ชนิดของจำนวนเต็ม  มี  3  ชนิด  คือ 1.  จำนวนเต็มบวก  หรือ  จำนวนนับ  หรือ  จำนวนธรรมชาติ  ได้แก่  1, 2, 3, 4, 5,.... 2.  จำนวนเต็มศูนย์  ได้แก่  0 3.  จำนวนเต็มลบ  ได้แก่  -1, -2, -3, -4, -5,...... จำนวนเต็ม จำนวนเต็ม  จึงแบ่งได้เป็น  จำนวนเต็มบวก  จำนวนเต็มศูนย์  จำนวนเต็มลบ   ได้แก่  ..., - 5, - 4, -3, -2, -1, 0 , 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ,.....  ซึ่งสามารถบนเส้นจำนวนได้ดังนี้
จำนวนบนเส้นจำนวน  จำนวนที่อยู่ซ้ายมือจะมีค่าน้อยกว่าจำนวนที่อยู่ทางขวามือ  ดังจะได้ว่า   … .   -5    - 4    -3    -2    -1    0    1    2    3    4    5…..
จำนวนเต็มลบ เมื่อตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบ  ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนเต็มลบเสมอ  และเมื่อตัวลบเพิ่มขึ้นคำตอบที่ได้จะมีค่าลดลงเรื่อยๆ  เรียกว่า  จำนวนเต็มลบ  หรือ  จำนวนลบ  ตัวอย่างเช่น  2  –   5  =  –3  คำตอบอ่านว่า  ลบสาม
การเปรียบเทียบจำนวนเต็มบวก   มีหลักดังนี้ 1.  จำนวนเต็มบวกจะมีค่ามากกว่าจำนวนเต็มศูนย์  และมีค่ามากกว่าจำนวนเต็มลบ   2.  จำนวนเต็มศูนย์มีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มบวก  แต่มีค่ามากกว่าจำนวนเต็มลบ 3.  จำนวนเต็มลบมีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มศูนย์  และมีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มบวก  ตัวอย่างเช่น 5     0 5     – 5  0     3 0     – 6   – 4     0   – 4     2
การคูณจำนวนเต็ม สรุป การคูณระหว่างจำนวนเต็มสองจำนวน อาศัยเรื่องผลคูณของค่าสัมบูรณ์ของจำนวนทั้งสอง  โดยมีเครื่องหมาย  ดังนี้ (+)    (+)  =  + (+)    ( – )  =  –   ( – )     (+)  =  – ( – )      ( – )  =  +
การบวก  –  ลบจำนวนเต็ม 1.  ผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวก  2  จำนวน  หรือ  จำนวนเต็มลบ  2  จำนวน  จะมีค่าเท่ากับค่าบวกหรือค่าลบของผลบวกค่าสัมบูรณ์ตามลำดับ 2.  ผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบ  คือ  ผลต่างระหว่างค่าสัมบูรณ์ทั้งสองโดยใช้ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นตัวตั้ง  แล้วใส่เครื่องหมายตามตัวมากกว่า
เศษส่วน a b - เศษ ส่วน เราเรียก  ว่า เศษ เราเรียก  ว่า ส่วน   และ  เป็นจำนวนเต็ม ( b=0 ) a b a b
 
 
 
 


?
การคูณเศษส่วน
การคูณเศษส่วน
ทศนิยม       ทศนิยมนั้นจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราตลอด  ไม่ว่าจะเป็นการบอกค่าของเงินที่เราใช้     การบอกเวลา     บอกหน่วยความยาว ฯลฯ       -      การเขียนทศนิยมในรูปกระจายเป็นการเขียนในรูปการบวกค่าของตัวเลขในหลักต่าง ๆ  ของทศนิยมนั้น        -   ทศนิยม หมายถึง การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า  1   หรือการเขียนตัวเลขประเภทเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น  10,100,1000   แต่เปลี่ยนรูปจากเศษส่วนมาเป็นรูปทศนิยม โดยใช้เครื่องหมาย  . ( จุด )  แทน        -  ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมหนึ่งตำแหน่งเทียบได้กับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นสิบ และทศนิยมสองตำแหน่งเทียบได้กับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นร้อย       ทศนิยม         หมายถึง ค่าของจำนวนเต็มที่แบ่งออกเป็นสิบส่วน ร้อยส่วน พันส่วน  ....  เท่า ๆ  กัน ซึ่งเขียนได้ในรูปของเศษส่วน
จำนวน  327.35    จะเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้ดังนี้       3   อยู่ในหลักร้อย  มีค่า  300       2   อยู่ในหลักสิบ  มีค่า  20       7   อยู่ในหลักหน่วย มีค่า  7       3   อยู่หลังจุดเป็นตัวแรกเรียกว่าหลักส่วนสิบ ซึ่งมีค่า              หรือ  0.3        5   อยู่หลังจุดเป็นตัวที่สองเรียกว่าหลักส่วนร้อย ซึ่งมีค่า              หรือ  0.05        ดังนั้น   327.35   อ่านว่า สามร้อยยี่สิบเจ็ดจุดสามห้าหรือสามารถเขียนในรูปกระจายการบวกได้คือ    327.35  =   300  +  20  +  7  +  0.3  +  0.05                                              การกระจายทศนิยม 3 10 5 100
ทศนิยม  1   ตำแหน่งมี  10   เป็นตัวหาร  เทียบกับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นสิบ ทศนิยม  2   ตำแหน่งมี  100   เป็นตัวหาร เทียบกับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นร้อย  ตัวอย่างการกระจายทศนิยม จำนวน ล้าน แสน หมื่น พัน ร้อย สิบ หน่วย จุด ส่วนสิบ ส่วนร้อย ส่วนพัน 1.)  1,523,658.58 1 5 2 3 6 5 8 . 5 8 2.)  17,256.25 1 7 2 5 6 . 2 5 3.)  757.35 7 5 7 . 3 5 4.)  25.33 2 3 . 3 3 5)  0.5 0 . 5
การทำทศนิยมให้เป็นเศษส่วน เลขทศนิยมทำให้เป็นเศษส่วนได้โดยการหารด้วย  10   หรือ  100       -   การแปลงทศนิยมหนึ่งตำแหน่งเป็นเศษส่วน         เช่น  0.6    เขียนเป็นเศษส่วนได้            0.08    เขียนเป็นเศษส่วนได้                -  การแปลงทศนิยมสองตำแหน่งเป็นเศษส่วน           เช่น  0.56     เขียนเป็นเศษส่วนได้          0.98      เขียนเป็นเศษส่วนได้    
การบวกเลขทศนิยม   ( ธรรมดา )  คือ ตั้งให้จุดทศนิยมตรงกัน แล้วทำการบวกตามการบวกเลขธรรมดาทั่ว ๆ ไป เช่น         35.05  ,  27.09             35.05                            +            27.09                 62.14      
การทำเศษส่วนให้เป็นทศนิยม 8 6 10 = 8+ 6 10 = 8+ 0.6 = 8.6 54 100 = 54 100 0+ = 0+0.78 = 0.78
แบบทดสอบหลังเรียน ให้นักเรียนทำแบบทดสอบจากใบงานที่ครูมอบหมายในชั้นเรียน ขอให้นักเรียนทุกคนโชคดี

จำนวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม

  • 1.
  • 2.
    ชนิดของจำนวนเต็ม มี 3 ชนิด คือ 1. จำนวนเต็มบวก หรือ จำนวนนับ หรือ จำนวนธรรมชาติ ได้แก่ 1, 2, 3, 4, 5,.... 2. จำนวนเต็มศูนย์ ได้แก่ 0 3. จำนวนเต็มลบ ได้แก่ -1, -2, -3, -4, -5,...... จำนวนเต็ม จำนวนเต็ม จึงแบ่งได้เป็น จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มศูนย์ จำนวนเต็มลบ ได้แก่ ..., - 5, - 4, -3, -2, -1, 0 , 1 , 2 , 3 , 4 , 5 ,..... ซึ่งสามารถบนเส้นจำนวนได้ดังนี้
  • 3.
  • 4.
    จำนวนเต็มลบ เมื่อตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนเต็มลบเสมอ และเมื่อตัวลบเพิ่มขึ้นคำตอบที่ได้จะมีค่าลดลงเรื่อยๆ เรียกว่า จำนวนเต็มลบ หรือ จำนวนลบ ตัวอย่างเช่น 2 – 5 = –3 คำตอบอ่านว่า ลบสาม
  • 5.
    การเปรียบเทียบจำนวนเต็มบวก มีหลักดังนี้ 1. จำนวนเต็มบวกจะมีค่ามากกว่าจำนวนเต็มศูนย์ และมีค่ามากกว่าจำนวนเต็มลบ 2. จำนวนเต็มศูนย์มีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มบวก แต่มีค่ามากกว่าจำนวนเต็มลบ 3. จำนวนเต็มลบมีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มศูนย์ และมีค่าน้อยกว่าจำนวนเต็มบวก ตัวอย่างเช่น 5  0 5  – 5 0  3 0  – 6 – 4  0 – 4  2
  • 6.
    การคูณจำนวนเต็ม สรุป การคูณระหว่างจำนวนเต็มสองจำนวนอาศัยเรื่องผลคูณของค่าสัมบูรณ์ของจำนวนทั้งสอง โดยมีเครื่องหมาย ดังนี้ (+)  (+) = + (+)  ( – ) = – ( – )  (+) = – ( – )  ( – ) = +
  • 7.
    การบวก – ลบจำนวนเต็ม 1. ผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวก 2 จำนวน หรือ จำนวนเต็มลบ 2 จำนวน จะมีค่าเท่ากับค่าบวกหรือค่าลบของผลบวกค่าสัมบูรณ์ตามลำดับ 2. ผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบ คือ ผลต่างระหว่างค่าสัมบูรณ์ทั้งสองโดยใช้ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นตัวตั้ง แล้วใส่เครื่องหมายตามตัวมากกว่า
  • 8.
    เศษส่วน a b- เศษ ส่วน เราเรียก ว่า เศษ เราเรียก ว่า ส่วน และ เป็นจำนวนเต็ม ( b=0 ) a b a b
  • 9.
  • 10.
  • 11.
  • 12.
  • 13.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
  • 18.
    ทศนิยม       ทศนิยมนั้นจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราตลอด ไม่ว่าจะเป็นการบอกค่าของเงินที่เราใช้    การบอกเวลา    บอกหน่วยความยาว ฯลฯ       -    การเขียนทศนิยมในรูปกระจายเป็นการเขียนในรูปการบวกค่าของตัวเลขในหลักต่าง ๆ  ของทศนิยมนั้น        -   ทศนิยม หมายถึง การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า 1 หรือการเขียนตัวเลขประเภทเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10,100,1000 แต่เปลี่ยนรูปจากเศษส่วนมาเป็นรูปทศนิยม โดยใช้เครื่องหมาย . ( จุด ) แทน        - ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมหนึ่งตำแหน่งเทียบได้กับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นสิบ และทศนิยมสองตำแหน่งเทียบได้กับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นร้อย       ทศนิยม       หมายถึง ค่าของจำนวนเต็มที่แบ่งออกเป็นสิบส่วน ร้อยส่วน พันส่วน .... เท่า ๆ  กัน ซึ่งเขียนได้ในรูปของเศษส่วน
  • 19.
    จำนวน 327.35   จะเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้ดังนี้       3 อยู่ในหลักร้อย  มีค่า 300       2 อยู่ในหลักสิบ  มีค่า 20       7 อยู่ในหลักหน่วย มีค่า 7       3 อยู่หลังจุดเป็นตัวแรกเรียกว่าหลักส่วนสิบ ซึ่งมีค่า         หรือ 0.3        5 อยู่หลังจุดเป็นตัวที่สองเรียกว่าหลักส่วนร้อย ซึ่งมีค่า          หรือ 0.05        ดังนั้น 327.35 อ่านว่า สามร้อยยี่สิบเจ็ดจุดสามห้าหรือสามารถเขียนในรูปกระจายการบวกได้คือ   327.35 =   300 + 20 + 7 + 0.3 + 0.05                                              การกระจายทศนิยม 3 10 5 100
  • 20.
    ทศนิยม 1 ตำแหน่งมี 10 เป็นตัวหาร  เทียบกับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นสิบ ทศนิยม 2 ตำแหน่งมี 100 เป็นตัวหาร เทียบกับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นร้อย ตัวอย่างการกระจายทศนิยม จำนวน ล้าน แสน หมื่น พัน ร้อย สิบ หน่วย จุด ส่วนสิบ ส่วนร้อย ส่วนพัน 1.) 1,523,658.58 1 5 2 3 6 5 8 . 5 8 2.) 17,256.25 1 7 2 5 6 . 2 5 3.) 757.35 7 5 7 . 3 5 4.) 25.33 2 3 . 3 3 5) 0.5 0 . 5
  • 21.
    การทำทศนิยมให้เป็นเศษส่วน เลขทศนิยมทำให้เป็นเศษส่วนได้โดยการหารด้วย 10 หรือ 100       -   การแปลงทศนิยมหนึ่งตำแหน่งเป็นเศษส่วน         เช่น 0.6    เขียนเป็นเศษส่วนได้           0.08    เขียนเป็นเศษส่วนได้             - การแปลงทศนิยมสองตำแหน่งเป็นเศษส่วน           เช่น 0.56    เขียนเป็นเศษส่วนได้         0.98      เขียนเป็นเศษส่วนได้   
  • 22.
    การบวกเลขทศนิยม ( ธรรมดา ) คือ ตั้งให้จุดทศนิยมตรงกัน แล้วทำการบวกตามการบวกเลขธรรมดาทั่ว ๆ ไป เช่น        35.05  ,  27.09            35.05                           +           27.09                62.14     
  • 23.
    การทำเศษส่วนให้เป็นทศนิยม 8 610 = 8+ 6 10 = 8+ 0.6 = 8.6 54 100 = 54 100 0+ = 0+0.78 = 0.78
  • 24.