บทกวีเทียนปัญญา
ด้ วยบารมีทสร้ างสรรค์
                   ี่                       ริมฝั่งนาคนนั้นพระจันทร์ ฉาย
                                                         ้
ปฐมเทียนก่อกาเนิดเกิดประกาย                 แล้ วโปรยปรายแสงสู่ ทุกผู้คน
นานเท่านานเท่านานทีผ่านไป           ่       ยังวับไวส่ องแสงทุกแห่ งหน
เปลวละมุนอุ่นเอือเผือผู้คน
                        ้ ่                 ให้ วมลหลุดพ้นบนครรลอง
                                                       ิ
หากวันนั้นไม่ มีรังสี แรก                   ทีฉายแจกแหวกพ้นความหม่ นหมอง
                                                 ่
เปลียนความมืดราตรีเป็ นสี ทอง
       ่                                    โลกก็ต้องหมองมืดอีกยืดยาว
จากวันนั้นถึงวันนีกดวงเทียน
                         ้ ี่               ทีพากเพียรแกร่ งกล้าท้าลมหนาว
                                                   ่
กีเ่ ทียนเล่าเทียนแล้วยังแพรวพราว           สื บสกาวแสงไปให้ โลกชม
จากร่ มโพธิ์สาละรัฐถึงบัดนี้                กีชีวล่วงลับลงทับถม
                                                ่ ี
ก็ยงมีเปลวไฟในสั งคม
     ั                                      ทีสั่งสมสื บสานตานานเทียน
                                                     ่
เป็ นแสงไฟในสายธารกาลเวลา                   เป็ นมรรคาทางชีวตสถิตเสถียร
                                                                     ิ
ให้ โลกหนาวอุ่นอิงพิงแสงเทียน               ให้ โลกเรียนโลกรู้ อยู่จีรัง
ไฟต่ อไฟจุดโหมให้ โลมลาม                    เป็ นประกายงดงามแห่ งความหวัง
เป็ นแสงทองแสงธรรมเป็ นกาลัง                เป็ นความหวังความหมายให้ ชีวา
ต่ อดวงไฟต่ อไปให้ ดวงใหม่                  ยืนดวงไฟดวงสว่ างต่ างบุปผา
                                              ่
ให้ ซบซับเหงื่อเหงาในเงาตา                  ให้ สร่ างซับมายาทีมารุ ม  ่
เป็ นประกายสายตาทีร่าเริง       ่           เป็ นเปลวเพลิงพลิวล้ อมรสุ ม
                                                                   ้
เป็ นเปลวจ้ าท้ าโหมให้ โรมรุ ม              เป็ นเปลวนุ่มนวลใจในราตรี
สานแสงเทียนต่ อไปให้ เรืองรอง               ให้ เรื่อแรงจาจัสรัศมี
จุดประโคมโลมล้ าทั้งธานี                    สร้ างโลกนีเ้ ป็ นระย้าดาราราย
ชีพหนึ่งนีพลีกายเพือหลายชี พ
             ้                ่             เช่ นประทีปดวงแรกแตกสลาย
ดุจดั่งเพชรเม็ดแรกแตกกระจาย                 เป็ นผืนทรายทาสร้ าเส้ นทางธรรม
บาทวิถีชีวทย่างเหยียบ
               ี ี่                         ใช่ ปูพรมราบเรี ยบให้ เหยียบยา ้
ทั้งเหน็บหนาวขวากหนามความมืดดา              สิ้นแสงธรรมยาย่างได้ อย่างไร
                                                               ้
บาทวิถีชีวตทีคิดสู้
                ิ ่                         จุดความรู้ ความเพียรด้ วยเทียนไข
ฝ่ าความมืดหกเหวด้ วยเปลวไฟ                 ด้ วยหัวใจเช่ นผาศิลาแลง
กลางพายุดุร้ายทาลายเทียน                    ก่อความเพียรอีกหนจนมีแสง
ดังอีกหนจุดอีกทียงมีแรง   ั                 สะสมไฟสี แดงให้ แบ่ งปัน
เป็ นแสงเทียนสี สันอันอ่อนพลิว          ้   ดังไหวหวิวส่ องทางให้ สร้ างสรรค์
ดั่งรอยยิมพริ้มพรายให้ เผือปัน
           ้                          ่     ดั่งแววฝันอบอุ่นละมุนละมัย
อธิษฐานคืนนี้ของชีวต              ิ         มอบอุทศพากเพียรเป็ นเทียนไข
                                                           ิ
ยอมเผาร่ างเรื่อแดงเป็ นแสงไฟ               ด้ วยดวงใจนักสู้ ผ้ ศรัทธา
                                                                 ู
เทียนแท่งนีพลีร่างสร้ างประกาย
                 ้                          ชีวาวายหนนีจะมีค่า
                                                             ้
ในโอกาสชาตินีทเี่ กิดมา
                      ้                     เป็ นกลีบหนึ่งบุปผาภราดร
กลอนเทียนปัญญา
                                   ก้าวใหม่
ก้าวแรกที่พลาดพลั้ง                                    คือก้าวหลังที่มนใจั่
ก้าวหนึ่งที่พลาดไป                                     คือก้าวใหม่ที่มนคง
                                                                      ั่
                            ..........................
                             วันนี้อาจขมขื่น
                แต่จะหวานชื่นในวันข้างหน้า
                  ณ วันนี้ อาจจะหลังน้ าตา           ่
                 แต่ถาว่ามันเป็ นหลักประกัน
                         ้
                เมื่อเจอะเจออุปสรรคขวางกั้น
            เราจะฝ่ าฟันได้เพราะมีวนนี้ (ที่ขมขื่น)
                                                 ั
                              .......................
                             พรุ่ งนียงไม่ สาย
                                       ้ั
   ชีวตนี้ยงมีหวัง
         ิ ั                                 แม้พลาดพลั้งยังแก้ได้
   อดีตหากพลาดไป                           จงก้าวใหม่ให้รื่นรม
   อดีตที่สดใส                                     ่
                                            ใช่วาได้แต่สุขสม
   มีสุขมีทุกข์ตรม                          มิได้สมเป็ นดังใจ
    เริ่ มต้นแต่วนนี้
                    ั                       เพื่อชีวีอนสดใส
                                                          ั
   จงสู ้และก้าวต่อไป                        อย่างตั้งใจและมันคง  ่
                    .......................................
     ความรู้คือแสงเทียน                       ความเพียรคือ พลัง
     ความหวังคือเข็มทิศ                       ความผิดคือบทเรี ยน
                               .....................
                                      เสี ยง
      เสี ยงเพลง                               ฟังแล้วเพลิดเพลิน
        เสี ยงสรรเสริ ญ                        ฟังแล้วปลื้มใจ
      เสี ยงร้องไห้                             ฟังแล้วน่าสงสาร
     เสี ยงหวานๆ                               ฟังแล้วรื่ นหู
     เสี ยงคุณครู                               ฟังแล้วรู้วชาิ
     เสี ยงนินทา                                ฟังแล้วไม่น่าฟัง
     เสี ยงธัมมัง                                ฟังแล้วสงบเย็น
                         ..............................
เมื่อชีวิตผิดหวังอย่านังท้อ่                                   จงสานต่อสู ้เถิดจะเกิดผล
 ผิดเป็ นครู รู้แก้ให้แก่ตน                                                             ่
                                                                เกิดเป็ นคนคิดสู ้จึงอยูดี.
                          ..........................................
                                        ค่าของชีวต     ิ
                ชีวตคน
                   ิ                      เกิดมา                     ล้ าค่านัก
              ควรฟูมฟัก                  สรรสร้าง                   ทางสุ ขศรี
                หากมัวเพลิน เกินกาล                                  ผลาญความดี
                ใยจะมี                    คุณค่า                      คาว่า คน
                        ..............................................
                                  แสงสว่างของชีวต            ิ
                 สว่างใด                   ในหล้า                    ว่าสว่าง
                 จะหาอย่าง                 ปั ญญา                     จะหาไหน
                 ถึงตะวัน                  จันทร์ ส่อง                ผ่องอาไพ
                  ไม่ส่องใจ                 ให้สว่าง                  อย่างปั ญญา
                             .......................................

                                  แสงพระธรรม
                         แสงพระธรรม นาใจ ให้ พ้นทุกข์
                         แสงพระธรรม นาสุ ข ทุกสมัย
                         แสงพระธรรม ส่ องสว่ าง กลางดวงใจ
                         แสงพระธรรม นาจิตใจ สงบเย็น

           คาว่าคน               แปลว่าวน                   เหมือนคนแป้ ง
           คนให้แห้ง             หรื อเปี ยก                 ก็เรี ยกได้
           เกิดเป็ นคน            ต้องเป็ นคน ทุกคนไป
           ทั้งหญิงชาย            ไม่พนวน ้                   สักคนเลย
                          ......................................
                     ชนะได้ ........เพราะ.......ความมุ่งมั่น.
                       อเมริ กา......รบกับ......เวียตนาม
                                  ไม่มีใครคิดว่า
                      เวียตนาม........จะชนะ....อเมริ กา
                                แต่ทาไมชนะได้
เพราะ....ทหารเวียตนามรบด้วยความมุ่งมันที่จะป้ องกันรักษาชาติ
                                                                 ่
                                   ข้าวเหนียวปั้ นเดียว........รบได้ท้ งวัน
                                                                       ั
                               อเมริ กานั้น พอมันหมดนม หมดขนมปั ง
                                          มันหมดอารมร์รบแล้ว
                                             ค่ านิยมบัดซบ
ยุคนี้...น่าเป็ นห่ วง..สังคมไทย...คนไทยเราจะมีนิสัย...เปราะบาง...ทอแท้ ...อ่อนแอ...ขาดความมุ่งมั่น
คนเริ่ มหากินกันอย่างง่ายๆ มักง่าย กันสุ ดขีด.......คือ ขายยาบ้า ขายตัว.........เพราะมันง่าย ไม่
ต้องใช้ความพยายามอะไร (เด็กมีสมองแนวนอนเยอะ)

กลอนเทียนปัญญา

  • 1.
    บทกวีเทียนปัญญา ด้ วยบารมีทสร้ างสรรค์ ี่ ริมฝั่งนาคนนั้นพระจันทร์ ฉาย ้ ปฐมเทียนก่อกาเนิดเกิดประกาย แล้ วโปรยปรายแสงสู่ ทุกผู้คน นานเท่านานเท่านานทีผ่านไป ่ ยังวับไวส่ องแสงทุกแห่ งหน เปลวละมุนอุ่นเอือเผือผู้คน ้ ่ ให้ วมลหลุดพ้นบนครรลอง ิ หากวันนั้นไม่ มีรังสี แรก ทีฉายแจกแหวกพ้นความหม่ นหมอง ่ เปลียนความมืดราตรีเป็ นสี ทอง ่ โลกก็ต้องหมองมืดอีกยืดยาว จากวันนั้นถึงวันนีกดวงเทียน ้ ี่ ทีพากเพียรแกร่ งกล้าท้าลมหนาว ่ กีเ่ ทียนเล่าเทียนแล้วยังแพรวพราว สื บสกาวแสงไปให้ โลกชม จากร่ มโพธิ์สาละรัฐถึงบัดนี้ กีชีวล่วงลับลงทับถม ่ ี ก็ยงมีเปลวไฟในสั งคม ั ทีสั่งสมสื บสานตานานเทียน ่ เป็ นแสงไฟในสายธารกาลเวลา เป็ นมรรคาทางชีวตสถิตเสถียร ิ ให้ โลกหนาวอุ่นอิงพิงแสงเทียน ให้ โลกเรียนโลกรู้ อยู่จีรัง ไฟต่ อไฟจุดโหมให้ โลมลาม เป็ นประกายงดงามแห่ งความหวัง เป็ นแสงทองแสงธรรมเป็ นกาลัง เป็ นความหวังความหมายให้ ชีวา ต่ อดวงไฟต่ อไปให้ ดวงใหม่ ยืนดวงไฟดวงสว่ างต่ างบุปผา ่ ให้ ซบซับเหงื่อเหงาในเงาตา ให้ สร่ างซับมายาทีมารุ ม ่ เป็ นประกายสายตาทีร่าเริง ่ เป็ นเปลวเพลิงพลิวล้ อมรสุ ม ้ เป็ นเปลวจ้ าท้ าโหมให้ โรมรุ ม เป็ นเปลวนุ่มนวลใจในราตรี สานแสงเทียนต่ อไปให้ เรืองรอง ให้ เรื่อแรงจาจัสรัศมี จุดประโคมโลมล้ าทั้งธานี สร้ างโลกนีเ้ ป็ นระย้าดาราราย ชีพหนึ่งนีพลีกายเพือหลายชี พ ้ ่ เช่ นประทีปดวงแรกแตกสลาย ดุจดั่งเพชรเม็ดแรกแตกกระจาย เป็ นผืนทรายทาสร้ าเส้ นทางธรรม บาทวิถีชีวทย่างเหยียบ ี ี่ ใช่ ปูพรมราบเรี ยบให้ เหยียบยา ้ ทั้งเหน็บหนาวขวากหนามความมืดดา สิ้นแสงธรรมยาย่างได้ อย่างไร ้ บาทวิถีชีวตทีคิดสู้ ิ ่ จุดความรู้ ความเพียรด้ วยเทียนไข ฝ่ าความมืดหกเหวด้ วยเปลวไฟ ด้ วยหัวใจเช่ นผาศิลาแลง กลางพายุดุร้ายทาลายเทียน ก่อความเพียรอีกหนจนมีแสง ดังอีกหนจุดอีกทียงมีแรง ั สะสมไฟสี แดงให้ แบ่ งปัน เป็ นแสงเทียนสี สันอันอ่อนพลิว ้ ดังไหวหวิวส่ องทางให้ สร้ างสรรค์ ดั่งรอยยิมพริ้มพรายให้ เผือปัน ้ ่ ดั่งแววฝันอบอุ่นละมุนละมัย อธิษฐานคืนนี้ของชีวต ิ มอบอุทศพากเพียรเป็ นเทียนไข ิ ยอมเผาร่ างเรื่อแดงเป็ นแสงไฟ ด้ วยดวงใจนักสู้ ผ้ ศรัทธา ู เทียนแท่งนีพลีร่างสร้ างประกาย ้ ชีวาวายหนนีจะมีค่า ้ ในโอกาสชาตินีทเี่ กิดมา ้ เป็ นกลีบหนึ่งบุปผาภราดร
  • 2.
    กลอนเทียนปัญญา ก้าวใหม่ ก้าวแรกที่พลาดพลั้ง คือก้าวหลังที่มนใจั่ ก้าวหนึ่งที่พลาดไป คือก้าวใหม่ที่มนคง ั่ .......................... วันนี้อาจขมขื่น แต่จะหวานชื่นในวันข้างหน้า ณ วันนี้ อาจจะหลังน้ าตา ่ แต่ถาว่ามันเป็ นหลักประกัน ้ เมื่อเจอะเจออุปสรรคขวางกั้น เราจะฝ่ าฟันได้เพราะมีวนนี้ (ที่ขมขื่น) ั ....................... พรุ่ งนียงไม่ สาย ้ั ชีวตนี้ยงมีหวัง ิ ั แม้พลาดพลั้งยังแก้ได้ อดีตหากพลาดไป จงก้าวใหม่ให้รื่นรม อดีตที่สดใส ่ ใช่วาได้แต่สุขสม มีสุขมีทุกข์ตรม มิได้สมเป็ นดังใจ เริ่ มต้นแต่วนนี้ ั เพื่อชีวีอนสดใส ั จงสู ้และก้าวต่อไป อย่างตั้งใจและมันคง ่ ....................................... ความรู้คือแสงเทียน ความเพียรคือ พลัง ความหวังคือเข็มทิศ ความผิดคือบทเรี ยน ..................... เสี ยง เสี ยงเพลง ฟังแล้วเพลิดเพลิน เสี ยงสรรเสริ ญ ฟังแล้วปลื้มใจ เสี ยงร้องไห้ ฟังแล้วน่าสงสาร เสี ยงหวานๆ ฟังแล้วรื่ นหู เสี ยงคุณครู ฟังแล้วรู้วชาิ เสี ยงนินทา ฟังแล้วไม่น่าฟัง เสี ยงธัมมัง ฟังแล้วสงบเย็น ..............................
  • 3.
    เมื่อชีวิตผิดหวังอย่านังท้อ่ จงสานต่อสู ้เถิดจะเกิดผล ผิดเป็ นครู รู้แก้ให้แก่ตน ่ เกิดเป็ นคนคิดสู ้จึงอยูดี. .......................................... ค่าของชีวต ิ ชีวตคน ิ เกิดมา ล้ าค่านัก ควรฟูมฟัก สรรสร้าง ทางสุ ขศรี หากมัวเพลิน เกินกาล ผลาญความดี ใยจะมี คุณค่า คาว่า คน .............................................. แสงสว่างของชีวต ิ สว่างใด ในหล้า ว่าสว่าง จะหาอย่าง ปั ญญา จะหาไหน ถึงตะวัน จันทร์ ส่อง ผ่องอาไพ ไม่ส่องใจ ให้สว่าง อย่างปั ญญา ....................................... แสงพระธรรม แสงพระธรรม นาใจ ให้ พ้นทุกข์ แสงพระธรรม นาสุ ข ทุกสมัย แสงพระธรรม ส่ องสว่ าง กลางดวงใจ แสงพระธรรม นาจิตใจ สงบเย็น คาว่าคน แปลว่าวน เหมือนคนแป้ ง คนให้แห้ง หรื อเปี ยก ก็เรี ยกได้ เกิดเป็ นคน ต้องเป็ นคน ทุกคนไป ทั้งหญิงชาย ไม่พนวน ้ สักคนเลย ...................................... ชนะได้ ........เพราะ.......ความมุ่งมั่น. อเมริ กา......รบกับ......เวียตนาม ไม่มีใครคิดว่า เวียตนาม........จะชนะ....อเมริ กา แต่ทาไมชนะได้
  • 4.
    เพราะ....ทหารเวียตนามรบด้วยความมุ่งมันที่จะป้ องกันรักษาชาติ ่ ข้าวเหนียวปั้ นเดียว........รบได้ท้ งวัน ั อเมริ กานั้น พอมันหมดนม หมดขนมปั ง มันหมดอารมร์รบแล้ว ค่ านิยมบัดซบ ยุคนี้...น่าเป็ นห่ วง..สังคมไทย...คนไทยเราจะมีนิสัย...เปราะบาง...ทอแท้ ...อ่อนแอ...ขาดความมุ่งมั่น คนเริ่ มหากินกันอย่างง่ายๆ มักง่าย กันสุ ดขีด.......คือ ขายยาบ้า ขายตัว.........เพราะมันง่าย ไม่ ต้องใช้ความพยายามอะไร (เด็กมีสมองแนวนอนเยอะ)