Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ปกใช้ หน่วยที่ 2 เครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์1

5,203 views

Published on

ปกใช้ หน่วยที่ 2 เครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์1

  1. 1. เอกสารประกอบการเรียนเอกสารประกอบการเรียนเล่มที่ 2 เรื่อง เครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์อานาจ ศรีทิมตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการรายวิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
  2. 2. 11คานาในปัจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุ่งเน้นให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองให้มากที่สุด เพื่อให้นักเรียนมีนิสัย ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ อยู่เสมอ ดังนั้นการจัดทาเอกสารประกอบการเรียนเป็นแนวทางหนึ่งที่ส่งเสริมให้นักเรียนค้นคว้าและสามารถเรียนรู้หาคาตอบได้ด้วยตนเองผู้เขียนจึงได้ดาเนินการสร้างเอกสารประกอบการเรียน ราย วิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 6 เล่ม เป็นเอกสารที่ผู้เขียนดาเนินการสร้างตรงตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้เขียนได้ค้นคว้า รวบรวม เนื้อหา ความรู้จากตาราและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทักษะกระบวนการปฏิบัติจริงที่เหมาะสมกับวัยและความสามารถของผู้เรียน สาหรับเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการเรียนที่จัดทาเล่มนี้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป นอกจากนั้นครูอาจารย์ที่สนใจสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย ของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพขอขอบคุณ นายธวัชชัย เทศขา ผู้อานวยการโรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ นายอาวุธ เพ็งแตงครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม นายอภิรัฐ จันดาหาญ ครูชานาญการพิเศษโรงเรียนตะพานหิน นางกมลรัตน์ มีไชโย ค รูชานาญการพิเศษ นางธันยพร เขียวเขินครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์ และนางศิริพร ภู่ดี ครูชานาญการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหูช้าง ที่ได้กรุณาตรวจสอบเอกสารประกอบการเรียน และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผู้เขียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อานาจ ศรีทิม
  3. 3. 11สารบัญหน้าคานา กสารบัญ ขจุดประสงค์การเรียนรู้ งคาชี้แจง จกระดาษคาตอบ ฉแบบทดสอบก่อนเรียน ชเรื่องที่ 1 เครื่องมือวัดระยะและร่างแบบ 1- กิจกรรมที่ 1 8เรื่องที่ 2 เครื่องมือตัด 9- กิจกรรมที่ 2 18เรื่องที่ 3 เครื่องมือไสและตกแต่งไม้ 19- กิจกรรมที่ 3 31เรื่องที่ 4 เครื่องมือเจาะ 32- กิจกรรมที่ 4 38เรื่องที่ 5 เครื่องมือยึดตรึงและวัสดุยึดตรึงไม้ 39- กิจกรรมที่ 5 52แบบทดสอบหลังเรียน 53
  4. 4. 11สารบัญ (ต่อ)หน้าภาคผนวก 55- เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 56- เฉลยกิจกรรมที่ 1 57- เฉลยกิจกรรมที่ 2 58- เฉลยกิจกรรมที่ 3 59- เฉลยกิจกรรมที่ 4 60- เฉลยกิจกรรมที่ 5 61- เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 62บรรณานุกรม 63
  5. 5. 11จุดประสงค์การเรียนรู้หลังจากนักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ เรื่องเครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์ แล้ว นักเรียนจะมีความรู้ความสามารถ ดังนี้1. สามารถบอกชื่อเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้2. สามารถจัดอันดับขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบและข้อควรระวังในการใช้งานได้3. สามารถใช้เครื่องมือวัดระยะและการร่างแบบที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้4. สามารถบอกชื่อเครื่องมือตัดที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้5. สามารถจัดอันดับขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือตัด และข้อควรระวังในการใช้งานได้6. สามารถใช้เครื่องมือตัดที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้7. สามารถบอกชื่อเครื่องมือไสและตกแต่งไม้ที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้8. สามารถจัดอันดับขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือไสและตกแต่งไม้และข้อควรระวังในการใช้งานได้9. สามารถใช้เครื่องมือไสและตกแต่งไม้ที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้10. สามารถบอกชื่อเครื่องมือเจาะที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้11. สามารถจัดอันดับขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือเจาะและข้อควรระวังในการใช้งานได้12. สามารถใช้เครื่องมือเจาะที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้13. สามารถบอกชื่อเครื่องมือยึดและวัสดุยึดตรึงไม้ที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้14. สามารถจัดอันดับขั้นตอนการใช้งานเครื่องมือยึดและวัสดุยึดตรึงไม้และข้อควรระวังในการใช้งานได้15. สามารถใช้เครื่องมือยึดและวัสดุยึดตรึงไม้ที่ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์ได้
  6. 6. 11คาชี้แจงสาหรับนักเรียนเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโน โลยี สาระการอาชีพรายวิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่มนี้ เป็นเอกสารสาหรับนักเรียน เพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ และ ฝึกทักษะในการปฏิบัติกิจกรรม โดยนักเรียนสามารถใช้เอกสารประกอบการเรียนได้ด้วยตนเองตามแนวทางตามลาดับดังนี้1. ให้นักเรียนศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่า เมื่อศึกษาจบแล้ว จะได้รับความรู้อะไรบ้าง2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ข้อ เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียน3. ให้นักเรียนศึกษาและทาความเข้าใจเนื้อหา เรื่องที่ 1 เครื่องมือวัดระยะและร่างแบบ เรื่องที่ 2เครื่องมือตัด เรื่องที่ 3 เครื่องมือไสและตกแต่งไม้ เรื่องที่ 4 เครื่องมือเจาะ และเรื่องที่ 5 เครื่องมือยึดตรึงและวัสดุยึดตรึงไม้4. ทากิจกรรมตามที่กาหนดให้ด้วยตนเอง ถ้าทาไม่ได้ หรือสงสัยให้อ่านทบทวนเนื้อหาใหม่5. ตรวจคาตอบกิจกรรมที่ 1 กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมที่ 4 และกิจกรรมที่ 5จากเฉลยในส่วนของภาคผนวก6. หลังทากิจกรรมเสร็จแล้วให้ทาแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ7. ตรวจคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนจากเฉลยในส่วนของภาคผนวก8. สรุปคะแนนในแบบสรุปผลการเรียน
  7. 7. 11รายวิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเล่มที่ 2 เรื่องเครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์ชื่อ ................................................................................................................ เลขที่ .............................แบบทดสอบก่อนเรียนข้อ ก ข ค ง12345678910สรุปผลการเรียนคะแนนเต็ม คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนแบบทดสอบหลังเรียนแบบทดสอบหลังเรียนข้อ ก ข ค ง12345678910เกณฑ์การประเมิน80 - 100 % = ดีมาก70 – 79 % = ดี60 - 69 % = พอใช้0 - 59 % = ควรปรับปรุงกระดาษคาตอบ
  8. 8. คาชี้แจง ข้อสอบแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จานวน 10 ข้อคาสั่ง จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว แล้วกากบาท (X) ลงในกระดาษคาตอบ1. ข้อใดคือเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบทั้งหมดก. ดินสอ ไม้บรรทัด ตลับเมตร ฉากลองข. ไม้บรรทัด ตลับเมตร กบไม้ สว่านค. ดินสอ ตลับเมตร กระดาษทราย สว่านง. ไม้บรรทัด ตลับเมตร ฉากลอง ตะไบ2. ข้อดีของขอเกี่ยวที่ปลายสายวัดของตลับเมตรคือข้อใดก. ใช้ขีดไม้บอกระยะข. ใช้ยึดเกี่ยวกับชิ้นงานค. ใช้ตัดเศษไม้ง. ใช้ขูดผิวไม้ให้เรียบ3. เลื่อยลันดามีกี่แบบ อะไรบ้างก. 1 แบบ คือ แบบฟันตัดข. 1 แบบ คือ แบบฟันหนูค. 2 แบบ คือ แบบฟันตัด และแบบฟันหนูง. 2 แบบ คือ แบบฟันตัด และแบบฟันโกรก4. ก่อนใช้งานเลื่อยไฟฟ้า สิ่งแรกที่ต้องทาคือสิ่งใดก. เสียบปลั๊กข. ฝนคมใบมีดค. ตรวจสภาพทั่วไปของเลื่อยไฟฟ้าง. เปิดสวิตซ์แบบทดสอบก่อนเรียนรายวิชาช่างไม้ครุภัณฑ์ เรื่องเครื่องมือช่างไม้ครุภัณฑ์
  9. 9. 5. กระดาษทรายเบอร์ใด มีความละเอียดมากที่สุดก. เบอร์ 1ข. เบอร์ 2ค. เบอร์ 3ง. เบอร์ 46. เมื่อใช้งานเครื่องมือไสไม้เสร็จแล้ว ก่อนเก็บเข้าที่จะต้องทาอย่างไรก. ทาน้ามันข. เปาหรือใช้แปรงปัดฝุ่นออกค. ตรวจสอบสายไฟง. ล็อคสวิตซ์เปิด – ปิดทุกครั้ง7. เครื่องมือเจาะไม้ที่นิยมใช้งานในปัจจุบันคือก. สว่านเฟืองข. สว่านข้อเสือค. สว่านแบบกดง. สว่านไฟฟ้า8. ตัวล็อคสวิตซ์ ของสว่านไฟฟ้ามีประโยชน์อย่างไรก. ช่วยป้ องกันการทางานของสว่านข. ช่วยยึดจับสวิตซ์ให้ติดกับตัวสว่านค. ช่วยล็อคสวิตซ์ให้สว่านทางานโดยไม่ต้องกดง. ช่วยป้ องกันไม่ให้วัตถุต่างๆ ไปโดนสวิตซ์เปิด – ปิด9. เครื่องมือใดที่นิยมใช้ยึดจับชิ้นงานไม้ในขณะปฏิบัติงานไม้ก. แม่แรงข. ปากกาหัวโต๊ะค. สลักเกลียวง. ตะปู10. กาวลาเท็ก ใช้ในงานช่างไม้ครุภัณฑ์อย่างไรก. ทายึดอุปกรณ์ช่างไม้ข. ผสมกับขี้เลื่อยให้ยัดอุดร่องรอยต่าง ๆ ของไม้ค. ใช้ผสมน้ามันทาไม้ง. ใช้ต่อไม้ให้ยาวขึ้น**********************
  10. 10. เรื่องที่ 1เครื่องมือวัดระยะและร่างแบบเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบ เป็ นเครื่องมือที่ใช้สาหรับการกาหนดหรือร่างแบบลงบนชิ้นงาน เครื่องมือชนิดนี้จัดเป็นเครื่องมือประเภทแรกที่สาคัญที่สุดกับการทางานเนื่องจากขนาดหรือรูปแบบของชิ้นงานจะถูกต้องหรือเที่ยงตรงได้ ส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากเครื่องมือเหล่านี้ดังนั้นเพื่อจะได้ผลงานที่ดีและมีคุณภาพจึงจาเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้ จะต้องมีความรู้เรื่องเครื่องมือ และมีประสบการณ์ที่ถูกต้องในการใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นอย่างดี1. บรรทัดเหล็กนิยมใช้กับงานช่างไม้ทั่วไป มีหลายขนาด มาตราวัดระยะที่อยู่บนไม้บรรทัดจะเป็นระบบอังกฤษ (นิ้ว) ระบบเมตริก (เซนติเมตร) หรือทั้งสองระบบรวมกันก็ได้(ดังภาพที่ 2.1)ภาพที่ 2.1 บรรทัดเหล็กวิธีการใช้งาน1. ตรวจดูสภาพทั่วไปของบรรทัดเหล็ก2. เวลาวัดให้ปลายบรรทัดเหล็กที่มีหน่วยวัดเป็นศูนย์อยู่ชิดติดกับขอบไม้ที่วัด3. อ่านตัวเลขที่ต้องการวัดความยาว หรือกาหนดจุดสัญลักษณ์ตามความยาวที่ต้องการ4. ใช้วัดได้ทั้งหน่วยที่เป็นเซนติเมตรและหน่วยนิ้ว (ดังภาพที่ 2.2)
  11. 11. ภาพที่ 2.2 การใช้งานบรรทัดเหล็กการป้ องกันอันตรายจากการใช้งาน1. ใช้งานด้วยความระมัดระวัง2. ไม่นาบรรทัดเหล็กมาเล่นกัน เพราะบรรทัดเหล็กทาด้วยเหล็กมีความคม อาจทาให้เกิดอันตรายได้3. เหมาะสาหรับงานวัดระยะเท่านั้น ไม่ควรนาไปใช้ตัด2. ตลับเมตรตลับเมตร (ดังภาพที่2.3) เป็นเครื่องมือวัดระยะที่นิยมใช้กันมากที่สุดกับงานช่างไม้ ตัวตลับทาด้วยพลาสติก ส่วนสายวัดจะทาด้วยโลหะแผ่น บางชนิดบิดงอได้ จึงสามารถวัดได้ทั้งส่วนที่เป็นเส้นตรงและส่วนที่เป็นเส้นโค้ง ที่ปลายสายวัดจะทาเป็นขอเกี่ยว ใช้สาหรับเกี่ยวเข้ากับขอบชิ้นงานมีตัวล็อคสายวัด เพื่อให้สะดวกต่อการวัดและสามารถป้ องกันมิให้สายวัดหลุดเข้าไปในตลับได้อีกด้วยบนสายวัดจะมีมาตราวัดระยะทั้งชนิดที่บอกเป็นเซนติเมตรและบอกเป็นนิ้ว ใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดและความเที่ยงตรงสูงภาพที่ 2.3 ตลับเมตร
  12. 12. วิธีการใช้งาน1. ดึงสายวัดออกจากตลับเมตร2. ใช้ขอเกี่ยว เกี่ยวเข้ากับขอบชิ้นงานที่ต้องการวัด (ดังภาพที่ 2.4)3. อ่านมาตราวัดที่บอกทั้งชนิดที่บอกเป็นเซนติเมตรและนิ้ว4. ใช้งานได้ทั้งวัดความยาว หรือกาหนดจุดสัญลักษณ์ตามความยาวที่ต้องการภาพที่ 2.4 ใช้ขอเกี่ยวกับชิ้นงานที่ต้องการวัดการป้ องกันอันตรายจากการใช้1. เวลาดึงสายวัดออกจากตลับเมตรให้ดึงด้วยความระมัดระวัง เพราะสายวัดทาด้วยโลหะแผ่นบาง อาจบาดอวัยวะของร่างกายได้2. เมื่อเกี่ยวขอวัดกับชิ้นงาน ควรกดล็อคสายวัดด้วย เพื่อป้ องกันไม่ให้สายวัดม้วนกลับเข้าตลับเมตร หรือตวัดโดนอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย3. ห้ามนาสายวัดมาใช้ตัดชิ้นงานใดๆ เพราะจะทาให้สายวัดเสียหาย4. ห้ามโยนตลับเมตรให้กัน ควรส่งกันระหว่างมือกับมือ เพราะตลับเมตรทาด้วยโลหะเมื่อโดนร่างกายอาจได้รับบาดเจ็บ หรือถ้าตกหล่นจะเสียหายได้3. ฉากลองฉากลอง (ดังภาพที่ 2.5) บางทีเรียกฉากตาย ฉากชนิดนี้ทามุมกับด้ามฉาก 90 องศา ด้ามฉากทาด้วยโลหะ ใบฉากทาด้วยโลหะ ด้ามฉากยังจาแนกออกตามลักษณะการสร้าง ได้ 2 แบบ คือแบบตรงใช้วัดหรือตรวจสอบได้เฉพาะมุม 90 องศา กับปลายด้ามที่ติดกับใบฉากตัดเป็นมุม 45 องศาซึ่งสามารถวัดหรือตรวจสอบได้ทั้งมุม 45 องศา และ 90 องศา
  13. 13. ภาพที่ 2.5 ฉากลองหรือฉากตายวิธีการใช้งาน1. ใช้ฉากวัดมุม 90 องศา (ไม้2 ชิ้น) โดยให้ด้ามฉากวางชิดกับไม้ชิ้นล่าง ส่วนไม้ที่ตั้งขึ้นให้ชิดกับใบฉาก เพื่อประกอบชิ้นงานไม้ให้ได้ฉาก2. ใช้ฉากวัดมุม 90 องศา (ไม้1 ชิ้น) โดยให้ด้ามฉากวางชิดกับไม้ด้านล่างในส่วนที่ตัดส่วนขอบไม้ให้ชิดกับใบฉาก (ดังภาพที่ 2.6) เพื่อตรวจสอบการตัดไม้ให้ได้ฉาก3. ใช้ปลายด้ามฉากวัดมุม 45 องศา โดยให้ด้ามฉากวางชิดกับไม้ด้านล่าง และขีดเส้นไปตามใบฉาก (ใช้ได้ทั้งการวัดมุม 45 องศา และเพื่อทาสัญลักษณ์ก่อนการตัดไม้)ภาพที่ 2.6 ใช้ฉากวัดมุม 90 องศา (ไม้ชิ้นเดียว)
  14. 14. การป้ องกันอันตรายจากการใช้1. ฉากลองทาด้วยโลหะ มีความคมเวลาใช้งานต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง2. ห้ามโยนฉากให้กัน พยายามส่งกันมือถึงมือ เพื่อป้ องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้3. เวลาใช้งานห้ามหยอกล้อหรือเล่นกัน เพราะงานที่ทาจะเสียหายไม่ได้มาตรฐาน4. ดินสอดินสอ (ดังภาพที่ 2.7) จัดเป็นเครื่องมือขีดไม้ที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานช่างไม้ ทั้งนี้เนื่องจากรอยขีดจากดินสอสามารถมองเห็นง่าย และสามารถลบออกได้ง่ายเมื่อไม่ต้องการภาพที่ 2.7 ดินสอวิธีการใช้งานใช้ขีดทาสัญลักษณ์ทั่วไป หรือใช้ลากเส้นทาสัญลักษณ์ก่อนตัดไม้(ดังภาพที่ 2.8)ภาพที่ 2.8 ใช้ดินสอลากเส้นทาสัญลักษณ์ก่อนตัดไม้
  15. 15. การป้ องกันอันตรายจากการใช้1. เนื่องจากดินสอเป็นของแหลมคมการใช้งานต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทิ่มแทงร่างกายได้2. ห้ามนาดินสอใส่กระเป่าเสื้อหรือกระเป๋ ากางเกง เพราะถ้าลืม พลาดหกล้ม หรือนั่งอาจทิ่มแทงโดนร่างกายได้5. ขอขีดไม้ขอขีดไม้ (ดังภาพที่ 2.9) เป็นเครื่องมือที่ใช้ขีดลงบนเนื้อไม้ขนานไปตามแนวของขอบไม้เพื่อใช้ในการแบ่งไม้สาหรับเลื่อยโกรกและตัด เพื่อให้ได้ไม้ที่มีขนาดถูกต้องตามความต้องการขอขีดไม้ประกอบไปด้วยหมุด คาน ลิ่ม และหัวของหัวขีด ส่วนประกอบทั้งหมดทาด้วยไม้ ยกเว้นหมุดที่ทาด้วยเหล็ก หัวของหัวขีดสามารถเลื่อนไปมาบนคานได้ โดยมีลิ่มสาหรับล็อคคานให้ติดกับหัวขอขีดที่ปลายคานจะมีหมุด ซึ่งใช้เป็นตัวขีดลงไปบนเนื้อไม้ประกอบติดอยู่ภาพที่ 2.9 ขอขีดไม้
  16. 16. วิธีการใช้งาน1. เลื่อนปรับระดับความยาวของขอขีดไม้ตามที่ต้องการ แล้วยึดล็อคลิ่มไว้2. ให้ตัวคานของขีดไม้ชิดแนบสนิทกับไม้ ทาการขีดเพื่อทาสัญลักษณ์ (ดังภาพที่ 2.10)ภาพที่ 2.10 การใช้งานขอขีดไม้การป้ องกันอันตรายจากการใช้1. ขอขีดไม้มีหมุดที่ทาด้วยโลหะ ดังนั้นเวลาใช้งานขีดไม้ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะถ้าพลาดโดนร่างกาย จะเป็นอันตรายได้2. ตัวขอขีดไม้เป็นไม้ ห้ามโยนส่งให้กัน เพราะถ้าพลาดโดนร่างกายอาจบาดเจ็บได้หรือถ้าตกหล่นจะเกิดความเสียหายได้
  17. 17. กิจกรรมที่ 1เรื่อง เครื่องมือวัดระยะและร่างแบบชื่อ .............................................................................................................. เลขที่ ..................คาสั่ง : ให้นักเรียนอ่านชื่อเครื่องมือในแต่ละข้อแล้วพิจารณาว่าข้อใดเป็นเครื่องมือวัดระยะและร่างแบบและทาเครื่องหมาย  ถ้าไม่ใช่ให้ทาเครื่องหมาย  หน้าข้อนั้น ( 10 คะแนน ).................... 1. ดินสอ .................... 6. เลื่อยลันดา.................... 2. สิ่ว .................... 7. ตลับเมตร.................... 3. ปากกาจับไม้ .................... 8. แม่แรง.................... 4. ฉากลอง .................... 9. ไม้บรรทัด.................... 5. ขอขีดไม้ .................... 10. ไขควงคาสั่ง : ให้นักเรียนเติมคาลงในช่องว่างให้ถูกต้องและได้ใจความ ( 10 คะแนน )1. ไม้บรรทัดมีหน่วยวัดความยาวเป็นนิ้วและ ........................................2. การใช้ไม้บรรทัดวัดความยาว ควรวางไม้บรรทัดด้านที่หน่วยวัดเป็นศูนย์ไว้ .................. ของชิ้นงาน3. สายวัดของตลับเมตรจะมี.................................ไว้เกี่ยวกับขอบชิ้นงาน4. ถ้าไม่ต้องการให้สายวัดของตลับม้วนกลับเข้าที่เดิม ต้อง .................... ล็อคสายวัด5. ฉากลองหรือฉากตายใช้วัดมุม 90 องศา และ ............... องศา6. ใช้.................................... วัดมุมการเข้าไม้ว่าได้ฉากหรือไม่7. รอยขีดจากดินสอสามารถมองเห็นง่าย และสามารถ....................ได้ง่ายเมื่อไม่ต้องการ8. ............................... จัดเป็นเครื่องมือขีดไม้ที่นิยมใช้กันมากที่สุด9. ขอขีดไม้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ขีดลงบนเนื้อไม้ขนานไปตามแนว..........................10. ขอขีดไม้ทั้งหมดทาด้วยไม้ ยกเว้น ................ ที่ทาด้วยเหล็ก ใช้ขีดไม้
  18. 18. เรื่องที่ 2เครื่องมือตัดเครื่องมือตัดเครื่องมือตัดที่ใช้กับงานช่างไม้ ได้แก่ เลื่อย ช่างไม้จะใช้เลื่อยเพื่อตัดไม้ ให้ได้ขนาดและรูปร่างตามที่ต้องการ เลื่อยมีหลายชนิดแต่ละชนิดจะมีลักษณะรูปร่างและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท1. เลื่อยลันดาเลื่อยลันดา แบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ ได้ 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนที่เป็นมือจับซึ่งอาจจะทาด้วยไม้หรือพลาสติก กับส่วนที่เป็นใบเลื่อย ซึ่งทาด้วยเหล็ก ที่ปลายของใบเลื่อยจะเจา ะรูไว้สาหรับแขวนส่วนที่โคนของใบเลื่อยจะมีตัวเลขบอกขนาดความยาว และจานวนของฟันต่อนิ้วของเลื่อยเลื่อยลันดาสามารถจาแนกออกตามลักษณะของฟันเลื่อยได้เป็น 2 แบบ ด้วยกันคือเลื่อยฟันตัด(Crosscut Saw) (ดังภาพที่ 2.11) และเลื่อยฟันโกรก (Rip Saw) (ดังภาพที่ 2.12)ภาพที่ 2.11 เลื่อยลันดาชนิดฟันตัดภาพที่ 2.12 เลื่อยลันดาชนิดฟันโกรก
  19. 19. วิธีการใช้งานเลื่อยตัดและเลื่อยโกรก (Crosscut and rip saw)1. การเลื่อยตัด เลื่อยชนิดนี้จะใช้ตัดไม้ตาม ขวางเสี้ยนไม้ฟันของเลื่อยมีความคมสลับกันทั้งซ้ายและขวา สามารถตัดชิ้นไม้ที่มีความกว้างกว่าตัวเลื่อยได้2. การเลื่อยโกรก หมายถึง การผ่าหรือตัดไม้ตามความยาวของเสี้ยนได้ ฟันของเลื่อยจะห่างและเอียงองศามากกว่าเลื่อยตัดการใช้เลื่อยการใช้เลื่อยได้อย่างถูกต้องกับงานที่ทา และสามารถใช้ได้อย่างถูกวิธี ถือว่าเป็นหัวใจของการทางาน เพราะไม่เพียงแต่จะทาให้ผลงานที่ได้รับเรียบร้อยแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้เลื่อยอยู่ในสภาพที่ดีและไม่ทื่อเร็วจนเกินไป มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นอีกด้วยขั้นตอนในการใช้เลื่อยที่ถูกวิธี คือ1. การเตรียมงานก่อนที่จะเริ่มทาการเลื่อยไม้ ให้ดาเนินการเตรียมงาน ดังต่อไปนี้ คือ1.1 เลือกชนิดและขนาดของเลื่อยให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่จะทา1.2 จัดเตรียมชิ้นงานที่จะเลื่อย ได้แก่การร่างแบบหรือการขีดแนวลงบนชิ้นงานตามที่ต้องการ (ดังภาพที่ 2.13)1.3 จัดเตรียมอุปกรณ์อานวยความสะดวกต่างๆ อาทิเช่น ปากกาหัวโต๊ะ ปากกาไม้เป็นต้นภาพที่ 2.13 ขีดแนวลงบนชิ้นงานก่อนทาการเลื่อย
  20. 20. 2. การเลื่อยลาดับขั้นในการเลื่อยไม้ที่ถูกวิธี มีดังต่อไปนี้2.1 วางไม้ลงบนม้ารองเลื่อย ให้ปลายไม้ด้านที่ต้องการเลื่อยอยู่ทางด้านขวามือ(สาหรับผู้ถนัดขวา) แล้วใช้เข่าซ้ายกดไม้เข้ากับม้ารองเลื่อย2.2 จับเลื่อยด้วยมือขวา โดยให้นิ้วชี้วางทาบไปบนใบเลื่อย การจับดังกล่าวจะทาให้สะดวกต่อการควบคุมเลื่อยในขณะทาการเลื่อย2.3 ใช้มือซ้ายจับที่ขอบไม้ด้านบนแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวควบคุม (ดังภาพที่ 2.14)2.4 จรดฟันเลื่อยด้านโคนชิดเส้นด้านนอกที่ขอบไม้ และประมาณ 60 องศา สาหรับการโกรกไม้หรือซอยไม้ ใช้นิ้วหัวแม่มือขวาช่วยควบคุมใบเลื่อยแล้วค่อย ๆ ดึงเลื่อยเข้าหาตัวเป็นการเริ่มเลื่อย2.5 ชักเลื่อยยาวๆ ช้าๆ ด้วยจังหวะที่สม่าเสมอ โดยออกแรงกดเล็กน้อย ในขณะที่ดันใบเลื่อยไปข้างหน้า ตามองที่เส้นหรือแนวที่จะตัดเพื่อให้เลื่อยตรงเส้นและ ปากไม้ที่ตัดได้ฉาก ขณะดึงเลื่อยกลับเข้าหาตัวให้ผ่อนแรงกด ทั้งนี้เนื่องจากฟันเลื่อยได้ถูกออกแบบให้กินเนื้อไม้ในขณะที่ดันไปข้างหน้าเท่านั้น2.6 เมื่อเลื่อยไม้ใกล้จะขาด ให้ใช้มือซ้ายอ้อมไปจับชิ้นงานที่กาลังจะขาด จากนั้นให้ชักเลื่อยถี่ ๆ ด้วยจังหวะที่สม่าเสมอจนกว่าชิ้นงานจะขาดออกจากกัน จะสามารถป้ องกันมิให้ไม้ฉีกได้(ดังภาพที่ 2.15)2.7 ตรวจสอบการตัดไม้ด้วยฉากภาพที่ 2.14 ใช้มือซ้ายจับที่ขอบไม้ด้านบนแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวควบคุม
  21. 21. ภาพที่ 2.15 เมื่อเลื่อยไม้ใกล้ขาด ให้ใช้มือซ้ายอ้อมไปจับชิ้นงานที่กาลังจะขาดการป้ องกันอันตรายจากการใช้เลื่อย1. ควรแต่งกายให้กระชับ รัดกุม สวมเครื่องป้ องกันอันตรายอันเกิดมาจากการทางานไม้2. ใช้ผ้าปิดจมูก สวมทุกครั้งที่จะทาการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อช่วยป้ องกันฝุ่นจากเศษขี้เลื่อยหลุดเข้าปอดได้3. สวมแว่นตาเพื่อป้ องกันขี้เลื่อยหลุดกระเด็นเข้าตา2. เลื่อยรอเลื่อยรอ (ดังภาพที่ 2.16) บางที่เรียกเลื่อยสันแข็ง ลักษณะคล้ายเลื่อยลันดา แต่ใบเลื่อยจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสั้นและบางกว่า ดังนั้นจึงต้องมีสันเลื่อยซึ่งทาเป็นเหล็กประกบยึดแน่นเป็นเส้นตรงตลอดสันของใบเลื่อย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในขณะทาการเลื่อย ด้ามถือทาด้วยไม้แบบต่างๆ ลักษณะของฟันเลื่อยเหมือนกับเลื่อยฟันตัดมีจานวนฟันตั้งแต่ 13 ถึง 15 ฟันต่อนิ้วภาพที่ 2.16 เลื่อยรอ
  22. 22. วิธีการใช้งานเลื่อยชนิดนี้วัตถุประสงค์ในการสร้างก็เพื่อที่จะใช้ในการรอปากไม้ เพื่อเข้าปากไม้มุมตู้เข้ากรอบรูป เข้ากรอบวงกบประตูหน้าต่าง นอกจากนั้นยังสามารถใช้ในการตัด ปากไม้หรือลิ่มไม้ผ่าเดือย และตัดไม้ชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งเลื่ อยบางชนิดไม่สามารถจะตัดไม้หรือใช้ตัดส่วนอื่นๆ ที่ต้องการความละเอียดเรียบร้อยและประณีต (ดังภาพที่ 2.17)ภาพที่ 2. 17 การใช้เลื่อยรอเลื่อยรอเหมาะสาหรับใช้งานเลื่อยตกแต่งปากไม้ที่ต้องการความประณีตของการเข้าไม้ในลักษณะของงาน ดังนี้1. งานเลื่อยตัดแต่งบ่าเดือย กระทาหลังจากการเลื่อยผ่านแนวเส้นของตัวเดือยที่ชิ้นงานไม้แล้วยังคงเหลือการทาบ่าเดือย ชิ้นงานไม้จะถูกนามาเลื่อยตัดแต่งบ่าเดือย โดยการใช้เลื่อยรอเป็นเครื่องมือตัดแต่งบ่าเดือย มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้1.1 จับยึดไม้หรือชิ้นงานที่ต้องการเลื่อยตัดบ่าให้แน่นบนที่รองตัดไม้1.2 ปรับแต่งใบเลื่อยให้ฟันเลื่อยรอ วางชิดริมแนวเส้นด้านนอก ของบ่าเดือยที่ต้องการตัด1.3 เลื่อยตัดเอียงเล็กน้อยให้ฟันเลื่อยกินไม้อยู่ในแนวเส้นและให้ไม้ขาดออกจากกันเมื่อฟันเลื่อยกินไม้พอดีชิดริมแนวเส้นด้านในของบ่าเดือย เมื่อไม้ขาดออกจากกัน2. งานปรับแต่งความห่างของปากไม้ การเข้าไม้ในงานประณีต จาเป็นต้องใช้เลื่อยรอเลื่อยปรับแต่งความห่างของปากไม้ ช่วยให้การเข้าไม้มีปากไม้ที่เข้ากันได้สนิท มีวิธีปฏิบัติดังนี้2.1 ปรับตั้งชิ้นงานการเข้าไม้ให้มีมุมองศา และมีปากไม้ที่ประกอบเข้าด้วยกันที่ยังไม่สนิทให้มีความห่างเท่ากับขนาดความกว้างของคลองเลื่อยรอและยึดจับชิ้นงานการเข้าไม้ให้แน่น2.2 ปรับตั้งใบเลื่อยรอให้ฟันเลื่อยตัดกินเนื้อไม้ตลอดแนวต่อระหว่างปากไม้ที่เข้ากันไม่สนิทออกให้เท่ากับปากไม้ที่ห่าง เพื่อให้ปากไม้ประกอบเข้าด้วยกันได้สนิท2.3 ถ้าปากไม้ยังไม่สนิท ให้ปรับตั้งชิ้นงานการเข้าไม้และใช้เลื่อยรอตัดปรับแต่งปากไม้ที่สนิทออก ให้เท่ากับปากไม้ที่ห่าง เพื่อให้ปากไม้ประกอบเข้าด้วยกันได้สนิท
  23. 23. การป้ องกันอันตรายจากการใช้เลื่อยรอ1. ควรแต่งกายให้กระชับ รัดกุม สวมเครื่องป้ องกันอันตรายอันเกิดมาจากการทางานไม้2. ใช้ผ้าปิดจมูก สวมทุกครั้งที่จะทาการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อช่วยป้ องกันฝุ่นจากเศษขี้เลื่อยที่อาจหลุดเข้าปากได้3. สวมแว่นตาเพื่อป้ องกันขี้เลื่อยหลุดกระเด็นเข้าตา4. ทุกครั้งที่ใช้เลื่อยรอต้องแน่ใจว่าฟันเลื่อยรอมีความคมและมีคลองเลื่อยที่ถูกต้อง5. หลีกเลี่ยงการเลื่อยให้ฟันเลื่อยรอถูกของแข็ง เช่น ตะปูที่ติดหรือฝังอยู่ในเนื้อไม้6. หลีกเลี่ยงการบิดใบเลื่อยรอ เพื่อให้ไม้ที่ถูกตัดขาดออกจากกัน3. เลื่อยหางหนูเลื่อยหางหนู (ดังภาพที่ 2.18) เป็นเลื่อยที่มีลักษณะเล็ก แหลม มีขนาดใหญ่และฟันหยาบมีด้ามจับทาด้วยไม้ภาพที่ 2.18 เลื่อยหางหนูวิธีการใช้งานเลื่อยชนิดนี้ใช้ในการตัด เจาะรูหรือใช้เลื่อยส่วนโค้ง (ดังภาพที่ 2.19) ซึ่งเลื่อยชนิดอื่นไม่สามารถจะเลื่อยได้ เช่น งานเจาะรางน้าตามชายคาและอื่น ๆ นอกจากนั้นก็ยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานช่างครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไม้ได้อีกด้วยภาพที่ 2.19 การใช้เลื่อยหางหนูเลื่อยส่วนโค้งเว้า
  24. 24. การป้ องกันอันตรายจากการใช้เลื่อยหางหนู1. ควรแต่งกายให้กระชับ รัดกุม สวมเครื่องป้ องกันอันตรายอันเกิดมาจากการทางานไม้2. ใช้ผ้าปิดจมูก สวมทุกครั้งที่จะทาการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อช่วยป้ องกันฝุ่นจากเศษขี้เลื่อยที่อาจหลุดเข้าปอดได้3. สวมแว่นตาเพื่อป้ องกันขี้เลื่อยหลุดกระเด็นเข้าตา4. เลื่อยฉลุเลื่อยฉลุ (ดังภาพที่ 2.20) เป็นเลื่อยที่ใช้ในงานตัด เจาะ ฉลุวงกลม หรือส่วนโค้งต่าง ๆในการทาลวดลาย นอกจากนั้นยังใช้ในงานตัดไม้บัวเพื่อเข้ามุมต่าง ๆภาพที่ 2.20 เลื่อยฉลุวิธีการใช้งานใบเลื่อยของเลื่อยชนิดนี้มีหลายขนาด การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับปร ะเภทของงาน ลักษณะของฟันเลื่อยจะเป็นแบบฟันโกรก เวลาติดใบเลื่อยเข้ากับ โครงจะต้องให้ปลายฟันชี้มาทางด้านมือจับเสมอทั้งนี้เนื่องจากเลื่อยชนิดนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับงานละเอียดจึงต้องให้ใบเลื่อยตัดในขณะที่ดึงเลื่อยมาทางด้านหลังหรือในขณะดึงเลื่อยลง (ดังภาพที่ 2.21) ทั้งนี้เพื่อสะดวกต่อการควบคุมการเลื่อยดังนั้นจึงต้องใส่ใบเลื่อยให้ปลายฟันเลื่อยชี้มาทางด้าน มือจับเสมอ ยกเว้นกรณีที่จับงานด้วยปากกาตั้งโต๊ะก็สามารถใส่ใบเลื่อยให้ปลายฟัน ชี้ออกไปจากมือจับได้ภาพที่ 2.21 การใช้เลื่อยฉลุ
  25. 25. การป้ องกันอันตรายจากการใช้เลื่อยฉลุ1. ควรแต่งกายให้กระชับ รัดกุม สวมเครื่องป้ องกันอันตรายอันเกิดมาจากการทางานไม้2. ใช้ผ้าปิดจมูก สวมทุกครั้งที่จะทาการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อช่วยป้ องกันฝุ่นจากเศษขี้เลื่อยที่อาจหลุดเข้าปากได้3. สวมแว่นตาเพื่อป้ องกันขี้เลื่อยหลุดกระเด็นเข้าตา4. จับเลื่อยให้แน่นและมั่นคง ค่อยๆ เลื่อยไม่ต้องรีบร้อน (ป้ องกันใบเลื่อยหัก)5. ปรับตั้งใบเลื่อยที่ยึดกับโครงเลื่อยให้มีความตึงไม่อ่อนตัวขณะทาการเลื่อยฉลุชิ้นงาน6. ขณะทาการเลื่อยฉลุชิ้นงาน ไม่ควรบิดหรือกดให้ใบเลื่อยกินเนื้อไม้ต ามแนวเส้น ถ้าจาเป็นให้เลื่อยขยายออกจากแนวเส้นไป ให้เลื่อยสามารบิดตัวกินเนื้อไม้ตามแนวเส้นได้7. หลีกเลี่ยงการวางของหนักทับเลื่อยฉลุเพื่อป้ องกันการชารุดเสียหาย5. เลื่อยไฟฟ้ า (เลื่อยวงเดือน)ภาพที่ 2.22 เลื่อยไฟฟ้ าส่วนประกอบของเลื่อยไฟฟ้า (ดังภาพที่ 22)1. สวิตซ์ปิด – เปิด2. ตัวล๊อคสวิตซ์ (ถ้ากดปุ่มเข้าไปสวิตซ์จะทางานอัตโนมัติ)3. ตัวจับประคองหน้า4. ใบเลื่อย5. ที่ครอบใบเลื่อย6. ตัวปรับระดับความสูง – ต่า ของใบเลื่อย
  26. 26. วิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของเลื่อยไฟฟ้าก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่วางจับชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก4. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องจัดวางสายไฟของเลื่อยไฟฟ้าให้เรียบร้อย5. ปรับระดับสูง – ต่า ของใบเลื่อยตามความหนาของไม้6. เสียบปลั๊กไฟ เปิดสวิตซ์ให้เลื่อยทางาน7. ทาการตัดไม้ (ดังภาพที่ 2.23)8. เมื่อใช้งานเลื่อยไฟฟ้าเสร็จแล้วให้ถอดปลั๊กออก ทาความสะอาดเป่าฝุ่นออกจากตัวเลื่อยไฟฟ้า9. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยภาพที่ 2.23 การใช้เลื่อยไฟฟ้ าตัดไม้การป้ องกันอันตรายจากการใช้เลื่อยไฟฟ้ า1. ตรวจสภาพทั่วไปของเลื่อยไฟฟ้าก่อนใช้งาน2. ตรวจน็อตยึดล๊อคใบมีดให้แน่นสนิททุกครั้ง3. ตรวจสอบสายไฟของเลื่อยไฟฟ้า ว่ามีสภาพเรียบร้อยไม่ขาดรั่ว4. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก5. ไม่เล่นกันขณะปฏิบัติงาน เพราะเลื่อยเป็นของมีคมอาจเกิดอันตรายได้
  27. 27. กิจกรรมที่ 2เรื่อง เครื่องมือตัดชื่อ .............................................................................................................. เลขที่ ..................คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาข้อความที่กาหนดให้ไปเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง ( 10 คะแนน )เลื่อยลันดาชนิดฟันตัด เลื่อยลันดาชนิดฟันโกรก เลื่อยรอ เลื่อยหางหนูเลื่อยฉลุ เลื่อยไฟฟ้า การใช้เลื่อย1. ………………………. ใช้ตัดไม้ตาม ขวางเสี้ยนไม้2. ………………………. ตัดไม้หรือใช้ตัดส่วนอื่นๆ ที่ต้องการความละเอียด ประณีต3. ………………………. เป็นการชักเลื่อยยาวๆ ช้าๆ ด้วยจังหวะที่สม่าเสมอโดยออกแรงกดเล็กน้อยในขณะที่ดัน4. ………………………. เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เลื่อยวงเดือน5. ………………………. ใช้ในงานตัด เจาะ ฉลุวงกลม หรือส่วนโค้งต่าง ๆในการทาลวดลาย ตัดไม้บัวเพื่อเข้ามุมต่าง ๆ6. ………………………. ใช้ในการตัด เจาะรูหรือใช้เลื่อยส่วนโค้งซึ่งเลื่อยชนิดอื่นไม่สามารถจะเลื่อยได้7. ………………………. ใช้ผ่าหรือตัดไม้ตามความยาวของเสี้ยนไม้8. ………………………. ใช้ในการรอปากไม้ เพื่อเข้าปากไม้มุมตู้ เข้ากรอบรูป9. ………………………. เวลาติดใบเลื่อยเข้ากับโครง จะต้องให้ปลายฟันชี้มาทางด้านมือจับเสมอ10 . ……………..………. มีตัวล๊อคสวิตซ์ (ถ้ากดปุ่มสวิตซ์จะทางานอัตโนมัติ)
  28. 28. เรื่องที่ 3เครื่องมือไสและตกแต่งไม้เครื่องมือไสและตกแต่งไม้เครื่องมือไสเป็นเครื่องมือที่ใช้ทาผิวไม้ให้ เรียบ ส่วน เครื่องมือตกแต่งไม้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ขูดไม้หรือแต่งผิวไม้ให้มีขนาดและรูปร่างตามที่ต้องการ เครื่องมือเหล่านี้จาเป็นมากกับงานช่างไม้1. กบไม้เครื่องมือที่ใช้ในการไสไม้ได้แก่ กบ ช่างไม้จะใช้กบไสไม้ให้เรียบ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสวยงามก่อนที่จะนาไปใช้งาน เนื่องจากไม้ที่นามาจากโรงงานแปรรูป ยังหยาบและมีผิวขรุขระไม่เรียบร้อยจึงต้องนามาไสเสียก่ อน กบมีหลายชนิดแต่ละชนิด มีลักษณะรูปร่างและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภทกบไม้ เป็นกบราง ส่วนประกอบที่สาคัญ ได้แก่- ตัวกบ ทาจากไม้เนื้อแข็งที่ไม่ยืดหรือหดตัวเร็ว ไม้ที่นิยมใช้กันคือ ไม้ชิงชัน หรือไม้ประดู่ไม้แดง หรือไม้พยุง- ใบกบ ทาจากเหล็ก มีคมที่ส่วนล่างเพื่อใช้ขูดไม่ให้เรียบ เป็นส่วนที่สาคัญที่สุดของกบ- เหล็กประกับใบ หรือเหล็กประกับกบ อยู่ระหว่างใบกบและลิ้นติดกับใบกบ โดยมีน็อตสกรูยึดติดเหล็กประกับใบนี้ มีหน้าที่เสริมกาลังตอนปลายของใบกบไม่ให้อ่อนหรือบิดในเวลาที่ทาการไสและควบคุมการกินของไม้เพื่อไม่ให้ไม้ย้อน- ลิ่ม เป็นแผ่นไม้ชนิดเดียวกับไม้ที่ทาตัวกบคล้ายหัวขวานแต่บางกว่า ใช้อัดใบกบให้ติดกับใบกบเพื่อให้ใบกบแน่น- ก้านหรือมือจับช่วยให้จับกบได้เหมาะมือ- ขื่อกบ อาจเป็นไม้เจาะที่ติดกับตัวกบโดยตรง หรือจะใช้เหล็กขวางระหว่างช่องใส่ขื่อกบก็ได้กบไม้ของไทยแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่กบล้าง (ดังภาพที่ 2.24) และกบผิว (ดังภาพที่ 2.25)
  29. 29. ภาพที่ 2.24 กบล้างกบล้าง เป็นกบที่ใช้สาหรับไสล้างหรือเกลาไม้ครั้งแรก เพื่อปรับให้ได้ระดับตามต้องการ ใบกบจะทามุมกับรางกบประมาณ 45 – 50 องศา รางกบจะยาวส่วนมากจะใช้กับงานหยาบ ๆภาพที่ 2.25 กบผิวกบผิว เป็นกบที่ใช้ไสหลังจากที่ผ่านการเกลาหรือล้างด้วยกบล้างมาแล้ว เพื่อแต่งผิวไม้ให้เรียบจริงๆ พร้อมที่จะทาการขัดด้วยกระดาษทราย กบชนิดนี้จะกินผิวไม้บางกว่ากบล้างเหมาะสาหรับใช้ในการทาเครื่องเรือน ปรับแต่งบานประตู – หน้าต่าง ให้เข้ากันสนิทวิธีการใช้งานสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ลักษณะของเสี้ยนไม้ของไม้ที่นามาไสและตรวจสภาพของไม้ให้เรียบร้อย จากนั้นวางไม้ที่ไสลงบนโต๊ะ ตีไม้กันที่หัวไม้ เพื่อบังคับไม่ให้ไม้ที่ไสเลื่อน(ดังภาพที่ 2.26) จากนั้นวางหัวกบลงบนหัวไม้ ให้คมกบห่างจากไม้เล็กน้อย ออกแรงกดที่ด้านหัวกบออกแรงไสไปข้างหน้า เมื่อด้านท้ายของกบเลยหัวไม้ขึ้นไปอยู่บนแผ่นไม้แล้วให้ออกแรงกดทั้งด้านหัวและท้ายกบ เมื่อไสไปจนเกือบจะถึงหัวไม้อีกด้านหนึ่งก็ให้ผ่อนแรงที่กดด้านหัวกบ แต่ทางท้ายยังคงอยู่ ไสไปไสมา
  30. 30. ในการไสตกแต่งไม้ด้านขอบไม้ ช่วงของการไสควรจะอยู่ประมาณช่วงแขน ให้ไสตกแต่งโดยตลอดหน้ากว้างของไม้ ตรวจสอบความเรียบร้อยของผิวไม้ที่จุดต่างๆ ตามความยาวของไม้ด้วย บรรทัดเหล็กหรือฉากเมื่อจะไสขอบไม้ให้เรียบตรง ก่อนอื่นให้เล็งไปตามขอบไม้ เพื่อกาหนดจุดที่สูง จากนั้นให้ไสส่วนที่สูงออกเสียก่อนที่จะทาการไสให้เรียบทั้งหมด การไสครั้งสุดท้ายให้ไสไปโดยตลอดความยาวของไม้ภาพที่ 2.26 ตีไม้กันไว้ที่หัวไม้เพื่อบังคับไม่ให้ไม้ ที่ไสเลื่อนการป้ องกันอันตรายจากการใช้กบ1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของกบก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่วางจับชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ถุงมือ4. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องจัดวางไม้กั้นชิ้นงานเคลื่อน5. ทาการไสไม้ โดยปรับระดับสูงต่าของกบตามต้องการ6. เมื่อใช้งานกบไม้แล้ว ใช้แปรงทาความสะอาดให้เรียบร้อย7. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  31. 31. 2. กบไฟฟ้ าภาพที่ 2.27 ส่วนประกอบของกบไฟฟ้ าส่วนประกอบของกบไฟฟ้ า (ดังภาพที่ 2.27)1. สวิตซ์ปิด – เปิด2. ตัวล๊อคสวิตซ์ (ถ้ากดปุ่มเข้าไปสวิตซ์จะทางานอัตโนมัติ)3. ตัวปรับระดับสูง – ต่าของกบไฟฟ้า4. ใบมีด (แต่ละใบมีดจะยึดด้วยน็อต) ก่อนใช้งานทุกครั้งต้องตรวจสอบดูว่าน็อตแต่ละตัวหลวมหรือไม่วิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของกบก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่วางจับชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก4. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องจัดวางสายไฟของกบไฟฟ้าให้เรียบร้อย5. เสียบปลั๊กไฟ เปิดสวิตซ์ให้กบทางาน6. ทาการไสไม้ โดยปรับระดับสูงต่าของกบตามต้องการ (ดังภาพที่ 2.28)7. เมื่อใช้งานกบไฟฟ้าเสร็จแล้วให้ถอดปลั๊กออก ทาความสะอาดเป่าฝุ่นออกจากตัวกบไฟฟ้า8. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  32. 32. ภาพที่ 2.28 การใช้กบไฟฟ้ าไสไม้การป้ องกันอันตรายจากการใช้กบไฟฟ้ า1. ตรวจสภาพทั่วไปของกบไฟฟ้าก่อนใช้งาน2. ตรวจน็อตยึดล๊อคใบมีดให้แน่นสนิททุกครั้ง3. ตรวจสอบสายไฟของกบไฟฟ้า ว่ามีสภาพเรียบร้อยไม่ขาดรั่ว4. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก5. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน3. บุ้งถูไม้ (Wood Rasp)บุ้งถูไม้ (Wood Rasp) (ดังภาพที่ 2.29) ใช้ทาหน้าที่ถูหรือปรับไม้ทั้งที่เป็นแนวตรงหรือแนวที่เป็นส่วนโค้ง ให้ได้ขนาดใกล้เคียงกับของจริง โดยใช้ด้านที่ขรุขระออกด้านนอกเพื่อใช้กัดไม้ด้ามจับทาด้วยไม้ภาพที่ 2.29 บุ้งถูไม้
  33. 33. วิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของบุ้งถูไม้ก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่วางยึดจับชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ4. ใช้มือขวาจับที่ด้ามของบุ้งถูไม้ มือซ้ายจับที่ปลายบุ้งถูไม้5. วางบุ้งถูไม้บนชิ้นไม้ที่ต้องการปรับระดับ ถูไปข้างหน้าเพื่อปรับผิวไม้ตามต้องการ(ดังภาพที่ 2.30)6. เมื่อใช้งานบุ้งถูไม้แล้ว ใช้แปรงปัดทาความสะอาดทุกครั้ง7. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยภาพที่ 2.30 การใช้งานบุ้งถูไม้การป้ องกันอันตรายจากการใช้บุ้งถูไม้1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของบุ้งก่อนใช้งาน2. ตรวจความเรียบร้อยของด้ามจับบุ้งถูไม้ให้แน่นสนิทกับตัวบุ้งถูไม้3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ4. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน
  34. 34. 4. ตะไบตะไบ (Files) (ดังภาพที่ 2.31) เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับตกแต่งผิวไม้ ตัวตะไบทาด้วยโลหะมีร่องเล็ก ๆ เรียงชิดติดกันจานวนมาก ด้ามจับทาด้วยไม้ภาพที่ 2.31 ตะไบวิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของตะไบก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่วางยึดจับชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ4. ใช้มือขวาจับที่ด้ามของตะไบ มือซ้ายจับที่ตะไบ (ดังภาพที่ 2.32)5. วางตะไบบนชิ้นไม้ที่ต้องการปรับระดับ ถูไปข้างหน้าเพื่อปรับผิวไม้ตามต้องการ6. เมื่อใช้งานตะไบแล้ว ใช้แปรงปัดทาความสะอาดทุกครั้ง7. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยภาพที่ 2.32 การใช้ตะไบการป้ องกันอันตรายจากการใช้ตะไบ1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของตะไบก่อนใช้งาน2. ตรวจความเรียบร้อยของด้ามจับตะไบให้แน่นสนิทกับตัวตะไบ3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ4. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน
  35. 35. 5. สิ่ว (Chisels)สิ่ว (Chisels) (ดังภาพที่ 2.33) เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับเจาะไม้ บากไม้ เซาะไม้ ตกแต่งไม้แกะสลักและอื่น ๆ ตัวสิ่วทาด้วยโลหะ ที่ปลายมีลักษณะปลายตัดเอียงมี ความคม ด้ามจับทาด้วยไม้มีข้อกลมโลหะสวมไว้เพื่อป้ องกันไม้แตกเวลาใช้ค้อนตอกภาพที่ 2.33 สิ่ววิธีการใช้งานสิ่ว1. เลือกไม้ขนาดที่ต้องการ ร่างแบบลงบนเนื้อไม้2. ใช้เลื่อยตัดไปตามเส้นทางด้านกว้างของหน้าไม้จนถึงระดับความลึกที่จะบาก จากนั้นเลื่อยหลายๆรอย เพื่อสะดวกต่อการใช้สิ่วในภายหลัง3. ใช้สิ่วบากไม้ไปตามแบบที่ร่างไว้ด้วยการจรดคมสิ่วลงที่เส้นแสดงระดับความลึกให้ด้านราบของคมสิ่วอยู่ด้านล่าง แล้วตอกสิ่วเบาๆ เอาเนื้อไม้ออก (ดังภาพที่ 2.34)4. ใช้สิ่วบากส่วนที่เหลือออก โดยการใช้สิ่วด้วยมือด้วยการออกแรงกดเพีย งเล็กน้อยเพื่อบากไม้ได้ดี ใกล้กับศูนย์กลางไม้
  36. 36. ภาพที่ 2.34 การใช้สิ่วการป้ องกันอันตรายจากการใช้สิ่ว1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของสิ่วก่อนใช้งาน2. ตรวจความเรียบร้อยของด้ามจับสิ่วให้แน่นสนิทกับตัวสิ่ว3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ถุงมือ4. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน5. เวลาใช้ค้อนไม้ตอกสิ่ว ควรตรวจสอบค้อนไม้ให้ดีก่อนปฏิบัติงาน6. กระดาษทรายกระดาษทรายกับงานไม้ (ดังภาพที่ 2.35) ใช้สาหรับขัดไม้ ทาเป็นแผ่นสาเร็จมาขนาดประมาณA4 มีเบอร์ที่นิยมอยู่ระหว่าง 0 - 5 เบอร์ยิ่งมากก็ยิ่งหยาบภาพที่ 2.35 กระดาษทราย
  37. 37. วิธีการใช้งานการขัดด้วยกระดาษทราย เวลาขัดนิยมตัดหรือพับให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้ไม้เป็นตัวรอง(ดังภาพที่ 2.36) หรือใช้พับทบไปมาแล้วลูบด้วยมือก็ได้ภาพที่ 2.36 การใช้กระดาษทรายขัดไม้โดยใช้ไม้เป็นตัวรองการขัดไม้จะมีลาดับการทางานคือ การขัดหยาบ ขัดเรียบ ขัดละเอียดขัดหยาบ (Leveling) เป็นการขจัดจุดบกพร่องบนพื้นผิว ลบรอยจากเครื่องจักร/เครื่องมือ ให้ใช้เบอร์ 5 หรือ เบอร์ 4 แต่หากผิวหยาบมาก ก็ให้ใช้ เบอร์ 5 ก่อน จึงตามด้วยเบอร์ 4ขัดเรียบ (Uniforming) เป็นการลดรอยกระดาษทรายจากขั้นตอนแรก ให้ใช้เบอร์ 2หรือเบอร์ 3 สาหรับงานที่ไม่ต้องการความละเอียดมาก ก็สามารถขัดถึงขั้นนี้ แต่หากเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ควรขัดละเอียดต่อไปอีกขัดละเอียด (Polishing) - เป็นการขัดที่ทาให้พื้นผิวราบเรียบ จนมองไม่เห็นรอยกระดาษทราย (ด้วยตาเปล่า) ให้ใช้เบอร์ 0 หรือ เบอร์ 1การขัดให้ขัดตามลาดับ อย่าขัดข้ามเบอร์ จะทาให้เสียเวลา และเปลืองกระดาษทรายการป้ องกันอันตรายจากการใช้กระดาษทราย1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของชิ้นงานที่ต้องการขัดด้วยกระดาษทราย เช่นตะปู ลวด หรือเสี้ยนไม้ หากพบเจอให้ถอนออก2. เวลาขัดกระดาษทรายใช้มือยึดจับกระดาษให้แน่น3. สวมแว่นตา และถุงมือเพื่อป้ องกันอันตรายจากฝุ่นละอองและของมีคม4. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน
  38. 38. 7. เครื่องขัดกระดาษทรายภาพที่ 2.37 เครื่องขัดกระดาษทรายส่วนประกอบของเครื่องขัดกระดาษทราย (ดังภาพที่ 2.37)1. สวิตซ์ปิด – เปิด2. ตัวคลิปหนีบจับกระดาษทราย มี 2 ด้าน หัวกับท้าย3. กระดาษทรายวิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของเครื่องขัดกระดาษทรายก่อนใช้งาน2. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ3. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องจัดวางสายไฟของเครื่องขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อย4. เสียบปลั๊กไฟ เปิดสวิตซ์ให้เครื่องขัดกระดาษทรายทางาน5. ทาการขัดไม้ (ดังภาพที่ 2.38)6. เมื่อใช้งานเครื่องขัดกระดาษทรายเสร็จแล้วให้ถอดปลั๊กออก ทาความสะอาดเป่าฝุ่นออกจากตัวเครื่องขัดกระดาษทราย7. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  39. 39. ภาพที่ 2.38 การขัดไม้ด้วยเครื่องขัดกระดาษทรายการป้ องกันอันตรายจากการใช้เครื่องขัดกระดาษทราย1. ตรวจสภาพทั่วไปของเครื่องขัดกระดาษทรายก่อนใช้งาน2. ตรวจคลิปหนีบยึดล๊อคกระดาษทรายให้แน่นสนิททุกครั้ง3. ตรวจสอบสายไฟของเครื่องขัดกระดาษทรายว่ามีสภาพเรียบร้อยไม่ขาด4. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ผ้าปิดจมูก ถุงมือ5. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน
  40. 40. กิจกรรมที่ 3เรื่อง เครื่องมือไสและตกแต่งไม้ชื่อ .............................................................................................................. เลขที่ ..................คาชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ ( 10 คะแนน )1. เครื่องมือไสเป็นเครื่องมือที่ใช้ ......................................................................................................................................................................................................................................................................2. กบที่นิยมใช้กับงานช่างไม้ในปัจจุบันได้แก่ ................................................................................................................................................................................................................................................3. กบผิว เป็นกบที่ใช้..... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................4. กบล้าง เป็นกบที่ใช้ .................................................................................................................................................................................................................................................................................5. เครื่องมือตกแต่งไม้เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับ ............................................................................................................................................................................................................................................6. บุ้งถูไม้ (Wood Rasp) ใช้ทาหน้าที่ ...........................................................................................................................................................................................................................................................7. ตะไบ (Files) เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับ ....................................................................................................................................................................................................................................................8. สิ่ว (Chisels) เป็นเครื่องมือที่ใช้สาหรับ ...................................................................................................................................................................................................................................................9.สิ่งแรกที่ต้องทาก่อนใช้งานเครื่องขัดกระดาษทราย คือ................................................................................................................................................................................................................................10. การไสไม้ สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ........................................................................................................................................................................................................................................................
  41. 41. เรื่องที่ 4เครื่องมือเจาะเครื่องมือเจาะเครื่องมือเจาะและคว้านไม้ เป็นเครื่องมือที่จาเป็นสาหรับงานไม้ ใช้สาหรับเจาะหรือคว้านรูเพื่อใส่ตะปูเกลียว สลักเกลียวหรือเดือย ในการประกอบเครื่องเรือนต่าง ๆ1. สว่านไฟฟ้ าเจาะได้ทั้งโลหะแผ่นและไม้ สถานที่ใช้ต้องมีไฟฟ้า เพื่อสะดวกต่อการใช้สว่านไฟฟ้าโดยเลือกใช้ดอกสว่านให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ภาพที่ 2.39 สว่านไฟฟ้ าส่วนประกอบของสว่านไฟฟ้ า (ดังภาพที่ 2.39)1. สวิตซ์ปิด – เปิด2. ตัวล๊อคสวิตซ์ (ถ้ากดปุ่มเข้าไปสวิตซ์จะทางานอัตโนมัติ)3. ตัวปรับรอบความเร็ว4. คันโยกปรับหมุนตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา5. ตัวปรับการเจาะแบบหมุนธรรมดา กับการเจาะแบบกระแทก6. ตัวยึดจับดอกสว่าน7. จาปา ใช้หมุนขันยึดดอกสว่าน8. ดอกสว่าน
  42. 42. วิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของสว่านไฟฟ้าก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่ / วางจับยึดชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ถุงมือ4. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานต้องจัดวางสายไฟของสว่านไฟฟ้าให้เรียบร้อย5. ใส่ดอกสว่าน (ชนิดและขนาดขึ้นอยู่กับงานที่ทา) ขันยึดให้แน่น6. เสียบปลั๊กไฟ เปิดสวิตซ์ให้สว่านไฟฟ้าทางาน7. ทาการเจาะไม้โดยปรับระดับความเร็วของสว่านไฟฟ้าตามต้องการ(ดังภาพที่ 2.40)8. เมื่อใช้งานสว่านไฟฟ้าเสร็จแล้วให้ถอดปลั๊กออก ขันเอาดอกสว่านออกทาความสะอาดเป่าฝุ่นออกจากตัวสว่านไฟฟ้า และดอกสว่าน9. เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยภาพที่ 2.40 การใช้สว่านไฟฟ้ าเจาะไม้การป้ องกันอันตรายจากการใช้กบไฟฟ้ า1. ตรวจสภาพทั่วไปของสว่านไฟฟ้าก่อนใช้งาน2. ใช้จาปาขันยึดล๊อคดอกสว่านให้แน่นสนิททุกครั้ง3. ตรวจสอบสายไฟของสว่านไฟฟ้า ว่ามีสภาพเรียบร้อยไม่ขาดรั่ว ถ้าพบให้แก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อย4. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ถุงมือ5. ไม่หยอกล้อเล่นกันขณะปฏิบัติงาน
  43. 43. 2. สว่านแท่นเจาะภาพที่ 2.41 สว่านแท่นส่วนประกอบของสว่านแท่นเจาะ (ดังภาพที่ 2.41)1. สวิตซ์ปิด – เปิด2. ตัวยึดจับดอกสว่าน3. ตัวหมุนปรับสว่านขึ้น – ลง4. มอเตอร์ไฟฟ้า5. สายพาน6. ฐานเลื่อนระดับใช้วางชิ้นงาน7. จาปา ใช้หมุนขันยึดดอกสว่าน8. ดอกสว่านวิธีการใช้งาน1. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของสว่านแท่นเจาะก่อนใช้งาน2. เตรียมสถานที่ / วางจับยึดชิ้นงาน3. สวมอุปกรณ์ป้ องกันอันตราย ได้แก่ แว่นตา ถุงมือ

×