More Related Content
PPTX
Teaching writing skill. ทักษะการสอนเขียน PDF
PPT
PDF
แบบฝึกทักษะการสอนภาษอังกฤษอ่าน เขียน Graphs and tables PDF
PPSX
หน่วยที่ 9 ขั้นตอนการเขียนเรียงความ DOC
PPTX
รูปแบบ เทคนิคต่างๆ และการวางแผนการจัดกิจกรรมในการสอนอ่านภาษาอังกฤษ What's hot
PPSX
PPSX
หน่วยที่ 5 การวางโครงเรื่องของเรียงความ PDF
แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความชั้นป.3 PDF
แบบฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ และวิจารณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธ... PDF
PDF
แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความ PDF
โครงสร้างและตารางสอบ nt ชั้นป.3 ปีการศึกษา 2558 PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.5 ใหม่1 PPSX
หน่วยที่ 4 องค์ประกอบของเรียงความ PDF
DOC
ข้อสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาไทย PDF
ตัวอักษรแบบของกระทรวงศึกษาธิการ PDF
PDF
เผยแพร่ผลงาน เล่ม 2 my favorite subjects DOCX
ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะ PDF
ใบงานที่ 1เรื่องการเขียนเรียงความ PDF
Similar to การสอน Writing
PPT
PDF
PPT
PDF
PPTX
Assessing Writing English PDF
DOCX
PDF
DOC
PDF
PDF
E-Book_Intensive_Reading_Chapter1 PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
วัดประเมินผลระดับชั้นเรียน PDF
แบบฝึกเขียน Practice Writing Occupation DOCX
E0b881e0b8b2e0b8a3e0b8a7e0b8b1e0b894e0b981e0b8a5e0b8b0e0b89be0b8a3e0b8b0e0b98... DOC
การสอน Writing
- 1.
- 2.
ความหมายของการเขียน การเขียน ตามความหมายที่แท้จริง ได้แก่ การที่นักเรียนสามารถถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นภาษาเขียน และเขียนได้ถูกต้องทั้งในด้านกลไก ( ได้แก่ ส่วนสัดของตัวอักษร การสะกดตัว การใช้เครื่องหมายวรรคตอน แบบแผน ) การใช้คำศัพท์ แบบสร้างตามภาษานิยมของเจ้าของภาษา ในการสอนเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย จุดมุ่งหมายของเราน่าจะเป็นเพียง ให้นักเรียนสามารถเลียนแบบเจ้าของภาษา เราไม่หวังให้นักเรียนมีความสามารถถึงขนาดที่เรียกว่า สร้างสรรค์สำนวนใหม่ ๆ ขึ้นมา เหมือนที่เราสร้างคำใหม่ หรือสำนวนใหม่ในภาษาไทยของเราเอง - 3.
การสอนทักษะการเขียน 1. การเขียนแบบควบคุม (Controlled writing) เป็นกิจกรรมในการสอนทักษะการเขียน ที่ผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาสำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน เช่น รูปแบบประโยคที่ต้องใช้ ตัวอย่างย่อหน้าสำหรับเลียนแบบ หรือข้อความสำหรับเติมให้สมบูรณ์กิจกรรมการเขียนแบบควบคุมอาจเป็นข้อความให้ผู้เรียนลอกข้อความโดยเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบบางอย่าง เช่น เปลี่ยนคำเอกพจน์เป็นพหูพจน์ - 4.
2. การเขียนแบบมีการชี้แนะ (guided writing หรือ composition) เป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการเขียน ที่พัฒนามาจากการเขียนแบบควบคุม โดยผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาเพียงบางส่วน สำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน ผู้สอนอาจจะให้ประโยคเริ่มต้น ประโยคสุดท้าย คำถาม หรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเขียน กิจกรรมการเขียนแบบชี้แนะนี้ อาจจะใช้ข้อความจากสื่อเช่น ภาพหรือการ์ตูน เอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว โฆษณาจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น - 5.
3. การฝึกทักษะการเขียนในลักษณะของการเขียนแบบเสรี ( free composition ) เป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการเขียน ที่พัฒนามาจากการเขียนแบบควบคุม โดยผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาเพียงบางส่วน สำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน ผู้สอนอาจจะให้ประโยคเริ่มต้น ประโยคสุดท้าย คำถาม หรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเขียน กิจกรรมการเขียนแบบชี้แนะนี้ อาจจะใช้ข้อความจากสื่อเช่น ภาพหรือการ์ตูน เอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว โฆษณาจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น - 6.
- 7.
กิจกรรมการสอนทักษะการเขียน กิจกรรมก่อนการเขียน เป็นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกลไกทางการเขียนในเรื่อง ต่างๆ เช่น การสะกดคำ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน การใช้กาล (Tense) และศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จะเขียน กิจกรรมระหว่างการเขียน เป็นกิจกรรมที่ผู้สอนนำมาใช้ในการฝึกทักษะการเขียน เช่น นำภาพประกอบมาให้นักเรียนเขียนเรื่องจากภาพ นำเทปบทสนทนามาเปิดให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนเขียนเป็นเรื่องเล่า หรือสรุปเรื่องที่ได้ยิน - 8.
กิจกรรมหลังการเขียน เมื่อผู้เรียนเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจนำมาอ่านในชั้นเรียนผู้ให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง ตลอดจนนำมาแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์ว่าข้อเขียนนั้นดีถูกต้องในการสื่อความมากน้อยเพียงไรและการใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และมีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง - 9.
การตรวจงานเขียน 1. การให้ระดับคะแนน A, B, C หรือ /7, /8 ,…/10 การให้คะแนนแบบนี้เป็นการประเมินการเขียนโดยรวม มิใช่ดูเฉพาะความถูกต้องทางไวยากรณ์เป็นเกณฑ์ แต่ยังต้องดูว่านักเรียนสามารถใช้ภาษาสื่อความคิดได้ชัดเจนหรือไม่ และพัฒนาความคิดและเรื่องราวที่เขียนดี เหมาะสมมากน้อยเพียงไร 2. การแสดงความคิดเห็นต่อการเขียน good, fair, needs improvement, careless ผู้สอนพึงตระหนักว่าการแสดงความคิดเห็นต่องานเขียนของนักเรียน เป็นการชี้ให้ผู้เรียนเห็นทั้งจุดเด่นและข้อด้อย ผู้สอนควรกล่าวชมสิ่งที่นักเรียนเขียนดีแล้ว และค่อยชี้ให้เห็นจุดที่ยังบกพร่องให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแก้ไข - 10.
3. การตรวจแก้ไขที่ผิดที่ผิดซึ่งนักเรียนเขียนมานั้น ผู้เรียนควรวิเคราะห์ด้วยว่ามาจากสาเหตุใด ผิดเพราะนักเรียนไม่รู้จึงใช้ผิดเขียนผิดหรือผิดเพราะความสะเพร่า - 11.
การตรวจแก้ไขที่ผิดสามารถทำได้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การตรวจแก้ไขที่ผิดทั้งหมด ผู้สอนต้องใช้เวลามากในการตรวจงาน วิธีนี้ทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกคิดด้วยตนเองว่าที่เขียนไปนั้นผิดอย่างไร การตรวจแก้ไขที่ผิดเฉพาะบางส่วน ครูผู้สอนอาจแก้ไขเฉพาะจุดที่เห็นว่าสำคัญ นักเรียนควรให้ความสนใจในข้อบกพร่องนั้นให้มาก เช่น เรื่อง Tense , Subject Verb Agreement การชี้ให้นักเรียนเห็นที่ผิด วิธีนี้อาจทำได้โดยขีดเส้นใต้หรือวงกลมล้อมที่ผิด โดยมีการตกลงเรื่องเครื่องหมายในการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ กับนักเรียน เช่น sp = spelling error , ss = error in sentence structure เป็นต้น - 12.