Lแบบธรรมเนียมทหาร

25,083 views

Published on

2 Comments
16 Likes
Statistics
Notes
  • กด ​SAVE ข้างบนครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ดาวน์โหลดยังไงอ่ะคับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
25,083
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
66
Actions
Shares
0
Downloads
365
Comments
2
Likes
16
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Lแบบธรรมเนียมทหาร

  1. 1. วิชา แบบธรรมเนียมทหาร วัตถุประสงคของบทเรียน เพือให นทน.มีความรูและเขาใจแบบธรรมเนียมทหาร เพือนําไปใชในการปฏิบัติ ่ ่ตนไดอยางถูกตองเหมาะสม วัตถประสงคเชงพฤติกรรม ุ ิ ให นทน.สามารถทําในขอตอไปนไดอยางถกตอง   ้ี   ู  ๑. บอกความหมายของแบบธรรมเนียมทหาร ๒. ปฏบตตนตาม พ.ร.บ.วาดวยวินัยทหาร พ.ศ.๒๔๗๖ ิ ั ิ ๓. ปฏบตตามแบบธรรมเนยมทหารทออกเพมเตม ิ ั ิ ี ่ี ่ิ ิ เรื่องที่จะศึกษา ๑. ความหมายของแบบธรรมเนียมทหาร ๒. พ.ร.บ.วาดวยวินัยทหาร พ.ศ.๒๔๗๖
  2. 2. หมวดวชาท่ี ๒ การทหาร ิ วิชา แบบธรรมเนียมทหาร วตถประสงคของบทเรยน ั ุ ี ๑. ให นทน.แตละคนเขาใจ แบบธรรมเนียมทหาร เพอเปนแนวทางในการนําไปประพฤติ ่ื ปฏิบัติใหถูกตองเหมาะสม ๒. ให นทน.แตละคนสามารถแกปญหา อันเกิดจากเหตการณททหารประพฤตผด ุ  ่ี ิิแบบธรรมเนียมทหาร วตถประสงคเชงพฤตกรรม ั ุ ิ ิ ๑.๑ บอกความหมายของแบบธรรมเนียมทหารไดถูกตอง ๑.๒ บอกความหมายของวินัยทหารไดถูกตอง ๑.๓ บอกชอองคการหรอบคคลทมอํานาจออกแบบธรรมเนยมของทางราชการ ่ื  ื ุ ่ี ี ี ไดถกตอง ู  ๑.๔ อธิบายทัณฑของทหารที่จะถูกลงทัณฑฐานขัดขืนหรือละเลยไมปฏิบัติตาม แบบธรรมเนียมทหาร ๑.๕ อธิบายแบบธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการทําความเคารพไดถกตอง ู  ๑.๖ อธิบายแบบธรรมเนียมทหารที่เกี่ยวกับการสั่งการและประชาสัมพันธไดถูกตอง ๑.๗ อธิบายแบบธรรมเนียมทหารที่เกี่ยวกับการลาไดถูกตอง ๑.๘ อธิบายแบบธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการรายงานตนเองไดถูกตอง ๑.๙ อธบายแบบธรรมเนยมทเ่ี กยวกบรายงานเมอตองหาในคดอาญา คดีแพง ิ ี ่ี ั ่ื  ี หรือลมละลายไดถูกตอง ๑.๑๐ อธิบายแบบธรรมเนียมทหารที่เกี่ยวกับ การคาดกระบี่ การใชถุงมือ และการใชผาพันแขนทุกขไดถูกตอง ๑.๑๑ อธิบายแบบธรรมเนียมทหารที่เกี่ยวกับ การรบสงหนาทถกตอง ั   ่ี ู  ๑.๑๒ อธิบายแบบธรรมเนียมทหารที่เกี่ยวกับการแตงกายไดถูกตอง
  3. 3. -๒- เรืองทีศกษา ่ ่ ึ๑. ความหมายของแบบธรรมเนียมทหาร๒. ผูมีอํานาจและหนาที่ออกแบบธรรมเนียมของทางราชการ๓. การขัดขืน และละเลยไมปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหาร๔. การปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหาร ๔.๑ การทาความเคารพ ํ ๔.๒ การสงการและการประชาสัมพนธ ่ั ั ๔.๓ การลา ๔.๔ การรายงานตนเอง ๔.๕ การรายงานเมอตองหาในคดอาญา คดีแพง หรือลมละลาย ่ื  ี ๔.๖ การรายงาน ๔.๗ การรับสงหนาที่ ๔.๘ การแตงกาย ๔.๙ การคาดกระบี่ การใชถุงมือ การใชผาพันแขนทุกข
  4. 4. สารบัญ หนา สภาพของสังคมโดยทั่วไป ๑สิ่งทีบงคับใหทหารมีวนย ่ ั ิ ั ๒มาตรการตอบแทนผกระทาผิดวินย ู ํ ั ๓ที่มาหรือแหลงกําเนิดแบบธรรมเนียมของทหาร ๓วธรองทกข ิี ุ ๑๕การเคารพ ๒๑การเคารพเมืออยูในความควบคุม ่  ๒๔การผอนผน  ั ๒๕การสั่งการ และการประชาสัมพันธ ๒๗การลา ๓๒การรายงานดวน ๔๕การรายงานตนเอง ๔๗การรายงานเมือตองหาในคดีอาญา หรือคดีแพง หรือคดีลมละลาย ่ ๔๘การรายงานตวเมอมสถานการณฉกเฉินและการเตรยมพรอม ั ่ื ี  ุ ี  ๕๐การรบสงหนาทราชการ ั   ่ี ๕๒ขาราชการกลาโหมกบการเมอง ั ื ๕๗การแตงกาย ๕๙ -------------------------------------
  5. 5. แบบธรรมเนียมทหารสภาพของสังคมโดยทั่วไป ในทุกสังคมจะตองมีโครงสราง ซึ่งหมายถึง ระเบียบปฏิบัติ ระเบียบแบบแผน ที่จะเปนเครื่องยึดโยง หรือสายใยใหสังคมดํารงสภาพอยูไดไมแตกสลาย เปรียบประดุจตึกหรือบานเรือนที่ประกอบดวยสวนตาง ๆ โครงสรางของสังคมก็เชนกันจะตองประกอบไปดวยสิ่งตาง ๆ อันไดแก ระเบียบ ปทัสถาน ความสัมพันธระหวางบุคคล และสถานภาพของบุคคล ซึ่งจักตองควบคุมโดยสังคมและคานิยมของแตละกลุมสังคม ประเพณีหรือแบบธรรมเนยมเปนแนวทางอนหนงทกาหนดใหคนเราดําเนนชวตไปตาม ี  ั ่ึ ่ี ํ ิ ีิครรลองของแบบธรรมเนยมประเพณนน ๆ ไมวาจะเปนแบบธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการอยูรวมกัน ี ี ้ัประกอบกิจการงานรวมกัน ฯลฯ ยอมจะประสบความราบรื่นและปลอดภัยเหมือนกับรถไฟที่แลนไปตามรางของมัน สังคมจะสรรเสริญคนที่ทาอะไรตามแบบธรรมเนียมหรือสงเสริมรือฟนแบบธรรมเนียมทีดี ํ ้  ่งาม แตจะตําหนิตเิ ตียนคนทีทาอะไร "แหวก" หรือ "ทาลาย" ขนบธรรมเนียมที่ดีงาม ซึ่งเขาไดวาง ่ ํ ํไวใหปฏิบัติอยางดีแลวสภาพสังคมทหาร ในวงสังคมของทหารกเ็ ชนเดยวกนจะตองมโครงสราง หรือระเบียบปฏิบตอนเปนแบบ  ี ั  ี  ั ิัแผนซึ่งวิวฒนาการไปในตัวของมันเอง และเปลี่ยนแปลงไปไดตามยุคตามสมัย ถือเปนเอกลักษณ ั เฉพาะสิ่งเฉพาะอยางที่ในวงการทหารเขาประพฤติ และปฏิบตตอกน อาจผดแผกแตกตางกบ ั ิ  ั ิ  ัวงสังคมอื่น ๆ ในบางลักษณะ ซงกเ็ ปนของธรรมดาสามญในสภาพหรอภาวะความเปนอยของ ่ึ  ั ื  ูทหารโดยทัวไป่ทหารตองมีวินัย ความเปนอยูของทหารที่มั่นคงสถาพรมาไดจนถึงตราบทุกวันนี้ อยตรงจดสาคัญที่ทหาร ู ุ ํทกคนตองมี "วนย" ุ  ิ ัอะไรคือวินยทหาร ั วินัยของทหารจะมีคําจากัดความวาอยางไรนั้น ยังไมมีผูใดกําหนดหรอแจกแจงอธบาย ํ ื ิใหชดเจน นอกจากที่มีบัญญัติไวในกฎหมายวาดวยวินัยทหาร วา "วินัยทหาร" นัน คือการท่ี  ั ้ทหารตองประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร ซึ่งก็มีความหมายกวางขวางเหลือเกิน นอกจากนี้ ในกฎหมายวาดวยวินัยทหารยังไดเนนหนักไวอีกวา “วินัยทหารเปนหลกสําคัญ  ัที่สุดสําหรับทหาร เพราะฉะนั้นทหารทุกคน จักตองรักษาโดยเครงครัดอยูเสมอ ผูใดฝาฝนใหถือวาผูนนกระทําผิด”  ้ั Back
  6. 6. -๒-สิ่งทีบงคับใหทหารมีวนย ่ ั ิ ั แมแตในกฎหมายรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ใชบังคับอยูในปจจุบันนี้และถือวาเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก็ยังไมลืมในเรื่องนี้เพราะเล็งเห็นวาเปนสิ่งสําคญของ ัทหาร จึงไดบญญตไวในมาตรา ๔๔ ใจความวา "บุคคลซึ่งเปนทหาร ยอมมีสิทธิและเสรีภาพตาม  ั ัิ รัฐธรรมนูญ เชนเดียวกับประชาชนพลเมือง เวนแตทไดจํากัดไวในเรืองวาดวย วนย "ซึ่งก็หมาย ่ี ่ ิ ัความวา ทหารนั้นแมจะมีสิทธิและเสรีภาพโดยสมบูรณในฐานะประชาชนคนธรรมดาแตตองอยูในกรอบของวินัยทหารอยางหลีกเลี่ยงไมได พระราชบญญตระเบยบขาราชการทหาร พ.ศ.๒๕๒๑ ซึ่งเปนกฎหมายสรางมาตรการตาง ๆ ั ั ิ ี ในวงการทหารใหเปนเอกเทศขึ้นมาเปนสัดสวน ไมตองอาศัยหรือแอบอิงระบบของขาราชการ พลเรือนอยางแตกอนก็ยงบัญญัตไวในมาตรา ๑๕ วา "วินัยของขาราชการทหาร ทหารกอง  ั ิประจําการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ใหเปนตามกฎหมายวาดวย วินัยทหารขอบังคับ และระเบียบแบบแผนที่กระทรวงกลาโหมกําหนด"ผูใดควบคุมดูแลใหทหารมีวินัย เปนหนาที่ของผูบังคับบัญชา ที่จะตองจัดการระวัง ใหทหารในบังคับบัญชาไดรักษาวินัยโดยเครงครัด ถาหากวาในการรักษาวินัยทหารใหคงอยูนั้น จําเปนตองใชอาวธเพอทาการปราบ    ุ ่ื ํปรามทหารผกอการกาเรบกดี หรือเพื่อบังคับทหารผูละทิ้งหนาที่ใหกลับทําหนาทีของตนก็ดี ู  ํ ิ ็ ่ผูบังคับบัญชา และผูที่ชวยเหลือในการนั้นจะไมตองรับโทษในการที่ตนไดกระทําไปโดยความจําเปนนั้นเลย แตเ มอเหตดงกลาวน้ี ผบงคบบญชาจกตองรายงานไปยงผบงคบบญชาเหนอตน และ ่ื ุ ั  ู ั ั ั ั  ั ู ั ั ั ืรายงานตอไปตามลําดบชนจนถงรฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมโดยเรว ั ้ั ึ ั ี ็ตัวอยางทกฎหมายถอวากระทําผิดวินยทหาร มดงน้ี ่ี ื  ั ีั ๑. ดอ ขดขน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไมปฏิบัติตามคําสงผบงคบบญชาเหนอตน ้ื ั ื ่ั ู ั ั ั ื ๒. ไมรักษาระเบียบการเคารพ ระหวางผูใหญผนอย  ู  ๓. ไมรักษามรรยาทใหถูกตองตามแบบธรรมเนียมของทหาร ๔. กอใหแตกความสามัคคีในคณะทหาร ๕. เกียจคราน ละทิ้ง หรอเลนเลอตอหนาทราชการ ื ิ    ่ี ๖. กลาวคําเทจ ็ ๗. ใชกิริยาวาจาไมสมควร หรือประพฤติไมสมควร ๘. ไมตกเตือนสังสอน หรือลงทัณฑผูใตบังคับบัญชาที่กระทําผดตามโทษานโทษ ั ่ ิ ุ ๙. เสพเครองดองของเมาจนถงเสยกรยา ่ื ึ ี ิิ Back
  7. 7. -๓-มาตรการตอบแทนผกระทําผิดวินัย ู ทหารผูใดกระทาผดตอวนยทหารจกตองรบทณฑตามวธทบญญตไวในกฎหมายวาดวย ํ ิ  ิ ั ั  ั ั  ิ ี ่ี ั ั ิ   วินัยทหาร แลวยังอาจตองถูกปลดออกจากประจําการ หรอถกถอดจากยศทหารดวย ทั้งนี้สุดแลวแต   ื ู ความเสียหายรายแรงแหงการกระทําผดวนยนน ๆ ิ ิ ั ้ัอะไรคือแบบธรรมเนยมทหาร ี เปนที่ทราบแลววา วินัยทหาร คอการททหารตองประพฤตตามแบบธรรมเนยมทหารดงได ื ่ี  ิ ี ักลาวไวขางตน การที่จะใหคาจากัดความถึงถอยคําวา แบบธรรมเนียม มีความหมายอยางไรนั้น ํ ํจึงเปนการยากโดยเฉพาะ "แบบธรรมเนียมทหาร" แตก็พอจะสรุปเปนใจความโดยยอใหเขาใจไดดังนี้ แบบธรรมเนียมทหาร หมายถึง แนวทางปฏิบัติซึ่งผูบังคับบัญชาหรือหัวหนาสวนราชการ ตลอดจนผูมอานาจหนาที่ไดวางไวเปนหลักสําหรับปฏิบัติ  ีํ ในท่ีน้ีจะเนนหนกไปในเรองของแบบธรรมเนยมของทหาร ที่กําหนดไวเปนลายลักษณ  ั ่ื ีอักษร และเฉพาะที่เกี่ยวกับสายงานสารบรรณ ทควรทราบเพอยดถอเปนแนวทางปฏบตโดยสวน ่ี ่ื ึ ื  ิ ั ิ รวมที่มาหรือแหลงกําเนิดแบบธรรมเนียมของทางราชการ ๑. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เปนกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ซึ่งกําหนดรปแบบูและหลักการปกครอง ตลอดจนวิธีการดําเนนการปกครองประเทศไวอยางเปนระเบยบ รวมทัง ิ    ี ้กําหนดหนาที่ของประชาชนที่พึงกระทําตอรัฐ กับรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซงรฐจะ ่ึ ัละเมิดมิไดดวย ๒. พระราชบัญญัติ ไดแกกฎหมายที่พระมหากษัตริยทรงตราขึ้นโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา คือ วุฒิสภา และสภาผูแทนราษฎร ๓. พระราชกําหนด เปนกฎหมายที่พระมหากษัตริยทรงตราขึ้นโดยคาแนะนําของคณะ ํรัฐมนตรี โดยนายกรฐมนตรเี ปนผรบสนองพระบรมราชโองการ กระทําไดใน ๒ กรณดงตอไปน้ี ั  ู ั ีั  ๓.๑ ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปนรบดวนในอนจะรกษาความปลอดภยของประเทศ  ี  ั ั ัหรือความปลอดภัยสาธารณะ จะตราพระราชกําหนดใหใชบงคบดงเชนพระราชบญญตกได เมือมี   ั ั ั  ั ั ิ็ ่การประชุมรัฐสภาคราวตอไป ใหคณะรฐมนตรเี สนอพระราชกําหนดนันตอรัฐสภาเพือพิจารณา  ั ้ ่โดยไมชกชา ถาสภาผูแทนราษฎรไมอนุมัติ หรือสภาผูแทนราษฎรอนุมติ แตวฒสภาไมอนมติ  ั   ั ุ ิ  ุ ัและสภาผูแทนยืนยันการอนุมัติดวยคะแนนเสียงไมมากกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดใหพระราชกําหนดนนตกไป แตทั้งนี้ไมกระทบกระเทือนกิจการที่ไดเปนไปในระหวางที่ใช ้ัพระราชกําหนดนน ้ั
  8. 8. -๔- ถาวุฒิสภาและสภาผูแทนราษฎรอนุมัติพระราชกําหนดนน หรือถาวุฒสภาไมอนุมติ ้ั ิ ัและสภาผูแทนราษฎรยืนยันการอนุมัติดวยคะแนนเสียงมากกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดใหพระราชกําหนดนนมผลใชบงคบเปนพระราชบญญตตอไป ้ั ี  ั ั  ั ั ิ  การอนุมัติหรือไมอนมตพระราชกาหนด ใหนายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา  ุ ั ิ ํในกรณีไมอนุมัติ ใหมีผลตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในการพิจารณาพระราชกาหนดของวุฒิสภาและของสภาผูแทนราษฎร ในกรณียืนยัน ํการอนุมัติพระราชกําหนด จะตองทาในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้น ๆ  ํ ๓.๒ ในระหวางสมัยประชุมรัฐสภา ถามีความจาเปนตองมกฎหมาย เกี่ยวดวยการ ํ   ีภาษีอากรหรือเงินตรา ซงจะตองไดรบการพจารณาโดยดวนและกบเพอรกษาผลประโยชนของ ่ึ   ั ิ  ั ่ื ั แผนดิน จะตราพระราชกําหนดใหใชบังคับดังเชน พระราชบัญญัตก็ได ิ พระราชกําหนดทไดตราขนตามความในขอ ๓.๒ จะตองนําเสนอตอสภาผแทนราษฎร ่ี  ้ึ   ูภายในสามวัน นับแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใหนําขนตอน และวิธีการ ้ัปฏิบตตาง ๆ ในขอ ๓.๑ มาใชบังคับโดยอนุโลม ัิ ๔. พระราชกฤษฎีกา เปนกฎหมายที่พระมหากษัตริยทรงตราขึ้นโดยคําแนะนําของคณะรัฐมนตรี แบงออกเปน ๒ ประเภท   ๔.๑ พระราชกฤษฎีกา ทีออกโดยอาศัยอํานาจแหงกฎหมาย เชน พระราชบัญญัตทมี ่  ิ ่ีบทบัญญัติมอบใหฝายบริหาร คือ คณะรัฐมนตรี ไปออกพระราชกฤษฎกา หรือกฎกระทรวงกําหนด ีรายละเอียดเพื่อดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายนั้น ๔.๒ พระราชกฤษฎีกา ที่พระมหากษัตริยใชพระราชอํานาจ โดยคําแนะนําของคณะรฐมนตรี ตามที่รฐมนตรีเกียวของเสนอมา เชน พระราชกฤษฎีกา วาดวยการเบิก ั ั ่จายคารักษาพยาบาล ฯลฯ ๕. กฎกระทรวง เปนกฎหมายทออกโดยรฐมนตรเี จากระทรวงผรกษาการตามพระราช ่ี ั  ู ับัญญัตฉบับใด ฉบับหนึ่ง ออกโดยอาศัยอานาจตามทพระราชบญญตนน ๆ ใหอํานาจไวกฎ ิ ํ ่ี ั ั ิ ้ั กระทรวง จะจดตอกฎหมายหรอนอกเหนอจากทพระราชบญญตอนกฎกระทรวงอาศยเปน แมบท ั  ื ื ่ี ั ั ิั ั จะกระทาไมได ํ การออกพระราชกฤษฎีกา หรอกฎกระทรวงนน เพื่อเปนการกําหนดรายละเอียด และเปน ื ้ักฎหมายที่สะดวกแกการแกไข เมื่อแกไขงายจะทําใหกฎหมายหลัก คือ พระราชบญญตซงกาหนด ั ั ิ ่ึ ํเฉพาะหลักเกณฑใหญทันสมัยอยูเสมอ ถาเรื่องใดสําคัญก็ออกพระราชกฤษฎีกาสาคัญนอยก็ออก ํกฎกระทรวง ๖. ขอบังคับ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่กาหนดใหใชโดยอาศยอํานาจของ ํ ํ   ักฎหมายที่บัญญัติใหกระทําได
  9. 9. -๕- ขอควรสงเกต ในการตราขอบังคับเพื่อใชบังคับบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหาร ในเวลา  ัปกติจะตองเปนการตราขนโดยสมควรแกกาลสมย และชอบดวยพระราชกําหนดกฎหมาย หรือจะ  ้ึ  ักลาวอีกนัยหนึ่งก็คือขอบังคับนั้นจะตองเหมาะสมกับกาลสมัย ไมขัดตอความรูสึกของประชาชนทั่วไป หรือไมขัดกับจารีตประเพณีที่บุคคลเหลานั้นนิยมใชกันมา กับทั้งไมขัดตอพระราชกําหนดกฎหมายที่ออกบังคับใชอยูในขณะนั้น หรือถาจะกลาวโดยสรุปแลว ขอบังคับทีตรานันตองอยูภาย ่ ้ ในขอบเขตที่กาหนดใหอํานาจ มิฉะนั้นแลวขอบังคับเหลานั้นอาจไมมีผลใชบังคับบุคคลที่อยูใน ํอํานาจศาลทหารไดเลย บรรดาขอบังคับที่ใชกันอยูในอดีต เรยกชอแตกตางกนไปแลวแตวาขอบงคบนนเปนสวน ี ่ื  ั     ั ั ้ั  ของราชการใดใชบังคับ ซึ่งอาจแยกไดเปน ๗ อยางดวยกันคือ ๖.๑ ขอบังคับทหารบก รฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหม เปนผตราขนเพอใชบงคบแต ั ี  ู ้ึ ่ื  ั ับุคคลที่สังกัดอยูในราชการทหารบกและทหารอากาศ (ขณะนั้นทหารอากาศยังไมไดแยกออกจากทหารบก) ๖.๒ ขอบังคับทหารเรือ รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมเปนผูตราขึนเพือใชบงคับ   ้ ่ ัแกบคคลทอยในราชการทหารเรอ  ุ ่ี ู ื ๖.๓ ขอบังคับทหาร รฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมเปนผตราขนเพอใชบงคบแก ั ี  ู ้ึ ่ื  ั ับุคคลที่อยูในราชการทหารบก ทหารเรอและทหารอากาศ ื ๖.๔ ขอบังคับกองทัพบก ผบญชาการทหารบกเปนผตราขน เพื่อใชบังคับแกบุคคลที่ ู ั  ู ้ึสังกัดอยูในกองทัพบก ๖.๕ ขอบงคบกองทพเรอ ผูบญชาการทหารเรือเปนผูตราขึน เพื่อใชบังคับแกบุคคลที่ ั ั ั ื  ั  ้สังกัดอยูในกองทัพเรือ ๖.๖ ขอบังคับกองทัพอากาศ ผูบญชาการทหารอากาศเปนผูตราขึน เพื่อใชบังคับแก  ั  ้บุคคลที่สังกัดอยูในกองทัพอากาศ ๖.๗ ขอบังคับกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมเปนผูตราขึนเพือ   ้ ่ใชบังคับแกบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหาร ฉะนั้น จึงเห็นไดวาขอบังคับที่ใชกันอยูในอดีตมีมากอยางดวยกัน ตอมาเมือ ่พ.ศ.๒๔๙๒ กระทรวงกลาโหม ไดตราขอบังคับกระทรวงกลาโหมวาดวยระเบียบจัดการทางคดี(ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๔๙๒ ออกใช ไดกาหนดอํานาจและหนาที่ไววา ถาจะตราขอบังคับตาง ๆ เพื่อใช ํบังคับแกบุคคลที่อยูในอํานาจศาลทหารในเวลาปกติ ตามความหมายแหงประมวลกฎหมายอาญาทหารแลวใหตราขึนไดแตเฉพาะขอบังคับกระทรวงกลาโหมโดยรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ้ เปนผูตราขึ้นเทานั้น ตังแตนนมาจนถึงปจจุบนนี้ การตราขอบงคบขนในราชการทหารจงเปน ้ ้ั ั  ั ั ้ึ ึ 
  10. 10. - ๖-อํานาจของรฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมแตผเู ดยว และเรียกชื่อขอบังคับนั้นวา ขอบังคับ ั ี  ีกระทรวงกลาโหม สําหรับสวนราชการอืนใดถาประสงค หรือเห็นสมควรทีตราขอบังคับขึนในกรณีใด ๆ ่ ่ ้ก็ตามตองรายงานขึ้นไปตามลาดับชันจนถึงรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมเพือพิจารณา ํ ้  ่และตราขนเปนขอบงคบกระทรวงกลาโหมตอไป ้ึ   ั ั  อนึ่ง แมวาการตราขอบงคบตงแตป ๒๔๙๒ เปนตนมา เปนอํานาจของรัฐมนตรีวาการ  ั ั ้ั   กระทรวงกลาโหมแตผูเดียวก็จริง แตก็ยังคงถือวาขอบังคับอื่นใดที่ออกใชบังคับอยูกอนแลวก็ยังคงมีผลบังคับใชอยูตอไป ๗. คําสั่ง คือ บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวยกฎหมายขอท่ีควรพจารณาคอคาวา "ผูซึ่งบังคับบัญชาทหาร" ตามความหมายแหงขอบังคับและคําสั่งนั้น ิ ื ํแยกออกพจารณาไดดงนคอ ิ  ั ้ี ื ผูซึ่งบังคับบัญชาทหาร หมายถึง ผซงมอํานาจบงคบบญชาตามพระราชบญญตวาดวย ู ่ึ ี ั ั ั ั ั ิ วินัยทหาร สวนคําวา ทหาร ตามพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาทหาร(ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ บัญญัตคาวา ทหาร หมายความวา บุคคลซึ่งอยูใน ิํอํานาจกฎหมายฝายทหาร ดังนั้นคําวาผูซึ่งบังคับบัญชาทหาร จึงหมายความรวมถึงผูมีอานาจ ํบังคับบัญชาทหาร ขาราชการกลาโหมพลเรอน และลูกจางประจําที่อยูในอํานาจกฎหมายฝาย ืทหารนนดวย้ั  เทาที่กลาวมาแลวชี้ใหเห็นวา คําสั่ง หมายความวาอยางไร คําสั่ง ตามนัยขางตน สําหรบ ักระทรวงกลาโหมไดแยกออกเปน ๒ ประเภท คือ   ๗.๑ คําสั่งทั่วไป เปนคําสั่งที่ใหสวนราชการ หรือผูอยูในบังคับบัญชาทั่วไปปฏิบัติและทราบทั่วกัน ๗.๒ คําสั่งเฉพาะ เปนคําสั่งที่สั่งใหสวนราชการหรือผูอยูในบังคับบัญชาผูมีหนาที่เกี่ยวของโดยเฉพาะปฏิบัติ คําสั่งทั้ง ๒ ประเภท ที่กลาวมาแลวขางตน สําหรับกองทัพอากาศไดนามาพิจารณาแยก ํรายละเอียดออกไปอีก ทั้งนี้เพื่อสะดวกในทางปฏิบัติและเพื่อเปนแนวทางเดียวกันและเรื่องใดควรจะอยูในคําสั่งประเภทใดดังนี้
  11. 11. -๗- - คําสั่งกองทัพอากาศ (ทั่วไป) ถาจําเปนจะตองออกเปนคาสั่งรูปนี้แลว จะตองพจารณาวา    ํ  ิ เรื่องนั้นเปนเรื่องที่ตองเก็บไวเปนหลักฐานทางประวัติ ตํานาน และการตรวจสอบทางทะเบียนพลหรือไม หากเปนเรื่องที่จะตองปฏิบัติการดังกลาว ก็ใหจัดอยูในประเภทคําสั่งกองทัพอากาศ(ทั่วไป) คําสั่งประเภทนี้จะตองสงสําเนาใหกับกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุดกองทัพบก กองทัพเรือดวย - คําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ทเ่ี ปนแบบธรรมเนยม คําสั่งประเภทนี้ ตองถือเปน  ีแบบธรรมเนยมตลอดไปจะมคาสั่งเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก ี ีํ - คําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ทีไมเปนแบบธรรมเนียม คําสั่งที่ผูรับปฏิบัติไดปฏิบัติโดย ่สมบูรณแลว ผูปฏิบัติยอมหมดพันธกรณี หรือหมดหนาทีไปโดยปริยาย ไมจาเปนตอง ่ ํปฏิบัติหรือกระทําการนนตอไปอก้ั  ี ๘. ระเบยบ คือ บรรดาขอความทผมอํานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอํานาจ ี  ่ี ู ีของกฎหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจํา ๙. ประกาศ คือ บรรดาขอความททางราชการประกาศหรอชแจงใหทราบ หรือ  ่ี ื ้ี แนะแนวทางปฏิบัติ ๑๐. แถลงการณ คือ บรรดาขอความที่ทางราชการแถลงเพื่อทําความเขาใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ หรือในกรณีใด ๆ ใหทราบชดเจนโดยทวไป  ั ่ั ๑๑. มตคณะรฐมนตรี คือ ความคิดความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ิ ั ๑๒. ขาว คือ บรรดาขอความททางราชการเหนสมควรเผยแพรใหทราบ  ่ี ็   ผูมีอํานาจและหนาที่ออกแบบธรรมเนียมของทางราชการได คือ ๑. รัฐสภา ประกอบดวยวุฒิสภา และสภาผูแทน ฯ ๑.๑ วุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง ๑.๒ สภาผูแทน ฯ ประกอบดวยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้ง มจํานวนตามเกณฑทบญญติ  ี  ่ี ั ัไวในรฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกรไทย  ั ั รัฐสภา มีอํานาจหนาทีออกระเบียบแบบธรรมเนียมขึนไวโดยตรง เปนพระราชบญญติ ่ ้  ั ั ๒. คณะรัฐมนตรี หมายถึง คณะบุคคลซึ่งพระมหากษัตริยไดทรงตั้งขึ้น ประกอบดวย นายกรฐมนตรี และคณะรฐมนตรี ตามรฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกรไทย มีอํานาจหนาท่ี ั ั ั  ั ออกแบบธรรมเนียมได ดังนี้ ๒.๑ พระราชกาหนด ํ
  12. 12. -๘- ๒.๒ พระราชกฤษฎีกา ๒.๓ กฎสานักนายกรัฐมนตรี ํ ๒.๔ มติ ๒.๕ ขอบังคับ ๒.๖ แถลงการณ ๒.๗ ระเบียบ ๒.๘ ประกาศ ๒.๙ ขาว ๒.๑๐ คําสั่ง ๓. กระทรวง กลาวโดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม มีรฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ั เปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ และรัฐมนตรีชวยวาการ ฯ หรือรัฐมนตรีสงการ ฯ เปนผูชวยและมี ่ัอํานาจหนาทีออกแบบธรรมเนียมได ดังนี้ ่ ๓.๑ กฎกระทรวง ๓.๒ ขอบังคับ ๓.๓ แถลงการณ ๓.๔ คําสั่ง ๓.๕ ระเบียบ ๓.๖ ประกาศ ๓.๗ ขาว ๔. สวนราชการขึนตรงตอกระทรวงกลาโหม คือ ้ ๔.๑ สํานกงานเลขานการรฐมนตรี ั ุ ั ๔.๒ สํานักงานปลัดกระทรวง ๔.๓ กรมราชองครักษ ๔.๔ กองบัญชาการทหารสูงสุด - สํานกงานเลขานการรฐมนตรี มีหนาที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง ั ุ ัมีเลขานุการรฐมนตรี เปนผูบงคับบัญชารับผิดชอบ แบงสวนราชการออกเปนดังนี้ ั  ั - แผนกการเมือง - แผนกตรวจสอบเรองราวและความเหน ่ื ็ - สํานักงานปลัดกระทรวง มีหนาที่เกี่ยวกับราชการประจําทั่วไปของกระทรวง มีปลัดกระทรวง เปนผูบงคับบัญชารับผิดชอบ แบงสวนราชการออกเปนดังนี้  ั
  13. 13. -๙- - สํานักปลัดกระทรวงกลาโหม - สํานักนโยบายและแผนกลาโหม - กรมเสมียนตรา - กรมพระธรรมนูญ - กรมการเงินกลาโหม - ศูนยการอุตสาหกรรมปองกันประเทศและพลังงานทหาร - สํานกงานตรวจบญชกลาโหม ั ั ี - กรมราชองครักษ มีหนาที่ตามกฎหมายวาดวยราชองครักษ และกฎหมายวาดวยนายตํารวจราชองครกษ มีสมุหราชองครักษเปนผูบงคับบัญชารับผิดชอบ แบงสวนราชการ  ั  ัออกเปน  - สํานกงานราชองครกษประจํา ั ั  - สํานักงานรักษาความปลอดภัย - สํานักนโยบายและแผน - สํานักยุทธบริการ - กองบัญชาการทหารสูงสุด มีหนาทเ่ี ตรยมรบ และปองกันราชอาณาจักร  ีมีผูบัญชาการทหารสูงสุด เปนผูบงคับบัญชารับผิดชอบ แบงสวนราชการออกเปนดังนี้  ั - กองทัพบก - กองทัพเรือ - กองทัพอากาศ - สํานักผูบัญชาการทหารสูงสุด - กรมกําลังพลทหาร - กรมขาวทหาร - กรมยุทธการทหาร - กรมสงกําลังบารุงทหาร ํ - กรมการสื่อสารทหาร - กรมกิจการพลเรือนทหาร - สํานักงานปลัดบัญชีทหาร - หนวยบัญชาการทหารพัฒนา - ศูนยรักษาความปลอดภัย - กรมสารบรรณทหาร
  14. 14. - ๑๐ - - กรมการเงนทหาร ิ - กรมแผนที่ทหาร - ศูนยวิจัยและพัฒนาการทหาร - กรมการสรรพกําลังทหาร - กรมยุทธบริการทหาร - กรมการสนเทศทหาร - สถาบันวิชาการปองกันประเทศ - กรมยุทธศึกษาทหาร ๕. สวนราชการขึนตรงตอกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ้มีอํานาจและหนาทออกแบบธรรมเนยมไดดงน้ี  ่ี ี ั ๕.๑ แถลงการณ ๕.๒ คําสั่ง ๕.๓ ระเบียบ ๕.๔ ประกาศ ๕.๕ ขาว ๖. สวนราชการรอง ๆ ลงไป หมายถึงสวนราชการรอง ๆ ลงไปจากสวนราชการที่ขึ้นตรงตอกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มีอํานาจหนาทออกแบบธรรม  ่ีเนยมไดดงน้ี ี ั ๖.๑ คําสั่ง ๖.๒ ระเบียบ ๖.๓ ประกาศ ๖.๔ ขาว ขอบเขตและอํานาจการออกแบบธรรมเนยม ี ผูมีอํานาจและหนาที่ที่จะออกแบบธรรมเนียมของทางราชการไดนั้น ตองออกมาในรูปและขอบเขตซึงตนมีอํานาจเทานัน เชน ่ ้  กระทรวง จะออกในรูปแบบพระราชบัญญัติ พระราชกาหนด หรือพระราชกฤษฎีกา ํใชบังคับเปนกฎหมายไมได สวนราชการทขนตรงตอกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพ ่ี ้ึ อากาศจะออกพระราชบัญญัติ พระราชกําหนด พระราชกฤษฎีกา กฎ กระทรวง หรือขอบังคับไมได
  15. 15. - ๑๑ - สวนราชการรอง ๆ ลงไปนอกจากที่กลาวขางตนมีอํานาจและหนาทออกระเบยบแบบธรรม  ่ี ีเนียมไดก็เฉพาะ คําสั่ง ระเบียบ ประกาศ และขาว เทานน สวนพระราชบัญญัติ พระราชกาหนด  ้ั ํพระราชกฤษฎีกา กฎ ขอบังคับ และแถลงการณ ไมมีอานาจหนาทีออกได ํ ่ ฉะนั้น การออกระเบยบแบบธรรมเนยมจะตองอยภายในขอบเขตทสวนราชการนนมี ี ี  ู ่ี  ้ัอํานาจเทานัน หากจะออกระเบยบแบบธรรมเนยมเกนกวาทตนมอํานาจอยู ระเบียบแบบธรรม ้ ี ี ิ  ่ี ีเนียมนั้นยอมไมมีผลใชบังคับ การขัดขืนหรือละเลยไมปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม แบบธรรมเนียมที่กลาวมาแลว หากผูใดขัดขืนหรือละเลยไมปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมผูบังคับบัญชามีอานาจหนาทพจารณาลงทณฑหรอลงโทษไดดงตอไปน้ี ํ  ่ี ิ ั  ื ั  ๑. แบบธรรมเนยมทเ่ี ปนกฎหมาย จะตองไดรบโทษตามพระราชกาหนดกฎหมายที่ได ี   ั ํบัญญัตไวิ ๒. แบบธรรมเนียมทีเ่ ปนขอบังคับ และคําสั่ง ถึงแมวาแบบธรรมเนียมที่เปนขอบังคับและคําสั่งจะไมมีลักษณะ เปนตวบทกฎหมายโดยตรงกตาม แตตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา  ั ็ทหาร มาตรา ๓๐ ถึง ๓๓ บญญตไววา เปนความผิดและมีโทษทางอาญา ซึ่งอยูในอํานาจของ ั ัิ ผูบังคับบัญชาสมควรจะนําคดีขนฟองรองตอศาลทหารหรือไม ฉะนั้น จึงเห็นไดวาถาขัดขืน หรือ ้ึละเลยไมปฏิบัติตามขอบังคับและคาสั่งแลวผูบังคับบัญชาก็มีอานาจพิจารณาวาจะสมควรฟองรอง ํ ํตอศาลทหารหรือไม นอกจากนผทเ่ี ปนทหารอาจจะไดรบทณฑทางวนยตามพระราชบญญตวาดวย ้ี ู  ั ั  ิ ั ั ั ิ วินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ รวมทั้งที่ไดแกไขเพิ่มเติมใหมอีกดวย สวนผูที่เปนขาราชการกลาโหมพลเรือน ลูกจาง อาจจะไดรบการพจารณา ลงโทษตามขอบังคับทหารวาดวย ขาราชการ ั ิกลาโหมพลเรือน พ.ศ.๒๔๘๒ หรอขอบงคบกระทรวงกลาโหม วาดวย ลูกจางประจํา พ.ศ.๒๕๒๘ ื  ั ั ทหาร ผูกระทําผิดจะไดรับทัณฑทางวินัย ดังนี้ ๑. ภาคทัณฑ ๒. ทัณฑกรรม ๓. กัก ๔. ขัง ๕. จําขัง
  16. 16. - ๑๒ - ๑. ภาคทัณฑ หมายถึง ผูกระทําผิด มีความผิดอันควรตองรับทัณฑสถานหนึ่งสถานใดดังกลาวมาแลว แตมเี หตุอนควรปราณี จงเปนแตแสดงความผดของผนนใหปรากฏหรอใหทําทัณฑ  ั ึ   ิ ู ้ั  ื บนไว ๒. ทัณฑกรรม หมายถึง ใหกระทําการสุขา การโยธา ฯลฯ เพิ่มจากหนาที่ประจําซึ่งตนจะตองปฏิบัติอยูแลว หรือปรับใหอยูเ วรยามนอกจากงานในหนาทีประจํา ่ ๓. กัก หมายถึง กกตวไวในบรเิ วณใดบรเิ วณหนงตามแตจะกาหนดให ั ั  ่ึ  ํ ๔. ขง หมายถึง ขังในที่ควบคุมแตเฉพาะคนเดียวหรือรวมกันหลายคนแลวแตจะไดมี ัคําสั่ง ๕. จาขัง หมายถึง ขังโดยสงไปฝากใหอยูในความควบคุมของเรือนจําทหาร ํ นอกจากทัณฑที่กลาวไวนี้ หามมิใหคิดขึ้นใหมหรือใชวิธีลงทัณฑอยางอื่นเปนอันขาดผูมีอํานาจบังคับบัญชาซึ่งลงทัณฑแกผูกระทําผิดไดนั้น คือ (๑) ผูบังคับบัญชา หรือ (๒) ผูซงไดรบมอบอํานาจใหบังคับบัญชาตามที่กระทรวงกลาโหม สวนราชการทีขนตรง ่ึ  ั ่ ้ึตอกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ หรอกองทพอากาศ ื ั ในการที่จะลงทัณฑนั้น ใหกระทําไดแตเฉพาะตามกําหนดในตารางกาหนดทัณฑทาย ํพระราชบัญญัตน้ี ิ สวนผูมอานาจบังคับบัญชาชั้นใดจะมีอํานาจเปนผูลงทัณฑชั้นใด และผูอยูในบังคับบัญชา  ีํชั้นใดจะเปนผูรับทัณฑชั้นใด ใหถือเกณฑเทียบดังตอไปนี้
  17. 17. - ๑๓ - ตําแหนงชั้น เปนผูลงทัณฑชั้น เปนผูรับทัณฑชั้น๑. รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม  ๑ -๒. แมทัพ ๒ -๓. ผูบญชาการกองพล ผูบังคับการกองเรือ  ั ๓ - ผูบญชาการกองพลบิน  ั๔. ผูบังคับการกรม ผูบังคับหมวดเรือ ผูบังคับการกองบิน ๔ ก๕. ผูบังคับหมูเรือชั้น ๑ ๕ ข๖. ผูบังคับกองพัน ผูบังคับหมูเรือชั้น ๒ ผูบังคับการเรือชั้น ๑ ๖ ค ผูบังคับฝูงบิน๗. ผูบังคับหมูเรือชั้น ๓ ผูบังคับการเรือชั้น ๒ ตนเรือชั้น ๑ ๗ ง ผูบังคับหมวดบินชั้น ๑๘. ผูบังคับกองรอย ผูบังคับการเรือชั้น ๓ ตนเรือชั้น ๒ ๘ จ นายกราบเรือ ผูบังคับหมวดบินชั้น ๒๙. ผูบังคับหมวด ตนเรือชั้น ๓ ผูบังคับหมวดบินชั้น ๓ ๙ ฉ๑๐. ผูบังคับหมู นายตอน - ช๑๑. นักเรียนทหารซึงเมือสําเรจการศึกษาแลวจะไดเ ปนนายทหาร ่ ่ ็  สัญญาบัตร บุคคลผูซึ่งอยูในระหวางเขารับการฝกวิชาทหาร โดยคาสังรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมตามกฎหมาย ํ ่  วาดวยการสงเสริมการฝกวิชาทหาร - ซ๑๒. นักเรียนทหารซึงเมือสําเรจการศึกษาแลวจะไดเ ปนนายทหาร ่ ่ ็  - ฌ ประทวน ลูกแถว
  18. 18. - ๑๔ - ผูลงทัณฑ หรอผรบทณฑ ถาตําแหนงไมตรงตามความในมาตรา ๑๐ แหงหมวดนแลว ให ื ู ั ั    ้ี ถือตามที่ไดเทียบตําแหนงไวในขอบังคับสําหรบทหาร ั กําหนดอานาจลงทัณฑตามที่ตราไวนี้ ผมอํานาจลงทัณฑ สั่งลงทัณฑเต็มที่ไดสถานใด ํ ู ีสถานหนึ่งแตสถานเดียว ถาสั่งลงทัณฑทั้งสองสถานพรอมกัน ตองกําหนดทัณฑไวเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราในสถานนั้น ๆ หามมิใหลงทัณฑคราวเดียวมากกวาสองสถานการพจารณาลงทณฑ ิ ั กอนที่ผูมีอานาจลงทัณฑจะลงทัณฑครั้งคราวใดก็ดี ใหพจารณาใหถวนถแนนอนวา ผูที่ ํ  ิ   ่ี  จะตองรับทัณฑนั้นมีความผิดจริงแลว จึงสั่งลงทัณฑนั้น ตองระวังอยาใหเปนการลงทัณฑไปโดยโทษจริต หรือลงทัณฑแกผูที่ไมมีความผิดโดยชัดเจนนั้นเปนอันขาด เพอพจารณาความผดละเอยด ่ื ิ ิ ีแลวตองชี้แจงใหผูกระทํานั้นทราบวากระทําผิดในขอใด เพราะเหตใด แลวจึงลงทัณฑ ุ ถาผูมีอํานาจบังคับบัญชาไดลงทัณฑขาราชการชั้นสัญญาบัตร ตองสงรายงานการลงทัณฑนั้นเสนอตามลําดบชนจนถงรฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหม ั ้ั ึ ั ี เมื่อผูมีอํานาจบังคับบัญชาไดทราบวา ผูซึ่งอยูในบังคับบัญชาของตนมีความผิดจนปรากฏแนนอนแลวแตความผิดนันควรรับทัณฑทเ่ี หนืออํานาจจะสั่งกระทําได ก็ใหรายงานชี้แจงความผิด ้นั้น ทั้งออกความเห็นวาควรลงทัณฑเพียงใด เสนอตามลาดับชั้นจนถึงผูมีอานาจลงทัณฑไดพอกับ ํ ํความผดเพอขอใหผนนสงการตอไป ิ ่ื  ู ้ั ่ั  ถาเปนความผิดซึ่งมีวิธีวางอัตรากําหนดทณฑไวโดยแนนอนแลว เชนฐานขาด หนราชการ ั     ีทหาร เปนตน หากกําหนดทณฑนนเหนออํานาจของผูบังคับบัญชาที่จะสั่งลงทัณฑได ก็ใหนาเสนอ ั  ้ั ื ํเพียงชั้นที่กลาวตอไปนี้ (๑) ฝายทหารบก ผมอํานาจบังคับบัญชาตําแหนงชั้นผูบังคับการกรม หรอชนผบงคบกอง ู ี ื ้ั ู ั ัพันที่อยูตางทองถิ่นกับผูมีอานาจบังคับบัญชาชั้นผูบังคับการกรม ํ (๒) ฝายทหารเรือ ผมอํานาจบังคับบัญชาตําแหนงผูบงคับหมวดเรือ หรอชนผบงคบกอง ู ี  ั ื ้ั ู ั ัพันที่อยูตางทองถิ่นกับผูมีอานาจบงคบบญชาชนผบงคบหมวดเรอ ํ ั ั ั ้ั ู ั ั ื (๓) ฝายทหารอากาศ ผมอํานาจบังคับบัญชาตําแหนงชั้นผูบังคับกองบิน ู ี แมวากําหนดทัณฑนนจะเหนืออํานาจกดี ก็ใหผูบังคับบัญชาชั้นที่กลาวมานี้มีอํานาจ ลง ้ั ็ทัณฑไดทีเดียว ไมตองนาเสนอตามลําดับชันตอไปอีก   ํ ้ นายทหารทีเ่ ปนหัวหนาทําการควบคุมทหารไปโดยลําพัง ใหมอํานาจที่จะสั่งลงทัณฑผูอยู  ีใตอํานาจในระหวางเวลาที่ควบคุมอยูนั้นเสมอ ผมอํานาจเหนือจากตําแหนงของตนขนไปอกชน ู ี  ้ึ ี ้ัหน่ึงไดเวนแตนายทหารซงมอํานาจเปนผูลงทัณฑชั้น ๒ ขึ้นไป จงไมตองเพม   ่ึ ี ึ   ่ิ Back
  19. 19. - ๑๕ -การเพิมทัณฑหรือลดทัณฑ ่ ถาผูมอานาจลงทัณฑไดสั่งลงทัณฑผูกระทาผิดในฐานขังแลว และผูรับทัณฑขังนั้นกระทา  ีํ ํ ํผิดซ้ําอีกผูมีอานาจลงทัณฑจะสั่งเพิ่มทัณฑ ก็ใหพิจารณาดูกาหนดทณฑทไดสงไวแตเ ดมนนกอน ํ ํ ั  ่ี  ่ั  ิ ้ั หามมิใหกาหนดเวลาใหผูตองถูกขัง ทั้งกาหนดเดิมและกําหนดที่เพิ่มใหมรวมกันเกินกวากําหนด ํ ํอํานาจของผูสั่งลงทัณฑนั้นเปนอันขาด หากผูกระทาผดนนควรรบทณฑเ กนกวากาหนดอํานาจของ ํ ิ ้ั ั ั ิ  ํผูที่จะสั่งลงทัณฑนั้นแลวก็ใหรายงานชี้แจงความผิดนั้น ทั้งออกความเห็นวาควรลงทัณฑเพียงใดเสนอตามลาดับชั้นจนถึงผูมีอานาจลงทัณฑไดพอกับความผิด เพอขอใหผนนสงการตอไป ํ ํ ่ื  ู ้ั ่ั  นับตั้งแตวันที่ปรากฏหลักฐานแหงความผิดของผูกระทําผิด ซึ่งจะตองรับทัณฑตาม พระราชบัญญัตินี้โดยแนนอนแลว ถาผูมีอํานาจลงทัณฑมิไดจัดการที่จะใหผูนั้นไดรับทัณฑภายในกําหนดสามเดือน เปนอันนับวาลวงเลยเวลาที่จะลงทัณฑตามพระราชบัญญัตินี้เสียแลว จะสั่งลงทัณฑโดยอํานาจตนเองมได เวนเสียแตผูที่กระทําผิดนันขาดหนีราชการเสียแตเมือครบกําหนดสาม ิ ้ ่เดือน จึงมใหนบวนทขาดนเ้ี ขาในกําหนดเวลาลวงเลย ใหนับตั้งแตวันที่ไดตัวผูนั้นกลับมายังที่รับ ิ  ั ั ่ี ราชการ เมื่อผูมีอํานาจไดสั่งลงทัณฑตามพระราชบัญญัตินี้แลว ผูที่สั่งลงทัณฑหรือผูมีอํานาจบังคับบัญชาเหนือผูที่สั่งลงทัณฑนั้นมีอานาจที่จะเพิ่มทัณฑ หรือลดทัณฑหรือยกทัณฑเสียก็ได แตถา ํเพิ่มทัณฑแลวทัณฑที่สั่งเพิ่มขึ้นนั้นรวมกับที่สั่งไวแลวเดิม ตองมใหเ กนอํานาจของผูที่สั่งใหมนั้น  ิ ิ รองทกข  ุวิธรองทกข ี ุ ในการที่จะรักษาวินัยทหารใหเปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอยอมเปนการจําเปนที่ผูบังคับบัญชาจักตองมีอํานาจในการบังคับบัญชา หรอลงทณฑอยเู องเปนธรรมดา แตผูบังคับบัญชาบาง ื ั  คนอาจใชอํานาจในทางที่ผิด ไมยุติธรรม ซึ่งเปนการสมควรที่จะใหผูใตบังคับบัญชามีโอกาสรองทุกขไดในทางเปนระเบียบไมกาวกาย คําชี้แจงของทหารวา ผูบังคับบัญชากระทําแกตนดวยการอนไมเ ปนยตธรรม หรือผิด   ั  ุ ิกฎหมายหรือแบบธรรมเนยมทหารวา ตนมไดรบผลประโยชนหรอสทธตามทควรจะไดรบราชการ ี  ิ ั  ื ิ ิ ่ี ันั้น เรยกวา “รองทกข” ี   ุ (๑) ทหารจะตองรองทุกขไดแตสาหรับตนเองเทานัน หามมใหรองทกขแทนผอนเปน อน ํ ้  ิ  ุ  ู ่ื  ัขาดและหามมิใหลงชื่อรวมกัน หรอเขามารองทกขพรอมกนหลายคน และหามมิใหประชุมกันเพื่อ ื   ุ   ัหารือเรองจะรองทกข ่ื  ุ
  20. 20. - ๑๖ - (๒) หามมิใหรองทุกขในเวลาที่ตนกําลังเขาแถว หรือในขณะที่กําลังทาหนาที่ราชการ ํอยางใดอยางหนึ่ง เชน เวลาเปนยาม เปนเวร ดงนเ้ี ปน และหามมิใหรองทุกขกอนเวลาลวงไปแลว    ั ยี่สิบสี่ชั่วโมง นบตงแตทมเี หตจะตองทกขเ กดขน ั ้ั  ่ี ุ  ุ ิ ้ึ (๓) หามมิใหรองทุกขวา ผูบังคับบัญชาลงทัณฑแรงเกินไป ถาหากวาผูบังคับบัญชานั้นมิไดลงทัณฑเกินอํานาจที่จะทาใหตามความในหมวด ๓ แหงพระราชบญญตน้ี ํ  ั ั ิ (๔) ถาจะกลาวโทษผูใดใหรองทุกขตอผูบังคับบัญชาโดยตรงของผูนั้น จะรองทกขจดขอ  ุ  ความสําคญของเรองทรองทกขนนใหผรองทกขลงลายมอชอไวเ ปนหลกฐานดวย ั ่ื ่ี  ุ  ้ั  ู  ุ  ื ่ื  ั  ถาหากวาผรองทกขไมทราบชดเจน ตนไดรบความเดือดรอนเพราะผูใดแน ก็ใหรองทุกข ู  ุ   ั ั ตอผูบังคับบัญชาโดยตรงของตน เพือเสนอไปตามลําดับชั้น จนถึงที่สุด คือผูที่จะสั่งการไตสวน ่และแกความเดือดรอนนันได ้ (๕) ถาเขียนความรองทุกขเปนจดหมายแลว จดหมายนนตองลงลายมอชอของผรองทกข ้ั  ื ่ื ู  ุในรองทุกขฉบับใดไมมีลายมือชื่อ ผูบังคับบัญชาไมมีหนาที่จะตองพิจารณา (๖) เมื่อผูใดไดรองทุกขตอผูบังคับบัญชาตามระเบียบที่วามานี้แลวและเวลาลวงพนไปสิบหาวัน ยังไมไดรับความชี้แจงประการใด ทั้งความเดือดรอนก็ยังไมปลดเปลื้องไป ใหรองทุกขใหมตอ ผูบังคับบัญชาชั้นที่สูงถัดขึ้นไปเปนลําดบอก และในการรองทุกขครั้งนี้ใหชี้แจงดวยวาได ั ีรองทุกขตอผูบังคับบัญชาชั้นใดมาแลวแตอยางใด (๗) ถาผบงคบบญชาไดรบเรองรองทกขเ มอใด ตองรีบไตสวนและจัดการแกไขความ ู ั ั ั  ั ่ื  ุ ่ืเดือดรอนหรือชี้แจงใหผูยื่นใบรองทุกขเขาใจ จะเพิกเฉยเลยไมไดเปนอันขาด ผูใดเพิกเฉยนับวากระทําผดตอวนยทหาร ิ  ิ ั (๘) ถาผบงคบบญชาทไดรบเรองรองทกขไดชแจงใหผรองทกขทราบแลว แตผรองทุกข ู ั ั ั ่ี  ั ่ื  ุ   ้ี  ู  ุ   ู ยังไมหมดความสงสัย กใหรองทกขตอผบงคบบญชาชนเหนอขนไปไดและตองชแจงดวยวาไดรอง ็   ุ   ู ั ั ั ้ั ื ้ึ   ้ี    ทุกขนี้ตอผูใดและไดรับคําชี้แจงอยางไรแลวดวยการรองทุกขเท็จ ถาหากปรากฏชัดวา ขอความทรองทกขเ ปนความเทจ หรอการรองทกขนนกระทําไปโดย  ่ี  ุ  ็ ื  ุ  ้ัผิดระเบียบที่กลาววา ผรองทกขจะตองมความผดฐานกระทาผดตอวนยทหาร ู  ุ   ี ิ ํ ิ  ิ ัคุณและโทษของการททหารตงมนอยในวนย และขาดวินัย ่ี ้ั ่ั ู ิ ั

×