท่าเปลียนเท้า ่ ่ ่ ่ ้ ่ตอนทีสอง ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่าเปลียนเท้าตอนทีสองแล้วค้างไว้ เมือผูฝึกจะให้ทหาร ่ ่ ่ ่ ้ทาท่าเปลียนเท้าตอนทีสาม ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่าเปลียนเท้าตอนทีสามแล้วค้างไว้ และ ่ ่ ่ ่เมือผูฝึกจะให้ทหารเดินต่อไป ก็ให้ใช้คาบอก “เดินต่อไป” ทหารทาท่าเดินต่อไป ่ ้๑๗. ท่าซอยเท้า ท่าซอยเท้าแบ่งออกเป็น ๔ ท่า คือ ท่าซอยเท้าเมืออยูกบที่ , ท่าหยุดจากการซอยเท้า, ท่าเดิน ่ ่ ัจากการซอยเท้า, และท่าซอยเท้าจากการเดิน ๑๗.๑ ท่าซอยเท้าเมื่ออยู่กบที่ (รูปที่ ๑๙) ท่าซอยเท้าเมืออยูกบทีจะต้องทาต่อจากท่าตรง ั ่ ่ ั ่เท่านัน ้ ๑๗.๑.๑ คาบอก “ซอยเท้า” (คาบอกรวด) ๑๗.๑.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “ซอยเท้า” ให้ทหารยกเท้าซ้ายขึนในทางดิง ั ่ ิ ้ ่จนปลายเท้าสูงจากพืนประมาณหนึ่งคืบ โดยยกส้นเท้าให้สงขึนกว่าปลายเท้าเล็ก น้อย พร้อมกับแกว่ง ้ ู ้แขนและจัดมือในลักษณะเดียวกันกับท่าเดิน ในลาดับต่อไปให้วางเท้าซ้ายลงไปยืนกับพืน ณ ทีเดิม ้ ่ในลักษณะย่าอยูกบที่ ในขณะเดียวกันนันให้ยกเท้าขวาขึนให้สงจากพืนในลักษณะเดียวกันกับการยก ่ ั ้ ้ ู ้เท้าซ้ายขึนในครังแรกแกว่งแขนและมือไปตามจังหวะของท่าเดิน ต่อไปวางเท้าขวาลงไปยืนกับพืนใน ้ ้ ้ลักษณะเดียวกันกับการวางเท้าซ้ายลงในครังแรก แล้วยกเท้าซ้ายและขวาขึนลงสลับกันไปเรือย ๆ ใน ้ ้ ่ลักษณะย่าอยูกบที่ ่ ั ๑๗.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก้ ๑๗.๑.๓.๑ ในการฝึกท่าซอยเท้าเมืออยูกบทีน้ี ผูฝึกจะต้องเน้นหนักให้ ่ ่ ั ่ ้ทหารทราบว่าในขณะย่าเท้า จะต้องพยายามรักษาจุดวางเท้าให้คงทีอยูตลอดเวลา ่ ่ ๒๕
  • 27. - ๒๖ - ๑๗.๑.๓.๒ ลักษณะท่าทางในการย่าเท้าอยูกบที่ ให้พยายามรักษาลักษณะ ่ ัทรวดทรงของลาตัวท่อนบนและศรีษะไว้ให้อยูในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลา ่ (๑๙/ก.) (๑๙/ข.) รูปที่ ๑๙ ท่าซอยเท้าเมื่ออยู่กบที่ ั ๑๗.๑.๓.๓ สาหรับจังหวะในการย่าเท้าอยูกบทีของเท้าทังสองข้างนัน คงให้ ่ ั ่ ้ ้เป็นไปตามจังหวะของการเดินนัน ๆ ตัวอย่างเช่น เมือกาหนดให้ทหารทาท่าซอยเท้าด้วยการแก ว่ง ้ ่แขนและมือตามลักษณะท่าเดินสวนสนาม ก็ให้ทหารรักษาลักษณะการย่าเท้าอยูกบทีในจังหวะนาที ่ ั ่ละ ๙๖ - ๑๐๐ ก้าว เป็นต้น ๑๗.๑.๓.๔ สาหรับในการฝึกท่าซอยเท้าเมืออยูกบทีนน ผูฝึกควรจะเริมต้น ่ ่ ั ่ ั้ ้ ่จากการให้ทหารฝึกท่าซอยเท้าด้วยการแกว่งแขนและมือของการเดินสวนสนามก่อน พร้อมกับรักษาจังหวะในการย่าเท้าตามทีกาหนดไว้ เพราะว่าผูฝึกจะได้มโอกาสตรวจและแก้ไขข้อบกพร่องได้ดขน ่ ้ ี ี ้ึเมือเห็นว่าทหารมีความชานาญดีขนแล้ว จึงทาการฝึกให้ทหารทาท่าซอยเท้าด้วยการแกว่งแขนและ ่ ้ึมือในลักษณะของท่าเดินตามปกติควบคู่กนไป ั ๑๗.๑.๓.๕ ในการฝึกท่าซอยเท้าเมืออยูกบทีนน มีความจาเป็นจะต้องสอน ่ ่ ั ่ ั้ให้ทหารทราบถึง ท่าหยุดจากการซอยเท้าเสียก่อน แล้วจึงฝึกท่าซอยเท้าและท่าหยุดจากการซอยเท้าควบคู่กนไป ั ๒๖
  • 28. - ๒๗ -๑๗.๒ ท่าหยุดจากการซอยเท้า (รูปที่ ๒๐) (๒๐/๑) (๒๐/๒) จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง รูปที่ ๒๐ ท่าหยุดจากการซอยเท้า ๑๗.๒.๑ คาบอก “แถว - หยุด” (คาบอกแบ่ง) ๑๗.๒.๒ การปฏิบติ ท่านี้มสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ี ๑๗.๒.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “แถว - หยุด” พอสิน คา ่ ิ ้บอก “หยุด” ไม่ว่าจะเป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้ย่าเท้าอีกข้างหนึ่งลงไปกับพืนอีกครัง ่ ้ ้ ้หนึ่ง แล้วยกเท้าอีกข้างหนึ่งให้สงขึนจากพืนแล้วค้างไว้ ในลักษณะเดียวกันกับทียกเท้าขึนทาท่าซอย ู ้ ้ ่ ้เท้าครังแรก สา หรับมือและแขนนันคงแกว่งค้างไว้ในจังหวะของเท้าทียกขึนในลักษณะเดียวกันกับ ้ ้ ่ ้การก้าวเท้าในเวลาเดิน ๑๗.๒.๒.๒ จังหวะสอง วางเท้าทียกค้างไว้นนลงไปยืนกับพืนในลักษณะ ่ ั้ ้ของท่าตรง พร้อมกับสะบัดแขนและมือทีแกว่งกลับมาอยูในลักษณะของท่าตรงด้วย ่ ่ ๑๗.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก สาหรับในการใช้คาบอกและวิธการฝึกคงมีหลักเกณฑ์ ้ ีเช่นเดียวกันกับ ท่าหยุดจากการเดิน ๒๗
  • 29. - ๒๘ - ๑๗.๓ ท่าเดิ นจากการซอยเท้า ๑๗.๓.๑ คาบอก “หน้า - เดิน” (คาบอกแบ่ง) ๑๗.๓.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “หน้า - เดิน” ทหารจะได้ยนเสียง คาว่า ั ่ ิ ิ“เดิน” ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน การปฏิบตขนต่อไปให้ซอยเท้าขวาอยูกบทีอกครังหนึ่ง แล้วจึงเริม ่ ้ ั ิ ั้ ่ ั ่ ี ้ ่เตะเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะของท่าเดินและเริมเดินต่อไป ่ ๑๗.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๗.๓.๓.๑ ในการใช้คาบอกของผูฝึกให้ใช้คาบอก “หน้า” ในขณะทีเท้าซ้าย ้ ่ตกถึงพืน และคาบอก “เดิน” ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืนในครังถัดไปเสมอ ้ ่ ้ ้ ๑๗.๓.๓.๒ ในกรณีทจะให้ทหารเดินด้วย ท่าเดินตามปกติ ให้ใช้คาบอก ่ี“หน้า - เดิน” ตามทีกล่าวมาแล้ว แต่ถาหากประสงค์จะให้ทหารทาท่าเดินสวนสนามต้องใช้คาบอก ่ ้“สวนสนาม, หน้า - เดิน” โดยยึดถือหลักการสังเช่นเดียวกับทีกล่าวแล้วในข้อ ๑๗.๓.๓.๑ ข้างต้น โดย ่ ่คาบอก “สวนสนาม” ก่อนเท้าซ้ายตกถึงพืนในครังแรก ้ ้ ๑๗.๓.๓.๓ สาหรับในการฝึก ควรจะฝึกให้ทหารทาท่าเดินจากการซอยเท้าด้วยท่าเดินสวนสนาม เมือเห็นว่าทหารมีความชานาญดีแล้วจึงให้ทหารทาท่าเดินจากการซอยเท้า ่ด้วยท่าเดินตามปกติ ๑๗.๔ ท่าซอยเท้าจากการเดิ น ๑๗.๔.๑ คาบอก “ซอย - เท้า” (คาบอกแบ่ง) ๑๗.๔.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “ซอย - เท้า” พอสินคาบอก “เท้า” ไม่ว่าจะ ั ่ ิ ้เป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้กาวเท้าอีกข้างหนึ่งเดินต่อไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวพร้อมกับ ่ ้ ้ยังตัวหยุดไว้ แล้วเลื่อนเท้าหลังขึนมาจนเสมอกับเท้ าหน้า พร้อมกับย่าเท้าลงไปตรงข้างเคียงกับเท้า ้ ้ข้างทีหยุดไว้นนในลักษณะของการซอยเท้าอยูกบที่ ต่อจากนันให้ทาท่าซอยเท้าอยูกบที่ ่ ั้ ่ ั ้ ่ ั ๑๗.๔.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการใช้คาบอกของผูฝึกให้ใช้คาบอก “ซอย” ในขณะ ้ ้ทีเท้าข้างใดข้างหนึ่งของทหารตกถึงพืนก็ได้ และใช้คาบอก “เท้า” ในขณะทีเท้าข้างนันตกถึงพืนอีก ่ ้ ่ ้ ้ครังหนึ่งในครังถัดไป ้ ้๑๘. ท่าหันในเวลาเดิ น ท่าหันในเวลาเดินแบ่งออกได้เป็น ๓ ท่า คือ ท่าขวาหันในเวลาเดิน , ท่าซ้ายหันในเวลาเดิน,และท่ากลับหลังหันในเวลาเดิน ๑๘.๑ ท่าขวาหันในเวลาเดิ น (รูปที่ ๒๑) ๒๘
  • 30. - ๒๙ -(๒๑/๑ ก.) (๒๑/๑ ข.) จังหวะหนึ่ง(๒๑/๑ ค.) (๒๑/๒)จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง รูปที่ ๒๑ ท่าขวาหันในเวลาเดิ น ๒๙
  • 31. - ๓๐ - ๑๘.๑.๑ คาบอก “ขวา - หัน” ๑๘.๑.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๘.๑.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “ขวา - หัน” ทหารจะได้ยน ่ ิ ิคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าขวาตกถึงพืน เมือเท้าข้างขวาได้ตกถึงพืนแล้วให้ยงการเดินหยุดไว้ดวย ่ ้ ่ ้ ั้ ้เท้าข้างขวานัน ต่อจากนัน ให้กาวเท้าซ้ายไปข้างหน้าและนาปลายเท้าไปแตะไว้ทพนในลักษณะให้ ้ ้ ้ ่ี ้ืส้นเท้าอยูเป็นแนวเส้นตรงอันเดียวกันกับปลายเท้าขวา และให้สนเท้าซ้ายห่างจากปลายเท้าขวาไป ่ ้ ่ทางซ้ายประมาณหนึ่งฝามือ ยกส้นเท้าซ้ายสูงขึนเล็กน้อยพร้อมกับสะบัดแขนและมือทีแกว่งอยูท ั ้ ง ้ ่ ่สองข้างมาแตะติดไว้ตรงข้างขากางเกงในลักษณะของท่าตรง ต่อไปให้ยกลาตัวสูงขึนในลักษณะยืน ้อยูบนปลายเท้าทังสองข้าง พร้อมกับเหวียงให้หมุนไปทางขวาโดยใช้ปลายเท้าทังสองเป็นจุดหมุน ่ ้ ่ ้จนได้ ๙๐ องศา ส้นเท้าทังสองเปิด ในขณะทีหมุนตัวไปทางขวานี้มอทังสองต้องแตะอยู่ ทีขากางเกง ้ ่ ื ้ ่และรักษาทรวดทรงของร่างกายท่อนบนและศรีษะให้อยูในลักษณะของท่าตรงด้วย ่ ๑๘.๑.๒.๒ จังหวะสอง ให้เปลียนน้าหนักตัวมาวางอยูบนเท้าข้างซ้าย พร้อมกับ ่ ่เตะเท้าขวาออกเดินต่อไปด้วยการแกว่งมือและแขนให้ถูกต้องตามลักษณะของท่าเดิน และเดินต่อไป ๑๘.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๘.๑.๓.๑ ในการใช้คาบอกของผูฝึกให้ใช้คาบอก “ขวา” ในขณะเท้าข้างขวา ้ของทหารตกถึงพืน และคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าข้างขวาของทหารตกถึงพืนอีกครังหนึ่งในครัง ้ ่ ้ ้ ้ถัดไป ๑๘.๑.๓.๒ ถ้าผูฝึกประสงค์จะฝึกในท่าปิดจังหวะ ผูฝึกจะต้องแจ้งให้ทหารทราบ ้ ้ก่อนว่า “ต่อไปจะทาการฝึกท่าขวาหันในเวลาเดินปิดจังหวะ” ส่วนการใช้คาบอก “ขวา - หัน” คงใช้ตามทีกล่าวไว้แล้วในข้อ ๑๘.๑.๓.๑ ข้างต้น แต่ในการปฏิบตของทหารนัน เมือทหารได้ยนคาบอก ่ ั ิ ้ ่ ิ“หัน” ก็ให้ทหารทาท่าขวาหันจังหวะหนึ่งแล้วค้างไว้ เมือผูฝึกจะให้ทหารทาท่าขวาหันจังหวะสอง ่ ้ก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่าขวาหันจังหวะสองแล้วเดินต่อไป ๑๘.๒ ท่าซ้ายหันในเวลาเดิ น (รูปที่ ๒๒) ๑๘.๒.๑ คาบอก “ซ้าย - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๑๘.๒.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๘.๒.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “ซ้าย - หัน” ทหารจะ ่ ิได้ยนคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน เมือเท้าข้างซ้ายได้ตกถึงพืนแล้ว ให้ยงการเดินหยุดไว้ ิ ่ ้ ่ ้ ั้ด้วยเท้าข้างซ้ายนัน ต่อจากนันให้กาวเท้าขวาไปข้างหน้าแล้วนาปลายเท้าไปแตะไว้ทพน ในลักษณะ ้ ้ ้ ่ี ้ืให้สนเท้าอยูเป็นแนวเส้นตรงเดียวกันกับปลายเท้าซ้าย และให้สนเท้าขวาอยูห่างจากปลายเท้าซ้ายไป ้ ่ ้ ่ ่ทางขวาประมาณหนึ่งฝามือ ยกส้นเท้าขวาสูงขึนเล็กน้อยพร้อมกับสะบัดแขนและมือทีแกว่งอยูทงสอง ้ ่ ่ ั้ข้างมาแตะติดไว้ตรงข้างขากางเกงในลักษณะของท่าตรง ต่อไป ให้ยกลาตัวสูงขึนในลักษณะยืนอยู่ ้บนปลายเท้าทังสองข้าง พร้อมกับเหวียงตัวให้หมุนไปทางซ้ายโดยใช้ปลายเท้าทังสองเป็นจุดหมุน ้ ่ ้จนได้ ๙๐ องศา ส้นเท้าทังสองเปิด ในขณะทีหมุนตัวไป ทางซ้ายนี้ มือทังสองต้องแตะอยูทขากางเกง ้ ่ ้ ่ ่ีและรักษาทรวดทรงของร่ายกายท่อนบนและศรีษะให้อยูในลักษณะของท่าตรงด้วย ่ ๓๐
  • 32. - ๓๑ - (๒๒/๑ ก.) (๒๒/๑ ข.) จังหวะหนึ่ง จังหวะหนึ่ง (๒๒/๑ ค.) จังหวะทีสอง (๒๒/๒) ่ รูปที่ ๒๒ ท่าซ้ายหันในเวลาเดิ น ๑๘.๒.๒.๒ จังหวะสอง ให้เปลียนน้าหนักตัวมาวางอยูบนเท้าข้างขวา ่ ่พร้อมกับเตะเท้าซ้ายก้าวออกเดินต่อไปด้วยการแกว่งมือและแขนให้ถูกต้องตามลักษณะของท่าเดิน ๓๑
  • 33. - ๓๒ - ๑๘.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก้ ๑๘.๒.๓.๑ ในการใช้คาบอกของผูฝึกให้ใช้คาบอก “ซ้าย” ในขณะทีเท้าข้าง ้ ่ซ้ายของทหารตกถึงพืน และคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าข้างซ้ายของทหารตกถึงพืนอีกครังหนึ่งใน ้ ่ ้ ้ครังถัดไป ้ ๑๘.๒.๓.๒ ถ้าผูฝึกประสงค์จะฝึกในท่าปิดจังหวะ ผูฝึ กจะต้องแจ้งให้ทหาร ้ ้ทราบก่อนว่า “ต่อไปจะทาการฝึกท่าซ้ายหันในเวลาเดินปิดจังหวะ” ส่วนการใช้คาบอก “ซ้าย - หัน”คงใช้ตามทีกล่าวไว้แล้วในข้อ ๑๘.๒.๓.๑ ข้างต้น แต่ในการปฏิบตของทหารนัน เมือได้ยนคาบอก ่ ั ิ ้ ่ ิ“หัน” ก็ให้ทหารทาท่าซ้ายหันจังหวะหนึ่งแล้วค้างไว้ เมือผูฝึ กจะให้ทหารทาท่าซ้ายหันจังหวะสอง ก็ ่ ้ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่าซ้ายหันจังหวะสองแล้วเดินต่อไป ๑๘.๒ ท่ากลับหลังหันในเวลาเดิ น (รูปที่ ๒๓) (๒๓/๑ ก.) (๒๓/๑ ข.) จังหวะหนึ่ง ๓๒
  • 34. - ๓๓ -(๒๓/๒ ก.) (๒๓/๒ ข.) จังหวะสอง (๒๓/๓) จังหวะสาม รูปที่ ๒๓ ท่ากลับหลังหันในเวลาเดิ น ๓๓
  • 35. - ๓๔ - ๑๘.๓.๑ คาบอก “กลับหลัง - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๑๘.๓.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งออกเป็นสามจังหวะดังต่อไปนี้ ั ๑๘.๓.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “กลับหลัง - หัน” ทหารจะ ่ ิได้ยนคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าข้างซ้ายตกถึงพืน เมือเท้าข้างซ้ายตกถึงพืนแล้วให้กาวเท้าขวาไป ิ ่ ้ ่ ้ ้ข้างหน้าอีกประมาณครึงก้าวและยังตัวหยุดเดินไว้ พร้อมกันนันให้โน้มน้าหนักตัวไปอยูทเี่ ท้าข้างขวา ่ ้ ้ ่นี้ พร้อมกับสะบัดมือและแ ขนทีแกว่งอยูทงสองข้างมาแตะติดไว้ขางขากางเกงในลักษณะของ ท่า ่ ่ ั้ ้ตรง ขาทังสองตึง ส้นเท้าหลังเปิด ้ ๑๘.๓.๒.๒ จังหวะสอง ก้าวเท้าซ้ายซึงอยูขางหลังผ่านเท้าขวาขึนไปทาง ่ ่ ้ ้ข้างหน้าเฉียงไปทางขวาเล็กน้อย และให้วางปลายเท้าซ้ายลงแตะ พืนตรงข้างหน้าทางขวาของปลาย ้ ้ ่ ่เท้าขวา ประมาณให้สนเท้าซ้ายอยูห่างจากปลายเท้าขวาหนึ่งฝามือในลักษณะเข่าเหยียดตึง เมือ ่ปลายเท้าซ้ายแตะพืนให้โน้มน้าหนักตัวไปยืนอยูบนปลายเท้าทังสองข้าง แล้วเหวียงตัวให้หมุนไป ้ ่ ้ ่ทางขวาโดยใช้ปลายเท้าทังสองเป็นจุดหมุนจนได้ ๑๘๐ องศา (กลับหน้าเป็นหลัง) ส้นเท้าทังสองเปิด ้ ้ในขณะทีหมุนตัวกลับนี้มอทังสองต้องแตะอยูทขางขากางเกง และรักษาทรวดทรงร่างกายท่อนบน ่ ื ้ ่ ่ี ้และศรีษะให้อยูในลักษณะของท่าตรงด้วย ่ ๑๘.๓.๒.๓ จังหวะสาม ให้กาวเท้าซ้ายออกเดินต่อไป พร้อมกับแก ว่งแขน ้และมือให้ถูกต้องตามลักษณะของท่าเดิน ๑๘.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๘.๓.๓.๑ ในการใช้คาบอกของผูฝึกให้ใช้คาบอก “กลับหลัง” ในขณะทีเท้า ้ ่ข้างซ้ายของทหารตกถึงพืน และคาบอก “หัน” ในขณะทีเท้าข้างซ้ายของทหารตกถึงพืนอีกครังหนึ่ง ้ ่ ้ ้ในครังถัดไป ้ ๑๘.๓.๓.๒ ถ้าผูฝึกประสงค์ฝึกในท่าปิดจังหวะ ผูฝึกจะต้องแจ้งให้ทหาร ้ ้ทราบก่อนว่า “ ต่อไปจะทาการฝึกท่ากลับหลังหันในเวลาเดินปิดจังหวะ ” ส่วนการใช้คาบอก “ กลับหลัง-หัน ” คงใช้ตามทีกล่าวไว้แล้วในข้อ ๑๘.๓.๓.๑ ข้างต้น แต่ในการปฏิบตของทหารนัน เมือ ่ ั ิ ้ ่ทหารได้ยนคาบอก “หัน” ก็ให้ทหารทาท่ากลับหลังหันจังหวะหนึ่งแล้วค้างไว้ เมือผูฝึกจะให้ทหาร ิ ่ ้ทาท่ากลับหลังหันจังหวะสองและจังหวะสามก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ทหารทาท่ากลับหลังหัน จังหวะสองแล้วค้างไว้ และทาท่ากลับหลังหันจังหวะสามตามลาดับแล้วเดินต่อไป๑๙. ท่าเคารพ ๑๙.๑ ท่าเคารพ ซึงสามารถใช้แสดงการเคารพได้ทงขณะอยูกบทีและเคลื่อนที่ แบ่งออกเป็น ่ ั้ ่ ั ่๒ ท่า คือ ท่าแลขวา , แลซ้าย และท่าวันทยาหัตถ์ ทังนี้ในการฝึกขันต้นสมควรฝึกแสดงการเคารพ ้ ้ในขณะอยูกบทีก่อน โดยเริมจากท่าแลขวา, แลซ้าย เพื่อให้งายต่อการฝึกในท่าวันทยาหัตถ์ ่ ั ่ ่ ่ ๑๙.๒ ท่าแลขวา, แลซ้าย ๑๙.๒.๑ โอกาสในการใช้ แสดงการเคารพได้ทงในขณะอยูกบทีและเคลื่อนทีโดย ั้ ่ ั ่ ่ปฏิบตจากท่าตรง ในโอกาสดังนี้ ั ิ ๓๔
  • 36. - ๓๕ - ๑๙.๒.๑.๑ ไม่สวมหมวกไม่ว่าจะแต่งกายชุดใดก็ตาม ๑๙.๒.๑.๒ สวมหมวกแต่ถอของหนัก จนไม่สามารถแสดงการเคารพ ด้วยท่า ืวันทยาหัตถ์ได้ ๑๙.๒.๑.๓ สวมหมวกแต่ได้รบบาดเจ็บทีมอหรือแขน จนไม่สามารถแสดงการ ั ่ ืเคารพด้วยท่าวันทยาหัตถ์ได้ ๑๙.๒.๒ คาบอก “แลขวา - ทา” “แลซ้าย - ทา” และ “แล - ตรง” (คาบอกแบ่ง) เมือเลิก ่แสดงการเคารพ ๑๙.๒.๓ การปฏิบติ ในการฝึกขันต้นยังไม่ตองมีผรบการเคารพ และปฏิบตขณะอยู่ ั ้ ้ ู้ ั ั ิกับที่ ดังนี้ ๑๙.๒.๓.๑ เมือได้ยนคาบอก “แลขวา (แลซ้าย) - ทา” ให้ทหารสะบัดหน้าไป ่ ิทางขวา (ทางซ้าย) ประมาณกึงขวา (กึงซ้าย) หรือประมาณ ๔๕ องศา ใบหน้าตังตรงและสายตามอง ่ ่ ้ตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ โดยร่างกายส่วนอื่นยังอยูในลักษณะท่าตรง ่ ๑๙.๒.๓.๒ เมือได้ยนคาบอก “แล - ตรง” ให้สะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรง ่ ิ ่ทุกประการ ๑๙.๒.๔ คาแนะนาสาหรับผูฝึก จะต้องอธิบายให้ทหารเข้าใจด้วยว่า โดยปกติแล้วจะ ้ถือว่าเมือทหารออกนอกอาคารตามลาพังส่วนใหญ่จะต้องสวมหมวกเสมอ ดังนันการแสดงการเคารพ ่ ้จะใช้ท่าวันทยาหัตถ์เป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามท่าแลขวา, แลซ้าย ก็มบางโอกาสทีจาเป็นต้องใช้ ี ่พร้อมทังชีแจงถึงโอกาสในการใช้ให้ทหารเข้าใจด้วย ้ ้ ๑๙.๓ ท่าวันทยาหัตถ์ ๑๙.๓.๑ โอกาสในการใช้ แสดงการเคารพได้ทงในขณะอยูกบทีและเคลื่อนที่ เมือส วม ั้ ่ ั ่ ่หมวกไม่ว่าจะแต่งกายชุดใดก็ตาม ๑๙.๓.๒ ประกอบด้วย ท่าตรงหน้าวันทยาหัตถ์ , ทางขวาวันทยาหัตถ์ และทางซ้ายวันทยาหัตถ์ ๑๙.๓.๓ คาบอก (คาบอกรวด) ๑๙.๓.๓.๑ ท่าตรงหน้าวันทยาหัตถ์ ใช้คาบอก “วันทยาหัตถ์” หรือ“ตรงหน้า, วันทยาหัตถ์” ๑๙.๓.๓.๒ ท่าทางขวาวันทยาหัตถ์ ใช้คาบอก “ทางขวา, วันทยาหัตถ์” ๑๙.๓.๓.๒ ท่าทางซ้ายวันทยาหัตถ์ ใช้คาบอก “ทางซ้าย, วันทยาหัตถ์” ๑๙.๓.๓.๔ เมือต้องการให้เลิกแสดงการเคารพ ให้ใช้คาบอก “มือลง” ่ ๑๙.๓.๔ การปฏิบติ ในการฝึกขันต้นให้ปฏิบตโดยยังไม่ตองมีผรบการเคารพ และ ั ้ ั ิ ้ ู้ ัปฏิบตในขณะอยูกบที่ ดังนี้ ั ิ ่ ั ๑๙.๓.๔.๑ ท่าตรงหน้าวันทยาหัตถ์ เมือได้ย ิ นคาบอก “วันทยาหัตถ์” หรือ ่“ตรงหน้า, วันทยาหัตถ์” ให้ทหารยกมือขวาขึนมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ในลักษณะงอแขน ้ ่ท่อนล่างเข้าหาลาตัว ฝามือเหยียดตรงไปตามแนวแขนท่อนล่าง นิ้วทังห้าเรียงชิดกันและข้อมือไม่หก ้ ั ๓๕
  • 37. - ๓๖ -โดยนาปลายนิ้วชีไปแตะตรงขอบล่างของหมวกประมาณเหนือแนวหางตาขวา (เมือสวมหมวกหนีบ, ้ ่หมวกทรงอ่อน) หรือทีขอบของกระบังหมวกทางด้านขวา (เมือสวมหมวกแก๊ปทรงอ่อน,หมวกทรง ่ ่หม้อตาล, หมวกรองใน, หมวกเหล็ก) หรือทีขอบปีกหมวกทางด้านขวา ประมาณเหนือแนวหาง ่ ่ตาขวา (เมือสวมหมวกทรงอ่อนพับปีกของทหารหญิง) โดยเปิดฝามือทางด้านนิ้วก้อยประมาณ ๓๐ ่องศา แขนขวาท่อนบนเหยียดออกไปด้านข้างเสมอแนวไหล่และเฉียงไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายส่วนอื่นไม่เสียลักษณะท่าตรง สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ (รูปที่ ๒๔) ๑๙.๓.๔.๒ ท่าทางขวาวันทยาหัตถ์ เมือได้ยนคาบอก ่ ิ “ทางขวา,วันทยาหัตถ์” ให้ทหารยกมือขวาขึนมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ในลักษณะเดียวกับท่าตรงหน้า ้วันทยาหัตถ์ทุกประการ (ข้อ ๑๙.๓.๔.๑) พร้อมทังสะบัดหน้าไปทางขวาในลักษณะเช่นเดียวกับ ้แลขวา (ข้อ ๑๙.๒.๓.๑) โดยไม่ตองเอียงลาตัวหรือแขนไปทางด้านขวา (รูปที่ ๒๕ ก.) ้ ๑๙.๓.๔.๓ ท่าทางซ้ายวันทยาหัตถ์ เมือได้ยนคาบอก ่ ิ “ทางซ้าย,วันทยาหัตถ์” ให้ทหารยกมือขวาขึนมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ในลักษณะเดียวกับท่าตรงหน้า ้วันทยาหัตถ์ทุกประการ (ข้อ ๑๙.๓.๔.๑) พร้อมทังสะบัดหน้าไปทางซ้ายในลักษณะเช่นเดียวกับ ้แลซ้าย (ข้อ ๑๙.๒.๓.๑) โดยไม่ตองเอียงลาตัว หรือแขนไปทางด้านซ้าย (รูปที่ ๒๕ ข.) ้ ๑๙.๓.๔.๔ เมือต้องการให้เลิกแสดงการเคารพในทุกท่าวันทยาหัตถ์ ให้ผฝึก ่ ู้ใช้คาบอก “มือลง” เมือได้ยนคาบอก “มือลง” ให้ทหารลดมือขวาลงมาอยูในท่าตรงอย่างรวดเร็วและ ่ ิ ่แข็งแรง ถ้าปฏิบตจากท่าทางขวา (ทางซ้าย) วันทยาหัตถ์ ให้สะบัดหน้ากลับมาในทิศทางตรงหน้า ั ิพร้อมกับการลดมือขวาลง หมวกหนีบ (๒๔ ก.) หมวกทรงหม้อตาล (๒๔ ข.) ๓๖
  • 38. - ๓๗ - หมวกหนีบ (๒๔ ค.) หมวกทรงอ่อน (๒๔ จ.)หมวกรองใน (๒๔ ง.) หมวกทรงอ่อนพับปี ก (๒๔ ฉ.) รูปที่ ๒๔ ท่าตรงหน้ าวันทยาหัตถ์ ๓๗
  • 39. - ๓๘ -รูปที่ ๒๕ ก. ท่าทางขวาวันทยาหัตถ์ รูปที่ ๒๕ ข. ทางซ้ายวันทยาหัตถ์ ๓๘
  • 40. - ๓๙ - ๑๙.๓.๕ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๑๙.๓.๕.๑ ในการฝึกท่าวันทยาหัตถ์ ผูฝึกควรจะอธิบายเพิมเติมให้ผรบการ ้ ่ ู้ ัฝึกทราบด้วยว่า ท่าวันทยาหัตถ์เป็นท่าเคารพในโอกาสทีอยูตามลาพังและสวมหมวกแต่ไม่ได้อยูใน ่ ่ ่แถวของทหารทุกชันยศ สาหรับในโอกาสทีอยูในแถว การแสดงการเคารพด้วยท่าวันทยาหัตถ์จะ ้ ่ ่นาไปใช้เฉพาะแต่นายทหารชันสัญญาบัตรเท่านัน ส่วนนายทหารชันประทวนและพลทหารนันใน ้ ้ ้ ้โอกาสทีอยูในแถว ถึงแม้ว่าจะสวมหมวกอยูกตามจะต้องแสดงการเคารพด้วยท่าตรงหรือท่าแลขวา , ่ ่ ่ ็แลซ้าย แล้วแต่กรณี ๑๙.๓.๕.๒ การใช้คาบอกของผูควบคุมแถว เมือจะให้แถวทหารแสดงการ ้ ่เคารพนัน ให้ผควบคุมแถวใช้คาบอก “แถว - ตรง” หรือ “แลขวา (แลซ้าย) - ทา” ้ ู้ ๑๙.๓.๕.๓ ในกรณีทแถวทหารนัน เป็นแถวทีมทงนายทหารชันสัญญาบัตร ่ี ้ ่ ี ั้ ้นายทหารชันประทวนและพลทหารอยูรวมกัน คาบอกให้แถวทหารแสดงการเคารพ ผูควบคุมแถว ้ ่่ ้จะต้องถือเอาพลทหารเป็นหลักในการใช้คาบอกคือ จะต้องใช้คาบอก “แถว - ตรง” ส่วนการปฏิบติ ัท่าเคารพคงปฏิบตต่างกันคือ นายทหารชันสัญญาบัตรทาท่าวันทยาหัตถ์ นายทหารชันประทวนและ ั ิ ้ ้พลทหารทาท่าตรง ๑๙.๓.๕.๔ ท่าวันทยาหัตถ์ถามีความจาเป็นจะกระทาจากท่านังก็ได้ เช่น ้ ่นังอยูในรถ ขณะขับขีจกรยาน ฯลฯ เป็นต้น ่ ่ ่ั ๑๙.๓.๕.๕ ผูฝึกจะต้องระลึกอยูเสมอว่า ท่าวันทยาหัตถ์น้ี จะต้องกระทา ้ ่จากท่าตรงเสมอ เพราะฉะนันหากจาเป็นอาจต้องใช้คาบอก “แถว - ตรง” ก่อนก็ได้ ้ ๑๙.๔ เมือฝึกขันต้นดีเพียงพอแล้ว ให้ฝึกขันทีสอง โดยมีผรบการเคารพแต่ยงคงปฏิบติ ่ ้ ้ ่ ู้ ั ั ัในขณะอยูกบที่ ทังท่าแลขวา, แลซ้าย และท่าวันทยหัตถ์ ซึงมีแนวทางปฏิบติ ดังนี้ ่ ั ้ ่ ั ๑๙.๔.๑ การแสดงความเคารพทางขวา (ทางซ้าย) ไม่ว่าจะเป็นท่าแลขวา, แลซ้ายหรือ ท่า วันทยาหัตถ์กตาม ให้เริมแสดงความเคารพในระยะห่างระหว่างผูแสดงการเคารพกับผูรบการ ็ ่ ้ ้ัเคารพ ประมาณ ๓ ก้าว และเลิกแสดงการเคารพเมือผูรบการเคารพผ่านพ้นผูแสดงการเคารพไปแล้ว ่ ้ั ้ประมาณ ๒ ก้าว โดยสายตาผูแสดงการเคารพมองสบตาผูรบการเคารพตลอดเวลา ด้วยการหันหน้า ้ ้ัตามจนกว่าจะเลิกแสดงการเคารพ จึงสะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรงตามเดิม ไม่ใช่ใช้การชาเลือง ่สายตา ๑๙.๔.๒ ในกรณีทผรบการเคารพไม่ได้เคลื่อนทีมาจนถึงตรงหน้า หรือผ่านหน้าผูแสดง ่ ี ู้ ั ่ ้การเคารพ ก็ให้ผแสดงการเคารพเลิกแสดงการเคารพ หลังจากผูรบการเคารพตอบรับกา รเคารพ ู้ ้ัเรียบร้อยแล้ว หรือในจังหวะอันควร ทังนี้ผแสดงการเคารพจะต้องพึงระวังไม่ให้เลิกแสดงการเคารพ ้ ู้ก่อนผูรบการเคารพเลิกตอบรับการเคารพ ้ั ๑๙.๔.๓ ในการฝึกเริมแรกของขันนี้ ผูฝึกสมควรให้ทหารปฏิบตตามคาสังไปก่อนด้วย ่ ้ ้ ั ิ ่คาบอกตามทีกาหนดไว้ จ นกว่าทหารจะมีความชานาญพอสมควร จึงค่อยให้ทหารปฏิบตตามลาพัง ่ ั ิโดยไม่ตองใช้คาบอก ้ ๓๙
  • 41. - ๔๐ - ๑๙.๕ การแสดงการเคารพเมือเคลื่อนที่ ่ ๑๙.๕.๑ การแสดงการเคารพเมือเคลื่อนที่ กระทาได้ทงท่าวันทยาหัตถ์และท่าแลขวา , ่ ั้แลซ้าย ให้เหมาะสมกับโอกาสในการใช้แต่ละท่า โดยแบ่งการปฏิบตออกเป็น ๔ ลักษณะ คือ ั ิ ๑๙.๕.๑.๑ เมือเดินสวนผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ ่ ้ ั ้ ๑๙.๕.๑.๒ เมือเดินผ่านผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ ่ ้ ั ้ ๑๙.๕.๑.๓ เมือผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่เคลื่อนทีผ่าน ่ ้ ั ้ ่ ๑๙.๕.๑.๔ เมืออยูในแถวทหาร ่ ่ ๑๙.๕.๒ เมือเดินสวนผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ การแสดงการเคารพทีจะกล่าวต่อไปนี้ ่ ้ ั ้ ่ใช้เฉพาะเมือปฏิบตตามลาพัง โดยในการแสดงความเคารพเมือเดินสวนผูบงคับบัญชาแ ละผูใหญ่ ่ ั ิ ่ ้ ั ้จะมีวธการปฏิบตทแตกต่างกัน จึงต้องแยกการฝึกออกจากกัน ดังนี้ ิี ั ิ ่ี ๑๙.๕.๒.๑ เมือเดินสวนผูบงคับบัญชา ่ ้ ั ๑๙.๕.๒.๑.๑ คาบอก “เดินสวนผูบงคับบัญชา, ปฏิบต”ิ ้ ั ั ๑๙.๕.๒.๑.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก ั ่ ิ “เดินสวนผูบงคับบัญชา, ปฏิบต”ิ ให้ผแสดงการเคารพและผูรบการเคารพในฐานะผูบงคับบัญชา เริมออกเดิน ้ ั ั ู้ ้ั ้ ั ่เข้า หากันด้วยท่าเดินตามปกติ เมือผูแสดงการเคารพเดินไปถึงในระยะห่างจากผูรบการเค ารพ ่ ้ ้ัประมาณ ๕ ก้าว ให้กาวเท้าซ้าย (ขวา) ไปข้างหน้าประมาณครึงก้าว (ถ้าผูรบการเคารพเดินสวนมา ้ ่ ้ัทางขวาใช้การก้าวเท้าซ้าย ถ้าผูรบการเคารพเดินสวนมาทางซ้ายใช้การก้าวเท้าขวา ) พร้อมกับหมุน ้ัตัวทาท่าขวา (ซ้าย) หัน ไปในทิศทางทีผรบการเคารพจะเคลื่อนทีผ่านมา แล้ วยืนอยูในลักษณะท่า ่ ู้ ั ่ ่ตรง หลังจากนันทาท่าทางขวาหรือทางซ้ายวันทยาหัตถ์ไปยังผูรบการเคารพ โดยเริมแสดงกา ้ ้ั ่รเคารพก่อนทีผรบการเคารพจะมาถึง ประมาณ ๓ ก้าว สายตามองสบตาผูรบการเคารพจนกว่าผูรบ ่ ู้ ั ้ั ้ัการเคารพจะผ่านพ้นไป ประมาณ ๒ ก้าว จึงเลิกแสดงการเคารพกลับมาอยูใน ท่าตรง หลังจากนัน ่ ้จึงทาท่าหันไปในทิศทางทีตองการแล้วออกเดินต่อไปด้วยท่าเดินตามปกติ ่ ้ ๑๙.๕.๒.๒ เมือเดินสวนผูใหญ่ ่ ้ ๑๙.๕.๒.๒.๑ คาบอก “เดินสวนผูใหญ่, ปฏิบต”ิ ้ ั ๑๙.๕.๒.๒.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “เดินสวนผูใหญ่, ั ่ ิ ้ปฏิบต”ิ ให้ผแสดงการเคารพและผูรบการเคารพในฐานะผูใหญ่ เริมออกเดินเข้าหากันด้วยท่าเดิน ั ู้ ้ั ้ ่ตามปกติ เมือผูแสดงการเคารพเดินไปถึงในระยะห่างจากผูรบการเคารพ ประมาณ ๓ ก้าว ให้ผู้ ่ ้ ้ัแสดงการเคารพเริมเดินตบเท้าหนักในลักษณะท่าเดินสวนสนาม (สมควรเริมเดินตบเท้าด้วยเท้าข้าง ่ ่ซ้ายก่อน) พร้อมกับทาท่าทางขวาหรือทางซ้ายวันทยาหัตถ์ไปยังผูรบการเคารพ โดยแขนซ้ายอยูขาง ้ั ่ ้ลาตัวในลักษณะท่าตรงตลอดเวลา สายตามองสบตาผูรบการเคารพจนกว่าผูรบการเคารพจะผ่า นพ้น ้ั ้ัไปประมาณ ๒ ก้าว จึงเลิกแสดงการเคารพแล้วเดินตามปกติต่อไป ๑๙.๕.๓ เมือเดินผ่านผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ ใช้เฉพาะเมือปฏิบตตามลาพัง ในขณะ ่ ้ ั ้ ่ ั ิทีเดินผ่านผูรบการเคารพซึงอยูกบที่ มีวธการแสดงการเคารพเหมือนกันทังผูบงคับบัญชาและผูให ญ่ ่ ้ั ่ ่ ั ิี ้ ้ ั ้ดังนี้ ๔๐
  • 42. - ๔๑ - ๑๙.๕.๓.๑ คาบอก “เดินผ่านผูบงคับบัญชา, ปฏิบต”ิ หรือ “เดินผ่านผูใหญ่, ้ ั ั ้ปฏิบต”ิ ั ๑๙.๕.๓.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “เดินผ่านผูบงคับบัญชา (ผูใหญ่), ั ่ ิ ้ ั ้ปฏิบต”ิ ให้ผแสดงการเคารพเริมออกเดินด้วยท่าเดินตามปกติ เมือเดินไปจนถึงในระยะก่อนถึงผูรบ ั ู้ ่ ่ ้ัการเคารพประมาณ ๓ ก้าว ให้ผแสดงการเคารพเริมเดินตบเท้าหนักในลักษณะเดินสวนสนาม พร้อม ู้ ่กับทาท่าทางขวาหรือทางซ้ายวันทยาหัตถ์ไปยังผูรบการเคารพ โดยแขนซ้ายอยูขางลาตัวในลักษณะ ้ั ่ ้ท่าตรงตลอดเวลาทีแสดงการเคารพ สายตามองสบตาผูรบการเคารพจนกว่าจะผ่านพ้นผูรบการ ่ ้ั ้ัเคารพประมาณ ๒ ก้าว จึงเลิกแสดงการเคารพแล้วเดินตามปกติต่อไป ๑๙.๕.๔ เมือผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่เคลื่อนทีผ่าน ่ ้ ั ้ ่ ในกรณีเช่นนี้ หมายถึงผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่เคลื่อนทีไปในทิศทางเดียวกับผูแสดงการเคารพ โดยผูบงคับบัญชาหรือ ้ ั ้ ่ ้ ้ ัผูใหญ่ตองการแซงผ่านไปข้างหน้า และผูแสดงการเคารพมองเห็นก่อนทีผบงคับบัญชาหรือผูใหญ่จะ ้ ้ ้ ่ ู้ ั ้แซงผ่าน ในการแสดงความเคารพตามลาพัง (ไม่ได้อยูในแถว) คงมีวธการปฏิบติ ดังนี้ ่ ิี ั ๑๙.๕.๔.๑ คาบอก “ผูบงคับบัญชา (ผูใหญ่) เคลื่อนทีผ่าน, ปฏิบต”ิ ้ ั ้ ่ ั ๑๙.๕.๔.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “ผูบงคับบัญชา (ผูใหญ่) เคลื่อนที่ ั ่ ิ ้ ั ้ผ่าน, ปฏิบต”ิ ให้ผแสดงการเคารพและผูรบการเคารพในฐานะผูบงคับบัญชา (ผูใหญ่) เริมเคลื่อนที่ ั ู้ ้ั ้ ั ้ ่ออกเดินตามปกติไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ผรบการเคารพเร่งความเร็วในการเคลื่อนทีเพื่อแซง ู้ ั ่ผ่านขึนไปข้างหน้า เมือผูรบการเคารพกาลังจะแซงผ่าน ในทันทีทผแสดงการเคารพมองเห็นให้ ้ ่ ้ั ่ ี ู้แสดงการเคารพเช่นเดียวกับเมือเดินผ่านผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ (ข้อ ๑๙.๕.๓.๒) และเลิกแสดง ่ ้ ั ้การเคารพเมือผูรบการเคารพผ่านพ้นไปแล้วประมาณ ๒ ก้าว แล้วเดินตามปกติต่อไป ่ ้ั ๑๙.๕.๕ เมืออยูในแถวทหาร ซึงจะต้องมีผควบคุมแถว และเป็นผูสงทหารในแถว ่ ่ ่ ู้ ้ ั่แสดงการเคารพเป็นส่วนรวมการแสดงเคารพของผูควบคุมแถวและกาลังพลในแถวทหารเมือ ้ ่เคลื่อนที่ ให้ยดถือแนวทางปฏิบติ ดังนี้ ึ ั ๑๙.๕.๕.๑ ท่าเคารพทีใช้ ่ ๑๙.๕.๕.๑.๑ ผูควบคุมแถว ไม่ว่าจะชันยศใดให้ใช้ท่าทางขวา ้ ้(ทางซ้าย) วันทยาหัตถ์ ๑๙.๕.๕.๑.๒ นายทหารชันสัญญาบัตรทีอยูในแถวให้ใช้ท่าทาง ้ ่ ่ขวา (ทางซ้าย) วันทยาหัตถ์ ๑๙.๕.๕.๑.๓ นายทหารชันประทวน และพลทหารทีอยูในแถว ้ ่ ่ใช้ท่าแลขวา, แลซ้าย ๑๙.๕.๕.๒ เมือแถวทหารเดินสวนผูบงคับบัญชา, ผูใหญ่ ่ ้ ั ้ ๑๙.๕.๕.๒.๑ การสังแถวแสดงการเคารพของผูควบคุมแถว ให้ ่ ้ใช้คาบอก “แสดงการเคารพ (ระบุตาแหน่งผูรบการเคารพ), ทางขวา (ทางซ้าย), แลขวา (แลซ้าย) - ้ัทา” ให้เป็นไปตามทิศทางเคลื่อนทีของผูรบการเคารพ ทังนี้สมควรเริมสังเมือหัวแถวอยูในระยะห่าง ่ ้ั ้ ่ ่ ่ ่จากผูบงคับบัญชา ประมาณ ๕ ก้าว เพื่อให้สนคาบอก “ทา” ในระยะห่างจากผูบงคับบัญชา ้ ั ้ิ ้ ัประมาณ ๓ ก้าว ๔๑
  • 43. - ๔๒ - ๑๙.๕.๕.๒.๒ การปฏิบติ เมื่อสินคาบอก “ทา” ให้ผควบคุมแถว ั ้ ู้และทหารทุกคนในแถว แสดงการเคารพพร้อมกันด้วยท่าเคารพตามข้อ ๑๙.๕.๕.๑ พร้อมกับตบเท้าหนักในลักษณะเดินสวนสนาม จนกว่าผูบงคับบัญชาจะผ่านพ้นท้ายแถวไปแล้วประมาณ ๒ ก้าว ้ ัผูควบคุมแถวจึงสังเลิกแสดงการเคารพพร้อมกันทังแถวด้วยคาบอก “แล - ตรง” แล้วกลับมาเดิน ้ ่ ้ตามปกติในรูปแถวต่อไป สาหรับทหารในแถวตอนทีอยูซายสุด หรือ ขวาสุด ซึงอยูตดกับทิศทาง ่ ่ ้ ่ ่ ิผูบงคับบัญชาสวนมา ไม่ตองสะบัดหน้าไปทางขวาหรือทางซ้าย โดยมองตรงไปข้างหน้า เพื่อรักษา ้ ั ้ทิศทางและรูปแถวให้เป็นระเบียบ ๑๙.๕.๕.๒.๓ คาแนะนาในการปฏิบติ ั ก) การปฏิบตดงกล่าวข้างต้น ั ิ ั ให้ใช้เฉพาะผูบงคับบัญชาทีเป็นนายทหารชันสัญญาบัตร แล ะนาไปใช้กบผูใหญ่ชนยศนายพลด้วยเช่นเดียวกัน ้ ั ่ ้ ั ้ ั้ถ้าไม่สามารถระบุตาแหน่งผูใหญ่ชนยศนายพลทีจะแสดงการเคารพ ก็ให้ผควบคุมแถวสังแถวด้วยคา ้ ั้ ่ ู้ ่บอก “ทางขวา (ทางซ้าย), แลขวา (แลซ้าย) - ทา” ข) ผูบงคับบัญชา ระดับนายทหารชันประทวน ้ ั ้หรือผูใหญ่ยศต่ากว่านายพลลงมาทุกระดับ ให้ผควบคุมแถวแสดงการเคารพเพียงผูเดียว โดยไม่ตอง ้ ู้ ้ ้ตบเท้าหนักในลักษณะเดียวกับการเดินสวนผูใหญ่ สาหรับทหารในแถวคงเดินไปตามปกติ ้ ๑๙.๕.๕.๓ เมือแถวทหารเดินผ่านผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ หรือ ่ ้ ั ้ผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่เคลื่อนทีแซงผ่านขึนไปข้างหน้าคงยึดถือคาบอกและการปฏิบตเช่นเดียวกับ ้ ั ้ ่ ้ ั ิเมือแถวทหารเดินสวนผูบงคับบัญชา, ผูใหญ่ (ข้อ ๑๙.๕.๕.๒) เพียงแต่ปรับการเริมสังแถวให้ ่ ้ ั ้ ่ ่เหมาะสมกับแต่ละกรณี ได้แก่ ๑๙.๕.๕.๓.๑ เมือเดินผ่านผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่ เริมสัง่ ่ ้ ั ้ ่แสดงการเคารพเมือหัวแถวอยูห่างผูรบการเคารพ ประมาณ ๕ ก้าว และสังเลิกแสดงการเคารพเมือ ่ ่ ้ั ่ ่ท้ายแถวผ่านพ้นผูรบการเคารพไปแล้วประมาณ ๒ ก้าว ้ั ๑๙.๕.๕.๓.๒ เมือผูบงคับบัญชาหรือผูใหญ่เคลื่อนทีแซงผ่าน ่ ้ ั ้ ่ขึนไปข้างหน้า เริมสังแสดงการเคารพเมือท้ายแถวอยูห่างผูรบการเคารพ ประมาณ ๕ ก้าว หรือ ้ ่ ่ ่ ่ ้ัในทันทีทผควบคุมแถวมองเห็น และสังเลิกแสดงการเคารพเมือผูรบการเคารพผ่านพ้นหัวแถวไปแล้ว ่ ี ู้ ่ ่ ้ัประมาณ ๒ ก้าว ๑๙.๖ คาแนะนาทัวไปสาหรับการแสดงความเคารพ ่ ๑๙.๖.๑ การแสดงการเคารพเมือเคลื่อนที่ ในขณะทีไม่ได้สวมหมวก หรือสวมหมวกแต่ ่ ่ไม่สามารถแสดงการเคารพด้วยท่าทันทยาหัตถ์ได้ ในกรณีตามข้อ ๑๙.๒.๑ ให้ใช้การแสดงความเคารพด้วยท่าแลขวา, แลซ้าย โดยยึดถือปฏิบตเช่นเดียวกับการแสดงความเคารพด้วยท่า ั ิวันทยาหัตถ์ (ข้อ ๑๙.๕.๒ - ๑๙.๕.๔) แล้วแต่กรณี ๑๙.๖.๒ การแสดงการเคารพเมือเคลื่อนทีในขณะขับขียานพาหนะถ้าอยูในสถานการณ์ ่ ่ ่ ่คับขัน เช่น การจราจรคับคัง่ ผ่านทางแยก หรือขณะเลียวเปลียนทิศทาง เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ไม่ตอง ้ ่ ้แสดงการเคารพ อย่างไรก็ตามถ้าอยูในสภาวะทีพอแสดงการเคารพได้ สมควรแสดงการเคารพ แม้จะ ่ ่เป็นในช่วงระยะเวลาสันก็ตาม ้ ๔๒
  • 44. - ๔๓ - ๑๙.๖.๓ การแสดงการเคารพด้วยท่าก้มศรีษะ หรือ คานับ ให้กระทาได้เฉพาะนายทหารชันสัญญาบัตรเมือไม่สวมหมวกเท่านัน โดยก้มศรีษะแต่พองาม สาหรับนายทหารชันประทวนและ ้ ่ ้ ้พลทหาร ให้ใช้ท่าเคารพตามทีกล่าวไว้ในแบบฝึกนี้่ ๑๙.๖.๔ ในกรณีทหารทีไม่ได้ถออาวุธปืนเล็กเข้าแถว รวมกับทหารทีถออาวุธปืนเล็ก ่ ื ่ ืโดยปกติแล้วผูควบคุมแถวจะต้องใช้คาบอก โดยยึดถือจากทหารที่ ถืออาวุธปืนเล็กเป็นหลัก ด้วยการ ้ใช้คาบอก “ตรงหน้า หรือ ทางขวา (ทางซ้าย), ระวัง, วันทยา - วุธ” ทหารทีถออาวุธปืนเล็กทาท่า ่ ืวันทยาวุธ ทหารทีไม่ได้ถออาวุธปืนเล็กทาท่าแลขวา , แลซ้าย และเลิกแสดงการเคารพด้วยคาบอก ่ ื“เรียบ - อาวุธ” ทังนี้ให้ทหารทีไม่ได้ถออาวุธปื นเล็ก สะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรง เมือสินคาบอก ้ ่ ื ่ ่ ้“อาวุธ” ๑๙.๖.๕ ทหารทีไม่ได้ถออาวุธเมืออยูในแถว ไม่ว่าจะสวมหมวกหรือไม่สวมหมวกก็ตาม ่ ื ่ ่ผูควบคุมแถวจะใช้คาบอก “แสดงการเคารพ (ระบุตาแหน่งผูรบการเคารพ), ทางขวา (ทางซ้าย), แล ้ ้ัขวา (แลซ้าย) - ทา” แต่ถาไม่สามารถระบุตาแหน่งผูรบการเคารพได้ ก็ให้ใช้คาบอก “ทางขวา ้ ้ั(ทางซ้าย), แลขวา (แลซ้าย) - ทา” เมือสินคาบอกดังกล่าวให้ทหารทาท่าแลขวาหรือแลซ้าย ่ ้ ๑๙.๖.๖ ในกรณีททหารไม่ถออาวุธปืนเล็กเมืออยูในแถว ในงานพิธทจะต้องมีการตรวจ ่ี ื ่ ่ ี ่ีพล เมือผู้ ควบคุมแถวสังแสดงการเคารพไปในทิศทางการเคลื่อนทีของประธานในพิธ ี ในระหว่างการ ่ ่ ่แสดงการเคารพทหารจะต้องมองสบตาผูตรวจพลและหันหน้ามองตามอย่างต่อเนื่อง โดยเริมตังแต่ ้ ่ ้ผูตรวจพลเคลื่อนทีมาถึงผูทเี่ ข้าแถวอยูถดไปทางด้านขวาคนทีสามนับจากตนเอง และสะบัดหน้า ้ ่ ้ ่ ั ่กลับมาอยูในท่าแลตรง หลังจากผูตรวจพลผ่านพ้นไปถึงผูทเี่ ข้าแถวอยูถดไปทางด้านซ้ายคนทีสอง ่ ้ ้ ่ ั ่โดยปฏิบตเป็นรายบุคคล ั ิ ๑๙.๖.๗ ในการแสดงการเคารพทีจะต้องมีการรายงานประกอบด้วย เช่น รายงานตาม ่หน้าทีเวร หรือ ยาม เป็นต้น หรือการแสดงการเคารพตามลาพังเมือ อยูกบที่ ทหารจะต้องทาท่าตรง ่ ่ ่ ัก่อน แล้วจึงแสดงท่าเคารพ ถ้าจะต้องมีการรายงานประกอบด้วย ให้ผแสดงการเคารพวิงไปหยุด ู้ ่ทาท่าตรงอยูขางหน้าผูรบการเคารพ ในระยะห่างประมาณไม่น้อยกว่า ๓ ก้าว และไม่เกิน ๖ ก้าว ่ ้ ้ัต่อจากนันจึงทาท่าเคารพแล้วกล่าวรายงาน เมือรายง านจบแล้วให้เลิกแสดงการเคารพอยูในท่าตรง ้ ่ ่แล้วจึงทาท่ากลับหลังหันวิงกลับไปอยู่ ณ ทีเดิม ่ ่ ๑๙.๖.๘ ในกรณีทแถวทหารมีความยาวมากและตังแถวอยูกบที่ ดังนันทิศทางการ ่ี ้ ่ ั ้แสดงความเคารพของทหารแต่ละบุคคลในแถวอาจมีทศทางแตกต่างกันได้ เช่น บางคนอาจ ิ เป็น“ตรงหน้า” บางคนอาจเป็น “ทางขวา” หรือ บางคนอาจเป็น “ทางซ้าย” ในกรณีเช่นนี้สงทีควรยึดถือใน ิ่ ่การแสดงการเคารพของทหารแต่ละคน ก็คอ ผูรบการเคารพอยูในทิศทางใดของผูแสดงการเคารพ ก็ ื ้ั ่ ้ให้แต่ละคนแสดงการเคารพไปยังทิศทางนัน โดยไม่ตองคานึงถึงทิศทางตามคาบอกของผูควบคุม ้ ้ ้แถว แม้ว่าทิศทางของตนเองจะแตกต่างจากคาบอกของผูควบคุมแถวก็ตาม ้ ๑๙.๖.๙ ท่าตรง นอกจากเป็นท่าพืนฐานสาหรับการปฏิบตในท่าอื่น ๆ ต่อไป ยังถือ ้ ั ิเป็นท่าเคารพในทิศทางตรงหน้าเมืออยูกบที่ โดยมีโอกาสในการใช้และแนวทางการปฏิบติ คือ ่ ่ ั ั ๑๙.๖.๙.๑ โอกาสในการใช้ ๔๓
  • 45. - ๔๔ - ๑๙.๖.๙.๑.๑ แสดงการเคารพเป็นบุคคลนอกแถว เมือไม่สวม ่หมวก หรือสวมหมวกแต่มความจาเป็นไม่สามารถทาท่าวันทยาหัตถ์ ได้แก่ กรณีถอของหนัก หรือ ี ืได้รบบาดเจ็บทีแขนหรือมือ ั ่ ๑๙.๖.๙.๑.๒ แสดงการเคารพเป็นส่วนรวมเมืออยูในแถวทหาร ่ ่สาหรับนายทหารชันประทวนและพลทหาร ทังสวมหมวกและไม่สวมหมวก ้ ้ ๑๙.๖.๙.๒ คาบอก ๑๙.๖.๙.๒.๑ เมืออยูนอกแถวรวมเป็นกลุ่ม ตังแต่สองคนขึนไป ่ ่ ้ ้ใช้คาบอก “ทังหมด, ตรง” ้ ๑๙.๖.๙.๒.๒ เมืออยูคนเดียวปฏิบตได้เลย โดยไม่ตองใช้คา ่ ่ ั ิ ้บอก ๑๙.๖.๙.๒.๓ เมืออยูในแถวผูควบคุมแถวเป็นผูสงแถว ใช้คา ่ ่ ้ ้ ั่บอก “แถว - ตรง” และ สังเลิกแสดงการเคารพด้วยคาบอก ให้ปฏิบตในท่าพักท่าใดก็ได้ตามที่ ่ ั ิต้องการ ได้แก่ “พัก”, “ตามระเบียบ, พัก” หรือ “ตามสบาย, พัก” ๑๙.๖.๑๐ ในกรณีททหารกาลังวิงตามลาพังหรือเป็นแถว โดยปกติก่อนแสด งการ ่ี ่เคารพทหารจะต้องปฏิบตท่าเปลียนจากวิงเป็นเดินแล้วจึงแสดงการเคารพ แต่อย่างไรก็ตามในโอกาส ั ิ ่ ่เมือแถวทหารวิงสวนสนาม หรือ เมือมองเห็นผูบงคับบัญชา , ผูใหญ่ ในระยะกระชันชิดจนผูควบคุม ่ ่ ่ ้ ั ้ ้ ้แถวไม่สามารถสังปฏิบตท่าเปลียนจากวิงเป็นเดินได้ทน ในกรณีดงกล่ าวนี้ ให้ผควบคุมแถวสังแถว ่ ั ิ ่ ่ ั ั ู้ ่ทหารแสดงการเคารพได้เลย ด้วยท่าแลขวา, แลซ้าย โดยไม่ตองปฏิบตท่าเปลียนจากวิงเป็นเดินก่อน ้ ั ิ ่ ่สาหรับท่าวันทยาหัตถ์ไม่สามารถนาไปใช้ในขณะวิงได้ แต่อนุมตให้ใช้ในการวิงสวนสนาม ่ ั ิ ่ ๔๔
  • 46. - ๔๕ -๒๐. ท่าวิ่ ง (รูปที่ ๒๖) (๒๖ ก.) (๒๖ ข.) (๒๖ ค.) รูปที่ ๒๖ ท่าวิ่ ง ๒๐.๑ คาบอก “วิง, หน้า - วิง” (คาบอกผสม) ่ ่ ๒๐.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “วิง, หน้า - วิง” ให้ทหารยกมือทังสองข้างขึนไว้เสมอราว ั ่ ิ ่ ่ ้ ้ ่ ่นม กามือหลวม ๆ และให้มอห่างจากหน้าอกประมาณหนึ่งฝามือ หันด้านฝามือเข้าหาลาตัวพร้ อมกับ ืก้าวเท้าซ้ายเริมวิงไปก่อนด้วยการย่อเข่าขวาลงเล็กน้อย แล้วใช้เท้าขวาถีบตัวให้ลาตัวพุ่งออกไป ่ ่ข้างหน้าประมาณให้ได้ความยาวของก้าว ๘๐ ซม. ในขณะทีเท้าซ้ายจะตกถึงพืนให้พยายามใช้ปลาย ่ ้เท้าลงแตะพืนก่อน เมือเท้าซ้ายตกถึงพืนให้งอเข่าซ้ายลงเล็กน้อย แล้วใช้ เท้าซ้ายถีบตัวเพื่อดีดตัวให้ ้ ่ ้พุ่งออกไปข้างหน้า พร้อมกับก้าวเท้าขวาออกวิงต่อไปในลักษณะเช่นเดียวกับการก้าวเท้าซ้ายเริม ่ ่ออกวิงในครังแรก และก้าวเท้าสลับกันวิงต่อไป ในขณะทีกาวเท้าวิงออกไปแต่ละก้าวนันให้แกว่งแขน ่ ้ ่ ่ ้ ่ ้(ซึงงอและกามือหลวม ๆ ) ไปตามจังหวะของเท้าทีกาววิงออกไป เช่นเดียวกับการแกว่งแขนของ ท่า ่ ่ ้ ่เดินและให้พยายามรักษาจังหวะความเร็วของก้าวในการวิงไว้ในอัตรานาทีละประมาณ ๑๖๐ ก้าว ่ในขณะทีวงนัน ให้พยายามรักษาทรวดทรงของร่างกายให้องอาจผึงผายด้วยการยกอก ศีรษะตังตรง ่ ิ่ ้ ่ ้สายตามองตรงไปข้างหน้าและให้ขาหลังงอเล็กน้อยโดยเป็นไปตามธรรมชาติ ๒๐.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกท่าวิงนัน มีความจาเป็นทีผฝึกจะต้องสอนให้ผรบการฝึก ้ ่ ้ ่ ู้ ู้ ัเรียนรูทงท่าวิงและท่าหยุดจากการวิงเสียก่อน แล้วจึงเริมฝึกท่าวิงได้ ้ ั้ ่ ่ ่ ่ ๔๕
  • 47. - ๔๖ -๒๑. ท่าหยุดจากการวิ่ ง (รูปที่ ๒๗) ๒๑.๑ คาบอก “แถว - หยุด” เป็นคาบอกแบ่ง ๒๑.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “แถว - หยุด” พอสินคาบอก “หยุด” ไม่ว่าจะเป็นเท้าข้างใด ั ่ ิ ้ตกถึงพืนก็ตามให้กาวเท้าวิงต่อไปอีก ๓ ก้าว ด้วยอาการยังตัวลดความเร็วลงตามลาดับ เมือก้าวเท้า ้ ้ ่ ้ ่วิงต่อไปครบ ๓ ก้าว แล้วให้ยงตัวหยุดวิ่ งไว้ ในขณะนันไม่ว่าจะเป็นเท้าข้างใดตกถึงพืนอยูกตาม ให้ ่ ั้ ้ ้ ่ ็ก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งเดินไปข้างหน้าประมาณครึงก้าวด้วยการตบเท้าลงไปกับพืนอย่างแข็งแรง แล้ว ่ ้โน้มน้าหนักตัวไปวางอยูบนเท้าข้างทีวางอยูขางหน้านัน ส่วนมือทังสองยังคงกาหลวม ๆ อยูเสมอ ่ ่ ่ ้ ้ ้ ่ราวนม ในลาดับต่อไปให้ชกเท้าข้างทีวางอยูขางหลังมาชิดกับเท้าข้างทีวางอยูขางหน้าในลักษณะของ ั ่ ่ ้ ่ ่ ้ท่าตรง พร้อมกับสะบัดมือทังสองข้างลงมาอยูในท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ้ ่ จังหวะหนึ่ง (๒๗/๑) จังหวะสอง (๒๗/๒) จังหวะสาม (๒๗/๓) จังหวะสี่ (๒๗/๔) จังหวะห้า (๒๗/๕) รูปที่ ๒๗ ท่าหยุดจากการวิ่ ง ๔๖
  • 48. - ๔๗ - ๒๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๑.๓.๑ การใช้คาบอกของผูฝึก ให้ใช้คาบอก “แถว - หยุด” เมือเท้าข้างใดข้างหนึ่งของ ้ ่ทหารในแถวตกถึงพืนก็ได้ โดยยึดถือหลักดังนี้ เมือใช้คาบอก “แถว” ในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ ้ ่ ่ ้ให้คาบอก “หยุด” ในขณะทีเท้าข้างนันตกถึงพืนในครังถัดไป ่ ้ ้ ้ ๒๑.๓.๒ ในการฝึกหากผูประสงค์จะให้ทหารปฏิบตปิดจังหวะ ก็สามารถกระทาได้โดยให้ ้ ั ิยึดถือเป็นแนวทางปฏิบตดงนี้ั ิ ั ๒๑.๓.๒.๑ ให้ชแจงให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อจะฝึกท่าหยุดจากการวิงแบบปิด ้ี ่จังหวะ” ๒๑.๓.๒.๒ คงใช้คาบอก “แถว - หยุด” ตามหลักเกณฑ์ทกล่าวไว้ในข้อ ่ี๒๑.๓.๑ ข้างต้น เพื่อจะให้ทหารปฏิบตในจังหวะหนึ่ง และให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือจะให้ทหารปฏิบติ ั ิ ่ ัในจังหวะต่อ ๆ ไป ๒๑.๓.๒.๓ การปฏิบตของทหารในจังหวะหนึ่งเมือได้ยนคาบอก ั ิ ่ ิ“แถว - หยุด” พอสินคาบอก “หยุด” ไม่ว่าจะเป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้กาวเท้าอีกข้าง ้ ่ ้ ้หนึ่งวิงไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ่ ๒๑.๓.๒.๔ การปฏิบตของทหารในจังหวะสอง เมือได้ยนคาบอก ั ิ ่ ิ“ต่อไป” ให้ทหารก้าวเท้าวิงต่อไปอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ่ ๒๑.๓.๒.๕ การปฏิบตของทหารในจังหวะสาม เมือได้ยนคาบอก ั ิ ่ ิ“ต่อไป” ให้ทหารก้าวเท้าวิงต่อไปอีกก้าวหนึ่งแล้วค้างไว้ ่ ๒๑.๓.๒.๖ การปฏิบตของทหารในจังหวะสี่ เมือได้ยนคาบอก ั ิ ่ ิ“ต่อไป” ให้กาวเท้าทีไม่ได้ใช้ยนอยูกบพืน เดินต่อไปข้างหน้าอีกครึงก้าว ด้วยการตบฝาเท้าลงกับพืน ้ ่ ื ่ ั ้ ่ ่ ้อย่างแข็งแรงน้าหนักตัววางอยูบนเท้าทังสองข้าง มือทังสองยังคงกาหลวม ๆ อยูเสมอราวนมแล้ว ่ ้ ้ ่ค้างไว้ ๒๑.๓.๒.๗ การปฏิบตของทหารในจังหวะห้า เมือได้ยนคาบอก ั ิ ่ ิ“ต่อไป” ให้เปลียนน้าหนักตัวไปวางอยูบนเท้าทีวางอยูขางหน้า แล้วชักเท้าข้างทีวางอยูขางหลังมาชิด ่ ่ ่ ่ ้ ่ ่ ้เท้าทีวางอยูขางหน้า พร้อมกับสะบัดมือทังสองข้างลงมาอยูในท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ่ ่ ้ ้ ่ ๔๗
  • 49. - ๔๘ -๒๒. ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาวิ่ ง ตอนทีหนึ่ง (๒๘/๑) ่ ตอนทีสอง (๒๘/๒) ่ ตอนทีสาม (๒๘/๓) ่ ตอนทีส่ี (๒๘/๔) ่ รูปที่ ๒๘ ท่าเปลี่ยนเท้าในขณะวิ่ ง ๒๒.๑ คาบอก “เปลียน, เท้า” (คาบอกเป็นคา ๆ) ่ ๒๒.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “เปลียน, เท้า” พอสินเสียงคาบอก “เท้า” ไม่ว่าจะเป็นใน ั ่ ิ ่ ้ขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้กาววิงไปข้างหน้าอีก ๒ ก้าว แล้วยังตัวหยุดวิงไว้ ต่อจากนันให้ ่ ้ ้ ่ ้ ่ ้ใช้เท้าข้างทียนอยูกบพืนนันก้าวกระโดดไปข้างหน้าอีกครึงก้าว ในลาดับต่อไปให้กาวเท้าทีไม่ได้ยน ่ ื ่ ั ้ ้ ่ ้ ่ ือยูกบพืนออกวิงต่อไปด้วยท่าวิงตามปกติ ่ ั ้ ่ ่ ๔๘
  • 50. - ๔๙ - ๒๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๒.๓.๑ ในการฝึก ผูฝึกจะต้องใช้คาบอก “เปลียน, เท้า” โดยใช้คาบอก “เปลียน” ้ ่ ่ในขณะทีเท้าของผูรบการฝึกข้างใดข้างหนึ่งตกถึงพืนก็ได้ และให้ใช้คาบอก “เท้า” ในขณะทีเท้าของ ่ ้ั ้ ่ผูรบการฝึกอีกข้างหนึ่งก้าววิงตกถึงพืนในลาดับติดต่อกัน ้ั ่ ้ ๒๒.๓.๒ สาหรับรายละเอียดในเรืองการใช้คาบอก และการนาท่าเปลียนเท้าไปใช้คงมี ่ ่รายละเอียดเช่นเดียวกับทีกล่าวไว้ในคาแนะนาสาหรับผูฝึกของท่าเปลียนเท้าในเวลาเดินในข้อ ่ ้ ่๑๖.๓.๒, ๑๖.๓.๓ และ ๑๖.๓.๔ ข้างต้น ๒๒.๓.๓ ในการฝึก หากผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตปิดตอนก็สามารถกระทาได้ โดย ้ ั ิให้ยดถือเป็นแนวทางปฏิบตดงนี้ ึ ั ิ ั ๒๒.๓.๓.๑ ชีแจงทหารทราบก่อนว่าจะทาการฝึกปิดตอน ้ ๒๒.๓.๓.๒ คงใช้คาบอก “เปลียน, เท้า” ตามหลักเกณฑ์ทกล่าวไว้ในข้อ ่ ่ี๒๒.๓.๑ ข้างต้น เพื่อจะให้ทหารปฏิบตในตอนทีหนึ่ง และให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือจะให้ทหารปฏิบติ ั ิ ่ ่ ัในตอนต่อ ๆ ไป ๒๒.๓.๓.๓ การปฏิบตของทหารในตอนทีหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “เปลียน, ั ิ ่ ่ ิ ่เท้า” พอสินคาบอก “เท้า” ไม่ว่าจะเป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้กาวเท้าอีกข้างหนึ่งวิง ้ ่ ้ ้ ่ไปข้างหน้าอีกก้าวแล้วค้างไว้ ๒๒.๓.๓.๔ การปฏิบตของทหารในตอนทีสอง เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ ั ิ ่ ่ ิก้าวเท้าวิงต่อไปอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ่ ๒๒.๓.๓.๕ การปฏิบตของทหารในตอนทีสาม เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ ั ิ ่ ่ ิใช้เท้าข้างทียนอยูกบพืนก้าวกระโดดไปข้างหน้าอีกครึงก้าวแล้วค้างไว้ ่ ื ่ ั ้ ่ ๒๒.๓.๓.๖ การปฏิบตของทหารในตอนทีส่ี เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้กาว ั ิ ่ ่ ิ ้เท้าข้างทีไม่ได้ใช้ยนอยูกบพืนก้าววิงต่อไป ่ ื ่ ั ้ ่๒๓. ท่าเปลี่ยนจากการวิ่ งเป็ นการเดิ น (รูปที่ ๒๙) ๒๓.๑ คาบอก “เดิน - ทา” (คาบอกแบ่ง) ๒๓.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “เดิน - ทา” พอสินเสียงคาบอก “ทา” ไม่ว่าจะเป็นใน ั ่ ิ ้ขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้ทหารก้าวเท้าวิงต่อไปอีก ๓ ก้าว ด้วยอาการยังตัวลดความเร็วลง ่ ้ ่ ้ตามลาดับ เมือวิงต่อไปครบ ๓ ก้าว แล้วให้ยงตัวหยุดวิงไว้ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเท้ าข้างใดตกถึงพืน ่ ่ ั้ ่ ้ ้ ่ ื ่ ั ้ ่อยูกตาม ให้กาวเท้าอีกข้างหนึ่งทีไม่ได้ใช้ยนอยูกบพืนเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวด้วยการตบฝาเท้า ่ ็ลงไปกับพืนอย่างแข็งแรง แล้วใช้เท้าอีกข้างหนึ่งก้าวเดินต่อไปด้วยท่าเดินตามปกติหรือเดินสวน ้สนามก็ได้ ๔๙
  • 51. - ๕๐ -จังหวะหนึ่ง (๒๙/๑) จังหวะสอง (๒๙/๒)จังหวะสาม (๒๙/๓) จังหวะสี่ (๒๙/๔) รูปที่ ๒๙ ท่าเปลี่ยนจากการวิ่ งเป็ นการเดิ น ๕๐
  • 52. - ๕๑ - ๒๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๓.๓.๑ การใช้คาบอกของผูฝึก ให้ใช้คาบอก “เดิน - ทา” เมือเท้าข้างใดข้างหนึ่งของ ้ ่ทหารตกถึงพืนก็ได้ โดยยึดถือหลักดั งนี้ เมือใช้คาบอก “เดิน” ในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืน ก็ให้ ้ ่ ่ ้คาบอก “ทา” ในขณะทีเท้าข้างนันตกถึงพืนในครังถัดไป ่ ้ ้ ้ ๒๓.๓.๒ ในการฝึก หากผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตปิดจังหวะก็สามารถกระทาได้ ้ ั ิโดยให้ยดถือเป็นแนวทางปฏิบตดงนี้ ึ ั ิ ั ๒๓.๓.๒.๑ ชีแจงให้ทหารทราบก่อนว่าจะทาการฝึกปิดจังหวะ ้ ๒๓.๓.๒.๒ คงใช้คาบอก “เดิน - ทา” ตามหลักเกณฑ์ทกล่าวไว้ในข้อ ๒๓.๓.๑ ่ีข้างต้น เพื่อจะให้ทหารปฏิบตในจังหวะหนึ่ง และใช้คาบอก “ต่อไป” เมือจะให้ทหารปฏิบตในจังหวะ ั ิ ่ ั ิต่อ ๆ ไป ๒๓.๓.๒.๓ การปฏิบตของทหารในจังหวะหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “เดิน - ทา” ั ิ ่ ิพอสินคาบอก “ทา” ไม่ว่าจะเป็นในขณะทีเท้าข้างใดตกถึงพืนก็ตาม ให้กาวเท้าอีกข้างหนึ่งวิงไป ้ ่ ้ ้ ่ข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ๒๓.๓.๒.๔ การปฏิบตของทหารในจังหวะสอง เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ ั ิ ่ ิก้าวเท้าวิงต่อไปอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ่ ๒๓.๓.๒.๕ การปฏิบตของทหารในจังหวะสาม เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ ั ิ ่ ิก้าวเท้าวิงต่อไปอีกหนึ่งก้าวแล้วค้างไว้ ่ ๒๓.๓.๒.๖ การปฏิบตของทหารในจังหวะสี่ เมือได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้กาว ั ิ ่ ิ ้เท้าข้างทีไม่ได้ใช้ยนอยูกบพืนเดินต่อไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ด้วยการตบเท้าลงไปกับพืนอย่างแข็งแรง ่ ื ่ ั ้ ้แล้วใช้เท้าอีกข้างหนึ่งก้าวเดินต่อไปด้วยท่าเดินตามปกติ หรือเดินสวนสนามก็ได้ ๒๓.๓.๓.๓ สาหรับท่าเดินของผูรบการฝึกนัน เฉพาะในการฝึก ผูฝึกควร ้ั ้ ้กาหนดให้ใช้ท่าเดินสวนสนาม และจะต้องแจ้งให้ผรบการฝึกทราบล่วงหน้าก่อนด้วย ู้ ั๒๔. ท่าเปลี่ยนจากการเดิ นเป็ นการวิ่ ง (รูปที่ ๓๐) ๒๔.๑ คาบอก “วิง, หน้า - วิง” (คาบอกผสม) ่ ่ ๒๔.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “วิง, หน้า - วิง” ทหารจะได้ยนคาบอก “วิง” ในคาหลังใน ั ่ ิ ่ ่ ิ ่ขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน เมือได้ยนคาบอก “วิง” ดังกล่าว ให้ทหารก้าวเท้าขวาเดินต่อไปอีกหนึ่งก้าว ่ ้ ่ ิ ่ต่อจากนัน จึงให้กาวเท้าซ้ายเริมออกวิงด้วยท่าวิงเช่นเดียวกับทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๐ ้ ้ ่ ่ ่ ่ ๕๑
  • 53. - ๕๒ - (๓๐ ก.) (๓๐ ข.) (๓๐ ค.) คาบอก “วิง” คาหลัง ่ ก้าวเท้าขวาเดินต่อ ก้าวเท้าซ้ายเริมออกวิง ่ ่ ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน ่ ้ ไปอีกหนึ่งก้าว ไปด้วยท่าวิงต่อไป ่ รูปที่ ๓๐ ท่าเปลี่ยนจากการเดิ นเป็ นการวิ่ ง ๒๔.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการใช้คาบอกของผูฝึกจะต้องใช้คาบอก “วิง, หน้า - วิง” โดย ้ ้ ่ ่ยึดถือหลักดังนี้ ให้คาบอก “วิง” คาแรกในขณะทีเท้าซ้ายของทหารตกถึงพืน คาบอก “หน้า” ในขณะที่ ่ ่ ้เท้าขวาของทหารตกถึงพืนในจังหวะก้าวออกเดินทีตดต่อกัน และคาบอก “วิง” ในคาหลังในขณะที่ ้ ่ ิ ่เท้าซ้ายของทหารตกถึงพืนในครังถัดไปเสมอ ้ ้๒๕. ท่าหันในเวลาวิ่ ง ท่าหันในเวลาวิงแบ่งออกเป็น ๓ ท่า คือ ท่าขวาหันในเวลาวิง, ท่าซ้ายหันในเวลาวิง และท่ากลับ ่ ่ ่หลังหันในเวลาวิง ่ ๒๕.๑ ท่าขวาหันในเวลาวิง (รูปที่ ๓๑) ่ ๕๒
  • 54. - ๕๓ - (๓๑/๑) (๓๑/๒)จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง (๓๑/๓) (๓๑/๔)จังหวะสาม จังหวะสี่ รูปที่ ๓๑ ท่าขวาหันในเวลาวิ่ ง ๕๓
  • 55. - ๕๔ - ๒๕.๑.๑ คาบอก “ขวา - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๒๕.๑.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งการปฏิบตออกเป็นสีจงหวะดังต่อไปนี้ ั ั ิ ่ั ๒๕.๑.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือทหารได้ยนคาบอก “ขวา - หัน” จะได้ยนคาบอก ่ ิ ิ“หัน” ในขณะทีเท้าข้างขวาตกถึงพืน เมือเท้าข้างขวาตกถึงพืนแล้วให้กาวเท้าซ้ายออกวิงไปข้างหน้า ่ ้ ่ ้ ้ ่อีกหนึ่งก้าว พร้อมกับ ยังตัวหยุดวิงไว้แล้วยืนอยูบนเท้าซ้าย ้ ่ ่ ๒๕.๑.๒.๒ จังหวะสอง กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างซ้ายทียนอยู่ ่ ั ่ ้ ่ ืพร้อมกับหันลาตัวไปทางขวา โดยให้ทามุมกับทิศทางเดิมของเท้าข้างซ้าย ๔๕ องศา และขณะเดียวกันนันให้เปลียนเป็นนาเท้าข้างขวาลงยืนบนพืนส่วนเท้าข้างซ้ายยกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ้ ่ ้ ๒๕.๑.๒.๓ จังหวะสาม กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างขวาทียนอยู่ ่ ั ่ ้ ่ ืพร้อมกับหันลาตัวไปทางขวาโดยให้ทามุมกับทิศทางเท้าขวาอีก ๔๕ องศา และขณะเดียวกันนันให้ ้เปลียนเป็นนาเท้าข้างซ้ายลงยืนบนพืน ส่วนเท้าขวายกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ่ ้ ๒๕.๑.๒.๔ จังหวะสี่ ให้กาวเท้าขวาเริมออกวิงต่อไป ้ ่ ่ ๒๕.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการใช้คาบอกของผูฝึกจะต้องให้คาบอก “ขวา” และ ้ ้“หัน” ในขณะทีเท้าข้างขวาของทหารตกถึงพืนในลาดับติดต่อกันเสมอ ่ ้ ๒๕.๒ ท่าซ้ายหันในเวลาวิง (รูปที่ ๓๒) ่ ๒๕.๒.๑ คาบอก “ซ้าย - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๒๕.๒.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งการปฏิบตออกเป็นสีจงหวะดังต่อไปนี้ ั ั ิ ่ั ๒๕.๒.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “ซ้าย - หัน” ทหารจะได้ยนคาบอก ่ ิ ิ“หัน” ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน เมือเท้าข้างซ้ายตกถึงพืนแล้ว ให้กาวเท้าขวาวิงไปข้างหน้าอีก ่ ้ ่ ้ ้ ่หนึ่งก้าว พร้อมกับยังตัวหยุดวิง ้ ่ ๒๕.๒.๒.๒ จังหวะสอง กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างขวายืนอยู่ ่ ั ่ ้พร้อมกับหันลาตัวไปทางซ้าย โดยให้ทามุมกับทิศทางของเท้าข้างขวา ๔๕ องศา และขณะเดียวกันนันก็ให้เปลียนเป็นนาเท้าข้างซ้ายลงยืนกับพืน ส่วนเท้าข้างขวายกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ้ ่ ้ ๕๔
  • 56. - ๕๕ - (๓๒/๑) (๓๒/๒)จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง (๓๒/๓) (๓๒/๔)จังหวะสาม จังหวะสี่ ๓๒ ท่าซ้ายหันในเวลาวิ่ ง ๕๕
  • 57. - ๕๖ - ๒๕.๒.๒.๓ จังหวะสาม กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างซ้ายทียนอยู่ ่ ั ่ ้ ่ ืพร้อมกับหันลาตัวไปทางซ้ายโดยให้ทามุมกับทิศทางของเท้าข้างซ้ายอีก ๔๕ องศา และขณะเดียวกันนันก็ให้เปลียนเป็นนาเท้าขวาลงยืนกับพืน ส่วนเท้าข้างซ้ายยกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ้ ่ ้ ๒๕.๒.๒.๔ จังหวะสี่ ให้กาวเท้าซ้ายเริมออกวิงต่อไป ้ ่ ่ ๒๕.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการใช้คาบอกของผูฝึก จะต้องให้คาบอก “ซ้าย” และ ้ ้“หัน” ในขณะทีเท้าข้างซ้ายของทหารตกถึงพืนในลาดับติดต่อกันเสมอ ่ ้ ๒๕.๓ ท่ากลับหลังหันในเวลาวิง (รูปที่ ๓๓) ่ ๒๕.๓.๑ คาบอก “กลับหลัง - หัน” (คาบอกแบ่ง) ๒๕.๓.๒ การปฏิบติ ท่านี้แบ่งการปฏิบตออกเป็นสีจงหวะดังต่อไปนี้ ั ั ิ ่ั ๒๕.๓.๒.๑ จังหวะหนึ่ง เมือได้ยนคาบอก “กลับหลัง - หัน” ทหารจะได้ยนคา ่ ิ ิบอก “หัน” ในขณะทีเท้าซ้ายตกถึงพืน เมือเท้าซ้ายได้ตกถึงพืนแล้ว ให้กาวเท้าขวาวิงไปข้างหน้าอีก ่ ้ ่ ้ ้ ่หนึ่งก้าวพร้อมกับยังตัวหยุดวิงไว้ ้ ่ ๒๕.๓.๒.๒ จังหวะสอง กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างขวาทียนอยู่ ่ ั ่ ้ ่ ืพร้อมกับหันลาตัวไปทางขวาโดยให้ทามุมกับทิศทางเดิม ๙๐ องศา และขณะเดียวกันนันก็ให้ ้เปลียนเป็นนาเท้าซ้ายลงยืนกับพืน ส่วนเท้าขวายกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ่ ้ ๒๕.๓.๒.๓ จังหวะสาม กระโดดอยูกบทีดวยแรงถีบตัวของเท้าข้างซ้ายทียน ่ ั ่ ้ ่ ือยูพร้อมกับหันลาตัวไปทางขวาโดยให้ทามุมกับทิศทางของจังหวะสองอีก ๙๐ องศา (หรือนับจาก ่ทิศทางทีวงมาเดิม ๑๘๐ องศา กลับหน้าเป็นหลัง) และในขณะเดียวกันนันให้เปลียนเป็นนาเท้าขวาลง ่ ิ่ ้ ่ยืนกับพืน ส่วนเท้าข้างซ้ายยกไว้และงอเข่าเล็กน้อย ้ ๒๕.๓.๒.๔ จังหวะสี่ ให้กาวเท้าซ้ายเริมออกวิงต่อไป ้ ่ ่ ๕๖
  • 58. - ๕๗ - (๓๓/๑) (๓๓/๒) จังหวะหนึ่ง จังหวะสอง (๓๓/๓) (๓๓/๔) จังหวะสาม จังหวะสี่ รูปที่ ๓๓ ท่ากลับหลังหันในเวลาวิ่ ง ๒๕.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๕.๓.๓.๑ ในการใช้คาบอกของผูฝึก จะต้องให้คาบอก “กลับหลัง” และ “หัน” ้ในขณะทีเท้าข้างซ้ายของทหารตกถึงพืนในลาดับติดต่อกันเสมอ ่ ้ ๕๗
  • 59. - ๕๘ - ๒๕.๓.๓.๒ สาหรับในการฝึกนันไม่ว่าจะเป็นการฝึก ท่าขวาหันในเวลาวิง , ท่า ้ ่ซ้ายหันในเวลาวิง หรือท่ากลับหลังหันในเวลาวิงก็ตาม ถ้าผูฝึกจะให้ทหารปฏิบตดวยการปิดจังหวะ ่ ่ ้ ั ิ ้จะต้องชีแจงให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อไปจะเป็นการฝึกปิดจังหวะ” ต่อจากนัน จึงเริมฝึกโดยให้ทหาร ้ ้ ่ปฏิบตเป็นจังหวะ ๆ ไป โดยใช้คาบอกและให้ทหารปฏิบตดงนี้ ั ิ ั ิ ั ๒๕.๓.๓.๒.๑ เมือผูฝึก จะให้ทหารปฏิบตท่าขวาหันในเวลาวิง ่ ้ ั ิ ่จังหวะหนึ่ง, ท่าซ้ายหันในเวลาวิงจังหวะหนึ่ง หรือท่ากลับหลังหันในเวลาวิงจังหวะหนึ่ง ให้ผฝึกใช้คา ่ ่ ู้บอกว่า “ขวา - หัน”, “ซ้าย - หัน” หรือ “กลับหลัง - หัน” ตามหลักเกณฑ์ทได้กล่าวมาแล้วในข้อ ่ี๒๕.๑.๓, ๒๕.๒.๓ และ ๒๕.๓.๓.๑ ข้างต้น เมือทหารได้ยนคาบอกดังกล่าวก็ให้ทาท่าขวาหั นจังหวะ ่ ิหนึ่ง หรือท่าซ้ายหันจังหวะหนึ่ง หรือท่ากลับหลังหันจังหวะหนึ่งแล้วค้างไว้ ๒๕.๓.๓.๒.๒ เมือผูฝึกจะให้ทหารปฏิบตท่าหันในจังหวะสอง ่ ้ ั ิต่อไปก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ก็ให้ปฏิบตจงหวะสองแล้วค้างไว้ ่ ิ ั ิั ๒๕.๓.๓.๒.๓ เมือผูฝึก จะให้ทหารปฏิบตท่าหันในจังหวะทีสาม ่ ้ ั ิ ่ต่อไปก็ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ก็ให้ปฏิบตจงหวะสามแล้วค้างไว้ ่ ิ ั ิั ๒๕.๓.๓.๒.๔ เมือผูฝึกจะให้ทหารปฏิบตท่าหันในจังหวะสีต่อไปก็ ่ ้ ั ิ ่ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ก็ให้ปฏิบตจงหวะสีแล้วออกวิงต่อไป ่ ิ ั ิั ่ ่๒๖. ท่าถอดหมวกและสวมหมวก ๒๖.๑ ท่าถอดหมวก ๒๖.๑.๑ คาบอก “ถอดหมวก” เป็นคาบอกรวด ๒๖.๑.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “ถอดหมวก” ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอน ั ่ ิ ั ิ ้ดังต่อไปนี้ (๓๔/๑) (๓๔/๒) ตอนทีหนึ่ง ่ ตอนทีสอง ่ ๕๘
  • 60. - ๕๙ - (๓๔/๓) ตอนทีสาม ่ รูปที่ ๓๔ ท่าถอดหมวกเมื่อสวมหมวกเหล็ก, หมวกรองใน ๒๖.๑.๒.๑ ตอนทีหนึ่ง ให้ยกมือซ้ายขึนมาในลักษณะงอข้อศอกและบีบข้อศอก ่ ้ให้แนบชิดติดไว้กบลาตัว แขนซ้ายท่อนล่างตังได้ฉากกับแขนท่อนบนหรือลาตัว หงายฝามือขึนโดย ั ้ ่ ้ให้น้วทังสี่ (เว้นนิ้วหัวแม่มอ) เหยียดตึงเรียงชิดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มอให้ยกชีตงขึนข้างบนจนทามุม ิ ้ ื ื ้ ั้ ้๙๐ องศา กับฝามือ ่ (ก) ถ้าเป็นหมวกเหล็กหรือหมวกรองใน ให้ยกมือขวาขึนไปจับที่ ้สายรัดคาง (กรณีทใช้สายรัดคางอยู) โดยใช้น้วหัวแม่มอกับนิ้วชีดงสายรัดคางให้หลุดออกจากคาง ่ี ่ ิ ื ้ ึแล้วนาสายรัดคางขึนไปจับรวมกับกระบังหมวก แต่ในกรณีท่ี ไม่ได้ใช้สายรัดคาง เช่นนาสายรัดคาง ้คาดไว้บนกระบังหมวก หรือคาดไว้ทปีกด้านหลังของหมวกเป็นต้น ก็ให้เว้นการจับสายรัดคางเสีย แต่ ่ีให้ใช้มอขวายกขึนไปจับกระบังหมวกเลย ดูรปที่ ๓๔ ื ้ ู ๕๙
  • 61. - ๖๐ - ตอนทีหนึ่ง (๓๕/๑) ่ ตอนทีสอง (๓๕/๒) ่ ตอนทีสาม (๓๕/๓) ่ รูปที่ ๓๕ ท่าถอดหมวกเมื่อสวมหมวกทรงหม้อตาล (ข) ถ้าเป็นหมวกทรงหม้อตาลหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนให้ยกมือขวาขึนไปจับทีกระบังหมวกค่อนไปทางขวาเล็กน้อย ดูรปที่ ๓๕ ้ ่ ู (ค) ถ้าเป็นหมวกหนีบ ให้ยกมือขวาขึ้ นไปจับทางด้านหน้าของหมวกหนีบในลักษณะทีให้น้วหัวแม่มอจับอยูทางด้านขวาของหมวก และให้น้วทังสีเรียงชิดติดกัน ่ ิ ื ่ ิ ้ ่จับอยูทางด้านซ้ายของหมวกประมาณตรงกลางหมวก ดูรปที่ ๓๖ ่ ู (ง) ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อนพับปีก (ทหารหญิง) ให้ยกมือขวาขึนไป ้จับทีปีกหมวกด้านหน้า ดูรปที่ ๓๗ ่ ู (จ) ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ให้ยกมือขวาขึนจับทีขอบ ์ ้ ่หมวกด้านขวาประมาณแนวหางตาขวา โดยให้น้วหัวแม่มออยูดานล่าง นิ้วทังสีเรียงชิดติดกันอยู่ ิ ื ่ ้ ้ ่ด้านบนศอกขวากางออกตามธรรมชาติ ดูรปที่ ๓๕ ู ๒๖.๑.๒.๒ ตอนทีสอง ถ้าเป็นหมวกเหล็ก , หมวกรองใน, หมวกทรงหม้อตาล, ่หมวกแก๊ปทรงอ่อน, หมวกทรงอ่อนพับปีก ให้ใช้มอขวาทีจบหมวกอยูนนถอดหมวกยกออกจาก ื ่ั ่ ั้ศรีษะ แล้วนาลงมาวางครอบนิ้วหัวแม่มอซ้าย ื ซึงตังยกอยูในลักษณะทีให้หนหน้าหมวกไปทาง ่ ้ ่ ่ ัด้านขวาของลาตัว และให้ขอบหมวกด้านไกลวางอยูบนนิ้วทังสีตรงประมาณข้อนิ้วมือทีหนึ่ง (โคนนิ้ว) ่ ้ ่ ่แล้วจับขอบหมวกด้านไกลลาตัวไว้ดวยนิ้วหัวแม่มอและนิ้วทังสีของมือซ้ายให้มน (ถ้าเป็นหมวกเหล็ก ้ ื ้ ่ ั่หรือหมวกรองในหมวกเหล็ก) ในขณะทีถอดหมวกออกมาวางบนมือซ้ายนี้ จะมีส่วนหนึ่งของสายรัด ่คางอยูทางด้านขวาของมือซ้ายด้วย ่ ๖๐
  • 62. - ๖๑ - (ก) ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ให้ใช้มอขวาทีจบขอบหมวกอยู่ ์ ื ่ันัน ถอดหมวกยกออกจากศรีษะ แล้วนามาครอบทีน้วหัวแม่มอซ้ายทีตงอยูในลักษณะให้ หันหน้า ้ ่ ิ ื ่ ั้ ่หมวกไปทางด้านขวา โดยให้ขอบซ้ายของตราหน้าหมวกอยูชดกับนิ้วก้อยของมือซ้าย และให้ขอบ ่ ิ ่ ้ ่หมวกด้านไกลของลาตัว วางอยูบนนิ้วทังสี่ ตรงประมาณข้อนิ้วมือข้อที่ ๑ (นับจากฝามือออกไปหาปลายนิ้ว) แล้วจับไว้ให้มน ั่ ตอนทีหนึ่ง (๓๖/๑) ่ ตอนทีสอง (๓๖/๒) ่ ตอนทีสาม (๓๖/๓) ่ รูปที่ ๓๖ ท่าถอดหมวกเมื่อสวมหมวกหนี บ ตอนทีหนึ่ง (๓๗/๑) ่ ตอนทีสอง (๓๗/๒) ่ ตอนทีสาม (๓๗/๓) ่ รูปที่ ๓๗ ท่าถอดหมวกเมื่อสวมหมวกทรงอ่อนพับปี กของทหารหญิ ง ๖๑
  • 63. - ๖๒ - ตอนทีหนึ่ง (๓๘/๑) ่ ตอนทีสอง (๓๘/๒) ่ ตอนทีสาม (๓๘/๓) ่ รูปที่ ๓๘ ท่าถอดหมวกเมื่อสวมหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ์ (ข) ถ้าเป็นหมวกหนีบ ให้ใช้มอขวาทีจบหมวกอยูนนถอดหมวก ื ่ั ่ ั้ ่ยกออกจากศรีษะแล้วนามาวางไว้บนฝามือซ้ายในลักษณะทีให้วางอยูบนนิ้วทังสี่ (เว้นนิ้วหัวแม่มอ) ่ ่ ้ ืโดยให้ดานสันหมวกวางชิดอยูในระหว่างง่ามนิ้วหัวแม่มอและนิ้วชี้ ให้ดานหน้าหมวกชีไปทาง ซ้าย ใช้ ้ ่ ื ้ ้มือขวาจัดสันหมวกให้ขนานกับลาตัวนิ้วทังสีเรียงชิดติดกัน แล้วใช้น้วหัวแม่มอซ้ายกดหรือบีบหมวก ้ ่ ิ ืไว้ให้มน ั่ ๒๖.๑.๒.๓ ตอนทีสาม ลดมือขวาลงไปอยูในท่าตรงอย่างแข็งแรง ่ ่ ๒๖.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๖.๑.๓.๑ ถ้าผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตปิดตอน ก็ยอมจะกระทาได้โดย ้ ั ิ ่จะต้องแจ้งให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อไปจะฝึกท่าถอดหมวกปิดตอน” ส่วนการใช้คาบอกและการปฏิบตของทหารให้กระทาเป็นทีละตอนตามลาดับดังนี้ ั ิ ๒๖.๑.๓.๑.๑ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าถอดหมวกตอนทีหนึ่ง ให้ใช้ ่ ั ิ ่คาบอก “ถอดหมวก” เมือทหารได้ยนคาบอก “ถอดหมวก” ให้ทหารทาท่าถอดหมวกตอนทีหนึ่ง ค้าง ่ ิ ่ไว้ ตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๖.๑.๒.๑ ข้างต้น ่ ๒๖.๑.๓.๑.๒ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าถอดหมวกตอนทีสอง ให้ใช้ ่ ั ิ ่คาบอก “ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารทาท่าถอดหมวกตอนทีสองค้างไว้ ตาม ่ ิ ่รายละเอียดทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๖.๑.๒.๒ ข้างต้น ่ ๖๒
  • 64. - ๖๓ - ๒๖.๑.๓.๑.๓ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าถอดหมวกตอนทีสาม ให้ใช้ ่ ั ิ ่คาบอก “ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารลดมือขวาลงไปอยูในลักษณะของท่าตรง ่ ิ ่อย่างแข็งแรง ๒๖.๑.๓.๑.๔ ก่อนทีจะทาการฝึกท่าถอดหมวก ผูฝึกควรสอนให้ ่ ้ทหารเรียนรูทงท่าถอดหมวกและท่าสวมหมวกเสียก่อน แล้วจึงฝึกให้ทหารปฏิบตท่าถอดหมวกและ ้ ั้ ั ิสวมหมวกควบคู่กนไปั ๒๖.๒ ท่าสวมหมวก ๒๖.๒.๑ คาบอก “สวมหมวก” (คาบอกรวด) ๒๖.๒.๒ การปฏิบติ เมือได้ยนคาบอก “สวมหมวก” ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอน ั ่ ิ ั ิ ้ดังต่อไปนี้ ๒๖.๒.๒.๑ ตอนทีหนึ่ง ให้ยกมือขวาขึนมาจับหมวกในลักษณะดังนี้ ่ ้ ตอนทีหนึ่ง (๓๙/๑) ่ ตอนทีสอง (๓๙/๒) ่ ตอนทีสาม (๓๙/๓) ่ รูปที่ ๓๙ ท่าสวมหมวกเมื่อสวมหมวกเหล็กหรือหมวกรองใน ๒๖.๒.๒.๑.๑ ถ้าเป็นหมวกเหล็กหรือหมวกรองใน ในกรณีทมสาย ่ี ีรัดคาง ให้ใช้น้วหัวแม่มอและนิ้วชีของมือขวาจับสายรัดคางขึนมารวมจับไว้กบกระบังหมวก ใน ิ ื ้ ้ ัลักษณะให้น้วทังสี่ (เว้นนิ้วหัวแม่มอ) อยูทางด้านบน และให้น้วหัวแม่มออยูทางด้านล่างของกระบัง ิ ้ ื ่ ิ ื ่หมวก รูปที่ ๓๙ ถ้าไม่มสายรัดคาง ให้ใช้มอขวาจับทีกระบังหมวกในลักษณะทีให้น้วทังสีอยูทาง ี ื ่ ่ ิ ้ ่ ่ด้านบน และนิ้วหัวแม่มออยูทางด้านล่างของกระบังหมวก ื ่ ๒๖.๒.๒.๑.๒ ถ้าเป็นหมวกทรงหม้อตาล หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนให้ใช้มอขวา จับที่ กระบังหมวกในลักษณะทีให้น้วทังสีอยูทางด้านบน และให้น้วหัวแม่มออยูทางด้าน ื ่ ิ ้ ่ ่ ิ ื ่ล่างของกระบังหมวก รูปที่ ๔๐ ๖๓
  • 65. - ๖๔ - ๒๖.๒.๒.๑.๓ ถ้าเป็นหมวกหนีบ ให้ยกมือขวาขึนไปจับหมวกท้าย ้หมวก ในลักษณะทีให้น้วหัวแม่มออยูดานล่าง ของหมวก และนิ้วทังสีเรียงชิดติดกันอยูทางด้านบน ่ ิ ื ่ ้ ้ ่ ่ของหมวก ( รูปที่ ๔๑ ) ตอนทีหนึ่ง (๔๑/๑) ่ ตอนทีสอง (๔๑/๒) ่ ตอนทีสาม (๔๑/๓) ่ รูปที่ ๔๑ ท่าสวมหมวกเมื่อสวมหมวกหนี บ ๒๖.๒.๒.๑.๔ ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อนพับปีก ให้ยกมือขวาขึนไปจับที่ ้ปีกหมวกด้านหน้าให้น้วทังสีอยูดานบนปีกหมวกและนิ้วหัวแม่มออยูใต้ปีกหมวก รูปที่ ๔๒ ิ ้ ่ ่ ้ ื ่ ตอนทีหนึ่ง (๔๒/๑) ่ ตอนทีสอง (๔๒/๒) ่ ตอนทีสาม (๔๒/๓) ่ รูปที่ ๔๒ ท่าสวมหมวกเมื่อสวมหมวกทรงอ่อนพับปี ก ๒๖.๒.๒.๑.๕ ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ให้ยกมือขวาขึนไปจับ ์ ้ขอบหมวก ให้น้วหัวแม่มออยูใต้ขอบหมวก และนิ้วทังสีอยูบนทรงหมวก รูปที่ ๔๓ ิ ื ่ ้ ่ ่ ๖๔
  • 66. - ๖๕ - ตอนทีหนึ่ง (๔๓/๑) ่ ตอนทีสอง (๔๓/๒) ่ ตอนทีสาม (๔๓/๓) ่ รูปที่ ๔๓ ท่าสวมหมวกเมื่อสวมหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ์ ๒๖.๒.๒.๒ ตอนทีสอง ถ้าเป็นหมวกเหล็ก , หมวกรองใน, หมวกทรงหม้อตาล, ่หมวกแก๊ปทรงอ่อน และหมวกทรงอ่อนพับปีก ให้ใช้มอขวาทีจบหมวกอยูนน ยกหมวกขึนไปสวม ื ่ั ่ ั้ ้ศรีษะ โดยใช้มอซ้ายช่วยจับในการสวมให้เข้าที่ ื (หรือจัดสายรัดคางในกรณีทเี่ ป็นหมวกเหล็กหรือหมวกรองในทีใช้สายรัดคาง) หลังจากนันมือทังสองข้างจะจับอยูทขอบหมวกในลักษณะนิ้วหัวแม่มอ ่ ้ ้ ่ ่ี ือยูดานล่าง นิ้วทังสีเรียงชิดกันอยูดานบน ศอกทังสองข้างกางออกตามธรรมชาติ ่ ้ ้ ่ ่ ้ ้ ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน (เบเร่ต) ใช้มอทังสองข้างช่วยจับหมวกผลักหงายเอาขอบล่างหมวกขึน ์ ื ้ ้ข้างบน แล้วยกสวมศรีษะ โดยศรีษะไม่เอียงจนเสียลักษณะท่าตรง ต่อจากนันใช้มอทังสองข้างจัด ้ ื ้หมวกทางด้านขวาต่าลงเล็กน้อย แนวกึงกลางขอบตราหน้าหมวกอยูประมาณแนวหางตาซ้าย มือ ่ ่ขวาจับอยูทปีกหมวกด้านขวาในลักษณะนิ้วหัวแม่มออยูดานล่าง นิ้วทังสีเรียงชิดติ ดกันอยูดานบน ่ ่ี ื ่ ้ ้ ่ ่ ้ส่วนมือซ้ายช่วยจับประคองหมวกไว้ทางด้านซ้าย โดยให้น้วหัวแม่มอซ้ายจรดขอบหมวก นิ้วทังสีเรียง ิ ื ้ ่ชิดกันชีขนด้านบนศอกทังสองข้างกางออกตามธรรมชาติ ้ ้ึ ้ ถ้าเป็นหมวกหนีบ ให้ใช้มอขวาทีจบหมวกอยูตรงท้ายหมวกนัน ยกหมวกขึนให้พนจากมือ ื ่ั ่ ้ ้ ้ซ้ายแล้วพลิกหมวกไปทางด้านซ้าย เพื่อหงายเอาขอบล่างของหมวกหนีบขึนทางข้างบน ต่อจากนัน ้ ้ให้ใช้มอซ้ายและมือขวาช่วยกันจับขอบล่างของหมวกหนีบทังสองข้าง แยกให้ห่างออกจากกัน แล้ว ื ้ยกขึนไปสวมศรีษะให้ใช้มอทังสองประคองไว้ทางด้านข้างทังทางซ้ายและทางขวา ซึงค่อนไปทาง ้ ื ้ ้ ่ข้างหน้าของหมวกหนีบ ๒๖.๒.๒.๓ ตอนทีสาม ลดมือทังสองลงไปอยูในท่าตรงอย่างแข็งแรง แล้วนิ่ง ่ ้ ่ ๒๖.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการฝึกนันถ้าผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตปิดตอนก็ได้ ้ ้ ้ ั ิโดยจะต้องแจ้งให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อไปจะฝึกท่าสวมหมวกปิดตอน” ส่วนการใช้คาบอกและการปฏิบตของทหารให้กระทาเป็นทีละตอนตามลาดับดังนี้ ั ิ ๖๕
  • 67. - ๖๖ - ๒๖.๒.๓.๑ เมือประสงค์จะให้ทหารทาท่าสวมหมวกตอนทีหนึ่ง ให้ใช้คาบอก “สวม ่ ่หมวก” เมือทหารได้ยนคาบอก “สวมหมวก” ให้ทหารทาท่าสวมหมวกตอนทีหนึ่งตามรายละเอียดที่ ่ ิ ่กล่าวไว้ในข้อ ๒๖.๒.๒.๑ ข้างต้น และเมือปฏิบตเสร็จแล้วให้คางไว้ ่ ั ิ ้ ๒๖.๒.๓.๒ เมือประสงค์จะให้ทหารปฏิบตท่าสวมหมวกตอนทีสอง ให้ใช้คาบอก ่ ั ิ ่“ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ก็ให้ทหารทาท่าสวมหมวกตอนทีสองตามรายละเอียดทีกล่าว ่ ิ ่ ่ไว้ในข้อ ๒๖.๒.๒.๒ ข้างต้น เมือปฏิบตเสร็จแล้วให้คางไว้ ่ ั ิ ้ ๒๖.๒.๓.๓ เมือประสงค์จะให้ทหารปฏิบตท่าสวมหมวกตอนทีสาม ให้ใช้คาบอก ่ ั ิ ่“ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารลดมือทังสองลงไปอยูในท่าตรงอย่างแข็งแรง ่ ิ ้ ่๒๗. ท่าหมอบและลุก ๒๗.๑ ท่าหมอบ (รูปที่ ๔๔) ๒๗.๑.๑ คาบอก “หมอบ” เป็นคาบอกรวด ๒๗.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “หมอบ” ให้ปฏิบตไปตามลาดับขันตอน ั ่ ิ ั ิ ้ดังต่อไปนี้ (๔๔/๒) ตอนทีสอง ่ (๔๔/๑) ตอนทีหนึ่ง ่ (๔๔/๓) ตอนทีสาม ่ รูปที่ ๔๔ ท่าหมอบ ๖๖
  • 68. - ๖๗ - ๒๗.๑.๒.๑ ตอนทีหนึ่ง ให้กาวเท้าซ้ายไปข้างหน้าประมาณครึงก้าวอย่างแข็งแรง ่ ้ ่แล้ววางน้าหนักตัวไปอยูบนเท้าทังสอง ส่วนแขนและมือยังคงอยูทเี่ ดิมในลักษณะของท่าตรง ่ ้ ่ ๒๗.๑.๒.๒ ตอนทีสอง ทรุดตัวลงคุกเข่าขวาลงกับพืนก่อน แล้ว จึงคุกเข่าซ้ายลง ่ ้จดพืนในลาดับต่อไป หลังจากนันให้โน้มน้าหนักตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย พร้อมกับใช้มอทังสองยันพืน ้ ้ ื ้ ้ไว้ แขนทังสองเหยียดตึง โดยให้มอทังสองข้างอยูในแนวเดียวกันและห่างกันประมาณหนึ่งฟุตในแนว ้ ื ้ ่ระดับหัวไหล่ นิ้วมือทังสองข้างเหยียดตรงและเรียงชิดกันปล ายนิ้วชีไปทิศทางตรงหน้า แล้วยกเข่า ้ ้ขวาให้พนจากพืน พร้อมกับเหยียดขาข้างขวาไปข้างหลังจนเข่าตึงเป็นแนวเดียวกับแนวลาตัวใน ้ ้ลักษณะทีใช้ปลายเท้าจิกพืนไว้ เงยหน้าขึนและตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ ่ ้ ้ ๒๗.๑.๒.๓ ตอนทีสาม ใช้มอทังสองและปลายเท้าขวายันพืนไว้ให้มนคง แล้วยก ่ ื ้ ้ ั่เข่าซ้ายพร้อมกับเหยียดขาซ้ายไปข้างหลังจนเข่าตึงโดยให้สนเท้าทังสองชิดกัน ต่อจากนันให้ลดตัว ้ ้ ้ไปนอนราบกับพืน เมืออกแตะพืนแล้ว ให้ยกมือทังสองขึนงอแขนกางข้อศอกออก แล้วนามือทังสอง ้ ่ ้ ้ ้ ้ไปวางซ้อนกันไว้ประมาณตรงกับใบหน้า ให้มอข วาทับมือซ้าย ฝามือทังสองคว่าลงกับพืน แล้วลด ื ่ ้ ้ปลายคางลงแนบไว้บนหลังมือขวา หน้าเงย สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ จัดเท้าทังสอง ้ข้างให้สนเท้าวางชิดกัน และแบะปลายเท้าทังสองข้างออกไปทางซ้ายและทางขวาให้สนเท้าแบนราบ ้ ้ ้กับพืน ้ ๒๗.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๗.๑.๓.๑ ในการฝึก ถ้าผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตท่าหมอบปิดตอน ้ ั ิก็กระทาได้ โดยจะต้องแจ้งให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อไปจะฝึกท่าหมอบปิดตอน” ส่วนการใช้คาบอกและการปฏิบตของทหารให้กระทาเป็นทีละตอนตามลาดับดังนี้ ั ิ ๒๗.๑.๓.๑.๑ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าหมอบตอนทีหนึ่ง ให้ใช้คาบอก “หมอบ” ่ ั ิ ่เมือทหารได้ยนคาบอก “หมอบ” ให้ทหารทาท่าหมอบตอนทีหนึ่ง ตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ใน ่ ิ ่ ่ข้อ ๒๗.๑.๒.๑ ข้างต้น แล้วค้างไว้ ๒๗.๑.๓.๑.๒ เมือประสงค์จะให้ทหารปฏิบตท่าหมอบตอนทีสอง ให้ใช้คาบอก ่ ั ิ ่“ต่อไป” เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารทาท่าหมอบตอนทีสองตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ใน ่ ิ ่ ่ข้อ ๒๗.๑.๒.๒ ข้างต้น แล้วค้างไว้ ๒๗.๑.๓.๑.๓ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าหมอบตอนทีสาม ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ่ ั ิ ่เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารทาท่าหมอบตอนทีสามตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ใน ่ ิ ่ ่ข้อ ๒๗.๑.๒.๓ ข้างต้น ๒๗.๑.๓.๒ ก่อนทีจะทาการฝึกท่าหมอบ ผูฝึกควรสอนให้ทหารเรียนรูทงท่าหมอบและท่า ่ ้ ้ ั้ลุกเสียก่อน แล้วจึงให้ทหารปฏิบตทงท่าหมอบและท่าลุกควบคู่กนไป ั ิ ั้ ั ๖๗
  • 69. - ๖๘ - ๒๗.๒ ท่าลุก (รูปที่ ๔๕) (๔๕/๑) ตอนทีหนึ่ง ่ (๔๕/๒) (๔๕/๓) ตอนทีสอง ่ ตอนทีสาม ่ รูปที่ ๔๕ ท่าลุก ๒๗.๒.๑ คาบอก “ลุก” ๒๗.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “ลุก” ให้ปฏิบตตามลาดับขันตอนดังต่อไปนี้ ั ่ ิ ั ิ ้ ๒๗.๒.๒.๑ ตอนทีหนึ่ง ให้แยกมือทังสองซึงวางซ้อนกันอยูออกจากกัน แล้วใช้ ่ ้ ่ ่มือทังสองยันพืนไว้ตรงประมาณเสมอกับระดับหัวไหล่ทงสองข้าง โดยวางมือและนิ้วมือเช่นเดียวกับ ้ ้ ั้การทาท่าหมอบตอนทีสอง แล้วใช้มอและปลายเท้าทังสองข้างออกแรงดันพืนยกลาตัวให้สงขึนจาก ่ ื ้ ้ ู ้พืนจนแขนทังสองข้างเหยียดตึง ต่อจากนันให้งอเข่าซ้ายยันไว้กบพืนในลักษณะทีใช้ปลายเท้าจิก ้ ้ ้ ั ้ ่ ๖๘
  • 70. - ๖๙ -พืนไว้ ขาซ้ายท่อนบนตังฉากกับพืน ส้นเท้าเปิด เงยศรีษะ ขาขวาเหยียดตรงเป็นแนวเดียวกันกับแนว ้ ้ ้ลาตัวปลายเท้าขวาจิกพืนไว้ ( ท่าลุกตอนทีหนึ่งนี้ลกษณะโดยทัวไปเหมือนกับท่าหมอบตอนทีสอง ้ ่ ั ่ ่นันเอง ) สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ ่ ๒๗.๒.๒.๒ ตอนทีสอง คุกเข่าขวาลงไปกับพืนแล้วใช้มอทังสองข้างออกแรงผลัก ่ ้ ื ้พืนให้ลาตัวดีดตังขึนพร้อมกับยกเข่าทังสองให้พนพืนจนลุกขึนไปยืนในท่าก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ้ ้ ้ ้ ้ ้ ้วางน้าหนักตัวอยูบนเท้าทังสองข้าง จัดมือและแขนอยูขางลาตัวในลักษณะของท่าตรง สายตามอง ่ ้ ่ ้ตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ ๒๗.๒.๒.๓ ตอนทีสาม ชักเท้าซ้ายกลับมาชิดเท้าขวาอยูในลักษณะของท่าตรง ่ ่อย่างแข็งแรง แล้วนิ่ง ๒๗.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ถ้าผูฝึกประสงค์จะให้ทหารปฏิบตท่าลุกปิดก็กระทาได้ ้ ้ ั ิโดยจะต้องแจ้งให้ทหารทราบก่อนว่า “ต่อไปจะฝึกท่าลุกปิดตอน” ส่วนการใช้คาบอกและการปฏิบติ ัของทหาร ให้กระทาเป็นทีละตอนตามลาดับดังนี้ ๒๗.๒.๓.๑ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าลุกตอนทีหนึ่ง ให้ใช้คาบอก “ลุก” เมือ ่ ั ิ ่ ่ทหารได้ยนคาบอก “ลุก” ให้ทหารทาท่าลุก ตอนทีหนึ่ง ตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๗.๒.๒.๑ ิ ่ ่ข้างต้น แล้วค้างไว้ ๒๗.๒.๓.๒ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าลุกตอนทีสอง ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” เมือ ่ ั ิ ่ ่ทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารทาท่าลุกตอนทีสอง ตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๗.๒.๒.๒ ิ ่ ่ข้างต้นแล้วค้างไว้ ๒๗.๒.๓.๓ เมือจะให้ทหารปฏิบตท่าลุกตอนทีสาม ให้ใช้คาบอก “ต่อไป” ่ ั ิ ่เมือทหารได้ยนคาบอก “ต่อไป” ให้ทหารทาท่าลุกตอนทีสาม ตามรายล ะเอียดทีกล่าวไว้ใน ข้อ ่ ิ ่ ่๒๗.๒.๒.๓ ข้างต้น แล้วกลับมายืนอยูในท่าตรง ่ ๖๙
  • 71. - ๗๐ - บทที่ ๓ การฝึ กแถวชิ ด๒๘. แถวหน้ ากระดาน แถวหน้ากระดาน คือ รูปขบวนทีมลกษณะสัดส่วนความกว้างด้านหน้ามากกว่าความลึก ในการ ่ ีัจัดแถวนัน อาจจัดเป็นแถวหน้ากระดานแถวเดียวหรือแถวหน้ากระดานตังแต่ สองแถวขึนไปก็ได้ตาม ้ ้ ้ต้องการ ส่วนระยะเคียงระหว่างตัวบุคคลทีอยูในแถวนัน กาหนดไว้เป็นสองระยะ คือระยะเคียงหนึ่ง ่ ่ ้ช่วงแขน (เหยียดแขนซ้ายออกไปทางข้าง) เราเรียกรูปแถวนันว่า แถวหน้ ากระดานเปิ ดระยะ และ ้ระยะเคียงหนึ่งช่วงข้อศอก (ยกมือซ้ายเท้าสะเอว) ซึงเราเรียกรูปแถวนี้ว่า แถวหน้ ากระดาน ่ปิ ดระยะ ๒๘.๑ แถวหน้ ากระดานแถวเดี่ยว ๒๘.๑.๑ แถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะ (รูปที่ ๔๖) ่ ระยะเคียงยกข้อศอกซ้าย รูปที่ ๔๖ แถวหน้ ากระดานแถวเดี่ยวปิ ดระยะ ๒๘.๑.๑.๑ คาบอก “หน้ากระดานแถวเดียว, ปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า” ่ ๒๘.๑.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ย ิ นคาบอก “หน้ากระดานแถวเดียว, ปิด ั ่ ่ระยะ, มาหาข้าพเจ้า” ให้ทหารวิงมาเข้าแถวตามลาดับไหล่ขางหน้าผูเรียกแถวโดยเร็ว คนสูงทีสุดของ ่ ้ ้ ่แถวเป็นคนหลัก (คนหัวแถว) ต้องยืนข้างหน้าและห่างจากผูเรียกแถวประมาณ ๖ ก้าว โดยยืนให้ ้ตรงหน้าและให้แนวไหล่ขนานกับแนวไหล่ของผูเรียกแถว ต่อจากนันให้ทหารคนอื่น ๆ เข้าแถวเรียง ้ ้ตามลาดับไหล่ต่อไปทางซ้ายของคนหลัก ทุกคนยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว (ยกเว้นคนท้ายแถวสุดไม่ ้ ่ต้องยก) โดยให้ฝามือวางทาบอยูบนสะเอวซ้ายประมาณแนวเข็มขัด นิ้วทังห้าเรียงชิดติดกันและให้ ่ ้ ๗๐
  • 72. - ๗๑ -ปลายนิ้วชีลงทางเบืองล่าง นิ้วกลางอยูป ระมาณแนวตะเข็บกางเกง ศอกกางออกเสมอแนวลาตัว ้ ้ ่การจัดแถว ให้คนทีอยูถดลงไปทางซ้ายจากหัวแถว นาแขนขวาของตนไปแตะจดกับปลายศอกซ้าย ่ ่ ัของคนทีอยูคดไปทางหัวแถว (คนทางขวาของตน) การจัดแถวจะต้องดูแนวปลายเท้าให้เสมอกันกับ ่ ่ ัคนทางขวาของตนก่อน จากนันจึงให้ทหารทุกคนสะบัดหน้ าไปทางหัวแถวยกเว้นเฉพาะคนหัวแถว ้(นับจากบนลงล่าง) เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนลดมือซ้ายทีเท้าสะเอวลง พร้อมกับสะบัดหน้า ่ ิ ่กลับไปอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ยกเว้นคนท้ายแถวสุดคงปฏิบตเฉพาะการ ่ ั ิสะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรงแล้วนิ่งเท่านัน ่ ้ ๒๘.๑.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๘.๑.๑.๓.๑ ในการเรียกแถวนันผูเรียกแถวจะต้องยืนอยูในลักษณะ ้ ้ ่ของท่าตรง หันหน้าไปในทิศทางทีตองการให้ทหารมาตังแถวแล้วจึงใช้คาบอก “หน้ากระดาน แถว ่ ้ ้เดียว, ปิดระยะ มาหาข้าพเจ้า” ่ ๒๘.๑.๑.๓.๒ เมือเรียกแถวแล้ว ให้ผเรียกแถวตรวจการจัดแถวด้วย ่ ู้การใช้สายตาและคาพูดประกอบ ๒๘.๑.๑.๓.๓ เมือผูเรียกแถวเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วให้ผเรียกแถว ่ ้ ู้ใช้คาบอกต่อไปว่า “นิ่ง” ๒๘.๑.๑.๓.๔ หลังจากทีผเรียกแถวได้สง่ั “นิ่ง” ไปแล้ว ถ้าเห็นว่าแถว ่ ู้ยังไม่เรียบร้อย ผูเรียกแถวประสงค์จะให้ทหารในแถวจัดแถวใหม่ ให้ผเรียกแถวใช้คาบอกเพื่อสังจัด ้ ู้ ่แถวใหม่ว่า “จัดแถว” เมือทหารได้ยนคาบอก “จัดแถว” ให้ทหารทาท่าจัดแถวใหม่ ยกข้อศอกซ้ายขึน ่ ิ ้และสะบัดหน้าไปทางขวาเมือเห็นว่าเรียบร้อยแล้วให้ผเรียกแถวใช้คาบอกต่อไปว่า “นิ่ง” การสังจัด ่ ู้ ่แถวใหม่อนเนื่องมาจากแถวไม่เรียบร้อยนันจะต้องกระทาหลังจากทีได้ใช้คาบอก “นิ่ง” ไปแล้วทุกครัง ั ้ ่ ้ ๒๘.๑.๑.๓.๕ ในกรณีทผเรียกแถวเห็นว่าคนหลักจัดระยะต่อระหว่าง ่ ี ู้ผูเรียกแถวกับแนวแถวไม่ได้ตามเกณฑ์ทกาหนด เช่น มากหรือน้อยกว่า ๖ ก้าว ผูเรียกแถวจะต้องใช้ ้ ่ี ้วิธเี รียกแถวใหม่เท่านันและจะต้องสัง่ “นิ่ง” เสียก่อนจึงจะเรียกแถวใหม่ ้ ๗๑
  • 73. - ๗๒ - ๒๘.๑.๒ แถวหน้ ากระดานแถวเดี่ยวเปิ ดระยะ (รูปที่ ๔๗) ๖ ก้าว ระยะเคียงเหยียดแขนซ้าย รูปที่ ๔๗ แถวหน้ ากระดานแถวเดี่ยวเปิ ดระยะ ๒๘.๑.๒.๑ คาบอก “หน้ากระดานแถวเดียวเปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า” ่ ๒๘.๑.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “หน้ากระดานแถวเดียวเปิดระยะ, ั ่ ิ ่มาหาข้าพเจ้า” ให้ทหารรีบวิงมาเข้าแถวตามลาดับไหล่ขางหน้าผูเรียกแถวโดยเร็ว คนสูงทีสุดของ ่ ้ ้ ่แถวเป็นคนหลัก (คนหัวแถว) ต้องยืนอยูขางหน้าผูเรียกแถวและห่างจากผูเรียกแถวประมาณ ๖ ก้าว ่ ้ ้ ้โดยยืนให้ตรงหน้าและให้แนวไหล่ขนานกับแนวไหล่ของผูเรียกแถว ต่อจากนันให้ทหารคนอื่น ๆ เข้า ้ ้แถวเรียงตามลาดับไหล่ต่อ ๆ ไปทางซ้ายของคนหลัก ทุกคนยกแขนซ้ายเหยียดออกไปทางข้างใน ้ ้ ่ระดับสูงเสมอแนวไหล่ (ยกเว้นคนท้ายแถวสุดไม่ตองยกแขนซ้ายขึน) คว่าฝามือนิ้วมือทังห้าเหยียด ้ตึงและเรียงชิดติดกัน การจัดแถวให้คนทีอยูถดไปทางซ้ายจากคนหลักหัวแถวนาไหล่ขวาของตนไป ่ ่ ัแตะจดไว้กบปลายนิ้วมือซ้ายของคนทีอยูถดไปทางหัวแถว (คนทางขวา) ให้ทหารทุกคนสะบัดหน้า ั ่ ่ ัไปทางหัวแถวยกเว้นเฉพาะคนหลัก (หัวแถว) ให้มองตรงไปข้างหน้า การจัดแถวจะต้องดูแนวปลายเท้าให้เสมอกันกับคนทางขวาของตนก่อน แล้วมองให้เห็นหน้าอกคนทีสามประมาณแนวกระดุมเม็ดที่ ่สองนับจากบนลงล่าง เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนลดแขนซ้ายทีเหยียดออกไปทางข้างลงมาอยูขาง ่ ิ ่ ่ ้ลาตัว พร้อมกับสะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้ วนิ่ง ยกเว้นเฉพาะคนท้าย ่แถวสุดคงปฏิบตเฉพาะสะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรงแล้วนิ่งเท่านัน ั ิ ่ ้ ๒๘.๑.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก คงยึดถือหลักเกณฑ์ในการปฏิบตและการใช้ ้ ั ิคาบอกเช่นเดียวกับการฝึกแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ในข้อ ่ ่๒๗.๑.๑.๓ ข้างต้นทุกประการ ๒๘.๒ แถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป แถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ก็คอแถว ้ ้ ้ ้ ืหน้ากระดานแถวเดียวหลาย ๆ แถวทีเข้าแถวซ้อนหลังกันลงไปในทางลึกมีจานวนแถวตังแต่สอง ่ ่ ้ ๗๒
  • 74. - ๗๓ -แถวขึนไป เช่น มีสองแถว , สามแถว, สีแถว ฯลฯ เป็นต้ น เมือจะเรียกแถวจะต้องเรียกชื่อแถวตาม ้ ่ ่จานวนแถวทีตองการ เช่น แถวหน้ากระดานสองแถว , แถวหน้ากระดานสามแถว, หรือ แถวหน้า ่ ้กระดานสีแถว เป็นต้น ่ แถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ้ ้ และไม่ว่าจะเป็นกีแถวก็ตามคงกาหนดระยะเคียง ่ออกเป็น ๒ ระยะ เช่นเดียวกัน ตัวอย่า งเช่น แถวหน้ากระดาน ๒ แถวปิดระยะและแถวหน้ากระดาน๒ แถวเปิดระยะ (ดูรปที่ ๔๘ และรูปที่ ๔๙) ู ๒๘.๒.๑ แถวหน้ากระดานสองแถว ปิดระยะ ใช้คาบอก “หน้ากระดานสองแถว,ปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า” หรือแถวหน้ากระดานสามแถวเปิดระยะใช้คาบอก “หน้ากระดานสามแถว,เปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า” ส่วนจะให้ทหารจัดแถวหน้ากระดานกีแถวก็ระบุจานวนแถวทีตองการไว้ใน ่ ่ ้คาบอกด้วยทุกครังทีเรียกแถว ้ ่ ๒๘.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “หน้ากระดานสองแถว, ปิดระยะ, ั ่ ิมาหาข้าพเจ้า” ให้ทหารรีบวิงมาเข้าแถวและจัดแถวเช่นเดียวกับการเข้าแถวและจัดแถวเมือเข้าและ ่ ่จัดแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะ จะมีผดกันก็ตรงทีจะต้องจัดแถวซ้อนหลังกันลงไปตามทางลึก ่ ิ ่ให้มจานวนแถวครบตามทีมผเรียกแถวสังโดยยึดถือแถวหน้าเป็นหลัก ทหารคนทีอยูแถวหลังคงยืน ี ่ ี ู้ ่ ่ ่ตรงคอกับคนทีอยูแถวหน้าระยะต่อระหว่างแถวประมาณหนึ่งเมตร การประมาณระยะต่อให้แต่ละคน ่ ่ใช้แขนซ้ายเหยียดออกไปข้างหน้าในลักษณะโน้มตัวท่อนบนช่วยเล็กน้อย จนกว่าปลายนิ้วมือไปแตะหลังคนทียนอยูขางหน้า (แต่ไม่ตองยกมือค้างไว้) และจะต้องจัดแถวในลักษณะเช่นเดียวกับแถวหน้า ่ ื ่ ้ ้ทุกประการด้วย (รูปที่ ๔๘) ๖ ก้าว แถวที่ ๑ แถวที่ ๒ ระยะเคียงยกข้อศอกซ้าย ระยะต่อ ๑ เมตร รูปที่ ๔๘ แถวหน้ ากระดานสองแถวปิ ดระยะ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนปฏิบตเช่นเดียวกันกับเมือเข้าแถว ั ่ ิ ั ิ ่หน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะทุกประการ ่ ๗๓
  • 75. - ๗๔ - การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก ั ่ ิ “หน้ากระดานสองแถว, เปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า”ให้ทหารรีบวิงมาเข้าแถวและจัดแถวเช่นเดียวกับการเข้าแถว ่ และจัดแถวหน้ากระดานแถวเดียว ่เปิดระยะจะมีผดกันก็ตรงทีจะต้องจัดแถวซ้อนกันลงไปทางลึกให้มจานวนแถวครบตามทีผเรียกแถว ิ ่ ี ่ ู้สัง่ โดยยึดถือแถวหน้าเป็นหลัก ทหารคนทีอยูแถวหลังคงยืนตรงคอกับคนทีผเรียกแถวสัง่ โดยยึดถือ ่ ่ ่ ู้แถวหน้าเป็นหลักทหารคนทีอยูแถวหลังคงยืนตรงคอกับคนทีอยูแถวหน้า ระยะระหว่างแถวประมาณ ่ ่ ่ ่หนึ่งเมตร การประมาณระยะต่อให้ทหารแต่ละคนใช้แขนซ้ายเหยียดออกไปข้างหน้าในลักษณะโน้มตัวท่อนบนช่วยเล็กน้อย จนกว่าปลายนิ้วมือจะไปแตะหลังคนทียนอยูขางหน้า (แต่ไม่ตองยกมือค้าง ่ ื ่ ้ ้ไว้) และจะต้องจัดแถวในลักษณะเช่นเดียวกับแถวหน้าทุกประการ (รูปที่ ๔๙) ๖ ก้าว แถวที่ ๑ ---- แถวที่ ๒ ---- ระยะต่อ ๑ เมตร ระยะเคียงเหยียดแขนซ้าย รูปที่ ๔๙ แถวหน้ ากระดานสองแถวเปิ ดระยะ เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนปฏิบตเช่นเดียวกันกับเมือเข้าแถวหน้ากระดาน ่ ิ ั ิ ่แถวเดียวเปิดระยะทุกประการ ่ ๒๘.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก้ ๒๘.๒.๓.๑ คงยึดถือหลักเกณฑ์ในการปฏิบตและการใช้คาบอกเช่นเดียวกับ ั ิการฝึกแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิด (เปิด) ระยะทุกประการ ่ ๒๘.๒.๓.๒ ในการจัดแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปไม่ว่าจะเป็นแถว ้ ้ปิดระยะหรือเปิดระยะก็ตามผูฝึกควรเน้นให้ผรบการฝึกเข้าใจด้วยว่า ้ ู้ ั ๒๘.๒.๓.๒.๑ คนหลักของรูปขบวน คือ คนทีอยูหวแถวของ ่ ่ ัแถว ส่วนคนทีอยูหวแถวของแถวหลัง ๆ ลงไปนันไม่ถอว่าเป็นคนหลักของรูปแถว แต่จะเป็นคนหลัก ่ ่ ั ้ ืของแถวหลังแต่ละแถวนัน ้ ๗๔
  • 76. - ๗๕ - ในกรณีทยนเป็ นหลักของคนหัวแถวของแถวหลังแต่ละแถวนัน จะต้องยึดถือเอาคนหัวแถว ่ี ื ้หน้าเป็นหลัก โดยจะต้องยืนให้ตรงคอ (เมือยืนแล้วจะมองไม่เห็นตัวผูเรียกแถว) และจัดระยะต่อ ่ ้ประมาณหนึ่งเมตร เพื่อเป็นหลักให้คนอื่น ๆ ในแถวของตนจัดแถวต่อไป ส่วนการประมาณความยาวของระยะต่อให้ได้ระยะหนึ่งเมตรนัน ให้ใช้วธยกแขนซ้ายเหยียดออกไปข้างหน้าในลักษณะโน้มตัว ้ ิีท่อนบนช่วยเล็กน้อยจนปลายนิ้วไปแตะหลังของคนทีอยูขางหน้า หรือฝึกจดจาความยาวระยะหนึ่ง ่ ่ ้เมตรให้ได้ใกล้เคียงทีสุด ่ ๒๘.๒.๓.๒.๒ การจัดระยะเคียงและการจัดแถวของแถวหลังคงปฏิบตเหมือนกับแถวหน้าทุกประการ กล่าวคือ ต้องยกมือซ้ายเท้าสะเอว (เมือจัดแถวปิดระยะ) หรือ ั ิ ่เหยียดแขนซ้ายออกไปทางซ้ายเสมอแนวไหล่ (เมือจัดแถวเปิดระยะ) และสะบัดหน้าไปทางขวาเพื่อ ่จัดแถวด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังมีสงทีทุกคนในแถวหลังจะต้องยึดถือปฏิ บัตทสาคัญทีสุดเพิมขึนอีก ิ่ ่ ิ ่ี ่ ่ ้ประการหนึ่งก็คอ จะต้องยืนให้ตรงคอคนหน้าไว้เป็นหลักก่อน ถึงแม้ว่าไหล่ขวาของตนจะไม่สมผัสกับ ื ัปลายนิ้วมือซ้ายของคนทีอยูทางขวา (เมือจัดแถวเปิดระยะ) หรือแขนขวาของตนจะไม่สมผัสกับปลาย ่ ่ ่ ัข้อศอกซ้ายของคนทีอยูทางขวา (เมือจัดแถวปิดระยะ) ก็ตาม ให้ถอว่าไม่ใช่เป็นสิงสาคัญ ่ ่ ่ ื ่ ๒๘.๓ การแยกคู่ขาด เมือทหารเข้าแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปเมือจัดแถวแล้วมี ่ ้ ้ ่ทหารขาดจานวนไม่ลงตัว กล่าวคือแถวหน้ากับแถวหลังมีจานวนทหารไม่เท่ากัน ไม่สามารถจัดแถวให้เต็มเท่า ๆ กันได้ในตอนท้ายของแถว ในการเข้ าแถวให้ถอเอาแถวหน้าเป็นแถวหลัก โดยจะต้อง ืเข้าแถวให้เต็มไม่มจานวนขาดส่วนจานวนทีขาดไปนันให้แยกคู่ขาดไว้ในทางตอนท้ายของแถวหลัง ๆ ี ่ ้โดยยึดถือเป็นหลักว่า ให้จดแถวหน้าและตับสุดท้ายของแถวให้เต็มไว้ก่อน แล้วให้แยกคู่ขาดไว้ท่ี ัแถวหลังหรือแถวทีอยูตรงกลาง ๆ ถ้า หากสามารถกระทาได้ให้พยายามปิดแถวหลังไว้ให้เต็มด้วย ่ ่ดังตัวอย่างการแยกคู่ขาดของแถวหน้ากระดานแบบต่าง ๆ ทีแสดงไว้ดวยภาพในรูปที่ ๕๐ ่ ้ ๗๕
  • 77. - ๗๖ -ก. แถวหน้ากระดานสองแถวปิด (เปิด) ข. แถวหน้ากระดานสามแถวปิด (เปิด) ระยะ ------ ขาดหนึ่ง ระยะ ------ ขาดหนึ่งค. แถวหน้ากระดานสามแถวปิด (เปิด) ง. แถวหน้ากระดานสีแถวปิด (เปิด) ่ ระยะ ------ ขาดสอง ระยะ ------ ขาดหนึ่งจ. แถวหน้ากระดานสีแถวปิด (เปิด) ่ ฉ. แถวหน้ากระดานสีแถวปิด (เปิด) ่ ระยะ ------ ขาดสอง ระยะ ------ ขาดสาม รูปที่ ๕๐ แบบการแยกคู่ขาดของแถวหน้ ากระดาน ๗๖
  • 78. - ๗๗ - ๒๘.๔ การนับ การนับแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ คือ การนับตามปกติ , การนับตามจานวนทีกาหนด, และการนับทังแถว ่ ้ ๒๘.๔.๑ การนับตามปกติ คือการนับจานวนเรียงตามลาดับหมายเลขตังแต่คนหัวแถว ้ไปจนถึงคนท้ายแถว ๒๘.๔.๑.๑ คาบอก “นับ” ๒๘.๔.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารในแถวได้ย ินคาบอก “นับ” ให้ทหารคนทีอยู่ ั ่ ่หัวแถว (ถ้าเป็นแถวหน้ากระดานหลายแถว) เริมนับ “หนึ่ง” ด้วยการออกเสียงดัง ๆ เสียงสันห้วน ๆ ่ ้พร้อมกับสะบัดหน้าไปทางคนถัดไปซึงอยูทางซ้าย เมือสินเสียงนับแล้วให้สะบัดหน้ากลับมาอยูใน ่ ่ ่ ้ ่ลักษณะของท่าตรงตามเดิมทันที ทหารคนอื่น ๆ ทีอ ่ ยูถดไปนับต่อจากคนทีหนึ่งเรียงตามลาดับ ่ ั ่หมายเลขกันไปจนกว่าจะถึงคนท้ายแถว เช่น “สอง” “สาม” “สี” “ห้า” “หก” “เจ็ด” ฯลฯ เป็นต้น โดยใช้ ่วิธสะบัดหน้าไปนับแล้วสะบัดหน้ากลับ เช่นเดียวกับคนหัวแถว เว้นคนสุดท้ายของแถวเมือนับให้ ี ่สะบัดหน้าไปยังผูทอยูทางขวามือของตน และเมือสินเสียงนับแล้วให้สะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะ ้ ่ี ่ ่ ้ ่ของท่าตรงตามเดิมทันที ในกรณีทเี่ ป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ซึงมีการแยกคู่ขาดไว้ในทางตอนท้ายแถว ้ ้ ่อาจจะขาดทีแถวกลางหรือแถวหลังสุดแล้วเป็นผูขานจานวนทีขาดขึนดัง ๆ โดยไม่ตองสะบัดหน้า ่ ้ ่ ้ ้เช่น ขานว่า “ขาดหนึ่ง” “ขาดสอง” “ขาดสาม” ฯลฯ เป็นต้น ถ้าไม่มแยกคู่ขาดก็ไม่ตองขาน ี ้ ๒๘.๔.๒ การนับตามจานวนทีกาหนด คือการนับตามลาดับหมายเลขไปจนครบตาม ่จานวนทีผเรียกแถวกาหนดและเมือนับจนครบตามกาหนดแล้ว ให้ขนต้นนับหนึ่งใหม่ เช่นผูเรียก แถว ่ ู้ ่ ้ึ ้กาหนดให้นบสามทหารจะต้องนับ “หนึ่ง - สอง - สาม” “หนึ่ง - สอง - สาม” หรือผูเรียกแถวกาหนด ั ้ให้นบสอง ทหารจะต้องนับ “หนึ่ง - สอง - สาม” “หนึ่ง - สอง” เป็นต้น ั ๒๘.๔.๒.๑ คาบอก “นับสอง” หรือ “นับสาม” ฯลฯ . . . . .นับ ๒๘.๔.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารในแถวได้ยนคาบอกให้ทหารนับตามจานวน ั ่ ิทีผเรียกแถวบอก โดยให้เริมนับจากคนหัวแถวก่อนในลักษณะเช่นเดียวกับการนับตามปกติทกล่าวไว้ ่ ู้ ่ ่ีในข้อ ๒๘.๔.๑ ข้างต้น โดยนับเรียงตามลาดับหมายเลขให้ครบตามทีผเรียกแถวบอกเมือนับครบตาม ่ ู้ ่จานวนทีผเรียกแถวบอกแล้ว คนต่อไปจะต้องเริมนับ “หนึ่ง” ใหม่ ตัวอย่างเช่น ผูเรียกแถวบอกให้ ่ ู้ ่ ้“นับสอง” ทหารจากหัวแถวจะต้องนับ “หนึ่ง - สอง” “หนึ่ง - สอง” “หนึ่ง - สอง” ไปจนกว่าจะถึงคนท้ายแถว เป็นต้น สาหรับการนับตามจานวนทีกาหนดนี้ ถ้าเป็นแถวหน้ากระด านตังแต่สองแถวขึนไปทีมการ ่ ้ ้ ่ ีแยกคู่ขาดไว้ทางตอนท้ายแถว การนับในกรณีน้ไม่ตองขานคู่ขาดี ้ ๒๘.๔.๓ การนับทังแถว (รูปที่ ๕๑) การนับทังแถวคือการเริมต้นนับจากคนหลักของ ้ ้ ่รูปแถว ซึงนับเรียงตามลาดับหมายเลขต่าง ๆ กันไปทุกคน จนกว่าจะครบทุกคนทีอยูใ นแถว การนับ ่ ่ ่ทังแถวนี้ จะนาไปใช้เฉพาะกับแถวหน้ากระดานทีมจานวนแถวตังแต่สองแถวขึนไปเท่านัน ้ ่ ี ้ ้ ้ ๗๗
  • 79. - ๗๘ - ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๓๐ ๒๙ ๒๘ ๒๗ ๒๖ ๒๕ ๒๔ ๒๓ ๒๒ ๒๑ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ รูปที่ ๕๑ ตัวอย่างการนับทังแถวของแถวหน้ ากระดานสี่แถว ้ ๒๘.๔.๓.๑ คาบอก “นับตลอด, นับ” ๒๘.๔.๓.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “นับตลอด, นับ” ให้คนหลัก ั ่ ิของรูปแถวเริมนับ “หนึ่ง” ในลักษณะเช่นเดียวกันกับการนับตามปกติ ทหารคนต่อไปของแถวหน้าสุด ่คงนับเรียงตามลาดับหมายเลขกันไปโดยตลอดด้วยการนับพร้อมกับสะบัดหน้าไปทางซ้ายและรวมทัง ้คนท้ายแถวสุดท้าย เมือคนท้ายแถวของแถวหน้านับแล้วให้คนท้ายแถวของแ ถวทีสองเป็นผูเริมนับ ่ ่ ้ ่ต่อตามลาดับหมายเลขต่อจากคนท้ายแถวของแถวหน้า โดยการสะบัดหน้าไปทางขวานับต่อกันไปจนถึงคนหัวแถว (ถ้ามีการแยกคู่ขาดไว้กให้นบข้ามคู่ขาดไป) และเมือคนหัวแถวของแถวทีสองนับ ็ ั ่ ่แล้ว จึงให้คนหัวแถวของแถวทีสามเป็นผูเริมนับต่อตามลาดับหมายเลขที่ ติดต่อกับคนหัวแถวของ ่ ้ ่แถวทีสองและนับต่อตามลาดับไปทางซ้าย (ปลายแถว) เช่นเดียวกับคนหัวแถวของแถวทีหนึ่ง และ ่ ่ให้นบในลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าจะหมดจานวนคนของทุกแถวทีมอยู่ คนนับสุดท้ายไม่ตองสะบัด ั ่ ี ้หน้า ๒๘.๔.๔ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๘.๔.๔.๑ ในการฝึกควรจะได้เน้นให้ผรบการฝึกทราบด้วยว่าในกรณีทเี่ ป็น ู้ ัการนับของแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ตามปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นการนับตามปกติหรือการ ้ ้นับตามจานวนทีกาหนด ก็ตาม เมือได้ยนคาบอก ให้ทหารเฉพาะทีอยูแถวหน้าเท่านันเป็นผูนบ ส่วน ่ ่ ิ ่ ่ ้ ้ ัทหารในแถวอื่น ๆ ไม่ตองนับ นอกจากการขานคู่ขาด (เมือมีการแยกคู่ขาดไว้) โดยทหารคนสุดท้าย ้ ่ของแถวหลังตามระเบียบการขานคู่ขาดตามทีกาหนดไว้เท่านัน ่ ้ ๒๘.๔.๔.๒ การนับควรเน้นให้ทหารออกเสียงดัง ๆ และอย่างชัดเจน โดยพยายามจัดจังหวะช่วงของการนับของแต่ละคนให้เท่า ๆ กันทังแถวเพราะฉะนันในขณะทีได้ยนคา ้ ้ ่ ิ ๗๘
  • 80. - ๗๙ -บอกให้นบ ทหารทุกคนทีอยูในแถวซึงมีหน้าทีจะต้องนับจะต้องคอยเงียหูฟงการนับของคนทีอยูถด ั ่ ่ ่ ่ ่ ั ่ ่ ัตนไปทางหัวแถวว่าเขานับจานวนเท่าใดอย่างตังใจเพื่อให้ตนสามารถนับต่อได้ถูกต้องในทันที โดยไม่ ้ชักช้าและเสียจังหวะไป ๒๘.๔.๔.๓ ไม่ว่าจะเป็นการนับตามปกติ หรือการนับตามจานวนทีกาหนด ่ก็ตาม เมือผูฝึกเห็นว่าการนับในแถวอาจผิดพลาดไปตนเองฟงไม่ถนัดหรือจังหวะการนับของทหารมี ่ ้ ัจังหวะขาดตอนไป และประสงค์จะให้นบใหม่ ให้ใช้คาบอก “นับใหม่” ถึงแม้ว่าการนับในครังนันยังไม่ ั ้ ้เสร็จสินถึงปลายแถวก็ตาม ้ เมือทหารได้ยนคาบอก “นับใหม่” ให้ทหารทีกาลังนับอยูเดิมหยุดการนับทันที แล้วให้คนหลัก ่ ิ ่ ่ของรูปแถวทีอยูหวแถวเริมนับ “หนึ่ง” ในทันที คนต่อ ๆ ไป ก็นบต่อไปตามลาดับจนถึงคนปลายแถว ่ ่ ั ่ ั ๒๘.๔.๔.๔ ในกรณีทเี่ ป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปและผูฝึก ้ ้ ้ประสงค์จะให้แถวทีสอง , สาม , สี่ ฯลฯ นับด้วย ก็ให้ออกคาสังให้นบทีละแถวโดยใช้คาบอก “แถว ่ ่ ัสอง, นับ” หรือ “แถวสาม, นับ” “แถวสี,่ นับ” เป็นต้น เมือทหารในแถวนัน ๆ ได้ยนคาบอก ให้ค นหัว ่ ้ ิแถวของแถวนัน ๆ เริมนับตามคาบอกเช่นเดียวกับการนับของแถวหน้า ยกเว้นเฉพาะในกรณีทแนว ้ ่ ่ีแถวนันมีค่ขาดแยกอยู่ ก็ให้นบข้ามคู่ขาดไปโดยให้คนถัดไปจากคู่ขาดนับจานวนต่อลาดับจากคนที่ ้ ู ัอยูเหนือคู่ขาด ่ ๒๘.๕ การจัดแถว, การเปิดระยะ, และการปิดระยะ ๒๘.๕.๑ การจัดแถว เมือผูฝึกเรียกแถว , ตรวจแถว, แล้วสังแถวนิ่งแล้ว แต่เห็นว่า ่ ้ ่แถวยังไม่เรียบร้อย ผูฝึกจะสังจัดแถวใหม่อกก็ได้ โดยใช้คาบอกและมีการปฏิบตดงนี้ ้ ่ ี ั ิ ั ๒๘.๕.๑.๑ คาบอก “จัดแถว” ๒๘.๕.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “จัดแถว” ให้ทหารทุกคนทา ั ่ ิการจัดแถวใหม่ ณ ทีเดิม โดยให้ทุกคนสะบัดหน้าไปทางหัวแถวพร้อมกับยกมือซ้ายเท้าสะเอว ่(เมือเข้าแถว ปิดระยะอยู่ ) แล้วทาการจัดแถวใหม่ดวยวิธการเช่นเดียวกับการปฏิบตในครังแรก และ ่ ้ ี ั ิ ้เมือผูฝึกเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วก็ให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดมือทีเท้าสะเอว หรือ ่ ้ ่ ิ ่แขนซ้ายทีเหยียดออกไปทางข้างแล้วแต่กรณีลง ่ และสะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะของท่าตรง ่ตามเดิมแล้วนิ่ง ๒๘.๕.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึกในการสังจัดแถวใหม่แต่ละครังนัน หลังจาก ้ ่ ้ ้ทีผฝึกบอก “นิ่ง” แล้วแต่เห็นว่าแถวยังไม่เรียบร้อยควรจะจัดแถวใหม่ การสังจัดแถวใหม่ในกรณีเช่นนี้ ่ ู้ ่อาจจะสังให้แถว “พัก” ก่อนหรือไม่กได้ แต่กรณีทได้มการสัง่ “พัก” ไปก่อนแล้วถ้าจะสัง่ “จัดแถว” ่ ็ ่ี ีใหม่ จะต้องสัง่ “แถวตรง” ก่อนเสมอ ๒๘.๕.๒ การเปิดระยะ เมือผูฝึกประสงค์จะให้แถวทหารไม่ว่าจะเป็นแถวหน้ากระดาน ่ ้กีแถวก็ตาม ซึงแต่เดิมเข้าแถวปิดระยะอยู่ ให้ขยายแถวออกไปหรือเปลียนเป็นแถวปิดระยะ ณ ทีเดิม ่ ่ ่ ่นัน ให้ผฝึกใช้คาบอกและมีการปฏิบตดงต่อไปนี้ ้ ู้ ั ิ ั เมือประสงค์จะให้ขยายแถวตังแต่ทายแถวออกไปทางหัวแถวโดยตลอดใช้คาบอก “ท้ายแถว ่ ้ ้เป็นหลัก, เปิดระยะ, จัดแถว” ๗๙
  • 81. - ๘๐ - เมือประสงค์จะให้ขยายแถวตังแต่ทหารคนใดคนหนึ่งทีอยูตรงกลางแถวออกไปทังทางหัวแถว ่ ้ ่ ่ ้และทางท้ายแถวโดยตลอดให้ผฝึกเคลื่อนทีไปยืนอยูตรงหน้าของผูนนในระยะห่างประมาณ ๖ ก้าว ู้ ่ ่ ้ ั้แล้วใช้มอขวาชีไปยังผูนนและใช้คาบอก “คนนี้เป็นหลัก, เปิดระยะ, จัดแถว” ื ้ ้ ั้ ๒๘.๕.๒.๒ การปฏิบติ ั ๒๘.๕.๒.๒.๑ การเปิดระยะจากหัวแถว เมือทหารได้ยน ่ ิคาบอก “หัวแถว เป็นหลัก, เปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนในแถวขยายแถวจากคนหัวแถวซึงเป็น ่หลักออกไปทางท้ายแถวโดยเร็ว ด้วยการเหยียดแขนซ้ายออกไปทางข้างเสมอแนวไหล่ (ยกเว้นคนท้ายแถวสุดไม่ตองเหยียดแขน) ้ และสะบัดหน้าไปทางขวา เพื่อทาการจัดแถวในลักษณะการเช่นเดียวกันกับการจัดแถวเปิดระยะตามทีกล่าวแล้ว เมือเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ ่ ่ ่ยินคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดแขนทีเหยียดไปทางซ้ายลงพร้อมกับสะบัดหน้ากลับไปอยูในลักษณะของ ่ ่ท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ๒๘.๕.๒.๒.๒ การเปิดระยะจากท้ายแถว เมื่ อทหารได้ยนคา ิบอก “ท้ายแถว เป็นหลัก , เปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนขยายแถวจากคนท้ายแถวซึงเป็นหลัก ่ออกไปทางหัวแถวโดยเร็วด้วยการให้คนท้ายแถวยืนอยูในท่าตรง ณ ทีเดิม และตังแต่คนทีอยูตดกับ ่ ่ ้ ่ ่ ิคนท้ายแถวขึนไปจนถึงคนหัวแถวให้เหยียดแขนซ้ายออกไปทางข้างเสมอแนวไหล่ และสะบัดหน้าไป ้ทางซ้าย เพื่อทาการจัดแถวเช่นเดียวกับการจัดแถวเปิดระยะตามทีได้กล่าวมาแล้ว ่ (จะมีผดกันก็ ิตรงทีสะบัดหน้าไปทางซ้ายเท่านันเพราะคนหลักอยูทางซ้าย) และเมือเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วให้สง่ั ่ ้ ่ ่“นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดแขนซ้ายทีเหยียดออกไปทางซ้ายลงพร้อมกับสะบัดหน้า ่ ิ ่กลับมาอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๒๘.๕.๒.๒.๓ การเปิดระยะจากกลางแถว เมือทหารได้ยน ่ ิคาบอก “คนนี้เป็นหลัก, เปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนขยายแถวจากคนทีผฝึกชีให้เป็นคนหลัก ่ ู้ ้ออกไปทังทางหัวแถว และเส้นทางท้ายแถวโดยเร็วด้วยการเหยียดแขนซ้ายออกไปทางข้างเสมอแนว ้ไหล่ (ยกเว้นคนท้ายแถวไม่ตองเหยียดแขน) คนทีถูกกาหนดให้เป็นคนหลักก็เหยียดแขนซ้ายด้วย ้ ่โดยคนทีอยูทางขวาของคนหลักสะบัดหน้าไปทางซ้าย และคนทีอยูทางซ้ายของคนหลักสะบัดหน้าไป ่ ่ ่ ่ทางขวา ส่วนคนหลักให้มองตรงหน้า ทังผูทสะบัดหน้าไปทางซ้ายและสะบัดหน้าไปทางขวาต่างก็จด ้ ้ ่ี ัแถวในลักษณะเช่นเดียวกับการจัดแถวเปิดระยะตามทีกล่าวแล้ว (ผิดกันตรงทีมทงการสะบัดหน้าไป ่ ่ ี ั้ทางซ้ายและขวาเท่านัน) เมือเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหาร ้ ่ ่ ิลดแขนทีเหยียดออกไปทางซ้ายลง พร้อมกับสะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรง ่ ่แล้วนิ่ง ๒๘.๕.๓ การปิดระยะ เมือผูฝึกประสงค์จะให้แถวทหารไม่ว่าจะเป็นแถวหน้ากระดานกี่ ่ ้แถวก็ตามซึงแต่เดิมเข้าแถวเปิดระยะอยู่ ให้ปิดระยะ เข้ามาหรือเปลียนเป็นแถวปิดระยะ ณ ทีเดิมนัน ่ ่ ่ ้ให้ผฝึกใช้คาบอกและมีการปฏิบตดงนี้ ู้ ั ิ ั ๒๘.๕.๓.๑ คาบอกเมือประสงค์จะให้ปิดระยะจากท้ายแถวขึนมาทางหัวแถว ่ ้โดยตลอดให้ใช้คาบอก “หัวแถวเป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” ๘๐
  • 82. - ๘๑ - เมือประสงค์จะให้ปิดระยะจากทางหัวแถวลงไปทางท้ายแถวโดยตลอด ่ ให้ใช้คาบอก“ท้ายแถวเป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” เมือประสงค์จะให้ปิดระยะทังจากทางหัวแถวและทางท้ายแถวเข้ามายังทหารคนใดคนหนึ่ง ่ ้ทีอยูตรงกลางแถว ให้ผฝึกเคลื่อนทีไปยืนอยูตรงหน้าของทหารผูนน ในระย ะห่างประมาณ ๖ ก้าว ่ ่ ู้ ่ ่ ้ ั้แล้วใช้มอขวาชีไปยังผูนนและใช้คาบอก “คนนี้เป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” ื ้ ้ ั้ ๒๘.๕.๓.๒ การปฏิบติ ั ๒๘.๕.๓.๒.๑ การปิดระยะไปทางหัวแถว เมือทหารได้ยน ่ ิคาบอก “หัวแถวเป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนปิดระยะขึนไปทางหัวแถวโดยเร็ว ด้วย ้การยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอวและสะบัดหน้าไปทางขวา เพื่อทาการจัดแถวในลักษณะการเช่นเดียวกับ ้การจัดแถวปิดระยะตามทีได้กล่าวแล้วเมือผูฝึกเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก ่ ่ ้ ่ ิ“นิ่ง” ให้ทหารลดมือซ้ายลงพร้อมกับสะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๒๘.๕.๓.๒.๒ การปิดระยะไปทางท้ายแถว เมือทหารได้ยนคา ่ ิบอก “ท้ายแถวเป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนปิดระยะลงไปทางท้ายแถวโดยเร็ว ด้วยการให้คนท้ายแถวยืนอยูในท่าตรง ณ ทีเดิม คนทียนอยูตดกับคนท้ายแถวขึนไปจนถึงหัวแถว ่ ่ ่ ื ่ ิ ้ให้ยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอวและสะบัดหน้าไปทางซ้าย (ผิดกันตรงทีสะบัดหน้าไปทางซ้ายเท่านัน) เมือ ้ ่ ้ ่ผูฝึกเห็นว่าทหารจัดแถวเรียบร้อยแล้วให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดมือซ้ายลงพร้อม ้ ่ ิกับสะบัดหน้ากลับมาอยูในท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๒๘.๕.๓.๒.๓ การปิดระยะไปทางกลางแถว เมือทหารได้ยนคา ่ ิบอก “คนนี้เป็นหลัก, ปิดระยะ, จัดแถว” ให้ทหารทุกคนทีอยูทงทางหัวแถวและทางท้ายแถวปิดระยะ ่ ่ ั้เคียงเข้ามาหาคนทีเป็นหลักโดยเร็ว ด้วยการยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว (ยกเว้นคนทีอยูทาย แถวสุด ) ่ ้ ่ ่ ้คนทีอยูทางซ้ายของคนหลักทังหมดจนถึงปลายแถวให้สะบัดหน้าไปทางขวา คนทีอยูทางขวาของคน ่ ่ ้ ่ ่หลักทังหมดจนถึงหัวแถวให้สะบัดหน้าไปทางซ้ายคนหลักมองตรงหน้า ทังผูทสะบัดหน้าไปทางซ้าย ้ ้ ้ ่ีและสะบัดหน้าไปทางขวา ต่างก็จดแถวในลักษณะเช่นเดียวกันกับการจัดแถวปิดระยะตามทีกล่าว ั ่แล้ว (ผิดกันตรงทีมการสะบัดหน้าไปทางขวาและทางซ้าย เท่านัน ) เมือผูฝึกเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้ว ่ ี ้ ่ ้ให้สง่ั “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดมือซ้ายลงพร้อมกับสะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะ ่ ิ ่ของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ๒๘.๖ การพักและการเลิกแถว ๒๘.๖.๑ การพัก แบ่งการพักออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ การพักในแถวและการพักนอกแถว ๒๘.๖.๑.๑ การพักในแถว คือการพักซึงทหารจ ะต้องทาท่าพักอย่างถูกต้อง ่ตามระเบียบและจะออกไปภายนอกแถวไม่ได้ การพักในแถวกระทาได้เป็น ๓ ท่า คือ ท่าพักตามปกติ, ท่าพักตามระเบียบ, และท่าพักตามสบาย ๘๑
  • 83. - ๘๒ - ๒๘.๖.๑.๑.๑ คาบอก “พัก” “ตามระเบียบ, พัก” “ตามสบาย, พัก” ๒๘.๖.๑.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก ให้ทหารทุกคน ั ่ ิทาท่าพักตามคาบอก เช่นเดียวกับท่าพักทัง ๓ ท่า ซึงได้กล่าวไว้ในบทที่ ๒ ข้อ ๙.๑, ๙.๒ และ ๙.๓ ้ ่ข้างต้น ๒๘.๖.๑.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก เมือผูฝึกสังแถวทหาร “พัก” ้ ่ ้ ่หรือ “ตามระเบียบ, พัก” ไปแล้วก่อนทีจะสังแถวทหารปฏิบตอย่างใดต่อไป ผูฝึกจะต้องสัง่ ่ ่ ั ิ ้“แถว - ตรง” ก่อนเสมอ ๒๘.๖.๑.๒ การพักนอกแถว คือการพักซึงทหารแต่ละคนจะต้อง แยกย้ายกัน ่ออกไปจากแถว ไปหาทีพกผ่อนได้ตามสะดวก ่ ั ๒๘.๖.๑.๒.๑ คาบอก “พักแถว” ๒๘.๖.๑.๒.๒ การปฏิบติ ั ๒๘.๖.๑.๒.๒.๑ เมือทหารได้ยนคาบอก “พัก ่ ิแถว” ให้ทหารทุกคนทีอยูในแถวต่างคนต่างแยกออกไปจากแถวในทันทีและอย่างฉับไวท่าพักแถวนี้ ่ ่ทหารแต่ละคนสามารถทีจะหาทีนงพักได้ตามสะดวก แต่ตองอยูภายในบริเวณทีใกล้เคียงนันและต้อง ่ ่ ั่ ้ ่ ่ ้ไม่ทาเสียงดังอึกทึก ๒๘.๖.๑.๒.๒.๒ เมือได้ยนคาบอก “แถว” ให้ ่ ิทหารทุกคนรีบวิงกลับมาเข้าแถวทีเดิมโดยเร็ว ในรูปแถวเดิม และเมือจัดแถวเรียบร้อยแล้ว ให้อยูใน ่ ่ ่ ่ท่าตรงจนกว่าจะได้รบ คาสังให้ปฏิบตอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป ั ่ ั ิ ๒๘.๖.๑.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก หลังจากทีผฝึกได้สง่ั “พัก ้ ่ ู้แถว” ไปแล้วเมือประสงค์จะให้ทหารกลับมาเข้าแถวตามรูปแถวเดิมใหม่ ให้ผฝึกใช้คาบอก “แถว” ่ ู้เมือทหารได้ยนคาบอก “แถว” ทหารทุกคนจะต้องรีบกลับเข้าแถวทีเดิมและในรูปแถวเดิม และเมือจัด ่ ิ ่ ่แถวเป็ นรูปแถวเรียบร้อยแล้วทหารทุกคนจะต้องอยูในท่าตรงเอง ฉะนันผูฝึกจะสัง่ “แถว - ตรง” อีก ่ ้ ้ไม่ได้แต่ถาผูฝึกเห็นว่าแถวยังไม่ เรียบร้อย จะต้องใช้คาบอก “จัดแถว” และ “นิ่ง” ตามลาดับ ้ ้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าประสงค์จะให้ทหารกลับมาเข้าแถวโดยไม่ใช้รปแถวเดิม ผูฝึกจะต้อง ู ้ใช้วธเี รียกแถวใหม่ ตัวอย่างเช่น รูปแถวเดิมคือ แถวหน้ากระดานสองแถวเปิดระยะ แต่ผฝึกประสงค์ ิ ู้จะให้ทหารกลับมาเข้าแถวใหม่ในรูปแถวหน้ากระดานสองแถวปิดระยะ ผูฝึกจะต้องเรียกแถวใหม่โดย ้ใช้คาบอก “หน้ากระดานสองแถว, ปิดระยะ, มาหาข้าพเจ้า” เป็นต้น ๒๘.๖.๒ การเลิกแถว การเลิกแถวคือการแยกกระจายกันออกไปจากแถวแล้วไม่ตอง ้กลับมาเข้าแถวอีก ๒๘.๖.๒.๑ คาบอก “เลิกแถว” ๒๘.๖.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอกว่า “เลิกแถว” ให้ทหารทุกคนที่ ั ่ ิอยูในแถวแยกกระจายกันออกไปจากแถวโดยเร็ว ่ ๘๒
  • 84. - ๘๓ - ๒๘.๖.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ก่อนทีผฝึกหรือผูควบคุมแถวจะบอกคา ้ ่ ู้ ้“เลิกแถว” จะต้องสังเกตให้แน่ชดว่าทหารในแถวไม่ได้อยูในท่าพักตามระเบียบ, ท่าพักตามปกติหรือ ั ่ท่าพักตามสบาย แต่ถาทหารในแถวอยูในท่าพั กดังกล่าวแล้ว ให้ผฝึกสัง่ “แถว - ตรง” เสียก่อนแล้ว ้ ่ ู้จึงให้คาบอก “เลิกแถว”๒๙. แถวตอน แถวตอนคือรูปแถวทีมความลึก (จากหน้าไปหลัง) มากกว่าความกว้าง (จากขวาไปซ้าย) แถว ่ ีตอนแบ่งออกได้เป็น ๒ รูปแถว คือ แถวตอนเรียงหนึ่ง และแถวตอนตังแต่สองแถวขึนไป ้ ้ ๒๙.๑.๑ คาบอก “ตอนเรียงหนึ่ง, มาหาข้าพเจ้า” ๒๙.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “ตอนเรียงหนึ่ง, มาหาข้าพเจ้า” ให้ทหารรีบวิงไป ั ่ ิ ่หาผูเรียกแถวโดยเร็ว คนสูงทีสุดของแถวเป็นคนหลักต้องยืนอยูขางหน้าและห่างจากผูเรียกแถว ้ ่ ่ ้ ้ประมาณ ๖ ก้าว โดยยืนให้ตรงหน้ าและให้แนวไหล่ขนานกับแนวไหล่ของผูเรียกแถว ต่อจากนันให้ ้ ้ทหารคนอื่น ๆ เข้าแถวเรียงตามลาดับไหล่ซอนกันลงไปทางข้างหลังคนหลัก (ทางลึก) จากคนสูงลง ้ไปหาต่าจนถึงท้ายแถวและตรงคอกับคนข้างหน้าเว้นระยะต่อระหว่างบุคคลประมาณ ๑ เมตร โดยให้คนทีอยูขางหลังโน้มตัวแล้วยกแขนซ้ายเหยียดตรงไปข้างหน้า แขนสูงเสมอแนวไหล่น้วทังห้าเรียงชิด ่ ่ ้ ิ ้ ่ติดกันและคว่าฝามือลง ให้ปลายนิ้วแตะหลังคนข้างหน้า เมือได้ระยะต่อประมาณ ๑ เมตร แล้วให้ลด ่แขนลงมาอยูขางลาตัว การจัดแถวให้คนทีอยูถดลงไป ข้างหลังเป็นผูจดแถว โดยยืนให้ตรงคอและให้ ่ ้ ่ ่ ั ้ัแนวไหล่ขนานกับแนวไหล่ของคนทียนอยูขางหน้า แล้วใช้สายตาเล็งผ่านไปยังคนทีสองข้างหน้า โดย ่ ื ่ ้ ่ไม่ให้มองเห็นคนทีสามซึงอยูต่อจากคนทีอยูขางหน้าของตนเองและคนทีอยูทางหัวแถวทังหมด ่ ่ ่ ่ ่ ้ ่ ่ ้ เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนอยูในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ิ ่ ๖ ก้าว ระยะต่อ ๑ เมตร รูปที่ ๕๒ แถวตอนเรียงหนึ่ ง ๘๓
  • 85. - ๘๔ - ๒๙.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๙.๑.๓.๑ ในการเรียกแถวนัน ผูเรียกแถวจะต้องยืนอยูในลักษณะของท่าตรงหันหน้า ้ ้ ่ไปในทิศทางทีตองการจะให้ทหารมาตังแถว แล้วจึงใช้คาบอก “ตอนเรียงหนึ่ง, มาหาข้าพเจ้า” ่ ้ ้ ๒๙.๑.๓.๒ เมือเรียกแถวแล้วให้ผเรียกแถว ตรวจการจัดแถวด้วยการใช้สายตาและ ่ ู้คาพูดประกอบ ๒๙.๑.๓.๓ เมือผูเรียกแถวเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้วจึงให้ใช้คาบอก “นิ่ง” ่ ้ ๒๙.๑.๓.๔ หลังจากทีผเรียกแถวได้สง่ั “นิ่ง” ไปแล้ว ถ้าเห็นว่าแถวยังไม่เรียบร้อยและ ่ ู้ประสงค์จะให้ทหารในแถวจัดแถวใหม่กให้ผเรียกแถวใช้คาบอกเพื่อการจัดแถวใหม่ว่า “จัดแถว” เมือ ็ ู้ ่ทหารได้ยนคาบอก “จัดแถว” ให้ทหารปฏิบตท่าจัดแถวใหม่และเมือเห็นว่าเรียบร้อยแล้วให้ผเรียก ิ ั ิ ่ ู้แถวใช้คาบอกต่อไปว่า “นิ่ง” ๒๙.๑.๓.๕ ในกรณีทผเรียกแถวเห็นว่า คนหลัก ของแถวจัดระยะต่อระหว่างผูเรียก ่ ี ู้ ้แถว ไม่ได้ตามเกณฑ์ทกาหนด เช่น มากกว่าหรือน้อยกว่า ๖ ก้าวเกินไป ผูเรียกแถวจะต้องสังแถว ่ี ้ ่โดยใช้คาบอก “นิ่ง” เสียก่อนแล้วจึงใช้วธเี รียกแถวใหม่เท่านัน ิ ้ ๒๙.๒ แถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไป (รูปที่ ๕๓) ้ ้ ๖ ก้าว ระยะต่อ ๑ เมตร คนทางขวา ยกมือซ้ายเท้าสะเอว รูปที่ ๕๓ แถวตอนเรียงสอง แถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไปก็คอ แถวตอนเรียงหนึ่งหลาย ๆ แถว ทีเข้าแถวเรียงลาดับกัน ้ ้ ื ่ไปจากแถวหลักออกไปทางซ้ายมีจานวนตังแต่สองแถวขึนไปเช่นมีสองแถว, สามแถว, สีแถว ฯลฯ ้ ้ ่ ๘๔
  • 86. - ๘๕ -เป็นต้น เมือจะเรียกแถวจะต้องเรียกชื่อแถวตามจานวนแถวทีตองการเช่นแถวตอนเรียงสอง , แถว ่ ่ ้ตอนเรียงสาม, แถวตอนเรียงสี่ เป็นต้น ๒๙.๒.๑ คาบอก “ตอนเรียง. . . . . . . . . .มาหาข้าพเจ้า” ๒๙.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “ตอนเรียง. . . . . . . .มาหาข้าพเจ้า” ให้ทหารรีบ ั ่ ิวิงไปเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งเคียงกันไปให้ครบตามจานวนแถวทีผเรียกแถวสัง่ เช่น ถ้าผูเรียกแถวสัง่ ่ ่ ู้ ้“ตอนเรียงสาม, มาหาข้าพเจ้า” ก็ให้ทหารไปเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งเคียงกันสามแถว เป็นต้น โดยให้ยึดถือเอาแถวทีอยูทางขวาสุดเป็นแถวหลัก เพราะฉะนันจึงถือว่าคนหัวแถวของแถวทางขวาสุดเป็น ่ ่ ้คนหลักของรูปแถว ตามปกติทหารคนทีมความสูงทีสุดจะต้องทาหน้าทีเป็นคนหลักของรูปแถวและ ่ ี ่ ่จะต้องรีบวิงไปยืนอยูขางหน้าและห่างจากผูเรียกแถวประมาณ ๖ ก้าว โดยยืนให้ตรงหน้าและให้แนว ่ ่ ้ ้ไหล่ขนานกับแนวไหล่ของผูเรียกแถว พ ร้อมกับยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอวไว้ สายตามองตรงไป ้ ้ข้างหน้า คนทีมความสูงรองลงไปให้ทาหน้าทีเป็นหลักของแถวทีสอง , สาม, สี่ ฯลฯ ไปตามลาดับจน ่ ี ่ ่ครบจานวนแถวทีตองจัด คนหัวแถวพวกนี้จะไปยืนเข้าแถวต่อไปทางซ้ายคนหลักของรูปแถว ส่วน ่ ้ของรูปแถวทีทหารยืนเคียงข้างกันอยูนันจะมีกคนก็ตามเราเรียกว่า ตับ การจัดแถวหน้าตับคงจัด ่ ่ ้ ่ีเช่นเดียวกันกับการจัดแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะ คือการสะบัดหน้าไปทางขวาและยกมือ ่ซ้ายขึนเท้าสะเอวไว้ ยกเว้นแถวทางปีกซ้ายสุดไม่ตองยกมือซ้ายขึนสะเอว (ในกรณีจดแถวตอนเรียง ้ ้ ้ ัสอง - แถวทางปีกซ้ายก็ไม่ตองยกมือซ้ายเท้าสะเอวเช่นเดียวกัน) ้ เมือคนทีเป็นหลักในตับหน้าสุดเข้าแถวในจุดทียนเสร็จแล้วให้ทหารคนอื่น ๆ รีบวิงไปเข้าแถว ่ ่ ่ ื ่เรียงซ้อนหลังจากคนหลักของแต่ละแถวลงไปทางลึกตามลาดับไหล่จากสูงไปต่าจนถึงท้ายแถว แต่ละแถวคงมีลกษณะการเข้าและการจัดแถว เช่นเดียวกัน ั การเข้าแถวและการจัดแถวตอนเรียงหนึ่งกล่าวคือให้ยกแขนซ้ายเหยียดออกไปข้างหน้า และโน้มตัวท่อนบนเล็กน้อยให้ปลายนิ้วมือแตะหลังคนข้างหน้า เพื่อจัดระยะต่อโดยประมาณแล้วเอามือลง จากนันเฉพาะคนทีอยูแถวทางขวาให้ยกมือซ้าย ้ ่ ่เท้าสะเอวค้างไว้ (เว้นคนทีอยูในแถวทางปีกซ้ายสุดไม่ตองยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว) และในแต่ละตับ ่ ่ ้ ้จะต้องจัดแถวให้เสมอกันและสะบัดหน้าไปทางขวา (เว้นคนทีอยูทางขวาสุดให้มองตรงหน้า) หลัก ่ ่สาคัญในการจัดแถวตอนคือต้องยืนให้ตรงคอคนหน้าเป็นสาคัญ เมือทหารได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารทุกคนทียกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว,ทีสะบัดหน้าไปทางขวา ่ ิ ่ ้ ่หรือทังทียกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว และสะบัดหน้าไปทางขวายกมือทีเท้าสะเอวลง, สะบัดหน้ากลับ, ้ ่ ้ ่หรือทังลดมือซ้ายลง และสะบัดหน้ากลับแล้วแต่กรณีไปอยูในลักษณะท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิง ้ ่ ่ ๒๙.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๙.๒.๓.๑ คงยึดถือหลักเกณฑ์ในการใช้คาบอกและการปฏิบตเช่นเดียวกับการฝึก ั ิแถวตอนเรียงหนึ่งทุกประการ ๒๙.๒.๓.๒ การจัดแถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไป ผูฝึกควรเน้นให้ผรบการฝึกเข้าใจ ้ ้ ้ ู้ ัด้วยว่า ๒๙.๒.๓.๒.๑ คนหลักของรูปแถวคือคนทีอยูหวแถวของแถวทางขวาสุด ่ ่ ัส่วนคนทีอยูหวแถวทางซ้ายต่อ ๆ ไปนัน ไม่ถอว่าเป็นคนหลักของรูปแถว แต่เป็นคนหลักของแต่ละ ่ ่ ั ้ ื ๘๕
  • 87. - ๘๖ -แถวนัน ๆ เท่านัน การยืนเป็นหลักของคนหัวแถวแต่ละแถวนัน จะต้องถือเอาระยะเคียงจากคนหลัก ้ ้ ้ของรูปแถว แล้วจัดแนวหน้ากระดาน (หน้าตับ) ให้ได้ตามเกณฑ์ทกาหนดแล้วยืนนิ่งเป็นหลักไว้ ่ี ๒๙.๒.๓.๓ การจัดแถวของตับหลัง ๆ นัน สิงสาคัญทีจะต้องยึดเป็นหลัก คือ ้ ่ ่ ก) จัดระยะต่อให้ได้ประมาณ ๑ เมตร ข) ยืนให้ตรงคอคนหน้า ค) ทุกตับจะต้องจัดแนวหน้าตับให้เสมอกัน (ปลายเท้าเสมอกัน)แล้วจัดแถวด้วยการสะบัดหน้าไปทางขวา (เว้นคนทีอยูขวาสุด) และยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว (เว้นคน ่ ่ ้ทีอยูทางซ้ายสุด) ่ ่ สาหรับระยะเคียงระหว่างบุคคลทีอยูในแต่ละตับนัน ไม่จาเป็นจะต้องคานึงว่าแขนขวาของคน ่ ่ ้ทางซ้ายจะต้องไปแตะกับปลายข้อศอกของคนทีอยูทางขวาหรือไม่ เพราะถือเอาการยืนตรงคอคน ่ ่หน้าเป็นสาคัญ ๒๙.๓ การแยกคู่ขาด เมือทหารเข้าแถวตอนตังแต่ตอนเรียงสองขึนไป เ มือจัดแล้วมีการ ่ ้ ้ ่ขาดจานวนไม่ครบทุกตับ กล่าวคือแถวตอนแต่ละแถวมีจานวนทหารไม่เท่ากัน ไม่สามารถจัดให้เต็มตับได้ทุกตับตลอด ท้ายแถว ในการเข้าแถวให้ถอเอาแถวทางขวาเป็นแถวหลักโดยจะต้องเข้าให้เต็ม ืไม่มจานวนขาด ส่วนจานวนทีขาดไปนันให้แยกคู่ขาดไว้ททายแถวของแถวทีอ ยูทางซ้ายสุด หรือแถว ี ่ ้ ่ี ้ ่ ่ทีอยูตรงกลาง ถ้าสามารถกระทาได้ให้พยายามปิดแถวทางปีกซ้ายสุดและตับสุดท้ายของแถวไว้ให้ ่ ่เต็มด้วย ตัวอย่างการแยกคู่ขาดแถวตอนแบบต่าง ๆ ทีแสดงไว้ในรูปที่ ๕๔ ่ ๘๖
  • 88. - ๘๗ -ก. แถวตอนเรียงสอง--- ข. แถวตอนเรียงสาม--- ค. แถวตอนเรียงสาม--- ---- ขาดหนึ่ง ----ขาดหนึ่ง ----ขาดสองก. แถวตอนเรียงสี---- ่ ข. แถวตอนเรียงสี---- ่ ค. แถวตอนเรียงสี---- ่ ----ขาดหนึ่ง ----ขาดสอง ----ขาดสาม รูปที่ ๕๔ การแยกคู่ขาดแถวตอน ๘๗
  • 89. - ๘๘ - ๒๙.๔ การนับ การนับแบ่งเป็น ๓ ลักษณะ คือ การนับตามปกติ, การนับตามจานวนทีกาหนด ่และการนับทังแถว ้ ๒๙.๔.๑ การนับตามปกติ ๒๙.๔.๑.๑ คาบอก “นับ” ๒๙.๔.๑.๒ การปฏิบติ เมือทหารในแถวได้ยนคาบอก “นับ” ให้คนทีอยูหวแถว ั ่ ิ ่ ่ ั(ถ้าเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง) หรือคนทีอยูหวแถวของแถวทางขวาสุด (แถวตอนเรียงสองขึนไป) เริม ่ ่ ั ้ ่นับ “หนึ่ง” ด้วยการออกเสียงดังชัดเจน เสียงห้วนสัน ๆ พร้อมกับสะบัดหน้าไปทางขวา เมือสินเสียง ้ ่ ้นับแล้วให้สะบัดหน้ากลับมาอยูในลักษณะท่าตรงตามเดิมทันที ทหารคนอื่นๆ ทีอยูถดจากคนหัวแถว ่ ่ ่ ัต่อลงไปทางหลัง นับต่อจากคนหัวแถวเรียงตามลาดับหมายเลขไปจนกว่าจะถึงคนท้ายแถว เช่น“ สอง” “สาม” “สี” “ห้า” “หก” “เจ็ด” ฯลฯ เป็นต้น โดยวิธสะบัดหน้าไปนับแล้วสะบัดหน้ากลับ ่ ีเช่นเดียวกับคนหัวแถว เว้นคนสุดท้ายของแถวไม่ตองสะบัดหน้า ้ ในกรณีทเี่ ป็นแถวตอนเรียงสองขึนไป ซึงมีการแยกคู่ขาดไว้ในทางตอนท้ายแถว เมือคน ้ ่ ่สุดท้ายแถวทางขวาสุดนับสินเสียงลงแล้ว ให้คนทีอยูสุดท้ายของแถวทางปีกซ้ายสุดเป็นผูขานจานวน ้ ่ ่ ้ทีขาดขึนดัง ๆ โดยไม่สะบัด หน้า เช่นขานว่า “ขาดหนึ่ง” “ขาดสอง” “ขาดสาม” เป็นต้น ถ้าไม่มแยก ่ ้ ีคู่ขาดก็ไม่ตองขาน ้ ๒๙.๔.๒ การนับตามจานวนที่กาหนด ๒๙.๔.๒.๑ คาบอก ผูควบคุมแถวต้องการให้นบตามจานวนทีตองการเท่าใดก็จะ ้ ั ่ ้สังให้นบเท่านัน เช่น “นับสอง, นับ” หรือ “นับสาม, นับ” หรือ “นับห้า, นับ” เป็นต้น ่ ั ้ ๒๙.๔.๒.๒ การปฏิบติ เมือทหารในแถวได้ยนคาบอก ให้ทหารนับตามจานวนที่ ั ่ ิผูเรียกแถวบอก โดยให้เริมนับจากคนหัวแถวก่อนในลักษณะการเช่นเดียวกับการนับตามปกติทกล่าว ้ ่ ่ีในข้อ ๒๙.๔.๑ ข้างต้น โดยนับเรี ยงลาดับหมายเลขไปตามจานวนทีผเรียกแถวบอกเมือนับครบตาม ่ ู้ ่จานวนทีผเรียกแถวบอกแล้วคนต่อไปจะต้องเริมนับ “หนึ่ง” ใหม่ ตัวอย่างเช่นผูเรียกแถวบอกให้นบ ่ ู้ ่ ้ ัสองว่า “นับสอง, นับ” ทหารจากหัวแถวจะต้องนับ “หนึ่ง - สอง” “หนึ่ง - สอง” “หนึ่ง - สอง” ไปจนกว่าจะถึงคนท้ายแถว เป็นต้น สาหรับการนับตามจานวนทีกาหนดนี้ ถ้าเป็นแถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไปทีมการแยก ่ ้ ้ ่ ีคู่ขาดไว้ในทางตอนท้ายแถว การนับในกรณีน้ีไม่ตองขานคู่ขาด ้ ๒๙.๔.๓ การนับทังแถว (รูปที่ ๕๕) ้ ๒๙.๔.๓.๑ คาบอก “นับตลอด, นับ” ๒๙.๔.๓.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “นับตลอด, นับ” ให้คนหลักของ ั ่ ิรูปแถวเริมนับ “หนึ่ง” ในลักษณะเช่นเดียวกับการนับตามปกติของแถวหน้ากระดาน ทหารคนต่อ ๆ ่ไปของหน้าตับทางซ้ายคงนับเรียงตามลาดับหมายเลขกันไปโดยตลอด ด้วยการนับพร้อมกับสะบัดหน้าไปทางซ้าย เมือคนซ้ายสุดของตับหน้านับแล้ว ให้คนทางซ้ายสุดของตับทีสองเป็นผูเริมต้นนับต่อ ่ ่ ้ ่โดยนับตามลาดับหมายเลขต่อจากคนซ้ายสุดของตับทีหนึ่งและนับต่อไปทางขวา ่ (สะบัดหน้าไปทางขวา) จนกว่าจะถึงคนขวาสุดของตับทีสอง เมือคนขวาสุดของตับทีสองนับแล้ว ให้คน ขวาสุดของ ่ ่ ่ ๘๘
  • 90. - ๘๙ -ตับทีสามเป็นผูเริมนับต่อตามลาดับหมายเลขจากคนขวาสุดของตับทีสาม ในลักษณะเช่นเดียวกับคน ่ ้ ่ ่ขวาสุดของตับทีหนึ่งโดยการนับและสะบัดหน้าไปทางซ้าย กระทาในลักษณะเช่นนี้สลับกันไปจนกว่า ่จะหมดจานวนคนของทุกตับทีมอยูในแถว ่ ี ่ ถ้ามีการแยกคู่ขาดไว้กให้นบข้ามคู่ขาดไปคนนับคน ็ ัสุดท้าย ไม่ตองสะบัดหน้า ้ ๒๙.๔.๓.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๒๙.๔.๓.๓.๑ ในการฝึกนันผูฝึกควรเน้นให้ผรบการฝึกทราบด้วยว่า ้ ้ ู้ ัในกรณีทเี่ ป็นการนับของแถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไป ไม่ว่าจะเป็นการ นับตามปกติหรือการนับตาม ้ ้จานวนทีกาหนดก็ตาม ให้ยดถือเป็นหลักว่าเมือได้ยนคาบอกให้นบ ให้ทหารเฉพาะทีอยูแถวทางปีก ่ ึ ่ ิ ั ่ ่ขวาสุดเท่านันเป็นผูนบ ส่วนทหารในแถวอื่น ๆ ไม่ตองนับนอกจากการขานคู่ขาด ้ ้ ั ้ (เมือมีแยกคู่ ่ขาดไว้) โดยให้ทหารคนสุดท้ายของแถวทางปีกซ้ายสุด เป็นผูขานคู่ขาด (เฉพาะการนับตามปกติ) ้ ๒๙.๔.๓.๓.๒ ข้อแนะนาในเรืองอื่น ๆ ให้ยดถือปฏิบตเช่นเดียวกับที่ ่ ึ ั ิได้กล่าวไว้ในข้อ ๒๘.๔.๔ ข้างต้น ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๖ ๗ ๘ ๑๒ ๑๑ ๑๐ ๙ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๒๐ ๑๙ ๑๘ ๑๗ ๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๖ ๒๕ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ รูปที่ ๕๕ ตัวอย่างการนับทังแถวของแถวตอนเรียงสี่ ้ ๒๙.๕ การจัดแถว เมือผูฝึกเรียกแถว , ตรวจแถว และสังแถวนิ่งแล้ว แต่เห็นว่าแถวยังไม่ ่ ้ ่เรียบร้อย ผูฝึกจะสังจัดแถวใหม่อกก็ได้ และมีการปฏิบตดงนี้ ้ ่ ี ั ิ ั ๒๙.๕.๑ คาบอก “จัดแถว” ๒๙.๕.๒ การปฏิบติ เมือทหารได้ยนคาบอก “จัดแถว” ให้ทหารทุกคนจัดแถวใหม่ ณ ั ่ ิทีเดิมโดยให้ทุกคนยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว, สะบัดหน้าไปทางขวา (เว้นคนทีไม่ตองสะบัดหน้าคือคน ่ ้ ่ ้หัวแถวทางขวาสุดแต่ตองยกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว และคนทางในแถวซ้ายสุดสะบัดหน้าไปทางขวาแต่ ้ ้ ๘๙
  • 91. - ๙๐ -ไม่ตองยกมือซ้ายเท้าสะเอว) แล้วทาการจัดแถวใหม่ดวยวิธการเช่นเดียวกับการจัดแถวในครังแรก ้ ้ ี ้เมือผูฝึกเห็นว่าแถวเรียบร้อยแล้ว ให้ผฝึกสัง่ “นิ่ง” เมือได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ทหารลดมือซ้ายลง และ/ ่ ้ ู้ ่ ิหรือสะบัดหน้ากลับไปอยูในลักษณะของท่าตรงตามเดิมอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๒๙.๕.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ในการสังจัดแถวใหม่แต่ละครังนัน หลังจากทีผฝึกสัง่ ้ ่ ้ ้ ่ ู้“นิ่ง” แล้ว แต่เห็นว่าแถวยังไม่เรียบร้อยควรจะจัดแถวใหม่ การสังจัดแถวในกรณีน้ี อ าจจะสัง่ “พัก” ่ก่อนหรือไม่กได้แต่ถามีการสัง่ “พัก” ก่อน ถ้าจะสังจัดแถวใหม่จะต้องสัง่ “แถว - ตรง” ก่อนเสมอ ็ ้ ่ ๒๙.๖ การพักและการเลิกแถว การพักและการเลิกแถวเมือเข้าแถวตอนคงมีวธและหลักการ ่ ิีปฏิบตเช่นเดียวกับการพักและการเลิกแถวของแถวหน้ากระดาน ตามรายละเอียดทีกล่าวไว้ใน ข้อ ั ิ ่๒๗.๖ ข้างต้นทุกประการ๓๐. การตรวจแถว ตามปกติเมือผูเรียกแถวอยู่ ณ ทีแห่งใด เมือใช้คาบอกเรียกแถวแล้วก็มกจะทาการตรวจ ่ ้ ่ ่ ัแถว ณ ทีนน แต่อย่างไรก็ตามในบางกรณี เช่นแถวทหารยาวมากเกินไป ผูเรียกแถวอาจจะตรวจ ่ ั้ ้แถวจากทีแห่งนันได้ไม่ทวถึง ในกรณีเช่นนี้ ผูเรียกแถวอาจใช้วธเี คลื่อนทีไปตรวจแถวก็ได้ ่ ้ ั่ ้ ิ ่ ๓๐.๑ การตรวจแถวหน้ ากระดาน (รูปที่ ๕๖) เมือผูฝึกเรียกแถวเสร็จแล้ว หากมีความ ่ ้ประสงค์จะเคลื่อนทีไปตรวจแถวให้เห็นการปฏิบตอย่างชัดเจนและทัวถึงให้ใช้วธจากจุดทียนเรียกแถว ่ ั ิ ่ ิี ่ ืไปยืนตรวจแถวทีตรงหัวแถวหรือตรงท้ายแถวก็ได้ ถ้าจะไปตรวจแถวทีตรงหัวแถว ก็ให้วงไปหยุด ่ ่ ิ่ลงตรงหัวแถวประมาณห่างจากคนหัวแถว ๒ ก้าว ในแถวเดียวกับแถวหน้า แล้วทาขวาหันเพื่อหันหน้าเข้าหาแถว ถ้าจะไปตรงแถวทีตรงท้ายแถว ก็ให้วงไปหยุดลงตรงปลายแถวในแนวเดียวกับ แถว ่ ิ่หน้าห่างจากคนปลายแถวประมาณ ๒ ก้าว แล้วทาท่าซ้ายหัน เพื่อหันหน้าเข้าหาแถว ต่อจากนันให้ ้ทาการตรวจแถวด้วยการใช้สายตาและใช้คาพูดบอกให้แก้ไขเป็นรายบุคคล ในกรณีทเี่ ป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ถ้าประสงค์จะตรวจแถวหลัง ๆ ต่อไปทีละแถว ก็ให้ใช้วธกาวทางข้ างที ้ ้ ิี้ละก้าว แล้วทาการตรวจและแก้ไข ซึงอาจก้าวไปมาหลายครังก็ได้ เมือทาการตรวจแก้ไขเรียบร้อย ่ ้ ่แล้วผูฝึกจะต้องทาท่าขวาหัน (เมือตรวจหัวแถว) หรือทาท่าซ้ายหัน (เมือตรวจทางท้ายแถว) แล้ววิง ้ ่ ่ ่ออกไปหยุด ณ จุดหนึ่งจุดใดก็ได้ทอยูขางหน้าแถวแต่ทเี่ หมาะสมทีสุดคือป ระมาณกึงกลางแถวและ ่ี ่ ้ ่ ่ห่างจากแถวประมาณ ๖ ก้าว (แต่ถาแถวมีความยาวมาก ๆ ระยะห่างจากหน้าแถวอาจจะเพิมขึน ้ ่ ้มากกว่า ๖ ก้าวก็ได้) หรือไปหยุด ณ จุดเรียกแถวก็ได้ ทังนี้ขนอยูกบผูเรียกแถวจะพิจารณาตาม ้ ้ึ ่ ั ้ความเหมาะสม แต่จะต้องให้สามารถสังแถวให้ทหารได้ยนอย่างทัวถึง ่ ิ ่ ต่อจากนันทา ้ท่าหันเพื่อหันหน้าเข้าหาแถวแล้วจึงใช้คาบอก “นิ่ง” ๙๐
  • 92. - ๙๑ - ๖ ก้าว ๒ ก้าว ทิศทางเคลื่อนทีไปทีตรวจแถว ่ ่ ทิศทางเคลื่อนทีไปสังแถว ่ ่ รูปที่ ๕๖ การตรวจแถวหน้ ากระดาน ในกรณีเคลื่อนไหวอิรยาบถของผูฝึกทุกขันตอนของการตรวจแถวจะต้องปฏิบตให้ถูกต้อง ิ ้ ้ ั ิตามแบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่าตลอดเวลาและอย่างองอาจผึงผาย ่ ๓๐.๒ การตรวจแถวตอน (รูปที่ ๕๖) เมือผูฝึกเรียกแถวเสร็จแล้ว หากมีความประสงค์ทจะ ่ ้ ่ีเคลื่อนทีไปตรวจแถวให้เห็นการปฏิบตอย่างชัดเจนและทัวถึง ผูฝึกอาจจะตรวจแถวได้เป็นสอง ่ ั ิ ่ ้ลักษณะคือ การตรวจแนวแถวตอนและการตรวจแนวตับของแถวตอน ใ นการตรวจแนวแถวตอน ให้ใช้วธจากจุดทียนไปยืนตรวจทีตรงหัวแถว โดยวิงไปหยุดลงตรงหัวแถว ในแนวเดียวกับแถวทางขวา ิี ่ ื ่ ่สุด ห่างจากคนหลักหัวแถวประมาณ ๒ ก้าว ต่อจากนันให้ทาการตรวจแถวด้วยสายตาและใช้ ้คาพูดบอกให้แก้ไขเป็นรายบุคคล ในกรณีทเี่ ป็นแถวตอนตังแต่เรียงสองขึ้ นไป และผูฝึกประสงค์จะ ้ ้ตรวจแถวอื่น ๆ ต่อไปทีละแถว ก็ให้ใช้วธทาท่าก้าวทางข้างไปทีละก้าวแล้วทาการตรวจแก้ไข ทังนี้ ิี ้อาจจะก้าวทางข้างไปมาหลายครังก็ได้ เมือทาการตรวจแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ผูฝึกจะต้องทาท่าหันไป ้ ่ ้ในทิศทางทีตองการไปหยุดยืนเพื่อสังแถว โดยอาจวิงไ ปหยุดสังแถว ณ จุดเรียกแถว หรือประมาณ ่ ้ ่ ่ ่กึงกลางระหว่างหัวแถวกับท้ายแถวด้านใดด้านหนึ่ง ในระยะห่างจากแถวประมาณ ๖ ก้าว (ถ้าแถว ่ตอนมีความลึกมาก ระยะห่างจากแถวอาจเพิมมากกว่า ๖ ก้าวก็ได้) จุดหนึ่งจุดใดดังกล่าวข้างต้นก็ได้ ่ซึงขึนอยูกบผูเรียกแถวจะพิจารณาตามความเหมาะสม หลังจากนันจึงทาท่าหันเข้าหาแถวแล้วใช้คา ่ ้ ่ ั ้ ้บอก “นิ่ง” ๙๑
  • 93. - ๙๒ - ๖ ก้าว ๒ ก้าว ทิศทางเคลื่อนทีไปตรวจแถว ่ ทิศทางเคลื่อนทีไปสังแถว ่ ่ ตรวจแนวแถวก่อนตรวจหน้าตับ รูปที่ ๕๗ การตรวจแถวตอน ในระหว่างทีตรวจแนวแถวตอนเสร็จเรียบร้อยแล้วนัน หากผูฝึกประสงค์จะตรวจแนวตับของ ่ ้ ้แถวตอนอีกก็ยอมกระทาได้ทงการตรวจจากทางด้านขวาหรือด้านซ้ายของแถว โดยทีผฝึกไม่ตอง ่ ั้ ่ ู้ ้ทาท่ากลับหลังหันวิงไปยังจุดยืนเรียกแถว แต่ให้ทาท่าซ้ายหัน (เมือประสงค์จะตรวจจากทางด้านขวา ่ ่ของแถว) หรือขวาหัน (เมือประสงค์จะตรวจจากทางด้านซ้ายของแถว) แล้วทาท่าวิงหรือเดิน ซึง ่ ่ ่ขึนอยูกบระยะทางการเคลื่อนที่ ถ้าระยะทางไม่เกิน ๕ ก้าว สมควรใช้ท่าเดิน หลังจากนันให้ไปหยุด ้ ่ ั ้ตรงจุดทางด้านขวาหรือด้านซ้ายของแถวแล้วแต่กรณี ในแนวเดียวกับตับทีหนึ่งของแถวและห่างจาก ่แถวประมาณ ๒ ก้าว แล้วทาท่าหันเพื่อหันหน้าเข้าหาแถวทหาร ต่อจากนันจึงทาการตรวจแถวใน ้ลักษณะการทีกล่าวมาแล้ว การตรวจให้ตรวจทีละตับ ด้วยวิธการก้าวทางข้างทีละก้าวจนกว่าจะถึงตับ ่ ีท้ายแถวสุด และเมือตรวจถึงตับท้ายแถวสุดแล้ว ทาท่าหันไปในทิศทางทีตองการไปหยุดยืนเพื่อสัง่ ่ ่ ้แถว ณ จุดใดจุดหนึ่งโดยอาจเป็นจุดเรียกแถว หรือประมาณกึงกลางระหว่างหัวแถวกับท้ายแถว ด้าน ่ใดด้านหนึ่ง ในระยะห่างจากแถว ประมาณ ๖ ก้าว (ถ้าแถวตอนมีความลึกมาก ระยะห่างจากแถวอาจเพิมมากกว่า ๖ ก้าว ก็ได้ ) ซึงขึนอยูกบผูเรียกแถวจะพิจารณาตามความเหมาะสม หลังจากนันให้วง ่ ่ ้ ่ ั ้ ้ ิ่ไปหยุด ณ จุดสังแถวทีตองการ แล้วทาท่าหันเพื่อหันหน้าเข้าหาแถวแล้วใช้คาบอ กว่า “ นิ่ง ” การ ่ ่ ้ตรวจแนวตับของแถวตอนควรนาไปใช้เฉพาะกับแถวตอนทีมจานวนแถวมาก ๆ เท่านัน เพราะหน้า ่ ี ้ตับแต่ละตับ จะมีลกษณะเหมือนกับแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะนันเอง ั ่ ่ ๙๒
  • 94. - ๙๓ -๓๑. การเปลี่ยนรูปแถว การเปลียนรูปแถวคือการเปลียนรูปแถว ณ ทีตงและทิศทางต ามแนวรูปแถวเดิมจากรูปแถว ่ ่ ่ ั้หนึ่งไปเป็นรูปแถวหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่มกจะเป็นการเปลียนรูปแถวในระหว่างแถวหน้ากระดานต่อแถว ั ่หน้ากระดาน ด้วยกัน เช่น การเปลียนจากแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิดระยะไปเป็นแถวหน้า ่ ่กระดานสองแถวปิดระยะ หรือเปิดระยะ เป็นต้น หรือการเปลียนรูปแถวระห ว่างแถวตอนต่อแถวตอน ่ด้วยกัน เช่นการเปลียนจากแถวตอนเรียงหนึ่งเป็นแถวตอนเรียงสีเป็นต้น เพราะฉะนันการเปลียนรูป ่ ่ ้ ่แถวจึงแบ่งออกเป็นสองประเภทคือการเปลียนรูปแถวหน้ากระดานและการเปลียนรูปแถวตอน ่ ่ ๓๑.๑ การเปลี่ยนรูปแถวหน้ ากระดาน การเปลียนรูปแถวประเภทนี้สามารถจะกระทาได้เป็น ่๓ ลักษณะคือ ลักษณะแรก การเปลียนรูปแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิด (เปิด) ระยะเป็นแถวหน้า ่ ่กระดานตังแต่สองแถวขึนไป ปิด (เปิด) ระยะ, ลักษณะที่สอง การเปลียนรูปแถวหน้ากระดานตังแต่ ้ ้ ่ ้สองแถวขึนไปปิด (เปิด) ระยะ เป็นแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิ ด (เปิด) ระยะ และลักษณะที่สาม ้ ่การเปลียนรูปแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไป ปิด (เปิด) ระยะ เป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สอง ่ ้ ้ ้แถวขึนไป ปิด (เปิด) ระยะ ทีมจานวนแถวมากกว่าหรือน้อยกว่ารูปแถวเดิม ้ ่ ี ๓๑.๑.๑ คาบอก การใช้คาบอกให้ยดถือเป็นหลักดังนี้คอ เ มือประสงค์จะให้ทหารในแถว ึ ื ่เปลียนรูปแถวไปเป็นแถวอะไรก็ให้กล่าวชื่อแถวทีประสงค์จะจัดใหม่แล้วต่อท้ายแถวคาว่า “จัดแถว” ่ ่โดยไม่ตองคานึงว่ารูปแถวเดิมนันจะเป็นรูปแถวอะไร ตัวอย่างเช่น ผูควบคุมแถวหรือผูฝึกประสงค์จะ ้ ้ ้ ้ให้แถวทหารซึงอยูในแถวหน้ากระดานแถวเดียวเปิดระยะเปลียนรูปแถวเป็นแถวหน้ากระดานสอง ่ ่ ่ ่แถวปิดระยะ ก็ให้ใช้คาบอก “หน้ากระดานสองแถว, ปิดระยะ, จัดแถว” เป็นต้น ๓๑.๑.๒ การปฏิบติ สาหรับการปฏิบตของทหารในแถวนัน คงมีหน้าทีเพียงฟงคาสังจากผู้ ั ั ิ ้ ่ ั ่ควบคุมแถวว่าผูควบคุมแถวจะบอกให้จดแถวในรูปแถวอะไร แล้วจั ดแถวใหม่ให้เป็นไปตามคาบอก ้ ันัน โดยทีคนหลักของรูปแถวจะต้องยืนอยู่ ณ ทีเดิมเสมอ ส่วนการเข้าแถวและจัดแถวใหม่นนคง ้ ่ ่ ั้ปฏิบตในรายละเอียดเช่นเดียวกับทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๘ ข้างต้น ั ิ ่ เมือผูควบคุมแถวตรวจการจัดแถวเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว ผูควบคุมแถวจะใช้คาบอ ก “นิ่ง” ่ ้ ้เมือทหารในแถวได้ยนคาบอก “นิ่ง” ให้ลดมือลงพร้อมกับสะบัดหน้ากลับไปอยูในลักษณะของท่าตรง ่ ิ ่อย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ๓๑.๑.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๓๑.๑.๓.๑ ในขณะทีสงแถวทหารเปลียนรูปแถวใหม่ ผูฝึกหรือผูควบคุมแถว ่ ั่ ่ ้ ้จะต้องยืนอยูณ ทีซงใช้เป็นทีเรียกแถว และอยูในลักษณะท่าตรง หันหน้าเข้าหาแถว ่ ่ ่ึ ่ ่ ๓๑.๑.๓.๒ การเปลียนรูปแถวทีกล่าวในข้อนี้ ไม่ได้หมายความรวมถึงการเปิด ่ ่(ปิด) ระยะ ซึงทหารยังคงอยูในรูปแถวเดิม แต่เป็นการเปลียนรูปแถวตามข้อ ๓๑.๑ ส่วนการเปิด ่ ่ ่(ปิด) ระยะ ให้ยดถือปฏิบตตามรายละเอียดในข้อ ๒๘.๕.๒ และ ๒๘.๕.๓ ข้างต้น ึ ั ิ ๓๑.๑.๓.๓ ในการฝึกการเปลียนรูปแถวหน้ากระดานแถวเดียวเปิด (ปิด) ระยะ ่ ่เป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปปิด (เปิด) ระยะนัน หากผูฝึกหรือผูควบคุมแถวประสงค์จะ ้ ้ ้ ้ ้ ๙๓
  • 95. - ๙๔ -เปลียนรูปแถวจากแถวเดียวเป็นกีแถวก็ตาม ควรสังให้ทหารนับตามจานวนแถวทีตองการจะให้ ่ ่ ่ ่ ่ ้เปลียนเสียก่อน เช่น จะเปลียนรูปแถวไปเป็นแถวหน้ากระดานสามแถว ก็สงให้ทหาร “นับสาม” ่ ่ ั่เสียก่อนเป็นต้น เมือทหารนับสามเรียบร้อยแล้วอธิบายให้ทหารเข้าใจด้วยว่า การเปลียนรูปแถ วจาก ่ ่แถวหน้ากระดานแถวเดียวไปเป็นแถวหน้ากระดานสามแถวนัน ให้คนนับหนึ่งอยูแถวหน้า คนนับสอง ่ ้ ่ไปเข้าแถวทีสอง และให้คนนับสามไปเข้าแถวทีสาม เรียงตามลาดับกันไปเป็นกลุ่ม ๆ จนถึงท้ายแถว ่ ่การปฏิบตดงกล่าวจะช่วยให้ทหารสามารถเปลียนรูปแถวได้รวดเร็ว ไม่สบสน ทังจะทา ให้รปแถวที่ ั ิ ั ่ ั ้ ูเปลียนใหม่มลาดับความสูงต่าได้ลาดับไหล่กนดีดวย ่ ี ั ้ ๓๑.๑.๓.๔ ในการฝึกเปลียนรูปแถว จากแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปปิด ่ ้ ้(เปิด)ระยะ เป็นแถวหน้ากระดานแถวเดียวปิด (เปิด) ระยะนัน ผูฝึกควรจะได้ชแจงให้ทหารเข้าใจด้วย ่ ้ ้ ้ีว่า ทหา รแต่ละคนทียนอยูตรงคอกันในทางลึกนัน ควรจะเปลียนรูปแถวขึนมาเป็นแถวเดียว โดยให้ ่ ื ่ ้ ่ ้ ่คนทีอยูแถวทีสองขึนมาอยูทางซ้ายของคนทีอยูแถวทีหนึ่ง ่ ่ ่ ้ ่ ่ ่ ่ และให้คนทีอยูในแถวทีสามขึนมาอยู่ ่ ่ ่ ้ทางซ้ายของคนทีอยูในแถวทีสอง (ถ้ามีหลายแถวก็คงปฏิบตในลักษณะเดียวกัน) จนกว่าจะถึงปลาย ่ ่ ่ ั ิแถวสุด ๓๑.๑.๓.๕ สาหรับการเปลียนรูปแถวจากแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปปิด ่ ้ ้(เปิด)ระยะ เป็นแถวหน้ากระดานตังแต่สองแถวขึนไปปิด (เปิด) ระยะ ทีมจานวนแถวมากกว่าหรือ ้ ้ ่ ีน้อยกว่ารูปแถวเดิม ทหารทีอยูในแถวหลัง ๆ อาจจะต้องเลื่อนขึ้ ่ ่ นไปอยูทางซ้ายของคนทียนอยู่ ่ ่ ืข้างหน้าตน (ถ้าเปลียนเป็นแถวน้อยกว่า) หรือเลื่อนไปอยูขางหลังของคนทียนอยูทางขวาของตน ่ ่ ้ ่ ื ่(ถ้าเปลียนเป็นแถวมากกว่า) แต่ไม่ถอเป็นกฎตายตัว ควรให้ทหารทราบเพื่อเป็นข้อสังเกต ่ ื ๓๑.๒ การเปลี่ยนรูปแถวตอน การเปลียนรูปแถวตอนสามารถกระทาได้เป็น ๓ ลักษณะ ่เช่นเดียวกับการเปลียนรูปแถวหน้ากระดาน คือ ลักษณะแรก การเปลียนรูปแถวตอนเรียงหนึ่ง เป็น ่ ่แถวตอนเรียงสองขึนไป ลักษณะที่สอง การเปลียนรูปแถวตอนเรียงสองขึนไป เป็นแถวตอนเรียง ้ ่ ้หนึ่ง และ ลักษณะที่สาม การเปลียนรูปแถวตอนเรียงสองขึนไป เป็นแถวตอนเรียงสองทีมจานวน ่ ้ ่ ีแถวมากกว่าหรือน้อยกว่ารูปแถวเดิม ๓๑.๒.๑ คาบอก การใช้คาบอกให้ยดถือเป็นหลักดังนี้คอ เมือประสงค์จะให้ทหารในแถว ึ ื ่เปลียนเป็นรูปแถวอะไร ก็ให้กล่าวชื่อแถวทีประสงค์จะให้จดใหม่แล้วต่อท้ายด้วยคาว่า “จัดแถว” โดย ่ ่ ัไม่ตองคานึงว่ารูปแถวเดิมจะเป็นรูปแถวอะไร ตัวอย่างเช่น จะให้เปลียนรูปแถวเป็นแถวตอนเรียงสาม ้ ่ซึงเดิมทหารอยูในรูปแถวตอนเรียงสอง ก็ให้ใช้คาบอก “ตอนเรียงสาม, จัดแถว” เป็นต้น ่ ่ ๓๑.๒.๒ การปฏิบติ สาหรับการปฏิบตของทหารในแถวนัน คงมีหน้าทีเพียงฟงคาสังจาก ั ั ิ ้ ่ ั ่ผูควบคุมแถวว่าจะบอกให้จดแถวใหม่ในรูปแถวอะไร แล้วจัดแถวใหม่ให้เป็นไปตามคาสังนัน โดยที่ ้ ั ่ ้คนหลักของรูปแถวจะต้องยืนอยู่ ณ ทีเดิมเสมอ ่ ส่วนการเข้าแถวและการจัดแถวก็คงปฏิบติ ัเช่นเดียวกับทีกล่าวไว้ในข้อ ๒๙ ข้างต้น ่ เมือเห็นว่าการจัดแถวกระทาได้เรียบร้อยแล้ว ผูควบคุมแถวจะใช้คาบอก “นิ่ง” เมือทหาร ่ ้ ่ในแถวได้ยนคาบอก “นิ่ง” ก็ให้ทหารทุกคนทียกมือซ้ายขึนเท้าสะเอว สะบัดหน้าไปทางขวา ลดมือที่ ิ ่ ้เท้าสะเอวลงสะบัดหน้ากลับไปอยูในลักษณะท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง ่ ๙๔
  • 96. - ๙๕ - ๓๑.๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๓๑.๒.๓.๑ ในขณะสังแถวทหารเปลียนรูปแถวตอนใหม่ ผูฝึกจะต้องยืนอยู่ ณ ่ ่ ้จุดเรียกแถวเดิมในลักษณะท่าตรงหันหน้าเข้าหาแถว ๓๑.๒.๓.๒ ในการฝึกเปลียนรูปแถวตอนเรียงหนึ่ง เป็นแถวตอนเรียงกีแถวก็ตาม ่ ่การสังให้ทหารนับตามจานวนแถวทีตองการจะให้เปลียนเสียก่อน เช่นต้องการจะให้เปลียนไปเป็น ่ ่ ้ ่ ่แถวตอนเรียงสาม ก็ควรสังให้ทหาร “นับสาม” เสียก่อนเป็นต้น เมือทหารนับสามเรียบร้อยแล้ว ่ ่อธิบายให้ทหารเข้าใจว่า ในการเปลียนรูปแถวตอนเรียงหนึ่งเป็นแถวตอนเรียงสามนัน ให้คนนับหนึ่ง ่ ้อยูในแถวหลักทางปีกขวาสุด คนนับส องเลื่อนขึนไปอยูทางซ้ายของคนนับหนึ่งและให้คนนับสาม ่ ้ ่เลื่อนขึนไปอยูทางซ้ายของคนนับสอง โดยให้ยนเรียงอยูหน้าตับเดียวกัน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ให้ยนเรียง ้ ่ ื ่ ืหน้าตับสามคนในลักษณะเดียวกันจนตลอดถึงท้ายแถว ๓๑.๒.๓.๓ ในการฝึกเปลียนรูปแถวตอนตังแต่เรียงสองขึนไป เป็นแถวตอนเรียง ่ ้ ้หนึ่งนันควรชีแจงให้ทหารมีความเข้าใจว่า ทหารแต่ละคนทียนอยูในแถวด้านซ้ายของแถวหลักในแต่ ้ ้ ่ ื ่ละตับ ควรเปลียนรูปแถวเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง โดยให้คนทีอยูทางด้านซ้ายของคนหลักตามลาดับ ่ ่ ่นัน เลื่อนลงไปยืนต่อข้างหลังของคนทีเคยอยู่ ทางขวาของตนตามลาดับ เหมือนกับเมืออยูในแถว ้ ่ ่ ่ตอนเรียงหนึ่งนันเอง ่ ๓๑.๒.๓.๔ สาหรับการเปลียนรูปแถวจากแถวตอนเรียงสองขึนไป เป็นแถวตอนที่ ่ ้มีจานวนแถวน้อยกว่าหรือมากกว่ารูปแถวเดิม ในการปฏิบตถาเปลียนรูปแถวจากแถวตอนมาก ั ิ ้ ่แถวมาเป็นแถวตอนน้อยแถว ทหารทีอยูในแถวทางปีกซ้ายจะต้องยึดเอาหน้าตับของตนเป็นหลัก ่ ่ ่แล้วเป็ นฝายเปลียนไปยืนอยูขางหลังคนทีเคยอยูทางขวาในตับเดียวกับตน แต่ถาเปลียนรูปแถวจาก ่ ่ ้ ่ ่ ้ ่แถวตอนน้อยแถวเป็ นแถวตอนมากแถว ทหารทียนอยูขางหลังในแต่ละตับ จะต้องเป็ นฝายเปลียนไป ่ ื ่ ้ ่ ่ยืนอยูขางซ้ายในตับเดียวกับคนทีเคยอยูขางหน้าตน แต่อย่างไรก็ตาม จะยึดถือเอาเป็นหลักตายตัว ่ ้ ่ ่ ้ไม่ได้ เพราะว่าทหารบางคนอาจจะต้องยืนอยูในแถวเดิม หรือเพียงแต่ว่าเลื่อนทีขนไปยืนทางหัวแถว ่ ่ ้ึหรือเลื่อนลงมาทางท้ายแถวเท่านัน จึงควรทราบไว้เป็นข้อสังเกตเท่านัน ้ ้ ๓๑.๓ สาหรับการเปลียนรูปแถวจากแถวหน้ากระดานเป็นแถวตอน หรือเปลียนแถวตอนเป็น ่ ่แถวหน้ากระดานนัน ตามปกติจะไม่นิยมทากัน เพราะเหตุว่าการเปลียนรูปแถวในกรณีเช่นนี้กมค่า ้ ่ ็ ีเหมือนกับการจัดแถวใหม่ เพราะฉะนันหากมีความจาเป็นต้องเปลียนรูปแถวในลักษณะดังกล่าวก็ให้ ้ ่กระทาโดยการเรียกแถวใหม่๓๒. การเปลี่ยนทิ ศทางขณะเคลื่อนที่ของรูปแถวตอน การเปลียนทิศทางเคลื่อนทีสามารถกระทาได้ ๓ ลักษณะ คือ ลักษณะที่หนึ่ ง การเปลียน ่ ่ ่ทิศทางไปทางขวา (ซ้าย) จากทิศทางเดิม ลักษณะที่สอง การเปลียนทิศทางไปทางกึงขวา ่ ่(กึงซ้าย) จากทิศทางเดิม แ ละ ลักษณะที่สาม การเปลียนทิศทางไปข้างหลังทางขวา (ซ้าย) จาก ่ ่ทิศทางเดิม ๙๕
  • 97. - ๙๖ - ๓๒.๑ คาบอก ในการใช้คาบอกถ้าประสงค์จะให้แถวทหารเคลื่อนทีเปลียนทิศทางไปในทิศทาง ่ ่ใดก็ตาม ให้บอกทิศทางทีประสงค์จะให้เคลื่อนทีไป โดยยึดถือเป็นหลักปฏิบติ ดังนี้ ่ ่ ั ๓๒.๑.๑ การเปลียนทิศทางไปในทิศทาง ขวา (ซ้าย) เป็นมุมประมาณ ๙๐ องศา จาก ่ทิศทางเดิม ให้ใช้คาบอก “ ทางขวา (ทางซ้าย) ” ๓๒.๑.๒ การเปลียนทิศทางไปในทิศทาง ขวา (ซ้าย) เป็นมุมประมาณ ๔๕ องศา จาก ่ทิศทางเดิม ให้ใช้คาบอก “ กึงขวา (กึงซ้าย)” ่ ่ ๓๒.๑.๓ การเปลียนทิศทางไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางเดิม เป็นมุมประมาณ ๑๘๐ ่องศา ให้ใช้คาบอก “ ข้างหลังทางขวา (ทางซ้าย) ” ในกรณีทผสงแถวต้องการระบุทหมายเคลื่อนทีเพิมเติมไว้ในคาบอกด้วย โดยอาจระบุ ่ ี ู้ ั ่ ่ี ่ ่ทีหมายเป็นลักษณะภูมประเทศ หรือสิงปลูกสร้างใด ก็สามารถใช้คาบอกทีหมายต่อท้ายจากคาบอก ่ ิ ่ ่ทิศทาง ดังอย่างเช่น “ทางขวา, ทีหมายเสาธง” หรือ “กึงซ้าย, ทีหมายโรงรถ” หรือ “ข้างหลังทางขวา, ่ ่ ่ตามถนน” เป็นต้น ๓๒.๒ การปฏิบตในการฝึกขันต้นให้เปลียนทิศทางด้วยการเดิน โดยสมควรใช้ท่าเดินสวนสนาม ั ิ ้ ่ก่อน ๓๒.๒.๑ การเปลียนทิศทางไปในทิศทางขวา (ซ้าย) เป็นมุม ๙๐ องศา จากทิศทางเดิม ่ไม่ว่าจะมีการระบุทหมายไว้ในคาบอกหรือไม่กตาม เมือสินคาบอกเกียวกับทิศทาง คือ ่ี ็ ่ ้ ่ “ทางขวา(ซ้าย)” ให้ทหารทีอยูในตับหน้าสุดเป็นผูนาในการเปลียนทิศทางการเคลื่อนที่ โดยทหารคนทีอยู่ ขว า ่ ่ ้ ่ ่(ซ้าย) สุด ให้กาวเท้าไปข้างหน้าครึงก้าวแล้วซอยเท้าอยูกบทีพร้อมกับค่อย ๆ หันลาตัวไปทางขวา ้ ่ ่ ั ่(ซ้าย) ส่วนทหารคนทีอยูถดไปทางซ้าย (ขวา) ให้กาวยาวขึนตามลาดับ จนถึงคนซ้าย (ขวา) สุดของ ่ ่ ั ้ ้หน้าตับจะก้าวเดินเต็มก้าว ทังนี้ทหารทังตับจะต้องพยายามรักษาจังหวะการ เดินและหน้าตับให้เสมอ ้ ้กันอยูตลอดเวลา เมือหน้าตับทามุมประมาณ ๙๐ องศาจากทิศทางเดิม ให้ทหารทังตับก้าวเดินไป ่ ่ ้ตามปกติในทิศทางตรงหน้า สาหรับทหารในตับอื่น ๆ ในขณะทีตบหน้าเปลียนทิศทาง จะต้องลดระยะ ่ ั ่ก้าวลงไปตามลาดับจนเหลือระยะห่างระหว่างตับประมาณครึงก้าว เพื่อบี บความยาวของแถวให้สนลง ่ ั้ซึงจะช่วยในการรักษารูปแถวให้เป็นระเบียบเหมือนเดิม เมือแต่ละตับเคลื่อนทีเดินไปถึงจุดเริมต้น ่ ่ ่ ่เปลียนทิศทาง (จุดเดียวกับตับหน้าสุด) ก็ให้ปฏิบตเช่นเดียวกับทหารทีอยูในตับหน้าสุดดังกล่าว ่ ั ิ ่ ่ข้างต้น ๓๒.๒.๒ การเปลียนทิศทางไปในทิศทางขวา (ซ้าย) เป็นมุมประมาณ ๔๕ องศาจากทิศทาง ่เดิม ไม่ว่าจะมีการระบุทหมายไว้ในคาบอกหรือไม่กตาม เมือสินคาบอกเกียวกับทิศทาง คือ “กึง ่ี ็ ่ ้ ่ ่ขวา (กึงซ้าย)” ให้ทหารยึดถือปฏิบตเช่นเดียวกับ ข้อ ๓๒.๒.๑ ทุกประการ จะแตกต่างกันเฉพาะ ่ ั ิเปลียนทิศทางจากทิศทางเดิมไปเพียง ๔๕ องศาเท่านัน ่ ้ ๓๒.๒.๓ การเปลียนทิศทางไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางเดิม เป็นมุมประมาณ ๑๘๐ ่องศา ไม่ว่าจะมีการระบุทหมายไว้ในคาบอกหรือไม่กตาม เมือสินคาบอกเกียวกับทิศทาง คือ “ข้าง ่ี ็ ่ ้ ่หลังทางขวา (ทางซ้าย)” ให้ทหารยึดถือปฏิบตเช่นเดียวกับ ข้อ ๓๒.๒.๑ ทุกประการ จะแตกต่างกัน ั ิเฉพาะเปลียนทิศทางจากทิศทางเดิมไป ๑๘๐ องศาเท่านัน ่ ้ ๓๒.๓ คาแนะนาสาหรับผูฝึก ้ ๙๖
  • 98. - ๙๗ - ๓๒.๓.๑ ในการฝึกปฏิบตการเปลียนทิศทางของขบวนแถวตอนในขณะเคลื่อนทีนน ควรให้ ั ิ ่ ่ ั้ปฏิบตจากท่าเดินสวนสนามให้มากทีสุด และควรฝึกปฏิบ ั ติในรูปแถวตอนทีมจานวนหลาย ๆ แถว ั ิ ่ ่ ีเช่นแถวตอนเรียงหกถึงแถวตอนเรียงสิบเอ็ดเป็นต้น ทังนี้กเพื่อให้ทหารได้รจกการรักษาแนวหน้าตับ ้ ็ ู้ ัในระหว่างการเคลื่อนทีซงตามปกติจะต้องให้หน้าตับเสมอกันอยูตลอดเวลาด้วย ่ ่ึ ่ ๓๒.๓.๒ การเปลียนทิศทางการเคลื่อนทีขณะอยูในท่าเดินตามปกติ หรือท่าวิง การใช้ ่ ่ ่ ่คาบอกและการปฏิบติ ยึดถือเช่นเดียวกับการเปลียนทิศทางการเคลื่อนทีขณะอยูในท่าเดินสวนสนาม ั ่ ่ ่ทุกประการ เพียงแต่ปฏิบตไปตามจังหวะการเดินตามปกติหรือการวิงแล้วแต่กรณี ั ิ ่ ๓๒.๓.๓ ควรเน้นให้ทหารในแถวทราบว่า ในระหว่างการเค ลื่อนทีจะเป็นการเดินหรือการวิง ่ ่ก็ตามทุกคนในแถวจะต้องช่วยกันรักษารูปแถว คือ ระยะต่อและระยะเคียงให้ได้ตามทีกาหนดอยู่ ่ตลอดเวลา สาหรับระยะต่อระหว่างตับแต่ละตับ ถ้าห่างมากไปก็ให้ปรับระยะโดยวิธกาวยาว ๆ กว่า ี้ปกติ แต่ถาชิดไปก็ให้กาวเท้าสันลงกว่าปกติ จนกว่าจะได้ระยะต่อตามทีกาหนดประมาณ ๑ เมตร ้ ้ ้ ่ ------------------- ๙๗